Issuu on Google+

สื่ อสั งคมออนไลน์ มนุษย์เป็ นสังคมที่ตอ้ งมีการสื่ อสารข้อมูลถึงกันและกัน ซึ่ งในสมัยโบราณมนุษย์สื่อสาร ข้อมูลด้วยวิธีการที่ไม่ซบั ซ้อนนัก เช่น ปากเปล่า ม้าเร็ ว และนกพิราบสื่ อสาร ต่อมาได้มีการ ปรับเปลี่ยนการสื่ อสารข้อมูลเป็ นจดหมาย โทรเลข โทรศัพท์ วิทยุ จากนั้น เมื่อเข้าสู่ยคุ ที่มี เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์ เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง การสื่ อสารข้อมูลของมนุษย์มีการ ปรับเปลี่ยนเป็ นสื่ อที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เช่น บริ การ IRC (Internet Relay Chat) โปรแกรมพูดคุย (Chat programs) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail หรื อ Email) และ เว็บบอร์ ด (Webboard) จวบจนถึงปัจจุบนั มนุษย์เริ่ มมีการสื่ อสารข้อมูลในชีวิตประจาวันถึงกัน และกันด้วยการใช้ สื่ อสังคมออนไลน์ ความหมายและประเภทของสื่ อสั งคมออนไลน์ สื่ อสังคมออนไลน์ คือ สื่ อที่ผสู้ ่งสารแบ่งปันสาร ซึ่ งอยูใ่ นรู ปแบบต่างๆ ไปยังผูร้ ับสาร ผ่านเครื อข่ายออนไลน์ โดยสามารถโต้ตอบกันระหว่างผูส้ ่งสารและผูร้ ับสาร หรื อผูร้ ับสาร ด้วยกันเอง ซึ่ งสามารถแบ่งสื่ อสังคมออนไลน์ออกเป็ นประเภทต่างๆ ที่ใช้กนั บ่อยๆ คือ บล็อก (Blogging) ทวิตเตอร์ และไมโครบล็อก (Twitter and Microblogging) เครื อข่ายสังคมออนไลน์ (Social Networking) และการแบ่งปันสื่ อทางออนไลน์ (Media Sharing) 1. บล็อก (Blogging) บล็อกมาจาก Web + Log แล้วย่อเหลือ Blog คือ ประเภทของระบบการจัดการเนื้อหา ที่ อํานวยความสะดวกให้ผเู้ ขียนบล็อกเผยแพร่ และแบ่งปันบทความของตนเอง โดยบทความที่โพ สต์ลงบล็อก เป็ นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผูเ้ ขียนบล็อก ซึ่ งจุดเด่นของบล็อก คือ การ สื่ อสารถึงกันอย่างเป็ นกันเองระหว่างผูเ้ ขียนและผูอ้ ่านบล็อกผ่าน การแสดงความคิดเห็น (Comment) ซึ่ ง Blogger (http://www.blogger.com) และ WordPress (http://wordpress.com) เป็ นสองเว็บไซต์ที่ผคู้ นนิยมเข้าไปสร้างบล็อกของตนเอง 2. ทวิตเตอร์ และไมโครบล็อก (Twitter and Microblogging) ไมโครบล็อก คือ รู ปแบบหนึ่งของบล็อกที่มีการจํากัดขนาดของการโพสต์ในแต่ละครั้ง ซึ่ งทวิตเตอร์ เป็ นไมโครบล็อกที่จาํ กัดการโพสต์แต่ละครั้งพิมพ์ได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ใน ปัจจุบนั ทวิตเตอร์ เป็ นที่นิยมใช้งานของผูค้ น เพราะใช้งานง่าย และใช้เวลาไม่มากนัก รวมทั้งเป็ น ที่นิยมขององค์กรต่างๆ ที่ใช้ทวิตเตอร์ ในการแจ้งกิจกรรมต่างๆ และความเคลื่อนไหวของธุรกิจ


เพื่อไม่ให้ขาดการติดต่อกับสังคม ซึ่ งหากต้องการมี เลขที่บญั ชี (Account) สาหรับทวิตเตอร์ สามารถเข้าไปสมัครได้ที่เว็บไซต์ของ Twitter (http://twitter.com) 3. เครือข่ ายสั งคมออนไลน์ (Social Networking) เครื อข่ายสังคมออนไลน์ คือ เว็บไซต์ที่ผคู้ นสามารถติดต่อสื่ อสารกับเพื่อนทั้งที่รู้จกั มา ก่อน หรื อรู้จกั ภายหลังทางออนไลน์ ซึ่ งเว็บไซต์เครื อข่ายสังคมออนไลน์แต่ละแห่ง มี คุณลักษณะแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนประกอบหลักที่มีเหมือนกัน คือ โปรไฟล์ (Profiles - เพื่อ แสดงข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบัญชี) การ เชื่อมต่อ (Connecting - เพื่อสร้างเพื่อนกับคนที่รู้จกั และไม่รู้จกั ทางออนไลน์) และการ ส่งข้อความ (Messaging - อาจเป็ นข้อความส่วนตัว หรื อข้อความสาธารณะ) เป็ นต้น โดยมี Facebook (http://www.facebook.com) เป็ นเว็บไซต์เครื อข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยม สูงสุดในปัจจุบนั 4. การแบ่ งปันสื่ อทางออนไลน์ (Media Sharing) เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการแบ่งเป็ นสื่ อทางออนไลน์ เป็ นเว็บไซต์ที่ให้ผใู้ ช้สามารถทาการอัพ โหลด (Upload) ไฟล์สื่อผสม (Multimedia) ขึ้นสู่เว็บไซต์ เพื่อแบ่งปันข้อมูลแก่ผใู้ ช้ทวั่ ไป ซึ่ งใน ปัจจุบนั ได้รับความนิยมมาก เพราะด้วยความที่เป็ นสื่ อผสมเอง ไม่ว่าจะเป็ น รู ป สไลด์ หรื อ วิดีโอ รวมทั้งการใช้งานง่ายขึ้นของกล้องดิจิตอล และกล้องวิดีโอ ซึ่ งเป็ นเครื่ องมือที่นามาสู่การ ได้ไฟล์สื่อผสมแบบต่างๆ ออกมา เว็บไซต์ประเภทนี้ที่ได้รับความนิยม คือ YouTube ( http://www.youtube.com - สาหรับแบ่งปันไฟล์วีดีโอ) flickr ( http://www.flickr.com - สาหรับ แบ่งปันไฟล์รูป) และ slideshare ( http://www.slideshare.net - สาหรับแบ่งปันไฟล์พรี เซนเตชัน่ ) สื่ อสั งคมออนไลน์ กับคนดัง Hi5, Youtube, Facebook, Twitter และสื่ อสังคมออนไลน์อื่นๆ ในเริ่ มแรกผูค้ นใช้สื่อ เหล่านี้เป็ นงานอดิเรก เพื่อเล่นเกมส์ พูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็น และกิจกรรมส่วนตัวอื่นๆ เพื่อ สื่ อสารข้อมูลถึงกันและกัน ต่อมาการใช้สื่อสังคมออนไลน์กว้างขวางมากขึ้น นอกจากการใช้ที่ เป็ นงานอดิเรกแล้ว ยังใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนในวงกว้าง เพื่อจุดประสงค์อื่นที่ไม่ใช่งานอดิเรก ในช่วงสองสามปี ที่ผา่ นมา กระแสการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่นายบารัค โอ บาม่า ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลากหลายประเภท เช่น Twitter, Myspace, Youtube และ Facebook ในการหาเสี ยงเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็ นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริ กา ซึ่ งมีผลทา ให้ขอ้ มูลที่ นายบารัค โอบาม่า ต้องการสื่ อสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้ าหมายได้แทบทุกระดับ และมี


ส่วนสาคัญที่ช่วยให้ได้รับการเลือกตั้งเป็ นประธานาธิบดีในเวลาต่อมา สื่ อสังคมออนไลน์ บางส่วนที่นายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริ กาคนปัจจุบนั ใช้อยูท่ ี่มา: http://twitter.com/BARACKOBAMA,http://www.facebook.com/barackobama, http://www.myspace.com/barackobama, http://www.youtube.com/user/barackobamadotcom?blend=1&ob=4 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ดว้ ยเช่นกัน ซึ่ งใช้เป็ นช่องทางที่สาคัญ ช่องทางหนึ่งในการสื่ อข้อมูลสู่ประชาชนในวงกว้าง สื่ อสังคมออนไลน์บางส่วนที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้อยู่ ที่มา: http://www.facebook.com/Abhisit.M.Vejjajiva, http://twitter.com/pm_abhisit, http://abhisitvejjajiva.hi5.com/friend/p167931176-Abhisit_Vejjajiva--html สื่ อสั งคมออนไลน์ กับธุรกิจ ในอดีตที่ผา่ นมาจนถึงปัจจุบนั การสื่ อสารข้อมูลเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้ าหมายของธุรกิจ ได้มีการลงทุนในสื่ อที่เป็ น โทรทัศน์ หนังสื อพิมพ์ วิทยุ และนิตยสาร ซึ่ งเป็ นการสื่ อสารข้อมูล แบบทางเดียว รวมทั้งธุรกิจต้องลงทุนมากขึ้น หากต้องการขยายขนาดการรับรู้ของกลุ่มเป้ าหมาย ในปัจจุบนั การบริ โภคข้อมูลจากสื่ อของผูค้ นได้เปลี่ยนไป โดยส่วนใหญ่มีแนวโน้มใช้ สื่ อทางออนไลน์มากขึ้น เป็ นต้นว่า หากต้องการซื้ อสิ นค้าสักหนึ่งชิ้น ผูบ้ ริ โภคอาจไม่เริ่ มต้นหา ข้อมูลโฆษณาจากหนังสื อพิมพ์ หรื อนิตยสาร แต่หนั ไปหาข้อมูลที่ตอ้ งการในสื่ อออนไลน์แทน เพราะนอกจากจะได้ขอ้ มูลสิ นค้าแล้ว ยังได้ทราบความคิดเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับตัวสิ นค้า จากกลุ่มคนต่างๆ ไอบีเอ็ม (IBM) บริ ษทั ยักษ์ใหญ่ของโลกด้านคอมพิวเตอร์ ยังให้ความสาคัญต่อการใช้ สื่ อสังคมออนไลน์ ด้วยการให้พนักงานในบริ ษทั เขียนบล็อกของตัวเอง เพื่อเล่าถึงประสบการณ์ งานที่กาลังทาและเรื่ องราวที่ตอ้ งการแบ่งปัน ซึ่ งได้รับความสนใจจากผูค้ นอย่างกว้างขวาง และ มีส่วนสาคัญในการเชื่อมโยงเข้าสู่กลุ่มลูกค้าของบริ ษทั โดยยังไม่รวมถึงการพูดคุยผ่านทวิตเตอร์ การสื่ อไฟล์วีดีโอผ่านยูทูบ การแสดงไฟล์พรี เซนเตชัน่ ผ่านสไลด์แชร์ และอื่นๆ นอกจากนี้ธุรกิจขนาดเล็กได้ให้ความสนใจในสื่ อสังคมออนไลน์เช่นกัน เช่น เบลนด์เทค (Blendtec) บริ ษทั ผูผ้ ลิตเครื่ องปั่น ได้ออกซี รีส์ที่เป็ นคลิปวีดีโอในชื่อ “Will It Blend?” ลงใน ยู ทูบ โดยทําการปั่นวัตถุต่างๆ เช่น รี โมทโทรทัศน์ ลูกกอล์ฟ บัตรเครดิต ไอโฟน (iPhone) และไอ แพด (iPad) เป็ นต้น แม้มีการลงทุนที่ต่า แต่มีผลให้ยอดขายขยายเพิ่มขึ้นห้าเท่าตัว หนึ่งในวีดีโอ


ซี รีส์ “Wil l It Blend?” ที่ลงในยูทูบของ เบลนด์เทค (Blendtec)ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=qg1ckCkm8YI แม้แต่ในการดาเนินธุรกิจครอบครัวอย่าง ร้านก๋ วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง แห่งเมืองเพชรบุรี ได้มี แนวคิดการประยุกต์ใช้สื่อสังคมออนไลน์ กับธุรกิจไม่ว่าจะเป็ น Facebook, Hi5 และ Twitter ผนวกกับการใช้สื่อออนไลน์รูปแบบอื่น เช่น เอ็มเอสเอ็น (MSN) แบล็คเบอร์ รี่ (Blackberry) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) เว็บไซต์ (Website) และ รหัสคิวอาร์ (QR Code) ส่งผลให้ร้าน ก๋ วยเตี๋ยวจากเดิม ยอดขายวันละไม่กี่พนั บาท ได้เพิ่มเป็ นหลายหมื่นบาทต่อวัน ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี การประยุกต์ใช้ สื่ อสังคมออนไลน์ ในธุรกิจครอบครัวร้านก๋ วยเตี๋ยว ที่มา: http://www.pawoot.com/article/search-engine-marketing/553 สื่ อสั งคมออนไลน์ กับ ความรับผิดชอบต่อสั งคม การใช้สื่อสังคมออนไลน์ สามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่รู้จกั และไม่รู้จกั เข้าถึงองค์กร และ กลุ่มคนที่มีความชอบในเรื่ องเดียวกัน บทบาทของสื่ อออนไลน์ สื่ อออนไลน์มีบทบาทที่สาคัญ ในยุคข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ (Information Technology : IT) เพราะทาให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ มากขึ้น และใครที่มี ความสนใจในการนาเสนอข่าวสารต่อผูอ้ ื่น ตามมุมมองของตัวเอง ก็สามารถที่จะนาเสนอได้ เช่นเดียวกัน นักข่าวไม่ได้จากัดอยูแ่ ค่เพียงการร่ าเรี ยนมาทางสายงานสื่ อสารมวลชน หรื อสาขาที่เกี่ยวข้อง เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะข้อมูลข่าวสารในปัจจุบนั สามารถสื บค้น เขียน แลกเปลี่ยนเรี ยนรู้ ได้เสมอ การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของสังคม ย่อมที่จะทาให้การดาเนินชีวิตดีข้ ึน หมดสมัยแล้วกับ การปิ ดหูปิดตาประชาชนเหมือนในอดีตที่ผา่ นๆ มา ประชาชนในสังคมปัจจุบนั นี้ เริ่ มมีความรู้ความสามารถมากขึ้น เพราะมีเวทีออนไลน์ให้ แสดงออก โดยเฉพาะความคิดที่ตกผลึกในสมอง หรื อได้รับความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีที่ แพร่ ระบาดเป็ นไวรัสเพราะรวดเร็ วจนตามไม่ทนั จึงทาให้การรับรู้ขอ้ มูลข่าวสารต่างๆ มีความพร้อมอยูต่ ลอดเวลา ไม่จาเป็ นต้องพึ่งพาเฉพาะ “สื่ อ กระแสหลัก” เท่านั้น


กล่าวได้ว่า ถึงเวลาการปรับเปลี่ยนการนาเสนอข่าวสาร ให้เกิดความจริ ง คนทาข่าวตัวจริ งจึงต้อง กลัน่ กรองข่าวสารให้เกิดความถูกต้องตรงสถานการณ์ เพราะคนทาข่าวก็กาลังถูกการตรวจสอบ จากภาคประชาชนเช่นเดียวกัน สาเหตุที่ผคู้ นนิยมบริ โภคข่าวสารจากสื่ อออนไลน์ เพราะเกิดความไม่ไว้วางใจ และไม่มนั่ ใจใน ความเที่ยงตรงของสื่ อกระแสหลัก ที่มกั นาเสนอข่าวสารเพียงด้านเดียวเป็ นส่วนใหญ่ แม้ผมู้ ีอา นาจจะยืนยันกับประชาชนผ่านทางสื่ อกระแสหลักว่า “มีมาตรฐานและนาเสนอข่าวทั้งสองด้าน” แต่การกระทากับคาพูดแตกต่างอย่างเห็นได้ชดั จนกลายเป็ นวาทกรรมฮิตติดปากข้ามปี กันที เดียวกับคาว่า “สองมาตรฐาน” เมื่อก่อนประชาชน อาจจะเชื่อในสิ่ งที่ “ผูม้ ีอานาจ” พูด เพราะ “ผูม้ ีอานาจ” ครอบครองสื่ อ กระแสหลักเพียงผูเ้ ดียว สามารถบังคับให้ออกหรื อไม่ออกอากาศ หากต้องการชีแ้ นะแนวคิดให้ ประชาชนคล้อยตาม (โดยเฉพาะเรื่ องราวของการปฏิวตั ิหรื อรัฐประหาร) ประชาชนจึงจาใจต้อง ทนรับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวและหลงทางมาเป็ นเวลาช้านาน เมื่อโลกออนไลน์ได้สร้างวัฒนธรรม “ปฏิวตั ิสื่อ” ทาให้กรรมวิธีเดิมๆ ที่ชกั จูงความคิดของ ประชาชนได้สาเร็ จโดยง่าย ไม่สามารถกระทาได้ในปัจจุบนั ในทางกลับกัน “ผูม้ ีอานาจ” กาลังถูกสื่ อออนไลน์กระหน่าตอกย้าความลับที่เคยปกปิ ดไว้ให้ แพร่ กระจายออกมาอยูต่ ลอดเวลา แต่ปัจจุบนั นี้เปลี่ยนไปแล้ว ประชาชนผูก้ ระหายในข่าวสาร ต่างขวนขวายเสาะหา เพราะมีให้ สื บค้นได้ทวั่ โลก ปิ ดเว็บนี้ ก็เปิ ดเว็บโน้น ปิ ดเว็บโน้น ก็เปิ ดเว็บนั้น ไม่มีทางที่จะปิ ดกั้นความ อยากรู้อยากเห็นของประชาชนได้ แต่ไม่ว่าจะเป็ นสื่ อใดๆ ก็ตาม สิ่ งที่ตอ้ งพึงระวังไว้ก็คือ “อย่าได้เชื่อถือ” ในข้อมูลข่าวสารต่างๆ จนมากเกินไป ตรงกับหลัก “กาลามสูตร” ในพระพุทธศาสนาที่ว่า 1. อย่าได้เชื่อถือโดยฟังตามกันมา 2. อย่าได้เชื่อถือโดยการถือสื บ ๆ กันมา 3. อย่าได้เชื่อถือโดยการเล่าลือ 4. อย่าได้เชื่อถือโดยการอ้างตารา 5. อย่าได้เชื่อถือโดยตรรกะ 6. อย่าได้เชื่อถือโดยการอนุมาน 7. อย่าได้เชื่อถือโดยการคิดตรองตามแนวเหตุผล


8. อย่าได้เชื่อถือเพราะเข้ากันได้กบั ทฤษฎีของตน 9. อย่าได้เชื่อถือเพราะมองเห็นรู ปลักษณะน่าเชื่อ 10. อย่าได้เชื่อถือเพราะนับถือว่าท่าน (สมณะ) นี้เป็ นครู ของเรา เมื่อคุณจะเสพข่าวสารในปัจจุบนั ต้องมองและคิดให้รอบด้าน นาสื่ อหลายๆ สาขามาวิเคราะห์ รวมกัน แล้วจึงค่อยพิจารณาว่า จะเชื่อหรื อจะปล่อยไป “อย่าอิงกับกระแสข่าวปล่อย อย่าล่องลอยกับกระแสลมปาก จนเกิดความเชื่อแบบผิดพลาดและ ไม่อาจแก้ไขได้” ข้ อดีและข้ อเสี ยของสื่ อสั งคมออนไลน์ ข้ อดีของ สื่ อสั งคมออนไลน์ „ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่ งที่สนใจร่ วมกันได้ „ เป็ นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน ความรู้ หรื อตั้งคาถามในเรื่ องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรื อมีคาตอบได้ช่วยกันตอบ „ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่ อสารกับคนอื่น สะดวกและรวดเร็ ว „ เป็ นสื่ อในการนาเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รู ปภาพ วีดิโอต่างๆ เพื่อให้ผอู้ ื่นได้เข้า มารับชมและแสดงความคิดเห็น „ ใช้เป็ นสื่ อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรื อบริ การลูกค้าสาหรับบริ ษทั และองค์กรต่างๆ ช่วย สร้างความเชื่อมัน่ ให้ลูกค้า „ ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผใู้ ช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น „ คลายเคลียดได้สาหรับผูใ้ ช้ที่ตอ้ งการหาเพื่อนคุยเล่นสนุกๆ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากเพื่อนสู่ เพื่อนได้


ข้ อเสี ยของ สื่ อสั งคมออนไลน์ „ เว็บไซต์ให้บริ การบางแห่งอาจจะเปิ ดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หากผูใ้ ช้บริ การไม่ ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผูไ้ ม่หวังดีนามาใช้ในทางเสี ยหาย หรื อละเมิดสิ ทธิส่วน บุคคลได้ „ Social Network เป็ นสังคมออนไลน์ที่กว้าง หากผูใ้ ช้รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรื อขาดวิจารณญาณ อาจ โดนหลอกลวงผ่านอินเทอร์ เน็ต หรื อการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย ตามที่เป็ นข่าวตามหน้า หนังสื อพิมพ์ „ เป็ นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิ ทธิ์ ขโมยผลงาน หรื อถูกแอบอ้าง เพราะ Social Network Service เป็ นสื่ อในการเผยแพร่ ผลงาน รู ปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความ คิดเห็น „ ข้อมูลที่ตอ้ งกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซต์ในรู ปแบบ Social Network ยากแก่ การตรวจสอบว่าจริ งหรื อไม่ ดังนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กาหนดอายุการสมัคร สมาชิก หรื อการถูกหลอกโดยบุคคลที่ไม่มีตวั ตนได้ „ ผูใ้ ช้ที่เล่น social network และอยูก่ บั หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็ นเวลานานอาจสายตาเสี ยได้หรื อ บางคนอาจตาบอดได้ „ ถ้าผูใ้ ช้หมกหมุ่นอยูก่ บั social network มากเกินไปอาจทาให้เสี ยการเรี ยนหรื อผลการเรี ยน ตกต่าลงได้ „ จะทาให้เสี ยเวลาถ้าผูใ้ ช้ใช้อย่างไร้ประโยชน์


บทสรุป ในปัจจุบนั ผูค้ นเริ่ มหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์แทนสื่ อแบบเดิมๆ กันมากขึ้น ในการสื่ อสาร ข้อมูลถึงกัน ซึ่ งในช่วงเริ่ มแรก การใช้สื่อสังคมออนไลน์ มักใช้ในลักษณะของงานอดิเรก สื่ อสารกันระหว่างตนเองกับคนรู้จกั ใกล้ตวั จากนั้น ได้มีการขยายการปร���ยุกต์ใช้สู่ภาคธุรกิจ ซึ่ ง ได้รับการตอบรับจากผูค้ นอย่างกว้างขวาง สาเหตุสาคัญที่ทาให้ สื่ อสังคมออนไลน์ ได้รับความนิยมขึ้นเรื่ อยๆ มาจาก การใช้งานที่ง่าย เข้าถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ ว มีการแสดงความคิดเห็นไปมา และสื่ อที่นามาแบ่งปันมีลกั ษณะ หลากหลาย รวมทั้งการพัฒนาตลอดเวลาของเทคโนโลยีการสื่ อสารและอินเทอร์ เน็ต ทาให้มี แนวโน้มค่อนข้างชัดเจนว่า สื่ อสังคมออนไลน์ จะเป็ นสื่ อหลักของผูค้ นในโลกอนาคตอย่าง แท้จริ ง http://www.bu.ac.th/knowledgecenter/executive_journal/oct_dec_11/pdf/aw016.pdf http://www.oknation.net/blog/trainerpatt/2011/08/17/entry-1 http://www.thaigoodview.com/library/contest2553/type1/tech03/26/benefit.


สื่อออนไลน์