Page 1

บทที 3.1 อาชีพคอมพิวเตอร์ ความหมายของคําทีเกียวข้ องกับการประกอบอาชีพ งาน (Work) “คํ า ๆ นี มี ความหมายกว้ า งขวางมาก ใช้ ก ัน ตั ง แต่ การปั ด กวาด ถู บ้ า น ไป จนกระทัง" ถึงงานที"ทําในสํ านักงาน ที"มีร ะยะเวลากําหนดไว้ แน่น อน เช่น 9.00 น. ถึง 17.00 น. เป็ นต้ น” (นวลศิริ เปาโรหิตย์ 2528 : 12) อาชีพ (Occupation) หมายถึง กิจกรรมที"เกี"ยวข้ องกับงานทุกประเภทที"เกี"ยวข้ องกับองค์ประกอบ ทางด้ านเทคนิค เศรษฐกิจ และสังคม ดังนันคํ าว่าอาชีพจึงครอบคลุมไปถึงงานที"ใคร ๆ ก็ทําได้ โดยไม่ต้อง อาศัยการฝึ กหัดมาก่อน เช่น งานที"ต้องใช้ แรงงาน (Manual works) และเป็ นงานทีผ" ้ กู ระทําจะต้ องจะต้ อง ได้ รับการฝึ กฝนเป็ นพิเศษ หรือเป็ นงานที"ใช้ ทกั ษะและการฝึ กหัดขัน สูง (Technic works) (ดํารง ฐานดี 2536 : 2) วิชาชี พ (Professional) วิช าชี พนัน เป็ นการทํา งานอาชีพที"ต้อ งใช้ ทักษะและการฝึ กในขัน สู ง เท่านั น กิจกรรมที"เรี ยกว่าวิชาชีพจะต้ องได้ รบั การพัฒนาและปรับปรุ งแก้ ไข เพื"อให้ เกิดประสิ ทธิภาพ โดย วิธีการจัดระบบงานให้ สอดคล้ อ งกับระบบวิธีท างวิท ยาศาสตร์ นอกจากวิชาชี พยังมีความเกี" ยวข้ องกับ อุดมการณ์แ ละองค์ ความรู้ โดยอาศัยแนวความคิ ดสร้ างสรรค์ม าประกอบกัน รวมทั งมีการถ่ายทอด ความรู้ และเทคนิคต่าง ๆ เหล่านัน ไปยังคนรุ่นต่อ ๆ ไปอีกด้ วย องค์ ประกอบของการประกอบอาชีพ อาร์ เธอร์ ซอล์ซ (Arthur Sals) นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน ให้ ท ศั นะในเรื" อ งองค์ ประกอบของ งานอาชีพทุกประเภทไว้ วา่ มีองค์ประกอบหลัก ๆ ดังนี (ดํารง ฐานดี, 2536: 3) 1. ต้ องเป็ นกิจกรรมที"ใช้ กําลังกายหรื อใช้ กําลังสมอง หรื อใช้ ท ั งกําลังกายและกําลังสมองในการ จัดการ เพื"อการผลิตอย่างมีระบบ 2. ต้ องเป็ นกิจกรรมที"ทําแล้ วได้ รับผลตอบแทนก่อให้ เกิดเป็ นรายได้ เพื"อ นํามาใช้ จ่ายในการดํ ารง ชีพ 3. ต้ อ งเป็ นงานที" ยอมรับ ของคนในสั งคมสังคม โดยไม่ข ัด ต่อขนบธรรมเนี ยม ประเพณี และ ศีลธรรมอันดีงาม 4. ต้ อ งเป็ นงานที"สุจริ ตและไม่ขัดต่อ กฎหมาย และผู้ประกอบอาชีพต้ องมี จริยธรรมในการการ ประกอบอาชีพด้ วย


ความหมายของงานอาชีพคอมพิวเตอร์ งามอาชีพคอมพิวเตอร์ หมายถึง งานบริการด้ านคอมพิวเตอร์ ตา่ ง ๆ ซึง" มีความสัมพันธ์ และ เกี"ยวข้ องกับระบบคอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศ ทังระบบฮาร์ ดแวร์ (Hard ware), ซอฟต์แวร์ (Soft ware) และพิเพิลแวร์ (People ware) หรอบุคลากรด้ านคอมพิวเตอร์ คุณค่ าและความสําคัญของงานอาชีพคอมพิวเตอร์ ปั จจุบนั เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ ได้ เข้ ามามีบทบาทในชีวติ ประจําวัน ของสังคมมนุษย์และมีก การพัฒนาเปลี"ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การจัดทําธุรกิจและการประกอบอาชีพต่าง ๆ ใน ปั จจุบนั เกี"ยวข้ อง กับระบบสารสนเทศทังสิ น ได้ แก่ ระบบสารสนเทศในงานจัดซื อ ระบบสารสนเทศในงานสินค้ าคงคลังและ คลังสินค้ า ระบบสารทนเทศในงานบัญชีและการเงิน ระบบสารทนเทศในงานบุคคล ระบบสารสนเทศ สํานักงาน ระบบสารสนเทศสํ านักงาน ระบบ สารสนเทศในงานบริ การลูกค้ า ระบบสารสนเทศเพือ" การบริ หารและการจัดการ เป็ นต้น หน่ วยงานภาครั ฐ และเอกชน ได้ นํ าคอมพิว เตอร์ มาใช้ ใ นหน่วยงานมากขึน ปั จจัยสํ า คัญที" นํ า คอมพิวเตอร์ เข้ สมาใช้ ก็เพราะคอมพิวเตอร์ สามารถจัดเก็ บข้ อ มูลได้ เป็ นจํ านวนมาก สามารถทํางานได้ อย่างรวดเร็ ว ถูกต้ องและแม่นยํา สามารถทํางานได้ โดยไม่ร้ ูจกั เหน็ดเหนื"อย และงานบางอย่างคอมพิวเตอร์ สามารถทํางานในสภาพแวดล้ อมที"เป็ นอันตรายต่อสุขภาพร่ างกายของมนุษย์หรือ มีความเสี" ยงสูงได้ และ ปั จจัยที"สําคัญที"นําคอมพิวเตอร์ มาใช้ อีกประการหนึง" ก็คือ ปั จจุบนั คอมพิวเตอร์ มีราคาถูกลงเป็ นอย่างมาก การนําคอมพิวเตอร์ มาใช้ งานในสํานักงานหรื อธุรกิจต่าง ๆ จะเป็ นการลดต้ นทุน เพราะสามารถลดจํานวน ของบุคลากรลงได้ ทําให้ มีการใช้ งานคอมพิวเตอร์ อย่างแพร่หลาย จนกลายเป็ นส่วนหนึง" ของเครื" องอํานวย ความสะดวกที"จําเป็ นในสํานักงาน บทบาทของงานอาชีพคอมพิวเตอร์ จึงมีความสัมพันธ์ กบั การใช้ ง านคอมพิวเตอร์ ซึ"งมีบทบาทใน ด้ านต่าง ๆ ได้ แก่ 1 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในสถานศึกษา ปั จจุบนั ตามสถานศึกษาต่างๆ ได้ มีการนําคอมพิวเตอร์ มาใช้ ในการเรียนการสอนอย่างมากมาย รวมทังใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบริหารของโรงเรี ยน เช่น การจัดทําประวัตินกั เรียน ประวัติครู อาจารย์ การคัด คะแนนสอบ การจัดทําตารางสอน ใช้ คอมพิวเตอร์ ในงานห้ องสมุด การจัดทําตารางสอ น เป็ นต้ น ตัวอย่างในการประยุกต์ด้านการศึกษาเช่นโปรแกรมรายงานการลงทะเบียนเรี ยนโปรแกรมตรวจข้ อสอบ เป็ นต้ น


2 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในงานวิศวกรรม คอมพิวเตอร์สามารถจะทํางานในด้ านวิศวกรรมได้ ตงแต่ ั ขนตอนการลอกเขี ั ยนแบบ จนกระทัง" ถึง การออกแบบโครงสร้ างของสถาปั ตยกรรมต่างๆ ต ลอดจน ช่วยคํานวณโครงสร้ าง ช่วยในการวางแผน และ ควบคุมการสร้ าง 3 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในงานวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์สามารถทํางานร่วมกับเครื"องมือทางวิทยาศาสตร์ ตา่ งๆ เช่น เครื"องมือวิเคราะห์สารเคมี เครื" องมือการทดลองต่างๆ แม้ กระทัง" การเดินทางของยานอวกาศต่างๆ การถ่ายพื นผิวโลกบนดาวอังคาร เป็ นต้ น 4 . บทบาทคอมพิวเตอร์ ในงานธุรกิจ คอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บข้ อมูลได้ มากมาย มีความรวดเร็ ว และถูกต้ อง ทําให้ สามารถได้ ข้อมูล ที"ช่วยให้ สามารถตัดสิ นใจในการ ดําเนินธุรกิจ ตลอดจนงานทางด้ านเอกสารงานพิมพ์ตา่ งๆ เป็ นต้น 5 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในงานธนาคาร ในแวดวงธนาคารนับได้ วา่ คอมพิวเตอร์ได้ เข้ ามามีบทบาทมากทีส" ุด เพราะธนาคารจะมีการนํา ข้ อมูล < Transaction > เป็ นประจะทุกวัน การหาอัตราดอกเบี ยต่างๆ นอกจากนีก ารใช้ บริการ ATM ซึง" ลูกค้ าสามารถฝากถอนเงินได้ จากเครื" องอัตโนมัติ ซึ"งมําให้ สะดวกแก่ผ้ ูใช้ บริ การเป็ นอย่างยิ"ง และเป็ นทีน" ิยม แพร่หลายในปั จจุบนั 6 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในร้ านค้ าปลีก ปั จจุบนั เห็นได้ วา่ ได้ มีธุรกิจร้ านค้ าปลีกหรือทีเ" รียกว่า " เฟรนไซน์" เป็ นจํานวนมาก ได้ มีการนํา คอมพิวเตอร์เข้ ามาใช้ ในการ ให้บริการลูกค้ า เช่น ให้ บริ การชําระ ค่านํ า - ไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ เป็ นต้ น จะเห็น ได้ วา่ มีการ onlineระหว่างร้ านค้ าเหล่านันกั บหน่วยงานนั นๆเพือ" สามารถตัดยอดบัญชีได้ เป็ นต้ น 7 . บทบาทคอมพิวเตอร์ ในวงการแพทย์ คอมพิวเตอร์ได้ ถกู นํามาใช้ ในการเก็บประวัติของคนไข้ ควบคุมการรับ และจ่ายยา ตลอดจนยังอยู่ ในอุปกรณ์เครื"องมือ ทางการแพทย์ เช่น เครื"องมือผ่าตัด บันทึกการเต้ นของหัวใจ ตรวจคลื"นสมอง และด้ าน การหาตําแหน่งของอวัยวะก่อนการผ่าตัด เป็ นต้ น 8 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในการคมนาคม และการสือสาร ในยุคปั จจุบนั เราเรียกว่าเป็ นยุคที"เป็ นการสื"อสารแบบไร้ พรมแดน จะเห็นได้ วา่ มีการสื"อสารใน รู ปแบบต่าง ๆ ในเครือข่ายสาธารณะที"เรียกว่า เครื อข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ"งสามารถที"จะสื"อสารกับทุกคนได้ ทวั" มุมโลก โดยผ่านเครื อข่ายคอมพิวเตอร์นี และยังมีโปรแกรมที"สามารถจะใช้ ในการพูดคุยกันได้ ไม่วา่ จะเป็ น เครื" องคอมพิวเตอร์ ด้วยกันใช้ คยุ กัน หรื อจะเป็ นเครื"องคอมพิวเตอร์ สื"อสารกับเครื"องโทรศัพท์ทบี" ้ านหรือที" ทํางาน หรื อแม้ กระทัง" การส่ง pager ในปั จจุบนั สามารถส่งทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไปยังเครื"องลูกได้ เป็ น ต้ น สําหรับการใช้ คอมพิวเตอร์ ในทางโทรคมนาคมจะเห็นว่าปั จจุบนั การจองตัวl เครื"องบินจะมีการนําเอา คอมพิวเตอร์มาใช้ เป็ นจํานวนมาก รวมถึงการจองตัวl ผ่านทาง Internet ด้ วยตนเอง เห็นได้ วา่ เพิ"มความ


สะดวกสบายให้ แก่ผ้ ใู ช้ บริการ และนอกจากนี ยังมีเครือข่ายของสายการบินทัว" โลก ทําให้ ผ้ ูใช้ บริ การ สามารถเลือกจองได้ ตามสายการบินต่างๆ เป็ นต้ น 9 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในงานด้ านอุตสาหกรรม ในวงการอุตสาหกรรมนับได้ วา่ คอมพิวเตอร์ ได้เข้ ามามีบทบาทเป็ นอย่างมาก ตังแต่ การวาง แผนการผลิต กําหนดเวลาการผลิต จนกระทัง" ถึงการผลิตสินค้ า ควบคุมระบบ การผลิตทัง หมดในรายงาน ทางอุตสาหกรรมได้ มีการนําคอมพิวเตอร์มาใช้ ในการควบคุมการ ทํางานของเครื" องจักร เช่น การเจาะ ตัด ไส กลึง เป็ นต้น ตลอดจนโรงงานผลิ ตรถยนต์ ก็จะใช้ หุน่ ยนต์คอมพิวเตอร์ในการทาสี พ่นสี รวมถึงการ ประกอบนรถยนต์ เป็ นต้ น 10 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในวงราชการ คอมพิวเตอร์ถูกนํามาใช้ในงานทะเบียนราษฏร์ ช่วยในการนับคะแนนการ เลือกตัง และการ ประกาศผลเลือกตั ง การคิดภาษีอากร การเก็บข้ อมูล สถิตสิ มั มโนประชากร การเก็บเงินค่าไฟฟ้า นํ าประปา ค่าใช้ โทรศัพท์ เป็ นต้น ความรู้ ทจี าํ เป็ นในงานอาชีพคอมพิวเตอร์ บุคลากรหรื อเจ้ าหน้ าที" ที"ทํางานเกี"ยวข้ องกับคอมพิวเตอร์ จําเป็ นจะต้ องมีความรู้ ความเข้ าใจใน หน้ าที"การทํางานที"เกี"ยวข้ องอย่างลึกซึ งกว่าคนอื"น แต่อย่างน้ อยที"สุด จําเป็ นจะต้ องมีความรู้ และทักษะใน การใช้ งานคอมพิวเตอร์ เบื องต้ น อาทิ 1. ความรู้ ในด้ านการติดตังและการใช้ งานระบบปฏิ บตั ิการต่าง ๆ 2. การติดตังและการใช้ งานโปรแกรมสํ าเร็จรู ปต่าง ๆ 3. การใช้ ซอฟต์แวร์ ต่าง ๆ ร่วมกันอย่างหลากหลาย 4. การติดตังและการใช้ งานระบบเครื อข่ายและอินเตอร์ เน็ต 5. การใช้ เครื"องมือหรื อโปรแกรมแปลภาษาต่าง ๆ ให้ เหมาะสมกับลักษณะงาน นอกจากความรู้ ทางด้ านซอฟต์แ วร์ และทางด้ านฮาร์ ดแวร์ จะต้ อ งศึกษาและติดตามวิวฒ ั นาการ และความก้ าวหน้ าทางด้ านฮาร์ ดแวร์ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสถาปั ตยกรรมของหน่วยประมวลผลกลาง หรื อเรียกสัน ๆ ว่า CPU และหน่วยความจําหลัก (RAM) และหน่วยความจําสํารองชนิดต่างๆ การจัดแบ่ง พาติชนั ฮาร์ ดดิสก์ ความรู้ ในเรื"อง Main Board รวมถึงการ์ ดอินเตอร์ เฟส (Interface Card) ต่างๆ อุปกรณ์ รอบข้ างคอมพิวเตอร์ (Peripheral) ได้ แ ก่ เมาส์ , คีย์บอร์ ด, จอภาพ, พริ นเตอร์ แ บบต่างๆ สแกนเนอร์ , ลําโพง เป็ น


ภาพรวมสําหรับนักอาชีพคอมพิวเตอร์ จําเป็ นต้ องมีความรู้ ทงในด้ ั าน

ความรู้ ทจี าํ เป็ นต่ อการเป็ น นักคอมพิวเตอร์

ความรู้ ทจี าํ เป็ นต่ อการเป็ นนักคอมพิวเตอร์ People ware คือ รู้ จ กั หน้ าที"ของคนที"ทํางานเกี"ยวข้ องกับงานคอมพิวเตอร์ Hard ware คือ รู้ จกั หน้ าที"การทํางานของอุปกรณ์ สามารถเชื"อมต่อหรื อแก้ ไขปั ญหาที"เกิดขึน กับ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมถึงระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ Soft ware คือ รู้ จกั จัดหาและเลื อกใช้ โปรแกรมได้ อย่างเหมาะสมกับงานต่าง ๆ ซึ"งจะได้ กล่าว โดยละเอียดในหัวข้ อต่อไป บุคลากรในอาชีพคอมพิวเตอร์ บุคลากรที"ทํางานในวงการด้ านคอมพิวเตอร์ จําเป็ นจะต้ องมีความรู้ และทักษะเกี" ยวกับเทคโนโลยี สารสนเทศ บุคลากรที"ทํางานในระบบ หรื อ ผู้ประกอบวิช าชี พด้ านคอมพิวเตอร์ มีการจัดแบ่งหน้ าที"และ ความรับผิดชอบที"แตกต่างกัน ซึ"งขึน อยูก่ บั ขนาดขององค์กร และนโยบายของ ผู้บริ หารระดับสูง รวมถึง งบประมาณและการพัฒนาบุคลากร เพื"อให้ ระบบที"พัฒนาแล้ วดํ าเนิ นไปด้ วยดี ผู้ป ระกอบวิชาชีพเหล่า นี ได้ แก่ ผู้บริ หารด้ านระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบ วิศวกรระบบ วิศวกรซอฟต์ แวร์ ผู้บริ หารระบบ เครื อ ข่ าย นัก โปรแกรมระบบ ผู้จ ัดการโครงการพัฒนาโปรแกรมประยุ กต์ ผู้ บ ริ ห ารระบบฐานข้ อ มูล นักพัฒนาโปรแกรมหรื อโปรแกรมเมอร์ ผู้สร้ างและดูแลเว็บเพ็จ และผู้ปฏิบตั ิงานคอมพิวเตอร์ เป็ นต้ น 1. ผู้บริ หารด้ านระบบสารสนเทศ (Chief Information Officer : CIO) ผู้นํา หรื อ ผู้ บริ หารด้ านระบบสารสนเทศขององค์กรเทียบได้ กบั ระดับรองประธานบริ ษัท (Vice President) เป็ นประธานฝ่ ายระบบสารสนเทศ รู้ จักกันในนาม IRM Manager (Information Resource Management Manager) คือ ผู้ที"รบั ผิดชอบในการกําหนดนโยบายและ วัตถุประสงค์ในการใช้ สารสนเทศ และ เทคโนโลยีสารสนเทศทังหมดขององค์ กรหนึ"ง ๆ รวมถึงการจัดการด้ านงบประมาณดําเนิ น การ การ


จัดเตรี ยมสถานที"และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทังบุ คลากรที"เกี"ยวข้ อง นอกจากความรู้ ทางด้ านคอมพิวเตอร์ แล้ ว จํา เป็ นต้ อ งมีค วามรู้ ด้านการบริ ห ารเป็ นอย่างดี เป็ นบุคคลที"มี ความรับ ผิ ดชอบสูง เป็ นผู้ ที"มีวิสั ย ทัศ น์ กว้ างไกล วางแผนงานอย่ างเป็ นระบบในระยะยาว เพื"อให้ การใช้ สารสนเทศขององค์ กรมีประสิ ทธิ ภ าพ สูงสุด แต่อย่างไรก็ตามบุคลากรทางด้ านคอมพิวเตอร์ จะมีเพียงไม่กี"คนเท่านั นที"ขึ นมาทํางานถึงระดับนี 2. นักวิเคราะห์ ระบบ (System Analyst) และนักออกแบบระบบ (System Designers) เป็ นผู้ที"มีความรู้ ในด้ านวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็ นอย่างดี มีความเชี"ยวชาญและประสบการณ์ ใน การพัฒนาโปรแกรมมาแล้ วเป็ นอย่างสู ง มีหน้ าที"ประสานงานกับผู้ บริ หารระดับสู ง ในการพัฒนาระบบ สารสนเทศ เป็ นผู้แก้ ปัญหาที"เกิ ดขึน ในองค์กรอันเนื"องมาจากการใช้ สารสนเทศ ปฏิ บตั ิงานเกี"ยวกับ การ วิเคราะห์และออกแบบระบบงาน ติดตามและพัฒนาระบบงานให้ ทนั สมัย เป็ นผู้นํานโยบายในการพัฒนา ระบบขององค์ กรมาสู่ก ารปฏิ บัติ จัดทํา เอกสารทางเทคนิ คและ คู่มือ ผู้ใ ช้ ข องระบบงานที"พฒ ั นาขึ น ดําเนินการวางแผนการติดตั งโปรแกรมประยุกต์ของระบบควบคุมและตรวจสอบการเขี ยนโปรแกรมให้ อยู่ ภายในขอบเขตข้ อกําหนดของโปรแกรม (Programming Specification) ที"ได้ กําหนดไว้ รวมทังการกํ าหนด แนวทางในการทดสอบโปรแกรม (Test Script) และประเมินผลการพัฒนาโครงการและจัดทํ ารายงาน เสนอผู้บริหาร 3. วิศวกรระบบ (System Engineer) มีห น้ าที" ใ นการควบคุม การใช้ ง านฮาร์ ดแวร์ และ การใช้ โปรแกรมระบบปฏิ บัติง าน การ ควบคุมและการออกแบบระบบที"ใช้ งานอยู่ รวมถึงการพัฒนาระบบให้ มีประสิทธิ ภาพยิ"งขึ น ติดตามผลการ ใช้ ฮ าร์ ดแวร์ ตรวจสอบรายงานของระบบ (System logs) หาสาเหตุและแนวทางแก้ ไขปั ญหาที" เกิดขึ น ให้ คําแนะนําและอบรมแก่ผ้ ูควบคุมหรื อผู้ใช้ เครื"อง เกี"ยวกับข้ อควรระวังและข้ อควรปฏิ บตั ิในการ ใช้ ระบบ จัดทํารายงานผลการทํางานของฮาร์ ดแวร์ และซอฟต์แวร์ระบบ รวมถึงปริมาณงานและเวลาใน การใช้ งานของหน่วยประมวลผล (CPU Time) และการใช้ เนื อที"ของหน่วยความจําสํ ารอง เป็ นต้ น 4. วิศวกรซอฟต์ แวร์ (Software Engineer) มีหน้ าที"ควบคุมดูแล วิเ คราะห์แ ละประเมินผลการใช้ งานซอฟต์แวร์ ต่าง ๆ ขององค์กร ตั งแต่การ จัดทําโครงการฯ การกําหนดแผนการดําเนิน งาน ขัน ตอนการทํางาน กํ าหนดระยะเวลาและเป้าหมายที" ต้ องการในการพัฒนาระบบ กําหนดหน้ าที"ของบุคลากรที"เกี"ยวข้ อง จัดทํารายงานผลการดําเนินงานเสนอ ผู้บริหารทุกระยะ สามารถปรับโครงการหรื อแก้ ไขปั ญหา เช่น การเตรี ยมการด้ านงบประมาณ บุคลากรให้ ทันต่อความต้ องการ เพื"อให้ โครงการสามารถพัฒนาได้ ทนั ตามกําหนดเวลา 5. ผู้บริ หารระบบเครื อข่ าย (Network Administrator) มีห น้ าที"ใ นการออกแบบระบบเครื อ ข่าย (LAN หรื อ WAN) รวมถึงการกําหนดอุปกรณ์ ในระบบ เครื อข่ ายและซอฟต์ แ วร์ ที" เ กี"ย วข้ อ ง ประสานงานกับผู้ อ อกแบบระบบและผู้ บริ ห ารฐานข้ อ มูล รวมทัง System Programmer คอยดูแลและควบคุมการใช้ เครื อข่ายที"มีการติดตังแล้ ว และทําการแก้ ไขปั ญหาใน


ระบบเครื อข่าย รวบรวมสถิติข้อผิดพลาดในการรับ-ส่งข้ อมูลในระบบเครื อข่ายและการจราจรที"เกิดขึนในแต่ ละสายเครือข่าย นําสถิติที"เก็บได้ ในแต่ละวันมาประกอบการจัดทํารายงาน เพื"อการปรับปรุ งแก้ ไข โดยการ เพิ"มหรื อ ปรับ ปรุ งอุป กรณ์ ให้ มีป ระสิ ท ธิภ าพมากยิ" งขึน หรื อ เสนอให้ มีป รั บปรุ ง ระบบสายเครื อข่ ายใหม่ พิจารณาเลื อกซอฟต์แวร์ ระบบที"เป็ นตัวจัดการเครื อข่ าย (Network Management) ที"มีประสิ ทธิ ภาพและ เหมาะสมในการใช้ งาน 6. นักโปรแกรมระบบ (System Programmer) เป็ นผู้ที"ต้องมีความรู้ในเรื" องฮาร์ ดแวร์ ในระบบคอมพิวเตอร์ และใช้ งานโปรแกรมระบบปฏิ บตั ิการ (Operating System : OS) เป็ นอย่างดี ศึกษาและติ ดตามการพัฒนาโปรแกรมระบบอยู่ตลอดเวลา เพื" อ เป็ นข้ อมูลในการตัดสินใจที"จะเลือกใช้ ห รือพัฒนาโปรแกรมระบบขึ นใช้ เอง รวมทั งการบํารุ งรักษาโปรแกรม ระบบปฏิบตั ิการ เพื"อตอบสนองความต้ องการในการใช้ งานของผู้ใช้ และผู้พฒ ั นาระบบ เพื"อให้ การพัฒนา โปรแกรมประยุกต์ ส ามารถทํ างานได้ อ ย่า งมี ประสิ ท ธิ ภาพ ติดตามผลการใช้ ซ อฟต์ แ วร์ ร ะบบและการ บํารุ งรักษา และทําหน้ าที"ประสานงานในการพัฒนาระบบที"เกี" ยวกับการเขี ยนโปรแกรม กับนักวิเคราะห์ ระบบ 7. ผู้จัดการโครงการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application Project Manager) มีห น้ าที" แ ละความรับ ผิ ดชอบในด้ านศึกษาด้ านฮาร์ ดแวร์ และซอฟต์ แวร์ ข องระบบเดิ ม จัด การ บริ หารกําลังคน เจ้ าหน้ าที"ในส่วนของการพัฒนาระบบให้ รับผิดชอบงานได้ อย่างเหมาะสม พิจารณาหาแนว ทางแก้ ไขปั ญหาที"อาจเกิดขึน ในการใช้ โปรแกรมประยุกต์ตา่ งๆ พิจารณาจัดหาโปรแกรมประยุกต์มาใช้ กบั ระบบงานต่าง ๆ ได้ อย่างเหมาะสม ประเมินผลและจัดทํารายงานผลการพัฒนาโครงการต่าง ๆให้ ผ้ ูบริ หาร ทราบ 8. ผู้บริ หารระบบฐานข้ อมูล (Database Administrator : DBA) มีหน้ าที"รบั ผิดชอบด้ านการออกแบบสถาปั ตยกรรมฐานข้ อมูล การออกแบบโครงสร้ างให้ เหมาะสม กับองค์กรนั น ๆ การสร้ างและเก็บรวบรวมข้ อมูลในฐานข้ อมูล ต่าง ๆ ขององค์กร เพื"อให้ ใช้ งานร่ วมกันได้ การกําหนดมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้ อมูล การจัดระดับของการใช้ ข้อมูลของกลุ่มผู้ใช้ ตา่ ง ๆ ความชัดเจนของข้ อมูลและความน่าเชื"อถือของระบบฐานข้ อมูล รวมการบํารุ งรักษาให้ ฐานข้ อมูลมีข้อมูลที" มี คุณ ภาพทัน สมัย และใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้ จ ริ ง การจัดทํ า สํ ารองข้ อมู ล การกํ า จัด ข้ อมูล ออกจากระบบ ฐานข้ อ มูล ปฏิ บัติง านเกี" ยวกับ การควบคุมการใช้ ง าน การบํ า รุ ง รั กษาฐานข้ อมูล และการกํ า หนด มาตรฐานของฐานข้ อมูล รวมทังในส่ วนของการรักษาความปลอดภัยสําหรับฐานข้ อมูล 9. นักพัฒนาโปรแกรมหรื อ ผู้เขียนโปรแกรม (Programmer) เป็ นผู้พฒ ั นาโปรแกรม ภายใต้ ข้อกําหนดและลักษณะของโปรแกรมที"ได้ กําหนดไว้ โดยมีลักษณะ การเขี ยนโปรแกรมตามมาตรฐานของการเขี ยนโปรแกรม เพื"อนําไปใช้ ง านด้ านต่าง ๆ ภายในองค์กร ประสานงานกับนักโปรแกรมระบบและนักวิเคราะห์ ระบบ ในการวิเ คราะห์และออกแบบระบบงาน เพื"อ


กําหนดขันตอนในการทํ างานในระบบสารสนเทศและแสดงออกมาเป็ นชุดคําสั"ง เพื"อสัง" ให้ ระบบทํางานได้ ตามความต้ องการ เขียนโปรแกรมและทดสอบการทํางานของโปรแกรมให้ ตรงกับข้ อกําหนดของโปรแกรม 10. ผู้ปฏิบัติงานคอมพิวเตอร์ (Computer Operator) ในระบบคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ เช่น เป็ นแม่ข่ ายหรื อ Server จะเป็ นผู้ที"ต้ องอยู่กับอุปกรณ์หรื อ ฮาร์ ดแวร์ ของระบบตลอดเวลา เพราะจะเป็ นผู้รับผิดชอบในการทําให้ ระบบดําเนินการต่อไปได้ ในกรณีที" ระบบหยุดการทํางาน ปฏิบตั ิงานเกี"ยวกับการควบคุมและดูแลการทํางานของเครื" อ งคอมพิ วเตอร์ และทํ า หน้ าที"ในการปิ ด-เปิ ดเครื" องตามกําหนดเวลาที"ได้ กําหนดไว้ จัดทํารายงานความผิ ดพลาด ความผิ ดปกติ ของการประมวลผลหรื อการทํางานของเครื"องคอมพิวเตอร์

บทที่ 3.1 คุณสมบัติของนักคอมพิวเตอร์  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you