Issuu on Google+

(๒๑๑๗)

(๒๐๙๓-๒๐๙๖,  ๒๑๐๑)

(๒๐๙๓-๒๐๙๖)

๗)

(๒๐๘๒, ๒๑๒๔)

พุ ทธศักราช ๒๐๕๘ ทารกชายคนหนึ่งถือก�ำเนิด

๑  ๒๑

๑,

๐ (๒๑

(๒๐๘๒, ๒๐๙๔)

บนแผ่นดินพุกามประเทศ ต�ำนานหนึ่งเล่าว่าเขาเกิด ภายใต้เศวตฉัตรแห่งราชวงศ์ตองอู เช่นเดียวกับเจ้าชายตะเบ็งชะเวตี้  ส่วนอีกต�ำนานหนึ่งเล่าว่าเขาเป็นเพียง บุตรคนปาดตาลฐานะยากจน จากชนบทนอกเมืองพุกาม ซึ่งเป็นส�ำนวนที่คนไทยรู้จักดีที่สุด

(๒๑๐๘, ๒๑๑๓, ๒๑๑๗)

(๒๐๘๒)

ภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์

ปี  พ.ศ. บนเส้นทางเดินทัพ หมายถึง ปีที่ท�ำศึกรวมไปถึงการศึกที่ได้รับชัยชนะ   หรือช่วงเวลาท�ำศึก (พงศาวดารไม่ได้ระบุชัดเจน)

(๒๐๙๑, ๒๑๐๖, ๒๑๑๒)

ภาพวาดแผนที่ : สุธีรา รุ่งเรืองเสาวภาคย์

(๒๐๙๑)


“ฟ้าลุ่มอิระวดี คืนนี้มีแต่ดาว แจ่มแสงแวววาว…เด่นอะคร้าวสว่างไสว เสียงคลื่นเร้าฤดี คืนนี้ข้าเปลี่ยวใจ เหน็บหนาวทรวงใน...แปลกไฉนข้าเศร้าวิญญา ข้ามาท�ำศึก ล�ำเค็ญ เหนื่อยแสนยากเย็นไม่เว้นว่างเปล่า เพื่อศักดิ์ชาวตองอู ถึงจะตายจะอยู่ ขอเชิดชูมังตรา... ไปรบอยู่แห่งไหน ใจคะนึงถึงเจ้า เคยเล้าโลมโฉมแม่  ข้ากลับมาเมืองแปร มองเหลียวแลแสนเปลี่ยวเปล่า ไม่มีแต่เงา ข้าเศร้าอาลัย หัวใจแทบขาด อนาถใจไม่คลาย เจ็บใจ คนรักโดนรังแก ข้าจะเผาเมืองแปร ให้มันวอดวาย จะตายให้เขาลือชาย จะให้เขาลือชาย ว่านามชื่อกู ผู้ชนะสิบทิศ...”

รูปปั้น “เจ้าเมือง/กษัตริย์ตองอู” บริเวณลานพระเจดีย์ชเวซันดอว์ พระเจดียป์ ระจ�ำเมืองตองอู  องค์ ซ้ายสุดคือพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้

พระบรมราชานุ ส าวรี ย ์ พ ระเจ้ า บุ เ รงนอง ประทั บ ยื น สั ก การะพระธาตุ ก อว์ มู ด อว์  วั ด กอว์มูดอว์ เมืองตองอู ประเทศพม่า  ตาม หลักฐานที่ปรากฏเชื่อกันว่าเป็นบ้านเกิดและ สถานทีเ่ ติบโตของ “จะเด็ด” หรือ “เชงเยทุต”  (ผู้หาญกล้า)  ก่อนที่ต่อมามารดาของเขา  จะกลายเป็นพระนม (แม่นม) ของเจ้าชาย  ตะเบ็งชะเวตี ้ รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ตองอู

เพลง ผู้ชนะสิบทิศ ประพันธ์เนื้อร้องและท�ำนองโดย ไสล ไกรเลิศ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร

แกะรอย “ราชาเหนือราชา”  ตามหา บริเวณลานพระธาตุกอว์มูดอว์มีป้ายจารึกพระราชประวัติของพระเจ้า บุเรงนองเอาไว้อย่างละเอียด ระบุว่าก่อนออกศึกพระองค์มักจะมา อธิษฐานจิตทีน่ เี่ พือ่ ความเป็นสิรมิ งคล  ส่วนด้านหลังคือ “ลานอธิษฐาน”  คนท้องถิน่ เชือ่ กันว่าหากมาเดินทักษิณาวรรต (เวียนขวา) รอบพระบรม-  ราชานุสาวรียพ์ ระเจ้าบุเรงนอง ๓ รอบ จะท�ำให้มีโชคและค�ำอธิษฐาน เป็นจริง

เรื่อง : สุเจน ภาพ : บันสิทธิ์

กรรพฤทธิ์ บุณยะรัตเวช


พุทธศักราช ๒๐๗๓

มื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ขึ้นครองตองอู จะเด็ด แม่ทัพหนุ่มยศ “กะยอดินนรธา” นามเรียกขานว่า “บุเรงนอง” (พระเชษฐา) ก็น�ำทัพตองอูพิชิตเมืองในลุ่มน�้ำสะโตง และอิระวดีได้ทั้งหมดในเวลาต่อมา

80

เมษายน  ๒๕๕๕    

พระราชวังกัมโพชธานีองค์จ�ำลองตั้งตระหง่านภายในเขตเมืองเก่า หงสาวดี (พะโค)  รัฐบาลทหารพม่าสร้างพระราชวังนีข้ นึ้ เพือ่ ดึงดูด นักท่องเทีย่ วท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนักโบราณคดีจ�ำนวนมากว่า สร้างขึน้ โดยไม่มหี ลักวิชาการรองรับ  ในยุคพระเจ้าบุเรงนอง พืน้ ที่ บริเวณนีถ้ อื เป็นเขตเมืองใหม่ เนือ่ งจากเมืองหงสาวดีของมอญนัน้ ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  พระราชวังนี้สร้าง ขึ้นสมัยบุเรงนองขึ้นครองราชย์แล้ว

   เมษายน  ๒๕๕๕

81


ภมราสนบัลลังก์ (บัลลังก์ผึ้ง) ภายใน พระต�ำหนักบรรทมจ�ำลองที่ถูกสร้างขึ้น แท่ น บรรทมหั น ไปทางทิ ศ ตะวั น ตก  ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของพระมหาธาตุมุเตา  พระเจดียศ์ กั ดิส์ ทิ ธิป์ ระจ�ำเมืองหงสาวดี 

82

เมษายน  ๒๕๕๕    

ภาพขาวด�ำ (บน) แสดงการขุดค้นทางโบราณคดีภายใน พระราชวั ง กั ม โพชธานี ใ นอดี ต  จะเห็ น ฐานเสาไม้ สั ก ของ พระราชวังในอดีตโผล่พ้นจากพื้นดิน  ส่วนภาพล่างถ่ายเมื่อ ปี ๒๕๕๔ มีการสร้างหลังคาคลุมและฉาบรอบโคนเสาด้วย ปูนซีเมนต์เพื่อรักษาสภาพเสา

   เมษายน  ๒๕๕๕

83


พุทธศักราช ๒๑๑๒

มื่อปราบหัวเมืองในลุ่มน�้ำอิระวดี สะโตง หัวเมืองไทใหญ่ และหัวเมือง ล้านนาจนราบคาบ พระเจ้าบุเรงนอง ก็เริ่มสนพระทัยอยุธยาในฐานะ เมืองที่ต้องปราบเพื่อยืนยันความเป็น “พระจักรพรรดิราช”  ในช่วงครองราชย์ พระองค์น�ำทัพเข้าโจมตีอยุธยา ๒ ครั้ง คือปี ๒๑๐๖ (สงครามช้างเผือก) และปี ๒๑๑๒ ที่พิชิตอยุธยา “เมืองที่ไม่มีวันแพ้พ่าย” ได้ในที่สุด

84

เมษายน  ๒๕๕๕    

พระเจดีย์ภูเขาทองตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่งภูเขาทองทางด้านทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือของอยุธยา  สันนิษฐานว่าพระเจดีย์องค์นี้  พระเจ้าบุเรงนองโปรดให้สร้างขึ้นคราวมีชัยชนะเหนืออยุธยาเมื่อ  ปี ๒๑๑๒ หรือทีต่ �ำราเรียนไทยระบุวา่ เป็นการ “เสียกรุงศรีอยุธยา  ครั้งแรก” อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังคงไม่มีข้อสรุป

ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์

   เมษายน  ๒๕๕๕

85


พุทธศักราช ๒๑๑๓

ลังพิชิตอยุธยา  ปี ๒๑๑๓ พระเจ้าบุเรงนองกรีฑาทัพไปโจมตี เวียงจันทน์ต่อทันที บีบให้พระเจ้า ไชยเชษฐาธิราชทรงทิ้งเมือง ท�ำสงครามกองโจร แม้ว่าครั้งนี้จะ ไม่ได้รับชัยชนะเด็ดขาด แต่ก็ เป็นการปูทางในการพิชิตเวียงจันทน์ ได้อย่างเบ็ดเสร็จในปี ๒๑๑๗ ถือเป็นกษัตริย์พม่า พระองค์เดียวที่กรีฑาทัพไปจนถึง ลุ่มน�้ำโขง

เจดีย์ปราบเวียงบริเวณริมแม่น�้ำโขง อ�ำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัด หนองคาย  บริ เ วณนี้ เ ป็ น จุ ด ยุ ท ธศาสตร์ ม าตั้ ง แต่ อ ดี ต ด้ ว ยตั้ ง  อยูต่ รงข้ามกรุงเวียงจันทน์ในจุดทีข่ า้ มแม่นำ�้ ได้ดที สี่ ดุ  และครัง้ หนึง่ ทัพของพระเจ้าบุเรงนองน่าจะมาตั้งทัพอยู่จุดนี้ก่อนจะข้ามไปตี  กรุงเวียงจันทน์  ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์

< ซากก�ำแพงเก่ากรุงเวียงจันทน์ที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน  การโจมตีของทัพพระเจ้าบุเรงนองมีผลให้เมืองหลวงของอาณาจักร ล้านช้างนี้ต้องพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกนับแต่ก่อร่างสร้างเมืองมา ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์

86

เมษายน  ๒๕๕๕    

   เมษายน  ๒๕๕๕

87


กองทัพพม่าเดินสวนสนามหน้าอนุสาวรีย ์ สามวีรกษัตริย ์ เมือ่ ปี ๒๕๕๐ (องค์กลาง คื อ พระเจ้ า บุ เ รงนอง) ที่ ก รุ ง เนปิ ด อว์ เมืองหลวงใหม่  สังเกตได้ว่าธงชาติพม่า ยังคงใช้ธงแบบเดิมก่อนจะเปลีย่ นมาเป็น แบบปัจจุบันที่มีดาวสีขาวอยู่ตรงกลาง ภาพ : PROFILE/REUTERS

88

เมษายน  ๒๕๕๕    

  พม่า พุทธศตวรรษที่ ๒๖

รือ่ งเล่าเกีย่ วกับพระเจ้าบุเรงนองยังคงกระจัดกระจาย ทั่วอุษาคเนย์ ทั้งในต�ำนาน นิทาน เรื่องสั้น บทกวี ฯลฯ ในพม่าพระองค์เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่รัฐบาลทหารชูขึ้น ในฐานะวีรกษัตริย์ กระตุ้นเร้าเรื่อง “เอกภาพของชาติ” ในแบบเรียนชาตินิยม และบางครั้งก็กลายเป็น สัญลักษณ์ในการข่มศัตรูของชาติ

ในพม่าสถานทีห่ ลายแห่งถูกเปลีย่ นไปใช้ชอื่ ว่า “บุเรงนอง”  ในภาพ คือจุดที่เรียกว่าวิกตอเรียพอยต์ จังหวัดเกาะสอง ประเทศพม่า  ที่ อ ยู ่ ต รงข้ า มกั บ จั ง หวั ด ระนองของไทย  คนน� ำ ทางบอกว่ า ประติมากรรมนั้นมีความย้อนแย้งอย่างมาก ด้วยรูปปั้นที่เห็นเป็น รูปพระเจ้าอลองพญา ขณะที่ยอดประติมากรรมระบุว่าที่นี่คือ  “แหลมบุเรงนอง”

พระบรมราชานุสาวรียพ์ ระเจ้าบุเรงนองทีจ่ งั หวัดเกาะสอง ประเทศ พม่า ในอิริยาบถประทับยืนชักพระแสงดาบและหันพระพักตร์มา ทางจังหวัดระนองของไทย

   เมษายน  ๒๕๕๕

89


ประเทศไทย พุทธศตวรรษที่ ๒๖

รื่องเล่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง มีหลายแบบ ทั้งในแง่ “ศัตรูของชาติ” ผูป้ ล้นเอกราชกรุงศรีอยุธยาเมือ่ ปี ๒๑๑๒ ในแง่ “จักรพรรดิราช” ผู้มีบุญญาบารมี เป็นที่ยอมรับ  ในแง่ “นักรบ-นักรัก”  อันเป็นผลจากสื่อบันเทิง อาทิ นิยาย เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ของยาขอบ ที่เขียนโดยอาศัยข้อมูลจากพงศาวดาร เพียง ๘ บรรทัดเป็นพื้นฐาน สื่อดังกล่าวได้สร้างภาพพระเจ้า บุเรงนองในความทรงจ�ำของคนไทย จนพระองค์กลายเป็น “ศัตรูผู้น่ารัก”  เมื่อเทียบกับกษัตริย์พม่าพระองค์อื่น

ฉากการสนทนาบนหลั ง ช้ า งศึ ก  ระหว่ า งพระนเรศวรขณะทรง  พระเยาว์กับพระเจ้าบุเรงนองที่รับพระองค์ไปเลี้ยงในฐานะ “พระ ราชบุตรบุญธรรม” และ “องค์ประกัน” จากเมืองพิษณุโลก ใน ภาพยนตร์ ต�ำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๑ “องค์ ประกันหงสา”  ภาพยนตร์เรื่องนี้นับเป็นสื่อบันเทิงล่าสุดที่สร้าง ภาพพระเจ้าบุเรงนองในความทรงจ�ำของคนไทยในวงกว้าง   ภาพ : บริษัทพร้อมมิตรโปรดักชั่น จ�ำกัด

90

เมษายน  ๒๕๕๕    

> หลังยุคที่นิยาย ผู้ชนะสิบทิศ ได้รับความนิยม สื่ออีกชนิดที่มี บทบาทในการสร้างภาพพระเจ้าบุเรงนองให้คนไทยรุน่ หลังรูจ้ กั ในแง่  “นักรบ-นักรัก” คือละครพันทางของกรมศิลปากรเรือ่ ง ผูช้ นะสิบทิศ  ซึ่งแสดงมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ ณ โรงละครแห่งชาติ  ในภาพเป็นตอน  “สามแผลแค้น” แสดงทีห่ อประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมือ่ ปี ๒๕๕๐  ก�ำกับการแสดงโดยอาจารย์เสรี หวังในธรรม ศิลปิน แห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละคร) ประจ�ำปี ๒๕๓๑ ภาพ : ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน)    เมษายน  ๒๕๕๕

91


ทะเลอันดามัน ต้นปีพุทธศักราช ๒๕๕๕

แสงแดดเจิดจ้าของฤดูหนาวส่องทะลุเมฆฝนลงมากระทบระลอกคลืน่ บนผืนน�้ำสีน�้ำเงินเข้ม เรือของเราเพิ่งออกจากปากน�้ำระนอง มุ่งหน้าไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงเข้าหาชายฝั่งประเทศพม่า  เมือ่ นายท้ายชีไ้ ปทีฝ่ ง่ั พร้อมกับบอกว่า “เขาก็มขี องเขา เราก็มขี องเรา” มองตามไป ผมก็ได้พบ “ของเขา”--ประติมากรรมหล่อสัมฤทธิ์รูป พระเจ้าบุเรงนองขนาดมหึมา ความสูงไม่น่าจะต�่ำกว่า ๓ เมตร  ลักษณะ อิริยาบถอยู่ในท่าพระบาทข้างหนึ่งก้าวบนโขดหิน ขณะพระหัตถ์ชักพระ แสงดาบออกจากฝักครึ่งท่อน สายพระเนตรทอดมายังปากน�ำ้ ระนองฝั่งไทย ส่วน “ของเรา” ทีน่ ายท้ายพูดถึงก็คอื พระบรมราชานุสาวรียส์ มเด็จพระนเรศวร ซึ่งมีอยู่ตามเมืองประวัติศาสตร์และเมืองชายแดนไทย-พม่า ในจังหวัด Kaw Thaung หรือทีค่ นไทยเรียกกันว่า “เกาะสอง”  นอก จากอนุสาวรีย์นี้แล้ว สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับนาม “บุเรงนอง” ยังมีอีกแห่ง คือ “แหลมบุเรงนอง” (Bayinnaung Point)

แกะรอย “ราชาเหนือราชา”  ตามหา

เรื่อง สุเจน กรรพฤทธิ์ ภาพ บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช

< พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนองที่หน้าพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติยา่ งกุง้  ประเทศพม่า ประทับยืนตระหง่านในฐานะ ๑ ใน ๓ วีรกษัตริยพ์ ม่า อันประกอบด้วย พระเจ้าอโนรธา พระเจ้าบุเรงนอง  และพระเจ้าอลองพญา

92

เมษายน  ๒๕๕๕    

   เมษายน  ๒๕๕๕

93


แกะรอย “ราชาเหนือราชา” ตามหาผู้ชนะสิบทิศ