Issuu on Google+

issue 01/2014

THE 30TH ANNIVERSARY 1 SANSIRI NO.475


2 SANSIRI NO.475


AD

3 SANSIRI NO.475


4 SANSIRI NO.475


SANSIRI'S NOTE

celebrating 30 years กว่า 30 ปี ของการออกแบบ และการ สร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับ คุณภาพชีวิตของลูกบ้าน  เรามุ่งมั่นให้ความส�ำคัญกับการใช้ ชีวิต และ เจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง ก้าวแรกของแสนสิริในปี 2531 ใน การเปิดตัวโครงการแรก "บ้านไข่มุก" บน ชายหาดที่ ส วยที่ สุ ด ในหั ว หิ น และการ ออกแบบทีโ่ ดดเด่น เป็นจุดเริม่ ต้นทีส่ ะท้อน วิถีคิดการออกแบบที่แตกต่างของแสนสิริ นับแต่วันนั้น จากความส�ำเร็จจากโครงการพรีเมียม แนวสูง ขยายสู่ตลาดโครงการแนวราบ มากกว่า 200 โครงการทั้งในกรุงเทพและ ต่างจังหวัด เป็นบทพิสูจน์ที่เราได้เดินทาง พัฒนาสิ่งใหม่ๆ จากความเชื่อมั่นของผู้ บริโภค  ไม่ไช่แค่การก่อสร้าง แสนสิริ พลัส พรอพเพอร์ตี้ และ พันธมิตร มีความตั้งใจ ในเติมเต็มชีวิตการอยู่อาศัยของลูกบ้าน ผ่านโครงการต่างๆ ของ Sansiri Family ที่ เ ติ ม เต็ ม รายละเอี ย ดการใช้ ชี วิ ต ของ ครอบครัวแสนสิรเิ ต็มเปีย่ มไปด้วยความสุข

30 ปี ในการขยายตัวทางธุรกิจ เรา ได้เติบโตไปพร้อมกับความตัง้ ใจในการคืน กลับสู่สังคม Sansiri Social Change ภาย ใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรหลัก ยูนิเซฟ ประเทศไทย จะยังคงพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อมุ่งหวังสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของเด็กและเยาวชน เพื่อคืนกลับสู่สังคม อย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่า "การสร้าง คือ การสร้างชีวิต " For 30 years, Sansiri has been committed to creating superior quality living spaces, designed with attention to detail to uplift the quality of life for our customers. We pride ourselves in continuously innovating to fulfill every aspect of the living experience. In 1988, Sansiri launched its first premium holiday condominium “Baan Kai Muk” on Hua Hin’s most beautiful beachfront. This project signified Sansiri’s innovative and cutting edge design philosophy that has stood at the heart of Sansiri’s mission to date. 5 SANSIRI NO.475

 The success of our premium condominium projects has propelled Sansiri forward, expanding our portfolio with over 200 projects in Bangkok and other provinces. Sansiri’s responsibility and total commitment to our customers has proven the brand’s credibility and trust. Not merely focusing on buildings, Sansiri, Plus Property, and our partners share a vision to complete the customers’ living experience, through Sansiri Family activities that cater to every need. For the past 3 decades, our business has expanded along with our commitment in giving back to the society. Sansiri Social Change, with UNICEF Thailand as our official partner, will continue to initiate new projects in order to sustainably improve the wellbeing of children. This is because we believe in “constructing life, not just buildings.”


CONTENTS

ISSUE 01/2014

0 6 . S A N S I R I FA M I LY 2 2 . O P E N H O U S E I I 4 5 . W E L L B E I N G International Feel At The Winter Market Fest, Sansiri Social Change, Transpac 2013, Thailand Property Award 2013 ข่าว กิจกรรมจากเเสนสิริ เเฟมิลเี่ พือ่ ประสบการณ์ ความสุขกับลูกบ้าน

การใช้ชีวิตแบบ Slow Life เข้ามาสร้างเป็น ทีพ่ กั อาศัยทีท่ ำ� ให้ทกุ วันของคุณ สงบ ร่มเย็น ใกล้ชดิ ธรรมชาติ ในใจกลางเมือง โดยความ หมายของค�ำว่า "Slow Living - Slow Life" มาใส่ ไ ว้ ใ นโครงการที่ พั ก อาศั ย คุ ณ ภาพ คอนโดมิเนียมที่เเวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ หายากในเมืองกรุง จะถูกปรุงแต่งให้เพียบ 13.CONTINENTAL SHELF พร้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ สวนสวย ดอกไม้ และ ล�ำคลอง สะท้อนถึงชีวิตแบบชนบทที่หลาย อั พ เดทความร่ ว มสมั ย กั บ รายชื่ อ หนั ง สื อ คนถวิลหา ซึ่งไม่ต้องไปไกลคุณก็สามารถ เล่มสวยน่าสนใจ, หนังดีน่าดูเเละชิ้นงาน ใช้ชีวิตดั่งวันพักผ่อนนี้ได้ทุกวันที่บ้านคุณ สร้ า งสรรค์ สุ ด ล�้ ำ ที่ ม าพร้ อ มเนื้ อ ความที่ เปรียบเป็นอาหารสมองจานโอชะเเบบฉบับ เนื้อความรู้ไร้กาลเวลาโดย คุณสมิลา วีนิน 2 8 . C O N V E R S A T I O N W I T H 16.OPEN HOUSE1 บทสัมภาษณ์พิเศษเเละเรื่องราวของเเบรนด์ บ้ า นหลั ง ใหญ่ โ ครงการใหม่ ข องเเสนสิ ริ ใหญ่ ร ะดั บ โลกน่ า สนใจนาม "โมโนเคิ ล ชื่อ นาราสิริ บางนา ที่น่าอยู่เเละมากด้วย (Monocle)" ทีไ่ ด้จดั อีเว้นท์สร้างสรรค์รว่ มกับ รสนิยมเเละเหมาะกับลูกบ้านของเเสนสิริ เเสนสิริ เรียบเรียงเเนวคิดพร้อมบทสัมภาษณ์ ติดตามชมภาพบ้านตัวอย่างเเละเนื้อความ สุดพิเศษโดย คุณสมิลา วีนิน เเนวคิดสร้างสรรค์ของโครงการเเบบอ่าน เพลินโดย คุณอพัท ไชยองค์การ 66

SANSIRI NO.475 SANSIRI NO.475

"Good Night Sleep In My Condo - นิทรา เป็นสุข ในห้องชุดใหม่" บทความน่ารู้กับเนื้อ ความน่าอ่านโดย พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ผู้ เชีย่ วชาญเเละเจ้าของ S.Medical Spa ทีจ่ ะ มาอัพเดทความรูเ้ พือ่ การนอนทีเ่ ป็นสุขในทุก คืนของลูกบ้านเเสนสิริ

6 4 . E S S A Y & G A R D E N F I L E "Photo Essay" ภาพถ่ายกล้วยไม้สุดสวย ฝีมอื การถ่ายภาพโดย คุณศักดิช์ ัย กาย เเละ บทกลอนเนือ้ ความวิจติ รแฝงเเนวคิดปรัชญา สุขนิยมที่เหมาะกับคนยุคร่วมสมัยที่น่าอ่าน โดย ศ.ระพี สาคริก พร้อมเนื้อความเกี่ยวกับ การดูเเลรักษากล้วยไม้ต้นโปรดที่เอื้อกับรูป เเบบการด�ำเนินชีวิตในเมืองกรุงของคนยุค ร่วมสมัยเฉกเช่นลูกบ้านของเเสนสิริ


7 SANSIRI NO.475


NO.475

FALL2013

FAMILYROOM INTERNATIONAL FEEL AT THE WINTER MARKET FEST

กิจกรรมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความ สุขกับงาน Winter Market Fest ณ สะพาน แสนส�ำราญ สุขุมวิท 77 ที่มีผู้มาร่วมงานกว่า 10,000 คน ทั้งชาวไทย ชาวญี่ปุ่นและชาติ ต่าง ๆ ที่มาร่วมช้อปปี้ง เดินชิลล์ ออกร้าน ขายของกว่า 60 ร้านค้า ท�ำกิจกรรมและร่วม การแสดงโดยมีเด็ก ๆ จากโรงเรียนนานาชาติ มาช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน ทุกคน รวมถึงการแสดงสดจากศิลปินที่สร้าง ความสุขให้กับทุกท่านอีกด้วย ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันท�ำให้งาน ในครั้งนี้เกิดขึ้น และได้รับการตอบรับที่ดีและ หวังว่าเราจะได้ร่วมสร้างความสุขในครั้งหน้า

โรงเรียนในไร่ส้ม เพราะเด็ก ทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษา SANSIRI SOCIAL CHANGE สู่เส้น ทางไปโรงเรียนในไร่ส้ม อ�ำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่ เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิต และสิทธิ ทางการศึ ก ษาของเด็ ก ไร้ รั ฐ ไร้ สั ญ ชาติ   ณ โรงเรียนในไร่ส้ม อ�ำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเข้าเยี่ยมชมพร้อมมอบผ้าห่มสู้ภัยหนาว และอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่ ศูนย์การเรียนเด่นเวียงชัย และศูนย์การเรียน หนองงูเหลือม ในการเดินทางครั้งนี้มุ่งสร้าง ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสิทธิเด็กและโอกาส ทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน แสนสิริองค์กรที่เป็นมิตรกับเด็ก ร่วม สนับสนุนการศึกษาและสิทธิในการเล่นของ เด็กทุกคน ...

8 SANSIRI NO.475


TRANSPAC 2013 “ปฏิญญากร บุราณรมย์” หรือ “กิ่ง” นัก แล่นใบคนแรกและคนเดียวของประเทศไทย สร้างประวัตศิ าสตร์หน้าใหม่ให้กบั วงการแล่น ใบไทยได้ส�ำเร็จ หลังท�ำหน้าที่เป็นกัปตันร่วม (Co-skipper) กับมิสเตอร์ไมเคิล สปีส์ และลูก เรือชัน้ น�ำอีก 3 คน น�ำ “เรือแสนสิร”ิ เข้าเส้นชัย เป็นอันดับสามในประเภทเรือเดียวกัน ในการ แข่งขันสุดยอดแล่นใบระดับต�ำนานของโลก รายการ “ทรานสแพค 2013 (TRANSPAC 2013)" “เรือแสนสิร”ิ ใช้เวลาการแข่งขันมากกว่า 12 วัน ขับเคีย่ วกับเรือชัน้ น�ำกว่า 59 ล�ำจากทัว่ โลกโดยการแข่งขันออกสตาร์ทที่ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และสิ้นสุดที่เมือง ฮอนโนลูลู เกาะฮาวาย มีระยะการแข่งขัน 2,250 ไมล์ทะเล หรือ ประมาณ 4,100 กม. โดยข้ามผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก น่านน�้ำที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยการแข่งขันสิ้นสุด ลงเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

THAILAND PROPERTY AWARD 2013 บริ ษั ท แสนสิ ริ จ� ำ กั ด (มหาชน) รั บ รางวัลสุดยอดผูป้ ระกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทย (Best Developer Thailand) จาก Thailand Property Awards 2013 เป็นการมอบรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการ อสังหาริมทรัพย์ นอกจากนั้น โครงการนารา สิ ริ พุ ท ธมณฑลสาย 1 ยั ง คว้ า รางวั ล สุ ด ยอดโครงการบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ (Best Housing Development-Bangkok) จากการ ออกแบบโครงการที่โดดเด่นและตอบโจทย์ การอยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอ�ำนวยการ บริษัท แสนสิริ จ�ำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้ บริหารจากแสนสิรเิ ข้ารับรางวัล ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ 9 SANSIRI NO.475


Sansiri Project Preview

URBAN LIVING COLLECTIVE EXPERIENCES IN THE CITY: PATH FROM BAAN SANSIRI THRU PYNE Urbanization หรือการพัฒนาและการ เติ บ โตของชุ ม ชนเมื อ งในปั จ จุ บั น นั้ น เป็นแม่แบบพัฒนาการของสังคมร่วม สมัยซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคม ตลอดจนการวางผังเมืองซึง่ ส่งผล กระทบ โดยตรงต่ อ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของคนเมื อ ง การเติ บ โตของกรุ ง เทพมหานครได้ ท�ำให้เกิดการขยายตัวของชุมชนเมือง ขึ้นใหม่ในเขตชานเมืองโดยรอบจนเกิด เป็นชุมชนขยายออกจากเมืองเดิมและ กลายเป็นมหานคร (Metropolis) ในที่สุด การพั ฒ นาโครงการที่ อ ยู ่ อ าศั ย ของ แสนสิรไิ ด้พฒ ั นาควบคูไ่ ปกับการเติบโตของ เมืองตลอดมา โดยเฉพาะการพัฒนาเมือง ในแนวตั้ง (Vertical City) ตามความหนา แน่นของประชากรที่ทางแสนสิริได้พัฒนา โครงการคอนโดมิเนียมให้สอดคล้องกับการ เติบโตของโครงสร้างภายในเมือง (Urban Fabrics) มากกว่า 50 โครงการ ตลอดระยะ เวลา 28 ปี ในยุคเริ่มต้น แสนสิริแสดงให้เห็นได้ ถึงวิสัยทัศน์การเลือกที่ตั้งโครงการในพื้นที่ ที่มีบริบทรอบข้าง (Context) ที่ตอบโจทย์ ที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง โครงการเริ่มแรก อย่าง บ้านแสนสิริ (ซอย มหาดเล็กหลวง 2) บ้านพฤกษาสิริ (ราชเทวีและซอยสวนพลู) บ้านเพลินจิต ไปจนถึง บ้านสิริสาธร บ้าน สิริสีลม บ้านสิริสุขุมวิท บ้านสิริฤดี และบ้าน ปิยะสาธร โครงการเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็น

ถึงวิสยั ทัศน์อนั ก้าวไกลในการเลือกต�ำแหน่ง ที่ ดิ น ที่ มี ศั ก ยภาพที่ มี อ ยู ่ อ ย่ า งจ� ำ กั ด ให้ มี ความโดดเด่น (Prime Location) เหมาะสม ต่อการน�ำมาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย แนวตั้งใจกลางเมือง ในขณะที่การพัฒนา ในยุคนัน้ โครงการพัฒนาทีอ่ ยูอ่ าศัยในเมือง ส่วนใหญ่ยงั คงเป็นโครงการในแนวราบอย่าง ทาวน์โฮม หรือ Apartment เสียมากกว่า เเนวคิ ด หลั ก ในการพั ฒ นาของแสน สิริในยุคแรกเริ่มนั้นมุ่งหวังที่จะสร้าง “บ้าน สมบูรณ์แบบแนวตั้ง" ใจกลางเมือง เเนวคิด นี้เริ่มมาจากการค�ำนึงถึงหลักพื้นฐานเบื้อง ต้นอันได้แก่ การเข้าถึงตัวโครงการ (Accessibility) ความปลอดภัย (Safety) สิ่งอ�ำนวย ความสะดวก (Facilities) กิจกรรมต่าง ๆ (Activities) และการออกแบบสถาปัตยกรรม (Architectural Design) ที่เป็นเครื่องมือ ในการประสานทุกอย่างให้ท�ำงานร่วมกัน อย่างลงตัว โครงการบ้านแสนสิริ ซอยมหาดเล็ก หลวง 2 ในปี 2536 ถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองยุคแรกเริ่มของแสนสิริที่ ได้แสดงให้เห็นถึงการวางหลักพื้นฐานข้าง ต้นได้อย่างลงตัว ที่ตั้งโครงการนอกจากจะ อยู่ในท�ำเลที่ง่ายต่อการเข้าถึงภายในเมือง แล้ว ยังตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ มีความปลอดภัยสูงเเละระบบรักษาความ ปลอดภั ย ภายในโครงการที่ ไ ด้ ม าตรฐาน พร้อมทัง้ สิง่ อ�ำนวยความสะดวกเพือ่ กิจกรรม 10 SANSIRI NO.475

อันหลากหลายอาทิ สระว่ายน�ำ้ สนามเทนนิส สนามสคอวช์ ห้องซาวน่า ห้องออกก�ำลังกาย และพื้นที่สวนส่วนกลางที่ใช้หลักการและ ส่วนประกอบในการออกแบบสถาปัตยกรรม (Architectural Elements) ที่เหมาะสมเเละ สร้างสรรค์ออกมาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม ทีย่ งั คงภาพลักษณ์สถาปัตยกรรมบ้านแนวราบ แบบร่วมสมัยให้ผู้อยู่อาศัยยังคงสามารถรับ รู้ถึงความรู้สึก (Perception) ของบรรยากาศ การอยูใ่ นบ้านแนวราบในใจกลางเมืองอย่าง แท้จริง จากนั้นมาการพัฒนาของชุมชนเมือง ในกรุงเทพมหานครได้ก้าวกระโดดไปอย่าง รวดเร็วภายในช่วงระยะเวลาอันสั้นเเละการ เพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยแนวตั้งภายในเมือง ก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังจากสภาพ เศรษฐกิจที่ฟื้นฟูหลังวิกฤตปี 2540 แต่การ พัฒนาอย่างก้าวกระโดดโดยขาดระบบ จึง ท� ำ ให้ ทิ ศ ทางการพั ฒ นาของเมื อ งเป็ น ไป ในแนวทางการพั ฒ นาอย่ า งไม่ เ ป็ น ระบบ ระเบียบ (Informal Planning) การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานโดยรวมและโครงข่ายใน เมือง (Urban Structure & Urban Fabric) ยัง ขาดแคลนและต�ำ่ กว่ามาตรฐานทีค่ วรจะเป็น ตัวอย่างเช่น พื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร มี เ พี ย ง 4.09 ตร.ม. ต่ อ ประชากร 1 คน (มาตรฐานอยู่ที่ 9 ตร.ม.) หรือพื้นที่ถนนซึ่ง ถือเป็นระบบขนส่งขัน้ พืน้ ฐานมีเพียง 8% ของ พื้นที่ทั้งหมด (มาตรฐานอยู่ที่ 20-25%) และ


11 SANSIRI NO.475


นอกเหนือจากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน (Infrastructure) ที่ยังขาดแคลนแล้วสิ่งที่ ส�ำคัญกว่าและยังขาดแคลนอยูอ่ ย่างมากใน การพัฒนาความเป็นเมืองในประเทศไทยคือ พื้นที่สาธารณะ (Public Space) พืน้ ทีส่ าธารณะนัน้ ถือเป็นส่วนประกอบ ส�ำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตและความ เป็นอยูท่ ดี่ ขี องผูอ้ ยูอ่ าศัย นิตยสาร Monocle ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนิตยสารหัวก้าวหน้าเรื่อง Lifestyle และวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ท�ำการ ส�ำรวจและจัดอันดับ 25 เมืองที่น่าอยู่ที่สุด ในโลกทุก ๆ ปี (ปี 2013 เมืองที่น่าอยู่ที่สุด คือ Copenhagen) ซึ่งน�้ำหนักของการให้ คะแนนทีส่ ำ� คัญนอกเหนือจากพิจารณาเรือ่ ง โครงสร้างพืน้ ฐานภายในเมืองแล้ว การค�ำนึง ถึงเมืองที่สามารถสนับสนุนให้เกิดการใช้ ชีวติ และกิจกรรมตามพืน้ ทีส่ าธารณะภายใน เมือง (Street Life) การมีพนื้ ทีท่ างวัฒนธรรม (Cultural Space) และการมีกิจกรรมกลาง แจ้ง (Outdoor Life) ถือเป็นองค์ประกอบ ส�ำคัญส�ำหรับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ภายในเมือง 20 ปี ภายหลังจากโครงการบ้านแสน สิริบริเวณซอยมหาดเล็กหลวง 2 ประสบ ความส�ำเร็จ ทางแสนสิรไิ ด้ดำ� เนินการพัฒนา โครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวตั้งและแนวราบ อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง โดยมี ก ารพั ฒ นาแนวคิ ด ในการออกแบบพื้ น ที่ ส ่ ว นกลางซึ่ ง ที่ เ ป็ น พื้นที่สาธารณะภายในโครงการตามบริบท รอบข้างที่ต่างกันได้อย่างเหมาะสมอย่าง ในโครงการ Pyne ราชเทวี ที่แนวคิดของ แสนสิริสามารถสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการ พัฒนารูปแบบที่อยู่อาศัยภายในเมืองของ สังคมเมืองร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืนบนพืน้ ฐานของ Safety, Accessibility, Facilities, Activities และ Design ที่ได้น�ำมาพัฒนา และต่อยอดไปสูก่ ารพัฒนาคุณภาพชีวติ ของ

ลูกบ้านภายในโครงการ ต�ำแหน่งที่ตั้งของ โครงการติดสถานี BTS ราชเทวี ที่สามารถ เชื่อมถึงย่านธุรกิจส�ำคัญได้อย่างรวดเร็ว การเข้ า ถึ ง ย่ า น Shopping Center และ Lifestyle Center ชั้นน�ำ (Siam Paragon, Siam Square) รวมถึ ง แหล่ ง ส� ำ คั ญ ทาง วัฒนธรรมอย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย แห่งกรุงเทพมหานคร ก็อยูใ่ นระยะทีส่ ามารถ ใช้จักรยานหรือเดินถึงได้อย่างสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ Pyne ได้ รั บ การออกแบบและพั ฒ นาให้ เ ป็ น มากกว่าแค่พื้นที่ออกก�ำลังกายหรือพักผ่อน ทั่วไป โดยพื้นที่นี้ต้องตอบสนองการสร้าง อาณาบริเวณของความเป็นสาธารณะหรือ Public Realm ระหว่างผู้อยู่อาศัยภายใน โครงการให้ เ ชื่ อ มต่ อ กั บ สภาพบริ บ ทและ สังคมโดยรอบได้อย่างโดดเด่นและลงตัว Manuel de Sola’ Morales สถาปนิก และนักผังเมืองชาวสเปนิชได้อธิบายการ พัฒนาพื้นที่ในลักษณะนี้ไว้ว่า พื้นที่นี้จะไม่ ได้ถูกก�ำหนดหรือออกแบบมาให้เป็นพื้นที่ สาธารณะหรือพื้นที่ส่วนตัวเเบบตายตัวอีก ต่อไป แต่จะต้องมีความยืดหยุน่ ทีจ่ ะสามารถ เป็นทั้ง 2 อย่างได้ในเวลาเดียวกัน แนวทางการออกแบบ Collective Space นี้ ส ะท้ อ นออกมาให้ เ ห็ น ได้ ชั ด ใน บริเวณพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Pyne ตั้งแต่พื้นที่โดยรอบสระว่ายน�้ำที่ออกแบบ ได้อย่างแตกต่างและลงตัวในขณะเดียวกันที่ สามารถเชือ่ มตัวอาคารเข้ากับบริบทรอบข้าง และอาคารอื่นได้อย่างลงตัว เส้นสายของ การออกแบบทางภูมสิ ถาปัตยกรรมท�ำหน้าที่ เชื่อมต่อความรู้สึกและสร้างภาพลักษณ์น่า สนใจ (Image and Perception) ของพื้นที่ กิจกรรมร่วมกับผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ ตั้งแต่สระว่ายน�ำ้ ชานพักโดยรอบ และสวน พักผ่อนส่วนกลางบริเวณ���ั้นสระว่ายน�้ำไป 12 SANSIRI NO.475

จนถึงห้องอเนกประสงค์เช่นว่า ห้องสมุด ห้องออกก�ำลังกายและซาวน์นา ในขณะ เดียวกันโครงหลังคาโปร่งที่ครอบคลุมสระ ว่ายน�ำ้ อยูน่ นั้ ก็ทำ� หน้าทีเ่ ชือ่ มต่อให้สระว่าย น�้ำและสวนส่วนกลางของอาคารเชื่อมไปสู่ โถงต้อนรับไปจนถึงสวนประติมากรรมร่วม สมัยบริเวณดาดฟ้าของอาคารทีเ่ ป็นรูปแบบ ดีไซน์ร่วมสมัยน่าสนใจ (Design Feature) ที่โดดเด่นอีกชิ้นหนึ่งของโครงการที่สามารถ สร้างสรรค์บรรยากาศของความเป็น Sky Lounge & Garden ให้เกิดเป็นบริบทของ วัฒนธรรมร่วมสมัยที่ต่อเนื่องร่วมไปกับ เส้นขอบฟ้าของเมืองได้อย่างลงตัว ทั้งจาก มุมมองภายในโดยผูอ้ ยูอ่ าศัยและจากบริบท เมืองโดยรอบ องค์ ป ระกอบและสั ด ส่ ว นทาง สถาปัตยกรรม (Architectural Elements and Composition) ของ Pyne นัน้ สามารถ ประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัวเพื่อเชื่อมต่อ พื้นที่เเบบ Collective Space ที่ส่วนกลาง ภายในอาคารกับพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละ ห้องผ่านการตกแต่งของฟาซาดภายนอก อาคารและระเบียงส่วนตัวในแต่ละห้อง ไปสู่พื้นที่สาธารณะกับบริบทภายนอก อาคารได้อย่างเหมาะสม นอกเหนือจาก Pyne แล้วโครงการคอนโดมิเนียมอืน่ โดย แสนสิริตั้งแต่ Quattro, Ceil, Nye, Teal, Wyne ตลอดไปจนซีรี่ย์ของ D Condo และ The Base นั้นก่อให้เกิดการพัฒนา ของสภาพบริบทเมืองและช่วยปรับปรุง สภาพแวดล้อม (Urban Regeneration) โดยรอบโครงการได้อย่างน่าสนใจทั้งยัง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของแนวทาง การพั ฒ นาโครงการที่ อ ยู ่ อ าศั ย แนวตั้ ง ของแสนสิรเิ พือ่ พัฒนาคุณภาพชีวติ เเนว สุขนิยมร่วมสมัยของลูกบ้านทุกคน


สอบถามรายละเอียดได้ที่ ธนาคารออมสินทุกสาขา 13

SANSIRI NO.475


NO.475

FALL2013

LIVING ROOM หากเมื่อนึกถึงห้องรับเเขกอันเป็นอีกหนึ่งศูนย์รวมของ ทั้งสมาชิกครอบครัวเเละเเขกขาจรย่อมเชื่อมโยงไปถึงหัว เรื่องสนุกขบขันเเละบันเทิงปัญญาแบบฉบับว่าด้วยรสนิยม ... ห้องรับเเขกคือพืน้ ทีเ่ เห่งความบันเทิงสุขนิยมทีห่ ลากหลาย ที่ละลานตาไปด้วยของตกเเต่งชิ้นโปรดหายากจากทั่วทุก สารทิศ หนังสือเล่มสวยเนื้อหาน่าสนใจ รวมไปถึงเเผ่นเสียง เพลงคอลเลคชัน่ สุดโปรดทีม่ กั หยิบขึน้ มาเปิดให้ไพเราะระรืน่ โสตประสาททางการฟังให้เกิดเป็นบรรยากาศที่รื่นรมย์ ...

14 SANSIRI NO.475


CONTINENTAL SHELF

IN HER SHOES สาว ๆ คนไหนบ้างทีไ่ ม่เคยฝันอยากเดิน เฉิดฉายบนรองเท้าส้นสูงคู่งามของ Jimmy Choo? แต่ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังรองเท้า ในฝันของสาว ๆ ทัว่ โลกคือภาพชีวติ โชกโชน ของหนึ่งในผู้ก่อตั้งสาวเปรี้ยวที่สุดแห่งเกาะ อังกฤษอย่าง ทามาร่า เมลลอน ตั้งแต่ชีวิต วัยเยาว์ทไี่ ม่ได้สวยหรู การเข้าสูว่ งการแฟชัน่ ในฐานะบรรณาธิการเครือ่ งประดับของ British Vogue วิสยั ทัศน์กว้างไกลทีม่ องเห็นช่อง ว่างในตลาดรองเท้า ความล�ำบากในการ ท�ำงานกับฝ่ายบริหาร และเรื่องราวการต่อสู้ กับเหล่านายทุนที่จ้องจะฮุบแบรนด์รองเท้า มูลค่ามหาศาลที่เธอปลุกปั้นมากับมือ รวม ไปถึงการตัดสินใจหันหลังให้กับแบรนด์รัก ในท้ายทีส่ ดุ In My Shoes: A Memoir คือค�ำ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่อง ส่วนตัวของผูห้ ญิงทีป่ ระสบความส�ำเร็จทีส่ ดุ และมีชีวิตส่วนตัวที่เป็นที่จับตามองที่สุดคน หนึ่งในวงการแฟชั่นในปัจจุบันกับเส้นทาง ที่เธอล้มลุกคลุกคลานผ่านมาบน รองเท้า Jimmy Choo คู่สวยนับพันคู่ที่เธอสวมใส่ มาตลอดชีวิต In My Shoes: A Memoir, 288 หน้าม 2013, พิมพ์ โดย Portfolio Hardcover

MUST - READ หนังสือเล่มแรกที่หลายคนรอคอยจากสุดยอดนิตยสารไลฟ์ไตล์ “Monocle” รวบรวมเรื่องราวของบุคคลและกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังความพยายามในการ จุดประกายเล็ก ๆ เพื่อพัฒนาให้เมืองหรือชุมชนที่พวกเขาอยู่เป็นสถานที่ที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น กว่าเดิม The Monocle Guide to Better Living พูดถึงเรื่องราวของเหล่าสถาปนิกที่มี วิสัยทัศน์ล�้ำสมัยผู้คนที่ไม่เคยหยุดปรับปรุงเมืองของพวกเขา และเหล่าเชฟที่ใส่ใจและ รู้ว่าอาหารทุกจานที่พวกเขาเสิร์ฟมีที่มาจากที่ใด เพื่อให้ผู้อ่านทุกคนได้สนุกไปกับเรื่อง ราวมหัศจรรย์ของคนธรรมดาทีม่ มี มุ มองไม่ธรรมดาเหล่านี้ ก่อนจะซึมซับแรงบันดาลใจ เล็ก ๆ ที่จะกลายเป็นแรงปรารถนาที่จะใช้ชีวิตที่ดีกว่าเดิม หรือแม้แต่ลุกขึ้นมาเป็นส่วน หนึ่งของการพัฒนาชีวิตในชุมชนของตนเองให้ดีกว่าเดิม The Monocle Guide to Better Living, 408 หน้า, 2013, พิมพ์โดยส�ำนักพิมพ์ Gestalten

15 SANSIRI NO.475


CONTINENTAL SHELF

เทรสต์ เ ชนโก้ ช่ า งภาพที่ เ คยฝากผลงาน ถ่ายภาพห้องพักดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกไว้ใน นิตยสารต่าง ๆ ตัง้ แต่ French Vogue, Casa Vogue, W ยัน Elle Decor และหนังสือ รวบรวมภาพถ่ายบ้านและอพาร์ทเม้นท์ของ อีฟ แซงต์ โลรองต์ และ ปิแอร์ แบร์เช่ The Private World of Yves Saint Laurent & Pierre Bergé ถ่ายทอดโลกส่วนตัวของเหล่า ดีไซเนอร์และบุคคลส�ำคัญในวงการแฟชั่น ทัง้ สไตลลิสต์และบรรณาธิการนิตยสารผ่าน หนังสือรวบรวมผลงานภาพถ่าย Beyond Chic : Great Fashion Designers at Home ทีจ่ ะพาผูอ้ า่ นเดินทางผ่านประตูเข้าสูอ่ พาร์ท เม้นท์สดุ ตระการตาของมาดมัวแซล ชาแนล เลขที่ 31 ถนนกอมบง ไปจนถึงบ้านพักฤดู หนาวไอเดียแหวกแนวของจอร์โจ อาร์มา นี่ หรือบ้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายไอตะวัน ออกจัด ๆ อย่างบ้านของฟรังก้า ซอสซานี่ ขวดน�้ำหอมชาเนล N5 แรงบันดาลใจและ แห่ง Vogue Italia ความหลงใหลของเหล่าดีไซเนอร์มักปรากฏ ให้เห็นตามมุมต่าง ๆ ในบ้านหรือห้องพัก Beyond Chic: Great Fashion Designers ส่วนตัวของพวกเขามากพอกับที่ปรากฏใน at Home, 284 หน้า, 2013, พิมพ์โดย คอลเลคชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับ อิวาน Vendome Press

WHERE THE ART IS

ไม่ว่าจะเป็นลายดอกคามิเลียบนฉาก พับ Coromandel ในอพาร์ทเมนท์ของมาด มัวแซล ชาแนล ที่กลายมาเป็นธีมส�ำคัญ ของแบรนด์จนถึงปัจจุบนั หรือกระจกโบราณ จากยุคปลายศตวรรษที่ 17 อันเป็นที่มาของ

RECOMMEND

A SPEEDCAR OF DESIRE ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ของ รัฐที่รวบรวมคอลเลคชั่นทั้งงานศิลปะและ ปูชนียวัตถุโบราณล�้ำค่าไว้มากมายที่สุด ในสหรัฐอเมริกา ใครเลยจะคาดคิดว่าเมื่อ North Carolina Museum of Art จะจัด นิทรรศการงานออกแบบขึ้นเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ 59 ปี ของพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ถูกหยิบยกมาขยายความจะเป็นสุด ยอดยนตกรรมหรูในฝันของหลาย ๆ คน อย่าง Porshe Porsche by Design: Seducing Speed เล่าประวัติศาสตร์และพัฒนาการ ของรถ Porshe ตั้งแต่ทศวรรษที ่1930 มาจนถึงปัจจุบันผ่านรถยนต์กว่า 20 คัน โดยมี เคน กรอส นั ก ข่ า วสายยานยนต์

และอดีตผู้อ�ำนวยการ Petersen Automotive Museum ท�ำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ นอกจากผู ้ ที่ ห ลงใหลในรถยนต์ ซึ่ ง เชื่ อ ว่ า จะต้ อ งเพลิ ด เพลิ น ไปกั บ วิ ศ วกรรม อัจฉริยะที่ถูกถ่ายทอดผ่านสมรรถนะของ รถ Porshe แต่ละยุคสมัยแล้ว แก่นส�ำคัญ ของนิทรรศการอีกหนึ่งอย่างที่จะท�ำให้ผู้ ที่หลงใหลในศิลปะเคลิบเคลิ้มไม่แพ้กัน คงไม่พ้นความอัศจรรย์ของยนตกรรมชั้น สู ง ที่ เ กิ ด จากการหลอมรวมเทคโนโลยี นวั ต กรรมใหม่ เ ข้ า กั บ สุ น ทรี ย ภาพและ รสนิ ย มอั น เป็ น เสมื อ นหั ว ใจของการ ออกแบบรถยนต์ Porshe ในทุกรุ่น และ รถ Porshe หลายคันในคอลเลคชัน่ ทีน่ ำ� มา จัดแสดงเองก็ลว้ นเป็นสมบัตใิ นครอบครอง 16 SANSIRI NO.475

ของบุคคลส�ำคัญในแวดวงศิลปะบันเทิงทัง้ สิ้นไม่ว่าจะเป็น ราล์ฟ ลอเรน, สตีฟ แม็ค ควีน หรือ เจนิส จอปลิน ตั้ ง แต่ 12 ตุ ล าคม 2013 ถึ ง 20 มกราคม 2014 ที่ North Carolina Museum of Art


17 SANSIRI NO.475


18 SANSIRI NO.475


OPEN HOUSE 1

เรื่อง : อพัท ไชย์องค์การ ภาพ : สมเกียรติ กังสดาลวิรุฬห์

BANGKOKIAN "Pace qu'on aime bien recevoir chez soi"

NARASIRI BANGNA GRANDEUR IN DETAILS นาราสิริ บางนา ลึกซึ้งในรายละเอียด เมื่อความตั้งใจ ความเข้าใจ และความ พิ ถี พิ ถั น ถู ก หล่ อ หลอมรวมกั น ให้ เ กิ ด เ���็นบ้านสักหนึ่งหลัง บ้านหลังนั้นคงจะ เป็ น ศิ ล ปะแห่ ง การด� ำ รงอยู ่ ที่ ง ดงาม ส�ำหรับผู้อยู่อาศัย นาราสิริ บางนา หนึ่ง ในโครงการของแสนสิริที่เพียบพร้อมไป ด้วยรายละเอียดที่แสนลึกซึ้ง คัดสรรทุก สิง่ ทีเ่ พียบพร้อมอย่างบรรจง เพือ่ เป็นผล งานชิ้นเอกของการอยู่อาศัย บนพื้นที่กว่า 65 ไร่ บนถนนบางนาตราด ทีจ่ ะมีเพียง 101 ครอบครัวเท่านัน้ ทีไ่ ด้ ครอบครองความเป็นส่วนตัวใจกลางความ สะดวกแห่งนี้ พื้นที่ซึ่งคุณสามารถใช้ชีวิต ได้อย่างมีอิสระในสังคมที่แสนเพียบพร้อม สมบูรณ์แบบในบ้านสไตล์ American Luxury ที่เปิดให้เห็นภาพอันหรูหราของสังคม อเมริ กั น ที่ อ อกแบบให้ มี ฟ ั ง ก์ ชั่ น สะดวก สบายในการพักอาศัยที่มาพร้อมกับความ 19 SANSIRI NO.475

หรูหราและสวยงามของตัวบ้านให้เป็นความ งดงามที่อยู่คู่กับกาลเวลา การออกแบบบ้านให้มีความอบอุ่นอยู่ แล้วผ่อนคลายมีดีไซน์ที่ร่วมสมัยนั้นไม่ใช่ ว่าใครก็ท�ำได้ แต่แสนสิริค�ำนึงถึงจุดนั้นมา เป็นอันดับต้น ๆ ไม่วา่ จะเป็นการคัดสรรวัสดุ ชั้นเลิศในการตกแต่งบ้านทั้งภายนอกและ ภายใน แบบบ้านที่สะท้อนให้เห็นถึงสังคม หรูหราของชาวอเมริกันที่แสนเพียบพร้อม พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และสะดวกสบายที่ เน้นความโปร่งโอ่โถงไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หลัก ของบ้านแบบ Double Volume เชื่อมต่อ ระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสองของตัวบ้านที่ ทุกห้องได้ถูกวางพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะเจาะ กับทุกคนในครอบครัว ไม่วา่ จะเป็นห้องนอน ห้องน�้ำ ห้องครัวหรือห้องรับแขก แม้ว่าจะ มีความหลากหลายในการออกแบบเพื่อให้ ใช้สอยแต่ความหลากหลายนั้นผ่านการ


20 SANSIRI NO.475


"บนพื้นที่กว่า 65 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด ที่จะมี เพียง 101 ครอบครัวเท่านั้นที่ได้ครอบครองความ เป็นส่วนตัวใจกลางความสะดวกแห่งนี้ พื้นที่ซึ่งคุณ สามารถใช้ ชีวิตได้ อย่ า งมี อิส ระในสั งคมที่ แสนเพี ย บ พร้อมสมบูรณ์แบบในบ้านสไตล์ American Luxury ที่ เ ปิ ด ให้ เ ห็ น ภาพอั น หรู ห ราของสั ง คมอเมริ กั น ที่ ออกแบบให้ มี ฟ ั ง ก์ ชั่ น สะดวกสบายในการพั ก อาศั ย ที่มาพร้อมกับความหรูหราและสวยงามของตัวบ้าน ให้เป็นความงดงามที่อยู่คู่กับกาลเวลา" 21 SANSIRI NO.475


OPEN HOUSE 1

"การออกเเบบคลั บ เฮ้ า ส์ เ เละพื้ น ที่ ส ่ ว น กลางถู ก สร้ า งให้ เ ข้ า กั บ ทุ ก ไลฟ์ ส ไตล์ ของผู ้ อ ยู่อ าศัย ตั้ง เเต่เด็กจนถึง ผู้ใหญ่ให้ สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างเหมาะเจาะ"

สร้างสรรค์ให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ใน ส่วนของแบบบ้านนั้นมีให้เลือกตามความ ต้องการทั้งขนาดพื้นที่และประโยชน์ใช้สอย โดยผสานเอากลิ่นอายอเมริกันมาใส่ไว้กับ การด�ำรงชีวิตของคนเมืองได้อย่างลงตัว เมื่ อ ก้ า วออกจากบ้ า นไปคุ ณ จะมอง เห็ น การออกแบบภู มิ ทั ศ น์ ข องโครงการที่ กลมกลื น ไปกั บ ตั ว บ้ า น บรรยากาศของ American Luxury จะเริ่มตั้งแต่ทางเข้าที่ บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ ความมีเอกลักษณ์ ไม่ได้แค่เพียงบอกถึงแต่สถานที่เท่านั้น แต่ ยังบ่งบอกถึงเจ้าของและผู้อยู่อาศัยอีกด้วย คลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจมา จากความยิง่ ใหญ่สถาปัตยกรรมของอเมริกา ครบครั น ไปด้ ว ยสิ่ ง อ� ำ นวยความสะดวก มากมายไม่วา่ จะเป็น สระว่ายน�ำ้ ขนาดใหญ่ พร้อม Spa Seat และสระเด็กส�ำหรับคุณ หนู ๆ หรือครอบครัวที่นิยมกิจกรรมกลาง แจ้ง ห้องออกก�ำลังกาย ห้องอบไอน�้ำ เพื่อ สุขภาพทีด่ ขี องทุกคน รวมถึงห้องพาวิลเลีย่ น ส�ำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ การออกแบบคลับ เฮ้าส์และพื้นที่ส่วนกลางถูกสร้างให้เข้ากับ ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยตั้งแต่เด็กจนถึง ผู้ใหญ่ให้สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างเหมาะ เจาะ สวนสวยกว่า 2 ไร่ ที่เพิ่มเติมสีเขียวให้ โครงการผ่านการจัดวางภูมิทัศน์ที่ลงตัวให้ คุณมัน่ ใจและปลอดภัยด้วยระบบประตูทาง เข้า-ออก สองชัน้ ทีแ่ บ่งช่องการจราจรภายใน โครงการระหว่างเจ้าบ้านและแขกผูม้ าเยือน 22 SANSIRI NO.475


OPEN HOUSE 1

ให้แยกจากกัน เทคโนโลยีเข้าออกอัตโนมัติ และระบบวิดโี อโฟนส�ำหรับเจ้าบ้านสามารถ เห็นแขกผูม้ าเยือนก่อนอนุญาตให้เข้าภายใน โครงการ พร้อมเสริมความมั่นใจอีกขั้นด้วย การรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยกล้อง CCTV ด้วยท�ำเลแห่งอนาคตที่แสนสะดวก บนถนนบางนา-ตราด ท�ำให้คณ ุ สามารถ เดิ น ทางต่ อ ไปยั ง สถานที่ ต ่ า งๆ ใน กรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก ใกล้จุดขึ้นลง ทางด่วน โรงเรียนนานาชาติ ห้างสรรพ สินค้าเซ็นทรัลบางนา เมกะบางนา และ สนามบินสุวรรณภูมิที่แวดล้อมไปด้วย ความสะดวกในสังคมแห่งความเป็นส่วน ตัวซึง่ ประกอบไปด้วยความสุขทีส่ มบรูณ์ แบบเพียง 101 ครอบครัวเท่านั้นที่จะ ได้สัมผัสความพิเศษนี้ ทุกความเอาใจ ใส่ ความพิถีพิถัน ความเข้าใจ ที่ผสม ผสานกลายเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ให้ เป็นบ้านที่แสนอบอุ่นเพียบพร้อมในทุก ลมหายใจของการพักอาศัยที่ นาราสิริ บางนา 23 SANSIRI NO.475

สอบถามข้อมูลโครงการได้ที่ Sansiri Call Centre 1685


24 SANSIRI NO.475


25 SANSIRI NO.475


OPEN HOUSE II

SLOW LIVING

IN THE MOTION OF LIFE ค�ำว่า "Slow Living-Slow Life" คือ "การ ใช้ชีวิตแบบเนิบช้า" ได้ถูกน�ำมายึดถือเป็น แนวทางปฏิบัติในการใช้ชีวิตกันอย่างแพร่ หลาย ซึง่ หลายคนอาจคิดว่าการใช้ชวี ติ แบบ Slow Life นีต้ อ้ งไปยังชนบท ไปยังนอกเมือง หลวงอันวุ่นวายถึงจะสามารถสัมผัสวิถีนี้ได้ แต่แสนสิริได้เล็งเห็นถึงความต้องการของ ผู้คนจึงน�ำเอาการใช้ชีวิตแบบ Slow Life เข้ า มาสร้ า งเป็ น ที่ พั ก อาศั ย ที่ ท� ำ ให้ ทุ ก วั น ของคุณ สงบ ร่มเย็น ใกล้ชิดธรรมชาติ ใน ใจกลางเมือง โครงการคอนโดมิเนียมใหม่จากแสน สิริ ทีน่ ำ� เอาความหมายของค�ำว่า "Slow Living - Slow Life" มาใส่ไว้ในโครงการที่พัก อาศัยคุณภาพ คอนโดมิเนียมที่เเวดล้อม ไปด้วยธรรมชาติหายากในเมืองกรุง จะถูก

ปรุงแต่งให้เพียบพร้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ สวน สวย ดอกไม้ และล�ำคลอง สะท้อนถึงชีวิต แบบชนบทที่หลายคนถวิลหา ซึ่งไม่ต้องไป ไกลคุณก็สามารถใช้ชีวิตดั่งวันพักผ่อนนี้ได้ ทุกวันที่บ้านคุณ คอนโดมิเนียมแนวราบที่ใส่ใจในเรื่อง ของการจัดภูมิทัศน์ให้เป็นธรรมชาติอย่าง แท้จริง ตอบรับไลฟ์สไตล์อันแตกต่างของ ผู้คนยุคใหม่ที่หลีกหนีความวุ่นวายในเมือง แต่ยงั คงต้องด�ำเนินชีวติ หรือท�ำงานในเมือง หลวง โดยการยกเอาวิถีชีวิตไทยในชนบท มาไว้ ใ นเมื อ ง เพื่ อ ให้ คุ ณ ไม่ ต ้ อ งหลบไป พักที่ไหนไกล เพราะทุกวันที่ใช้ชีวิตนั้นคือ การพักผ่อนไปกับธรรมชาติและชีวิตที่แสน รื่นรมย์ การออกแบบที่ให้ทุกยูนิตได้ใกล้ชิด กับธรรมชาติ ทั้งสายน�้ำ ความเขียวขจีของ 26 SANSIRI NO.475

แมกไม้ และสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ ที่คู่ กันไปกับการใช้ชีวิตของคนเมืองที่จะไม่ลืม น�ำเอาพืน้ ทีส่ ำ� หรับปาร์ตี้ ไลฟ์สไตล์ชอ้ ปแสน เก๋ และท�ำเลที่เข้าถึงเมืองและรถไฟฟ้าแสน สะดวกมาผนวกเข้าไว้กับโครงการ ไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ก�ำลังจะเกิดขึ้น เร็ว ๆ นี้ เพือ่ สนองต่อความต้องการของผูค้ น ที่ต้องการความแตกต่างของการใช้ชีวิตใน เมืองหลวง ชีวิตรูปแบบใหม่ที่ใครก็สามารถ เป็นเจ้าของได้ "Slow Living - Slow Life" คือ อีกหนึ่งโครงการคุณภาพจากแสนสิริ ที่จะ ท�ำให้ชีวิตที่สงบร่มเย็น เคียงคู่ไปกับชีวิตใน เมืองได้อย่างแท้จริง เเละก�ำลังจะเกิดขึน้ จริง ... สอบถามข้อมูลโครงการได้ที่ โทร. 1685


27 SANSIRI NO.475


28 SANSIRI NO.475


SANSIRI PRODUCT

SANSIRI SIGNATURE BLEND COFFEE FROM THE AKHA HILL-TRIBE VILLAGE OF DOI PHA HI TO THE FERTILE WILD FLOWER HIGHLANDS OF DOI LANGKA LUANG COMES A TANTALISING NEW COFFEE SENSATION.

สัมผัสรสชาติชั้นเลิศ ผสาน 2 สายพันธุ์กาแฟอาราบิก้า จากหมู่บ้านเผ่าอาข่า ดอยผาฮี้ สู่ยอดเขาแห่งสายหมอก และดอกไม้ป่า ดอยลังกาหลวง ด้วยภูมปิ ระเทศเป็นทีร่ าบสูงกว่า 1,500 เมตรจากระดับน�้ำทะเล และความสมบูรณ์ ของแร่ธาตุในดิน ท�ำให้ภาคเหนือกลายเป็น แหล่งปลูกกาแฟอาราบิกา้ ชัน้ ดี สร้างผลผลิต ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพโดดเด่น ขึ้นชื่อ เป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย จึงเป็นแรง บั น ดาลใจให้ แ สนสิ ริ น� ำ ความภู มิ ใ จของ กาแฟทีเ่ กษตรกรชาวไทยภูเขาพิถพี ถิ นั ในทุก ขั้นตอนการปลูก มาสร้างสรรค์เป็น Sansiri Signature Blend Coffee เพื่อสนับสนุนวิถี กาแฟไทยที่มีมานานเกือบ 40 ปี กาแฟจากดอยผาฮี้ จังหวัดเชียงราย โดดเด่ น ด้ ว ยรสคล้ า ยผลไม้ การั น ตี ด ้ ว ย รางวัลชนะเลิศการประกวดสุดยอดเมล็ด กาแฟอาราบิ ก ้ า ไทย ในมหกรรมพื ช สวน โลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 น�ำ มาผสมผสานกับกาแฟจากดอยลังกาหลวง

ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติขุนแจ ที่อยู่บน รอยต่อ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย และล�ำปาง ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเต็ม ไปด้วยดอกไม้ป่านานาพันธุ์ ท� ำให้เมล็ด กาแฟทีไ่ ด้โดดเด่นด้วยกลิน่ หอมหวานคล้าย กับดอกไม้ป่า แสนสิริน�ำเอกลักษณ์ของกาแฟ 2 สาย พันธุ์ สร้างสรรค์เป็น Sansiri Signature Blend Coffee ที่ดื่มง่าย มีความเข้มข้น (Body) ใน ระดับกลาง ผสานรสชาตินมุ่ ละมุนของผลไม้ กับกลิน่ หอมของดอกไม้ปา่ ทีใ่ ห้ความสดชืน่ ชุ่มคอ และหอมหวาน นอกจากรสชาติของกาแฟแล้ว แสนสิริ ยังเล็งเห็นถึงการสนับสนุนกาแฟจากท้องถิน่ ที่มีคุณภาพ เพื่อให้ชาวไทยภูเขามีรายได้ และพัฒนาพันธุ์อาราบิก้าไทยให้ทัดเทียม กาแฟระดับโลก จากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาว 29 SANSIRI NO.475

ไทยภูเขา ที่แปรรูปกาแฟในครัวเรือนอย่าง พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกใน ลักษณะเติบโตไปกับไม้ใหญ่ โดยร่มเงาของ ไม้ใหญ่ ท�ำให้ผลกาแฟสุกช้า มีเวลาสะสม อาหาร เกิดเป็นความหวานในผลกาแฟ การ เก็บเกีย่ วด้วยมือทีค่ ดั เฉพาะเมล็ดกาแฟทีส่ กุ เต็มที่ ตลอดจนการตากเมล็ดบนแคร่ไม้ไผ่ เพื่อให้เมล็ดกาแฟสะอาดและแห้งทั่วกัน ทุกเมล็ด จึงเกิดเป็นคุณภาพและรสชาติที่ เปี่ยมเสน่ห์ของกาแฟไทย แตกต่างกับการ ท�ำกาแฟในบางประเทศที่เป็นอุตสาหกรรม ใหญ่และพึ่งพาเครื่องจักรเป็นหลัก สั ม ผั ส Sansiri Signature Blend Coffee ได้แล้วที่ แสนสิริเลานจ์ ส�ำนักงาน ขายแสนสิริ และโรงแรมเอสเคป แสนสิริ โฮเทล คอลเล็คชัน


IN CONVERSATION WITH...

30 SANSIRI NO.475


IN CONVERSATION WITH ...

WHERE THE LIFE IS TYLER BRULE เรื่อง : สมิลา วีนิน ภาพ : Press

ไทเลอร์ บรูเล่ ผู้เป็นต�ำนานแห่งวงการสื่อกับการเดินทางอันยาวนาน บนเส้นทางสิ่งพิมพ์และจุดหมายปลายทางใหม่ที่แสนสิริเลานจ์ โลโก้ตัว M ในวงกลมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า เหนื อ บานประตู ท างเข้ า แสนสิ ริ เ ลานจ์ ที่ ชั้น 3 สยามพารากอนเป็นสมาชิกใหม่ของ พื้นที่ผ่อนคลายใจกลางกรุงส�ำหรับสมาชิก ครอบครั ว แสนสิ ริ อ ย่ า งแน่ แ ท้ แต่ ที่ น ่ า ประหลาดใจยิ่งกว่าคือเจ้าโลโก้เรียบง่ายสี ขาว-ด�ำนี้กลับไม่ได้ดูแปลกแยกจากเหล่า เฟอร์นเิ จอร์และของตกแต่งทีก่ ลายเป็นส่วน หนึ่ ง ในชี วิ ต ของสมาชิ ก ผู ้ ห ลงใหลในไลฟ์ สไตล์มีระดับของครอบครัวแสนสิริแห่งนี้ แม้แต่น้อย เช่นเดียวกับชายผูอ้ ยูเ่ บือ้ งหลังโลโก้นนั้ – ไทเลอร์ บรูเล่ ผู้ก่อตั้งนิตยสารที่ปฏิวัติรูป แบบการผลิตสือ่ โดยสิน้ เชิงอย่าง Monocle ดู กลมกลืนกับเหล่าสมาชิกครอบครัวแสนสิรทิ ี่ สละเวลามาร่วมแสดงความยินดีกบั การ เปิด ตัวThe Monocle Shop ในรูปแบบ Pop-up storeที่แสนสิริเลาจน์ เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นกันเองของแขก วีไอพี และสมาชิกครอบครัวแสนสิริที่แวะ เวียนกันเข้ามาทักทายพูดคุยกับไทเลอร์โดย ไม่เคอะเขิน บอกเราได้ชดั เจนกว่าค�ำพูดใด ๆ ว่า Monocle กับแสนสิรนิ นั้ มีจดุ ร่วมทีไ่ ม่ตา่ ง กันเลยสักนิด “ผมก�ำลังนึกถึงโปรเจ็กต์ใหม่ลา่ สุดของ เราคือหนังสือ The Monocle Guide to Better Living” ไทเลอร์พูดขึ้น "มันเป็นหนังสือ ที่รวบรวมเรื่องราวของร้านรวง ผู้คน กลุ่ม บุคคลและความพยายามต่าง ๆ ทีท่ ำ� ให้เมือง ที่พวกเขาอาศัยอยู่เป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้น และ นั่นคือสิ่งที่นิตยสาร Monocle พยายามน�ำ เสนอมาตลอด ซึ่งแสนสิริเองก็มีปรัชญาใน การท�ำงานที่ไม่ได้ต่างกัน แสนสิริไม่ได้เป็น แค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเป็นการ สร้างชีวิตที่มากกว่าแค่ที่อยู่อาศัยหรือบ้าน" The Monocle Shop น่าจะเป็นความ

พยายามที่เป็นรูปธรรมที่สุดของ Monocle ในการส่งต่อเจตนารมณ์ในการเผยแพร่เรือ่ ง ราวของผู้ที่ท�ำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงชุมชน ของพวกเขาให้นา่ อยูข่ นึ้ สิง่ ละอันพันละน้อย ที่สรรหามาจากทั่วทุกมุมโลกมีนัยมากกว่า การเป็นแค่สินค้าดีไซน์กิ๊บเก๋เพราะแต่ละ ชิ้นมีเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการ ผลิตที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น วัสดุที่หาได้ เฉพาะที่ภูมิประเทศนั้น ๆ หรือสไตล์เรียบ ง่ายที่สะท้อนอารมณ์และทัศนคติของ ชน ชาติหนึ่งๆ อาทิเช่น แฟชั่นแบรนด์ชื่อดังของ สุภาพบุรุษจากประเทศอิตาลีอย่างบาเร น่า (Barena), แบรนด์กระเป๋าชื่อดังของ ญี่ปุ่นอย่างพอร์เตอร์ (Porter) หรือจะเป็น แบรนด์รองเท้าชื่อดังของสเปน กัสตานเยร์ (Castañer) โท้ตแบ็คจากแบรนด์ อีฟ อองด ริเออร์ (Yves Andrieux) “ผมเองก็ไม่เคยคาดคิดว่า The Monocle Shop จะประสบความส�ำเร็จขนาดนี้ ถึง แม้ว่าไอเดียเรื่องรีเทลจะเริ่มมาพร้อม ๆ กับ Monocle เล่มแรกเลยก็ว่าได้ เราน�ำเสนอ เรื่องกระเป๋า Porter ที่มีขายเฉพาะในญี่ปุ่น แล้วคนอ่านก็ถามถึงกัน เราเลยน�ำเข้ามา ขายบนเว็บเพือ่ เป็นการเพิม่ มูลค่าให้ชอ่ งทาง ออนไลน์ของเราด้วย จากนั้นก็แตกขยายจน เป็นร้านในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างที่เห็น แต่ท้ายที่สุด แก่นของThe Monocle Shop ก็ไม่เคยเปลี่ยน เราสนับสนุนแบรนด์เล็ก ๆ ที่เรารัก" แม้ตัวไทเลอร์จะเป็นผู้ก่อตั้งและเป็น เหมือนสัญลักษณ์ของ "Monocle” แต่สิ่งที่ เราสัมผัสได้ชัดเจนก็คือการที่ไทเลอร์มักพูด ถึง Monocle ในรูปแบบของกลุ่มคน เขา เรียกแทนตัวเองและทีมงานว่า "เรา" และ ตระหนักดีถึงความส�ำคัญของเหล่าผู้สื่อข่าว ที่ประจ�ำอยู่ทั่วทุกมุมโลกที่คอยเสาะสรรหา 31 SANSIRI NO.475

ของดีของเด่นประจ�ำชุมชนมาเติมให้ The Monocle Shop มีความสดใหม่ น่าตื่นเต้น ทุกครั้งที่แวะมาเยี่ยมเยือน “ผมบอกได้ เ ลยว่ า ของที่ อ ยู ่ ใ น The Monocle Shop เป็นของที่พวกเราทีมงาน เองชอบแล้วก็ใช้เหมือน ๆ กัน เซ็ตถ้วยกาแฟ ที่ขายในร้านที่ลอนดอนก็คือของที่พนักงาน ในส�ำนักงานลอนดอนของเราใช้ อย่างเจ้า รองเท้าแตะ Datong Taipei นี่กค็ ือของที่นัก ข่าวของเราที่ไปเที่ยวไต้หวันคนหนึ่งไปเจอ มาซึ่งนอกจากจะดูเรียบ สวย และใส่สบาย มาก ๆ แล้วยังเป็นรองเท้าที่ท�ำจากวัสดุเป็น มิตรต่อธรรมชาติและผลิตโดยเทคนิคเฉพาะ ที่เรียนรู้กันมาในชุมชนนั้นด้วย" แน่นอนว่าส�ำหรับคนที่เดินทางไปทั่ว โลกและค้นพบสรรพสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในซอก หลืบต่าง ๆ ของแต่ละเมืองมาเกือบทั้งชีวิต อย่างไทเลอร์ เขามองเห็นชัดเจนถึงศักยภาพ ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่มีเอกลักษณ์ และสไตล์เฉพาะตัว จะรอก็เพียงการขัดเกลา และสนับสนุนเพื่อการก้าวขึ้นไปเป็นเมืองที่ โดดเด่นของภูมิภาค “ผมคิ ด ว่ า ถ้ า มองในโซนเอเซี ย กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีสไตล์มาก จะเป็นรองก็แค่โตเกียวเท่านั้น แต่กลุ่ม คนท�ำงานสร้างสรรค์ของไทยซึ่งมีความ สามารถน่าทึง่ ทีย่ งั ต้องการการสนับสนุน อีกมาก และภาครัฐก็ยังมีงานที่ต้องท� ำ ใน���รื่องการปรับสภาพการจราจรและสิ่ง แวดล้อมอื่น ๆ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้น ผมเชือ่ ว่าพอถึงเวลาทีป่ ระชาคมอาเซียน เปิดออกอย่างเป็นทางการ กลุ่มธุรกิจ ต่าง ๆ ในประเทศไทยอย่างแสนสิริหรือ ดีไซเนอร์ต่าง ๆ จะช่วยผลักดันให้ไทย เป็นผู้น�ำของภูมิภาคได้ไม่ยาก"


32 SANSIRI NO.475


ESSAY

C H ILD-F R IENDLY IN CONSTRUCTION SITE เรื่อง : เเสนสิริ ภาพ : ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์

แสนสิริ ยูนิเซฟ และพันธมิตรทางธุรกิจก่อสร้างผนึกความร่วมมือสนับสนุนการยุติการใช้แรงงานเด็ก เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กในไซต์ก่อสร้าง โครงการพื้นที่ส�ำหรับเด็กในสถานก่อสร้าง เกิดจากแนวทางการด�ำเนินงานของแสนสิ ริ ใ นด้ า น Social Change (CSR) ว่ า ด้ ว ย “การขยายความร่ ว มมื อ ไปยั ง คู ่ ค ้ า ” ผ่านเจตนารมณ์ในการไม่ใช้แรงงานเด็ก สนับสนุนการยุติการใช้แรงงานเด็ก ทุกรูปแบบ ที่ธุรกิจมีส่วนเกี่ยวข้อง และสิทธิในการบอกเลิกสัญญาว่า จ้าง หากผิดสัญญาซึง่ ครอบคลุมไป ยังทุกจังหวัดต่าง ๆ ที่แสนสิริขยาย โครงการออกไปรวมถึงขยายความ ร่วมมือกับคูค่ า้ บริษทั ก่อสร้างในการ มีพื้นที่ส�ำหรับเด็ก แสนสิริเล็งเห็นว่ายังมีเด็กใน ประเทศไทยอีกมากมายที่ไม่ได้รับ โอกาสเติ บ โตในสภาพแวดล้ อ มที่ ปลอดภัยโดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในไซต์ ก่อสร้าง ซึง่ ส่วนใหญ่เป็นเด็กไร้รฐั ไร้ สัญชาติที่ถูกละเลยจากสังคม แสนสิริ ยูนิเซฟ และพันธมิตร ทางธุรกิจก่อสร้างสนับสนุนการยุติ การใช้ แ รงงานเด็ ก ได้ จั ด   “พี้ น ที่ ส�ำหรับเด็ก เพลิน รู้ เรียน เล่น”  ที่ ไซต์กอ่ สร้างในพืน้ ทีโ่ ครงการ เศรษฐ สิริ ราชพฤกษ์-จรัญฯ 2 ดีคอนโดค รีก ภูเก็ต บุ-ราสิริ ปัญญาอินทรา, เศรษฐสิ ริ แจ้ ง วั ฒ นะ-ประชาชื่ น และ 23 Degree Estate เขาใหญ่ เพื่อ สร้างโอกาสการเรียนรู้ด้านพื้นฐานส�ำหรับ เด็ ก เสริ ม ทั ก ษะและพั ฒ นาการเบื้ อ งต้ น รวมทั้งเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากอันตราย หรือ อุ บั ติ เ หตุ ที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น ได้ ใ นไซต์ ก ่ อ สร้ า ง ปั จ จุ บั น โครงการนี้ ไ ด้ รั บ การตอบรั บ จาก ทั้งคนภายในและภายนอกองค์กรมาร่วม บริจาคเวลาว่าง มาสอนหนังสือ อุปกรณ์การ

เรียน มอบเสื้อผ้า บริจาคของเล่นให้กับเด็ก ในสถานก่อสร้างให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ครูอาสา เหล่านีม้ าจากทัง้ พนักงานในเครือบริษทั แสน สิริและพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ธนาคารไทย พาณิชย์ TOA VRH DOS GHM / Sosu-

co รวมถึงบุคคลทั่วไปและคณะนักศึกษา มหาวิทยาลัยชั้นน�ำ พรธิดา พัดทอง เจ้าหน้าที่สารสนเทศ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ถ้า จะบอกว่าสิทธิเด็กว่าเด็กไปโรงเรียนยังอยู่ ไกล แต่แสนสิริท�ำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้ โดยการเริ่มต้นในองค์กรก่อนว่าท�ำอย่างไร จะท�ำให้องค์กรจะเป็นมิตรกับเด็กได้ เริม่ จาก 33 SANSIRI NO.475

ไซต์งานก่อสร้าง การยุติแรงงานเด็ก พอเรา บอกว่าเราไม่ตอ้ งการแรงงานเด็กในไซต์งาน ก่อสร้างแล้วเราจะละเลยเด็กพวกนีย้ งั ไง จะ มองไม่เห็นพวกเขา มันเป็นไปไม่ได้ เราก็ตอ้ ง จัดพื้นที่ต่าง ๆ ให้เด็กเหล่านี้ให้เขามีพื้นที่ที่ ปลอดภัย ก็เลยเป็นที่มาของ "Safe Space for Children" ซึ่งมันเป็นสิ่ง ที่เป็นจริงได้และเด็ก ๆ มีความสุข เด็ก ๆ มีพื้นที่ที่ปลอดภัย นอกจากนั้นและสิ่งที่ได้ตาม มาคือ เด็กๆ มีการเรียนรู้ มีกิจกรรม ที่กระตุ้นพัฒนาการ เด็ก ๆ เรียน ภาษาไทยได้ พ่อแม่เองก็มคี วามสุข นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการ ผู ้ จั ด การใหญ่ บริ ษั ท แสนสิ ริ จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “...เราไม่ สนับสนุนให้มแี รงงานเด็กใช่มยั้ ครับ เป็นธรรมดาว่าตามไซต์กอ่ สร้าง คน งานก่อสร้างก็ต้องมีบุตรและธิดา นะครับ บุตรและธิดาเหล่านี้ จริง ๆ ถ้าอายุมากขึ้นมาหน่อย ก็อาจจะ ถูกใช้ในการท�ำงาน ใช้แรงงานซึ่ง อันนี้เราไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว และผม กล่าวไปแล้วว่าหากท�ำแบบนี้เรามี สิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญาได้ทันที แต่ เราได้ไปอีกสเต็ปหนึ่ง ไกลกว่าก็คือ ว่า ถ้าเกิดคนงานมีลกู เนีย้ เด็กทีเ่ กิด ในเมืองไทยจริง ๆ แล้วต้องได้รับการศึกษา ต้องได้รับการดูแล เพื่อในอนาคตเนี้ยจะไม่ เป็นภาระของสังคม” เพราะเรื่ อ งของเด็ ก เป็ น เรื่ อ งของทุ ก คน แสนสิริขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสร้าง ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีส�ำหรับเด็กทุกคนใน ประเทศไทย


SANSIRI FAMILY

NO.475

KITCHEN

"GET TO KNOW THE CHEF AND YOU WILL START TO ENJOY DINING OUT EVEN MORE." (JOHN WALTERS)

34 SANSIRI NO.475

FALL2013


CELEB COOK

L E M O N

&

B A S I L

S PAG H E T T I เรื่องและสไตล์ : นิราม วัฒนสิทธิ์

สปาเก็ตตี้สูตรง่ายดายที่ปรุงเสร็จในเวลา 15 นาที ให้กลิ่นหอมสดชื่นของเลมอนและใบเบ ซิลตัดกับรสชาติของชีส กลายเป็นส่วนผสมที่ส่งกลิ่นหอมละมุนพร้อมรสชาติกลมกล่อม แม้ จะง่ายแต่ก็อร่อยกว่าที่คิด INGREDIENTS

เส้นสปาเก็ตตี้ 60 กรัม เลมอน 1 ผล พาร์เมซานชีส 20 กรัม อิตาเลียนเบซิล 2 ช่อ น�ำ้ มันมะกอก 2 ช้อนชา เกลือ พริกไทย - ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ในน�้ำเดือดจนสุกแต่ไม่ ถึงกับนิ่ม (ใช้เวลาต้มตามที่ระบุไว้บนฉลาก) - ขูดผิวมะนาวครึง่ ผล และบีบน�ำ้ ครึง่ ผลลงใน ชาม เติมน�ำ้ มันมะกอกลงไปคลุกกับเส้นเบา ๆ โรยชีสพาร์เมซานป่น เกลือ ใบเบซิลและพริก ไทย คลุกอีกครั้งด้วยช้อนไม้พอเข้ากัน - โรยด้วยชีสและพริกไทยก่อนเสิร์ฟ - ถ้ า อยากเพิ่ ม รสชาติ ใ นสปาเก็ ต ตี้ จ านนี้ แนะน�ำให้เติมไข่กุ้ง (Mentaiko) ลงไปราว 2 ช้อนโต๊ะแล้วคลุก ความกรุบของไข่กุ้งเข้ากัน ได้ดีกับรสชาติเรียบง่ายและกลิ่นหอมสดชื่น ที่เป็นธรรมชาติ

35 SANSIRI NO.475


36 SANSIRI NO.475


BON APPÉTIT

POACHED PEAR

FRENCHTOAST เรื่องและสไตล์ : นิราม วัฒนสิทธิ์

ชาหรือกาแฟร้อนๆ ตอนเช้า เข้ากันได้ดกี บั เฟร้นช์โทสต์นมุ่ หนาและลูกแพร์เชือ่ มหอม กรุ่นสดชื่นจากผิวเลมอน หรือจะเติมไอศกรีมวานิลลาไปด้วยอีกสกู๊ปก็กลายเป็นขนม หวานที่ดับร้อนตอนบ่ายๆ ได้ดีที่สุด

INGREDIENTS POACHED PEAR

FRENCH TOAST

- ลูกแพร์ 2-3 ผล - โกลเด้นไซรัป 1/3 ถ้วย - เลมอน 1 ผล - เบย์ลีฟ (ใบกระวาน) 2 ใบ

- ขนมปัง - นมหรือวิปปิง้ ครีม 50 มิลลิลติ ร - ไข่ไก่ 1 ฟอง - เนย 1 ช้อนโต๊ะ - น�ำ้ ตาลไอซิ่งส�ำหรับโรยหน้า

- ท�ำลูกแพร์เชื่อม โดยปอกเปลือกลูกแพร์ทั้ง ลูก ล้างน�ำ้ ให้สะอาด - ใส่ลูกแพร์ลงในหม้อ เติมโกลเด้นไซรัป บีบ น�้ำเลมอนครึ่งผล ใส่ผิวเลมอนลงไป 2-3 ชิ้น โดยไม่ให้ติดเปลือกสีขาว - ตัง้ ไฟอ่อน เคีย่ วราวครึง่ ชัว่ โมงจนลูกแพร์สกุ ระวังอย่าให้เละ ระหว่างที่เคี่ยว ถ้าน�้ำเชื่อม แห้งให้เติมน�้ำสะอาดทีละน้อย หมั่นคนไม่ ให้ไหม้ - ยกลงจากเตา พักไว้จนอุ่น - เลือกใช้ขนมปังทั้งก้อนมาตัดเองเพื่อให้ได้

เป็นก้อนนุม่ หนาเต็มค�ำส�ำหรับท�ำเฟร้นช์โทสต์ หรือใช้แบบแผ่นก็ได้ตามความชอบ - ตีไข่กับวิปปิ้งครีมในชาม ใส่ขนมปังลงไป ชุบให้ชุ่ม - ใส่เนยในกะทะ ตั้งไฟ พอร้อนใส่ขนมปัง ลงไปทอด - พอสุกหอมเป็นสีเหลืองอมน�้ำตาลให้พลิก ทอดจนสุกทุกด้าน - ยกใส่จาน ตักลูกแพร์และน�้ำเชื่อมราดบน โทสต์ โรยด้วยน�้ำตาลไอซิ่ง 37 SANSIRI NO.475


UN VERRE

38 SANSIRI NO.475


LEMON

J

U

&

RO S E M A RY

I

C

E

เรื่องและสไตล์ : นิราม วัฒนสิทธิ์

เพิม่ ความหอมสดชืน่ ให้กบั น�ำ้ เลมอนเนดด้วยกลิน่ โรสแมรี่ ทีช่ ว่ ยดับความร้อนและยังสดชืน่ รื่นรมย์เมื่อหยิบขึ้นมาดื่มตอนที่ฝนตกเย็นฉ�ำ่ INGREDIENTS

น�้ำสะอาด 1 ถ้วย เลมอน 2 ผล น�้ำตาล 3/4 ถ้วย โรสแมรี่ 1-2 ช่อ - เทน�้ำสะอาดและน�้ำตาลในหม้อ ตั้งไฟจน น�้ำตาลละลาย พอเดือดยกลง พักไว้จนเย็น - บีบเลมอนลงในน�้ำเชื่อม ชิมรสให้เปรี้ยว มากหรือน้อยตามชอบ ใส่โรสแมรี่ลงไปแล้ว คนหรือขยี้เบาๆ ให้กลิ่นหอมขึ้น - ถ้าอยากลดความหวานให้เติมน�้ำสะอาด ���้าอยากเพิ่มความซ่าให้เติมน�้ำแร่อัดแก๊ส ในแก้ว ใส่นำ�้ แข็งพร้อมดื่ม - เลมอนเนดสูตรนี้สามารถท�ำใส่ขวด แช่ตู้ เย็นเก็บไว้ได้ เมื่อจะดื่มแค่เติมน�้ำแข็ง

39 SANSIRI NO.475


EASY UPDATE

เรื่อง : นิราม วัฒนสิทธิ์ ภาพ : ลิขสิทธิ์

GOLDEN R U L E S

ถ้าจะชงค็อกเทลสักแก้ว รสชาติที่เพอร์เฟคคงไม่ใช่ แค่อยู่ในเชคเกอร์ แต่มันน่าจะรวมถึงลุคของเชค เกอร์ด้วย Cocktail Kingdom จากนิวยอร์กดีไซน์ Gold Collection อย่างหรูหราด้วยสีทองแบบครบ

เซ็ตทั้งเชคเกอร์ ที่ตวง ส้อม ช้อนที่ใช้ในบาร์ ที่กรอง ไปจนถึงทีจ่ มิ้ แน่นอนว่าคุณจะรูส้ กึ ถึงความหรูตงั้ แต่ ยังไม่ยกแก้วดื่มเลยด้วยซ�้ำ (cocktailkingdom. com)

GF IS FOR GLUTEN F R E E

GO GREEN &HEALTHY

วิถชี วี ติ คนเมืองทีใ่ ส่ใจมากขึน้ ในอาหารทุกจานและ ทุกรายละเอียดท�ำให้ฟุตโน้ตใต้เมนูขยายค�ำศัพท์ มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างถั่วหรืออัลมอนด์ที่บางคนแพ้ ก็มักมีวงเล็บระบุเอาไว้เพื่อให้รู้ V ก็เป็นสัญลักษณ์ แทนอาหาร vegan ศัพท์ใหม่ลา่ สุดในแวดวงอาหาร คือ GF ที่ระบุเพื่อให้รู้ว่าปราศจากกลูเตน ซึ่งเป็น โปรตีนที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการแปรรูปแป้ง และเป็นส่วนผสมที่ท�ำให้อาหารหรือขนมมีความ เหนียว นุ่ม และฟู ใครแพ้จะได้หลีกเลี่ยงทันก่อน จดออร์เดอร์

อีกสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วในบ้านเรา ก็คือความตั้งใจ ดี ๆ ทีข่ องกลุม่ คนทีใ่ ส่ใจกับการกินดีอยูด่ ที จี่ ดั ตัง้ มา เป็น Bangkok Farmers' Market องค์กรเพื่อชุมชน ทีม่ งุ่ เสริมสร้างคุณภาพชีวติ ด้วยการกินแบบท้องถิน่ โดยจัดเป็นตลาดนัดเล็ก ๆ (ที่เริ่มมีคนสนใจขยาย กลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ) โดยมีร้านอาหาร ผัก ผลไม้ และเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่เน้นความสดใหม่ปลอดสาร พิษและดีต่อสุขภาพ กลายเป็นสังคมสีเขียวที่ชื่นใจ ทั้งคนขายและคนซื้อ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ facebook : Bangkok Farmers' Market

40 SANSIRI NO.475

N E W A R R I VA L ในฐานะของคนที่ไม่ประสีประสาเรื่องแฟชั่น การได้ รับรูว้ า่ Elephant บทเพลงจาก Lonerism (Modular) งานชุดที่สองของ เทม อิมพาลา กลายเป็นหนึ่งใน เพลงยอดฮิตบนแคตวอล์กนั้นจึงเป็นเรื่องที่ท�ำให้ คนเขียนออกจะแปลกใจอยูบ่ า้ ง เพราะเข้าใจ (เอา เอง) มาโดยตลอดว่าเพลงที่น่าจะเหมาะกับแคตวอล์กนั้นน่าจะเป็นเพลงแดนซ์หรืออิเล็กทรอนิกส์ เสี ย มากกว่ า นั้ น ก็ เ ป็ น ทิ ศ ทางเดี ย วกั น กั บ อี ก หลาย ๆ ศิลปินในยุคปัจจุบัน นั่นคือการเริ่มต้น สร้างชื่อให้กับตัวเองด้วยการปล่อยผลงานให้ฟัง ผ่านมายสเปซก่อนที่ชื่อเสียงของพวกเขาจะถูก กล่าวขานไปทั่ว แต่เราก็คงไม่ขัดข้องแต่อย่างใด หากจะมีใครชื่นชมว่างานดนตรีของ เทม อิมพาลา นั้นเข้าท่าและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง กลายเป็น หนึ่งในเพลงยอดฮิตบนแคตวอล์กนั้นจึงเป็นเรื่อง ที่ท�ำให้คนเขียนออกจะแปลกใจอยู่บ้าง เพราะ เข้ า ใจ (เอาเอง) มาโดยตลอดว่ า เพลงที่ น ่ า จะ เหมาะกับแคตวอล์กนั้นน่าจะเป็นเพลงแดนซ์หรือ อิเล็กทรอนิกส์เสียมากกว่านั้นก็เป็นทิศทาง


41 SANSIRI NO.475


42 SANSIRI NO.475


NEED TO KNOW

EDUCATION SAFETY DEMONSTRATION เรื่อง : เดช-ชากุล ภูริ ภาพ : ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์

ที่ ส นามบิ น สุ ว รรณภู มิ ระหว่ า งนั่ ง อยู ่ ใ น เครื่องบินสายการบินไทย Suvarnabhumi - Frankfurt เเละต่อรถไฟแวะเยี่ยมเพื่อนที่ โคโลญจน์ ปลายทางที่ อัมสเตอร์ดัม เครื่อง เคลื่อนตัวเข้าสู่รันเวย์เพื่อเตรียมที่จะขึ้นบิน พนักงานบนเครือ่ งเริม่ ปฏิบตั หิ น้าทีอ่ นั ส�ำคัญ ก็คือ การอธิบายแนะน�ำ "Safety on Board" ความปลอดภัย และภาวะฉุกเฉิน ซึ่งอธิบาย และแนะน�ำผ่าน V.D.O Presentation ภาษา กายและแผ่นพับด้านหลังเบาะหน้าทีน่ งั่ การ อธิบายเป็นไปตามล�ำดับมาถึงช่วงหนึง่ กล่าว ถึงสภาวะอากาศว่า ถ้าเกิดสถานการณ์ใด สถานการณ์หนึ่งที่ภาวะอากาศมีอ็อกซิเจน ไม่เพียงพอ หน้ากากอ็อกซิเจนจะหล่นลง มาโดยอัตโนมัติจากช่องเก็บสัมภาระด้าน บนเหนือศีรษะของท่าน ท่านทีเ่ ดินทางมากับ เด็กจะต้องสวมหน้ากากอ็อกซิเจนให้ตวั ท่าน เองก่อนที่จะสวมหน้ากากให้กับเด็ก เมื่อการ Demonstration ด�ำเนินมาถึง ช่วงนี้ท�ำให้คิดถึงระบบการศึกษาว่า ถ้าเรา คิดถึงเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชน และต้องให้ความรู้และการศึกษาของเด็ก และเยาวชน ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจและมอง ย้อนกลับไปที่การศึกษาของตัวเราเองเสีย ก่ อ นว่ า เราผ่ า นการศึ ก ษามาอย่ า งไร สิ่ ง ใดเข้าใจง่าย สิ่งใดเข้าใจยาก การศึกษา

สามารถน�ำไปปฏิบัติในชีวิตจริงในอนาคตดี เพียงใด เด็กและเยาวชนในอนาคตควรจะได้ รับการปฏิบัติด้านการศึกษาอย่างไร ต่อไปนีเ้ ป็นตัวอย่าง "Education Safety Demonstration" เริม่ จากได้มโี อกาสดีทไี่ ด้ ก�ำลังเปลี่ยนช่องทีวีและบังเอิญไปพบช่อง ไทย PBS รายการคิดยกก�ำลัง 2 ผู้ด�ำเนิน รายการก�ำลังสัมภาษณ์ ดร.สมเกียรติ อ่อน วิมล ประเด็นเอเชียศึกษาอาเซียน ดร.สม เกียรติ อ่อนวิมล กล่าวไว้ว่า เมื่อรวมตัวกัน เป็นอาเซียน ก็จะมีประชากรรวมกันประมาณ 600 ล้านคน ซึ่งแปลว่าจะมีประชากรเด็ก และเยาวชนอย่างน้อย 150 ล้านคน และ ข้อส�ำคัญที่สุดของอาเซียนคือการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ เป็นสิง่ ส�ำคัญทีส่ ดุ และเน้น การศึกษาเป็นสิ่งส�ำคัญที่ร่วมลงนาม มีการ สร้างแผนการศึกษาและประชุม ร่วมกัน 7 ครัง้ และครัง้ ที่ 4 เกิดเอกสารลงนามทีส่ ำ� คัญ คือปฏิญญา 2008-2009 โดยประเทศไทย เป็นต้นเรื่อง และที่ประชุมอาเซียนลงนาม รับรองเกิดเป็น ปฏิญญาว่าด้วยการศึกษา เรียกว่า ปฏิญญา หัวหิน-ชะอ�ำ ข้อส�ำคัญของ ปฏิญญาการศึกษาก็คือ เพื่อสร้างสังคมที่ เอือ้ อาทรและแบ่งปันกันซึง่ เป็นเสาหลักและ จะค�ำ้ จุนอีก 3 เสาการศึกษาก็คอื เสาที่ 1 เสา เรือ่ งการเข้าใจด้านการเมืองและความมัน่ คง 43 SANSIRI NO.475

เสาที่ 2 เสาเศรษฐกิจ เสาที่ 3 เสาวัฒนธรรม และสังคม โดยสิ่งส�ำคัญที่จะท�ำให้ประสบ ผลส�ำเร็จก็คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของอาเซี ย นที่ ว ่ า ด้ ว ยเรื่ อ งการศึ ก ษาของ เด็กและเยาวชนอาเซียนเพื่อที่จะให้เกิดเด็ก และเยาวชนอาเซียนยุคใหม่ โดยเด็กและ เยาวชนจะเข้าสู่ยุคใหม่ที่จะเป็นบุคคลที่มี คุณภาพทั้งด้านความมั่งคงทางการเมืองที่ จะเข้าใจสิทธิมนุษย์ชนและประชาธิปไตย รักสันติภาพ ทางด้านเศรษฐกิจจะเป็นมนุษย์ ที่มีความรู้และการปฏิบัติในการประกอบ อาชีพได้มาตรฐานโลกและด้านวัฒนธรรม และสังคมก็จะสามารถเข้าใจความแตกต่าง ด้านสังคมและวัฒนธรรม "หน้ากากอ็อกซิเจน" จะหล่นลงมาโดย อัตโนมัติจากใต้ช่องเก็บสัมภาระด้านบน เหนือศีรษะของท่าน ถ้าท่านเดินทางมากับ เด็ก ท่านต้องสวมหน้ากากอ็อกซิเจนให้ตัว ท่านเองก่อนที่จะสวมให้กับเด็ก Thank you for your attention … "Safety on board" เครื่องได้บินสู่ที่หมายปลายทางด้วยความ ปลอดภัยและสะดวกสบาย ...


NO.475

BEDROOM

BEDROOM "I'm the type who'd be happy not going anywhere as long as I was sure I knew exactly what was happening at the places I wasn't going to. I'm the type who'd like to sit home and watch every party that I'm invited to on a monitor in my bedroom." (Andy Warhol)

เรื่อง : เรวัฒน์ ช�ำนาญ ภาพ : เกษม จรรยาวรวงศ์

44 SANSIRI NO.475

FALL2013


"J'AI PASSÉ UNE BONNE NUIT DANS MA CHAMBRE." ห้องนอนถือเป็นพืน้ ทีส่ ว่ นทีต่ อ้ งปราศจาก การรบกวนจากสิ่งเร้าอันเป็นอุปสรรคให้ ขุน่ ข้องหมองใจทีจ่ ะพาลให้เกิดเป็นสุขไม่ นิรันดร์จากการพักผ่อน เคยมีคนกล่าวว่า ช่วงเวลาเเห่งความสุขสันต์ของชีวิตมีอยู่ ด้วยกันสองช่วงนั่นก็คือ ช่วงเวลาของมื้อ อาหารเเสนอร่อยเเละช่วงเวลาของการ นอนหลับพักผ่อนในพื้นที่ส่วนตัวที่เรียก ว่า "ห้องนอน ..."

45 SANSIRI NO.475


WELL-BEING

46 SANSIRI NO.475


WELL - BEING

เรื่อง : พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภาพประกอบ : LIGHT SHADOW DARK

‘GOOD NIGHT SLEEP IN MY CONDO’ ‘นิทราเป็นสุข ในห้องชุดให���่’ คนเขตเมืองในยุคนี้นิยมความเป็น อิ ส ระส่ ว นตั ว ด้ ว ยการเข้ า อยู ่ ใ นคอนโด กลางเมืองที่ให้ความสะดวกสบาย 360 องศา ทัง้ การเดินทางทีค่ ล่องตัวกว่าและยัง รายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร แหล่ง สันทนาการ แต่ไม่รู้เพราะอะไรคนจ�ำนวน ไม่น้อยกลับมีปัญหา "นอนไม่หลับ" คนเราควรพักผ่อนนอนหลับกัน 1 ใน 3 ของชีวิต เฉลี่ยเวลาที่เหมาะสมคือคืนละ 7-9 ชัว่ โมง การนอนหลับเป็นเรือ่ งธรรมชาติ ของมนุษย์ ไม่นอนไม่ได้ เพราะขณะที่คุณ ก�ำลังหลับสนิท อวัยวะภายในและเซลล์ ต่าง ๆ ในร่างกายเรากลับท�ำงานอย่างหนัก เพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างให้ทุกอวัยวะ แข็งแรงอยู่เสมอ โดยธรรมชาติเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ความมืดจะกระตุ้นให้ “เมลาโทนิน” หลั่ง ออกมาจากต่อมไพเนียลใต้สมอง เมลา โทนินจะท�ำให้คุณรู้สึกง่วงช่วยให้คุณนอน หลับสนิท หลับลึก หลับยาวถึงเช้า และ ส� ำ คั ญ กว่ า นั้ น ก็ คื อ เมลาโทนิ น ยั ง เป็ น ผู ้ ควบคุมให้ฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายท�ำงาน โดยเฉพาะ Growth Hormone ที่ช่วยให้ เด็ ก ๆ เจริ ญ เติ บ โตและช่ ว ยซ่ อ มแซม อวัยวะที่เสื่อมในผู้ใหญ่ ทั้งยังช่วยรักษา สมดุลของฮอร์โมนเพศ ไทรอยด์ฮอร์โมน และทุก ๆ ฮอร์โมนในร่างกายเรา ดังนั้นหากเรานอนหลับได้สนิท หลับ ยาว ตื่นเช้าขึ้นมาร่างกายก็จะสดชื่น แข็ง แรง ไม่เสื่อม ไม่แก่เร็วและปลอดโรค แต่ ถ้ า นอนไม่ ห ลั บ เเบบหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือ

กินยานอนหลับซึ่งแม้จะหยุดความคิดให้ นอนหลับได้ แต่ยานอนหลับก็จะหยุดการ ท�ำงานของเม-ลาโทนินและ Growth Hormone จึงเป็นการหลับที่ไม่มีการซ่อมแซม สุดท้ายร่างกายก็จะทรุดโทรมลง เสี่ยงต่อ โรคแห่งความเสื่อม ทั้งโรคหัวใจ ความ ดันโลหิตสูง ไขข้ออักเสบ ภูมิแพ้ โรคอ้วน มะเร็ง ฯลฯ และคุณทราบไหมว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า รอบตัวเราโดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มอื ถือ ไอ-แพด กาแลคซี่ ล้วนแล้ว แต่ปลดปล่อยคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า (ElectroMagnetic Field) ออกมารบกวน การนอน หลับ ระงับการหลัง่ เมลาโทนินและ Growth Hormone และรบกวนการซ่อมแซมระดับ เซล คนที่ชอบนอนเปิดไฟ เปิดโทรทัศน์ เป็ น เพื่ อ น หรื อ เปิ ด คอมพิ ว เตอร์ ชาร์ ต แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือไว้ในห้องนอน มักหลับไม่สนิทเเบบหลับ ๆ ตืน่ ๆ เนือ่ งจาก ทั้งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาไฟฟ้าแรง สูงก็มีผลเสียต่อสุขภาพโดยเฉพาะกับเด็ก งานวิ จั ย จาก Oxford Childhood Cancer Research ช่วงปี คศ. 1962-1995 พบว่าเด็กที่พักอาศัยอยู่ในรัศมี 100 เมตร จากเสาไฟฟ้าแรงสูงมีสถิติพบมะเร็งเม็ด เลือดขาว Leukemia มากกว่าเด็กทั่วไป ถึง 2 เท่า และเพิ่มขึ้น 70% หากพักอาศัย อยู่ในรัศมี 100-200 เมตร นักวิจัยยังพบ ว่ามะเร็งในเด็ก 30% น่าจะมีปจั จัยมาจาก คลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า ทัง้ จากเสาไฟฟ้าแรงสูง และจากเครื่องใช้ภายในบ้าน 47 SANSIRI NO.475

ส�ำหรับผู้ใ หญ่ คลื่นแม่เ หล็กไฟฟ้า ยังมีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความจ�ำ เสื่อม อัลไซเมอร์ โรคทางสมองและระบบ ประสาทเสื่อม โรคจิตตกซึมเศร้า และเพิ่ม ความเสี่ยงต่อการแท้ง ดั ง นั้ น หากคุ ณ ๆ อยากนอนหลั บ เต็มอิ่ม มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดจากโรค ร้าย คงต้องใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัว แม้ที่มองไม่เห็นเเละจับต้องไม่ได้อย่าง คลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า หากเลือกได้กค็ วรเลีย่ ง การพักอาศัยใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูง ดูแล ห้องนอนให้มืดสนิทโดยปิดม่าน 2 ชั้น ไม่ เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าใด ๆ ในขณะนอนหลับ ชาร์ตโทรศัพท์มือถือหรือ ไอ-แพด นอก ห้องนอน จะได้ไม่รบกวนเมลาโทนินและ Growth Hormone ควรฝึกนอนสมาธิปล่อยวางเรื่องงาน และปัญหาอืน่ ไว้นอกห้องนอน หากไม่วาง จิตก็จะไม่วา่ ง ว้าวุน่ คิดโน่น นี่ นัน่ จนไม่ได้ หลับถึงเช้าก็ยังไม่ได้นอนสุขภาพร่างกาย ก็จะเสื่อมโทรม ลองปล่อยวางให้ใจว่าง ก� ำ หนดจิ ต คิ ด บวกว่ า "หลั บ สนิ ท -หลั บ สบาย" และก�ำหนดจิตอยู่ที่เวลาที่อยาก ตื่น ท่องซ�ำ้ ไว้ เช่น "ตื่น 7 โมงเช้า ๆ " หากจิต ลอยไปคิดเรื่องงานก็ดึงจิตกลับมาที่ "หลับ สนิท ตื่น 7 โมงเช้า" ค่อย ๆ ฝึกไปเรื่อย ๆ คุณก็จะสามารถนอนหลับได้สนิท นิทรา สบาย สุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ


HOW TO RECOVER

LET'S GO NUTS!

INTO THE EYES หนึ่ ง ในอาการผิ ด ปกติ ช วนปวดหั ว ของชาวเมืองที่ใช้ชีวิตครึ่งค่อนวันนั่งจ้อง จอคอมพิวเตอร์คือ "โรคตาแห้ง" ที่ใครเป็น รับรองว่านั่นหมายถึงการเดิน-เข้าออกโรงพยาบาลพบจักษุแพทย์และหยอดตากันไป ตลอดชีวติ แต่นำ�้ ตาเทียมและเจลป้ายตาไม่ ใช้ทางออกเดียวของคนที่ก�ำลังทรมานจาก การระคายเคืองตานี้ อาหารทีอ่ ดุ มไปด้วยโอเมก้า-3 พริมโรสออยล์ รวมทัง้ วิตามินเอและ เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยบ�ำรุงสายตาที่พบได้ใน แครอท ฟักทอง และผักใบเขียวทั้งหลายนั้น นอกจากจะช่วยบ�ำรุงดวงตาอันมีคา่ บรรเทา อาการตาแห้งแล้ว ยังเป็นสารบ�ำรุงผิวพรรณ และผมให้สวยงามด้วยเช่นกัน

ถั่ ว คื อ เพื่ อ นที่ ดี ที่ สุ ด ส� ำ หรั บ ทุ ก คนที่ ต้องการแหล่งพลังงานขนาดย่อมที่พร้อม ด้วยแร่ธาตุ ไวตามินและสารอาหารสารพัด ชนิด แต่เราจะเลือกรับประทานถั่วทั้งหลาย เหล่านี้อย่างไรถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด? For the Heart - แม้ว่าถั่วทุกชนิดจะ อุดมไปด้วยกรดไขมันทีม่ ปี ระโยชน์ แต่วอลนัทคือถั่วที่มีปริมาณกรดไขมัน อัลฟาไลโน เลอิค ที่ช่วยลดการอับเสบและการอุดตันไข มันในเส้นเลือดสูงที่สุด For the Brain - สารอาหารบ�ำรุงสมอง อย่างโฟเลตพบได้มากในถั่วลิสง โดยนอก จากโฟเลตแล้วถั่วลิสงยังมีไวตามินอีและ กรดไขมันที่ช่วยบ�ำรุงสมองในปริมาณมาก เช่นกัน For all Men - เชื่อกันว่าซีลีเนียมในถั่ว บราซิลมีคุณสมบัติป้องกันโรคมะเร็งต่อม ลูกหมากได้ โดยถั่วบราซิลหนึ่งเม็ดสามารถ ให้ ป ริ ม าณธาตุ ซี ลี เ นี ย มพอส� ำ หรั บ ความ ต้องการหนึ่งวัน For all Purposes - อัลมอนด์คือถั่ว สารพัดประโยชน์ที่เหมาะส�ำหรับทุกคน โดย นอกจากจะให้แคลลอรี่ต�่ำแล้วยังมีปริมาณ แคลเซียม ไฟเบอร์ ไวตามินอี และสารต้าน อนุมูลอิสระในปริมาณสูงเช่นกัน

TIPS • เลือกรับประทานถัว่ ดิบหรือถัว่ ทีอ่ บแห้ง เพราะความร้อนจะท�ำลายสารอาหาร ในถั่ว และหลีกเลี่ยงถั่วปรุงส�ำเร็จที่อบ น�้ ำ มั น หรื อ ปรุ ง ด้ ว ยเกลื อ และน�้ ำ ตาล เพราะแม้ถั่วจะมีประโยชน์มหาศาล แต่ การทานถั่วที่ปรุงด้วยน�้ำตาลและเกลือก็ อาจจะเป็นอันตรายมหาศาลได้เช่นกัน • ส�ำหรับคนที่เลือกทานถั่วเป็นของว่าง ระหว่างวัน อย่าลืมว่าแม้ถวั่ หนึง่ ก�ำมือจะ ท�ำให้คุณอยู่ไปได้ถึงมื้อเย็นโดยไม่ต้อง ไปควานหาอาหารว่างอื่น การบริโภคถั่ว มากเกินไปอาจท�ำลายความอยากอาหาร ได้ 48 SANSIRI NO.475


HOW TO RECOVER

THE SLEEP SECRET ปริ ม าณอาจไม่ ไ ด้ ห มายถึ ง คุ ณ ภาพ เสมอไปส�ำหรับเรื่องของการนอน ถึงแม้ว่า การนอนมากย่อมดีกว่าการนอนไม่เพียง พอ แต่ส�ำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองนอนหลาย ชั่วโมงแล้วก็ยังไม่สดชื่น บางทีคุณอาจต้อง ลองจดบั น ทึ ก การนอนเพื่ อ ค้ น หารู ป แบบ การนอนและเวลาตื่นที่ไม่ได้อยู่ในช่วงของ การหลับลึก (Deep Sleep) เพราะการนอน ของมนุษย์เราในแต่ละคืนนั้นแบ่งเป็นวงจร ของการหลับที่สลับไปมาระหว่างภาวะครึ่ง หลั บ ครึ่ ง ตื่ น ภาวะหลั บ ลึ ก และช่ ว งหลั บ ฝัน โดยแต่ละวงจรจะกินเวลาประมาณ 90 นาที เพราะฉะนั้นหากคุณมีเวลานอนจ�ำกัด และไม่อยากรู้สึกงัวเงียหลังตื่นนอน ลองตั้ง นาฬิกาปลุกในช่วง 90 นาทีของวงจรการ หลับ เช่นถ้าคุณเข้านอนตอนสี่ทุ่ม ลองตั้ง นาฬิกาปลุกตีห้าครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงจบวงจร การนอนพอดี แทนที่จะนอนเพิ่มอีกครึ่งหร���อ หนึง่ ชัว่ โมงแล้วไปตืน่ เอาตอนหกโมงหรือหก โมงครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่คุณก�ำลังอยู่ระหว่าง การหลับลึก

THE NEW FAD AND THE NEW WATER ศั พ ท์ ค� ำ ใหม่ ที่ ก� ำ ลั ง จะกลายเป็ น คี ย ์ เ วิ ร ์ ด ส�ำ หรั บ คนรั ก สุ ข ภาพที่ ไ ม่ เ คยตก เทรนด์ไดเอ็ทคือ "อัลคาไลน์" หรือเป็นที่รู้จัก ในนาม "Alkaline Diet" ซึง่ มีสาวกเป็นตัวแม่ สุขภาพแห่งฮอลลีวดู้ อย่าง กวินเนธ พัลโทรว์ วิคตอเรีย เบ็คแฮม และ เจนิเฟอร์ อนิสตัน โดยโปรแกรมไดเอ็ทยอดนิยมตัวใหม่นี้อยู่ บนพื้นฐานว่าร่างกายจะท�ำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพเมื่อสภาวะของเลือดมีความ เป็นด่างอ่อน ๆ (pH 7.35 - 7.45) ในขณะ ที่อาหารส่วนมากที่เรารับประทานมักมีค่า ความเป็นกรดสูง ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ เนื้อ สัตว์ นม และแป้ง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าค่า ความเป็นกรดที่สูงจะท�ำให้เชื้อโรคจุลินทรีย์ หรือแม้แต่เซลล์มะเร็งเติบโตได้ดี อัลคาไลน์ ไดเอ็ท จึงมุ่งเน้นไปที่ผักผลไม้ ข้าวไม่ฟอกสี ร�ำข้าว น�ำ้ นมถัว่ เหลือง น�ำ้ มันมะกอก รวมไป ถึงปลาต่าง ๆ โดยพยายามรักษาอัตราส่วน ให้ 70% ของอาหารที่ทานในแต่ละวันเป็น อาหารที่มีความเป็นด่าง 49 SANSIRI NO.475

แน่นอนว่าเมื่อกว่า 70% ของร่างกาย คนเรามีน�้ำเป็นส่วนประกอบ น�้ำดื่มอัลคาไลน์หรือที่เรีียกกันง่าย ๆ ว่าน�้ำด่างจึงกลาย มาเป็นตัวช่วยส�ำคัญส�ำหรับคนทีก่ ำ� ลังสนใจ โปรแกรมอัลคาไลน์ ไดเอ็ท เพราะการดืม่ น�ำ้ สามารถช่วยปรับสภาพเลือดให้เปลี่ยนจาก กรดเป็นด่างได้อย่างรวดเร็ว เพราะสามารถ ซึมเข้ากระแสเลือดได้ดีกว่าอาหารที่ต้องใช้ เวลาผ่านกระบวนการย่อยสลายและแยก แร่ธาตุ “Tru Alka” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ส�ำหรับ คนที่อยากทดลองอัลคาไลน์ไดเอ็ท แต่ยังไม่พร้อมปรับอาหารที่รับประทานเต็ม ตัว โดยน�้ำดื่ม Tru Alka ผลิตจากการผสม น�้ำดื่มสะอาดเข้ากับแร่ธาตุอย่างแคลเซียม แมกนีเซียมและโพแทสเซียมที่จะเข้าไปเกิด การแตกตัวเป็นประจุอิออนโดยการเพิ่ม ปริมาณอิเล็คตรอนในน�้ำซึ่งประจุขนาดเล็ก เหล่านีจ้ ะช่วยให้แร่ธาตุสามารถซึมผ่านผนัง เซลล์เข้าไปเพิ่มปริมาณน�้ำและขจัดของเสีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


NO.475

ESSENCIAL PIECES

50 SANSIRI NO.475

FALL2013


เรื่อง : สมิลา วีนิน ภาพ : กฤษฎา สหัสภาค

The Great White Shirt When I put on a white shirt, it's the same feeling as getting into crisp, fresh sheets at night. I just feel good in them - Tom Ford.

นับตั้งแต่ช่วงรอยต่อศตวรรษที่ 19 และศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา อาชีพของเหล่าชายหนุ่มบอกได้ด้วยสีของเสื้อเชิ้ตที่พวกเขาสวมใส่ สีนำ�้ เงินคือเสือ้ ของผูใ้ ช้แรงงาน ส่วนสีขาวคือเสือ้ ของผูม้ วี ชิ าชีพเฉพาะ ทางและพนักงานบริษัท ร่วมร้อยปีผ่านไปเสื้อเชิ้ตขาวกลายเป็นชิ้น หลักในตูเ้ สือ้ ผ้าของทุกคนและเป็นปราการทางสไตล์ชนั้ สุดท้ายทีไ่ ม่มี วันพังทลายในทุกโอกาส เพราะไม่ว่าจะกี่ร้อยปีผ่านไปเชิ้ตขาวยังคง รักษานิยามของความคลาสสิก เรียบง่าย สมาร์ท และเป็นตัวเลือกที่ดี ทีส่ ดุ ในวันทีค่ ณ ุ ต้องการให้เสือ้ ผ้าท�ำหน้าทีเ่ ป็นเพียงผืนผ้าใบว่างเปล่า เพื่อให้ตัวตนและบุคลิกของคุณเปล่งประกายด้วยตนเองอย่างแท้จริง ส�ำหรับสาว ๆ เชิ้ตขาวคือจุดเริ่มต้นของการปลดพันธนาการทาง สังคม เชิ้ตขาวคือหนึ่งในเสื้อผ้าสุภาพบุรุษชิ้นแรก ๆ ที่ Coco Chanel หยิบมาสวมใส่่ ก่อนที่เธอจะปฏิวัติวงการแฟชั่นด้วยการสร้างสรรค์ ไอเท็มอมตะอีกหลายต่อหลายชิ้นซึ่งล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เหล่าเสื้อผ้าและยูนิฟอร์มสุภาพบุรุษทั้งสิ้น ผู้ที่หลงใหลในเสื้อผ้าย่อมเข้าใจดีว่า เสื้อเชิ้ตขาวเรียบ ๆ นั้นไม่ ได้หมายถึงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใดก็ได้ แม้เสื้อเชิ้ตขาวจะเป็นไอเท็มที่ ปลอดภัยที่สุดส�ำหรับทุกโอกาส แต่ความผิดพลาดในการเลือกเสื้อ เชิ้ตขาวก็อาจเป็นความผิดพลาดทางแฟชั่นที่อันตรายที่สุดได้เช่นกัน เพราะการจะเลือกเชิต้ ขาวทีป่ ราศจากลวดลายได้ดี ย่อมหมายถึงความ ความเข้าใจถ่องแท้ในศาสตร์ของการตัดเย็บเสื้อผ้าและองค์ประกอบ พื้นฐานที่สุดของเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น ที่รวมไปถึงเรื่องสไตล์ของเสื้อซึ่งเกี่ยว เนื่องกับกาลเทศะและสะท้อนออกมาผ่านรายละเอียดทุกส่วนตั้งแต่ ปกเสื้อ เนื้อผ้า รวมไปถึงข้อมือเสื้อ 51 SANSIRI NO.475


52 SANSIRI NO.475


ESSENCIAL PIECES

P E R F E C T I O N C O M E S WITH A PERFECT FIT เมื่อไอเท็มที่เคยเป็นชิ้นบ่งบอกสถานะ ทางสังคมและต้องวัดตัวตัดเย็บเท่านั้นอย่าง เสื้อเชิ้ต (น้อยคนนักที่จะอยู่ในฐานะพิเศษ มีคนรับใช้คอยซัก-รีดเสื้อเชิ้ตให้ในยุคสมัย ที่การรีดผ้าเป็นงานสาหัสที่ต้องใช้เวลาเป็น ชั่วโมง) กลายมาเป็นเสื้อผ้าส�ำเร็จรูปที่แขวน อยู่ในทุกห้างสรรพสินค้าและผลิตมาส�ำหรับ "ทุกคน" การเลือกเสือ้ เชิต้ ทีม่ ขี นาดเหมาะพอดี จึงกลายเป็นเรือ่ งยากยิง่ กว่าเดิม การเลือกซือ้ เสื้อเชิ้ตส�ำเร็จรูปจึงมักหมายถึงการยอมสละ ความสมบูรณ์แบบในส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจ�ำเป็นต้องเดิน เข้าร้านตัดเสื้อเพื่อวัดตัวตัดเชิ้ตเสมอไป การ เลือกขนาดเสื้อเชิ้ตที่เหมาะสมหมายถึงการ ลองสวมเสื้อตัวนั้น และตรวจสอบความพอดี ในจุดต่าง ๆ อาทิเช่น • เมือ่ ติดกระดุมแล้ว ต้องมีพนื้ ทีร่ ะหว่าง คอและปกเสือ้ พอสอดนิว้ ได้ แต่ถา้ มีชอ่ งใหญ่ พอสอดนิ้ ว ได้ ถึ ง สองนิ้ ว เสื้ อ ตั ว นั้ น อาจจะ หลวมเกินไป • ข้อมือเสื้อไม่หลวมไม่คับเกินไป ซึ่ง

หมายถึงคุณต้องไม่สามารถสอดมือผ่านข้อ มือเสื้อที่ติดกระดุมแล้วได้ • แขนเสื้อต้องยาวพอดีให้คุณสามารถ ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะได้โดยไม่รั้งข้อมือเสื้อ ขึ้นมา แต่ต้องไม่ยาวจนเห็นเนื้อผ้าพับอยู่ บริเวณตะเข็บข้อมือเสื้อยาวเกินหนึ่งนิ้วเวลา ที่คุณปล่อยแขนลงแนบล�ำตัว และเมื่อปลด กระดุมข้อมือ ปลายแขนเสื้อควรยาวพ้นข้อ มือมาเล็กน้อยเท่านั้น • ปลายบ่าต้องไม่ยาวเกินหัวไหล่ • ไม่วา่ คุณจะเลือกเสือ้ เชิต้ แบบคลาสสิค หรือแบบสลิมฟิต ช่วงอกต้องมีพนื้ ทีพ่ อให้คณ ุ สามารถดึงผ้าออกมาได้ 1-3 นิ้ว • คนที่มีรูปร่างผอมสูงซึ่งมักเจอปัญหา ความยาวแขนเสื้อ ให้ลองเลือกเสื้อในแบบ เข้ารูปในไซส์ใหญ่ เพื่อให้ได้ความยาวแขน เสื้อพอดีโดยไม่ดูรุ่มร่าม • คนที่มีรูปร่างท้วมให้ลองเลือกเสื้อเชิ้ต ที่มีดีเทลการจับจีบแบบ Box Pleat บริเวณ สะบักหลังจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับเสื้อโดยไม่ดู พองจนเกินงาม

HOMME

M AT E R I A L S A LW AY S M AT T E R ปกของเสื้อเชิ้ตขาวคือส่วนที่อยู่ใกล้กับ ใบหน้ามากที่สุด ปกเสื้อจึงเป็นสิ่งแรกที่คน มองเห็นเวลาที่คุณใส่เสื้อเชิ้ต โดยเฉพาะเสื้อ เชิต้ ขาวทีส่ ะอาดปราศจากลวดลาย ปกเสือ้ จะ ช่วยสร้างกรอบให้กบั รูปหน้า จึงเป็นเหตุผลว่า เพราะเหตุใด Point Collars ที่ขอบปกทั้งสอง ชี้ลงพื้นและท�ำมุมไม่เกิน 60 องศา และช่วย ให้ใบหน้าดูยาวขึ้นจึงเป็นปกเสื้อแบบที่ได้รับ ความนิยมสูงสุด อย่างไรก็ตาม Point Collars เหมาะส�ำหรับการสวมใส่แบบเป็นทางการคู่ กับเนคไทที่ปมเล็กและเสื้อสูท เพราะรูปทรง ของปกจะดูยาวไม่สมส่วนเมื่อปลดกระดุม ปกเสื้อที่กว้างเหมาะกับคนที่มีรูปหน้า แหลมและให้ความรู้สึกร่วมสมัยกว่าปกเสื้อ 53 SANSIRI NO.475

แบบแคบ ในขณะเดียวกันการจับคู่เสื้อเชิ้ต ขาวปกกว้างกับ Power Suit และเนคไทผูกปม ใหญ่นา่ จะเป็นยูนฟิ อร์มทีท่ รงพลังทีส่ ดุ ส�ำหรับ นักบริหารรุ่นใหญ่ที่น่าเกรงขาม Button-down Collars สะท้อนถึงสไตล์ แบบอเมริ กั น สปอร์ ต แวร์ สุ ด คลาสสิ กที่ ดู ดี ที่สุดเมื่อจับคู่กับเทคไทและแจ็คเก็ตส���ตล์ นักศึกษา Ivy League แต่ถ้าต้องการความ คลาสสิกที่เป็นทางการขอแนะน�ำให้เป็น Tab Collar แบบยุค 1950s ที่ก�ำลังกลับมาเป็น ที่นิยมอีกครั้งหลัง Tom Ford หยิบมาใช้กับ เสื้อเชิ้ตของสายลับชื่อก้องโลกอย่าง James Bond


54 SANSIRI NO.475


ESSENCIAL PIECES

STYLE IS THE ULTIMATE FINAL TOUCH สิ่งที่ท�ำให้เสื้อเชิ้ตขาวเป็นไอเท็มสุดคลาสสิกตลอดกาลก็คือความ เรียบง่ายที่เป็นเสมือนดังผืนผ้าใบเปล่าให้ผู้สวมใส่ได้ละเลงบุคลิกของ ตนผ่านสไตล์ลิ่งแบบต่าง ๆ ได้ เชิ้ตขาวที่ดูเป็นทางการเมื่อสวมใส่กับสูท และเนคไทกลับสร้างลุคสบาย ๆ แต่สมาร์ทได้อย่างเหลือเชื่อเมื่อถอดสูท ออกและพับแขนเสื้อขึ้น เชิ้ตขาวยังเป็นไอเท็มอมตะที่ถูกหยิบมาใช้ในการสร้างลุคของเหล่า แฟชั่นไอคอนมากมาย เสน่ห์ซุกซนในแบบเด็กผู้ชายของ Audrey Hepburn จะมาจากลุคใดถ้าไม่ใช่เสื้อเชิ้ตขาวปกตั้งผูกผ้าพันคอ แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเชิ้ตขาวปล่อยชายที่ใส่คู่กับกางเกงขายาวของ Katharine Hepburn เราคงอาจจะไม่มีวันได้รู้จักสไตล์แบบ "androgyny” ที่ส่งต่อ มาถึงไอค่อนยุคใหม่อย่าง Patti Smith เช่นเดียวกันกับJane Birkin ที่ไม่ ว่าเธอจะปรากฏตัวในกระโปรงสั้นหรือเสื้อน้อยชิ้นสักเพียงใด ก็ไม่เคยดู เซ็กซี่เท่าเวลาที่เธอสวมใส่เพียงเสื้อเชิ้ตขาวพับแขนเสื้อปลดกระดุมถึง เม็ดที่สามคู่กับกางเกงยีนส์ทรงสบายที่กลายมาเป็นนิยามของค�ำว่า "Effortless" โดยแท้จริง

FEMME 55 SANSIRI NO.475


EASY UPDATE

เทรนด์อาจจะเป็นสิง่ ทีผ่ า่ นมาแล้วผ่าน ไป แต่จะมีเครื่องประดับชิ้นใดที่จะอยู่จีรัง บนลุคสาว ๆ รักสนุกได้เหมือนกับสร้อยคอ ร้อยตัวอักษรเป็นถ้อยค�ำที่ทุกคนปรารถนา อย่าง “Love” ที่ครั้งนี้กลายมาเป็นธีมหลัก บนสร้อยคอStephanie โดย Alber Elbaz แห่ง Lanvin ซึ่งนอกจาก "Love" แล้ว ยังมี ค�ำพูดโลกสวยอย่าง "Hope" หรือ "Cool" ที่ ดูจะหยอกเย้าแกมประชดสังคมยุคใหม่ได้ อย่างน่าเอ็นดู

เชื่อเถอะว่าถ้ามีการจัดล�ำดับสิบไอเท็ม ที่ทั้งหนุ่ม ๆ และสาว ๆ ทุกคนต้องมีติดตู้ เสื้อผ้าเอาไว้ Biker Jacket ต้องติดอยู่ในโผ อย่างไม่ต้องสงสัย และจะมีใครที่สามารถ สร้างสรรค์ Biker Jacket ได้น่าปรารถนาไป กว่าดีไซเนอร์ผู้ลุ่มหลงวัฒนธรรมท้องถนน และนั ก ดนตรี อ ย่ า ง Hedi Slimane แห่ ง Saint Laurent โดย Biker Jacket ตัวเด่น จากคอลเลคชั่นถาวรของ Saint Laurent นั้ น ตอนนี้ Sold-Out ไปเรี ย บร้ อ ยบนเว็ บ Mr Porter เพราะฉะนัน้ ใครทีบ่ งั เอิญไปเจอขอ ให้รีบจับจองเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องคิดหนัก ส่วนใครที่เล็ง ๆ จะสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต แนะน�ำให้สงั่ ไซส์ใหญ่กว่าปกติหนึง่ ไซส์ นอก เสียจากว่าคุณจะเป็นชายหนุ่มที่ร่างบางเท่า นายแบบ Saint Laurent จริง ๆ

หนึ่ ง ในนิ ย ามของความหรู ห ราที่ เป็นที่ยอมรับกันคือความพิเศษอันเกิด จากการสร้างสรรค์และผลิตเพื่อลูกค้า เพียงหนึ่งเดียว Tod's เอาใจชายหนุ่มผู้ หลงใหลในความพิเศษของเครื่องหนัง คุณภาพสูงทีอ่ อกแบบตามปรารถนาของ เจ้าของคนพิเศษด้วยการเนรมิตพืน้ ทีบ่ น ชั้นสี่ของร้าน Flagship Store บน Via Spiga ให้ เ ป็ น พื้ น ที่ ส� ำ หรั บ ชายหนุ ่ ม ผู้ปรารถนาไอเท็มที่ผลิตมาเพื่อตนเอง โดยเฉพาะ ดาวเด่นของบริการ madeto-order ใน Sartorial Touch คงไม่พ้น รองเท้าคู่งาม โดยนอกจากจะสามารถ เลือกวัสดุทรีตเม้นต์หนังและพื้นรองเท้า ที่ ต ้ อ งการ ที่ ผ ลิ ต โดยช่ า งฝี มื อ ที่ รั บ สืบทอดเทคนิกจากรุ่นสู่รุ่นแล้ว เมื่อผ่าน ขั้นตอนการผลิตทั้งหมดรองเท้าแต่ละ 56 SANSIRI NO.475

แม้อดีตดีไซเนอร์คนเก่งของ Balenciaga อย่าง Nicolas Ghesquière จะออกมา ตัดพ้อที่ Balenciaga ถูกมองว่าเป็นห้องเสือ้ ขายกระเป๋าแต่นนั่ ไม่ได้ทำ� ให้ความคาดหวัง ในกระเป๋าใบแรกที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ คนใหม่อย่าง Alexander Wang ลดน้อยลง แม้แต่น้อย และเชื่อว่าหลายคนที่หลงใหล ใน Balenciaga ล้วนรอคอยการเปิดตัว 'it bag' ใบใหม่อย่างใจจดใจจ่อ “Maillon” คือคีย์พีซชิ้นแรกจาก Wang ที่เชื่อว่าคนรัก กระเป๋าทุกคนต้องไม่อยากพลาด โดยมีให้ เลือก 3 แบบคือกระเป๋า Tote กระเป๋าทรง สี่เหลี่มคางหมู (trapeze) และรุ่นที่ปรากฏ ในแคมเปญโฆษณาซีซั่นล่าสุดคือกระเป๋าหู หิ้วกลม (M Bag) จุดเด่นของกระเป๋าอยู่ที่ ตัวล็อครูปห่วงโซ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของความ สัมพันธ์ระหว่างมรดกของห้องเสื้อที่สืบทอด มาตั้งแต่สมัยของ Cristobal Balenciaga และอนาคตของแบรนด์ภายใต้การดูแลของ Wang อันเป็นที่มาของชื่อ "Maillon" ซึ่งแปล ว่าตัวเชื่อมนั่นเอง

คู ่ จ ะถู ก วางพั ก ไว้ เ ป็ น เวลา 24 ชั่ ว โมง ก่อนบรรจุลงกล่องซึ่งออกแบบมาเป็น พิเศษส�ำหรับโปรเจ็กต์นโี้ ดยเฉพาะ ลูกค้า สามารถสั่งให้สลักชื่อย่อลงบนหนังเพื่อ ความพิ เ ศษ และบ่ ง บอกความเป็ น เจ้าของรองเท้าคู่นั้น ๆ ได้


HOW TO RECOVER

H E A LT H Y

B E AU TY

HAPPINESS

เรื่อง : สมิลา วีนิน ภาพ : ลิขสิทธิ์

THE BEST BRAIN BOOSTER หนึ่งในอาหารเสริมที่เป็นที่จับตามอง และได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุด โดย เฉพาะในกลุ ่ ม นั ก ศึ ก ษาและคนท� ำ งาน ที่ ต ้ อ งการตั ว ช่ ว ยบ� ำ รุ ง สมอง เสริ ม สร้ า ง ประสิทธิภาพความจ�ำและความสามารถ ในการใช้สมาธิ คือ 'Excelerol' แม้ว่าส่วน ผสมหลักอย่าง Citicoline และ Phosphatidylserine จะไม่ใช่ชื่อแปลกส�ำหรับคนที่คุ้น เคยกับอาหารเสริมบ�ำรุงสมอง แต่ Excelerol มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ใช้กับ แคปซูล ซึ่งค่อย ๆ ปล่อยสารบ�ำรุงเพื่อรักษา ประสิทธิภาพการท�ำงานได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง ข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวของ Excelerol คือใช้ได้ผลดีจนหลายคนถึงกับบ่นว่าวันไหน ทีไ่ ม่ได้ทานเจ้าอาหารเสริมนี้ จะรูส้ กึ ว่าสมอง เนือยและไม่มีสมาธิเท่าที่ควร

AD THE MAGIC COMBO ในยุคที่เครื่องดื่มผสมสารบ�ำรุงครอง เมือง คงไม่มใี ครไม่รจู้ กั อาหารเสริมยอดนิยม ส�ำหรับคนที่ต้องการรักษารูปร่างและเพิ่ม สมรรถนะในการออกก�ำลังกายอย่าง L-Carnitine ทั้งที่ในความเป็นจริง L-Carnitine มี ประโยชน์มหาศาลนอกเหนือไปจากการช่วย เร่งการเผาผลาญไขมัน โดยเฉพาะส�ำหรับ ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอและไม่รู้สึกสดชื่นใน ตอนเช้า ลองรับประทาน L-Carnitine คูก่ บั โอ เมก้า-3 เพือ่ กระตุน้ การเผาผลาญดู เพราะโอ เมก้า-3 จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญและ การท�ำงานของเซลล์ตา่ ง ๆ ส่วน L-Carnitine จะส่งกรดไขมันเข้าไปในศูนย์กลางการสร้าง พลังงานของเซลล์ เรียกว่านอกจากจะเผา ผลาญพลังงานได้เพิ่มขึ้น รู้สึกสดชื่นขึ้น ยัง ลดไขมันได้อีกด้วย 57 SANSIRI NO.475


NO.475

BEAUTY

Bathroom H E A LT H

58 SANSIRI NO.475

FALL2013

PRIVATE


เรื่อง : เรวัฒน์ ช�ำนาญ ภาพ : เกษม จรรยาวรวงศ์ สถานที่ : โรงเเรมคาบูชง (Cabochon Hotel & Residence)

"QU'EST CE-QUE VOUS AVEZ DANS VOTRE TOILETTE?" ห้ อ งน�้ ำ ห้ อ งอาบน�้ ำ อี ก หนึ่ ง พื้ น ที่ ส ่ ว นตั ว ส�ำคัญที่ต้องการความพิถีพิถันอันเนื่องมา จากจะเป็ น เเหล่ ง รวมของเครื่ อ งส� ำ อางค์ น�้ ำ หอม ครี ม ไวตามิ น มาร์ ก เเละเครื่ อ ง ประทินผิวอื่น ๆ ที่นอกจากจะช่วยบ�ำรุงผิว สวยให้เเล้วยังสื่อให้เห็นถึงรสนิยมของเเต่ ละคนผ่านข้าวของเครื่องใช้ … ลองกลับไปดู ทีห่ อ้ งน�ำ้ ทีบ่ า้ นของคุณซิวา่ มีอะไรอยูใ่ นพืน้ ที่ ส่วนตัวเเห่งนี้บ้าง?!??

PEACE 59 SANSIRI NO.475


BEAUTY NEWS

สถานที่ : โรงเเรมคาบูชง (Cabochon Hotel & Residence)

60 SANSIRI NO.475


Beauty News

ใครบางคนว่าเอาไว้ว่าสิ่งที่เติมความ สมบูรณ์ให้กับบ้านคือสิ่งที่เราไม่อาจมอง เห็ น ในนั ย หนึ่ ง นั่ น อาจหมายถึ ง สิ่ ง ที่ เ ป็ น นามธรรมอย่ า งความรั ก ความอบอุ ่ น ของ คนในครอบครัว แต่ในอีกหนึ่งความหมาย ถึงสิ่งที่มองไม่เห็นซึ่งเข้ามาเติมเต็มความ สมบูรณ์และสร้างบุคลิกให้กับบ้านได้โดย ไม่ จ� ำ เป็ น ต้ อ งมองเห็ น สไตล์ ก ารตกแต่ ง หรือเหล่าเฟอร์นิเจอร์ใด ๆ ก็คือกลิ่นหอมที่ แทรกซึมมาเข้ามาในบรรยากาศนั่นเอง การน�ำเครือ่ งหอมมาใช้สร้างบรรยากาศ ในบ้านนั้นมีมาช้านาน และกลิ่นหอมของ เทียนที่ถูกจุดขึ้นในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเทียบที่ ประดับบนโคมไฟระย้าแบบในยุคก่อน หรือ เตาจุดชุดหอมระเหยแบบไฟฟ้าในยุคสมัย นี้ กลิ่นหอมที่แต่ละคนเลือกใช้ในบ้านจึง

เป็นตัวแทนของบุคลิกเจ้าของบ้านได้ไม่แพ้ รสนิยมการตกแต่งบ้านหรือสไตล์การแต่งตัว การที่กลิ่นซึ่งเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่กลับสามารถรับรู้ได้ก่อนประสาทสัมผัส ใด ๆ ท�ำให้กลิ่นหอมต่าง ๆ มีความส�ำคัญ ยิ่งยวดต่ออารมณ์ของผู้คนดังที่ผู้ที่มีโอกาส ไปเยี่ยมเยือนอพาร์ทเม้นท์เลขที่ 31 Rue Cambon ของ Mademoiselle Chanel ย่อมสัมผัสได้ถึงกลิ่นน�้ำหอม Chanel No. 5 ที่เป็นสัญลักษณ์ของเธอทันทีที่ประตูเปิด ออก อันเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่ สมัยทีเ่ ธอยังมีชวี ติ อยู่ ทีส่ าวใช้จะต้องสเปรย์ น�้ำหอม No.5 ตามบันไดทันทีที่เห็นเธอเดิน ข้ามถนนมาเพื่อให้กลิ่นน�้ำหอมโปรดของ ดีไซเนอร์ในต�ำนานฟุ้งกระจายทักทายการ กลับมาของเธอในทุก ๆ วัน

LAY DOWN A N D R E L A X คือสิ่งที่ทุกคนปรารถนาเมื่อเอนกายลง บนโซฟา กลิ่นหอมจาก Sansiri Signature Scent โดยปั ญ ญ์ ปุ ริ (Pañpuri) แบรนด์ เครื่องหอมระดับโลกอุดมไปด้วยกลิ่นหอม ที่เลื่องชื่อในคุณสมบัติช่วยผ่อนคลาย สงบ ท�ำให้หลับสบาย ไม่ว่าจะเป็นวานิลลาหรือ ลาเวนเดอร์ ด้วยดีไซน์ที่มาในรูปแบบของ Perfume Sachet หรือถุงหอมที่สะดวกแก่ การพกพาในการเดินทางไปพักผ่อนที่บ้าน พักตากอากาศเช่นกัน เราจึงสามารถพก พากลิ่นเอกลักษณ์ที่จะช่วยสร้างสมดุลของ ร่างกายและจิตใจให้เสมือนอยู่ในโลกส่วน ตั ว ไปได้ ทุ ก ที่ เ พื่ อ ให้ ก ารพั ก ผ่ อ นสมบู ร ณ์ แบบมากยิ่งขึ้น

61 SANSIRI NO.475

แต่นอกจากจะเป็นตัวแทนบุคลิกของ เจ้าของบ้านแล้ว การใช้กลิ่นหอมไม่ว่าจะ จากเทียน น�ำ้ มันหอมระเหย หรือสเปรย์หอม ยังสามารถสร้างบรรยากาศและอารมณ์ให้ เราได้อย่างนุ่มนวล ลุ่มลึก ไม่ต่างกับการ ใช้ดนตรีเป็นเครื่องปลอบประโลม หรือปลุก ให้กระตือรือร้น แน่นอนว่าการที่เรื่องของ ''กลิน่ '' เป็นอะไรทีซ่ บั ซ้อนและมีผลกับแต่ละ บุคคลแตกต่างกันไป การเลือกสรรกลิน่ หอม มาใช้สร้างบรรยากาศภายในบ้านจึงเป็น เรื่องของรสนิยมส่วนบุคคลเสียยิ่งกว่าการ เลือกเพลงมาเปิดสร้างบรรยากาศสักเพลง แต่ไม่ว่าประสาทสัมผัสรับกลิ่นของแต่ละ คนจะแตกต่างกันสักเพียงใด กลิ่นหอมบาง รู ป แบบกลั บ ตราตรึ ง ความรู ้ สึ ก และสร้ า ง บรรยากาศที่ปรารถนาได้ไม่เคยเปลี่ยน


62 SANSIRI NO.475


GET UP AND GO

A WAY TO COVER UP

ถ้าเพลงจังหวะคึกคักที่เปิดเพื่อสร้างความครึกครื้นในตอนเช้า กลับกลายเป็นสิ่งกวนใจ การมองหากลิ่นหอมที่สดชื่นอย่าง Oyédo โดย Diptyque มาปลุกให้ค่อย ๆ ตื่นจากภวังค์อย่างนุ่มนวลน่าจะ เป็นทางเลือกทีด่ กี ว่า ใครเลยจะไม่รสู้ กึ ถึงความสดชืน่ ราวกับเดินอยู่ ในสวนผลส้ม Yuzu ส้มโอและส้มจีน

ในช่วงฤดูฝนที่อากาศแสนอับชื้น การจุดเทียนหอมกลิ่นที่มี ความซับซ้อนด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างกลิ่นผลไม้ ดอกไม้ และ เปลือกไม้อย่าง Fleurs de Sel โดย Miller Harris ทีไ่ ด้รบั แรงบันดาล ใจมาจากกลิ่นอายของชายหาดและบ่อเกลือที่บ้านเกิดของผู้ปรุง น�ำ้ หอมในเมือง Batz sur Mer

THE BACHELOR'S ESSENTIAL

FOR THE ROMANTIC ENCOUNTER

กลิ่ น หอมที่ ไ ม่ ห วื อ หวา แต่ ส ามารถล่ อ งลอยกลื น ไปกั บ บรรยากาศของบ้านได้โดยแทบไม่รู้สึก คือกลิ่นที่เหมาะสมส�ำหรับ สุภาพบุรุษทุกคน เทียนหอม Monocle x Comme des Garcons Candle One: Hinoki จะเติมความอบอุ่นและบุคลิกไม่เหมือนใคร ให้กับทุกมุมของบ้านได้ไม่รู้เบื่อ

จะมีกลิ่นใดที่สร้างบรรยากาศโรแมนติกหวานจับใจแต่ไม่เย้า ยวนได้เหมือนกับกลิ่นดอกโบตั๋นหรือ “Peony” ที่กลายมาเป็นหัวใจ หลักของกลิ่นหอมล่าสุดของ Jo Malone ซึ่งใครหลายคนว่ากันว่า ช่างเหมาะกับการฉีดพรมบนตัวเจ้าสาวในชุดสีขาวในวันแต่งงาน เหลือเกิน 63

สถานที่ : โรงเเรมคาบูชง

SANSIRI (Cabochon HotelNO.475 & Residence)


NO.475

GARDEN & TERREST

FALL2013

Gargen and Terrace

64 SANSIRI NO.475


เรื่อง : ศ.ระพี สาคริก ภาพ : ศักดิ์ชัย กาย

65 SANSIRI NO.475


NO.475

ESSAY

66 SANSIRI NO.475

FALL2013


Eassay

หอมกลิ่นกล้วยไม้ กลิ่นกล้วยไม้ หอมระรื่น ชื่นดวงจิต ดุจได้มิตร สนิทเนื้อ เหนือกลิ่นหอม แสนสุดซึ้ง ถึงวิญญาณ ผ่านใจยอม มอบความหอม พร้อมความดี ศรีกำ� จาย พันธุ์กล้วยไม้ ที่หมายถือ คือชีวิต ถือความรัก จากดวงจิต มอบมิตรหมาย ให้ทุกคน ได้ท่วมท้น ล้นใจกาย ด้วยใจหมาย ให้มีสุข ทุกวันคืน อันกล้วยไม้ ที่หมายถึง ซึ่งสิ่งนี้ สะอาดใส ไร้สี ไม่มีฝืน มีแต่ใจ ที่ให้สุข ทุกค�่ำคืน พาชุ่มชื่น ระรื่นใจ ให้รับกัน

67 SANSIRI NO.475

ไม่มีกรอบ ครอบใจ ด้วยใดอื่น ไม่มีฝืน ให้ทุกชาติ ไม่คาดฝัน ทุกระดับ ทุกชนชั้น ปันใจกัน หวังสุขสันต์ บันดาลใจ ให้ชูธรรม (ศ.ระพี สาตริก)


68 SANSIRI NO.475


GARDEN FILE

กล้วยไม้ส�ำหรับชีวิตคนที่อยู่ในเมืองกรุง เรื่อง : ศ.ระพี สาคริก ภาพประกอบ : Ne Bula

เธอเพื่อนรักของฉัน เธอเชื่อหรือเปล่า ว่ า ขณะนี้ มี ค นรั ก และสนใจที่ จ ะปลู ก กล้ ว ยไม้ ก ระจายอยู ่ ใ นโลกใบนี้ ห ลาย แสนคน ความจริงแล้วชีวิตมนุษย์ที่เกิด มาสู ่ โ ลกใบนี้ นั้ น ต่ า งก็ มี ค วามหลาก หลายทั้งรูปลักษณะและรสนิยมรวมทั้ง ความรู้สึกนึกคิดอย่างกว้างขวาง อนึ่ง มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเกิดอยู่ใน สภาพอย่างไร ต่างก็มีรสนิยมที่ไม่เหมือน กัน แม้จะอยู่บนพื้นฐานจิตวิญญาณตัวเอง อย่างอิสระเสรี ดังนัน้ แต่ละคนจึงควรมีอสิ รภาพในการ ก�ำหนดทางเลือกในชีวิต เพื่อหวังจะให้ชีวิต ตนเองด�ำเนินไปได้อย่างมีความสุข เช่นนีแ้ ล้วจึงควรมีการแสดงออกในการ ด�ำเนินชีวิตบนพื้นฐานซึ่งแต่ละคนให้ความ รักความสนใจ อย่างไรก็ตามชีวิตที่เกิดมาและด�ำรง อยู่บนพื้นผิวโลกใบนี้ ซึ่งมีทั้งสัตว์และเพื่อน มนุษย์อันควรได้รับโอกาสให้แสวงหาทาง เลือกในการเรียนรู้โดยถือเอาเพื่อนทางใจไว้ เป็นพื้นฐานอย่างส�ำคัญด้วย ดังนัน้ หลักปรัชญาจึงได้ให้ขอ้ เสนอแนะ เอาไว้วา่ ถ้าได้เพือ่ นใจทีด่ ี วิถกี ารด�ำเนินชีวติ ก็ย่อมพบความสุขสมตามความปรารถนา กล้วยไม้จงึ เป็นพืชสกุลหนึง่ ซึง่ ท�ำหน้าที่ เป็นเพื่อนใจที่ดีของมนุษย์อย่างสอดคล้อง

กันกับความหลากหลายของทั้งสองด้าน ใน เมือ่ มนุษย์คอื ชีวติ ซึง่ เคลือ่ นทีไ่ ด้และมีทงั้ จิต วิญญาณอันควรถือเอาความรักเป็นพื้นฐาน การน�ำปฏิบัติอย่างส�ำคัญ อีกทั้งพืชในสกุล กล้วยไม้ก็มีความต้องการสภาพแวดล้อม ที่แตกต่างกันอย่างหลากหลายด้วยจึงมีผล สนองรสนิยมภายในจิตใต้ส�ำนึกของมนุษย์ ให้สามารถเลือกน�ำปฏิบัติได้อย่างอิสระ มนุษย์แต่ละคนจึงน่าจะถือหลักปฏิบัติ ตั ว เช่ น ที่ โ บราณได้ ชี้ น� ำ ไว้ เ กี่ ย วกั บ ความ ส�ำเร็จในการปลูกกล้วยไม้ว่า “ปลูกเรือน ควรตามใจผู้อยู่” ดังนั้นภายในเมืองกรุง เราแต่ละคนใน ฐานะของสมาชิกผู้หนึ่งจึงควรรู้จักปรับตัว ปรับใจในการอยูร่ ว่ มกันกับกล้วยไม้ให้บรรลุ ผลส�ำเร็จ เราแต่ละคนจึงควรเลือกทั้งสภาพ แวดล้อมและความต้องการของกล้วยไม้ พันธุต์ า่ ง ๆ ให้มคี วามสอดคล้องต้องกันอย่าง ส�ำคัญด้วย กล้วยไม้เป็นพันธุ์ไม้ที่มีชีวิตรวมทั้งมี ความต้องการปัจจัยส�ำคัญทีส่ อดคล้องกันใน การด�ำเนินชีวิตนับตั้งแต่สภาพแวดล้อมดัง เช่น กระแสลมซึง่ ช่วยให้เกิดปฏิกริ ยิ าภายใน ร่างกายของกล้วยไม้ช่วยให้การด�ำเนินชีวิต บังเกิดปฏิกริ ยิ าท�ำให้เพิม่ ประสิทธิภาพอย่าง ได้สัดส่วน หากมีร่มเงาของอาคารสถานที่ บดบังแสงแดด เราควรเก็บกล้วยไม้เอาไว้ใน 69 SANSIRI NO.475

ด้านที่มีทิศตะวันออกเพื่อให้กล้วยไม้ได้รับ แสงแดดในตอนเช้าอย่างพอเพียง นอกจาก นัน้ ถ้าเราวางกล้วยไม้เอาไว้ในด้านทิศตะวัน ออกของตัวอาคาร กล้วยไม้ก็ย่อมสามารถ ได้ รั บ แสงแดดอย่ า งพอเพี ย ง จึ ง ช่ ว ยให้ ออกดอกได้สวยสดงดงามตามที่ปรารถนา หากตัวอาคารอยู่ในระดับสูงมากกล้วยไม้ ก็ย่อมได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่จึงช่วยให้ เจ้าของสัมฤทธิ์ผลดียิ่งขึ้น สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตัวอย่าง แต่ ความจริงแล้วยังมีปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่ง ส� ำคั ญ ส�ำ หรั บ การด�ำ รงชี วิ ต ของกล้ ว ยไม้ ทั้ ง ในด้ า นทิ ศ ทางเดิ น ของลมซึ่ ง นั บ ว่ า มี ผลส�ำคัญที่ช่วยให้ระบบการเปลี่ยนแปลง ภายในร่างกายของกล้วยไม้สามารถปรุง อาหารและได้รับผลตอบสนองในทุก ๆ ด้าน มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ในช่วงซึ่งด�ำรง ต�ำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีนักข่าวถามว่า “ท่านใส่ปุ๋ยอะไรครับ ท�ำไมต้นไม้ในบ้าน มันถึงงาม” มรว.คึ ก ฤทธิ์ ฯ ตอบว่ า ใส่ ปุ ๋ ย เงา เจ้าของยังไงหละ


NIGHBORHOOD - GREEN SPACE

SUPPLIMENT

CLINICAL GRADE

SUSTAINABLE เรื่อง : กิติภูมิ ศรีสมนึก ภาพประกอบ : Ne Bula

URBAN GREEN LIVING

70 SANSIRI NO.475


NIGHBORHOOD - GREEN SPACE

การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เคียงคู่ไปกับ วิถีธรรมชาติ ตอบรับกับแนวคิดที่มนุษย์เริ่ม ตระหนักว่าเมื่อโลกเจริญขึ้นเท่าใด การใช้ ชีวติ ใกล้ชดิ ธรรมชาติกห็ า่ งกันมากขึน้ เท่านัน้ ท�ำให้คนเมืองเริม่ หาหนทางการอยูอ่ าศัยร่วม กับธรรมชาติรอบด้าน ทั้งในแง่วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ไปจนถึงงานออกแบบที่ช่วยเสริม ความงดงามและความมีชีวิตชีวาได้อย่าง ชาญฉลาด  ความต้ อ งการเหล่ า นี้ ถู ก พั ฒ นาเป็ น แผนการจัดพื้นที่เมืองให้เกิดสุนทรียภาพ (Aesthetics Area) โดยสร้างความสมดุล ให้เกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมการอยู่อาศัยและ ความเป็นธรรมชาติแบบเมืองนิเวศน์ (EcoCity) เข้ากับไลฟ์สไตล์การขี่จักรยานที่ก�ำลัง ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายตามเมือง ใหญ่ทั่วโลก จนกลายเป็นเทรนด์ของคนรุ่น ใหม่ที่หันมาใส่ใจธรรมชาติด้วยสองเท้าเรา เอง ยกตัวอย่างที่ประเทศสเปน มีโครงการ Madrid Rio ทีใ่ ช้พนื้ ทีเ่ ลียบ 2 ฝัง่ แม่นำ�้ Manzanares ซึ่งเคยถูกบดบังด้วยทางด่วนก่อ ให้เกิดทัศนียภาพอันย�่ำแย่มานาน มาปรับ โฉมใหม่ โดยเทศบาลเมืองมาดริดลงมือขุด อุโมงค์ใต้ดินให้เป็นทางสัญจรของรถ ส่วน สเปซของคนก็ดไี ซน์พนื้ ทีเ่ ลียบแม่นำ�้ ยาว 43 กิโลเมตรให้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แบบครบวงจร ทั้งเป็น สวนสาธารณะ ส่วน สันทนาการของครอบครัว เพื่อให้ชาวเมือง มาดริดได้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีควบคู่ ไปกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ซึ่งไอเดียนี้สามารถน�ำ มาต่อยอดให้กับกรุงเทพมหานครที่มีพื้นที่ ริมฝั่งแม่น�้ำเจ้าพระยาอันสวยงามได้อย่าง ไม่ยากนักหากได้รับความร่วมมือจากทุก ภาคส่วน สิ่งที่กล่าวมาสอดคล้องกับการจัด ผังเมืองให้ตอบโจทย์โครงสร้างพื้นฐานและ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การใช้ชีวิต ที่พึงพากันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่ง Case Study ที่น่าสนใจยามนี้ คงหนีไม่พ้น สวนโมกข์กรุงเทพฯ หรือ "หอจดหมายเหตุ พุ ท ธทาส อิ น ทปั ญ โญ” ที่ ตั้ ง อยู ่ ใ นอาณา บริเวณสวนรถไฟ ที่หลอมรวมเอาศาสนา และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยตัวอาคารสถาปัตยกรรมถูกออกแบบ ให้ มี ลั ก ษณะเรี ย บง่ า ย ไม่ แ ปลกแยกไป กั บ ธรรมชาติ ที่ เ ป็ น บึ ง น�้ ำ ใหญ่ แ ละสภาพ 71 SANSIRI NO.475

แวดล้อมทีเ่ ป็นพืน้ ทีส่ เี ขียว ก่อเกิดความสงบ สวยงาม ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จาก พืน้ ทีส่ เี ขียวทีม่ อี ยู่ ให้ผคู้ นในชุมชนได้เข้าไป ท�ำกิจกรรมหรือใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง ในเมืองใหญ่ทั่วโลกอาจมีพื้นที่สีเขียว ที่คงความเป็นธรรมชาติไม่มากนัก ด้วยข้อ จ�ำกัดทางภูมิทัศน์และสภาพที่ตั้ง ซึ่งกลุ่ม พื้นที่สีเขียวแบบมวลหนา (Mass of green space) มีประโยชน์ทางด้านควบคุมอุณหภูมิ มลภาวะและรักษาความสมดุลให้แก่อาณา บริเวณ ตลอดจนเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ ขนาดเล็ก ขณะที่เมืองใหญ่อย่างมหานคร ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และกรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ก�ำลังโหมกระแสการ สร้างพืน้ ทีส่ เี ขียวแบบมวลหนาไว้ในเมืองให้ มากกว่าเดิม แต่ชาวกรุงเทพมหานครกลับ โชคดีอย่างมหาศาลที่มีพื้นที่ลักษณะนี้อยู่ เพียงแค่แม่น�้ำเจ้าพระยาคั่น ใกล้ชิดเพียง แค่ข้ามเรือถึง โดย “บางกระเจ้า” ที่นิตยสาร ไทม์ (Time ) ฉบับ The Best of Asia 2006 ยกย่องให้เป็น “The Best Urban Oasis of Asia” เป็นโมเดลต้นแบบทั้งเรื่องการรักษา พื้นที่สีเขียวประมาณ 1,200 ไร่ โดยผู้คน ในชุมชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ พันธุ์พืชที่มีลักษณะเฉพาะถิ่น หาดูได้ยาก ในเมืองใหญ่ปจั จุบนั เช่น ต้นล�ำพู ต้นจิก ต้น ช�ำมะเลียง โกงกาง ตอบรับกับกายภาพเมือง ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้มีเสน่ห์ แบบไทย ๆ ซึ่งปัจจุบันบางกระเจ้านอกจาก จะเป็นเสมือนปอดฟอกอากาศให้กรุงเทพ และพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ยังกลายเป็นสถาน ที่ยอดนิยมของบรรดานักปั่นจักรยานชาว บางกอกเกอร์รวมถึงชาวต่างชาติที่หลงใหล ในบรรยากาศธรรมชาติแบบกรีนคอนเซ็ปท์ แวะเวี ย นเข้ า มาเยี่ ย มชมปอดกลางเมื อ ง กรุงเทพกันอย่างไม่ขาดสาย สิง่ เหล่านีต้ อกย�้ำได้เป็นอย่างดีวา่ พืน้ ที่ สีเขียวเป็นประโยชน์ต่อการอยู่อาศัยของ คนในชุมชนเมือง จึงจ�ำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุก คนต้องเป็นฟันเฟืองในการดูแลรักษาและ สร้างพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มมากขึ้นมิใช้ลดน้อย ถอยลง โดยอาจเริม่ ต้นจากสิง่ เล็ก ๆ ด้วยการ ปลูกต้นไม้คนละต้น หรือเป็นหูเป็นตาปกปัก รักษาพืน้ ทีส่ เี ขียวให้แก่กรุงเทพเมืองฟ้าอมร ก็ไม่ผิดหลักกรีนคอนเซ็ปส์แต่ประการใด


72 SANSIRI NO.475


ANTWERP BELGIUM 73 SANSIRI NO.475


TRAVEL GUIDE เรื่อง/ภาพ : Alexx Yuttapong Meinerprinz

ANTWERP BELGIUM อันท์แวร์ป เพชรเม็ดงามแห่งเบลเยี่ยม “หากเปรียบเมืองบรูจซ์เป็นมณีงามของ เบลเยี่ยม เมืองอันท์แวร์ปก็ควรค่าดุจ กับเป็นเพชรเม็ดงามแห่ง เบลเยี่ยมเช่น เดียวกัน” เมืองอันท์แวร์ป (Antwerp) หรือภาษา ท้องถิ่นภาษาดัตช์เรียกว่า อันท์ แวร์ เ ปน (Antwerpen) คือเมืองหลวงของจังหวัดอัน ท์แวร์ป ซึ่งอยู่ในเขตฟลานเดอส์ (Flanders) ทางตอนบนของราชอาณาจักรเบลเยีย่ ม โดย ตัวเมืองนัน้ ตัง้ อยูบ่ นฝัง่ ขวาของแม่นำ�้ สเกลต์ (Scheldt) ทีเ่ ชือ่ มกับทะเลเหนือทีป่ ากน�ำ้ เวส เทิร์นสเกลต์ (Western Scheldt) หากกล่าวถึงเมืองอันท์แวร์ป สิ่งแรก ที่ ช าวยุ โ รปนึ ก ถึ ง เป็ น อั น ดั บ ต้ น ๆ นั่ น คื อ ต�ำนานยักษ์ ดรูโอน อันติโกน (Druoon Antigoon) อันเลือ่ งชือ่ ทีน่ ำ� ไปสูท่ มี่ าของชือ่ เมือง

อันเรียกขานในปัจจุบัน ซึ่งต�ำนานได้กล่าว ไว้ว่าในอดีตมียักษ์ตนหนึ่งนามว่า ดรูโอน อันติโกน ได้เคยอาศัยอยูใ่ กล้ ๆ แม่นำ�้ สเกลท์ (Scheldt river) และได้ควบคุมการสัญจร ไปมาของเหล่านักเดินที่ใช้เส้นทางในแม่น�้ำ สายนี้ รวมทั้งได้มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง โดยมีการกล่าวขานกันไว้อย่างน่าสะพรึง กลัวว่า ถ้าหากนักเดินเรือคนใดก็ตามทีอ่ ยาก ใช้เส้นทางสัญจรในแม่น�้ำสเกลท์ แล้วไม่ ยอมจ่ายเงินค่าผ่านทางให้ยักษ์ นักเดินเรือ ผู้นั้นก็จะถูกจับตัดมือและโยนทิ้งแม่นำ�้ เมื่อ ข่าวความโหดเหีย้ มของยักษ์ได้แพร่สะพัดไป จนถึงหูทหารกล้าชาวโรมันนามว่า ซิลวิอุส บราโบ (Silvius Brabo) ทหารหนุ่มรู้สึกไม่ พอใจต่อการกระท�ำของยักษ์ตนนี้เป็นอย่าง มาก จึงได้ทำ� การฆ่ายักษ์และตัดมือของยักษ์ 74 SANSIRI NO.475

โยนทิง้ แม่นำ�้ สเกลท์ เช่นทีย่ กั ษ์เคยท�ำกับนัก เด���นเรือ หลังจากเวลาผ่านไป บริเวณที่เคย เป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์ก็ได้มีผู้คนเข้ามาตั้ง ถิ่นฐานจนกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ และ ได้มีการเรียกชื่อเมืองแห่งนี้ว่า อันท์แวร์เปน (Antwerpen) โดยค�ำว่า Ant มาจากค�ำแรก ของนามสกุล ส่วนค�ำว่า Werpen ในภาษา ดัตช์มีความหมายว่าโยนทิ้งไปนั่นเอง จุดเริม่ ต้นของการเดินทางครัง้ นี้ เริม่ ต้น จากเมืองอัมสเตอร์ดมั ประเทศเนเธอร์แลนด์ มุ่งตรงสู่จุดหมายปลายทางเมืองอันท์แวร์ป ประเทศเบลเยี่ ย ม ความเหนื่ อ ยล้ า จาก ระยะเวลาในการเดินทางอันยาวนานเกือบ 7 ชั่วโมงโดยรถไฟก็หายเป็นปลิดทิ้งทันตา ครัน้ สายตาทัง้ สองข้างได้เห็นความโก้ทซี่ อ่ น ไว้ในความยิ่งใหญ่ ของสถานีรถไฟกลางอัน


แวร์ป (Antwerp central station) สถานี รถไฟหลักของเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยราง รถไฟที่ ว างทั้ ง บนดิ น และใต้ ดิ น ลึ ก ลงไป รวมเป็น 4 ชั้น 24 ชานชาลา ที่ถูกสร้างขึ้น ระหว่างปี 1895-1905 ผ่านการออกเเบบ สร้างสรรค์โดยสถาปนิกนามว่า หลุยส์ เดอลา เซนเซอรี (่ Louis Delacenserie) ศิลปินชาว เฟลมิส และเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เมือ่ วันที่ 11 สิงหาคม คริสตศักราช 1905 นับ จนถึงปัจจุบัน สถานีแห่งนี้มีอายุร่วม 108 ปี ผลงานการออกเเบบสถานีรถไฟกลาง อันแวร์ป (Antwerp central station) นับว่า เป็นจุดประสบความส�ำเร็จสูงสุดเเละสร้าง ชื่อให้แก่สถาปนิกหนุ่มสัญชาติเบลเจี่ยน อันเกิดจากการพิจารณาเเละสรรหาสิ่งที่ดี ที่สุดในรูปแบบงานศิลปะนีโอเรเนสซองส์ที่ ตนเองถนัด ผสมผสานความเหมาะสมลงตัว ในเชิงเศรษฐศาสตร์ เเละความมีรสนิยม เชิงศิลป์ในยุคศตวรรธที่ 16 ได้อย่างยอด เยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างครึ่งวงกลมของ หลังคา เส้นสายของเส้นตรง และเส้นโค้ง ก็ออกแบบได้อย่างลงตัว เหล็กและกระจก ถูกน�ำมาใช้โดยไม่ขัดตา ลวดลายบนผนังก็ งดงามตกแต่งด้วยหินอ่อนและหินประเภท ต่าง ๆ มากถึง 20 ชนิด รวมทัง้ การออกแบบที่ ละเอียดประณีต ถึงขนาดให้สีของรถไฟเป็น สีแดงเดียวกันกับโครงสร้างเหล็กของสถานี ซึง่ การใช้สเี เละวัตถุในการรังสรรค์ผลงานชิน้ เอกของเขาได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะเเบบ อาร์ตนูโว เพิ่มความประณีตงดงาม เเละ อ่อนช้อยให้กบั งานสถาปัตยกรรมภายในอยู่ ไม่น้อย ความงามที่นักเดินทางได้มาสัมผัส ท�ำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานีรถไฟที่ มีงานสถาปัตยกรรมชัน้ เลิศทีส่ ดุ ของประเทศ เบลเยีย่ ม ความยิง่ ใหญ่ของขนาดสถานียงั มี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยุโรปเลยทีเดียว สวนสัตว์ประจ�ำเมืองอันท์แวร์ป (Antwerp Zoo) ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟประจ�ำ เมื อ งอั น ท์ แ วร์ ป เปิ ด ให้ เ ข้ า ชมอย่ า งเป็ น ทางการ เมือ่ วันที่ 21 กรกฎาคม คริสตศักราช 1843 โดยสวนสัตว์แห่งนีไ้ ด้รบั การยอมรับว่า เป็นสวนสัตว์ทเี่ ก่าแก่ทสี่ ดุ ในประเทศและยัง เป็นหนึ่งในสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีก ด้วย ภายในสวนสัตว์ประกอบไปด้วยสวนที่ ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม และบรรดาสัตว์ตา่ ง ๆ ที่มากกว่า 5,000 ตัว กว่า 950 สายพันธุ์

นอกจากนีแ้ ล้วนักท่องเทีย่ วยังจะได้ชนื่ ชมไป กับความงดงามของสถาปัตยกรรมและสวน ที่จัดขึ้นอย่างประณีตสวยงาม เดินตัดตรงจากสถานีรถไฟผ่านไปตาม ถนนสายประวัตศิ าสตร์ทมี่ ชี อื่ ว่า แมร์ (Meir) ที่ถือก�ำเนิดขึ้นในช่วงศตวรรธที่ 16 จะพบ ว่าสองฟากฝั่งถนนแมร์นั้นเรียงรายไปด้วย ร้ า นรวงหรู ห ราแฝงความคลาสสิ ค ในเชิ ง สถาปัตยกรรม ประติมากรรม หรือไม่ก็นัก ดนตรีเร่เปิดหมวก รวมทั้งเหล่าสาวกแฟชั่น ทั้ ง หลายที่ เ พลิ ด เพลิ น ไปกั บ การเลื อ กซื้ อ เสื้อผ้าอาภรณ์ อุปมาราวกับว่าเป็นชองป์เซ ลิเซส์แห่งปารีส (Champs-Élysées) ก็วา่ ได้ ย้ อ นไปในช่ ว งคริ ส ตศั ก ราช 1980 สถาบั น การออกแบบแห่ ง อั น ท์ แ วร์ ป (Royal Academy of Fine Arts) ได้ผลิต ศิลปิน สถาปนิก และนักออกแบบระดับโลก มากมายหลายคน ได้แก่ ดรีส ฟาน โนเติน (Dries Van Noten), แอน เดอะ เมอเลินเม สเตอร์ (Ann Demeulemeester) หรือว่าจะ เป็น มาร์ตนิ มาร์คลี า (Martin Margiela) อัน มีส่วนท�ำให้อันท์แวร์ปติดกลุ่มประเทศที่อยู่ 75 SANSIRI NO.475

ในโผกับการเป็นศูนย์กลางแฟชัน่ ของโลกใน ปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย สถานที่ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ บริเวณใกล้กับถนนสายแฟชั่น นั่นคือบ้าน รูเบนส์ (Rubenshuis) ปีเตอร์ พอล รูเบนส์ (Peter Paul Rubens) จิตรกรผู้มีชื่อเสียง ระดับโลก อาคารดังกล่าวนี้ท�ำหน้าที่เป็นทั้ง บ้านและสตูดิโอของรูเบนส์ ตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1616 จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ในปีคริสตศักราช 1640 คือหนึง่ ในพิพธิ ภัณฑ์ ในเมืองอันท์แวร์ปที่มีผู้ชมเข้าชมมากที่สุด แห่ง หนึ่ ง เกื อ บทั้ ง หมดของงานศิ ล ป์ แ ละ เฟอร์นิเจอร์จากศตวรรษที่ 17 ถูกรังสรรค์ จากรูเบนส์และนักเรียนของเขา อาทิเช่น ยาค็อบ ยอเดียนส์ (Jacob Jordaens) และ อันโตนี่ ฟาน ไดค์ (Antony Van Dyck) มี เพียงบางส่วนเท่านั้นที่ถูกน�ำไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ใหญ่ ๆ ทั่วโลก เลาะไปตามตรอกซอกซอยบนถนน ที่ปูด้วยหินโบราณจนถึงลานเกรินปลาตส์  (Groenplaats or Green Place) ลานกว้าง ที่ถูกโอบล้อมด้วยร้านอาหารและร้านกาแฟ


TRAVEL GUIDE

ซึ่งเป็นจัตุรัสที่โดดเด่นที่สุดของอันท์แวร์ป อยู่ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ของเมืองใกล้ กับมหาวิหาร กลางลานเกรินปลาตส์เป็น อนุสาวรียร์ เู บนส์ (Ruben Statue) ออกแบบ โดยศิลปินท้องถิ่นนามว่าวิลเล็ม คีฟส์ (Willem Geefs) เพื่ อ เป็ น เกี ย รติ ป ระวั ติ แ ละ ยกย่ อ งเชิ ด ชู บุ ค คลที่ ส ร้ า งชื่ อ เสี ย งให้ กั บ เมืองอันท์แวร์ป ศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุด ของยุโรปในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 แต่นั่นไม่ เท่ากับการที่รูเบนส์ถูกขึ้นท�ำเนียบว่าเป็น จิตรกรที่ร�่ำรวยที่สุดของยุโรปเลยทีเดียว  ไม่ ไ กลจากกั น นั้ น ยั ง มี ม หาวิ ห าร แห่งอันท์แวร์ป (Cathedral of our Lady ) ที่ สู ง ตระหง่ า นอวดความงดงามด้ ว ย สถาปั ต ยกรรมสไตล์ โ กธิ ค ที่ ใ หญ่ สุ ด ใน เบลเยี่ยม และถือได้ว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป ถูกสร้างขึน้ ในระหว่างปี คริสตศักราช 13521521 ถูกส่งผ่านการออกแบบและดูแลการ สร้ า งจากสถาปนิ ก ถึ ง สองรุ ่ น คื อ พ่ อ และ ลู ก ชายตระกู ล แอพเพลแมนส์ (Appelmans) แจนและปีทาร์ (Jan&Pieter) โดย ตัวโบสถ์นั้นมีความสูงกว่า 400 ฟุต ภายใน ถูกประดับประดาไปด้วยกระจกสี รวมถึง ภาพเขียนชิ้นเยี่ยมของปีเตอร์ พอล รูเบน ส์ (Peter Paul Rubens) หลายรูปด้วยกัน ท�ำให้การเข้าชมโบสถ์โรมันคาทอลิคแห่งนี้ เสมือนกับเข้าไปในแกลลอรี่ของรูเบนส์ เมื่อเดินเท้าถัดจากโบสถ์ประจ�ำเมือง ก็จะถึงใจกลางเมืองที่เรียกว่า โกรต มาร์ค (Grote Markt) จุดศูนย์กลางประวัติศาสตร์ ของเมืองอันเป็นทีต่ งั้ ของศาลาว่าการ (Town Hall) หนึง่ ในงานสถาปัตยกรรมยุคเรเนสซอง ส์ ที่งดงามเเละเก่าแก่มากถึง 450 ปี ผ่าน การรังสรรค์โดยศิลปินท้องถิน่ นามว่า คอร์เน ลิส ฟลอริส เดอ ฟรีนท์ (Cornelis Floris de Vriendt) และกลุ่มอาคารถัดไปเป็นอาคาร ของสมาคมต่าง ๆ (Guild Houses) ทีส่ ร้างขึน้ ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์เรเนสซองส์ที่ตั้งเรียง รายอยู่ในจัตุรัสที่เกิดจากการถูกปรับปรุง ใหม่ในยุคศตวรรษที่ 19 อันเนื่องมาจาก อาคารเดิมถูกท�ำลายจากไฟไหม้ในปีคริสตศักราช 1576 ส่วนงานประติมากรรมที่ตั้งโดดเด่นอยู่ ตรงกลางลานโกรตมาร์ค นัน่ คือ ลานน�ำ้ พุกบั รูปหล่อของบราโบ (Brabo statue) วีรบุรษุ ผู้

กล้าในต�ำนานของเมือง ซึง่ ใครไปใครมาเป็น ต้องแหงนมอง ชมสายน�้ำที่ไหลพุ่งจากมือ ที่ถูกตัด โดยสายน�้ำนั้นประดุจดังเลือดของ ยักษ์ผู้พ่ายแพ้ไหลรินลงสู่พสุธา จากนั้นไม่ควรพลาดชมอาคารเก่าแก่ ที่สุดใน อันท์แวร์ป ซึ่งถูกสร้างประมาณปี คริสตศักราช 1200 มีอายุราว 800 ปี เป็น ปราสาทหินเก่าแก่ที่รู้จักในนามว่า ทีสตีน ('t Steen) ตั้งอยู่ริมแม่น�้ำสเกลท์ ปราสาท หินแห่งนี้ เป็นปราสาทยุคกลางขนาดเล็ก และเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียน มาเยือนใกล้ ๆ กันนั้นมีร้านกาแฟและร้าน อาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวเพื่อพัก เหนื่อยหลังจากการเดินชมเมืองนั่นเอง ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ติดกับแม่น�้ำ สเกลท์ (Scheldt river) อันเอือ้ อ�ำนวยในด้าน เศรษฐกิจและการค้า ส่งผลให้อันท์แวร์ป เป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก และสามารถน�ำเข้าทรัพยากรต่าง ๆ จาก ทั่วโลกมาป้อนให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีอยู่มากมาย นับตั้งแต่โรงกลั่นน�้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี สีย้อมผ้า อุปกรณ์กล้อง ถ่ายภาพ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ สินค้าเครื่อง หนัง ผลิตภัณฑ์อาหารส�ำเร็จรูป และอีกทั้ง ยังเป็นเมืองแรกของโลก ที่ก่อตั้งตลาดค้า หุน้ มาตัง้ แต่ปคี ริสตศักราช 1460 แต่ทสี่ ำ� คัญ 76 SANSIRI NO.475

ที่สุดคือ อันท์แวร์ปเป็นศูนย์กลางการค้า และการเจียระไนเพชรของโลก จะเห็นได้ จาก 9 ใน 10 ของเพชรดิบทั่วโลกถูกส่งมา เจียระไน ณ ที่แห่งนี้ อันเนื่องจากอันท์แวร์ ปมีช่างเจียระไนเพชรมือหนึ่งกว่า 12,000 คน จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่า จะพบร้านค้า เพชรเรียงรายอยูเ่ ป็นจ�ำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์อัญมณีเพชร แหล่งให้ความ รู้เกี่ยวกับขั้นตอนตั้งแต่เริ่มแรกจนได้เครื่อง ประดับอันเลอค่าให้ได้สวมใส่ อันท์แวร์ปเป็นเมืองทีม่ คี วามงดงาม ไปด้วยศิลปวัฒนธรรม เพราะเป็นเมืองที่ ให้กำ� เนิดศิลปินชั้นน�ำของโลก ที่ช่วยกัน รังสรรค์งานศิลปะ ให้กบั เมืองต่อเนือ่ งมา หลายร้อยปี สั่งสมไว้เป็นมรดกอันล�ำ้ ค่า ตามพิพิธภัณฑ์ อาคารสถานที่ ท�ำให้ เมืองนี้มีสถาปัตยกรรม ประติมากรรม รูปเขียน และสวนประจ�ำเมือง ที่งดงาม ตระการตา จนได้รับยกย่องว่าเป็นเมือง หลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป เปรียบ ดั่งเพชรเม็ดงามที่ฉายแสงระยิบระยับ รอนักเดินทางทุกเชื้อชาติได้มายลโฉม มันอยู่นั่นเอง


77 SANSIRI NO.475


78 SANSIRI NO.475


NEED TO KNOW

SAFETY DEMONSTRATION

that gives thought to the future of education Story: Dej-Chakul Phuri Illustration: Theerawat Thianprasit

I was sitting on a Thai Airways flight waiting to depart from Bangkok on my way to Frankfurt. As we sat on the runway at Suvarnabhumi Airport, I took notice of the flight attendants beginning their Safety on Board demonstration. The on-screen VDO presentation did most of the work while the flight attendants used body language to reinforce the main points of the presentation and they pointed out that in a pocket behind each of the seats was a safety leaflet that described what passengers were to do if the flight experienced a shortage of oxygen. Advice was given that an oxygen mask would fall from the overhead panels automatically. Passengers traveling with children should secure their own oxygen masks before helping the children to wear their masks. When this part of the demonstration was being shown, it made me think about the importance of providing safety training for our nation’s youth. For us to be able to provide crucial knowledge to our children in an effective way, we must first ask ourselves a number of questions, such as which parts of

our learning were the easiest or the most difficult? How much of this safety training is applicable to real life situations? How will our children be educated? Watching TV at home, I accidently flipped to the Thai PBS Channel which featured a program where the host was interviewing Dr. Somkiat Onwimon, a famed Thai scholar and a veteran journalist, about education in the ASEAN region. Dr. Somkiat stated that after the opening of the ASEAN Economic Community, there will be about 600 million people living within its borders. Of these, at least 150 million will be children. As such, he made an argument that children are the most important resource for ASEAN, and therefore focus needs to be made on improving educational standards. To address this, a total of 7 different educational summits were arranged. During the 4th summit, Thailand spearheaded the creation of the 2008-2009 Hua Hin - Cha Am Declaration. The primary aim of the Declaration is to create an environment in which society can be more supportive and caring in terms 79 SANSIRI NO.475

of fostering educational progress and the agreement lays out three pillars for achieving this goal. Pillar #1 is increasing awareness and stability within the government. Pillar #2 is concerning economic support. Pillar #3 is about culture and society. Through education, ASEAN countries can help develop children to become the next generation of leaders in business or they could become politicians that understand more about human rights, democracy, and peace. They will know more about how the economy works and be more flexible in terms of choosing occupations. They will be able to compete on an international level, with a better understanding of social and cultural differences. The demonstration continued, “The ‘Oxygen Mask’ will automatically fall from an overhead compartment. If you are travelling with a child, please secure your own mask first, before helping secure your child's mask. Thank you for your attention... Safety on Board. The flight will reach its destination safely and comfortably.”


IN CONVERSATION WITH...

80 SANSIRI NO.475


IN CONVERSATION WITH ...

WHERE THE LIFE IS TYLER BRULE Story: Smila Wenin Illustration: Sansiri

Tyler Brule, a media legend famous for his long journeys across the media world, has finally found his home at Sansiri Lounge. At the Sansiri Lounge on the 3rd floor of Siam Paragon, the "M" logo is fixed in an elegant circle prominently displayed. This area is reserved for members of the Sansiri Family who can come and relax in the centre of the city. More striking is the simplicity of the logo, coloured in black and white, which complements the furnishings that reflect superior Sansiri Family lifestyle. Last June, Tyler Brule, the man behind that logo and the founder of Monocle, a revolutionary ‘media circle’ magazine, seemed to have a great time mingling with Sansiri Family members who attended for the launch of ‘The Monocle Shop’, a new Pop-Up Store at the Sansiri Lounge. A number of VIP guests and valued members of the Sansiri Family were able to come and candidly speak with Tyler himself. Everyone agreed that Sansiri and Monocle had many things in common. Tyler states, "Thinking back to our most recent project, ‘The Monocle Guide to Better Living’ Book”, it was a collection of stories about shops, individuals, groups of people, and various efforts that endeavour to make our living space a better place. This reflects perfectly the vision of Monocle magazine. Sansiri shares the same philosophy with us, with a vision not only to be a leading real estate developer but also a developer of better lifestyles."

The Monocle Shop represents the most basic aspect of Monocle's vision of striving to improve the lives of those in our community. The shop presents a collection of products from all over the world, each with their own interesting story. They symbolize more than just fashionable design, but also showcase specialised traditional production processes of the locale these products come from. Some of the products use simple design to reflect the mood and attitude of the people who make them. They include ‘Barena’, a gentleman's clothing brand from Italy; ‘Porter’, a handbag brand from Japan; ‘Castañer’, a shoe brand from Spain; and, ‘Yves Andrieux’, a brand of tote bags. "I never expected The Monocle Shop to enjoy this level of success, despite plans to open one as far back as the first publication of Monocle magazine. Earlier we told the story of the Porter handbags that had been sold exclusively in Japan. As our readers began to inquire about them, we decided to provide them for sale on the web. From there, the handbag's popularity grew and they began to be sold world-wide. Throughout it all, those of us at The Monocle Shop really enjoyed supporting this small brand that we all loved so much." Even Though Tyler is the founder and symbol of the ‘Monocle’ brand, whenever he speaks about Monocle, he refers to himself using the plural word "we". This is because Tyler understands 81 SANSIRI NO.475

the importance of the international team responsible for discovering and providing The Monocle Shop with new merchandise, keeping customers excited in every visit. "I can tell you that the products we offer for sale at The Monocle Shop are not only things our team loves, but also things that we use in our daily lives. For example, the coffee set we have on sale in our London branch is the same coffee set you can find being used in our London office. The Datong Taipei sandals we sell were discovered by one of our correspondents on a trip to Taiwan. Not only are they eye-catching and comfortable to wear, they are also eco-friendly and are produced using traditional shoe-making technique." Although Tyler has been globetrotting the world for most of his life seeking unique designed products, he instantly took notice of Bangkok's potential to become a regional leader. "I feel that in terms of Asia, Bangkok is one of the most stylish cities, second only to Tokyo. However, design teams in Bangkok are still in need of support, and the government needs to improve traffic conditions and other environmental factors so that the city becomes more enjoyable to live in and work. After the formal opening of the ASEAN Economic Community, I feel that business operators such as Sansiri will function as a key driver to help steer Thailand to become a regional leader."


82 SANSIRI NO.475


OPEN HOUSE 1

Story: Aphat Chai-ongkarn Illustration: Somkiat Kangsadanwiroon

BANGKOKIAN "Pace qu'on aime bien recevoir chez soi"

NARASIRI BANGNA GRANDEUR IN DETAILS

When painstaking attention to detail combines with genuine understanding of a modern lifestyle, the outcome is a superior residential project that exudes an air of perfection, just like a masterpiece of art. Narasiri Bangna is a magnificent Sansiri project, rich in detail, with each of its features being carefully selected so that it represents a masterpiece of living. Located on 65 Rai of land on the Bangna - Trat Highway, the project is home to 101 discerning families, providing privacy, freedom and convenience to its residents. The project has been completed in the imposing American Luxury Style, with many features you would find in a superior American lifestyle development. The fusion of luxury and convenience combines with the beauty of the design of the project to make it a wonderful place to call home. The home designs are aimed to provide a warm and relaxing contemporary feel. Sansiri has always made special effort to place this at the forefront of the design processes right from the beginning. Only the finest building materials and quality fittings have been selected for the internal and external design with a housing style that reflects what is found in a luxurious American setting. Included

in the design is a large bright and airy living area. The Double Volume floor plan provides a spacious environment. The bedrooms, bathrooms, kitchen or living room have all been designed to offer perfect harmony in living. At Narasiri Bangna, there are a variety of different home designs to suit different needs. Here is also a distinctive residential development with a true American lifestyle that will enrich the lives of urbanite families. Upon leaving your home, you can smile with satisfaction upon the beautiful landscape and the surrounding environment that imparts the feel of American luxury living. The entrance to the community depicts a grand and distinctive feeling, indicative of not only the development itself but also the characteristics of its proud residents. The large clubhouse was inspired by American architectural style and contains a number of facilities including a large swimming pool with spa seats. There is a smaller swimming pool perfect for children and families. A fitness room and sauna are available for the wellness of our residents and the impressive pavilion can be used to organize various activities. The clubhouse and its public areas were designed to accommodate the social activities 83 SANSIRI NO.475

of residents of all ages. More than two Rai of land has been allocated as landscaped green space, and the Double-Layered Gate to the community ensures peace of mind for the residents. Incoming traffic is divided into two lanes: one for residents and one for guests. Advanced equipment is used to allow automatic entrance to residents, while video phone technology allows them to easily screen guests that would like to enter the community. Furthermore, 24-hour CCTV adds another layer of security. The location of the project on the Bangna - Trat Highway provides convenient access to numerous venues throughout Bangkok. It is near the highway, international schools, Central Bangna department store, Mega Bangna shopping mall, as well as, Suvarnabhumi Airport. An elite group of 101 discerning families have the opportunity to enjoy a superior quality of life at this special development. The care, attention to detail, and understanding that has gone into this development has created a warm, charming environment to be enjoyed by each and every resident of Narasiri Bangna. For more information, contact Sansiri Call Centre, Tel. 1685.


Sansiri Project Preview

URBAN LIVING COLLECTIVE EXPERIENCES IN THE CITY: PATH FROM BAAN SANSIRI THRU PYNE Urbanization has defined the template for growth and development of contemporary society. Its effects on urban planning directly influence the quality of urban life. Bangkok's growth has spurred the development of surrounding communities, creating what is now a large and sprawling metropolis. Sansiri's residential developments have evolved in step with Bangkok's growth. This has especially been in the case of developments under the concept of the ‘Vertical City’, helping Bangkokians adapt to a denser city structure through the development of over 50 ‘Urban Fabrics’ projects by Sansiri over the past 28 years. In the beginning, Sansiri's vision was to develop vertical or condominium projects under the context of solving

housing problems in downtown locations. Our first such developments were Baan Sansiri (Soi Mahatlek Luang 2), Baan Prueksasiri (Ratchathewi and Soi Suanplu), Baan Ploenchit, Baan Siri Sathorn, Baan Siri Silom, Baan Siri Sukhumvit, Baan Siri Ruedee and Baan Piya Sathorn. Each of these condominium projects is located in a prime location and is considered to create a vertical entity in the heart of Bangkok. Looking back, it was very visionary of Sansiri to place an emphasis on vertical developments at the time when most residential projects were horizontal developments such as townhomes or apartments. The main concept in these early Sansiri developments was to create "Perfect Vertical Living" in the center of the city. Important factors such as acces84 SANSIRI NO.475

sibility, safety, facilities, activities and architectural design were all integrated into this important development concept. ‘Baan Sansiri’ condominium project on Soi Mahatlek Luang 2, constructed in 1993, represents the perfect fusion of these factors. The development had easy access to the city centre, while still being situated in a safe environment. A number of different and inviting facilities were made available such as a swimming pool, a tennis court, a squash court, a sauna, a fitness room and a community area. Intelligent architectural elements were employed in a creative and intelligent manner to ensure that residents here will enjoy the cosmopolitan living at its best at the heart of the city.


85 SANSIRI NO.475


86 SANSIRI NO.475


ESSAY

C H ILD-F R IENDLY IN CONSTRUCTION SITE Story: Sansiri Illustration: Theerawat Thianprasit

Sansiri, UNICEF and our business partners in the construction industry have joined together to support efforts to end the abuse of child labour. The aim is to raise the standard of well-being for children near or in construction sites. This effort is a part of Sansiri's Social Change (CSR) policy to "Lend a helping hand to our partners." We at Sansiri are strongly against any use of child labour, as well as against partnering with any business that employs the use of child labour. This extends out into the provinces and to our partners as well. Sansiri is aware of the large numbers of Thai children who aren't raised in a safe environment, especially children near construction sites. Most of these children are nationless, neglected by the rest of society. Sansiri, UNICEF and our business partners in the construction industry have organized a "Child Zone for Smiling, Experiencing, Studying and Playing" at a number of different construction sites. These include the following developments: Setthasiri Ratchapreuk-Jaroen 2, Dee Condo Creek Phuket Boo-Rasiri Punnyaintra, Setthasiri JaengwattanaPrachacheun, and 23 Degree Estate Khao Yai. These zones will hopefully provide children with the foundation they need to develop basic skills, as well as give them a safe place so that they can avoid the dangers of construction sites. Currently, these child zones are

staffed and visited from both within and outside of the organization. They come to teach, provide study materials, as well as donate clothing and toys. Volunteer teachers join from Sansiri as well as some of our business partners such as Siam Commercial Bank and TOA VRH DOS GHM / Sosuco. We also welcome

members of the community and university students as well. Porntida Padthong, Information Technology Officer at UNICEF Thailand, said that "If it's your philosophy that children have the right to schooling, it is Sansiri that is making sure that comes true. They have begun making sure that children near their construction sites are getting the schooling they need, ensuring that children are not be87 SANSIRI NO.475

ing used for labour purposes. Once we decided to make sure that children were not being used as labour, we faced an issue of what to do with these children. So we have decided to create a Child Zone to protect their safety, creating a Safe Space for Children to be happy in. Moreover, these zones are providing children with an area to learn and engage in activities that help them develop, as well as learn the Thai language. Their parents are very happy with this change." Mr. Srettha Thavisin, President, Sansiri Plc., added "We don't support the use of child labour at any of our constructions sites. Construction labourers still might bring their sons or daughters to the site, and if they are old enough, they might find themselves being used as labour. We don't support this practice and if we discover this happening, we will terminate the labour contract immediately. Moreover, we take our policy one step further. We feel that children born in Thailand should be able to receive an education and be taken care of so that in the future they will not become a burden to society.� We feel that problems for children are actually problems for everyone. Sansiri would like to thank everyone for their participation in helping to improve the well-being of children living in Thailand.


NIGHBORHOOD - GREEN SPACE

SUPPLIMENT

CLINICAL GRADE

SUSTAINABLE Story: Kitiphoom Srisomnuk Illustration: Ne Bula

URBAN LIVING COLLECTIVE

88 SANSIRI NO.475


The idea that we should live closely connected to Nature is a fresh response to the concept that the quality of our lives is influenced by the quality of the environment we live in. As a result, the modern urbanite is constantly seeking ways to include aspects of nature in their surroundings, whether it is culturally, economically, or improving aesthetic appeal through the creative use of nature. These needs have come about through the creation of an Aesthetics Area, striking a balance between residents and their eco-city, lending convenience to the rising bicycle culture seen in many global cities. A recent example of this is a development made in Spain. The Madrid Rio Project involved the renovation of the two banks of the Manzanares River. Previously overshadowed by a freeway that blocked the beautiful scenery of the river, the freeway was moved into an underground tunnel. Then, a 43-km span along both banks of the river was converted into recreation and leisure space for members of the community to enjoy. The project provided the citizens of Madrid with their own space to enjoy the natural beauty of the city in a sustainable way. Ideas like this can be applied to Bangkok, specifically in terms of renovating areas near the beautiful Chao Phraya River. With cooperation from various stakeholders, an idea like this is not beyond our grasp, and would help develop Bangkok in a way that would be suitable to solving present day problems such as how to include more accessible green space in the city. A very interesting Case Study concerns Suan Mokkh Bangkok or the "Buddhadasa Indappano Archives", located next to Suan Rot Fai, which fuses the concepts of religion and nature. The building that houses the institute employs simple architectural concepts that blend with the surrounding area with all of the nearby bodies of water and green space. 89 SANSIRI NO.475

The result is a feeling of serenity, beauty and excellent use of green space, providing a welcoming atmosphere for members of the community to come and enjoy the activities being held there. In many of the world's sprawling cities, green space can be hard to find. Through the use of landscape restrictions and conditions, a mass of green space can be used to help regulate temperature and pollution control, as well as provide a space for small animals to live. World metropolises such as London and New York City have recently been making strides to create more areas of green space for their residents. Conversely, residents of Bangkok are lucky to have some spaces built-in naturally just across the Chao Phraya River. The lush green belt of ‘Bang Krachao’, or the ‘Lung of Bangkok’, provides a green area of up to 1,200 Rai for people to explore. It was honoured by Time Magazine's The Best of Asia 2006 as "The Best Urban Oasis of Asia". The area is home to many different types of local foliage that is otherwise very difficult to find in other parts of the city – such as Cork Trees, Freshwater Mangrove Trees, Luna Nut Trees and Mangrove Trees – all serving as a perfect destination for eco-tourism. It is a charming feature of Bangkok, which also provides a wonderful haven for cycling enthusiasts, both Thais and foreigners alike, who come to enjoy the refreshing, clean air. The importance of having green space cannot be overstated. As such, the residents of each community need to contribute to helping to preserve their natural environment and create green space. This can begin with small steps such as having each person plant one tree themselves, acting as guardians over the precious green spaces in our cherished Bangkok, the City of Angels.


TRAVEL GUIDE Story & Photo : Alexx Yuttapong Meinerprinz

ANTWERP BELGIUM ANTWERP – THE CROWN JEWEL OF BELGIUM "IF ONE WERE TO SAY THAT BRUGES IS THE GEM OF BELGIUM, THEN ANTWERP WOULD BE ITS CROWN JEWEL."

90 SANSIRI NO.475


The city of Antwerp, otherwise known as Antwerpen by its residents, is the provincial capital located in Flanders, situated in the northern part of Belgium. It sits on the right bank of the Scheldt River, connecting the North Sea with the Western Scheldt. If you mention Antwerp to any European, the first thought that usually comes up in their mind is the Druoon Antigoon, the city's namesake. Legend maintains that in the past, a large giant named Druoon Antigoon lived in the nearby Scheldt River, acting as gatekeeper for any water-going traveller. The giant levied a toll and it was said that if any traveller did not pay up, their hand would be cut off and thrown into the river. After the legend had spread far and wide, an adventurous Roman soldier Silvius Brabo went to slay the giant, cutting the giant's own hands off and casting them into the water. As time passed, more and more travellers began visiting the area and populating it, allowing the city to grow larger and larger. Eventually, it adopted the name of Antwerpen. The name combined the word Ant, the first part of the giant's name, with Werpen, the Dutch word meaning ‘to throw’. Our journey began in Amsterdam, the Netherlands before we travelled to our destination, the city of Antwerp, Belgium. We shook off the fatigue we had garnered during our 7-hour train ride once we laid eyes on Antwerp Central Station. The Station itself has both ground tracks and underground tracks. The 4 levels of track are home to 24 different platforms, built between 1895-1905. It was a product of the design work done by the Flemish architect Louis Delacenserie. Formally opened on 11th August 1905, the station has been in operation for over 108 years.

The design for Antwerp Central Station became a symbol of the success of Belgium's architectural prowess, representing the best of the Neo-Renaissance art period. The station served a dual purpose. The first was to help the city's economy grow and the second was to be a tasteful representation of 16th Century art design. Ornate design elements are present throughout the entirety of the building, from the semi-circular roof structure, the perfectly straight and curved lines, the eye-catching steel and glass materials, the wall patterns etched into the 20 different types of marble and stone, as well as the sophisticated design plan. Consideration was even given to matching the red of the trains with the red colouring in the steel used during building construction. The colouring represents a masterpiece in itself, influenced by Art Nouveau schemes. The beauty and elegant sophistication of the architecture impresses visitors to Antwerp Central Station, which is widely regarded as the most opulently designed train station in all of Belgium. To this day, it remains the 4th largest train terminal in Europe. The Antwerp Zoo is located next to the Antwerp Central Station. It was officially opened on 21st July 1843, making it the oldest zoo in Belgium and one of the oldest in the world. Beautifully decorated, it is home to over 950 species of animals, with over 5,000 animals. Zoo visitors can also enjoy the magnificent architecture and garden arrangements throughout the zoo. From there, enjoy a stroll up historic Meir Street, originally built in the 16th century. You will find the street adorned on both sides by fancy shop-houses in classic architecture, artistic works of sculpture, and entertaining

91 SANSIRI NO.475

street performers. Fashion-conscious shoppers will enjoy the area in particular as they are able to indulge themselves in a wide selection of clothing items. The area is highly regarded and often likened to the Champs-Élysées of Paris. Since the 1980's, the Royal Academy of Fine Arts has produced a number of worldrenowned artists, architects and designers, including Dries Van Noten, Ann Demeulemeester and Martine Margiela. As such, Antwerp is highly revered worldwide as a centre for fashion and design. Another place of interest near Fashion Street is the Rubenshuis, home to the worldfamous painter Peter Paul Rubens. The home also served as Mr. Rubens' art studio from 1616 to the end of his life in 1640. Now a museum, the Rubenshuis hosts more visitors than any other museum in Antwerp. Nearly all of the ancient artwork and furniture items displayed here are from the 17th century. They are creations of Rubens and his protégés, most notably Jacob Jordaens and Antony Van Dyck. Only a small portion of these works has been made available for viewing in other museums around the world. Move your way across the old cobbled alleyways to the courtyard at Groenplaats or Green Place. This square is surrounded by cafes and restaurants, and is one of the most frequented places in Antwerp. Located in the historical heart of the city, it is nearby a beautiful cathedral and the Ruben Statue. This statue, designed by a local artist named Willem Geefs, was erected to honour and glorify the man who not only helped put the city of Antwerp on the map, but also had a profound influence on Europe's aspiring artists in the 17th century.


92 SANSIRI NO.475


93 SANSIRI NO.475


94 SANSIRI NO.475


95 SANSIRI NO.475


96 SANSIRI NO.475


SANSIRI NO.475 Issue 01/2014