Issuu on Google+

ฉบับที่ ๒๙ ปีที่ ๔ กุมภาพันธ์- มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖


โครงงานเด็กเล็ก “ในปีการศึกษานี้ นักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ ๔ ได้คิดทำ�โครงการพี่ช่วย น้อง โดยมีเป้าหมายหลักในการช่วย เหลือเพื่อนมนุษย์ที่ด้อยโอกาส เราได้ นำ�ความรู้จากการเรียนในภาคเรียนนี้ มาทำ�ของเพื่อจำ�หน่าย เช่น น้ำ�ยา อเนกประสงค์ ขนมปังทาแยม คุกกี้ เป็นต้น เราได้เปิดการรับบริจาคสิ่งของ ต่างๆ เพื่อนำ�รายได้และสิ่งของทั้งหมด มาสมทบทุนบริจาคให้กบั มูลนิธเิ พือ่ การ ฟืน้ ฟูพฒ ั นาเด็กและครอบครัว (ฟอร์เด็ก) ซึ่งเราได้สืบค้นเกี่ยวกับมูลนิธินี้ ว่าเป็น มูลนิธทิ เ่ี ปิดรับสอนเด็กด้อยโอกาสทีพ่ อ่ แม่ไม่มีเงินส่งเสริมให้เรียนในโรงเรียน ทั่วไป โดยจะรับเด็กอายุ ๐ - ๖ ปี แบบ ไปเช้าเย็นกลับ พวกเราได้ไปทำ�กิจกรรมให้กับน้องๆ ที่มูลนิธินี้ โดยการร้องเพลง เล่นดนตรี อ่านนิทาน พา น้องๆ วาดรูป ระบายสี พับกระดาษเป็นรูปต่างๆ เช่น จรวด เรือ นก เป็นต้น รวมถึงบริการเสิรฟ์ และป้อนอาหารให้กับน้องๆ ด้วยครับ โครงการนี้ทำ�ให้พวกเราได้ฝึก ความรับผิดชอบในหน้าที่ จนประสบความสำ�เร็จ และพวกเราได้รู้ว่ายังมีเด็กที่ด้อยโอกาสอีกมากในประเทศของเรา พวก ผมจึงขอเชิญชวนให้ทา่ นทีส่ นใจสามารถร่วมกันบริจาคเงินหรือสิง่ ของให้กบั มูลนิธติ า่ งๆ เหมือน ที่พวกเราได้กระทำ�นะครับ” ด.ช.ตรัยภูมิ จงพิพัฒนสุข (ตั๋ง) ป.๔/๑ ด.ช.ธะธรรม โพธิเพียรทอง (แบ่งปัน) ป.๔/๑


คำ�คมคำ�ครู

“เด็กๆ นอกจากจะต้องเรียนความรู้แล้วยังต้องหัด ทำ�งานและทำ�ความดีด้วย เพราะการทำ�งานจะ ช่วยให้มีความสามารถ มีความขยัน อดทนพึ่ง ตนเองได้ และการทำ�ดีน้นจะช่ ั วยให้มีความสุข ความเจริญทั้งป้องกันตนไว้ไม่ให้ตกต่ำ�” พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิม พ์ในหนั ง สื อ วั น เด็ ก ประจำ�ปี ๒๕๓๐ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา


สารจากบรรณาธิการ “โครงงานของฉันนัน้ เล็กพริกขีห้ นู” เป็นธีมหรือแนวคิดหลักของสารประถมฉบับ เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เราตัง้ ใจสะท้อนมุมมองความคิดอันหลากหลายของการทำ� โครงงานในระดับชัน้ ต่างๆ ซึง่ ล้วนมีความน่าสนใจ และเป็นสิง่ สะท้อนการเรียนรูใ้ น ช่วงปลายปีการศึกษาได้อย่างดีทส่ี ดุ โครงงานส่วนใหญ่เกิดความสนใจของเด็กๆ เป็น ทุนเดิม โดยมีคณ ุ ครูชว่ ยต่อเติมชัดเจนและเป็นไปได้ สำ�คัญกว่านัน้ คือ โครงงานตาม ความสนใจ สอนให้พวกเขาคิดและลงมือทำ�ด้วยตนเอง โครงงานของ ป.๔ ก้าวถึงขัน้ ทำ�เพือ่ คนอืน่ พวกเขาเดินตามรอยพ่อหลวง พวกเขาเลือกทีจ่ ะหารายได้ผา่ นหลาย ช่องทางเพื่อนำ�เงินที่ได้ไปมอบให้กับมูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว มูลนิธเิ ด็ก และบ้านราชาวดีหญิงปากเกร็ด นนทบุรี ซึง่ ผูอ้ า่ นหาอ่านได้ในคอลัมน์ สัมภาษณ์พเิ ศษ และอีกหลากหลายในสารประถม ฉบับส่งท้ายปีการศึกษา ๒๕๕๕ ครับ ครูสมพร รู้แสวง

ท่ีปรึกษา • ครูสกุณี บุญญะบัญชา ครูใหญ่โรงเรียนประถม บรรณาธิการ • ครูสมพร รู้แสวง กองบรรณาธิการ • ครูชัชฎาภรณ์ ศิลปสุนทร • ครูวิภารัตน์ วงศ์วรรณะดิลก ครูชลธิชา พุ่มนวม • ครูเบญจพร ศรีสร้อย • ครูชฎาภรณ์ พิพุทธางกูร •ครูจริยา ฟักประไพ • ครูรัตนา วจนะศิริ • ครูสิริรัตน์ สังวาลย์ ออกแบบศิลปกรรม ครูโกเมน อ้อชัยภูมิ • ครูรวิภา เชี่ยวเจริญ • ครูนันท์นภัส รุ่งแสง • ครูภัสพร ธัญลักษณากุล •ชาคริต งามวิทยศิริ

๐๒

“สารประถม อุดมปัญญา” เกิดขนึ้ จากเจตนารมณ์ของคณะครูประถมโรงเรียนรุ่งอรุณท่ีต้องการให้เกิดช่องทางของการสื่อสาร ่ างความเข้าใจและความสัมพันธ์อนั ดีระหว่างโรงเรียนกับผูป้ กครอง เพือเป็ ่ น ฐานข้อมูลสำ�หรับ • เพอื่ แจ้งข่าวสารทีสร้ การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในชุมชนโรงเรียนรุ่งอรุณ • เพื่อให้ครู ผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนประถม เกิดความตระหนักร่วมกันในการสร้างชุมชน ่ แห่งการแลกเปลี่ยน เรียนรู้เพือการพั ฒนาในทุกด้านของชีวิต


สารบัญ หนอนน้อยคอยเลาะเล็ม • ๕๖ เรื่องจากปก • ปกใน คำ�คมคำ�ครู •

๐๑

สารจากบรรณาธิการ • ๐๒

สารจากครูใหญ่ • ๐๔

บทความพิเศษ ๐๖ ความเคลื่อนไหวในประถม • ๑๒

สนุกคิด สนุกอ่าน • กวี ด.เด็ก • ๖๕

๖๐

English Corner • ๖๖ อาสาสมัครพิทักษ์สง่ิ แวดล้อม • ๗๔ ของหายได้คืน • ๘๒

ตารางแจ้งการเรียนการสอน • ๘๔

กวี ด.เด็ก • ๒๖ เรื่องเล่าจากห้องดนตรีสากล • ๒๘ บทสัมภาษณ์พิเศษ • ๓๒ เรื่องเล่าจากผู้ปกครอง • ๓๘ เรื่องดีดีจากครู • ๔๓ เรื่องเล่าจากครูพละ • ๔๙

หากท่านต้องการส่งบทความ ข้อมูล ข่าวสาร หรือ คำ�ถามต่างๆ กรุณาติดต่อได้ท่ี ครูเรียม ห้องครูใหญ่ โรงเรียนประถม หรือ E-mail sanprathom@yahoo.com • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๐๓


สารจากครูใหญ่

• ครูสกุณี บุญญะบัญชา

Email : sakunee012@gmail.com

สวัสดีค่ะ สมาชิกสารประถมทุกท่าน ฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของปีการศึกษา ๒๕๕๕ แล้วนะคะ เวลาผ่านไป รวดเร็วจริง ๆ เด็กนักเรียนของเราก็พัฒนาขึ้นในหลาย ๆ ด้านพร้อมกับเวลาเช่นกัน ในปีที่ผ่านมาทางฝ่ายประถมได้มีการปรับการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนได้ ทำ�งานจริงมากขึ้น คือ ทำ�งานที่เกิดขึ้นด้วยตนเองแบบครบวงจร โดยเฉพาะใน การเรียนระดับประถมปลาย อย่างเช่น ในภาคเรียนนี้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๔ ได้น�ำ ความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาหลักปฏิบัติเรื่องปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่นักเรียนได้ไปเรียนรู้เรื่องการ พึ่งพาตนเอง ด้วยการทำ�ผลิตภัณฑ์สำ�หรับใช้เองในบ้าน เช่น น้ำ�ยาอเนกประสงค์ สบู่ แชมพู อาหารชนิดต่าง ๆ ที่ได้มาจากชุมชนปฐมอโศก และศูนย์ภูมิรักษ์ ธรรมชาติ พร้อมกันนั้นนักเรียนได้น�ำ ความรู้มาพัฒนาทักษะต่อ โดยการทำ� อาหารและผลิตนำ�้ ยาอเนกประสงค์ไว้ใช้เอง รวมทั้งจำ�หน่ายให้นักเรียนและ ผู้ปกครองในโรงเรียน เพื่อนำ�เงินไปช่วยมูลนิธิที่นักเรียนได้เลือกจากข้อมูลซึ่ง สืบค้นเอง และมีการสรุปเห็นพ้องร่วมกันทั้งห้อง เช่น มูลนิธิเด็ก สถานสงเคราะห์ บ้านราชาวดีหญิง เป็นต้น นักเรียนได้ท�ำ งานครบทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการหาเงินทุน การผลิต ผลิตภัณฑ์ การหาข้อมูลว่าจะบริจาคที่ใด การไปสำ�รวจสถานที่ล่วงหน้า การ ติดต่อประสานงานต่าง ๆ ในโรงเรียน การนำ�เงินไปบริจาค และจัดกิจกรรมให้ น้อง ๆ ๐๔


เมื่อนักเรียนกลับมา นักเรียนแต่ละห้อง ได้กลับมาเล่าให้ฟังว่าได้ไปทำ� อะไรบ้าง และนักเรียนเองมีความสุขกับการที่ได้ให้ ได้สละกำ�ลังกายเพื่อผู้อื่น หลายคนบอกว่าอยากจะทำ�โครงการเช่นนี้อีก ในส่วนของครูผู้สอน ทุกท่านมีความยินดี และชื่นใจที่นักเรียนได้เรียนรู้ หลายเรื่อง อีกทั้งมีความกระตือรือร้นในการทำ�งานอย่างน่าชื่นชม ต้องขอขอบคุณ คุณครูทุกท่านที่ได้อุทิศแรงกาย แรงใจ ทุ่มเทให้กับนักเรียน แม้ว่าช่วงเตรียมงาน จะมีอุปสรรค แต่เราก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี นี่เป็นตัวอย่างของนักเรียนหนึ่งระดับชั้นที่สะท้อนให้เห็นความเติบโตทั้ง ทางด้านความคิด และความขยันหมั่นเพียรในการทำ�งานของนักเรียนรุ่งอรุณที่เรา เชื่อว่าหากฝึกฝนไปเช่นนี้ นักเรียนจะผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ไปได้ในที่สุด สุดท้ายนี้ขอขอบคุณผู้ปกครองทุกท่านที่ให้การสนับสนุนโรงเรียน และให้ ความเห็นที่เป็นประโยชน์กับการจัดการเรียนการสอนของเรา ข้อกัง���ลหรือ ประเด็นที่เป็นปัญหาต่าง ๆ ที่ผู้ปกครองได้ให้ความเห็นมา เป็นเรื่องที่ทางโรงเรียน กำ�ลังพยายามปรับปรุง และพัฒนาอยูอ่ ย่างต่อเนือ่ งนะคะ ขอขอบพระคุณทุกท่าน อีกครัง้ หนึง่ พบกันใหม่ปีการศึกษา ๒๕๕๖ ค่ะ

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๐๕


บทความพิเศษ

หากเราเชื่อ..ทุกสิ่งเป็นไปได้

จากการที่เด็กชายสิทธิเดช เดชคำ�รณ ป.6/2 ได้มีโอกาสส่งผลงาน ภาพวาด ในชื่อ “ Zeus Engry ” เข้าร่วมโครงการ Honda super idea contest ที่บริษัท Honda เป็นผู้จัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีที่ใ ห้ โอกาสเด็ ก ๆ ชั ้ น ประถม ศึกษา ปีที่ 1 - 6 ได้มีโอกาสแสดงออกด้านความคิด จินตนาการ ไปในทางสร้างสรรค์ ออกมาเป็นภาพวาด โดยได้รับการคัดเลือกจากผลงาน ทั้งหมด 35,014 ชิ้น ผ่านเข้ารอบ 2 โดยแบ่งเป็นชัน้ ประถมศึกษาตอนต้นและตอน ปลาย อย่างละ 20 คน และเข้าร่วม WorkShops ร่วมกันที่ TK PARK และผู้ที่เข้า รอบนี้จะต้องทำ�ชิ้นงานขนาดจำ�ลอง (โมเดล) จากภาพที่ออกแบบไว้ เป็นการฝึก กระบวนการคิดเป็นระบบ รวมทั้งการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หลังเลิกเรียน และในวันหยุด ทำ�ให้รู้จักแบ่งเวลาและฝึกความรับผิดชอบ การหาวัสดุเหลือใช้ ให้ตรงตามจินตนาการที่ได้ออกแบบไว้ให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะหาได้ โดยหาจาก โรงแยกขยะของโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครองใจดีหลายท่านหาสิ่งของเหลือใช้ที่พอ จะใช้ได้มาให้ ส่วนวัสดุทเ่ี กีย่ วข้องกับวงจรไฟฟ้าต่างๆ ทีต่ อ้ งซือ้ ทาง Honda ได้มอบ ๐๖


ทุนให้จ�ำ นวน 1,000 บาท ซึ่งพยายามใช้ให้คุ้มค่าที่สุด สิ่งที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทั้ง ขั้นตอนการทำ�งาน การทำ�ให้เกิดเป็นชิ้นงานให้สำ�เร็จได้นั้นต้องประกอบไปด้วย หลายสิ่ง ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่น่าเรียนรู้ รวมทั้งได้เรียนรู้ถึงปัญหา อุปสรรค วิธีการแก้ไขปัญหา ข้อจำ�กัดในเรื่องต่างๆ ซึ่งก็ได้รับความเมตตาจากคุณครูเซียน (คุณครูประจำ�ชั้น ป. 6/3 และรับผิดชอบสอนวิชาวิทยาศาสตร์) คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ คำ�แนะนำ� พาไปเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์ และสอนวิธีการต่อวงจรไฟฟ้า รวมทั้งสละ เวลาส่วนตัวทั้งในวันหยุดและหลังเลิกเรียนมาให้ความรู้ สอนวิธีการต่อวงจรไฟฟ้า แนะนำ�ในเรื่องการฝึกพูดนำ�เสนอผลงานต่อคณะกรรมการ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความ อดทน ทุ่มเท และความมานะพยายามของทั้งครูและลูกศิษย์ จนแทบไม่ต้องบอกก็ รู้ว่า ศิษย์คนนี้รักและศรัทธาครูเซียนมากขนาดไหน

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๐๗


ในการคัดเลือกรอบที่ 3 เป็นการฝึกให้กล้าแสดงออก โดยให้พดู นำ�เสนอผล งานพร้อมแสดงการทำ�งานของชิน้ งานขนาดจำ�ลอง โดยการไปอัดเทปทีห่ อ้ งอัดของ รายการซุปเปอร์จว๋ิ เพือ่ ให้กรรมการได้พจิ ารณาคัดเลือกผูเ้ ข้ารอบสุดท้ายให้เหลือ ระดับละ 10 คน และเด็กชายสิทธิเดช เดชคำ�รณ ได้รบั การคัดเลือกให้เข้ารอบชิง ชนะเลิศ และในการคัดเลือกในรอบที่ 4 รอบสุดท้ายจะต้องพูดนำ�เสนอผลงาน (แรงบันดาลใจ การทำ�งานและประโยชน์ของผลงาน) พร้อมแสดงให้เห็นถึงการ ทำ�งานของชิน้ งานขนาดจำ�ลอง และตอบข้อซักถามของคณะกรรมการ ที่ TK PARK

๐๘


ขณะนี้ การนำ�เสนอผลงานได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ติด 1 ใน 3 แต่สง่ิ ทีไ่ ด้ กลับล้�ำ ค่ากว่านัน้ คือ การได้รถู้ งึ ศักยภาพของตนเอง ความภาคภูมใิ จใน ความสำ�เร็จของงาน ประสบการณ์ในการได้เรียนรูเ้ รือ่ งเกีย่ วกับวิทยาศาสตร์ ซึง่ จะ เป็นพืน้ ฐานความรูต้ อ่ ไปในอนาคต และในการแข่งขัน ก็จะต้องมีทง้ั ผูแ้ พ้และผูช้ นะ ซึง่ เป็นธรรมดาของโลก และเป็นโอกาสดีทจ่ี ะได้รจู้ กั แพ้รจู้ กั ชนะ ทำ�ให้การก้าวครัง้ ต่อ ไปในอนาคต จะเต็มไปด้วยความรอบคอบ ดังคำ�ทีว่ า่ “การล้มเหลว คือ การเริม่ ต้นอีก ครัง้ แต่เป็นการเริม่ ต้นทีฉ่ ลาดกว่าเดิม” ซึง่ จะทำ�ให้เขาเติบโตเป็นผูใ้ หญ่ทด่ี ี มีคณ ุ ภาพ ได้ในอนาคต

สุดท้ายนี้อยากจะฝากถึงน้องๆ ทุกคนว่า “ความฝันไม่มีวันตาย ขอให้เชื่อว่า เราทุกคนสามารถ ทำ � ฝั น ทุ ก ฝั น ให้ เ ป็ น จริ ง ได้ ห าก เราตั้งใจมุ่งมั่นที่จะทำ�” และขอบ ขอบคุณทุกทุกกำ�ลังใจ กำ�ลังกาย กำ�ลัง สมอง กำ�ลังทรัพย์ ทั้งจากกัลยาณมิตร คุณครูทกุ ท่าน ทัง้ อยูเ่ บีอ้ งหน้าและเบือ้ ง หลัง อีกทัง้ ความรัก ความปรารถนาดีท่ี รูส้ กึ ได้ ขอบคุณมากค่ะ

ในส่วนของอั่งเปาเองนั้น บอกกับคุณ แม่ว่า “ผมภาคภูมิใจและได้เรียนรู้จาก ประสบการณ์ครั้งอย่างมากมาย โดย เฉพาะความอดทนในการทำ � งานให้ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การใช้ความคิด สร้างสรรค์ให้เป็นประโยชน์ การกล้า พูด กล้าทำ� กล้าแสดงออก ความมีวินัย ความมั่นใจในตนเอง และการยอมรับ ต่อสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังครับ” • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๐๙


บทความพิเศษ

“บันทึกประสบการณ์ ภาคสนาม ป.๖” ในภาคเรียนที่๒ ที่ผ่านมาพวกเราได้สรุปเส้นทางของ ้นำ� ทำ�ให้เรารู้ถึงวัฏจักรน้ำ�บนโลก ในภาคเรียนที่ ๓ นี้ คุณครูจึงพาพวกเราคิดต่อไปว่า “วัฏจักรน้ำ�เปลี่ยนไป • ด.ญ.ปัณณ์รวี เสริฐสุวรรณกุล แสดงว่าโลกร้อนขึ้นจริงหรือไม่” จากกราฟที่แสดงว่า (น้อยหน่า) อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นทำ�ให้น้ำ�ที่เก็บอยู่ในรูปของน้ำ�แข็ง ละลายกลายเป็นนำ�้ ทะเล น้ำ�ทะเลจึงมีปริมาณที่มากขึ้น จึงเป็นเบาะแสว่าโลกร้อนขึ้น นอกจากนั้นโลกของเรายังมีการเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ น้ำ�ป่าไหลหลาก ซึ่งภัยบางชนิดมนุษย์ก็มีส่วนในการกระทำ�ให้เกิดได้ด้วย พวกเราจึงไปฝึกการใช้ชีวิตใน ยามเกิดภัยพิบัติโดยจำ�ลองสถานการณ์ที่ “ค่ายหัตถวุฒิแคมป์” จังหวัดสระบุรี การฝึกเริ่มจากการนัดหมายรวมพลที่สถานีขนส่งสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเรียกว่า “หมอชิต ๒” ก่อนจะไปฉันรู้สึกกลัวว่าจะไม่เจอเพื่อนแล้วเดี๋ยว จะตกรถหรือเปล่า ถ้าไม่เจอจะทำ�อย่างไร จะไปช้าไหม แต่สิ่งเหล่านี้ก็ทำ�ให้ฉันได้เรียน รู้ว่าการใช้รถสาธารณะจะต้องตรงต่อเวลา เมื่อฉันจะไปไหนหลายๆ คนก็ใช้เป็นรถรวม จะได้ประหยัดนำ�้ มันและปัญหารถติดก็ลดลงด้วย เมื่อเราเดินทางด้วยรถ บขส. จนถึงอุทยานน้ำ�ตกเจ็ดสาวน้อยพวกเราก็เริ่มเดินทาง ด้วยเท้าไปสู่ค่ายหัตถวุฒิ ฉันรู้สึกเหนื่อยมากและหนักกระเป๋า แต่ก็ต้องเดินไปเพราะ กลัวว่าจะไปไม่ทันอาหารกลางวัน และคิดว่าถ้า ทำ�แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากฝึกตนเองให้ อดทนให้ได้ ฉันจึงได้รู้ว่าเราควรฝึกความอดทน ความอดทนจะทำ�ให้เราชนะแทบทุกสิ่งทุกอย่าง ฉั น จะใช้ ค วามอดทนที่ ฝึ ก จากที่ นี่ ใ นการทำ � หลายๆอย่าง เช่น การฝึกทำ�งานต่างๆ ให้เร็วขึ้น จะได้สามารถทำ�กิจกรรมอื่นๆ ได้มากขึ้น ๑๐


พอเดินทางถึงและทานอาหารกลางวันแล้วพวกเรา ทุกคนก็เริ่มสร้างค่ายพักแรมด้วยไม้ไผ่ ผ้าใบและเชือก ฟาง ฉันรู้สึกเหนื่อยและร้อนมาก พอทุกคนเริ่มทำ�ของ ใครของมันก็เริ่มเบื่อไม่อยากทำ� แต่พอคุยกันใหม่แล้ว เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นก็ดีใจ ฉันได้รู้ว่าเวลาเราทำ� อะไรที่เป็นงานกลุ่ม เราควรจะต้องคุยกันทำ�ความเข้าใจ กันก่อน งานจะได้ไม่ต้องเริ่มใหม่เหมือนในครั้งนี้ เมื่อใด ที่ฉันทำ�งานกลุ่มฉันจะชวนเพื่อนๆมาคุยตกลงกันก่อน จะได้ไม่เข้าใจผิด ในคำ�่ ของวันแรกพวกเราก็ฝึกอพยพหนีภัยโดยการฟังสัญญาณนกหวีดที่เป่าออกมาเป็นจังหวะ ต่างๆ เพื่อที่จะเตรียมตัวว่าจะต้องวิ่งไปโดยไม่ต้องห่วงเรื่องข้าวของหรือเอาของ ฉันรู้สึกว่าเหนื่อยและ เบื่อมากโดยเฉพาะครั้งที่เป่าเป็นจังหวะให้น�ำ สัมภาระมาด้วยแต่ก็คิดว่ามันเป็นการฝึกที่ควรฝึก ทำ�ให้ ฉันได้เรียนรู้ว่าเราควรมีสติเตรียมพร้อมตลอดเวลาและควรช่วยเหลือกันเมื่อเกิดการบาดเจ็บ เวลาฉัน ทำ�อะไรหรือเตรียมจะมีสติจะได้ทำ�อย่างทันท่วงทีและมีความผิดพลาดน้อย เช้าวันต่อมาพวกเราได้ประกอบอาหารทานเองโดยคุณครูมีแค่วัตถุดิบให้ พวกเราต้องจุดเตาถ่าน เองและหาหินสำ�หรับตั้งหม้อเอง ฉันรู้สึกเหนื่อยมากแทบจะเป็นลมและเบื่อตอนที่เพื่อนหายไปไหน กันหมดก็ไม่รู้ แต่ดีใจมากที่อาหารเสร็จทันเวลาและอร่อยพอใช้ได้ ในวันที่สองเราได้ท�ำ กิจกรรมเข้าฐานทดสอบกำ�ลังกาย-กำ�ลังใจเกือบทั้งวัน ฉันรู้สึกสนุกมาก ภูมิใจและดีใจมากที่กลุ่มของฉันมีคนผ่านด่านต่างๆ ค่อนข้างเยอะ ได้เรียนรู้ว่าเราควรเตรียมพร้อม กำ�ลังกายไว้เพื่อใช้ในกิจกรรมลักษณะนี้และเราควรให้กำ�ลังใจซึ่งกันและกันเวลาทำ�งาน ฉันจะใช้ กายและใจในการช่วยเหลือผู้อื่นในการทำ�งานต่างๆ สุดท้ายนี้ฉันได้รู้ว่าความอดทน การ ทำ�ความเข้าใจก่อนการทำ�สิ่งต่างๆ การมีสติ เตรียมพร้อม การช่วยเหลือกัน(ความสามัคคี) สามารถทำ�ให้เราทั้งกลุ่มผ่านด่านต่างๆไปได้ ถึง แม้จะมีการขัดแย้งกันบ้างแต่เราก็ต้องร่วมทุกข์ ร่วมสุขเพื่อต่อสู้สิ่งต่างๆต่อไป ในภาคสนามครั้ง นี้ ฉั น อยากบอกว่ า ขอขอบคุ ณ ครู ทุ ก ท่ า นที่ พยายามทำ�ให้ฉันได้เรียนรู้การดำ�เนินชีวิตแบบ กลุ่มที่ต้องช่วยเหลือกัน • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๑๑


ความเคลื่อนไหวในประถม ความเคลื่่อนไหวในชั้น ป.๑

จากการที่นักเรียนได้ลงมือปลูกผักบุ้งจีน และผักคะน้า จนกระทั่งนักเรียนได้นำ� มาประกอบอาหาร ในภาคเรียนนี้นักเรียนชั้นป. ๑ ทุกคนได้ร่วมกันเตรียมดินและ ถอนวัชพืชต่างๆไว้สำ�หรับน้องๆที่จะขึ้นป.๑ ในภาคเรียนต่อไป ในช่วงท้ายของ ภาคเรียนนี้ นักเรียนได้ร่วมเรียนรู้จากการสังเกตลักษณะทางกายภาพของอากาศ ในฤดูต่างๆ ทั้งสามฤดู คือฤดูร้อน ฝน หนาว เช่น ลักษณะของดิน ต้นไม้และสิ่ง รอบตัวต่างๆว่ามีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ๑๒


ในวิชาคณิตศาสตร์นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ จำ�นวนที่มีค่าไม่เกินร้อย การบวก ที่มีผลรวมไม่เกินร้อย การลบด้วยจำ�นวนไม่เกินร้อยผ่านกิจกรรมการสังเกตภาพ สิ่งของต่างๆได้อย่างคล่องแคล่ว นักเรียนได้ร่วมกันอธิบายวิธีการคิด โดยใช้ แนวคิดระบบฐานสิบ(Base Ten Number System) จากนั้นแสดงด้วยบล็อกและ ตัวเลข เช่น จำ�นวน ๑๐๐ คือ ๑๐ สิบ จำ�นวน ๘๗ คือ๘๐ กับ ๗ หน่วย เป็นต้น จากการฝึกฝนในทุกๆด้านทำ�ให้หนึ่งปีที่ผ่านมาเด็กๆเกิดการพัฒนาทั้งด้าน ร่างกาย สังคม อารมณ์ และจิตใจ คุณครูป. ๑ ทุกท่านขอชื่นชมเด็กๆทุกคนที่มี • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๑๓


ความพร้อมในการพัฒนาตนเอง และพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่การเรียนรู้ในระดับ ป.๒ ต่อไป

ความเคลื่่อนไหวในชั้น ป.๒ ใกล้ปิดเทอมเข้ามาทุกที การเรียนการสอนแต่ละวิชาก็ยิ่งเข้มขึ้น และยัง สนุกสนานเช่นเดิม เนื่องจากในแต่ละวิชานักเรียนได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เริ่มจากวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนได้เรียนรู้บทเรียนที่แปลกใหม่กว่าบทเรียน อื่นๆ นั่นคือ การเรียนเรื่อง “การคูณ” ซึ่งนักเรียนจะต้องรู้จักที่มาและความหมาย ของการคูณให้ได้ก่อนที่จะเรียนสูตรคูณแม่ต่างๆ ที่มาของสูตรคูณก็คือ การเพิ่ม ขึ้นของสิ่งของที่มีปริมาณเท่าๆ กัน และเป็นสิ่งของชนิดเดียวกัน ส่วนความหมาย ของการคูณคือ การที่รู้ว่า “ตัวตั้ง” คือ “จำ�นวนสมาชิก” และ “ตัวคูณ” คือ “จำ�นวน กลุ่ม” เมื่อนักเรียนมีความแม่นยำ�ในเรื่องของความหมายแล้ว จึงจะเข้าสู่การ เรียนสูตรคูณแม่ต่างๆ ตั้งแต่สูตรคูณแม่ ๑ – ๙ ซึ่งสูตรคูณทุกแม่นักเรียนจะต้อง ฝึกฝนโดยการทำ�บัตรการคูณ วาดภาพ และแต่งโจทย์ปัญหาให้ตรงกับประโยค สัญลักษณ์ โดยสูตรคูณแม่ ๖ – ๙ นักเรียนจะต้องคิดวิธีการสร้างสูตรคูณด้วย ตนเอง

๑๔


ความเคลื่อนไหวในประถม โดยสามารถใช้วิธีบวกจำ�นวนสมาชิก เท่ากับจำ�นวนกลุ่ม เช่น ๖ x ๕คือ ๖ + ๖ + ๖ + ๖ + ๖เป็นต้น หรือใช้วิธีการบวกเพิ่ม จากคำ�ตอบก่อนหน้า เช่น ๖x ๕= ๓๐๖ x ๖คือ ๓๐ + ๖ = ๓๖ เป็นต้น หรือนำ�ความรู้ของแม่ ๑ – ๕ มา ช่วยในการแก้ปัญหา เช่น จะหาคำ�ตอบ ของ ๖ x ๓ ก็ใช้ ๓ x ๖ มาช่วยในการคิด เป็นต้น ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่องการ สลับที่การคูณด้วย และอาจจะมีวิธีอื่นๆ อีกที่นักเรียนนำ�มาแก้ปัญหา แต่ไม่ว่า นักเรียนจะใช้สูตรคูณแม่อะไรมาช่วยในการแก้ปัญหา สุดท้ายแล้วนักเรียนก็จะ ได้รู้ว่า ความหมายของแต่ละประโยคสัญลักษณ์ของการคูณไม่เหมือนกัน และวิธี ที่ใช้แก้ปัญหาในสิ่งของที่มีจำ�นวนเท่าๆ กัน วิธีที่รวดเร็ว คือการใช้สูตรคูณเข้ามา ช่วยในการหาคำ�ตอบ ในส่วนของวิชาภาษาไทย นักเรียนได้เรียนเรื่องมาตราตัวสะกดไม่ตรงแม่กด เช่น งูพิษ มงกุฎ สาเหตุ เป็นต้น แม่กก เช่น วิหค พรรค เป็นต้น แม่กน เช่น คูณ ชลบุรี จราจร เป็นต้น แม่กบ เช่น รูปร่าง สรุป เป็นต้น โดยการเรียนจะผ่านกิจกรรม การสังเกต การตะปบบัตรคำ� การหาคำ�ในใบงานตามคำ�บอกจากครู กิจกรรมทุก กิจกรรมล้วนมีความสนุกและได้ความรู้อย่างมากเลยทีเดียว ส่วนหนังสือที่ นักเรียนอ่านเอง ๒ เล่มสุดท้ายในปีการศึกษานี้ คือ “ปี่วิเศษ” และ “แฮนเซลและ เกรเทล” ซึ่งเป็นหนังสือคำ�กลอนทั้ง ๒ เล่มทำ�ให้นักเรียนสนุกกับการอ่าน อีกทั้ง คำ�ศัพท์ในหนังสือส่วนใหญ่เป็นคำ�ศัพท์ที่นักเรียนไม่คุ้นเคย ส่งผลให้การอ่านของ นักเรียนเป็นสิ่งที่ท้าทาย รวมทั้งอยากรู้ว่าคำ�ศัพท์แต่ละคำ�มีความหมายอย่างไร เพื่อให้ตนเองอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๑๕


ในเดือนที่ผ่านมานั้น โครงงานนักเรียนได้สนุกสนานเกี่ยวกับการทดลองเรื่อง ไฟฟ้าสถิต โดยการนำ�วัตถุต่างๆ เช่น ไม้บรรทัด ท่อพีวีซี ช้อน แผ่นพลาสติก เป็นต้น มาถูกับผ้า จากนั้นนำ�วัตถุที่ถูแล้วมาใกล้กับกระดาษทิชชู่ที่ถูกฉีกเป็นชิ้น เล็กๆ สิ่งที่นักเรียนสรุปจากการทดลองนี้ คือวัตถุที่ท�ำ จากพลาสติกเมื่อนำ�ไปถูกับ ผ้าจะเกิดไฟฟ้าสถิต และเมื่อนำ�วัตถุดังกล่าวมาใกล้กับเศษกระดาษทิชชู่ จะ ทำ�ให้เศษกระดาษทิชชู่ขึ้นมาติดกับวัตถุ ซึ่งนำ�มาสู่ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งว่า สิ่งที่ถูก ดูดขึ้นมาจะต้องมีขนาดเล็กและเบา เมื่อเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตไปแล้ว ไฟฟ้าอีก ชนิดหนึ่งที่จะขาดไม่ได้คือ ไฟฟ้ากระแส ที่ใช้กันตามบ้านเรือนหรือใน อุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งในระดับ ป.๒ นั้นได้รู้ว่าพลังงานไฟฟ้าจะสามารถเปลี่ยน รูปพลังงานได้ ๔ แบบ ได้แก่ พลังงานแสง พลังงานเสียง พลังงานความร้อน และ พลังงานกล อีกทั้งยังได้เรียนรู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดสามารถเปลี่ยนรูป พลังงานได้มากกว่า ๑ แบบ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น นอกจากนี้นักเรียน ยังได้ต่อวงจรไฟฟ้า เพื่อให้เห็นว่าเมื่อวงจรไฟฟ้าถูกต่อจนครบวงจรเป็นวงจรปิด จะพบว่าหลอดไฟสว่าง แต่ถ้าหากเป็นวงจรเปิด หลอดไฟจะไม่ติด ในทุกวิชาล้วนมีเรื่องที่แปลกใหม่ทำ�ให้นักเรียนสนุกสนานกับการเรียนรู้ ในทุกๆ วิชา ซึ่งคุณครูทุกคนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่านอกจ���กนักเรียนจะได้เรียนรู้ อย่างสนุกแล้วนั้น นักเรียนจะสามารถนำ�ความรู้ไปใช้ต่อยอดการเรียนและการ คิดในโอกาสต่างๆ ต่อไป ๑๖


ความเคลื่อนไหวในประถม ความเคลื่่อนไหวในชั้น ป.๓ จากภาคสนาม นักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์ย้อนอดีตในสถานที่จริงที่ เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของกรุงธนบุรี รวมทั้งวีรกรรมและคุณงามความ ดีของพระเจ้าตากสินและบรรพบุรุษไทย หลังจากนั้นนักเรียนได้เข้าสู่ภาคสนาม อีกครั้งหนึ่ง คือ ค่ายการเรียนรู้ “กินอยู่อย่างพอเพียง” ณ โดยนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ ๓ ทั้ง ๓ ห้องเรียน ได้ไปศึกษาภาคสนามที่ ไร่ก๋ง ศูนย์ฝึกอบรมสถาบัน อาศรมศิลป์ มูลนิธิโรงเรียงรุ่งอรุณ ที่จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถึง ๑ มีนาคม ๒๕๕๖ เพื่อทดสอบตนเองในพื้นที่ซึ่งไม่คุ้นเคย เกิดการปรับตัว พึ่งพาตัวเอง ทั้งในเรื่องกิจวัตรประจำ�วัน และการทำ�กิจกรรมกลุ่ม การทำ�งานจิต อาสาต่างๆ รวมทั้งฝึกฝนกระบี่กระบองนอกสถานที่ รับรู้ถึงความอดทน ความ จำ�เป็นที่จะต้องมีความรู้เรื่องการป้องกันตัวในยามสงคราม ควบคู่ไปกับการ ดำ�เนินชีวิตอย่างเรียบง่าย และพึ่งพาตนเอง

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๑๗


ความเคลื่อนไหวในประถม เช้าวันแรกของการเดินทาง นักเรียนทั้ง ๓ ห้องร่วมแรงแข็งขันในการนำ� สัมภาระทั้งหมด ทั้งของตัวเองและของส่วนรวม รวมทั้งอุปกรณ์จำ�เป็นพื้นฐานใน การอยู่อย่างพอเพียงขึ้นรถบัส นักเรียนหลายคนแสดงออกถึงความสุข ปนความ ตื่นเต้น เมื่อรู้ว่าภาคสนามครั้งนี้ จะมีอาจารย์วิชิต อาจารย์ลักษณ์ ครูเอก และครู น้ำ� นำ�กิจกรรมต่างๆด้วย เมื่อถึงไร่ก๋ง อาจารย์วิชิตได้นำ�นักเรียนไหว้พระสวดมนต์ สักการะพรหมเทพเทวดา พระภูมิ เจ้าที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่ ณ ไร่ก๋ง เพื่อ ขออนุญาตและแสดงความน้อมนอบแก่สถานที่ อาการตื่นเต้นของนักเรียน เปลี่ยนเป็นอาการสงบนิ่ง ตั้งใจฟังในสิ่งที่ไม่เคยรับรู้รับฟังมาก่อน รวมทั้งรับฟัง ประวัติความเป็นมาของไร่ก๋ง และการปฏิบัติตนในขณะอยู่ค่าย ในวั นแรกนั ก เรียนได้เรียนรู้ผ่า นกิจ กรรมเวี ย นฐานอย่ างสนุ ก สนานที่ แทรกด้วยความรู้ ทั้งจากฐานการจัดเตรียมสถานที่ส�ำ หรับนอน (กางเต๊นท์) ร่วม กันทำ�ความสะอาดบริเวณที่นอนโดยการนำ�ของครูเอกและครูน้ำ� นักเรียนหลาย คนบอกกับคุณครูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบวกความภูมิใจว่าเป็นการกางเต๊นท์ด้วยตัว เองครั้งแรกในชีวิต ในฐานที่สอง อาจารย์ลักษณ์นำ�กิจกรรมสำ�รวจพื้นที่บริเวณ ค่ายพักแรม พร้อมระบุสถานที่ต่างๆในแผนผัง แม้อากาศยามบ่ายจะร้อนแต่ นักเรียนทุกคนกระตือรือร้นในการสำ�รวจค่ายพักอย่างสนุกสนาน ในฐานที่สาม เป็นฐานนันทนาการ เน้นการทำ�งานกลุ่มอย่างสร้างสรรค์ ร้องเล่นตามจินตนาการ การเรียนรู้ของนักเรียนต่อเนื่องถึงช่วงบ่ายซึ่งเป็นการแบ่งกลุ่มปฏิบัติงานฐาน ทักษะชีวิต ที่ทุกห้องจะได้ท�ำ กิจกรรมการหุงข้าวด้วยเตาถ่าน การเตรียมอาหาร ว่างสำ�หรับ ๓ ห้องเรียน และที่ขาดไม่ได้กิจกรรมการพายเรือและฝึกทักษะการ ช่วยเหลือตนเองในบึงบัว หลังการพายเรือ นักเรียนก็อดไม่ได้ที่จะกระโดดลงน้ำ� เล่นนำ�้ กับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน ในวันที่สองของการอยู่ค่าย หลังตื่นเช้าทำ�วัตร นักเรียนได้มีโอกาสเดินตามพระอาจารย์ไปบิณฑบาต ได้ผลัดกันถืออาหารที่ชาว บ้านมาตักบาตร ช่วงสายของวันได้เรียนรู้การนำ�วัสดุจากธรรมชาติมาทำ�เป็น ภาชนะใส่อาหาร และร่วมกิจกรรมยามบ่ายคือฐานผจญภัยที่สอดแทรกการฝึก การแก้ปัญหา ความกล้าหาญและความสามัคคีของหมู่คณะ ๑๘


ในวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ นักเรียนได้เดินระยะทางไกล จำ�ลองการเดินทัพ เรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด โดยการสังเกตสิ่งต่างๆระหว่างการเดินทาง ก่อนกลับ ครูและนักเรียนร่วมกันทำ�งานจิตอาสา ทำ�ความสะอาดตอบแทนสถานที่ และปิด ค่ายการเรียนรู้ด้วยพรอันเป็นมงคลชีวิตจากอาจารย์วิชิต และอาจารย์ลักษณ์

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๑๙


ความเคลื่่อนไหวในชั้น ป.๔ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมที่ผ่าน นักเรียนชั้น ป.๔ ได้เดินทางไปเรียนรู้ นอกสถานที่ เ กี่ ย วกั บ โครงงานพึ่ ง ตนเองตามแนวคิ ด เศรษฐกิ จ พอเพี ย งของ ในหลวง โดยนักเรียน ชั้น ป.๔/๑ เดินทางไปที่ปฐมอโศก เป็นเวลา ๓ วัน ๒ คืน เด็กๆ ได้ฝึกตนในการปรับตัว ใช้วิถีชีวิตตามพี่ๆ ตั้งแต่การเดินเท้าเปล่า การกิน อาหารมังสวิรัติ การนั่งดื่มนำ�้ แถมยังได้ฟังท่านสมณะเทศน์ให้ฟังทุกเช้าด้วย นอกจากนี้เด็กๆ ยังได้เรียนรู้การอยู่เป็นชุมชนที่พึ่งตนเองในทุกๆ ด้าน เช่น เรียนรู้ การทำ�น้ำ�ยางล้างจาน น้ำ�ยาอเนกประสงค์ ซึ่งที่ปฐมอโศกก็ทำ�ใช้เองในชุมชุน นอกจากนี้เด็กๆ ได้ฝึกทำ�อาหารมังสวิรัติ เช่น บัวลอยห้าสี ข้าวผัด ๕ สี ส่วนนักเรียนชั้น ป.๔/๒ ได้ไปภาคสนามที่ศูนย์ภูมิรักษ์ ปทุมธานี ศูนย์แห่งนี้ ดำ�เนินงานต่างๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้ความแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง นักเรียนได้ทำ�กิจกรรมมากมาย เช่น การฝึกวินัยในการเคารพธงชาติ การรับประทานอาหาร ฝึกความตรงต่อเวลาในการนัดหมาย เด็กๆ ได้ทำ�น้ำ�ยางล้างจาน และทำ�น้ำ�ยาเอนกประสงค์ เข้าฐานการสีข้าว ฝัดข้าว ปลูกผัก ย่ำ�ดินสำ�หรับการ สร้างบ้านดิน กลางคืนเด็กๆ ได้ดูวิดีทัศน์ที่สื่อให้เห็นตัวอย่างของคนในอาชีพ ต่างๆ ที่ดำ�เนินรอยตามแนวคิดของในหลวง ทำ�ให้เกิดแรงบันดาลใจดีๆ ในการ ปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อนำ�กลับไปใช้ชีวิตของตนที่บ้านและที่โรงเรียน

๒๐


ความเคลื่อนไหวในประถม

เด็กๆ สนุกสนานและยังได้สาระความรู้มากมาย ก่อนกลับนักเรียนยังได้ฝึกรับ ใบประกาศนียบัตรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทำ�เอาทั้งครูและเด็กๆ ตื่นเต้นกับพิธีการนี้อย่างมาก ทำ�ให้นักเรียนได้เห็นความ สำ�คัญ และความถูกต้องของพิธีการสำ�คัญนี้ สุดท้ายสิ่งที่ได้คงไม่ใช่แค่ใบ ประกาศนียบัตร หากแต่เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้และความดีที่เด็กๆ ได้สัมผัสและอยู่ใน เนื้อในตัว รอเวลาที่เด็กๆ จะได้ท�ำ มันออกมาใช้ในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตบาง อย่างทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนหรือในอนาคตต่อไปภายหน้า • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๒๑


ความเคลื่อนไหวในประถม ความเคลื่่อนไหวในชั้น ป.๕ หลังจากจบการเรียนรู้ภาคสนามที่จังหวัดเพชรบุรี ในช่วงเวลา ๓ วัน ๒ คืน กับ คุณลุงคุณป้าคุณตาคุณยายที่แสนเมตตาเด็ก ๆ จนนักเรียนหลายคนติดใจกับ การได้พักอาศัยร่วมกับพวกท่านในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นก็สร้างความประทับใจแก่กัน และกันทั้ง ๒ ฝ่าย หลังจากกลับมาจากภาคสนามจังหวัดเพชรบุรีกลับมาแล้วนั้น นักเรียนได้ถ่ายทอดการเรียนรู้ของกลุ่มตนเอง เป็นการนำ�เสนอในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการใช้วิธีการพูดนำ�เสนอหน้าชั้นเรียน การเตรียมสื่อประกอบการนำ�เสนอจาก โปรแกรม power point หรือกิจกรรมที่นักเรียนภูมิใจมากที่สุด คือการได้ลงมือ ทำ�โมเดลจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่นักเรียนได้เรียนรู้ ประเด็นอื่น ๆ อีกมากนอกเหนือจากความรู้เกี่ยวกับเพชรบุรี เช่น ได้เรียนรู้การ แบ่งหน้าที่ และความสามัคคีในการทำ�งาน การฝึกมองโลกในแง่ดี เพราะขณะ ที่ทำ�นั้นก็เกิด���ัญหาต่าง ๆ อยู่ตลอด ต้องรู้จักใจเย็น เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาที่เกิด ขึ้นได้ การยอมรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน ๆ มากขึ้น เป็นต้น

๒๒


ในการเรียนหลังจากจบภาคสนามแล้วนั้น นักเรียนจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ ภูมิศาสตร์ และวิถีชีวิตของคนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค ตะวันออก และภาคใต้ รวม ๔ ภาคด้วยกระบวนการที่ครูพาศึกษาภาคตะวันตก เป็นกรณีตัวอย่าง จากนั้นนักเรียนจะจัดกลุ่ม และสืบค้นข้อมูล แล้วนำ�มาจัดทำ� เป็นซุ้มนิทรรศการ ๔ ภาค พร้อมทั้งพูดนำ�เสนอ ในห้องเรียนของตนเองเพื่อให้ เพื่อนอีก ๒ ห้องได้มาเข้าชม และประเมินเพื่อน ๆ แต่ละกลุ่มร่วมกับคุณครูชั้น ป.๕ ทั้งหมดด้วย ซึ่งผลที่ได้นั้น นักเรียนสามารถจัดซุ้มนิทรรศการออกมาได้อย่าง มีชีวิตชีวา มีการนำ�อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายของแต่ละภาคออก มาจัดแสดงประกอบ หรือการใช้ตนเองเป็นหุ่นขี้ผึ้งของคนในภาคนั้น ๆ สร้าง ความสนุกสนาน และเป็นที่สนใจให้กับผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก หากมองดูก็จะ คล้าย ๆ กับการซ้อมหยดนำ�้ ไปได้เลย เพราะนักเรียนดูสนุกสนานกับการทำ�งาน กระตือรือร้นที่จะออกแบบ ตกแต่ง รวมถึงนำ�เสนอความคิดแปลกใหม่ลงมาใช้ กับกิจกรรมนี้ และดูเหมือนว่านักเรียนป.๕ มีศักยภาพพร้อมที่จะออกตัวเป็น นักเรียนชั้น ป. ๖ ได้อย่างเต็มที่แล้วนะคะ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๒๓


ความเคลื่่อนไหวในชั้น ป.๖ วันที่ ๑ – ๓ มีนาคม ที่ผ่านมา นักเรียนชั้น ป.๖ ได้ออกภาคสนามไปฝึก การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติที่ค่ายหัตถวุฒิแคมป์ อ.มวก เหล็ก จ.สระบุรี โดยมีเป้าหมายในการไปภาคสนามครั้งนี้ เพื่อต้องการให้นักเรียน ได้ฝึกทักษะการใช้ชีวิตในเรื่องการอยู่ง่าย กินง่าย ฝึกความอดทนของร่างกายและ จิตใจ อีกทั้งมีปฏิภาณไหวพริบ หากเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาด คิดได้ และจากการทำ�กิจกรรมต่างๆ ของนักเรียน เช่น การรวมพลที่สถานีขนส่งผู้ โดยสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต ๒) นักเรียนได้สะท้อนว่าต้อง บอกผู้ปกครองให้ส�ำ รวจเส้นทางไปและต้องรีบตื่นนอน เพื่อให้ไปทันในเวลาที่ กำ�หนด จะได้ไม่ทำ�ให้เพื่อนๆ รอ และที่สำ�คัญไม่ตกรถด้วย ซึ่งจากการสอบถาม นักเรียนก็ได้ค�ำ ตอบลักษณะนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวจาก กิจวัตรเดิมๆ รวมถึงเกิดการวางแผนของผู้ปกครองที่ดีมาก เช่น รวมและสลับบุตร หลาน เมื่อต้องมาส่งทั้งที่โรงเรียนและหมอชิต ในส่วนกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเดิน ทางไกลนักเรียนก็ได้แสดงออกมาให้เห็นถึงการช่วยเหลือกัน การมีน้ำ�ใจช่วยกัน ถือสิ่งของ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งที่มีน้ำ�ใจช่วยถือกระเป๋าให้เพื่อน นักเรียนหญิงที่มีอาการไม่สบาย

๒๔


ความเคลื่อนไหวในประถม

หลังจากที่นักเรียนได้ร่วมทำ�กิจกรรมผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การอยู่ ง่าย กินง่าย การทำ�ที่พักแรม รวมถึงการฝึกรวมผลในภาวะฉุกเฉิน คณะครู ป.๖ ได้มีความเห็นว่า “นักเรียนได้พัฒนาตนเองขึ้นมากภายในวันเดียว” และปัจจัย สำ�คัญที่จะพัฒนาได้แบบนี้ คือ ความสม่ำ�เสมอในการปฏิบัติตัวและการฝึก ทักษะการใช้ชีวิตให้มากๆ หากเมื่อต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจริง จะ ได้มีสติและเอาตัวรอด และช่วยเหลือผู้อื่นได้จากเหตุการณ์ดังกล่าว • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๒๕


กวี ด.เด็ก

นิราศเมืองเพชร (ฉบับบันทึกภาคสนาม ณ จังหวัดเพชรบุร)ี เดือนกุมภาจากบ้านมานำ�้ ตาไหล ไม่เคยทิ้งเคยห่างเคยจากไกล นั่งรถบัสคันใหญ่ไปทางใต้ ฟังคุณครูเล่าเรื่องราวแต่หนหลัง ประวัติศาสตร์เพชรบุรีมีมากหลาย เห็นภาพเมืองเพชรบุรีที่สำ�คัญ ผ่านนาเกลือขายปลาทูกอยู่ทุกที่ คือจังหวัดสมุทรสาครนั่นไง อีกไม่นานเราก็ผ่านเมืองหอยหลอด ป่าชายเลนนั้นสมบูรณ์มาแสนนาน ถึงเมืองเพชรเห็นต้นตาลมากหลาย ถึงเขาย้อยก็รู้สึกดีใจ

๒๖

ขึ้นรถไปเขาย้อยบ้านน้อยนา ครูไม่ให้เด็กนอนต้องสอนสั่ง เด็กนั่งฟังจนสัปหงกหัวโขกกัน ครูบรรยายเด็กฟังเหมือนนั่งฝัน ช่างอัศจรรย์ฟังแล้วอยากถึงไวไว ครูก็ชี้บอกให้รู้ว่าอยู่ไหน มีมหาชัยแหล่งประมงดงโรงงาน ช่างสุดยอดมีลิ้นจี่ที่แสนหวาน แม่กลองผ่านเป็นระลอกออกอ่าวไทย เหมือนจะกลายเป็นเมืองตาลก็ว่าได้ เพราะใกล้ที่หมายที่ปลายทางเอย ด.ช. อคิราภ์ สิทธิภาริยะวัตร ป.๕/๑


นิราศเมืองเพชรบุรี เดือนกุมภาจากบ้านมาน้ำ�ตาไหล ไม่เคยทิ้งเคยห่างเคยจากไกล ขึ้นรถไปเขาย้อยบ้านน้อยนา เมื่อไปถึงเมืองสมุทรสุดสาคร ปลาทูนอนบนเข่งในร้านค้า เห็นผู้คนผ่านไปและผ่านมา ไร้ที่น่าสนใจในปลาทู หรือเห็นเจ้าหน้างอและคอหัก อนาถนักใครทำ�เจ้าไม่รู้ อนิจจาเกิดมาเป็นปลาทู นอนในเข่งเป็นคู่ดูรักกัน เห็นนาเกลือเมื่อไรให้ใจคิด ใกล้เมืองเพชรอีกนิดอย่างที่ฝัน มีแดดส่องร้อนแรงจากแสงตะวัน ดูกังหันในนาน่าชื่นชม นั่งรถไปอีกหน่อยหนึ่งถึงเมืองเพชร มีของเด็ดที่เลื่องลือคือขนม ใครผ่านมาได้กินก็ชื่นชม รสไม่ขมหวานอร่อยทุกถ้อยคำ� จากเขาย้อยถึงบ้านน้อยท้ายตลาด เห็นลูกหมาวิ่งปราดดูน่าขำ� มีสิ่งดีหลายอย่างที่น่าจำ� แสนสุขล้ำ�ดีใจได้มาเอย ด.ญ.ธฤตา ธนาประเสริฐกรณ์ ป.๕/๒

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๒๗


เรื่องเล่าจากห้องดนตรีสากล

“ดนตรีเปลี่ยนแปลงฉัน” ดนตรีในความหมายของข้าพเจ้าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพลงแต่ละ เพลงมีคุณค่าในตัวมันเอง ไม่มีดีหรือไม่ดี เพลงแต่ละเพลงมีหน้าที่แตกต่างกัน ดนตรีมีประโยชน์ต่างๆ มากมาย ถ้าเราเลือกใช้ให้เหมาะสม เช่น ดนตรีใช้ประกอบพิธีการต่างๆ ได้แก่ ศาสนา เพลงชาติ เพลงเหล่า นี้เป็นเพลงที่ใช้รวมจิตใจ ถ้าทุกคนแสดงออกมาอย่างพร้อมเพรียงจะเป็นการ แสดงออกพลังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดนตรีทำ�ให้เราสนุกสนาน เพลงที่มีจังหวะเร็ว เร้าใจ ทำ�ให้เราอยากออก กำ�ลังกาย อยากเต้นรำ� ดนตรีเป็นงานศิลปะที่มนุษย์รับรู้ได้เร็ว แม้จะคนละ เชื้อชาติเราสามารถใช้ดนตรีสื่อสารกันได้ ดังเช่น เพลง Gangnam Style ใน ช่วงนี้ถ้าได้ยินเพลงนี้ทุกคนที่ชอบเพลงนี้ก็สามารถลุกขึ้นเต้นท่าขี่ม้าได้โดยพร้อม เพรียงกัน

๒๘


ดนตรียังช่วยให้จิตใจสงบ เกิดสมาธิได้ ในเวลาที่เราต้องการให้จิตใจสงบ เราก็ต้องการหาเพลงที่นุ่มนวล จังหวะช้าๆ จะช่วยให้จิตใจเราสงบได้ง่ายขึ้น และยังสามารถทำ�งานได้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น เพลงสามารถให้ก�ำ ลังใจเรา ปลอบเรา โดยถ้าเพลงมีเนื้อหาตรงกับ อารมณ์ของเรา เช่น เวลาที่เราเศร้า อกหัก มีความทุกข์ ก็จะทำ�ให้เราก็รู้สึกดี ขึ้น เหมือนได้ระบาย หรือมีคนที่เป็นเหมือนเรา เราก็ไม่จมอยู่กับความทุกข์จน นานเกินไป การพัฒนาตนเองผ่านการเล่นดนตรี ถ้าเราอยากเล่นเครื่องดนตรี หรือ อยากร้องเพลง ให้เก่งเราก็ต้องฝึกซ้อมถึงจะเล่นเพลงนั้นให้ได้ดี การฝึกซ้อมเป็น ช่วงที่เห็นตัวเองได้มาก เราจะต้องคิดวางแผนการฝึกซ้อม การซ้อมแต่ละครั้งให้ มีจุดมุ่งหมายว่าเราซ้อมไปเพื่ออะไร เพื่อให้การซ้อมมีประสิทธิภาพที่สุด จะได้ ไม่เสียเวลากับการซ้อมที่ไม่ถูกต้อง ถ้ามีครูแนะนำ�ก็ให้ปฏิบัติตามที่ครูแนะนำ� ถ้า นักเรียนเริ่มโตแล้วประมาณประถมปลายขึ้นไปถ้าไม่มีครูสอนนัก���รียนสามารถ ขวนขวายเรียนรู้ด้วยตนเองตามแหล่งความรู้ เช่น ทางอินเตอร์เน็ต ( Youtube) สื่อการสอนทางหนังสือ วีดีโอ ซึ่งยุคนี้สามารถหาได้ง่ายขึ้น การซ้อมที่ดีเราต้องจัดการการเรียนรู้ด้วยตนเอง เราก็ต้องวิเคราะห์ข้อดีถ้า ดีแล้วก็รักษาไว้ ตรงไหนที่ยังเล่นไม่ดีก็ต้องหาวิธีแก้ไข ถ้าเจอจุดที่เราเล่นผิด บ่อยๆ เราก็ต้องฝึกความอดทนทำ�ซ้ำ�ๆ เพื่อให้เราเรียนรู้กับสิ่งที่เรายังทำ�ไม่ได้ให้ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๒๙


สมองจดจำ� ให้ร่างกายเราคุ้นเคยกับเพลงใหม่ๆ เมื่อฝึกซ้อมโน้ตเพลงจนชำ�นาญ แล้ว สุดท้ายเราก็มาใส่อารมณ์เพลงเข้าไปเพื่อให้เพลงมีเรื่องราว เพื่อสื่อสารกับ ผู้ฟังผ่านเสียงเพลง ประโยชน์ของการเล่นดนตรีเป็นการฝึกสติโดยไม่รู้ตัว คือ ขณะที่เราเล่น ดนตรีเราจะหยุดคิดเรื่องอื่นได้ เพราะใจเราจะคิดอยู่เรื่องเดียวคือการเล่นดนตรี ทำ�ให้เป็นการฝึกจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน หรือถ้าเราคิดเรื่องที่เราเป็นทุกข์อยู่ เราจะลืม เรื่องที่ทุกข์อยู่ได้ชั่วขณะ หรือถ้าเรากำ�ลังคิดเพ้อฝัน การเล่นดนตรีหรือการร้อง เพลงจะช่วยให้จิตใจเราจะอยู่กับปัจจุบันได้มากขึ้น การแสดงดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในการเล่นดนตรี สมัยเด็กผมเป็นคนไม่ค่อย มั่นใจในตนเอง ขี้อาย เวลาไปแสดงดนตรีทำ�ให้ผมเกิดความมั่นใจในตนเอง ถ้า เราคิดว่าการแสดงดนตรีเป็นการมอบสิ่งดีๆ ความรู้สึกดีๆ ไปให้คนฟัง ไม่ต้องไป คิดว่าคนฟังจะมาจับผิดเรา ให้เราเล่นดนตรีไปตามความรู้สึกที่ดี คนฟังเพลงก็ เกิดความสุข การแสดงดนตรียังทำ�ให้เกิดการยอมรับของสังคม บางคนทำ�อะไร ก็ไม่ค่อยถูกยอมรับ พอมาเล่นดนตรีท�ำ ให้เห็นแง่ดีๆของผู้เล่น ดนตรีจึงเป็นการ แสดงตัวตน ความเป็นตัวเองออกไปสู่สาธารณชนผ่านการสร้างสรรค์ทางดนตรี การแสดงดนตรีการกุศล(เปิดหมวก) นอกจากเราจะได้ความอิ่มใจจาก การนำ�เงินไปช่วยที่คนที่เดือดร้อนแล้ว การแสดงดนตรีแต่ละครั้งจะเป็นการ ฝึกใจเราให้ปรับเปลี่ยนในสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ได้เร็วและเป็นปกติ เพราะการเล่น แต่ละครั้งเราจะเจอผู้ฟังที่ไม่เหมือนกัน เราควรเตรียมการแสดงให้มีเพลงที่เรา อยากเล่น และควรจะมีเพลงที่เหมาะกับผู้ฟัง ถ้าเราเลือกเพลงที่คนดูอยากฟัง ก็จะเป็นการสื่อสารกับผู้แสดงและผู้ฟังทำ�ให้บรรยากาศในการแสดงดีขึ้นและ ทำ�ให้เกิดความสุขทั้งผู้เล่น และผู้ฟัง ๓๐


ข้าพเจ้าได้เคยเล่นดนตรีเปิดหมวกครั้งแรกในงานช่วยน้ำ�ท่วมปี 2554 ที่จัด ใต้โรงช้าง ก่อนเล่นรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะมีคนฟังเราไหม ช่วงแรกก็เงียบๆ ซักพักมี นักเรียนอนุบาลที่เราเคยสอน และมีพ่อยอดมาช่วยกันร้องเพลง บรรยากาศเริ่ม มีความสนุกสนาน มีผู้ปกครองเห็นความน่ารักของนักเรียนอนุบาลที่สามารถร้อง เพลงหยุด และเพลง Too Much So Much Very Much จึงร่วมบริจาคเงิน อย่างมากมาย จำ�ได้ว่าเล่นเพลงสองเพลงนี้หลายรอบมาก มีนักเรียนชั้น ป.4/3 ที่มีโอกาสแสดงดนตรีแบบเปิดหมวกเพื่อนำ�เงินไป ช่วยมูลนิธิราชาวดีได้บอกความรู้สึกหลังจากแสดงว่า “หนูคิดว่าตอนที่ได้เล่นดนตรีเปิดหมวกรู้สึกดีเหมือนได้ทำ�บุญไปด้วย ได้ฝึก ความกล้าหาญที่จะแสดงออกในเรื่องการแสดงดนตรี คิดว่าหนูน่าจะได้ฝึกซ้อม ให้เยอะขึ้นต่อไป” ด.ญ.สิรภัธ กรสถาพร (มิสซายด์) “การเปิดหมวกครั้งนี้ ทำ�ให้ผมได้พัฒนาตนเองให้กล้าแสดงออกมากขึ้น ผม คิดว่าควรเพิ่มความรอบคอบให้มากขึ้น เพราะการเปิดหมวกครั้งนี้ เราซ้อมดนตรี อย่างเดียว ไม่ได้เตรียมนักร้องไว้ จึงเกิดปัญหาว่าใครจะร้อง แต่เราก็สามารถ แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไปได้ การแสดงครั้งนี้ท�ำ ให้ผมรู้ว่าต้องหมั่นฝึกซ้อม ให้มากขึ้นครับ” ด.ช.วรินทร เชาอนาจิน(พจ) จากทั้งหมดที่เขียนมาเป็นประสบการณ์การเล่นดนตรี สอนดนตรีที่มีเรื่อง ใหม่ๆตลอดเวลา ข้าพเจ้ายังต้องเรียนรู้ หาความรู้ตลอดเวลา เพราะดนตรีไม่ เคยหยุดนิ่งตามสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ดนตรีก็ยังคอยรับใช้ผู้คน ตามยุค ตามสมัย และเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ต่อเราเสมอ

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๓๑


สัมภาษณ์พิเศษ

“โครงการของฉันนั้นเล็กพริกขี้หน”ู • ครูรัตนา วจนะศิริ (ครูรัตน์)

คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำ�หรับโครงงานตามความสนใจ ที่ทั้งครูและนักเรียน จะ นำ�พากันไปสู่เป้าหมาย เหมือนโรยกลีบกุหลาบ เพราะระหว่างทางการทำ�งาน ล้วนเกิดอุปสรรคปัญหา ให้ต้องแก้ ต้องปรับ ต้องเริ่มต้นใหม่ แต่เมื่อผ่านมาแล้ว ความเหนื่อย ความท้อ ความเสียใจที่เกิดขึ้น กลับหายเป็นปลิดทิ้ง กลายเป็น ความปิติ เพราะทำ�ได้แล้ว ทำ�ได้จริง คือความสำ�เร็จ แม้จะเป็นโครงงานเล็กๆ แต่ ครูว่าไม่เล็ก สำ�หรับเด็กประถม เมื่อได้พูดคุยถึงที่มาที่ไปแล้ว ในระดับชั้นประถมปลาย มีทั้งข้อมูลที่ชัดเจน ผ่านการทดลองซ้ำ�ๆ ผ่านการแก้ไข และลงมือทำ�กัน อย่างเอาจริงเอาจัง ครูขอชื่นชมในความเพียร ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นที่จะ ทำ�สิ่งดีๆ ครูเชื่อว่าเหล่านี้ล้วนหล่อหลอมให้เด็กทุกคน ฝ่าฟัน อุปสรรค และบรรลุ ตามเป้าหมายที่วางไว้ในทุกคน เพราะได้เห็นมากับตาจริงๆ ค่ะ โครงงานตามความสนใจของประถมศึกษาปีที่ ๔ มาจากโครงงาน “เดินตาม รอยพ่อ บนวิถีพอเพียง” ที่สุดท้ายจะนำ�ความรู้ที่ได้จากการไปภาคสนามมาแบ่ง ปันให้กับผู้อื่น ซึ่งเด็กๆ ทั้ง ๓ ห้องเลือกจะไปช่วยน้องๆ ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว มูลนิธิเด็ก และบ้านราชาวดีหญิง ปากเกร็ด นนทบุรี

๓๒


ด.ญ.ปานชีวา มาเลิศฤทัย (เตย) ป.๔/๑ โครงงานตามความสนใจ ฝึกให้เราคิด และทำ� อะไรต้องมีการวางแผนให้ดีก่อนที่จะลงมือทำ� เพราะ ได้ประสบการณ์ตรงกับตัวเองในภาคเรียนที่ ๒ ที่ไม่ วางแผนให้รอบคอบและไม่ละเอียด เลยต้องทำ�งานซ้ำ� การทำ�งานต้องล่าช้า เพราะต้องปรับแผนใหม่ ทำ�ให้ ต้องเสียเวลา ส่วนในภาคเรียนนี้ หนูตื่นเต้น เพราะได้คิดเอง หาข้อมูลเอง และ ลงมือทำ�เองจริงๆ ที่ห้องเลือกที่จะไปช่วยเหลือน้องๆ ที่มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและ ครอบครัว ซึ่งปิงปิง เป็นผู้ที่หาชื่อมา ส่วนหนูเป็นผู้ติดต่อและสอบถามข้อมูลมา ประกอบ จนในที่สุดเพื่อนๆ ทั้งห้องเห็นด้วยที่จะไปลงพื้นที่ด้วยกัน ที่สำ�คัญพวก เราต้องระดมทุนด้วยวิธีการต่างๆ มาเพื่อจะได้ไปช่วยน้องๆ หนูเลือกที่จะทำ� ขนมปังทาแยมสตรอเบอรี่ โดยเพื่อนๆ ในกลุ่มจะต้องนำ�วัตถุดิบมาร่วมกันทำ� และ นำ�ไปจำ�หน่าย เราได้ท�ำ ทั้งหมด ๕๘ แผ่น ขายแผ่นละ ๑๕ บาท ได้เงินมา ๘๙๙ บาท ส่วนที่เกินได้มาจากการไปรับเงินทอนของผู้ปกครอง ด.ช.ปรายแสง มณีสาคร (บุ๋น) ป.๔/๒ โครงการตามความสนใจ สอนให้เราเลือก เอง คิดทำ�เอง หาข้อมูลทุกอย่างด้วยตนเอง โดยอาศัย ประสบการณ์ของตนเองนำ�มาแลกเปลี่ยน และร่วม แสดงความคิดเห็น ทุกอย่างฝึกให้เราเป็นคนกล้าพูด กล้าบอกกล่าวกับคนอื่นๆ ในสิ่งที่เราต้องการ หรือขอความช่วยเหลือ อย่างที่เราไปขอเงินผู้ปกครองตอนเปิด หมวก เราก็จะนำ�ไปบริจาคให้น้องๆ ที่มูลนิธิเด็ก เราคิดว่าเราบอกเพื่อให้เค้ามีส่วน มาร่วมทำ�บุญร่วมกับเราด้วยก็น่าจะเป็นประโยชน์ และรู้สึกดีใจที่เพื่อนๆ ทุกคนมี ความตั้งใจ แม้จะไม่มีหน้าที่สำ�คัญในวันเปิดหมวก ก็ไปช่วยกันถือกล่อง���ับบริจาค เพราะทุกคนรู้ว่างานนี้เป็นงานของพวกเราทุกคน รู้สึกพอใจกับงานที่รับมอบหมาย แค่เราตั้งใจ และทำ�หน้าที่ของเราให้ดี ไม่ทำ�เป็นเล่น งานเราก็ประสบความสำ�เร็จ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๓๓


ด.ญ.ขณิษฐ์ชญา จงรักษ์สิริกุล (พีช) ป.๔/๓ ในภาคเรียนนี้พวกเราได้ท�ำ โครงงานตาม ความสนใจ ที่บ้านราชาวดี พวกเราจะไปบำ�เพ็ญ ประโยชน์ เลี้ยงอาหารให้น้อง โดยพวกเราได้ ทำ�การเปิดหมวกเล่นดนตรีและรับบริจาคเงินจาก ผู้ปกครองและพี่น้องในโรงเรียน ส่วนหนูทำ�ซูชิ เพื่อรายได้มาสมทบทุนด้วย จากการ ทำ�งานครั้งนี้หนูได้ฝึกความกล้าในการแสดงออก ได้ทำ�งานเป็นกลุ่มกับเพื่อน ได้ ประสบการณ์เพิ่มขึ้น ได้ช่วยเหลือคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน และภูมิใจที่เราได้ ลงมือทำ�ด้วยตนเอง สำ�หรับโครงานตามความสนใจของนักเรียนชั้นของประถมศึกษาปีที่ ๕ มาจากโครงงานข้าวไทย วิถีไทย ซึ่งนักเรียนจะเลือกทำ�โครงานจากข้าวหรือ จากความรู้ที่ได้จากภาคสนามก็ได้ ดังที่ตัวแทนนักเรียน ๓ คนได้พูดดังนี้

ด.ญ.ณภัทร พงศ์พนางาม (กีกี้) ด.ญ.ณัฐชา บุญญนันท์กิจ (จินเจอร์) และ ด.ญ.ณฐมน สุกใส (ลิลลี่) ป.๕/๒ ๓๔


กีกี้: คุณครูให้คิดทำ�โครงงานตามความสนใจ โดยมีส่วนของข้าวเข้าไปอยู่ใน โครงงานด้วย เพราะเราเรียนเรื่องข้าวมา ลิลลี่ : หนูคิดว่าไอติม น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนชอบรับประทาน จึงเป็นที่มาของ โครงงานไอศกรีมนมข้าวกล้อง จิงเจอร์ : มีคนเคยทำ�มาแล้ว น่าจะทำ�ได้ เลยอยากทำ�ดูบ้าง เมื่อเรามีความ คิดร่วมกันจึงนำ�ไปสู่การค้นหาข้อมูล แต่ไม่พบ กีกี้ ลิลลี่: พวกเราคิดสูตรกันเอง ทดลองทำ� 3 ครั้ง จิงเจอร์ : สุดท้ายส่วนผสมของการทดลองครั้งแรกดีที่สุด แล้วนำ�มาปรับ ใน ปริมาณที่มากขึ้น สิ่งที่เราได้เรียนรู้ ลิลลี่: หนูมีความพยายาม เพราะเราจะต้องปรับสูตรเพื่อให้ได้ดีที่สุด เราจึง ไม่ท้อ จิงเจอร์ : หนูได้ความอดทน ต้องขยัน ต้องอยู่เย็น และมีความรับผิดชอบต่อ การทำ�งาน กีกี้: เราจะต้องหยึดหลักการ ต้องรู้จริง ใส่ใจในทุกขั้นตอนที่ให้ความสำ�คัญ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด “เราได้เรียนรู้การทำ�งานร่วมกัน ทะเลาะกันบ้าง เกี่ยงกันทำ�งานบ้าง แต่ สุดท้ายเราก็ท�ำ งานร่วมกันจนประสบความเร็จ เหล่านี้คือคำ�ยืนยันที่เด็ก ป.๕” ท้ายสุดสำ�หรับโครงานตามความสนใจ ของนักเรียนชั้นของประถมศึกษาปีที่ ๖ มาจากโครงงานจิตอาสา พัฒนาแหล่งนำ�้ ซึ่งนักเรียนเรียนรู้มาตลอดปี ทั้งที่มา ของนำ�้ ตามรอยน้ำ�ที่เราใช้ และท้ายสุดการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟู และ พัฒนาแหล่งนำ�้ ต่างๆ ให้มีสภาพที่ดีดังเดิม • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๓๕


ด.ญ.ปวีณ์กร พงษ์มณี (แมงปอ) ชั้นป.๖/๑ โครงงานของหนูชื่อ การออกแบบกระบวนการ เรียนรู้ความสำ�คัญของป่าต้นน้ำ� โดยการทำ� Terrarium ที่มาของโครงการได้มาจากการไปภาคสนามใน ภาคเรียนที่ ๒ ที่ได้เห็นมาป่าไม้ และได้ติดตามเกี่ยว กับข่าวสารที่มีการตัดไม้ทำ�ลายป่า อยากให้คนมีจิตสำ�นึกต่อป่าที่เป็นป่าต้นน้ำ� และ เห็นความสำ�คัญของป่า จึงได้เลือกศึกษาเรื่องนี้ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างโดยเฉพาะ การให้ก�ำ ลังใจตัวเอง ไม่ให้ท้อถอย มีอุปสรรคปัญหาให้หนูต้องแก้ไขตลอด ตั้งแต่การ เลือกกล่อง ที่เตี้ยกว่าที่วัดความชื้นสัมผัส ซึ่งพยายามหาแล้วก็หาไม่ได้ ซึ่งยากลำ�บาก ต่อการอ่านค่า การหาต้นไม้ลงในกล่อง ซึ่งไม่ได้ขนาดพอดีกับกล่อง รอยรั่วเป็นรู ที่ส่ง ผลกระทบต่อความชื้น คุณแม่และน้องให้กำ�ลังลังใจมาตลอด จนได้ที่สุดหนูก็สามารถ ทำ�ได้ส�ำ เร็จ ด.ญ.ปัณณ์รวี เสร็จสุวรรณกุล (น้อยหน่า) ชั้นป.๖/๒ โครงงานชื่อ “การศึกษาวิธีการสร้างจักรยานบำ�บัด ้นำ� เพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำ�ที่วงเวียนด้านใน(จป.)” ที่มาของ โครงงานมาจากการตามรอยเส้นทางน ำ�้ ทิ้ง พบ ว่ามีสิ่งกีดขวางนำ�้ ทำ�ให้น้ำ�นิ่งและเกิดการเน่าเสีย มากกว่าบริเวณที่มีนำ�้ ไหล ซึ่งมีค่า DO ดีกว่าด้วย และได้ ไปเห็นจักรจานบำ�บัดน้ำ�ของรุ่นพี่มัธยมจึงเกิดความสนใจ และอยากรู้ด้วยตนเองว่าจะสามารถบำ�บัดน้ำ�ได้อย่างไร จากนั้นจึงเริ่มค้นหาข้อมูล ด้วยตนเอง จากหนังสือ จากอินเตอร์เนต และการสอบถามรุ่นพี่ที่ทำ� หนูเกือบล้มเลิก โครงการนี้เพราะหนูคิดว่าโครงงานมันใหญ่และยากกว่าที่เราคิดมาก ในที่สุดดหนูก็ล้ม เลิกความคิดและกลับมาทำ�ใหม่อีกครั้งเพราะอยากพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาการ และจะพัฒนาตนเองในกิจกรรมการทำ�งานที่อุปกรณ์ช่างต่างๆ ซึ่งเราไม่เคยทำ�มาก่อน เมื่อทำ�สำ�เร็จดีใจ และภูมิใจที่สามารถทำ�มาได้ และจะนำ�ข้อมูลที่ทำ�มาส่งต่อให้น้องๆ ที่มีความสนใจไปมาเรียนรู้หรือไปต่อยอดทางความคิดต่อไปค่ะ ๓๖


ด.ญ.ศิรดา อนันตกูล (เฟิร์น) ชั้นป.๖/๓ โครงงานชื่อ “การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพ การเพิ่มค่าออกซิเจนในนำ้�จากสาหร่ายหางกระรอก เด่นซ่า และฉัตร” ที่มาของโครงงานมาจากการเห็น ความสกปรกและนำ�้ เสียในแหล่งน้ำ� ซึ่งที่อยู่อาศัย ของปลา และคนก็นำ�มาบริโภค ซึ่งอาจได้รับอันตรายได้ และจาการศึกษาข้อมูลพบ ว่า สาหร่ายเป็นพืชที่บำ�บัดน้ำ�ได้ดีที่สุด แต่สาหร่ายก็มีมากมายหลายชนิด จึงอยากรู้ว่า สาหร่ายชนิดที่บำ�บัดน้ำ�เน่าเสียได้ดีที่สุด กลุ่มของเราจึงนัดกันไปที่...เพื่อสอบถามร้าน ขายปลาสวยงามเพื่อสอบถามว่าน่าจะเป็นสาหร่ายชนิดใด ซึ่งเราได้มา ๓ ชนิดคือ หาง กระรอก เด่นซ่า และฉัตร พวกได้เริ่มไปสังเกตคนละ ๑ ชนิด ก่อนที่จะนำ�มาทำ�การทดลอง รวมกันที่ห้อง ทั้ง ๓ ชนิด สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงงานนี้คือ ต้องเสียสละเวลา นอกเหนือจาก เวลาเรียนมาบันทึกผลการทดลองในวันหยุด เรียนรู้การจดบันทึกการทดลองอย่างเป็นขั้น เป็นตอนและเป็นระบบ และต้องเรียบเรียงเรียงร้อยให้ ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน และที่สำ�คัญ ได้ออกแบบการทดลองเพิ่มเติมอีก ซึ่งขยายความเข้าใจ ถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลถึงการ เปลี่ยนของค่า DO (นำ�้ เสีย)ด้วยค่ะ ด.ช.ชโยชา พงษ์พิทักษ์กุล (บุ๊ก) ชั้นป.๖/๒ โครงงานของผมชื่อ “ผักตบชวากับการบำ�บัด ้นำ�เสีย” มีที่มาจาการได้ไปศึกษาเรื่องตามรอยเส้นทาง นำ�้ เสีย และพบว่ามีน้ำ�เสีย เมื่อไปเที่ยวอยุธยาเห็นผัก ตบมาก จึงเกิดข้อสงสัยว่าน่าจะมีผลดีและผลเสียอะไร บ้าง นำ�มาสู่การหาข้อมูลต่อแล้วพบว่าผักตบชวาช่วย ้ แก้ปัญหานำ�เสียได้ ผมจึงคิดทำ�โครงงานนี้ขึ้นมา ผมหาผักตบชวาในกรุงเทพหลายแห่ง มากกว่าจะได้มาทำ�การทดลอง ใช้น้ำ�ในลำ�ประโดงหลังห้องเรียนซึ่งเป็นน้ำ�เสีย ผมได้เรียน รู้ถึงการทำ�งานที่ต้องทำ�อย่างเป็นขั้นตอนอย่างละเอียด การวัดค่า DO (อุปกรณ์วัดค่าน้ำ� เสีย) การสังเกตอย่างละเอียด ฝึกความอดทน และทราบว่าการบำ�บัดน้ำ�สียมีหลายวิธี และที่ส�ำ คัญได้ความภาคภูมิใจที่ได่ทำ�งานจนประสบความสำ�เร็จ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๓๗


เรื่องเล่าจากผู้ปกครอง

“เดินตามรอยพ่อ บนวิถีพอเพียง” โดย แม่เป้ (แม่ของปุ๊ปปั๊ป ป.๔ และโปรดปราณ อ.๒) ท่ามกลางกระแสความฟุง้ เฟ้อ การบริโภควัตถุนยิ มในปัจจุบนั หลายสิง่ หลาย อย่างเป็นสิง่ ฉาบฉวยทีต่ อบโจทย์ชว่ งสัน้ ๆ ของความปรารถนา ทัง้ ทีส่ ง่ิ นัน้ ไม่ได้ จำ�เป็นกับชีวติ เลยก็ตาม วันก่อนลูกสาวเกือบจะได้เฟอร์บใ้ี นวันเกิด แต่แม่ตง้ั คำ�ถาม สงสัย บอกให้ลกู อย่าเพียงคิดแค่ปจั จุบนั ให้คดิ ไปถึงอนาคตด้วยว่ามันจะเป็นอย่างไร ลูกสะท้อน กลับมาได้วา่ มันเปลืองแบตเตอรีม่ ากจนเราเปลีย่ นไม่ไหว จากนัน้ มันก็จะกลายเป็น ขยะอิเล็กทรอนิกส์เก็บอยูใ่ นกล่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักปรัชญาทีพ่ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ทรงมีพระราชดำ�รัส ชีแ้ นะแนวทางการดำ�เนินชีวติ แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี และสามารถดำ�รงอยูไ่ ด้อย่างมัน่ คงและยัง่ ยืนภายใต้กระแสโลกาภิวฒ ั น์และ ความเปลีย่ นแปลงต่างๆ เทอมสามนีน้ กั เรียนชัน้ ป.๔ ได้เดินตามรอยพ่อ บนวิถพี อเพียง เรียนรูถ้ งึ การ พึง่ พาตนเอง โดยช่วยเหลือตนเองในการทำ�กิจวัตรต่างๆ และการอยูอ่ ย่างพอเหมาะ พอประมาณ มีเหตุผล มีภมู คิ มุ้ กันทีด่ ี ควบคูไ่ ปกับมีความรูแ้ ละคุณธรรม จากทฤษฎีในห้องเรียน ลูกรอวันไปภาคสนามทีช่ มุ ชนปฐมอโศกอย่างใจจดใจจ่อ มีความกระตือรือร้นเอาใจใส่ จัดเตรียมสิง่ ของใช้ดว้ ยตนเอง มีการซักซ้อมพับเก็บถุง นอนอยูส่ องสามวัน แม่และพ่ออดไม่ได้ทจ่ี ะตืน่ เต้นไปกับลูกด้วย มีแต่ลกู สาวคน เล็กทีเ่ ตรียมซ้อมร้องไห้อยูห่ ลายวันเพราะหนูคงคิดถึงพีม่ าก ๓๘


เมือ่ ถึงวันกลับลูกเดินแบกสัมภาระกลับมา ด้วยท่าทางอิดโรย และหิวโหย ลูก ทานนมปัน่ ใส่โอริโอทันที ทานซูชทิ น่ี อ้ งทำ�ทีห่ อ้ งเรียนจนหมดกล่อง จากนัน้ เมือ่ ขึน้ รถ เรือ่ งเล่าถึงสามวันสองคืนทีช่ มุ ชนปฐมอโศกก็พรัง่ พรูออกมาจากปากลูก ร่วมสอง ชัว่ โมง ระยะทางจากโรงเรียนถึงหัวหินอย่างไม่มวี นั จะจบถ้าไม่ถงึ จุดหมายเสียก่อน มีค�ำ ว่าสนุกมากนับไม่ถว้ น เล่าตัง้ แต่กอ่ นนอนพีเ่ ล่านิทานให้ฟงั ตืน่ นอนตอนตีส่ี วันแรกนอนไม่หลับ ส่วนวันทีส่ องลูกเหนือ่ ยก็เลยหลับ ใครตืน่ ก่อนใครตืน่ ทีห่ ลังใคร ปลุกใครอย่างไร เล่าถึงการทำ�น�ำ้ ยาอเนกประสงค์พร้อมหยิบมาให้แม่ดู ให้ดม และ ให้ลองใช้ ได้ท�ำ ซูชมิ งั สวิรตั ิ รูจ้ กั การทำ�ความสะอาดแบบ ๖ ส ได้แก่ สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสยั และสัมมาคารวะ ได้ทานอาหารมังสวิรัติที่นี่ทานอาหารแค่ ๒ มื้อแต่มีขนมปังเสริมให้เด็กเป็น พิเศษ ตื่นเต้นกับบ้านขนาดเท่ารถของเราและมีม่านกั้นทำ�เป็นห้องส้วม ได้เล่น ชิงช้า มีของฝากที่ซื้อมาฝากแม่ พ่อและน้องจากร้านค้าชุมชนหลายอย่าง ที่คิด และเลือกมาอย่างดีแล้วจากเงินที่น�ำ ไปด้วย ๑๐๐ บาทและยังมีเงินเหลืออีก ๒๐ กว่าบาทด้วย เพราะแม่เคยบอกลูกไว้ว่ามีเงินก็ไม่ใช่ว่าต้องใช้ให้หมด สิ่งสำ�คัญที่ลูกประทับใจและผูกพันกับที่นี่มากๆ แม่คิดว่าน่าจะเป็นพี่ๆชั้น ม.๔ โรงเรียนสัมมาสิกขา ที่มาเป็นพี่เลี้ยง และคุณอา คุณลุงมากมายที่ช่วยดูแล ช่วย เหลือ ให้ความรู้

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๓๙


และคำ�แนะนำ�ต่างๆ ลูกจำ�ชื่อได้ทุกคน เล่าถึงบุคลิกเด่นๆของแต่ละคนได้อย่าง น่าทึ่ง จากสิ่งที่ลูกเล่าทำ�ให้แม่เห็นภาพของชุมชนหนึ่งที่มีบ้าน วัดและโรงเรียน ใช้ ชี วิ ต อยู่ ร่ ว มกั น ภายใต้ ศ าสนาพุ ท ธเป็ น แบบอย่ า งในเรื่ อ งการน้ อ มนำ � หลั ก เศรษฐกิจพอเพียง มาปฏิบัติอย่างเห็นผลชัดเจน

ชุมชนปฐมอโศก อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นชุมชนที่ดำ�เนินชีวิตแบบเรียบง่าย พึ่งพา ตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีรูปแบบสังคมและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ของตนเองรวมถึงการจัดสรรและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ลูกได้เห็นแบบอย่าง ได้เข้าใจและซึมซับสิ่งที่พบเห็นอย่างไม่รู้ตัว นำ�มาปรับใช้ พึ่งพาตนเอง เกิดความภาคภูมิใจ รู้จักตัวเอง รู้ความสามารถของตัวเอง ๔๐


จากภาคสนามถึงโครงการเพื่อน้องที่บ้านราชาวดีหญิง เป็นกิจกรรมจิตอาสา ที่คุณครูและนักเรียนได้ร่วมกันนำ�สิ่งที่เรียนรู้จากทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจริง ออกมา เป็นผลสำ�เร็จที่นำ�ไปใช้จริงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น ตั้งแต่การนำ�ความ สามารถที่ตัวเองถนัดหรือสนใจมาแสดงหาเงินทุนสำ�หรับทำ�น้ำ�ยาอเนกประสงค์ และซูชิมังสวิรัติ จำ�หน่าย เพื่อหาเงินทุนสนับสนุนมอบให้กับน้องๆ โดยลูกและเพื่อนๆกล้าที่จะออกไปแสดงดนตรีทั้งไทยและสากลเปิดหมวกที่ โรงช้าง ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่ของลูกๆต่างก็คิดกันว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ พวกเขาไม่เคยเล่นด้วยกันมาก่อน แต่ยิ่งเหมือนไปท้าทายพวกเขาให้ยืนยันว่าจะ ทำ�ให้ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นคุณครูและคุณพ่อคุณแม่หลายๆท่าน จึงช่วยกัน สนับสนุนและให้ก�ำ ลังใจในการซ้อม ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่น ความ อดทน ความพยายามและการช่วยเหลือกัน ผลที่ได้รับมิเพียงแค่เงินทุนที่เพียง พอแล้วเท่านั้น ยังมีทั้งความสนุกสนาน เสียงชื่นชม ความมั่นใจ และความภาค ภูมิใจอย่างที่สุด เงินทุนที่ได้ทั้งจากการแสดงดนตรี การขายนำ�้ ยาอเนกประสงค์และซูชิ จะนำ� ไปมอบให้น้องที่สถานสงเคราะห์บ้านราชาวดีหญิง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พี่ๆ นักเรียน ป.๔ เตรียมพร้อมที่จะไปหาน้องๆ เอาขนมมาฝาก ไปดูแลช่วยเหลือ ร่วม ทำ�กิจกรรมต่างๆ รวมถึงช่วยทำ�ความสะอาดสถานที่ ตามแต่กำ�ลังและความ สามารถของพวกเขา ลูกได้เรียนรู้ว่าการให้มิใช่เพียงแค่วัตถุเท่านั้น แต่นั่นหมาย ถึงการเข้าไปรับรู้ ช่วยเหลือ และสร้างความสัมพันธ์ ๑๐ วันต่อมา หลังจากกลับจากภาคสนามที่ปฐมอโศก พี่ๆ ม.๔ โรงเรียน สัมมา-สิกขา และคุณอา ได้มาเยี่ยมน้องๆ ป.๔ ที่โรงเรียนรุ่งอรุณ นักเรียน ป.๔ ทั้ง ๓ ห้อง พร้อมต้อนรับพี่ๆและคุณอา มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบว่าใครจะทำ� อะไร ใครจะพาพี่ไปเยี่ยมชมโรงเรียน ทำ�อาหารมังสวิรัติให้ทาน ลูกเล่าว่าพี่ชม โรงเรียนน่าอยู่ ไม่มีตึกเลย ต้นไม้ร่มรื่น มีการแสดงดนตรีให้ชม และพี่ๆยังมาเล่น ที่สนามเด็กเล่นของพวกเราด้วย แม้จะเป็นการต้อนรับเล็กๆแต่อบอุ่นไปด้วย ไมตรีจิตและความเอื้ออาทรที่มีแก่กันและกัน • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๔๑


ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าอย่างไม่หยุดยั้ง ลูกจะสามารถยืนหยัดควบคุมตัว เองมิให้ถูกข้อมูลเหล่านี้พัดพาไป ถ้าลูกยึดหลักพอเพียงและเหตุผล สามารถฟื้น ตัวได้ในทุกสถานการณ์ ที่ส�ำ คัญที่สุดลูกกำ�หนดทางเลือกและตัดสินใจอย่างผู้รู้ และมีคุณธรรม เดินตามรอยพ่อ...บนวิถีพอเพียงในทุกย่างก้าวของชีวิตนะลูก ๔๒


เรื่องดีๆ จากครู

“เรื่องเล่าจากภาคสนาม”

ครูวิภารัตน์ วงศ์วรรณะดิลก (ครูต่าย)

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นการออกภาคสนามของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๒ ซึ่งครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นการออกภาคสนาม ค้างคืนครั้งแรกของนักเรียน นักเรียนตื่นเต้นกันมาก ตั้งแต่ทราบข่าวว่าจะมีภาค สนาม พวกเขาตั้งหน้าตั้งตารอ และเมื่อได้รับเอกสารแจ้งเรื่องภาคสนามและ กำ�หนดการ ในตอนเย็นของวันนั้น นักเรียนนั่งรวมตัวกันประสานเสียงอ่าน กำ�หนดการทุกบรรทัด ทุกตัวอักษรโดยมิได้นัดหมาย และร่วมแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นกันว่าในภาคสนามครั้งนี้พวกเขาจะได้ท�ำ อะไรกันบ้าง จากนั้นพวกเขาเริ่ม ตรวจดูอุปกรณ์และสิ่งของที่ต้องนำ�มาในการออกภาคสนาม หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ นักเรียนจะมาถามคุณครูเพื่อขอความกระจ่าง และหลายคนเตรียมกระเป๋าเสร็จ ตั้งแต่ก่อนออกภาคสนามถึงหนึ่งสัปด���ห์ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ นักเรียนหลายคน สามารถทำ�ทั้งหมดได้ด้วยตนเอง นักเรียนเริ่มเข้าสู่เป้าหมายของภาคสนามครั้งนี้ โดยไม่รู้ตัว ภาคสนามครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนรู้จักพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ โดยสามารถนำ�ความรู้และทักษะต่างๆ ที่ฝึกฝนมาตลอดทั้งปีมาใช้จริง ภาคสนาม ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนบททดสอบบทหนึ่งของนักเรียน ในมุมของนักเรียนคงเฝ้า ลุ้นกับสิ่งที่จะได้ทำ�ในภาคสนาม ในมุมของครู ครูก็เฝ้าลุ้นว่านักเรียนของเราจะ ผ่านบททดสอบนี้ไปได้อย่างไร ซึ่งครูเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่าน คงเฝ้าลุ้น ไม่ต่างจากครูเช่นกัน ตามกำ�หนดการของภาคสนาม เรานัดหมายรวมตัวกันเวลา ๗ : ๔๕ น. แต่ ในวันจริง เพียงแค่ ๗ : ๐๐ น. นักเรียนต่างมากันอย่างพร้อมเพรียงเกือบครบทุก คน ซึ่งเป็นธรรมดาว่าในเช้าวันนั้นเราจะได้ยินเสียงนักเรียนคุยกันเซ็งแซ่ไปหมด หลายคนไม่ได้คุยเพียงอย่างเดียวแต่มีอุปกรณ์ประกอบการพูดคุยกันอย่าง • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๔๓


เดียวแต่มีอุปกรณ์ประกอบการพูดคุยกันอย่างออกอรรถรส ซึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับ ความนิยมสูงสุดคือไฟฉาย ต่างก็นำ�มาแสดงพร้อมอธิบายการใช้งานกันอย่าง เต็มที่ ครูเห็นแววของนักขายตัวน้อยๆ หลายคนเลยทีเดียว เมื่อเข้าสู่กิจกรรม น่าแปลกว่านักเรียนได้ใช้พลังความตื่นเต้นทั้งหมดเข้าสู่การ ทำ�กิจกรรมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เริ่มจากกิจกรรมตามล่าหาสมบัติ นักเรียนจะได้ รับคำ�ใบ้จากครูไปหาสิ่งของที่ถูกซ่อนไว้ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งการที่นักเรียนจะไป ได้ถูกต้องนั้น ต้องนำ�ความรู้เรื่องทิศมาใช้ และต้องไปพร้อมกันเป็นกลุ่ม เราได้ เห็นภาพของความเป็นผู้นำ�-ผู้ตาม การรับฟังความคิดเห็น การถกเถียงกันจนไป ถึงการหาข้อสรุปร่วมกัน และแม้ว่าจะได้ข้อสรุปแล้ว ก็มิได้หมายความว่าจะ สำ�เร็จ บางครั้งเมื่อไปถึงสถานที่แล้วแต่หาของไม่พบ นักเรียนจะทักกันว่า พวก เรามาถูกทิศหรือไม่ จากนั้นพวกเขาจะตรวจสอบกันอีกครั้ง สุดท้ายนักเรียนทุก คนผ่านกิจกรรมนี้ไปด้วยความสนุกสนาน

๔๔

่ ศไปใช้ นักเรียนตามล่าหาสมบัติ โดยช่วยกันถอดปริศนาคำ�ใบ้ และนำ�ความรู้เรืองทิ


นอกจากนี้นักเรียนยังได้น�ำ ความรู้เรื่องวัสดุและสมบัติของวัตถุ มาใช้ใน กิจกรรมนทีหรรษา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักเรียนประทับใจมากอีกกิจกรรมหนึ่ง นักเรียนได้เรียนกันมาแล้วเรื่องสิ่งของใดจมหรือลอย นักเรียนต้องเลือกวัสดุที่คิด ว่าจะช่วยให้ตัวเองลอยได้ในนำ�้ หลายอย่างที่ผิดคาดในความคิดของนักเรียน พวกเขาบอกว่าบางอย่างที่เขาไม่คิดว่าจะลอยได้กลับลอย แต่ของที่ลอยน้ำ�ได้ เมื่อรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปกลับใช้ไม่ได้ หรือแม้ว่าของจะลอยได้แต่ถ้าลักษณะ การจับของเราหรือการทรงตัวไม่ถูกก็ไม่สามารถลอยตัวอยู่ในนำ�้ ได้ เช่นกัน

นักเรียนช่วยกันนำ�เรืองลงสู่บึง

ทักษะที่นักเรียนได้ฝึกฝนตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือหรือการทำ� อาหาร นักเรียนได้น�ำ มาใช้จริง โดยเริ่มตั้งแต่การคิดรายการอาหาร พร้อมบอก วัตถุดิบที่ต้องใช้ในการทำ�อาหารด้วยตนเอง ส่วนการพายเรือ นักเรียนจับคู่กัน พายไปยังจุดที่ครูกำ�หนด นักเรียนต้องเรียนรู้ การรอคอย การสังเกต การจับ จังหวะของกันและกัน รู้ว่าเมื่อใดควรช้า เมื่อใดควรเร็ว นอกจากที่นักเรียนจะได้ช่วยกันทำ�อาหารแล้ว นักเรียนยังได้รับประทาน อาหารร่วมกันแบบสำ�รับ ซึ่งนักเรียนจะช่วยเหลือกันตั้งแต่จัดโต๊ะ ตักอาหารและ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๔๕


แบ่งกันรับประทาน จากที่เคยคิดแค่ว่าตัวเองจะรับประทานแค่ไหน พวกเขาต้อง คิดถึงคนอื่นมากขึ้น นักเรียนจะบอกกันถึงสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ และช่วยกันรับ ประทานจนอาหารหมด รวมไปถึงการเก็บล้างจานและทำ�ความสะอาดสถานที่ ซึ่งเราจะเห็นทั้งภาพการร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือแบ่งปัน การเสียสละ อีกทั้งเห็น ภาพที่นักเรียนนั่งมองกับข้าวที่ตักมาแล้วรับประทานไม่หมดอยู่บนโต๊ะ แต่เพื่อนๆ ลุกไปหมดแล้ว เห็นถึงการตัดสินใจ การแก้ปัญหาของนักเรียน บางคนพยายาม นั่งรับประทานจนหมด บางคนลุกตามเพื่อนๆ ไปแล้วทิ้งจานกับข้าวไว้บนโต๊ะ และบางคนไปตามเพื่อนๆ (ซึ่งหน้าตา “เซ็งจัด”) มาร่วมรับผิดชอบรับประทานจน หมด จากนั้นคุณครูจะพานักเรียนเรียนรู้จากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า ซึ่ง นักเรียนไม่ได้เพียงแค่รู้จักตัวเองมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรู้จักเพื่อนๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย ในยามค่ำ�คืน นักเรียนได้สังเกตถึงสภาพแวดล้อมของโรงเรียน สัมผัสถึง บรรยากาศและได้ดูดาว พร้อมฟังนิทานดวงดาวจากคุณครู อีกทั้งได้เผชิญกับ ความมืดในการเดินเพียงลำ�พัง ซึ่งหลายคนได้เผชิญกับความกลัวของตัวเอง เมื่อ ถามนักเรียนว่า พวกเขาผ่านช่วงเวลาแห่งความกลัวนี้มาได้อย่างไร เขาบอกว่า ต้องอดทนก่อนและเดินต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ถึงเอง ช่วงเวลาของกิจกรรมนี้เป็น สิ่งที่นักเรียนประทับใจมาก หลายคนบอกว่าชอบตอนดูดาว เพราะไม่ค่อยมี โอกาสได้ดู บางคนชอบความสวยงามของดวงดาว อีกทั้งนักเรียนเห็นถึงความ เชื่อมโยงระหว่างเรื่องทิศที่เรียนไปกับการดูดาวบนท้องฟ้าได้ จากนั้นนักเรียนได้ฟังนิทานและสวดมนต์ สุดท้ายก็ถึงเวลานอนที่ทั้งครูและ นักเรียนเฝ้ารอคอย แต่ดูความคิดจะไปคนละทาง นักเรียนอยากนอนกับเพื่อน แต่ยังไม่อยากหลับ ดูจะอยากนอนคุยมากกว่านอนหลับ ส่วนครูนั้นอยากจะให้ นักเรียนนอนหลับสนิทและคุณครูจะได้ขอหลับด้วยเช่นกัน ในที่สุดก็เป็นไปตาม ความคาดหมายของครูที่ เมื่อเข้ามุ้ง ในช่วงแรกยังมีเสียงคุยกันอยู่บ้าง แต่ไม่ นานนักทุกเสียงก็เงียบไปพร้อมตาที่หลับสนิทของนักเรียนทุกคน บางคนหลับไว มาก แต่เมื่อพบคุณแม่กลับบอกว่านอนได้แค่ ๓ นาทีเอง ซึ่งครูคงต้องบอกว่า หากเป็น ๓ นาทีจริง คงเป็น ๓ นาทีที่เมื่อหัวถึงหมอนแล้วหลับมากกว่า บางคน ๔๖


ดิ้นมาก โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย หลายคนดิ้นออกมานอนนอกมุ้ง ดังนั้นการพา นักเรียนกลับเข้ามุ้ง จึงเป็นกิจกรรมยามคำ�่ คืนของคุณครูนั่นเอง แม้ว่าภาคสนามครั้งนี้จะเป็นการนอนค้างคืนครั้งแรกของนักเรียน แต่นักเรียน ปรับตัวได้ดีมาก บางคนแม้ไม่สบาย นอนไม่หลับเพราะหายใจไม่สะดวก แต่ก็ ผ่านคำ�่ คืนที่ยาวนานนี้ไปได้ด้วยความอดทน ซึ่งบทเรียนนี้คงพิสูจน์ถึงความเข้ม แข็งของเขาได้เป็นอย่างดี และเมื่อได้พูดคุยสรุปการเรียนรู้ร่วมกัน นักเรียนบอก ว่าพวกเขาได้เรียนรู้การนอนโดยไม่มีคุณพ่อคุณแม่ และเราสามารถนอนได้แม้ว่า จะไม่มีแอร์หรือนอนในที่ลำ�บากก็ตาม รวมถึงการอยู่ร่วมกับผู้อื่น นักเรียนบอกว่าได้เรียนรู้ว่าถ้าเขานอนไม่หลับก็ ไม่ควรรบกวนเพื่อน ซึ่งสิ่งที่นักเรียนบอกมานี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความคิดแต่ ปรากฏเป็นการกระทำ�ของพวกเขา เช่น เวลาพวกเขาไปห้องน้ำ� พวกเขาเดิน ออกไปโดยไม่รบกวนเพื่อน จะเปิดปิดประตูก็ระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง ซึ่งการ กระทำ�ของพวกเขาสะท้อนถึงการคิดถึงคนอื่นในการอยู่ร่วมกันได้อย่างชัดเจน เราคงเห็นแล้วว่า นักเรียนผ่านบททดสอบนี้ได้อย่างงดงาม พวกเขาเข้าใจใน เรื่องการพึ่งพาตนเองและการอยู่ร่วมกันมากขึ้น คณะคุณครูต่างก็���ู้สึกชื่นใจและ ดีใจกับบทเรียนครั้งนี้ของพวกเขา คุณพ่อคุณแม่ที่อ่านบทความนี้อยู่คงชื่นใจกับ บทเรียนครั้งนี้ของลูกๆ เช่นกัน และนี่คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้ ้ บถุงนอนของตนเอง นักเรียนตังใจเก็

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๔๗


ฟลุ๊ค: ไม่คาดคิดบางอย่างลอยน้ำ�ได้ ผจญภัยเหมือนจริง ยากแต่ท้าทาย นทีหรรษา: ได้เล่นนำ�้ เรเน่ย์: ชอบเดินตอนเช้า สนุกอากาศสบาย หมอนอิง: ความมืด ได้เห็นดาว ได้ฟังนิทาน สัมผัสอากาศเย็น เสียวสัตว์ รู้ถึง ความ อดทน ไม่วิ่ง เดินไปเรื่อยๆ ให้ถึงที่สุด ภูมิ: ไปดูดาวและได้รู้ทิศเหนือทิศใต้ เห็นความเชื่อมโยงความรู้ ฟลุ๊ค: การอยู่คนเดียวไม่มีพ่อแม่ สนุก ร้อนตอนนอน หลับ เราสามารถนอนร้อน ได้ นำ�้ มนต์: การพึ่งพาตนเอง การอยู่ร่วมในสังคม การไม่ทะเลาะกัน การไม่มีความ เดือดร้อน ไม่ต้องนอนแอร์ก็ได้ เซญ่า: ชอบตอนดูดาว ไม่ค่อยได้ดูดาว เซญ่า: กลัวความมืด ไม่จ�ำ เป็นต้องกลัวความมืด ถ้าไม่ทำ�ร้ายสัตว์ สัตว์ก็จะไม่ ทำ�ร้ายเรา เซญ่า: เพื่อนนอนเบียด หนูก็พยายามนอนให้หลับ เห็นแชแชหลับอยู่จึงไม่อยาก กวนเพื่อน นอนไม่จ�ำ เป็นต้องเปิดแอร์ หรือที่สบายๆ ฝึกอยู่คนเดียวไม่มีพ่อแม่ ต้นไผ่: หายกลัวจากความมืด เพราะ ครูอ้อบอกว่าในโรงเรียนนี้ไม่มีสิ่งอันตราย เห็นดาวบนฟ้าสวย เฟริสต์: กินข้าวสำ�รับ ต้องแบ่งกันและตักมาแล้วต้องกินให้หมด ๔๘


เรื่องเล่าจากครูพละ

ษ ก ศ า ี ฬ เ ิ ฬ า เ ป ็ น ย าว กี กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ครั้งที่ ๒ วันศุกร์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ ชวนเล่นกีฬาไทยร่วมใจนำ�พาลูกกลับบ้าน วิ่งชิงธง และกีฬาสากลบาสเกตบอลชาย หญิง

ผลการแข่งขันกีฬาไทยรุ่งอรุณชนะ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๔๙


การแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลระหว่างโรงเรียนรุ่งอรุณ กัับโรงเรียนจารุวัฒนานุกูล ผลการแข่งขัน ทีมหญิงรุ่งอรุณชนะ 19 : 15 คะแนน / ทีมชาย รุ่งอรุณแพ้ 107 : 6 คะแนน ๕๐


“การกีฬานั้น นอกจากจะให้ความสนุกสนานและความสมบูรณ์แก่ร่างกายแล้ว ยังให้ผลดีทางจิตใจได้อย่างมากมาย นักกีฬาที่ได้รับการฝึกหัดอบรมอย่างดีแล้ว ย่อมมีใจแน่วแน่ ตัดสินใจได้รวดเร็ว มีความเพียรพยายามไม่ท้อถอย และมีความ หนักแน่นรู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย ผู้มีใจเป็นนักกีฬา จึงเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อ สังคม และน่าคบหาสมาคมด้วยอย่างยิ่ง...” พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประจำ�ปี ๒๕๐๗) ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ กรมพลศึกษา วันศุกร์ ๒๗ พ.ย. ๒๕๐๗ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๕๑


เป็นโอกาสดีที่ได้มีการจัดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์กับโรงเรียน จารุวัฒนานุกูลและในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ครั้งนี้ได้แข่งแบบเหย้า - เยือน ทางทีม ครูพลศึกษาโรงเรียนรุ่งอรุณได้เชิญชวนนักกีฬาทีมโรงเรียนจารุวัฒนานุกูล ออก กำ�ลังกายด้วยเกมกีฬาไทยด้วย มีเกมลำ�เลียงลูกกลับบ้าน วิ่งชิงธงและแข่งขัน กีฬาบาสเกตบอลชาย/หญิงในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ – ๖ ครูปุ๊กเป็นผู้รับ ผิดชอบโครงการและขอความช่วยเหลือจากเพื่อนครูทีมพละด้วยกันและในวัน นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของทีมครูพละได้มีการแบ่งงานแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ ร่วมแรงร่วมใจจริงทำ�ให้บรรยากาศงานออกมาดีและเห็นถึงการทำ�หน้าที่ของ ตัวนักกีฬาเองที่มีความพร้อมเอาจริงเอาจังกับการเล่น และมีใจที่มุ่งมั่นเพียร พยายามในการเล่นเป็นทีมเป็นอย่างดี ส่งผลให้คนเชียร์มีความตื่นตัวสนุกสนาน ร่วมไปด้วย ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับตัวนักกีฬาและนักเรียนที่มา ชม(กองเชียร์) ทำ�ให้เกิดความสนุกสนานเห็นรูปแบบการแข่งขันที่ถูกต้องตาม หลักสากล ในครั้งนี้ทางครูพละได้สะท้อนมุมมองต่างๆ ดังนี้ ครูเอก “ผมได้รับหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน เป็นการ ได้ เ ปิ ด การแข่ ง ขั น กี ฬ าบาสเกตบอลกั บ โรงเรี ย นจารุ วั ฒ นานุ กู ล ที่ โ รงเรี ย นรุ่ ง อรุ ณ ทำ�ให้คนในชุมชนได้รับบรรยากาศการเชียร์มี ความสนุกสนาน ตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ แต่ ทั้งหมดก็เป็นการพัฒนาการเรียนรู้ของตนเอง พวกเขาสู้ด้วยใจ ถึงนักกีฬาทีมชายจะแพ้ก็ไม่ถอดใจที่จะเล่น ดังนั้น การแข่งขันนี้ จะคงเป็นเวทีส�ำ หรับพัฒนาความแข็งแรงด้านร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคม ปัญญา และเป็นการสร้างนักกีฬามือใหม่สำ�หรับวงการบาสเกตบอล “ ๕๒


ครูต้น “ผมได้รับหน้าหน้าที่ผู้ ตัดสิน ควรสร้างสมรรถภาพให้มากกว่า นี้ (โดยเฉพาะทีมชาย) อีกเรื่องคือ สถานที่ สนามมีความลื่น อาจจะมี ความอั น ตรายควรมี ก ารแก้ ไ ขพื้ น สนามให้เหมาะกับการแข่งขัน”

ครูเป๊ก “ได้ประสบการณ์สร้างทักษะ ทั ก ษะจะพั ฒ นาได้ ดี ต้ อ งมี เ วที แ ละ โอกาส” กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ สนุกและเด็กๆ ก็ชอบมาก หลายคน อยากเล่น อาจต้องสร้างทีมเพิ่มและหา โอกาสให้เด็กๆ ได้เล่นได้แข่งเพื่อฝึกข่ม จิตใจไม่ตื่นเต้น เห็นทักษะความ สามารถของตนเองได้เรียนรู้และเผชิญ กับภาวะอารมณ์ที่หลากหลายจากทีม ตนเองและทีมอื่นๆ ซึ่งในขณะนี้ครูปุ๊ก และทีมมีความสามารถที่ทำ�ตรงจุดนี้ ได้ดีควรส่งเสริมต่อไป”

ครูโม่ “ผมได้รับหน้าหน้าที่ผู้ตัดสิน ครูโม่ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินกีฬา โดยเฉพาะ บาสเกตบอลมานานจึงรู้สึกตื่นเต้นและ ตื่นตัวที่จะทำ�หน้าที่ บรรยากาศวันนั้นก็ สนุกดี นักกีฬาเล่นเต็มที่ และสิ่งที่เรา ต้ อ งพยายามพั ฒ นาต่ อ ไปถ้ า หากจะ เล่นให้สนุกขึ้นคือ แรงที่จะวิ่งไปกับเกม ได้ตลอดเวลาและทักษะ เทคนิคที่สูง ขึ้นกว่านี้ ขอเป็นกำ�ลังใจให้” • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๕๓


ครูยุ้ย “ได้ท�ำ หน้าที่ดูแลของว่าง รู้สึกดี กับการแข่งขันกีฬาไทย เห็นถึงการช่วย เหลือ ความเข้าใจกันและการ มีไหว พริบรวมทั้งการให้ก�ำ ลังใจกัน รู้สึก ประทับใจกับทีมชาย ที่มีใจสู้จน สามารถตีไข่แตกทั้ง ๆ ที่ทักษะมีความ ต่างกว่ามาก(กระดูกคนละเบอร์) ขอ ให้ทีมรุ่งอรุณสู้ต่อไปค่ะ ส่วนนักเรียนที่ สนใจ มีใจรักอยากจะฝึกฝนทักษะ ฝึก วินัย เชิญมาร่วมทีมได้ที่ครูพละค่ะ”

๕๔

ครูชล “ผมรู้สึกดีที่ได้เห็นการ เปลี่ ย นตนเองของครู พ ละที่ ส ามารถ เป็ น ผู้ ตั ด สิ น ได้ อ ย่ า งดี แ ละควบคุ ม เกมส์การแข่งขันได้ดี ส่วนครูที่ควบคุม ที ม สามารถบอกให้ นั ก กี ฬ าเล่ น อย่ า ง เต็มที่ และจัดผู้เล่นได้อย่างเหมาะสม ถึงแม่้

ว่าโรงเรียนของเราฝีมือจะเพิ่งเริ่มเล่น แต่ ส ามารถเล่ น กั บ ที ม โรงเรี ย นจารุ วัฒนานุกูลได้สนุก ขอให้ทีมโรงเรียน รุ่งอรุณหมั่นฝึกซ้อมทักษะ ขยัน อดทน และมี ค วามสามั ค คี เ ป็ น นำ้ � หนึ่ ง ใจ เดียวกัน ความสำ�เร็จก็จะตามมา” ครูเปา “ผมได้รับมอบหมายให้เป็น พิธีกร ฝากเรื่องความมุ่งมั่นตั้งใจใน การฝึก ขอให้นักกีฬาตั้งใจฝึกฝนกีฬา ให้ถึงขีดสุด เพราะนั่นหมายถึงของดีที่ ติดตัวไปตลอดและบางคนอาจจะไป ถึงตำ�แหน่งนักกีฬาทีมชาติก็เป็นได้ ขอ ให้เก็บประสบการณ์ดีๆ ในครั้งนี้เอาไว้ เป็นแรงผลักดันให้ตนเองพัฒนาต่อไป”


ผลการแข่งขันที่ออกมานั้นยอมมีทั้งดีใจและเสียใจแต่ก็เป็นสิ่งที่เรา ยอมรับได้ สิ่งที่ครูปุ๊กรู้สึกได้และมีความภูมิใจมากคือนักกีฬาของครูมีจิตใจที่ แข็งแกร่งกล้าหาญมากขึ้นและความตั้งใจที่ต้องการเป็นนักกีฬาตัวจริง ตั้งใจ ฝึกซ้อมแม้มีเวลาเพียงน้อยนิดและมาก็ไม่พร้อมกันเนื่องจากติดงานต่างๆ ทั้ง การบ้านและหน้าที่ในการเรียนพิเศษ พอจัดสรรเวลาได้ก็รีบมาฝึกซ้อมยิงซ้อม เล่นทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น แต่“ถ้ารักที่จะเป็นนักกีฬาที่ดีต้องขยันหมั่นฝึก ซ้อม” อย่างต่อเนื่อง ครูขอเป็นกำ�ลังใจให้นักกีฬาทุกๆ คนที่มีใจที่ชอบกีฬา และ ควรมีวินัยกับตนเองมากๆ หมั่นแสวงหาเทคนิคใหม่ ๆ อยู่ตลอด มีความสามัคคี และที่ส�ำ คัญควรยืดหลักพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไว้ ในใจอยู่เสมอนอกจากนั้นควรยอมรับฟังครูผู้สอนและเพื่อนร่วมทีมนะคะ และใน ช่วงสิ้นเดือนมีนาคมจะมีการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลหญิงระดับชั้นประถมปีที่ ๖ และการแข่งขันกีฬาแชร์บอลต้านภัยยาเสพติด รุ่นอายุไม่เกิน ๑๒ ปี ขอเชิญชวน ไปร่วมเชียร์นักกีฬาด้วยนะคะ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๕๕


หนอนน้อยค่อยเลาะเล็ม

โครงงาน...ไม่ยากอย่างที่คิด • ครูอนุสา ลาบุตร (ครูปุ้ย)

ครูเคยได้ยินมีผู้กล่าวไว้ว่า ประสบการณ์ในการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเมื่อ การทดลองไม่ประสบผลสำ�เร็จในครั้งแรก และลองค้นหาคำ�ตอบต่อไป โครงงาน คือ งานวิจัยระดับนักเรียน เด็กที่ท�ำ โครงงานจะเป็นคนช่างคิด ช่าง สังเกต สนใจสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นอยู่เสมอ คิดอย่างเป็นระบบ และเป็นเหตุเป็นผล การทำ�โครงงานเป็นกิจกรรมสำ�คัญส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน ไม่ว่า จะเป็นโครงงานที่จัดทำ�โดยกลุ่มหรือจัดทำ�เดี่ยว ก็จะส่งผลให้ผู้จัดทำ�ได้พัฒนา กระบวนการเรียนรู้ กระบวนการคิด การปฏิบัติ และการสืบเสาะหาความรู้ โครง งานอาจเริ่มจากข้อสงสัยหรือปรากฏการณ์ที่พบในชีวิตประจำ�วัน ซึ่งเป็นโครงงาน ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน หรืออาจเป็นโครงงานที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับวัย ความ สามารถ ความถนัด และความสนใจของนักเรียน การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็น ฐาน (Project – based learning) เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำ�คัญ อย่างแท้จริง ประโยชน์ที่นักเรียนจะได้รับจากการเรียนรู้ด้วยการทำ�โครงงานมีมากมาย และ ที่ส�ำ คัญยิ่ง คือ การทำ�ให้เกิดความอยากเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากการ ทำ�โครงงาน คือ การศึกษาที่ต้องใช้ทักษะต่างๆ มาใช้ในการวางแผน ลงมือศึกษา สำ�รวจ ทดลอง รวบรวมข้อมูล แล้วสรุปผลเพื่อแก้ปัญหาและนำ�ไปสู่การเรียนรู้ ใหม่ๆ ต่อไป ๕๖


นอกจากการเรียนรู้จากการทำ�โครงงานด้วยตัวเองของนักเรียนแล้ว ครูและผู้ ปกครองก็เป็นบุคคลสำ�คัญอย่างยิ่งในการทำ�ให้การเรียนรู้ผ่านการทำ�โครงงาน เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำ�หรับเด็ก ที่จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเอง นอกจาก นี้ห้องสมุดเองก็ถือเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่มีข้อมูลต่างๆ มากมาย รอให้นักเรียนได้มา ศึกษาค้นคว้า เพื่อนำ�ข้อมูลที่ได้รับกลับไปใช้ประกอบการทำ�โครงงานได้ ซึ่งหนอน น้อยค่อยเลาะเล็มฉบับนี้ ครูก็ขอแนะนำ�หนังสือที่น่าสนใจสำ�หรับใช้ประกอบการ ทำ�โครงงานค่ะ โครงงานวิทย์ไม่ยากอย่างที่คิด (สุด ยอดคู่มือการเริ่มทำ�โครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา)/ Heather Tomasello, Joyce Henderson ; ผู้แปล นิลุบล พรพิทักษ์พันธุ์ หนังสือเล่มนี้ แนะนำ�ขั้นตอนการ ทำ � โครงงานวิ ท ยาศาสตร์ ใ ห้ สำ � เร็ จ ที่ หลากหลายเทคนิควิธี ไม่ว่าจะเป็น การ เลือกโครงงานที่สนใจ การรวบรวมและ จัดการข้อมูล สร้างสรรค์การทดลอง การ ออกแบบบอร์ดโครงงาน ฯลฯ พร้อมทั้ง วิ ธี แ ก้ ไ ขสารพั ด ปั ญ หาที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น ได้ ทุกเมื่อ นำ�เสนอด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย มี ภาพประกอบที่น่าสนใจ เหมาะสำ�หรับ ให้นักเรียนได้ใช้เป็นคู่มือในการเริ่มต้นทำ� โครงงานวิทยาศาสตร์ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๕๗


การทำ�โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับประถม ศึกษา / กิ่งทอง ใบหยก หนังสือเล่มนี้จะเป็นคู่มือที่ดีสำ�หรับครู ผู้ เขียนได้ถ่ายทอดเทคนิค ความรู้ และวิธีการ จากประสบการณ์และการค้นคว้า จึงเหมาะ อย่างยิ่งสำ�หรับครูในระดับชั้นประถมศึกษา ที่ต้องการจัดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ ให้แก่นักเรียน เป็นตำ�ราสำ�เร็จรูปที่ครู สามารถนำ�ไปใช้ได้ในทันที ทั้งนี้ได้บอก วิ ธี ก ารขั้ น ตอนและเทคนิ ค วิ ธี อ ย่ า งชั ด เจน นอกจากนี้ ครูอาจนำ�ไปไปประยุกต์ใช้จัด กิ จ กรรมการสอนทั ก ษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม ปฏิบัติการแนวใหม่ โครงงานวิทยาศาสตร์ / บุญถึง แน่นหนา หนังสือเล่มนี้เหมาะเป็นคู่มือในการทำ�โครง งานวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาตอน ปลายและมัธยมศึกษาตอนต้นได้เป็นอย่างดี พรั่งพร้อมไปด้วยโครงงานอย่างง่าย ทดลอง สนุก อุปกรณ์หาได้รอบตัว มีการทดลองและ คำ�อธิบายชัดเจน พร้อมคำ�แนะนำ�ที่ช่วยจุด ประกายความคิดให้เด็กๆ ได้สร้างสรรค์โครง งานวิทยาศาสตร์ต่อไป ๕๘


โครงงานวิ ท ยาศาสตร์ แ บบ งานวิจัย = School science research / โครงการสร้างความเข้าใจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แก่สาธารณชน เป็นหนังสือที่มีประโยชน์มาก สำ�หรับคุณครูและนักเรียน เนื้อหาใน หนั ง สื อ ครอบคลุ ม ขั้ น ตอนที่ สำ � คั ญ ต่างๆ ในการทำ�โครงงานที่เป็น มาตรฐาน แนวคิด สิ่งน่ารู้ ตัวอย่าง ต่างๆ และชุดกิจกรรมที่มีให้สามารถ ช่ ว ยในการพั ฒ นาการทำ � โครงงาน วิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี สุดท้ายนี้ ครูอยากฝากไว้ว่า ความรู้และการค้นพบใหม่ๆ ยังรอนักเรียน อยู่อีกมาก ซึ่งนักเรียนสามารถเริ่มต้นก้าวแรกเพื่อไปสู่การค้นพบนั้นได้ด้วยการ ทำ�โครงงาน

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๕๙


กุ คิด

สน

สน

ุกอ่า

กับภ

ทย ไ า าษ • ครูชฎาภรณ์ พิพุทธางกูร (ครูหนู)

สวัสดีค่ะ สมาชิกสารประถมฯ ทุกท่าน สำ�หรับคอลัมน์ สนุกคิด สนุกอ่านกับ ภาษาไทยฉบับนี้ ครูหนูมีความรู้สนุกๆ เกี่ยวกับภาษาไทยมาให้ได้ฝึกอ่านและฝึก สมองกัน ครูหนูขอเริ่มต้น ด้วยความรู้เรื่องสำ�นวนไทย เพราะในภาษาไทยตั้งแต่ อดีตจนปัจจุบัน คนไทยจะนิยมใช้ถ้อยคำ�สำ�นวนในการอบรมสั่งสอนลูกหลานให้ เป็นผู้ที่มีความชาญฉลาดและประพฤติดี ประพฤติชอบ สิ่งนี้เอง เป็นเครื่องยืนยัน ลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ในความพิถีพิถันในการเลือกใช้ถ้อยคำ� ที่มีความลุ่ม ลึก และไพเราะ กินใจ สำ�หรับลักษณะของสำ�นวนไทย ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคะพันธุ์) สรุปลักษณะได้ ๔ ประการ คือ ๑.มีความหมายชวนให้ตีความ ติชม หรือแสดงความเห็นอยู่ในตัว เช่น เกลือ เป็นหนอน กินปูนร้อนท้อง สาวไส้ให้กากิน เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง เป็นต้น ๒.มีลักษณะเป็นคำ�คม หรือ คำ�กล่าว เช่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา ตีหน้าตาย ทำ�บุญเอาหน้า เป็นต้น ๓.เป็นคำ�อุปมา หรือคำ�เปรียบเทียบ เช่น ใจดำ�เหมือนอีกา ตัวดำ�เป็นตอตะโก เบาเหมือนปุยนุ่น ขาวราวสำ�ลี เป็นต้น ๔.มีลักษณะคล้ายโวหาร หรือมีเสียงสัมผัสคล้องจอง หรือมีลักษณะย้ำ�คำ�ย้ำ� ความ เช่น จับมือถือแขน อิ่มอกอิ่มใจ จับพลัดจับผลู เป็นต้น สำ�หรับตัวอย่างสำ�นวนไทย ที่ครูจะนำ�มาให้สมาชิกสารประถมฯ ได้ฝึกอ่าน และเรียนรู้ความหมายในฉบับนี้นั้น เป็นสำ�นวนไทยที่ขึ้นต้นด้วย คำ�ว่า “น้ำ�” เนื่องจากนำ�้ เป็นสิ่งที่สำ�คัญกับชีวิตมนุษย์ และสังคมไทยเองก็มีความผูกพันกับ นำ�้ มาอย่างยาวนาน ลองอ่านกันดูนะคะ ๖๐


นำ�้ ขึ้นให้รีบตัก หมายความว่า มีโอกาสดีควรรีบทำ� แย้ม

น้ำ�ขุ่นไว้ในน้ำ�ใสไว้นอก หมายความว่า แม���จะไม่พอใจแต่ก็แสดงสีหน้ายิ้ม

อำ�นาจ

น้ำ�เชี่ยวอย่าขวางเรือ หมายความว่า อย่าขัดขวางผู้ที่กำ�ลังโกรธ หรือ ผู้มี นำ�้ ลอดใต้ทราย หมายความว่า การกระทำ�อย่างเร้นลับไม่มีผู้รู้เห็น

น ำ�้ ซึมบ่อทราย หมายความว่า หาได้มาเรื่อยๆ นำ�้ ท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง หมายความว่า พูดมากแต่ได้เนื้อหาสาระน้อย นำ�้ ท่วมปาก หมายความว่า พูดไม่ออกหรือไม่กล้าพูด เพราะเกรงจะมีภัยแก่ ตนเองหรือผู้อื่น นำ�้ น้อยย่อมแพ้ไฟ หมายความว่า ฝ่ายข้างน้อยย่อมพ่ายแพ้แก่ฝ่ายข้างมาก น้ำ�นิ่งไหลลึก หมายความว่า คนที่มีท่าทีเงียบขรึม แต่มีความคิดลึกซึ้งหรือมี ความร้ายกาจซ่อนอยู่ นำ�้ พึ่งเรือเสือพึ่งป่า หมายความว่า คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน นำ�้ มาปลากินมด น้ำ�ลดมดกินปลา หมายความว่า ทีใครทีมัน นำ�้ อดน้ำ�ทน หมายความว่า มีความอดทน • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๖๑


นำ�้ หนึ่งใจเดียว หมายความว่า มีความคิดเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (จากหนังสือ รู้รัก ภาษาไทย เล่ม ๓ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน,๒๕๕๕) เมื่อรู้ลักษณะของสำ�นวน และเข้าใจความหมายของสำ�นวนไทยตามตัวอย่าง ข้างต้นแล้ว ก็ขอให้สมาชิกสารประถมฯ นำ�ไปใช้ให้ถูกต้องตามความหมายนะคะ จะได้เป็นการร่วมอนุรักษ์ให้เอกลักษณ์ภาษาไทยให้คงอยู่และอย่าลืมไปหาความ รู้เพิ่มเติมเรื่องสำ�นวนไทยกันนะคะ เพราะครูหนูยกตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำ�นวนไทยยังมีอีกมากมายค่ะ

เกม สำ�นวนไทย สำ�นวนใดเอ่ย กติกา นำ�คำ�เติมลงในช่องว่างเพื่อให้ได้สำ�นวนไทยที่ถูกต้อง ถ้าพร้อมแล้ว ไป กันเลย....

๖๒


• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๖๓


๖๔

๑. นำ�้ ขุ่นไว้ใน นำ�้ ใสไว้นอก ๒. นำ�้ พึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ๓. นำ�้ น้อยย่อมแพ้ไฟ ๔. นำ�้ ท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง ๕.นำ�้ เชี่ยวอย่าขวางเรือ ๖.นำ�้ ขึ้นให้รีบตัก ๗.นำ�้ หนึ่งใจเดียว ๘.สาวไส้ให้กากิน ๙.จับมือถือแขน ๑๐. ทำ�บุญเอาหน้า ๑๒.เอาใจเขา มาใส่ใจเรา ๑๓.เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง ๑๔.เบาเหมือนปุยนุ่น

เฉลย เกม สำ�นวนไทย สำ�นวนใดเอ่ย


กวี ด.เด็ก

นิราศเมืองเพชร เดือนกุมภาจากบ้านมาน้ำ�ตาไหล ไม่เคยทิ้งเคยห่างเคยจากไกล ขึ้นรถไปเขาย้อยน้อยบ้านนา ผ่านถนนพระรามสองใจแทบขาด น้ำ�ตาหยาดลงพื้นสะอื้นหา ร้อนระทมตรมใจไร้มารดา อยากให้มาปลอบประโลมให้โล่งใจ ถึงนาเกลือมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูข้างทางเห็นเกลือในน้ำ�ใส ถึงแม่กลองเห็นปลาทูเรียงรายไป หน้างอได้คอหักดีอร่อยจริง ถึงนาข้าวนึกถึงข้าวที่เราปลูก มันแสนถูกกินได้ทั้งชายหญิง ถึงเขาย้อยสิ่งแรกเห็นนั้นคือลิง มันแย่งชิงผลไม้จากผู้คน ้ เพชรบุรีมีแม่นำ�ไหลตัดผ่าน เราเล่าขานว่าสำ�คัญกันเหลือล้น สุดสะอาดและปลอดภัยไร้กังวล ชื่อสายชลนามว่าเพชรบุรีเอย ด.ญ.อัญญา วงศ์ศิริทรัพย์ (อันอัน) ป.๕/๓ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๖๕


English Corner

How is everyone?

I hope everyone is doing well. Let’s come and see what the primary students have done this term to help develop their language skills. For each level, there were different English projects to learn, such as in 1ST grade they molded animals from clay and read many animal stories. In 5th grade they explored many different countries and chose an aspect of that country to present to the teacher and friends. Wow! How much fun they had, and they were able to share their knowledge in class. Now, the English team is going to show you more about the projects for each level, and what activities we did and learnt in class. Also how the students benefit as they can apply the knowledge in their everyday life. Finally, the English team would like to suggest that all parents encourage their children to continue using English over the holidays. Have a great break!

๖๖


First Grade Project: My lovely world of animals Young children love animals as they can explore their own abilities through amazing creatures. In English class we used our new language to describe animalsNaming: It is a turtle. Location: It is in the water. Quantity: There is one turtle. And ability: It can walk. It can’t fly. Colors: It is black and brown. After reading many stories, playing games and acting out these animals, the students chose their favorite animal. They used our simple sentences to describe it; they also drew their animal in its habitat and finally molded it from clay. The students arranged themselves in a circle and ‘presented’ their animals to their class. They were proud and confident as those spoke English when telling about something they chose by themselves. Teachers: Carole Belton- Srisupapol & Amanda Mathies

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๖๗


Second Grade Project: My Favorite Recipe Grade 2 has done plenty of cooking during this term. For our project we chose our favorite recipe and made a recipe card. These cards are complete with ingredients and illustrated steps for cooking it. Students really enjoy cooking together and seeing a final product come together. Cooking is also a great activity for practical, everyday English. I would like to encourage our parents to cook "in English" with your children when possible. Teacher: Freddie le Roux

ŕš–ŕš˜


Third Grade Project: Habitat In 3rd grade this term, students have been studying animals and their habitats. They talked about their favorite animals and learned adjectives to compare them (ex: The giraffe is taller than the mouse.) For their final project, students constructed a model of their favorite animal’s habitat. They used shoeboxes and various resources to turn a shoebox into a 3-dimensional habitat. They wrote a paragraph about that habitat and the animals that live there. Then, they shared their creations with their classmates by presenting orally. This project helped students to explore their interests and think about other climates and areas of the world different from the one in which they live. Teachers: Sirirat Sangwan (Nook), Pinpilan Wangsai (Pin) and Brittany Born

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๖๙


Fourth Grade Project: My Food My Store This term we cooked several recipes in class. The students learnt and identified the name of ingredients and utensils used in cooking. They learnt to follow directions, organize materials and use units of measurement such as measuring cup and spoon. They learnt how to talk about various types of food they had discovered and described the smells and tastes. After we had done our cooking, the students made a recipe card which included: ingredients, equipment, and method of cooking using the processes (First, Then, Next and Finally). They also illustrated a picture next to them to make the card more fun and able to be read. Finally they made a front cover and bound them. Some of the students told me that they wanted to make more recipe cards at home, and collect them as their “Cookbook”. This is a great idea and I encourage them to enjoy practicing their English language at home, through cooking. Have fun with your cooking at home! Teacher: Sirirat Sangwan (Nook)

๗๐


• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๗๑


Fifth Grade Project: Countries of the World The theme for 5th grade this term was Around the World. We studied many different countries including Egypt, Mexico, Italy and China. For their final project, students worked in groups to choose a country and research it. They went to the IT room to find the population, common languages, capital city and flag of their chosen country. Then, each student chose an aspect of that country to present on- food, dance, sports, art or music. Each group made a book with all of their findings and illustrated it with pictures. This project helped students expand their knowledge of other countries of the world and taught them to work together with other students in order to accomplish a goal. Teacher: Brittany Born ŕš—ŕš’


Sixth Grade Project: This term students in sixth grade learned how to write a magazine. Students had a chance to choose one topic they are interested in. Then they each wrote one news story, conducted one interview and wrote one review about their chosen subjects. They learned how to give information, ask questions and express opinions. It was great to see them write and present about things that were important to them. We had a wide range of topics from cooking to traveling. The students did an excellent job and it was great to see what everyone was interested in! Teacher: Pinpilan Wangsai (Pin)

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๗๓


ส่ิงแวดล้อม

อาสาสมัคร พิทักษ์ส่ิงแวดล้อม • ครูฤทธิรงค์ เจริญวัฒนมงคล (ครูเซียน)

สวัสดีครับท่านผู้อ่านผู้มีใจรักสิ่งแวดล้อมทุกท่าน ในฉบับนี้ผมมีเรื่องที่จะทำ�ให้ ท่านผู้อ่านยิ้มได้อย่างแน่นอนครับ เพราะเป็นเรื่องความคิดเห็นใสๆ และตรงไป ตรงมา ของเด็ก ในชมรม “Just do it คิดรักษ์โลก” ที่มีต่อ กิจกรรมในชมรมตลอด ๑ ปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยในวันจันทร์สุดท้ายของชมรมในปีการศึกษานี้ ครูให้ ช่วยกันประเมินตัวเองและประเมินชมรม ด้วยคำ�ถาม ๔ ข้อ มาดูความเห็นของ เด็กๆกันเถอะครับ ๑.สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก ชมรม มากที่สุดคือเรื่องใด ? “ได้รู้ว่าการรักโลกเป็นเรื่องที่ดีมาก” “เข้าใจแล้วว่าทำ�ไมโลกถึงร้อนขึ้น” “ได้รู้คุณค่าของทรัพยากร” “ได้เรียนรู้การได้มาของสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว” “ชมรมนี้ สอนให้เราเป็นคนรักสิ่งแวดล้อม รักธรรมชาติเนื่องจากชมรมนี้ไม่ได้สอนเพียง ปากเปล่าแต่สอนให้ลงมือทำ�” “ได้รู้ว่าถ้าโลกนี้สะอาดเราจะมีความสุข” “การได้ช่วยเหลือส่วนรวม” “ผมได้ รับประโยชน์ในเรื่องความคิดต่างๆ และขยะก็สามารถนำ�มาสร้างสรรค์ผลงานได้” “ทำ�ให้เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติไม่สิ้นเปลือง” “ได้บทเรียนต่างๆ ได้ปลูกจิตสำ�นึก ให้ตัวเอง” “ชมรมนี้ดีได้เรียนรู้เกี่ยวกับขยะ และการใช้ขยะให้เป็นประโยชน์และทำ�ให้ ตอนนี้เวลาทิ้งขยะผมจะแยกขยะเกือบตลอด” “ชมรมนี้สามารถทำ�ให้ผมมีน้ำ�ใจมากขึ้นและรักโลกมากขึ้น”

๗๔


๒.กิจกรรมใด ในชมรมที่นักเรียนชอบมากที่สุด เพราะเหตุใด ? “การเก็บขยะเพราะสนุกได้ออกนอกห้องเรียน ได้ท�ำ ให้โรงเรียนสะอาด ชอบ การเดินทำ�ความดี ได้ช่วยโลก” “ชอบนำ�ขยะมาประดิษฐ์เพราะสนุก และได้ทำ� ของเล่นโดยประยุกต์จากของเหลือใช้ จากโรงแยกทรัพยากร” “ชอบปลูกต้นไม้ เพราะสนุ���” “ชอบกิจกรรมดูหนังที่เกี่ยวข้องกับการรักโลก สนุกดีได้ความรู้” “ชอบตอนที่ได้เป็นศิลปินสิ่งแวดล้อมเพราะอยากทำ�แบบนี้มานานแล้ว” “กิจกรรมที่ชอบคือการที่ครูให้คิดวิธีการที่จะทำ�ให้ขยะในโรงเรียนลดลง ผม นั้นได้มีโอกาสพูดหน้าเสาธงและชวนเพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ เก็บขยะ แต่ผมก็ยังไม่ได้ ทำ�เสียทีเนื่องจากเวลามีไม่มากพอ” • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๗๕


๓.กิจกรรมใด ในชมรมที่นักเรียนชอบน้อยที่สุด เพราะเหตุใด ? “ไม่มีเพราะสนุกทุกอย่าง” “ไม่ชอบตอนดูหนังเพราะมีภาพที่ไม่อยากดู” “ นั่ ง ฟังครูพูดเพราะผมไม่ชอบนั่งนาน” “ไม่ชอบกิจกรรมตอนนั่งเรียนในห้อง” “ไม่ชอบ กิจกรรมที่นำ�ขยะมาตกแต่งภาพเพราะมันไม่สนุกและดูมันเละๆ”

๔.การจัดกิจกรรมในชมรมนี้ ควรปรับปรุง เพิ่มเติมอย่างไรบ้าง ให้เกิด ประโยชน์มากที่สุด ? “ถ้าทุกคนเป็นเด็กดีไม่ซน ครูจะไม่เหนื่อยและได้สอนสิ่งดีๆต่อไป” “อยากให้ อยู่ในห้องให้น้อยลงแล้วทำ�งานข้างนอกให้มากขึ้น” “อยากดูการ์ตูนเกี่ยวกับสิ่ง แวดล้อมเยอะขึ้น” “อยากให้ครูพาไปดูภูเขาขยะ ดูที่ทิ้งขยะของประเทศไทย “อยากให้ทุกคนมีจิตสำ�นึก” “อยากให้ครูดุ จริงจังมากกว่านี้ต้องให้เด็กที่ไม่ฟังมา ฟังเราให้ได้ ๗๖


เป็นอย่างไรบ้างครับ ท่านผู้อ่านรู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อได้อ่านข้อความ เหล่านี้ สำ�หรับผมในฐานะผู้ก่อตั้งชมรมผมมีความสุขอย่างมาก เพราะผมประเมิน ได้ว่านักเรียนในชมรม ได้บังเกิด “จิตสาธารณะ” ขึ้นในจิตใจแล้ว ข้อสำ�คัญเรา ต้องใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ เหมือนว่าเราเริ่มก่อไฟแห่ง “จิตสาธารณะ” ติด แล้ว แม้จะยังเป็นกองไฟเล็กๆ แต่มาจากใจที่บริสุทธิ์แท้จริงและเป็นการทำ�เพื่อ คนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ชมรมนี้ จะยืนยันที่จะก่อไฟแห่ง “จิตสาธารณะ” ลงในใจของเด็กๆต่อไป ในปีการศึกษาหน้านี้ จึงขอเชิญทุกท่านผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน มาช่วยกันให้ แนวคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สร้างความทรงจำ�ที่งดงาม ลงในเด็กๆของเรา ต่อไป ผมเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าเรายังไม่หยุดสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อที่จะเติม เชื้อไฟแห่ง “จิตสาธารณะ” สิ่งที่ตามมาคือ ดวง“จิตสาธารณะ”นั้นย่อมเติบโต กว้างขวางและทรงพลังไปพร้อมกับการเจริญเติบโตของร่างกายและสติปัญญา ของเด็กๆ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พวกเขาจะนำ�”จิตสาธารณะ” นี้ไปทำ�สิ่งที่ เป็นประโยชน์อย่างที่เราคาดไม่ถึงได้อย่างแน่นอนครับ

• สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๗๗


อาสาสมัคร พิทักษ์ส่ิงแวดล้อม ภัยจากอิเล็กทรอนิกส์ สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน นี่เป็น วารสารฉบับแรกที่หนูขอคุณครูเซียน เขียนเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งใน วารสารฉบับนี้หนูจะพูดถึงเรื่องของภัย จากอิเล็กทรอนิกส์ หลายท่านอาจจะ ยังไม่รู้เกี่ยวกับภัยที่ว่านี้ แต่หลังจากที่ ท่านได้ลองอ่านเรื่องจริงที่หนูได้เขียน ในวารสารฉบับนี้ หลายท่านอาจจะ เปลี่ยนมุมมองของอิเล็กทรอนิกส์เลยก็ ว่าได้ ที่หนูน�ำ เรื่องมาเขียนไม่ใช่ว่าหนูจะ ต่อต้านอิเล็กทรอนิกส์นะคะ แต่หนูแค่ อยากให้ ทุ ก ท่ า นได้ รั บ รู้ ที่ ม าที่ ไ ปของ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่เราคิดว่ามันมี ประโยชน์ก็จริงแต่มันก็มีโทษเฉกเช่น เดี ย วกั บ ของทุ ก สิ่ ง ทุ ก อย่ า งที่ จ ะมี ทั้ ง ด้านที่ดีและด้านที่ไม่ดี ซึ่งบางท่านอาจ จะมองว่าโทษของมันอาจจะไม่ได้เยอะ อะไรมากมายแต่ความไม่เยอะของมัน นั้นเป็นผลให้ความรุนแรงของโทษนั้นๆ มีมากเหลือเกิน ในยุคที่เทคโนโลยีต่างๆ เจริญรุด ๗๘


หน้าไปอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งซึ่งมวล มนุษยชาติมิอาจมองข้ามไปได้คือขยะ ที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเพราะขยะดังกล่าว ไม่ อ าจสู ญ สลายไปตามธรรมชาติ ไ ด้ และถูกจัดว่าเป็น “ขยะพิษ” ซึ่งส่งผล

กระทบต่ อ สิ่ ง แวดล้ อ มเป็ น อย่ า งมาก ในชิ้ น ส่ ว นแต่ ล ะส่ ว นของอุ ป กรณ์ อิเล็กทรอนิกส์นั้นล้วนมีสารพิษซึ่งส่ง ผลกระทบต่อเราทั้งนั้น ในทวีปยุโรปมี การสั่งห้ามฝังขยะอีเล็กทรอนิกส์เพราะ ถ้าฝังลงดินสารพิษต่างๆ จะลงไปใน ดิน ซึ่งส่งผลทำ�ให้ในดินมีแต่สารพิษ ซึ่ ง ส า ร พิ ษ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย พี ซี , จ อ มอนิเตอร์ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อื่นๆ จะมีส่วนผสมของโลหะมีพิษชนิด ต่างๆ อยู่ในตัว อาทิ สารตะกั่ว, สาร ปรอท และแคดเมียม รวมทั้งสารเคมี อีกสารพัดชนิด และจะกลายเป็น อันตรายต่ อ สุ ขภาพอย่ างรุ น แรงทั น ที หากมี โ อกาสเข้ า ไปปะปนอยู่ ใ นสิ่ ง แวดล้อม ซึ่งเป็นอันตรายจากการนำ� ขยะเหล่ า นี้ ม าทิ้ ง บนพื้ น ดิ น ,อั น ตราย จากสารพิษ ที่ได้จากการเผา หรือ แม้แต่อันตรายจากการนำ�พีซีมาแยก ชิ้นส่วน ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้ กระทั่ง เทคโนโลยีที่ล้าสมัยเร็วขึ้น ล้วน เ ป็ น ปั จ จั ย ที่ ก ร ะ ตุ้ น ใ ห้ ข ย ะ อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ พ อกพู น อย่ า งไม่ รู้ จ บ รวมทั้ ง พฤติ ก รรมของผู้ บ ริ โ ภคส่ ว น ใหญ่ที่เห็นว่าการซื้อเครื่องใหม่จะถูก กว่าและง่ายกว่าการปรับแก้เครื่องเดิม เช่น การซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ๆ • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๗๙


เมื่อมีรุ่นใหม่ออกจำ�หน่าย ที่มีความจุ และความเร็วมากกว่า สามารถใช้กับ โปรแกรมที่ทันสมัยได้ เป็นต้น ซึ่งพิษ เหล่านี้เป็นอันตรายต่อร่างกายต่อเรา อย่างยิ่งค่ะ นอกจากนี้ทุกท่านจะสังเกตเห็นได้ ว่าเวลาที่ท่านออกไปนอกบ้านทุกคน จะมี iPhone คนละเครื่องเหมือนเป็น แฟชั่นเลยค่ะ แล้วมารยาทคนไทยสมัย นี้ก่อนการรับประทานอาหารก็คือการ ถ่ายรูปอัปโหลดลงเฟสบุ๊ค ซึ่งมันเป็น แฟชั่นที่ผิดๆ การมีแฟชั่นที่สมเหตุสม ผลเช่นกัน อย่างเช่นตอนฤดูหนาวใส่ กางเกงขาสั้นแต่บ่นว่าหนาว ที่ไม่ใส่

๘๐

กางเกงขายาวก็ เ พราะเดี๋ ย วไม่ ต าม แฟชั่นเดี๋ยวโดนหาว่าเชย ซึ่งการคิด แบบนี้เป็นการคิดที่ผิดๆ หรือไม่เวลา เรานั่งกินอาหารบนโต๊ะทุกคนก็จะถือ iPhone คนละเครื่องแล้วก็นั่งอยู่ในโลก ส่วนตัวโดยการไม่คุยกับคนที่มาด้วย เอาแต่นั่งเล่น Line หรือไม่ก็เป็น Facebook หนูก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามากับ ครอบครั ว แต่ ทำ � ไมต้ อ งคุ ย กั บ คนอื่ น ด้วย นอกจากนี้ผู้ใหญ่สมัยใหม่ยังชอบ ให้เด็กนั่งเล่นเกมตั้งแต่อายุเล็กๆ นั่ง กินข้าวไปเล่นเกมไป ส่วนตัวเองก็นั่ง คุยกับเพื่อนใน Line ไม่ก็ Facebook แต่ก็ไม่ดูลูก การทำ�แบบนี้เป็นการ ทำ�ให้เด็กติดเกมตั้งแต่เด็กๆ แล้วนานๆ เข้าเด็กก็จะไม่นิ่ง แล้ว ก็เป็นสมาธิสั้น แล้วก็ จะมาบ่นว่า ทำ�ไมลูกไม่ ทำ�อะไรเลยเอาแต่เล่น เกม หรือไม่บางบ้านก็ ให้ลูกนั่งหมกอยู่กับโทรทัศน์ที่บ้าน แล้วก็ให้เด็ก นั่งดูไป ส่วนตัวเองก็ไป ทำ�เรื่องส่วนตัว บางคน ที่มี Facebook ก็เอาแต่ นั่งเล่นทั้งวัน ซึ่งหนูก็ไม เข้าใจอีกอยู่ดีว่า ทำ�ไม


จะต้องคุยกับเพื่อนตลอดเวลาด้วย นี่ แ ห ล ะ ค่ ะ โ ท ษ ข อ ง อุ ป ก ร ณ์ อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ ทั้ ง มี โ ทษทางด้ า น ร่างกายและพฤติกรรมของตัวเราด้วย นะคะ หวังว่าพอท่านอ่านแล้วก็ขอให้ เข้าใจจุดประสงค์ที่หนูเขียนด้วยนะคะ ที่หนูเขียนในเรื่องนี้ก็เพราะมันเป็นเรื่อง สำ�คัญนะคะ แต่หนูไม่มีเจตนาที่จะว่า กล่าวท่านหนูเพียงแต่แสดงความคิด เห็นต่อเรื่องนี้เท่านั้นเองค่ะ หวังว่าเรา คงจะได้พบกันในวารสารฉบับหน้าใน เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนะคะ หนูขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ และขอบ คุณมากๆ สำ�หรับการอ่านงานเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมของหนูนะคะ ลาไป ก่อนสวัสดีค่ะ นักเขียน “อิสระ” • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๘๑


ของใครหาย...มารับได้จ้า ของใครหายฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของปีการศึกษา ๒๕๕๕ ครูเรียมขอแจ้งสถิติของหายที่พบตั้งแต่ต้นภาค เรียนที่ ๓ นี้นะคะ เดือน พฤศจิกายน ธันวาคม

จำ�นวนของที่หาย 10 8

มกราคม

4

กุมภาพันธ์

3

มีนาคม

7

• ครูจริยา ฟักประไพ (ครูเรียม)

จากสถิติของหายจะพบว่าตั้งแต่ช่วงเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ ของหายน้อยลงเรื่อยๆแต่พอมาเดือนมีนาคมของที่หายเพิ่มมากขึ้น และ ของที่หายเป็นของที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ของหายบางชิ้นมีชื่อเจ้าของอยู่ ด้วยคุณครูจึงสามารถนำ�ส่งคืนเจ้าของได้ ฉบับนี้คุณครูเรียมขอทบทวนเกี่ยวกับของใช้ส่วนตัวอีกครั้งว่า นักเรียน ควรเขียนชื่อ นามสกุล ชั้นไว้ที่ของใช้ส่วนตัวของตนเองทุกชิ้น เพื่อว่า เวลาของหาย คนที่มาพบเห็นจะได้สามารถนำ�ส่งเจ้าของได้ถูกต้อง หรือ ทางที่ปลอดภัยที่สุดนักเรียนควรงดนำ�ของมีค่ามาโรงเรียน ครูเรียมยังมี ความหวั ง ที่ จ ะเห็ น โรงเรี ย นของเราตอนเลิ ก เรี ย นปลอดจากกระเป๋ า นักเรียน กระเป๋าชุดว่ายนำ�้ กระติกน้ำ� หนังสือเรียนวางอยู่ตามโต๊ะต่าง ๆ บริเวณสนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอลนะคะ ๘๒


สุดท้ายครูเรียมขอฝากความตั้งใจดี ๆ จากหนังสือ “พอดี พอใจ พอใช้ พอเพียง” ที่ครูเรียมประทับใจนะคะ “ไม่ซื้อนาฬิกาใหม่จนกว่าเรือนเก่าที่มี จะเสียจนซ่อมไม่ได้” ความนัยของความตั้งใจนี้ครูเรียมเห็นถึงการดูแล รักษาของใช้ของเรา คำ�ว่ารักษา ครูเรียมตีความไปถึง การดูแลให้อยู่กับ เรานาน ๆ เก็บรักษาเป็นที่เป็นทาง เมื่อชำ�รุดก็ซ่อมแซมจนหมดอายุการ ใช้ง่าย ถ้าเราทำ�ได้อย่างนี้ เราก็ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีความพอดี พอใจ พอใช้ พอเพียงในวิถีชีวิตประจำ�วันของเรา สำ�หรับของหายในเดือนนี้ที่มีผู้น�ำ มาส่งครูเรียมเพื่อประกาศหาเจ้าของ มีดังนี้ค่ะ ของมีค่า - พระ - กระเป๋าเงิน

ของใช้ - กระติกนำ�้

- เงิน

ถ้านักเรียนคนใดมีสิ่งของที่หายแล้วยังหาไม่เจอ นักเรียนสามารถ ติดตามหาของหายได้อีก ๒ ที่ดังนี้ ๑. ครูสุวรรณ โรจนดุล ห้องภาคสนาม ตั้งแต่ เวลา ๐๘ : ๐๐ – ๑๗ : ๐๐ น. ๒. จ.ป. บริเวณประตูโรงเรียนประถม • สารประถมอุ ด มปั ญ ญา ๘๓


ตารางแจ้งการเรียนการสอน และกิจกรรมโรงเรียนประถม เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

วันพุธที่ ๘ พฤษภาคม วันพฤหัสบดีที่ ๙ พฤษภาคม

๘๔

ปฐมนิเทศผู้ปกครองชั้น ป. ๑ เวลา ๐๙:๐๐-๑๑:๓๐ น. ป. ๒ เวลา ๑๓:๐๐-๑๕:๓๐ น. ปฐมนิเทศผู้ปกครองชั้น ป. ๓ เวลา ๐๙:๐๐-๑๑:๓๐ น. ป. ๔ เวลา ๑๓:๐๐-๑๕:๓๐ น.

วันศุกร์ที่ ๑๐ พฤษภาคม

ปฐมนิเทศผู้ปกครองชั้น ป. ๕ เวลา ๐๙:๐๐-๑๑:๓๐ น. ป. ๖ เวลา ๑๓:๐๐-๑๕:๓๐ น.

วันอังคารที่ ๑๔ พฤษภาคม

เปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๖


นวัตกรรม “Zeus Engry” ในหลวงทรงเป็นนักประดิษฐ์ ทรงค้นคิดประดิษฐ์สร้างกระจ่างใส ทรงปลูกฝังความรู้ให้เด็กไทย ให้เข้าใจและเรียนรู้เรื่องพลังงาน พลังงานมากมายจากฟ้าผ่า ให้พลังไฟฟ้ามหาศาล จนวันหนึ่งจึงเกิดแรงบันดาล สร้างผลงานน้อมถวายพ่อผองไทย เด็กชายสิทธิเดชจึงประดิษฐ์ ฮอนด้าคิดส์สร้างสรรค์เป็นทุนให้ ประชาชนทุกคนในเมืองไทย ขอขอบใจความห่วงใยที่ให้เอย เด็กชายสิทธิเดช เดชคำ�รณ ป.๖/๒

ร้อยกรอง

หมายเหตุ ผลงานออกแบบนวัตกรรม “Zeus Engry” เข้ารอบ ๔ คนสุดท้ายจากทั้งหมด ๓๔,๐๑๔ ผลงาน ในโครงการ Honda super idea contest


โครงงานเด็กเล็กพริกขี้หนู

นักเรียนชั้น ป.๔ นำ�สิ่งของไปบริจาคและ ร่วมทำ�กิจกรรมกับน้องๆ ที่มูลนิธเพื่อการ ฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว (ฟอร์คิด)


sanprathom029