Page 1


จัดทําโดย สํานักพิมพ์ Lily&Iris รายชือ่ นักเขียน - ปาลินี - Itsara - ธุวฒ ั ธรรพ์ - Maron - Serpentine - Stillbreathing สัง่ ซือ่ หนังสือได้ทเี่ พจ Lily and Iris www.facebook.com/lilyandirispublishing

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติโดย Lily&Iris ห้ ามลอกเลีย่ นแบบไม่วา่ ส่วนหนึง่ ส่วนใดของผลงานเรื่ องนี ้ ไม่วา่ ในรูปแบบใด นอกจากนะได้ รับอนุญาตเป็ นลายลักษณ์อกั ษรจากผู้จดั ทําเท่านัน้


Puppy Love My idol เทหัวใจให้นายคนเดียว “จั๊ด จาดาดา จั๊ด จั๊ดจาดาดา จั๊ด จาดาดา จั๊ด จั๊ดจาดาดา” “จั๊ด จาดาดา จั๊ด จั๊ดจาดาดา จั๊ด จาดาดา จั๊ด จั๊ดจาดาดา” สายตาหนุ่มใหญ่จับจ้องบนเวทีตรงหน้า การแสดงของแดนเซอร์หนุ่มสะดุดตาซีอีโอผู้คว่ําหวอดใน วงการมานับสิบปี เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าภายในสถานที่เล็ก ๆ แห่งนี้จะมีเพชรเม็ดงามซุกซ่อนตัวอยู่ นี่ถ้า เพื่อนสนิทไม่บอก เขาคงไม่ได้มีโอกาสมาถึงที่นี่ “เสียดายนะ ไม่เห็นหน้าตาชัดๆจะเอาหน้ากากมาปิดทําไม” อาชวินเอื้อมมือจะไปคว้าแก้วเครื่องดื่มบนโต๊ะมาจิบ แต่มือหนึ่งมาช่วยหยิบให้เขาก่อน “จะสั่งเครื่องดื่มเพิ่มอีกไหมครับ” “ไม่ล่ะ ขอบใจ ดื่มมากไม่ได้พรุ่งนี้มีประชุมสําคัญ” อาชวินตอบกลับชายหนุ่มหล่อขาวคมหน้าตาดีที่มานั่งเป็นเพื่อนคุยกับเขาตั้งแต่หัวค่ํา เขาเลือกโฮสต์ คนนี้เพราะท่าทางเรียบร้อยกว่าใครเพื่อน ไม่น่าเป็นพวกช่างเซ้าซี้จนน่ารําคาญ “ดูคุณจะชอบน้องแดนเซอร์บนเวทีนะครับ” “หน่วยก้านไม่เลวนี่ รู้ไหมชื่ออะไร เป็นแดนเซอร์ประจําหรือว่าจ้างมาจากที่อื่น” “ซุยเรน เป็นแดนเซอร์ประจําคลับเราครับ คอยทําการแสดงให้พวกแขกดู อย่าว่าแต่คุณเลย แขกคน ไหนมาก็ชมทั้งนั้นว่าเต้นเก่ง แถมร้องเพลงเก่งด้วย” “ชื่อซุยเรนหรือ ดูน่าสนใจทีเดียว” การแสดงบนเวทีด้วยจังหวะเพลงเร็วจบลง ไฟสีดับพรึบก่อนจะเปลี่ยนเป็นลําแสงสีนวลสาดส่องตรง กลาง เด็กหนุ่มร่างสูงคนเดิมยังยืนอยู่ตําแหน่งเดิม คราวนี้เปลี่ยนมาจับไมค์ร้องเพลงสากลแทน เสียงทุ้มนุ่ม เรียกเสียงปรบมือชื่นชมจากผู้ชมด้านล่าง อาชวินเกาคางพลางจิบเครื่องดื่มในมือไปด้วย ดวงตาคมหรี่มองเหมือนสงสัยบางอย่าง “ถ้าผมอยากคุยกับน้องเขาเป็นการส่วนตัว จะได้ไหม” “อะไรนะครับ” เขามัวแต่มองไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว จึงไม่เห็นสีหน้ายุ่งยากใจของโฮสต์หนุ่ม “ว่าไงล่ะ ผมอยากพบแดนเซอร์คลับเป็นการส่วนตัวจะได้ไหม ทําไมตอบช้าจัง” “เอ่อ ถ้าคุณอยากเจอเขา งั้นรอสักครู่นะครับ ผมจะไปเจรจากับคนดูแลเด็กให้”


โฮสต์หนุ่มขอตัวลุกจากโต๊ะแขกเดินไปทางเคาน์เตอร์ กระซิบกับเพื่อนโฮสต์อีกคน อาชวินมองตาม สักพักเลิกสนใจ หันไปจิบเครื่องดื่มพลางดูการแสดงบนเวทีต่อ เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที อาชวินเริ่มเบื่อ เขาคอยอย่างไม่รู้คําตอบมานานแล้ว โฮสต์หนุ่มหน้า หวานหายเงียบไปพักใหญ่ หลังจากที่เขาขอให้ไปตามแดนเซอร์สูงยาวเข่าดีที่สร้างความประทับใจให้มาพบ “จะเอาไงนี่ ขี้เกียจรอแล้วนะ” อาชวินกระดกเครื่องดื่มเข้าปาก เหลือบไปเห็นโฮสต์คู่ขาพอดี พอเห็นเขากําลังเดินเข้าไปทางหลังร้าน ก็รีบวางแก้วลงแล้วลุกเดิมตามทันที “เดี๋ยวก่อนคุณ ว่าแต่จะเอาไงกับผมนี่ จะให้ต้องรออีกนานไหม”อาชวินเดินผลักประตูตาม แล้วก็ต้อง ชะงักเมื่อเห็นว่าห้องนั้นเป็นห้องแต่งตัวนักแสดง เด็กหนุ่มหันหลังจากกระจกเงามาจ้องเขาตาแป๋ว ส่วนเขาก็มองกลับเช่นกันด้วยแววตาฉงน แม้ ใบหน้าจะแต่งเติมไปด้วยสีสันของเครื่องสําอางก็ยังคะเนได้ว่าอายุไม่น่าเกินยี่สิบปี เขาเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี คนหนึ่ง ผิวพรรรณขาวดูหล่อสะอาดสะอ้าน ดวงตาภายใต้มาสคาร่าสีจางคมกริบ ริมฝีปากบางอมชมพูเม้ม แน่น ต่างมองกันและกันอยู่ไม่กี่อึดใจเด็กชายวัยรุ่นก็ยกมือเสยผมสีดําไฮท์ไลด์แดงเพลิงปัดไปข้างหนึ่งก่อนจะ ตั้งคําถาม “คุณเป็นใคร” แม้น้ําเสียงจะไม่แข็งกระด้างแต่ก็ไร้หางเสียงบ่งบอกว่าไม่พอใจที่มีคนบุ่มบ่ามเข้ามาสถานที่ส่วนตัว “ฉันมาตามหา” อาชวินกําลังจะบอกว่ามาตามหาใคร สายตาเหลือบไปเห็นหน้ากากสีดําประดับพลอย อยู่บนโต๊ะแต่งตัวพอดี เขาหันมามองเด็กหนุ่มคนเดิมอย่างพินิจอีกครั้ง ทั้งส่วนสูงและรูปร่างใกล้เคียงกับคนที่ อยากพบพอดี “เธอเป็นแดนเซอร์ที่ไปเต้นบนเวทีใช่ไหม” คนถูกตั้งคําถามหันไปมองหน้ากากก่อนจะหันกลับมายิ้มกวนๆ พร้อมตอบเขา “ใช่ แล้วจะทําไม” “โอ้ บังเอิญเป็นบ้าเลย ฉันให้คนไปตามเธอมาคุยด้วย แต่ไม่มีใครมาสักคน นี่ถ้าไม่ตาม เอ่อ” อา ชวินเกือบลืมไปเลยว่านอกจากเขาและเด็กหนุ่มตรงหน้า ยังมีโฮสต์อีกคนอยู่ด้วย หันไปมองเห็นสีหน้ากระอัก กระอ่วนก็อดสงสัยไม่ได้ “พี่ไม่ได้บอกเขาหรือครับว่า วันนี้ผมไม่ต้อนรับแขกหน้าไหนทั้งนั้น” อาชวินหันกลับมาอีกครั้ง อึ้งกับคําตอบที่เพิ่งได้รับรู้ว่าทําไมถึงได้ถูกทิ้งให้คอยคนเดียวตั้งนาน


“อ๋อ ที่แท้อยากเล่นตัว เพื่อโก่งค่าตัวนี่เอง” อาชวินหมั่นไส้ท่าทางเย่อหยิ่งของแดนเซอร์หน้าคมจอม เชิด เผลอพลั้งปากหลุดคําพูดไม่น่าฟังออกมา “ว่าไงนะ ไหนพูดใหม่สิ” เด็กหนุ่มชักสีหน้า ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา อาชวินจึงได้รู้ว่าไอ้หมอนี่ ตัวสูงกว่าเขามาก “ใจเย็นไอ้น้อง พี่พูดเล่น ถ้าน้องไม่ได้เล่นตัว อย่างที่พี่บอกมา น้องก็ไม่เห็นต้องโกรธ” อาชวินเห็นหมัดที่กําข้างตัวเขาค่อยคลายออกก็เบาใจ แต่กรามที่ขบแน่นทําให้เขาไม่กล้าเอ่ยคําใด ออกมาอีก นึกอยากตบปากปีจอของตัวเองเสียจริง จะเสียงานก็คราวนี้ “ผมกลับก่อนนะพี่ แล้วเจอกัน” แดนเซอร์หน้าหยกหันไปคว้าเป้สะพายหลัง ยกมือขึ้นผละอาชวินให้หลีกทางให้เขา อาชวินไม่เคย รู้สึกเสียหน้าเท่านี้มาก่อน ที่ผ่านมามีแต่คนพยายามเข้าหาเขา ไม่เคยมีใครกล้าเดินหนีเขาแบบนี้สักคน “เดี๋ยวสิ ฉันยังพูดไม่จบ ฉันมีเรื่องคุยกับเธอ” อาชวินรีบเดินไล่ตามให้ทันก่อนอีกฝ่ายจะเดินออกจากคลับ มือคว้าจับหัวไหล่ ยังไม่ทันเอ่ยปาก เสียง ตะโกนของใครคนหนึ่งดังลั่นมาจากข้างหลังเขา “อย่า! ซุยเรน” ยังไม่ทันมองหาต้นเสียง อาชวินรู้สึกเหมือนเท้าตัวเองกําลังลอยจากพื้น แสงไฟจาก ด้านบนส่องเข้าตาอย่างจังจนต้องหลับตาปี๋ ร่างเขาลอยกลางอากาศอยู่เสี้ยวนาทีก่อนจะร่วงไปตามแรงเหวี่ยง ลงไปกระแทกพื้น อาชวินเจ็บจุกไปทั้งแผ่นหลังส่งเสียงร้องไม่ออก เขาได้ยินเสียงฮือฮาอยู่รอบตัว ใครสักคนจับเขาทุ่มด้วยวิชาป้องกันตัว ซุยเรนนั่งหน้าบึ้งอยู่ในห้องทํางานของเจ๊ซากุระ รอคอยเวลาชําระโทษ คืนนี้เขาก่อเรื่องใหญ่ไม่เบา คงมีเขาคนเดียวกระมังที่กล้าทําร้ายเมมเบอร์จนถึงขั้นต้องหามส่งโรงพยาบาล “บ้าชะมัด บอกแล้วไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น ทําไมถึงมาเซ้าซี้อยูได้ น่ารําคาญ” เขาต้องนั่งคอยแบบนี้อีกนานเท่าไรนะ น่าเบื่อหน่ายเสียจริง สายตามองไปเห็นตุ๊กตากระต่ายบนโต๊ะ เจ้านายพอดี มือคว้ามาขยําเล่นแก้เซ็ง เขาจับหูยาวๆ เหวี่ยงหมุนเล่นสนุกสนาน เสียงประตูถูกเปิดเข้ามา ซุยเรนหันหลังกลับไปมอง ฟิ้ว เขาเผลอปล่อยมือจากเจ้ากระต่ายปลอมสีขาว ตุ๊กตาตัวโปรดของเจ๊ซากุระลอยละลิ่วไปตกตรงหน้า เจ้าของ


“ตายแล้ว ลูกแม่” เสียงร้องตกอกตกใจของเจ๊ประหนึ่งตุ๊กตาตัวน้อยมีชีวิต เจ๊รีบหยิบขึ้นมาอุ้มกับอก ราวกับลูกสุดที่รักอาการบาดเจ็บหนัก หันมามองคนทําร้ายตาเขียวปั๊ด “นี่เธอกล้าประทุษร้ายเมมเบอร์ยังไม่พอ ยังทําร้ายน้องเป๊ก สุดที่รักของฉันอีกหรือ” ซุยเรนแอบก้มหน้าหัวเราะขํา ยิ่งทําให้เจ๊ซากุระปั้นสีหน้ายักษ์เข้าไปอีก “ว่าแล้วยังไม่สํานึกอีกหรือ ดีนะที่เมมเบอร์เขาไม่เป็นไรอะไรมาก แค่คอเคล็ดเท่านั้น นี่ถ้าเขาเป็น อะไรไปมากกว่านี้ คลับฉันได้ลงข่าวหน้าหนึ่งแน่” “โธ่เจ๊ ผมเบามือที่สุดแล้วนะครับ เขามายุ่งกับผมเองทําไมล่ะ ผมบอกแล้วว่า วันนี้ผมไม่คุยเป็นการ ส่วนตัวกับเมมเบอร์ไหนทั้งนั้นนี่ครับ” “แต่เธอไม่ควรไปทําร้ายเขาแบบนั้นนะ” “ผมเดินหนีแล้ว เขายังตามมาไม่เลิกนี่ ผมรําคาญจะให้ทําไง” “เธอควรเรียกการ์ดประจําคลับมาจัดการแทนสิ ไม่เห็นต้องลงมือทําร้ายเขาเลย แล้วไงต่อ นี่เจ๊ยังไม่ แน่ใจเลยนะว่าเขาจะเอาเรื่องไหม โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งอยากบ้า” เจ๊ซากุระกุมขมับเดินวนไปวนมาเหมือนหนูติดจั่น ให้ตายสิ มีวันไหนบ้างที่พวกโฮสต์ภายใต้การ ปกครองของตนจะไม่ก่อเรื่องให้ต้องตามล้างตามเช็ด ซุยเรนก้มหน้านิ่งเงียบ ไม่มีคําแก้ตัวใดๆ เพราะเขาทําผิดจริง เขายอมรับว่าตนวู่วามใจร้อนเกินไป “พรุ่งนี้เธอต้องไปขอโทษคุณวินกับฉัน” “อะไรนะ” ซุยเรนเงยหน้าขึ้นจากพื้นห้อง ย่นหัวคิ้วชนกัน “ขอพูดดังๆ ให้ชัดเจนนะ เธอต้องไปกราบขอโทษคุณอาชวินกับฉันแต่เช้า เข้าใจไหม” “แต่ว่าผมไม่ได้ทําอะไรผิดนี่ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดเอง” “ไอ้ความเข้าใจผิดนี่ล่ะ คือข้อผิดพลาดของเธอ เธอทําร้ายเขาต้องไปขอโทษเขาสิ ถามจริงยังเป็น ลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า ” เจ๊ซากุระได้ยินเสียงถอนใจดังหลังจากสอนสั่งจบ เธอรู้ดีกว่าคนของเธอดื้อด้านแค่ไหน แต่ให้ทําไงได้ คลับต้องง้อลูกค้า ไม่ใช่ปล่อยให้หลุดมือ “โอเคๆ ตามนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาพบเจ๊ที่นี่แต่เช้านะ ขอตัวไปอาบน้ําก่อน จะนอน ง่วง เมื่อคืน ไม่ได้นอนทั้งคืน” เจ๊ซากุระพยักหน้า หลังจากซุยเรนเดินออกไปนานแล้ว ก็เดินกลับเข้าโต๊ะทํางานของตน รื้อหยิบ เอกสารในลิ้นชักออกมาดู ใบสมัครโฮสต์ที่ยังไม่ได้พิจารณารับทํางานมีอีกหลายฉบับซึ่งต้องอ่านให้จบวันนี้


เปิดไปเปิดก็พบใบสมัครเก่าๆ ปนมาด้วย ภาพถ่ายของซุยเรนติดอยู่มุมหนึ่งของใบสมัคร เวลาไม่ได้แต่งหน้าเขาเป็นเด็กชายวัยรุ่นธรรมดาคน หนึ่ง สดใสสมวัยไม่เหมือนคนที่ต้องแบกรับภาระของครอบครัว เจ๊ซากุระจําวันแรกที่พ่อของซุยเรนพามา วัน นั้นแทบไม่เห็นรอยยิ้มของเขาแม้แต่นิดเดียว เขารู้ชะตากรรมตัวเองดีว่าชีวิตต่อแต่นี้ไปขึ้นอยู่กับความเมตตา ของเจ้าของคลับคนนี้ เวลาผ่านไปเกือบสองเดือน ซุยเรนเริ่มจะปรับตัวกับการทําหน้าที่ในคลับได้แล้ว แต่ยังไม่ยอมพบปะ สนทนากับเมมเบอร์คนไหนเป็นการส่วนตัวอย่างที่ขอร้องไว้จริงแต่แรก ด้วยฐานะโฮสต์พิเศษของเขาทําให้ หลายคนไม่ค่อยพอใจ บ้างก็ยุให้ไล่ออก แต่เจ๊ซากุระให้เหตุผลไปว่า ซุยเรนไม่เคยทําผิดกฎ แถมเรียกแขก ได้ดีเสียด้วยจากความสามารถด้านการร้องเต้น แล้วยังเป็นเด็กขี้ประจบขี้อ้อน ยามต้องการขอไปไหน จะมายิ้ม หวานใส่ เอาอกเอาใจสารพัดจนน่าหมั่นไส้เป็นบางที หลังจากนั้นไม่นานเจ๊ซากุระถึงค่อยตะล่อมเด็กหนุ่มทีละ นิดให้ยอมรับแขกบ้างเป็นบางวัน “เจ้าเด็กบ้าเอ้ย ก่อเรื่องได้ทุกทีสิน่า” เจ๊ซากุระ อ่านไป อมยิ้มขําไป ก่อนจะโทรเรียกลูกน้องคนสนิทเข้าคุยงาน เจ๊ซากุระเดินนําหน้านําทัพลูกน้องเข้าไปในเขตโรงพยาบาลเอกชน ก่อนจะหยุดห่างจากหน้า เคาน์เตอร์แบบกะทันหันในระยะสองเมตรทําให้เด็กในสังกัดสองคนแทบเดินชนร่างล่ําๆ ของเจ๊แก “เอ้ ว่าแต่คุณอาชวินพักห้องไหนนะ ยูเมะ เธอไปถามสิว่า คุณอาชวินอยู่ไหน” เด็กหนุ่มหน้าตาใสซื่อที่มากับซุยเรนพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์คนเดียวหลังจากนั้น ก็เดินกลับมาให้คําตอบกับเจ๊หัวหน้าดอกไม้ อาชวินเกลือกตามองไปที่ประตูเมื่อเห็นว่ามีแขกมาเยี่ยม เวลานี้เขาไม่สามารถขยับคอได้ แถมแขนข้าง หนึ่งก็เข้าเฝือก “คุณวินคะ เจ๊พาเด็กๆ มาเยี่ยมนะคะ แล้วจะพาซุยเรนมากราบขอโทษด้วยค่ะ” เจ๊ซากุระจีบปากจีบคอพูด เดินกรีดกรายมาใกล้เตียง พร้อมยกมือไหว้ด้วยท่าที่อ่อนช้อยที่สุด เธอหัน ไปผงกศีรษะ เรียกเด็กทั้งสองให้เดินมาทักทายคนป่วย คนหนึ่งว่าง่าย ให้ทําอะไรก็ทํา ส่วนอีกคนตัวต้นเหตุเจ๊ แทบจะหยิกเนื้อลากมาทีเดียว ซุยเรนกลั้นหัวเราะเกือบไม่อยู่เพราะสภาพเมมเบอร์ซีอีโอสุดหล่อที่เห็นในเวลานี้ต่างจากเมื่อคืน สิ้นเชิง ใบหน้าซีดขาวเหมือนใช้แป้งมาทาทั้งกระปุก ลําคอตั้งขึ้นเพราะถูกเข้าเฝือก แขนขางหนึ่งต้องวางนิ่งกับ


ที่ หนักเฝือกเกินกว่าจะขยับมาทํากิจกรรมได้ อาชวินกรอกตามองมาทางเด็กหนุ่ม ทําได้แค่เม้มริมฝีปาก จะอ้าขยับปากพูดก็ทําไม่ได้เพราะติดดาม เฝือกต้นคอ ได้แต่ส่งสายตาขุ่นเคือง เจ๊ซากุระรีบกระทุ้งสีข้างซุยเรนให้รู้สึกตัว เด็กหนุ่มกลั้นขําเอาไว้ได้ เดินมาตรงหน้าอาชวิน ยกมือขึ้นแทบกราบบนตักถ้าทําได้ “ผมต้องกราบขอโทษคุณด้วยที่ทําร้ายร่างกายจนถึงกับนอนหมดสภาพแบบนี้ อโหสิกรรมให้กันนะครับ โอ้ย” เจ๊ซากุระหยิกเนื้อแขนของซุยเรนจนแทบหลุดติดมือด้วยข้อหาเกรียนไม่เลือกเวลา ซุยเรนหันไป มองเจ้านายพร้อมยิ้มแหย “ขอโทษให้มันดีๆ หน่อย เดี๋ยวเหอะจะโดนไม่ใช่น้อย” เจ๊กระซิบเสียงดุข้างหู คราวนี้เด็กแสบยอม เชื่อฟังแต่โดยดี ขอโทษด้วยคําพูดที่สุภาพและไม่ประชดประชันเหมือนเมื่อสักครู่ ทั้งหมดใช้เวลาอยู่ในห้องผู้ป่วยไม่นาน ผู้ป่วยก็หลับเพราะฤทธิ์ยา ทั้งหมดพากันออกจากโรงพยาบาล หลังจากเยี่ยมเมมเบอร์คนสําคัญเรียบร้อยแล้ว เจ๊พาเด็กในสังกัดทั้งสองไปหามื้อกลางวันทานในร้านอาหาร แห่งหนึ่งไม่ไกลจากโรงพยาบาลนัก ซุยเรนโหยหิวมาตั้งแต่ตื่นนอน พออาหารมาวางตรงหน้าตนก็รีบสวาปามแบบไม่สนหน้าใคร “ค่อยๆกิน เดี๋ยวติดคอหรอกย่ะ” เด็กหนุ่มเงยหน้าจากชามอาหารพูดทั้งข้าวเต็มปาก “ผมสบายอยู่แล้ว” ซุยเรนไม่ได้ฟังเสียงบ่นพึมพําของเจ๊ต่อ ก้มหน้าก้มตากวาดทุกอย่างบนโต๊ะเกลี้ยง หลงเหลือแค่เศษกระดูกก้นถ้วย “อิ่มจังเลย” เด็กหนุ่มยกน้ําอัดลมมากระดกดื่มอึกใหญ่ เจ๊ซากุระมองค้อนแล้วมองค้อนอีก หมั่นไส้ ความเล่นใหญ่ของโฮสต์หนุ่ม “เอาล่ะ อิ่มกันแล้วใช่ไหม เจ๊มีข่าวจะบอก” “ผมพร้อมแล้วครับ” ซุยเรนรีบรวบช้อน คว้ากระดาษมาเช็ดปาก ส่วนเด็กหนุ่มหน้าซื่อนามว่ายูเมะ นั่งคอยอย่างเงียบเชียบมาพักหนึ่งแล้ว “ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม เจ๊มีเวลาไม่มาก คืองี้ เดือนหน้าเจ๊จะไปดูงานที่โอซาก้าและไปหารับสมัครโฮสต์ มาเพิ่ม ช่วงนี้กิจการกําลังไปได้สวยต้องตีเหล็กยามร้อน” “เย้ ดีจังเลยผมจะได้มีเพื่อนใหม่ๆ เยอะ ว่าแต่เจ๊จะไปนานแค่ไหน” “หนึ่งเดือน เจ๊ไปไม่นานหรอก รีบทําธุระเสร็จแล้วจะรีบกลับ”


เจ๊ซากุระชําเลืองมองโฮสต์ตัวแสบประจําคลับ เห็นรอยยิ้มมุมปากทีไรเจ๊รู้โดยไม่ต้องซักถาม ต้องกําลัง วางแผนคิดทําอะไรแผลงๆอยู่แน่นอน ไม่รีบปรามเสียก่อนอาจเหลิงไปมากกว่านี้ “อะแฮ่ม เจ๊จะเอาโฮสต์อาวุโสไปคน แต่ไม่เอายูเมะไป เพราะเจ๊จะให้ยูเมะคอยเป็นหูเป็นตาให้เจ๊เวลา ใครออกนอกกฎ ให้รีบโทรไปฟ้องได้ทันที” ซุยเรนหันมามองเพื่อนร่วมงาน ยูเมะก็หันไปมองเขาเช่นกัน สองคนนี้ถึงจะทํางานในคลับเดียวกัน เป็นโฮสต์เหมือนกัน แต่แทบไม่เคยคุยกันเลย อาจเพราะซุยเรนไม่ค่อยสุงสิงกับใคร พอเสร็จหน้าที่ก็รีบกลับ คอนโดทันที นานทีจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้หากเจ๊ไม่เรียกไปข้างนอกพร้อมกัน เด็กหนุ่มหน้าหล่อซื่อลอบกลืนน้ําลายลงคอ เขาพอจะรู้ว่าซุยเรนไม่ค่อยคบหากับโฮสต์คนไหนกระทั่ง กับเมมเบอร์ก็แทบไม่เคยเจอตัวเขา แต่ไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้มาก่อน ชักเริ่มรู้สึกหวั่นใจ นิสัยใจคอลึกๆของ ซุยเรนเขาแทบไม่เคยรู้ ให้ตายสิ แววตาไอ้แดนเซอร์คนนี้เวลาจ้องจับผิดใคร แทบจะกลืนๆคนนั้นเลยทีเดียว “อย่าไปขู่เสียให้ยากเลย ยังไงเสียยูเมะก็ไม่กลัวเธอหรอก แล้วฉันก็หาคนคุ้มครองเขาแล้วด้วย เจ๊ แน่ใจว่าเธอคงไม่คิดแหกกฎใช่ไหมซุยเรน”


Missing You ทีร่ ักครับ อย่าห้ามผมไม่ให้คดิ ถึงคุณ เสียงทํานองเพลงดังขึ้นเบา ๆ เป็นสัญญาณเริ่มต้นของโชว์พิเศษในค่ําคืนนี้ แขกหนุ่มหลายคนต่าง หยุดกิจกรรมต่าง ๆ ลงและหันมาให้ความสนใจที่หน้าเวที โชว์ดี ๆ จากดีว่าคนดังแห่ง Hana Club ซึ่งได้ ชื่อว่ามีเสียงที่ไพเราะที่สุดแบบนี้ ใครล่ะจะไม่อยากฟัง

อยากให้เวลานั้นหายไป ไม่อยากให้คืนสุดท้ายที่เราได้ผูกผัน รู้ว่าผิดที่ซ้อนซ่อนความสัมพันธ์ แต่ที่ ฉันรักเธอคือเรื่องจริง ได้โปรดใครบอกได้มั๊ย หัวใจ...จะผ่านคืนนี้อย่างไร ทนไม่ได้ หากพรุ่งนี้ไม่พบเธอ ไม่ได้ เจอ แล้วฉันจะเป็นอย่างไร เสียงละมุนเจือปนความเศร้าขับกล่อมให้คนฟังรู้สึกคล้อยตามไม่ยากเย็นนัก เสียงปรบมือดังขึ้นเป็น ระยะ ขณะที่สายตาแทบทุกคู่จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหนุ่มรูปงามเสียงหวาน รูปร่างอรชร นี่ยังคงเป็นอีกหนึ่ง วันที่เขาปกปิดใบหน้าที่แท้จริงด้วยสารพัดเมคอัพ ราวกับว่ามันคือหน้ากากที่ซุกซ่อนความลับอะไรบางอย่าง เอาไว้ แทบไม่เคยมีใครเห็นเบื้องหลังของหน้ากากนี้สักครั้ง หากแต่อาจเรียกได้ว่าเป็นสีสันและเสน่ ห์แสนเย้า ยวนอย่างหนึ่งกับการนั่งลุ้นว่า วันนี้คนหน้าสวยจะออกมารับแขกด้วยลุคอะไร

บอกตัวเองพอแล้ว บอกว่าพอแล้ว เจ็บจนเกินจะทนแล้ว แค่กอดยังทําไม่ได้... ห้วงเสียงเปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกอันน่าเศร้า ชายหนุ่มหลับตาลงในขณะเอื้อมเอ่ย ประโยคสุดท้ายก่อนจะเข้าเพลงท่อนฮุคด้วยน้ําเสียงที่หนักแน่นและเจ็บปวดยิ่งกว่า

ไม่ใช่เธอรออยู่บนฟ้าไกล ต้องเอื้อมไปคว้าเธอเด็ดลงมาหรือไร จะอยู่ตรงนี้ไม่ไกล แค่ลมหายใจ แม้ ใกล้แต่ก็รักไม่ได้ อยากจะเอาสองมือกอดเธอไว้ไม่ให้ไกล อยากจะซบอิงไหล่ ไปยืนเคียงข้างกาย แต่ต่อให้รัก เท่าไหร่ รักเธอเท่าไหร่ แค่ไหนก็กอดเธอไม่ได้ หยดน้ําใส ๆ ไหลรินออกจากดวงตาคู่สวย ผู้ชมหลายคนนิ่งเงียบราวกับต้องในมนต์สะกดที่กระแทกลง ไปกลางใจ ขณะที่อีกส่วนเริ่มปรบมือ เป่าปาก และร้องเฮฮาอย่างชอบใจในโชว์ชุดนี้ ร่างบางยังคงขับกล่อมเนื้อ เพลงไปต่อจนจบ

แต่ต่อให้รักเท่าไหร่ รักเธอเท่าไหร่ แค่ไหนก็กอดเธอไม่ได้...ไม่ได้... ขณะที่ร้องประโยคจบ สายตาของดีว่าหนุ่มหันจับจ้องมองแขกคนสําคัญที่กําลังนั่งจ้องมองมาที่เขา เช่นกัน สายตาแห่งความอาลัย เศร้าหมอง และสับสนถูกแสดงออกให้อีกฝ่ายได้เห็นอย่างปิดไม่มิด เพียงครู่ ต่อมา ดีว่าหนุ่มเลือกจะเสมองทางอื่นและกลับมาเป็นคนเดิม เขาเริ่มส่งเสียงทักทายแขกในร้าน และเชื้อเชิญ เพื่อนร่วมร้านขึ้นมาทําการแสดงโชว์ต่อไป ก่อนจะพาตัวเองเดินกลับลงไปที่หลังร้านอีกครั้ง


"เสียงดีไม่เปลี่ยนเลยนะรัน" เสียงนุ่มลึกของซากุระ มาสเตอร์ของ Hana Club ดังขึ้น เจ้าของชื่อ ปรายตามองก่อนขานรับคําชมอย่างตะกุกตะกัก ก่อนที่เขาจะหุบปากแทบไม่ทันเมื่อได้ยินประโยคถัดมา "ดูท่า เธอคงอินกับเนื้อเพลงมาก หรือต้องการจะสื่อความหมายไปถึงใครกันนะ" ซากุระพูดต่อด้วยน้ําเสียงฟังดูมีนัยยะอะไรบางอย่าง หนุ่มหน้าหวานลอบกลืนน้ําลายตนเองอย่าง หนืดคอก่อนค่อย ๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับมาสเตอร์ผู้เปรียบเสมือนบุพการีอีกคนของเขา มาสเตอร์คนนั้น ยังคงส่งรอยยิ้มหวานดุจน้ําผึ้งมาให้ ใช่ ใบหน้ายิ้ม...แต่ดวงตากลับไม่ยิ้ม สีหน้าแบบนี้คือสิ่งที่เขารู้สึกกลัวจับใจ

เหมือนกับว่ากําลังถูกอ่านใจอยู่เลย "คิดว่าเธอยังคงจําเรื่องราวในอดีตของตัวเองได้ดีอยู่นะ อย่าให้ฉันต้องไล่ย้อนความทรงจําให้เลยว่า เพราะอะไรเธอถึงต้องมาอยู่ที่นี่ และใครคือคนที่เธอควรหลีกหนีให้ห่าง" "...ฉันจําเรื่องนั้นได้ดีน่าเจ๊ อย่าเป็นกังวลไปเลย จริง ๆ นะ" "ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี หวังว่าเธอจะไม่ทําให้ฉันผิดหวัง หยุดมันซะ ก่อนที่เรื่องจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ การปล่อยใจให้ไหลตามกระแสคลื่นจะทําให้เธอสูญสิ้นทุกสิ่งจําเอาไว้...ไปพักซะ วันนี้เธอไม่ต้องออกไปต้อนรับ แขกแล้ว" เขายืนมองคนที่เขารักดั่งแม่คนที่สองค่อย ๆ เดินออกห่างไป นี่คงเป็นอีกครั้งที่คําพูดของซากุระมันกรีด ลึกลงไปในใจ หยดน้ําตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อร้นอีกครา ชายหนุ่มเลือกก้มหน้าปล่อยสายน้ําไหลละลายความรู้สึก โชคดีที่ตอนนี้ภายในร้านค่อนข้างวุ่นวายทําให้ไม่มีใครสนใจอะไรเขามากนัก ชายหนุ่มสะอื้นเบา ๆ ก่อน ตัดสินใจพาร่างของตนไปยังห้องน้ําเพื่อจัดการตัวเองเสียใหม่ หากแต่เมื่อไปถึง เขาก็ได้พบกับคนที่เขาเพิ่ง พล่ามพรรณนาความในใจออกไปบนเวทียืนดักรออยู่ "............" ทั้งที่ในร้านมีเสียงพูดคุยดังกระจองอแง แต่ทั้งสองกลับรู้สึกถึงความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ บรรยากาศแสนอึดอัดแบบนี้คือสิ่งที่รามินทร์เกลียดนัก เขาแสร้งทําไม่สนใจ และตั้งใจเดินผ่าน ก่อนจะต้อง หยุดอยู่ที่เดิมเมื่อมือแข็งแรงนั่นจับแขนเขาไว้เสียก่อน "ทําไมต้องทําแบบนี้รัน?" "...อะไร" "นายจงใจหลบหน้าฉัน" "คิดไปเองหรือเปล่าคุณอาชวี ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องหลบหน้าคุณเสียหน่อย อีกอย่าง คุณเป็นแขก ของที่ร้าน หากเรียกใช้เมื่อไรผมก็ต้องเข้าไปคอยให้บริการอยู่แล้ว แต่ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ให้บริการ และวันนี้ผม


หมดคิวทํางานแล้ว เพราะฉะนั้นผมขอตัวก่อน" ร่างบางตัดบทพร้อมพยายามแกะมือของอีกฝ่ายที่ยังคงเกาะกุม แขนของเขาอยู่ "ใช่ ในเมื่อมันนอกเวลางานของนาย งั้นฉันก็มีสิทธิ์ที่จะขอคุยกับนายเป็นการส่วนตัว" "และผมมีสิทธิ์จะปฏิเส...!!!" เสียงพูดหยุดลงแค่นั้นเมื่อคนที่มักใจเย็นมาตลอดเกิดอาจหาญรุกล้ําสิทธิ์ส่วนตัวของเขาด้วยการประกบ ปากและสอดลิ้นเข้ากวาดเกลี่ยโลมเลียจนเขาเริ่มระทวย เรี่ยวแรงที่เคยมั่นใจว่าสามารถคุมเกมได้เสมอจู่ ๆ กลับหดหายด้วยรสสัมผัสจากคนตรงหน้า มือใหญ่กร้านเริ่มซุกซนลูปไล้ตามเนื้อตัว ก่อนที่เจ้าตัวจะหันมาสูด กลิ่นหอมที่ต้นคอและบรรจงจุมพิตสร้างสัญลักษณ์ความเป็นเจ้าของ ร่างบางเผลอครางออกมาเบา ๆ ตัวของ เขาสั่นสะท้านด้วยอารมณ์กํานัดและอาจเพลี่ยงพล้ําให้แล้ว หากโสตประสาทไม่ทันได้ยินเสียงเพื่อนร่วมร้าน ลอยมาแต่ไกลเสียก่อน รามินทร์รวบรวมแรงที่เหลือยกเท้าถีบยันร่างคนตัวใหญ่ให้หลุดออกจากตัว อาชวีล้มลงด้วยแรงส่งจาก คนตรงหน้า เขาไม่เข้าใจว่าทําไมรามินทร์ถึงปฏิเสธเขาแรงปานนี้ "รัน นาย..." "...อย่าทําแบบนี้อีก ถ้ายังอยากเจอหน้ากันอยู่ วันนี้ฉันเหนื่อย อย่าเพิ่งคุยกันเลยนะ" ไม่รอให้ตอบ รามินทร์รวบรวมสติ พาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงเดินกลับออกลงจากตึกไปอย่างไม่แยแสว่าเขาเพิ่งทิ้งให้คนเบื้องหลัง เผชิญความรู้สึกเจ็บปวดเพียงลําพัง ในยามนี้ตัวเขาไม่อาจแบกรับความรู้สึกของใครไว้กับตัวได้ เพราะตัวเองยัง ไม่อาจสกัดกั้นอารมณ์พลุกพล่านที่อยู่ในตัวได้ด้วยซ้ํา ในหัวได้แต่ร้องบอกและตอกย้ําว่าสิ่งที่ทําอยู่นั้นมันดี ที่สุด แม้ต้องทําร้ายจิตใจตัวเองมากแค่ไหน แต่คําตอบของเขาก็ยังคงเป็นเช่นเพลงที่เพิ่งร้องออกไป

กอดไม่ได้... เสียงจอแจดังขึ้นเป็นระยะบ่งบอกให้เห็นถึงบรรยากาศชวนรื่นเริงภายใน Hana Club คลับโฮสต์ หรูหราบนตึกสูงระฟ้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครที่เต็มไปด้วยแขกหลากวัยหลากฐานะ ทุกคนต่างสนใจมายัง สถานที่แห่งนี้เพื่อปลดปล่อยความสุขกับการมีคนคอยเอาอกเอาใจ แม้มันจะเป็นความสุขที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ก็ตาม และแม้ว่าบางครั้งกลุ่มโฮสต์อย่างพวกเขาจะไม่ค่อยมีอารมณ์อยากรับแขก แต่ในเมื่อมันคืองาน และเขา คือ 1 ในระดับท็อปของที่ร้าน ดังนั้นต่อให้เป็นลูกค้าที่ไม่อยากเจอหน้าสักเท่าไรก็ตาม แต่หากถูกเรียกตัว เขาก็ ไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธได้เช่นกัน


"รัน รับแขกโต๊ะ 7 หน่อย วันนี้ถึงคิวของแขกกลุ่มนั้นแล้ว" เสียงเรียกจากมาสเตอร์หยุดทุกความคิด ของรามินทร์ที่กําลังเหม่อลอยไปเรื่อยเปื่อย เขาล่ะเบื่อนัก เพราะโต๊ะที่เรียกตัวเขานั้นมีแต่สมาชิกหน้าเดิม ซึ่งแม้จะเป็นระดับวีไอพีแต่ก็จัดได้ว่าเป็นแขกชั้นเลวที่ชอบหลอกฉวยโอกาสกับเหล่าโฮสต์อยู่เป็นประจํา โดยเฉพาะโฮสต์ที่ชอบแต่งคอสเพลย์แบบเขาเนี่ย "จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ" เสียงเล็กแหบนิด ๆ ตอบรับ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เผยให้เห็นถึงชุดกี่เพ้ายาวผ่าข้างสูงสีน้ําเงินสลับ ทอง ลวดลายบนชุดเป็นดอกโบตั๋นสีหวาน ช่างเข้ากันดีกับรองเท้าคัตชูสูง 5 นิ้วสีครีมที่เจ้าตัวใส่อยู่ยิ่งนัก ด้วยรูปร่างที่ผอมบางดูอ้อนแอ้นอรชร ทําให้การจัดเสริมเติมแต่งทรวดทรงได้ง่ายขึ้น ไหนจะใบหน้าหวานรูป ไข่ที่จัดแจงแต่งจนเนียนสวยนี้และทรงผมที่เกล้ามวยอย่างประณีตและเสียงที่แทบแยกเพศไม่ออกนี่อีก หาก บอกว่านี่คือหญิงสาว ก็คงไม่มีใครคิดค้าน ซากุระปรายตามองเด็กในสังกัดที่รักดั่งลูกด้วยความภูมิใจ ติดแค่นิด เดียวว่า ไอ้เจ้าเด็กแสบนี่ดันทําหน้าบอกบุญไม่รับเสียได้ "ทําหน้าดี ๆ หน่อยสิ ถึงนั่นจะไม่ใช่แขกชั้นดีก็เถอะ แต่เขาก็ยอมจ่ายตังค์มาเพื่อเรียกแกไปนั่งโต๊ะ เชียวนะ แม้ที่นี่โฮสต์จะเลือกแขกได้ แต่ขืนเอาแต่เลือก ระวังจะไม่มีกินล่ะ" พูดอย่างกับว่าเขาอยากได้เงินที่ พวกตาแก่นั่นเอามาปรนเปรอนักนิ "รู้แล้วน่า" รามินทร์รับคําอย่างเสียไม่ได้ เขาหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อปรับโหมดให้ตัวเอง ก่อนที่จะลืม ตาขึ้นด้วยสีหน้าที่แตกต่างไปจากเดิมราวฟ้ากับเหว และเดินไปยังโต๊ะที่ซื้อตัวเขาไว้ "โอ้ว รันจังมาแล้ว" เสียงของลุงสูงวัยร่างอ้วนร้องทักขึ้นทันทีที่เห็นคนที่ต้องการ วันนี้รันจังของพวก เขาดูสวยสง่าไปกว่าทุกทีจนทําเอาใจเต้นตึกตักเชียวล่ะ "สวัสดีจ้า วันนี้มากันเร็วจัง" "วันนี้เป็นวันพิเศษนี่นา ให้มาช่วยเปิดร้านยังไหวเลย ฮ่า ๆ" วันพิเศษที่ว่าคือวันแห่งการคอสเพลย์ ที่รามินทร์คิดขึ้นมาเอง โดยใน 1 อาทิตย์ มีเพียงวันเดียวเท่านั้นที่เขาจะทําการแต่งคอสเพลย์เป็นสาวสวย แบบจัดเต็มเช่นวันนี้ ในวันอื่น ๆ ชายหนุ่มจะแต่งชุดและแต่งหน้าตามอารมณ์ “ว่าแต่วันนี้คอสเพลย์เป็นสาวจีนเหรอ ดูสวยสง่า แปลกไปกว่าทุกทีเลยนะ" แขกอีกคนที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะเอ่ยทักขึ้นบ้าง เขาคนนี้ดูจะเป็นคนที่สุภาพที่สุดในกลุ่ม แต่นั่นก็แค่เฉพาะ ตอนก่อนที่น้ําเมาจะเข้าปากเท่านั้นแหละ "แต่เฮียชอบรันจังในชุดสาวเมดของอาทิตย์ที่แล้วมากกว่า ชุดนี้มันดูจะมิดชิดไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร ไหน ๆ ก็อุตสาห์ผ่าสูงขนาดนี้เลยนี่นะ ใส่มาเพื่อเฮียเลยปะนั่น ฮ่า ๆ"


แขกคนสุดท้ายของโต๊ะกล่าวแทรกขึ้นมาพร้อมเอามือข้างหนึ่งลูบต้นขาของเขาอย่างจงใจ และนี่คือคนที่ เขานึกรังเกียจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง กิริยา หรือแม้แต่คําพูดก็มักมีแต่คําที่ฟังดูหยาบคายจนน่าประเคนหมัด ให้สักตุ๊บ รามินทร์ยิ้มรับคําชมแบบฝืน ๆ แม้ในใจจะคิดก่นด่าในความบ้ากามของอีกฝ่ายที่แสดงออกอย่างปิดไม่ มิดอยู่ก็ตาม เขารู้สึกโชคดีที่มาสเตอร์เลือกสร้างกติกาไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนของของโฮสต์ให้แขกรับรู้ ไม่งั้นมีหวัง เขาคงต้องระวังตัวอย่างมากเลยล่ะ ก็ดูแต่ละคนสิ สายตาจ้องจะเขมือบเขาเสียขนาดนี้น่ะ "แหม จะบอกว่าใส่ชุดนี้แล้วไม่สวยเหรอ" "ใครว่าล่ะ สวยสิ...สวยมากจนเฮียแทบอดใจไม่ไหวแล้ว คืนนี้ไปต่อกับเฮียมั้ย" "ฮ่ะ ๆ ไม่เอาน่ะ เฮียเทพก็รู้กฎของ Hana Club ดีไม่ใช่เหรอครับ จริงสิ! วันนี้พวกพี่สั่งอะไรมา ดื่มกันเหรอ มาเดี๋ยวรันช่วยชงให้เอง" เขารีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นขวดเครื่องดื่มที่แขก สั่งไว้และลอบเบะปากและกรอกตาขึ้นบน

เฮอะ เห็นบอกว่ารวยนักรวยหนา แต่เวลากินเหล้าดันสั่งแต่แบบราคาประหยัดเนี่ยนะ การต้อนรับแขกยังคงดําเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาที่แขกเตรียมตัวกลับบ้านกัน หลังจากมีพนักงาน ในร้านเดินมาแจ้ง ชายหนุ่มก็ฉีกยิ้มหวานให้แขกทั้งสามอีกครั้ง พร้อมบอกลา วันนี้ช่างโชคดีนักที่ไม่เจอกับการ รุกของแขกจอมหื่นกามมากเท่าไร เสียงดนตรีเริ่มเปลี่ยนเป็นจังหวะชวนสนุก นั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่า กําลังจะมีการแสดงบางอย่าง ขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นความพิเศษของที่นี่เช่นกัน โฮสต์ทุกคนสามารถขึ้นเวทีทําการแสดงเป็นโชว์พิเศษสร้างความ บันเทิงให้กับแขกในร้านได้ หากมีคนยอมทุ่มเงินสั่งเครื่องดื่มราคาสูงตามเรตที่ร้านกําหนด "จริงสิ วันนี้รันจังจะได้ขึ้นโชว์มั้ย? ถ้ามีจะได้นั่งกันต่ออีกหน่อย" "อืมมม นั่นสินะ มันขึ้นอยู่กับว่า...พวกพี่อยากให้รันขึ้นโชว์หรือเปล่า ถ้าอยาก...คงรู้ว่าต้องทํายังไง เนอะ"


Killing Love รักต้องฆ่า โฮสต์คลับทั่วไป ลูกค้าย่อมมีอํานาจในการตัดสินใจเลือกโฮสต์ที่พึงใจมาให้บริการ ด้วยหลักสําคัญในการ ทําธุรกิจ ‘ลูกค้าคือพระเจ้า’ แต่หลักนี้ ใช้ไม่ได้กับฮานะคลับ สวนดอกไม้แห่งนี้มิได้เปิดให้แมลงทุกตัวเข้ามาดอมดมพลางดื่มกินน้ําหวานจากมวลบุปผา ทว่าดอกไม้ งามแห่งฮานะคลับ กลับเป็นฝ่ายเลือกแมลงเสียเอง ดังเช่น ‘สุมิเระ’ โฮสต์อันดับหนึ่งที่แขกทุกระดับชั้นต่าง หมายปองและอยากได้รับบริการจากเขาสักครั้ง ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวยเสียจนผู้หญิงยังต้องอาย การ ให้บริการที่ดีเลิศจนแขกรู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า แต่สุมิเระมิได้เปิดโอกาสให้แขกทุกคนจับจองเป็นเจ้าของช่วงเวลาแห่งความสุข โฮสต์หนุ่มต่างหาก ที่ เป็นฝ่ายเลือกว่าจะรับ หรือปฏิเสธ ดังนั้นแขกที่สามารถจองตัวเจ้าหญิงแห่งสวนดอกไม้นี้ ย่อมเป็นเพียงแขกที่ สุมิเระหมายตาไว้เท่านั้น และวันนี้เจ้าหญิงก็ปรากฏกายในชุดสูทสีดํา เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในติดระบายตรงสาบกระดุม ร่างเพรียว บางเพียงแค่เดินผ่าน แขกทุกโต๊ะก็ต่างเหลียวมองจนตาแทบเคล็ด และไม่ต้องคาดหวังว่าตนจะได้รับโอกาสที่ จะได้เชยชมความงามของสุมิเระอย่างใกล้ชิด เมื่อเจ้าหญิงเดินขึ้นไปยังพื้นที่ชั้นบนอันเป็นห้องส่วนตัวที่มีแต่ แขกวีไอพีระดับแพลทินัมเท่านั้นที่สามารถใช้บริการได้ นั่นหมายถึงวันนี้สุมิเระมีแขกที่พึงใจแล้ว ความงามที่ทิ้งค้างในดวงตาทุกคู่ ทําให้แขกเกือบทั้งหมดตกอยู่ในภวังค์ เป็นเรื่องชาชินตาที่เกิดขึ้นเสมอ จนซากุระมิได้รู้สึกประหลาดใจอะไร ทว่าสิ่งที่ทําให้เจ้าของคลับแห่งนี้แปลกใจ กลับเป็นชายที่บัดนี้ยืนอยู่เบื้อง หน้าตนต่างหาก “ผมขอใช้บริการห้องส่วนตัว” ซากุระเก็บความสงสัยเอาไว้ ขณะที่สีหน้ายังคงยิ้มแย้มได้ราวกับสวมหน้ากาก “ได้เลยค่ะ ฮานะคลับจัดเตรียมห้องส่วนตัวสําหรับบริการแขกระดับแพลทินัมไว้อยู่แล้ว ว่าแต่ คุณจะ ใช้ห้องคนเดียว หรือว่า...” “ผมขอเลือกโฮสต์ด้วยครับ” นี่ยิ่งทําให้ซากุระประหลาดใจขึ้นเป็นสองเท่า เพราะชายผู้มาพร้อมหน้ากากอนามัยคนนี้ แม้มานั่งที่ คลับบ่อยครั้ง ทว่าเขาไม่เคยเรียกโฮสต์มาให้บริการเลยแม้แต่ครั้งเดียว


“มีดอกไม้ที่หมายตาเอาไว้หรือยังคะ ถ้าจะให้ฉันแนะนํา ซุยเรนกับอาคาอิบาระ ตอนนี้เป็นโฮสต์ที่ ได้รับความนิยมมากจนคิวแทบไม่ว่าง แต่ถ้าเพื่อแขกพิเศษอย่างคุณ ฉันจะลัดคิวให้เฉพาะวันนี้วันเดียว” พูด จบก็ขยิบตาให้ ก่อนเปิดรูปจากโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพชายหน้าใส่สไตล์เกาหลี ที่ดูแล้วอายุอานามน่าจะยังไม่ พ้นวัยเยาวชน กับอีกคนเป็นหนุ่มหล่อจัด ที่เพียงเห็นก็แทบละลาย “ยูร”ิ ซากุระเลิกคิ้วเล็กน้อยกับชื่อที่ได้ยิน “ยูริ... เหรอคะ” มิตรภาพพยักหน้า ชื่อเดียวที่ซากุระไม่คาดว่าจะได้ยิน ทําให้เจ้าของคลับบังเกิดความลังเลในใจ เพราะครั้งแรกที่พบเด็กหนุ่ม เขาถูกทําร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนจมกองเลือดอยู่ในซอกตึก และเมื่อฟื้นขึ้นมา ได้รับรู้ว่ายูริมีทักษะพิเศษบางประการที่เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป ซากุระจึงรู้ว่าอดีตก่อน ความทรงจําจะหายไป เขาต้องมีชีวิตไม่ธรรมดา บางที... ชายตรงหน้าอาจเป็นอันตรายต่อยูริ “ฉันเกรงว่า...” “อ้าว! คุณบี สวัสดีครับ” ทั้งที่ตั้งใจจะโกหกว่าไม่อยู่ เจ้าแมวบ้ากลับโผล่มาดื้อ ๆ แบบนี้ ซากุระจึงจําต้องเก็บกลืนคําพูดลงคอ สายตาคาดคั้นและเร่งเร้าของมิตรภาพ ทําให้ซากุระไม่อาจปฏิเสธหน้าที่ เธอตบมือสองครั้ง บริกรเดิน มาค้อมศีรษะตรงหน้ามิตรภาพ ก่อนผายมือเพื่อนําทางเขาและยูริขึ้นไปยังพื้นที่อันเป็นที่ตั้งห้องส่วนตัวของ แขกวีไอพี แต่กระนั้น ก็มิวายส่งสายตาให้ยูเมะ โฮสต์คนสนิทที่ซากุระวางใจให้เป็นหูเป็นตาแทนตน ชายร่างเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวคลุมด้วยสูทและกางเกงขาสามส่วนลายสก็อตสีขาวดําพยักหน้าครั้งหนึ่ง ก่อนลอบติดตามทั้งคู่ไปห่าง ๆ โดยมิให้คนประสาทสัมผัสดีอย่างยูริจับสังเกตได้ ห้องขนาดใหญ่ประกอบด้วยม่านยาวสีเบจรายรอบทั้งสี่ด้าน โซฟาหนังแท้วางตั้งเป็นรูปตัวแอลสอง ฟาก ตรงกลางมีโต๊ะกระจกวางเครื่องดื่มเอาไว้พร้อมสรรพ จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่เลือกดูได้ทั้งช่องโทรทัศน์ปกติ ภาพยนตร์ หรือคาราโอเกะ อาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟดังที่จ้างมาเฉพาะสําหรับคลับหรู ทุกองค์ประกอบล้วน ทําให้ผู้ใช้บริการห้องส่วนตัวเปี่ยมด้วยความรื่นรมย์ ทว่าสีหน้ามิตรภาพกลับหม่นหมอง


ทันทีที่อยู่เพียงลําพังสองต่อสอง เขาถอดหน้ากากอนามัยออกเพราะได้รับการยืนยันจากยูริว่าไม่มี กล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้ “หน้าคุณ...” โฮสต์หนุ่มครางเมื่อเห็นรอยจางบนแก้มของเขา อีกทั้งริมฝีปากด้านข้างที่มีแผลนั่น ก็ทําให้รู้ว่าชาย หนุ่มพบเจอเรื่องเลวร้ายมา “ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ฉันไม่เจ็บ” แม้พูดเช่นนั้น แต่ประกายในดวงตาที่สั่นระริก บ่งบอกถึงความรู้สึกที่แท้จริงได้ดีกว่าคําพูด ยูริเลี่ยงที่จะพูดถึงรอยแผล เขารู้ดีว่าหากมิตรภาพอยากเล่า เขาคงเล่าออกมาเอง หน้าที่ของโฮสต์คือ ให้บริการอย่างดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจ ชายหนุ่มรินไวน์ใส่แก้วสองใบ และยื่นให้ลูกค้าวีไอพีใบ หนึ่ง “แม้ไวน์จะช่วยรักษาบาดแผลไม่ได้ แต่อย่างน้อย ก็ช่วยให้เราลืมมันไปได้ครู่หนึ่งนะครับ” มิตรภาพรับแก้วไวน์มากระดกครั้งเดียว ของเหลวสีแดงก่ําในแก้วก็ไหลลงลําคอจนหมด ชายหนุ่ม ทอดสายตามองใบหน้าหวานของคนให้บริการ ดวงตาเชื่อมเพราะฤทธิ์แรงของแอลกอฮอล์ทอประกายบางอย่าง อันเป็นความรู้สึกที่แท้จริงซึ่งถูกบุคลิกที่สร้างขึ้นเคลือบแฝงมาโดยตลอด “นาย... ไปต่อข้างนอกกับฉันได้ไหม” ยูริยิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตของชายที่หน้าหวานไม่แพ้ผู้หญิง จ้องเข้าไปในแววตาหม่นเศร้าของ มิตรภาพ “แขกระดับแพลทินัม สามารถพาโฮสต์ไปข้างนอกได้อยู่แล้วครับ” เขากล่าวด้วยน้ําเสียงลําบากใจ “เพียงแต่... คุณรู้กฎดีใช่ไหมครับ” “รู้... แต่ถ้าอยู่ข้างนอก ก็ไม่มีใครรู้ว่าเราทําอะไรไม่ใช่เหรอ” เสียงเครือของมิตรภาพ ราวกับเป็นคนละคนกับที่ยูริเคยเห็นและรู้จัก เขาคงเจอเรื่องที่ กระทบกระเทือนความรู้สึกอย่างรุนแรง จนทําให้กําแพงบางอย่างในจิตใจพังทลายลงเช่นนี้ มิใช่ยูริจะไม่รับรู้ความรู้สึก และมิใช่ตนจะไม่รู้ถึงความปรารถนาเบื้องลึกในใจของตัวเอง ทว่ากฎอัน เข้มงวดของฮานะคลับ คือห้ามไม่ให้โฮสต์ ‘มีความรัก’ รวมถึง ‘มีเซ็กส์’ กับแขก ไม่ว่าจะในคลับหรือข้างนอกก็ ตาม แม้โฮสต์คนอื่นอาจมีบ้างที่ฝ่าฝืนกฎเพื่อหวังเงินทองหรือเพราะไม่อาจหักห้ามหัวใจของตนได้ แต่กับยูริที่ ได้รับการช่วยชีวิตจากซากุระ กฎของร้านย่อมหมายถึงประกาศิตที่ตนต้องทําตามอย่างเคร่งครัด


“ผมไม่สามารถฝ่าฝืนกฎได้จริง ๆ ครับ” สีหน้าของมิตรภาพหม่นลง เขาพยักหน้ารับรู้ ทว่ากลับต้องเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ เมื่อจู่ ๆ คนที่นั่งห่างออกไปกว่าคืบ กลับเขยิบกายเข้าใกล้ จนท่อนแขนสัมผัสกัน ใบหน้าหวานหันมองเขาในระยะประชิดจนลมหายใจอุ่นราดรด ดวงตาคู่งามมีมนตร์ สะกดให้เขาตัวแข็งทื่อ มือของยูริฉวยแก้วในมือมิตรภาพวางลงบนโต๊ะ ก่อนกุมมือชายหนุ่มไว้แผ่วเบา “แต่ถ้าเว้นไว้เพียงแค่เรื่องความรักกับเซ็กส์... นอกนั้นผมพร้อมบริการคุณนะครับ” และกว่าจะรู้ตัว ริมฝีปากบางเฉียบของยูริก็ประกบเข้ากับปากของมิตรภาพ จนชายหนุ่มเบิกตาค้าง กลิ่นหอมหวานของส้มและองุ่นจากน้ําหอม เบลอ เดอ แชแนล จรุงจมูกจนทําให้เคลิบเคลิ้ม ที่ตั้งใจจะขัดขืน กลับหลับตาพริ้มปล่อยให้ลิ้นของยูริรุกเร้าเข้ามาเกี่ยวพันกับลิ้นตนที่ตอบสนองอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พลันขนทั่วสรรพางค์ต้องลุกชัน เพราะมือของโฮสต์หนุ่มกลับปล่อยจากมือตน เลื่อนมาวางอาบหน้าอก ก่อนสะกิดเขี่ยปลายยอดที่ไวต่อสัมผัส จนร่างที่นั่งจมลงไปกับโซฟานุ่ม ต้องแอ่นตัวเด้งขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม แม้อยากร้องห้าม ทว่าริมฝีปากที่ถูกประกบปิดมิอาจเปล่งถ้อยคําได้อย่างตั้งใจ คงมีเพียงเสียงครางที่ดัง ลอดออกมาเท่านั้น และเสียงครางยิ่งทวีหน่วงหนัก ลมหายใจหอบประหนึ่งวิ่งมาไกลหลายกิโลเมตร เมื่อมือที่สาละวนกับ ยอดอกเขาเมื่อครู่ พลันเลื่อนลงต่ํา ต่ํา... จนวางบนส่วนที่เขาควบคุมมิให้มันพองคับเต็มกางเกงไม่ได้ ยูริถอนริมฝีปาก ดวงตากลมเหมือนตาแมวนั้นหวานเชื่อมด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น ทั้งที่ตนเป็นฝ่ายเริ่ม แต่ก้อนเนื้อในอกกลับเต้นตุบรุนแรงไม่แพ้คนถูกกระทํา ยิ่งเห็นใบหน้าแดงก่ําของมิตรภาพ ยิ่งทําให้เขาอยากที่ จะละเมิดกฎแทบใจจะขาด “พอ.. ได้แล้ว” คําพูดไม่เป็นภาษาดังแผ่ว ราวถูกสูบเรี่ยวแรงไปจากร่างจนสิ้น กระทั่งคําพูดยังแทบไม่อาจเปล่งจาก ปากได้ครบประโยค “พอ? ปากคุณบอกให้พอ แต่อย่างอื่นกลับเรียกร้อง” เสียงแผ่วกระซิบข้างหู มือที่วางค้างเอาไว้ตรงส่วนนั้นของแขกวีไอพี เริ่มเคลื่อนไหวไปตามแนวโค้ง ของกางเกงที่บัดนี้ซิปแทบปริแยกด้วยสิ่งที่อยู่ภายในตื่นตัวเต็มที่ “อย่าฝืนเลยนะครับ ขอให้ผมได้เป็นที่ระบายความทุกข์ของคุณด้วยเถอะ” นิ้วคีบซิปกางเกงรูดลง มือนุ่มกําแก่นกายที่ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ก่อนขยับเคลื่อนเป็นจังหวะ


เร็วขึ้น เร็วขึ้น และเร็วขึ้นจนลมหายใจมิตรภาพเริ่มขาดช่วง “พอแล้ว ฉะ ฉัน ไม่ไหว” ราวถูกกระชากดึงขึ้นฟ้า ก่อนทิ้งให้ร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วง ความสุขสมล้นทะลักอย่างปรีดิ์เปรม ร่าง จมลงไปกับโซฟาไม่อาจขยับได้แม้เพียงกระดิกนิ้ว ยูริยิ้มยินดีเมื่อได้ทําหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์ แม้โฮสต์จะไม่จําเป็นต้องบริการลูกค้าถึงขนาดนี้ แต่ ส่วนหนึ่งของหัวใจกลับบอกว่าไม่อยากเห็นคนตรงหน้าเป็นทุกข์ เขาไม่รู้ว่าเรื่องที่มิตรภาพเจอนั้นหนักหนา เพียงใด แต่หวังว่าตนจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งให้เขาลืมทุกข์ไปได้ชั่วครู่ชั่วยาม ดังเช่นเหล้าในแก้วที่ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะนี้


Hide Love จะร้ายหรือรัก ณ ตึกสูงเสียดฟ้าใจกลางถนนสายธุรกิจของกรุงเทพมหานคร มีสถานบันเทิงระดับวีไอพีที่รับเฉพาะ ลูกค้าผู้ชายตั้งอยู่ คนที่จะเข้ามาที่นี่ได้ ต้องสมัครเป็นสมาชิกรายปีด้วยวงเงินหลักแสนบาท ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ จะได้รับกลับไปย่อมสมน้ําสมเนื้อ โฮสต์ของที่นี่ล้วนถูกคัดสรรมาแล้ว ทั้งรูปร่างหน้าตาและการบริการที่ยอด เยี่ยม ...ฮานะคลับ คือชื่อของที่นี่ คลับแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึก เปิดให้บริการตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงตีสอง กินพื้นที่ถึงสามชั้น ด้วยกัน มีทั้งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ที่มองเห็นแม่น้ําเจ้าพระยา ดาดฟ้าชั้นบนสุด ถูกเนรมิตตกแต่งเป็น สวนดอกไม้ราวสรวงสวรรค์ และมีสระว่ายน้ําขนาดใหญ่ไว้สําหรับจัดกิจกรรมสังสรรค์พิเศษ ส่วนแบบอินดอร์ จะมีห้องคาราโอเกะ ห้องซาวน่า และเวทีการแสดง หัวใจหลักของที่นี่คือการมอบความสุขและทําให้ลูกค้าทุกคนผ่อนคลายมากที่สุดโดยมีโฮสต์หนุ่มหล่อคอย เอาอกเอาใจ นั่งคุย นั่งดื่มกินเป็นเพื่อน แต่ถึงกระนั้นก็มีกฎเหล็กว่าห้ามโฮสต์ออกนอกลู่นอกทางกับแขก เด็ดขาด เพราะที่นี่คือสถานที่ให้ความบันเทิง ไม่ใช่แหล่งค้าประเวณี อีกกฎที่สําคัญและเข้มงวดที่สุดคือ ห้าม โฮสต์มีความรัก เพื่อป้องกันการแย่งโฮสต์ของลูกค้า หากรู้ถึงหูเจ๊ซากุระ โฮสต์คนนั้นต้องลาออก และแม้จะมีกฎเหล็กบัญญัติไว้ แต่ใช่ว่าลูกค้าทุกคนจะปฏิบัติตาม เพราะมีลูกค้าวีไอพีบางคนที่ชอบทํา ตัวเหนือกฎ อยากเอาชนะและตื้อโฮสต์เบอร์หนึ่งให้ออกไปข้างนอกให้ได้ ค่ําวันนี้ก็เช่นกัน เมื่อวาริทเปิดประตูเข้าไปในห้องรับรองก็พบกับเสียงอื้ออึงฟังไม่ได้ศัพท์ของคนหลาย คน พวกเขากําลังโต้เถียงอะไรบางอย่างอยู่ โดยมีเจ้าหญิงสุมิเระ นั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยสีหน้าเหนื่อยระอา วาริทโคลงศีรษะด้วยท่าทางเบื่อหน่ายไม่แพ้กัน ไม่ต้องรู้ต้นสายปลายเหตุ เขาก็พอจะเดาได้ว่าลูกค้า สองคนนั่นโต้เถียงกันด้วยเรื่องอะไร คงหนีไม่พ้นทะเลาะแย่งเจ้าหญิงสุมิเระ อีกตามเคย เจ้าหญิงสุมิเระ เป็นนามแฝงของหนุ่มน้อยร่างเพรียวอ้อนแอ้น ผู้มีใบหน้าหวานและงดงามจนผู้หญิง บางคนยังอาย หลายคนมาที่คลับแห่งนี้เพียงเพื่อจะได้ยลโฉมของเจ้าหญิง ซึ่งการจะได้เจอไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเจ้าหญิงคือโฮสต์เบอร์หนึ่งของที่นี่ ลูกค้าต้องจองคิวล่วงหน้า ไม่ใช่ว่าใครอยากเจอก็เจอได้เลย และเมื่อ นัดแล้ว เจ้าหญิงมีเวลาให้คนละสองชั่วโมงเท่านั้น ลูกค้าต้องมาให้ตรงเวลา และเขาจะดื่มแค่แก้วเดียวต่อลูกค้า หนึ่งคน


แม้จะมีกฎชัดเจน แต่ก็ใช่ว่าลูกค้าจะปฏิบัติตาม เพราะลูกค้ามักเปรียบเปรยว่าตนคือพระเจ้า อยากได้ อะไร ต้องได้เสมอ ‚ผมนัดเจ้าหญิงล่วงหน้าตั้งเป็นเดือน เพื่อจะได้นั่งคุยนั่งดื่มกับเธอ แล้วคุณเป็นใครมาจากไหน จู่ ๆ จะให้เจ้าหญิงไปนั่งด้วย แบบนี้มันถูกหรือ‛ ชายรูปร่างท้วมนิด ๆ คะเนอายุน่าจะสี่สิบปลาย ๆ พูดด้วยความ เดือดดาล ขณะที่ชายอีกคน ซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่และแก่กว่า ทําหน้าแบบไม่สนใจ เขาใส่สูทราคาแพง และ ท่าทางก็ดูเป็นคนมีฐานะ ‚ผมไม่สน ผมเป็นสมาชิกระดับเพลตตินั่ม ผมจ่ายตั้งเป็นล้าน ก็ต้องได้สิทธิ์มากกว่าพวกที่จ่ายน้อย‛ อีกคนบอกด้วยท่าทางอวดนิด ๆ สมาชิกที่นี่จะมีสามระดับด้วยกัน คือแบบ ซิลเวอร์(Silver) ค่าสมัครรายปีอยู่ที่หนึ่งแสนบาท มี เครื่องดื่มสําหรับตัวเองและให้โฮสต์ แบบโกลด์ (Gold) ค่าสมัครรายปีอยู่ที่ห้าแสนบาท ซึ่งนอกจากจะมี เครื่องดื่มให้แล้ว ยังสามารถออกนอกสถานที่กับโฮสต์ได้หนึ่งครั้ง โดยจะไปไหนก็ได้แต่ห้ามหลับนอนกัน เด็ดขาด และแบบแพลตตินั่ม (Platinum) ซึ่งมีค่าสมัครสูงถึงหนึ่งล้านบาทต่อปี สิทธิพิเศษนอกจาก เครื่องดื่มแบบคูณสามเท่าแล้วยังสามารถออกไปข้างนอกกับโฮสต์ได้ถึงห้าครั้ง แน่นอนว่าคนที่เลือกสมัครแบบ นี้ ย่อมไม่ธรรมดาและมักถืออภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น ‚จะจ่ายเท่าไหร่ มันไม่สําคัญหรอก เพราะเจ้าหญิงมีกฎอยู่แล้วว่าทุกคนต้องรอคิว‛ ‚ถ้าอย่างนั้นจะมีระดับสมาชิกไว้ทําไม คนจ่ายแพงกว่าก็ต้องได้รับสิทธิ์มากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ที่ไหนก็ เหมือนกัน‛ ลูกค้าจอมอวดเริ่มเสียงดัง ทําให้เจ้าหญิงสุมิเระนั่งไม่ติดและเริ่มหันรีหันขวางมองหาผู้ช่วย เมื่อ หันมาเห็นวาริท เธอก็ทําหน้าอ้อนวอน ขณะที่วาริทกอดอกแล้วมองดูสถานการณ์ต่อไป ‚จะไม่เข้าไปห้ามหน่อยหรือคะพี่บาระ‛ เด็กหนุ่มหุ่นบางหน้าสวยในชุดเมดกระโปรงสั้น ท่าทาง เรียบร้อยนามว่าโมโมะเอ่ยถามเสียงเบา โมโมะแปลว่าลูกท้อ เป็นนามแฝงของโฮสต์รุ่นน้อง ส่วนบาระคือนามแฝงของเขา ชื่อเต็ม ๆ คือ อา คาอิบาระ แปลว่าดอกกุหลาบสีแดง ผู้มาพร้อมกับความสวยแบบร้อนแรงและหนามแหลมคม ทุกคนที่ทํางานในนี้ล้วนมีนามแฝงของตัวเองเป็นชื่อดอกไม้ เพื่อให้ตรงกับชื่อคลับคือฮานะ ที่แปลเป็น ไทยว่าสวนดอกไม้ ‚ไม่ล่ะ ขอดูสถานการณ์ก่อนดีกว่า‛ วาริทตอบ ใบหน้าเรียวรูปไข่ที่แต่งเติมด้วยเครื่องสําอางจัดจ้านมี รอยยิ้มเล็กน้อย หุ่นของเขาเพรียวสวยสมส่วนยิ่งมาอยู่ในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิงสุดร้อนแรงแบบนี้ด้วย แล้ว ยิ่งทําให้เขาสวยเด่นไม่แพ้เจ้าหญิงสุมิเระเลย


ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น เพราะวาริทถือเป็นโฮสต์ที่ได้รับความนิยมติดหนึ่งในสามของที่นี่ ใครอยาก นั่งดื่มและอยากให้เขาเอาใจต้องจองคิวล่วงหน้าและเขาให้เวลาแค่คนละสองชั่วโมงเท่านั้น รับลูกค้าแค่วันละ หนึ่งคิว ส่วนเวลาที่เหลือ มีไว้สําหรับลูกค้าผู้โชคดีที่เขาจะเป็นคนเลือกเอง วาริทสามารถกําหนดกติกาส่วนตัวขึ้นมาเองได้เพราะเป็นดาวเด่น และเท่าที่ผ่านก็ไม่เคยเกิดการ โต้เถียงหรือแย่งตัว เพราะเขาจัดการแขกได้อยู่หมัด ไม่เหมือนเจ้าหญิง รายนั้นพูดน้อย ขี้เกรงใจ ขนาดพูด เสียงดังยังไม่กล้าเลย ‚แต่ท่าทางไม่มีใครยอมใครเลยนะคะ อีกเดี๋ยวต้องเกิดเรื่องแน่ ๆ หรือจะให้หนูบอกยูเมะดีคะ เขาจะ ได้ตามเจ๊ซากุระมาเคลียร์‛ โมโมะพูดอย่างร้อนใจ ยูเมะที่เด็กหนุ่มพูดถึง คือคนสนิทของเจ๊ซากุระ และเจ๊ก็คือ เจ้าของคลับแห่งนี้ แน่นอนว่าชื่อนั้นก็เป็นนามแฝงเช่นกัน ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของกันและกัน ‚ทําตื่นเต้นตกใจไปได้ เรื่องเบ ๆ แบบนี้จะไปรบกวนเจ๊ซากุระทําไม‛ ‚งั้นพี่บาระก็รีบเข้าไปจัดการสิคะ พวกเขาเถียงกันใหญ่แล้ว แขกเริ่มมาเยอะแล้วนะคะ ให้เถียงกันแบบ นี้ไม่ดีแน่ค่ะ‛ เด็กหนุ่มทําเสียงกังวล ขณะที่วาริทถอนใจแบบรําคาญแต่ก็ยอมเข้าไปจัดการ เพราะแขกเริ่มมา เยอะแล้วจริง ๆ ‚มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดกันสิคะ จะโวยวายทําไม‛ วาริทเอ่ยแล้วเข้าไปยืนแทรกระหว่างสองหนุ่ม ‚จะไม่ให้ผมโวยวายได้ยังไง ผมจองคิวเจ้าหญิงมานานร่วมเดือน แล้วจู่ ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามานั่งแทรก แล้วบอกว่าตัวเองเป็นเมมเมอร์แพลตตินั่ม มีสิทธิ์ลัดคิวได้ แบบนี้มันถูกหรือคุณบาระ‛ ลูกค้าเล่าเป็นชุดแบบ ไม่หายใจ ‚ก็ผมจ่ายแพงกว่า ก็ต้องมีสิทธิ์มากกว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว‛ ลูกค้าอีกคนยักไหล่ ‚อาจธรรมดาที่อื่นค่ะ แต่ไม่ใช่สําหรับที่นี่ ฮานะคลับของเรามีกฎนะคะ และการจ่ายค่าสมาชิกแพงกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแหกกฎนั้นได้ และเจ้าหญิงสุมิเระก็มีกฎของเธอเหมือนกัน คุณอย่าทําให้เธอลําบากใจ เลยค่ะ จองคิวแล้วรอเจอเธอตามลําดับดีกว่านะคะ‛ วาริทแนะนํา ‚แต่ผมอยากนั่งกับเจ้าหญิง ผมมาที่นี่เพื่อคุยกับเจ้าหญิง‛ ลูกค้ายังยืนกราน ‚รู้จักเคารพกติกาบ้างสิคะ อย่าให้ใครมาว่าได้ ว่ารวยแต่...‛ วาริทละไว้แล้วยิ้มมุมปากนิด ๆ เขาละ เกลียดจริง ๆ ลูกค้าที่เอาแต่ใจแบบนี้ แต่ถึงอย่างไร ลูกค้าก็คือพระเจ้า และเขาต้องรักษาลูกค้ากระเป๋าหนักคน นี้เอาไว้ ท่าทางการเหยียดยิ้มของหนุ่มหน้าสวยในชุดสีแดงเพลิง ทําเอาลูกค้าหน้าร้อน ถึงพูดไม่หมดแต่ก็ พอจะเดาออกว่าคําที่หายไปคืออะไร


‚นี… ่ นี่กล้าดียังไงมาพูดแบบนี้ ว่าลูกค้าถึงขนาดนี้เลยเหรอ‛ ลูกค้าตัวสั่นด้วยความโกรธ แต่วาริทยังใจ เย็น ‚ว่าอะไรคะ บาระยังไม่ได้พูดอะไรเลย แหม…เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว บาระก็แค่จะบอกว่า อย่าให้ใครมา ว่าได้ ว่ารวยแต่ตัว คนรวยจริงต้องรวยน้ําใจด้วยนะคะ‛ โฮสต์คนสวยบอกแล้วยิ้มหวาน ‚บาระไม่ได้จะบอก ว่าคุณรวยแต่โง่นะคะ‛ เขาย้ํา ‚ยังไงให้โฮลต์คนอื่นดูแลดีไหมคะ ที่นี่นอกจากเจ้าหญิงแล้ว ก็ยังมีหนุ่มหล่อหนุ่มสวยให้คุณเลือกอีกตั้ง เยอะนะคะ‛ วาริทเชื้อเชิญ ท่าทางเอาอกเอาใจของเขา ทําให้ลูกค้าลดอาการโกรธลง ‚แต่ผมอยากคุยกับเจ้าหญิง ผมชอบคนหวาน ๆ น่ารัก‛ ‚งั้นให้คิขุดูแลไหมคะ‛ วาริทเสนอแล้วพยักหน้าเรียกหนุ่มหุ่นบางในชุดเมดกระโปรงยาวสีหวาน ใบหน้าขาวใสอ่อนเยาว์แต่งแบบอ่อน ๆ คิขุโค้งให้แขกท่าทางนบน้อม ‚คิขุยินดีรับใช้ด้วยความเต็มใจค่ะ คุณลูกค้าต้องการอะไร บอกคิขุได้เลยนะคะ‛ เสียงหวานบอกแล้วยิ้ม ก่อนเข้ามาลากแขกเจ้าปัญหาออกไป ‚พี่บาระแน่ใจแล้วหรือคะว่าจะให้คิขุเป็นคนดูแลแขกคนนั้น‛ โมโมะถามเสียงเบา ‚ถึงคิขุจะชอบมอมเหล้าแขก แต่ก็หาทางเอาตัวรอดได้เสมอนั่นแหละ และก็ไม่แน่นะ แขกบอกว่าชอบ หวาน ๆ ใส ๆ เหมือนเจ้าหญิง เขาอาจจะชอบคิขุก็ได้‛ ‚แต่เจ้าหญิงไม่เจ้าเล่ห์นะคะ‛ โมโมะบอก ‚ยังไงก็แล้วแต่ ปัญหาตรงนี้จบแล้ว เอาเป็นว่าแยกย้ายกันดีกว่า‛ วาริทตัดบทแล้วหันไปยิ้มหวานกับ ลูกค้า ‚เชิญคุณนั่งคุยกับเจ้าหญิงต่อได้เลยนะคะ ไม่มีใครมาขัดความสุขแล้วค่ะ‛ ‚ขอบคุณมากครับคุณบาระ นอกจากคุณจะสวยแล้ว ยังใจดีอีกด้วย และขอบคุณที่ไม่แบ่งเกรดลูกค้า ครับ‛ ‚ทุกคนเท่าเทียมกันหมดค่ะ‛ วาริทบอกก่อนเดินเลี่ยงไป ตีสองกว่า วาริทในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวและกางเกงขายาวก้าวออกจากลิฟต์ ตอนนี้เขาเลิกงานแล้วและ กําลังจะกลับบ้าน ใบหน้าเรียวรูปไข่ที่เคยมีเครื่องสําอางหนาได้ถูกลบออกหมดแล้ว ความสวยจัดจ้านแบบเผ็ด ร้อนถูกแทนที่ด้วยความหล่อเหลา


เขาสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ด ถือว่าเป็นมาตรฐานทั่วไป หุ่นไม่ล่ําแต่ก็ไม่ผอม ออกไปทางเพรียวบางสม ส่วน ใบหน้าเรียวเป็นรูปไข่ เครื่องหน้าของเขาชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว ตา จมูกหรือริมฝีปาก ทุกส่วนรับกัน อย่างลงตัว สมกับที่ยกเครื่องมาทั้งหน้า ในเวลางาน เขาคืออาคาอิบาระ แม่ดอกกุหลาบผู้จัดจ้านของฮานะคลับ แต่นอกเวลางาน เขาก็คือวาริท หนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีที่มีความหล่อเหลาและมาดแมนไม่แพ้ใคร วาริทเดินตัดซอยเล็ก ๆ เพื่อข้ามไปอีกฝั่ง คอนโดที่เขาอาศัยตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทํางาน จึงเดินไปกลับ ได้อย่างสะดวก แต่คืนนี้ดูเหมือนไม่ค่อยสะดวกนัก เมื่อเขาเห็นชายกลุ่มหนึ่ง ยืนอยู่กลางซอยด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร ชายหนุ่มเพ่งมองและเห็นคนกลุ่มนั้นกําลังยืนล้อมใครบางคนอยู่ เขาอยากถอยหลังแล้วกลับออกไป ก็กลัวคน กลุ่มนั้นจะหันมาเห็น แต่จะให้เดินผ่ากลางเข้าไปกลางวง ก็เกรงจะโดนลูกหลง ทําให้เขาต้องรีบหลบข้างถังขยะ เพื่อรอดูสถานการณ์ เขาเห็นคนกลุ่มนั้นเดินตีวงล้อมผู้ชายคนนั้นไว้ แต่ชายคนนั้นผลักออก เกิดการโต้เถียงกัน แต่วาริท ฟังไม่ออกว่าพวกเขาพูดอะไร สักพักชายคนนั้นก็ถูกขยําคอเสื้อก่อนโดนหมัดจนล้มไปกองกับพื้น ‚ท่าไม่ดีแล้ว‛ ชายหนุ่มคิด แม้ไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายผิดฝ่ายถูก หรือชายคนนั้นไปทําอะไรไว้ ถึงได้โดน ล้อมแบบนั้น แต่เขาก็อยากช่วย เพราะไม่ชอบเห็นใครถูกรังแก แต่ฝ่ายตรงข้ามมีสามคน ลําพังแค่เขากับชาย คนนั้นคงสู้ไม่ได้ เขาต้องหาตัวช่วย วาริทหรี่ตาคิดก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดหาอะไรบางอย่าง สักพัก เสียงไซเรนก็ดังยาว ทําเอาชายกลุ่มนั้นตกใจรีบถอยตัวออกห่าง หนึ่งในสามสะกิดเพื่อน ก่อนพวกเขาจะรีบวิ่งไป ได้ผล! เขาปิดเสียงไซเรนและยืนรออีกอึดใจ เมื่อไม่เห็นชายกลุ่มนั้นย้อนกลัยมา เขาจึงรีบเดินไปหาหนุ่มโชค ร้าย ‚คุณ คุณเป็นยังไงบ้าง‛ เขาถามแล้วช่วยพยุงชายคนนั้นให้ลุกขึ้น แต่เพราะโดยต่อยทั้งหน้าและลําตัว ทําให้สะบักสะบอมพอสมควร ชายคนนั้นงอตัวแล้วขยับไปนั่งพิงกําแพง ลมหายใจหอบหนักเป็นพัก ๆ ‚ไม่เป็นไร ผมยังโอเค คุณเรียกตํารวจหรือครับ‛ เขาถาม ‚เปล่า แต่ผมเปิดไอนี่‛ วาริทบอกแล้วเปิดเสียงไซเรนในโทรศัพท์ ชายคนนั้นอึ้งไปนิดก่อนหัวเราะ ‚คุณฉลาดมาก ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมไว้‛ เขาเอ่ยแล้วยืนขึ้น วาริทช่วยประคองออกจากซอยเปลี่ยว


และนั่นทําให้วาริทเห็นเขาใกล้ ๆ ชายโชคร้ายมีรูปร่างสูงใหญ่สมส่วน คะเนแล้วน่าจะสูงประมาณหนึ่ง ร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตร แขนเป็นมัดอย่างคนออกกําลังกาย และเมื่อออกมาที่สว่าง วาริทก็เห็นหน้าชายคนนั้น ชัด ๆ ชายหนุ่มตะลึงและจ้องตาไม่กะพริบ เขาเป็นหนุ่มหน้าตาดี เข้าขั้นหล่อ ผมด้านหลังตัดสั้นดูสะอาดสะอ้าน ด้านหน้ายาวเล็กน้อยและปัด ไปด้านข้าง เขาสวมชุดสูทที่วาริทมองแวบเดียวก็รู้ว่ามียี่ห้อ ความหล่อไม่ได้ทําให้วาริทตะลึง เพราะเจอคนหล่อมาดดีมาเที่ยวบ่อย ๆ แต่ที่ทําให้เขาชะงักนิ่ง เป็น เพราะความกลมและแคบของโลกใบนี้ต่างหาก ‚พี่ไผ่‛ ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา ทําเอาเจ้าของชื่อชะงัก ‚ครับ? คุณรู้จักชื่อผมด้วยหรือ‛ เขาถาม และนั่นทําให้วาริทรู้สึกตัว ‚ครับ? ชื่อ? อะไรครับ ใครชื่ออะไร?‛ วาริทถามกลับ ‚เมื่อกี้คุณพูดว่าพี่ไผ่ นั่นคือชื่อเล่นของผม‛ ไผ่หรือชื่อจริงคือพสิษฐ์บอก ‚คุณชื่อไผ่เหรอ‛ วาริททําหน้าเหรอหรา ‚คือ…ผมกําลังจะถามว่าไผ พวกนั้นเป็นไผ สงสัยจะพูด เพี้ยนไปหน่อย‛ วาริทบอกแล้วขํากลบเกลื่อน ‚คุณไม่ใช่คนที่กรุงเทพหรือครับ‛ ‚ไม่ใช่ครับ ผมมาจากต่างจังหวัด‛ วาริทบอกตามจริง บ้านเกิดของเขาอยู่ในภาพตะวันออกเฉียงเหนือ ของไทย ‚คุณไปทําอะไรไว้ ถึงได้โดนต้อนมาอัดในนี้‛ วาริทเปลี่ยนเรื่อง น้ําเสียงมีความเคลือบแคลง ‚ผมไม่ได้ทําอะไรเลย แค่ไปเที่ยว แล้วผับนั่นคิดจะโกงผม ผมเลยไม่จ่ายและบอกว่าจะแจ้งตํารวจ พวกมันเลยตามมา‛ ‚ผับแถวนี้น่ะเหรอ นานะคลับหรือเปล่า‛ วาริทถาม เพราะในย่านนี้มีคลับแค่สองที่ ชายคนนั้นพยัก หน้า ‚คุณเที่ยวในสถานที่แบบนี้ด้วยหรือ ไม่น่าเชื่อเลย‛ วาริทเปรย เพราะพสิษฐ์ รุ่นพี่ที่รู้จัก เคยบอก ไว้ว่าเกลียดชายไม่แท้ และไม่นิยมไม้ป่าเดียวกัน แล้วทําไมจู่ ๆ ถึงชอบเที่ยวแบบนี้ได้ ‚ครับ? อะไรนะครับ‛ พสิษฐ์ถาม ‚คือ ผมหมายถึงว่าไม่น่าเชื่อที่คุณจะไปเที่ยวที่นั่น เพราะที่นั่นมีประวัติชอบโกงลูกค้า ผมไม่เคยไป เที่ยวหรอกนะ แต่ลูกค้าหลาย ๆ คนบอกมาอีกที‛ วาริทเอ่ย


นานะคลับ เป็นคลับเฉพาะกลุ่มเหมือนฮานะ เปิดหลังฮานะหลายปี เขาพยายามไม่คิดว่าที่นั่นตั้งชื่อ เลียนแบบฮานะคลับ แต่ก็อดคิดไม่ได้ และชื่อเสีย ๆ ของนานะคลับ เขาก็ได้ยินมาพอสมควร แต่ที่ยังเปิดมา จนถึงทุกวันนี้ เพราะมีเจ็ดหนุ่มหล่อประจําคลับเป็นตัวดึงแขก ซึ่งก็ตรงกับชื่อร้าน เพราะนานะ แปลว่าเจ็ด ในภาษาญี่ปุ่น ‚ลูกค้าที่ร้านหรือครับ คุณทํางานอยู่ที่ไหน‛ พสิษฐ์ถาม ‚ฮานะคลับ ถ้าคุณไม่อยากโดนโกง ก็ไปเที่ยวที่นั่นได้ ผมทํางานอยู่ที่นั่น‛ วาริทบอกแล้วยื่นนามบัตร ให้ ‚แล้วคุณชื่ออะไรครับ‛ ‚บาระค่ะ อาคาอิบาระ แปลว่ากุหลาบสีแดง อย่าลืมแวะไปเจอกันนะคะ‛ วาริทพูดเสียงหวานเมื่อ แนะนําตัว เขาถอนสายบัวแล้วโค้งตัวอย่างอ่อนน้อม รอยยิ้มมีเสน่ห์ส่งไปให้หนุ่มหล่อเป็นครั้งสุดท้าย ก่อน วาริทจะถอยหลังแล้วเดินจากไป ‚แล้วเจอกันครับคุณดอกกุหลาบสีแดง‛ พสิษฐ์บอกตามหลังและยืนส่งจนร่างของวาริทหายลับไป


แปรธาตุ แปรเลือด ผันหัวใจ ประตูลิฟต์เปิดออก เจ๊ซากุระยืนรอรับ พร้อมกับเงาตามตัว ยูเมะ “สวัสดีค่ะคุณวาโย ยินดีต้อนรับสู่ฮานะคลับนะคะ ที่คุณวาโยสั่งไว้ เดี๊ยนจัดเตรียมไว้ให้หมดแล้วค่ะ ยู เมะ พาคุณเค้าไปหาพี่ซุยเซนเร็ว” เจ๊ซากุระสั่งยูเมะ ยูเมะจําได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คือใคร เขาเป็นทายาทอภิ มหาเศรษฐีแสนล้าน เจ้าของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่รวมถึงเป็นเจ้าของธนาคาร “คุณหนูวาโย สัตตนิรันดร์” ยูเมะแปลกใจมากที่คนระดับนี้จะแวะเวียนมายังคลับแห่งนี้ด้วย คลับแห่งนี้มีลูกค้าระดับเศรษฐี เยอะ แต่ไม่คิดว่าคนระดับนี้ก็จะมาที่นี่ด้วย ยูเมะพาวาโยไปยังโต๊ะสุดหรูที่อยู่ตรงหน้าเวทีพอดี ซึ่งเจ๊ซากุระจัดเตรียมไว้เป็นกรณีพิเศษ เพราะ วาโยสั่งดริงค์ไว้เป็นพิเศษถึง สองพันดริงค์ เพื่อทําให้โฮสต์ทุกคนที่ไม่ใช่ดาวเด่นในช่วงเวลานี้ รับแขกไม่ได้ ปกติแล้วดาวเด่นของร้านก็ยังไม่มีจองเวลานี้ไว้ ทําให้ไม่มีแขกคนอื่นแม้แต่คนเดียวนอกจากวาโย “คุณวาโยคะ โชว์พิเศษ ที่คุณสั่งไว้ พร้อมแล้วนะคะ โดยที่ไม่มีแขกคนอื่นมารบกวนตลอดสอง ชั่วโมง” เจ๊ซากุระบอกกับวาโยพลางให้สัญญาณกับซุยเซนเพื่อเปิดการแสดง จากนั้นตัวเองก็รีบเดินหลบ ออกไป แสงไฟสาดไปยังโต๊ะกลางเวที ซึ่งมีเครื่องแก้วต่าง ๆ วางอยู่มากมาย ซุยเซนก้าวเดินไปอยู่ด้านหลัง ของโต๊ะ พลางหยิบถุงมือหนังสีขาว ที่มีลวดลายอักขระสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากมายขึ้นมาสวม ทั้งสองมือ “สําหรับวันนี้นะครับ การแสดงพิเศษจากผม ซุยเซน เพื่อคุณวาโยเพียงคนเดียวครับ” “Dance of Fire and Ic” ซุยเซนประกาศ เสียงเพลงดังขึ้นด้วยท่วงทํานองของชาวเคลติกโบ ราณ ซุยเซนดีดนิ้วมือขวา พลันปรากฏน้ําขึ้นในชามแก้วขนาดใหญ่ เมื่อเขาเคลื่อนมือซ้ายไปบนชามแก้วอีก ชามแล้วดีดนิ้วขึ้น พลันบังเกิดเป็นเปลวไฟลุกโชติช่วงขึ้นภายในถ้วย เขาย้ายมือขวาไปอยู่ที่ระหว่างชามทั้งสอง แล้วดีดนิ้วขึ้นอีกครั้ง ไฟที่อยู่ในถ้วยก็โชติช่วงขึ้นเป็นเสาไฟ น้ําที่อยู่ในถ้วยก็พุ่งขึ้นและกลายเป็นเกล็ดน้ําแข็ง มากมาย หมุนวนขึ้นแล้วพุ่งไปตรงหน้าวาโย “ไม่ต้องกลัวนะครับ คุณวาโย” ซุยเซนดีดนิ้วขึ้น เพลิงลุกไหม้อยู่ในถ้วยพลันพุ่งไปยังกลุ่มสะเก็ด น้ําแข็งที่ลอยอยู่เบื้องหน้าวาโยอย่างแม่นยํา แล้วแตกออกเป็นเปลวเพลิงเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนลุกไหม้อยู่บน สะเก็ดนําแข็งอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเขาดีดนิ้วตามจังหวะเพลง เปลวเพลิงเล็ก ๆ พลันกระโจนไปมาระหว่าง


สะเก็ดน้ําแข็งสลับตําแหน่งไปมา เจ๊ซากุระที่ยืนมองอยู่ก็ยังอดทึ่งไม่ได้ ถึงเจ๊จะเคยเห็นโชว์นี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นก็ทําให้ตื่นตาตื่นใจได้ทุกครั้งไป ซุยเซนดีดนิ้วขึ้นทั้งสองมือพร้อมกัน ทั้งเปลวไฟแล้วสะเก็ดน้ําแข็งพลันกลายเป็นไอน้ําและก่อตัวเป็น ไอหมอกจาง ๆ อยู่รอบตัวของวาโย ทิ้งให้คนที่รับชมอยู่ตื่นตะลึง แต่เจ๊ซากุระก็รู้ดีกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อ จึง รีบเดินออกไปจากเวทีหลักแต่ไม่ทันเห็นว่า ยูเมะนั้นยืนมองอยู่อีกด้านหนึ่งไม่ไกลจากวาโย เพื่อเตรียมพร้อม ให้บริการในขณะที่ซุยเซนกําลังแสดงอยู่ ซึ่งยูเมะเคยเห็นการแสดงนี้เป็นครั้งแรก จึงจ้องมองตาไม่กะพริบ ซุยเซนเดินไปยังโต๊ะและหยิบพืชและดอกไม้แห้งหลายชนิดใส่ลงไปในชามแก้วใบใหญ่ แล้วเทไวน์ ราคาแพงลงไป พร้อมกับดีดนิ้วขึ้นอีกครั้ง พลันเกิดประกายแสงขึ้นในชาม และทุกอย่างในชามแปรเปลี่ยนไป เป็นควันสีชมพูระเรื่อ “ อินคิวบัส คอนซอร์ต” ซุยเซนยิ้มขึ้นที่มุมปาก นี่คือสุดยอดแห่งการกระตุ้นความพึงพอใจของลูกค้า ให้ถึงขีดสุด เขายกชามแก้ว ขึ้นเท ควันสีชมพูลอยอย่างรู้ทิศทางและไปรวมกับกลุ่มหมอกที่ลอยปกคลุมทั่วร่าง ของวาโย ซึ่งเขาเองก็ไม่ทันสังเกตว่ายูเมะก็ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก วาโยสูดควันสีชมพูเข้าเต็มปอด รวมถึงยูเมะ ด้วย พลันสิ่งที่ทุกคนมองเห็นก็แปรเปลี่ยนไป กฏเหล็กของเจ๊ซากุระข้อแรก คือการห้ามมีเพศสัมพันธ์กับแขกโดยเด็ดขาด แต่แขก 99% ย่อมมีความต้องการ เรื่องนี้อยู่แล้ว เพื่อเป็นการตัดปัญหาและไม่ละเมิดกฏ เขาไม่จําเป็นต้องมีความสัมพันธ์ทางกายจริง ๆ กับแขก แต่ใช้วิชาแปรธาตุ สร้างภาพโดยตรงที่ความคิดและจิตใจของแขก โดยตรง แค่นี้แขกก็มีความสุข กฎก็ไม่ต้อง แหก วาโยและยูเมะรู้สึกครั้นเนื้อครั่นตัวอย่างมาก จนต้องลูบไล้ตัวเอง สิ่งที่ปรากฏในโสตสัมผัสของทั้งคู่ นั้นคือตัวของพวกเขานั้นเปลือยเปล่า และมีร่างขาวแกร่งของซุยเซนคลอเคลียอยู่ในทุกจุดที่ไวต่อสัมผัสทั้ง ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก ซอกคอ หน้าอก ราวกับมีซุยเซนหลายคนปรนเปรอ วาโยรู้สึกเหมือนว่ามีซุย เซนกําลังใช้ปากและลิ้นกับยอดอกของเขา เช่นเดียวกับยูเมะที่รู้สึกว่าช่องทางแคบที่แสนอ่อนไหวกําลังถูกบุกรุก ด้วยลิ้นที่อ่อนนุ่ม จนเขาไม่อาจจะยืนอยู่ได้ ต้องทรุดตัวลงด้วยความรู้สึกที่สุขสมอย่างเป็นที่สุด ช่องปากอัน อ่อนนุ่มของซุยเซนครอบไปยังแก่นกลางร่างกายของวาโย ความรู้สึกสุขสมนั้นท่วมท้นไปจนเขาต้องบิดตัวไปมา เช่นเดียวกับ ยูเมะที่กําลังรับประสบการณ์แห่งความสุขสมอันเหลือล้นผ่านทางช่องแคบอ่อนนุ่ม ตามด้วยแก่น กลางกายที่แข็งแกร่งของซุยเซนที่รุกล้ําเข้าในร่างกายของยูเมะ เป็นจังหวะที่อ่อนโยนและสลับกับร้อนแรง จน เขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไปจนต้องปลดปล่อยความสุขสมออกมาเต็มที่โดยที่ยังมีเสื้อผ้าแต่งอยู่ครบชุด


วาโยที่กําลังได้รับการปรนเปรอความสุขจากซุยเซนอยู่นั้นก็อยู่ในสภาพที่ไม่แตกต่างกัน เมื่อชองทาง แคบนั้นถูกรุกล้ําด้วยลิ้นอ่อนนุ่มอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นก็เป็นแก่นกลางกายอันแข็งแกร่งที่กําลังจะลุกล้ําเข้าในกายเขา พลันภาพทุกอย่างก็พลันมืดดําลง พร้อมกับสติของเขา แต่สิ่งที่ซุยเซนเห็นนั้นคือควันสีดําที่ผลักเอาควันสีชมพู ระเรื่อออกจากร่างของวาโยและก่อตัวเป็นควันดําหมุนวนอยู่รอบ ๆ ตัวของเด็กหนุ่มร่างสูง เป็นปรากฏการณ์ที่ ซุยเซนไม่เคยพบมาก่อน เขารู้สึกได้แค่ว่ามันคือกลุ่มพลังงานลบรุนแรง นํามาซึ่งความประหลาดใจและตื่น กลัว ควันสีดําก่อตัวหนาแน่นขึ้นเป็นเหมือนงูขนาดใหญ่อัดแน่นพุ่งเข้าไปในปากที่เผยออ้าอยู่ของวาโย และ มุดเข้าไปในปากที่เปิดอ้าจนตาของวาโยเบิกโพลงขึ้น เผยให้เห็นถึงประกายสีแดงเลือด น่าขนลุกขนพอง ซุย เซนไม่เคยเห็นปรากฏการณ์อะไรแบบนี้มาก่อน แต่ด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบคม เขาหยิบเอาเกลือกํามือหนึ่ง ซัดเข้าไปที่บริเวณควันสีดําพร้อมกับดีดนิ้วขึ้นทําให้เกลือกระจายตัวอย่างรวดเร็ว ควันสีดําที่เหลือพลัน สลายตัวไป เขารีบพุ่งตัวไปดูอาการของวาโยที่ฟุบหมดสติบนโซฟาสุดหรู.....เกลือ มีคุณสมบัติพิเศษคือการ สลายและกําจัดพลังงานด้านลบทั้งหลาย “คุณวาโยครับ เป็นอะไรรึเปล่า ผมไม่คิดว่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น “ ซุยเซนพยายามปลุกลูกค้าวีวีไอพี ให้รู้สึกตัว วาโยขยับตัวช้า ๆ แล้วบ่นพึมพําขึ้นคนเดียว “ขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ได้.....” วาโยสะบัดหัวแรง ๆ เพื่อเรียกสติกลับ “ไม่เป็นไรครับคุณซุยเซน ผมไม่ได้เป็นอะไร เมื่อครู่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากครับ ผมมี ความสุขมาก ขอบคุณจริง ๆ ครับ เดี๋ยวผมนั่งพักกินดื่มอะไรสักหน่อยก็คงจะดีขึ้น” วาโยตอบโดยที่สีหน้ายังดู ซีดเซียว ซุยเซนพยายามลุกขึ้นเพื่อที่จะไปตามหาบริกรมาเพื่อจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อเขาเดินไป อีกด้านก็เห็นยูเมะนี่นอนบิดตัวอยู่บนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรงแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขสม “ตายละ ทําไมยูเมะหลงอยู่ที่นี่ด้วย เจ๊รู้เข้าคงบ่นตายชัก” ซุยเซยดีดนิ้วขึ้นติด ๆ กันสามครั้ง ควันสี ขมพูระเรื่อ ลอยออกจากจมูกและปากของยูเมะ พร้อมกับสติ ที่ค่อย ๆ กลับเข้าที่เข้าทาง ยูเมะสะบัดหัวอย่างรุนแรง เพื่อเรียกสติ “อ้าว พี่ซุยเซน น่าขายหน้าจัง เดี๋ยวผมคงไปแต่งตัวใหม่ก่อน“ ยูเมะหน้าแดงเป็นลูกตําลึงเมื่อนึกถึง ประสบการณ์ที่ผ่านเมื่อครู่ “ช่วยไปเรียกพวกเด็กเสิร์ฟมาเตรียมรับออเดอร์คุณวาโยด้วย” ซุยเซนบอกกับยูเมะที่รีบกุลีกุจร ออกไป เวลาที่วาโยเหมาไว้สองชั่วโมงหมดลงแล้ว ลูกค้าคนอื่น ๆ เริ่มทยอยเดินทางมา เหล่าโฮสต์ทั้งหลายก็


เริ่มที่จะเตรียมต้อนรับแขกเหรื่อ ซุยเซนเดินกลับมานั่งที่โต๊ะที่วาโยกําลังนั่งดื่มไวน์ชั้นดี โรมาเน่ กองติ ปี 1945 ที่มีราคาเท่ากับรถสปอร์ตหนึ่งคัน “คุณวาโยครับ ไวน์แดงชั้นดีก็ต้องคู่กับเนื้อชั้นเลิศ” ซุยเซนลุกขึ้นหยิบเอาเนื้อสเต็กชั้นเลิศที่หมักด้วย เครื่องเทศ ที่บริกรยกมาแล้ววางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล ซุยเซนหยิบเอาเกลือจํานวนเล็กน้อยโปรยไปจนทั่ว ชิ้นเนื้อ จากนั้นดีดนิ้วขึ้น ผลึกเกลือที่กําลังซึมเข้าในเนื้อก็ลุกติดไฟสีฟ้าขึ้น ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล จน แขกเหรื่อที่นั่งอยู่บนโต๊ะอื่น ๆ ต้องหันมองไปมาเพื่อหาที่มาของกลิ่น จนต้องเรียกพนักงานบริกรกันจ้าละหวั่น “เนื้อวากิวเกรดเอห้า เมื่อโรยด้วยแซฟฟรอนจากอิหร่าน และกินคู่กับอัลมาส คาเวียร์จากปลาอายุเกิน ร้อยปี ผมเชื่อว่าคุณวาโยจะอิ่มอร่อยเต็มที่แน่นอนครับ” ซุยเซนกล่าวถึงสรรพคุณของอาหารตรงหน้า ส่วน ราคาไม่ต้องพูดถึง มื้อนี้มีมูลค่ากว่าห้าแสนบาท ซุยเซยวาดมือผ่านไปบนเนื้อ ไฟที่ลุกติดอยู่ก็ดับลง และ เนื้อก็แยกเป็นชิ้น ๆ พอคําอย่างพอเหมาะพอเจาะ เผยให้เห็นลายไขมันที่แทรกในเนื้ออย่างดงามราวหินอ่อน วาโยจิ้มเอาเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปากและดื่มด่ํากับรสชาติลึกล้ําจากวัตถุดิบสุดหรู ที่แทบไม่ผ่านการปรุงแต่งรสใด ๆ แต่เป็นรสธรรมชาติชองวัตถุดิบแท้ ๆ เขากินอาหารเลิศรศมาจากพ่อครัวระดับมิชลินสตาร์นับครั้งไม่ถ้วน แต่ กลับไม่เคยได้ลิ้มรสชาติที่ลึกล้ําแบบนี้มาก่อน ความสามารถของซุยเซนที่เขาได้ยินมานั้น เหนือกว่าที่เขา จินตนาการเสียอีก “ยอดเยี่ยมมากครับคุณซุยเซน เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับ คืนนี้ผมมีความสุขมาก จริง ๆ ครับ เดี๋ยวผมจะแวะมาอีก วันนี้ผมคงต้องกลับก่อนที่คนที่ของคุณพ่อจะเดือดร้อนเพราะผมกลับช้า” เขาเหลือบไปมองเวลาบนนาฬิกาหรู อีกไม่กี่นาทีก็เที่ยงคืนแล้ว เป็นครั้งแรกที่เขามีความสุขที่สุด ถึงแม้ว่ามัน จะไม่ถึงที่สุด แต่มันก็มากพอทีจะเติมเต็มความปรารถนาในหัวใจเขาได้ “ขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ได้” วาโยพึมพําอยู่คนเดียวเบา ๆ แต่ซุยเซนก็ได้ยิน “ผมคงต้องกลับแล้ว ขอบคุณสําหรับประสบการณ์แสนวิเศษในค่ําคืนนี้” วาโยลุกขึ้นเดินกลับ โดยมีซุย เซนตามมาติดๆ วาโยเดินไปหาเจ๊ซากุระ พร้อมกับส่งบัตรพลาสติกสีเทาเงาวับให้กับเจ๊ซากุระ ที่เสียบบัตรเข้ากับ เครื่อง EDC และกดอย่างรวดเร็ว เลข 0 เยอะเสียจนเจ๊ซากุระตาลาย “ขอบคุณมากนะเจ๊ ผมสนุกมาก” วาโยรีบเซนต์สลิป แล้วเดินกลับไปที่ลิฟต์ โดยซุยเซนเดินไปส่ง จนประตูลิฟต์ปิด ซุยเซนยังคงสงสัยและงุนงงในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่เคยเห็นปรากฏการณ์แบบนั้นมาก่อนตั้งแต่ศึกษาและใช้วิชา เล่นแปรธาตุมา


“เก่งมากซุยเซน คุณหนูวาโยเป็นลูกค้ากระเป๋าหนักที่สุดที่เจ๊เคยเจอ ถ้าเค้ามาอีกก็ต้องดูแลดี ๆ นะ “ เจ๊ซากุระยิ้มอย่างพอใจเพราะแค่คืนเดียวได้กําไรมาตั้งเกือบสามล้าน ...ต้องดูแลดีอยู่แล้วล่ะเจ๊ ...ว่าแต่ตะกี้มันเรื่องบ้าอะไร ฤทธิ์ของอินคิวบัส คอนซอร์ต ไม่เคยมีใครทนได้หรือสะดุดกลางคันแบบ นี้ เจ๊ซากุระเอง เคยโดยไปถึงกับเดินไม่เป็น เขาจึงใช้วิชานี้น้อยครั้งมาก เพราะมีผลกระทบในวงกว้าง ต้องใช้ ในพื้นที่จํากัดหรือไม่มีเป้าหมายอื่น ยูเมะที่โดนลูกหลงไป หวังว่าเจ๊คงจะไม่รู้นะ เจ๊ยิ่งเป็นห่วงหนูยูเมะออก หน้าออกตาอยู่ ซุยเซนเดินช้า ๆ กลับไปยังห้องพักของตนเอง พลางคิดอะไรต่ออะไรในหัวมากมาย


ฉันชือ่ ซากุระ และฉันไม่คดิ จะกินเด็ก ผมรักเขา ... ผมรักเจ๊ ซากุระ และตังใจว่ ้ าจะมอบความบริ สทุ ธิ์ ของตัวเองให้ กับเขาเป็ นคนแรกและคนสุดท้ ายในชีวิต ถ้ าผมไม่ สมหวังในรักครัง้ นี ้ ผมก็จะครองโสดไปตลอดชีวิต ไม่รักใคร หรื อให้ ใครมาเป็ นตัวแทนเขา มีคนว่าผมเล่นของสูง แถมซํ ้ายังคิดจะข้ ามรุ่นอีก เพราะดันไปหลงรักเจ้ าของคลับ ผู้เป็ นเสมือนนายจ้ างของพนักงาน ทุกคนที่ทํางานในคลับโฮสต์แห่งนี ้ แถมอายุของเขาก็มากกว่าผมเป็ น 10 ปี ที่สาํ คัญเขามีกฎเหล็กให้ กบั ตัวเองที่วา่ เขาจะไม่ทํา ตัวเป็ นสมภารกินไก่วดั เพราะมันจะเสียการปกครอง แต่มนั ช่วยไม่ได้ นี่นา ก็คนมันรัก จะให้ หกั ห้ ามใจได้ อย่างไร ถึงจะรู้วา่ ความหวังริ บหรี่ จริ ง ๆ ความเป็ นไปได้ ที่ผมจะได้ ครอบครองหัวใจของเขาเป็ นศูนย์เลยด้ วยซํ ้า แต่ผมก็อยาก ลองดูสกั ตัง้ หากได้ พยายามอย่างเต็มที่แล้ ว ไม่สามารถเอาชนะใจของเขาได้ ผมก็จะไม่ร้ ู สึกเสียดายอะไร เพราะได้ ต่อสู้อย่าง สุดความสามารถแล้ ว ที่จริ ง การทํางานที่คลับแห่งนี ้ เปิ ดโอกาสให้ ผมได้ พบปะผู้คนจํานวนมาก มีหลายคนมาติดพันผม เกี ้ยวพาราสีทกุ วัน เผื่อว่าผมจะใจอ่อนยอมรับรัก บ้ างก็พยายามหาทางปรนเปรอด้ วยสิง่ ของ ผมก็ได้ แต่ปฏิเสธนํ ้าใจไมตรี ของคนเหล่า นัน้ ด้ วยเหตุ ที่ผมมีเจ้ าของหัวใจเสียแล้ ว สาเหตุที่ผมหลงรักเขาจนหมดจิตหมดใจ ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็ นนายจ้ าง ไม่ใช่เพราะผมต้ องการไต่เต้ าไปสูต่ ําแหน่ง งานที่สงู กว่า ไม่ใช่เพราะว่าเขาหน้ าตาหล่อเหลาชวนมอง และไม่ใช่เพราะ ความรํ่ ารวยของเขา แต่ทกุ อย่างเกิดขึ ้นเพราะความประทับใจที่เขาเป็ นคนดี จิตใจอ่อนโยน และคอยช่วยเหลือผมตลอดเวลา เขาคือคนที่ ฉุดผมขึ ้นมาจากจุดที่ตํ่าสุด แม้ วนั นี ้ผมอาจจะยังไม่ได้ อยูใ่ นจุดที่สงู สุดในชีวิตที่ฝันไว้ แต่อย่างน้ อยการได้ มีชีวิตใหม่ มีอนาคตที่ ดี มีงานมีเงิน ก็ล้วนแล้ วแต่เป็ นสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้ จนทําให้ ผมรู้ สกึ ซาบซึ ้งในบุญคุณของเขา อยากตอบแทนทุกสิ่งทุกอย่างที่ เขาทําเพื่อผม ปรารถนาจะดูแลเขาไปทังชี ้ วิต ซึง่ แน่นอนว่า ความในใจที่ผมมีตอ่ ผู้ที่เป็ นเหมือนนายจ้ าง เป็ นสิง่ ที่แทบจะปกปิ ดไม่มิด ผมเป็ นคนโกหกไม่เก่ง ใคร ๆ ก็บอกว่าผมซื่อและอ่อนต่อโลก ไม่วา่ จะคิดหรื อรู้ สกึ อย่างไรก็มกั แสดงออกอย่างชัดแจ้ ง แต่ถึงทุกคนจะรู้ ระแคะระคายว่าผมมี ใจให้ เ จ้ าของคลับ ผมก็ ไม่คิ ดจะปฏิ เ สธ หรื อ ปิ ดบัง ความรู้ สึก นี ้ เพราะผมคิ ด ว่าความรั ก มัน เป็ นเรื่ องที่ สวยงามมาก ไม่ จําเป็ นต้ องหลบซ่อน อย่างน้ อยก็เป็ นการให้ เกียรติคนที่ผมรักด้ วย มีหลายคนไม่เห็นด้ วยกับการกระทําของผม หนึ่งในนันคื ้ อ เจ๊ ซากุระเจ้ าของคลับ เขาเป็ นคนฉลาด ผมอยู่กบั เขามา หลายปี ไม่มีเรื่ องใดที่เขาจะไม่ร้ ู เกี่ยวกับตัวผม เขาปฏิเสธผมทังทางตรงและทางอ้ ้ อม ด้ วยคําพูดและการกระทํา เพื่อให้ ผม ล้ มเลิกความคิดที่จะมอบตัวมอบใจเป็ นทาสรักของเขา แต่ไม่มีวนั เสียหรอก ผมเฝ้ ารักเขามาหลายปี ฝั นที่จะได้ สร้ างครอบครัว กับเขา ดูแลกันและกันไปจนแก่จนเฒ่า ผมจะถอดใจง่าย ๆ ได้ อย่างไร “เธอยังมีอนาคตที่สดใส หาใครสักคนที่คคู่ วรกับเธอ แล้ วไปเป็ นคนรักของเขาซะ” นัน่ คือถ้ อยคําของเจ๊ ซากุระที่ ดกั คอผมเอาไว้ เพื่อไม่ให้ ผมถลําลึก แต่ผมก็ แกล้ งทําเป็ นไม่ร้ ู ไม่ชี ้ รับฟั ง แต่ไม่ตอบว่า อะไร อาศัยลูกดื ้อ ลูกมึน ไม่ยอมรับ แล้ วก็ไม่ปฏิเสธ


ขืนตอบออกไปเจ๊ ซากุระก็จะหาเหตุผลมาอ้ างร้ อยแปดเพื่อให้ ผมเปลี่ยนใจ ดีไม่ดีก็อาจจะหาวิธีขจัดผมออกไปจาก ชีวิต ในเมื่อผมไม่บอกออกมาตรง ๆ ว่าผมรักเขา เจ๊ ซากุระก็จะทําอะไรผมไม่ได้ ทําได้ แค่เพียงพูดลอย ๆ ดักคอไปเรื่ อย การได้ อยูใ่ กล้ เขา ยอมทําทุกอย่างเพื่อเขาคนเดียว สักวันหนึง่ เขาอาจจะเปิ ดใจยอมรับผมก็ได้ “ตื ้อเท่านันที ้ ่จะครองโลก แสดงออกให้ เจ๊ ร้ ูไปเลยว่าชอบเขา ให้ มนั รู้กนั ไปว่าใกล้ ชิดขนาดนี ้ จะไม่หวัน่ ไหว” เจ๊ อาคาอิบาระคนสวย เป็ นกองเชียร์ ที่ฮาร์ ดคอร์ มาก ผมไม่เคยเล่าความในใจของผมที่มีต่อเจ้ าของคลับให้ เจ๊ ฟัง แต่ เขาก็เดาใจผมออก และพร้ อมสนับสนุนเต็มที่ “รักเขา ทุม่ เททุกอย่างเพื่อเขาได้ แต่ก็อย่าสูญเสียความเป็ นตัวเอง” พี่สมุ ิเระสุดสวย ก็เป็ นอีกคนที่ลว่ งรู้ ความในใจของผม เขาให้ กําลังใจตามแบบฉบับของเขา แทรกคําสอนให้ หยิ่งใน ศักดิ์ศรี ลงไปด้ วย “ฉุดเจ๊ ทําผัวเลยป่ ะ เดี๋ยวช่วยล็อคตัวและโปะยาสลบเจ๊ ให้ ” ซุยเรนยุสง่ อย่างคึกคะนอง นี่ก็เป็ นอีกคนที่ร้ ู ว่าผมแอบ หลงรักเจ๊ ซากุระ แล้ วก็ชอบใช้ สงิ่ ที่ร้ ูมาแบล็คเมลผมให้ ทําตามที่เขาต้ องการ จนทําให้ ผมโดนเจ๊ ลงโทษ “เฮียมีมนต์ดํานะ เล่นคุณไสยใส่เจ๊ เลยไหม เอาให้ เคลิบเคลิ ้มหลงรักนายหัวปั กหัวปํ า” รายต่อมาที่ยใุ ห้ ผมใช้ วิชามาร เพื่อทําให้ เจ๊ ซากุระหลงรัก แม้ แต่พี่ซุยเซนมือซ้ ายที่คอยช่วยงานเจ๊ นอกเหนือจากการ เป็ นโฮสต์ ขนาดงานยุง่ ยังแอบสังเกตเรื่ องของผมอีก กลายเป็ นว่าเกือบจะทุกคนในคลับโฮสต์ที่ลว่ งรู้ ความในใจของผมที่มีต่อเจ้ านาย บ้ างก็สนับสนุน บ้ างก็ต่อต้ าน ด้ วย สาเหตุต่าง ๆ ข้ อหาหนัก ๆ ที่ผมเจอก็คือ “เด็กเส้ น” พวกเขามองว่าผมหาทางไต่เต้ าเพื่อเป็ นใหญ่ในโฮสต์คลับแห่งนี ้ ทังที ้ ่ใ น ความเป็ นจริ ง ผมไม่เคยมีความคิดเช่นนันอยู ้ ใ่ นหัวสมองเลย ผมขอแค่ได้ รักเจ๊ ซากุระแค่นนเป็ ั ้ นพอ “ปากคนยาวยิ่งกว่าปากกา ไม่ว่าจะไปอยู่ในสังคมไหน ก็ ต้องเจอเรื่ องติฉินนินทา เป็ นเรื่ องปกติ แม้ ใจเธอจะไม่ ยอมรับกับความคิดคดริ ษยาเหล่านัน้ แต่เธอก็ไม่ควรจะโต้ ตอบหรื อแสดงปฏิกิริยาอะไร อย่ายอมให้ คําพูดของคนไม่กี่คน มา เปลีย่ นแปลงตัวตนของเธอ” เขาผู้ช่วยชุบชีวิตของผมได้ บอกสอนผมไว้ เมื่อตอนที่ผมเริ่ มเปิ ดตัวทํางานที่นี่ ดูเหมือนเจ๊ ซากุระจะเข้ าถึงจิตใจของ พนักงานทุกคน เขารู้ ว่าใครเป็ นอย่างไร แต่บางครัง้ เขาก็นิ่งเฉยเสีย ตราบใดที่ไม่มีผลกระทบต่อการทํางาน หากว่าการอิจฉ า ริ ษยาเกิดขึ ้นมาก เขาก็จะหาทางปราม หรื อกําราบสักครัง้ “เอ้ า นัง่ จ้ องหน้ าอยูน่ นั่ แหละ มีอะไรจะพูดก็พดู ถ้ าไม่มีก็ไปทํางาน ที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์เด็กชายนะ จะมาอยู่ฟรี กินฟรี ไม่ได้ ” เสียงแหวแว๊ ดดังลัน่ ทําให้ ผมถึงกับสะดุ้ง นึกขึ ้นได้ ว่าตัวเองกํ าลังรายงานเกี่ยวกับความเป็ นไปในคลับให้ เจ้ าของ กิจการฟั ง เขาล่วงรู้ทกุ อย่างในคลับ แม้ บางครัง้ จะไม่ได้ ลงไปสัมผัสถ้ วนทัว่ มาจากพวกผมนี่แหละ นอกจากเจ๊ ซากุระ จะมอบ ให้ พี่ซุยเซน และ พี่บาระ คอยดูแลความเรี ยบร้ อยภายในคลับแล้ ว การช่วยเหลือดูแลโฮสต์แต่ละคนก็เป็ นหน้ าที่ของผม เจ๊ ไม่ อยากให้ เรี ยกว่าเป็ นเด็กรับใช้ ของโฮสต์ แต่ให้ เรี ยกว่าเป็ นผู้ช่วย ซึง่ จะเป็ นการให้ เกียรติมากกว่า เขาออกคําสัง่ ให้ ผมไปช่วยเหลือดูแลโฮสต์แต่ละคน ใครต้ องการสิ่งใด มีเรื่ องเดือดเนื ้อร้ อนใจ หรื อมีปัญหาที่จะต้ อง แก้ ผมจะต้ องรายงานให้ เขาซึง่ เป็ นเสมือนนายใหญ่ของที่นี่รับทราบเสมอ และเป็ นการศึกษาหน้ าที่ของการเป็ นโฮสต์ไปด้ วยใน ตัว


เหมือนว่าเขาจะหลีกเลีย่ งที่จะสอนวิชาความรู้ให้ ผมด้ วยตัวเอง แต่กลับให้ รุ่นพี่ทงหลายเป็ ั้ นคนสัง่ สอนประสบการณ์ ต่าง ๆ ให้ ผมเสียเอง ทังที ้ ่โฮสต์รุ่นที่ผา่ นมา เขาจะลงมาดูแลบอกสอนใกล้ ชิด ถึงวิธีการปฏิบตั ิตัวเองเพื่อให้ แขกพอใจ แต่กับผม เขากลับไม่ใยดี และดูเหมือนว่าจะพยายามผลักไสผมตลอดเวลา มันทําให้ ผมรู้ สึกคิดมากหลาย ๆครั ง้ พยายามคิดในแง่ดีวา่ ที่เขาทําอย่างนี ้ คงเพราะอยากให้ ผมเติบโตได้ ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ต้องคอยรับคําสัง่ หรื ออยูใ่ ต้ เงาของเขาอยู่ ตลอดเวลา ไม่วา่ อย่างไร ผมก็ไม่เคยถอดใจจากเขา ความรักที่ผมมีตอ่ เจ้ าของโฮสต์คลับ เป็ นรักที่ซมึ ลึกมายาวนาน ผมมองใบหน้ าคมคายนันอย่ ้ างหลงใหล ชายหนุ่มตรงหน้ า หน้ าตาหล่อยิ่งกว่าพระเอกหนังไทยหลายคน ใบหน้ า ห้ า เหลีย่ ม คิ ้วเข้ มอย่างกับมีปลิงสีดํามาเกาะ ตาคมกล้ า ขนตางอนหนาเป็ นแผง จมูกโด่งสวยได้ รูป ริ มฝี ปากหยักหนา มีรอยเขียว ครึ ม้ ของหนวดและเคราปรากฎให้ เห็น เขาเป็ นคนผมดก ขนเยอะ หนวดเคราขึ ้นเร็ วมาก แม้ จะโกนทุ กเช้ าให้ หน้ าเกลี ้ยงเกลา เพื่อจะแต่งหน้ าให้ เรี ยบเนียน ขนาดโบ๊ ะหน้ าฉํ่าเข้ มทุกวัน ผิวพรรณก็ยงั ไม่เสีย ช่างเป็ นคนที่โชคดีเรื่ องผิวพรรณอย่างมาก ไม่มี รอยหลุมสิว หรื อความแห้ งกร้ านปรากฏให้ เห็น ไม่เข้ าใจว่าทําไมคนหน้ าตาดีขนาดนี ้ ถึงต้ องซ่อนรู ปโฉมงดงามของตัวเองไว้ ภายใต้ รองพื ้นเครื่ องสําอางหนาหนัก และชุดกิโมโนรุ่มร่ามด้ วย แทบจะไม่มีใครได้ เคยเห็นหน้ าค่าตาที่แท้ จริ งของเขา เขาไม่ชอบการมีตวั ตน ไม่อยากเป็ นที่ร้ ู จกั หรื อ ว่าซ่อนความลับดํามืดอะไรไว้ แน่ มีเพียงผมคนเดียวเท่านัน้ ที่ได้ มีโอกาสสัมผัสตัวตนที่แท้ จริ งของเขา นับตังแต่ ้ ครัง้ แรกที่เราเจอกันเมื่อ 3-4 ปี ก่อน จนถึงปั จจุบนั ผมเป็ นคนเดียวที่ร้ ูจกั หน้ าค่าตาและชื่อเสียงเรี ยงนามที่แท้ จริ ง เรื่ องมันยาว แต่ผมก็ยินดีจะเล่าให้ ฟัง


Lily and Iris www.facebook.com/lilyandirispublishing

Profile for Saranya Patiyatyothin

ทดลองอ่าน hana club สวนดอกไม้สำราญรัก  

ทดลองอ่าน hana club สวนดอกไม้สำราญรัก หากสนใจหนังสือ สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่เพจ Lily and Iris www.facebook.com/lilyandirispublishing

ทดลองอ่าน hana club สวนดอกไม้สำราญรัก  

ทดลองอ่าน hana club สวนดอกไม้สำราญรัก หากสนใจหนังสือ สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่เพจ Lily and Iris www.facebook.com/lilyandirispublishing

Advertisement

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded