Issuu on Google+

คร รักประชาชน-รักหมออนามัย

บร ฉบบั อบ ปีท ี่ ๒ ๐

120

ª™±šª™¸™Â”¢

วารสารหมออนามัย ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๖ พฤษภาคม-มิถุนายน ๒๕๕๔ ISSN ๐๘๕๘-๒๙๑๒

www.mohanamai.com

วารสาร ปีที่ 20 ฉบับที่ 6 พฤษภาคม-มิถุนายน 2554 หมออนามัยเขตอุตสาหกรรม...กับเสียงคำที่เหือดหายไปกับสายลม : สมสมัย เหลืองธีรนาท

หมออนามัยเขตอุตสาหกรรม... กับเสียงคำที่เหือดหายไปกับสายลม :

สมสมัย เหลืองธีรนาท


นอกเหนื อ จากเป็ น ดิ น แดนแห่ ง ชาขั้ น เทพที่ มี ก ลิ่ น ระรื่ น รสชื่ น ใจอย่ า ง “ชาอู ห ลง” แล้ ว

“บ้ า นพญาไพร” หมู่ บ้ า นเล็ ก ๆ ซึ่ ง อยู่ ติ ด ขอบชายแดนพม่ า บนดอยสู ง ของอำเภอแม่ ฟ้ า หลวง จังหวัดเชียงราย ยังมีอีกหนึ่งสิ่งพิเศษ นั่นคือ ณ ที่นั้น มีหมออนามัยอ่าข่าที่อุทิศตนทำหน้าที่ นักสร้างเสริมสุขสุขภาพให้ชนเผ่ามานานกว่า 20 ปี รสชาติชีวิตของหมอหนุ่มใหญ่ชาวไทยภูเขา จะเป็นเช่นไร เชิญลิ้มรสเรื่องเล่าพร้อมจิบชาเบา ๆ อุ่น ๆ ไปกับ... บุ ญ ธรรม ลาชี : วิ ถี ห มออนามั ย อ่ า ข่ า คื อ ... อาสาสร้ า งสุ ข ให้ ชุ ม ชน ได้ จ าก “สัมภาษณ์พิเศษ” ฉบับนี้...


20 ปีผา่ นไป

วารสารหมออนามั ย ซึ ่ ง กำเนิ ด ขึ ้ น เมื ่ อ ปี 2534 เพื่อสนับสนุน “โครงการทศวรรษแห่งการ พั ฒ นาสถานี อ นามั ย ” หรื อ “ทสอ.” ส่ ง เสริ ม จิ ต วิญญาณและการทำงานของหมออนามัยทั่วประเทศ ได้ทำมาครบ 20 ปี รวม 120 ฉบับแล้ว อายุของเราทุก คนก็เพิ่มมากขึ้น และสถาบันก็มีเกียรติประวัติยืนยาว ขึ้นด้วยเช่นกัน สถานี อ นามั ย ในวั น นี ้ ก ็ เ ปลี ่ ย นไปมาก ไม่ เหมือนสถานีอนามัยในครั้งกระโน้น มีการพัฒนามาก ขึ้นตามลำดับ สถานีอนามัยส่วนหนึ่งเปลี่ยนไปเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แม้บางคนตั้งข้อสังเกต ว่าเป็นการเปลี่ยนแค่ป้ายชื่อและโครงสร้างการบริหาร งานส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิม แต่ก็กล่าวได้ว่ามีแนวโน้ม การเปลี ่ ย นแปลงไปในทางที ่ ด ี เพราะยั ง เน้ น ที ่ ง าน ส่งเสริมสุขภาพและงานป้องกัน มากกว่าการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่ทำให้สถานีอนามัยกลายเป็นโรงซ่อมสุขภาพเสียแบบโรงพยาบาล ในความหมายทั่วไป สถานี อ นามั ย บางแห่ ง ก็ โ อนย้ า ยไปอยู ่ ก ั บ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางส่วนยังมีชื่อเป็นสถานีอนามัยอยู่ ทุกแห่งมีหมออนามัยหลายสาขามากขึ้น การ บริการโดยรวมทำได้มากกว่าในอดีต หมออนามั ย รุ ่ น เก่ า ๆ ทยอยเกษี ย ณอายุ ราชการกันไป คนรุ่นใหม่ก็เข้ามาแทนที่ มีการศึกษาสูง ขึ้น และมีการพัฒนาศักยภาพให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหมือนหัวเผือกหัวมันที่มีขนาดโตขึ้นทุกปีที่วันเวลา เปลี่ยนไป ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่

พวกเราทีมงานวารสารหมออนามัย ช่วยกันทำ วารสารแบบมือสมัครเล่นกันเรื่อยมาจนครบ 20 ปีแล้ว ทุก คนมีอาวุโสสูงขึ้น (แก่มากขึ้น) มีการงานมากขึ้น หลายคน เริ่มเหนื่อยล้า ประกอบกับบางคนมีภารกิจสำคัญในชีวิตที่ ต้องจัดสรรเวลากันใหม่ ทำให้พวกเราต้องมานั่งคิดทบทวน ถึ ง อนาคตวารสารหมออนามั ย กั น อี ก ครั ้ ง ว่ า ควรจะ ดำเนินการต่อไปอย่างไรกันดี วารสารหมออนามัย ควรจะเดินหน้าต่อเป็นปีที่ 21 หรือควรจะปรับเปลี่ยนอย่างไรกันดี หรือควรจะปิดฉาก อำลา ตามภาษิตที่ว่า “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ?” เรากำลังคิดกันหนัก จึงอยากฟังความเห็น ของเพื่อนหมออนามัยอีกสักครั้งครับ amphon@nationalhealth.or.th /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  


บทบรรณาธิการ

ต้องรื้อโครงสร้างอำนาจ ได้มีโอกาสศึกษาข้อเสนอเรื่องการปรับโครงสร้าง อำนาจของคณะกรรมการปฏิรูปที่ยื่นเสนอต่อพรรคการเมืองไทย มีสาระสำคัญที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และต้องอด เสียใจแทนคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะยังไม่เห็นพรรค การเมืองใดขานรับข้อเสนอนี้มาประกาศเป็นแนวนโยบาย ในการหาเสียงเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม นี้ เลย ข้อเสนอกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า ขณะนี้คนไทย หาความปกติสุขมิได้ ซึ่งยอมรับกันว่าการเผชิญกับความ ยากลำบากของชีวิตนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่สิ่ง หนึ่งที่ทำให้คนเราต่างกันมากในโอกาสเอาชนะอุปสรรค คือการมีอำนาจจัดการตัวเองไม่เท่ากัน คนไทยจำนวนมาก ล้วนต้องขึ้นต่ออำนาจของผู้อื่น ในขณะที่คนหยิบมือเดียว ไม่เพียงกำหนดตัวเองได้ หากยังมีฐานะครอบงำคนที่เหลือ ความเหลื่อมล้ำในความสัมพันธ์ทางอำนาจเช่นนี้ ไม่เพียง เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่ง หากยังเป็นต้นตอบ่อเกิด ของปัญหาสำคัญอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม ความสัมพันธ์ทางอำนาจนั้นมีหลายแบบ และถูก ค้ำจุนไว้ด้วยโครงสร้างทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ แต่เมื่อกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว โครงสร้างอำนาจที่มีพลัง สูงสุดและส่งผลกำหนดต่อโครงสร้างอำนาจอื่นทั้งปวงคือ โครงสร้างอำนาจรัฐ ซึ่งรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางและเป็นที่ ยอมรับกันทั้งสังคมว่า การบริหารจัดการประเทศแบบนี้เป็น เรื่องไร้ประสิทธิภาพ การกระจุกตัวของอำนาจรัฐเช่นนี้ได้ทำให้เกิด ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอย่างสุดขั้วระหว่างเมืองหลวงกับเมืองอื่น ๆ ขณะเดียวกันก็ทำให้ไม่สามารถเปิด พื้นที่ทางการเมืองได้เพียงพอสำหรับประชาชนที่นับวัน ยิ่งมีความหลากหลายกระจายกลุ่ม ทำให้ท้องถิ่นอ่อนแอ ประชาชนอ่อนแอ กระทั่งดูแลตัวเองไม่ได้ในบางด้าน มี ส่วนทำลายอัตลักษณ์ของท้องถิ่นในหลายที่หลายแห่ง ยัง ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ด้วยวิธีกำหนดนโยบายจากส่วนกลางนั้น ยิ่งส่งผลให้ท้องถิ่นไร้อำนาจในการจัดการเรื่องปากท้องของตน ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ดังกล่าวยังถูกซ้ำเติม ให้เลวลงด้วยเงื่อนไขของยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งมีระบบเศรษฐกิจแบบไร้พรมแดนเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ การที่รัฐไทย 

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ยังคงรวมศูนย์อำนาจบังคับบัญชาสังคมไว้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ กลับมีอำนาจน้อยลงในการปกป้องสังคมไทยจากอิทธิพลข้ามชาตินั้น นับเป็นภาวะวิกฤตที่คุกคามชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ เป็น อย่างยิ่ง เพราะทำให้ประชาชนในท้องถิ่นแทบจะป้องกันตนเอง ไม่ได้เลย เมื่อต้องเผชิญกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีทุนมาก กว่า เมื่อสังคมถูกทำให้อ่อนแอ ท้องถิ่นถูกทำให้อ่อนแอ และประชาชนจำนวนมากถูกทำให้อ่อนแอ ปัญหาที่ป้อนกลับ มายังศูนย์อำนาจจึงมีปริมาณท่วมท้น ทำให้รัฐบาลทุกรัฐบาล ล้วนต้องเผชิญกับสภาวะข้อเรียกร้องที่ล้นเกิน ครั้นแก้ไขไม่ สำเร็จทุกปัญหาก็กลายเป็นประเด็นการเมือง ข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูป จึงเสนอให้มีการ ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการ ถึงระดับถอดสายบัญชาการของส่วนกลางที่มีต่อท้องถิ่นออก ในหลาย ๆ ด้าน และเพิ่มอำนาจบริหารจัดการตนเองให้ท้องถิ่นในทุกมิติที่สำคัญ ตามหลัก “ลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจ ประชาชน” เจตจำนงสำคัญอยู่ที่การปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ ของประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งประกอบส่วนขึ้นเป็นองค์รวม ของประชาชนทั้งประเทศ ต้องประสานประชาธิปไตยทางตรง เข้ากับประชาธิปไตยแบบตัวแทนให้มากขึ้น การเพิ่มอำนาจให้ ชุมชนเพื่อบริหารจัดการตนเองต้องเป็นส่วนสำคัญของการ ปฏิ รู ป โครงสร้ า งอำนาจตั ้ ง แต่ ต ้ น และอำนาจขององค์ ก ร ปกครองท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นก็จะต้องถูกกำกับ���ละตรวจสอบโดย ประชาชนในชุมชนหรือภาคประชาสังคมในท้องถิ่นได้ในทุก

ขั้นตอน การรื้อโครงสร้างอำนาจในทิศทางดังกล่าวมิใช่การ รื ้ อ ถอนอำนาจรั ฐ และการเปลี ่ ย นแปลงที ่ เ กิ ด ขึ ้ น ก็ ไ ม่ ม ี ผ ล ต่อฐานะความเป็นรัฐเดี่ยวของประเทศไทย หากยังเสริมความ เข้มแข็งให้กับรัฐไทย และช่วยลดแรงกดดันที่มีต่อรัฐไปด้วย พร้อม ๆ กัน นี ่ ค ื อ สาระสำคั ญ ของข้ อ เสนอโดยสรุ ป ซึ ่ ง ไม่ ม ี พรรคการเมืองใดขานรับเลย เชื่อว่าเป็นเพราะไม่เข้าใจแก่นแท้ ของข้อเสนอที่สำคัญชิ้นนี้ สู้เสนอนโยบาย “ลดแหลกแจก แถม” ดีกว่า เพราะถูกใจคนให้คะแนนเสียงมากกว่า นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่า ถึงเวลาแล้วที่ “ต้องรื้อถอนโครงสร้าง อำนาจ” ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ทันที กอง บ.ก. วิชาการ


รั ก ป ร ะ ช า ช น - รั ก ห ม อ อ น า มั ย

รายงานพิเศษ

www.moph.go.th/ops/doctor www.mohanamai.com

ปี ที่ 20 ฉ บั บ ที่ 6 พ ฤ ษ ภ า ค ม - มิ ถุ น า ย น 2 5 5 4

เรื่องจากปก : หมออนามัยเขตอุตสาหกรรม... กับเสียงคำที่เหือดหายไปกับ สายลม : สมสมัย เหลืองธีรนาท ..........................................4 สัมภาษณ์พิเศษ : บุญธรรม ลาชี : วิถีหมออนามัยอ่าข่า คือ... อาสาสร้างสุข ให้ชุมชน ................................................................................17 บทความวิชาการ : การรวมศูนย์อำนาจคือหายนะของประเทศ : พรรคการเมืองใด

จริงใจกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นบ้าง. ...........................28

39

57

ปกิณกะ

4

คอลัมน์ประจำ

คุยกับหมออนามัย : 20 ปี ผ่านไป ....................................................................1 บทบรรณาธิการ : ต้องรื้อโครงสร้างอำนาจ ..................................................2 บันทึกทันตาภิบาลไทย : นวก. สาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข) ทำอะไร... ถึงไหน... กับการขอกำหนดตำแหน่งให้ทันตาภิบาล. ...32 มองชีวิต : ผู้หญิงกลิ้งโลก ................................................................34 ภูมิปัญญาไทย : ไม้หอม ต้นไม้กับวัฒนธรรมไทย ....................................39 สร้างเสริมสุขภาพคนพิการ : ยืดวันละนิด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ...............................43 กฎหมายสาธารณสุข : เลือกตั้ง ส.ส. กับหมออนามัย ...................................49 หลักประกันสุขภาพไทย : Money Doctor.........................................................54 รอยอดีต : น้ำตาอนามัย ...................................................................57 ข่าวในแวดวงหมออนามัย : ................................................................................78 จากเพื่อนถึงเพื่อน : กอด...สุดท้าย ................................................................87

อพลังปัญญา สร้างอนาคต ......... 47 หนังสือชวนอ่าน : สภากาแฟ สนทนาก่ ร้อยรูปเรียงคำ : ....................................................................................... 62 เรื่องเล่าจาก สอ. : จับเข่ากวีจีน เยือนถิ่นชาวจ้วง (6) .............................. 63 มุมระบายกับนายเดินเดี่ยว : ............................................................................... 67 เรื่องสั้น : อารยธรรมอสูร ............................................................. 69 มาทายปัญหากันเถอะ : ................................................................................... 77 ปีที่ 20 มีอะไร? : ...................................................................................... 83

47


เ รื่ อ ง จ า ก ป ก วิวัฒน์ วนรังสิกุล

หมออนามัยเขตอุตสาหกรรม... กับเสียงคำที่เหือดหายไปกับสายลม :

สมสมัย เหลืองธีรนาท บทเรี ย นที่ ไ ด้ รั บ จากผลกระทบ ของปั ญ หามลภาวะ สื บ เนื่ อ งเพราะการ ขยายตัวของกระบวนการผลิตในโรงงาน อุตสาหกรรม กลับไม่สามารถเรียกสำนึก ให้ ผู้ ล งทุ น และผู้ ป ระกอบการทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชนได้ ต ระหนั ก ทว่ า กลั บ เลื อ ก กระทำซ้ำ... โดยไม่นำพา !



ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


ที่น่าสะเทือนใจกว่านั้น ก็ คื อ การพยายามกระตุ ก ให้ ทบทวนเพื่อป้องกันปัญหาที่จะ เกิ ด กั บ สุ ข ภาพชุ ม ชนของนั ก สร้างเสริมสุขภาพระดับปฐมภูมิ ในพื้นที่ ซึ่งยืนหยัดป้องกันไม่ให้ ผืนดินถิ่นแดนถูกบุกรุกจากการ ไหลบ่าของโรงงานอุตสาหกรรม หากแต่ ค นแค่ เ พี ย งหยิ บ มื อ กั บ การงั ด คานด้ ว ยสายเสี ย งและ สองมือเล็ก ๆ ของหมออนามัย คนหนึ่ ง คงไม่ อ าจทานกระแส แห่ ง การทำลายล้ า งที่ เ ข้ า มาถึ ง ในรูปแบบของการให้สัมปทาน การก่ อ สร้ า งโรงงาน การขยาย โครงการที่ค่อย ๆ รุกคืบเข้ามา เรื่ อ ย ๆ ผ่ า นการกระทำให้ ถู ก กฎหมายและถู ก กระบวนการ ขององค์กรภาครัฐ จนสามารถ ขจัดความถูกต้องชอบธรรมให้ ออกไป แล้วได้คืนมาเป็นความ เชื่อที่ว่าดี นี่น่าจะเป็นต้นเหตุที่ ทำให้หมออนามัยคนนั้นตัดสินใจทำอะไร... บางอย่าง !

แนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก... เหตุการณ์กำลัง เปลี่ยนแปลง

เป็นที่รับรู้กันมานับแต่อดีตแล้วว่า ระยองเป็นจังหวัดหนึ่งทางภาค ตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งมีชลบุรีและจันทบุรีเป็นจังหวัดข้างบ้านนั้น มี ธรรมชาติที่งดงาม นอกจากชายฝั่งทะเลอ่าวไทยที่หาดต่อหาดยาวเหยียด สุดลูกหูลูกตาระยะทางเกือบ 100 กิโลเมตรแล้ว จังหวัดแห่งนี้ยังประกอบ ไปด้วยป่าเขาและเกาะเล็กเกาะน้อยอีกมากมาย ที่โดดเด่นและขึ้นชื่อที่สุด ในหมู่นักท่องเที่ยวก็คือ “เกาะเสม็ด” ที่ใครมีโอกาสได้ไปเยือนเป็นต้อง “เสร็จ (สมอารมณ์หลง)” ทุกราย มาดหมายจะเยี่ยมกรายไปเยือนอีก... หลาย... หลาย... ครั้ง ! มิพักต้องพูดถึงทรัพย์ในดินสินในสมุทรที่จังหวัดแห่งนี้มีครบ มหาศาล อุดมไปด้วยอาหารทะเล ผลหมากรากไม้ และก๊าซธรรมชาติ เพราะความสมบูรณ์ของสภาพพื้นที่นี่เอง ใครหยิบจับอะไรเป็นต้องได้ผล เป็นมูลค่า... ราคาเงิน ! นั่นจึงน่าจะเป็นเหตุปัจจัยลำดับต้น ๆ ที่ทำให้อีกบทบาทหนึ่งของ ระยองคื อ การทำหน้ า ที ่ เ สมื อ นเป็ น การชู ธ งของชาติ ใ นแง่ ข อง “เมื อ ง อุตสาหกรรมสำคัญ” มาตั้งแต่ต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525 - 2529) แผนดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ พัฒนาอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของไทย หรือที่รู้จักกันใน นาม “โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก - Eastern Seaboard Development Program” ส่งผลให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเจริญรุดหน้า อย่างรวดเร็ว เม็ดเงินลงทุนมหาศาลวิ่งเข้าสู่จังหวัดแห่งนี้เป็นจำนวนท้นทวี ตัวเลขรายได้ขยับขึ้นเป็นจังหวัดแรก ๆ ของประเทศ

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554 


เดิมอุตสาหกรรมในระยองเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่อิงกับ ผลิตผลทางการเกษตรเป็นสำคัญ ต่อมารัฐบาลได้สนับสนุนให้มีการลง- ทุนเพิ่มขึ้น โดยให้ระยองอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนและให้เป็นที่ตั้งของ โครงการพั ฒ นาพื ้ น ที ่ ช ายฝั ่ ง ทะเลตะวั น ออก ทำให้ ม ี ก ารพั ฒ นาด้ า น เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง มีการจัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด” เป็นเมืองอุตสาหกรรมใหม่ โดยมีอุตสาหกรรมที่สำคัญซึ่งตี มูลค่าเป็นประโยชน์ด้านรายได้จำนวนมหาศาล เช่น โรงงานแยกก๊าซธรรมชาติ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี ฯลฯ การ ผุดขึ้นอย่างมากมายของโรงงาน ทำให้ต้องมีการจัดตั้งหรือการสร้างนิคมอุตสาหกรรมส่วนขยายเพิ่มขึ้นอีกหลายต่อหลายแห่ง หลังจากมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ก็มีแรงงานจากจังหวัด ต่าง ๆ ได้ดาหน้าเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นจำนวน ไม่น้อย มีการตั้งหลักแหล่งเป็นชุมชนหนาแน่น โดยเฉพาะในเขตนิคมฯ โครงสร้ า งทางเศรษฐกิ จ และสั ง คมของระยองจึ ง เปลี ่ ย นไปเป็ น เมื อ งอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมมากขึ้น สถานะของเมืองเกษตรกรรมที่เคย



ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ลือชื่อมาแต่เดิมก็ค่อย ๆ ลดบทบาทลง เนื่องเพราะผลผลิตทางการ เกษตรให้ผลตอบแทนช้า สู้ผลผลิต ทางอุ ต สาหกรรมไม่ ไ ด้ รั บ เร็ ว ... เคลมเร็ว ! ระยะหลั ง มานี ่ ปั ญ หา สำคั ญ ที ่ ร ะยองกำลั ง เผชิ ญ อยู ่ ก็ คือปัญหามลภาวะอันเนื่องมาจาก กระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม มลพิษที่เกิดขึ้นส่งผลอย่าง ร้ายแรงต่อสภาพสิ่งแวดล���อมและ ชุ ม ชนคนอยู ่ อ าศั ย ผลการศึ ก ษา ของนักวิชาการทางด้านพิษวิทยา พบว่า อากาศที่มาบตาพุดมีสาร ก่อมะเร็งถึง 21 ชนิด โดยสถาบัน มะเร็ ง แห่ ง ชาติ ร ะบุ ว ่ า คนระยอง ป่วยเป็นมะเร็งมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง ของประเทศโดยเฉพาะมะเร็งปอด ขณะที่ทางกรมเจ้าท่าได้ตรวจวัดหา สารปรอทบริเวณพื้นที่แถวชายฝั่ง ทะเล พบว่ามีสารปรอทปนเปื้อน ตามชายฝั่งและแหล่งน้ำเกินมาตรฐาน สั น นิ ษ ฐานว่ า เกิ ด จากการ ปล่ อ ยน้ ำ เสี ย ของโรงงานอุ ต สาห-


กรรมในนิคมฯ หรืออาจจะมาจาก การปนเปื ้ อ นของสารปรอทในน้ ำ ใต้ดิน ปัญหาที่เกิดจากโรงงานบาง แห่งในเขตนิคมฯ ได้ดูดทรายเพื่อ สร้างท่าเทียบเรือ ทำให้ป่าชายเลน ตาย หาดทรายพังทลาย อาชีพ ประมงสู ญ สลาย มี ก ารแพร่ ก ระจายของกลิ ่ น เสี ย ง และควั น พิ ษ จากโรงงาน ชาวบ้ า นไม่ ส ามารถ ปลู ก ผั ก ผลไม้ ก ิ น เองได้ อ ี ก แล้ ว นอกจากนี้ ยังมีปัญหาคราบน้ำมัน ที ่ เ กิ ด ขึ ้ น บริ เ วณชายหาดซึ ่ ง เป็ น แหล่งท่องเที่ยวหลายต่อหลายครั้ง โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่คาดเดาได้ ว่าน่าจะเกิดจากผลผลิตของโรงงาน อุตสาหกรรมที่ลักลอบทิ้งน้ำมันลง ทะเล ไม่ด้วยวิธีการใดก็วิธีการหนึ่ง จากปัญหาข้างต้นทำให้คนมาบตาพุดร่วมสองหมื่นออกมาเรียกร้อง สิทธิของตน โดยการคัดค้านไม่ให้มี การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน ในเขตนิคมฯ รวมถึงกดดันไม่ให้ตั้ง โรงงานขนาดใหญ่ในพื้นที่บ้านของ พวกเขาอี ก เพราะเท่ า ที ่ ม ี อ ยู ่ ก็ เหมือนระเบิดเวลาที่ค่อย ๆ ฆ่าพวก เขาทีละน้อย ทีละน้อย... อยู่แล้ว ! แม้ปัจจุบัน ทางการนิคมอุ ต สาหกรรมแห่ ง ประเทศไทย ตลอดจนกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้มีการใช้มาตรการตาม เจตนารมณ์ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ด้วย มาตรา 67 วรรค 2 โดยกำหนดให้ โครงการที ่ จ ะมี ก ารสร้ า งเป็ น โรง- งานขนาดใหญ่ และคาดว่าจะมีผล- กระทบกั บ ชุ ม ชนและสิ่งแวดล้อม อย่างรุนแรง ต้องมีการประเมินผล-

กระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA : Environmental Health Impact Assessment) แต่ ก ระนั ้ น ความล่ า ช้ า ของมาตรการดั ง กล่ า วตลอดจนความ อิหลักอิเหลื่อของระบบการจัดการ ก็ไม่อาจทัดทานการไหลบ่าของกระแส การค้าหรือเศรษฐกิจได้ ภาครัฐเองก็ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนใน ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม โดยการจัดสรรพื้นที่การลงทุนในรูปแบบนิคมอุ ต สาหกรรมกั น อี ก ต่ อ ไป อั ต ราการขยายพื ้ น ที ่ น ิ ค มอุ ต สาหกรรมและ จำนวนโรงงานใหญ่น้อยที่ตั้งใหม่ ๆ พร้อมจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และคงจะ ขยายกันอีกต่ อ ไป สำมะหาอั น ใดกั บ กฎหมายที ่ ไ ม่ ศ ั ก ดิ ์ ส ิ ท ธิ ์ แ ละไร้ ซ ึ ่ ง อิทธิฤทธิ์... ฉบับนั้น ! ด้วยเหตุนี้ จึงมีการดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดส่วนขยาย ซึ่งส่วนหนึ่งของนิคมฯ กินพื้นที่ถึงทิศตะวันออกของหมู่บ้าน 3 หมู่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถานีอนามัยบ้านพยูน ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน โดย มิได้สนกับการเว้าวอนร้องขอของชาวบ้านที่เชื่อว่าจะต้องได้รับผลกระทบ จากการขยายนิคมฯ อย่างแน่นอน !

ตกประหวั่น... คราถึงวันพื้นที่เปลี่ยนสี

บ้านพยูน ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม หาดพยูน หาดสงบเงียบที่มีเม็ดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสปานกระจก หาดแห่งนี้ถือได้ว่ามีความสวยงามไม่แพ้หาดดัง ๆ ที่อยู่ทางชายฝั่งทะเล ตะวันออกของประเทศไทย แต่ไม่นาน หาดแห่งนี้ก็คงไม่ต่างจากหาดแถบ มาบตาพุดที่เสื่อมโทรมลงเพราะมลภาวะที่เป็นผลกระทบมาจากการตั้ง

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  


นิคมฯ ไม่นานเกินรอหรอก เพราะทุกวันนี้ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดส่วน ขยายได้ย่างกรายมาถึงบ้านฉางแล้ว... เรียบร้อย ! เดิมจากการจัดทำผังเมืองได้กำหนดให้อำเภอบ้านฉางเป็นพื้นที่ “สีชมพู” ซึ่งเป็นเขตคามของชุมชนไว้สำหรับอยู่อาศัย เป็นพื้นที่กันชนเพื่อ กรองมลภาวะที่ออกมาจากพื้นที่อุตสาหกรรม แต่ต่อมาทางกรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้มีการแก้ไขปรับเปลี่ยนสีผังเมืองและ ข้อกำหนดใหม่ในการใช้ประโยชน์จากที่ดินตามความต้องการการลงทุนใน ภาคอุตสาหกรรม จนสีของผังเมืองได้เปลี่ยนไปเป็น “สีม่วง” ซึ่งถือเป็น พื้นที่ของอุตสาหกรรมและคลังสินค้าให้มาซ้อนทับกับที่อยู่อาศัยของชุมชน โดยไม่ได้คำนึงถึงประชาชนตาดำ ๆ ว่าหลังจากเปลี่ยนสีผังเมืองแล้ว พวก เขาจะอยู่ร้อนนอนทุกข์ขนาดไหน !

ชอบธรรมอยู่ด้วย โดยเหตุผลเพราะ เธอเป็นคนในพื้นที่ที่ฝังรกตัวมาตั้งแต่เกิดแห่งนี้ และจากเหตุผลของ หน้าที่การงานในบทบาทของหมออนามัย ซึ่งปวดแปลบแสบใจไปกับ เพื่อนผู้ร่วมทุกข์ร่วมทำงานมาด้วย กั น อย่ า ง อสม. โดยเฉพาะกั บ 3 หมู ่ บ ้ า นในความรั บ ผิ ด ชอบของ สถานี อ นามั ย บ้ า นพยู น ซึ ่ ง ที ่ อ ยู ่ อาศั ย ของเพื ่ อ นกลุ ่ ม นี ้ ส ่ ว นใหญ่ ล้ ว นแล้ ว แต่ ไ ด้ ร ั บ ผลกระทบจาก ปัญหามลภาวะ สมสมัยไม่ต้องการให้ประ เมื่ อ ถิ่ น คามสั บ สน ผู้ ค นกำลั ง จะเดื อ ดร้ อ น... ให้ วัติศาสตร์อันขื่นขม มาทับถมซ้ำ นิ่งนอนใจก็ใช่ที่ รอยที ่ บ ้ า นเกิ ด ของเธออี ก เธอไม่ เพราะกลัวว่าภาพวิถีชีวิตของผู้คนในถิ่นที่ต้องเปลี่ยนไปไม่ต่าง อยากทนกับวิบากกรรมอันเกิดจาก จากมาบตาพุด เมื่อปัญหาลักษณะเดียวกันกำลังรุกคืบมาถึงหน้าบ้านตัว ความไม่ปราณีของระบบอุตสาหเอง ความกลัวว่าชุมชนจะไม่ปลอดภัยจากปัญหาเรื่องสารพิษ ฝุ่นละออง กรรมธุ ร กิ จ และไม่ อ ยากใช้ ช ี ว ิ ต

การรั่วไหลของสารเคมี กากของเสีย หรือน้ำทิ้งจากโรงงานต่าง ๆ รวมถึงมี อยู ่ ก ั บ มลพิ ษ ที ่ ป ล่ อ ยออกมาจาก ความกังวลในด้านวิศวกรรมว่าจะทำได้ตามมาตรฐานหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ โรงงานของนิคมฯ เหมือนที่เพื่อน ชาวบ้านกว่า 7,000 คนในพื้นที่อำเภอบ้านฉางจึงต้องลุกขึ้นมาปกป้องและ ข้างบ้านอย่างมาบตาพุด... ประร้องขอความถูกต้องชอบธรรม ตามสิทธิที่สมควรจะได้รับด้วยการให้คงสี สบอยู่ ! ของผังเมืองเดิมไว้ หนึ่งในผู้ที่ออกมาร่วมร้องคัดค้านนั้นรวมถึง “สมสมัย “ก็จะมีชาวบ้านตรงนั้นที่ เหลืองธีรนาท” หัวหน้าสถานีอนามัยบ้านพยูนที่ได้ออกมาปกป้องความ เขารั บ ผลกระทบ และก็ ม ี อสม. ของเราที่ได้รับผลกระทบอยู่ตรงนั้น ด้วยเป็นแกนนำ คือคนเรานะ ถ้าไม่ มี ผ ลกระทบก็ ค งไม่ ล ุ ก ขึ ้ น มาทำ อะไรแบบนี้กันหรอก เรื่องราวมัน เกิดขึ้นเดือนมิถุนายน ปี 47 ก็เริ่ม

ที่จะมาตั้งโรงงาน มีการขยาย คือ สมสมัย เหลืองธีรนาท ตามข้ อ ตกลงเดิ ม ของบ้ า นฉางนี ่ ทางผังเมืองจะให้เป็นพื้นที่สีเขียว สีชมพู แต่ตอนหลังจาก 41 มา 47 5 ปีก็มีการเปลี่ยนผังเมือง ปีที่ 6 เขามาประชุมกันเพื่อที่จะเปลี่ยนให้ เป็นพื้นที่สีม่วง ทางเทศบาลกับทาง



ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


ผังเมืองเขาเข้ามา ก็มา discuss กัน นะว่าประโยชน์เป็นยังไง พี่มองนะ ว่า ในเมื่อตรงนี้แบ่งเป็นโซนแล้ว ก็ ต่างคนต่างอยู่ บ้านฉางก็ให้เป็นที่ อยู ่ อ าศั ย ไป คุ ณ จ้ อ งจะมาขยาย อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง พี่ก็เสนอว่าให้ คุณทำประชาพิจารณ์กับชาวบ้าน ก่ อ น ก็ ม ี จ ดบั น ทึ ก ที ่ ป ระชุ ม ว่ า พี ่ เสนอตรงนั้นไป มิถุนายน 47 นี่ประชุมใช่มั้ยคะ แต่พอเรื่องถึงกรุงเทพฯ เมษายน 48 เขาก็เปลี่ยนเป็นสีม่วง เลย ง่ายมั้ยล่ะ พวกพี่ก็ค้านกัน ขอ บั ต รประชาชนด้ ว ยนะกั บ คนที ่ ไ ม่ เห็ น ด้ ว ย เราได้ ม า 8 พั น ใบ ซึ ่ ง ประชากรทั้งบ้านฉางประมาณ 4 – 5 หมื ่ น คน ยอมรั บ ว่ า มั น ก็ ไ ด้ จำนวนน้ อ ยนะ รวบรวมได้ แ ล้ ว ก็

ทำบันทึกส่งไปที่กระทรวงฯ คือที่ ตั ด สิ น ใจลงไปร่ ว มด้ ว ย ก็ เ พราะ ต้ อ งการช่ ว ยชาวบ้ า นนั ่ น แหละ อยากไปรณรงค์ ว ่ า บ้ า นฉางนี ่ ใ น เมื่อคุณจะปล่อยให้เป็นพื้นที่สีเขียว สีชมพูแล้ว ทำไมคุณไม่ปล่อยเลย คุณกลับมาเปลี่ยนใจอีก ทั้ง ๆ ที่ได้ ทำสั ญ ญาทำข้ อ ตกลงกั น แล้ ว นะ แต่พอมา 5 ปี คุณก็มาเปลี่ยนแล้ว แล้วอย่างนี้จะเชื่อถือได้ไหมผังเมือง หนะ ให้เขาทำประชาพิจารณ์กับ ชาวบ้านปรากฏว่าไม่ได้ทำ ก็เปลี่ยน ไปเลย เปลี่ยนเรียบร้อยเมื่อเมษา

ปี 48” หมอสมสมั ย หรื อ ที ่ ช าวบ้านเรียกขานกันว่า “หมอหมัย” ได้ย้อนเล่าถึงการร่วมแรงร่วมใจกับ ชาวบ้านในเหตุการณ์คราวนั้น !

ชูมือคัดค้าน... กับเสียงทัดทานที่ ไร้ทางสู้

คนเล็ก ๆ เพียง หนึ ่ ง เดี ย วของสายงาน สาธารณสุ ข ในพื ้ น ที ่ กั บ แนวร่วมอีกเพียงหยิบมือที่ พยายามปกป้องรักษาแผ่นดิ น เกิ ด จากการถาโถมเข้ า มาของธุ ร กิ จ อุ ต สาหกรรม ที่มีมูลค่ามหาศาล จนสา- มารถซื้อก้อนหัวใจและเยื่อ สมองของคนบางกลุ่มได้ ใน ที่สุด เธอก็ได้รู้ว่าแม้จะกรีดเลือดเชือดเนื้อ ก็ไม่มีวันงัดคานผู้ทรงอำนาจทั้งสายราชการ การเมือง และนักธุรกิจ ที่มักอ้างเรื่องการ พัฒนาได้ ขณะเดียวกัน การเรียกร้องความถูกต้องของสมสมัยก็ถูกคำสั่ง ของผู้บังคับบัญชา ให้เธอหยุดส่งเสียงและยุติบทบาทนั้นเสีย “เราเสนอเขาไปว่า เราอยากให้เป็นพื้นที่สีชมพูเหมือนเดิม คือคุณ จะมีมากี่ร้อยโรงงานก็ตามแต่โรงงานนั้นต้องไม่ใช่โรงงานประเภท 1 คือเป็น โรงงานที่ไม่ต้องมีปล่องควันได้ไหม ก็ไม่สามารถที่จะทำตรงนั้นได้ เขาบอก ว่า เขาให้เราเข้าประชุมจริง แต่ไม่ได้ให้เรายกมือ คือเราก็ยอมรับนะว่า ตรง ที่ว่ามันเป็นโรงงานมันก็มีอาชีพมาให้ชาวบ้านเราเหมือนกัน แต่มันต้อง

ไม่ เ พิ ่ ม มลพิ ษ ให้ เ รา อยากให้ เ ป็ น โรงงานประเภทใช้ แ รงงานคน ไม่ ใ ช้ เครื่องจักรเยอะ ๆ มันน่าจะมีผลประโยชน์มากกว่าโรงงานขนาดใหญ่ แล้ว เนี่ยเห็นมั้ย ตอนเนียะก็คือมีปล่อง มีฝุ่น ถึงแม้จะยังไม่เต็มพื้นที่ แต่คิดว่า มันน่าจะส่งผลในระยะยาวได้ คือจริง ๆ ตอนนั้นหนะ เขาแค่เชิญเราเข้า ประชุมเพราะเป็นข้าราชการในพื้นที่ เชิญเราเพื่อให้ไปรับทราบ แค่ให้ครบ องค์ประชุมแค่นั้นเอง แต่ไม่ชอบให้เรายกมือ ให้สิทธิ์แต่สมาชิกเทศบาลหมู่ ละ 2 คนมาตัดสินปัญหาชีวิตของชาวบ้าน... คิดดูสิ ตอนนั้นปี 47 ตอนที่นั่ง ประชุมกันอยู่ เสาเข็มลงในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแล้ว จะประชุมกันเพื่อ อะไร...”

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  


ทั้ง ๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของภาครัฐคนหนึ่ง บทบาทหลักคือการทำ หน้าที่ช่วยสร้างเสริมสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ ดูแลขจัดปัดเป่า ปัญหาการเจ็บไข้ได้ป่วยให้กับประชาชน ในเมื่อสิ่งที่เธอทำเพื่อป้องกันไม่- ให้มลพิษกระทบกับสุขภาวะของคน กลับเป็นการอาจหาญก้าวร้าวกล้า ย้อนแย้ง ในเมื่อลุกขึ้นชูมือในที่ประชุมเพื่อขออธิบายความถูกต้อง กลาย เป็นการขัดขวางความเจริญและท้าทายผู้บังคับบัญหา และในเมื่อเรียกขาน ให้เข้าไปแต่ไม่ให้ออกสิทธิ์เอ่ยเสียง เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าความพยายามนั้น ไร้ค่า ทำดีใดก็ไม่มีประโยชน์... “คือที่ผ่านมา จะถือว่าเราไปชน ประท้วงกับเขานั้นก็ไม่ใช่ เพียงแต่ เชิญเราไปประชุม พอเข้าในที่ประชุมเราก็ยกมือถามเขาในข้อข้องใจ ทำไม ปัญหานี้เป็นอย่างนี้ ไปประชุมกับผู้ใหญ่ที่จังหวัดเราก็ถามว่า ที่มาบตาพุด ยังแก้ปัญหาไม่จบเลย แล้วทำไมยังขยายแนวเขตมาที่บ้านฉางอีก ผู้ใหญ่ คนหนึ่งตอบว่าวันนี้ไม่ได้ให้มาพูดเรื่องนี้ เนี่ย ! วิธีทางออกของผู้หลักผู้ใหญ่ จริง ๆ มันคือเรื่องเดียวกัน แต่เขาบอกไม่ได้ พูดเรื่องนี้แล้วจะให้พี่ทำยัง ไง...ทางผู้บังคับบัญชาก็ให้เราหยุด...” เพราะเหตุฉะนี้นี่ละกระมัง ที่หลังจากนั้น สายเสียงของสมสมัยก็ ค่อย ๆ เหือดหาย... ไปกับสายลม ! ..........

ต้นเหตุอยู่ใกล้ ๆ ... ปัญหาใหญ่กำลังเดินทาง

อำเภอบ้านฉางในปัจจุบัน คึกคักไปด้วยผู้คนที่มาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งผุดขึ้นมากมายหลังผังเมืองได้ถูกเปลี่ยนเฉดสี ธุรกิจหอพัก บ้านเช่า บ้านจัดสรร ร้านอาหาร ฯลฯ แตกหน่อต่อยอดดั่งเห็ดได้ฝน สองฝั ่งถนนย่านตัวเมืองที่ในอดีตเป็นทางผ่าน ก็กลายเป็นย่านร้านที่ พลุกพล่านจอแจด้วยหมู่ผู้คน เป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าซึ่งหมายรวมถึง

10

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ธุรกิจกลางคืนบางประเภทที่งอกเงยตามติด เพื่อคิดหวังจะให้ช่วย คลายเมื่อยเปลือยอารมณ์แก่ผู้ใช้ แรงงานทุกระดับ สถานการณ์ที่เกิด ขึ้นคืออีกหนึ่งผลกระทบที่ไม่รู้ว่าคน บ้านฉางจะคิดใฝ่ใจหรือไม่ ว่านั่น แหละคื อ ปั ญ หาใหญ่ ท ี ่ จ ะตามมา แน่ ๆ ไม่แพ้ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้ อ มและสุ ข ภาพ โดยเฉพาะ ปัญหาเรื่องยาเสพติด หมอหมัยผู้ มุ่งมั่นมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาก เธอมองเห็นภาพของปัญหา อย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมา ทาง สถานีอนามัยและ อสม. ได้ร่วมกัน ทำงานเพื ่ อ ช่ ว ยเหลื อ และบำบั ด ผู้ติดยาเสพติด แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ มักกลับมาติดซ้ำ หากมีการสร้าง โรงงานเพิ่มอีก ก็กลัวว่าปัญหาเรื่อง นี้จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมตามลักษณะ หรือประเภทของยาเสพติดควบคู่ไป กั บ จำนวนผู ้ ต ิ ด ยา ที ่ ส ำคั ญ ก็ ค ื อ ผลพวงที ่ จ ะตามมาอย่ า งปั ญ หา เรื่องลักเล็กขโมยน้อย ปัญหาอาชญากรรมทางเพศ ฯลฯ จะต้องตาม มาเป็นลูกโซ่แน่นอน เธอเชื่อเช่นนั้น ! “คนติดยานี่เยอะมากเลย ในพื้นที่ ส่วนใหญ่ก็มาจากการเสพ เองก่อน หรือส่วนที่ว่าวางตัวเป็น คนขายเลยก็มี พอมีคนเยอะ เรื่อง พวกนี ้ ก ็ ข ยายตาม สำหรั บ พวก ขโมยก็ ม ี น ะ ก็ ช ุ ม ใช้ ไ ด้ อ ยู ่ เช่ น ที ่ บ้านพี่นี่ อันนี้มันเปิดโอกาสมาก กว่ า เพราะว่ า ไม่ ม ี ค นอยู ่ บ ้ า นเลย ของรอบ ๆ บ้ า นพวกช่ ว ยเก็ บ ให้ เตี ย นเลย (หั ว เราะเสี ย งดั ง ) ตาม หมู่บ้านจัดสรรขนาดมียามก็โดน ก็


สอ. เล็ก ๆ ... ริมถนนใหญ่ เหมื อ นมั น สวมรอยเข้ า ไปกั บ คน ที่พักอยู่ในนั้น บางทีมันมาเช่าบ้าน อยู่ในโครงการ แล้วทำตัวกลมกลืน กั บ พวกอยู ่ ใ นนั ้ น ก็ ย กเค้ า ไปได้ เยอะเหมือนกัน” ในมุมของผู้ให้บริการทาง ด้านสาธารณสุข ปัญหาที่เกิดขึ้น นั้นก็ส่งผลต่อเนื่องมาถึงการทำงาน ในพื้นที่ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่ อ งของการให้ บ ริ การทางด้านสุขภาพ เพราะปัจจุบั น แม้ ส ถานี อ นามั ย มี เ จ้ า หน้ า ที ่ สาธารณสุขจำนวน 4 คน ขณะที่ วัสดุ - ครุภัณฑ์รวมถึงเวชภัณฑ์ทาง ด้านการแพทย์และสาธารณสุขก็ยัง คงเพียงพอสำหรับรองรับผู้ป่วยหรือ ผู้มารับบริการทางด้านสุขภาพทั้ง

ในและนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 60 คนต่อวัน สำหรับ ผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุจากการทำงานในโรงงานนั้น ปัจจุบันก็มีเดือนละไม่ น้อยกว่า 2 คน แต่ถ้ามีการก่อสร้างโรงงานเพิ่มขึ้น หมอหมัยคิดว่าอัตรา ของผู้ป่วยหรือผู้มารับบริการในรายของโรคปกติหรือรายที่ได้รับอุบัติเหตุ จากการทำงานในโรงงาน ต้องมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เธอกลัวว่าจะ มีปัญหาเรื่องจำนวนเจ้าหน้าที่ฯ วัสดุ - ครุภัณฑ์ฯ รวมถึงเวชภัณฑ์ทางด้าน การแพทย์และสาธารณสุขที่อาจไม่เพี���งพอ ไหนจะปัญหาเกี่ยวกับขยะ ซึ่งไม่แน่ใจว่าขยะเหล่านั้นทางผู้ประกอบการจะมีการจัดการอย่างไรหาก ต้องมีการสร้างโรงงานเพิ่มขึ้น เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหากลิ่นจากขยะและ อาจจะเกิดโรคติดต่อหรือโรคระบาดในชุมชนได้ หรือเรื่องของปัญหาทาง ด้านสุขาภิบาลสิ่งขับถ่าย เนื่องจากในระยะของการดำเนินโครงการต้องมี จำนวนแรงงานเข้ามาอยู่ในพื้นที่มาก ถ้าหากนายจ้างหรือผู้ประกอบการไม่ เตรี ย มพร้ อ มเรื ่ อ งของส้ ว มหรื อ เตรี ย มระบบสุ ข าภิ บ าลสิ ่ ง ขั บ ถ่ า ยที ่ ถู ก ลักษณะ อาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นและโรคติดต่อเกี่ยวกับสิ่งขับถ่าย หรือระบบทางเดินอาหารได้ อีกส่วนที่มีความกังวลคือเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับ สารพิษประเภทต่าง ๆ ที่ทางโรงงานนำมาใช้ในกระบวนการผลิต

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ทางกรมอนามัย สำนักงานควบคุมโรค สำนักงาน สาธารณสุขจังหวัด กรมควบคุมโรคติดต่อ กรมควบคุมมลพิษ ฯลฯ ก็มีการ

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  11


ให้ความรู้และให้การอบรมแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเรื่องของโรคที่เกี่ยวกับมลพิษว่าเป็นอย่างไร ซึ่งบางครั้งก็ทำคู่ไปกับโครงการตรวจสุขภาพของ ประชาชน แต่หากมีการสร้างโรงงานเพิ่มขึ้น หมออนามัยวัยปลาย 40 คนนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าทางผู้ประกอบการจะใช้สารประกอบทางเคมีอะไรบ้างในการ ประกอบการ ซึ่งอาจจะเป็นสารพิษที่อันตรายต่อสุขภาพประชาชนได้ ถึง แม้ว่าทางกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศใช้มาตรการตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ด้วยมาตรา 67 วรรค 2 โดยดำเนินการทบทวนโครงการสร้างหรือขยายโรงงานเข้าสู่ อำเภอบ้านฉางโดยวิเคราะห์ถึงผลกระทบทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ และเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วน- ได้ส่วนเสีย มีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดขอบเขตและแนวทางการ ประเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ผ่านการรับฟังตามเวที ต่าง ๆ แต่หมอสาวผู้ประสบเรื่องราวทำนองนี้ซึ่งเหมือนแผลเป็นที่ยากจะ ลบหายมาแล้ว เธอจึงไม่เห็นวี่แววว่ามันจะเป็นผล... “ตอนนี้หมู่ 2 นี่กลิ่นเริ่มมาและ มาตอนกลางคืน นอน ๆ นี่ได้กลิ่น เหม็น ฝนตกก็ได้กลิ่นเหม็น กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานพวกนี้เขาจะ ลุกขึ้นมาต่อสู้ แต่ว่าไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่เพราะว่ามีจำนวนน้อย ไปชักชวน เพื่อน ๆ ก็ไม่มาร่วมด้วย ตอนนี้เขาก็ไปรวมตัวกับมาบตาพุดนะ สำหรับ เรื่องสารเคมีรั่วนี่แถบนี้ก็ยังไม่เจอ แต่ก็รับประกันไม่ได้หรอกว่าจะไม่เกิดขึ้น เรื่องน้ำปนเปื้อนนี่ก็ยังห่วงอยู่ พี่เคยเก็บน้ำไปให้เขาตรวจ ก็เจอสารปรอท แต่เราไม่รู้ว่าเดิมเลยมีสารตัวนี้อยู่แล้วรึเปล่า ไม่รู้มาจากตรงไหนด้วย ตอน นี้เราก็ใช้แค่รดน้ำต้นไม้อย่างเดียว ไม่กล้านำไปใช้อย่างอื่น คือตอนนี้มันอยู่ ในช่วงที่ว่าจะคุมโรงงานอย่างไร ให้คุมโรงงานได้แค่ไหนที่จะไม่ให้โรงงาน ปล่อยผลกระทบออกมา เราก็ยอมตรงนั้นว่ามันเปลี่ยนไปไม่สามารถย้อน กลับไปหาอดีต คัดค้านอะไรไม่ได้แล้ว ก็อยากให้รัฐบาลใส่ใจเรื่องสุขภาพ ประชาชนหรือดูแลผลกระทบหลัก ๆ ที่โรงงานก็ช่วยคุมมาตรฐานให้ดี ๆ หน่อย พี่ก็ไม่รู้เมืองนอกคุมยังไงกันเขาถึงไม่มีปัญหาร้องเรียน แต่ของเรามี รั่ว มีตาย บางทีปิดข่าวกัน ไม่ชัดเจนในการดูแลโรงงานให้จริงจัง อยากให้ เขาดูแลควบคุมโรงงานให้มันจริงจังมากกว่านี้ ส่วนเรื่อง EHIA นี่มาทีหลัง และ ไม่ทันและ มาตอนที่เขาปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่นิคมฯ สีม่วงไปแล้ว ซึ่ง ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ เข้ามาเริ่มทำ EHIA เอาตอนที่เขาอนุมัติให้โรงงาน ประเภท 1 ลงได้แล้ว เรื่องนี้ถึงได้มาเริ่มทำ ที่มาบตาพุดเต็มพื้นที่แล้ว พอ ขยายมาตรงนี้ ยังไงมันก็ผ่านหมดล่ะ นั่นคือปัญหาในแง่หลักการแก้ไขซึ่ง คงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ปัญหาที่เราเองประสบก็คือเรื่องการให้บริการ คือ

12

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

อย่างนี้ ตอนนี้คนที่ทำงานในมาบตาพุดก็มาพักบ้านฉางเยอะ มาซื้อ บ้ า นอยู ่ น ี ่ แ ล้ ว ไปทำงานที ่ โ น่ น ก็ ม ี บ้ า นจั ด สรรเกิ ด ขึ ้ น และโตไวมาก บ้านเช่าก็มี ขึ้นทีเป็น 100 หลังเลย ขยายเร็วมากดูแลไม่ทัน ประชากร มากขึ้น เรารับโหลดตรงนี้เพิ่มขึ้น สำรวจแฟ้มครอบครัวไม่ทันเลยนะ นี่ อย่างวัคซีนเด็ก พี่เคยทำเดือนละ ครั้ง ไม่กี่คน เดี๋ยวนี้ครั้งละ 60 – 70 คน มั น เพิ ่ ม ขึ ้ น มาเยอะ ตอนที ่ พ ี ่

มาอยู ่ ใ หม่ ๆ อย่ า งหมู ่ 2 มี 165 หลัง คาเรื อนมี ประชากรประมาณ

6 - 7 ร้อยคน แต่ตอนนี้หมู่ 2 มีพัน กว่าหลังคาเรือน เกือบ 2 พันคน แล้ว ไหนยังต้องบวกประชากรแฝง อีก นี่ตั้งเป้าไว้ที่เท่านี้นะ เดี๋ยวก็เข้า มาเพิ่มอีกแล้ว ประชากรแฝงเยอะ มาก ตอนนี้ทำได้ประมาณครึ่งหนึ่ง ได้มั้ง กระทรวงสาธารณสุขเองพี่ว่า มั น ช้ า กว่ า กระทรวงอุ ต สาหกรรม เยอะ มานั่งตามหลังแก้ไขปัญหา

ที่เกิดจากเขา ใครเขาสร้างอะไร สาธารณสุขคอยแก้ ทำไมเวลาคิด จะสร้ า งอะไรกั น เขาน่ า จะเชิ ญ สาธารณสุขไปตั้งแต่แรก นี่พี่ก็ไม่รู้ นะว่าเขาเชิญไปรึเปล่า อยากให้ไป พร้อม ๆ กัน ไม่ใช่เขาทำแล้วเรามา นั่งแก้ แรก ๆ พี่เข้าไป สสจ. ไปหา ข้อมูลตรงนั้นตรงนี้ พี่ไม่ได้ข้อมูล อะไรเลยนะ เพราะเราคิดว่ามันน่า จะมี จะได้ เ อามาเป็ น แนวทางใน การดำเนินงาน”


ดั่ ง หมออนามั ย ที่ ไร้ ศั ก ดิ์ ศ รี . .. ไม่ ม ี

สิทธิ์แม้ออกเสียง

ความเป็นนักสาธารณสุข ที่มีหน้าที่ช่วยคลายทุกข์ร้อนผ่อน โรคให้กับคนในชุมชนบ้านฉางมา ถึง 19 ปี มีปริญญา มีประกาศนียบัตร มีใบประกอบวิชาชีพ มีสถานบริการสาธารณสุขเป็นหลักแหล่ง อย่ า งถู ก กฎหมาย และมี อ ำนาจ เต็ ม ในการให้ บ ริ ก ารทางด้ า นสุ ข ภาพที ่ ค รอบคลุ ม 4 มิ ต ิ ห ลั ก ทั ้ ง สร้างเสริมสุขภาพ ควบคุมและ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และ ฟื้นฟูสุขภาพ ให้แก่ประชาชนใน เขตพื้นที่รับผิดชอบ แต่ทว่า หมออนามัยที่มีฐานรากมาจากพยาบาล คนนี้กลับไม่สามารถทำหน้าที่นั้น ได้ ต ามสิ ท ธิ ข อง “เจ้ า หน้ า ที่ ส าธารณสุข” คนหนึ่งพึงมี ครั้นร้องแรกแหกกระเชอเพื ่ อ ให้ ช าวบ้ า น สมรู ้ แ ล้ ว ออกมาปกป้ อ งและเฝ้ า ระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้น ก็ไม่ได้รับ ความร่วมไม้ร่วมมือ กลับหืออือไป กับลมลวงของความเจริญ… “พอพื ้ น ที ่ ม ั น มี ค วาม เปลี่ยนแปลง ความร่วมมือก็จะยาก ขึ้น บางทีพวกพี่ออกไปเองนะ ใส่ ชุดสีฟ้าอย่างนี้ออกไปคัดกรอง เขา โบกมือบ๊ายบายไม่ให้เข้าบ้าน เวลา สำมะโนประชากรก็บอกไม่สะดวก ไม่มีเวลา พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็น บ้านจัดสรร แต่ถ้าคนในพื้นที่เดิม จริ ง ๆ นี ่ ไ ม่ ม ี ป ั ญ หานะ ความ สัมพันธ์ยังเหมือนเดิมอยู่ สำหรับ

ิ้งงานบริการ

ถึงจะอย่างไร ก็ไม่ท

การรวมตัวที่จะมานั่งคุยกันถึงเรื่องปัญหาผลกระทบจากการขยายนิคมฯ นั้น ตอนนี้ไม่เห็นมีใครคิดแล้วนะเท่าที่ฟัง (ยิ้ม) ก็คงไปอยู่ตรงนู้นแหละ ส่วนท้องถิ่นก็เหมือนกัน มองแล้วก็ไปทางเดียวกันไม่มีใครเป็นตัวตั้งตัวตี ตอนที่ทางมาบตาพุดเกิดปัญหาเยอะ ๆ ทางมาบตาพุดก็มาพูดรณรงค์ให้ เฝ้าระวัง แต่มีคนไปร่วมฟังร่วมคิดน้อยมาก พี่ก็เจอแรงปะทะจากคนที่เคย ร่วมปกป้องมาด้วยกัน พอมาถึงตอนนี้เขามาบอกว่า หมอหมัยพูดแต่เรื่อง เก่า ๆ เคยมีปัญหาเรื่องหนึ่งในหมู่บ้านเกี่ยวกับเรื่องโรงงานนี่แหละ เราเห็น ว่ามันมีทางแก้ ก็ไปพ���ดกับผู้ใหญ่ในอำเภอ พี่ขึ้นไปที่ว่าการอำเภอเลยนะ บอกว่า นาย ! หนูเห็นอย่างนี้ อยากจะให้แก้ไข แต่เขาบอกว่าเขาเห็นอย่าง นั้น มันก็คิดไม่ตรงกัน ก็ โอ.เค. ในเมื่อเราทำอะไรไม่ได้ ก็หยุด พอรู้ว่าชาวบ้านไม่ได้กระตือรือร้นอะไรด้วย เขาไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับตรงนี้ รู้แต่เพียงว่า เศรษฐกิจดี ขายของดี ตลาดนัดขายได้ คนเยอะ เท่านั้น พี่ก็หยุดเลยเรื่อง พวกนี้” ฉะนี้แล้ว หมอหมัยจึงหันหลังกลับ มาจับงานตามกรอบการให้ บริ ก ารทางด้ า นสุ ข ภาพทั ่ ว ไป ไม่ อ ยากคิ ด ไม่ อ ยากหวั ง ถึ ง เรื ่ อ งที ่ จ ะ ต้านทานพายุอุตสาหกรรมที่โหมกระหน่ำมาอย่างหนักหน่วงนั้นอีกแล้ว... “เราก็มานั่งทำงานของเราไป คือมันไม่ได้อึดอัดอะไรนะ เพราะว่า คิดว่าเราคนเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาระดับนี้ได้ ต้องคิดอย่างนี้แล้ว เพราะจะไปเป็นตัวตั้งตัวตีคงไม่ได้แล้ว ในเมื่อเขาไม่ได้เห็นด้วยกับเรา ตอน นี้ก็ให้บริการตามกรอบบทบาทหน้าที่เป็นหลัก แต่เรื่องงานอาชีวอนามัย ต่าง ๆ นี่เราก็ไม่ทิ้งนะ ทำตามนโยบายมากกว่า อย่างตอนนี้ก็มีการดูเรื่อง

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  13


เหล่าทีมหมออนามัย... ในเขตแดนอุตสาหกรรม

ของเขตมลพิษร่วมกับทางโรงพยาบาล เขาออกมาตรวจเราก็เข้าร่วมด้วย

ปีนี้เข้าปีที่ 3 แล้วที่รัฐบาลเขาก็ให้งบลงมาทำเรื่องนี้ หลัก ๆ คือตรวจ ปัสสาวะ ดูสารเบนซิน ตรวจการทำงานของตับของไต ตรวจดูเม็ดเลือด xray ปอด ทางจังหวัดระบุมาเลยว่าต้องตรวจอะไรบ้าง โลหะหนักนี่ไม่ได้ ตรวจ เพราะเขาบอกว่าเราไม่ได้อยู่ในเขตมาบตาพุด แต่จริง ๆ พี่ว่าน่าจะ ตรวจนะเพื่อไว้เปรียบเทียบกัน สำหรับการทำงานตามกรอบนี่ก็ไม่ค่อยได้ ตามเป้าหรอกนะ ทำแทบตายก็ยังได้น้อย คนไข้ใน สอ. ก็เยอะมาก ๆ ตอน นี้แค่งานใน สอ. ก็ทำไม่หวาดไม่ไหวแล้วเหมือนกัน... ”

หากถามว่าท้อไหม ก็ตอบเลยว่ามาก : วิบาก- กรรมที่จะไม่ขอจำทน... อีกต่อไป !

แม้เกือบจะเต็มวงปีที่ 20 ของการทำงานสายสาธารณสุขในพื้นที่ บ้านเกิด แต่สมสมัยก็สังเกตว่า แทนที่งานเฝ้าระวังทางสุขภาวะของชุมชน จะก้าวหน้า ทว่ากลับหยุดนิ่งแถมยังทิ้งระเบิดเวลาเอาไว้ด้วยเหตุผลของ ความเจริ ญ เติ บ โตทางเม็ ด เงิ น ของเศรษฐกิ จ ปั ญ หาสาธารณสุ ข แบบ เก่า ๆ ยังไม่ทันจบ กลับต้องรบรากับปัญหาใหม่ที่นับวันจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เรื่อย ๆ … ที่ผ่านมา ดูเหมือนคนข้างนอกเท่านั้นที่เดือดเนื้อร้อนใจ คอย ห่วงใยถึงปัญหาที่อาจจะซ้ำรูปทับรอยเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับมาบตาพุด แต่ตราบใดที่ยังไม่มีมาตรการรองรับชัดเจนและศักดิ์สิทธิ์พอ ยังทำเป็นหรี ่

14

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

หู ดู ไ ม่ เ ห็ น ปล่ อ ยให้ โ รงงานผุ ด ขึ ้ น เรื่อย ๆ ถ่างขยายอาณานิคมอุตสาหกรรมกั น ไม่ ห ยุ ด ไม่ ห ย่ อ น ตั ว คนในพื้นที่อย่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านกลับ นอนหลับไม่รู้ ก็ไม่เห็นทางว่าจะทน ทุกข์ทรมานไปทำไม ถึงจะลุกขึ้น ต่อสู้ใหม่แต่ไร้เสียงสนับสนุน ซ้ำ ร้ายก็อาจจะไม่ปลอดภัยกับชีวิตตัว ในที่สุด หญิงผู้ยืนหยัดในความถูก ต้องก็เลือกที่จะยุติบทบาทของตัว เองในนามของหมออนามั ย สม สมัยขอละวางชีวิตที่มีแต่ความเจ็บ ปวดจากวิถีการทำงาน หลีกหนีไป เสียจากเรื่องราวซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่ เธอเผชิญมาตลอด โดยเฉพาะช่วง ระยะเวลาร่ ว ม 6 ปี ห ลั ง ของการ ทำงานซึ่งเธอรู้สึกเหนื่อยและท้อสุด ทน หมดแรงจะหายใจต่อในหลุม บ่อของระบบสาธารณสุข... อีกต่อ ไป !


“ตุลานี้จะออกแล้ว ไม่รอ แล้วล่ะ early ไม่ได้ก็ลาออก จริง ๆ จะลาออกตั้งแต่เมษานี้แล้ว เสี่ยงดู ว่าโควต้าจะถึงเรารึเปล่า ตรงจุดที่พี่ จะออกไม่ได้เกี่ยวกับงาน มันเกี่ยวกับครอบครัวมากกว่า เพราะว่าพอ เราทุ่มเวลามาที่งานครอบครัวเรา

ก็ ดู จ ะแย่ เราก็ เ ลยคิ ด ว่ า เราเอา ครอบครั ว เราดี ก ว่ า นะ อี ก อย่ า ง

อันนี้มันก็ชินแล้วไง ก็คือ 19 ปีที่ ทำงานนี่มันก็ชิน มันไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงที่เราจะทำตรงนั้นแล้ว ตอน นี้ก็ต้องยึดครอบครัวบ้าง แต่ก็ตั้ง เป้าหมายชีวิตจากการเรียนจบมา แล้ ว แหละว่ า เราขอไปมี ช ี ว ิ ต ของ

เราเองบ้าง เปลี่ยนให้น้องรุ่นใหม่ เขาได้บริหารบ้าง เผื่อเขาจะมีฝีมือ ที่เก่ง ๆ สุขภาพพี่ตอนนี้ก็ไม่ดีแล้ว ด้วย สายตาแย่ลง...” ถึงจะปากแข็งว่าอยากลา ออกไปเพื ่ อ ให้ เ วลากั บ ครอบครั ว แต่ใครจะไปเชื่อ เพราะพอแย้มถึง เรื ่ อ งปั ญ หามลภาวะจากโรงงาน อุตสาหกรรมซึ่งน่าจะเป็นเรื่องค้างคาใจ เธอก็ยังอดห่วงใยไม่ได้ ทิ้ง ท้ายไว้ว่า...

“เรื่องขยายโครงการฯ นั้นน่าจะพอแล้วหรือยุติได้แล้ว เพราะ มลภาวะมันจะต้องมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ธรรมชาติมีเพียงเท่านี้ ของเก่า หรือปัญหาเก่า ๆ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นเท่าที่ควรเลย...” ท้องฟ้าเหนือหาดพยูนในวันนี้ยังคงเป็นสีฟ้าแจ่ม น้ำทะเล ถึงแม้จะไม่ใสเหมือนอดีต แต่ก็ยังคงสีเข้มแบบน่านน้ำแถบอ่าวไทย ไม่มีเปลี่ยน แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องกระทบผืนน้ำเกิดเป็นพราย สะท้อนยั่วตาระยิบระยับ เสียงหวีดหวิวล้อลมของทิวป่าสนริมหาดยัง คงบ่งบอกได้ว่าอดีตยังย้อนหาได้ ณ ที่ตรงนี้ ! แต่ถ้าปัญหาการรุกคืบของนิคมอุตสาหกรรม ยังคงเข้ามา ครองพื้นที่บ้านฉางอย่างต่อเนื่องแบบไร้การเหลียวแลถึงผลกระทบ อย่าหมายว่าสิ่งที่เห็นจะไม่อวสาน พยูนคงจะเหลือเพียงความทรงจำ เป็นได้ก็แค่... ซากหาดทราย ! เอกสารประกอบการเขียน 1. กองบรรณาธิการ “นายรอบรู้”. (2549). หนังสือชุด “นายรอบรู้” : ระยอง. สำนักพิมพ์สารคดี, กรุงเทพมหานคร. 2. วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง. (2550). แสงใต้ในมรสุม. สำนักพิมพ์สารคดี, กรุงเทพมหานคร. 3. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2551). อนาคตระยอง เส้นทางสู่สังคมสุขภาพ. บริษัทคุณาไทย จำกัด (วนิดาการพิมพ์), กรุงเทพมหานคร.

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  15


“น้องมองพี่” : ทักษิณ วรรณศิริ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญการ (หนึ่งในเพื่อนร่วมงาน)

16

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ทำงานด้วยกันมา 15 ปี ผมมองว่าพี่เขาเป็น คนจริงจัง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทุ่มเทให้กับการ ทำงานมาก ทำงานด้วยความรวดเร็ว พูดแล้วทำเลย และทำแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด แต่ถึงแม้ว่าพี่เขาจะเป็น คนจริงจัง แต่ก็อัธยาศัยดี อยู่แบบพี่แบบน้องนะ เป็น คนที่แบบว่าน้องว่ายังไงก็ว่ากัน พี่เขาเป็นที่พึ่งของ น้อง ๆ ได้ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 47 – 48 ผม ไม่ได้อยู่วันเหตุการณ์นั้นหรอก คือพี่เขาค่อนข้างหัวรุนแรง เป็นคนตรงครับ มีความชัดเจนและเชื่อมั่น

ในตัวเองสูง เลยกล้าที่จะไปเถียงกับเขาในเวทีระดับ ใหญ่ ๆ แต่ผมก็เข้าใจในสิ่งที่พี่เขาทำนะ เพราะเขาทำ ในนามของกลุ่มที่รักในเขตพื้นที่ที่อยู่อาศัยและใน บทบาทของหมออนามัยที่เห็นว่าบ้านของ อสม. เดือดร้อน ก็เลยไปร่วมคัดค้านกับเขาด้วย หลังจากนั้น 2 - 3 วัน ทางผู้ใหญ่ก็เรียกไปพบ บอกว่าให้เพลา ๆ หน่อย ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ออกตัวอย่างนั้นมันแล ไม่เหมาะ แต่สำหรับผม ผมมองว่าเมื่อมันมาตั้งอยู่ใน บ้านตัวเอง เราก็ถอดหัวโขนไปได้นี่ ทุกคนที่ไปก็รู้ว่า นั่นหมอหมัยน้อ เป็นลูกของคนนั้นลูกของคนนี้มาช่วย ร่วมต่อต้านโรงงานกลุ่มนิคมฯ ในส่วนของเรื่องโรงงาน นี่พี่เขาไม่เอาเลยนะ เหมือนกับรู้ว่ายาบางตัวมันมี

พิษ ยาบางตัวกินเพื่อประโยชน์���ค่นิดเดียวแต่ผลกระ- ทบมันเยอะ เขาจะมองโรงงานที่เข้ามาตั้งในลักษณะ อย่ า งนั ้ น เหมื อ นกั น ช่ ว งหลั ง นี ่ พ ี ่ เ ขาวางมื อ ไปเลย เวลามีการเรียกประชุมเรื่อง EHIA เรื่องโรงงานนี่ก็ไม่ ค่อยออกเพราะไม่ได้อย่างที่ใจคิด ตอนนี้งานที่เกี่ยวกับเรื่องนิคมฯ เรื่องโรงงานนี่พี่เขาให้ผมรับแล้ว ให้ผม contact คือพี่เขาไม่อยากชนด้วยแล้วไง ! ..........


สั ม ภ า ษ ณ์ พิ เ ศ ษ วัฒนา วัฒนะ

บุญธรรม ลาชี :

วิถีหมออนามัยอ่าข่า คือ...อาสาสร้างสุขให้ชุมชน

แต่ไหนแต่ไร “ชนกลุ่มน้อย บนดอยสูง” ที่ฝักรกปลูกรากอยู่ แถบภาคเหนือของประเทศไทย ถือ เป็น “คนภูเขา” ที่ขาดโอกาสและ สิ ท ธิ ข ั ้ น พื ้ น ฐานแทบทุ ก ประการ ล้าหลังทั้งในเรื่องของความรู้ การ ใช้ชีวิต ตลอดจนการหาอยู่หากิน แบบคนเมือง เป็น “ชนเผ่า” ที่ถูก คนพื้นราบนำมายั่วล้อ โดยเฉพาะ เรื ่ อ งของความไม่ ถ นั ด ในการใช้ ภาษาไทย… และเต็มไปด้วยความ ซื่อใสอ่อนเยาว์... ต่อมารยา ! ภาพซ้ำแล้วซ้ำอีกของคนภูดอย ที ่ ถู ก หลอกไปขายเรื อ นร่ า ง

และใช้แรงงานตามหลื บ ซอกของ ผืนเมืองพื้นล่าง จึงหาได้ยากยิ่งที่ จะมี บ างใครภายในเผ่ า สามารถ ก้าวข้ามการตีตรา ไปมีอาชีพที่เชิดหน้าชูใจได้ตามแบบพิมพ์นิยมของ คนเมืองศิวิไลซ์ ! .... ทว่ามีบ้างที่แหวกวิถี ไม่ขอ หยุดลงตรงคำปรามาส แต่ได้หลุด เข้าไปอยู่ในระบบราชการ เป็นครู เป็นตำรวจ ฯลฯ มีเส้นงานอาชีพที่ คนสายพันธุ์เดียวกันโดยส่วนใหญ่ ยังไต่ไม่ใคร่ถึง หนึ่งนามในนั้นคือ “บุญธรรม ลาชี” หมออนามัยที่ มีต้นทางชีวิตมาจากชนเผ่าอ่าข่า

ชนเผ่ า ที ่ อ พยพจากจี น เข้ า มาตั ้ ง รกรากหาอยู่หากินตามภูหนาวบน ดอยเหนือตรงรอยต่อของเขตแดน ไทย - พม่า มานับ 100 ปี ชนเผ่าที่ คนพื้นราบรับรู้เรื่องราวของพวกเขา ผ่านชื่อเรียก “อีก้อ” ซึ่งมีลักษณะ เด่ น ทั ้ ง ชาติ พ ั น ธุ ์ แ ละวั ฒ นธรรมประเพณี หญิงชายร่างเล็กใส่ชุดดำ สวมเครื่องประดับเงิน นับถือผี โดยเฉพาะเอกลักษณ์ของชนเผ่าที่โดดเด่นที่สุดก็คือ บริเวณหน้าหมู่บ้าน ทุกหมู่จะต้องมี เสาชิงช้า... และ... ลานสาวกอด ! /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  17


บุญธรรม ลาชี

เด็ ก ชายที ่ ถ ื อ กำเนิ ด ใน ครอบครัวชาวไร่บนแดนดอยหลัง เขาแถบจังหวัดเชียงรายเมื่อ 46 ปี ก่ อ น มี ช ่ ว งชี ว ิ ต วั ย เยาว์ ภ ายใต้

ขอบริมของความเจริญในแทบทุก ด้าน ความพากเพียรพยายามที่มี อยู ่ ใ นสายเลื อ ดค่ อ ย ๆ บ่ ม เพาะ เมล็ดพันธุ์แห่งความมานะบากบั่น กล้าแกร่ง และเติบโตในวิถีที่เชื่อ จากพนักงานสุขภาพชุมชน (พสช.) เขาค่อย ๆ ไต่เต้าจนสามารถสวม บทบาทของ “เจ้าพนักงานสาธารณสุชชุมชนชำนาญการ” พร้อม รั ก ษาการหั ว หน้ า สถานี อ นามั ย บ้านพญาไพร แห่งตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ ้าหลวง จั งหวัดเชียงราย เป็น “หมออนามัยอ่าข่า” ที่ ทำหน้าที่สร้างเสริมสุขภาพให้กับ ชนเผ่าในพื้นที่ได้อย่างสมภาคภูมิ มาตั้งแต่ปี 2529 จวบถึงปัจจุบัน

ถึงแม้ปัจจุบันเทือกเขาบน ดอยสูงจะเต็มไปด้วยไร่ชาสายพันธุ์ ดี ที ่ ส ร้ า งรายได้ ม หาศาลให้ ก ั บ คนในพื้นที่ หมู่บ้านพญาไพรกลาย เป็นอู่ทองของธุรกิจใบชา แต่อย่างไรก็ตาม ที่นั่นก็ยังคงมีกลิ่นอาย ของดงไม้ สายลม และหมอกจาง ไม่ต่างไปจากอดีต ณ ที่ตรงนั้นยัง ได้ยินเสียงกระซิบบอกเล่าเรื่องราว ของหมออนามัยอ่าข่า ที่อุทิศตน ทำหน้าที่นักสร้างเสริมสุขสุขภาพ ให้ ช ุ ม ชนและชนเผ่ า มานานกว่ า 20 ปี ! และต่ อ ไปนี ้ ค ื อ เรื ่ อ งราว ความคิ ด ความมุ ่ ง มั ่ น พากเพี ย ร ของชายชาวไทยภู เ ขาคนหนึ ่ ง ที ่ ต้องการไปให้ถึงฝั่งฝัน ผู้ที่มาจาก ริมขอบของการพัฒนา สู่... หมออนามัยอ่าข่า ผู้อาสาสร้างสุขให้ ชุมชน ซึ่งมิใช่เป็นแค่เพียงหมอที่

หมายเหตุ : ถึงแม้สื่อต่าง ๆ โดยทั่วไปมักออกเสียงและเรียกขานชนเผ่า “อ่าข่า” ว่า “อาข่า” แต่ผู้สัมภาษณ์ - เรียบเรียงมีความ ตั้งใจที่จะถ่ายทอดตัวอักษรให้ล้อตามการออกเสียงจริงของชนเผ่ามากที่สุด จึงขอใช้คำ “อ่าข่า” ทุกครั้งที่มีการกล่าวถึงชื่อชนเผ่า

ดังกล่าวใน “สัมภาษณ์พิเศษ” ฉบับนี้ 18

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


ทำงานรั ก ษาพยาบาลบนอาคาร สถานบริ ก ารสาธารณสุ ข เท่ า นั ้ น กลั บ กั น เขาได้ ล งมื อ ทำงานเพื ่ อ ช่วยเหลือพี่น้องร่วมเผ่าในหลากหลายมิ ต ิ ข องชี ว ิ ต รวมถึ ง ได้ ท ำ หน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างพี่น้องต่างชนเผ่าบนยอดภู ตลอดจน เจ้ า หน้ า ที ่ ภ าครั ฐ หรื อ คนผื น ราบ ให้เกิดความเข้าใจ ลดอคติที่ “คน ต่ า งฐานราก” มี ต ่ อ … “ชาวภู ดอย” ! สังเกตจากชื่อของหมู่บ้าน เห็น มีคำว่าบ้านพญาไพรถึง 3 หมู่ แต่ ล ะหมู่ ก็ มี ส ร้ อ ยตามหลั ง คำ พญาไพร อยากทราบถึงที่มาที่ ไป แล้วสร้อยท้ายคำนั้นหมายถึงอะไร

ที่มีอยู่ก็คือพญาไพรเล่าจอ พญาไพรเล่ามา พญาไพรลิทู่ แล้ว ทำไมต้องใช้ชื่อไม่เหมือนกัน คือ อย่างนี้ พอดี 40 ปีที่แล้วมีคนบุกเบิกตั้งหมู่บ้าน เขาก็เลยตั้งชื่อตาม แกนนำผู้บุกเบิก มีชื่อเล่าจอ เล่ามา และลิทู่ อย่างเล่ามาก็คือชื่อพ่อ ผมนี ่ แ หละครั บ ท่ า นเสี ย ไป 2 ปี แล้ว ลิทู่นี่ก็อ่าข่า ส่วนเล่าจอคือ เผ่าลาหู่หรือชาวมูเซอครับ คนอยู่ ไกล ๆ อาจจะไม่ค่อยเข้าใจว่า ที่ เรียกพญาไพรนั้นคือพญาไพรไหน แน่ ถ้าหมายถึงพญาไพรที่สถานีอนามัยตั้งอยู่ก็คือพญาไพรเล่าจอ สำหรับสถานีอนามัยที่นี่รับผิดชอบ หมู ่ บ ้ า นทั ้ ง หมด 5 หมู ่ นอกจาก พญาไพรทั้ง 3 หมู่แล้ว ก็มีบ้านแม่หม้อ และบ้านผาจีที่เป็นฐานทัพ

ของทหารเพราะเป็ น เขตติ ด ชายแดนพม่าก็อยู่ในเขตรับผิดชอบ

เบ็ดเสร็จแล้ว สถานีอนามัยบ้านพญาไพรมี ทั้ ง หมดกี่ ห ลั ง คาเรือน ประชากรประมาณเท่าไหร่

ถ้าคิดรวมทัง้ 5 หมูม่ หาดไทย เราก็รับผิดชอบหลังคาเรือนทั้งหมด

989 ประชากรประมาณ 6,464 แสดงว่าในอดีตผู้นำตามธรรมชาติ มี อิ ท ธิ พ ลสู ง มาก แล้ ว ปั จ จุ บั น ผู้ น ำตามธรรมชาติ ยั ง คงมีอำนาจมีบทบาทอยู่มั้ย

มีครับ ดูแล้วทุกวันนี้ไม่ว่า ชุ ม ชนไหนบนพื ้ น ที ่ สู ง ผู ้ น ำแบบ ทางการของรัฐที่เขาตั้งให้กับผู้นำ ตามธรรมชาติก็ผนวกด้วยกันและ คอยช่ ว ยเหลื อ กั น ผู ้ น ำแบบทาง การบางทีก็เป็นคนที่เพิ่งจบมัธยม อายุก็ยังไม่มาก ผู้นำแบบทางการ

ส่วนใหญ่ได้ปรึกษาผู้นำตามธรรมชาติที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว ที่นี่ อยู่กันแบบต่างให้เกียรติกัน

แ ล้ ว เ รื่ อ ง ข อ ง วั ฒ น ธ ร ร ม ป ร ะ เ พ ณี ปั จ จุ บั น ไ ด้ มี ก า ร สื บ ท อ ด ต า ม บ ร ร พ บุ รุ ษ อ ยู่

มั้ย

ก็ ย ั ง มี ก ารสื บ ทอดอยู ่ ค รั บ เรื ่ อ งการแต่ ง กายถึ ง แม้ ต อนนี ้ จ ะ แต่งเหมือนข้างล่างแล้ว แต่เมื่อมี งานประเพณี ป ระจำปี ก ็ จ ะใส่ ช ุ ด ประจำเผ่ากัน อย่างตอนนี้ทุกวัน ศุกร์ทางโรงเรียนก็รณรงค์ให้เด็ก นักเรียนใส่ชุดประจำเผ่า หรือเรื่อง ของภาษาพู ด ปกติ ก ารพู ด คุ ย ใน ชีวิตประจำวัน ก็ใช้ภาษาชนเผ่ากัน นะ คือภาษาหลักที่นี่เนี่ยมีอยู่ 3 ภาษาคือ ลาหู่ อ่าข่า จีน ส่วนมาก คน ๆ หนึ่งก็รู้ 2 - 3 ภาษาอยู่แล้ว มีน้อยคนที่รู้แต่เฉพาะภาษาของตัว เอง

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  19


ประเพณี ที่ ม าจากความเชื่ อ แต่ ดั้งเดิมของชนเผ่าที่ต้องทำตาม อย่างบรรพบุรุษนี่มีอะไรบ้าง

หนึ ่ ง โล้ ช ิ ง ช้ า ประเพณีนี้ เขาถือเป็นช่วงฤดูของทางผู้หญิง จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงเทพธิดาผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์มาให้ ประมาณเดือนสิงหา - กันยา สอง งาน ประจำปี ค ื อ ประเพณี ช นไข่ แ ดง ส่วนมากจัดกันเดือนมีนา - ���มษา และสามก็ ค ื อ ประเพณี ป ี ใ หม่ ซึ ่ ง งานฉลองปีใหม่แบบอ่าข่าก็จะจัด ช่วงเดียวกับข้างล่าง คือประเพณี ทั้ง 3 อย่างนี้คือภาพรวมของทั้ง หมู่บ้าน ซึ่งถือว่าเป็นวันหยุดร่วม กัน

นอกเหนือจากความเชื่อดั้งเดิม เรื่ อ งวั ฒ นธรรมประเพณี แ ล้ ว

ในส่ ว นของศาสนาที่ ช าวบ้ า น นับถือล่ะ

ส่ ว นใหญ่ ย ั ง นั บ ถื อ ผี ปู ่ ย ่ า นับถือบรรพบุรุษ ส่วนที่เห็นโบสถ์คริสต์นั้น ศาสนาคริสต์ได้มีการ

เผยแพร่เข้ามาประมาณไม่ถึง 15 ปี อาคารแบบปัจจุบันนี้ก็เพิ่งก่อสร้าง มาได้ 8 - 9 ปีเอง ก่อนนั้นยังไม่มี อะไร ถูกนำเข้ามาโดยฝรั่งผู้สอน ศาสนา ส่วนผมนี่นับถือพุทธ แต่ก็ ยังยึดประเพณีนับถือปู่ย่าตายาย อยู่ การเซ่นไหว้ก็ยังมีอยู่

รายได้หลักของประชากรที่นี่มา จากการประกอบอาชีพอะไรเป็น หลั ก ใช่ ผ ลผลิ ต จากไร่ ช าหรื อ เปล่า

ใช่ครับ ส่วนมากภาพรวม ทั้งหมดแล้วคือชา

ส่วนใหญ่ชาวไร่ของที่นี่เขานิยม ปลูกชาพันธุ์อะไร

มีอยู่ 3 พันธุ์ มีชาพื้นเมือง ชาอัสสัม ชาอัสสัมนี่ถือเป็นชาดั้งเดิมของที่นี่เลย แล้วก็มีชาอูหลง โดยเฉพาะชาอูหลงเบอร์ 12 และ เบอร์ 17 ที ่ ต ามมาที ห ลั ง นี ่ จ ะมี ราคาค่อนข้างสูง

“ชาอูหลง” ชาขั้นเทพที่กำลังได้รับ ความนิยมจาก “นักนิยมชา” 20

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


เขาซื้อ - ขายกันยังไง

ตีเป็นกิโลครับ

มีตัวแทนกลุ่มนำลงไปขายหรือ มีพ่อค้าจากข้างล่างขึ้นมารับซื้อ เอง

คือมีตัวแทนกลุ่มในชุมชน อยู่แล้ว เขาทำเป็นระบบสหกรณ์ โดยมี เ กษตรกรผู ้ ท ำไร่ ช าทั ้ ง หมด เป็นสมาชิกกลุ่ม มีการตั้งโรงงาน ของชุมชน สิ้นปีก็มาดูกำไรขาดทุน แล้วดูว่าจะตั้งงบปีต่อไปกันอย่างไร สำหรับการจำหน่ายก็คือมีทั้งบริษัท ข้างล่างเป็นผู้มารับและเป็นแบบ ข้างบนนำไปส่งให้ก็มี นอกเหนือจากชาแล้ว ชาวบ้าน มีการปลูกไม้หรือทำไร่อย่างอื่น ไว้เป็นรายได้เสริมบ้างมั้ย

ก็ ม ี ข ้ า วโพด มี ข ้ า วไร่ แต่ ส่วนใหญ่ก็ปลูกไว้เพื่อบริโภคมาก กว่า ไม่ได้ส่งขายอย่างชา

แต่ ล ะครั ว เรื อ นนี่ เ ขามี ที่ ท ำกิ น เป็นของตัวเองมั้ย

ส่วนใหญ่เขามีที่เป็นของตัว เองอยู่แล้ว

ฐานะทางเศรษฐกิ จ ของคนที่ นี่ เป็นยังไงบ้าง

ภาพรวม ๆ ทั ้ ง หมดค่ อ น-

ข้างดีอยู่ ช่วยเหลือตัวเองได้ หนี้สิน เท่าที่ดูนี่ไม่ค่อยจะมี จริง ๆ ถ้าพูด ถึงแล้วนี่วิถีชีวิตของชนเผ่าบนพื้น-

ที่สูง ถ้าไม่จำเป็นแล้ว เขาไม่ไปยืม หนี้สิน เขาไม่อยากเป็นหนี้ มี ช าวบ้ า นที่ เ ป็ น บุ ค คลพึ่ ง พิ ง หรื อ ไร้ อ าชี พ ต้ อ งคอยรั บ การ ช่วยเหลือจากภาครัฐบ้างมั้ย

ไม่เจอ ถ้าถามว่าทำไมถึง ไม่มี คือถ้าไม่ใช่คนที่เจ็บป่วย ถ้า ร่างกายสมบูรณ์ก็จะต้องมีรายได้ เพราะเขามีพื้นที่ให้ทำอยู่แล้ว แรงงานต่อวันคือ 100 กว่าบาทให้อยู่ แล้ว หรือ 120 – 150 เขาก็ให้อยู่ แล้วไม่ว่าเพศหญิงเพศชาย คนไม่

ขี ้ เ กี ย จอยู ่ ใ นพื ้ น ที ่ น ี ่ แ หละดี ท ี ่ ส ุ ด แล้ว ขอให้ทำเถอะ ไม่มีวันขาดรายได้อย่างแน่นอน คืออย่างนี้ พวก เจ้าของสวนชานั้นเขาไม่สามารถ เก็บได้หมดคนเดียวหรอก มันต้อง อาศัยคนเข้ามารับจ้าง ส่วนใหญ่ก็ คิดกันกิโลละ 4 บาท คนไหนที่เก็บ ได้เยอะก็ได้เงินเยอะ ไม่ต้องลงไป หากินข้างล่างหรอก ที่นี่มันมีงาน รออยู่แล้ว มองเรื่องการรวมตัวของชุมชน ที่นี่เป็นยังไงบ้าง

พู ด ถึ ง การรวมตั ว แล้ ว ก็ รู้สึกว่าชาวบ้านเขามีความสามัคคี ดีนะ ที่เห็นชัดที่สุดก็คือเรื่องของ อาชีพ ที่เขาเอาระบบสหกรณ์มา

ใช้ในการจัดการระบบของการซื้อ-

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  21


ขายชานี ่ แ หละ นอกนั ้ น ก็ เ ป็ น ลั ก ษณะการรวมกลุ ่ ม กั น ในเรื ่ อ ง การจั ด งานประเพณี ข องชนเผ่ า หรือหากมีงานสำคัญ ๆ เช่น วันพ่อ วันแม่ ก็มีการแบ่งกลุ่มกันทำงาน ทางด้านพัฒนาหมู่บ้านในรูปแบบ ต่าง ๆ ในแง่ ข องสาธารณสุ ข นอก เหนื อ จากมี อสม. ที่ เ ป็ น เพื่ อ น ร่ ว มทำงานกั บ เรา กลุ่ ม สร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพอื่ น ๆ ในชุ ม ชนมี ความเข้มแข็งดีมั้ย

ที่นี่ก็เข้มแข็งดีครับ แต่มัน ไม่สามารถเปรียบเทียบกับคนข้าง ล่างได้ เพราะข้างล่างเขามีพื้นฐาน การศึกษาดีอยู่แล้ว แต่สำหรับคน บนพื้นที่สูง ไม่ว่าเผ่าไหนถึงอย่างไร ก็ยังทำได้ไม่ดีนัก เรื่องการตั้งกลุ่ม ต่าง ๆ ก็ยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับ เขา บางคนเสียสละเต็มที่ ดูแล้วก็ โอ.เค. ชาวบ้ า นเอาด้ ว ยเล่ น ด้ ว ย แต่อย่างที่บอก เขาไม่มีการศึกษา คือไม่ได้เรียนหนังสือ เลยอาจจะ ทำความเข้าใจกันยากสักหน่อย เราก็ต้องคอยอธิบาย

ใช่ ! อย่าง อสม. บางคนนี่ ไม่รู้หนังสือเลย แต่อาศัยว่ามีลูกที่ เรียนหนังสือ ข้อมูลต่าง ๆ จึงให้ลูก ทำแทน เขียนแทน

5 หมู่ ตอนนี้ ปั ญ หาทางด้ า น สาธารณสุขมีอะไรบ้าง

ส่วนมากมีไข้หวัดตามฤดูกาล และก็มีพวกเบาหวาน - ความดันที่มีจำนวนมากชึ้น พูดถึงเมื่อ ก่อน 18 - 20 ปีที่แล้ว เปรียบเทียบ โดยภาพรวมที่เราไปคัดกรองต่าง ๆ เบาหวาน - ความดันเมื่อก่อนเกือบ จะไม่มี หาได้ยาก ปัจจุบันเราไป ตรวจคัดกรองสุขภาพของประชาชนในพื ้ น ที ่ แ ล้ ว มาสรุ ป ดู พบว่ า จำนวนค่อนข้างที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ ก ่ อ นถนนหนทางไม่ ถ ึ ง ใช้ ร ถยนต์ไม่สะดวกเหมือนตอนนี้ รถที่ ขายกับข้าวมีครับ มีมอเตอร์ไซค์ขึ้น มาขายพวกผักพวกเนื้ออะไรอย่าง นี้ และส่วนมากพวกกับข้าวชาวบ้านเขาก็ซื้อขึ้นมาจากเชียงรายกับ แม่จันด้วย คิดว่าคงมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเมื่อก่อนนี้ 10 – 20 ปีที่แล้ว ถนนก็ไม่ดี การหากินคือช่วยเหลือ ตัวเอง ปลูกผัก เลี้ยงหมูเอง ฆ่าหมู แล้วก็เอาไปทอด น้ำมันทอดก็เก็บ ไว้เป็นปี๊บ ๆ บริโภคกันเอง แต่ตอน นี้ซื้อจากข้างล่างเป็นส่วนใหญ่ หมอบุ ญ ธรรมมองว่ า สาเหตุ ที่ ทำให้จำนวนคนเป็นเบาหวาน – ความดั น เพิ่ ม ขึ้ น นั้ น เป็ น เรื่ อ ง ของการคมนาคมที่สะดวกขึ้น

ใช่ ! อย่างเช่นช่วงพฤศจิกา มกรา กุมภา ส่วนมากชาวบ้านเขา ถ้ า มองถึ ง เรื่ อ งปั ญ หาสุ ข ภาพ ปลูกผักกันก็ไม่ค่อยได้ซื้อเลย แต่ ของชุ ม ชน ในพื้ น ที่ รั บ ผิ ด ชอบ พอถึงช่วงหมดฤดูกาลก็จำเป็นต้อง 22

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ซื ้ อ อาหารจากรถที ่ เ ขาขึ ้ น มาขาย หรือลงไปซื้อมาจากข้างล่าง ดู ๆ แล้วน่าจะเกี่ยวกับการบริโภคที่มี ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แล้วพวกโรคติดต่อ พวกพยาธิ มาลาเรีย

เมื่อก่อนนี้มีอยู่ แต่รู้สึกว่า

4 – 5 เดือนมานี่ ไม่เจอนะ ไข้เลือดออกล่ะ

ไข้เลือดออกไม่ค่อยได้เจอ ไม่มีเลยนะในพื้นที่ จะเจอกรณีที่ว่า สำเนาทะเบียนบ้านอยู่ที่นี่ แต่คน ไม่ได้อยู่ ไปเจอที่โน่นแล้วส่งกลับ มาตามที่อยู่จริง เราก็สอบถามข้อเท็ จ จริ ง เสร็ จ แล้ ว เราก็ ย ื น ยั น ไป ทางจังหวัด ว่าคนนี้ไปทำมาหากิน อาศัยอยู่กับญาติได้กี่เดือนกี่ปีแล้ว แต่ไม่ใช่โรคประจำถิ่น เพราะที่นี่ ไม่มี อย่างเจาะเลือดแล้วเจอพวกสาร เคมีในเลือดนี่ มีบ้างมั้ย

พอมีบ้าง ส่วนใหญ่เราเจอ ในคนที่มีอาชีพเกษตรกร อีกส่วนก็ อาจจะมาจากการใช้ยาหรือใช้สาร ต่าง ๆ

ในส่ ว นของหมอบุ ญ ธรรมเอง การที่ เ ราเป็ น ชนเผ่ า เป็ น พวก เดี ย วกั น กั บ ชาวบ้ า น สิ่ ง นี้ เ อื้ อ ต่ อ การทำงานในบทบาทของ หมออนามัยมากน้อยแค่ไหน


ก็ เ อื ้ อ นะ เรานี ่ ถ ื อ เป็ น ตั ว เชื่อมความร่วมมือระหว่างรัฐกับ ชุ ม ชน แกนนำชุ ม ชนต่ า ง ๆ เขา ยอมรับ อันนี้เราได้เปรียบเพราะ เป็ น คนในพื ้ น ที ่ การศึกษามีครบ เหมือนคนข้างล่างทั่วไป เขาเห็นผลงาน เขายอมรับ แต่จริง ๆ แล้ว ถึง แม้ว่าคนจากข้างล่างขึ้นมาอยู่ เขา ก็ยอมรับนะ อยู่ที่ว่าคน ๆ นั้นจะ เอาจริงเอาจังเต็มร้อยรึเปล่า ถ้าเข้า มาอยู่ปีสองปีก็จะไปแล้วนั่นก็อาจ จะได้รับการยอมรับน้อย

มีเรื่องไหนบ้างที่ถึงแม้ว่าเป็นลูกหลานของชนเผ่า แต่ความเชื่อ ของสุ ข ภาพบางอย่ า งเราก็ อยากแก้ ไ ข เพราะอาจมี ผ ลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้าน มีบ้างมั้ย

มีอยู่บ้าง คือมันปลูกฝังแต่ ดั ้ ง เดิ ม ต้ อ งยอมรั บ ว่ า ยั ง มี ก ลุ ่ ม ยึดถืออย่างนี้อยู่ ส่วนใหญ่อายุ 50 กว่าแล้ว เราไปให้ความรู้หรือเผยแพร่ภาพเสียงหรือกระจายข่าวตาม หอกระจายเสียง คนที่เชื่อก็เชื่อ คน แ ต่ เ ร า นี่ เ ป็ น ค น ข อ ง พื้ น ที่ ที่ไม่เชื่อก็ไม่ได้ไปบังคับเขา แต่เรา แท้ ๆ โอกาสที่ย้ายไปที่อื่นก็ยาก ก็บอกด้วยเหตุผล ก็จะเห็นความจริงใจมากกว่า เช่นอะไรบ้าง ใช่ ค รั บ เขาก็ เ ห็ น เราเป็ น คนในพื้นที่ ยังไงก็ต้องรักในถิ่นตัว อย่ า งบางคนที ่ ม ี ไ ข้ สู ง ตั ว เอง เขามีความเชื่อมั่นตรงนี้สูง ไม่ ร้อน คนเฒ่าคนแก่ที่ยังเชื่อผิด ๆ ว่ า เข้ า ไปคุ ย กั บ ชนกลุ ่ ม ไหน ถึ ง ว่ า นั ่ น คื อ อาการของผี เ ข้ า ไปทุ บ ไม่ ใช่เผ่าอ่าข่าด้วยกัน ชุมชนเขาก็ หรือไปดึงก็จะทำให้คนเจ็บยิ่งเจ็บ ให้เกียรตินะ ขึ้นไปอีก ซึ ่ ง ถ้ า เราได้ ต รวจเลื อ ด

หาเชื้อโรคเขาอาจจะเป็นมาลาเรีย อย่ า งคำสอนของบรรพบุ รุ ษ หรือไข้เลือดออกก็ได้ แต่ความเชื่อ ตามความเชื่ อ ของชนเผ่ า ที่ แต่ดั้งเดิมก็มองว่าอาจจะโดนผีทำ เกี่ ย วข้ อ งการการส่ ง เสริ ม การ เช่น ผิดผี ผิดน้ำ ผิดต้นไม้ รักษาโรคแต่ดั้งเดิม มีอะไรที่มัน เอื้ อ ต่ อ การทำงานของเราแบบ ไปด้วยกันได้เลยมีมั้ย

พอจะมี ค ื อ เรื ่ อ งกระดู ก กระดูกหัก การเข้าเฝือก ซึ่งมีวิธี การที่เอื้อกันอยู่ ถ้าไม่เยอะไม่หนัก หนาอะไรก็ยังใช้ยาสมุนไพรประคบ หรือหมอเป่ายังมีอยู่ ก็ผสมผสาน กันไป

คุยตั้งแต่ตอนต้นว่าบ้านพญาไพรเล่าจอนี้เป็นชนเผ่าลาหู่หรือ มูเซอ การทำงานกับคนต่างชนเผ่าอย่างนี้ มีปัญหาบ้างมั้ย

ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นไทยใหญ่ จีนฮ่อ ลาหู่ อ่าข่า เราก็อยู่มา ด้วยกันนะ ภาษาท้องถิ่นก็รู้อยู่แล้ว สามารถสื่อสารคุยรู้เรื่อง ก็ไม่ค่อย

มีปัญหา อย่างช่วงเทศกาลปีใหม่ ของชนเผ่ า ไหน เวลาเขาทำตาม ประเพณีของเขา อันนี้เราก็เข้าไปมี ส่วนร่วม ช่วยอะไรได้ก็ไปช่วย หรือ ว่าทางอ่าข่านี้มีงานพวกเขาก็มา ร่วมด้วย ถ้าเป็นลักษณะของการรวมตัว ก็มาร่วมมาช่วยกัน

ใช่ ค รั บ มาช่ ว ยกั น เวลา ประชุมร่วมกันก็ไม่เห็นว่ามีการขัดแย้งอะไร อย่างเช่น อ่าข่าพูดลาหู่ ได้ ลาหู่พูดอ่าข่าได้ เหมือนแบบ เผ่าเดียวกัน ไม่มีปัญหา

นอกเหนือจากตัวกรอบบทบาทหน้ า ที่ ห ลั ก ในความรั บ ผิ ด ชอบ ของสถานี อ นามั ย แล้ ว ยั ง มี องค์กรส่วนอื่นที่เราได้เข้าไปร่วม เป็นเครือข่ายทำงานอีกบ้างมั้ย

มีครับ คือโครงการของชุมชนที ่ เ ข้ า มาพั ฒ นา ชื ่ อ โครงการ พั ฒ นาข้ า งเคี ย งของดอยตุ ง ผม ก็ได้เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการ ไป ร่ ว มคิ ด ร่ ว มเห็ น เขาให้ ส ิ ท ธิ ์ เ รา

เข้าไปเสนอว่าอย่างนี้ ๆ นะ เป็น ลักษณะแลกเปลี่ยน คุยกัน ถ้าถามถึงเรื่องอุปสรรค เงื่อนไข ของพื้ น ที่ สู ง นี่ ถื อ เป็ น อุ ป สรรค ในการทำงานมั้ย

พู ด ถึ ง อุ ป สรรค เราเคยไป จั ง หวั ด อื ่ น ได้ ไ ปดู ข องเพื ่ อ นต่ า ง พื้นที่ เช่นไปจังหวัดตาก ที่อำเภอ

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  23


อุ้มผาง ห่างจากอำเภอเมืองไปอีก หลายร้อยกิโล มีอำเภอแล้วแต่ไม่มี ไฟฟ้ า เราไปถึ ง จุ ด นั ้ น เห็ น สภาพ แล้ ว เราเห็ น ใจเขาเลย กว่าจะมา ประชุมเขาต้องใช้เวลาเดินทาง 1 วัน เปรียบเทียบแล้วของเราสะดวก กว่าเยอะ เพราะของเรานี้ไฟฟ้าก็ ถึงแล้ว น้ำก็ไม่ขาด ถนนหนทางก็ดี กว่าที่อื่นเยอะ เรื่องการทำกินของ ชาวบ้านก็ไม่ขาดแคลน คำว่าอุปสรรคนั้น พอเราได้ไปเห็นที่อื่น ดูไป คิดไปด้วยจิตสำนึกตัวเองว่า ของ เราแทบจะไม่มีเลย

สามารถเบิกได้ทุกอาทิตย์ set เย็บ แผลต่าง ๆ เราก็ส่งนึ่งอยู่แล้วทุก อาทิ ต ย์ โรงพยาบาลก็ อ ยู ่ ไ ม่ ไ กล จากที ่ น ี ่ ม าก ถ้ า พู ด ถึ ง จุ ด นี ้ ก ็ ค ื อ ค่อนข้างสะดวกคล่องตัวนะ

ในบทบาทของคนทำงานด้ า น สร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพชุ ม ชน หมอ ยังมีความคิดที่อยากจะทำเรื่อง อะไรบ้าง

คิดครับ อย่างเช่นคนเฒ่าส่ ว นเรื่ อ งของสุ ข ภาพชาวบ้ า น คนแก่ ผู ้ สู ง อายุ ผมอยากให้ ม ี

ที่ เ รารู้ สึ ก ว่ า ยั ง เป็ น ปั ญ หาอยู่ การรวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน งบและต้ อ งค่ อ ย ๆ แก้ ไ ขไปก็ คื อ ประมาณส่วนหนึ่งเราจัดสรรให้เขา เรื่องเบาหวาน - ความดันและ ได้ทำกิจกรรม พยายามหาแนวทาง เรื่องโรคจากอาชีพ ที่จะไม่ให้คนเฒ่าคนแก่เงียบเหงา ผมมีความคิดนะ ได้คุยกับนายก ใช่ ! ใช่ ! คือดูแล้วในภาพ- อบต. อยู่ว่าจะมีแนวโน้มของความ รวมคือปัญหาเรื่องการใช้สารเคมี เป็นไปได้ขนาดไหน ที่ผ่านมาเรา ทำงานในพื้ น ที่ ต รงนี้ ม าก็ เ ข้ า ปี ในกลุ่มการเกษตร ยิ่งการปลูกชา ทำงานร่วมกับ อบต. ในเรื่องของผู้ ที่ 10 แล้ ว คิ ด ว่ า ยั ง มี ปั ญ หา บางอย่างต้องใช้ยาเยอะ อย่างอู- พิการต่าง ๆ โอ.เค. เขาดูแลดีมาก อุปสรรคอะไรอีกบ้างในเรื่องของ หลงแมลงกินใบเยอะ แต่ถ้าพันธุ์ ตอนนี้มีมาตรการก็คือ คนไหนเข้า งาน ที่ เ ราต้ อ งการแก้ ไ ขหรื อ อัสสัมนี่ไม่ค่อย ความอดทนความ ข่ายต้องดูแลรักษาก็ส่งพบแพทย์ อยากทำให้มันดีขึ้น แข็งแรงอยู่ในตัวชาอัสสัมนี่นะ การ ขึ้นทะเบียนกับทาง อบต. ไว้ เขาก็ ใช้ยาถ้าคนใช้เป็นก็รู้ว่าใช้กี่วันถึง จะมี ง บประมาณจั ด สรรให้ นอก ส่ ว นหนึ ่ ง คื อ เรื ่ อ งของการ จะหมดสารฤทธิ์ยา ถึงจะเก็บอะไร จากนี้ก็คิดอีกในเรื่องของนวัตกรรม จัดการในระบบ สอ. คือเจ้าหน้าที่ ได้ อาชีพเกษตรกรความรู้มีไม่เท่า ทางด้านสาธารณสุขต่าง ๆ คือที่ ไม่เพียงพอ ซึ่งก็มีปัญหาเกือบทุกที่ ที ่ ค วร การใส่ ช ุ ด สวมป้ อ งกั น ถึ ง ผ่ า นมาเราก็ ล องทำตามนโยบาย แล้วก็เรื่องงานเยอะนี่ไม่อยากจะ แม้ บ างครั ้ ง เราสอนไปแนะนำไป ที่ทางส่วนกลางกำหนดมานะ แต่ พูด แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่เพียงพองาน ทุกอย่าง เขาไปปฏิบัติไม่สะดวก เรื ่ อ งนวั ต กรรมนี ่ ม ั น ต้ อ งอาศั ย ก็จะไม่เยอะ สามารถแบ่งงานทำ หายใจก็ ไ ม่ ส ะดวกไม่ ค ล่ อ ง แล้ ว องค์กรชุมชนในพื้นที่ เราก็เข้าไป กั น ได้ งานเดี ๋ ย วนี ้ ไ ม่ เ หมื อ นเมื ่ อ อย่างเช่นการพ่นยาลมมาทางไหน แลกเปลี ่ ย นเรี ย นรู ้ ซ ึ ่ ง กั น และกั น

ก่ อ น เดี ๋ ย วนี ้ ง านหลั ่ ง ไหลเข้ า มา เขาไม่ ค ิ ด ก็ ม ี โ ครงการทำเรื ่ อ งนี ้ มีอะไรก็เล่าสู่กันฟังว่าจะทำยังไง จากทางกระทรวงฯ เยอะมาก คือ อยู่นะ โรงงานชาก็ทำเกี่ยวกับเรื่อง แบบไหนอะไรดี แต่ที่ผ่าน ๆ มาถ้า เรื่องงานนี่ชอบ ไม่เกลียดอยู่แล้ว อาชี ว อนามั ย การใช้ เ ครื ่ อ งจั ก ร เราเข้าไปคุยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ แต่พอมีปัญหาเรื่องบุคลากรต่าง ๆ ต่าง ๆ ต้องทำยังไง แล้วเกษตรกร บางกลุ่มเขาก็ไม่ได้ให้เวลาเท่าที่ ไม่พอ ไอ้ที่เราคิดจะทำเป้าหมาย เราก็ให้ความรู้วิชาการนี่กำลังทำ ควร เพราะส่วนมากเขาจะยึดอาโน่นนี่ บางสิ่งบางอย่างก็อาจจะไม่ อยู่ ส่วนเรื่องเบาหวาน – ความดัน ชีพยึดทำมาหากินเป็นหลัก ออกไป ได้ตามเป้าบ้าง อุปสรรคตอนนี้ก็ ก็ติดตามคัดกรองและให้สุขศึกษา เช้ากลับค่ำ มันก็มีหลายปัจจัยอยู่ เล็กน้อย เรื่องยาไม่มีปัญหาอะไร ก���นอยู่เรื่อย ๆ นะที ่ จ ะทำนวั ต กรรมสุ ข ภาพใน 24

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


เป็นรุ่นสุดท้ายที่อบรมที่นั่น หลัง จากนั้นเขาก็ส่งไปวิทยาลัยฯ จากสถานที่อบรม ดูเหมือนกับ ว่ า อบรมเพื่ อ ให้ เ รากลั บ มาจั บ งานเรื่องวางแผนครอบครัวเป็น หลัก

จะชนเผ่าไหนไหน ก็สมานใจร่วมไม้ร่วมมือ

ชุมชนเนี่ย บางครั้งเราก็เห็นใจเขา อย่างเช่นเรื่องการออกกำลังกาย เขาก็ อ อกอยู ่ แ ต่ อ าจไม่ ต รงสเป็ ค ของเราที่ให้เขาออกกำลังกายอย่าง นั้นอย่างนี้ ที่ผมบอกว่าเขาออกกำลัง ก็คือเขาออกกำลังไปทำงาน อะไรต่าง ๆ นั่นก็ถือว่าออกกำลัง แล้ว เพียงแต่มันอาจจะไม่ถูกหลักการ การไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ชุมชนเรื่องนี้จึงค่อนข้างจะช้านิด หนึ่ง ต้องแบ่งเวลาให้กับอาชีพของ เขาด้วย ต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้ อ งขอย้ อ นถามถึ ง เหตุ ผ ลที่ หมอบุ ญ ธรรมตั ด สิ น ใจเลื อ ก เรี ย น และเลื อ กประกอบอาชี พ เป็นหมออนามัยมาจนถึงทุกวัน นี้

คืออย่างนี้ ช่วงผมเรียนที่ เชียงราย ตอนนั้นยังไม่ทันจบ ม. 6 พอดีได้ข่าวว่าทางกระทรวงสาธา-

รณสุขเขามีโครงการให้มีการอบรม เจ้ า หน้ า ที ่ ท ี ่ ท ำงานเกี ่ ย วกั บ เรื ่ อ ง สาธารณสุ ข เขาต้ อ งการให้ ค นที ่ ผ่านการอบรมแล้วไปประจำอยู่ที่ สสช. (สถานบริ ก ารสาธารณสุ ข ชุมชน : ผู้สัมภาษณ์) เพื่อให้บริการ แก่ พ ี ่ น ้ อ งประชาชนที ่ อ ยู ่ ห ่ า งไกล ความเจริ ญ ตำแหน่ ง พสช. คื อ พนั ก งานสุ ข ภาพชุ ม ชน เรี ย น 6 เดือน โดยใช้วุฒิ ม. 3 ผมเห็นว่าน่าสนใจเพราะไม่ต้องออกเงิน เขามี ทุนให้ จบมาแล้วมีงานมีเงินเดือน อีกอย่างนะ ผมว่างานที่เราทำนั้น ได้ช่วยเหลือชาวเขาชาวดอยอย่าง พวกเราด้วย เพราะสมัยนั้นยังไม่มี สถานบริการสาธารณสุข ยังไม่มี หมออนามั ย บนดอยเลย ผมไป สอบก็ ส อบได้ ไปอบรมที ่ จ ั ง หวั ด ลำปาง อำเภอห้างฉัตร เป็นศูนย์งานวางแผนครอบครั ว ภาคเหนื อ จังหวัดลำปาง ไม่ใช่วิทยาลัยการสาธารณสุ ข ตอนนั ้ น รุ ่ น ผมนี ่ ถ ื อ

ใช่ ! แต่ ก ็ ม ี ง านอื ่ น เสริ ม ด้วย คือเขาก็เน้นเรื่องงานส่งเสริมสุขภาพ ฉีดวัคซีนควบคุมป้องกัน โรคด้วย ผมไปอบรมปี 2528 พอ 2529 เริ่มต้นปีงบประมาณปั๊บก็ได้ รับการบรรจุเข้าทำงาน ทำงานครั้ง แรกที่อำเภอแม่จันก่อน ก็กระจาย อยู่หลายที่ก่อนมาจะมาที่นี่ ผมอยู่ ที่แม่จันประมาณ 11 ปี พอปี 2542 ก็ได้ไปเรียนที่วิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธรพิษณุโลก จบมาปี 2544 ก็ มาอยู่ที่นี่จนถึงปัจจุบัน ทำไมถึงไปเรียนต่อตรงนั้นได้

ตอนนั้นนี่คือ ทางจังหวัดมี การประเมิ น พฤติ ก รรมและดู ผ ลงาน 3 ปีย้อนหลัง ทางจังหวัดคง เห็นเรามีคุณสมบัติก็จัดการให้เรา ได้ไปเรียน จบมาก็อยู่ที่นี่เลย สถานีอนามัย ที่ นี่ ก็ เ หมื อ นรอรั บ หมอบุ ญ ธรรมในบทบาทของหมออนามัยอย่างเต็มตัว

น่าจะเป็นลักษณะนั้น (ยิ้ม กว้าง)

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  25


20 กว่าปีที่ทำงานมานับตั้งแต่ บทบาทแรกคือ พสช. จนมาเป็น หมออนามั ย ในปั จ จุ บั น หมอมี หลักคิดในการทำงานอย่างไร

20 ปี ท ี ่ แ ล้ ว เรามาทำงาน แบบนี้ครั้งแรก มันเป็นงานใหม่ด้วย และเราก็ ไ ม่ เ คยเข้ า ชุ ม ชนต่ า ง ๆ เลย แรก ๆ ก็เหนื่อยกับชุมชน ไม่ ใช่ว่าชุมชนไม่ดีนะ แต่ชุมชนเขา

ไม่ค่อยเข้าใจ กว่าจะให้วัคซีนได้นี่ ยากมาก ไม่ ย อมให้ ฉ ี ด ก็ ม ี หรื อ เรื่องการฝากท้องฝากครรภ์ เรื่องนี้ เกือบทุกเผ่าเขาจะอาย ทำอย่างนี้ จะไปฝากได้อย่างไร ทำไม่ได้ ติดที่ ตัวสามีด้วยไม่ยอมให้ไปตรวจ เมื่อ ก่อนนี่ชุมชนมีความเข้าใจทางด้าน สุขภาพน้อยมาก ไม่ค่อยให้ความ ร่วมมือ เราก็ให้ความรู้ไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เข้าใจมาก ดีขึ้นเยอะ ถ้าพูด ถึงปัจจุบันกับเมื่อก่อนนี้คือดีขึ้น กลับกันเลยครับ ถ้าให้สรุปหลัก-

คิดในการทำงานของผมก็คือ ต้อง ทุ่มเทและต้องรอเวลา มีความภาคภูมิใจมากแค่ไหนใน การทำหน้าที่น ี้

ความภาคภูมิใจนี้คือเราอยู่ ในจุดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เราทำ งานให้ ก ั บ คนชุ ม ชน ทำงานช่ ว ยเหลือสังคม ทุกสิ่งทุกอย่างอาจไม่ สามารถช่วยได้ทั้งหมด แต่บางสิ่งบางอย่างเราช่วยเขาได้ อย่างการ

26

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ผมว่าการที่เราได้ ทำงานให้กับชุมชนทำให้ เรามีความสุข เพราะได้ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน

ให้ความรู้ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านเขาจะได้มีความรู้ เพิ่มภูมิคุ้มกันในตัวเองจะได้มาก ขึ้น ผมว่าการที่เราได้ทำงานให้กับ ชุมชนทำให้เรามีความสุข เพราะได้ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน คน บางคนมี โ อกาสน้ อ ยมากที ่ จ ะ สามารถทำงานให้สังคมได้ หลาย คนไม่มีโอกาสทำในลักษณะแบบนี้ เราคิดอยู่เสมอว่าถ้าเมื่อก่อนเราไม่ ไปเรียนหนังสือ ไม่มีงานทำ ป่านนี้ เราจะเป็ น คนแบบไหน ผมนึ ก ไม่ ออก คือเราไม่ได้ดูถูกอาชีพกรรมกรนะ แต่คิดว่าเราก็คงจะเหมือน เขา อาจจะต้องไปรับจ้าง ผมเปรียบเที ย บอย่ า งนี ้ อ ยู ่ ต ลอด จึ ง ยั ง มี ความสุขกับการทำงานนี้


หมอบุ ญ ธรรมตั้ ง ใจว่ า จะทำ ภารกิ จ หมออนามั ย นี่ ไ ปจนถึ ง เกษียณหรือว่ามีเป้าหมายว่าจะ ทำอะไรต่อหรือว่ายังไง

ก็ ค ิ ด ว่ า อยากจะทำต่ อ ไป เรื่อย ๆ การทำงานอย่างนี้ทำให้เรา ได้พบปะผู้คน แต่ถ้าเราออกจากที่ นี ่ ป ุ ๊ บ เราไปทำงานในไร่ ช าอย่ า ง เดียว คิดไปคิดมาก็คงไม่มีความสุข ออกไปแล้ ว ไม่ ไ ด้ ค ุ ย กั บ เพื ่ อ นฝู ง เหมือนมันว่างเปล่า เราเคยทำงาน ตั้งแต่ตอนเช้า อาชีพเรามาอย่างนี้ อยู่แล้ว จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ท้อนะ ยังไม่เบื่อ ยังชอบอยู่

สมมติ ว่ า หากระบบบริ ก าร สุ ข ภาพเปลี่ ย นไป มี เ รื่ อ งของ โครงสร้างใหม่ ถึงแม้วันนี้หมอ อยู่ในบทบาทรักษาการหัวหน้าฯ แต่ถ้าวันหนึ่งถูกลดบทบาทลง เป็ น เจ้ า พนั ก งานคนหนึ่ ง ใน กรอบบุคลากร จะรับมันไหวไหม

ถ้ า สมมติ ใ นอนาคต จะมี แพทย์หรือมีเจ้าหน้าที่อื่นเพิ่มขึ้น หรือต้องปรับเปลี่ยนไป จะให้ไปอยู่ จุดไหนตำแหน่งไหนไม่สำคัญ ผม อยู่ได้ ผมคิดว่าทุกคนที่มาทำงาน อย่ า งนี ้ น ั ้ น มี เ ป้ า หมายเพื ่ อ อาสา สร้างสุขให้ชุมชน อยากให้ชาวบ้าน

มีสุขภาพที่ดีทั้งนั้น ผมไม่มีปัญหา ไม่ยึดติดอะไรเลยครับ... ขอขอบคุณ : คุณบุญมี แก้วจันทร์ สำนักงาน สาธารณสุ ข อำเภอพญาเม็ ง ราย จังหวัดเชียงราย ; ผู้ประสานงาน และแนะนำ คนต้นเรื่อง

“บันทึกชีวิต... หมออนามัย : 30 เรื่อง 30 เล่า” ที่ ปรากฏอยู่บนพื้นที่ของ “เรื่องจากปก” และ “สัมภาษณ์พิเศษ” เป็นหนึ่งใน “โครงการจัดการความรู้ในการพัฒนา ศักยภาพหมออนามัย เพื่อการทำงานด้วยหัวใจแห่งความ เป็นมนุษย์” โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. บันทึก “ชีวิตหมออนามัย” ที่ดำเนินชีวิตอย่างดีงาม ต่อเนื่องสม่ำเสมอ และเพื่อ ยกย่องเชิดชูเกียรติในการทุ่มเททำงานด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ ให้รับรู้ในสังคมวงกว้าง ยิ่งขึ้น 2. เป็นการจัดระบบความรู้ที่มีอยู่ในตัวหมออนามัย เกิดการเรียนรู้ระหว่างหมออนามัย ด้วยกันเอง โดยมีหมออนามัยที่เป็นแบบอย่าง และเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เกิดจากการทำงาน ตลอดจนความรู้แบบใหม่ ๆ ที่ได้จากการค้นหา 3. เป็นการเสริมความดีงาม เป็นกำลังใจสำหรับหมออนามัยผู้ที่อุทิศชีวิตในการทำงานใน ชนบท ซึ่งมีผลกระทบต่อการสร้างเสริมสุขภาวะของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  27


บ ท ค ว า ม วิ ช า ก า ร นพ. ป���ะเวศ วะสี

การรวมศูนย์อำนาจคือหายนะของประเทศ :

พรรคการเมืองใดจริงใจ

กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นบ้าง

1. หายนะของประเทศเกิ ด จากการรวม ศูนย์อำนาจ แม้ ว ิ ก ฤตการณ์ ข องประเทศจะเกิ ด จาก สาเหตุหลายอย่าง แต่แก่นของมันคือการรวมศูนย์อำนาจของประเทศ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาใหญ่ ๆ อย่าง น้อย 5 ประการ คือ (1) ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ หากชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งจัดการตัวเองได้ จะจัดการปัญหาต่าง ๆ ไป 28

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ได้ 80 - 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องมาแก้กันที่ส่วนกลาง ทุก วันนี้ปัญหาจากทั่วประเทศพุ่งเข้ามาที่นายกรัฐมนตรีซึ่ง เป็นจุดรวมศูนย์อำนาจ นายกรัฐมนตรีทุกคนจะถูก ปัญหาท่วมทับจนหมดสภาพ ปัญหาต่าง ๆ แก้ไม่ได้ จริง บ้านเมืองวิกฤตมากขึ้น ๆ (2) ทำให้ เ กิ ด สภาพรั ฐ ล้ ม เหลว ระบบ ราชการที ่ ร วมศู น ย์ อ ำนาจมี ส มรรถนะต่ ำ คอร์ ร ั ป ชั ่ น

สูง จึงไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจน ไม่สามารถ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากร รวมทั้งไม่สามารถ


จั ด การการใช้ อ ย่ า งเป็ น ธรรมและยั ่ ง ยื น ไม่ ส ามารถ อำนวยความยุติธรรมแก่สังคม ไม่สามารถแก้ปัญหา ความรุ น แรง เช่ น ปั ญ หาชายแดนใต้ ฯลฯ เข้ า ข่ า ย รัฐล้มเหลว ทำให้เกิดความระส่ำระส่าย โกลาหล และ วิกฤต (3) ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างอำนาจ รัฐรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น วัฒนธรรมคือวิถีชี ว ิ ต ร่ ว มกั น ของกลุ่มชนที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้ อ ม หนึ่ง ๆ สิ่งแวดล้อมแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน วัฒนธรรม จึงหลากหลายไปตามท้องถิ่นต่าง ๆ อำนาจรัฐรวมศูนย์ ขัดแย้งกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น มี ผ ลทำลายระบบการอยู ่ ร ่ ว มกั น ระหว่ า งคนกั บ คน และคนกั บ สิ ่ ง แวดล้ อ ม เกิ ด วิ ก ฤตการณ์ ท างสั ง คมเศรษฐกิ จ สิ ่ ง แวดล้ อ มทั ่ ว ประเทศ และนำไปสู ่ ค วาม รุนแรง เช่น ความรุนแรงที่จังหวัดชายแดนใต้ ไฟใต้ จะดับไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่กระจายอำนาจไปสู่ชุมชน ท้องถิ่น (4) ทำให้ระบบการเมืองไร้คุณภาพ เพราะ อำนาจรัฐรวมศูนย์ดึงดูดให้นักธุรกิจการเมืองทุ่มทุน ขนาดใหญ่เพื่อเข้ามากินรวบอำนาจ ทำให้เกิดระบบ ธนาธิปไตย และความไร้คุณภาพของระบบการเมือง ไทย ที่สมรรถนะต่ำคอร์รัปชั่นสูง แก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ ได้ การแย่งอำนาจรวมศูนย์ทำให้เกิดการต่อสู้ทางการ เมืองรุนแรงนำไปสู่ความแตกแยก (5) ทำให้ รั ฐ ประหารง่ า ย อำนาจรั ฐ รวม ศูนย์ทำรัฐประหารง่าย แต่ถ้ากระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นโดยทั่วถึง จะทำรัฐประหารไม่ได้ เพราะไม่รู้จะยึด อำนาจตรงไหน ปัญหาใหญ่ ๆ ที่เกิดจากการรวมศูนย์อำนาจรัฐทั้ง 5 ประการนี้นำประเทศไปสู่หายนะ 2. ป้องกันหายนะโดยการกระจายอำนาจ ให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง คนข้างบนที่ไม่เคยสัมผัสความเป็นจริงข้างล่าง ไม่รู้ดอกว่าคนข้างล่างนั้น “ตื่น” ขึ้นมาจัดการตัว เองแล้ว คนข้างบนคุ้นเคยกับมายาคติและความเลว

ร้ายต่าง ๆ ข้างบนไม่รู้หรอกว่าข้างล่างมีสิ่งดี ๆ เยอะ ในระดับชุมชน กำลังมีการรวมตัวของผู้นำชุมชนเป็น สภาผู้ น ำชุ ม ชน ทำการสำรวจชุมชน ทำ แผนชุมชน เสนอให้สภาประชาชนคือที่ประชุมของคน ทั้งหมู่บ้านรับรองแผน คนทั้งชุมชนช่วยกันขับเคลื่อน การพัฒนาตามแผน ทำให้การพัฒนาอย่างบูรณาการ ทั้ง 8 เรื่องพร้อมกันไป คือ เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม วั ฒ นธรรม - สิ ่ ง แวดล้ อ ม - สุ ข ภาพ - การศึ ก ษา ประชาธิปไตย ควรสังเกตว่ากระบวนการนี้เป็นประ- ชาธิปไตยทางตรงที่คนทั้งหมู่บ้านมีส่วนร่วมโดยตรง ประชาธิ ป ไตยชุ ม ชนเป็ น ประชาธิ ป ไตยสมานฉั น ท์ และสร้างสรรค์ที่สุด ในระดับท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง 3 ประเภท คือ อบต. เทศบาล และ อบจ. ซึ่งมีเกือบ 8,000 องค์กร กำลังทำอะไรดี ๆ มากขึ้น

เรื่อย ๆ และเรียนรู้จากกัน ทำให้ก้าวหน้าและเข้มแข็ง ขึ้นเป็นลำดับ ประชาธิปไตยท้องถิ่น (local democracy) เป็ น ฐานของประชาธิ ป ไตยระดั บ ชาติ ที ่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ร. 7 ทรงปรารถนาจะให้ เกิดขึ้น ชุมชนท้องถิ่น ปกคลุมทุกตารางนิ้วของประเทศ ถ้าเข้มแข็งและจัดการตัวเองได้ ก็จะทำให้ฐานของ ประเทศมั่นคง สามารถรองรับประเทศทั้งหมดให้สมดุล และยั่งยืน ชุมชนท้องถิ่นจัดการตัวเองจึงเป็นหนทาง สู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย 3. สมัชชาชุมชนกับการปฏิรูป สมัชชาท้องถิ่นกับการปฏิรูป คณะกรรมการสมั ช ชาปฏิ รู ป ได้ จ ั ด ตั ้ ง คณะ กรรมการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูป และคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป คณะกรรมการทั้งสองได้ทำงานเครือข่ายองค์กรท้องถิ่น และองค์กรชุมชนทั่วประเทศ และจัดประชุมสมัชชาชุมชนท้องถิ่นจัดการตัวเองสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  29


และสมัชชาองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป สมัชชาทั้ง 2 มี ข้อเสนอนโยบายซึ่งขอดูได้จากสำนักงานปฏิรูป และมี องค์กรที่ทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการทั้ง 2 คือ พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน) และ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ควรมีการออกแบบ พ.ร.บ. ชุมชนท้องถิ่น จัดการตัวเอง เพื่อปลดล็อกกฎหมายและกฎระเบียบ ต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการกำหนดอนาคตและการ จัดการตัวเองของชุมชนท้องถิ่น ต้องปฏิรูปการเงินการ คลังเพื่อท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีกำลังทำภารกิจได้ อย่างทั่วถึง ต้องปฏิรูปบทบาทองค์กรภาครัฐจากการลง ไปทำเองมาเป็นสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเชิงนโยบาย และเชิงวิชาการ รวมทั้งสร้างกลไกทางนโยบายที่จะนำ ข้อเสนอทางนโยบายของชุมชนท้องถิ่นไปเป็นนโยบาย ระดับชาติ เช่น มีสภาชุมชนท้องถิ่นระดับชาติที่บัญญัติ ให้คณะรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อรับข้อเสนอเชิง นโยบายที่มาจากชุมชนท้องถิ่น 4. เครือข่ายสภาประชาชน เครือข่ายสภาองค์กรท้องถิ่น ประชาธิปไตยฐานกว้างทั้ง แผ่นดิน เรามักบ่นกันว่าเรามีนักการเมืองที่มีคุณภาพ น้อย เล่นกันอยู่ไม่กี่คน ถึงต้องเอาพ่อแม่ลูกเมียพี่น้อง เป็นตัวแทน เพราะเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีฐาน แคบ ชุมชนท้องถิ่นคือฐานกว้าง มีผู้นำตามธรรมชาติที่

30

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

เป็นทั้งคนเก่งและคนดีจำนวนมากในชุมชนท้องถิ่น ถ้า เราตั้งระบอบประชาธิปไตยให้มีฐานกว้าง จะเกิดพลัง ประชาธิปไตยมหาศาลทั้งแผ่นดิน สภาประชาชนคือที่ประชุมของคนทั้งหมู่บ้าน มีประมาณ 80,000 หมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านมีสภาผู้นำชุมชน หมู่บ้านละ 40 - 50 คน ผู้นำชุมชนทั้ง 80,000 หมู่บ้านจึงมีประมาณ 4 ล้านคน ถ้าสภาผู้นำชุมชนและ สภาประชาชนทั้ง 80,000 หมู่บ้าน เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย จะเป็นเครือข่ายประชาธิปไตยชุมชนอันไพศาล ท้องถิ่นเกือบ 8,000 แห่ง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น มีนักการเมืองท้องถิ่นกว่า 100,000 คน เครือข่าย อปท. และสภาท้องถิ่น ถ้าเชื่อมโยงกันทั้งหมดจะเป็นเครือข่ายประชาธิปไตย ท้องถิ่นอันไพศาล ถ้ า ประชาธิ ป ไตย 3 ระดั บ ทำงานเชื ่ อ มโยง คือ ประชาธิปไตยชุมชน ประชาธิปไตยท้องถิ่น ประ- ชาธิปไตยระดับชาติ จะเป็นระบอบประชาธิปไตยฐาน กว้ า ง เป็ น ประชาธิ ป ไตยที ่ จ ะแก้ ป ั ญ หาและพั ฒ นา ประเทศให้ออกจากทุกข์ยากได้จริง 5. ระบบการศึกษาควรส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ระบบการศึกษาเป็นระบบที่ใหญ่และมีศักยภาพในตัวมาก มีครูบาอาจารย์ มีนักวิชาการ นิสิตนักศึกษา นั���เรียนจำนวนมาก ที่แล้วมาระบบการศึกษา


เหมื อ นผู ้ ย ื น ดู ดูบ้านเมืองวิกฤตและหายนะมากขึ ้ น เรื่อย ๆ โดยไม่รู้จะทำอะไร เพราะมองแต่ข้างบน เห็น แต่การเมืองระดับชาติที่ตัวเองไม่รู้จะทำอะไรได้ ถ้า ระบบการศึกษามองไปที่ข้างล่าง ที่ชุมชนท้องถิ่น ระบบการศึกษาจะสามารถร่วมทำงานกับชุมชนท้องถิ่น ในการจัดการตัวเอง เมื่อชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งจัดการ ตนเองได้ ประเทศก็จะพ้นวิกฤต เพราะมีฐานที่แข็งแรง ทั ้ ง เศรษฐกิ จ สั ง คม วั ฒ นธรรม สิ ่ ง แวดล้ อ ม และ ประชาธิปไตย นโยบายหนึ ่ ง มหาวิ ท ยาลั ย ต่ อ หนึ ่ ง จั ง หวั ด เพื่อให้มีอย่างน้อยหนึ่งมหาวิทยาลัยทำงานกับหนึ่ง จังหวัด เป็นการที่ให้มหาวิทยาลัยทำงานโดยเอาพื้นที่ เป็นตัวตั้ง ในพื้นที่มีชุมชนท้องถิ่น ในการจัดการตนเอง ของชุมชนท้องถิ่นนั้นต้องการวิชาการเป็นอันมาก ถ้า มหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น มหาวิทยาลัย จะเข้าไปเชื่อมกับพลังประชาธิปไตยอันไพศาลดังกล่าว ในข้ อ 4 การทำงานกั บ ชุ ม ชนท้ อ งถิ ่ น จะทำให้ ม หาวิ ท ยาลั ย เข้ า ใจประเด็นทางนโยบาย ที่แล้วมามหาวิทยาลัยเกือบไม่มีบทบาททางนโยบายเลย เพราะไม่ได้ เอาความจริงเป็นจริงของสังคมไทยเป็นตัวตั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยเป็นพลังทางนโยบายจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อน ประเทศไปสู่จุดลงตัวใหม่ ประเด็นนโยบายใหญ่ที่สุด ขณะนี้คือการกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการ ตนเอง 6. สมาคม อบต. สมาคมสันนิบาตเทศบาล สมาคม อบจ. พร้อมแล้วสำหรับการปฏิรูป ประเทศ ทั ้ ง 3 สมาคมองค์ ก รท้ อ งถิ ่ น ร่ ว มกั บ คณะ กรรมการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปของ คณะกรรมการสมั ช ชาปฏิ รู ป ได้ จ ั ด สมั ช ชาองค์ ก ร ปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปในทุกภาคและระดับ ชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการตัวเองของ ท้องถิ่น และมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่ชัดเจนที่เขาจะร่วม กันขับเคลื่อนไปสู่การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นโดย

แท้จริง ผู้นำท้องถิ่นที่มีประสบการณ์สูงในการบริหาร จัดการเรื่องของท้องถิ่น ในวันข้างหน้าจะขึ้นมาเป็น

ผู้นำระดับชาติ ที่จะแก้ความตีบตันทางการเมือง ใน การขาดแคลนผู้นำที่มีความสามารถและความสุจริตสูง ผู้นำระดับชาติของสหรัฐอเมริกาและของจีน จำนวนมากมาจากผู้นำท้องถิ่นที่ผ่านการพิสูจน์ด้วย การทำงานมาแล้ว คาร์เตอร์ เรแกน บุช คลินตัน ล้วนเคยเป็นผู้บริหารท้องถิ่นมาก่อน เจียงเจ๋อหลิน และหูจินเทา ล้วนพิสูจน์ตัวเองมาก่อนด้วยการบริหาร ท้องถิ่น ของเราเรียนลัดปุ๊บปั๊บมาเป็นรัฐมนตรี โดย ไม่ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถและความสุจริต

แต่อย่างใด การกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจึงมี ความสำคัญมากต่อคุณภาพของประชาธิปไตยของเรา 7. พรรคการเมืองใดจริงใจ ต่อการกระ- จายอำนาจบ้าง ในการเลื อ กตั ้ ง 2554 ที ่ ก ำลั ง จะมาถึ ง ใน อนาคตอั น ใกล้ ขอให้ ส ื ่ อ มวลชนทุ ก แขนงช่ ว ยกั น ตั้งคำถามดัง ๆ ว่า “พรรคการเมืองใดจริงใจต่อการ กระจายอำนาจบ้ า ง” ผมเชื ่ อ ว่ า ลึ ก ๆ แล้ ว พรรคการเมืองก็ต้องการทำเรื่องดี ๆ เพราะนอกจากเกิดผลดี ต่อประเทศชาติบ้านเมืองแล้ว ตัวเองก็ยังได้คะแนน ด้วย แต่เรื่องดี ๆ มักคิดไม่ออกหรือทำยาก แต่บัดนี้ไม่จริงแล้ว คณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 2 คณะได้ระดมความคิดประเด็นนโยบายดี ๆ ที่พรรค การเมืองสามารถเลือกไปใช้ได้ เรื ่ อ งกระจายอำนาจก็ ง ่ า ยนิ ด เดี ย ว พรรคการเมืองใดสนใจเรื่องนี้ก็ไปทำงานร่วมกับ 3 สมาคม องค์กรท้องถิ่น คือ สมาคม อบต. สมาคมสันนิบาตเทศบาล และสมาคม อบจ. หรื อ คณะกรรมการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูป เครือข่าย เหล่ า นี ้ เ ขาทำงานกั น มาจนชั ด เจนแล้ ว ว่ า ประเด็ น นโยบายของการกระจายอำนาจมี อ ะไรบ้ า ง พรรคการเมืองเพียงแต่ไปต่อเชื่อมกับเขาเท่านั้น นอกจากได้ทำเรื่องดี ๆ แล้ว ยังได้คะแนน เสียงอีกด้วย /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  31


บั น ทึ ก ทั น ต า ภิ บา ล ไ ท ย สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย

นวก. สาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข) ทำอะไร...ถึงไหน...กับการขอกำหนดตำแหน่งให้ทันตาภิบาล เมื่อ 25 มีนาคม 2552 มี การประกาศให้ทันตาภิบาลทุกคน ทราบว่าจะมีการต่อยอดการศึกษา ต่อเนื่องอีก 2 ปี โดยกำหนดรับผู้ที่ มี ค ุ ณ สมบั ต ิ ค รบถ้ ว นที ่ ผ ่ า นการ พิจารณาจากจังหวัดในเทอมที่สอง ของปีการศึกษา2552 คือต้นเดือน พฤศจิกายน ข้อมูลนี้ทำให้วงการ ทันตสาธารณสุขเกิดการเคลื่อนไหว อย่างมาก ท่ามกลางความดีใจ ตื่นเต้ น และไม่ แ น่ ใ จ (จากประสบการณ์ที่ประสบมา เป็นแม่สายบัว รอเก้อทุกครั้ง และรอมานานมาก ๆ) ก่อนที่จะเปิดรับนักศึกษา สถาบัน พระบรมราชชนก (สบช.) ได้ ม ี 32

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

หนังสือ ที่ สธ. 0203.012/5038 ลง วั น ที ่ 1 กั น ยายน 2552 เรื ่ อ ง ขอ เพิ่มวุฒิการศึกษาลงในมาตรฐาน กำหนดตำแหน่ ง นั ก วิ ช าการสาธารณสุข รายละเอียดของหนังสือ ฉบั บ นี ้ ค ื อ การขอให้ ก ระทรวงสาธารณสุขจัดเตรียมเรื่องตำแหน่ง/ การจ้ า งงานรองรั บ ผู ้ ส ำเร็ จ การ ศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาทันตสาธารณสุข เข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ สถาบันพระบรมราชชนกและกลุ ่ ม บริ ห ารงานบุ ค คล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เสนอข้อเพื่อพิจารณาว่า เนื่อง-

จากสำนักงาน ก.พ.ไม่ได้ระบุหลักสู ต รสาธารณสุ ข ศาสตรบั ณ ฑิ ต สาขาวิ ช าทั น ตสาธารณสุ ข ไว้ ใ น ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ดัง นั้นเพื่อให้ทันตบุคลากรที่ศึกษาต่อ จนสำเร็ จ หลั ก สู ต รสาธารณสุ ข ศาสตรบั ณ ฑิ ต สาขาวิ ช าทั น ตสาธารณสุ ข ได้ ม ี โ อกาสก้ า วหน้ า เหมือนสายงานอื่น จึงเห็นควรระบุ หลั ก สู ต รดั ง กล่ า วไว้ ใ นคุ ณ สมบั ต ิ ของตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขต่อไป จะเห็ น ได้ ว ่ า สบช. ได้ ม ี การเตรี ย มความพร้ อ มไว้ จ ริ ง ๆ น้อง ๆ ทันตาภิบาลที่ตั้งใจศึกษา


ต่อ สบายใจได้ อนาคตที่วาดหวังไว้ คงไปได้สวยตามที่หวังไว้ และแล้ ว เมื ่ อ เดื อ นพฤศจิกายน 2552 มาถึง ก็มีนักศึกษา น้องใหม่ (หน้าเก่า ๆ) 50 คน เข้ารับ การศึกษาต่อเนื่อง (เทียบโอน) หลักสู ต รสาธารณสุ ข ศาสตร์ (ทั น ตสาธารณสุ ข ) ของมหาวิ ท ยาลั ย บูรพา โดยทำการเรียนการสอนที่ วสส. ชลบุรี และ วสส. ขอนแก่น แห่งละ 25 คน การเตรียมพร้อมของกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้รอช้า มีหนังสื อ ออกไปในเวลาที ่ ใ กล้ เ คี ย งกั น หลังจากได้ข้อมูลจากคณะทำงาน แล้ว ดังนี้ ฉบับแรก หนังสือที่ สธ. 0201.036/19954 ลงวั น ที ่ 7 ธั น - วาคม 2553 เรียน เลขาธิการ ก.พ. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการประเภท ทั ่ ว ไป ไปดำรงตำแหน่ ง ประเภท วิชาการ มีรายละเอียดขอให้ ก.พ. พิจารณาอนุมัติให้แต่งตั้งข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน หรือระดับอาวุโส ในทุกสายงานที่มีคุณสมบัติต่างไป จากคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตาม มาตรฐานกำหนดตำแหน่งประเภท วิชาการ ฉบั บ ที่ ส อง หนั ง สื อ ที ่ สธ. 0201.032/ว364 ลงวั น ที ่ 13 ธันวาคม 2553 เรียน ผู้ว่าราชการ ทุกจังหวัด เรื่องการกำหนดโครงสร้ า งหน่ ว ยงานในราชการส่ ว น ภูมิภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุ ข รายละเอี ย ดที ่ สำคั ญ ของหนั ง สื อ ฉบั บ นี ้ คื อ

กำหนดตำแหน่ ง นั ก วิ ช าการสาธารณสุ ข รองรั บ ในกลุ ่ ม งานทั น ตสาธารณสุข/ทันตกรรม ในทุกระดับ คือ สสจ. รพศ./รพท., รพช. และ รพ. สต. รายละเอียดการดำเนินงานของคณะทำงานและหน่วยงานที่���กี่ยวข้อง 1. แต่งตั้ง และประชุม คณะ กรรมการศึกษาความก้าวหน้าของ ตำแหน่งเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข และกำหนดหลักเกณฑ์การเข้า สู่ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข) 2. เสนอปลั ด กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาในการขอกำหนด สายงานนั ก วิ ช าการสาธารณสุ ข (ทันตสาธารณสุข) เพิ่มใหม่ และขอ กำหนดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั น ตสาธารณสุ ข ในตำแหน่ ง นั ก วิชาการสาธารณสุข 3. วิ เ คราะห์ ห ลั ก สู ต รสาธารณสุขศาสตร์ของทุกมหาวิทยาลัยที่ทันตาภิบาลศึกษาต่อรวมทั้ง ของ มสธ. (ทันตสาธารณสุขชุมชน) ซึ่งปิดสาขานี้ไปแล้วเปรียบเทียบกับ หลั ก สู ต รสาธารณสุ ข ศาสตร์ ข อง มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อร่างหลักสูตรอบรมเพิ่มเติม 4. นำเสนอคณะกรรมการ ศึกษาความก้าวหน้าของตำแหน่ง เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข และ กำหนดหลั ก เกณฑ์ ก ารเข้ า สู ่ ต ำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข) ให้ความเห็นชอบ และ เสนอปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อ ขออนุมัติ

5. จัดทำข้อมูลเสนอต่อ ก.พ. - ข้อมูลสถานการณ์ความ ต้องการ ความขาดแคลนของทันตบุคลากร - ความจำเป็นด้านวิชาชีพรวมทั้งการปฏิบัติงาน - เหตุ ผ ลความจำเป็ น ที ่ ต้ อ งกำหนดสายงานใหม่ / กำหนด ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข/ความ ก้าวหน้าในวิชาชีพ - ระบบการจั ด การด้ า น การบริหารงานบุคคลในการก้าวเข้า สู ่ ต ำแหน่ ง ของเจ้ า พนั ก งานทั น ตสาธารณสุขที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ที ่ จ ะเป็ น นั ก วิ ช าการสาธารณสุ ข (ทันตสาธารณสุข) 6. ประชุมคณะทำงานร่วม กับ ก.พ. ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวน ข้อมูลใหม่ตามที่ ก.พ. แนะนำ ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมดเป็นการรวม พลังของสถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) วสส.ขอนแก่น สำนักทันตสาธารณสุข ทันตแพทยสภา กลุ่ม บริหารงานบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และสมาคม ทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ร่วม กันผลักดันเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทัน ตามเวลาที่ต้องการ เหลือเวลาอีกไม่นาน เดือน พฤศจิกายน 2554 กำลังจะมาถึง นั่นหมายถึงนักศึกษาทั้ง 50 คนจะ จบการศึกษาแล้วใครจะบอกได้ว่า ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย ช่วยกัน สวดมนต์ภาวนา และส่งพลังแรงใจให้ คณะทำงานฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ด้วยดี /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  33


ม อ ง ชี วิ ต ภญ. จินดา หวังวรวงศ์ thesamechan@hotmail.com

เ พ ร า ะ โ ล ก นี้ มี

ผู้หญิง โลกกลมใบนี้ จึ ง ก ลิ้ ง ไ ป ไ ด้ อ ย่ า ง สวยงาม

ผู้หญิงกลิ้งโลก

ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 39 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อต้น เดือนเมษายนที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าร่วมการเปิดตัวหนังสือ “ผู้หญิงกลิ้งโลก” โดย สฤณี อาชวานันทกุล เป็นผู้เขียน พิมพ์โดยสำนักพิมพ์สามสี มี คุณมนทิรา จูฑะพุทธิ เป็นบรรณาธิการ ในเอกสารประชาสัมพันธ์ของหนังสือที่ผู้เขียนขอคัดลอกมาโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลง ข้อความใด ๆ บอกว่า “ผู้หญิงกลิ้งโลก” เป็นหนังสือซึ่งรวบรวมเรื่องราวผู้หญิงธรรมดา 14 คนทั่วโลก และผลงานที่สร้างสรรค์จนกลายเป็นพลังที่สร้างความแตกต่างและก่อให้เกิดแรง บันดาลใจ กับคอนเซ็ปต์ที่ว่า “เพราะโลกนี้มีผู้หญิง โลกกลมใบนี้จึงกลิ้งไปได้อย่าง สวยงาม” ที่สื่อให้เห็นถึง “พลังของผู้หญิง” ซึ่งต่างขับเคลื่อนโลกอย่างช้า ๆ แต่ทว่า งดงาม มีเนื้อหาครอบคลุมเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม การศึกษา ศิลปะเพื่อสังคม และสิทธิมนุษยชน จากผู้หญิง 14 คน ได้แก่

34 

ª’∑’Ë 20 ©∫—∫∑’Ë 6


1. คุ โ รยานางิ เท็ ต สึ โ กะ : “ พ ลั ง แ ห่ ง ค ว า ม ดั ง ที่ คู่ควร” ผู้เขียนหนังสือ “โต๊ะโตะจั ง เด็ ก หญิ ง ข้ า งหน้ า ต่ า ง” อั ต ชี ว ประวั ต ิ ท ี ่ ข ายดี ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้ รั บ การแปลและพิ ม พ์ ใ น 30 ประเทศทั่วโลก เธอดังอย่าง คู ่ ค วรเพราะได้ ใ ช้ ช ี ว ิ ต อย่ า ง ควรคู ่ ก ั บ เกี ย รติ ย ศชื ่ อ เสี ย ง ที ่ ไ ด้ ร ั บ มิ ใ ช่ แ ค่ เ พี ย งภาพลักษณ์ แต่ด้วยแก่นสาร “เด็ ก มี ป ั ญ หานั ้ น ที ่ แท้เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ ไม่ ใช่ปัญหาของเด็ก”

2. เมลิ น ดา เกตส์ : “พลั ง แห่งจิตสาธารณะ” ภรรยาของ บิล เกตส์ ผู้ ร่วมก่อตั้งมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ มูลนิธิที่ร่ำรวยที่สุดใน โลก มีทรัพย์มูลค่ากว่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมประกาศว่ า อยากช่ ว ยให้ ท ุ ก คนใน โลก “มี โ อกาสใช้ ชี วิ ต ที่ มี คุ ณ ภาพ” ภายในศตวรรษนี ้ เพราะเธอคือผู้ที่เชื่อว่า “ชีวิต ทุกชีวิตเกิดมาเท่าเทียมกัน” “เราก่ อ ตั ้ ง มู ล นิ ธ ิ จ าก จุดยืนที่ว่าชีวิตทุกชีวิตเกิดมา เท่าเทียมกัน”

3. นาดีน กอร์ดิเมอร์ : “พลัง แห่ ง ความจริ ง ในจิ น ตนาการ” นักเขียนเจ้าของรางวัล โนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำ ปี 1991 ผู้ทุ่มเทไม่ท้อถอยนาน กว่าครึ่งศตวรรษเพื่อตีแผ่ความ จริงอันโหดร้ายของระบอบเหยียด ผิวในแอฟริกาใต้ “ไม่ ม ี อ ะไรที ่ ฉ ั น พู ด ใน บทความหรื อ สารคดี ท ี ่ จ ะจริ ง เท่ากับนิยายของฉัน”

4.

เจน กู๊ดดาล : “พลังแห่งพงไพร” ผู้หญิงที่เผยให้เห็นความเป็นมนุษย์ในเพื่อนร่วม โลกของมนุ ษ ย์ นั ่ น คื อ ชิ ม แปนซี ที ่ เ ธอใช้ ช ี ว ิ ต ศึ ก ษาพฤติ ก รรมและ คลุกคลีด้วยระยะเวลากว่า 50 ปี จนกลายเป็นมนุษย์คนเดียวที่ได้รับการ ยอมรับว่าเป็น “สมาชิก” ในสังคมของชิมแปนซี !! “ไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างมนุษย์กับสัตว์ร่วมโลก”

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  35


ดร. กฤษณา ไกรสินธุ์ : “พลังแห่งมนุษยธรรมหัวรั้น” ผู้หญิงที่เปลี่ยนโลกซึ่งไม่ได้แค่มีความสามารถและ มนุษยธรรมหากแต่มีความหัวรั้นเกินคนธรรมดา เธอคือ “เภสัชกรยิปซี” ผู้ผลิตยา ATZ เพื่อต้านเอดส์เป็นครั้งแรกในโลก และได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจำปี 2552 และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย “เวลาเราทำอะไรก็ตาม ทำไมเราต้องหวังผลจากการกระทำของ เรา ทำไมการให้ต้องแลกกับการได้รับ” เ ช อ ริ ล แ ซ น ด์ เ บิ ร์ ก : “พลั ง หั ว กะทิ แ ห่ ง เทค-

โนโลยี” ผู้บริหารชั้นเซียนที่อยู่ เบื้องหลังความสำเร็จด้วยการ คิ ด ค้ น โมเดลธุ ร กิ จ ที ่ ท ำกำไร มูลค่ากว่าร้อยล้านเหรียญแก่ “facebook” เว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ใหญ่ที่สุดในโลก “ผู ้ ห ญิ ง ควรเลิ ก ประเมิ น ความสามารถตั ว เองต่ ำ เกินไป”

ธรรมมาจารย์เจิ้งเหยียน : “พลังแห่งพรหมวิหาร 4” ผู้หญิงที่บวชเป็นภิกษุณีตั้งแต่อายุเพียง 20 ปีเศษ ผู้ที่ เปลี่ยนโลกด้วยหลักพรหมวิหาร 4 และการจัดการความดีอย่างมี ประสิทธิภาพ ด้วยการเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิฉือจี้ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ นับเป็นองค์กรการกุศลที่ใหญ่ ที่สุดในไต้หวันและมีสมาชิกกว่า 39 ประเทศทั่วโลก “มือข้างเดียว ทำงานได้ ดั่งมือนับพัน ตาข้างเดียว มอง เห็นได้ดั่งดวงตานับพันพึงเห็น”

ดร. วังการี มูทา มาอาไท : “พลั ง สี เ ขี ย วแห่ ง แอฟริ กา” ผู ้ ก ่ อ ตั ้ ง “ขบวนการ เข็มขัดเขียว” เครือข่ายที่ปลูก ต้นไม้ไปแล้วกว่า 40 ล้านต้นใน 12 ประเทศทั่วทั้งทวีปแอฟริกา เธอต่ อ สู ้ อ ุ ป สรรคนานั ป การ ด้วยการประท้วงจนกลายเป็น นักสิ่งแวดล้อมและผู้หญิงแอฟริกันคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปี 2004 “วิธีที่เราใช้ทรัพยากร บนโลกนี้และสันติภาพมีความ เชื่อมโยงกัน”

6.

7.

8.

36 

ª’∑’Ë 20 ©∫—∫∑’Ë 6


9.

ฮิสสา ฮิลาล : “พลังแห่ง ความรักและกล้าหาญ” นั ก ข่ า วและนั ก กลอน หญิงผู้ปรารถนาที่จะเห็นสันติภาพและความรั ก บั ง เกิ ด ใน สังคมมุสลิมทุกแห่งด้วยการลุก ขึ้นพูดความจริงใ���สังคมที่การ พู ด ความจริ ง ยั ง เป็ น อั น ตราย และคุกคามแก่ชีวิตของทั้งผู้พูด และครอบครัว ปี 2010 เธอร่าย บทกวีวิพากษ์ผู้นำมุสลิมสุดขั้ว ออกรายการโทรทัศน์ “กวีล้าน คน” จนโด่งดังไปทั่วโลก “ฉันปรารถนาที่จะเห็น สันติภาพและความรักบังเกิดใน สังคมมุสลิมทุกแห่ง”

10.

แจ็ ก เกอลี น โนโวกราทซ์ : “พลังแห่งการเงินที่มีหัวใจ” ผู้หญิงที่ค้นพบทางสาย กลางระหว่างเงินตราและหัวใจ โดยไม่ เ พี ย งมอบความสุ ข แก่ ตนเอง แต่ยังบันดาลสุขแก่ผู้ด้อย โอกาสนับล้านทั่วโลกด้วยวิถีของ โลกแห่งการเงิ น ที ่ ค นส่ ว นใหญ่ คิดไม่ถึงว่าจะมาทับซ้อนกับโลก ของการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ “เราต้ อ งมองคนจนว่ า เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์”

น า ต า ลี เ จ เ ร มิ เ จ น โ ก : “พลั ง ผสานแห่ ง ศาสตร์ และศิลป์” ศิ ล ปิ น “เทคโน” คน แรก ๆ ของโลก เธอคือผู้หญิงที่ ผนวกความอ่อนไหวของศิลปะ เข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไ ด้ อ ย่ า งสร้ า งสรรค์ แ ละมี พลั ง โดยใช้ ผ ลงานศิ ล ปะของ เธอเป็ น เครื ่ อ งมื อ สะท้ อ นผลกระทบของเทคโนโลยีต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมจนโด่งดังและได้ รับขนานนามว่าเป็น “นักนวัตกรรมชั้นแนวหน้า” “อิเล็กตรอนทุกตัวเหมือน กัน แต่ความรักแต่ละครั้งแตกต่างกัน”

อัลบีนา รูอิซ : “พลังขยะแห่งเปรู” พลังของผู้หญิงที่เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของมนุษย์และสปิริตของผู้ประกอบการที่มอง การณ์ไกลและพลิกฟื้นโอกาสบนกองขยะ เพื่อช่วยปรับปรุงสุขภาพและสภาพความเป็นอยู่ของคนจนกว่า 4 ล้านคนทั่วประเทศ เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า “กิจการเพื่อสังคม” ที่ประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องอาศัย เทคโนโลยีล่าสุดและนวัตกรรมที่ใหญ่โต “ฉันเองก็เป็นคนจน แต่ฉันอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง เราไม่ได้แร้นแค้น เรามีความคิดสร้างสรรค์ และมีทางเลือก”

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  37


13.

เฉินจิ่นหยาง : “พลังของสื่อพลเมืองผู้ไร้อิสรภาพ” นักรณรงค์สิทธิมนุษยชนชั้นแนวหน้าในจีน ผู้สร้างแรงบันดาลใจแก่เพื่อนร่วมชาติ พร้อมกับสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างช้า ๆ โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นกระบอกเสียง เธอไม่เคยหยุดพูดความจริง แม้จะถูกกักขังและคุมคามเสรีภาพเพียงใด “ปักกิ่งหวาดกลัวอานุภาพของความยุติธรรมและมโนธรรม”

14.

เอสเตอร์ ดูฟโล : “พลังแห่งวิทยาศาสตร์ภาคสังคม” นักเศรษฐศาสตร์พัฒนารุ่นใหม่ และเป็นนักวิชาการจำนวนน้อยคนในโลกที่หา คำจำกัดความยาก เพราะเป็นทั้งนักเคลื่อนไหว นักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์ในคน ๆ เดียวกัน เธอเป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มสาวที่คับข้องกับปัญหาสังคมและความล้าหลังของระบบราชการ “เราทำทุกอย่างพร้อมกันไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำก็ควรจะมีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลง”

ทั้งนี้ ในเครื่องหมายคำพูดใต้ข้อความแนะนำผู้หญิงกลิ้งโลกทั้ง 14 คน เป็นคำพูดของเธอทั้งหลายที่ได้รับคัดเลือกให้ปรากฏเป็นพิเศษใน หนังสือ ซึ่งผู้เขียนได้นำมาผสมผสานกับข้อความประชาสัมพันธ์โดยไม่ได้ เปลี่ยนแปลงใด ๆ เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวโครงการผู้หญิงกลิ้งโลก ซึ่งเชิญชวน “ผู้หญิง (ที่อยาก) กลิ้งโลก” ทั้งหลาย เขียนจดหมายบอกเล่าโครงการใน ฝันที่อยากทำให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสรรค์โลกกลม ๆ ใบนี้ให้สวยงาม ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2554 โดยโครงการที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะ กรรมการจะได้รับทุนสนับสนุน จำนวน 30,000 บาท คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเป็น “ผู้หญิง” หรือ “ผู้ชาย” อายุ 18 ปีขึ้นไป จะมาเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่มก็ได้ ให้บอกเล่าความในใจว่า ผู้หญิงคนใดในเล่มนี้ที่อ่านแล้วก่อให้เกิดแรงบันดาลใจให้อยากลุกขึ้นมา กลิ้งโลก และโครงการที่เสนอต้องเป็นไปตามกรอบความคิดของหนังสือ ครอบคลุมเรื่องใดเรื่องหนึ่งใน 4 เรื่องดังต่อไปนี้

38 

ª’∑’Ë 20 ©∫—∫∑’Ë 6

- สิ่งแวดล้อม - การศึกษา - ศิลปะเพื่อสังคม - สิทธิมนุษยชน โดยใช้แบบการเสนอโครงการที่แนบมากับหนังสือแล้ว ศึกษา รายละเอี ย ดได้ ท าง www.facebook.com/worldrollers ผู้เขียนได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แล้ว รู้สึกว่าน่าสนใจมาก ได้รู้จักผู้หญิ ง ที ่ ก ลิ ้ ง โลกอย่ า งเต็ ม ไปด้ ว ย จินตนาการสร้างสรรค์และมีความ ท้ า ทายเพื ่ อ ประโยชน์ ส ุ ข ของส่ ว น รวม จึงขอนำมาบอกเล่าให้ทราบ ทั ่ ว กั น ลองหาอ่ า นและร่ ว มเสนอ โครงการผู้หญิงกลิ้งโลกกันนะ


ภู มิ ปั ญ ญ า ไ ท ย ดร. ปารัณกุล ตั้งสุขฤทัย varrin_p@yahoo.com

ไม้หอม

ต้นไม้กับวัฒนธรรมไทย

ในสมั ย โบราณให้ ค วาม สำคัญกับเครื่องหอมไทย และส่วนใหญ่ของเครื่องหอมไทยมาจากพืช นั บ ได้ ว ่ า ต้ น ไม้ ม ี ค วามหมายเชิ ง วัฒนธรรม หากมีการสืบค้นอย่าง ลึ ก ซึ ้ ง จะเห็ น แง่ ม ุ ม ที ่ ห ลากหลาย เช่น ด้านวรรณกรรม วรรณคดี สิ่งแวดล้อม เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ตามการเรี ย นรู ้ จ ากธรรมชาติ ท ี ่ หลากหลาย ส่งผลให้เกิดภูมิปัญญาในแง่มุมต่าง ๆ ทำให้เราสะดวก

สบาย ไม่อดอยาก ทำให้คนในอดีต มี เ วลาที ่ จ ะคิ ด ค้ น อย่ า งประณี ต ทำให้ เ กิ ด วั ฒ นธรรมที ่ ง ดงาม มี เอกลักษณ์ เ ป็ น ตั ว ของตั ว เองมาก ได้แก่ วัฒนธรรมอาหารไทย ผ้าไหม แพรพรรณ สิ ่ ง ประดิ ษ ฐ์ ต ่ า ง ๆ ที ่ สำคัญคือเป็นการฟื้นฟูหัน กลับคืน สู ่ ธ รรมชาติ เพื ่ อ ความสมดุ ล ของ ธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทั้งภายใน และภายนอก ฉบั บ นี ้ ผู ้ เ ขี ย นมุ ่ ง หวั ง ให้ ผู ้

อ่านได้รู้จักกับสมุนไพรไม้หอม ที่ หลายท่านอาจรู้จักดีและหลายท่าน อาจปลู ก หรื อ ใช้ ป ระโยชน์ ใ นการ ปรุงแต่งด้วยเครื่องหอมกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะหญิ ง ไทยในอดี ต ปรุ ง น้ำหอมใช้เอง การทำถุงหอมใส่ใน ตู ้ เ สื ้ อ ผ้ า โดยไม่ ใ ช้ น ้ ำ หอมที ่ เ ป็ น สารเคมีอย่างเช่นปัจจุบัน นอกจาก นี้ในการสร้างบ้านเรือนมักมี ต้นไม้ ห อมประดั บ ตามบ้ า น ทำให้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดชื่น

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  39


แจ่มใส สบายอารมณ์ ยามเย็นนั่งคุยกันในบรรยากาศที่กลิ่นหอมจาก ไม้หอมที่มาตามสายลม สมุนไพรไม้หอมมีมากกว่า 70 ชนิด ก็จะเลือก สมุนไพรไม้หอมที่หาง่ายและปลูกง่าย ได้แก่ กรรณิการ์ กระดังงา แก้ว การเวก กุหลาบ จำปี จำปา มะลิ โมก ลำดวน เป็นต้น

กรรณิการ์

1. กรรณิการ์ เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ออกดอกเป็นช่อขนาด

เล็กที่ปลายกิ่ง ก้านช่อดอกยาว ปลายดอกสีขาวคล้ายดอกมะลิ แต่ขนาดกลีบแคบกว่า ผลเป็นแผ่นแบนภายในมีเมล็ด 2 เมล็ด วิ ธี ป ลู ก เป็ น พื ช ที ่ ช อบดิ น ร่ ว นซุ ย ต้ อ งการน้ ำ และ

ความชื้น ปานกลาง ขยายพั น ธุ ์ โ ดยการตอนกิ ่ ง หรื อ ปั ก ชำกิ ่ ง ลักษณะเด่นพิเศษ กรรณิการ์จะออกดอกในช่วงเดือนสิงหาคม -

พฤศจิกายน เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมในเวลากลางคืน ส่วนเวลา เช้าดอกจะร่วงหล่นหมด สรรพคุณตามตำรายาไทย ส่วนใบ ใช้บำรุงน้ำดี แก้ ปวดตามข้อ เป็นยาระบาย เป็นยาขมช่วยเจริญอาหาร ดอก ทำ ยาหอม แก้ลมวิงเวียน แก้ไข้ เปลือกต้น ต้มดื่ม แก้ปวดศีรษะ แก้ไข้ แก้ไอ ราก บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ แก้อ่อนเพลีย ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ฤทธิ์ต้านมาลาเรีย ขับพยาธิ ต้าน เชื้อบิดมีตัว ต้านเชื้อรา แก้ปวด กรรณิการ์มีสารแคโรทีนอยด์ สี เหลืองอมแสด นำมาใช้แต่งสีอาหารและย้อมผ้าได้ 2. กระดังงาไทย

กระดังงาไทย 40

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

มีชื่อเรียก กระดังงาใบใหญ่ สะบันงาต้น กระดังงางอ เป็น ไม้ต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 15 - 20 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มแ���่น ใบดกหนาทึบ แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นตั้งตรง เปลือกต้ น สี เ ทา ออกดอกเป็ น ช่ อ ขนาดใหญ่ บ นกิ ่ ง เหนื อ รอยแผลใบ ช่อหนึ่งมี 3 - 6 ดอก ดอกย่อยสีเหลืองอมเขียวหรือเหลือง มี กลีบดอก 6 กลีบ แต่ละกลีบเป็นรูปกลีบแคบ ปลายเรียวยาว ขอบกลีบหยักเป็นคลื่น ๆ ลักษณะกลีบบิดม้วนไปมา ผลกลุ่มอยู่-


บนตุ้มกลม แต่ละผลเป็นรูปไข่ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาล วิธีปลูก กระดังงาเป็นไม้กลางแจ้ง ชอบดินที่ร่วนซุยหรือดิน เหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด สรรพคุณตามตำรายาไทย ดอก รสหอมสุขุม เข้าเครื่องยาหอม บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ เนื้อไม้ รสขมเฝื่อน ขับปัสสาวะ เปลือกต้น รสฝาดเฝื่อน ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย ใบ ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน แก้คัน ขับปัสสาวะ เกสร แก้ร้อน ใน กระหายน้ำ แก้โรคตา ช่วยเจริญอาหาร ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ดอกมีน้ำมันหอมระเหย ไม่พบพิษ และพบฤทธิ์ลดความดันโลหิต ต้านเชื้อรา แบคทีเรีย ไล่แมลง ในต่างประเทศใช้น้ำมันหอมระเหยในการรักษา ที่เรียกอาโรมาเทอราปี แก้หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ความดันสูง ปัญหาด้านจิตใจ ประโยชน์ อื่ น น้ ำ มั น หอมระเหยจากดอกแก่ จ ั ด ใช้ แ ต่ ง

กลิ่น เครื่องสำอาง น้ำอบ น้ำหอม ปรุงขนมหวาน ลักษณะพิเศษ กระดังงาไทยเป็นไม้หอมกลิ่นแรงที่มีดอกตลอดปี นิยมนำดอกมา เป็นเครื่องหอม ทำน้ำอบ นอกจากกระดังงาไทยที่กล่าวมาแล้วยังมีกระดังงาสงขลา มีลักษณะคล้ายกับกระดังงาไทยมาก แต่กลีบดอกเป็นคลื่นมาก กว่ากระดังงาไทย กลีบดอกชั้นนอกยาวและใหญ่กว่า มีเกสรตัว-

ผู้ตัวเมียจำนวนมาก พบมากในภาคใต้ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง ส่วนประโยชน์คล้ายกัน 3. แก้ว เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบเป็นช่อเรียง สลับมีใบย่อยประมาณ 3 - 9 ใบ ออกดอกเป็นช่อ สีขาว ส่งกลิ่น หอม ผลเป็นรูปรี ผลแก่สีแดงอมส้ม วิธีปลูก แก้วปลูกง่าย สามารถปลูกได้กับดินเกือบทุกชนิด ยกเว้นดินทราย สรรพคุ ณ ตามตำรายาไทย ใบสด รสเผ็ ด ร้ อ นขม ขั บ โลหิตสตรี บำรุงธาตุ แก้จุกเสียด ขับลม แก้ปวดฟัน ราก แก้ปวด เอว แก้แมลงพิษกัดต่อย แก้ผื่นคันที่เกิดจากความชื้น ดอก แก้ไอ เรื้อรัง แก้กระหายน้ำ แก้วิงเวียนศีรษะ ช่วยเจริญอาหาร

แก้ว

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  41


การเวก

ตัวอย่างขนาดและวิธีใช้ เป็นยาแก้ปวดฟัน ใช้ใบสดตำ

พอแหลก อัตราส่วน ใบสด 15 ใบ แช่เหล้าโรง 1 ช้อนชา เอาน้ำ

ยาที่ได้มาจิ้มบริเวณที่ปวด แก้ผดผื่นคัน ใช้ใบสดพอควร ต้มเอา

น้ำมาทาบริเวณที่เป็น ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ใบสดมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ Micrococus pyogenes var. aureus, Escherichai coli ผลึกสารที่ได้จากการสกัด ด้วยปิโตเลียมอีเธอร์ สามารถทำให้กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้หนูที่ตัด ออกมาจากตัวคลายตัวแต่ไม่สามารถยับยั้งการหดตัวเนื่องจาก อะซิทิลโคลิน (acetylcholine) ได้ ลักษณะพิเศษอื่น แก้วเป็นไม้ประดับที่ออกดอกเกือบทั้งปี ดอกสีขาว คนโบราณนิยมให้นำมาปลูกหน้าบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล ส่งเสริมให้มั่งมีด้วยแก้วแหวนเงินทอง โดยเฉพาะเวลาเช้าเป็นเวลาที่ ดอกแก้วจะออกดอกและส่งกลิ่นหอมสดชื่น 4. การเวก มีชื่อเรียกอื่น ได้แก่ กระดังงัว กระดังป่า กระดังงาเกา หนาม

ควายนอน การเวกเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เนื้อไม้ แข็ง มีหนามแข็งและยาวตามลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวออกแบบเรียง สลับ ตัวใบมนรี หน้าใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกสีเขียวอมเหลือง ดอกใหญ่กลีบดอกหนา โคนกลีบเว้าคล้ายรูปไข่ป้อม กลิ่นหอมแรง มากและเริ่มหอมเวลาเย็น ผลเป็นกลุ่ม 5 - 20 ผล รูปรีสีเขียว ผลแก่ เป็นสีเหลือง แต่ละผลมี 2 เมล็ด วิธีปลูก เป็นไม้ที่พบในป่าชื้น ชอบอยู่กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ โดยการตอนกิ่งหรือเพาะเมล็ด แต่นิยมตอนกิ่งมากกว่า เพราะโตเร็ว กว่า การเวกไม่พบสรรพคุณทางยา แต่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ สามารถดัดให้กิ่งเป็นพุ่ม หรือเป็นซุ้มหน้าและข้างบ้าน มีม้านั่งพักผ่อนยามเย็น หรือรับแขกสนามหญ้าหน้าบ้าน นอกจากจะให้ร่มเงา แล้วยังส่งกลิ่นหอมสดชื่น ยังมีพันธุ์ไม้หอมอีกหลายชนิดที่ท่านสามารถหามาปลูกเพื่อ เป็นไม้ประดับ ใช้เป็นยา ช่วยให้กลิ่นหอมสดชื่นเป็นการรักษาด้วย กลิ่นหรือที่เรียกว่าอะโรมาเทอราปีได้อีกด้วย (มีต่อฉบับหน้า) 42

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


สร้างเสริมสุขภาพคนพิการ สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ www.healthyability.com

ยืดวันละนิด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

7 ท่ า เพื่ อ ช่ ว ยลดการยื ด ตั ว ของกล้ า มเนื้ อ และข้อเพื่อสุขภาพที่ดีของคนพิการ ในคนพิการด้านการเคลื่อนไหว* นั้น ปัญหาที่พบบ่อย คือ อาการอ่อนแรง หดลีบ หรือการเกร็งของกล้ามเนื้อ1 ของอวัยวะที่มี ความบกพร่อง เนื่องมาจากการขาดการดูแลเอาใจใส่ในด้านการ ออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวใช้งานของอวัยวะนั้น ๆ ผลที่ตาม มาคือ ทำให้มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บหรือล้มได้ง่าย ไม่สามารถ เคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้สะดวก2-4 และก่อความเครียดจากการที่ไม่ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้5 เพื่อเป็นการป้องกันและชะลอการอ่อนแรง และหดลีบหรือ การเกร็งของกล้ามเนื้อ เรามาเรียนรู้เทคนิคในการดูแลกล้ามเนื้อและ ข้อของร่างกายท่อนล่างแบบง่าย ๆ ที่สามารถปฏิบัติได้ยามว่างที่ บ้านหรือที่ใด ๆ ผ่านการยืดกล้ามเนื้อกันนะครับ !

* คนพิการด้านการเคลื่อนไหวในที่นี้ หมายถึง บุคคลที่มีอุปสรรคในการเคลื่อนไหว ที่อาจเกิด จากความบกพร่องของอวัยวะของร่างกาย (body structure) หรือการทำงานของร่างกาย (body function) ซึ่งอาจเป็นผลจากอุบัติเหตุ โรคต่าง ๆ หรือพันธุกรรม

ข้อควรทราบก่อนปฏิบัต ิ - สำหรับท่ายืดแต่ละท่า ควรทำค้างไว้ ครั้งละ 30 วินาที โดยให้ ก ล้ า มเนื ้ อ และเอ็ น ยึ ด ข้ อ ค่อย ๆ ยืดตัวออก6-8 จนไม่สามารถ ยืดเหยียดต่อไปได้ แล้วถึงเริ่มนับ แล้ ว ทำซ้ ำ กั น เป็ น เวลาประมาณ 20 - 30 นาที อย่างน้อย 3 วันต่อ สัปดาห์ ระหว่างการยืดควรหายใจ ตามปกติ2 - ข้ อ ควรระวั ง ปรึ ก ษา แพทย์ผู้ดูแลก่อนการยืดกล้ามเนื้อ ท่ายืดกล้ามเนื้อทั้ง 7 ท่านี้ คนพิการสามารถทำได้ด้วยตนเอง หรือ

ผู ้ ดู แ ลคนพิ ก ารช่ ว ยทำก็ ไ ด้ โดย เลือกเฉพาะท่าที่ทำได้หรือทาง แพทย์ผู้ดูแลอนุญาต หลีกเลี่ยง การโยกตัวไปมา หรือถ้ามีอาการ เจ็บควรลดกำลังลง /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  43


ท่าที่ 1

ยืดกล้ามเนื้อหลังขาท่อนบน (hamstrings)9 นอนหงายและงอเข่าข้างหนึ่ง จากนั้นยืดขาอีก ข้างขึ้นข้างบน เอามือทั้งสองข้างจับขาที่ยืดออก แล้วดึง เข้าหาตัวช้า ๆ ในกรณีที่ไม่สามารถใช้มือจับได้ สามารถ ใช้เชือกหรือผ้าแทนได้

ท่าที่ 2

ยืดกล้ามเนื้อหลังขาท่อนบน (hamstrings) และกล้ามเนื้อหลังช่วงล่าง9 นั่งลงกับพื้นราบ โดยให้ขาข้างหนึ่งยืดออกไป ข้างหน้า และขาอีกข้างพับเข้าข้างใน จากนั้นค่อย ๆ โน้มตัวจากสะโพกไปข้างหน้า พยายามใช้นิ้วแตะนิ้วเท้า และเปลี่ยนข้าง หรือ พับขาอีกข้างออกข้างนอกและโน้ม ตัวไปข้างหน้า

ท่าที่ 3

ยืดกล้ามเนื้อหลังขาท่อนบน (hamstrings)9 นอนหงาย งอเข่าชิดหน้าอกและกอดเข้าหาตัว จนรู้สึกตึง จากนั้นเหยียดขาออกขึ้นข้างบนให้ตรงมากที่สุด

44

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


ท่าที่ 4

ยืดกล้ามเนื้อหน้าขาท่อนบน (quadriceps)10 นั่งลงบนพื้น พับขาขวาออกข้างนอกและขา ซ้ายงอเข้าข้างใน นำฝ่าเท้าซ้ายแตะหน้าขาเหนือเข่า ของขาขวา ต่อไปให้โน้มตัว���ปข้างหลังอย่างช้า ๆ จน รู้สึกว่ากล้ามเนื้อบริเวณหน้าขาขวาตึง ใช้มือทั้งสอง ข้างช่วยในการพยุงตัว ระวังอย่างให้รู้สึกเจ็บ จากนั้น สลับข้าง

ท่าที่ 5

ยืดกล้ามเนื้อขาด้านขาหนีบ (groins) และหลังช่วงล่าง10 นั่งลงบนพื้น จากนั้นพับขาทั้งสองข้างเข้าข้าง ในนำฝ่าเท้าทั้งสองข้างประกบกัน ต่อไปค่อย ๆ โน้มตัว ลง โดยมือทั้งสองข้างจับที่เท้า

ท่าที่ 6

ยืดกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง10 นั่งลง โดยยืดขาขวาออก งอขาซ้ายและไขว้ ข้ามขาขวา จากนั้นงอข้อศอกขวานำไปแตะที่เข่าซ้าย ด้านนอก แล้วค่อย ๆ บิดลำตัวไปทางซ้ายอย่างช้า ๆ จนรู้สึกตึงบริเวณสะโพกด้านนอกและลำตัวด้านซ้าย จากนั้นสลับข้าง

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  45


ท่าที่ 7

ยื ด กล้ า มเนื้ อ แขนและขาด้ า นข้ า ง และ ลำตัว10 นอนลงกับพื้นราบ โดยยืดแขนทั้งสองข้าง ไปเหนื อ ศี ร ษะ พยายามยื ด แขนขวาและขาซ้ า ยให้

ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้ห้าวินาที จากนั้นให้ผ่อนคลายก่อนสลับข้างและทำตามเดิมอีกครั้ง หลังจากที่ได้ทราบเทคนิคการป้องกันภาวะ 5. Jensen, M.P., J.A. Turner, and J.M. Romano, Selfefficacy and outcome expectancies: relationship to การยึ ด หดหรื อ เกร็ ง ของกล้ามเนื้อจากทั้ง 7 ท่าการ chronic pain coping strategies and adjustment. ยืดไปแล้ว หากใครได้ทดลองนำไปปฏิบัติและเห็นผล Pain, 1991. 44(3): p. 263-269. เป็นอย่างไร ก็เขียนมาบอกเล่ากันได้นะครับ และเพื่อ เป็นการช่วยให้คนพิการมีสุขภาวะที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เรา 6. Davis, D.S., et al., The Effectiveness of 3Stretching Techniques on Hamstring Flexibility Using ได้เตรียมสาระดี ๆ เกี่ยวกับการเลือกบริโภคอาหารตาม Consistent Stretching Parameters. The Journal หลั ก โภชนาการ ซึ ่ ง จะมี ค วามน่ า สนใจเพี ย งใดนั ้ น of Strength & Conditioning Research, 2005. 19(1): ติดตามกันให้ได้ในหมออนามัยฉบับหน้านะครับ p. 27. 7. Harvey, L., R. Herbert, and J. Crosbie, Does stretching แหล่งข้อมูลอ้างอิง induce lasting increases in joint ROM? A systematic 1. O’Dwyer, N., L. Ada, and P. Neilson, Spasticity and review. Physiotherapy Research International, 2002. muscle contracture following stroke. Brain, 1996. 7(1): p. 1-13. 119(5): p. 1737. 8. Light, K.E., et al., Low-load prolonged stretch vs. high2. Appleton, B., Stretching and flexibility. Physiology load brief stretch in treating knee contractures. of Stretching, Everything. 1994. Physical Therapy, 1984. 64(3): p. 330. 3. Atha, J. and D. Wheatley, Joint mobility changes due 9. Stretching exercises. 2011 [cited 2011 April 18th]; to low frequency vibration and stretching exercise. Available from: http://www.totallyhealthyyou.com/ British journal of sports medicine, 1976. 10(1): healthybodyarticles/stretch.htm. p. 26. 10. Stretching exercises for lower extremities. 2011 4. Harvey, L. and R. Herbert, Muscle stretching for [cited 2011 April 18th]; Available from: http:// treatment and prevention of contracture in people centurycycles.com/articles/stretching-before-youwith spinal cord injury. Spinal cord, 2002. 40(1): p. ride-pg219.htm. 1-9.

46

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


ห นั ง สื อ ช ว น อ่ า น

นายเป็นต่อ vjatuporn@hotmail.com

สภากาแฟ

สนทนาก่อพลังปัญญา

สร้างอนาคต

มนุษย์ที่รวมกันเป็นสังคม การปะทะสังสรรค์กันนอกจากจะเป็นไป เพื่อภารกิจของการอยู่ร่วมสังคมที่ต้องพบเจอกันแล้ว การพบกันจะมี

พลังขับเคลื่อนองคาพยพของสังคมนั้น จะเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจาก การ “สนทนา” สังคมเรามีปัญหาส่วนหนึ่งเพราะเราคุยกันน้อยลง หลายครั้งที่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง เหตุการณ์ที่ไม่สามารถตก- ลงกันได้ ทั้งสองฝ่ายต่างเชื่อมั่นในวิถีของแต่ละฝ่าย เหตุการณ์ความขัดแย้งจะรุนแรงขึ้นและบานปลายเป็นประเด็นใหญ่ของสังคมในที่สุด ทาง ออกที่เรามักได้ได้ยินกันอยู่เสมอ ๆ ก็คือ “การสานเสวนา” หากแปล ตรง ๆ ก็หมายถึง การนั่งลงเพื่อสนทนากันนั่นเอง ดังนั้นการสนทนาจึงเป็นทั้งการเติบโตของปัญญาร่วมของผู้คน การ สนทนาเป็นทั้งเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาของการอยู่ร่วมในสังคม ผมเคยเดินทางไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา...หากเราไม่ นับรวมปัญหาความขัดแย้งที่เกิดสถานการณ์ความรุนแรงทั่วไปในตอนนี้ ภาคใต้โดยพื้นฐานเป็นพื้นที่ที่สงบสุขยิ่ง ความงดงามของความเชื่อต่อ พระเจ้าที่ยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คน สิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่เอื้อให้ คนในพื้นที่ได้กินอยู่อย่างมีความสุข วิถีที่เพิ่มพลังของการพัฒนาท้องถิ่นใต้ ก็คือ “การคุยกัน” โดยเปิดพื้นที่อย่างไม่เป็นทางการ เป็นพื้นที่ปลอดภัย และมีความสุข ผ่าน “โต๊ะกาแฟ” ยามเช้า ที่นี่เป็นพื้นที่ทางสังคม การตั้ง ประเด็นแล้วถกประเด็นกันอย่างได้อรรถรส นอกจากคนร่วมสนทนาจะได้ มิ ต รไมตรี แ ล้ ว บางครั ้ ง ปั ญ หาที ่ ย ากจะคลี ่ ค ลายเมื ่ อ คิ ด คนเดี ย วกลั บ คลี่คลายปมได้อย่างง่ายดายที่สภากาแฟท้องถิ่น

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  47


นี่ ก ระมั ง ... อานุ ภ าพของ การพูดคุยแบบไทย ๆ หากเราไปดู วิถีโลก หลายคนอาจรู้จัก “เดอะ เวิลด์ คาเฟ่” เป็นสภากาแฟที่ใช้ เป็นพื้นที่สร้างปัญญาร่วมและแก้ไข ปัญหาเช่นเดียวกัน สภากาแฟแห่ง นี้เป็นพื้นที่สนทนาเพื่อก่อพลังทาง ปัญญา สร้างอนาคตร่วมกัน เดอะ เวิ ล ด์ คาเฟ่ หาก อุปมา “ผลผลึกทางปัญญา” เป็น เช่นแสงสว่าง สภากาแฟเชื่อมั่นใน แสงสว่ า งของผู ้ ค นที ่ ห ลากหลาย และเมื่อไหร่ก็ตามที่แสงสว่างเหล่า นั้นมารวมตัวกัน หากเราลองจินตนาการดู ว ่ า จะโชติ ช ่ ว งและมี พ ลั ง ขนาดไหน... วงสนทนาเวิลด์คาเฟ่ เป็น วิธีการที่สอดคล้องกับธรรมชาติของ สังคมมนุษย์ สามารถส่งเสริมการ แบ่งปันความรู้ได้อย่างแท้จริง เป็น วิถีใหม่ในการเรียนรู้ร่วมกัน สร้าง สภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และมีความสุข เพียงพอที่จะโยน คำถามที่เป็นวาระสำคัญที่ต้องการ การคิดร่วมกัน แล้วคอยเก็บเกี่ยว ทั ศ นะอั น หลากหลายต่ อ คำถาม เหล่านั้น มาเป็นต้นทุนทางปัญญา และเป็นชุดความรู้ใหม่ ผมนั่งอ่าน เดอะเวิลด์คาเฟ่ จนจบเล่ม แม้จะเป็นหนังสือแปล แต่ ย ั ง คงความชั ด เจนในการสื ่ อ ความหมาย ได้ เ ห็ น พลั ง ของการ สนทนาที่ถูกออกแบบอย่างใส่ใจที ่

มี ต ่ อ กลุ ่ ม สนทนา หากเราไม่ ไ ด้ เจาะจงในการสร้ า งความรู ้ ใ หม่ ท ี ่ เน้ น การเปลี ่ ย นแปลงอย่ า งสร้ า งสรรค์ แ ต่ เ พี ย งอย่ า งเดี ย ว การ 48 

ª’∑’Ë 20 ©∫—∫∑’Ë 6

สนทนายังเพิ่มความสามารถมอง เห็นโลกของผู้อื่นผ่านตัวเราเอง ได้ รับแรงบันดาลใจ ไมตรีจิต ความ สั ม พั น ธ์ ข องเพื ่ อ นมนุ ษ ย์ ด ้ ว ยกั น ตลอดจนวิ ธ ี ค ิ ด ที ่ ใ ห้ ค ุ ณ ค่ า ต่ อ สิ ่ ง หนึ่งสิ่งใด...สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่ง ของผลลัพธ์การสนทนาของมนุษย์ สำหรับผมที่มีประสบการณ์ การพั ฒ นาผ่ า นภาคประชาสั ง คม และผู้คนที่หลากหลายมาระยะหนึ่ง ผมลองย้อนหลังคิดถึงบรรยากาศ การพั ฒ นาครั ้ ง อดี ต ก็ เ ห็ น ยุ ท ธศาสตร์หลัก ๆ ของการพัฒนาได้ ไม่ยาก “การสนทนา” ที่เป็นการ “ผสมเกสรทางด้ า นความคิ ด ” นี่เองที่ช่วยทำให้เกิดพลังการแก้ไข ปัญหาใหม่ ๆ หลายปัญหาที่ดูเป็น ปัญหาที่แก้ไขยาก หากร่วมกันคิด ร่ ว มกั น ทำ ปั ญ หานั ้ น ก็ ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น ปัญหาที่ยากเกินไปกว่าที่จะแก้ไข ได้ ในทางสาธารณสุขผมมอง ว่า “การสร้างการมีส่วนร่วม” ใน การพัฒนาสุขภาพ เป็นยุทธศาสตร์ สำคั ญ อย่ า งมากในทางรอดของ การพัฒนาสุขภาพในศตวรรษที่ 21 การมีส่วนร่วมนั้นมี “การสนทนา” เป็ น เครื ่ อ งมื อ สำคั ญ การเรี ย นรู ้ แนวคิด กระบวนการ ตลอดจน

พยายามสร้างให้มีพื้นที่การสนทนา ที ่ ม ี ค ุ ณ ภาพในงานสาธารณสุ ข

น่ า จะเป็ น กระบวนการที ่ น ั ก การ สาธารณสุ ข ต้ อ งเรี ย นรู ้ แ ละทำ หน้ า ที ่ เ ป็ น ผู ้ อ ำนวยการเรี ย นรู ้ ใ น อนาคต เพื่อการค้นพบปัญญาร่วม (collective wisdom) บนความซับซ้อนของปัญหาสุขภาพในอนาคต และประโยคยาว ๆ ที ่ ผ ม ประทั บ ใจในหนั ง สื อ เล่ ม นี ้ ก ็ ค ื อ “การสนทนาอย่างรวมใจผลิผลเป็น ญาณทัสนะอันกระจ่างแจ้งโดยแท้ และเบิ ก ลู ่ ท างสำหรั บ ปฏิ บ ั ต ิ ก าร ใหม่ ๆ ที ่ ซ ึ ่ ง การงานและชี ว ิ ต คื น กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยความหมายและความเป็นไปได้ และด้วย วิ ถ ี เ ช่ น นี ้ เ อ���ที ่ เ ราจะสามารถฟื ้ น ความหวังในอนาคตขึ้นได้ในที่สุด” และผมก็มีความฝันเล็ก ๆ ว่า นักการสาธารณสุขที่ทำงานกับ ภาคประชาสั ง คมอย่ า งแนบแน่ น นี่เอง จะเป็นกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลง เปิ ด ใจรั บ รู ้ ส ิ ่ ง ใหม่ ๆ ทาง เลื อ กเพื ่ อ การสร้ า งสรรค์ จ ิ ต วิ ญ ญาณประชาสั ง คม เพื ่ อ นำสั ง คม ของเราไปสู่ “สุขภาวะ” สำหรับวัน นี้และในอนาคต

เดอะ เวิลด์ คาเฟ่ “สภากาแฟ สนทนาก่อพลังปัญญา สร้างอนาคต” ผู้เขียน : ฆวนนิต้า บราวน์ และ เดวิด ไอแซคส์ ผู้แปล : เจริญเกียรติ ธนสุขถาวร และ กฤตศรี สามะพุทธิ บรรณาธิการ : นิพนธ์ แจ่มดวง ISBN 978-611-90054-5-7 สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา 2552 ราคา 370 บาท


กฎหมายสาธารณสุ ข เสมอ กาฬภักดี samertap@hotmail.com กลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

เลือกตั้ง

ส.ส. กับหมออนามัย ขณะนี้ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 และได้ ก ำหนดวั น เลื อ กตั ้ ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 “หมออนามัย” เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเป็นคนที่ ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ย่อม เป็นที่มุ่งหวังและคาดหมายของผู้ สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมือง เพื่อให้ช่วยเหลือและจูงใจประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ไป ลงคะแนนให้ ก ั บ ตนและพรรคการเมื อ ง ในการปฏิ บ ั ต ิ ต นและ ปฏิบัติหน้าที่ราชการของ “หมอ-

อนามัย” จึงต้องระมัดระวังไม่ให้ เป็นความผิดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้ อ งกั บ การเลื อ กตั ้ ง และพรรคการเมื อ ง เช่ น พระราชบั ญ ญั ต ิ ประกอบรั ฐ ธรรมนู ญ ว่ า ด้ ว ยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิ ก วุ ฒ ิ ส ภา พ.ศ. 2551 ซึ่งบางกรณีอาจมีความผิดในทาง อาญา และทางวินัยของข้าราชการ ขึ้นได้ ดังนั้น จึงขอเสนอความรู้ และข้อควรระวังที่สำคัญของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ดังนี้ จู ง ใจเพื่ อ ให้ เ ลื อ กหรื อ ไม่ ใ ห้ เลือก ส.ส./พรรคการเมือง มาตรา 17 ห้ า มมิ ใ ห้ ผู ้ สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่ง อย่ า งใด เพื ่ อ จะจู ง ใจ ให้ ผู ้ ม ี ส ิ ท ธิ เลื อ กตั ้ ง ลงคะแนนเสี ย งเลื อ กตั ้ ง ให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น หรือ พรรคการเมื อ งใด หรื อ ให้ ง ดเว้ น การลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือ พรรคการเมืองใด ด้วยวิธีการดังนี้ /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  49


(1) จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะ ให้ทรัพย์สิน หรือ ผลประโยชน์อื่น ใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ ใด (2) ให้ เสนอให้ หรื อ สัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าจะโดยตรง หรื อ โดยอ้ อ มแก่ ช ุ ม ชน สมาคม มู ล นิ ธ ิ วั ด สถาบั น การศึ ก ษา สถานสงเคราะห์ หรือ สถาบันอื่น ใด (3) ทำการโฆษณาหา เสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือ การรื่นเริงต่าง ๆ (4) เลี ้ ย งหรื อ รั บ จะจั ด เลี้ยงผู้ใด (5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วย ความเท็จ หรือจูงใจ ให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิ ย มของผู ้ ส มั ค รหรื อ พรรคการเมืองใด ดังนั้น ถ้า “หมออนามัย” ทำการต่าง ๆ ดังกล่าวเพื่อจะจูงใจ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียง หรื อ ไม่ ใ ห้ ล งคะแนนเสี ย งให้ แ ก่ ผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง เช่น แจกเงินหรือให้ประโยชน์ต่าง ๆ หรือจัดเลี้ยง อสม. หรือจูงใจให้ไป ลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส. แล้ว ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 17 เป็นความ ผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 10 ปี และปรั บ ตั ้ ง แต่ 20,000 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี 50

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ใช้ ต ำแหน่ ง หน้ า ที่ ใ ห้ คุ ณ ให้ โทษ มาตรา 47 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดย มิ ช อบด้ ว ยกฎหมาย กระทำการ ใด ๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้ สมัครหรือพรรคการเมือง การใช้ ต ำแหน่ ง หน้ า ที ่ โดยมิชอบด้วยกฎหมายตามวรรค หนึ่ง มิให้หมายความรวมถึงการ ปฏิ บ ั ต ิ ห น้ า ที ่ ต ามปกติ ท ี ่ พ ึ ง ต้ อ ง ปฏิบัติในตำแหน่ ง ของเจ้ า หน้ า ที ่ ของรัฐนั้น หรือการแนะนำหรือช่วยเหลือในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง กั บ การเลื อ กตั ้ ง ของผู ้ ส มั ค รรั บ เลือกตั้งหรือพรรคการเมื อ ง โดย มิได้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ แม้ ว ่ า การกระทำจะเป็ น คุ ณ หรื อ โทษ แก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ใด ดั ง นั ้ น ถ้ า หมออนามั ย ปฏิ บ ั ต ิ ห น้ า ที ่ ร าชการแล้ ว เจตนา เพื่อเอื้อประโยชน์ทั้งเป็นคุณหรือ เป็ น โทษแก่ ผู ้ ส มั ค ร ส.ส. หรื อ

พรรคการเมื อ ง เช่ น จั ด ประชุ ม อสม. หรื อ บริ ก ารรั ก ษาพยาบาล หรือให้บริการเกี่ยวกับงานในหน้าที่ แล้ ว ถื อ โอกาสนั ้ น พู ด ขอให้ ช ่ ว ยเหลือผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง แล้ว ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 47 เป็นความผิดต้องระวางโทษจำคุก ตั ้ ง แต่ 1 - 10 ปี และปรั บ ตั ้ ง แต่ 20,000 - 200,000 บาท และให้ศาล สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี

จัดยานพาหนะรับส่งผู้ไปลง คะแนนเสียง มาตรา 45 ห้ามมิให้ผู้ใด จัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไปยังที่เลือกตั้ง เพื่อการเลือกตั้ง หรือนำกลับไปจากที่เลือกตั้ง หรือ จัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง หรือกลับจากที่เลือกตั้งโดยไม่ ต้ อ งเสี ย ค่ า โดยสารยานพาหนะ หรือค่าจ้าง ซึ่งต้องเสียตามปกติ เพื ่ อ จู ง ใจหรื อ ควบคุ ม ให้ ผู ้ ม ี ส ิ ท ธิ เลือกตั้งไปลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด บทบัญญัติในวรรคหนึ่ง มิ ใ ห้ ใ ช้ บ ั ง คั บ แก่ ก ารที ่ ห น่ ว ยงาน ของรัฐจัดยานพาหนะ เพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้น ถ้ามีการจัดรถรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งฟรีเพื่อจูงใจให้ ไปลงคะแนนให้กับแก่ผู้สมัครหรือ พรรคการเมืองแล้ว ซึ่งการฝ่าฝืน มาตรา 45 เป็นความผิดต้องระวาง โทษจำคุกตั้งแต่หนึ่ง 1 - 5 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี การปิ ด ป้ า ยหรื อ ประกาศหา เสียง มาตรา 50 ห้ า มมิ ใ ห้ ผู ้ สมั ค ร พรรคการเมื อ ง หรื อ ผู ้ ใ ด นอกจากรัฐ จัดที่ปิดประกาศและที่ ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง


ในสาธารณสถานซึ ่ ง เป็ น ของรั ฐ จัดสรรเวลาออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ให้ แก่พรรคการเมืองหรือกระทำกิจการอื่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดให้รัฐสนับสนุน ดั ง นั ้ น ถ้ า มี ผู ้ ใ ดไปปิ ด ประกาศหรื อ ป้ า ยหาเสี ย งในสาธารณสถานที่เป็นของรัฐหรือทาง ราชการ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 50 เป็นความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้น แต่ ร ั ฐ จะจั ด ให้ เ ป็ น ที ่ ป ิ ด ประกาศ หรือติดแผ่นป้ายหาเสียงเท่านั้นจึง จะไม่เป็นความผิดดังกล่าว คำว่ า สาธารณสถาน หมายความว่ า สถานที ่ ใ ด ๆ ซึ ่ ง ประชาชนมี ค วามชอบธรรมที ่ จ ะ เข้าไปได้ เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาล เป็นต้น ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 50 เป็นความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ชาวต่างชาติช่วยหาเสียง มาตรา 46 ห้ามมิให้ผู้ใด ซึ ่ ง มิ ไ ด้ ม ี ส ั ญ ชาติ ไ ทยเข้ า มี ส ่ ว น ช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง หรือกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ แห่งการเลือกตั้งโดยประการที่เป็น คุ ณ หรื อ เป็ น โทษแก่ ผู ้ ส มั ค รหรื อ พรรคการเมืองใด ทั้งนี้ เว้นแต่การ กระทำนั้นเป็นการช่วยราชกา���หรือ เป็ น การประกอบอาชี พ ตามปกติ โดยสุจริตของผู้นั้น

ดั ง นั ้ น ถ้ า ชาวต่ า งชาติ เช่น แรงงานพม่า เขมร ลาว หรือ ฝรั่ง ไปช่วยหาเสียงเลือกตั้ง เช่น แจกใบปลิว โฆษณาหาเสียงให้กับ ผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 46 เป็นความ ผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 10 ปี ถึ ง สิ บ ปี และปรั บ ตั ้ ง แต่ 20,000 - 200,000 แสนบาท ใครทำให้ เ ลื อ กตั้ ง ใหม่ ต้ อ ง ชดใช้ค่าเสียหาย มาตรา 113/1 ในกรณีที่ ศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้ใดฐาน กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และผู้ นั้นเป็นผู้ทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็น ไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือ เป็นผู้กระทำการใดอันเป็นเท็จเพื่อ จะแกล้งให้ผู้สมัครถูกเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งหรือเพื่อไม่ให้มีการประกาศผลการเลื อ กตั ้ ง ตามมาตรา 101/1 วรรคสอง อันเป็นเหตุให้ต้อง มีการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้ง หรือเขตเลือกตั้งใด ให้ศาลมีคำ- พิพากษาว่าผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งใหม่ นั้นด้วย นอกจากจะมี ค วามผิ ด ตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว แล้ ว บางกรณี อ าจเป็ น ความผิ ด ทางวิ น ั ย ตามพระราชบั ญ ญั ต ิ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ที่บัญญัติให้ข้าราชการพล-

เรือนสามัญต้องปฏิบัติ คือ “มาตรา 82(9) ต้องวาง ตนเป็ น กลางทางการเมื อ งใน การปฏิบัติหน้าที่ราชการและใน การปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับ ประชาชน กั บ จะต้ อ งปฏิ บั ติ ตามระเบียบของทางราชการว่า ด้วยมารยาททางการเมืองของ ข้าราชการด้วย” วิ น ั ย บทนี ้ ม ี ห ลั ก การให้ ข้ า ราชการวางตนเป็ น กลางทาง การเมื อ งเพื ่ อ ให้ ส ามารถปฏิ บ ั ต ิ หน้าที่ราชการประจำต่อเนื่องไปได้ ไม่ ว ่ า พรรคการเมื อ งใดจะเข้ า มา เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ การวางตนเป็นกลางทาง การเมืองนั้น หมายถึง เฉพาะใน การปฏิ บ ั ต ิ ห น้ า ที ่ ร าชการและใน การปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับ ประชาชนเท่านั้น ที่ให้ข้าราชการ วางตนเป็ น กลาง เช่ น ในการ ปฏิ บ ั ต ิ ห น้ า ที ่ ร าชการจะอำนวย ประโยชน์ให้แก่พรรคการเมืองใด เป็ น พิ เ ศษกว่ า พรรคการเมื อ งอื ่ น หรือกว่าบุคคลทั่วไปมิได้ หรือจะ ชักชวนให้ประชาชนสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง โดยเฉพาะก็ ท ำไม่ ไ ด้ ส่วนการทำในทางส่วนตัวจะนิยม หรือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ก็ ไ ด้ ไม่ ห ้ า ม คงห้ า มแต่ ก ารเป็ น กรรมการพรรคการเมืองและเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองซึ่งกำหนด ไว้เป็นคุณสมบัติที่ต้องห้ามเท่านั้น นอกจากนี ้ มาตรานี ้ ย ั ง บัญญัติให้ข้าราชการพลเรือน ต้อง /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  51


ปฏิ บ ั ต ิ ต ามระเบี ย บของทางราชการว่าด้วยมารยาททางการเมือง ของข้าราชการอีกด้วย คือ ระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2499 ซึ่งกำหนดสรุป ว่าข้าราชการพลเรือนนั้น จะนิยม หรือเป็นสมาชิกในพรรคการเมือง ใด ๆ ที ่ ต ั ้ ง ขึ ้ น โดยชอบด้ ว ยกฎหมายและจะไปประชุมอันเป็นการ ประชุมของพรรคการเมืองนั้นเป็น การส่วนตัวก็ได้ แต่ในทางที่เกี่ยวกับประชาชนและในหน้าที่ราชการ ต้ อ งกระทำตนเป็ น กลาง ปฏิ บ ั ต ิ ตามนโยบายของรั ฐ บาลโดยไม่ คำนึ ง ถึ ง พรรคการเมื อ ง และไม่ กระทำการให้เป็นการฝ่าฝืนวินัยที่ กำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือน กับต้องไม่กระทำการอันเป็นฝ่าฝืน ข้อห้ามดังต่อไปนี้ด้วย คือ 1. ไม่ ด ำรงตำแหน่ ง ใน พรรคการเมืองใด ๆ 2. ไม่ ใ ช้ ส ถานที ่ ร าชการ ในกิจการทางการเมือง 3. ไม่วิพากษ์วิจารณ์การ กระทำของรั ฐ บาลให้ ป รากฏแก่ ประชาชน 4. ไม่แต่งเครื่องแบบราชการไปร่วมประชุมพรรคการเมือง หรือไปร่วมประชุมในที่สาธารณสถานใด ๆ อันเป็นการประชุมที่มี ลักษณะทางการเมือง

52

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

5. ไม่ประดับเครื่องหมาย ของพรรคการเมื อ งใดเวลาสวม เครื ่ อ งแบบราชการ หรื อ ในเวลา ราชการ หรือสถานที่ราชการ 6. ไม่แต่งเครื่องแบบของ พรรคการเมื อ งเข้ า ไปในสถานที ่ ราชการ 7. ไม่บังคับให้ผู้อยู่ใต้บังคั บ บั ญ ชาหรื อ ประชาชนเป็ น สมาชิกในพรรคการเมือง และไม่ กระทำการในทางให้ ค ุ ณ ให้ โ ทษ เพราะเหตุที่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา หรือประชาชนนิยม หรือเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองใดที่ตั้งขึ้นโดย ชอบด้วยกฎหมาย 8. ไม่ทำการขอร้องให้บุคคลใดอุ ท ิ ศ เงิ น หรื อ ทรั พ ย์ ส ิ น เพื ่ อ ประโยชน์แก่พรรคการเมือง 9. ไม่โฆษณาหาเสียงเพื่อ ประโยชน์แก่พรรคการเมือง หรือ

แสดงการสนับสนุนพรรคการเมือง ใด ๆ ให้เป็นการเปิดเผยในที่ประชุมพรรคการเมืองและในที่ที่ปรากฏแก่ประชาชนหรือเขียนจดหมาย หรื อ บทความไปลงหนั ง สื อ พิ ม พ์ หรือพิมพ์หนังสือหรือใบปลิวซึ่งจะ จำหน่ายแจกจ่ายไปยังประชาชน อั น มี ข ้ อ ความที ่ เ ป็ น ลั ก ษณะของ การเมือง 10. ไม่ปฏิบัติหน้าที่แทรกแซงในทางการเมือง หรือใช้การเมื อ งเป็ น เครื ่ อ งมื อ เพื ่ อ กระทำ กิจการต่าง ๆ อาทิ วิ่งเต้นติดต่อ กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ พรรคการเมืองเพื่อให้นำร่างพระราชบั ญ ญั ต ิ เ สนอสภาฯ หรื อ ตั ้ ง กระทู้ถามรัฐบาล 11. ในระยะเวลาที ่ ม ี ก าร สมั ค รรั บ เลื อ กตั ้ ง สมาชิ ก สภาผู ้ -

แทนราษฎรไม่ แ สดงออกโดยตรง

ไม่โฆษณาหาเสียงเพื่อประโยชน์แก่พรรคการเมือง หรือแสดงการสนับสนุนพรรคการเมือง ใด ๆ ให้เป็นการเปิดเผยในที่ประชุมพรรคการเมือง และในที่ที่ปรากฏแก่ประชาชน


หรือโดยปริยายที่จะเป็นการช่วยเหลือส่งเสริมสนับสนุนผู้สมัครรับ เลื อ กตั ้ ง และในทางกลั บ กั น ไม่ กีดกันตำหนิ ติเตียน ทับถม หรือ ให้ร้ายผู้สมัครรับเลือกตั้ง กรณีตัวอย่างการกระทำผิด วินัย เพื่อเพื่อน นายยอด ตำแหน่ ง สาธารณสุขอำเภอ ได้มีหนังสือเชิญ หัวหน้าสถานีอนามัยทุกแห่งที่เป็น ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนมาประชุม เพื ่ อ ขอร้ อ งเชิ ง บั ง คั บ ให้ เ ลื อ กผู ้ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นเพื่อนของตน พฤติการณ์ของนายยอดดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัย ฐานไม่วาง ตนเป็ น กลางทางการเมื อ งตาม มาตรา 82(9) ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 3 เดือน ผมแค่ร่วมประท้วงเท่านั้น นายยม ตำแหน่งหัวหน้าสถานี อ นามั ย ได้ เ ข้ า ร่ ว มชุ ม นุ ม ประท้วงหน้าสหกรณ์การเกษตรกับ กลุ ่ ม ประชาชนที ่ ร ่ ว มชุ ม นุ ม ดั ง กล่าวซึ่งได้ถือป้ายผ้าที่มีข้อความ พาดพิงถึงพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดย ข้อความดังกล่าวน่าจะก่อให้เกิด ความเข้าใจผิดและความรู้สึกในแง่ ลบแก่พรรคการเมือง และสมาชิก-

สภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว พฤติการณ์ ข องนายยมดั ง กล่ า ว เป็ น การกระทำผิดวินัย ฐานไม่วางตน เป็นกลางทางการเมืองตามมาตรา 82(9) ลงโทษภาคทัณฑ์ จอมไฮด์ปาร์ก นายยิ่ง ตำแหน่งหัวหน้าสถานี อ นามั ย ได้ เ ข้ า ร่ ว มชุ ม นุ ม และขึ ้ น เวที ก ล่ า วปราศรั ย โจมตี พรรคการเมื อ งพรรคหนึ ่ ง และผู ้ สมัคร ส.ส. ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง พฤติ ก ารณ์ ข องนายยิ่ ง ดั ง กล่ า ว เป็นการกระทำผิดวินัย ฐานไม่วาง ตนเป็ น กลางทางการเมื อ งตาม มาตรา 82(9) ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 1 เดือน ช่วยหน่อย นายยง นางแหยม และ นายย้อย ตำแหน่งหัวหน้าสถานีอนามัย ได้จัดประชุม อสม. เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน และได้พูดขอร้องให้ อสม.ทุกคนช่วยหาเสียงให้ กับพรรคการเมืองพ���รคหนึ่งและผู้ สมัคร ส.ส. ปรากฏว่าได้มีผู้แอบ ถ่ า ยภาพเคลื ่ อ นไหวในเรื ่ อ งดั ง กล่าวแล้วนำไปร้องเรียนต่อ กกต. และ กกต. ได้สอบสวนแล้วเห็นว่า มีความผิดจริงจึงส่งเรื่องดำเนินคดี อาญาแก่ ข ้ า ราชการทั ้ ง สามราย พร้อมกับส่งเรื่องไปให้หน่วยงาน ต้ น สั ง กั ด ดำเนิ น การทางวิ น ั ย พฤติการณ์ของข้าราชการทั้งสาม

รายดั ง กล่ า ว เป็ น การกระทำผิ ด วินัย ฐานไม่วางตนเป็นกลางทาง การเมื อ งตามมาตรา 82(9) ลง โทษตัดเงินเดือนคนละจำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 1 เดือน ดั ง นั ้ น หมออนามั ย ทุ ก ท่าน จะต้องปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง ที ่ ด ี แ ละไม่ ก ระทำความผิ ด เกี ่ ย ว- กับการเลือกตั้ง ส.ส. ในครั้งนี้ และ ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ ห ั ว พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน ปี 2554 ดังนี้ “งานราชการนั ้ น เป็ น งานส่ ว นรวม มี ผ ลเกี ่ ย วเนื ่ อ งถึ ง ประโยชน์ ข องบ้ า นเมื อ ง และ ประชาชนทุกคน. ผู้ปฏิบัติบริหารงานราชการจึงต้องคำนึงถึงความ สำเร็ จ ของงานเป็ น สำคั ญ อย่ า นึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือประโยชน์ เฉพาะตนให้มากนัก. มิฉะนั้นงาน ในหน้าที่จะบกพร่อง เกิดเป็นผล เสียหายแก่ตน แก่งานส่วนรวมของ ชาติได้. ขอให้ถือว่า การทำงานใน หน้ า ที ่ ไ ด้ ส ำเร็ จ สมบู ร ณ์ เป็ น ทั ้ ง รางวัล และประโยชน์อันประเสริฐ สุ ด เพราะจะทำให้ ป ระเทศชาติ และประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขและ มั่นคง” อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช วันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2554

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  53


ห ลั ก ป ร ะ กั น สุ ข ภ า พ ไ ท ย นพ. วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

Doctor

Money ห นู

ยา

ก เ ป็ นหมอ

54

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

“หนูอยากเป็นหมอ” นั่นคือ คำให้สัมภาษณ์ของเด็กหญิงสุรายา เอส (SURAYA S.) เด็กนักเรียน อายุ 13 ขวบ แห่งโรงเรียนวังกะปอร์พิทยาคม จังหวัดปัตตานี “ทำไมล่ะคะ” นักข่าวสาว ถามความเป็นมาของความคิดที่ว่า นี้ “หนูอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ คนที่เดือดร้อนจากโรคภัยไข้เจ็บ บ้านหนูมีคนยากจนที่ไม่มีเงิน รักษาตั้งแยะ” นี่คือคำตอบที่คลาสสิคที่สุด ที ่ เ ราได้ ย ิ น ได้ ฟ ั ง กั น เสมอเป็ น นิ จ เกี ่ ย วกั บ แรงจู ง ใจของคนที ่ อ ยาก เรียนแพทย์ ยึดอาชีพแพทย์

จริ ง ๆ แล้ ว ผู ้ ห ลั ก ผู ้ ใ หญ่ หลายท่ า นบอกว่ า การประกอบ วิชาชีพเวชกรรมในฐานะ “แพทย์” นั้น เป็นได้ทั้งอาชีพ (หาอยู่หากิน เลี้ยงตัวเอง) และวิชาชีพ (ความรู้ ความสามารถประจำตัว ใช้ทำประโยชน์ได้สารพัด) คนเป็นแพทย์จะ ต้ อ งให้ ค วามสำคั ญ กั บ อย่ า งหลั ง มากกว่าอย่างแรก ปั ญ หาก็ ค ื อ ทุ ก วั น นี ้ เ รามี แพทย์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีทัศนคติ ความ ใส่ใจต่อการหาอยู่หากินอย่างแรก คืออาชีพ มากกว่าเรื่องของวิชาชีพ ดังจะเห็นได้จากกระแสข่าว แพทย์ ลาออกจากราชการ แพทย์นิยมไป ศึ ก ษาต่ อ ในสาขาวิ ช าบางด้ า นที ่


ประกอบธุรกิจได้ง่าย เช่น หมอโรค ผิวหนัง หมอตา และการหนีไปอยู่ ในภาคเอกชน หรื อ แม้ ก ระทั ่ ง ไป ประกอบวิชาชีพอิสระอย่างอื่นที่ไม่ ได้ ใ ช้ ค วามรู ้ ด ้ า นการแพทย์ ท ี ่ เ ล่ า เรียนมา (เช่น ไปเป็นผู้จัดการบริษัท ขายรองเท้า ไปขายเครื่องสำอาง หรือ ไปเป็นนักบินพลเรือน) ต้องยอมรับว่าในสังคมยุค โลกาภิวัตน์ ที่กระแสบริโภคนิยม ทุนนิยม และธนนิยม เป็นกระแส หลักในการขับเคลื่อน ปัจจัยเหล่านี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่ที่ อยากทำงานสบาย ๆ รายได้ดี ไม่-

มี ค วามกดดั น มากนั ก และสั ง คม ยอมรับ การเรียนแพทย์เป็นหนึ่งใน ทางเลือกที่ว่านี้ โดยแรงจูงใจแล้ว เด็กที่อยากเรียนแพทย์มีต้นเหตุมา จากหลายด้าน นับตั้งแต่ • เป็นอาชีพที่สังคมยอมรับ

มีเกียรติ • รายได้ ผลตอบแทนอยู่ใน เกณฑ์ดี • เลื อ กเรี ย นตามอย่ า ง

เพื่อน หรือความต้องการ

ของพ่อแม่ • มี จ ิ ต สำนึ ก อยากช่ ว ย-

เหลือเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บ-

ไข้ได้ป่วย เดือดร้อน ในคน ๆ เดียวกัน เรามักพบ แรงจู ง ใจในการเลื อ กเรี ย นแพทย์ มักจะเป็นจากเกือบทุกข้อมารวม ๆ กัน มากกว่าที่จะเป็นแรงจูงใจโดด ๆ ข้อใดข้อหนึ่ง คำถามที่น่าสนใจคือ แรงจูงใจอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ในช่วงวัยเรียนประถม และมัธยม ก่ อ นเข้ า มหาวิ ท ยาลั ย แรงจู ง ใจ อาจมาจากตัวเด็กเอง พ่อแม่ เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งจาก event หรือ impulse บางอย่างที่ส่งผลต่อทัศนคติ (เช่ น เด็ ก เลื อ กเรี ย นแพทย์ เพราะปู่ ย่า ตา ยาย เจ็บป่วยและ ได้รับการดูแลไม่ดีจากโรงพยาบาล) มีข้อสังเกตที่น่าสนใจหลาย อย่ า งต่ อ ความเป็ น มาและความ เป็ น ไปต่ อ การเลื อ กเรี ย นแพทย์

ของคนรุ่นใหม่ นับตั้งแต่เราพบว่า ปัจจุบันนี้ 1. นั ก ศึ ก ษาแพทย์ ป ระ-

มาณร้ อ ยละ 70 เป็ น ผู ้ ห ญิ ง คำ อธิบายของเรื่องนี้เป็นเพราะว่าสัมฤทธิผลทางการเรียนของเด็กผู้หญิง ในมัธยมปลายดีกว่า เด็กผู้ชายมี ทางเลือกที่จะไปเรียนอย่างอื่นมาก กว่า หรือเด็กผู้ชายเกกมะเหรกเกเร มากกว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้ ไม่ได้ เป็นเฉพาะในประเทศไทย ในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนอย่าง ฟิ ล ิ ป ปิ น ส์ แ ละมาเลเซี ย ก็ เ ช่ น เดียวกัน 2. นักศึกษาแพทย์ส่วนใหญ่ มาจากครอบครัวคนชั้นกลางและ คนรวย ประมาณร้อยละ 10 - 20 มี พ่อแม่เป็นแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล 3. ค่ า นิ ย มของนั ก ศึ ก ษา แพทย์รุ่นใหม่ - ไม่อยากรับราชการมาก

ขึ้น - มองชนบทว่าเป็นอุปสรรค

ของชีวิต (barrier) มากกว่าที่มองว่า เป็นความท้าทาย (challenge) - กลัวการถูกฟ้องร้องมาก ขึ้น

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  55


- เลื อ กเรี ย นเป็ น แพทย์ ประจำบ้านในสาขาหลัก ๆ อย่าง สูติกรรม ศัลยกรรม และอายุรกรรม น้ อ ยลง ไปเลื อ กเรี ย นสาขาวิ ช า minor อย่างโรคผิวหนัง จักษุวิทยา และอื่น ๆ มากขึ้น คำถามที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาพูดในที่นี้ คือ 1. เรามี แ พทย์ อ ยู ่ ท ั ่ ว ประเทศกว่า 35,000 คน ในขณะนี้ แต่ แพทย์ ส ่ ว นน้ อ ยเพี ย ง 9,000 คน เท่านั้น ที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขในต่างจังหวัด ส่วนที่เหลือไปอยู่ ในระบบของมหาวิทยาลัย เอกชน และประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งผม อยากจะเรี ย กว่ า อยู ่ ใ นวงจรของ money train เพราะส่ ว นใหญ่ จ ะ มากจะน้ อ ยเข้ า ไปเกี ่ ย วข้ อ งกั บ ธุรกิจด้านการแพทย์ (medical business) ซึ่งมีทั้งชนิด part time และ full time แล้วอนาคตจะทำอย่างไร กับปัญหานี้ 2. การคั ด เลื อ กเข้ า ศึ ก ษา ต่อเป็นแพทย์ ขณะนี้มีทั้งระบบคัดเลือกผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทั่วไป (entrance) ระบบรับตรงของ บางมหาวิทยาลัย และระบบมหาวิทยาลัยเอกชน ระบบทั้ง 3 แบบ

นี ้ ไ ม่ รู ้ ว ่ า เป็ น ส่ ว นหนึ่งของการแก้ ปั ญ หาการขาดแคลนแพทย์ แ ละ การกระจายแพทย์ในชนบท หรือว่า เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหา ให้ทวีทับถมมากขึ้น

56

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

3. การที ่ ก รรมการแพทยสภา ซึ ่ ง เป็ น กลไกสำคั ญ ในการ กำหนดหลั ก สู ต ร การดู แ ลมาตรฐานการผลิ ต แพทย์ และกำกั บ กระบวนการด้านการแพทยศาสตร์ศึ ก ษา ส่ ว นใหญ่ ม าจากโรงพยาบาลในเมื อ ง โรงเรี ย นแพทย์ แ ละ ภาคเอกชน ย่ อ มมี ส ่ ว นทำให้ แ ม่ พิมพ์และตัวผลผลิตที่ออกมา ตอบ สนองต่อความต้องการของตลาดที่ เน้นแพทย์พาณิชย์มากขึ้น 4. การเพิ่มจำนวนการผลิต แพทย์มากขึ้นจาก 1,200 คน 1,500 คน 1,700 คน ต่อปี ในช่วง 4 - 5 ปี ที่ผ่านมา โดยหวังว่าจะเกิดปรากฏการณ์แพทย์พอเพียง และล้น (spill out) ไปอยู ่ ใ นเขตชนบทมากขึ ้ น อาจเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่ ไม่เป็นจริง เพราะตราบใดที่เรายังมี ปัญหา “money train & money doctor” ดำรงอยู่ในขณะนี้ แพทย์

ส่วนใหญ่ก็จะ���ังคงหนีออกจากโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุ ข และชนบทอยู่ดี คำพู ด ที ่ ว ่ า “I want to become a doctor” ของเด็กหญิง สุรายา อาจจะยังได้ยินได้ฟังกันอยู่ เรื่อย ๆ ไปอีกนาน แต่คำถามที่ตาม มาคื อ เป็ น ไปด้ ว ยแรงจู ง ใจแบบ ไหนและเพื่อใคร เมื่อเทียบกับเงิน ภาษีอากรที่รัฐบาลลงทุนไปในอาคารเรียน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ทุนการศึกษา เงินเดือนค่าจ้าง แพง ๆ ที ่ จ ่ า ยลงไปในหน่ ว ยงาน ของรั ฐ ที ่ ดู แ ลและรั บ ผิ ด ชอบด้ า น แพทยศาสตร์ศึกษา… แล้ ว ชาวบ้ า นตาดำ ๆ ได้ ประโยชน์อะไรบ้าง… แล้วสังคมในอนาคตจะเป็น อย่างไร…


รอยอดี ต บ.ก. วิชาการ

น้ำตาอนามัย “วิภา” จบการศึกษาผดุงครรภ์จากวิทยาลัยของกระทรวงสาธารณสุขแล้วถูกส่งไปทำงานที่ สถานีอนามัยบ้านบ่อภาค ดินแดนไกลหลังเขาอยู่ ห่างอำเภอ 40 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดไปราว 140 กิโลเมตร เมื่อรู้ข้อมูลเบื้องต้นของตำบลที่จะต้องไป ประจำทำงาน เธอเข่าแทบอ่อน เด็กผู้หญิงวัย 20 ปีเศษอย่างเธอแม้จะเติบโตมาจากบ้านนอก แต่ก็อด กังวลกับการที่จะต้องออกไปทำงานในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลโดยลำพังคนเดียวไม่ได้

เธอไม่ ผ ิ ด ที ่ ก ั ง วล และมี ค วามคิ ด ว่ า ไม่ อยากจะไปทำงานไกลอย่างนี้ สถานีอนามัยหน้าตาเป็นอย่างไรนะ ? ใครจะไปอยู่เป็นเพื่อน ? ชาวบ้านเป็นไงบ้าง ? ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ใจดีหรือดุ ? ครูของโรงเรียนขี้เมาหรือเปล่า ? มีวัยรุ่นหรือนักเลงหัวไม้เกเรไหม ? สารพัดที่เธอจะคิด นอนไม่หลับตลอดช่วง ที่อยู่ปฐมนิเทศในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  57


เธอหยิ บ แฟ้ ม รู ป และข้ อ มู ล สถานี อ นามั ย ที ่ จังหวัดจัดทำไว้เป็นรายสถานีขึ้นมาดู เธอเห็นรูปสถานีอนามั ย ที ่ เ ธอจะไปอยู ่ เป็ น สถานี อ นามั ย ทรงเตี ้ ย มี ต้นไม้เล็ก ๆ อยู่รอบอาคารไม่กี่ต้น เห็นรูปบ้านพักอยู่ ด้านหลังสถานีอนามัย มีถังเก็บน้ำฝนขนาดใหญ่ แน่นอนเธอคงไม่อดน้ำ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้าระบุว่า “ยังไม่มี” เลยสถานีอนามัยออกไปไกล ๆ มองเห็นเทือก เขาสูงทะมึน ข้ อ มู ล บอกว่ า ตำบลบ่ อ ภาคมี 7 หมู ่ บ ้ า น ประชากร 3,756 คน สถานีอนามัยเปิดมาได้ 1 ปีเศษ มีรุ่นพี่พนักงานอนามัยไปทำงานอยู่ก่อนแล้ว 1 คน

แต่จำที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพูดได้ ว่า... “จบมาแล้ว จะต้องเป็นข้าราชการที่ดี เป็น หมอที่ดี คือทำหน้าที่เพื่อผู้อื่นช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เห็นแก่ ตัว ไม่เห็นแก่ได้ เมื่อให้ผู้อื่นมากเราจะได้รับมากเป็น ทวีคูณ อาชีพของพวกเรามีแต่พระคุณ มีแต่การให้ เรา ช่วยเหลือชาวบ้าน มีเมตตากรุณาไม่เอารัดเอาเปรียบ ชาวบ้ า น เราจะได้ ค วามรั ก ความอบอุ ่ น และความ ศรัทธา ซึ่งนั่นคือน้ำหล่อเลี้ยงให้เรามีกำลังใจทำดียิ่ง ๆ ขึ้นไป” “ไปอยู ่ ส ถานี อ นามั ย ตำบลต้ อ งคิ ด เสมอว่ า เราไปอยู่บ้านเขา ที่บ้านเขา เขาใหญ่ เราต้องรู้จักทำตัว

ไปอยู่สถานีอนามัยตำบลต้องคิดเสมอว่า เราไปอยู่ บ้ า นเขา ที่ บ้ า นเขา เขาใหญ่ เราต้องรู้จักทำตัวให้เล็ก อย่าอวดดีอวด เก่ง นอบน้อมถ่อมตน เคารพผู้มีอาวุโส มีความจริงใจกับผู้อื่น อย่าดูถูกดูแคลน ชาวบ้าน

เธอจะเป็นหมออนามัยหญิงคนแรกของสถานีอนามัยบ้านบ่อภาคแห่งนี้ ง่วงแล้ว แต่ก็นอนไม่หลับ อดคิดถึงอะไร ๆ ในอนาคตไม่ได้เลย ดูมัน สับสน แปลกใหม่และใจหาย ใจหนึ่งอยากไปเห็นสถานีอนามัยเร็ว ๆ ใจหนึ่งกลับแย้งว่า “ไม่ไปได้ไหม น่ากลัวจัง” “น่าอิจฉาอนงค์และสุรางค์เลือกได้สถานีอนามัยใกล้กว่าเราทั้ง 2 คนเลย” เธอคิดในใจ 7 วันผ่านไป การปฐมนิเทศในจังหวัดเสร็จ เธอฟังท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและหัวหน้าฝ่ายอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย จำได้บ้างไม่ได้ บ้าง 58 

ª’∑’Ë 20 ©∫—∫∑’Ë 6

ให้เล็ก อย่าอวดดีอวดเก่ง นอบน้อมถ่อมตน เคารพผู้มี อาวุโส มีความจริงใจกับผู้อื่น อย่าดูถูกดูแคลนชาวบ้าน” คำสอนเหล่ า นี ้ วิ ภ าจำได้ แ ม่ น เพราะเธอ มีความรู้สึกว่าเป็นคำสอนที่มีคุณค่า มีความหมายกับ การไปทำงานอย่างมาก ท่านบอกอีกว่า... “สำหรับน้องผู้หญิง การไปอยู่สถานีอนามัย ต้องระมัดระวังความปลอดภัยไว้ด้วย จะประมาทไม่ได้ ถ้าไม่มีญาติไปอยู่ด้วย อาจต้องหาเพื่อน ผสส. หรือ

อสม. ผู้หญิงอยู่เป็นเพื่อน หรืออาจหาเพื่อนครูผู้หญิง อยู่ด้วยกันก็คงจะดี”


วิภาคิดในใจว่า ท่านช่างห่วงใยเหมือนเป็น พ่อของเรา จบการปฐมนิเทศที่จังหวัด วิภาและเพื่อน ถูกส่งไปอยู่กับรุ่นพี่ที่สถานีอนามัยบ้านหนองแขม 2 สัปดาห์ ได้มีโอกาสเรียนรู้งานทุกอย่างโดยมี พี่ยุพิน ช่วยสอนและให้คำแนะนำอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ทั้ง เรื่องงานและการดำรงชีวิต เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดท่ามกลาง ความหวังดีของรุ่นพี่ผู้นี้ เธอรู้สึกมั่นใจกับการไปอยู่สถานีอนามัยบ้าน บ่อภาคมากขึ้นแล้ว ถึงมันจะไกลลิบ แต่มันก็อยู่ใน แผ่นดินไทย “ชาวบ้านที่นั่นอยู่ได้ แล้วทำไมล่ะ เราถึงจะ อยู่ไม่ได้” เธอคิด “ที่บ้านพัก ถ้ามีไฟฟ้าใช้แล้วควรติดไฟไว้หน้า บ้าน 1 ดวงแล้วเปิดตลอดคืน ถ้ามีใครมาเรียกเรากลาง คืนเราควรแอบดูก่อนว่าเป็นใคร มาดีหรือมาร้าย เจาะรู เล็ก ๆ ไว้ที่ฝาบ้าน ถ้าคนมาดีเขาจะปรากฏตัวให้เราเห็น” “ถ้าไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็ลำบากหน่อย สมัยก่อนพี่ เคยอยู่สถานีอนามัยที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เวลามีคนมา เรียกกลางคืน ส่วนมากเป็นคนไข้มาหาเรา เราต้องไม่ ประมาทระวังตัวด้วย เมื่อเขาเรียกเรา แม้เราอยู่ก็อย่า รีบขานตอบ ถ้าเป็นคนในหมู่บ้าน คนในตำบลของเรา เราพอจะจำเสียงได้ บางทีเขาจะบอกชื่อว่าเขาเป็นใคร และส่ ว นมากเขาจะเรี ย กชื ่ อ เราถู ก ต้ อ ง เราต้ อ งฟั ง จนกว่าจะแน่ใจว่าเป็นคนที่เรารู้จัก มาหาเราเพราะเจ็บป่วย เราจึงเปิดออกมาหาเขา ถ้าหากฟังเสียงแล้วไม่คุ้น หู เรียกแค่ หมอหมอ ไม่ออกชื่อเรา และที่สำคัญมายืน เรียกในตำแหน่งที่ไม่เปิดเผยตัว และไม่มีตะเกียงหรือ

ไฟฉายมาด้วย เรียกให้ตายเราก็ไม่ควรเปิดออกมาหา จะด่าเราก็ต้องยอมเราต้องปลอดภัยไว้ก่อน แต่โดย

มากก็ไม่มีปัญหา” ยุพินสอนน้องด้วยประสบการณ์ที่มีคุณค่า วันที่ วิภา อนงค์ และสุรางค์ ขนของแยก ย้ายกันไปทำงานคนละอำเภอ ทั้ง 3 คนร้องไห้จนตา บวม จากนี้ไปเราจะต้องยืนบนขาของเราเองแล้ว เรา

จบมาแล้ว จะต้องเป็นข้าราชการ

ที่ดี เป็นหมอที่ดี คือทำหน้าที่เพื่อผู้อื่น

ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ ได้ เมื่อให้ผู้อื่นมากเราจะได้รับมากเป็น ทวีคูณ

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  59


จะต้องนำความรู้ไปทำงานเพื่อประชาชน เราจะต้องไป หาเพื่อนใหม่ที่นั่น มนุษย์ทุกคนเป็นเพื่อนของเราได้ทั้ง นั้น วิ ภ าคิ ด ถึ ง เพลงที ่ ช อบร้ อ งกั น ตอนอยู ่ ท ี ่ วิทยาลัย “ดอกไม้...ดอกไม้จะบาน บริสุทธิ์กล้าหาญจะบานในใจ สีขาว...หนุ่มสาวจะใฝ่ แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา เรียนรู้...ต่อสู้มายา ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน ชีวิต อุทิศยอมตน ฝ่าความสับสน เพื่อผลประชา ดอกไม้...บานให้คุณค่า จงบานช้า ๆ แต่ว่ายั่งยืน ที่นี่ และที่อื่น ๆ ดอกไม้สดชื่น ยื่นให้มวลชน” 3 เดือนกว่าแล้ว ที่วิภามาทำงานที่บ้านบ่อภาค จากดินแดนที่ไม่เคยรู้จักตอนนี้เธอรู้จักคนเกือบ หมดตำบลแล้ว รู้จักหมู่บ้านทุกหมู่เพราะเธอต้องออก เยี่ยมบ้านเป็นประจำ ความแปลกหน้าเริ่มเป���ี่ยนเป็น ความเคยชิน แม้ว่าหลาย ๆ วันจะมีรถเข้ามาขายอาหารสด สักครั้ง แต่เธอก็ไม่ทุกข์ร้อนเท่าใดนัก กินอยู่ตามมีตาม เกิด โดยมีสงวนเป็น ผสส. คนขยันมาอยู่บ้านเป็นเพื่อน 1 คน เธอกลับบ้านเดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมคุณพ่อคุณ แม่ “ตอนก่อนไปอยู่ หนูกลัวแทบแย่ ต้องกินยา นอนหลับอยู่หลายคืน วิตกไปหมด ตอนนี้ชักชินแล้ว ชาวบ้านเป็นกันเองดีมาก รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ากับเขา มากมายเมื่อก่อนคนคลอดลูกต้องเหมารถเข้าอำเภอ เสียตังค์หลายร้อย ตอนนี้หนูทำคลอดให้เขาได้นี่ทำไป 4 คนแล้ว รู้สึกสนุกดี พี่ชัยวัฒน์ที่ทำงานอยู่ด้วยกันก็ 60 

ª’∑’Ë 20 ©∫—∫∑’Ë 6

ดี ช่วยเหลือหนูดีไม่เอารัดเอาเปรียบคิดว่าเป็นโชคดี ของหนู ผิดกับอนงค์ได้อยู่สถานีอนามัยไม่ไกล แต่รู้สึก ว่ามีปัญหามาก ชาวบ้านไม่ศรัทธาสถานีอนามัย รุ่น

พี่เก่า ๆ ทำไว้ไม่ค่อยดี คิดค่ายาแพง ไม่ค่อยอยู่สถานีอนามัย จนชาวบ้านไม่เข้าไปใช้บริการพอออกไปทำ งานในหมู่บ้าน ชาวบ้านให้ความร่วมมือน้อย เขาบอก ว่าคงต้องใช้เวลาแก้ภาพพจน์ใหม่อีกนาน” วิภาเล่าให้คุณแม่ฟังอย่างมีความสุข “สาธารณสุ ข อำเภอกั บ ผู ้ อ ำนวยการโรงพยาบาลก็ไปเยี่ยมช่วยแนะนำการทำงานหลายอย่าง ผิดกับที่เคยได้ยินได้ฟังมาว่าบางแห่งผู้บังคับบัญชา จากอำเภอไม่เคยไปเยี่ยมเลย หรือไปก็เอาแต่ดุว่า ไม่ แนะนำสั่งสอน ของหนูนับว่าโชคดีมากเลย” .......... คืนนั้นเดือนมีนาคม ดึกมากแล้ว วิภาตกใจ ตื่น ได้ยินเหมือนเสียงคนงัดประตูบ้าน เธอสะกิดสงวน ที่นอนอยู่ห้องเดียวกันให้ตื่นขึ้น สงวนทำเสียงไอ เสียงคล้ายงัดประตูเงียบ หายไป วิภาใจคอไม่ดี พี่ ชั ย วั ฒ น์ ซึ ่ ง ปกติ จ ะพั ก อยู ่ บ ้ า นอี ก หลั ง ใกล้ ๆ นี้ คืนนั้นเข้าเมืองไปอบรมพอดี ชุมชน ชาวบ้าน กำลังเร่งมือทำส้วม กำลังรวมทุนตั้งกองทุนยาอีกตั้ง 3 หมู ่ บ ้ า น เวลาชั ่ ง น้ ำ หนั ก เด็ ก ชาวบ้ า นก็ ร ่ ว มมื อ ดี เหลือเกิน ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ทำไมต้องมีคืนนี้ด้วย วิภาและสงวนนอนไม่หลับ คอยฟังเสียงอยู่ อีกครู่ใหญ่ เสียงงัดประตูดังขึ้นอีกครั้ง สงวนตัดสินใจส่งเสียงดัง “ใคร...” สิ้นเสียงตะโกน เสียงฝีเท้าวิ่งบนนอกชานบ้าน กระโดดลงดินเงียบหายไป เธอทั้ง 2 จึงแน่ใจว่าต้องมี คนคิดปองร้ายแน่นอน วันต่อมา กำนันบุญส่งเรียกประชุมลูกบ้าน กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้าน หมอวิภาเมื่อคืนที่ผ่านมา


กำนันประกาศว่า... “ใครคิดปองร้ายลูกสาวข้า ถ้ารู้ตัว มันจะต้อง ตาย” วิภาใจหายวาบ น้ำตาคลอ คำประกาศของกำนันอย่างนี้แสดงว่ากำนันให้ ความรัก เมตตาและเอ็นดูวิภาอย่างมาก นั่นหมายถึง คุ ณ ความดี ท ี ่ วิ ภ าได้ ท ำให้ ก ั บ คนบ้ า นนี ้ จ นชนะใจผู ้ ปกครองของบ้านแล้ว แต่เธอก็อดกังวลไม่ได้กับภัยที่ไม่รู้ตัวตน มัน เป็นใคร มีเจตนาอะไรต่อเธอ ถ้าประสงค์ต่อทรัพย์ยัง พอทน แต่ถ้าเป็นชีวิตล่ะ ! ความระแวดระวังตัวต้องมีมากขึ้น ทุกคืนก่อน นอนเธอต้องสำรวจประตูหน้าต่างอย่างละเอียด กำนัน ให้ ทสปช. เดินตรวจตราแถวอนามัยถี่ยิ่งขึ้น ใครจะรู้ภัยมืดรายนั้นคือใครกัน การสืบข่าวยังไม่มีผลคืบหน้าใด ๆ 2 เดือนถัดจากนั้น วิภาขี่มอเตอร์ไซค์ออกเยี่ยมบ้านหมู่ 7 แถบ ตีนเขา หมู่ 7 เป็นกลุ่มบ้านที่ไกลที่สุดของตำบลนี้ เส้นทางถนนดิ น ปนลู ก รั ง คดเคี ้ ย วผ่ า นทุ ่ ง นาและป่ า รก จากบ่ายถึงค่ำวิภาไม่กลับบ้าน ชัยวัฒน์สังหรณ์ใจแต่ พยายามคิดในทางที่ดีว่า รถมอเตอร์ไซค์อาจจะเสีย หรือไม่ก็อยู่คุยกับชาวบ้านจนมืด แต่ปกติวิภาจะต้อง กลับก่อนค่ำเสมอ กำนันพาลูกบ้านออกตามไปยังหมู่ 7 ชาวบ้านบอกว่าหมอวิภากลับออกจากหมู่บ้านตั้งแต่ใกล้ ค่ำแล้ว ทุกคนตกใจ ขนลุก แม้ว่าไม่มีใครอยากคิดไป ในทางร้าย “แล้วหมอวิภาไปไหน” ทุกคนสังหรณ์ใจ 2 วันจากนั้น หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าว “ฉุดอนามัยสาว ข่มขืนฆ่า” ใครได้ยินข่าวนี้ ไม่มีใครที่ไม่สะเทือนใจ

หลับเถอะวิภา เพื่อนหมออนามัย ทั่วประเทศจะยังคงแน่วแน่ทำ หน้าที่แทนเธอต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

ทำไมจะต้องเป็นวิภา หมออนามัยของ ชาวบ้านบ่อภาค ทำไมจะต้องมีสัตว์โลกที่เป็นมารแผ่นดิน เช่นฆาตกรรายนี้มาเกิดในโลกมนุษย์ น้ำตาของลูกอนามัยต้องหลั่งอีกครั้งหนึ่ง แล้ว “หลับเถอะวิภา เพื่อนหมออนามัยทั่ว ประเทศจะยังคงแน่วแน่ทำหน้าที่แทนเธอต่อไป อย่างไม่ย่อท้อ” (เคยเผยแพร่ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 123 ประจำเดือนกรกฎาคม 2532)

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  61


ร้ อ ย รู ป เ รี ย ง ค ำ

20 ปี วารสารหมออนามัย ยี่สิบปี ก้าวย่าง ผ่านสุข ทุกข์ลำเข็ญ ผ่านรัก สามัคคี ทำดี คือจุดหมาย หมออนามัย เปรียบดอกเห็ด เบ่งบานให้เก็บกิน หมออนามัย เปรียบดุจฝน หยดหยาด ข้าวนาคอย หมออนามัย เปรียบเม็ดทราย รวมตัวใหม่ ผสาน ยี่สิบปี ก้าวย่าง เป้าหมาย ที่นำพา ยี่สิบปี ที่ย่างเข้า วารสารหมออนามัย เชิญชวน เครือข่ายเพื่อน อุ้มชู ให้แสนนาน

ดุจดาวพร่าง ดุจเดือนเด่น ผ่านความเป็นและความตาย ต่อชีวี ที่ท้าทาย แพร่ขยาย ทั้งแผ่นดิน บ่มเพาะเม็ด ทั่วทุกถิ่น เต็มพื้นดิน เต็มพื้นดอย พร้อมร่วงหล่น ละอองฝอย ปูปลาหอย ได้เบิกบาน คลื่นโถมหาย ลมพัดผ่าน อยู่ได้นาน ริมธารา อยู่เคียงข้าง ปวงประชา ปวงประชา สุขกายใจ จงปลุกเร้า ทั่วถิ่นไทย จะร่วมใจ เผยแพร่งาน ช่วยเขยื้อน วารสาร วารสารย่อมยั่งยืน

๒๐

ธ. ธงระพี/จ.พะเยา

ขอเชิญชวนเพื่อน ๆ นักอ่าน ที่รักหรือชื่นชอบในการประพันธ์บทกวี จะเป็นบทกวีแนวใดก็ได้ ส่งผลงาน ที่เกิดจากการรังสรรค์ของท่านมาร่วมเผยแพร่ ผ่านคอลัมน์ “ร้อยรูปเรียงคำ” นี้ได้ โดยส่งมาที่ กอง บ.ก. วารสารหมออนามัย (ที่อยู่ตามท้ายเล่ม) 62

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


เรื่องเล่าจาก สอ.

สฤษดิ์ ผาอาจ : เครือข่ายปลายปากกา

จับเข่ากวีจีน

เยือนถิ่นชาวจ้วง (6)

“สิบหกพฤษภาอาทิตย์เช้า คลื่นความเศร้าลอยมาตรงหน้าตึก คือเรื่องราวข่าวร้ายใจระทึก คือการศึกไทยฆ่าไทยให้โลกยล เปรี้ยงปืนกระสุนปลิวละลิ่วคว้าน เลือดแดงฉานเจิ่งนองท้องถนน ตัณหาใคร ไพร่ อำมาตย์ พิฆาตคน ในวังวนเกมอำนาจ...อนาถนัก”

(16 พฤษภาคม 2553 : หน้าตึกประเพณีฮวาซาน เมืองหนิงหมิง มณฑลกวางสี)

6. เยือกข่าวร้ายที่ชายแดน “จับเข่ากวีจีน เยือนถิ่นชาว จ้วง” ฉบับนี้ขออนุญาตท่านผู้อ่านขึ้นต้น ด้วยเรื่องเครียด ๆ บ้างนะครับ เพราะ ขณะที่นั่งชุมนุมอยู่หน้าตึกประเพณีฮวาซานเพื่อรอคณะขึ้นรถล่องใต้ไปชายแดน เวียดนามอยู่นั้น มหา สุรารินทร์ ก็ได้ รับโทรศัพท์แจ้งข่าวจากเพื่อนในเมือง ไทยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหาร “กระชับวงล้อม” และ “ขอคืนพื้นที่” จากกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นอีกเหตุการณ์ หนึ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นในเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า เป็น “เมืองพุทธ” “ตายไปเกื อ บยี ่ ส ิ บ แล้ ว ครั บ ท่าน” มหารายงาน นายกยุทธฯ พยักหน้ า หงึ ก หงั ก โชคชั ย เงี ย บขรึ ม ตาม สไตล์ ส่วนผมได้แต่ถอนหายใจหดหู่

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  63


เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกได้ยลยินว่าไทยก็ เป็นอีกประเทศที่ทหารมีสิทธิ์ถือปืน ปราบม็อบด้วยการบรรจุกระสุนจริง ยิ ง จริ ง แต่ ย ิ ง ใครผมไม่ ย ื น ยั น นะ ครับ แต่ภาพข่าวที่สำนักข่าวต่าง ๆ เผยแพร่ไปทั่วโลกนั้น ประชาชนที่ ถูกกระสุนปืนมีหลายร้อยที่บาดเจ็บ และอีกหลายสิบที่ตายจริง ๆ เมื่อทุกคนในคณะพร้อม แล้วพวกเราก็ออกเดินทางเมื่อเวลา ประมาณสองโมงเช้า วันนี้ฉีเล่าซื อ จะพาพวกเราไปเยี ่ ย มชมด่ า น มิ ต รภาพที ่ อ ยู ่ ใ นชายแดนตอนใต้ ของจีนติดทางเหนือของเวียดนาม ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็ถึงเมืองเพ็งฉาง ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ระหว่างทาง พวกเราแวะรับไกด์สาวท้องถิ่นอีก คนหนึ ่ ง ในเมื อ งนี ้ เธอบอกผ่ า น น้องลิลลี่ว่าเธอก็เป็นชาวจ้วง ให้ เรียกเธอว่า “หงส์” ก็แล้วกัน ตอน นี้อายุยี่สิบสามปีแล้ว และยังไม่มีคู่ มหาเลยแซวว่ารูปร่างเหมือนนาง แบบ หน้าตาก็จิ้มลิ้มพริ้มเพราขาว นวลอย่างนี้ไม่น่าเชื่อว่ายังโสด ถ้าพี่ สมัครเป็นแฟนน้องจะได้ไหม เธอ เลยตอบว่าได้สิพี่ แต่ถ้าจะเป็นเขย จ้วงนั้นพี่ต้อง “หนึ่ ง ตื ่ น พร้ อ มไก่ ข ั น สอง ซื่อสัตย์เหมือนหมา สาม น่ารั ก เหมื อ นแมว สี่ ขยั น เหมื อ นวั ว และห้า แข็งแรงเหมือนเสือ...” ไกด์ หงส์ว่า “ฟั ง แล้ ว พี ่ ม หาทำได้ ไหม” น้ อ งลิ ล ลี ่ ห ั น มาถามมหา สุรารินทร์ 64

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

“มหาทำไม่ได้หรอก” นายกยุ ท ธฯ แทรกตอบด้ ว ยใบหน้ า เปื้อนยิ้ม “หนึ่ง มหาตื่นพร้อมพระ ฉันเพล สอง เจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก สาม น่าเกลียดเหมือนคางคกถูกรถ เหยียบ สี่ ขี้เกียจเหมือนแมว และ ห้า กินเก่งเหมือนวัว” คำตอบของนายกสมาคม นักกลอนทำเอาพวกเราหัวเราะท้อง คัดท้องแข็ง มหาก็เช่นกัน “ยังมีอีกนะคะ” ไกด์สาว เมืองเพ็งฉางว่าต่อ “ชาวจ้วงถือคติ ว่า ถ้าจะให้ดีต้องมีกุญแจสามดอก ดอกที่หนึ่งคือกุญแจบ้าน และบ้าน ต้องมีสามชั้น ดอกที่สองกุญแจรถ เก๋ ง และดอกสุ ด ท้ า ยคื อ กุ ญ แจตู ้ เซฟที่มีเพชรมีทอง” “พี ่ ม หาว่ า อย่ า งไร ยั ง อยากเปนเขยจ้วงอยู่ไหมคะ” น้อง ลิลลี่ยิ้มถาม “เอ้อ พี่ว่า พี่ขอถอนตัวดี กว่า” มหาตอบพลางยิ้ม เส้นทางสู่ด่านมิตรภาพ เป็นถนนสี่เลน สองข้างทางเรียงรายด้ ว ยภู เ ขาหิ น ปู น สู ง ต่ ำ ทุ ่ ง นา และป่าอ้อยในเนินเขาเวิ้งว้างสุดลูก หู ลู ก ตา ระหว่ า งทางก่ อ นถึ ง จุ ด หมายคณะของเราพบกับด่านตรวจ ของทางการจีนซึ่งทำเอาผมหัวใจ แทบวาย เพราะทุ ก คนที ่ ม าจาก เมืองไทยต่างควักเอาเอกสารสำคัญ มาถือเตรียมไว้ เว้นผมคนเดียวที่ ลื ม พาสปอร์ ต เอาไว้ ใ นห้ อ งพั ก ใน สถาบันวัฒนธรรมฯ ตั้งแต่เช้าวาน แต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยด้วยดีเมื่อ รถตู้จอดและมีเจ้าหน้าที่หุ่นบึกบึน

หน้าแล้งยิ้มเดินขึ้นมากวาดสายตา ดูพวกเราพร้อมกับก้มดูเอกสารที่ฉีเล่าซือเตรียมไว้ให้ ก่อนที่จะโบกมือ อนุ ญ าตให้ พ วกเราผ่ า นไปได้ ผม เลยถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อม เตือนตัวเองในใจว่าคราวหน้าถ้าไป ต่างบ้านต่างเมืองอย่าลืมเช่นนี้อีก พวกเราใช้เวลาเดินทาง ประมาณสามชั ่ ว โมงก็ ถ ึ ง บริ เ วณ ด่ า นมิ ต รภาพ และต้ อ งจอดรถใน ลานจอดที ่ ท างการจี น เขาจั ด ไว้ บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ จะเดินทางเข้าไปในเวียดนาม ฉีเล่าซือจัดแจงเรื่องตั๋ว และยื่นเอกสาร ต่าง ๆ ให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านเรียบร้ อ ยแล้ ว ก็ น ำพวกเราเดิ น เข้ า ไป เยี่ยมชมบริเวณด่านมิตรภาพที่ตั้ง อยู่ในช่องเขา โดยภูเขาที่ขนาบอยู่ นั้นสูงชันและทอดยาวเป็นกำแพง ทะมึนกั้นขวางระหว่างสองประเทศ น้องลิลลี่บอกพวกเราว่า ประเทศจีนมีด่านที่ติดกับประเทศ เพื่อนบ้านอยู่ทั้งหมดเก้าด่าน แปด ด่านอยู่ทิศเหนือ มีเพียงด่านเดียวที่ อยู่ทางใต้ติดกับประเทศเวียดนาม ด่านนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่น และมีประวัติความเป็นมาที่ต่อเนื่อง ยาวนานและพิสดารพันลึกพอสมควร โดยราวศตวรรษที่สิบเก้า (ราว ปี ค.ศ. 1884) ในยุคล่าอาณานิคม ฝรั ่ ง เศสจะบุ ก เข้ า เวี ย ดนาม และ จำเป็นต้องตีฝ่าเข้าทางด้านนี้ แต่ จีนไม่ยอมจึงเกิดการสู้รบกันขึ้น มี บางช่วงเวลาที่ฝรั่งเศสสามารถยึด ครองดินแดนบางส่วนได้จึงสร้างตึก สไตล์ฝรั่งเศสไว้เป็นอนุสรณ์ ตึกดัง


กล่าวนี้ตั้งอยู่ในบริเวณด่านมิตรภาพ และ UNESCO ได้ประกาศให้ เป็นมรดกโลกแล้ว เหนือประตูด่านมิตรภาพ เป็ น ห้ อ งที ่ ท างการจี น จั ด แสดง พิพิธภัณฑ์เล่าประวัติความเป็นมา ของสงครามระหว่ า งทหารจี น กั บ ทหารฝรั ่ ง เศสและเวี ย ดนาม ใน ระหว่างที่พวกเรากำลังเยี่ยมชมอยู่ นั้นผมสังเกตเห็นนักท่องเที่ยวชาว จี น อยู ่ บ ้ า งประปราย ผมมองหา นั ก ท่ อ งเที ่ ย วที ่ เ ป็ น ชาวฝรั ่ ง แต่ ไ ม่ ปรากฏในสายตา เข้ า ใจว่ า ด่ า น ชายแดนทางด้านนี้น่าจะยังไม่เป็น ที่รู้จักมากนักและอีกประการหนึ่ง คงเป็นเพราะทางการจีนเข้มงวดกับ พวกเขาเหล่ า นี ้ แน่ น อนว่ า ย่ อ ม ต้ อ งมี เ รื ่ อ งการเมืองซ่อนอยู่เบื้อง หลังอีกชั้นหนึ่ง หลังจากไกด์หงส์เล่าเรื่องราวความเป็นมาของด่านมิตรภาพ เรียบร้อยแล้วก็นำพวกเราเดินขึ้น กำแพงภูเขาเพื่อเยี่ยมชมป้อมปืนที่ เป็นอนุสรณ์สถานจากสงคราม ฉีเล่าซือนำหน้าพวกเราด้วยท่าทาง กระฉับกระเฉง นักเขียนไทยโดยเฉพาะกลุ ่ ม สุ ภ าพสตรี ท ี ่ ม ากอายุ หน่ อ ย มองเห็ น บั น ไดสู ง ชั น แล้ ว ส่ายหัว โบกมือบอกขึ้นไปเถอะค่ะ เดี๊ยนขอถอนตัว หัวเข่าไม่ค่อยดี ให้ พวกหนุ่ม ๆ เขาขึ้นไปเถอะ ส่วนนายกยุทธฯ คงคิดว่าตัวเองเป็นนักเขียนหนุ่มรูปร่างผอมบางอยู่กระมัง จึงกัดฟันตามผม มหา โชคชัยขึ้น มาด้วย และพอปีนบันไดขึ้นไปได้ สักพักก็เริ่มได้ยินเสียงถอนหายใจ ฟืดฟาด

ด่านมิตรภาพชายแดนจีน

- เวียดนาม พวกเราหั นหน้าไปทาง ประเทศเวียดนาม

“เปลี่ยนใจมั้ยพี่” ผมอมยิ้มถาม “เฮ้ย ไม่หรอก เสียฟอร์ม” นายกยุทธฯ ตอบแล้วหอบแฮ่ก ๆ กำแพงภูเขาที่พวกเราขึ้น ไปเยี่ยมชมอยู่ทางด้านซ้ายของด่าน มิ ต รภาพ มี ป ้ อ มปื น ใหญ่ ใ นยุ ค สงครามล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส อยู ่ ห กกระบอก มองลอดออกไป จากช่องป้อมปืนที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ชันไปยังฝั่งตรงกันข้าม ผมเห็นเส้นทางสีแดงคดเคี้ยวซอกซอนเข้าไป

ในทะเลภู เ ขา ฉี เ ล่ า ซื อ บอกว่ า ทางการเวี ย ดนามกำลั ง ปรั บ ปรุ ง เส้ น ทางเพื ่ อ มาบรรจบกั บ จี น ซึ ่ ง สร้างเมืองสร้างถนนรองรับไว้นาน แล้ว ในอนาคต ชายแดนทางด้านนี้ จะอำนวยความสะดวกและเป็นช่องทางในการติ ด ต่ อ ค้ า ขายระหว่ า ง ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองอีกเส้นทาง หนึ่ง ได้เห็นได้ยินแล้วผมชื่นชมใน วิ ส ั ย ทั ศ น์ ข องมหาอำนาจจี น และ เวียดนามยิ่งนัก

ั้งอยู่บนกำแพงภูเขา

ชันไปดูป้อมปืนที่ต ยักแย่ยักยันขึ้นบันไดสูง

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  65


ป้อมปืนใหญ่ทั้งหกกระบอกตั ้ ง เรี ย งรายเป็ น จุ ด ๆ บน กำแพงภูเขา อำพรางด้วยแมกไม้ เขียวครึ้ม บางกระบอกซุกซ่อนอยู่ ใกล้อุโมงค์ที่ใช้เป็นจุดซ่อนตัวของ ทหาร ในอุ โ มงค์ ด ั ง กล่ า วนั ้ น ผม สังเกตเห็นข้อความภาษาอังกฤษ ที่ทางการจีนเขียนติดไว้ว่า “We all have the duty to protect our cultural relics” ชะรอยว่าคงเตือนใจ นักท่องเที่ยวมือบอนที่ชอบขีดเขียน สลักชื่อตัวเองไว้ตามรากไทรบ้าง บนก้อนหินบ้าง ซึ่งไม่มีแต่เฉพาะใน จีนที่เป็นแบบนี้ ในไทยเราเองเราก็ เป็นเอามากอยู่ แต่ก้าวหน้ากว่านั้น บ้านเรานอกจากทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ แล้วยังฝากข้อความไว้ให้หมั่นไส้อีก เช่น “เบอร์นี้รับดูดทั่วราชอาณา จักร” รายนี้สงสัยที่บ้านให้บริการ ดูดส้วม “082 -730 xxxx ยินดีรับทุน การศึกษาจากสาวแก่แ���่หม้ายทั่ว ประเทศ” ส่วนรายนี้ไม่น่าจะเรียนดี

แต่ น ่ า จะแรงดี แ ต่ ข าดแคลนทุ น ทรัพย์มากกว่า ท่านผู้อ่านว่าไหม ในขณะที ่ พ วกเราเดิ น กลับลงมาที่ด่านมิตรภาพผมถาม ไกด์ ห งส์ ว ่ า ปื น หกกระบอกภาษา จ้วงออกเสียงว่าอย่างไร “ฮกอันพ้าวค่ะ” เธอตอบ “แล้วลงล่ะ” “นง ค่ะ” ผมถามซอกแซกไปเรื่อย เห็ น ใบไม้ ก ็ ส ่ ง ภาษามื อ ถาม เห็ น ก้อนหินก็ชี้ให้เธอช่วยตอบ และไกด์ สาวคนสวยอัธยาศัยดีก็เต็มใจพูด คุยเสียด้วยสิ ผมอดใจไม่ไหว เมื่อ เดินลงมาถึงร้านค้าเลยซื้อน้ำหวาน ให้น้องเขาดื่มกระป๋องหนึ่ง ส่วนตัว เองก็ซื้อน้ำขมเจือแอลกอฮอล์กระ ป๋ อ งหนึ ่ ง เช่ น กั น เธอขอบคุ ณ ยกใหญ่ ผมบอกมิเป็นไรน้อง พี่เต็มใจ ให้ “การบริการสุภาพสตรีที่น่ารัก เป็นกิจที่ชายวัยขวานบิ่นพึงกระทำ เป็นอย่างยิ่ง” ประโยคหลังนี้ผมไม่

กล้าให้น้องลิลลี่แปลให้เธอฟังนะ ครับ เกรงน้องเขาจะมองเห็นงูที่อยู่ บนหัวที่กำลังแลบลิ้นแผล็บ ๆ หลังจากที่พวกเรานั่งพัก เหนื่อยกันครู่ใหญ่ก็พากันเดินมาขึ้น รถตู้ เพื่อเดินทางกลับสู่เมืองหนานหนิ ง ซึ ่ ง ในระหว่ า งทางนั ่ น เองที ่ พวกเราได้รับทราบอีกหนึ่งข่าวร้าย โดยมหาเจ้ า เก่ า รั บ โทรศั พ ท์ จ าก เพื่อนว่า “วานิช จรุงกิจอนันต์” นักเขียนซีไรต์ จากรวมเรื่องสั้นชุด “ซอยเดียวกัน” เมื่อปี พ.ศ. 2527 เสี ย ชี ว ิ ต แล้ ว ด้ ว ยมะเร็ ง เม็ ด เลื อ ด ขาวชนิ ด เฉี ย บพลั น ข่ า วนี ้ ท ำเอา พวกเราตะลึง คาดไม่ถึงว่านักเขียน เลือดสุพรรณฯ ผู้โด่งดังที่ประกาศ ตัวเองว่าเป็น “นักกลอน” ท่าน นี ้ จะด่ ว นจากพวกเราไปอย่ า ง กะทันหัน

“เสียงกริ่งดังเหมือนสั่งลาพาข่าวร้าย วานิชตาย ตายแล้ว ตายแล้วเหวย ตะลึงงันสั่นตระหนกโอ้อกเอย ได้แต่เงยมองฟ้า ว่าทำไม”

ปืนใหญ่บนสันภูที่จีนใช้ร บกับฝรั่งเศสและ ยุคล่าอาณานิคม เวียดนามใน 66

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

(16 พฤษภาคม 2553 : ด่านมิตรภาพ ชายแดนจีน - เวียดนาม)


มุมระบายกับนายเดินเดี ่ ยว มุ มระบายกับนายเดินเดี ่ ยว

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  67


มุ ม ระบายกับนายเดินเดี่ ยว

68

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


เ รื่ อ ง สั้ น สรวิชญ์ ศรีอารยา

อารยธรรมอสูร

/พฤษภาคม /พฤษภาคม--มิมิถถุนุนายน ายน 2554  69


ภายใต้ร่มเงาของผ้าเต็นท์ขายสินค้าพื้นเมือง แถวหน้าชายหาดทรายขาวเนียนสะอาด แห่งหนึ่ง “ทินกร” กำลังหยิบโลหะเงิน ตรงก้าน คล้ายสัตว์ทะเลบางชนิด ขึ้นมามองอย่างใช้ความ คิด มันมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยมมน ตรงหัว ลีบแหลมเล็ก ประดับพลอยแดงแทนดวงตา เขา พลิกดูสินค้าชิ้นนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ จนหญิง เจ้าของร้านทักขึ้น หลังจากที่เห็นชายหนุ่มทำ กิริยาเช่นนั้นนานแล้ว “ปิ่นปักผม ทำเลียนแบบของชาวเลพัง น่ะค่ะ เป็นรูปปลากระเบน ผู้หญิงที่มาเที่ยวที่นี่ ส่วนใหญ่มักซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นที่ระลึก แทบทุกคนค่ะ” ลู ก ค้ า หนุ ่ ม ตอบตกลง ขอต่ อ ราคาอี ก ครั ้ ง เมื ่ อ ได้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ เ งิ น หลายอย่ า งรวมกั น อาทิ ตุ้มหู จี้สร้อย กรองศอ และเข็มกลัด แต่ละ ชิ้นที่เขาเลือกซื้อนั้น ล้วนมีรูปทรงการออกแบบที่ คล้ายคลึงกัน “ขอบคุณค่ะ ซื้อไปฝากแฟนเหรอคะ” คนขายเย้าหยอกคนซื้อ ตามประสาอาชีพแม่ค้า อารมณ์ดี ชายหนุ่มยิ้มแทนคำตอบ ก่อนจะเดิน ตรงลิ่วไปยังกลุ่มโขดหิน ที่วางซ้อนเป็นตัวอาคาร ครึ ่ ง ทรงกลมซึ ่ ง อยู ่ ท างด้ า นหลั ง เหนื อ โขดหิ น หน้าผาชายทะเลสูงชัน ทินกรผ่านถนนหินที่คนโบราณปูไว้อย่าง แนบเนียน แทบจะหาช่องว่างระหว่างรอยประสานไม่ ไ ด้ เ ลย ดู ด ุ จ แผ่ น ซี เ มนต์ ส มั ย ใหม่ ท ี ่ ต ั ด ขอบให้ตรงส่วนปลายสามารถสอดรับเข้าอย่าง เหมาะเจาะ แรงเท้าที่กระโดดขย่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตรงแผ่นหินอันเก่าแก่ ไม่ได้ทำให้แผ่นหินที่ถูก ทดสอบเคลื่อนขยับตัวแม้แต่น้อย ทำให้เขานึก

ชมความสามารถของผู้สร้างอยู่ในใจเงียบ ๆ “ทำได้ดีขนาดนี้ อยู่ทนทานนานกว่าพัน ปี ไม่น่าจะเป็นชาวเลพังคนสร้าง... บือ...บือ...บือ...” 70

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ทินกรเลียนแบบเสียงเครื่องบิน แล้วพาตัวเอง เริ่มต้นวิ่งจากปลายเนินเขา เสียงโลหะของที่ระลึกดัง กร๊องเกร๊งกระทบกันในเป้ผ้าสะพายหลัง เป็นสัญญาณ เตือนให้ผู้ร่วมสัญจรทางเดียวกันต้องหลบหลีกเขา นัก ท่องเที่ยวหลายคนหันมามองชายหนุ่ม ที่ทำกิริยาแบบ เด็ก ๆ ด้วยสายตาพิกลปนความฉงน เขาหายใจหอบ มากขึ้นเมื่อทางหินเริ่มสูงชัน แค่เพียงอึดใจ ปลายเท้าก็ มาหยุดสิ้นสุดตรงประตูปากทางเข้าปราสาทหินโบราณ สามหลัง มองลงไปข้างล่าง... เห็นถนนหินที่ตัดตรงแน่ว ราวกับใช้ไม้บรรทัดมาทาบวัดเมื่อครั้งแรกสร้าง หนุ่มนักสำรวจหยุดพักเหนื่อยชั่วคู่ ระบายลมหายใจเข้าออกยาว ๆ เพื่อเรียกพละกำลังให้คืนมา หัน หลังกลับไปยังอาคารศิลาครึ่งทรงกลมซึ่งเป็นจุดหมาย มือของเขาลูบสัมผัสไปตามรอยประสานของแท่งหินที่ ซ้อนกันแนบแน่น ในใจยังมั่นคงต่อความคิดอันแยบยล ของตัวเองไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงเดี๋ยวนี้ ทั้งถนนทั้งสิ่งปลูกสร้าง ล้วนใช้หินหนักเป็นตัน ต้องมีคนช่วยสอนช่วยทำแน่ ลำพังแต่ชาวเลพังคงทำเอง

ไม่ได้หรอก เพราะฝีมือและมันสมองของพวกเขาคงยังไม่ ถึงขั้น ชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปถูกกดถี่ขึ้น เพื่อเก็บรายละเอี ย ดทั ้ ง ในระยะใกล้ - ไกลของสถาปั ต ยกรรมหิ น จนแผ่นฟิล์มผ่านการบันทึกไปค่อนม้วน แสงแฟลซกระทบเนื้อผิวของศิลาหยาบ จนสารบางอย่างที่ผสมอยู่ใน เนื้อหินส่องประกายวาววับ ความสงสัยของหนุ่มหล่อเกิด ขึ้นแทนแสงของสสารที่วาววับหายไป


“หินอะไรนี่ มีแรงดึงดูดคล้ายแม่เหล็ก” นิ้วมือของทินกรบี้ผงสาก ๆ ซึ่งมีเนื้อโลหะ คล้ายกากเพชรปนออกมาด้วย หลังจากที่ชายหนุ่ม แอบใช้มีดพกขูดหน้าผิวหินจนมันหลุดร่วงลงมา พลัง แฝงซึ่งซ่อนอยู่ในแท่งหินนั้น มีอำนาจมหาศาลมากพอ จะดึงมีดจากมือของเขา ไปปะติดที่ผนังอาคารหินศิลา ได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่มกำลังใช้สมาธินับก้าววนเป็นเส้นรอบวงของกลุ่มสิ่งก่อสร้างหินมหึมาทั้งสามหลัง กาง แขน กะระยะความห่างระหว่างตัวอาคาร คาดคะเน ความสูงตรงยอดโดมด้วยสายตาอย่างคร่าว ๆ แทน การใช้เครื่องมือวัด เขาคิดจะทำซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากไม่ มั่นใจในความถูกต้องของตัวเลขที่ได้ แต่ภายใต้เวลา อันจำกัด ทินกรจึงไม่สามารถทำตามความตั้งใจได้ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เขาวิ่งผ่านหน้ามาครู่นี้ เริ่มทยอยเดินเข้าไปชมในบ้านหินหลังใหญ่ หลายคน เริ ่ ม เข้ า ใจลาง ๆ ว่ า วั ต ถุ ป ระสงค์ ก ารมาเยื อ นของ ทินกรไม่ใช่เพื่อการผ่อนคลายเหมือนนักทัศนาจรอย่าง พวกเขา จำนวนคนที่หายเข้าไปในปราสาทบอกเป็น เชิงเตือนนัย ๆ ว่า ยังมีกิจกรรมอันสุดท้ายที่เขาต้อง รีบทำก่อนถึงเวลาปิดทำการของสถานที่ ทำให้ชาย หนุ่มรีบตัดสินใจก้าวเดินฉับ ๆ เข้าไปยังอาคารใหญ่ โดดเด่นที่อยู่ตรงกลาง แสงสี ส ้ ม ของยามเย็ น ส่ อ งลอดเข้ า มาทาง ช่องระบายอากาศ เผยให้เห็นภาพเขียนสียุคดึกดำบรรพ์ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายใน ชายหนุ่มเดินไล่หารูปภาพ ที่ต้องการไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง...สะดุดตาเข้ากับภาพหนึ่ง เป็น ลายเส้นเขียนด้วยชอล์คสี เหมือนฝีมือของเด็กประถม เพิ่งหัดวาด มือของเขาล้วงเข้าไปหยิบกล้องถ่ายรูปอีก ครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเหลือบไปเห็นคำเตือน “ห้าม ถ่ายรูป” บนแผ่นพลาสติกที่แขวนเหนือศีรษะตัวเอง “ดีนะที่เอาสมุดพกเบอร์โทรศัพท์ติดกระเป๋า เสื้อมาด้วย ต้องใช่รูปนี้แน่ ๆ” ภาพที่วาดแทนการถ่ายรูปนั้น เป็นรูปมนุษย์ประหลาดสองสามตัว หัวโตร่างผอมแกร็นสีเขียวไม่

สวมเสื้อผ้า เหมือนเด็กขาดสารอาหารระดับรุนแรงเจียนตายแถวกาฬทวีป เนื่องจากเป็นงานศิลปะที่ เขาไม่ถนัด ทำให้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ในการวาดรายละเอียดของหมวกใสที่ใช้ครอบหัว มนุษย์ประหลาด ซึ่งมีเงี่ยงโผล่ออกมาคล้ายหนวด แมลงสองเส้ น เหมื อ นท่ อ ระบายอากาศอย่ า งที ่ มนุ ษ ย์ ใ นยุ ค ปั จ จุ บ ั น ใช้ ก ั น เหนื อ หมวกนั ้ น มี รู ป พีระมิดเล็ก ๆ ตั้งอยู่ด้วย ส่วนภาพประกอบอื่น ๆ อย่างเช่น รูปกลุ่มคนชายหญิงที่นั่งคุกเข่าจำนวน มากรายล้อมมนุษย์ประหลาดนั้น ชายหนุ่มได้แต่ มองผ่านไป เสียงประกาศเตือนหมดเวลาเข้าเยี่ยมชม ดังซ้ำซากอยู่สองสามครั้ง ทำให้หนุ่มนักค้นคว้าต้อง เร่งมือแข่งกับเวลาที่เหลือน้อยเข้าไปอีก แต่ก็ไม่ลืม ลอกตัวอักษรภาพแปลกตา ที่แปลความหมายไม่ ออกอีกสองสามตัวลงไปในสมุดพกเล่มเล็กของตัว เอง สายลมจากชายทะเลพั ด เอื ่ อ ยเฉื ่ อ ยฉิ ว เหมือนได้โบกโบยเอาความสงสัยที่ทินกรค้างคาเอา ไว้ ค นเดี ย ว ให้ ป ลิ ว ว่ อ นหายไปกั บ กระแสลมเย็ น สบาย ชายหนุ่มสมมติตัวเองเป็นเครื่องบินวิ่งร่อน เริงร่าจากเนินเขาสูงไปตามบนถนนหิน ซึ่งปรับระดับ ได้ดีเยี่ยมจากฝีมือก่อสร้างของวิศวกรสมัยโบราณ ของที่ระลึกซึ่งเป็นโลหะเงินที่ชายหนุ่มซื้อ กลับไปทั้งหมด เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวที่จะ ช่วยยืนยันความคิดอันถูกต้องของเขาให้ประจักษ์ต่อ สายตาของหมู่นักวิชาการทั้งหลาย .......... โต๊ะสี่เหลี่ยมยาวใหญ่กลางใจห้องประชุม แห่งหนึ่ง นั่งรายล้อมด้วยกลุ่มผู้ฟัง ซึ่งสูงวัยด้วย ระดั บ การศึ ก ษาขั ้ น ปริ ญ ญาเอกสองสามคน มี ผู ้ บรรยายเป็นชายหนุ่มอายุน้อยสุดในกลุ่มนั้น กำลัง อธิบายภาพสไลด์ที่ฉายอยู่บนจอด้านหลัง “อาจารย์ทุกท่าน เห็นด้วยกับผมมั้ยว่ามี มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราแล้วครั้งหนึ่งใน อดีต ผมคาดว่า…ปราสาทหินนั้น น่าจะเป็นหอบังคับ /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  71


ควบคุมการบินจากนอกโลก ส่วนถนนหินที่ตัดได้ เรียบตรงขนาดนั้น น่าจะเป็น runway ทางขึ้นลงของ ยานอวกาศจากนอกโลก มากกว่าจะเป็นสถานที่ ประกอบพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าของชาวเลพัง ผลงาน ยอดเยี่ยมอย่างนี้ ลำพังแค่สมองชาวเลพัง ที่เป็น ชาวประมงพื้นบ้านธรรมดา คงไม่มีปัญญาสร้างได้ แน่นอน อาจารย์สมนึกมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร บ้างครับ” ทินกรขอความเห็นจากอาจารย์คนที่มีวัย อาวุโสมากที่สุด “ผมว่าอาจารย์ทินกรประเมินคุณค่าชาว ประมงชาวเลพังต่ำไปแล้วนะครับ เมื่อสามสิบปี ก่อน คุณคงยังไม่เกิดล่ะมั้ง ผมกับอาจารย์ศิริศักดิ์ เป็นผู้ขุดพบซากหินเหล่านั้นด้วยตัวเอง พบเครื่องมือสกัดหินบางอย่าง เช่น ตอกลิ่มเหล็กบางอันยัง

ใช้งานได้ดีอยู่ ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า อาจารย์ ทินกรเอาความคิดแผลง ๆ แบบนี้มาจากที่ไหน หรือ ว่า…อ่านเรื่องพวก ยู. เอฟ. โอ. มากเกินไปหรือ เปล่า”

72

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

อาจารย์เฒ่าผู้มากวัยด้วยประสบการณ์ ยก เหตุผลคัดค้าน ยืนยันหลักฐานที่เป็นรูปถ่ายขาวดำใน สมัยก่อน และพยานบุคคลซึ่งเป็นเพื่อนร่วมอาชีพที ่

นั่งอยู่ใกล้ ๆ กัน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เล็ก ๆ ที่ทินกรพอจะฟังออก “ถ้างั้นอาจารย์ไพรัชลองดูปิ่นปักผมอันนี้ กับ ภาพสเก๊ตช์ที่ผมลอกมาจากฝาผนังของปราสาทหินสิ ครับ” พูดจบ อาจารย์หนุ่มหน้าอ่อนผลักกองเครื่องประดับของชาวเลพังโบราณ ซึ่งทำขึ้นเลียนแบบจาก ของเก่า ให้ผู้ฟังทุกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้ใช้ความคิด อย่างพินิจพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบอีกครั้ง คณาจารย์ ผู ้ เ ชี ่ ย วชาญทางด้ า นโบราณคดี กำลังมองโลหะรูปทรงสามเหลี่ยม รวมทั้งปิ่นปักผม จี้สร้อย ตุ้มหู และกรองศอที่อยู่ในมือตัวเอง เปรียบ- เทียบกับรูปทรงวัตถุสามเหลี่ยมคล้ายพีระมิดเหนือหัว มนุษย์ประหลาด ซึ่งฉายบนจอพื้นหลังว่ามีลักษณะ คล้ายคลึงกันมากไม่ผิดเพี้ยน


“คงจริงอย่างอาจารย์ทินกรว่า ถ้าเราพิจารณา ปิ่นปักผมอันนี้ให้ดี ๆ แล้ว เหมือนยานรบทรงปลากระเบนทางยุโรป เพิ่งคิดได้เร็ว ๆ นี้นะครับ มันสามารถ ขึ้นลงได้ในแนวดิ่ง ไม่ต้องเปลืองเนื้อที่ในการสร้าง สนามบิน” อาจารย์ไพรัช ผู้สวมแว่นตาหนาเทอะทะ เริ่มสนับสนุนแนวคิดของทินกร ทดลองหยิบมันแล้ว ปล่อยทิ้งเหนือระดับสายตาของทุกคน แผ่นเงินรูปสามเหลี่ยมค่อย ๆ ร่อนลงอย่างช้า ๆ เอียงซ้ายทีขวาทีจน ตกถึงพื้นโต๊ะนิ่งสนิท เหมือนการร่อนลงจอดของยานอวกาศขนาดจำลอง อย่างที่อีกฝ่ายอธิบายไว้ไม่มีผิด คราวนี้ภาพเดิมส่องขยายรายละเอียด ทำให้ เห็นรูปหน้าของมนุษย์ประหลาดภายใต้หมวกครอบ ชัดเจนมากขึ้น มันมีลักษณะตาโตเท่าไข่ห่าน ปลายหู เล็กแหลมเหมือนค้างคาว ส่วนรูจมูกและช่องปากแทน ด้วยจุดเล็ก ๆ สองสามจุด “นั ่ น แหละเทพเจ้ า ของชาวเลพั ง อาจารย์ ทินกรก็น่าจะรู้ดี ว่าคนสมัยก่อนชอบจินตนาการรูปร่าง หน้าตาเทพเจ้าให้ดูเกินจริงจากหน้าตามนุษย์ปกติอยู่ แล้ว เหตุผลง่าย ๆ อย่างนี้ เด็กอมมือมันก็ยังคิดออก ผมว่า เอะอะอะไร...อาจารย์ทินกรก็จะยกยอดผลงาน ทั้งหมดนี่ ให้เป็นความดีของพวกมนุษย์ต่างดาวอยู่ ร่ ำ ไป ไม่ ค ิ ด ว่ า เป็นผลงานของชาวโลกเราบ้างเหรอ ครับ” อาจารย์สมนึกยังแย้งเหมือนเดิม แต่ความหมายในถ้อยคำพูดไม่วายดูถูกผู้บรรยายหนุ่มอยู่ดี จน ฝ่ายตรงข้ามเริ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รับฟังอย่างระอา ใจ ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า “แล้วผลการพิสูจน์ทางห้องแล็บ ที่บอกว่า สารพิเศษบางอย่างที่ผสมมากับหินที่ใช้ก่อสร้าง เป็น โลหะที่ไม่พบในโลกเรา ส่วนใหญ่จะพบตามก้อนอุกกาบาตที่หล่นตกมายังโลก เรื่องนี้อาจารย์สมนึกจะให้ เหตุผลอย่างไรครับ” ทุ ก คนในที่ประชุมนั้นต่างนั่งนิ่งอึ้ง จนต่ อ คำถามที่ไร้คำตอบของอาจารย์ทินกร “เอาล่ะครับ ถ้าพวกมนุษย์ต่างดาวมาจริง

อาจารย์ทินกรพอจะบอกพวกเราให้หายข้องใจหน่อย ได้ไหมครับ ว่าพวกเขามาทำไม” อาจารย์ ศิ ริ ศั ก ดิ์ น ั ่ ง กอดอกย้ อ นคำถาม กลับไป หลังจากนั่งนิ่งฟังทั้งสองฝ่ายปะทะคารมอยู่ นาน มันช่างเป็นปริศนาซึ่งทินกรเองก็ให้คำเฉลยที่ถูก ต้องแน่นอนไม่ได้เช่นกัน .......... ทินกรค่อย ๆ ลืมตาขึ้นทีละน้อย เพราะ ความเข้มของแสงไฟจากโคมโลหะ ซึ่งแขวนใต้ฝา ผนั ง ห้ อ งส่ อ งตรงมายั ง ร่ า งของเขาเต็ ม ที ่ แสงนั ้ น สว่างจ้าวูบเดียวแล้วก็ดับมอดลง เหมือนสติสัมปชัญญะครั้งสุดท้ายของชายหนุ่มที่หายไป เมื่อตอน ที ่ เ ดิ น ทางไปค้ น หาหลั ก ฐานบางอย่ า งเพิ ่ ม เติ ม ที ่ ปราสาทหินโบราณแถวหาดเลพังอีกเป็นครั้งที่สอง ความสงสัยวิ่งแล่นเข้าไปในสมอง ว่าเหตุ ไฉนเขามานอนสลบแน่นิ่งอยู่บนเตียงอะลูมิเนียม เพียงคนเดียว ตอนนี้ความร้อนจากไอดวงไฟที่เหลือง จ้าแผ่กระทบผิวกายอย่างร้อนผ่าว ทำให้ชายหนุ่ม รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้นเดียว แถมปาก ยังถูกปิดด้วยแผ่นพลาสติกใส มีเพียงผ้าใยสังเคราะห์ เนื้อหยาบผืนเดียวที่ปกปิดของลับกันภาพอุจาดตา ชายหนุ่มคิดจะพยุงร่างหลบไออบอ้าวขยับ ตัวขึ้นนั่ง แต่ก็ทำไม่ได้ตามที่ใจคิด เพราะตรงข้อมือ และข้อเท้าทั้งหมดถูกตรึงให้อยู่กับที่ด้วยห่วงกับดัก เงินซึ่งมีไฟกระพริบสีแดงติดอยู่ข้างละดวง เขาเพียรพยายามอยู่หลายครั้ง เพื่อให้พ้นจากพันธนาการล้ำ สมัยนั้น แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ อาจารย์หนุ่มนอนผ่อนข้อมือลงอย่างอ่อน แรง ทอดสายตาหมดหวัง มองไปรอบ ๆ ห้องที่ดูโล่ง โปร่งตา ฝาผนังห้องส่วนใหญ่บุด้วยโลหะเงินแวววาว ตรงประตูทางเปิดประดับด้วยตัวอักษรสามตัว เหมือนรายละเอียดที่เขาเคยลอกลงในสมุดพก ฝาห้องด้านตรงข้ามสอบแคบเข้าคล้ายมุม สามเหลี่ยมมน ช่องลมใสเล็ก ๆ ที่เรียงรายตามขอบ บน ทำให้มองเห็นภาพภายนอก ทั้งระดับสีความเข้ม ของท้องฟ้า และรูปร่างของปุยเมฆที่เปลี่ยนแปลงไป /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  73


เรื่อย ๆ ทำให้ทินกรมีความรู้สึกว่าถูกจองจำอยู่ใน ยานพาหนะที่ลอยเลื่อนกลางอากาศ “ตื่นแล้วรึ...มนุษย์โลกผู้อวดดี” เจ้าของเสียงเป็นบุรุษลึกลับ ค่อย ๆ ก้าว เดินเข้ามาพร้อมกันหลายคน พอร่างนั้นเข้ามาใกล้ ทำให้ทินกรหวาดกลัวอย่างพรั่นพรึง มันเป็นหน้าของ อสูรที่มาจากต่างดาว รูปหัว หู ตา ปาก จมูก ไม่ต่าง จากภาพวาดลายเส้นสี ซึ่งเขาเคยเห็นในปราสาทหิน โบราณที่หาดเลพัง “พวกท่ า นจั บ ผมมาทำไม” เขาเริ ่ ม ตั ้ ง คำถามในใจ มองหน้ามนุษย์ประหลาดด้วยแววตา วิงวอน “เพราะเจ้าสนใจศึกษาเรื่องของเรา ทำให้ ล่วงรู้ความลับบางอย่าง ข้อนี้เรายอมไม่ได้” เสียงนั้นผ่านเข้ามาทางกระแสจิตของชาย หนุ่ม โดยที่ปากเล็ก ๆ ของมันไม่ได้ขยับเขยื้อนออก แม้แต่น้อย “ท่านกลับมาโลกอีกทำไม” ทินกรตั้งคำถามใหม่เป็นคลื่นระลอกในใจ ขณะที่มือของฝ่ายตรงข้ามเป็นสีเขียว มีข้อตะปุ่ม- ตะป่ำ ค่อย ๆ เลื่อนลงมาลูบหน้า จนฝ่ายที่ถูกนอน จับมัดมือมัดเท้า รีบหลับตาปี๋ด้วยความขยะแขยง ทำเสมือนเขาเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่อง ๆ ตัวหนึ่งของมัน “นี่คือคำตอบ” อสูรตัวเขียวกล่าวจบ บังเกิดสัญญาณภาพ ทางโทรทัศน์ โดยผ่านทางจอผนังอันว่างเปล่าของ จานบิน ภาพซึ่งปรากฏตรงเบื้องหน้า เป็นเรื่องราวที่ ถูกบันทึกเมื่อหลายล้านปีก่อนด้วยเครื่องบันทึกภาพ ประดิษฐกรรมชั้นเยี่ยมจากดาวต่างพิภพ ต่อไปนี้ เป็นคำบรรยายภาพประกอบที่เคลื่อนไหวได้บางส่วน “ความเจริญบนดาวไทเทนัสของเรา...มาก กว่าความเจริญในระยะเวลาสามพันปีบนโลกมนุษย์ อย่างเทียบไม่ติด เพราะดาวของเราถือกำเนิดก่อน ใครในห้วงจักรวาลอันไร้ขอบเขต มนุษย์เป็นสัตว์ทดลองชนิดหนึ่งที่ถูกเพาะเลี้ยงขึ้นมา แต่มันมีข้อ เสียคือ พอเกิดออกมาชอบส่งเสียงดัง ทำให้ดาวของ 74

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

เราประสบปัญหามลภาวะทางเสียงของมัน และอีกข้อ คือมันขยายพันธุ์มากเกินไป เนื่องจากมีฤดูผสมพันธุ์ไม่ แน่นอน ทำให้ยากต่อการควบคุมจำนวนประชากรของ พวกมัน ในอนาคตพวกมนุษย์อาจจะยึดครองดาวของ เราก็ได้ถ้าไม่รีบฆ่ามันเสียก่อน แต่เผอิญในช่วงนั้น

โลกซึ่งเป็นดาวสีฟ้าดวงใหม่ เพิ่งจะเย็นตัวลงไม่นาน ในระบบสุริยจักรวาล เราจึงได้นำพวกมันบางส่วนมา ปล่อยไว้ที่ดาวดวงนี้ เพื่อทดสอบว่าสิ่งมีชีวิตสามารถ อยู่ได้หรือเปล่า” ภาพกลุ่มวานรรุ่นแรกขนรกพะรุงพะรังดกดำ ถูกเชือกเรืองแสงสีม่วงรัดรวมไว้เหมือนนักโทษ ค่อย ๆ เลื อ นหายไปพร้ อ มกั บ ภาพของยานอวกาศรู ป ร่ า ง คล้ายปลากระเบน ที่ลอยละลิ่วทะยานหายลับไปกับ ขอบฟ้ากว้าง ปล่อยทิ้งให้มนุษย์ลิงวิ่งเต้นแร้งเต้นกา ตามประสาสัตว์เถื่อน ที่ต้องเผชิญชีวิตตามยถากรรม บนดาวดวงใหม่ต่อไป “เวลาผ่านไปหลายร้อยปีแสง ทำให้เรานึกขึ้น ได้ว่า ได้ปล่อยทิ้งพวกมันทั้งหมดไว้ที่โลกดวงนี้โดยไม่ ได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่พวกมันเลย อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวว่ามันจะสูญพันธุ์ จึงได้ย้อนนำยานกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ สายพันธุ์ของมันเปลี่ยนไปมาก ขนที่มีอยู่ อย่างดกดื่นหดหายไปเกือบหมด เหลือแต่ผิวเกลี้ยง ๆ พวกมันเริ่มมีความคิดอ่านเหมือนพวกเรามากขึ้น ไม่ ดุร้ายดื้อด้านเหมือนแต่ก่อน ทำให้คณะของเราตัดสินใจถ่ายทอดความรู้บางอย่างให้พวกมันไปก่อนจะกลับ ถ้าพวกมันต้องการความรู้เพิ่มเติมให้ติดต่อกลับมา โดยเอาตัวอักษรที่อยู่ตรงหน้าประตูนั้น แล้วส่งกระแส จิตนึกถึงพวกเรา แต่...” สั ญ ญาณภาพหยุ ด ระยะหนึ ่ ง ก่ อ นจะสื ่ อ ความหมายกันต่อทางคลื่นโทรจิต ระหว่างทินกรและผู้ มาจากนอกโลก “ข่าวคราวของชาวเลพังโบราณเงียบหายไป หลายพันปี จนกระทั่ง...มีเจ้าคนเดียว ที่ติดต่อกลับมา” ภาพต่อมาเป็นยานอวกาศลำเดิม ร่อนลงบน ยอดโดมอาคารหินรูปครึ่งทรงกลม สารวิบวับที่ปนอยู่ ในตั ว หิ น ที ่ ใ ช้ ใ นการก่ อ สร้ า ง ส่ ง พลั ง งานบางอย่ า ง


คล้ า ยแรงแม่ เ หล็ ก ผลั ก ดั น ให้ จ านบิ น ลำดั ง กล่ า ว ทรงตัวอยู่ได้ในแนวขนานกับพื้นโลก พอฝายานด้าน ล่างเปิดออก อสูรต่างดาวในชุดมนุษย์อวกาศโผล่ร่าง ออกมา ชาวเลพังโบราณต่างก็คุกเข่าโค้งตัวลง ก้มหน้า มองดิน ส่งเสียงสรรเสริญบูชาพวกเขา ราวกับเทพเจ้า ที่มาจากฟากฟ้า “ไม่ ใ ช่ที่ เลพังแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งทางเรา ถ่ายทอดความรู้ให้ ที่อื่น ๆ ของโลกอย่างเช่น ที่อียิปต์ จีน กรีก ล้วนมีเราเป็นต้นแบบทั้งสิ้น หลายปีมานี้… เรายังไม่ได้กลับดาวของเราเลย คงวนเวียนอยู่แต่ดาว พฤหัสบดีและดาวเสาร์เท่านั้น เราเห็นว่าโลกอยู่ใกล้ จึงได้แวะเข้ามาอีก ครั้งนี้เราได้เห็นวิทยาการของชาว โลกก้าวหน้าไปมาก เกือบจะทันพวกเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ ไม่เปลี่ยนเลย คือสันดานดิบจิตใจสัตว์ในมนุษย์พันธุ์ ใหม่ที่หลงตัวเองว่าเป็นผู้ประเสริฐกว่าใคร ๆ ที่ร้าย

ไปกว่านั้นคือ มีนักวิทยาศาสตร์บางคนหรือผู้นำบาง ประเทศได้พยายามศึกษาเรื่องของเรา ซึ่งทางผู้บริหาร ของเรายอมไม่ได้ ที่พวกมนุษย์ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัตว์ใน ห้องทดลอง แล้วบังอาจตีเสมอผู้ที่ให้ชีวิตมันมา...” ภาพตัดมายังสิ่งก่อสร้างชิ้นมหัศจรรย์ของ โลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาพนั้นเคลื่อนไหวรวด- เร็วมากจนผู้ชมตามไม่ทัน แล้วค่อย ๆ จบลงด้วยภาพ ภัยพิบัติต่าง ๆ สงคราม และภาพศพสะเทือนขวัญ จำนวนนับร้อยนับพัน จากฝีมืออาชญากรรมของมนุษย์ ด้วยกันเอง

“หมดเวลาของเจ้าแล้ว สัตว์ในห้องทดลอง ของข้า” ระดับเสียงที่ผ่านมาทางกระแสจิต ยังคงราบเรียบเหมือนเดิม แต่ความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่ข้างใน นั้น ช่างโหดเหี้ยมนัก ดวงไฟเล็ ก ๆ ซึ ่ ง ซ่ อ นอยู ่ ใ นโคมไฟขนาด ใหญ่ อ ย่ า งที ่ เ คยเห็ น ในห้ อ งผ่ า ตั ด ส่ อ งสว่ า งพรึ บ พร้ อ มกั น แสงสี ม ่ ว งถู ก ปลดปล่ อ ยออกจากแหล่ ง กำเนิด มีพลังสะกดประสาทให้ชายหนุ่มชะตาขาด สลบนิ่งอยู่กับที่ “เอ้า นี่สมองของมนุษย์ ค.ศ. 1997 เปิดฝา

กล่ อ งซิ ” มนุ ษ ย์ ต ่ า งดาวซึ ่ ง เดิ น เข้ า มาใหม่ อ ี ก ตั ว ค่อย ๆ ใช้มือกอบก้อนสมองเละ ๆ ที่เพิ่งชำแหละออก จากศพของทินกรใหม่ ๆ แล้วหย่อนลงในกล่องลูกบาศก์แก้วที่มีรูปเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายปะติดอยู่ข้าง ๆ ภายในกล่องนั้นมีน้ำยาเหลืองใสและประจุไฟฟ้าแลบ แปล๊ บ ปล๊ า บ พร้ อ มที ่ จ ะรั ก ษาซากสิ ่ ง มี ช ี ว ิ ต ให้ ค ง สภาพดีตลอดไป มนุ ษ ย์ ต ่ า งดาวตั ว เดิ ม เดิ น ถื อ กล่ อ งเก็ บ สมองตัวอย่างไปยังด้านหลังห้องผ่าตัด ภายในนั้นมี ชั้นวางกล่องแก้วเก็บตัวอย่างสมองของมนุษย์ เรียง ลำดั บ ตั ้ ง แต่ ย ุ ��� อดี ต มนุ ษ ย์ ว านร ผ่ า นยุ ค ประวั ต ิ ศาสตร์ เรื่อยมาจนถึงยุคสมัยใหม่ แต่ละกล่องนั้นมี ตัวอักษรสองสามตัว คล้ายตัวเลขอารบิคในภาษา มนุษย์ เข้าใจว่าเป็นปีที่มนุษย์ต่างดาวตัวเล็กสีเขียวหัวโตเก็บเอาไว้ศึกษา นอกจากนี้ยังมีรูปของเจ้าของ สมองผู้เคราะห์ร้าย ติดไว้ข้างบนฝากล่องทุกใบอีก ด้วย “มนุษย์รุ่นใหม่นี้ มีรอยหยักเพิ่มขึ้นเยอะที เดียว” อสูรแห่งอดีตอารยธรรม มองกล่องตัวอย่าง สมองกล่องใหม่ เปรียบเทียบกับกล่องอื่นที่วางอยู่ ก่อนหน้านี้ ก่อนจะกดปุ่มเครื่องยนต์กลไกขนาดจิ๋ว ในอุ้ง มือตัวเอง ส่งสัญญาณไปบังคับให้บานประตู ห้องนั้นเลื่อนปิดลงมาอย่างช้า ๆ

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  75


ใบสมัครสมาชิก “วารสารหมออนามัย” ใบสั่งซื้อหนังสือ “บันทึกชีวิตหมออนามัย”

สมัครสมาชิก “วารสารหมออนามัย” ขอสั่งซื้อหนังสือ “บันทึกชีวิตหมออนามัย” สถานที่จัดส่ง................................................................................................................................................................... (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................นามสกุล..................................................................... ตำแหน่ง.......................................................................................................................................................................... สถานที่ปฏิบัติงาน.......................................................................................................................................................... ที่อยู่ เลขที่................................................หมู่ที่............................ถนน.......................................................................... ตำบล......................................................อำเภอ...................................................จังหวัด............................................... รหัสไปรษณีย์...............................................โทรศัพท์..............................................โทรสาร.......................................... มือถือ........................................................... 1. ขอสมัครสมาชิกวารสารหมออนามัย ประเภทบุคคล (1 ปี 6 เล่ม 300 บาท) ประเภทหน่วยงาน/องค์กร (1 ปี 6 เล่ม 400 บาท) นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาล/วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร (1 ปี 6 เล่ม 250 บาท) (ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษามาด้วย) ออกใบเสร็จในนาม (บุคคล/หน่วยงาน) .................................................................................................................... สมัครสมาชิก.............ปี เริ่มสมัครตั้งแต่ ฉบับที่............ปีที่............... (ถ้าไม่ระบุจะเริ่มฉบับปัจจุบัน) 2. สั่งซื้อหนังสือ “บันทึกชีวิตหมออนามัย” ลำดับ หนังสือ ราคาปก จำนวน (เล่ม) เป็นเงิน (บาท) 1. บันทึกชีวิตหมออนามัย เล่ม 1 120 2. บันทึกชีวิตหมออนามัย เล่ม 2 120 รวมทั้งสิ้น ออกใบเสร็จในนาม (บุคคล/หน่วยงาน).......................................................................................................................... ชำระค่าสมัครสมาชิกวารสารหมออนามัย/ค่าหนังสือ “บันทึกชีวิตหมออนามัย” เป็นธนาณัติ/ตั๋วแลกเงิน สั่งจ่ายในนาม “โครงการวารสารหมออนามัย” ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข 11004 เช็ค/ดราฟต์ ธนาคารเลขที่............................................................................................................. ส่งไปที ่ สำนักงานโครงการวารสารหมออนามัย สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทร. 0 2590 1122, 0 2590 1113 มือถือ 08 1813 5902 (ฝ่ายสมาชิกติดต่อคุณไพจิตร์ เพ็งไพบูลย์)


เกม “ไม่มากก็น้อย”

??

บินหลาขาเดียว

เถอะ ากัน ี่ 6 ญั ห บบั ท ายป 0 ฉ มาท ปที ี่ 2

?

¡“∑“¬ª—≠À“°—π‡∂Õ–

?

วิธีเล่น หาตัวเลขมาเติมลงในตารางข้างล่างนี้ให้ครบทุกช่อง โดยมีกติกาดังนี้ • ตัวเลขแถวแนวนอน (ในแถวเดียวกัน) ต้องไม่ซ้ำกัน • ตัวเลขแถวแนวตั้ง (ในแถวเดียวกัน) ต้องไม่ซ้ำกัน • อสมการมากหรือน้อยถูกต้องตามโจทย์กำหนด ลองทำดู...ได้คำตอบครบทุกช่องแล้วส่งคำตอบถึง กอง บ.ก. ภายในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ (อย่าลืม! ตัดมุมกระดาษด้านบนแนบมาด้วย และกติกาเหมือนเดิม คือ ห้ามตัดหรือเจาะหน้า วารสารนะครับ)

6

1 6 6 6

เฉลยปัญหาปีที่ 20 ฉบับ 5 (มีนาคม - เมษายน 2554) มีผู้ร่วมสนุกเล่นเกมทั้งหมด 38 คน ตอบผิด 3 คน ตอบถูก 35 คน (ผิดกติกา 1 คน) แต่ด้วยในโอกาสวารสารฉบับนี้ครบ รอบ 20 ปี ขอมอบรางวัลให้ทุกท่านไม่ว่าจะตอบถูก ตอบผิด หรือผิดกติกา ถือว่ามีใจติดตาม วารสารมาโดยตลอด (ดูรายชื่อใน “ข่าวในแวดวงหมออนามัย”) 7

9

1

6 4

8 8

3 4 3

5

3

6 4

9

2 5

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  77


ข่ า ว ใ น แ ว ด ว ง ห ม อ อ น า มั ย งูเขียวตาทิพย์ rachunr@hotmail.com

สวัสดีครับ พบกันอีกเช่นเคย สำหรับแฟน- คลับ “ข่าวในแวดวง” ฉบับนี้เป็นฉบับพิเศษ “ครบ รอบ 20 ปี วารสารหมออนามัย” บ.ก. บริหาร ได้หา งบเพิ่มเติมในการพิมพ์ปกหลัง รวบรวมปกวารสารตั้ง แต่เล่มแรกจนถึงเล่มปัจจุบัน รวม 120 ฉบับ เป็นการ รำลึกนึกถึงวารสารเล่มน้อย ๆ นี้สืบสานมานานถึงปีที่ 20 แล้ว เก็บไว้เป็นที่ระลึกนะครับ แม้จะจำเนื้อหาสาระ ข้างในได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่เก็บไว้เป็นเชิง สัญลักษณ์ว่า...เรา “หมออนามัย” มีวารสารนี้เป็น เสมือนตัวแทนที่สื่อสารให้คนในสังคมได้รู้ว่า ยังมีกลุ่ม วิชาชีพเล็ก ๆ ที่สร้างคุณประโยชน์อยู่ทั่วทุกหัวระแหง แม้ไม่ยิ่งใหญ่เหมือนสายงานอื่น แต่ก็ภาคภูมิใจใน ความเป็นหมออนามัยของเรา “เสริมคุณค่าแห่งการเรียนรู้ เคียงคู่หมออนามัย” คือความภาคภูมิใจที่วารสารหมออนามัยได้ เป็นส่วนหนึ่งของ “วิชาชีพหมออนามัย” วิชาชีพที่ หล่อหลอมกายและใจทุ่มเทให้ประชาชนตลอดมา ณ วั น นี ้ “สถานีอนามัย” ถูกเปลี่ยนป้าย ย้ายชื่อเป็น “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล” แต่คำว่า “หมออนามัย” ที่ดูใกล้ชิดติดชาวบ้าน แนบแน่นกับชุมชน อยากให้คงอยู่ตลอดไป วารสารฉบับนี้ได้แนบแบบสำรวจความคิดเห็น เพื่อรับข้อเสนอแนะในการปรับปรุงวารสารให้ดี ยิ่ง ๆ ขึ้น ขอความกรุณาช่วยกันเสนอความคิดเห็นเข้า มาเยอะ ๆ ทางกอง บ.ก. มีของที่ระลึกมอบให้ทุกท่าน ที่ช่วยตอบแบบสอบถามด้วย ขอเข้าสู่ข่าวคราวประจำฉบับเลยนะครับ ช่วงที่ผ่านมา มีการอบรมหลักสูตรการพัฒนา ทั ก ษะทางการบริ ห ารจั ด การ ผอ. รพ.สต. จำนวน 1,800 คน โดย วสส./วพ. ทั่วประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบ การอบรม ผู้ร่วมประชุมได้สะท้อนปัญหาที่เป็นอุปสรรค ทำให้ ก ารทำงาน รพ.สต. ด้ อ ยประสิท ธิ ภ าพ โดยผู ้ บริหารที่เกี่ยวข้องจะต้องรีบช่วยกันแก้ไขโดยด่วน ไม่ใช่ เพียงการเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนป้ายเท่านั้น เช่น 78

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ปัญหาด้านการบริหาร 1) ไม่มีอำนาจอนุมัติจัดซื้อ - จัดจ้าง และก่อหนี้ ผูกพัน 2) รั บ ผิ ด ชอบประชากรมาก แต่ ข าดทรั พ ยากร (คน เงิน ของ) 3) ปัญหาด้านบุคลากร - ขาดบุคลากรด้านการเงิน บัญชี พัสดุ โดย ตรง เจ้ า หน้ า ที ่ พ ั ส ดุ ข าดการอบรมหน่ ว ย เหนือไม่เคยจัดอบรม - เวลามีการตรวจสอบบัญชีของ สตง. มีการ เปลี่ยนแปลงแบบขออนุมัติจัดซื้อ/จัดจ้าง - ผอ. รพ.สต. ต้องเป็นเจ้าหน้าที่การเงินเอง - บุคลากรขาดความรู้ในเรื่องระเบียบการเงิน บัญชี และพัสดุ - เจ้าหน้าที่ไม่ชำนาญระบบ IT ด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ - ต้องให้พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

ทำงานด้านการเงิน 4) ปัญหาด้านการเงินและบัญชี - ไม่สามารถทำบัญชีให้เป็นปัจจุบันได้ เพราะ มีงานอื่นเยอะ คนน้อย - เจ้าหน้าที่เปลี่ยนบ่อย หรือจบใหม่ไม่มีประ- สบการณ์ ขาดความรู้เรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ - รายรับน้อยกว่ารายจ่าย งบประมาณน้อย - การจัดทำบัญชีเกณฑ์คงค้าง และการทำ รายงานบั ญ ชี เ กณฑ์ ค งค้ า ง เจ้ า หน้ า ที ่ ไ ม่

เข้าใจชัดเจน - เอกสารบัญชีทั้งหมดที่ถูกต้องมีกี่เล่ม อะไร บ้าง - มีปัญหาเรื่องการทำงบดุล และแผนการเงิน มุ่งผลสัมฤทธิ์ และการวิเคราะห์การลงทุน คำบ่นอื่น ๆ ของ ผอ. รพ.สต. - รพ. แม่ข่ายจัดสรรเงินล่าช้ามา��� ไม่ทันต่อ สภาพปั ญ หา และไม่ เ ต็ ม เม็ ด เต็ ม หน่ ว ย (ทำแผนได้ ช ้ า - ใช้ เ งิ น ไม่ ไ ด้ ต ามแผน - เงินไม่พอใช้)


- การจัดสรรงบประมาณ ไม่เพียงพอกับการ เบิกจ่ายเงินประจำปี - การจัดสรรเงินผ่าน CUP ทำให้ รพ.สต. ได้รับ การจัดสรรเงินล่าช้า - การอนุมัติใช้เงินมีหลายขั้นตอน ในบางครั้ง ไม่ทันสถานการณ์ - การเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะงบ UC ล่าช้า - ได้รับจัดสรรพัสดุไม่ตรงกับความต้องการ มีไม่ พอใช้ ไม่ได้ลงทะเบียนรับ - จ่ายพัสดุ - การจัดสรรงบประมาณไม่ได้ตามจำนวนประชากร เนื่องจากต้องกระจายให้สถานีอนามัย อื่นที่ประชากรน้อย - ยังขาดพัสดุทางการแพทย์ และ IT การเบิก จ่ายพัสดุจาก รพ. แม่ข่ายล่าช้า - งบ fix cost ได้รับน้อยกว่าค่าใช้จ่ายจริง - โปรแกรมการเงินมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย - รายงานการเงินมีหลายอย่างมากเกินไป บาง อย่างซ้ำซ้อน ไม่ค่อยได้ประโยชน์ ในวันที่ 27 เมษายน ในการประชุมรับฟังนโยบาย รพ.สต. ที่เมืองทองธานี ทางชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศ ไทย ได้ ท ำหนั ง สื อ เสนอปั ญ หาเพื ่ อ การแก้ ไ ขต่ อ รมว. กระทรวงสาธารณสุขแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะได้รับการแก้ไขมาก น้อยเพียงใด บุ ญ อั น ยิ่ ง ใหญ่ . ..สถาบั น แก้ ว กั ล ยาสิ ก ขาลั ย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เชิญคุณธานินทร์ พั น ธ์ ป ระภากิ จ ผู ้ ก ่ อ ตั ้ ง “บริ ษั ท ทาสของแผ่ น ดิ น จำกัด” ซึ่งเป็นศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก - ต้อเนื้อ ฟรี เป็น คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางจักษุ มาบรรยายให้เจ้าหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุขฟัง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ขอนำ เรื่องดี ๆ มาบอกต่อ คิดว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับชาวบ้าน ที่ขาดโอกาสในการรักษาดวงตาจากต้อกระจก - ต้อเนื้อ เพียงพวกเราหมออนามัยช่วยกันสำรวจชาวบ้านในเขตรับผิดชอบที่มีปัญหาดังกล่าว แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ฯ นี้ เขาจะ พาทีมจักษุแพทย์ออกไปผ่าตัดให้ฟรีทุกอย่าง ! โดยตั้ง เป้าไว้ 6 แสนราย ตอนนี้ทำได้ 7 หมื่นรายแล้ว คิดว่า ยังมี ชาวบ้านที่ขาดโอกาสในการมองเห็นอีกเยอะมาก เพียง

พวกเราช่วยกันค้นหาแล้วประสานงานไป ก็ได้กุศลอัน ยิ่งใหญ่นี้แล้ว ศูนย์นี้ตั้งอยู่ที่ อาคารพระมหากรุณาธิคุณ เลขที่ 98 ซ. สุขุมวิท 24 (เกษม) ถ. สุขุมวิท แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กทม. 10110 โทร. 0 2261 8213 - 5 หรือเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ก็ได้ เชิญร่วมงานประชุมวิชาการระดับคุณภาพ “จากงานประจำสู่งานวิจัย” ครั้งที่ 4 “เชื่อมพลัง เครือข่าย ขยายคุณค่างานประจำ” ปีนี้จัดวันที่

20 - 22 กรกฎาคม ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิ ม แพค เมืองทองธานี ค่าลงทะเบียน 2,000 บาท เจ้าภาพก็ เช่นเคย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย R2R ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://r2r.hsri.or.th หรือโทรศัพท์ 0 2832 9203 - 4, 0 2832 9221 ปี น ี ้ ม ี ห ั ว ข้ อ และวิ ท ยากรที ่ น ่ า สนใจ อาทิ “ทบทวนจากงานประจำ : วรรณกรรมจากประวัติศาสตร์” โดย นพ. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ “เชื่อม พลั ง เครื อ ข่ า ย ขยายคุ ณ ค่ า งานประจำ” โดย ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช “ประสานพลัง HA SHA และ R2R เพิ่มคุณค่างานประจำ” โดย นพ. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ฯลฯ การประชุ ม วิ ช าการ “1 ทศวรรษสมั ช ชา สุ ข ภาพ” วั น ที ่ 7 - 8 กรกฎาคม 2554 ณ โรงแรม เชียงใหม่ แกรนด์วิว จ. เชียงใหม่ ค่าลงทะเบียน 2,000 บาท มีหัวข้อปาฐกถา - เสวนา - อภิปรายหมู่ ที่น่าไป ร่วมฟังอย่างมาก อาทิ “ปรัชญา แนวคิด และจิตวิญญาณ ของสมัชชาสุขภาพ” โดย นพ. โกมาตร จึ ง เสถี ย รทรั พ ย์ “มองหาน้ ำ ยาสมั ช ชาสุ ข ภาพ” โดย ดร. อุ ทั ย ดุ ล ยเกษม และคณะ “สมั ช ชา สุขภาพ : จากสากลสู่ไทย จากไทยสู่สากล” โดย นพ. วิ โ รจน์ ตั้ ง เจริ ญ เสถี ย ร “สมั ช ชาสุ ข ภาพ : เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ” “สมัชชาสุขภาพกับ เอชไอเอ” และหัวข้อที่น่าสนใจอีกมากมาย ดูรายละเอียดที่ www.samatcha.org/HA_Decade โทร 0 2832 9063 /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  79


10 ปีนับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา กระบวนการ สมัชชาสุขภาพได้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสุขภาวะในสังคมทั้งในรูปแบบของ “สมัชชาสุขภาพเฉพาะ ประเด็น” “สมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่” และ “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” ระยะเวลากว่า 1 ทศวรรษก่อให้ เกิ ด การพั ฒ นาและยกระดั บ กระบวนการนโยบาย สาธารณะให้ เ ป็ น “นโยบายสาธารณะเพื่ อ สุ ข ภาพ แบบมีส่วนร่วม” ตามลำดับ ใครสนใจ ลองไปร่วมงานดู นะครับ สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข จัด สัมมนาระบาดวิทยาแห่งชาติ ครั้งที่ 21 เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ ติดตามความก้าวหน้าองค์ความรู ้ แ ละการดำเนิ น งานด้ า นระบาดวิ ท ยาทั ้ ง ใน และต่ า งประเทศ ฟรี ค ่ า ลงทะเบี ย น ระหว่ า งวั น ที ่ 6 - 8 กรกฎาคม โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กทม. ดู ร ายละเอียดที่ www.boe.moph.go.th หรือ http:/164.115. 5.58/seminar การประชุ ม วิ ท ยาการวัคซีน (3rd Vaccinology Course) ครั้งที่ 3 12 - 14 กรกฎาคม 2554 โรงแรมวินเซอร์ สวีท สุขุมวิท 18 - 20, กทม. จัดโดย สถาบันวัคซีนแห่ง- ชาติ กรมควบคุมโรค ฟรีค่าลงทะเบียน ดูรายละเอียด www.nvco.go.th จัดหนัก ! คณะกรรมการจัดงาน “มหกรรม สุขภาพแห่งชาติ” ปี 2554 แจ้งว่าได้ประชุมเตรียมงาน กันแล้วหลายรอบ ปีนี้จะจัดระหว่างวันที่ 12 - 14 ตุลาคม งานนี้หมออนามัยเราห้ามพลาดจริง ๆ หลังรอคอยมา 2 ปีกว่า ครั้งก่อนจัดไปเมื่อวันที่ 18 - 20 กุมภาพันธ์ 2552 ด้วยมีบู๊ธผลงานเด่นมากมาย เดินกัน 3 วันยังเก็บเกี่ยวสิ่ง ดี ๆ กันไม่หมด ปีนี้เตรียมตัวเตรียมใจล็อกวันไว้ได้เลย รับรองมีประเด็นและเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายเช่นเคย แค่เห็น (ร่าง) รายละเอียดกำหนดการต่าง ๆ ก็น้ำลายหก แล้ว ! ภัยสงคราม ! วันที่ 14 พฤษภาคม คุณกษิดิศ ขันธรัตน์ เลขานุการสมาคมหมออนามัย เป็นตัวแทน สมาคมฯ นำเครื่องอุปโภค บริโภค มีทั้งน้ำดื่ม อาหารกระ- 80

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

ป๋อง ยาสระผม ผงซักฟอก ผลไม้กระป๋อง เสื้อผ้า นำไป มอบให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. บ้านรุน และ อสม. ต. บักได อ. พนมดงรัก จ. สุรินทร์ ที่ได้รับความเดือดร้อนจาก ภาวะภั ย สงครามระหว่ า งไทย - กั ม พู ช า ช่ ว งวั น ที ่ 22 เมษายน - 2 พฤษภาคม คุณวิมลรัตน์ ชูโฉมงาม ผอ. รพ.สต.บ้านรุน ฝากขอบคุณมา ยกเครื่ อ ง ! ตามที ่ ว ารสารหมออนามั ย ได้ ค้นหาหมออนามัยเข้ามาช่วยงานเป็นทีมสร้างสรรค์และ จัดทำวารสารให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น คิดว่าฉบับปลายปีคงได้ เห็นสาระและรูปโฉมใหม่อย่างแน่นอน และช่วยกันตอบ แบบสอบถามที่แนบมากับฉบับนี้กันมาเยอะ ๆ นะครับ จะได้นำข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาปรับปรุงให้ถูกใจยิ่งขึ้น ช่วยกัน !...ขอเชิญชวนหมออนามัยช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (ในทุกหน่วยงาน) แจ้งที่ ตู้ ปณ. 9 ปณฝ. กระทรวง สาธารณสุข อ.เมือง จ. นนทบุรี 11004 หรือทางเว็บไซต์ ศูนย์ประสานราชการใสสะอาด www.moph. go.th/ ops/opct จะลงชื่อจริงหรือไม่ก็ได้ ถ้าลงชื่อจริงจะปกปิดชื่อ ผู้ร้องเรียนไว้เป็นความลับ และแจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบ ด้วย ชุ ด ใหม่ . ..สมาคมหมออนามั ย จั ด ประชุ ม ตั ว แทนผู ้ ป ระสานงานระดั บ จั ง หวั ด ไปเมื ่ อ วั น ที ่ 20 พฤษภาคม ณ ห้องประชุมไพจิตร ปวะบุตร กระทรวง สาธารณสุข พร้อมคัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่แทนชุด เก่าที่ทำหน้าที่กันมาตั้งแต่ปี 2550 (ร่าง) กรรมการสมาคม หมออนามัย ปี 2554 - 2556 มีดังนี้ นายสาคร นาต๊ะ จ. พะเยา นายกสมาคม นายนิรุจน์ อุทธา จ. ขอนแก่น อุปนายก คนที่ 1 นายก่อเดช ยะลา จ. กระบี่ อุปนายก คนที่ 2 นายทองดี มุ่งดี สนย. สป. เลขานุการ


คอลัมน์ “มาทายปัญหากันเถอะ” ฝากลง รายชื่อผู้ร่วมสนุกเล่นเกมฉบับมีนาคม – เมษายน ด้วย วารสารฉบับนี้ (พฤษภาคม - มิถุนายน) มีอายุยืนยาว มาครบ 20 ปี “บินหลาขาเดียว” เจ้าของคอลัมน์ใจดี แจกรางวัลเป็นเข็มกลัด “โรงพยาบาลสาธารณสุข ยุคใหม่” ให้ทุกคน ไม่ว่าจะตอบถูกหรือตอบผิด มีสิทธิ์ ได้รับรางวัลทุกคน

การประชุ ม ตั ว แทนหมออนามั ย ทั่ ว ประเทศ เพื่ อ คั ด เลือกกรรมการสมาคมหมออนามัยชุดใหม่ (ปี 2554 2556) ณ กระทรวงสาธารณสุข

นางสุทธินันท์ จิตต์ภาณุโสภณ จ. กาญจนบุรี เหรัญญิก นายบุญเรือง ขาวนวล ม. ทักษิณ นายทะเบียน นายบุญมี แก้วจันทร์ จ. เชียงราย ปฏิคม นายธนกร ธนกรชวฤทธิ์ จ. นครปฐม กรรมการ นายสนอง คล้ำฉิม จ. สมุทรสงคราม กรรมการ นายมงคล เงินแจ้ง จ. พิษณุโลก กรรมการ นายศรายุทธ สมศรี จ. หนองบัวลำภู กรรมการ นายวิชาญ ไชยแขวง จ. ชุมพร กรรมการ นายชำนาญ สุวรรณศรี จ. สงขลา กรรมการ นายเจษปฐมพงศ์ ธนเดชาพิทักษ์ จ. สกลนคร กรรมการ นายนพดล ครุฑน้อย สช. สบส. กรรมการ

ภาคเหนือ คุณวารีรัตน์ เกิดพันธุ์ จ. เชียงราย คุณอินตา บุญธรรม จ. ลำพูน คุณศิริรัตน์ เครือศรี จ. ลำปาง คุณสมควน วงษ์ทอง จ. ลำปาง คุณกัญญา คำนนท์ จ. ลำปาง ด.ญ. วริยา กันทะหล้า จ. ลำปาง คุณรัตนาภรณ์ วงศ์วรรณ จ. พะเยา คุณจันทร์ดี มหาพราน จ. แพร่ คุณธนพร กาบนันทา จ. น่าน คุณอภิวันท์ นาวา จ. สุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณอมรรัตน์ พลบูรณ์ จ. หนองบัวลำภู คุณพัชรี ผิวศิริ หะธรรมวงษ์ จ. เลย ว่าที่ ร.ต. อิสรา วงษ์เสนา จ. เลย คุณโสภา จรุงพันธุ์ จ. อุดรธานี คุณหนึ่งบุรุษ ค่อมบุสดี จ. บึงกาฬ คุณสุจินดา สุวรรณไตรย์ จ. มุกดาหาร คุณนิรภา วีระพล จ. มุกดาหาร คุณรงศ์รอง ติละบาล จ. อุบลราชธานี คุณสุกฤตยา กันภัย จ. ศรีสะเกษ คุณทินกร พันธ์สมบัติ จ. บุรีรัมย์ คุณไกรราช เทต้อม จ. ขอนแก่น

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  81


ภาคกลาง คุณบงกช ดอกไม้งาม จ. ราชบุรี คุณนันทา ชลิศราพงศ์ จ. ราชบุรี คุณกิติมา เนาวบุตร จ. เพชรบุรี คุณพิเชษฐ์ แป้นอินทร์ จ. กาญจนบุรี คุณอัญชลี สีสุวรรณ์ จ. อ่างทอง คุณเรณู นาคโชติ จ. อ่างทอง คุณประไพร แก้วม่วง จ. อ่างทอง คุณสุมณฑา วสุนาถ จ. อ่างทอง คุณรุ่งนภา ฐานะสุวรรณ์ จ. อ่างทอง คุณกุลวดี เอี่ยมสะอาด จ. ปทุมธานี คุณอุบล แก่นตะเคียน จ. พระนครศรีอยุธยา คุณพรนภา งามวงศ์น้อย จ. ฉะเชิงเทรา คุณรุ่งนภา หัสดิเสวี จ. นนทบุรี

ภาคใต้ คุณดรุณี เพชรพันธุ์ จ. สงขลา คุณอารีย์ เกื้อคลัง จ. พัทลุง คุณสิรานีย์ ประเสริฐยศ จ. สุราษฎร์ธานี คุณกรณิศ ไกรนรา จ. ชุมพร สุดท้ายนี้ ขอนำข้อคิดจากหนังสือ “ความ ทุ ก ข์ ม าโปรด ความสุ ข โปรยปราย” ของท่ า น ว. วชิรเมธี มาฝากก่อนจาก...

“ความสุขที่เรามีเปรียบเสมือนบันไดทีละขั้น ๆ ไม่ ใช่เป้าหมาย มันเป็นแค่สะพาน สุขแท้อยู่ที่อิสระ อิสรภาพจากความทุกข์ นั่นคือความสุขที่แท้” แล้วพบกันฉบับหน้า ฉบับขึ้นปีที่ 21 สวัสดีครับ บ๊าย...บาย

“เครือข่ายหมออนามัย” ได้จัดทำผ้าห่มลายทอ “หมออนามัย” เป็นลายในตัว เนื้อผ้า cotton 100 % นุ่ม หนา ใช้ ได้ทุกฤดูกาล ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 2 เมตร มี ให้เลือก 2 สี (สีชมพู, สีฟ้า) เหมาะสำหรับใช้เป็นของฝากในเทศกาลต่าง ๆ หรือใช้เองก็ดูดี มีคุณค่า

มีสไตล์ รายได้ทั้งหมดเพื่อพัฒนาเครือข่ายหมออนามัย ปกติราคา

900 บาท โปรโมชั่นพิเศษลดเหลือ 550 บาท

(มีจำนวนจำกัด)

ค่าส่งฟรี

วิธีการสั่งซื้อ โอนเงินเข้าบัญชี “กองทุนเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ” เลขที่ 142 - 0 - 09322 - 3 ธ. กรุงไทย สาขากระทรวงสาธารณสุข แฟกซ์ ใบสั่งซื้อและใบโอนเงินมาที่... สำนักงานเครือข่ายหมออนามัย สถาบันพระบรมราชชนก ตึก 4 ชั้น 7 สนง. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อ. เมือง จ. นนทบุรี 11000 โทร. 0 2590 1946 แฟกซ์ 0 2590 1947 (ดูตัวอย่างผ้าห่มได้ ใน www.mohanamai.com) 82

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6


ปีที่ มีอะไร ปัญญา คุ้มถนอม

ครบรอบ 20 ปี สำหรับวารสาร หมออนามัยที่จัดพิมพ์ทุก 2 เดือน ใน ทุก ๆ ฉบับที่ครบรอบปี ทางกอง บ.ก. ได้ สรุปหัวข้อเรื่องต่าง ๆ ที่นำเสนอในแต่ ละคอลั ม น์ และได้ เ ผยแพร่ ม าตลอดปี จัดรวบรวมไว้สำหรับผู้ที่สนใจ ว่าปีที่ผ่าน มา มีเรื่องอะไรบ้าง อยู่เล่มไหน หน้าที่ เท่าไหร่ จะได้ติดตามอ่านหรือค้นคว้าได้ ถูก โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาให้ยุ่งยาก ตัวอย่างการสืบค้น เช่น เรื่อง จากปก “พูลสวรรค์ ชวัลวิทย์โชติกุล : เธอคือแสงที่ข้ามผ่านโลกของช่อง ปาก...และรากฟัน” 20/1/4 หมายความ ว่า เป็นเรื่องจากปก ชื่อว่า “พูลสวรรค์ ชวัลวิทย์โชติกุล : เธอคือแสงที่ข้าม ผ่านโลกของช่องปาก...และรากฟัน” เผยแพร่ ใ นปี ที่ 20 ฉบั บ 1 หน้ า ที่ 4 หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจ ไม่มากก็น้อย

รายงานพิเศษ

เรื่องจากปก { พูลสวรรค์ ชวัลวิทย์โชติกุล : เธอคือแสงที่ข้าม ผ่านโลกของช่องปาก...และรากฟัน 20/1/4 { วรรชัย วารี : ชายผู้ให้ความปราณีของพระเจ้า... เป็นเงานำทาง 20/2/4 { ประสิทธิ์ ธิติภมรรัตน์ และ “ทัพทีมสุขภาพ” : ใต้เงื้อมตึกระฟ้า...ยังมีแหล่งเยียวยาให้คนทุกข์ 20/3/4 { ชุมชนไม้ขาว...กับการก้าวเดินทางความคิดของ “นิตยา สิงขร” 20/4/4 { สฤษฎิ์ สุฤทธิ์ : ธ สถิตเหนือภูใจ... คือ... สถานีอนามัย...ที่ปลายขอบฟ้า 20/5/4 { หมออนามัยเขตอุตสาหกรรม...กับเสียงคำที่เหือดหายไปกับสายลม : สมสมัย เหลืองธีรนาท 20/6/4 /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  83


รายงานพิเศษ กฤษฎา พรหมสุวรรณ์ ครอบครัวสาธารณสุข { 20/1/37 { เปิดใจหัวหน้า สอ. ดีเด่นระดับประเทศ ปี 53 “หมอจิ๋ง...อมรา ศรีศิล” 20/2/27 องค์การเภสัชกรรมห่วงใย...ใส่ใจ...ผู้ประสบอุทก{ ภัย 20/3/29 ชมจันทร์...เปิดใจ...หมออนามัยทับเบิก 20/4/29 { สัมภาษณ์พิเศษ สามารถ สุ ภ ี ช วี : อี ก หนึ ่ ง คนดี . ..ที ่ ศ รี อ ยุ ธ ยา { 20/1/24 อำพล สีหา : แม้จะสวมเสื้อตัวใหม่ แต่หัวใจก็ยัง { คงเดิม 20/2/17 บุ ญ ธรรม คำหมู ่ : ถึ ง จะเปลี ่ ย นชื ่ อ สั ก กี ่ ห น... { ประชาชนก็ต้องมาก่อน 20/3/18 อเนก โมราสุข : ถ่ายโอนไม่สร้างทุกข์...ยังสนุก { กับงานท้าทาย 20/4/17 อมร ยิสารคุณ : หมออนามัยบนเกาะท่องเที่ยว... { โดดเดี่ยว...แต่ไม่เดียวดาย 20/5/20 บุญธรรม ลาชี : วิถีหมออนามัยอ่าข่า คือ... อาสา { สร้างสุขให้ชุมชน 20/6/17 บทความวิชาการ การรวมศู น ย์ อ ำนาจคื อ หายนะของประเทศ : { พรรคการเมืองใดจริงใจ กระจายอำนาจสู่ชุมชน ท้องถิ่นบ้าง 20/6/28

คอลัมน์ประจำ

คุยกับหมออนามัย { สบช. กับหมออนามัย 20/1/1 { ความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ 20/2/1 { หมออนามัยกับมหาอุทกภัย 20/3/1 { หมออนามัยกับโลกที่แคบลง 20/4/1

84

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

{ อนามัยในฝัน 20/5/1 { 20 ปีผ่านไป 20/6/1 รอยอดีต { เหตุเกิดที่ห้วยขุนราม 20/1/66 { หมออนามัยพ่ายรัก 20/5/44 { น้ำตาอนามัย 20/6/57 บทบรรณาธิการ { ปฏิรูปชุมชนด้วยสมัชชาสุขภาพ 20/1/2 { มาร่วมกันปฏิรูป 20/2/2 { ฝ่าวิกฤตความไม่เป็นธรรม นำสังคมสู่สุขภาวะ 20/3/2 { ร่วมคิด ร่วมปฏิรูปประเทศไทย 20/4/2 { พื้นที่จัดการตนเอง 20/5/2 { ต้องรื้อโครงสร้างอำนาจ 20/6/2 บันทึกทันตาภิบาลไทย { 4 ทศวรรษทันตาภิบาลไทย (1) 20/1/17 { 4 ทศวรรษทันตาภิบาลไทย (2) 20/2/35 { ทศวรรษที่ 5 การพัฒนาทันตาภิบาลไทย 20/3/32 { ความภาคภูมิใจ...ทันตาภิบาลไทย 20/4/38 { อสม. กับการดูแลสุขภาพช่องปาก : ตัวอย่างดี ๆ ที่มุกดาหาร 20/5/40 { นวก. สาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข) ทำอะไร... ถึง ไหน... กับการขอกำหนดตำแหน่งให้ทันตาภิบาล 20/6/32 หลักประกันสุขภาพไทย { โรงพยาบาลที่ท่านยังไม่รู้จัก 20/1/47 { หน้าพิงวัง หลังพิงวัด 20/2/61 { เหลียวหลัง...แลหน้า ประก���นสุขภาพเวียดนาม 20/3/62 { ในความเดือดร้อน 20/4/42 { มุมมองต่อชนบท 20/5/33 { Money Doctor 20/6/54


ทิศทางสร้างสุข กับ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ { เสียงร้องจากปลายด้ามขวาน 20/3/67 ภูมิปัญญาไทย { มารู้จักรางจืดสมุนไพรล้างพิษ 20/1/54 { ตำรับยาไทยกับโรคมะเร็ง 20/2/69 { สมุนไพรรักษาโรคน้ำกัดเท้า 20/3/49 { ประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุด้วยการแพทย์แผนไทย 20/4/70 { อาหารสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ 20/5/64 { ไม้หอม ต้นไม้กับวัฒนธรรมไทย 20/6/39 สร้างเสริมสุขภาพคนพิการ { เรื่องของหญิงพิการ : ขมขื่น - ทำแท้ง - ทำหมัน 20/1/41 { อุปกรณ์ฟื้นฟูกับภูมิปัญญาท้องถิ่น 20/2/57 { เรียนรู้เสียงจากโลกเงียบ 20/3/39 { งานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการที่ รพ. สต. (1) 20/4/60 { งานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการที่ รพ. สต. (2) 20/5/36 { ยืดวันละนิด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น 20/6/43 มองชีวิต { บ้านเราจะเหมือนเดิม 20/1/57 { 20 คำถามสำหรับผู้นำการประชุม 20/2/63 { นานาทัศนะที่มีต่อการฝึกวิปัสสนา 20/3/43 { การแทรกแซงของนักการเมือง 20/4/57 { ภาพองค์กรที่อยากเห็น 20/5/57 { ผู้หญิงกลิ้งโลก 20/6/34 กฎหมายสาธารณสุข { ความลับผู้ป่วย 20/1/49 { ได้อะไรจาก ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายฯ (1) 20/2/49

{ ได้อะไรจาก ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายฯ (2) 20/3/57 { ล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ 20/4/64 { การบริหาร รพ. สต. ที่ต้องระวัง 20/5/49 { เลือกตั้ง ส.ส. กับหมออนามัย 20/6/49 ข่าวในแวดวงหมออนามัย : { 20/1/81, 20/2/82, 20/3/81, 20/4/83, 20/5/82, 20/6/78 จากเพื่อนถึงเพื่อน { ผู้ชายหลายสี 20/1/87 { คนสร้างภาพ 20/2/87 { หลงมนตร์... “มูราคามิ” 20/3/87 { โลกใดใด...ที่ใครใครโคจร 20/4/87 { ไหว้พระ... สักการะเทพ 20/5/87 { กอด...สุดท้าย 20/6/87 ส่องสุขภาพ ผ่านหน้าต่างข้อมูล { “แสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง” ของการพัฒนา ระบบข้อมูลสุขภาพระดับพื้นที่ 20/1/62 { การพัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่ ความท้าทายที่หา คำตอบได้จากชุมชน 20/2/42 ร้อยเรื่อง...เครื่องมือทำงาน { เรียนรู้ จากเพื่อน 20/1/44 { เคล็ด (ไม่ลับ)...ของการให้ความช่วยเหลือ (1) 20/2/46 { เคล็ด (ไม่ลับ)...ของการให้ความช่วยเหลือ (2) 20/3/53 การประชุม : ศิลปะแห่งการสร้างสรรค์พลังเพื่อ { การเปลี่ยนแปลง (1) 20/4/45 การประชุม : ศิลปะแห่งการสร้างสรรค์พลังเพื่อ { การเปลี่ยนแปลง (2) 20/5/61

/พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  85


ปกิณกะ

ร้อยรูปเรียงคำ : { 20/1/72, 20/2/73, 20/3/72, 20/5/68, 20/6/62 หนังสือชวนอ่าน ถอดบทเรียน (นอกกรอบ) เรื่องเล่าวิธีวิทยาถอด{ บทเรียนผ่านประสบการณ์ทำงาน 20/1/70 สุนทรียสนทนา 20/2/55 { สายลม กับ ทุ่งหญ้า 20/3/55 { หยดน้ำแห่งจินตนาการ 20/4/55 { แด่...นางนวลโจนาทานที่แท้จริงซึ่งอยู่ในตัวเราทุก { คน 20/5/55 สภากาแฟสนทนาก่อพลังปัญญา สร้างอนาคต { 20/6/47 มุมระบายกับนายเดินเดี่ยว : { 20/2/74, 20/3/73, 20/4/74, 20/6/67 มาทายปัญหากันเถอะ : { 20/1/80, 20/2/81, 20/3/79, 20/4/82, 20/5/81, 20/6/77 สอ.ขายขำ : 20/1/78, 20/4/73, 20/5/79 { เรื่องเล่าจาก สอ. จับเข่ากวีจีน เยือนถิ่นชาวจ้วง (1) 20/1/74 { จับเข่ากวีจีน เยือนถิ่นชาวจ้วง (2) 20/2/76 { จับเข่ากวีจีน เยือนถิ่นชาวจ้วง (3) 20/3/75 { จับเข่ากวีจีน เยือนถิ่นชาวจ้วง (4) 20/4/76 { จับเข่ากวีจีน เยือนถิ่นชาวจ้วง (5) 20/5/74 { จับเข่ากวีจีน เยือนถิ่นชาวจ้วง (6) 20/6/63 {

86

ปีที่ 20 ฉบับที่ 6

เรื่องสั้น แค้นนี้ยากเกินอภัย 20/5/69 { อารยธรรมอสูร 20/6/69 { เภสัชโภชนา มะนาว มะกรูด 20/4/49 {


จากเพื่ อ นถึ ง เพื่ อ น

กอด...สุดท้าย ... กลางฤดูหนาว ปี 2518 … เช้าวันที่ 30 ธันวาคมของปีนั้น ทั้ง ๆ ที่อากาศค่อน ข้างหนาว แต่สำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ในจังหวัดหนึ่งทาง ภาคใต้กลับอบอุ่นและอวลไปด้วยความปีติยินดีของ 4 พี่ น้อง ที่ได้รับรู้ว่าสิ่งมีชีวิตในท้องแม่ตลอด 9 เดือนได้ลืมตา ดูโลกแล้ว สมาชิกคนใหม่เดินทางเข้ามาเป็น “น้องชายคน สุดท้อง” หลังแม่ทิ้งช่วงไปนานถึง 7 ปี ! วันนั้น 4 พี่น้องลิงโลดดีใจพากันไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล ผลัดกันเชยชมของขวัญชิ้นใหม่ที่ป๋ากับแม่มอบให้ หลังจากที่เคยร้องขอกันมานานแสนนาน โดยเฉพาะกับ “พี่ เมฆ” พี่ชายที่ห่างวัยกันถึง 7 ปีคนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขา จะดีใจขนาดไหน เพราะน้องในจินตนาการที่เคยสร้างสม มติขึ้นมาเพื่อไว้โม้กับเพื่อนร่วมชั้นประถมหนึ่ง ซึ่งมักแย่งยก เรื่องน้องมาอวดกันก็ถึงคราวเป็นจริง เขามีน้องที่สามารถ จับต้องร่างรูปได้เสียที ! หลังจากพี่ ๆ คนอื่น ๆ ได้อุ้มน้องกันจนครบเรียง ตามลำดับอายุ ก็ถึงคราวของพี่เมฆที่จะได้ทดลองอุ้มกับ เขาบ้าง แต่ด้วยพี่ชายคนท้ายสุดนั้นตัวยังไม่โตสักเท่าใด หลังไหล่ก็ยังไม่แข็งแรงมั่นคง จึงต้องมีผู้ใหญ่คอยประกบ อยู่ข้าง ๆ เสียงสั่งบอกถึงวิธีอุ้มให้ปลอดภัยช่วยให้ง่ายขึ้น กับการจับประคองน้องให้กระชับขึ้นในวงแขน พักหนึ่งเด็ก น้อยตัวแดงที่นอนนิ่งอยู่ในผ้าอ้อมก็ค่อย ๆ บิดตัวเข้าซุก อกพี่ชายร่างกลมของเขา และนั่นก็คือสัมผัสแรกที่สองพี่- น้องมีให้กัน... “กอดแรก” มันช่างอบอุ่นและเต็มไปด้วย สัญชาตญาณการปกป้องดูแลน้อง เท่าที่เดียงสาของเด็ก ชายวัย 7 ขวบในขณะนั้น... พอจะนึกได้ ! ... ปลายฤดูร้อน ปี 2554 … เช้าวันที่ 22 เมษายน หลังทราบข่าวว่าน้องป่วย แบบเฉียบพลันเข้าขั้นวิกฤต พี่ชายก็พยายามต่อรองกับโชคชะตาผ่านการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาให้ความเคารพศรัทธา แต่ ส ุ ด ท้ า ย “น้ อ งชายคนสุ ด ท้ อ ง” ผู ้ ท ี ่ เ ดิ น ทางเข้ า มา เหมือนเป็นของขวัญก็ถึงคราวเดินทางกลับด้วยการจากลา ต่างกันตรงที่การจากลาครั้งนี้คือการ “จากลาถาวร” ไม่ ใช่ “จากเพื่อเจอ” เหมือนครั้งก่อน ๆ จากลาโดยไม่ส่ง สัญญาณให้รับรู้ ไปแบบเงียบ ๆ ง่าย ๆ ไม่ทุรนทุราย ซึ่ง ภาวะเช่นนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาเมื่อนึกถึงคราว ตัวเองต้องจากไป แต่การจากลาแบบปัจจุบันทันด่วนโดยไม่ ให้คนรอบข้างทำใจนั้นมันทรมานเหลือเกิน “คนหนึ่งจาก

ไป แต่หลายดวงใจบอบช้ำ” วลีนี้คงจะบอกได้อย่าง ชัดเจนว่าสภาพจิตใจของคนในครอบครัวเล็ก ๆ นั้นเป็น อย่างไร... หลังเกิดเหตุการณ์ ! วันที่ 29 เมษายน หลังจากคนอื่น ๆ ทำสิ่งที่ดี ที่สุดให้กับน้องเท่าที่จะทำได้แล้ว ก็ถึงคราวที่พี่เมฆได้มี โอกาส “อุ้มน้องไว้แนบอก” เหมือนเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว อีกครั้ง ต่างกันตรงครานี้น้องถูกห่อด้วยผ้าขาว เป็น “เถ้ากระดูก” ที่วางอยู่บนพานสีทอง เตรียมพร้อมเพื่อฝาก สายน้ำยามเช้าส่งน้องสู่สุคติ แม้อายุของพี่ชายในวันนี ้

จะล่วงเลยไปโข หลังไหล่เริ่มสู่ภาวะที่ไม่แข็งแรงมั่นคงอีก ครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ยังห่างวัยกับน้องตรงที่เลข 7 ปีอยู่ดี จึ ง ขอทำหน้ า ที ่ พ ี ่ ช ายในการปกป้ อ งดู แ ลน้ อ งเป็ น ครั ้ ง สุดท้าย คราวนี้ไม่ต้องมีใครคอยประกบสั่งบอกอยู่ข้าง ๆ อีกแล้วว่าจะต้องอุ้มน้องอย่างไรให้ปลอดภัย ห่อผ้าสีขาว ที่ได้โอบไว้ซุกแน่นอยู่ที่อก เป็น “กอดสุดท้าย” ของ สองพี่น้องที่พี่ชายคนนี้อยากให้มีปาฏิหาริย์... หวังใจให้ น้องสัมผัสได้ถึงความอุ่นของอ้อมกอดนั้น ! ... ต้นฤดูฝน ปี 2554… ฝนใต้ปีนี้ไม่ชุกเหมือนปีก่อน ๆ อากาศไม่ชุ่มชื้น ซึ ่ ง ไม่ ต ่ า งไปจากสภาพพื ้ น ที ่ ภ ายในหั ว ใจของคนใน ครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่งที่ถึงวันนี้ยังคงแห้งผาก สิ่ง ที่ทุกคนทำได้ก็คือ เติมน้ำให้ใจของกันและกันผ่านการ โอบกอดด้วยความรัก เพราะเชื่อว่า นั่นคือพลังที่พอจะ ช่วยเยียวยาอาการบอบช้ำให้คลายลงได้... บ้าง ! หมอเมฆ : ชายหนุ่มผู้อยากให้ทุกคนมีกอด

แรกในยามคนที่คุณรัก... ยังมีชีวิต ! mohmek@hotmail.com /พฤษภาคม - มิถุนายน 2554  87


คณะที่ปรึกษา

นายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์, ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ อธิบดีทุกกรม, ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์, ผอก. สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ทุกจังหวัด, ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ทุกแห่ง, ผู้อำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ทุกแห่ง, ผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ทุกแห่ง, สาธารณสุขอำเภอ ทุกแห่ง

บรรณาธิการวิชาการ

นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ

ผู้ช่วยบรรณาธิการวิชาการ นายสุทธิสิทธิ์ ไมตรีจิตร์

บรรณาธิการบริหาร ผู้พิมพ์และผู้ โฆษณา นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ

กองบรรณาธิการบริหาร

นางสาวไพจิตร์ เพ็งไพบูลย์, นางวรรทนี พัดมา

จัดทำโดย

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

ผู้ ให้การสนับสนุน

กระทรวงสาธารณสุข, องค์การอนามัยโลก, สถาบันพระบรมราชชนก, สมาคมหมออนามัย, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, มูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย, ชมรมแพทย์ชนบท, ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย, สำนักงานกองทุน- สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย

กรรมการบริหารโครงการจัดทำวารสารหมออนามัย

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ นายแพทย์วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ นายแพทย์สุรเกียรติ อาชานานุภาพ นายสุรเดช เดชคุ้มวงศ์ นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ

ประธานกรรมการ กรรมการ ” ” ” กรรมการ/เลขานุการ

กองบรรณาธิการวิชาการ

นางสาวพรรณี ภัทรพงษ์พันธ์, นายเสมอ กาฬภักดี, นายวิวัฒน์ วนรังสิกุล, นายพิเชฐ เชื้อวีระชน,

นางสาวสุนีย์ สุขสว่าง, นายชัยณรงค์ สังข์จ่าง, ดร.ปารัณกุล ตั้งสุขฤทัย, นายธีระพงษ์ ธรรมโชติ,

นางสาวรัชนี ลิ้มสวัสดิ์, นายวิสุทธิ บุญญะโสภิต, ภญ.จินดา หวังวรวงศ์, นายจตุพร วิศิษฎ์โชติอังกรู,

นายเสถียร ปวงสุข, นายณรงค์ พันธ์ศรี, นายจิรัฐฐิติ จิว, นางสุภัสรา พุทธพฤกษ์

วัตถุประสงค์ของวารสารหมออนามัย 1. เป็นแหล่งความรู้ใหม่ ๆ และทบทวนความรู้เดิม ทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติสำหรับ “หมออนามัย” 2. เป็นเวทีการแสดงผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปฏิบัติงานของ “หมออนามัย” 3. เพื่อสร้างความยอมรับในสังคมและขวัญกำลังใจแก่หมออนามัย 4. เพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งข่าวสารระหว่างหมออนามัยด้วยกันเองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วารสาร “หมออนามัย” ดำเนินการโดยมิได้มุ่งหวังผลกำไรทางการค้า มีจุดมุ่งหมายร่วมกันที่จะ ถ่ายทอดความรู้ไปสู่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชนบทให้มากที่สุด บทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร “หมออนามัย” ยินดีให้ทุกท่านนำไปเผยแพร่เป็นวิทยาทาน แต่ไม่ อนุญาตให้นำไปเผยแพร่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการค้า

สำนักงานวารสารหมออนามัย สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0 2590 1946 โทรสาร 0 2590 1947 ติดต่อฝ่ายสมาชิกได้ที่ คุณไพจิตร์ เพ็งไพบูลย์ โทรศัพท์ 0 2590 1122, 0 2590 1113, มือถือ 08 1813 5902 โทรสาร 0 2591 8513

ออกแบบและบริหารการพิมพ์ โดย

บริษัท สร้างสื่อ จำกัด 17/118 ซอยประดิพัทธ์ 1 ถนนประดิพัทธ์ สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0 2279 9636, 0 2271 4339 โทรสาร 0 2618 7838


20 ปี

เสริมคุณค่าแห่งการเรียนรู้ เคียงคู่หมออนามัย

วารสารหมออนามัย

ปีที่ 1 2535

ปีที่ 2 2536

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12 ปีที่ 4 2538

13 ปีที่ 5 2539

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24 ปีที่ 6 2540

25 ปีที่ 7 2541

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36 ปีที่ 8 2542

37 ปีที่ 9 2543

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

48 ปีที่ 10 2544

49 ปีที่ 11 2545

50

51

52

53

54

55

56

57

58

59

60 ปีที่ 12 2546

61 ปีที่ 13 2547

62

63

64

65

66

67

68

69

70

71

72 ปีที่ 14 2548

73 ปีที่ 15 2549

74

75

76

77

78

79

80

81

82

83

84 ปีที่ 16 2550

85 ปีที่ 17 2551

86

87

88

89

90

91

92

93

94

95

96 ปีที่ 18 2552

ปีที่ 3 2537

£±›£°Š²Š™£±«¡­­™²¡±¢ 

ª™±šª™¸™Â”¢

ª™±šª™¸™Â”¢

ª™±šª™¸™Â”¢

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÐ׈™°™–´ÇÔ ´˜±ƒ  ¿ ¨±¡˜ÑÔÔÑ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ ¦±¢©±¢ št–´Çˆ™°™–´Ç ´˜±ƒ  ¿ ¨±¡˜ –³§–±††±˜©© ˜–§¦¢¢¨–´Ç©´Ç¬†š¢¯¿–§Ã–¡

97 ปีที่ 19 2553 £±›£°Š²Š™£±«¡­­™²¡±¢

99

100

101 £±›£°Š²Š™£±«¡­­™²¡±¢

105

106

107

108 ปีที่ 20 2554 „£

£±›£°Š²Š™£±«¡­­™²¡±¢ ª™±šª™¸™Â”¢

ª™±šª™¸™Â”¢

ª™±šª™¸™Â”¢



ª™±šª™¸™Â”¢

£±›£°Š²Š™£±«¡­­™²¡±¢



ª™±šª™¸™Â”¢

104

พูลสวรรค์£±›£°Š²Š™£± ชวัลวิทย์โ«¡­­™²¡± ชติ ¢ 

ª™±šª™¸™Â”¢

ª¹h› i²§‚ u—µÈ ¶É™ ÒÐ



ª™±šª™¸™Â”¢

103 £±›£°Š²Š™£±«¡­­™²¡±¢



ª™±šª™¸™Â”¢

102 £±›£°Š²Š™£±«¡­­™²¡±¢



ª™±šª™¸™Â”¢





ª™±šª™¸™Â”¢

98 £±›£°Š²Š™£±«¡­­™²¡±¢

š£ ‰š±š ­š  ›u— µÈ Ò Ð

ª™±šª™¸™Â”¢

ª™±šª™¸™Â”¢

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÐ؈™°™–´ÇЀ¢€±ƒ  ©³†ª±ƒ ÑÔÔÑ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÐ؈™°™–´Çр°˜¡±¡˜ ”·¤±ƒ ÑÔÔÑ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÐ؈™°™–´ÇÔ ´˜±ƒ  ¿ ¨±¡˜ÑÔÔÒ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÐ؈™°™–´Ç՝£¨Ÿ±ƒ   ³•·˜±¡˜ÑÔÔÒ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ

ชุมชนไม้ขาว... กับการก้าวเดิน ทางความคิดของ

“นิตยา สิงขร”

118

ª ¬¬˜± °¡¿”¬·”©±ª€¢¢ €°™¿©´¡†ƒ²–´Ç¿ª¶¬“ª±¡Ãš€°™©±¡¤ © © °¡¿ª¤¶¬†—´¢˜±–

117

WWWMOHANAMAICOM

št–´Çˆ™°™–´Ç£¨Ÿ±ƒ   ³•·˜±¡˜

116

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÑψ™°™–´Ç՝£¨Ÿ±ƒ   ³•·˜±¡˜ÑÔÔÓ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ ¦±¢©±¢

115

‰· ‰˜Ã h±¦€°™€±¢€h±¦¿“³˜–±†ƒ¦± ƒ³“¬†l˜³”¡±©³†¢m

เธอคือแสงที่ข้ามผ่านโลก ของช่องปาก... และรากฟัน

št–´Çˆ™°™–´Ç €¢±ƒ  €· Ÿ±°˜—k

114

ž¹¥ª§££„lŠ§±¥§´—¢lŠ•´¸¥

¦¢¢‰°¡¦±¢´‰±¡›¸hªhƒ¦± š¢±’´¬†¢¯¿‡h±¿šr˜¿†±˜²–±†

113

¸¤©¦¢¢ƒk‰¦°¤¦³–¡kÁ‰”³€·¤¿—¬ƒ¶¬À©†–´Çh± ›g±˜Á¤€¬†‰g¬†š±€À¤¯¢±€žq˜

112

lª ¬š¢±˜¬ mÀ¤¯l¬™”m¿¢±‡¯‡°™h¬”g¬À˜¿¶Ç¬“³˜À“˜¦°†€¢“

111

ชายผู้ให้ความปราณีของพระlจ้า...

¦±¢©±¢

št–´Çˆ™°™–´Ç£¨Ÿ±ƒ   ³•·˜±¡˜

lª ¬š·d€–°§˜´¡km€°™l¿“Æ€¢°€“´m–´Çš±€ƒ 

110

“หมอปุก๊ ทัศนีย”์

กับ “เด็กรักดี”...ทีป่ ากคม

วังกรด

št–´Çˆ™°™–´Ç€°˜¡±¡˜ ”·¤±ƒ 

¦±¢©±¢

št–´Çˆ™°™–´Ç ´˜±ƒ  ¿ ¨±¡˜

‡¯ ´‰´¦³”¿¶Ç¬”¬™À–˜À›g˜“³˜š’³—±˜‡±€ª°¦Â‡¬†ÝÁ¢‡˜k

Ğ£ˆ™lÀ‚•”‡

เราจะจับข้อต่อแขน เพือ่ ดินแดน...

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÑψ™°™–´ÇÓ €¢±ƒ  €· Ÿ±°˜—kÑÔÔÓ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ

¦±¢©±¢

¦±¢©±¢

št–´Çˆ™°™–´Ç€°˜¡±¡˜ ”·¤±ƒ 

 ±ƒ¶˜ª°¦Â‡Âªh¢¯™™©·Ÿ±€°˜¿•¬¯

109



:

št–´Çˆ™°™–´Ç€¢€±ƒ  ©³†ª±ƒ 

¦±¢©±¢

št–´Çˆ™°™–´Ç€¢€±ƒ  ©³†ª±ƒ 

š™–´È™Š™¡­

ˆ°¡µŠµ§´•Àž·È­•­šÁ—™Áœh™”´™  ›“´˜²™ˆ²«±§Ãˆ‚­‡

“หมอปรานอม” และ “อบต.”

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÑψ™°™–´Çр°˜¡±¡˜ ”·¤±ƒ ÑÔÔÒ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ

¦±¢©±¢

¦±¢©±¢

¨¸ ²£±ª¡´Ì¢¨›r² นางฟ้าเดินดิน...

¦±¢©±¢ª ¬¬˜± °¡št–´ÇÑψ™°™–´ÇЀ¢€±ƒ  ©³†ª±ƒ ÑÔÔÒ)33.Ï×Ô× ÑØÐÑ

119

หมออนามัยเขตอุตสาหกรรม... กับเสียงคำที่เหือดหายไปกับสายลม :

ª¡ª¡±¢À«¥·­‡˜µ£™²—

120


หมออนามัย