Page 1

samran@sru.ac.th, Language Lounge Faculty of Humanities and Social Sciences, Suratthani Rajabhat University ก่อนเฉลยการบ ้าน PARAGRAPH EXPLAINED 003 ขอสรุปและ ้ าความเข ้าใจ 3 เรืองหลั ่ เสริมยาท กต่อไปนี ้ TOPIC

้ สุ ่ ดแต่กินความกวา้ ง นี่ คือประเด็นความหลักอย่างย่อและสันที ่ และครอบคลุมทีสุดใน paragraph ในกรณี ทเราเป็ ี่ นคนเลือกหา เช่นจากบรรดาตัวเลือก ในข ้อสอบ topic จะตอ้ งช ัดเจน สามารถสรุปความคิดบรรดามี ่ ้เขียนให ้ไวใ้ น paragraph ได ้ หรือในอีกแง่มุมหนึ่ งตอ้ ง ทีผู เป็ นความคิดกวา้ งสุด ครอบคลุมทุกความคิดใน paragraph นั้นๆได ้หมด ่ ยก เป็ นคาคาเดียวก็ได ้ แต่ส่วนใหญ่พบเป็ นกลุ่มคาทีเรี http://kenzierenee.files.wordpress.com/2 วลี (phrase) และมีฐานะเป็ นคานาม 012/08/2-bookworm.jpg ่ ้ ทีน่ าสังเกตคือเราจะพบ topic ในรูปของการซาคา ้ ่ ่ในใจของคนเขียนหรือคนพูด จะ หรือซาความ เพราะนี่ เป็ นธรรมชาติของการคิดการเขียน คาทีอยู ้ คอยผลุบๆโผล่ๆออกมาเกือบตลอดเวลา จะตังใจหรือไม่ กอ้ ไม่รู ้ ่ ยกว่าซาความนั ้ ้น ไม่จาเป็ นตอ้ งคาหนึ่ งคาใดซาๆโดยตรง ้ ้ ห้ ลายวิธี ทีเรี แต่อาจใช ้การซาได คือ ้ 1) ใช ้คาหรือความซาโดยตรง 2) ใช ้สรรพนามหรือคาแทนความคิด 3) ใช ้คาความหมายเหมือนหรือความหมายใกล้เคียง ้ ดูตวั อย่างจากความสันๆข ้างล่าง Many people think that an elephant drinks water through its trunk. This is not true. The animal uses its trunk to carry up the water. Then it is squirted into the elephant’s mouth. Using the Context: Specific Skills Series, Booklet C, by Richard A Boning

มีการใช ้คาต่างๆแทนดังนี ้ Many people think that an elephant drinks water through its (= the elephant’s = สรรพนาม) trunk. This (= the thought that an elephant drinks water through . . . = คาแทนความคิด) is not true. The animal (= the elephant = คาแทนความคิด) uses its (= the elephant = สรรพนาม) trunk to carry up the water. Then it (= water ้ = สรรพนาม) is squirted into the elephant’s (= elephant’s = คาซา) mouth. ่ ่ ่ เ้ ขียนตอ้ งการ หน้าทีของเราคนอ่ านคือ “ตามจับ” ให ้ไดไ้ ล่ให ้ทัน แลว้ ไม่ยากทีจะบอกประเด็ นทีผู บอกเรา


2

MAIN IDEA

่ นประเด็น (point หรือ subject) ทีผู ่ เ้ ขียนพยายามจะ เป็ นประโยค (ตอ้ งเป็ นประโยคเท่านั้น) ทีเป็ ่ ่ ให ้เรารู ้ จาได ้ ยอมรับ และเข ้าใจ เป็ นประโยคแสดงเจตนาของผูเ้ ขียน เป็ นประโยคทีประโยคอื นๆ ้ ้ ทังหมด หรือเกือบทังหมดมาสนั บสนุ น หรืออธิบาย หรือ จะเรียกว่ามาคลี่คลายขยายความ main ้ idea ให ้กระจ่างช ัดมากขึน ่ คา main idea ในส่วนแรกทีเราพู ดถึงกันมาแล้ว และจะพูดกันอีกค่อนข ้างหลายครัง้ ่ ต่อๆไปนี่ หมายถึง topic sentence หรือประโยค main idea ทีบอกหรื อให ้ไว ้ใน paragraph ่ ่ ทีเรียก stated main idea เป็ นประโยคทีขยายความ คือทา topic ให ้ช ัดเจนมากขึน้ หรือคือ ความหมายแคบกว่าตัว topic เอง แต่หากในระดับประโยค เป็ นความหมาย “กวา้ ง” กว่าประโยค ่ ่ ้มัก (หมายถึง อืนใดหมดใน paragraph นั้นๆ คือคลุมทุกความคิดทุกประโยคนั่นเอง คาทีใช “มักจะ” เท่านั้น) เป็ นคาพหูพจน์หรือให ้ความหมายพหูพจน์ เช่น many, numerous, และ several ตาแหน่ งแห่งหนของ main idea อยู่ทไหนของ ี่ paragraph จะพบสัก 3 แห่ง มากสุดคือตน้ paragraph สักประโยค 1 หรือ 2 กระทัง่ 3 ตาแหน่ งที่ ่ โอกาสพบได ้ จะพบมากรองลงไปคือท ้าย paragraph ในรูปของประโยคสรุปความไปดว้ ยเลย ทีมี บ ้าง คือน้อยสุด คือกลาง paragraph นี่ หมายถึงในกรณี ทผู ี่ เ้ ขียนเขาให ้ main idea ไวใ้ น paragraph นะ SUPPORTING DETAILS

ความคิดสนับสนุ น main idea มักพบในรูปของ  ข ้อเท็จจริง (facts)  เป็ นเหตุผล (reasons)  ตัวอย่าง (examples/illustrations/) หรือกรณี เฉพาะ (cases) ่  เกล็ดนิ ทาน/ความรู ้ หรือเรืองเล่ าประกอบ (anecdotes)  สถิติ (statistics) ้  ลาดับหรือขันตอนของการกระท า/ดาเนิ นการ (steps or procedures)  การเปรียบเทียบ (comparison/contrast) ่  ชือเฉพาะ (proper names) วันเดือนปี (dates) ่ ้  คาพูดทียกขึ นมาอ ้าง (quotations) ่ ่ น (incidents)  เหตุการณ์ทเกิ ี ดทีเป็ ่ ่  หลักฐานหรือสาระอืนๆ (evidence) ทีจะ ช่วยยืนยันความคิดตาม main idea http://top-kids-books.com/:13.9.13 นอกจากนี ้ประโยค details  มักมีคาถ่ายโอนความคิดหรือ transition words นามา คาชนิ ดนี ้ช่วยให ้เรา “ไหล” ตามและทันต่อความคิดของผูเ้ ขียน เห็นความ ้ ้างหน้าและข ้างหลังคาถ่ายโอนความคิด เกี่ยวข ้องสัมพันธ ์ของความคิด (หรือประโยค) ทังข ่ ่ ้นจะเป็ นลักษณะใด และทีสาคัญ เตรียมเราให ้คิดคาดไวล้ ่วงหน้าว่าความคิดทีจะตามมานั เป็ นการบวกหรือเพิ่มความคิด (เช่นใช ้ and และ in addition) ความเปรียบเทียบ หรือ ่ านมา (เช่นใช ้ but และ however) ความแสดงเหตุและผล ขัดแย้งกันกับความคิดทีผ่ ่ เช่น for instance, to prove my point, (เช่นใช ้ thus/as a result ) และคาอืนๆ i.e., that is, first, second, third, finally ่ ่  เป็ นความคิดทีแคบ ลงลึกและเป็ นรูปธรรม (concrete) อาจพูดเกี่ยวกับสิ่งหนึ่ งเรืองใด ่ เรืองเล็ กๆ ความคิดบางส่วน เพียงด ้านหนึ่ งมุมเดียวของความคิดหลัก (main idea) ่ ้อธิบายความ  อาจพบในรูปของ detail ตัวจริง (major details) หรือ details ทีใช detail ตัวจริง (minor details) กอ้ ได ้


3

ธรรมชาติของผูเ้ ขียนคือ จะพยายามคิดไวล้ ่วงหน้าว่าเราน่ าจะสงสัยอะไรบ ้างเกี่ยวกับ ่ ประเด็นหรือ main idea ทีเขาจะบอกเรา หรือคือเขาคิดถึงเรานั่นแหละ พยายามหา details มา ้ ้ ให ้เราเข ้าใจประเด็นความคิดของเขา จะมากหรือน้อยขึนอยู ่กบ ั ความจาเป็ น และขึนอยู ่กบ ั ระดับ ่ ของเราผู ้อ่านทีเขาคาดคิดเอาไวด้ ว้ ยแลว้ ่ Details นั่นไม่มีหน้าทีอะไรเลยนอกจากช่ วย main idea หรือคือช่วยให ้เราเข ้าใจ main ้ idea เท่านัน ่ ยก claim หรือ assertion คือคล้ายความคิดทียกขึ ่ ้ ตัว main idea เองเป็ นสิ่งทีเรี นมา ้ หรือกล่าวอ ้างขึนมาว่ าอะไรจริงหรือไม่จริง เป็ นอย่างนั้นหรือ ้ ้ ่ ก้ ็ตอ้ งมี details เรียกว่ามี อย่างนี ดังนัน จะให ้ใครเขาเชือได พยานหลักฐานมายืนยันสนับสนุ นกัน ่ นประโยชน์มาบอกเรา ผูเ้ ขียนในระดับไหนก็ตามมักมีอะไรๆทีเป็ ่ ้ เรียกสิงนันว่า “สาร” หรือ message แต่เรามักไม่ไดร้ บั หรือ ้ ่งที่ ทาหายไปเสีย เพราะหากไม่เป็ นเพราะคาศัพท ์ พืนฐานในสิ อ่าน ทักษะภาษาโดยรวมแล้ว อาจเป็ นเพราะไปหลงอยู่กบ ั ่ ่ ถอ้ ยคาภาษาทีผูเ้ ขียนนามาแต่งประเด็นทีจะบอก คือหลงอยู่ กับ details มีคาแนะนาคือ อ่านเมื่อไร ตอ้ งหาให ้เจอ คน้ ให ้ ่ ร้ ู ้เขา พบว่ามันคืออะไร อยู่ทไหน ี่ ไม่เช่นนั้นจะเป็ นอย่างทีผู ttp://www.bubblews.com/news/704749-itบอกว่า you can see only the tree and not the pays-a-lot-to-read:13.9.13 forest—เห็นแต่ตน้ ไม้ ไม่เห็นป่ า ่ ่ ่ เ้ ขียนตอ้ งการบอกเราให ้ได ้ จะได ้ชือว่าอ่านรู ้เรืองจริง ตอ้ งจับประเด็นความคิดทีผู ้ องนี ่ ้กันนี่ แหละ อดทนกันหน่ อยก็แลว้ กัน และเราก็กาลังปลาเรื ้ อน เอาละ ข ้างล่างเป็ นการบ ้านจากครังก่ ____ 1. There are birds such as parrots and macaws. ____ 2. There are monkeys, sloths, and kinkajous that live in the trees, and millions of butterflies. ____ 3. The Amazon rainforest has many strange animals. ____ 4. On the ground there are long nosed anteaters, armadillos with tough shells, and wild pigs. ____ 5. There are many fish in the rivers, too, including one which eats any animal that falls into the water. และนี่ เป็ นเฉลย ____ 1. There are birds such as parrots and macaws. ____ 2. There are monkeys, sloths, and kinkajous that live in the trees, and millions of butterflies. _M_ 3. The Amazon rainforest has many strange animals. ____ 4. On the ground there are long nosed anteaters, armadillos with tough shells, and wild pigs. ____ 5. There are many fish in the rivers, too, including one which eats any animal that falls into the water. Paragraph ตัวจริงเป็ นอย่างนี ้ 1] The Amazon rainforest has many strange animals. 2] There are birds such as parrots and macaws. 3] There are monkeys, sloths1, and kinkajous2 that live in the trees, and millions of butterflies. 4] On the


4

ground there are long nosed anteaters3, armadillos4 with tough5 shells, and wild pigs. 5] There are many fish in the rivers, too, including one which eats any animal that falls into the water. Blazing New Trails: Developmental Reading Text Workbook, revised Edition, by William H. Burton and others

WORD TO KNOW:

1: sloth (n): ตัวสล๊อต = South American mammal that lives in trees and moves very slowly; 2: kinkajous (n): ตัวคิงคะจู = South American mammal that lives in trees; 3: anteater (n) (ant+eater): ตัวกินมด = animal that has a very long nose and eats small insects, including ants; 4: armadillo (n) ตัวนิ่ ม = South American animal with a hard shell made of pieces of bone, that eats insects and rolls into a ball if attacked; 5: tough (adj): เหนี ยว ทนทาน = not easily cut, broken, or torn, etc.

่ ้ าอ่านเข ้าใจจริงแน่ หรือ ทีนี้ลองตอบคาถาม เพือสอบย าว่ 1. What is the topic of the paragraph? A. Strange animals. B. Living places of all strange animals. C. Strange animals in the Amazon rainforest. D. All strange animals in the Amazon rain forest. 2. What is the main idea? A. There are many strange animals in the Amazon rainforest. B. Why do many strange animals live in the Amazon rainforest? C. Strange animals can be found everywhere in the Amazon rainforest. D. The Amazon rainforest where you can find many strange animals. 3. How many places can you find the strange animals? A. In all the places in Amazons. B. Four places: in the sky, in the trees, on the ground, and in the water. C. Three places: in the trees, on the ground, and in the water. D. Piranhas and some strange land animals. ่ าวถึง ข ้อ 1 ควรเลือก C: Strange animals in the Amazon rainforest ซึงกล่ ่ animals เฉพาะที strange และจากัดไว ้ว่าที่ the ่ า้ งแต่ Amazon rainforest เท่านั้น เป็ นคาตอบทีกว ่ ่ วเลือก พอดี เพือจะจากัดความคิดแต่พอตัว ในขณะทีตั A: Strange animals กวา้ งมากไป paragraph นี ้ กล่าวถึง strange animals ก็จริง แต่คา strange ่ animals อาจหมายถึงทีไหนก็ ได ้ ตัวเลือก B: Living places of all strange animals มีส่วนถูก เพราะ paragraph ระบุทอยู ี่ ่ของ strange animals ไวด้ ว้ ยก็ ่ ่ ทีที ่ พบเห็ ่ จริง แต่ paragraph นี ้จากัดจุดทีอยู นสัตว ์ เหล่านี ้เฉพาะใน Amazon rainforest ไม่ใช่ทไหนก็ ี่ ได ้ ้ ่ PIRANA: http://www.flickriver.com/photos/ กับทังจานวนตามทีพูดไว ้ เป็ นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่สต ั ว์ tags/pirana/interesting/:13.9.13 ทงหมด ั้ ส่วนตัวเลือก D: All strange animals in the Amazon rain forest ผิดเพราะเกินเลยข ้อเท็จจริง paragraph พูดถึงจานวนไวช ้ ัดว่า many strange animals และไม่ใช่ all strange animals ความน่ าจะเป็ นไปตามนัยของ ่ าวถึงน่ าจะเป็ นเพียงตัวอย่าง (เช่น There paragraph นี ้คือมีสต ั ว ์แปลกๆอีกหลายอย่าง แต่ทีกล่ are birds such as parrots ...)


5

ข ้อ 2 ถามหา main idea ตัวเลือกถูกคือ A: There are many strange animals in the ่ คือประโยคแรก การให ้ Amazon rainforest ซึงก็ ้ main idea ตังแต่ตน้ อย่างนี ้ เหมือนผูเ้ ขียนให ้ สัญญาแก่เราว่าจะนาไปรูจั้ ก strange animals ใน the Amazon rainforest นะ หลังจากประโยคแรก ผู ้เขียนให ้รายการ strange animals ลงไปว่ามี ่ ่ ้นไม้ ไล่ลงพืนดิ ้ น อะไรบ ้าง เริมจากท ้องฟ้ ามาทีต ้ ่ ้ และสินสุดทีแม่นาตามลาดับ เป็ น strange ่ animals ทีพบใน Amazon rainforest เท่านั้น SLOTH: ตัวเลือก B: Why do many strange animals http://omgsloths.tumblr.com/page/13.9.13. live in the Amazon rainforest? ผิด ตัว main ่ าคัญ paragraph นี ้ไม่มีเนื ้อหาส่วนไหนทีจะตอบค ่ idea ต ้องไม่ใช่ประโยคคาถาม และทีส าถาม ่ เพือใหเ้ หตุผลว่าทาไม many animals live in the Amazon rainforest ตัวเลือก C: ่ Strange animals can be found everywhere in the Amazon rainforest เป็ นไปได ้ทีจะ ่ พบ animals ทุกแห่งทุกทีใน the Amazon rainforest แต่เห็นหรือไม่ว่า paragraph ไม่ได ้ ่ living places ไม่เช่นนั้นคงให ้รายละเอียดว่าแม้ในโพรงไม้ (tree hollows) ใตด้ ิน discuss เรือง (underground) ในถา้ (caves) ฯลฯ ล้วนพบ strange animals ไปทุกแห่ง ส่วนตัวเลือก D: The Amazon rainforest where you can find many strange animals ตัว main idea จะต ้องเป็ นประโยคสมบูรณ์ ตัวเลือกนี ้ มีฐานะเป็ นกลุ่มคาหรือวลี (phrase) เท่านั้น ข ้อ 3 ถามหา detail ควรเลือก B: Four places: in the sky, in the trees, on the ground, and in the water ไม่มีข ้อสงสัยอะไร paragraph จัดรายละเอียดเป็ น simple listing ไล่ลงมาจากท ้องฟ้ า บนต ้นไม้ บนดินและในน้า ตัวเลือก A: In all the places in Amazons ไม่ช ัดเจนเอาเสียเลย ถือเป็ นผิด ตัวเลือก C: Three places: in the trees, on the ่ ground, and in the water ไม่ถูกตามข ้อเท็จจริง อย่างทีบอกไว ้ใน paragraph ส่วนตัวเลือก ่ ไดต้ อบคาถาม D: Piranhas and some other fish จัดเป็ นคาตอบทีไม่

ข้อสังเกตเพิ่มเติม

้ า strange animals ตอ้ งเข ้าใจว่า strange ข ้อเขียนนี ้เป็ นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนันค ่ ในมุมมองของฝรังเขา สาหรับเรา monkey ก็ดี parrots หรือ butterflies ก็ดี ไม่เห็นว่า strange อะไรตรงไหน ใช่ไหม ่ าสนใจอย่างหนึ่ ง คือการแยกคาทีเราคิ ่ มีวิธีจดั การกับคาศัพท ์ทีน่ ดว่าเป็ นคายาว และมัก ่ เป็ นคายากออกจากกัน แยกออกเป็ นคาๆ ตามคาทีเราพอจะคุ น้ ชินความหมาย เช่นคา ่ างก็มีความหมายออกจากกันก่อน จะไดเ้ ป็ น anteater ใน paragraph ข ้างบน ลองแยกคาทีต่ ant กับ eaters แล้วนามารวมกันใหม่เป็ น anteaters ในทีนี่ ้จัดเป็ นคาประสม (compound ่ ยก big words พวกนี ้ส่วนใหญ่เป็ นคาประสมชนิ ดทีเขี ่ ยนติดกันเป็ น word) คายาวและยาก ทีเรี ่ ้าง (form) มาจาก prefixes/ suffixes คาคาเดียว (solid compound) และหรือเป็ นคาทีสร ส่วนหนึ่ งเราคุน้ ชินกันดี เช่น anybody และ somewhere แต่หลายคาพบเข ้าอาจเหงื่อตกโดย ใช่เหตุเอาได ้ เช่นในคา eyeglasses, houseflies, hideaway, wrongdoing, และ anticounterclockwise พบคายาวๆเมื่อไร ลอง จับแยกออกจากกัน ก่อนมารวมความหมายเข ้าอีก ่ อย่างหนึ่ ง ครัง้ และนี่ เป็ นนิ สยั การจัดการคาศัพท ์ทีดี KINGAJOU: http://1.bp.blogspot.com/6HdWVp5TQRc/UPWL7adNDQI/AAAAAAAACTM/ZQHzkC9bYI/s1600/Kinkajou+3.jpg:13.9.13


6

่ ญหาคาศัพท ์เหล่านี ้มาพูดคุยกัน พบคาพวกนี ้ ในโอกาสต่อๆไป เราจะพยายามนาเรืองปั ่ ารู ้ น่ าทาความรูจั้ ดเมื่อไร แลว้ จะว่ากันแน่ นอน ทีน่ การหาความหมายคายากจากคาศัพท ์แวดล้อม (context clues) นี่ ก็สาคัญนัก มีหลาย ่ วิธี แต่ทีพบใน paragraph ข ้างบนเช่นจากความส่วนนี ้ . . . monkeys, sloths, and kinkajous that live in the trees ้ กให ้ดี แล้ว สมมติว่าเราไม่ทราบความหมายคาพิมพ ์หนาแดง ถอยไปก่อน ตังหลั ่ ตว ์ ใช ้ and เป็ นตัว สังเกต จะเห็นว่าข ้อความส่วนนี ้มาเป็ นชุด (series) คือเป็ นรายการ เป็ นชือสั ่ ่ ้ ผูกเชือมชุดของชือ “เดา” ไดเ้ ลยว่าทังคาหน้าและหลัง and ตอ้ งเป็ นคาประเภทเดียวกัน ในทีนี่ ้ หน้า and เป็ นคานาม (sloths) หลัง and (kinkajous) ก็ตอ้ งเป็ นคานาม และเพราะมาเป็ นชุด ใช ้ , (comma) ช่วยแสดงรายการ เรารูจั้ ก monkey (คาแรกในชุด) เป็ นสัตว ์ หลัง , นั่นก็ตอ้ ง ้อหาใน เป็ นสัตว ์ด ้วย เพราะความหมายจะเป็ นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี ้ เรายังรูตามเนื ้ ่ paragraph ว่าเป็ นสัตว ์ที live in the trees ดว้ ยกัน ่ ในการอ่านทัวไป ไม่ใช่เป็ นการเจาะลึก รู ้ความหมายคายากเพียงเท่านี ้ก็ถมเถือดไป แล้ว ่ ด ไม่ เมื่ออ่านจบ paragraph นี ้ เห็นไดท้ น ั ทีหรือไม่ว่าประโยคไหนให ้ความคิดกวา้ งทีสุ ่ ่ ่ ่ ยากทีจะบอกว่าเป็ นประโยคแรก ในขณะทีประโยคอืนๆทีตามมาเขาใช ้โครงสร ้างเดียวกัน there are … ซึงเข ้าใจง่าย และทุกประโยคลว้ นไปเพิ่มข ้อมูลหรือขยายความประโยคแรก ว่า many strange animals นั่นมีอะไรบ ้าง และพบในส่วนไหนของ the Amazon rainforest ่ นความกวา้ งสุดของ paragraph กันสักระยะ ประมาณ 4 เราจะยังคงฝึ กหาประโยคทีกิ ่ 6 ครัง้ ก่อนขยับไปอย่างอืน ้ ้ ้ ้ และครังนี รวมครังต่อๆไป อีกประมาณ 6 ครัง้ จะให ้กลุ่มประโยค ครังละ 4 กลุ่ม แต่ละ ่ ่ ้ กลุ่มมีความคิดสัมพันธ ์อย่างต่อเนื องกัน ให ้ลองเลือกว่า ประโยคไหนในแต่ละกลุ่มต่อไปนี ้ ทีให ่ ่ ด ให ้เติม M หน้าประโยคนั้น ความคิดกวา้ ง ครอบคลุมประโยคอืนมากที สุ และโปรดติดตามเฉลยตอน PARAGRAPH EXPLAINED 005 นะครับ

A ____ 1. Few people would not let a day go by without taking a drink of water. ____ 2. Yet some desert animals may never have one drink of water in their lives! ____ 3. The desert tortoise, for example, gets all the water its body needs from the seeds and plants it eats. ____ 4. In turn, the animals which eat the tortoise get most of their own water from the flesh of the tortoise.

http://costaricacloseup.com/2011/04/02/bookworm-festival-in-costa-rica/:13.9.13

B ____ 1. ____ 2. ____ 3. ____ 4.

What bird lays the biggest eggs? Pound for pound, no bird can compete with the kiwi. A five-pound kiwi lays an egg weighing more than a pound. Even the ostrich, weighing 250 pounds, lays eggs that are only slightly larger.

C ____ 1. Plastic can be mold into any size or shape.


7

____ 2. It weighs less than either metal or wood. ____ 3. Products made of plastic never need to be painted. ____ 4. Most plastic can withstand extreme heat or cold. ____ 5. Almost any quality one could desire in a material can be found in plastic—the material designed to change the world.

D ____ 1. Blood helps a doctor find out what is wrong with a patient. ____ 2. A few drops are taken from the finger. ____ 3. Tests are made from this sample. ____ 4. The doctor wants to know the number of http://nunu.in/nggallery/post/child-innocencefunny-pictures-collection/image/878/:13.9.13 cells and their condition. ____ 5. The test also shows the amount of iron and other substances in the blood. ____ 6. These clues help the doctor find out what illness the patient has.

ไปอธิบายคาตอบครัง้ 005 เช่นกัน Little boy: Mom, what becomes of cars when they get too old to run? Mother: People sell them to your father.

สงสัย อยากได้ข ้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการเรียนการฝึ ก หรือ เพี ยงอยากแลกเปลี่ยน ความคิดความเห็น เชิญ email ไปได้

Paragraph explained 004  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you