Issuu on Google+

คาชี้แจง การจัดทาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็ นการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้กบั นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ใช้ประกอบการศึกษาวิชาหลักการและเทคนิคการพยาบาล เพื่อ นาไปสูก่ ารปฏิบตั กิ ารพยาบาลที่ถกู ต้องคล่องแคล่ว นอกจากนัน้ ยังเป็ นการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดขี นึ้ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็ นสื่อที่ทาให้นกั ศึกษาพยาบาล ศาสตร์ และผูท้ ี่สนใจสามารถค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ หลักการเทคนิคการพยาบาลได้ โดยง่าย ขอขอบคุณ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชนั้ ปี ที่ 2 รุ่นที่ 65 ที่ได้เพียรพยายาม สร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อนาเสนอข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับหลักการและเทคนิคการ พยาบาลเรื่องการฉีดยาจนสาเร็จ เพื่อเป็ นประโยชน์ทางวิชาการ นักศึกษาพยาบาลและผูท้ ี่ สนใจได้ใช้ในการปฏิบตั กิ ารพยาบาลเพื่อการดูแลตนเอง ครอบครัวและชุมชน ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

อาจารย์อภิญญา เพียรพิจารณ์


คาชี้แจง การจัดทาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็ นการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้กบั นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ใช้ประกอบการศึกษาวิชาหลักการและเทคนิคการพยาบาล เพื่อ นาไปสูก่ ารปฏิบตั กิ ารพยาบาลที่ถกู ต้องคล่องแคล่ว นอกจากนัน้ ยังเป็ นการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดขี นึ้ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็ นสื่อที่ทาให้นกั ศึกษาพยาบาล ศาสตร์ และผูท้ ี่สนใจสามารถค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ หลักการเทคนิคการพยาบาลได้ โดยง่าย ขอขอบคุณ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชนั้ ปี ที่ 2 รุ่นที่ 65 ที่ได้เพียรพยายาม สร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อนาเสนอข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับหลักการและเทคนิคการ พยาบาลเรื่องการฉีดยาเข้ากล้ามเนือ้ เข้าชัน้ ผิวหนัง และชัน้ ใต้ผิวหนังจนสาเร็จ เพื่อเป็ น ประโยชน์ทางวิชาการ นักศึกษาพยาบาลและผูท้ ี่สนใจได้ใช้ในการปฏิบตั กิ ารพยาบาลเพื่อ การดูแลตนเอง ครอบครัวและชุมชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาจารย์อภิญญา เพียรพิจารณ์


คานา วิชาชีพพยาบาลเป็ นวิ ชาชีพที่ตอ้ งมีทักษะในการปฏิบัติงาน การศึกษาวิชา หลักการและเทคนิคการพยาบาลจึงเป็ นพื้นฐานที่สาคัญอย่างยิ่งของการประกอบวิชาชีพ การศึ กษาค้น คว้า ส่ วนใหญ่ จ ะศึ ก ษาค้น คว้า จากในต ารา แต่ใ นปั จ จุบัน เทคโนโลยี แ ละ สารสนเทศเจริญก้าวหน้ามาก การศึกษาค้นคว้าก็ควรจะพัฒนาให้กา้ วหน้าไปด้วย โดย อาจจะใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มาเป็ นสื่อการเรียนรูไ้ ด้ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็ นสื่อการเรียนการสอนที่ทกุ คนสามารถเข้าถึงได้ ง่ายและได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การจัดทาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ประกอบด้วย เรื่ อ งราวของการฉี ด ยาเข้า กล้า มเนื้ อ เข้า ชั้น ผิ ว หนัง และชั้น ใต้ผิ ว หนัง ไม่ ว่ า จะเป็ น ความหมายของการฉีดยา วัตถุประสงค์ของการฉีดยา ขัน้ ตอนการฉีดยา ชนิดของการ ฉีดยา การเตรียมวัสดุอปุ กรณ์ตา่ งๆสาหรับการฉีดยา และอันตรายที่เกิดจากการฉีดยา คณะผูจ้ ัดทาจะพยายามพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิก ส์ให้มีคณ ุ ภาพมากขึ้น ต่อผูท้ ี่สนใจเข้ามาศึกษาค้นคว้า เพื่ อประโยชน์ในการปฏิบัติการพยาบาลเกี่ยวกับการดูแล ตนเอง ครอบครัวและชุมชนต่อไป

คณะผูจ้ ดั ทา


แล้วทาไมต้องให้ยาโดย วิธีการฉีดด้วยล่ะคะ

วัตถ ุประสงค์ของการให้ยาโดยวิธีการฉีดก็คือ  ต้องการให้ยาออกฤทธิ์เร็ว  ให้ยาที่ไม่สามารถดูดซึมได้ในระบบทางเดินอาหาร  ให้ยาแก่ผปู้ ่ วยที่รบั ประทานยาทางปากไม่ได้ เช่นผูป้ ่ วยที่ไม่รสู้ ึกตัว เป็ นโรค หรือ มีความลาบากในการกลืน  ต้องการให้ยาชาเฉพาะที่  การฉีดยาจะช่วยให้เราสามารถให้ยากับผูป้ ่ วยในปริมาณที่แน่นอนได้ เพราะยาที่ฉีดเข้าไปในร่างกายสามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ทงั้ หมด เลยละ


การฉีดยา (Injection) หมายถึง การให้ยาทางอื่นที่ไม่ใช่ทางปาก เพื่อนๆทราบ ไหมว่าการฉีดยา มีกี่ชนิด

ใช่แล้วจ๊ะ

4 ชนิดค่ะ


ชนิดของการฉีดยา

1.การฉีดยาเข้าชัน้ ผิวหนัง ID,IC (Intradermal or Intracutaneous injection) 2.การฉีดยาเข้าชัน้ ใต้ผิวหนัง Sc, H, SQ (Subcutaneous or Hypodermic injection) 3.การฉีดยาเข้าชัน้ กล้ามเนื้อ IM,m (Intramuscular injection) 4.การฉีดยาเข้าเส้นโลหิตดา IV,v (Intravenous injection) (ในที่นไี้ ม่ได้นาเสนอ)


อืม!!! ถ้าฉีดยาผิดจะ เกิดอันตราย อะไร บ้างน๊า…???

งัน้ เรามาดูกนั !!!!


อันตรายที่เกิดจากการฉีดยา

1.การให้ยาผิด อาจเป็ นการให้ ย าผิ ด ชนิ ด ผิ ด ข นาด ผิด เวลา ผิด ทาง ผิดตัวผูป้ ่ วย ผิดเทคนิค และ การบันทึกผิด ซึ่งเมื่อให้ยาแล้วจะนายาออกมา จากตัว ผูป้ ่ วยได้ย าก ดัง นั้น พยาบาล ต้อ งยึ ด หลักความถูกต้อง 7 ประการ


2.การทาลายเส้นประสาท ที่พบบ่อยคือ การทาลายเส้นประสาทซัยติค (Sciatic Nerve) มักเกิดจากการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ ตะโพก บนด้านหลัง(Dorsol gluteal areas) ทาลายเส้นประสาท เรเดียล (Radial Nerve) มักเกิดจากการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ เดลตรอยด์ (Deltoid Muscle)

3.การติดเชื้อ พบได้ทกุ แห่ง จากมือผูฉ้ ีดยา ผิ ว ห นั ง ผู้ ป่ ว ย แ ล ะ เ ค รื่ อ ง มื อ เครื่ อ งใช้ที่ ไ ม่ ไ ด้ผ่ า นการท าให้ ปราศจากเชือ้ (Sterile)


4. บริเวณที่เกิดรอยโรค เป็ นปฏิกิริยาของผิวหนังที่แสดงออกมา เช่น จุดเลือด ผิวหนังแดงซา้ มีไตหรือก้อน เกิด จากการสะสมของสารละลายหรือยาที่ฉีดเข้าไป ในเนือ้ เยื่อใต้ผวิ หนัง หรือความเข้มข้นของยา สูง

5.

ความกลัว และ

ความบาดเจ็ บ ก่อนฉีดยา มัก พบว่ า ผูป้ ่ วยส่ ว นใหญ่ เ กิ ด ค ว า ม ก ลั ว โ ด ย พ บ ใ น เ ด็ ก มากกว่าผูใ้ หญ่


6. การแพ้ยา อาการแพ้ยาเกิดจากมีการหลัง่ สารฮีสตามีน (Histamin) ออกมาจากเซลล์ ทาให้ มี อ าการบวม ผื่ น จาม อาการแพ้ย าอาจเกิ ด หลังจากได้รบั ยาครัง้ แรกหรือครัง้ ต่อไป ดังนัน้ ผูฉ้ ีดยาจะต้องสอบถามประวัตกิ ารแพ้ยาด้วย


การป้องกันอันตรายจาก การฉีดยาโดยใช้หลัก

7R

1.ความถูกต้องตามชนิดของยา (Right Drug) ในการเตรียมยาควรอ่านฉลากที่ขวดหรือ หลอดยา 3 ครัง้ คือ 

 ก่อนหยิบยา  ก่อนดูดยา  ก่อนทิ้งขวดยาหรือหลอดยา

2.ความถูกต้องตามขนาดยา (Right Dose)  อ่านคาสัง่ ให้เข้าใจ  คานวณขนาดยาให้ถกู ต้อง  จามาตราส่วนในระบบต่างๆ เพื่อ คานวณและดูดยาได้ครบถ้วน


3.ความถ ูกต้องตามเวลา (Right Time) ปฏิบตั ดิ งั นี้  อ่านคาสัง่ ให้เข้าใจ  ทราบเวลาในการให้ยาในแต่ละโรงพยาบาล และควรให้ยาตรงตามเวลา

4.ความถูกต้องตรงตามที่แพทย์ ให้การรักษา (Right Route) หรือทางที่ยานัน้ ดูดซึมเข้าสูร่ ่างกายได้ดี

5.ความถูกต้องกับตัวผูป้ ่ วย (Right Client/Patient)  ถามชือ่ และนามสกุลของผูป้ ่ วยทุก ครัง้ ก่อนให้ยา  ในเด็กถามชือ่ และนามสกุลกับตัวเด็ก ควรตรวจสอบกับป้ายข้อมือ ญาติ และเจ้าหน้าที่


6.ความถูกต้องด้านเทคนิค (Right Technique) ต้องศึกษาเทคนิคเกี่ยวกับการผสมยาเข้าด้วยกัน การบริหารยาที่เข้า กัน ไม่ไ ด้ การเดิ น ยาเร็ ว เกิ น ไป การบดยา ที่ ไ ม่ค วรบด ยาออกฤทธิ์ เฉพาะที่ ต้องศึกษาให้ละเอียด

7.ความถ ูกต้องด้านการบันทึก (Right Record)  ลงบันทึกการให้ยาภายหลังการให้ยา  หากให้ยาคลาดเคลือ่ นจากเวลาในคาสัง่ การรักษาให้บันทึกเวลาที่ให้ ยา พร้อมเหตุผลที่ให้ยาไม่ตรงเวลา


...เรามารูจ้ กั อุปกรณ์ที่ใช้ใน การฉีดยากันเถอะ…


อ ุปกรณ์ที่ใช้ในการฉีดยา

เข็ม (Needle)

ยาที่ใช้ฉีด

กระบอกฉีดยา (Syringe)

น้าสาหรับผสมยา (มักใช้นา้ กลัน่ )


อ ุปกรณ์ที่ใช้ในการฉีดยา(ต่อ)

ภาชนะใส่กระบอกฉีดยา

สาลีช ุบแอลกอฮอล์ 70 % และสาลีแห้ง แห้ง


อ ุปกรณ์ที่ใช้ในการฉีดยา(ต่อ)

การ์ดยาฉีด หรือ ชาร์ทยา���ีด


เข็ม (Needle)

เข็ม (Needle) ทาด้วยโลหะไม่เป็ นสนิม  เข็มชนิดใช้ครัง้ เดียวทัง้ เรียกว่า Disposable needle  เข็มที่นากลับมาใช้อีกครั้งโดยการนึง่ ฆ่าเชือ้ เรียกว่า Reusable needle


ขนาดของเข็ม เข็มมีขนาดความยาวต่างๆกัน ตัง้ แต่ 1 – 4

5 นิว้ การใช้ความยาวของเข็ม ขึน้ กับตาแหน่งที่จะฉีดยาหรือความอ้วน ผอมของผูป้ ่ วยนะค่ะ


เบอร์เข็ม (Gauge) จะวัดจากเส้นผ่านศูนย์กลางของลาเข็ม ตัวเลข ยิ่งมากขนาดเข็มยิ่งเล็ก การเลือกใช้เข็มเบอร์อะไรขึน้ กับความหนืดของยา ยาที่มีความหนืดมาก ต้องใช้เข็มขนาดใหญ่


……เรือ่ งน่ารู… ้ . ปลายปาดของเข็มมีหลายลักษณะ ชนิดสัน้ ใช้แทงเข้าเส้นโลหิต เพราะทาให้ปลายปาดอยู่ภายในเส้นโลหิต ไม่แทงทะลุเส้นโลหิตออกมา ภายนอก ส่วนชนิดยาวมีปลายแหลมคม ใช้กบั การฉีดยาทุกชนิด ยกเว้นเข้า เส้นโลหิต ส่วนเข็มที่ไม่ควรสัมผัส คือ ลาเข็ม และ ปลายปาดของเข็ม


ตารางเบอร์และความยาวของเข็มตามชนิดของการฉีดยา

ชนิดของการฉีดยา ชัน้ ผิวหนัง ชัน้ ใต้ผิวหนัง

เบอร์ (G) 26 -27 24 -26

ชัน้ กล้ามเนื้อ Z - tract เด็ก

19 – 23 23 -25

ความยาว (นิ้ว) 3/8 -1/2 1

- 5/8 1 -1/2 2 5/8


กระบอกฉีดยา (Syringe)

กระบอกฉีดยาชนิด พลาสติก ใช้ครัง้ เดียวทิ้ง

กระบอกฉีดยาชนิดแก้ว สามารถนากลับมาใช้ได้อีก


ส่วนประกอบของกระบอกฉีดยา


กระบอกฉีดยา มีขนาดบรรจุตัง้ แต่ 1 มิลลิลิตร ถึง 50 มิลลิลิตร นอกจากนัน้ ยาบางชนิดจะมี กระบอกฉีดยาเฉพาะ

กระบอกพร้อมเข็มฉีดยาสาหรับฉีดอินซ ูลิน


ยาที่ใช้ฉีด

ยาที่ใช้ฉีด อาจบรรจุในขวด (Vial) หรือ หลอด (Ampule)

ยา….ที่บรรจุในขวดอาจเป็ นผงหรือของเหลวก็ได้ ขวดยาจะมีฝาจุก เป็ นขวดยาง และมีแผ่นอะล ูมิเนียมปิ ด


ย า … ที่ บ ร ร จุใ น ห ล อ ด ย า มี ช นิ ด แ ก้ ว แ ล ะ พลาสติกเป็นรปู ทรงกระบอก ที่ส่วนคอจะคอดเพื่ อสะดวก ในการหัก หลอดยาบางชนิดที่คอคอดจะมีแถบสีต่างๆกัน ซึ่งแสดงว่า หักหลอดยาได้เลย โดยไม่ตอ้ งใช้ใบเลื่อย ส่วน หลอดยาพลาสติ ก สันคอคอดจะใช้การบิ ดก็สามารถเปิด ออกได้


ขัน้ ตอนการปฏิบตั ิ

1.ตรวจสอบแฟ้มชือ่ ยากับคาสัง่ แพทย์โดยตรวจสอบ ชือ่ -สกุล ชือ่ ยา ขนาด ทางที่ให้และเวลาให้ยา เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในการใช้ยา

2.ตรวจสอบแฟ้มชือ่ ยากับหลอดยาก่อนหยิบยา เพื่อป้องกันการฉีดยาผิดชนิด

3.ศึกษารายละเอียดจากขวดยาหรือหลอดยาเกี่ยวกับ  ขนาดและจานวนยา เพื่อป้องกันการใช้ยาผิดขนาด  ชนิดและจานวนนา้ กลัน่ หรือสารละลายที่ใช้ผสม เพื่อให้ ยานัน้ มีประสิทธิภาพ

 วันหมดอายุของยา


4.ล้างมือให้สะอาด

ฝ่ ามือถูกนั

ฝ่ ามือถูฝ่ามือและนิว้ ถูซอกนิว้

ถูนวิ้ หัวแม่มือ

ฝ่ ามือถูหลังมือและนิว้ ถูซอกนิว้

หลังนิว้ มือถูฝ่ามือ

ปลายนิว้ ถูขวางฝ่ ามือ


5.ตรวจสอบแฟ้มชือ่ ยากับหลอดยาอีกครัง้ ก่อนดูดยา เพื่อป้องกันการฉีดยา ผิดชนิด

6.การดูดยาจากหลอดยาชนิดแก้ว

เคาะหลอดยา เพื่อไล่ยาที่คา้ งอยู่เหนือคอคอด ทาให้ได้ยาครบตาม กาหนด

 ใช้สาลีชบุ แอลกอฮอล์ 70% เช็ดรอบคอคอดหลอดยาและใบเลื่อยจับ หลอดยาในแนวตั้ง ใช้สาลีลองที่คอหลอด แล้วใช้ใบเลื่อย เลื่อยคอ หลอดยา จากนั้ น หั ก หลอดยา ถ้า บริ เ วณคอหลอดยามี แ ถบสี สามารถหักได้เลย

 ใช้เข็มเบอร์ 18 หรือ 20 ต่อกับกระบอกฉีดยา หมุนเข็มให้แน่นแล้ว ดูดยาตามจานวนที่ตอ้ งการ

 อ่านชือ่ ยาบนหลอดยาอีกครัง้ ก่อนทิ้งหลอดยา


7.การดูดยาจากขวดยา

 ใช้สาลีชบุ แอลกอฮอล์ 70 % เปิ ดฝาอลูมิเนียมทีเ่ ปิ ดขวดยา จากนัน้ แกะ ฝาออก แล้วเช็ดจุกยาด้วยสาลีชบุ แอลกอฮอล์ 70 %  ถ้าเป็ นยาผง เปิ ดขวดนา้ กลัน่ เช่นเดียวกับขวดยา  ใช้เข็มเบอร์ 18 หรือ 20 ต่อกับกระบอกฉีดยา หมุนเข็มให้แน่นแล้วดึง ลูกสูบออกเพื่อดูดอากาศเข้ากับปริมาณนา้ ที่ตอ้ งการผสมยา  ใช้ลาสีชบุ แอลกอฮอล์ เช็ดจุกยางอีกครัง้ ก่อนแทงเข็มแล้วดันอากาศ เข้าไปเท่ากับปริมาณนา้ ที่ตอ้ งการและดูดนา้ ตามปริมาณที่ตอ้ งการ นานา้ ที่ได้ใส่ในขวดยาเพื่อผสมให้ยาละลายและดูดอากาศตาม ปริมาณนา้ ที่ใส่เข้าไปในขวดยา  ถอนเข็มจากขวดยา เขย่ายา เพื่อให้เป็ นเนือ้ เดียวกัน


 ดึงลูกสูบโดยดูดอากาศ เท่าปริมาณยาที่ตอ้ งการใช้สาลีชบุ แอลกอฮอล์ 70% เช็ดจุกยางจากนัน้ แทงเข็มผ่านจุกยางดันอากาศเข้าไปในขวด เพื่อดูดยาตามความต้องการโดยยกขวดยาควา่ ลง  เมื่อได้ปริมาณยาที่ตอ้ งการ ให้ถือขวดยาให้อยู่ในแนวราบ แล้วจึงดึง เข็มออกจากขวดยา  เปลี่ยนเข็มดูดยาออกเป็ นเข็มสาหรับฉีดยา ใช้เบอร์เข็มแตกต่างกันตาม ตาแหน่งที่ฉีด

8. วางกระบอกฉีดยาในภาชนะที่สะอาดปราศจากเชือ้ โรค โดยระมัดระวังไม่ให้มกี ารปนเปื้ อนเชือ้ โรค


การฉีดยาเข้าชัน้ ผิวหนัง ( Intradermal or Intracutaneous injection)

หมายถึง การฉีดยาจานวนน้อยตัง้ แต่ 0.1-0.5 มิลลิลิตร เข้าในชัน้ ผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อวินจิ ฉัยโรค หรือทดสอบดู ปฏิกิริยาการแพ้ บางครัง้ เรียกการฉีดยานีว้ ่าการทา “Skin test”

สามารถฉีดได้ทกุ ตาแหน่ง

ตาแหน่งการฉีดยาเข้าชัน้ ผิวหนัง แต่ควรเป็ นบริเวณที่ผิวบาง ไม่มีขน

1.ด้านข้างของแขนท่อนบนค่อนไปด้านหลัง(Lateral and posterior sides of ther arm) 2.ใต้กระดูกสะบัก (Subscapular regions) 3.หน้าอกส่วนบน (Upper aspects of the chest) 4.ด้านในของแขนท่อนล่างหรือท้องแขน (Inner aspects of the forearm) ข้อควรรู้ การแทงเข็มทามุม 5-15 องศากับผิวหนัง ลึกประมาณ 1/8 นิ้ว เมื่อแทงเข็มแล้วไม่ตอ้ งทดสอบ ว่าปลายเข็มอยู่ในเส้นโลหิตหรือไม่ เดินยาช้าๆ จนเกิด ตุม่ บริเวณผิวหนัง และ ดึงเข็มออก ไม่ตอ้ งคลึงผิวหนัง จากนั้นท าเครื่ องหมายรอบรอยนูน เพื่ อ สังเกตอาการ เปลี่ยนแปลง


การฉีดยาเข้าชัน้ ใต้ผิวหนัง (Subcutaneous or Hypodermic injection)

หมายถึง การฉีดยาหรือสารละลายเข้าชัน้ ใต้ผิวหนัง โดยมีจานวน ไม่เกิน 1.5 มิลลิลิตร และยาที่ให้จะต้องละลายในนา้ (Water soluble drugs) การให้ยาชัน้ นีย้ าจะถูกดูดซึมได้ชา้ เนือ่ งจากมีเลือดมาเลี้ยงน้อยกว่า ชัน้ กล้ามเนือ้ แต่การออกฤทธิ์ของยาจะเร็วกว่าการให้ยาทางปาก

ตาแหน่งที่ฉีดยาเข้าชัน้ ใต้ผวิ หนัง

1. ด้านนอกของต้นแขน (The outer posterior aspects of the upper arms) โดยแบ่งต้นแขนออกเป็ น 3 ส่วน ฉีดด้านบน

2. ด้านหน้าของต้นขา (The anterior aspects of the thighs) จะฉีดบริเวณบริเวณระหว่าง 1 ฝ่ ามือตา่ จากปุ่ มกระดูกต้นขาและ 1 ฝ่ ามือเหนือเข่า 3. หน้าท้องส่วนล่าง (Abdomen) 4. ใต้กระดูกสะบัก (Subscapular regions)

5. ตะโพกบนด้านหลัง (The upper ventro or dorso gluteal areas)

ด้านหน้า

ด้านหลัง


มุมการแทงเข็ม

ข้อควรรู้

การแทงเข็มทามุม 45 – 90 องศา กับผิวหนัง ทัง้ นีข้ นึ้ กับ ความยาวของเข็มที่ใช้ ถ้าเข็มยาวให้แทงทามุม 45 องศา


การฉีดยาเข้าชัน้ กล้ามเนื้อ (Intramuscular injection)

หมายถึง การฉีดยาเข้าชัน้ กล้ามเนือ้ โดยการแทงเข็มผ่านชัน้ ผิวหนังและใต้ผิวหนัง การฉีดวิธีนสี้ ามารถให้ยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองต่อ เนือ้ เยื่อชัน้ ใต้ผิวหนัง ยาที่มีความเข้มข้นสูง ยาที่มีสว่ นประกอบไขมัน แขวนลอยหรือยาที่มีปริมาณมากกว่า 2 มิลลิลิตร แต่ไม่เกิน 5 มิลลิลิตร นอกจากนีย้ าที่ฉีดเข้ากล้ามเนือ้ จะถูกดูดซึมได้เร็ว กว่าเข้า ชัน้ ใต้ผิวหนังเพราะบริเวณกล้ามเนือ้ มีเส้นโลหิตมาเลี้ยงมากกว่า

ตาแหน่งที่ฉีดยาเข้าชัน้ กล้ามเนือ้ ที่นยิ มฉีดได้แก่

กล้ามเนือ้ แขน (Deltoid muscle) กล้ามเนือ้ ตะโพก (Gluteus muscle) กล้ามเนือ้ ต้นขา (Vastus lateralis muscle, Rectus Femoris muscle) ข้อควรรู้

การแทงเข็ม ทามุม 60 -90 องศากับ ผิวหนัง ทัง้ นีข้ นึ้ กับความหนาของเนือ้ เยื่อ


วิธีวดั ตาแหน่งกล้ามเนือ้ ต้นแขน

วิธีการวัดมี 2 วิธี คือ 1.

วัดจากปุ่มกระด ูกหัวไหล่ (Acromion process) ลงม��� 1- 1.5 นิว้ ฟุต หรือ 2-3 นิว้ มือ (Finger breadths)

2.

สร้างสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยใช้เส้นบนอยู่ตา่ กว่าปุ่ มกระดูกหัวไหล่ 2 นิว้ มือ และเส้นล่างอยู่ตรงระดับรักแร้ แล้วแบ่งสี่เหลี่ยมนีเ้ ป็ น 3 ส่วน ฉีดส่วนที่ 2


วิธีวดั ตาแหน่งฉีดยากล้ามเนือ้ ตะโพก

กล้ามเนือ้ ตะโพก ตาแหน่งที่สามารถฉีดได้ 2 ตาแหน่ง คือ

1.กล้ามเนื้อตะโพกด้านหน้า (Ventrogluteal site)

กล้ามเนือ้ ที่ใช้ฉีดได้แก่ กล้ามเนือ้ Gluteus medius และ Gluteus minimus

ภาพวิธีวดั ตาแหน่งแบบรูปตัววี


2.กล้ามเนื้อตะโพกด้านหลัง (Dorso gluteal site)

กล้ามเนือ้ ที่ควรฉีดได้แก่ กล้ามเนือ้ Gluteus maximusและGluteus medius

ข้อควรระวัง

ต าแหน่ ง นี้ เ สี่ ย งต่ อ การถูก กดประสาท Sciaticซึ่ ง ท าให้เ กิ ด อัมพาตที่ขา(Paralysis)ได้และเสี่ยงต่อการฉีดเข้าเส้นโลหิตใหญ่ จะไม่ใช้ ฉีดในเด็กอายุตา่ กว่า 2 ปี

1.วิธีวดั ตาแหน่งโดยใช้เส้นสมมติ


2.วิธีวดั ตาแหน่งโดยแบ่งเป็น 4 ส่วน

3. วิธีวดั ตาแหน่งโดยแบ่งเป็น 3 ส่วน


3.วิธีวดั ตาแหน่งฉีดยากล้ามเนื้อต้นขา มี 2 วิธี

1.ผูป้ ่ วยนอนหงาย ขาข้างที่จ ะฉี ดงอ เข่าเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนือ้ คลายตัว วิธีการวัด แบ่งบริเวณตั้งแต่เหนือเข่าถึง ปุ่ มกระดูกต้นขา ออกเป็ น 3 ส่วนเท่าๆกัน คื อ ส่ว นแรกอยู่บ ริ เ วณปุ่ มกระดูก ต้น ขา ส่ว นกลางอยู่ที่ บริ เ วณระหว่ า งปุ่ มกระดูก ต้น ขาและบริ เ วณเหนือ เข่า ส่ว นที่ สามคื อ บริเวณเหนือกระดูกต้นขา ฉีดส่วนกลาง คื อ บริ เ วณระหว่ า งปุ่ มกระดูก ต้น ขาและ บริเวณเหนือเข่า เยื้องออกด้านนอก

2.วั ด โดยวางมื อ ข้า งหนึ่ ง ต่า กว่ า ปุ่ ม กระดูกต้นขา มืออี กข้างหนึ่งวางเหนือ เข่า ฉี ด บริ เ วณช่อ งว่า งระหว่า งมื อ ทั้ง สองข้าง โดยเยื้องออกด้านนอก

ข้อควรระวัง

เป็ นตาแหน่งที่นิยมฉีดในเด็กเล็กอายุตา่ กว่า2ปี เนื่องจากกล้ามเนื้อตะโพก ยังไม่เจริญและไม่มีเส้นโลหิตใหญ่และเส้นประสาทขนาดใหญ่ผ่าน เมื่อฉีดยาจะถูก ดูดซึมเร็ว กล้ามเนือ้ ที่ใช้ฉีดได้แก่ Vastus latealis และ Rectus femoris


รายชื่อ น.ส.มินตรา

จารูญโรจน์

เลขที่ 49

น.ส.ศริกาญจน์ บุญแตง

เลขที่ 74

น.ส.มินตรา

ชูฟัก

เลขที่ 50

น.ส.ศุภาวรรณ วังราษฎร์

เลขที่ 75

น.ส.เมธาพร

ติชาวัน

เลขที่ 51

น.ส.สกวารัตน์ เมืองแมน

เลขที่ 76

น.ส.รจนา

เตชนราฤทธิ์

เลขที่ 52

น.ส.สกุลรัตน์

เกียรติยศ

เลขที่ 77

น.ส.รสรินทร์

ไฝชอบ

เลขที่ 53

น.ส.สมฤทัย

บุญพรหม

เลขที่ 78

น.ส.รัตนา

ตูส้ ะกาด

เลขที่ 54

นายสราวุฒิ

สังข์พลู

เลขที่ 79

น.ส.รุจริ ัตน์

ปั กเคเต

เลขที่ 55

น.ส.สลิลทิพย์

จันทร์โอภาส

เลขที่ 80

น.ส.รุจีลดา

ตรัยรัตนาธิคณ ุ เลขที่ 56

น.ส.สุกญ ั ญา

สิงห์แก้ว

เลขที่ 81

น.ส.ลลิตา

ทับทิม

เลขที่ 57

น.ส.สุดาวรรณ โภคัยวณิช

เลขที่ 82

น.ส.ลัดดาวัลย์ มัน่ สุวรรณ

เลขที่ 58

น.ส.สุนนั ท์ทิสา วงค์ลาวัลย์

เลขที่ 83

น.ส.วนิดา

เลขที่ 59

น.ส.สุนนั ทา

วงษ์สายสินธุ์

เลขที่ 84

น.ส.วรรณนิสา ลุลว่ ง

เลขที่ 60

น.ส.สุนสิ า

สายแสงจันทร์

เลขที่ 85

น.ส.วรินทร์ธร ทองสุข

เลขที่ 61

นายสุพจน์

ดีไทย

เลขที่ 86

น.ส.วัชราภรณ์ มูลฐี

เลขที่ 62

น.ส.สุภาวรรณ ลือเนตร

เลขที่ 87

น.ส.วารุณี

เลขที่ 63

น.ส.สุวิภา

ตระบุตร

เลขที่ 88

น.ส.วิภาวรรณ กับกระโทก

เลขที่ 64

น.ส.โสราญา

หัสนีย์

เลขที่ 89

น.ส.วิราสิณี

บุญวงศ์

เลขที่ 65

น.ส.หทัยชนก

ปลืม้ เกษร

เลขที่ 90

น.ส.วิศรุตา

สกุลสิทธิภ ู

เลขที่ 66

น.ส.อธิชา

แจ่มกลาง

เลขที่ 91

น.ส.เวณิกา

เชยสิทธิ์

เลขที่ 67

น.ส.อโนมา

บุญเลิศ

เลขที่ 92

น.ส.เวทินี

ม่วงมิตร

เลขที่ 68

น.ส.อมรรัตน์

ชาตินาเสียว

เลขที่ 93

น.ส.ศรัญญา

นากองแก้ว

เลขที่ 69

น.ส.อมรรัตน์

บุญอุดม

เลขที่ 94

น.ส.ศรัณย์พร

ชัยชนะศรีโสภณ เลขที่ 70

น.ส.อัจฉราพร

นนท์ศรี

เลขที่ 95

นายศราวุฒิ

ดวงพรม

เลขที่ 71

น.ส.อาภาพร

อินทรโกสุม

เลขที่ 96

น.ส.ศศลักษณ์

แย้มประสงค์

เลขที่ 72

น.ส.อิสยาห์

สินสอน

เลขที่ 97

น.ส.ศศิธร

พรเจริญ

เลขที่ 73

น.ส.ไอลดา

ตันยะกุล

เลขที่ 98

หะยียะห์ยา

กันกลางดอน



Injection