Page 1

ประจาเดือน มกราคม – มีนาคม 2555 ยุตธิ รรม รวดเร็ว โปรํงใส ทุกระบบ ครบวงจร

ขําวสารศาลจังหวัดพัทลุง

เรือ่ งเดํนในฉบับ - ประมวลภาพกิจกรรม - สาระนํารู๎ - บทบาทของศาล

สํวนชํวยอานวยการ โทร.074-613020, 074-612352 โทรสาร 074-611682 www.ptlc.coj.go.th


สนทนากับ บก

เริ่มเข๎าสูชํ วํ งฤดูร๎อนอากาศเลยร๎อนอบอ๎าวขึน้ ระยะนีเ้ ป็นชํองวํางระหวํางฤดู มรสุม จะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต๎พัดปกคลุม ทาให๎มีอากาศร๎อนอบอ๎าวทั่วไป แตํจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดทีอ่ ยูํใกล๎ทะเลจึงไมํรอ๎ นมากนัก ได๎รับกระแสลมและไอน้า ทาให๎อากาศคลายความร๎อนลงไปมาก ผู๎อํานที่มสี ขุ ภาพไมํแข็งแรงหรือแพ๎ลมแพ๎แดด ดูแลสุขภาพด๎วยนะคับ สาหรับปักษ์นี้อยูํในชํวงเดือนที่มีวันสาคัญทางพุทธศาสนา คือวัน มาฆบูชา ซึ่งในวันนั้นมีเหตุการณ์สาคัญคือการประชุมพร๎อมด๎วยองค์ 4 หรือที่รู๎ จักกันวํา "จาตุรงคสันนิบาต" เป็นการปฐมนิเทศในการเผยแผํพระพุทธศาสนาอยําง เป็นทาง หรือการเทศนาของพระพุทธเจ๎าเป็นครั้งแรกอยํ างเป็นทางการนั่นเอง ซึ่งถือวําเป็น เหตุการณ์สาคัญในพุทธศาสนา โดยวันนัน้ เป็นวันมาฆปูรณมี คือวันเพ็ญขึน้ ๑๕ ค่า กลางเดือนมาฆะ จึงเรียกวํา มาฆบูชาและเป็นการรํวมประชุมของพระภิกษุ ๑,๒๕๐ รูป พระภิกษุทั้งหมดล๎วนเป็นพระอรหันต์ รับ การอุปสมบทจากพระพุทธเจ๎าโดยตรง และเป็น ครั้ง แรกที่มี การประชุม เพื่อ รับ ฟัง ทิศ ทางการเผยแผํพ ระพุ ทธศาสนาให๎ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยวันมาฆบูชาถือเป็น วันหยุดราชการของประเทศไทย โดยในวันนี้ทํา น ผู๎อํานอาจจะหาวัดใกล๎บา๎ นหรือไปวัดทีศ่ รัทธาเพือ่ ประกอบพิธตี าํ งๆ เชํน การตักบาตร การฟัง พระธรรมเทศนา การเวีย นเทีย น เป็น ต๎น เพื่อ เป็น การบูช าร าลึ กถึง พระ รัตนตรัย ทางคณะผู๎จัดทาหวังวํ าขําวศาลจังหวัดพัทลุงฉบั บนี้คงเป็นประโยชน์และ มอบความรู๎ความบันเทิงให๎ผู๎อํานไมํมากก็น๎อย ด๎วยความนับถือ สกลภัทร ปัตระวรรณ บรรณาธิการ

ทีป่ รึกษา นายสันติ บุตรดี ผู๎พพิ ากษาหัวหน๎าศาลจังหวัดพัทลุง นางสาวสุธริ า วิสารทพงศ์ ผูอ๎ านวยการสานักอานวยการประจา ศาลจังหวัดพัทลุง บรรณาธิการ นายสกลภัทร ปัตระวรรณ กองบรรณาธิการ นางกัลยา ดาสนิท น.ส.พิมพ์ประไพ ลายทิพย์ น.ส.อุษา แซํหลี คณะผูจ๎ ัดทา นางรัตนาภรณ์ สุวรรณมณี นายสกลภัทร ปัตระวรรณ นายลิขิต เพ็งคล๎าย


การคุม๎ ครองผู๎บริโภคตามพระราชบัญญัตวิ ธิ ีพจิ ารณาคดีผบู๎ ริโภค พ.ศ. 2551

โดย นายแสงศักดา พุทธสวัสดิ์ (นบ., นม., นบท. ) เจ๎าพนักงานคดี ศาลจังหวัดพัทลุง หลักการและเหตุผล

โดยที่ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวอยํางรวดเร็ว และมีการนาความรู๎ทางด๎าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช๎ในการผลิตสินค๎าและบริการมากขึ้น ในขณะที่ผู๎บริโภคสํวนใหญํยัง ขาดความรูใ๎ นเรือ่ งของคุณภาพสินค๎าหรือบริการตลอดจนเทคนิคการตลาดของผู๎ประกอบธุรกิจทั้งยัง ขาดอานาจตํอรองในการเข๎าทาสัญญาเพื่อให๎ได๎มา ซึ่ง สินค๎าหรือบริการ ทาให๎ผู๎บริโภคถูกเอารัดเอา เปรียบอยูํเสมอ และเมื่อเกิดข๎อพิพาทกระบวนการในการเรียกร๎องคําเสียหายต๎องใช๎เวลานานและ สร๎างความยุํงยากให๎แกํผู๎บริโภค ที่จ ะต๎องพิสูจน์ถึงข๎อเท็จจริงตําง ๆ ซึ่งไมํอยูํในความรู๎เห็นของ ตนเองและต๎องเสียคําใช๎จําย ในการดาเนินคดีสูง ผู๎บริโภคจึงตกอยูํในฐานะที่เสียเปรียบจน บางครั้งนาไปสูํการใช๎วิธีการที่รุนแรงและกํอให๎เกิดการเผชิญหน๎าระหวํางผู๎ประกอบธุรกิจกับกลุํม ผู๎บริโภคที่ไมํได๎รับความเป็นธรรมอันสํงผลกระทบตํอระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึง สมควรจัดให๎มรี ะบบวิธพี จิ ารณาคดีที่เอือ้ ตํอการใช๎สทิ ธิเรียกร๎องของผู๎บริโภค เพื่อให๎ผู๎บริโภคที่ได๎รับ ความเสียหายได๎รับการแก๎ไขเยียวยาด๎วยความรวดเร็ว ประหยัด และมีประสิทธิภาพ อันเป็นการ คุ๎มครองสิทธิของผู๎บริโภค ขณะเดียวกันเป็นการสํงเสริมให๎ผู๎ประกอบกิจการค๎าหันมาให๎ความสาคัญ ตํอการพัฒนาคุณภาพของสินค๎าและบริการให๎ดียิ่งขึ้นอันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอีก ทางหนึ่ง


ลักษณะของพระราชบัญญัตนิ ี้

เป็นกฎหมายเกี่ยวกับคดีแพํงที่ผู๎บริโภคหรือผู๎รับ บริการมีสิทธิเรียกร๎องคําเสียหายของตนตํอ ผู๎ให๎บริการหรือผูป๎ ระกอบธุรกิจให๎ชดใช๎คาํ เสียหายหรือเยียวยาแกํตนได๎โดยสะดวก รวดเร็ว งําย และ ไมํต๎องเสียคําใช๎จํายในการดาเนินคดีเชํนที่เคยปฏิบัติมากํอนมีพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติดังกลําวกาหนดความหมายของ คดีผู๎บริ โภค ไว๎ดังนี้ - คดีแพํงระหวํางผู๎บริโภคหรือ ผู๎มีอานาจฟ้องแทนผู๎บริโภคตามมาตรา 17 ซึ่งได๎แ กํ คณะกรรมการคุ๎มครองผู๎บริโภคหรือสมาคมที่คณะกรรมการคุ๎มครองผู๎บริโภครับรองตามกฎหมายวํา ด๎วยการคุ๎มครองผู๎บริโภคหรือตามกฎหมายอืน่ กับผูป๎ ระกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับ สิทธิหรือหน๎าที่ ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค๎าหรือบริการ - คดีพิพาทตามพระราชบัญญัติวําด๎วยความรับผิดตํอความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค๎าไมํ ปลอดภัย (Product Liability Law) ต๎องพิจารณาคดีตามกฎหมายนี้เ ทํานั้น -คดีที่เกี่ยวพันกับคดีสองประเภทข๎างต๎นซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับผู๎บริโภคฟ้องผู๎ประกอบการ - คดีที่มีกฎหมายบัญญัติให๎ใช๎วิธีพิจารณาตาม พ.ร.บ. นี้ ผู๎บริโภค คือ 1. ผู๎ซื้อหรือผู๎ที่ได๎รับบริการ (ต๎องเสียคําตอบแทน) 2. คนที่ถูกเสนอหรือชักชวนให๎ซื้อสินค๎า เชํนการทดลองศัลยกรรมตกแตํงใบหน๎าตาม ห๎างสรรพสินค๎าแล๎วเกิดอาการแพ๎จนหน๎าเสียหาย สามารถฟ้องศาลได๎ 3. คนที่ใช๎สินค๎าหรือได๎รับบริการ แตํไมํได๎เสียคําตอบแทน เชํน พนักงานในบริษัท คนใน ครอบครัว หรือคนในราชการ ถ๎าหากนายจ๎างซื้อให๎เรา ถ๎าเกิด เราท๎องเสียเราก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร๎องได๎ ในฐานะผู๎บริโภคเหมือนกัน ผูป๎ ระกอบธุรกิจ คือ 1. ผู๎ขาย 2. ผู๎ผลิตเพื่อขาย 3. ผู๎สั่งหรือนาเข๎าสินค๎าเพื่อขายตํอ 4. ผู๎ซื้อมาขายตํอ 5. ผู๎ให๎บริการ 6. ผู๎ประกอบกิจการโฆษณา


เขตอานาจศาลฟ้องทีศ่ าลไหน

หากผู๎ บ ริ โ ภคเป็ น คนมาฟ้ อ งเป็ น ไปตามหลั ก เดิ ม คื อ ฟ้ อ งได๎ ห ลายศาลทั้ ง ศาลในเขตที่ ผู๎ประกอบการมีสานักงานตั้งอยูํและศาลที่มูลคดีเกิดแตํถ๎าผู๎ประกอบการธุรกิจเป็นคนมาฟ้องแตํนี้ไปก็ จะต๎องลาบากหนํอยเพราะกฎหมายเปลี่ยนใหมํให๎ผู๎ประกอบการที่ต๎องการฟ้องผู๎บริโภคฟ้องได๎ที่ เดียวกันคือศาลในเขตที่ผบู๎ ริโภคมีภมู ลิ าเนาอยูํคราวนีค้ ดีฝงั่ นีก้ จ็ ะกระจายไปตามศาลทั่วประเทศไมํใชํ ฟ้องงํายๆ ครั้งละเป็นร๎อยๆพันๆ คดี และจะไมํกระจุกตัวอยูํแคํที่กรุงเทพฯ ที่เดียวเหมือนแตํกํอน แล๎ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู๎บริโภค พ.ศ. 2551 เป็นกฎหมายที่มี 2 ลักษณะ อยูํในกฎหมายฉบับเดียวกันคือ ลักษณะที่ 1 เป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติ ที่กาหนดวิธีดาเนินคดีผ๎ูบริโภคในศาลยุติธรรม ใน คดีแพํง ระหวํางผู๎บริโภคกับผู๎ประกอบธุรกิจหรือผู๎ให๎บริการ ลักษณะที่ 2 เป็นกฎหมายสาระบัญญัติ ที่กาหนดบทบัญญัติสาระสาคัญในการคุ๎มครอง ผู๎บริโภคเพิ่มเติมขึ้นจากกฎหมายวําด๎วยการคุ๎มครองผู๎บริโภค อีกเป็นอันมาก ในลักษณะที่เป็นกฎหมายสาระบัญญัติพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได๎เพิ่มเติมบทบัญญัติ อันมีผล ทาให๎ 1. การประกาศ โฆษณา คารับรอง ข๎อตกลงใด ๆ หรือการกระทาใด ๆ ของผู๎ให๎บริการ ซึ่ง ทาให๎ผ๎ูรับบริการเข๎าใจได๎วํา ผู๎ให๎บริการจะให๎บริการนั้นแกํ ตน หรือบริการที่ตนจะได๎รับ คารับรอง ข๎อตกลงใด ๆ แม๎จะไมํมีสัญญาเป็นเอกสารหรือหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษร ก็ใช๎เป็นหลักฐานใน การดาเนินคดีผ๎ูบริโภคในศาลได๎ ถ๎าผู๎บริโภคสามารถนาสืบพยานบุคคล พยานหลักฐาน เกี่ยวกับ ข๎อตกลงดังกลําวได๎ (มาตรา 11) 2. อายุความ ในกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นตํอชีวิต รํางกาย สุขภาพ หรืออนามัย โดยผล ของสารที่สะสมอยูํในรํางกายผู๎บริโภคหรือ เป็นกรณีที่ต๎องใช๎เวลาในการแสดงอาการ อายุความในการ ใช๎สิทธิเรียกร๎องเป็นดังนี้ 2.1 ภายใน 3 ปี นับแตํวันที่รู๎ความเสียหายและรู๎ตัวผู๎ให๎บริการที่ต๎องรับผิด หรือ 2.2 ไมํเกิน 10 ปี นับแตํวันที่รู๎ความเสียหาย (มาตรา 13 )


ในลักษณะที่เป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได๎บัญญัติวิธีการดาเนินคดีผู๎บริโภคใน ศาล หรือฟ้องคดีในศาล อันมีผลทาให๎ 1. เปิดโอกาสและเพิ่มชํองทางแกํผู๎บริโภค หรือผู๎รับบริการในการฟ้องคดีตํอศาล โดย 1.1 ผู๎บริโภคหรือผู๎รับบริการ สามารถเข๎าพบ เจ๎าพนักงานคดี ที่ศาลยุติธรรม (ผู๎ชํวยเหลือผู๎ พิพากษา)โดยเจ๎าพนักงานคดี จะสอบถามความเดือดร๎อน ความต๎องการของผู๎บริโภค หรือผู๎รับบริการ และจะเป็นผู๎ไกลํเกลี่ยให๎ผู๎บริโภค หรือผู๎รับบริการกับผู๎ให๎บริการที่ศาล ทาให๎ความจาเป็นที่ต๎องใช๎ผ๎ูไกลํ เกลี่ยอื่น (ที่มิใชํเจ๎าพนักงานคดี) น๎อยลง 1.2 ผู๎บริโภคหรือผู๎รับบริการ สามารถดาเนินการฟ้องร๎องคดีผู๎ให๎บริการตํอศาลยุติธรรมได๎งํายขึ้น โดยจะฟ้องด๎วยวาจาก็ได๎ โดยมีเจ๎าพนักงานคดี เป็นผู๎จดบันทึกรายละเอียดแหํงคาฟ้องให๎ แล๎วให๎ โจทก์ลงลายมือชื่อเทํานั้น นั่นคือผู๎บริโภค หรือผู๎รับบริการมีผู๎ชํวยในการฟ้องคดีให๎ 1.3 ผู๎บริโภคหรือผู๎มารับบริการ ฟ้องคดีตํอศาล ให๎ผ๎ูให๎บริการชดเชยคําเสียหายให๎แกํตนได๎ โดยได๎รับการยกเว๎นคําธรรมเนียมศาลในการฟ้องคดี นั่นคือไมํต๎องเสียคําธรรมเนียมศาลในการฟ้องคดี เชํน คดีแพํงทั่วไป 1.4 บัญญัติให๎มีผ๎ูแทนผู๎บริโภค ที่จะฟ้องคดีแทนผู๎บริโภคได๎ เชํน คณะกรรมการคุ๎มครอง ผู๎บริโภค หรือสมาคมที่คณะกรรมการคุ๎มครองผู๎บริโภครับรองเป็นผู๎ฟ้องคดีแทนผู๎บริโภคได๎ 2. ผลักภาระในการพิสูจน์ในประเด็นข๎อเท็จจริงในการให๎บริการให๎เป็นของผู๎ให๎บริการ 3. ถ๎าภายหลังที่ได๎มีคาพิพากษาถึงที่สุดในคดีผ๎ูบริโภคแล๎ว ถ๎าปรากฏวํามีการฟ้องผู๎ให๎บริการราย เดียวกันเป็นคดีผ๎ูบริโภคอีก ถ๎าปรากฏวําข๎อเท็จจริงที่พิพาทเป็นอยํางเดียวกันกับคดีกํอน และศาลใน คดี กํอ นได๎วิ นิ จฉั ย ไว๎ แ ล๎ ว ศาลในคดีห ลั ง อาจมี ค าสั่ ง ให๎ ถือ วํ า ข๎ อ เท็จ จริ ง ในประเด็ น นั้ น เป็ น อั น ยุ ติ เชํนเดียวกับคดีกํอน โดยไมํต๎องสืบพยานหลักฐาน เว๎นแตํศาลจะเห็นเป็นอยํางอื่น 4. ผู๎พิพากษา (ศาล) มีอานาจพิพากษา ให๎เพิ่มจานวนเงินคําเสียหายที่ผ๎ูให๎บริการจะต๎องจํายให๎ ผู๎รับบริ การหรื อผู๎บริ โภคได๎ห ากเห็น วําจานวนเงิน ที่ผ๎ูรับบริการหรือผู๎บริ โภคเรี ยกร๎องไมํถูกต๎อง ไมํ เพียงพอตํอการแก๎ไขเยียวยา ความเสียหายตามฟ้อง 5. ความเสียหายเกิดขึ้นแกํรํางกาย สุขภาพ อนามัย ในขณะที่พิพากษาคดี ไมํสามารถจะรู๎ได๎แนํวํา ความเสียหายมีแท๎จริงเพียงใด ศาลอาจมีคาพิพากษาสงวนสิทธิ์ที่จะแก๎ไขคาพิพากษานั้นได๎อีก ภายใน ระยะเวลาที่ศาลกาหนด แตํต๎องไมํเกิน 10 ปี นับแตํวันที่มีคาสั่งพิพากษา 6. ถ๎าผู๎ให๎บริการกระทาโดยเจตนาเอาเปรียบผู๎รับบริการโดยไมํเป็นธรรม หรือโดยจงใจให๎ผู๎รับบริการ ได๎รับความเสียหายศาลมีอานาจสั่งให๎ผ๎ูให๎บริการ จํายคําเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้น จากจานวน คําเสียหายที่แท๎จริงที่ศาลกาหนดได๎ตามที่เห็นสมควรแตํไมํเกิน 2 เทําคําเสียหายที่แท๎จริงที่ศาลกาหนด แตํถ๎าคําเสียหายที่แท๎จริงที่ศาลกาหนด มีจานวนเงินไมํเกิน 50,000 บาท ให๎ศาลมีอานาจกาหนด คําเสียหายเพื่อการลงโทษได๎ไมํเกิน 5 เทําของคําเสียหายที่แท๎จริง


การดาเนินกระบวนพิจารณาคดี

หลักวิธพี จิ ารณาคดีพนื้ ฐาน (1) เน๎นหลักประหยัด - ผู๎บริโภค ได๎รับยกเว๎นคําฤชาธรรมเนียมทั้งปวง(ไมํเสียคําใช๎จําย) แตํถ๎านาคดีมาฟ้องโดย ไมํมีเหตุผลอันสมควรหรือเรียกร๎องคําเสียหายเกินสมควรศาลอาจสั่งให๎ชาระคําฤชาธรรมเนียมก็ได๎สํวน ผู๎ประกอบธุรกิจต๎องเสียคําฤชาธรรมเนียมตามกฎหมาย (2) เน๎นหลักสะดวก - ผู๎บริโภค หรือผู๎ประกอบธุรกิจ ฟ้องคดีด๎วยวาจาหรือให๎การด๎วยวาจา ก็ได๎ (3) เน๎นหลักรวดเร็ว - เมื่อศาลรับฟ้องแล๎ว ให๎ศาลกาหนดวันนัดพิจารณาโดยเร็ว ให๎ศาลนั่งพิจารณาคดีติดตํอกัน ไปโดยไมํเลื่อนคดี เว๎นแตํ มีเหตุจาเป็นถ๎ามีการอุทธรณ์ ก็ให๎ศาลอุทธรณ์ดาเนินการให๎เสร็จสิ้นโดยเร็ว คาพิพากษาหรือคาสั่งของศาลอุทธรณ์ ให๎เป็นที่สุด (4) เน๎นหลักไมํเป็นทางการ - ไมํเครํงครัดตํอระเบียบพิธีการเหมือนคดีแพํงทั่วไป เพื่อมิให๎เอาชนะกันโดยอาศัยเทคนิค ทางกฎหมาย เชํน ให๎อานาจศาล สั่งให๎คูํความทาการแก๎ไขข๎อผิดระเบียบหรือผิดหลงได๎ หรือ แม๎ไมํ มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไมํได๎ทาตามแบบสัญญา ผู๎บริโภคก็มีสิทธิฟ้องได๎ หรือศาลอาจสั่งยํนหรือ ขยายระยะเวลาที่กาหนดไว๎ได๎ หรือเน๎นการไกลํเกลี่ยระงับข๎อพิพาทเป็นหลักเป็นต๎น (5) เน๎นหลักสุจริต - การใช๎สิทธิตาม พ.ร.บ. นี้ คูํความจะต๎องกระทาด๎วยความสุจริต เชํน ถ๎าผู๎บริโภคนาคดีมา ฟ้องโดยไมํมีเหตุผลอันสมควร ให๎ศาลมีอานาจสั่งให๎บุคคลนั้นจํายคําฤชาธรรมเนียมที่ยกเว๎นก็ได๎ หรือ ให๎ศาลมีอานาจสั่งให๎ผู๎ประกอบธุรกิจเปลี่ยนสินค๎าใหมํให๎แกํผ๎บู ริโภคได๎แตํจะต๎องคานึงถึงความสุจริต ของผู๎บริโภคประกอบด๎วย เป็นต๎น ในสํวนของหลักวิธพี จิ ารณาคดีนนั้ พบกันในฉบับหน๎านะครับ อ๎างอิง : http://www.thailaws.com/law/thaiacts/html1249.html : คูํมือฟ้องคดีผู๎บริโภค : แนวปฏิบัติสาหรับผูบ๎ ริโภคในการฟ้องคดีตํอศาล, นายชัยรัตน์ แสงอรุณ ,พ.ศ. 2551 : นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสานักงานศาลยุติธรรมคอลัมน์ เครื่องเคียง,พ.ศ.2551 : บทความ อาจารย์ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์


ขําวประชาสัมพันธ์

เทศกาลปีใหมํ ปี 2555 ศาลจังหวัดพัทลุง

เมือ่ วันที่ 29 ธันวาคม 2554 ผูพ๎ พิ ากษา ข๎าราชการและลูกจ๎างศาลจังหวัดพัทลุง รํวมอวยพรและ ขอพรจาก นายสันติ บุตรดี ผู๎พพิ ากษาหัวหน๎าศาลจังหวัดพัทลุง เนือ่ งในโอกาสเทศกาลปีใหมํ ปี 2555


ขําวประชาสัมพันธ์

ผู๎อานวยการสานักอานวยการประจาศาลจังหวัดพัทลุง รํวมรับ-สํงผูแ๎ ทนพระองค์

เมือ่ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ทูลกระหมํอมหญิงอุบล รัตนราชกัญญา สิรวิ ฒั นาพรรณวดี ทรงพระ กรุณาโปรดเกล๎าให๎ นายมนัส โนนุช กรรมการและผูอ๎ านวยการสานักนโนบายและแผน มูลนิธมิ ริ าเคิลออฟไลฟ์ เป็นผูแ๎ ทนพระองค์ในพิธมี อบถุงยังชีพพระราชทาน ตาม โครงการ “ หนึง่ ใจ.... ชํวยเหลือผูป๎ ระสบภัย ” ของ มูลนิธมิ ริ าเคิลออฟไลฟ์ ณ สานักงานเทศบาลตาบลป่าบอน ในการนี้ นายสันติ บุตรดี ผูพ๎ พิ ากษาหัวหน๎าศาล จังหวัดพัทลุง มอบหมายให๎ นางสาวสุธริ า วิสารทพงศ์ ผูอ๎ านวยการสานักอานวยการประจาศาลจังหวัดพัทลุง รํวมรับ-สํงผูแ๎ ทนพระองค์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดาเนินมาทรงเปิดโรงงาน แปรรูปผลิตภัณฑ์นม UHT ของสหกรณ์โคนมพัทลุง จากัด เมือ่ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราช ดาเนินมาทรงเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม UHT ของสหกรณ์โคนมพัทลุง จากัด ตาบลนาทํอม อาเภอ เมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง โดยมี นายสันติ บุตรดี ผู๎พพิ ากษาหัวหน๎าศาลจังหวัดพัทลุง พร๎อมด๎วย ข๎าราชการชัน้ ผู๎ใหญํรวํ มรับและตามเสด็จ ภายหลังเสร็จ พระราชกรณียกิจและเสด็จพระราชดาเนินกลับ มีนาย ประภาส สุขศิริ ผูพ๎ พิ ากษาหัวหน๎าคณะในศาลจังหวัด พัทลุง พร๎อมด๎วยข๎าราชการ เฝ้าฯ สํงเสด็จ


ขําวประชาสัมพันธ์

โครงการ “ศาลจังหวัดพัทลุงศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มศักยภาพ” ณ บริษทั ปูนซีเมนต์ไทย (ทุงํ สง) จากัด

เมือ่ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 นางสาวสุธริ า วิสารทพงศ์ ผูอ๎ านวยการสานักอานวยการประจาศาล จังหวัดพัทลุง พร๎อมด๎วยหัวหน๎าสํวน หัวหน๎างานและข๎าราชการศาลจังหวัดพัทลุง เดินทางไปศึกษางานเพือ่ เพิม่ ศักยภาพ ตามโครงการ “ศาลจังหวัดพัทลุง ศึกษาดูงานเพือ่ เพิม่ ศักยภาพ” ณ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย (ทุงํ สง) จากัด อาเภอทุงํ สง จังหวัดนครศรีธรรมราชโดยมีพนักงานของบริษทั ให๎การต๎อนรับและบรรยายสรุป ประวัตคิ วาม เป็นมาของบริษทั ฯ ขัน้ ตอนการผลิตปูนซีเมนต์ ตลอดจน นาไปเยีย่ มชมบริเวณโรงงาน กํอนทีจ่ ะเดินทางกลับ ผูอ๎ านวยการได๎มอบของทีร่ ะลึกและถํายภาพรํวมกัน

รับมอบโลํรางวัล รองชนะเลิศ ศาลทีม่ ปี ริมาณคดี(ความเรียง) อันดับ 1 จากสานักงานอธิบดีผพู๎ ิพากษาภาค 9 เมือ่ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 นายสันติ บุตรดี ผู๎พพิ ากษาหัวหน๎า ศาลจังหวัดพัทลุงเข๎ารับมอบ โลํรางวัล รองชนะเลิศ ศาลทีม่ ี ปริมาณคดี(ความเรียง) อันดับ 1 จากสานักงานอธิบดีผพู๎ พิ ากษาภาค 9 โดย นายสมบูรณ์ วัฒนพรมงคล อธิบดีผพู๎ พิ ากษาภาค 9 ณ โรงแรม บีพี สมิหลา บีช อาเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา


ขําวประชาสัมพันธ์

พิธอี ัญเชิญองค์ครุฑพําห์ประดิษฐานยังอาคารศาลจังหวัดพัทลุง

เมื่ อ วั น ที่ 1 มี น าคม 2555 นายสั น ติ บุ ต รดี ผู๎ พิพากษาหัวหน๎าศาลจังหวัดพัทลุง เป็นประธานในพิธีบวงสรวง และอัญเชิญองค์ครุฑพําห์ขึ้นประดิษฐานบนอาคารศาลจังหวัด พัทลุง โดยมีนายศุภชัย นารถพจนานนท์ ผู๎พิพากษาหัวหน๎าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง ผู๎ พิพากษา ข๎าราชการศาลยุติธรรม พนักงานราชการและลูกจ๎าง ในศาลจังหวัดพัทลุง รํวมในพิธี ศาลจังหวัดพัทลุงเปิดอาคาร ทาการแตํอาคารศาลยังไมํมีองค์ครุฑพําห์ ประดิษฐาน เพื่อให๎ อาคารมีภาพลักษณ์สมกับเป็นสถานที่อันทรงเกียรติที่ได๎ปฏิบัติ ราชการในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ จึง นับเป็นเรื่อ ง นํายินดีที่ศาลจังหวัดพัทลุงได๎จัดพิ ธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ ครุฑพําห์ขึ้นประดิษฐานบนอาคารเพื่อความเป็นศิริมงคลแกํผู๎ ปฏิ บัติ ร าชการและความสงํา งามของตั ว อาคารศาล อัน จะ นาไปสูํความเจริญรุํงเรืองยิ่งขึ้นตํอไป


ขําวประชาสัมพันธ์

ศาลจังหวัดพัทลุงมอบอุปกรณ์กฬี าแกํโรงเรียนศึกษานุเคราะห์ วันที่ 1 มีนาคม 2555 นางสาว สุธริ า วิสารทพงศ์ ผูอ๎ านวยการสานัก อานวยการประจาศาลจังหวัดพัทลุง เป็น ตัวแทนผูพ๎ พิ ากษาหัวหน๎าศาลจังหวัดพัทลุง มอบอุปกรณ์กีฬาให๎โรงเรียนศึกษานุเคราะห์ จังหวัดพัทลุง โดยมีครูภริ มย์ เรืองประดิษฐ์ หัวหน๎ากลุมํ สาระสุขศึกษาพลศึกษาโรงเรียน ศึกษาสงเคราะห์จงั หวัดพัทลุงเป็นผูร๎ บั มอบ

ศาลจังหวัดพัทลุง แสดงความยินดีกับบัณฑิตใหมํ

เมือ่ วันที่ 13 มีนาคม 2555 ศาลจังหวัดพัทลุงแสดงความยินดีกบั บุคลากร นางสาวอุษา แซํหลี เจ๎าพนักงานศาลยุตธิ รรมชานาญการ ซึง่ จบปริญญานิตศิ าสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ใน ปีการศึกษา 2554 ซึง่ เป็นปริญญาบัตรใบที่ 2


ขําวประชาสัมพันธ์

โครงการปฏิบัตธิ รรม อบรมพัฒนาจิต

เมือ่ วันที่ 22 มีนาคม 2555 นายสันติ บุตรดี ผูพ๎ พิ ากษาหัวหน๎าศาลจังหวัดพัทลุงเป็นประธานใน โครงการปฏิบตั ธิ รรม อบรมพัฒนาจิตโดยมีนางสาวสุธริ า วิสารทพงศ์ ผูอ๎ านวยการสานักอานวยการ ประจาศาลจังหวัดพัทลุง พร๎อมด๎วยข๎าราชการศาลยุตธิ รรมในสังกัดศาลจังหวัดพัทลุง เข๎ารํวมเพือ่ พัฒนาจิตใจให๎เจริญสติ สมาธิ และปัญญา ด๎วยการน๎อมนาศิลปะและมีการเข๎าถึงแกํนแท๎ของธรรมะใน การทาความดีละความชั่ว ทาจิตใจให๎ผอํ งใส ใช๎ธรรมะเป็นที่พงึ่ แหํงตนและเผยแผํถงึ ผูร๎ วํ มงาน ณ วัด จินตาวาส ตาบลตานาน อาเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง


เกร็ดความรูเ๎ พือ่ สุขภาพ

มหัศจรรย์พชื ผักผลไม๎ บทความใน nutrition Action Health Newsletter กลํา วไว๎วํา “ พื ชผักผลไม๎ดีทุกชนิ ด การศึกษาบางชิ้นแสดงให๎เห็นวําการกินผักผลไม๎ที่อุดมด๎วย แคโรทีนอยด์ส และวิตามินซีจะชํว ยลดความเสี่ยงตํอ มะเร็งได๎ สํวนงานวิจัยอื่น ๆ แสดงให๎เห็นวําการกินผัก ผลไม๎ชนิดใด ๆ ก็ตาม ล๎วนชํวยลดความเสี่ยงจากโรค หลายชนิด ” นี่คือความมหัศจรรย์ประการหนึ่งในวารสาร จัง หวั ด พัท ลุ ง ฉบั บ ปฐมฤก จะแสดงให๎คุ ณ ผู๎อํ า นเห็ น คุณประโยชน์ของฝรั่ง

ฝรัง่ ฝรั่งเรียกฝรัง่ วํา Guava อําน “กัววํา” ชื่อฟังดู แปลกเพราะมาจากภาษาพื้ น เมื อ งของอเมริก ากลางคะ เชื่อวําฝรัง่ เป็นพืชพืน้ เมืองของเปรู เพราะนักประวัติศาสตร์ ขุ ด พบโกดั ง เก็ บ เมล็ ด พื ช เกํ า แกํ ใ นเปรู มี เ มล็ ด ฝรั่ ง ถั่ ว ข๎าวโพด แตง และพืชเกษตรอื่น ๆ อายุหลายพันปีฝรั่ง กระจายพันธ์ไปทั่วโลก เพราะมันเจริญเติบโตงํายในแทบ ทุกสภาพดิน ขยายพันธ์งําย ให๎ผลดกและเร็ว ฝรั่งเพาะ จากเมล็ดจะเจริญเติบโตและให๎ผลได๎ในเวลาไมํเกิน 4 ปี วิธีกินฝรั่งแบบมาตรฐานของคนไทยคือ สับเป็น ชิ้น จิ้มพริกเกลือ ถือเป็นเมนูยอดนิยม ชาวชนบทกินฝรั่ง ขึ้นกเป็นอาหารวําแทนของหวานหรือขนมขบเคี้ยวสาเร็จรูป หรือขนมหวานหรือทาเป็นซอสฝรัง่ ทาแยม เยลลี่ ทาขนมปัง

ชาวอเมริกาไต๎นยิ มของหวานชนิดหนึง่ ทาโดยใช๎ ฝรัง่ คว๎านเมล็ด ผําครึง่ ต๎มในน้าเชือ่ ม เนือ้ ในเมล็ดบดกรองเอาแตํนาข๎ ้ น นากลับมาเติมใน น้าเชือ่ ม กินเหมือนทีเ่ รากินกล๎วยบวชชี ฝรัง่ สุก แชํแข็งคว๎านเมล็ดก็เป็นทีน่ ยิ มเชํนกันโดยเสิรฟ์ รํวมกับครีมชีส ขนมขบเคีย้ วพืน้ บ๎านอเมริกาใต๎ชนิดหนึง่ ลักษณะเป็นแทํงคล๎ายช็อกโกแลตทาจากเนือ้ ฝรัง่ บดเข๎มข๎นจนเหนียวเติมเนยแข็งน้าเชือ่ มฝรัง่ มี ลักษณะใส กลิน่ หอม นิยมใช๎ผสมทาวาฟเฟิล ไอศกรีม พุดดิง้ มิลค์เชค ฝรัง่ ลูกเล็กไมํได๎ ขนาดและฝรัง่ สุกจัด ถูกนามาใช๎ผลิตเครือ่ งดืม่ ให๎ วิตามินซีสงู กลายเป็นน้าฝรัง่ น้าผลไม๎กระป๋อง ยอดนิยมแถบทะเลแคริบเบียน ในแอฟริกาใต๎มี อาหารเด็กอํอนผลิตจากเนือ้ ฝรัง่ สุกและแป้งมัน สาปะหลัง คุณประโยชน์ นักวิชาการบางคนให๎สมญานามฝรัง่ วํา เป็น สุดยอดผลไม๎ เพราะเมือ่ ทดลองให๎ คะแนนผลไม๎ชนิดตําง ๆ ตามปริมาณ สารอาหารสาคัญ เชํน วิตามินซี แคโรที นอยด์ส โฟเลต โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็กและไฟเบอร์ พบวําผลไม๎ที่ได๎คะแนน สารอาหารสูงสุดคือ “ฝรัง่ ” นีเ่ อง ฝรัง่ ไมํใชํพืชเศรษฐกิจของโลก แตํได๎รบั ความนิยมปลูกเป็นพืชท๎องถิน่ ทัว่ ไปในประเทศ แถบร๎อน จัดเป็นผลไม๎ทมี่ คี ณ ุ คําทางโภชนาการ สาหรับคนหลายร๎อยล๎านคนทัว่ โลก


ผลฝรั่งมีวิตามินซีสูงกวําผลส๎ม มีวิตามินเอในรูป แคโรทีนมากพอสมควร และยังเป็นแหลํงของไฟเบอร์ชนิด ละลายที่ชอื่ เพคติน ซึ่งชํวยให๎แยมฝรัง่ มีเนื้อเหนียวข๎น ไฟเบอร์เพคตินชํวยจับโคเลสเตอรอล ชํวยให๎ความเสี่ยง ตํอโรคสโตร๏คและอีกหลายโรคพลอยลดตาม คุณคําทางอาหารของเนือ้ ฝรัง่ แตกตํางกันไปตาม สายพันธ์และความสุกดิบขณะรับประทานแตํโดยทั่วไปฝรั่ง ได๎ ชื่ อ วํ า เป็ น สุ ด ยอดผลไม๎ ที่ ใ ห๎ วิ ต ามิ น หลายหลาก โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินซีมีมากที่สุดที่เปลือกผิว ดังนั้นใครที่ชอบ ฝรั่งแชํบว๏ ย ฝรั่งปอกเปลือก จึงทิ้งคุณคําอาหารไปอยํานํา เสียดาย รองจากเปลือกคือเนื้อใน และสํวนไส๎กลางมี วิตามิน ซีต่าสุด ปริม าณวิตามิน ซีอ าจมีตั้ง แตํ 50-600 มิลลิกรัมตํอลูก ฝรั่งแกํจัดให๎วิตามินซีสูงสุด 350-450 มิลลิกรัม ถ๎าสุกนิ่มจะลดลงมาเหลือเพียง 50-100 มิลลิกรัม แตํก็ นับวําเพียงพอ เพราะคนทั่วไปต๎องการวิตามินซีแคํ 3060 มิ ล ลิ ก รั ม แตํ ห ากคุ ณ เชื่ อ ในทฤษฏี อ นุ มู ล อิ ส ระ ต๎องการชะลอความชราและใช๎วิตามินซีมากเป็นพิ เศษเพื่อ ต๎านอนุมูลอิสระคือราว 500 มิลลิกรัม ฝรั่งแกํวันละลูกจะ เหมาะกับคุณมาก ทั้งวิตามินซีและสารแคโรทีนในฝรั่ง จะชํวยให๎ผิวพรรณสดใสมีเลือดฝาด ป้องกันผิวเหี่ยวยํน กํอนวัยอันควร นอกจากกินฝรั่งเป็นผลไม๎เสริมสุขภาพ ลองทาน้า ฝรั่งดืม่ เป็นประจาชํวยได๎อกี แรง รํางกายจะอิม่ เอิบด๎วยสาร ต๎า นอนุมู ล อิ ส ระ จนเจ๎า อนุ มูล อิส ระพิ ษ ร๎ า ยกาจไมํอ าจ ระคายเคื อ งผิ ว ของคุ ณ ได๎ เ ป็ น แนํ แ ท๎ แ ละเหนื อ อื่ น ใด สุขภาพของคุณจะดีขึ้นเพราะกินผักผลไม๎เพิ่มขึ้น คุณคําทางยา ปรากฏตารากลางบ๎านของหลายชาติที่ใช๎ฝรั่งเป็น ยา เชํน ไทย คิวบา กานา เฮติ มาเลเซีย เม็กซิโก เพื่ อ รั ก ษาโรคมากมาย เชํ น หวั ด น้ ามู ก ไหล อหิวาตกโรค ความผิดปกติทางประสาท ทาให๎หน๎าเบี้ยว อาการจุกเสียด ชัก ท๎องเสีย ไข๎ เหงือกอักเสบ

ข๎ออักเสบรูมาตอยด์ ปวดเกร็ง แก๎ปวด ฟัน เจริญอาหาร สีฟัน ระบายท๎อง ห๎ามเลือด สมานแผล แก๎เจ็บคอ แก๎คันบวม แผลเรื้อรัง ใบและเปลือกฝรั่งใช๎เป็นยาแก๎ท๎องเสีย ได๎ผ ลดียังมีการใช๎ในละติน อเมริกาจวบจนทุก วันนี้ เชํน เดียวกับประเทศไทยรวมทั้งแอฟริกา และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ ชาวคิวบาใช๎ ฝรั่งแก๎หวัด บิด ธาตุพิการ ชาวกานาใช๎เป็นยา ฝาดสมาน ฆําเชื้อแบคทีเรียแก๎หลอดลมอักเสบ ชาวมาเลเซี ย ใช๎ ขั บ ระดู โรคผิ ว หนั ง แก๎ ชั ก ฟิลิปปิน ส์ใ ช๎เป็นยาฝาดสมาน รักษาแผลและ อาการเจ็บแสบ ตามตาราไทยกลําววํา ฝรั่งจัดเป็นยารส ฝาดมีฤทธิ์ฝาดสมาน แก๎ท๎องเสียเพราะใบฝรั่งมี แทนนิน 8-15 % สารแทนนินมีฤทธิ์ในการลด การระคายเคืองของลาไส๎ และลดการสูญเสียน้า จึงรักษาอาการท๎องเสียได๎ นอกจากนี้ ใบดอก และผลฝรั่งมีฤทธิ์ ฆําเชื้อ Staphyllococcus aureus เชื้อ E.coil เชื้อ Salmonella typhosaและเชื้อShigella antidysenteriae ซึ่งทาให๎เกิดอาการท๎องเสียเห็นไหมคะ ผลไม๎ ธรรมดาเมื่อศึกษาลึกลงไปกลับพบวําไมํธรรมดา จริง ๆ

เรือ่ ง จากนิตยสารเปรียว รวบรวมโดย :รัตนาภรณ์ สุวรรณมณี

ข่าวสารศาลจังหวัดพัทลุง  

ศาลจังหวัดพัทลุง

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you