Issuu on Google+

samran@sru.ac.th, Language Lounge Faculty of Humanities and Social Sciences, Suratthani Rajabhat University มาหาความคิดกวา้ งและคลุมมากสุดในแต่ละชุดความคิด/ประโยคกันต่อในตอนนี ้ ่ าศัพท ์อย่าลืมว่าอ่านเทียวแรก ่ แต่เฉพาะเรืองคํ ให ้พยายามเดาความหมายคํายากก่อน โดย ่ ใช ้ความหมายจากคําในประโยคและใน paragraph นั้นๆ ต่อเมื่ออ่านเทียวสองเป็ นตน้ ไป ค่อยไป ปรึกษา WORDS TO KNOW รวมทัง้ “ข ้อสังเกตเพิ่มเติม” ในแง่คําศัพท ์และภาษาโดยรวม 1

A

1] The traditional Thai greeting, the wai, is made by placing2 both hands together in a prayer3 position at the chin4 and bowing slightly5. 2] It suggests some interesting meanings. 3] The higher the hands, the more respect6 is symbolized7. 4] The fingertips8 should never be raised9 above the eye level. 5] The gesture10 means 'thank you' and 'I‟m sorry' as well as 'hello.' 6] Failure11 to return a wai greeting is equivalent12 to refusing13 to shake hands in the West. Slightly adapted from: http://www.egsa.org/powerline/plarticle.cfm?article=53 Feb 16, 2005

WORDS TO KNOW:

1. traditional (adj): ตามประเพณี = consisting of or derived from tradition; 2. place (v): จัด/วาง (ตําแหน่ ง) = adjust (for the best possible effects); 3. prayer (n): การสวดมนต ์ = act or practice of speaking to God; 4. chin (n): คาง = the center of the bottom part of your face, below your mouth and above your neck; 5. slight (adj): เล็กน้อยมาก = very little; 6. respect (n): ความเคารพ ่ = feeling of admiration that you have for someone; 7. symbolize (v): เป็ นสัญลักษณ์ เป็ นเครือง บอก = represent or identify by using a symbol; 8. fingertip (n): ปลายนิ ้ว = end or tip of a finger; 9. raise (v): ยกขึน้ = move upwards; 10. gesture (n): การทําท่าทาง = motion of hands or body to emphasize or help to express a thought or feeling; 11. failure (n): การไม่กระทํา = unexpected omission, nonperformance of what is expected; 12. Equivalent (adj): เท่ากับ = equal in amount or value; 13. refuse (v): ปฏิเสธ = show unwillingness towards

A ควรเลือกประโยค 2: It suggests some interesting

meanings ตอ้ ง reword นิ ดหน่ อย เป็ น The wai or the traditional Thai greeting suggests some interesting ่ meanings เพื่อจะใหเ้ ป็ น main idea ทีสมบู รณ์มากขึน้ ประโยคเปิ ดอธิบายลักษณะท่าไหวใ้ ห ้เข ้าใจกันก่อน ่ แล้วตามดว้ ย main idea ซึงไปเน้ นเปิ ดความหมายหรือนัยของ การไหวจ้ าก details ในประโยคถัดไป ่ ประโยค 3: ระดับความสูงตํ่าของมือ (ทีพนม) บอก ระดับของความเคารพนับถือ ประโยค 4: (แต่อย่างไรก็ดี) นิ ้วมือไม่ควรยกให ้สูงกว่า https://sphotos-b.xx.fbcdn.net/hphotosprn1/s320x320/254272_224403244250125_ ระดับตา 7731854_n.jpg:18.9.13 ประโยค 5: การพนมมือไหวม้ ีความหมายว่า “ขอบคุณ” “ขอโทษ” และ “สวัสดี” (ก็ได)้


2 ประโยค 6: การไม่ไหวต้ อบ มีความหมายเหมือนปฏิเสธการจับมือของทางตะวันตก ่ ารู ้จัก ทําความคุน้ ชินกันไว ้ ดังนี ้ มีคําศัพท ์และภาษาทีน่

ข้อสังเกตเพิ่มเติม

it (ประโยค 2) อ ้างโยงไปที่ the wai or the traditional Thai greeting The higher . . ., the more . . . (ประโยค 3) ่ าสนใจ คบหากันเอาไวน้ ่ าจะดี โดยรวมเขาว่ากันไว ้ เป็ นรูปแบบประโยคทีน่ ้ อย่างนี ไม่ตอ้ งใช ้กริยาอะไรเลยก็ ได ้ เช่น The more, the better. ยิ่งมากยิ่งดี ่ งเป็ นการละหรือตัดกริยา (verb) ในฐานะทีเข ่ ้าใจกันระหว่างคนฟัง-พูด ทีจริ ่ ดว่า หรือคนเขียน-อ่าน เช่นแทนทีจะพู The more books on history to read, the better (chance) for you to pass the exam.

https://sphotosb.xx.fbcdn.net/hphotosprn1/s320x320/254272_22440324 4250125_7731854_n.jpg:18.9.13

่ ้นัยว่า by that much หรือ คํา the นั่นไม่ใช่ article „the‟ แต่เป็ นรูปของ pronoun ทีให ้ ้ ่ ่ มากขนาดนันหรือถึงระดับนัน ลองดูประโยคอืนๆเพิมเติม  The larger the paycheck, the greater the purchase. ยิ่งรายไดม้ าก ยิ่งใช ้หนักขึน้ (the + noun)  The stronger, the better. (the + adj) ยิ่งแข็งแรงยิ่งดี  The higher they rise, the more they benefit. clause – clause) ้ งยิ่งดี ยิ่งขึนสู  The more the cars, the worse the traffic. รถยิ่งมากการจราจรยิ่งแย่ลง the gesture = The traditional Thai greeting or the wai, ่ ้ handshake ใครๆก็รวู่ ้ าเป็ นวิธี greeting อย่างตะวันตก มีนัยเพือความเป็ นมิตร รวมทังแสดง ความสุภาพในสังคมและทางธุรกิจ ปกติเขา shake hand ทักทายกันกับเพื่อน หรือคนรู ้จักกัน หรือในงานสังคมมีคน แนะนํ าให ้รูจั้ กกัน จึง shake hand กัน ไม่ใช่จบั มือส่งเดช อย่างไม่รจั ู ้ กกันเลย จูๆ่ ยื่นมือมาขอจับมือ นั่นไม่ใช่แล ้ว แต่หากปฏิเสธในกรณี มีการแนะนํ าให ้รูจั้ กกัน หรือ ในทางสังคมและธุรกิจ นี่ ถือว่าไม่สุภาพแน่ ปัจจุบน ั ที่ใช ้หรือ ทําแทนการจับมือคือการใช ้คําทัก มอง ้ หน้า ยิมให ้กันอย่างเป็ นมิตรและอาจโบกมือให ้กัน ดว้ ย http://www.highfieldschoolely.co.uk มีประวัติแต่เดิมที คือแสดงว่ามือเราไม่มีอาวุธและแสดง /?page_id=496:18.9.13 ้ ความเป็ นมิตร ความปรารถนาดีรวมทังความไว ว้ างใจกัน

B

1] The heart is one of the body's marvels1, pumping blood around the body ceaselessly2. 2] Every second of the day, even as you sleep, the heart's powerful muscles are contracting 3 to send a jet4 of blood


3 shooting through the body's intricate 5 network of blood vessels6. 3] Blood flows right round the body and back to the heart, creating a complete circulation7 to every part of the body. 4] Blood carries the oxygen; nutrients8 and chemicals that every body cell needs to survive9, and wash away all the waste products10, including carbon dioxide. 5] A heart beats 80 times a minute. 6] Over 70 years, it gives a few billion beats11. 7] When doing exercise or if excited, your heart churns12 out 30 liters (8 gallons) of blood per minute. http://www.didyouknow.com/health/health.htm Jan 25, 2002

WORDS TO KNOW:

่ าทึง/น่ ่ าพิศวง = something that is very surprising or impressive; 2. contract 1. marvel (n): สิงน่ ่ ่งตัวออกไปอย่างเร็ว = stream (v): หดตัว ขมวด = make or become smaller; 4. jet (n): นํ ้า/ของเหลวทีพุ of liquid that comes out of something very quickly and with a lot of force; 5. intricate (adj): ่ ่งยากซ ับซ ้อน = very complicated and difficult to understand; 6. blood vessel (n): หลอดเลือด ซึงยุ = vessel or tube in which blood circulates; 7. circulation (n): การไหลวนเวียนของเลือดในร่างกาย = continuous movement of blood around your body; 8. nutrient (n): ธาตุอาหาร สารอาหาร = substance in food that need to live and grow; 9. survive (v): อยู่รอด ดํารงชีวิตอยู่ได ้ = continue to live; 10. waste product (n): ของเสีย = unusable or unwanted substance or material produced during or as a result of a process; 11. beat (n): การเต ้นของหัวใจ = series of regular sounds or movements as your heart pumps blood around your body; 12. churn (v): หมุน ปั่น = move (a liquid) around violently

B ควรเลือกประโยค 1: The heart is one of the body's marvels (pumping blood ่ around the body ceaselessly) ทีวงเล็ บไวน้ ี่ หมายถึงหากตัดส่วนนี ้ออกจะดูดีกว่า) paragraph ้ ้ั ประโยค นี ให ้ key words คือ heart และ blood ไวท้ ก ุ ประโยค และให ้ main idea ไวต้ งแต่ ่ อมาอธิบายประเด็นทีผู ่ เ้ ขียนบอกว่า marvelous นั้นมันเป็ นฉันใด แรก ส่วนทีเหลื ่ ลองอ่านหลายเทียวๆเสียก่อน ก่อนจะอ่าน ่ นภาษาไทยข ้างล่างประกอบ คําอธิบายส่วนทีเป็ ประโยค 2: หัวใจปั้มเลือดตลอดแม้เวลาเราหลับ ่ วใจปัม) ๊ ไหลเวียนทัวตั ่ วเรา ประโยค 3: เลือด (ทีหั ประโยค 4: เลือดนํ าออกซิเจน สารอาหารและ ้ สาร (เคมี) ต่างๆไปเลียงเซลล ์ร่างกาย ้ ประโยค 5: หัวใจเตน้ 80 ครัง/นาที http://www.ravemobilesafety.com/wp่ั ประโยค 6: ตลอดชวอายุ เรา (คิด 70 ปี ) หัว content/uploads/2013/02/Heart.jpg:18.9.13 ใจเตน้ มากกว่าพันลา้ นครัง้ ประโยค 7: หากเป็ นช่วงออกกําลัง หัวใจสูบฉี ดเลือดถึง 30 ลิตร/นาที ่ ้ เห็นไหมว่าความเป็ น จะเห็นว่า main idea คลุมความคิดประโยคอืนๆ จาก 2 – 7 ไดเ้ กลียง ่ ่ marvel และการ working ceaselessly ของหัวใจทีตอ้ งการบอก ทีอยากให ้เราเข ้าใจนั้น เรียบร ้อยหมดจดจริง ๆ ทุกประโยคหันไปทางตะวันออก ทิศที่ main idea โผล่ขนมา ึ้ ่ ้ มีคําศัพท ์และภาษาทีน่ าสร ้างความคุน้ ชินกันอยู่บ ้าง ดังนี

ข้อสังเกตเพิ่มเติม right (ประโยค 3): Blood flows right . . . every part of the body คํา right ในประโยค ่ นี ้ไม่ใช่ adjective ทีเราอาจคุ น้ กันดี แต่เป็ น adverb น่ าจะแปลว่า „เป๊ ะ‟ หรือ „เป๊ ะเลย‟ หาก เป็ นภาษาอังกฤษก็ตอ้ ง exactly อะไรทํานองนี ้


4 billion (ประโยค 6): Over 70 years, it gives a few billion beats นี่ เป็ นจํานวนพันล้าน ้ ่ ยม เขียนเป็ นตัวเลขคือ 1,000,000,000 (หนึ่ งพันลา้ น) ทีนึ่ กถึงตัวเลขนี ้ขึนมาเพราะขณะที เตรี เอกสารนี ้ มีตวั เลขหนึ่ งโผล่ออกมาให ้ได ้เห็นไดย้ ินอยู่ออกบ่อย นั่นคือ trillion นี่ หมายถึงล ้าน ้ งๆ ไม่ใช่เขียนติดอ่าง) จํานวนหนึ่ งลา้ นลา้ น เขียนเป็ นตัวเลขอย่างนี ้ ล ้าน (จํานวนตามนี จริ 1,000,000,000,000 คือตัวเลข แล้วตามดว้ ย „0‟ จํานวน 12 ตัว ภาษาอังกฤษเขาไม่มีหลักหมื่นและไม่มีหลักแสน แต่ใช ้หลักพันมาเป็ นหลักนับ เช่น 1 ่ หมืน คือ 10 พัน หรือเขียนเป็ นตัวเลขว่า 10,000 และแสน คือ 100 พัน เขียนว่า 100,000 ถัดไปเป็ นจํานวนล้านเลย เขียนเป็ นตัวเลข 1,000,000 (หนึ่ งลา้ น)

C 1] Animals don‟t talk with words, but they do communicate. 2] They do so in interesting ways, as a few examples will show. 3] A bee that locates1 a patch2 of flowers from which nectar3 and pollen4 can be taken flies back to the hive5 and performs6 a kind of dance. 4] In some way, the dance tells the other bees where the flowers are. 5] Birds use different calls7 when they are mating8 or alerting9 other birds of danger. 6] The beaver uses his tail to communicate. 7] When a beaver wants to warn of danger, it slaps10 its broad tail on the water. Reading Skills in Action: Comprehension Critical Reading, Book 68, by John Carney and others

WORDS TO KNOW:

1. locate (v): พบ หาพบ = find out the exact place where someone or something is; 2. patch (n): แปลงดิน = piece of ground where a particular plant grows; 3. nectar (n): นํ ้าหวานเกสรดอกไม้ = sweet liquid that some flowers make and that insects (such as bees) and birds drink; 4. pollen (n): เกสรดอกไม้ = powder produced by flowers; carried by the wind or insects to other flowers so that they can produce new seeds; 5. hive (n): รังผึง้ = container in which bees live and make honey; 6. perform (v): แสดง = do something in front of others in order to convey a message; 7. call (n): เสียงร ้อง เสียงเพรียก (ของสัตว ์)= the sound that an animal usually makes; 8. mate (v): จับคู่กน ั ผสมพันธุ ์ =make love (of animals); 9. alert (v): เตือนให ้ระวัง = warn or arouse to a sense of danger or call to a state of preparedness; 10. slap (v): ตบ = hit with something flat

C ควรเลือกประโยค 2: They do so in interesting ways, as a few examples will show หรือ reword เป็ น Animals talk/communicate in interesting ways, as a few examples will show ให ้สังเกตว่าเป็ นรูปของ 2 paragraphs แต่รว่ ม main idea กัน นัยว่าเป็ นรูปแบบการเขียน/จัดรูปแบบที่ รับอิทธิพลของงานเขียนอย่างหนังสือพิมพ ์หรือนิ ตยสาร ่ อนข ้างใจร ้อน อ่านอะไรก็ตอ้ ง เพื่อเอาใจคนอ่านรุน ่ ใหม่ ทีค่ ่ นไวๆ ให ้รู ้เรืองกั หลัง opening sentence เพื่อ grab ความสนใจ ของเรา ผูเ้ ขียนให ้ main idea ไวใ้ นประโยค 2 ใน paragraph แรก ส่วนประโยค 3 – 7 จัดแยกไวเ้ ป็ นอีก paragraph หนึ่ ง แต่ไม่มี main idea สําหรับ http://www.eatatcanebay.com/restaurantparagraph นี ้ให ้ไวเ้ พียง details เพื่ออธิบายหรือเป็ น buzz:18.9.13 ้ ยกว่า illustration ซึงรู ่ ปแบบของ ตัวอย่าง ลักษณะนี เรี examples อย่างหนึ่ ง แต่เป็ นคําอธิบายขยายความให ้เห็นช ัดๆกันว่าอะไรจริงอย่างไรแค่ไหนกันเลย ไม่ใช่เพียง 2 – 3 คํา หรือประโยคเดียว ้ ประโยค 3: ผึงพบแหล่ งดอกไม้กลับไปบอกเพื่อน


5 ประโยค ประโยค ประโยค ประโยค

4: มันใช ้การเตน้ (รํา) บอกตําแหน่ งดอกไม้ (minor detail) ่ 5: นกใช ้เสียงร ้องทีแตกต่ างกันระหว่างการจับคู่หรือเตือนภัยกันและกัน 6: ตัว beaver ให ้หางในการสื่อสาร 7: (เช่น) มันใช ้หางตีนํ้าเพื่อเตือนภัยให ้เพื่อน (minor detail)

ข้อสังเกตเพิ่มเติม

่ พท ์และภาษาน่ านํ ามาพูดกันคือ มีเรืองศั do ประโยค 1: Animals don‟t talk with words, but they do communicate ปกติไม่ค่อยพบใช ้ do, does หรือ did เพื่อการเน้นอารมณ์หรือความขัดแย้ง เช่น ่ นความว่า “สัตว ์ไม่ไดพ ประโยคข ้างบน ซึงเป็ ้ ด ู /สื่อสารกันดว้ ยถอ้ ยคํา แต่มน ั ก็มีการสื่อสารกัน ่ ่ (นันแหละ)” ลองตัวตัวอย่างประโยคอืนๆ  You do look good in that new shirt! เปรียบเทียบกับ You look good . . . ้ วนั้นดูเจ๋งจริงๆเลย ใส่เสือตั  Au-boon thinks he doesn't love her, but he does love her. เปรียบเทียบกับ Au-boon thinks he doesn't love her, but he loves her. They do so in interesting . . . คําอ ้างโยงชนิ ดแทนคํา (substitution) ปกติเรา จะพบมากในภาษาพูด เช่น  „Did they finish their job?‟ „I don't think so.‟ = I don‟t think they finished the job  They asked me to call them and I did so = I called them

http://languagemusicandmore.wordpress.com/: 18.9.13

from which nectar and pollen can be taken (ประโยค 3)= from the flowers In some way, the dance tells (ประโยค 4) the dance performed by the bee as a way to tell others where to look for the flowers

D

1] Check the puppy's eyes. 2] They should be clear, bright, and shiny1, and should not be runny2. 3] Make sure that the animal's coat3 is shiny. 4] This means the puppy has been well taken care of 4. 5] If you see the whole litter5, look at all the dogs carefully. 6] The biggest dog might not be the best one. 7] Look for a puppy that is friendly6 and that comes to people. 8] Choose your puppy carefully. TR Reading Comprehension Series, Level H, DLM Teaching Resources, USA

WORDS TO KNOW:

่ 1. shiny (adj): เป็ นประกาย แวววาว = bright or glossy in appearance; 2. runny (adj): ซึงไหลหยด = (of the nose) discharging mucus (or liquid produced in some parts of your body, for example, the inside of your nose); 3. coat (n): ขนของสัตว ์ = fur or hair on an animal‟s skin; 4.


6 take care of: = care for or look after somebody or love or like somebody very much; 5. litter (n): ครอก (ของลูกสัตว ์) = group of baby cats, dogs, or other animals that are born at the same time; 6. เป็ นมิตร = pleasant and helpful toward other people

D ควรเลือกประโยค 8: Choose your puppy carefully เป็ น paragraph ให ้คําแนะนํ าวิธี ่ ยก following directions ตังแต่ ้ ประโยค เลือกหาลูกสุนัขเพื่อเราจะไดท้ าํ ตามอย่างถูกตอ้ ง ทีเรี แรก เป็ นความดังนี ้ ประโยค 1: ตรวจดูตา (ลูกสุนัข) ประโยค 2: ตาควรสดใสแวววาว ไม่มีนํ้าตาไหล ประโยค 3: ขนมันแวว ประโยค 4: (หากเป็ นเช่นนี ้) แสดงว่าไดร้ บั การดูแลดี ประโยค 5: หากมีโอกาสดูทก ุ ตัวในครอกนั้น ต ้องตรวจดูทก ุ ตัว ประโยค 6: ตัวโตสุดอาจไม่ใช่ตวั ดีสุดก็ได ้ ่ นมิตรและเข ้าหาคน ประโยค 7: ให ้เลือกตัวทีเป็

https://www.facebook.com/dogtired shop?directed_target_id=0:18.9.13

่ น major details เป็ นประโยคที่ ให ้สังเกตว่าทุกประโยคทีเป็ ่ งขึ ่ นต ้ น้ ประโยคดว้ ยกริยา เช่น Sit up! ที่ เราเรียกว่า ประโยคคําสังซึ ้ ่ ้แทนผูอ้ า่ น ออก Sit จริงคือประโยคเหล่านี ตัดสรรพนาม you ซึงใช up! ก็คือ You sit up! นั่นเอง เพราะฉะนั้น paragraph ลักษณะนี ้ เป็ นคล ้ายกับเรานั่งฟังผู ้เขียนพูดแนะนํ า และมักให ้นัยของความเป็ น “กันเอง” นอกจากนี ้ paragraph ข ้างบนจะเห็นว่าง่ายและดว้ ย ้ ่ พืนฐานความคิ ดความเข ้าใจทีเราเกื อบทุกคนมี (เรียก prior knowledge หรือ world knowledge) จึงไม่น่ามีปัญหาสําหรับ ่ าสนใจดังนี ้ ความเข ้าใจ แต่มีคําศัพท ์และภาษาทีน่

ข้อสังเกตเพิ่มเติม They ประโยค 2: They should be clear, bright, and shiny, and should not be runny เป็ น referent หมายถึง the puppy‟s eyes shiny: ในประโยค 2: They should be clear, bright, and shiny, and should not be runny คุณศัพท ์จาก shine (กริยา = สะท ้อนแสงแวววาว อาการของตาอย่างเมื่อเรามี ่ ความสุข)+ -y (suffix = เฉพาะในความหมายนี ้ = มีลก ั ษณะหรือมีแนวโน้มทีจะเป็ นเช่นนี ้) คํา shiny จึงหมายถึงมีลก ั ษณะแวววาว shiny eyes = ตา/ดวงตาแวววาว เหมือนอย่างคนมี ความสุข สุขภาพดี ่ ้างจาก –y แยะมาก เช่นคําในประโยคเดียวกันนี ้ runny (eyes) มีโอกาสพบคําทีสร นํ ้าตาซึม (นี่ คนละอย่างกับ “นํ ้าตาคลอเบ ้า” คํานํ ้าตาซึมอย่างหลังนี ้เขาใช ้ eyes filled with tears (of pleasure/joy) ไม่เกี่ยวกับสุขภาพก็ได ้ ปกติคน/สัตว ์ตอ้ งมีนํ้าตามาหล่อตา แต่อาการ runny eyes หมายถึงอาการผิดปกติ นํ ้าตาไหลซึมออก เช่นเดียวกับกรณี ทเรี ี่ ยก runny nose อาการนํ ้ามูกไหล ไม่ใช่เพราะกินส้มตํา รสเผ็ด แต่อาจจากอาการหวัด เป็ นตน้ ่ ่ โอกาสพบมาก (เฉพาะในความหมายอย่างข ้างบน) เช่น คําอืนๆที มี sunny, foggy, misty, cloudy, breezy, juicy, dreamy, etc. ่ ส่วนความหมายโดย „นัย‟ ของ –y อืนๆเอาไว ค้ ่อยว่ากันตอนไปพบ


7 and: ในประโยค 2: They should be clear, bright, and1 shiny, and2 should not be ่ ่ ่ runny ไม่มีอะไรมาก เกรงจะเข ้าใจผิด ตามทีเราทราบ and ใช ้เชือมคํ าและเชือมความหรื อ ่ ้ ่ ่ ประโยค หมายถึงเชือมกันตังแต่ระดับคํา วลี อนุ ประโยค จนประโยคนันแหละ แต่ทเห็ ี นใช ้ใกล ้กัน ่ and1 เชือมชุ ดของคํา เห็นไหม They should be clear, bright, and shiny เป็ นชุดของ adjectives clear, bright, AND shiny ในภาษาอังกฤษเมื่อใช ้บอกชุดของ คําอย่างนี ้เขาใช ้ and นํ าคําสุดท ้ายของชุด โดยใช ้ , นํ าหน้า and แต่เดี๋ยวนี ้พบเห็นไม่ใช ้กัน เยอะแล ้วนี่ ่ ส่วน and2 เขาใช ้เชือมความประโยค They should be clear, bright, and shiny AND they should not be runny. ้ น้ ประโยคดว้ ย เมื่อใช ้ and เป็ นกาวมาต่อความคิด คือประโยค 2 ประโยคนี ้ ลว้ นขึนต ่ ้แทน eyes) อาจตัดออก (ชือรู ่ ปแบบประโยคเปลี่ยน they (ทีใช ้ ในทีนี่ ้ให ้ความหมายคงเดิม เรียกว่าประหยัดและน่ าอ่านมากขึน) the animal's coat is shiny (ประโยค 3) เป็ นคําอ ้างโยงไปที่ the puppy’s coat This means the puppy has been well taken care of (ประโยค 3) เป็ นคําอ ้างโยงไปที่ the animal‟s shiny coat หรือ the shiny coat of the animal http://www.monticellolive.com/classicFriendly (ประโยค 7) Look for a puppy that is friendly story-fire-dept-rescues-puppy-from่ ้ and that comes to people ทีอยากให ้ดูคือ suffix –ly ตัวนี drain/:18.9.13 ไม่ใช่ adverb แต่เป็ น adjective เอาอย่างนี ้ก่อน adverb นั่นเขาใช ้อธิบาย ขยายความ adverbs, adjectives, verbs ้ ้ ่ ้างมาจาก adjective ดว้ ย และความคิดทังประโยคก็ ได ้ คํา adverb เกือบทังหมด โดยเฉพาะทีสร การเติม –ly ให ้เป็ นคํา adverbs เช่น (walk) quickly ่ ส่วน adjective นั่นเขาใช ้ขยายความ noun และมีนอ้ ยหน่ อยทีพบขยาย pronoun บ ้าง (เช่น Oh, silly me) ่ ่ วนใหญ่สร ้างมาจาก สําหรับ adjective ทีลงท ้ายด ้วย –ly นั่นเป็ น adjective ทีส่ nouns และให ้นัยความหมายเหมือน suffix –like (เคยพูดให ้ฟังแล้ว) เช่นคํา fatherly (อย่างพ่อ ่ ” ก็ได)้ เช่น เป็ นรูปแบบของพ่อ เพิ่มคําว่า “ทีดี With all his fatherly concern, he squeezed his daughter‟s hand and . . . หรือ friendly อย่างเพื่อน ดว้ ยลักษณะมิตร อะไรทํานองนี ้ คํา scholar = ผูร้ ู ้ (ตอ้ งดีดว้ ย สายหนึ่ งสาขาไหนก็ได)้ พอใช ้ว่า scholarly man = ่ ยกว่าขลุกอยู่กบ man who spend almost all his time in studying ในลักษณะทีเรี ั การ เรียนรูและจึ ้ งเป็ นผูร้ ูจ้ ากการเรียน ่ ่ โอกาสพบบ่อยเช่น gentlemanly, คํา adjective ทีลงท ้ายดว้ ย –ly มีไม่มาก ทีมี sisterly, cowardly, hourly, monthly, yearly และ daily ่ ่ยวกับเวลา นี่ ใช ้เป็ น adverb ไดด้ ว้ ย 4 คําหลังนี่ ทีเกี

E

1] Good health is affected1 by a balanced2 diet3. 2] On the other hand, if we do not eat well, this could cause problems and we could become very sick. 3] For instance, if our diet lacks4 Vitamin A, blindness5 may result6. 4] Many problems affecting the skin and the


8 teeth are due to7 a lack of Vitamin C. 5] When our diet contains recommended8 amounts of Vitamin A and C, however, our ability to fight diseases like cancer9 is greatly affected. 6] So it makes sense10 to eat well because this results in a longer and healthier11 life. http://www.fauxpress.com/kimball/w/9.html July 18, 2013

WORDS TO KNOW:

1. affect (v): มีผล ส่งผลต่อ = have an effect upon; produce a change (in somebody); 2. ่ ้สมดุล = with all parts combining well together or existing in the balanced (adj  v) ซึงได correct amounts; being in a state of proper balance or equilibrium; 3. diet (n): อาหาร = food that a person or animal usually eats; 4. lack (v): ขาด ไม่มี = not have any or enough of something that you need or want; 5. blindness (n): ตาบอด = lack of sight; 6. result (v): ส่งผล ให ้ผล = be caused directly by something that has happened previously; 7. due (to): = because of; 8. recommend (v): แนะนํ า = say that something is good and worth using; 9. cancer (n): = serious disease in which growths of cells (also called cancers) form in the body and kill normal body cells; 10. makes sense (v): เข ้าใจได ้ ดูเหมาะสม = be reasonable; 11. healthy (adj): มี สุขภาพดี = physically strong and not sick

E ควรเลือกประโยค 2: If we do not eat well, this (the fact that we do not eat well) could cause problems and we could become very sick เป็ น paragraph เสนอเหตุและผล (cause/ effect) หลังประโยค main idea ตามดว้ ยตัวอย่างกรณี ่ ดจาก “do not eat problem และ being very sick ทีเกิ well“ ดังนี ้ ประโยค 3: ถา้ ขาดวิตามิน A ทําให ้ตาบอด ประโยค 4: ขาดวิตามิน C มีปัญหาต่อผิวหนังและ http://www.ilikealot.com/i/losing_those_the ฟัน _holiday_grams_the_easy_way:18.9.13 ประโยค 5: ถึงไดว้ ิตามิน A และ C แต่รา่ งกายเรา ่ ยังต ้องต่อสูก้ บ ั โรคภัยอย่างอืน ประโยค 6: จึงตอ้ งกินอาหารให ้ไดร้ บั สารอาหารครบเพราะจะมีผลต่อการดํารงชีวิต

ข้อสังเกตเพิ่มเติม ่ ้ cause/effect จึงพบคําศัพท ์บอกเหตุและผลค่อนข ้างมาก และมี เพราะเป็ น paragraph ทีใช ่ แง่มุมภาษาและคําศัพท ์ทีน่ าสนใจดังนี ้ For instance (ประโยค 3): For instance, if our diet lacks Vitamin A, blindness may ่ result เป็ นคําถ่ายโอนความคิดอีกหนึ่ งในจํานวนไม่กี่คําทีเคยพู ดถึงไปแลว้ เหมือนกับ for example คือทําหน้าที่อย่าง “หมอดู” ทํานายอนาคต ว่าถัดจากคําคํานี ้จะเป็ นตัวอย่างอะไรอย่าง ่ หนึ่ ง ในกรณี นี้บอกเหตุ (ขาดวิตามัน A) และผลทีตามมา (ตาบอด)

http://www.southerntimesafrica.com/files/i mages/food.jpg:18.9.13

Blindness (ประโยค 3): For instance, if our diet lacks Vitamin A, blindness may result suffix –ness ใช ้เปลี่ยนคําคุณศัพท ์ให ้เป็ น คํานาม เช่นใน paragraph ข ้างบน คํา blindness นี่ กอ้ สร ้างมาจาก blind และเปลี่ยนจากคุณศัพท ์ blind เป็ นนาม blindness ตัว suffix ให ้นัยความว่า “quality, state, or character of” คือ “ความ” หรือ


9 “ความเป็ น” ่ ่ยนหน้าที่ (ของคําในประโยค) จากคุณศัพท ์ไปเป็ นคํานาม คุณศัพท ์มากมายทีสามารถเปลี เช่น Hungriness, laziness, hopelessness, nervousness, awareness, etc เพราะฉะนั้นทีหน้าหรือทีหลังก็ ได ้ หากพบคําลงท ้ายดว้ ย suffix –ess เบาใจได ้ เพราะ บอกความหมายไดเ้ ลย เช่น forgetfulness หากรูว่้ ามีลก ั ษณะ forgetful คืออะไร หรือ tiredness หากรูว่้ าเกิดอาการ tired = (รูสึ้ ก) เหนื่ อย อ่อนเพลีย เป็ นเช่นไร this (ประโยค 6) So it makes sense to eat well because this results in a longer and healthier life คํา this เป็ น referent แทน well eating ในประโยคเดียวกัน Patient: Doctor, do you think that I will live until I‟m a hundred? Doctor: Do you smoke or drink? Patient: No. Doctor: Do you drive fast cars, gamble*, or play around with women? Patient: Certainly not! Doctor: Then what do you want to live to a hundred for? *gamble (v): เล่นการพนัน (risk money on a card game, horse race, etc.)

http://lovablelabelsblog.com/?p=1499:20/11/13

่ สงสัย อยากไดข ้ ้อมูลเพิ่มเติมเรืองการเรี ยนการฝึ ก หรือเพียงอยากแลกเปลี่ยนความคิดความเห็น เชิญ email ไปได ้


Paragraph explained 012