Issuu on Google+

สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 1 of 6

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒) แมจูงแขนพลอยเดินตอไป ผานโรงละครในวัง ซึ่งเปนโรงโถง แลดูกลางวันก็เหมือนศาลาวัดกวางๆ ไมมี ความหมาย มีคนนั่งเลนอยูแถวนั้นสองสามคน เดินตอไปแมชี้ใหดูสระน้ํา บอกวา สระองคอรทัย ผานทิมโขลน ซึ่งพลอยตองสะดุงกลัวอีกครั้ง เพราะกาวแรกที่ยางเขามาในวัง ก็รูจักอํานาจโขลนเสียแลว ที่ทิมโขลนนี้ พลอย สังเกตเห็นโขลนนั่งอยูมาก บางคนก็แตงตัวครบ คือใสเสื้อหมผาจีบตามระเบียบ บางคนก็แตง ลําลอง หมผา แถบผืนเดียว กําลังทําธุระสวนตัวอยู โขลนหลายคนที่นั่งอยูนั้นรูจักแม โดยเฉพาะคนที่มีอายุมาก เสียงรอง ตะโกนทักกันเอิกเกริก บางก็อางวาไมไดพบกันหลายปแลว ไมเห็นหนาตาเปลี่ยนไปเลย บางคนก็รองถามแมวา ยังซนเหมือนแตกอนหรือเปลา บางคนก็รองถามวา พลอยเปนใครมาจากไหน "แมแชม ไปเอาเด็กที่ไหนมา" เสียงรองถาม แมตะโกนตอบวา "ลูกฉันเอง จะเอามาอยูที่ตําหนัก" เสียงรองตอบมาวา "ดีแลว จะชวยดูให" แลว ก็มีเสียงขัดคอมาวา "ถาซนเหมือนแมเมื่อเด็กๆ ใครจะไปดูไหว" ตอจากนี้ ทั้งแมและคนที่โตตอบกัน ก็หัวเราะ กันอยางขบขัน รื่นเริง แมถามโขลนคนตอไปวา "หลวงแมเจาเปนอยางไรบาง" ก็มีเสียงตอบมาวา "ก็ยังงั้นๆ แหละ เจ็บๆไขๆ อายุทานมากแลว" พลอยเกิดความสนใจขึ้นมาใหม เพราะชื่อคนวา หลวงแมเจา นี้ไมเคยไดยินมาแตกอน อดความอยากรู ไว ไมไหว ตองกระตุกแขนแม แลวกระซิบถามวา "แมจา หลวงแมเจานี่ใครกันจะแม" แมหันมาบอกวา "นั่นแหละนายโขลนละ พลอยจําไวเถิด" แลวแมก็จูงมือพลอยเดินตอไป ถนนหนทาง ตอนนี้ มีทางแยกไปเปนหลายสาย ถนนทุกสายปูหินแผนใหญๆ และไมวาจะมองไปทางใด ก็มีตําหนักหรือเรือน ใหญบาง เล็กบาง ปลูกอยูสลับซับซอนกันไป แมพาพลอยเดินเลี้ยวไปทางหนึ่ง ที่ริมทางเดินมีตึกยาวติดตอกัน เปนสองชั้น แบงเปนหองๆ พลอยสังเกตดูมีคนอยูในตึกนั้นมากมาย ครั้นถามวา ตึกยาวนั้นเรียกวาอะไร แมก็ ตอบสั้นๆวา "แถวเตง" "แลวใครอยูที่แถวเตงนี่จะแม" พลอยซักตอ "โอย ! ใครตอใครเยอะแยะไปหมด" แมตอบ "คุณพนักงานก็ มี คุณเฒาแกก็มี คุณหองเครื่องก็มี ขาหลวงที่บนก็มี" พลอยเดินสนใจชื่อแปลกๆตางๆ เหลานี้ขึ้นมาทันที แมพูดถึงคนชนิดใหมๆ อีกหลายชนิด แตพลอยก็ยัง จําไมไดวาใครบาง จําไดแตชื่อสุดทาย ขาหลวงที่บน จึงถามแมแตเทาที่จําไดวา ขาหลวงพระตําหนักเปนใคร แมก็ตอบวา "เปนขาหลวงสมเด็จที่บนไงละ" แลวแมก็หันไปทักทายกับคนที่รูจักกันตามแถวเตง เหมือนกับวาคําตอบ ที่ไหแกพลอยนั้นแจมแจง เพียงพอแลว พลอยรูไดวา ตามแถวเตงนั้น มีคนอยูเต็มไปหมด ไมมีที่วาง สังเกตดูจากผูคนที่นั่งบางยืนบาง หรือ กําลังทําธุระสวนตัวตางๆ อยูบนนั้น บางก็ตากผา บางก็เอาหีบออกมาเปดผึ่งแดดหนาหอง บางแหงก็มีของวาง ขายกระจุกกระจิก เปนของใชเล็กๆนอยๆบาง เปนขนมและของกินเลน พวกไสกรอกปลาแนม และอื่นๆ มึคน ผานไปผานมา ซื้อขายหรือหยุดทักทายพูดคุยกันไมรูจบ พลอยมาเขาใจวา ในวังนี้มิใชบานคน อยางธรรมดา เสียแลว แตเปนเมืองอีกเมืองหนึ่ง มีระเบียบแบบแผน และความเปนอยูของตัวเอง ไมเกี่ยวและไมสนใจตอโลก ภายนอก และภายในเมืองที่พลอยกําลังเขามาอยูใหมนี้ พลเมืองทุกคนเปนผูหญิง ไมมีผูชายเขามาปะปนอยูเลย ในที่สุด แมก็จูงมือพลอยเดินมาถึงตึกใหญ สี่เหลี่ยมหลังหนึ่ง ฝาฉาบปูนขาวแลวทาสีเหลือง คล้ําไปดวย ความเกา ตามขอบหนาตาง ขอบประตูมีลายปูนปนเปนชอดอกไม บานหนาตางประตูที่ปดไว เปนสวนมากนั้น เปนบานเกล็ด และดูเขาไปทางประตูตําหนักดานหนา และดูมืดครึ้ม ทางขึ้นตําหนักเปนบันไดหิน เตี้ยๆ ไมกี่ขั้น แมบอกใหนางพิศนั่งคอยอยูกอน แลวพาพลอยเดินเบาๆ เขาไปขางใน ดานหนาตําหนักมีหองปดไวบาง และเปดไวใหแลเห็นภายในไดบาง พลอยแลเห็นโตะเกาอี้ มีลวดลาย ประณีตวางไวในหอง มีตูกระจกลักษณะเดียวกัน ใสของตางๆ ซึ่งยังสังเกตไมทันวา เปนอะไรบาง แมหันมากระ ซิบ สั่งพลอยใหเดินเบาๆ เพราะเสด็จคงยังไมตื่นบรรทม แตความจริงแมไมจําเปนตองหาม เพราะความมืดครึ้ม เยือกเย็น ของสถานที่ ความแปลกและใหมของตําหนัก และความรูสึกเคารพยําเกรง วาที่นี่เปนตําหนักของ เสด็จ ทําใหพลอยเดินอยางเบาที่สุดอยูแลว แมพาพลอยเดินตรงไปยังหองๆหนึ่ง ทางดานหลังตําหนัก ผาน บันไดใหญ ซึ่งพรุงตรงขึ้นไปยังชั้นบน กอนจะถึงแมหันมากระซิบ บอกวาจะพาไปหา คุณสาย ซึ่งเปนขาหลวง ตนตําหนักของเสด็จ ความจริงแมไดเคยเลาเรื่องคุณสาย ใหพลอยฟงมาแลวหลายครั้งวา คุณสายเปนขาหลวง เสด็จ มาตั้งแตเสด็จยังทรงพระเยาว และคุณสายยังเปนเด็ก คุณสายอยูกับเสด็จตลอดมา จนเปนที่ไวเนื้อเชื่อ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 2 of 6

พระทัย มอบใหดูแลกิจการสวนพระองคทุกอยาง และใหดูแลวากลาว ขาหลวงทุกคนในตําหนัก แมเลาวา คุณ สายเปนคนใจดีมาก ไมถือตัววาเปนคนโปรด คอยชวยเหลืออุปการะขาหลวงตําหนักเดียวกันเสมอ คุณสายเปน ผูใหญแลวเมื่อแมยังเปนเด็ก และเคยเลี้ยงดูใหความอุปการะ ตลอดจนถายทอดวิชาความรู ใหหลายอยาง แม เคยบอกวานอกจากเสด็จแลว ก็ยังมีคุณสายอีกคนหนึ่ง ที่เปนผูมีพระคุณตอแม ขอใหลูกไดจําไว ดวยเหตุที่ได ยินมาเสมอวา คุณสายเปนคนใจดี พลอยจึงเดินตามแมไป โดยปราศจาก ความสะทกสะทาน เมื่อไปถึงหองคุณ สายแลว ทรุดตัวลงนั่ง กมลงกราบตามคําแมสั่ง และไดเงยขึ้นดูคุณสาย ซึ่งอยูกลางหอง พลอยก็รูทันทีวาที่แม เลามา ถึงความใจดีอารีอารอบของคุณสายนั้น เปนความจริงทุกประการ คุณสายเปนคนเจาเนื้อ หนาตาเปนคนอารมณดี ผิวเนื้อสองสี ถึงแมเปนคนมีอายุมากแลว และผมที่ตัด สั้น ตามสมัยนั้นหงอกประปราย คุณสายก็ยังไมมีใบหนาที่แสดงริ้วรอย ของความโกรธหรือความทุกขที่ผาน คุณสายนุงผาลายขัดสีเหล็ก หมผาแถบจีบสีจําปา นอนคว่ําอยางสบายอยูบนพื้นกระดาน ที่เย็นและเปนมัน ไม มีฝุนละอองจับเลย ตรงหนาคุณสายมีกระดงไมไผสาน ในนั้นมีพลูวางอยูเปนอันมาก ทั้งที่จีบแลว และยังไมได จีบ ขางๆตัวมีเตาปูนใบใหญ บรรจุปูนที่หอมไปดวยใบเนียม และพิมเสน คุณสายกําลังจีบพลูยาว ชนิดมีหาง ยาวเปนพิเศษ แมแตพลูที่คุณอุนจีบอยูเสมอก็ไมเทา ขางตัวคุณสายมีเชี่ยนหมาก ซึ่งขาดเสียไมได สําหรับสตรี สมัยนั้น และยังมีชามฝาอีกสองใบ วางไวใกลๆกัน พอคุณสายแลเห็นแม ก็ลุกขึ้นนั่งตอนรับดวยความดีใจ เสือกกระดงพลูไปอีกทางหนึ่ง เรียกแมเขาไป ใกลๆ แลวลูบหลังลูบหนา ถามเรื่องราวอยางคนที่ไมไดพบกันมานาน ฝายแมก็เลาเรื่องทางบาน ใหคุณสายฟง เบาๆ พอพูดไปไดหนอยหนึ่งแมก็รองไห แตแลวก็เลาเรื่องใหคุณสายฟงต���ไปอีก คุณสายก็พยักพเยิด ดวย ความเห็นใจบาง ปลอบแมใหหยุดรองไหบาง เหมือนกับผูใหญปลอบเด็ก ระหวางนั้นพลอยก็ไดแตสังเกต ดูของ ตางๆ ภายในหองของคุณสาย ทางฝาดานหนึ่งที่เปนฝาทึบ คุณสายตั้งตูไวสองสามใบเก็บขาวของ จิปาถะ อีก ดานหนึ่งที่มีหนาตาง คุณสายก็วางหีบอีกหลายใบ และโถลายครามใบใหญๆ ลายดอกไมและผีเสื้อ สําหรับใสผา หมที่จีบแลว อีกหลายใบอยูเหมือนกัน ทางฝาดานใกลประตู พลอยมองไปเห็นก็ใจเตน เพราะเชาวันนั้น พลอย เพิ่งรูตัววา ยังไมไดกินขาว ทองกําลังจะเริ่มรองเมื่อเดินทางมาถึงที่หมาย สิ่งที่เตือนใหพลอยรูตัววายังไมไดกิน ขาว ก็คือชั้นเตี้ยๆ ที่วางอยูชิดฝาดานขางประตู บนชั้นนั้นมีขวดโหล วางเรียงรายอยูเปฯแถว ในขวดโหลนั้นใส ขาวตัวกะทิบาง น้ําพริกเผาบาง หมูยอง มะขามฉาบ ปลาแหงผัด พริกกะเกลือ ฝอยทองกรอบ ขนมอะลัว และ ของอื่นๆ ที่นาสนใจสําหรับเด็กอายุ ๑๐ ขวบขนาดพลอยเปนอันมาก คุณสายกําลังนั่งคุยกับแมอยูอยางสนใจ แตนานๆ ก็ไมวายเหลือบมามองดูพลอยสักครั้งหนึ่ง ครั้นเห็น พลอย นั่งพิศดูชั้นที่ตั้งของกินอยางเพลิดเพลิน คุณสายก็ไดคิด ถามออกมาดังๆวา "นี่กินขากันมาแลวหรือยัง" แมไดยินดังนั้นก็ยกมือทาบอก รองขึ้นวา "โถ ! พลอยลูกแม ตั้งแตเชามายังไมไดกินขางเลย นี่ก็สายจนปานนี้แลว !" "พุทโธแมเชม" คุณสายพูด "มัวแตทะเลาะกับผัวเสียจนลูกเตาอดขาว นี่มิหิวแยแลวหรือ" วาแลวคุณสาย ก็กวักมือ เรียกใหพลอยไปนั่งใกลๆ พอพลอยคลานเขาไปเกือบถึงที่คุณสายนั่งอยู คุณสายก็เลื่อนชามฝา ที่ วางอยูสองใบใกลๆตัวมาให แลวพูดวา "กินนี่เลนไปกอนนะพลอย ปาจะใหเขาไปจัดสํารับมาใหเดี๋ยวนี้" วาแลวคุณสายก็จับผาหมใหรัดกุม แลว เดินเบาๆออกไปขางนอก ฝายแมก็บอกกับพลอยวา "กินอะไรกันกอนเถิดพลอย แมก็หิวเหมือนกัน อยูนี่ไมตองกลัวใครเขามาดูถูกหรอก ตองถือเสียวา ที่นี่ เปนบานของแม ดีกวาบานฟากขางโนนเปนไหนๆ" แลวแมก็เปดชามฝาสองใบนั้นขึ้นดู "แหม ! ดีจริง ไมไดกิน มาเสียนาน" พลอยมองดูของกินที่อยูในชามฝาสองชามนั้น แลวก็ตกตะลึง ดวยไมเคยเห็นมาแตกอน และไมนึกวา จะ เปนไปได ชามใบหนึ่งนั้น ใสไขแมงดาทะเล ซึ่งพลอยเคยเห็นแตเขาแกงคั่วกับสับปะรด และชามอีกใบหนึ่งนั้น ใสกุงตะเข็บ ซึ่งพลอยเคยเห็นเขาทํากุงเค็ม หรือใชผัดใชแกง แตไขแมงดาทะเลและกุงที่เห็นในวังนี้ กลายเปน ของใหมสําหรับพลอย เพราะทั้งสองอยางนั้นเชื่อมน้ําตาล มีน้ําตาลจับจนแข็ง พลอยเหลียวไปดูแม เพื่อจะหา ความรู ก็เห็นแมกําลังหยิบกุงเชื่อม หรือถาจะเรียกใหถูกก็ตองเรียกวา กุงแชอิ่มนั้น ขึ้นใสปากเคี้ยวกิน อยาง เอร็ดอรอย "แม" พลอยกระซิบพลางเขยิบตัวเขาใกล "ฉันกินไมเปนหรอก อะไรก็ไมรู" แมหัวเราะแลวหยิบไขแมงดาใสปากพลอย ปากก็บอกวา "ลองกินดูสิพลอย อรอยดีนะ" พลอยลองเคี้ยวดูแลวก็ตองรีบกลืนใหหมด เพราะหวานแสบไส แตแลวก็ตองนิ่ง ไมถามแมวากระไรตอ เพราะกลัวแมจะปอนของที่ไมเคยกินเขาไปอีก อีกสักครู คุณสายก็เดินกลับเขามาในหอง มีคนยกสํารับตามเขามา พรอมดวยถวยชามขาวอีกสองใบ เอามาวางตรงหนาพลอยกับแม เด็กอีกคนหนึ่งยกกระโถนขันน้ํา และผาเช็ดมือเขาตั้ง เสียงคุณสายสั่งคนยก สํารับ ซึ่งเธอเรียกชื่อเฉยๆวาผาด ใหแบงผัดปลาแหงที่ใสขวดโหลไวมาเติม ฝายพลอยนั้นใจคอไมคอยจะดีเลย

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 3 of 6

เพราะเดาไมถูกวาในชามตางๆ ในสํารับนั้นจะมีกับขาวชาววัง ที่แปลกประหลาดพิสดารอยางไรอีกบาง แตพอ ผาดเปดฝาชามออก พลอยก็คอยคลายใจ เพราะพบกับขาวที่รูจักแลวทั้งนั้น เปนตนวาแกงบอน ผัดถั่วฝกยาว ยําไขปลาดุก ระหวางนั้นคุณสายก็บนเอากับแมวา "จะไปจะมาก็ไมรูจักกัน ถารูตัวกอนฉันจะไดหาของที่แมแชมชอบไวใหกิน" แมหัวเราะแลวตอบวา "คุณละกอ ตามใจฉันเสียจนเสียคน อยูกับใครไมไดนาน ตองกลับมาหาคุณอีก ทุกที" ระหวางที่พลอยนั่งกินขาวอยูกับแมนั่นเอง คุณสายก็เดินไปไขตู ที่ตั้งอยูขางฝาในหอง หยิบเอาพานทอง ออกมาใบหนึ่ง แลวเดินไปที่อีกตูหนึ่ง เปดหยิบเอาธูปเทียนแพออกมาหนึ่งแพ ขณะที่เดินกลับมายังที่นั่ง คุณ สายก็บอกผาดใหไปหาใบตองมาอีก จะเย็บกระทงดอกไม แมมองตาคุณสายดวยความสงสัย แลวถามขึ้นวา "นั่นคุณจะทําอะไรคะ" "อาว" คุณสายตอบ "ก็จัดดอกไมธูปเทียนใหพลอยถวายตัวเสด็จไงเลา" "ตองถึงยังงั้นทีเดียวหรือคุณ" แมทวงขึ้นมา "ก็พลอยเปนลูกฉัน ก็เปนขาเสด็จอยูแลว จะตองถวายตัวอีก ทําไม" "แมแชมนี่เมื่อไรจะโตเสียที" คุณสายบน "พลอยเปนลูกแมแชมเสียคนเดียวเมื่อไหรละ พอเขาเปนพระ น้ํา พระยา แลวก็กกฟากขางโนน เอาลูกเขามาทําดีไมดี เดี๋ยวญาติเขาจะมาพลอยวาฉันดวย ไหนๆก็จะเอา พลอย มาถวายทานแลว ทําเสียใหมันถูกเรื่องถูกราว แลวเรื่องมันก็ไมยากเย็นอะไรนักหนา ขาวของเราก็มีอยู แลว" แมหัวเราะแลวบอกพลอยวา "พลอยดูไวนา คุณทานร่ํารวย ขาวของอะไร ทั้งตําหนักนี่ ของทานทั้งนั้นแหละ" คุณสายหัวเราะกี๊ก แลวรองวา "เอ ! อยามาพูดดีไป พานใบนี้ของฉันจริงๆนะ ไมใชของเสด็จหรอก..." "แลวธูปเทียนแพนั่นของคุณอีกเหมือนกันซี" แมขัดคอขึ้นมา "โฮย ! ฉันไมกลาเถียงหรอกแมคุน !" คุณสายรองอยางอารมณดี "หนาอยางฉันใครเขาจะมาถวาย ดอกไมธูปเทียน ก็ของทานนะแหละ ทานเที่ยวรับของใครๆ เขาไวออกเปนกายเปนกอง นานๆ ฉันก็เอาถวาย คืน ทานไปอีก ทานจะไปทรงจําไดอยางไร" พูดแลวทั้งคุณสายและแมก็พากันหัวเราะอยางขบขัน สวนพลอยซึ่งไมสูจะสนใจฟงนัก ก็นั่งกมหนาเปบ ขาว อยางคนหิว ระหวางนั้นขาวที่แมกลับเขาวังก็คอยๆกระจายออกไป ขาหลวงเสด็จหลายคน ทยอยกันเขามา ในหอง คุณสาย บางคนก็มาจากที่อื่น เพื่อทักทายถามทุกขสุขกับแม จนในที่สุดหองคุณสายเต็มไปดวยผูหญิง แกบาง สาวบาง ลวนแลวแตเปนเพื่อนฝูงคนรูจัก ของแมทั้งสิ้น ทุกคนทักทายกับพลอยเปนอันดี บางคนก็กอด จูบ ลูบ หลัง พลอยรูสึกทั้งอายทั้งตื่นเตน เพราะตั้งแตเกิดมาเปนตัว ก็ยังไมเคยไดรับความสนใจ จากคนเปนจํานวน มาก ถึงเพียงนี้ แตความกระดากอาย ก็มิไดขัดขวางพลอยมิใหสังเกตเห็นวา สตรีทุกคนที่เขามา ในหองนั้น แตง กายสะอาดสะอาน เปนแบบเดียวกัน ทุกคนนุงผาลายหมผาแถบสีประจําวัน อยางเดียวกัน จะผิดกันก็ที่แหวน หรือสายสรอย เครื่องประดับกาย ทุกคนหอมกรุนไปดวยกลิ่นอบ กลิ่นร่ํา นั่งที่ไหน ก็หอมติดกระดาน ผมใส น้ํามันหวีเรียบ แตละคนขัดสีฉวีวรรณ รางกายตนมาแลวอยางยอดเยี่ยม เมื่อเห็นหนาเพื่อนฝูงเกาๆ แมก็ดูเหมือนจะลืมความทุกขทั้งสิ้น ที่ผานมา จนทําใหถึงตองหอบลูก ออก จากบาน เมื่อเชานี้เอง แมพูดคุยกับเพื่อนฝูง อยางสนุกดวยความเบิกบาน เสียงหัวเราะตอกระซิกกันอยู ไม หยุดหยอน พลอยสังเกตเ���็นแมเปลี่ยนไปเปนคนละคน กวาเมื่ออยูที่บาน เมื่อครั้งอยูที่บานนั้น แมทําตัวเหมือน คนแก มีอารมณเฉียวบอยๆ บางเวลาก็นั่งเหมอมึนตึงเฉยๆ นอยครั้งที่พลอยเคยเห็นแม พูดจาเลนหัวกับใคร แตพอเขามาในวังได ไมกี่ชั่วโมง ไดเขามาอยูในหมูเพื่อนฝูง ที่รูจักคุนเคยกันมาแตเดิม ไดกลับมาสูบรรยากาศ อันรมเย็น ไรความรําคาญจุกจิก แมก็ดูกลับเปนสาว กระชุมกระชวยขึ้นทันที เริ่มพูดจาสัพยอกกับคนที่อยู รอบๆตัว และทุกคนที่มาหาแมก็ดูเหมือน จะคอยจับฟงทุกคําพูดของแม ดวยความเลื่อมใส ไมวาแมจะพูดสิ่งใด ออกมาก็เห็นเปนขบขัน เสียงหัวเราะตอนรับคําพูดของแม มีอยูไมขาดระยะ พลอยกับแมอิ่มขาวไปนานแลว และผาดก็ยกสํารับกลับออกไปแลว เปนนานเหมือนกัน ระหวางที่แมคุย กับเพื่อนฝูง คุณสายก็นั่งเย็บกระทงดอกไมฟงอยู อยางอารมณดี นานๆก็รวมหัวเราะกับคนอื่นๆดวย พลอยซึ่ง บัดนี้ ไมมีใครสนใจ เพราะทุกคนพากันนั่งลอมแม คุยกันดวยเรื่องที่พลอยไมเขาใจ และไมสนใจนัก ก็ไดแตนั่งดู คุณสายเย็บกระทง แตกระทงหรือสิ่งที่คุณสายเรียกวากระทงนั้น แปลกประหลาดกวาที่พลอยเคยเห็น ในขั้น แรกคุณสายเอาใบตองดีๆ มาฉีกออกเปนชิ้นเทาๆกันกอน ซึ่งพลอยก็นึกงงงวยเต็มทีวา คุณสายทําไมจึงทําเชน นั้น แตแลวคุณสายก็เอาใบตองที่ฉีกไว แตละชิ้น มาพับจีบใหไดรูป แลวเอาไมกลัด กลัดปะติดปะตอกลับเขาไป อีก จนในที่สุด ไดรูปกระทงเล็กๆ ซึ่งวิจิตรพิสดารกวาที่พลอยเคยเห็นมาแตกอน คุณสายแกหอใบตองอีกหอ หนึ่ง หยิบดอกจําปาซึ่งมีอยูในนั้นสองสามดอก ใสในกระทง แลวเอาใบตอง มาตัดเย็บเปนกรวยครอบไวอยาง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 4 of 6

เรียบรอย ครั้นแลวคุณสาย ก็เอาธูปเทียนแพขึ้นตั้งบนพาน เอากระทงดอกไม ตั้งอยูบนธูปเทียน เมื่อเสร็จแลว คุณสาย เหลือบมาเห็นพลอยนั่งตั้งตาอยู ดวยความสนใจก็ยิ้มดวย แลวถามวา "สวยไหม พลอย" พลอยไมรูจะตอบวาอยางไร ก็ไดแตยิ้ม แลวก็กมหนาดูกระดานตอไป อยูกับปาไป วันหลังปาจะสอนใหทํา กลัวแตพอคุนกันเขา ก็จะซนเหมือนแม เลยทําอะไรไมเปนจนบัดนี้" เสียงคุณสายพูดตอ "คา !" เสียงแมรองตอบออกมาจากกลุมเพื่อนๆ "อะไรไมดีก็ซัดดิฉันเขาไวเถอะ ลูกเตามันหมดนับถือ คราวนี้เอง" แลวทุกคนในที่นั้นก็พากันหัวเราะ ขณะนั้น มีหญิงสาวอีกคนหนึ่ง เดินผานหองคุณสาย จะไปทางหลังตําหนัก คุณสายเห็นเขาก็รองเรียก หญิงนั้นก็เขามาคุกเขา อยูตรงประตูหอง "แมลมัย" คุณสายถาม "บรรทมตื่นแลวหรือยัง" "ตื่นนานแลวละคะ" แมลมัยตอบ "อิฉันกําลังจะไปเรียกเครื่อง" พอไดยินดังนั้น คุณสายก็หันมากุลีกุจอ จับพานดอกไมธูปเทียน แลวพูดวา "แมแชม ขึ้นเฝากันเสียทีเถิด เฝาตอนเสวยนี่แหละดี จะไดไปชวยคุยใหเสวยได" แมไดยินดังนั้นก็รองวา "นี่พอทอดพระเนตรเห็นฉัน เปนกริ้วตายแน ออกไปมีผัวเสียกี่ปๆ ไมเคยเขามา เฝาเลย จะมากับเขาสักที ก็ตองหอบลูกมาทิ้งใหทานเลี้ยง" แตแลวแมก็ลุกขึ้น จับผานุงหมใหเรียบรอย แลวบอกใหพลอยตามออกไปขางนอก เมื่อออกมานอกหอง คุณสายก็เดินถือพานดอกไมธูปเทียนไปขางหนา แมและพลอยเดินตามไปติดๆ คุณสายพาเดินไปตามทางเดิน ที่มืดสลัวๆ ผานหองที่ปดไวหลายหอง แลวก็เริ่มขึ้นบันไดใหญ ที่พลอยเห็นเมื่อ ตอนเชา พอกาวขึ้นบันได พลอยก็เริ่มใจเตนดวยความประหมา เพราะแมเคยเลาถึงเสด็จ ใหฟงมาแตจําความ ได และเทาที่รู เสด็จก็เปนยอดแหงความนับถือเคารพบูชาของแม วันนี้เปนวันแรก ที่พลอยจะไดเฝาเสด็จ อีก สักครูก็จะไดเห็น เพราะเสด็จประทับอยูชั้นบนของตําหนัก หางกันดวยบันไดไมกี่ขั้นนี้ เทานั้นเอง เมื่อไปถึงกลางบันได คุณสายก็สงพานดอกไมธูปเทียน มาใหพลอยถือ แลวคุณสายก็ขึ้นบันได นําหนา ตอไป เมื่อมาถึงเพียงนี้ พลอยสังเกตไดทันทีวา บรรยากาศของชั้นบนแหงตําหนัก และชั้นลางนั้น ผิดจากกัน ไกลอยู ที่ชั้นลางนั้น ใครจะเดินเหินพูดจาก็อยางเปนกันเอง และไมตองระมัดระวังตัวเทาไรนัก แตพอขึ้นบันได มาไดครึ่งหนึ่ง อากัปกิริยาของคุณสายและแมก็ผิดไป แมแตจะขึ้นบันได หรือสงพานธูปเทียน ก็ทําดวยความ สํารวม มิใชทําตามสบายเหมือนเมื่ออยูชั้นลางของตําหนัก ลมโชยจากชั้นบนของตําหนัก ผานมาวูบหนึ่ง พาเอา กลิ่นอบร่ําและน้ําอบหอมมาเขาจมูกพลอย ไดยินเสียงคนพูดเบาๆ และมีเสียงหัวเราะเบาๆ เชนกัน พอคุณสายขึ้นไปถึงบันไดชั้นสุดยอด ก็คลานตอไปตามพื้นเฉลียง ทั้งแมและพลอยคลานตามติดๆไป พลอยประหมาเสียจน ไมสามารถจะเงยหนาขึ้นดูสิ่งที่อยูรอบๆตัวได ประกอบกับมือหนึ่งตองถือพานดอกไม ซึ่ง ดูเหมือนจะเพิ่มน้ําหนักขึ้นทุกที ครั้นจะจับพานดวยมือทั้งสอง แลวคลานเขา พลอยก็ไมกลา เพราะจะตองเงย หนาขึ้น จึงไดแตจับพานไวมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งและเขาทั้งสอง คลานตามอยางประดักประเดิด สิ่งที่เห็นชัดทีสุด ในขณะนั้น คือเทาของคุณสาย ซึ่งคลานอยูขางหนา คุณสายคลานนําเรื่อยไปมิรูวานานเทาไร แตในที่สุดก็หยุด หลีกทางออกไปหนอยหนึ่ง แลวก็หมอบอยู พลอยเหลือบดูแม เห็นหยุดคลาน หมอบกราบไปขางหนา พลอยก็ วางพานลงตรงหนาแลวทําตาม แตแลวพลอยก็หมอบกมหนานิ่งอยู ไมกลาเงยหนาขึ้น ดูวาใครเปนใครอยูนั่น เอง "นั่นสายพาใครขึ้นมา" เสียงสตรีผูหญิงถามขึ้น และเสียงนั้นดังมาจากขางหนา พลอยก็เขาใจเอาวา เสด็จรับสั่งถาม เมื่อไดยินเชนนั้น พลอยก็ยิ่งกมหนาลงไปอีก แตกอนที่คุณสายจะทูลตอบ เสด็จก็รับสั่งขึ้นมา ทันทีวา "แชมไมใชรึนั่น" พลอยแอบชําเลืองมองดูแม เห็นหมอบกราบอีกหนหนึ่ง พลอยก็เลยกราบตามไปอีก "เอา ! นั่นอะไรกัน" เสด็จรับสั่งตอ "ถามทีกราบที เปนยังไงแชม หายไปกี่ปแลวไมรู เพิ่งจะโผลหนามา ขานึกวาเจาตายเสียแลว" "วันนี้พาลูกสาวมาถวายตัวมังคะ" พลอยเพิ่งเคยไดยินคนพูดราชาศัพทกับเจานายในวันนี้ แมเคยสอนให พลอยพูด ตั้งแตอยูบาน แตก็ไมไดสอนละเอียด เปนตนวาใหใชคําวา "เพคะ" เวลาตอบรับ แตครั้นเอาจริงเขา แมก็ไมไดพูดวา "เพคะ" สักหนอย เสียงแมพูดดัวคลายๆ "มังคะ" โดยออกเสียงตัว "มัง" แตเพียงครึ่งเดียวเทา นั้น "เด็กนั่นนะรึลูกสาว" เสด็จรับสั่งตอ "ขาเคยเห็นเจาวิ่งเลนอยูแถวๆนี้ ตั้งแตตัวเล็กๆ แลวก็หายไป กลับ มาอีกที ก็หอบลูกมาใหขาเลี้ยง พวกเจานี่เลี้ยงไมรูจักโตสักที ตัวหายไปแลวลูกก็มาแทน" เสียงผูหญิงที่หมอบเรียงรายอยูตามเฉลียง หัวเราะเบาๆหลายคน "อยูดีๆไมวาดี" เสด็จรับสั่ง "อยากออกไปมีผัว แลวก็ไปเปนเมียนอยเขาเสียดวย นี่ผัวเขาไลมา หรือเจา มาเอง แชม"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 5 of 6

"มาเอง มังคะ" แมตอบ "แตเขาก็ไมหาม" "ยังพูดเกงอยูนั่นเอง" เสด็จทรงพระสรวล "ลูกชื่ออะไร อายุเทาไหร" รับสั่งถามตอไป "ชื่อพลอยมังคะ" แมกราบทูล "���ายุ ๑๐ ขวบ" "ไหนเงยหนาขึ้นซิพลอย" เสด็จรับสั่ง "มาหมอบกมหนาเปนลิงลมอยูได" พอไดยินเสด็จรับสั่งกับตัวโดยตรง พลอยก็แทบจะแทรกแผนดินไปดวยความประหมา และความอาย แต แมรีบเอื้อมมือมาสะกิด พลอยก็ตองจําใจเงยหนาขึ้นตามรับสั่ง เมื่อพลอยเงยหนาขึ้นดวยความจําใจเชนนั้น ก็ไดเห็นสิ่งตางๆ ที่อยูโดยรอบ ที่ๆพลอยหมอบอยู เปน เฉลียงยาว พื้นขัดถูจนเปนมัน ดานหนึ่งเปนหนาตางมีแสงสวางเขามาตลอด สวนอีกดานหนึ่งเปนประตู เปดเขา ไปในหองตางๆ บนตําหนัก ตรงหนาพลอยออกไปมีพรมสีเขียว ปูอยูใกลๆทางฝาดานใน เสด็จประทับอยูบน พระที่สี่เหลี่ยมเล็กๆ เย็บติดกับที่อิงเย็บเปนรูปหมอนขวาน ทั้งเบาะและหมอนที่อิง หุมดวยแพรดอกสีแดงเขม รอบๆที่เสด็จประทับ พลอยเห็นมีของกระจุกกระจิก วางอยูหลายอยาง เปนตนวา กระโถน ขันน้ํา เชี่ยนหมาก กาน้ํารอน และพานเล็กพานนอยใสของเครื่องใชตางๆอีกมาก เสด็จเปนคนวัยเดียวกับคุณสาย จะแกกวาคุณสายก็ไมกี่ป พลอยสังเกตุเห็นเสด็จขาวกวาคุณสาย และ จะเปนเพราะประทับตรงที่ๆ มีแสงสวาง หรือเพราะเหตุใดก็ตาม พลอยรูสึกวาเสด็จมีราศี ผุดผองกวาคนอื่นๆ ที่ หมอบเรียงรายอยูบนเฉลียงที่ประทับนั้น ทั้งที่เสด็จแตงพระองค ไมผิดกับคนอื่นๆเลย คือทรงผาลายและผาหม เปนแบบเดียวกับชาววังอื่นๆ ที่พลอยไดเห็น สิ่งที่ดึงดูดความสังเกต ของพลอยมากกวาอื่นๆ ในพระองคเสด็จ ก็คือพระเนตรทั้งคู ซึ่งดําขลับและเปนประกาย พระเนตรคูนั้นดูเหมือนจะมองดูพลอย และมองทะลุไปตลอดลํา ตัว พลอยรูสึกทันทีวา พระเนตรคูนั้นมีอํานาจ บังคับคนได แตขณะเดียวกันก็รูสึกดวยวา พระเนตรคูนั้นเต็มไป ดวย ความเมตตา อาจยึดถือเปนที่พึ่งอันแทจริงไดเชนกัน บนเฉลียงนั้นมีขาหลวงวัยสาวหมอบอยูอีกหลายคน และพลอยอดนึกไมไดวา แตละคน ชางสวยสดงด งามไปสิ้น พอพลอยเงยหนาขึ้น ตาทุกคูก็หันมาจองพลอย และทุกคนรวมทั้งเสด็จ ตางก็ยิ้มอยางปรานี ขณะที่ พลอยกําลังมวนหนากลับลงไปอีก ดวยความอาย แมก็สะกิดอีกทีหนึ่ง แลวกระซิบวา "พลอย เอาดอกไมธูปเทียนเขาไปถวายตัวเสีย" แลวแมก็ทูลดังๆวา "ยังขี้อายมังคะ" ไมเคยออกจากบาน เพิ่งจะพาออกมาวันนี้" "ดีแลวละ" เสด็จรับสั่งตอบ "ถาเกงอยางแมของมันเมื่อเด็กๆ ขาก็ชักจะเข็ดเหมือนกัน กลัวเลี้ยงมันไม ไหว" พลอยลุกขึ้นขยับเขยื้อนมือหนึ่งจับพาน จะคลานก็คลานไมคอยจะออก เพราะยังประหมาอยูมาก แตแม เอื้อมมือมาเสือกขาออกไปขางหนา พลอยก็คอยๆคลานอยางขลุกขลัก ไปจนถึงพรมสีเขียว พอถึงก็ชะงัก ไมแน ใจวาจะคลานตอไป หรืออยางไร พอดีเสด็จรับสั่งวา "เขามาใกลๆ สิพลอย" พลอยก็แข็งใจคลานเขาไปถึงพระองค พอถึงก็หลับตาเสือกพานดอกไมธูปเทียน ออกไปขางหนา แลวก็ หมอบกราบใจเตนอยู ไมรูจะทําอยางไรตอไป "ดูสิ กรวยดอกไมก็ยังไมไดเปด" เสียวเสด็จรับสั่ง "เปดกรวยดอกไมเสียกอนพลอย" เสด็จรับสั่งตอ พลอยเอื้อมมือไปเปดกรวยดอกไมขึ้น แตก็ยังไมรูวาจะทําอยางไรตอไป จนเสด็จรับสั่งวา "ยกพานสงเขามา" พลอยก็ทําตาม เสด็จทรงรับดอกไมธูปเทียน ไปวางไวขางพระองค แลวเอื้อมพระ หัตถ มาลูบพลอยเบาๆ พลางรับสั่งวา "ยังไมประสาเสียเลย จะคุนคนงายหรือยากก็ไมรู เดี๋ยวมากลัวเห็นขาเปนยักษเปนมาร อยูดวยกัน ก็ไม ตองกลัวกันนะพลอย" เสด็จเอาพระหัตถเชยคางพลอยขึ้น ทอดพระเนตรดูหนา แลวทรงพระสรวล รับสั่งวา "หนาตานาเอ็นดู สวยกวาแมอีก ผิวพรรณก็ดี สมเปนลูกพระน้ําพระยา" พลอยไดยินดังนั้นก็แทบจะตัว ลอย เพราะอยูบานไมเคยมีใครชมวาสวย อยางดีก็บอกวานาเอ็นดู แตเสด็จรับสั่งชมวาสวย ทําใหพลอยปลื้ม จนบอกไมถูก "เอามาใหแลวละก็ใหขาขาดนะ" เสด็จรับสั่งกับแม "ประเดี๋ยวก็จะมาเอาตัวออกไปเสียอีก โตขึ้นก็จะหา ผัว ใหกันเทานั้น" "โธ ไมทําหรอกมังคะ" เสียงแมตอบ "มอบถวายเด็ดขาด แลวแตจะทรงพระกรุณาชุบเลี้ยง ถาหมอมฉัน เขามายุงละก็แลวแตจะลงพระอาญาทีเดียว" "เจาก็ดีแตพูด" เสด็จรับสั่งตอบ "แมลูกกันจะไปตัดกันขาดไดอยางไร ขาก็ไดแตคอยเลี้ยงจนโตเทานั้น วายังไง พลอย" แตพลอยก็ไดแตกมหนา ไมรูจะทูลตอบวาอยางไรถูก "แลวตัวเจาละแชม จะทําอยางไรตอไป" เสด็จรับสั่งถามแมตอไปอีก "รอจนผัวมารับซีนะ นังตัวดี" เสด็จ รับสั่งสัพยอกแลวก็ทรงพระสรวล

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 6 of 6

"ชาตินี้ทั้งชาติ แชมเห็นจะไมมีวันกลับไปอีกได" แมทูลตอบ "เมื่อหมอมฉันอยูในวังเคยแตมีสุข ไมรูทุกข ออกไปแลวจึงไดรู เมื่อรูจักทุกขแลว ก็เห็นจะกลับไปหาทุกขอีกไมได" "พวกเจาก็เหมือนกันทุกคน" เสด็จรับสั่ง "อยูสบายๆไมชอบ วาคับแคบไปละ ถูกกดขี่ละ อยากออกไปมี ลูก มีผัวเปนคุณหญิง เปนทานผูหญิง จะไดเบิกบานใหเต็มที่ เสร็จแลวก็เห็นแตบนกันไปทุกคน ขาก็ไมรูจะไป ชวยเหลือไดอยางไร จริงๆ นะแชม เรื่องลูกเรื่องผัว ขาไมอยากเกี่ยว โกรธกันก็มาฟอง พอดีกันเขา ก็จะมารุม เลนงานเอาขาเขาอีก" "โบราณเขาวา" คุณสายทูลขึ้นมา "เรื่องความผัวความเมีย อยาไปเกี่ยวมังคะ" "ออ" เสด็จทรงพระสรวล "สายก็เคยมีผัวกับเขาเหมือนกันรึ" ทุกคนในที่นั้น หัวเราะกันเกรียว "วุย ! " คุณสายรองเสียงหลง "เสด็จรับสั่งอะไรอยางนั้นก็ไมรู หมอมฉันวา โบราณเขาวาดอกมังคะ !" "แลวสายไปรูไดอยางไรวา โบราณเขาวาถูกหรือผิด ถาเราไมเคย" ทุกคนในที่นั้น ก็พากันหัวเราะกันขึ้น อีก ขณะนั้นขาหลวงอีกสองคน เชิญเครื่องเสวยขึ้นมา พลอยเหลียวไปมองดูแม เห็นขยิบตาพยักหนา ใหพลอย ถอยออกไป พลอยก็หยิบพานคลานถอยไปหมอบอยูใกลๆกับแม พวกที่เชิญเครื่องขึ้นมานําเครื่องไปตั้งตรงพระพักตรเสด็จ เครื่องนั้นใสจานเงิน วางอยูบนโตกเงินเล็กๆ พลอยรูสึกวาเปนของเล็กๆนอยๆเหลือเกิน ครั้งหนึ่งพลอยเคยเห็นที่บานตั้งขาวพระ ถวายพระพุทธ ใสชามเล็ก ชามนอย พลอยยังนึกวา พระพุทธจะฉันอยางไรอิ่ม มาเห็นเครื่องเสด็จคราวนี้ ก็ดูไมนาจะอิ่มเชนเดียวกัน เสด็จทรงบวนพระโอษฐแลวก็เริ่มเสวย ขณะที่เสวยก็รับสั่งคุยกับแมและคุณสาย ถึงเรื่องทางบานของแม บาง หรือเรื่องเกาๆ ที่ทรงนึกขึ้นได แตสวนมากนั้นแมเปนผูคุย พลอยเห็นเสด็จทรงพระสรวลอยูบอยๆ เสด็จ เสวยเรื่อยๆ คลายกับไมสนพระทัยในอาหาร ที่กําลังเสวยอยู พลอยสังเกตเห็นขาวที่เสวยนั้น ดูเหมือนจะมีอยู ประมาณสองชอนถวย แตเสด็จเสวยเทาไร ก็ไมรูจักหมดสักที กวาจะเลื่อนเครื่องคาวออก แลวตั้งเครื่องหวาน ก็ ดูนานหนักหนา "สาย" เสด็จรับสั่ง "บายนี้มีสวดมนตบนพระที่นั่ง ขาวาจะขึ้นไปสักหนอย เสด็จตําหนักบนจะขึ้นไปหรือ ไม ก็ไมรู ถาไปจะไดไปดวยกัน" "หมอมฉันจะใหไปทูลถามดูก็ไดมังคะ" คุณสายทูลตอบ แตพอคุณสายพูดยังไมทันขาดคํา ก็มีเสียงคน เดินขึ้นบันไดมา เสียงขาหลวงที่หมอบอยูใกลๆ ทางขึ้นทูลวา "แมมาลัย มาจากตําห���ักบนมังคะ" และทันใดนั้น ก็มีสตรีวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง โผลหนาขึ้นมากราบ เสด็จ ตรงทางขึ้น แลวทูลอยางเร็วปรื๋อวา "สวดมนตเย็นบนพระที่นั่งบายวันนี้มังคะ เสด็จใหมาทูลถามเสด็จวาจะเสด็จหรือไมเสด็จ ถาเสด็จจะ เสด็จ เสด็จจะเสด็จดวย " พลอยไมเคยไดยินใครพูดราชาศัพท ใชคําวา 'เสด็จ' คําเดียวแตไดความทั้งประโยคและรวดเร็วเชนนั้น ดวยความแปลกใจจึงหันไปดู เสด็จทรงพระสรวลกี๊ก รับสั่งวา "พลอยถาจะยังไมเคยไดยินภาษาชาววัง ไหนพลอยบอกมาลัยเขาสิวา เสด็จใหไปทูลเสด็จวา เสด็จจะ เสด็จ ถาเสด็จจะเสด็จดวย เสด็จก็จะดีพระทัยมาก" ทุกคนรวมทั้งแมมาลัยหัวเราะกันเกรียว ทําใหพลอยตองหมอบ กมหนาต่ําลงไปอีก

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผ่นดิน ตอนที่2