Issuu on Google+

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ โครงการ ปกหมุดภาคีเครือขายปฏิบัติการ ถอดบทเรียน คนหาความรู วาดวยเรื่อง "ความปลอดภัยทาง ถนน" เพื่อพัฒนาการสื่อสารนําไปสูก ารลด อุบัติเหตุ ถอดบทเรียน บานไผ – เขาสวนกวาง จังหวัด ขอนแกนในการทํางานเพื่อลดอุบัตเิ หตุและการ สรางความปลอดภัยทางถนน โดย วรเชษฐ เขียวจันทร ธันวาคม 2555


รายงานฉบับสมบูรณ์ ถอดบทเรียน บ้ านไผ่ – เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่ น ในการทํางานเพือลดอุบตั ิเหตุและการสร้างความปลอดภัยทางถนน

ภายใต้ โครงการ “ปักหมุด” ภาคีเครื อข่ายปฏิบตั ิการ ถอดบทเรี ยน ค้นหาความรู้ ว่าด้วยเรื อง “ความปลอดภัยทางถนน” เพือพัฒนาการสือสารนําไปสู่การลดอุบตั ิเหตุ ตามสัญญาเลขที ACC3 54034

เรียบเรียงโดย

สํานักพิมพ์ ปิ นโต พับลิชชิง ในบริ ษทั ปิ นโต ครี เอชัน จํากัด

จัดทําโดย

ศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ภายใต้มูลนิธิสาธารณสุขแห่ งชาติ (มสช.)

สนับสนุนโดย

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริ มสุขภาพ (สสส.)


เครดิต รายงานฉบับสมบูรณ์ ถอดบทเรี ยน บ้ านไผ่ – เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ในการทํางานเพื$อลดอุบตั ิเหตุ และการสร้ างความปลอดภัยทางถนน ภายใต้ โครงการ “ปั กหมุด” ภาคีเครื อข่าย ปฏิบตั ิการ ถอดบทเรี ยน ค้ นหาความรู้ ว่าด้ วยเรื$ องความปลอดภัยทางถนน เพื$อพัฒนาการสื$อสารนําไปสูก่ ารลดอุบตั เิ หตุ ที$ปรึกษา

นายแพทย์สมศักดิ5 ชุณหรัศมิ5

เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์

ผู้จดั การ ศวปถ.

นางสาวภานิชชา ชมชื$นจิตต์

ผู้ชว่ ยผู้จดั การ ศวปถ.

นางสาววาสุกาญจน์ ฉิมสุข

ผู้ประสานงาน ศวปถ.

บรรณาธิการบริหาร

นายวรเชษฐ เขียวจันทร์

บรรณาธิการ

นางสาวสุพรรณกัญจนารี ย์ รักอิสระ

นักวิชาการ/นักเขียน

นายพิพฒ ั น์ ธนากิจ และนางสาวพัชรินทร์ สุอินไหว

ภาพประกอบบางส่วน

พ.ต.ท. อานนท์ งามประเสริ ฐ

พิสจู น์อกั ษร

นางสาวอารยา ถิรมงคลจิต

ออกแบบ

นางวราภรณ์ วงศ์อรุ ประเสริ ฐ

จัดทําโดย

ศูนย์วิชาการเพื$อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.) ภายใต้ มลู นิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจกั ร กรุงเทพฯ DEFEE โทร. E-2511IJII โทรสาร E-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org

สนับสนุนโดย

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้ างเสริมสุขภาพ (สสส.)


สารบัญ

บทที 1 ภาพรวม ของปัญหาและการจัดการอุบัติเหตุ

หน้า

1

บทที 2 การพัฒนาระบบข้ อมูล อุบัติเหตุจราจรสู่ การแก้ไข

หน้า

6

หน้า

62

ปัญหาอุบัติเหตุแบบบูรณาการ อําเภอบ้ านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กว่าจะเป็ นทีม MIS บ้านไผ่ ถึงเวลา...ทํางานเชิงรุ ก มองหาต้นทุนคนทํางาน เปิ ดกลไกขับเคลื*อน MIS เทคนิคขับเคลื*อนงานสู่ ความสําเร็ จ ความสําเร็ จของ MIS บ้านไผ่ ขยายภาคี สร้างเครื อข่าย MIS บ้านไผ่ ... ใช้ความตั0งใจทํา

บทที 3 ตํารวจชุ มชนสั มพันธ์ กับการจัดการปัญหาจราจร : เขาสวนกวาง ตํารวจมือปราบ สู่ งานเพื*อชุมชน เขาสวนกวาง : ปั ญหาที*รอสะสาง 3 กลไกหลักแห่งเขาสวนกวาง “เครื อข่าย” กลไกรองช่วยผลัก


พัฒนาคน – เชื*อมเครื อข่าย- ประสานทรัพยากร กระบวนการสร้างสัญลักษณ์เชิงอํานาจ ศูนย์ตาํ รวจชุมชนประจําตําบล : การสร้างพื0นที*ตวั ตน กระบวนการลดอุบตั ิเหตุ กระบวนการไม่สร้างอุบตั ิเหตุ ผลลัพธ์ความสําเร็ จ

บทที 4 เปรียบเทียบ สั งเคราะห์ เพือเรียนรู้

หน้า

122

บทเรี ยนความสําเร็ จ 2 พื0นที* - ตารางที* 4.1 เปรี ยบเทียบลักษณะเฉพาะของกลไก และกระบวนการขับเคลื*อนงาน - ตารางที* 4.2 เปรี ยบเทียบจุดเด่น และข้อจํากัดของกลไก และกระบวนการขับเคลื*อนงาน เมื*อพื0นที*อื*น อยากทําบ้าง - กรณี ที* 1 รู ปแบบ (Model) ทีม MIS บ้านไผ่ - กรณี ที* 2 รู ปแบบ (Model) ทีม เขาสวนกวาง เคลื*อนงานให้ครอบคลุม


บทที 1 ภาพรวมของปั ญหา และการจัดการอุบตั เิ หตุ บริเวณใดทีเกิดอุบัตเิ หตุทางถนน รถชนบ่ อยครั ง& เรามักจะได้ ยินว่ า “แยกนีผ& ีดุ” เพราะผีดุ จึงเกิดรถชน เมือรถชนมีคนตายจึงมีผีทียิงดุ หลักการเหตุและผลวนเวียน เสริ มทัพด้ วยทฤษฏี แห่ งโชคชะตา บริบทว่ าด้ วยบุญนํากรรมแต่ ง การจัดการป้องกันด้ วยศาลเพียงตา กําชับกํากับว่ า “ไม่ เชืออย่ าลบหลู่” (และบันทึกข้ อความทางคดี “ขับ ขีโดยประมาท”) เหล่ านี จ& ัดได้ ว่าครบ องค์ ประกอบของคําว่ า “อุบัตเิ หตุ” ในมุมมองหนึงเลยทีเดียว การติดอยูก่ บั คําและความคิดทีว่า อุบตั เิ หตุเป็ นเรื องสุดวิสยั ไม่คาดคิด กําหนดกะเกณฑ์อะไรไม่ได้ และ หรื อ เป็ นเรื องของโชคชะตานัน) เป็ นวิธีคิดทีเข้ มแข็งในสังคมไทยพอสมควร สังเกตว่าทีผ่านมามีการ รณรงค์เรื องการลดอุบตั ิเหตุด้วยถ้ อยความเช่นว่า “อุบตั ิเหตุเป็ นเรื องป้องกันได้ ถ้ าไม่ประมาท” เข้ ามาคัด ง้ างความสุดวิสยั ทีอาจจะเกิดขึ )นได้ ทุกเมือเชือวันนัน) วิธีคิดและการกระทําของสังคมโดยภาพรวมก็ค่อย คลีคลายกระทังมองเห็น คน หน่วยงาน การจัดการ และนโยบาย เพิมขึ )นมาในเวทีของคําว่าอุบตั ิเหตุโดยไม่ ปล่อยให้ โชคชะตาทํางานของของมันเพียงลําพังเช่นเดิมอีกต่อไป อันทีจริง ทุกวันนี )มีมมุ มอง “อุบตั เิ หตุเป็ นเรื องจัดการได้ ” และค่อยคืบไปสู่การใช้ ถ้อยความใหม่เพือ ต่อสู้กบั คําว่าอุบตั ิเหตุในความหมายเดิมๆ เช่น “การจัดการความปลอดภัยบนท้ องถนน” พยายามเปลียน มาใช้ คําว่า “การชน” แทนทีคําว่า “อุบตั ิเหตุ” เพือให้ ชี )ชัดว่า การชนเป็ นกิริยาทีป้องกันและแก้ ไขได้ หลาย ทางในเชิงประจักษ์ ทังเรื ) อง คน ถนน รถ ล้ วนสามารถเปลียนแปลงให้ เกิดความปลอดภัย ทีมีการจัดการ อย่างเป็ นระบบได้ เป็ นต้ น ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 1


กระบวนการเปลียนผ่านดังกล่าว ซ่อนนัยการเปลียนแปลง ไว้ สามยุคคือ การจํานน การตังรั) บ การ รุก แม้ ในเชิงการปฏิบตั ิ เราอาจจะยังมองไม่เห็นการตังรั ) บอันทรงประสิทธิภาพ หรื อการรุ กทีชัดเจน แต่ก็ เป็ นเรื องน่าสนใจทีควรมาดูกันว่างานป้องกันอุบตั ิเหตุ - จัดการความปลอดภัยบนท้ องถนนนัน) ในแต่ละ ภาคส่วนใครทําอะไรกันบ้ างและมีทิศทางอย่างไร เมือประกาศหาเจ้ าภาพการจัดการงานอุบตั ิเหตุ เราอาจพบว่ามีอยู่หลายหน่วยงานทีเกียวข้ อง ซํ )า ยังมาจากหลายร่ มกระทรวงอีกด้ วย เช่น แขวงการทาง สังกัดกระทรวงคมนาคม ดูแลเรื องถนน พืน) ผิว จราจรและสิงแวดล้ อมข้ างทาง กรมการขนส่ง สังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ ความรู้ เรื องกฎจราจร การขับขี การเช็คสภาพรถ กรมตํารวจ สังกัดสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีหน้ าทีบังคับใช้ กฎหมายจราจร และการ คดีความต่างๆเมือเกิดอุบตั เิ หตุ หรื อข้ อพิพาททางถนน ส่วนหน่วยงานทีไปถึงทีเกิดเหตุและดําเนินการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุก่อนใครคือหน่วยกู้ภัย ซึงก็ แล้ วแต่ว่าจะสังกัดกลุ่ม มูลนิธิเอกชน หรื อไม่ก็องค์กรปกครองส่วนท้ องถินใด สุดท้ ายคือ โรงพยาบาล ซึง อยู่ใต้ ร่มกระทรวงสาธารณสุขทําหน้ าทีตังรั ) บการดูแลรักษาคนเจ็บคนตายอยู่ปลายทางของอุบตั ิเหตุ แล้ ว อย่างนี ) ใครคือเจ้ าภาพในการจัดการอุบตั เิ หตุและการจัดการความปลอดภัยบนท้ องถนนทีแท้ จริงกันแน่ เพือให้ เห็นภาพรวมรอบชัดยิงขึ )น จึงควรมาดูเรื องข้ อมูลเชิงสถิติกนั พอสังเขป ช่วงระยะเวลาตังแต่ ) ปี 2541 – 2551 คนไทยเสียชีวิต 138,158 คน บาดเจ็บ 9,135,787 คน อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบตั ิเหตุทาง ถนนโดยเฉลียปี ละ 19.92 คน ต่อแสนประชากร หรื อต่อประชากรหนึงแสนคนซึงถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเมือ เปรี ยบเทียบกับประเทศทีมีรายได้ ประชาชาติสูงและประเทศในภูมิภาคเอเชียบางประเทศ เช่น ประเทศ สิงคโปร์ มีอตั ราการเสียชีวิต 4.8 คนต่อประชากรหนึงแสนคน ประเทศญี ปุ่ นมีอตั ราการเสียชีวิต 5 คน ต่อ ประชากรหนึงแสนคน และข้ อมูลจากงานวิจยั ของ มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ (2550 โดยทุนสนับสนุน จาก กรมทางหลวง) ระบุว่า ความสูญเสียจากอุบตั ิเหตุทางถนนในแต่ละปี คิดเป็ นมูลค่าถึง 204,000 ล้ าน บาท หรื อประมาณ 3.1 ของ GDP สถิ ติเ ชิง ตัวเลขที ยกมาอ้ างอิง ในทีนี ) แปลสารให้ ฟัง ดูง่ายขึน) ด้ วยข้ อมูลเช่น ว่ากันว่า อัตราการ เสียชีวิตของคนไทย โรคอุบตั เิ หตุฮิตติดอันดับ 1 ใน 3 ของทุกปี ความสูญเสียจากอุบตั ิเหตุทางถนนหนึงครัง) ใช่แค่เพียงบาดเจ็บล้ มตายรถเสียหายเท่านัน) ยังมีความเสียหายอืนๆ เป็ นลูกโซ่ผลกระทบตามมาอีกเป็ น จํานวนมาก ไม่ว่าจะเป็ นครอบครัวต้ องทุกข์ทรมานใจกับการเจ็บป่ วย พิกลพิการ หรื อแม้ กระทังสูญเสีย ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 2


สมาชิกอันเป็ นทีรัก ความเปลียนแปลงในครอบครัว ซึงรวมถึงการเสียอนาคตของผู้ประสบอุบตั ิเหตุ หรื อผู้ที เกียวข้ องเช่นลูก หลาน ซึงอาจนําไปสูป่ ั ญหาสังคมอืนๆ ทีจะตามมา สูญเสียค่าดูแลรักษาพยาบาลทังระยะ ) สันและระยะยาว ) ความเสียหายของยานพาหนะ การขาดงาน การฟ้องร้ องดําเนินคดี ค่าจัดการการแพทย์ ฉุกเฉิน หน่วยกู้ภยั ค่าเสียหายอืนๆ อีกจิปาถะ บางส่วนผู้เกียวข้ องกับอุบตั ิเหตุเป็ นผู้จ่าย แต่อีกหลายส่วนที เป็ นค่าใช้ จา่ ยทีมองไม่เห็นนันเป็ ) นภาระของรัฐหรื อนัยหนึงคือสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตาม การอ่านผลเชิงสถิตินนยั ั ) งมีคําตอบทีแม้ จะหยาบแต่เป็ นรู ปธรรมทีสุดอย่างหนึงคือ อุบัติเ หตุทางท้ องถนนนัน) เป็ นความสูญ เสี ยที มี มูล ค่าด้ านต่างๆ สูง และไม่ก่ อความคุ้ม ค่า ใดๆ ซึงโดย ภาพรวมของการพัฒนาประเทศ การขยายตัวของเมือง เขตอุตสาหกรรม อัตราความต้ องการในการซื )อรถ และวัฒนธรรมการใช้ รถใช้ ถนนของคนไทยแล้ ว ยังไม่มีทีท่าทีการเกิดอุบตั ิเหตุจะลดลง คําถามคือ งาน ป้องกันอุบตั ิเหตุ หรื อ สร้ างความปลอดภัยบนท้ องถนนทีผ่านมายังเป็ นงานเชิงรับ แบบแยกส่วน หรื องาน ทําไปตามหน้ าทีของแต่ละหน่วยงานรับผิดชอบเท่านัน) ใช่หรื อไม่ อีกคําถามหนึงคือ เมือเป็ นเช่นนัน) แล้ ว งานด้ านนี )ควรจะเป็ นของใคร หรื อมีหน่วยงานใดรับผิดชอบดูแลโดยเฉพาะเลยหรื อไม่อย่างไร อันทีจริงแล้ วนอกจากหน่วยงานทีมีสว่ นเกียวข้ องกับอุบตั ิเหตุ เช่น แขวงการทางฯ สํานักงานขนส่ง ตํารวจจราจร โรงพยาบาล ดังทีกล่าวไปแล้ วนัน) ทีผ่านมามีหน่วยงานเช่น ศูนย์ อํานวยความปลอดภัย ทางถนน (ศปถ.) ของ กรมการป้ องกั น และบรรเทาสาธารณภั ย สั ง กั ด กระทรวงมหาดไทย ศู นย์ วิช าการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ภายใต้ มูลนิธิสาธารณสุ ขแห่ งชาติ (มสช.) คณะทํางานสนับสนุนการดําเนินงานป้องกันและแก้ ไขปั ญหาอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดนําร่ อง (สอจร. ) ซึงสองหน่ วยงานหลังได้ รับการสนับสนุนโดย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้ างเสริม สุขภาพ (สสส.) เป็ นผู้เล่ นใหม่ ทีกระโดดเข้ ามาในเวทีขับเคลือนงานป้องกันอุบัติเหตุ และสร้ าง ความปลอดภัยทางถนน ทัง) นีก) ็ไม่ได้ มีหน่วยงานใดคิดว่างานด้ านนี เ) ป็ นส่วนงานทีต้ องยกมารับผิดชอบเพียงลําพัง อาทิ ศปถ. นัน) แม้ จะรับผิดชอบแผนแม่บททศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2554 – 2563 ผลักดัน โครงสร้ างการเปลียนแปลงทางนโยบายความปลอดภัยจากด้ านบนลงมาให้ เกิดผลในเชิงปฏิบตั ิด้านล่าง มี ความพยายามผลักดันงานไปยังส่วนกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ทีเกี ยวข้ องอย่างทัวถึง ยัง มองเห็น ความสําคัญของงานแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุจากทังส่ ) วนกลางและในส่วนท้ องถินในเชิงบูรณาการโดยจังหวัด และการปกครองส่วนท้ องถิน ซึงสามารถสรุ ปเป็ นข้ อสังเกตได้ คือ ทุกหน่วยงานไม่ได้ มองว่างานด้ านการ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 3


ป้องกัน อุบัติเ หตุ เป็ นงานของใครคนใดคนหนึง แต่เ ป็ นงานที จํ าเป็ นต้ อ งมี หลายภาคส่ว นเข้ า มาช่ว ย แก้ ปัญหา เพราะขณะเดียวกันหน่วยงาน เช่น ศวปถ. และ สอจร. ก็เน้ นยุทธศาตร์ งานเชิงรุ กมีข้อเสนอให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในงานลดอุบตั ิเหตุ ทํางานจากล่างขึ )นบน เปิ ดเวทีแลกเปลียนเรี ยนรู้ พัฒนาคน และ เน้ นการสร้ างเครื อข่าย ให้ เกิดงานการป้องกันอุบตั เิ หตุทีเข้ มแข็งและกระจายตัว เปิ ดพื )นทีงานแทรกลงไปใน ส่วนท้ องถินได้ มุง่ เน้ นไปทีการให้ ทนุ อันได้ แก่ วิธีคิด องค์ความรู้ และเครื องมือ อันเป็ นการเปลียนแปลงวิธี คิดเรื องอุบตั เิ หตุและการสร้ างวัฒนธรรมความปลอดภัยใหม่ให้ แก่แกนนํา คนทํางานด้ านป้องกันอุบตั เิ หตุ ส่วนงาน “ชุมชนจัดการอุบตั ิเหตุ” นัน) ศวปถ. และ สอจร. มีบทบาทการทํางานเสมือนเป็ นการแบ่ง งานกันทํ าอย่างมี ระบบแต่เ กื อ) กูล กันในเชิ ง ยุท ธศาสตร์ ในขณะที สอจร. เหมื อนโรงเรี ย นที ให้ ความรู้ ประสบการณ์ และวิธีคิดเรื องการสร้ างเพือนสร้ างเครื อข่าย ทางด้ าน ศวปถ. นันคอยเอื ) )ออํานวยด้ านทุน ต่างๆ รวมทังความรู ) ้ ทางวิชาการเพิมเติมแก่คนทีเคยเข้ าร่วมเป็ นพีเลี )ยง สอจร. ไปเปิ ดพื )นทีขับเคลือนงาน เปิ ดพื น) ที แลกเปลี ยนเรี ยนรู้ และสร้ างเครื อ ข่ายการทํ างานในภาคปฏิ บัติจ ริ ง ๆ ทัง) สองหน่ว ยงานจึง มี ความสัม พันธ์ กับแกนนํ า และ หรื อ คณะทํ างานโครงการต่า งๆในแต่ล ะพื น) ที ในฐานะพี เลี ย) งให้ ความ ช่วยเหลือทังซ้ ) ายและขวา แม้ ว่าแท้ จริ งแล้ วในโครงสร้ างการทํางานจะมาจากบนลงล่าง หรื อผู้ให้ ทุน กับ ผู้รับทุน ก็ตาม เมือมองลึกลงไปยังงานชุมชนจัดการอุบัติเหตุนัน& ถือว่ าเป็ นงานทีสอดรั บกับแนวคิดใน เรืองการสร้ างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ด้ วยมุมมองทีว่ าอุบัติเหตุไม่ ใช่ เรื องไกลตัว หรื อ เหนื อการจัดการควบคุ มของชุม ชนแต่ อ ย่ างใด แต่ ชุมชนสามารถเป็ นกลไกในการจัด การการ ป้องกันอุบัตเิ หตุได้ ด้วยตนเอง สามารถใช้ เครืองมือในการจัดการกับปั ญหาอุบัติเหตุให้ เหมาะสม กั บ แต่ ล ะพื น& ที ทีมี ทุน ทางสั งคม กลุ่ ม คน โครงสร้ างหน่ ว ยงานราชการส่ ว นกลางและองค์ ก ร ท้ องถิน ในบริบทสังคมวัฒนธรรมทีแตกต่ างกัน การจัดการอุบตั เิ หตุโดยเชิงบูรณาการทีทาง ศวปถ. ได้ เข้ าไปเป็ นพีเลี )ยงผลักดันให้ เกิดขึ )นในหลาย พื )นทีทัวประเทศนัน) มีอยูห่ ลายพื )นทีทีถือว่าประสบความสําเร็จ เกิดผลลัพธ์ในเชิงรูปธรรม และมีแนวโน้ มที จะเกิดความยังยืนและความต่อเนืองไปในอนาคต ซึงหนังสือเล่มนี )มุ่งเน้ นการนําเสนอเครื องมือ หรื อองค์ ความรู้เชิงประสบการณ์จาก 2 พื )นทีในระดับอําเภอ ทีถือว่าสัมฤทธิผลในการดําเนินงานอย่างชัดเจน ได้ แก่ “การพัฒนาระบบข้ อมูลอุบตั ิเหตุจราจรสู่การแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุแบบบูรณาการ อําเภอบ้ านไผ่ จังหวัด ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 4


ขอนแก่น” หรื อ “ทีม MIS บ้ านไผ่” และอีกพื )นทีหนึงคือ “ตํารวจชุมชนสัมพันธ์ กับการจัดการปั ญหาจราจร โดย สถานีตํารวจภูธรตําบล เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น” เพือนําบทเรี ยนการทํางานของชุมชนไปเป็ นตัว ต้ นแบบ ในการจัดการแก้ ไขปั ญหาจราจรในพื )นทีอืนทีมีบริบทใกล้ เคียงเพือการนําไปวางกลยุทธ์ปรับใช้ เพือ ดําเนินงานต่อไปในชุมชนได้ จุดร่วมอย่างหนึงของกลุม่ คนทีเข้ ามามีสว่ นร่วมในการจัดการอุบตั ิเหตุไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทหน้ าที หรื อพื )นที ชุมชน ใดก็ตาม ความตระหนักในปั ญหาของทุกคนล้ วนเกิดมาจากความหวาดหวันทีว่า อุบตั ิเหตุ มีผลกระทบใหญ่หลวง เป็ นดังผีร้ายทีสามารถคร่าชีวิตผู้คน และบุคคลอันเป็ นทีรักได้ ไม่วนั ใดก็วนั หนึง รวม ไปถึงตัวพวกเขาเองได้ การทีผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียในชุมชน หรื อนัยหนึงคือผู้มีความเสียงในการเกิดอุบตั ิเหตุ ทางถนน ได้ มามีสว่ นร่วมในการจัดการแก้ ไขปั ญหาเพือลดการเกิดอุบตั เิ หตุ นอกจากคําถามทีว่าชุมชนทํางานกันอย่างไร มีข้อเรี ยนรู้อย่างไรแล้ ว น่าสนใจว่า พวกเขาได้ เข้ าสู่ กระบวนการเปลี ยนแปลงวิ ธี คิด ที ฝั ง แน่น ในสัง คมไทยในทํ า นอง โค้ ง นี ผ) ี ดุ ลุก ขึน) มาต่อ กรกับ ผี และ โชคชะตาผู้ก่อให้ เกิดอุบตั ิเหตุ ได้ หรื อไม่อย่างไร และหากจะตังข้ ) อสมมติฐานว่าในขณะทีวัฒนธรรมความ ปลอดภัยได้ คอ่ ยๆ เกิดขึ )นแล้ วท่ามกลางการทํางานของชุมชนด้ วยการบูรณาการชุดความรู้ เครื องมือ การ สร้ างภาคีส่วนร่วม การร่ วมมือร่ วมแรงทํางานด้ วยจิตอาสา นอกจากพวกเขาจะช่วยสร้ างชุมชนปลอดภัย จากอุบตั ิเหตุทางถนนได้ ด้วยตัวแล้ ว งานในส่วนนี )ได้ มีส่วนช่วยในการพัฒนาตนเอง การสร้ างคุณค่าและ ความภูมิใจในตัวตน หรื อการสร้ างชุม ชนที เข้ ม แข็ง ตลอดจนชุม ชนจัดการตัวเองอย่างยังยืนได้ หรื อไม่ อย่างไรด้ วยอีกประการหนึง

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 5


บทที 2 การพัฒนาระบบข้ อมูล อุบตั เิ หตุจราจรสู่การแก้ ไข ปั ญหาอุบตั เิ หตุแบบบูรณาการ อําเภอบ้ านไผ่ จังหวัดขอนแก่ น เมื อได้ ยิน คํ า ว่ า การจั ด การข้ อ มู ล อุ บั ติ เ หตุ หลายคนคงนึ ก ถึง สถิ ติ ตั ว เลขอั ต ราการ บาดเจ็บล้ มตายเป็ นสําคัญอันดับแรก แต่ “ทีม MIS บ้ านไผ่ ” (MIS = Management Information System) หรื อโครงการพัฒนาระบบข้ อมูลอุบัติเหตุจราจรสู่การแก้ ไขปั ญหาอุบัติเหตุแบบบูรณา การ อํา เภอบ้ า นไผ่ จังหวั ด ขอนแก่ น กลั บ หยิบ ประเด็นสํา คั ญมาใช้ งานทั ง& ข้ อ มู ลเชิงปริ ม าณ ดังกล่ าวและเรื องเล่ าสะเทือนใจคนจากโศกนาฏกรรมอุบัติเหตุทีเกิดขึน& แต่ ละครั ง& ในอําเภอบ้ าน ไผ่ ม าเป็ นวั ต ถุดิบ ชั น& ดีในการชงข้ อ มู ลเพือชั ก ชวนภาคี และส่ งมอบข้ อ มู ล แก่ ผ้ ู เ กี ยวข้ อ ง เพื อ นําไปสู่การแก้ ปัญหาอุบัตเิ หตุจราจรบนท้ องถนนในพืน& ที ยิงหยิบจับข้ อมูลเรื องเล่าของเหตุการณ์และผลกระทบแวดล้ อมทีเกิดขึ )นจากอุบตั ิเหตุได้ สะเทือนใจ คนมากเท่าไหร่ก็มีประสิทธิภาพในการสือสารและสร้ างให้ อบุ ตั เิ หตุกลายเป็ นศัตรูตวั ร้ ายกาจและมีอานุภาพ มากขึ )นเท่านัน) ดังนันทุ ) กคนจึงควรมีส่วนร่วมจัดการป้องกัน แก้ ไข (หรื อทําลาย) มันลงไปให้ ได้ เพราะมัน ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 6


เองคืบคลานเข้ ามาใกล้ ตวั เราทุกคนในทุกขณะ ซึง “จิรวรรณ กิจเลิศพรไพโรจน์ ” หรื อ “พีแดง” พยาบาล เทคนิค ชํานาญงานโรงพยาบาลบ้ านไผ่ ผู้รับหน้ าทีประสานงานทีม MIS บ้ านไผ่ เปิ ดประเด็นการทํางาน แก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุในพื )นทีไว้ ตามทีกล่าวข้ างต้ น จนนานวันเข้ าสิงเหล่านี )ได้ กลายเป็ นเทคนิคหนึงในการ ทํางานทีแข็งแรงของทีมงานได้ อย่างไม่นา่ เชือ

จิรวรรณ กิจเลิศพรไพโรจน์ หรือพีแดง

กว่ าจะเป็ นทีม MIS บ้ านไผ่ เมือย้ อนกลับไปสืบสาวราวเรื องการเริมต้ นของงาน MIS บ้ านไผ่ แรงบันดาลใจทีกําหนด เส้ นทางชีวิตให้ “จิรวรรณ กิจเลิศพรไพโรจน์ ” หรื อ “พี แดง” พยาบาลเทคนิค ชํานาญงาน โรงพยาบาลบ้ านไผ่ เพิมบทบาทและภาระหน้ าทีประจําในโรงพยาบาลเข้ ามาเป็ นผู้ประสานงาน การทํางานด้ านการพัฒนาระบบข้ อมูล อุบัติเหตุจราจรสู่การแก้ ไขปั ญหาอุบัติเหตุแบบบูรณาการ อําเภอบ้ านไผ่ นัน& พบว่ ามาจากหลายๆ สาเหตุด้วยกัน ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 7


แต่ประเด็นสําคัญส่วนหนึงเพราะเธอเป็ นบุคลากรทีทํางานเกียวกับข้ อมูลอุบตั ิเหตุ ในส่วนประสาน สิทธิประกันภัยจากอุบตั เิ หตุของโรงพยาบาล ในฐานะหัวหน้ างานประกันสุขภาพของโรงพยาบาล ซึงได้ รับรู้ ความเสียหายทีเกิดกับชีวิตผู้คนอําเภอบ้ านไผ่จากอุบตั ิเหตุและเกิดความรู้ สึกสะเทือนในทุกเมือเชือวันทีได้ รู้เห็น หรื อแม้ แต่การต้ องออกไปรอรับกรณี (รับเคส-case) ณ จุดเกิดอุบตั เิ หตุอย่างต่อเนืองมาเป็ นเวลานาน จากข้ อมูลโรงพยาบาลบ้ านไผ่ในปี พ.ศ. 2549-2552 มีสถิ ติการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ตัวเลขราวๆ เกือบสองพันคน และเสียชีวิตตัวเลขเฉลียราว 30 คนต่อปี หรื อ ประมาณ 2.5 คนต่อเดือนถือ เป็ นตัวเลขทางสถิติความเสียหายทีสูงมาก เหตุเพราะอําเภอบ้ านไผ่เป็ นย่านเมืองการค้ าเก่าแก่มาแต่สมัย โบราณจึงถือเป็ นเมืองทีคึกคัก เศรษฐกิจดี มีโรงงานอุตสาหกรรมตังอยู ) ่เป็ นจํานวนมาก ในเขตชนบททํา อาชีพเกษตรกรรม ด้ านการจราจรโดยรวมจึงเป็ นศูนย์กลางการคมนาคมทังทางรถยนต์ ) และรถไฟ มีทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 23 ถนนแจ้ งสนิทตัดผ่านอําเภอบ้ านไผ่ มีผ้ คู น จะสัญ จรไปมาเพือมาซือ) และขายสินค้ าทีบ้ านไผ่ แทนทีจะอ้ อมเข้ าไปซือ) ของทีตัวจังหวัดขอนแก่นเป็ น จํานวนมาก ทัง) จากอําเภอใกล้ เคียง และจากจังหวัดมหาสารคาม มีการขนส่งสินค้ าเกษตร มีรถรับ-ส่ง คนงานสัญจรไปมา และมีปั]มแก๊ สจุดสุดท้ ายก่อนออกจากจังหวัดขอนแก่นเข้ าสู่มหาสารคาม เป็ นสาเหตุให้ มีอบุ ตั เิ หตุเกิดขึ )นบ่อยครัง) ทุกครัง) ทีมีกรณีอบุ ตั เิ หตุเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ไม่วา่ จะบาดเจ็บหรื อเสียชีวิต เธอเองซึงมีหน้ าที ด้ านประสานงาน ต้ องพูดคุยกับผู้เกียวข้ องจากอุบตั ิเหตุอย่างสมําเสมอ ไม่ว่าจะเป็ นกับผู้ประสบอุบตั ิเหตุ และครอบครั ว บริ ษั ทประกัน ภัย สถานี ตํ า รวจ พุท ธญาณสมาคมบ้ า นไผ่ (หน่วยกู้ภัย ประจํ าอํ า เภอ) สํานักงานขนส่ง สํานักงานสาธารณสุขอํ าเภอ ผู้นําชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข กลุ่มแม่บ้าน สถานี อนามัย องค์การปกครองส่วนท้ องถิ น เทศบาล โรงเรี ยน สถานประกอบการ สํ านักงานประกันสัง คม สํานักงานสาธารณสุขจัง หวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลใกล้ เคียง ตลอดจนร้ านค้ าหรื อหน่วยงาน เอกชนอืนๆ ทีอยูใ่ นอําเภอ นันหมายถึง ทุกเรื องราวเกียวกับอุบตั เิ หตุผา่ นเข้ ามาพบกับ “แดง-จิรวรรณ” และ ถูกบันทึกอยูใ่ นความรู้สกึ ความทรงจําอย่างหลีกเลียงไม่ได้ อีกทังเมื ) อข้ อมูลต่างๆ เรื องราวต่างๆ ทีถูกบันทึกความทรงจําเกียวกับอุบตั ิเหตุนนั ) เป็ นเรื องทีสร้ าง ความสะเทือนอารมณ์ ความรู้ สึกอย่างยิง จากการเห็นภาพผู้ป่วยบาดเจ็บ เสี ยชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 8


ตลอดจนภาพทีตามมา คือ ครอบครัวทีพ่อแม่ต้องสูญเสียลูก ครอบครัวทีลูกกําพร้ าไม่ร้ ู จะอยู่กับใครต่อ หลังจากนัน) หรื อแม้ แต่พวกเขาเหล่านันชี ) วิตจะเป็ นอย่างไรในอนาคต ภาพบุคคลพิการจากอุบตั ิเหตุซึงนับวันยิง เพิมมากขึ )นในสังคมไทย และแม้ กระทังใ���พื )นทีอําเภอบ้ านไผ่ซึงเป็ นบ้ านของเธอเอง จึงเกิดความรู้ สึกว่า เธอจะรอรับผู้ป่วยอุบตั ิเหตุ และยอมเห็นภาพเช่นนี )จนชินชาต่อไปจริ งหรื อ?

ทัง) ทีหน่วยงานของเธอก็

เกียวข้ องกับสุขภาพของประชาชนซึงมีบทบาทภาระหน้ าทีในด้ านการดูแล รักษาพยาบาล ฟื น) ฟูสภาพ และ ป้องกันโรคอยูแ่ ล้ ว “มีเรื องหนึงทีทําให้ พีแดงต้ องออกไปชวนเพือนๆ ทุกคนมาทํางาน เรื องนี )ทําให้ ร้ ู สึกว่า นีเราควรต้ อง ออกจากโรงพยาบาลมาทําอะไรแล้ วนะ ... คือ ช่วงปี 47 คืนนันประมาณสามทุ ) ่มวันลอยกระทง ระหว่าง ทํางานอยู่มีน้องกู้ชีพกู้ภยั โทรมาบอกว่ามีเหตุรถมอเตอร์ ไซค์ชนรถยนต์ พอออกไปรับเคสทีเกิดเหตุ ก็เจอผู้ ประสบเหตุรายหนึงท้ องแก่ ประมาณ 8- 9 เดือนใกล้ จะคลอดแล้ ว ส่วนผู้ชายอีกรายทีเป็ นสามีนอนอยู่ ใกล้ ๆ ทังคู ) บ่ าดเจ็บสาหัส จึงนําส่งโรงพยาบาลทันที และตอนนันผู ) ้ หญิงท้ องแก่อาการเริ มจะหนักขึ )น หายใจ แผ่วเต็มที แต่แล้ วด้ วยสัญชาตญาณความเป็ นห่วงลูกก็เพ้ อถามว่า ... “ลูกฉันอยู่ไส ลูกฉันอยู่ไส...” ทุกคนก็ ช่วยกันบอกว่าลูกอยู่นีแล้ วนะ เราก็จบั ทีท้ องเธอเพราะคิดว่าหมายถึงลูกทีอยู่ในท้ อง แต่อีกแป๊ บเดียวเธอก็ หมดสติไปเลย หมอต้ องช่วยกันปั] มหัวใจแล้ ว แต่ระหว่างนันพี ) ก็ฉุกคิดถึงแววตาเธอตอนทีพูดถามหาลูก ขึ )นมา ว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านัน) ก็เลยชวนกันไปดูทีเกิดเหตุหน้ าโรงงานทอผ้ าเฟื องฟ้า ก็ปรากฏว่า ไป เจอเด็กน้ อยหมดสตินอนอยู่ในท้ องร่ องห่างจากทีเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร คือ เด็กชายภูมินทร์ อายุ ประมาณ 5 ขวบซึงเขาเป็ นคนเดียวทีรอดจากอุบตั เิ หตุครัง) นัน) แต่ก็ต้องรักษาตัวอยู่ทีโรงพยาบาลบ้ านไผ่พกั ใหญ่ๆ เหมือนกัน”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 9


ถึงเวลา...ทํางานเชิงรุ ก จากวันนั น& ผ่ านมาจนกระทังถึงปี 2552 ในวันหนึง “แดง-จิรวรรณ” ตัดสินใจเดินทางไป เยียมเด็กชายภูมินทร์ ทีประสบอุบัตเิ หตุในครั ง& นัน& และได้ พบกับย่ าของเด็กชาย ซึงเล่ าว่ า ชาวบ้ าน จะเรี ยกภูมินทร์ ว่า “เด็กผี” เพราะความเชือทีว่ าเขาเป็ นลูกกําพร้ าทีรอดชีวิตได้ เพราะผีช่วยไว้ แม้ ว่าตอนแรกๆ ทีพ่ อแม่ ของเด็กชายภูมินทร์ เสียชีวิต ย่ าจะปิ ดบังความจริงไว้ ด้วยการบอกเขาว่ า พ่ อแม่ ไปทํางาน เพราะกลัวเขาจะทําใจไม่ ได้ แต่ เมือนานวันเข้ าในทีสุด ย่ าต้ องบอกให้ เด็กชาย ได้ รับรู้ ความจริ ง คือ พ่ อแม่ เสียชีวิตไปอยู่สวรรค์ แล้ ว จากนัน& ภูมินทร์ ก็ต้องใช้ ชีวิตทีเหลืออยู่กับ ความจริงทีว่ า เขาไม่ มีพ่อและแม่ อยู่เคียงข้ างอีกแล้ ว “วันนันภู ) มินทร์ ออกไปตกปลาทีทุ่งนา เราก็ตามออกไปคุยกับเขา ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบไปเรื อยๆ แล้ วจังหวะหนึงเราก็ถามว่าไปเทียวงานลอยกระทงมัย) ประโยคทีเด็กตอบออกมาก็คือ ... ผมบ่ไปดอกครับ มันเป็ นวันทีฆ่าพ่อแม่ผม… เราฟั งแล้ วก็อึ )งจากคําพูดเขา เลยไปถามย่าต่อว่าทีผ่านมา 5 ปี นีเขาไม่ไปลอย กระทงเลยเหรอ ย่าบอกว่าไม่ใช่แค่วนั ลอยกระทง แต่วนั ทีเป็ นงานรื นเริ งทังหมด ) ภูมินทร์ จะเก็บตัวเงียบอยู่ ในบ้ าน ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไ หน กระทังวันนี อ) ุบตั ิเ หตุทีเกิ ดขึน) ครั ง) นัน) มันเป็ นความสูญเสี ยที ประทับตราและฝั งลึกลงในใจเขามากอย่างไม่มีวนั ลบออกได้ เลย” ดังนันเมื ) อไตร่ ตรองกับเหตุการณ์ความทรงจําด้ านลบจากอุบตั ิเหตุตา่ งๆ อย่างชัดเจนแล้ ว พีแดง พบว่าตนไม่ต้องการเพียงนังรอรับกรณี อุบตั ิเหตุจากการทํางานเชิงรับทีโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียวอีก ต่อไป แต่เริมอยากหาหนทางทํางานเชิงรุกเพือป้องกันไม่ให้ อบุ ตั ิเหตุเกิดขึ )นแทน เธอจึงตัดสินใจเปิ ดโลกใบ ใหม่ให้ ตวั เองด้ วยการเดินทางค้ นหากัลยาณมิตรทีมีอดุ มการณ์เช่นเดียวกันมาร่วมทํางานในแนวทางทีเธอ ตังมั ) น “จริงๆ แล้ วพีเองก็มีประสบการณ์ตรงจากการเกิดอุบตั ิเหตุทีเกิดกับตัวเองกับลูกด้ วยนะ โชคดีทีไม่ เจ็บ ไม่ตาย ทําให้ เ ชือว่าสิงที เราได้ ทําประโยชน์ช่วยเหลื อคนอืน เป็ นบุญกุศลส่งให้ เรารอดมาได้ จาก เหตุการณ์นนั ) ก็ตงใจไว้ ั) เลยว่าหากเมือไหร่ ทีมีโอกาสทําอะไรทีเป็ นประโยชน์ต่อสังคมได้ สามารถป้องกัน และแก้ ไขอุบตั เิ หตุบนถนนได้ พีก็จะอยากจะทุม่ เทและตังใจทํ ) างานให้ เต็มความสามารถ” หากมองไปยังงานในภาระอาชีพหน้ าทีหลักของเธอ ดูเหมือนจะเกียวข้ องกับอุบตั ิเหตุอย่างชัดเจน แต่อ ย่ า งไรเสี ย ประสบการณ์ ที ผ่ า นมาก็ เ ป็ นเพี ย งแค่ ก ารนังตัง) รั บ รอคอยอุ บัติ เ หตุที ปลายทางของ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 10


กระบวนการทังหมด ) ถึงจะอยากจะมีส่วนในการช่วยเหลือและป้องกันเพียงไรก็ตามแต่ในครัง) นันพี ) แดงยัง มองไม่เห็นเส้ นทางทีจะนําไปสู่เป็ นการลดอุบตั ิเหตุในภูมิลําเนาของตนเองได้ ชดั เจนมากนักว่าควรจะทํา อย่างไร เธอยอมรั บว่าวิ นาที แรกคือรู้ เพี ยงว่า ตัวเองมี ใจอยากทํ างาน แต่ยัง ไม่ร้ ู ว่าจะใช้ เ ครื องมื อไหน อย่างไรในการทํางานด้ วยซํ )าไปอย่างไรก็ตาม เมือมองย้ อนกลับไปสองสามปี ก่อนหน้ าทีจะเกิดการทํางาน ชุมชนจัดการอุบตั เิ หตุทีอําเภอบ้ านไผ่ ก่อนหน้ านันเริ ) มมีตวั แทนสถานีตํารวจภูธรบ้ านไผ่ คือ พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ หรื อ ทีหมู่เพือนและพีน้ องประชาชนเรี ยกกันว่า “รองบอย” ตําแหน่งรองผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรบ้ านไผ่ ในขณะนันได้ ) เข้ าไปคลุกคลีเรี ยนรู้ และเริ มรับบทบาทเป็ น พีเลี )ยงงานป้องกันอุบตั ิเหตุของคณะทํางานสนับสนุนการดําเนินงานป้องกันและแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุทาง ถนนในจังหวัดนําร่อง (สอจร.) ด้ วยความสนิทสนมรู้ จกั มักคุ้นกันดีกบั “แดง-จิรวรรณ” เขาจึงได้ ชกั ชวนเธอ เข้ าไปมีสว่ นร่วมกับการทํางานดังกล่าวด้ วย

พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวนิ ทร์ หรือ รองบอย

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 11


แม้ ว่าแรกเริ มทีเดียวนันเธอตั ) ดสินใจเข้ าไปมีส่วนร่วมกับงานของ สอจร. เพียงเพราะว่าตนจะได้ มี โอกาสได้ ออกไปผ่อนคลายจากงานในหน้ าที อันมี ความตึง เครี ยดสูง และอยากได้ ประสบการณ์ ใหม่ๆ นอกเหนือขอบเขตจากการทํางานประจําเท่านัน) แต่หลังจากนันเป็ ) นต้ นมากลับกลายเป็ นว่า เธอได้ สงสมซึ ั ม ซับประสบการณ์การเรี ยนรู้ เทคนิควิธีเกียวกับการทํางานป้องกันอุบตั ิเหตุ และการสร้ างองค์กรภาคีการ ทํางานแบบมี ส่วนร่ วมเพิมมากขึน) กระทังต่อมา ศูนย์ วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มี งบประมาณส่งผ่านมาทาง สอจร. เพือให้ พีเลี )ยงในเครื อข่ายนําไปดําเนินโครงการเพือการป้องกันและลด อุบตั เิ หตุ ดังนัน) ด้ วยทุนเดิมทีพีแดงทํางานด้ านข้ อมูลอุบตั ิเหตุในหน้ าทีประจํา ทําให้ แผนภูมิแนวคิดการ ดําเนินงาน MIS หรื อ Management Information System (อันได้ แก่ การสืบสวนอุบตั ิเหตุ การเตรี ยมข้ อมูล นําเสนอข้ อมูล และติดตามกํากับประเมินผล) และแนวคิดวงล้ อ PDCA (Plan, Do, Check, Act) ทีได้ รับ ความรู้ จาก “นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ” ผู้จดั การศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) รวมทังจากการได้ ) เข้ าร่ วมเวทีแลกเปลียนเรี ยนรู้ บทเรี ยนการทํางานลด อุบตั เิ หตุระดับจังหวัด ซึงทําให้ เธอได้ เห็นตัวอย่างพื )นทีจังห���ัดภูเก็ตทีนํา MIS ไปใช้ แล้ วประสบความสําเร็ จ ตามเป้าหมาย จุดนันจึ ) งกลายเป็ นอีกหนึงแรงบันดาลใจและต้ นแบบในการเลือกใช้ เครื องมือ MIS สําหรับ การทํางานครัง) นี ) เพราะเชือว่าในขณะทีจังหวะภูเก็ตทําสําเร็จได้ หากเธอนํา MIS มาใช้ กบั อําเภอบ้ านไผ่นนั ) น่าจะมีโอกาสเป็ นไปได้ สงู ทีจะประสบผลสําเร็จเช่นเดียวกัน

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 12


แผนผังการทํางานระบบ MIS

มองหาต้ นทุนคนทํางาน หากย้ อนกลับไปตามรอยของการเดินทางกว่าจะเริ มต้ นตังเค้ ) าทีมงาน MIS บ้ านไผ่ขึ )นมาได้ นนั ) จะ เห็นได้ ว่า แค่ตวั ผู้ประสานงานโครงการฯ อย่างเช่น “แดง-จิรวรรณ” ก็ประกอบไปด้ วยต้ นทุนหลายๆ ด้ านที ก่อร่างขึ )นมาเป็ นแรงบันดาลใจหลักในการทํางาน ไม่วา่ จะเป็ น ทุนด้ า นงานในหน้ าทีซึ งเกี ยวข้ อ งกั บงานอุ บั ติเ หตุ ทีต้ องพบและจัดการกรณี คนเจ็บจาก อุบตั ิเหตุอยู่ทกุ วันอย่างหลีกเลียงไม่ได้ ตามทีเกริ นนํามาข้ างต้ น หรื อ ทุนด้ านความสะเทือนอารมณ์ อัน เนืองมาจากอุบัตเิ หตุ ซึงกลายเป็ นความคับข้ องใจทีอยากจัดการกับปั ญหา ซึงทุนสองส่วนนี )ทีกล่าวมา ไม่ได้ มีแต่เฉพาะในตัวของพีแดงเท่านัน) แต่ยงั มีอยู่ในตัวของ “ทีม” และ “ภาคี” ส่วนใหญ่ทีมาเข้ าร่วมต่อสู้ดําเนินงานไปด้ วยกันอีกด้ วย ดังจะเห็นภาพความเป็ น “ทีม” ของ MIS ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 13


บ้ านไผ่ต่อจากนี )ไป เนืองจากโจทย์ทุกข้ อของทีม MIS บ้ านไผ่ไม่ได้ สามารถแก้ ไขได้ เพียงจาก “แดง-จิรว รรณ” คนเดียวเท่านัน) แต่มาจากการรวมพลังเป็ นหนึงของ “ทีม” และจากการค้ นลงไปถึงทีมาของทีม พบว่าทุกคนทีเดินทางไปด้ วยกันนัน) ล้ วนมีทนุ ในสองส่วนนี )อยู่ ในตัว คือ ทุนด้ านอารมณ์ ซึงเป็ นสิงทีเหนียวนําเพือนร่วมทางหัวใจเดียวกันมาทํางานร่วมกัน และทุนด้ าน หน้ าทีหลักทีเกียวข้ องกับงานอุบตั เิ หตุไม่วา่ จากหน่วยงานใด กลายเป็ นทุนข้ อมูลทีสอดคล้ องกับงานจัดการ ข้ อมูลด้ านอุบตั ิเหตุ MIS อีกทังยั ) งกลายเป็ นทุนส่วนความรู้ สหสาขาวิชาชีพในการวิเคราะห์สาเหตุการเกิด อุบตั เิ หตุ อันนําไปสูก่ ารแก้ ปัญหาทีตรงจุด สุดท้ ายคือทุนอีกด้ านหนึงทีถือว่ามีส่วนสําคัญไม่แพ้ กัน คือ ทุนทางสังคมในส่วนการแลกเปลียน เรี ยนรู้ จากเครื อข่าย เนืองจากพีแดงได้ มีโอกาสไปแลกเปลียนเรี ยนรู้ จากทัง) สอจร. และ ศวปถ. ซึงทําให้ ได้ รับมาทังเทคนิ ) ควิธีการทํางาน การสร้ างภาคีเครื อข่าย และมโนทัศน์เรื องวัฒนธรรมความปลอดภัย ทังนี ) )ทุนในส่วนนี ) เมือถึงขันตอนการดํ ) าเนินงานก็ไม่ได้ หยุดอยู่เฉพาะทีพีแดงเท่านัน) เพราะเกิดการ ถ่ายทอดสู่ทีม ทังจากตั ) วของพีแดงเอง หรื อจาก ศวปถ. และ สอจร. ทีเข้ ามาเป็ นพีเลี )ยงให้ ความรู้ แก่ทีม การเปิ ดโอกาสให้ ได้ ไปแลกเปลียนเรี ยนรู้ บทเรี ยนจากเวทีตา่ งๆ และมอบหมายให้ ทีมทํางานได้ มีโอกาสไป เป็ นพีเลี ย) ง สอจร. ในปี ต่อๆ มา ดังนัน) ทุนในส่วนนีจ) ึง ไม่จํ ากัดอยู่แค่ตัวผู้ประสานงานเท่านัน) รวมทัง) มี ลักษณะทีเคลือนไหวไม่หยุดนิง และเพิมพูนขึ )นไปเรื อยๆ ถือเป็ นจุดแข็งอันหนึงของทีมบ้ านไผ่ “ต้ องยอมรับว่าเราทุกคนได้ มาจาก ศวปถ. สอจร. เยอะมาก ส่วนหนึงคือด้ านวิชาการเพิมศักยภาพ ตัวเรา ในแต่ละปี เราก็จะให้ น้องๆ คนใหม่ไปเรี ยนรู้ เพิมขึ )น เช่น เจ้ าพนักงานจากขนส่ง นายช่างจากแขวง การทาง ซึงตอนคัดเลือกว่าจะส่งใครไปเรี ยนรู้เพิม เราก็จะมานังคุยกันว่าใครทีอยู่ในภาคีเราแล้ วยังไม่ได้ ไป เรี ยนเรื องนัน) เรื องนี ) ก็จะส่งไปค่ะ แล้ วจะพยายามดูด้วยผู้จดั งานมีโควตาให้ เรากีคน เพราะบางทีเราก็ขอส่ง คนไปสังเกตการณ์เพิมด้ วย เพราะไปรถคันเดียวกัน เบี )ยเลี )ยงก็ไม่ขอเพิม พวกเราจะพยายามผลักดันให้ ทกุ คนในทีมมีโอกาสเรี ยนรู้ ไปพร้ อมๆ กัน” พีแดง พยาบาลนักประสานของโครงการฯ กล่าวถึงประเด็นการ แลกเปลียนเรี ยนรู้ ของทุกคนในทีม พร้ อมเสริ มว่าไม่ว่าจะเป็ นใครอยู่ในตําแหน่งใด อายุเท่าไหร่ ทีม MIS บ้ านไผ่ไม่มีการปิ ดกันโอกาสในการเรี ) ยนรู้ อย่างแน่นอน ซึงก็ตรงกับที “อัจฉราพร จงสมชัย” หรื อ “อุ้ม” ลูกจ้ างชัวคราวโรงพยาบาลบ้ านไผ่ ซึงทําหน้ าทีเป็ นนักสถิติให้ กับโครงการฯ กล่าวถึงเรื องการเรี ยนรู้ จาก การทํางาน ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 14


อัจฉราพร จงสมชัย หรือ “อุ้ม”

“การทีอุ้มได้ เข้ ามาอยู่ในทีม MIS บ้ านไผ่ นับว่าเป็ นโอกาสทีดีมากในชีวิตเลย ทังๆ ) ทีเรายังอายุ ทํางานน้ อยมาก เรี ยกว่าจะเป็ นน้ องเล็กสุดในทีมเลย เพราะพอเข้ ามาทํางานแล้ ว อุ้มก็ได้ เรี ยนรู้ การทํางาน ทีหลากหลายมากขึน) ทัง) เรื องการประสานงานกับเพื อนๆ พี ๆ ทีอยู่ร่วมในภาคีเดียวกัน หรื อแม้ แต่การ ประสานงานกับผู้ใหญ่ ระดับผู้บริ หารในหน่วยงานต่างๆ การทํ าข้ อมูล ประเภทต่างๆ ตามภารกิ จ ของ โครงการฯ ซึงถ้ าอุ้มไม่ได้ เข้ ามาทําตรงนี ) แน่นอนว่าอุ้มจะยังคงทํางานอยู่ในกรอบเล็กๆ ของตัวเองตามเดิม ยิงเมือได้ รับโอกาสจากพีๆ ให้ ได้ ไปเรี ยนรู้ในเวทีแลกเปลียนต่างๆ โดยเฉพาะจาก สอจร. ซึงก็จะสอนเทคนิค ในการทําข้ อมูล การนําเสนอข้ อมูลทีน่าสนใจ ด้ วยวิธีการต่างๆ ทีเรายังไม่เคยรู้ มาก่อน เป็ นการเปิ ดโลกการ ทํางานทีกว้ างมากๆ คิดว่ามันเป็ นงานทีคุ้มค่ามากๆ สําหรับคนตัวเล็กๆ อย่างอุ้ม” ดังนัน) จะเห็นได้ วา่ มีทนุ อยู่ 3 ด้ านเป็ นหลักทีก่อให้ เกิดการขับเคลือนงานจัดการอุบตั ิเหตุโดยชุมชน สําหรับโครงการพัฒนาระบบข้ อมูลอุบตั เิ หตุจราจรสูก่ ารแก้ ไขปั ญหาอุบตั เิ หตุแบบบูรณาการ อําเภอบ้ านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้ แก่ ทุนด้ านงานในหน้ าทีซึงเกียวข้ องกับงานอุบัติเหตุ เช่น กรณีของเจ้ าหน้ าทีกู้ภยั ซึงทําหน้ าทีช่วยเหลือผู้ประสบอุบตั ิเหตุ ตํารวจทีเกียวข้ องในกรณีทีเกิดเหตุเป็ นคดีความ แขวงการทางซึง ทํางานด้ านถนน ผิวทางจราจรและสิงแวดล้ อมบริ เวณถนน ส่วนความเกียวข้ องในเรื องรถและใบอนุญาต ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 15


ขับขี คือบทบาทในความรับผิดชอบของ สํานักงานขนส่ง ในขณะทีโรงพยาบาลบ้ านไผ่ ก็มีความเกียวข้ อง ในด้ านรักษาพยาบาลจากอุบตั เิ หตุและการป้องกันโรค ทุนด้ านความสะเทือนอารมณ์ อันเนืองมาจากอุบัติเหตุ คือความรู้ สึกสะเทือนใจไปกับความ สูญเสียอันเกิดจากอุบตั ิเห็นทีตนได้ เข้ าไปรับรู้ และเกียวข้ อง กระทังเกิดจิตอาสาอยากเข้ ามามีบทบาทใน การแก้ ไข ไม่ต้องการเพียงแค่การทํางานเชิงรับเท่านัน) แต่อยากเปลียนมาทํางานในส่วนตังรั ) บกับอุบตั ิเหตุ มากกว่า ซึงทุนในส่วนนี ) มีอยูใ่ นตัวของคนทีเข้ ามาเป็ นทีมหลักแทบทุกคน สุดท้ ายคือ ทุนทางสังคมในส่ วนการแลกเปลียนเรี ยนรู้ จากเครื อข่าย ซึงทีมงานทุกคนล้ วนได้ รับโอกาส นี ) จาก สอจร. และ ศวปถ. จากการเปิ ดโอกาสและผลักดันร่วมกันของทุกคนในทีมให้ ได้ รับโอกาสนี )โดยเท่า เทียมกัน

เปิ ดกลไกขับเคลือน MIS เมือเห็นต้ นทุนของคนทํางานในมุมทีต่างคนต่างมีเสมอกันอยู่แล้ ว หันมามองด้ านการขับเคลือน งานให้ เกิดความสําเร็ จของทีม MIS บ้ านไผ่ จะเห็นได้ ว่าเกิดจากกลไกซึงสามารถเคลือน���านได้ อย่างเป็ น ระบบ กล่าวคือ ตัวกลไกเป็ นฟั นเฟื องเล็กๆ ทีมาจากหลายหน่วยงานทีทํางานเกี ยวข้ องกับการป้องกัน อุบตั ิเหตุอยู่แล้ ว เมือเกิดการรวมตัวเพือเคลือนงาน MIS จึงส่งผลให้ เกิดระบบงานลดอุบตั ิเหตุบรู ณาการ เข้ ากับการทํางานปกติในหน่วยงาน หรื อ กล่าวแบบเข้ าใจง่าย คือ เมืองาน MIS เคลือนงานในหน่วยงาน ต้ นสังกัดของกลไกทังหมดก็ ) สามารถเคลือนตามไปด้ วย กลไกความสําเร็จดังกล่าวเกิดจาก ....

ยุทธศาสตร์ งานป้องกันอุบัตเิ หตุ 5E โครงสร้ างกลไกการขับเคลือนงานของ MIS บ้ านไผ่นนั ) ถือเป็ นโครงสร้ างกลไกทีสมบูรณ์และมี ศักยภาพในการเคลื อนงานได้ เหมาะสมลงตัวไม่ติดขัด ที สําคัญ คือกลไกการทํ างานดัง กล่าวก่อให้ เกิ ด องค์ประกอบของยุทธศาสตร์ งานป้องกันอุบตั เิ หตุ 5E ดังนี ) ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 16


5 E หน่ วยงานทีรับผิดชอบ วิศวกรรม (Engineering) แขวงการทางขอนแก่นที 3 (บ้านไผ่) บังคับด้วยกฎหมาย (Enforcement)

สถานีตาํ รวจภูธรบ้านไผ่

ให้ความรู้ (Education) สํานักงานขนส่ งจังหวัดขอนแก่น (สาขาบ้านไผ่) ส่ งฉุกเฉินโดยไม่พิการ (Emergency)

หน่วยกูภ้ ยั พุทธญาณสมาคม, โรงพยาบาล

บ้านไผ่ ประเมินผล (Evaluation) ทีมข้อมูลโรงพยาบาลบ้านไผ่

ในโครงสร้ างของยุทธศาสตร์ 5E ข้ างต้ น แบ่ง บทบาทการทํ างานออกเป็ น 2 ที ม ได้ แก่ “ทีม ดําเนินงาน” คือทีมวิเคราะห์ ข้อมูลในระดับเจ้ าหน้ าทีผู้ปฏิบตั ิงาน ประกอบไปด้ วยเจ้ าพนักงานหรื อ เจ้ าหน้ าที จากแขวงการทางขอนแก่น ที 3 อําเภอบ้ านไผ่, สถานีตํารวจภูธรบ้ านไผ่, สํานักงานขนส่งจังหวัด ขอนแก่น สาขาบ้ านไผ่, โรงพยาบาลบ้ านไผ่ สังกัดหน่วยราชการรัฐส่วนกลาง และหน่วยกู้ภยั พุทธญาณ สมาคม ซึงเป็ นหน่วยงานเอกชน และอีกทีมหนึง คือ “ทีมอํานวยการ” ประกอบไปด้ วย ผู้บริหารของหน่วยงานของ “ทีมดําเนินการ” อันได้ แก่ผ้ บู ริหารจาก แขวงการทางขอนแก่น ที 3 อําเภอบ้ านไผ่, สถานีตํารวจภูธรบ้ านไผ่, สํานักงานขนส่ง จังหวัดขอนแก่น สาขาบ้ านไผ่ และ โรงพยาบาลบ้ านไผ่ ประเด็นทีน่าสนใจสําหรับการขับเคลือนงานของ ทีม MIS บ้ านไผ่ คือ การได้ ทีมทีครบ 5E มาด้ วย วิธี การค่อยๆ ทํ างานและเรี ยนรู้ ไปที ล ะนิดว่า ยัง ขาดข้ อมูล ส่วนไหน ก็ ร่ว มด้ วยช่วยกัน เฟ้ นหา เพิมเติมบุคคลจากหน่วยงาน หรื อสาขาอาชีพนันๆ ) มาเติมเต็ม โดยทีแต่เดิมก่อนหน้ านี )ทีมทํางานเองก็ไม่ รู้ จกั 5E นี )มาก่อนเช่นกัน แต่เมือทํางานแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุร่วมกันมาระดับหนึง จึงได้ มารู้ จกั ว่า 5E คือ อะไรบ้ าง และเป็ นความลงตัวอย่างยิง เมือสํารวจแล้ วทีม MIS บ้ านไผ่มีอยู่ครบถ้ วน จึงเป็ นการย้ อนศร ตรวจสอบและตอกยํ )าว่าได้ วางกลไกการขับเคลือนงานเท่าทีจะหาทรัพยากรบุคคลและหน่วยงานในท้ องถิน ได้ นนเดิ ั ) นมาถูกทางแล้ ว ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 17


เริมต้ นทีโรงพยาบาล “แดง-จิรวรรณ” ในฐานะผู้ประสานงานและตังเป ) ้ าหมายริ เริ มการทํางานร่ วมกันของคนบ้ านไผ่ เพือป้องกันและลดอุบตั ิเหตุ ตัดสินใจนํารายละเอียดของงาน MIS ทีตังต้ ) นลงมือทํา เข้ าขอคําปรึกษากับ “หมอดุลย์” หรื อ “นายแพทย์ อดุลย์ บํารุ ง” ซึงเป็ นผู้เชียวชาญเรื องงานข้ อมูล เพราะเป็ นหัวหน้ าศูนย์ ข้ อมูลของโรงพยาบาลบ้ านไผ่ อีกทังยั ) งเป็ นหัวหน้ างานของเธอ เพือขอให้ ช่วยเข้ ามารับหน้ าทีเป็ นทีปรึกษา โครงการฯ และจากต้ นทุนส่วนตัวทีมีเหมือนกันกับพีแดง คือ เมือคุณหมอเองก็เป็ นศัลยแพทย์ซึงมีหน้ าที คอยตังรั ) บการรักษาคนไข้ จากอุบตั ิเหตุอยู่ทีโรงพยาบาล จึงเป็ นอีกหนึงคนทีเกิดความรู้ สึกคับข้ องใจว่าตน ช่วยอะไรไม่ได้ มากกว่านี )เลยหรื อมาโดยตลอด ดังนันเมื ) อได้ รับคําเชื )อเชิญ “หมอดุลย์” ก็ตดั สินใจมีส่วนร่วม ช่วยงานป้องกันอุบตั เิ หตุกบั เธอในทันที

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 18


การทํางานร่วมกันของทังสองคนในโครงการฯ ) นี ) พยาบาลเทคนิคอย่าง “แดง-จิรวรรณ” รับบทบาท เป็ นฝ่ ายประสานงาน ออกหน้ าเจรจา ในประเด็นต่างๆ กับภาคีเครื อข่าย และผู้ทีเกียวข้ องในสายงาน เน้ น การทํางานในส่วนหน้ าฉาก ส่วน “คุณหมออดุลย์” รับหน้ าทีเป็ นกุนซือคอยให้ คําปรึกษา วางแผน และช่วย คอยดูในเรื องความเหมาะสมต่างๆ ตลอดจนมีตําแหน่งของแพทย์อันช่วยในเรื องการส่งเสริ มศักยภาพ ความน่าเชือถือแก่โครงการฯ เพิมเติมด้ วยอีกทางหนึง

นายแพทย์อดุลย์ บํารุ ง

แม้ วา่ “หมอดุลย์” จะมีตําแหน่งเป็ นแพทย์ ซึงเปรี ยบเทียบทางศักดิqของหน้ าทีการงานแล้ ว จะเป็ น ตําแหน่งทีสูงกว่าพยาบาล แต่ในความเป็ นจริ งของการทํางานแต่ละขัน) ตอน พบว่าการอยู่ร่วมกันของ ทีมงาน MIS บ้ านไผ่ ล้ วนเต็มไปด้ วยลักษณะการร่ วมงานแบบเท่าเทียม ไม่มีระดับชัน) อํานาจสูงตําแต่ อย่างใด เช่น กรณีของ “หมอดุลย์” ซึงเปิ ดโอกาสในการทํางานและเรี ยนรู้ ให้ แก่ “แดง-จิรวรรณ” อย่างเต็มที ซึงเน้ นไปทีการแบ่งปั นภารกิจอย่างเหมาะสมกับทักษะของแต่ละคน โดยไม่มีการมุ่งหมายจะโดดเด่นกว่า กันและกัน “ผมคิดว่า ตัวผมกับพีแดงคงเป็ นเหมือนเหล็กกับปูน เราทังคู ) ร่ วมกันก็เป็ นคอนกรี ตเสริ มเหล็ก ผม เป็ นคนแข็งๆ หน่อยก็ต้องเป็ นปูน ส่วนพีแดงนันคิ ) ดว่าเขาเป็ นเหล็กเพราะยังสามารถอ่อนได้ เป็ นส่วนผสมที สามารถส่ง เสริ ม กัน จากบุคลิ ก ลักษณะของความเป็ นหญิ ง เป็ นชาย ซึงก็ จ ะช่วยเพิมศัก ยภาพในการ ดําเนินงานแต่ละอย่างมากขึ )นไปกว่าทีคนๆ เดียวจะลงมือเท่านัน) และอีกอย่างคือ ผมเป็ นหมอก็อาจจะช่วย ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 19


ได้ บางเวลาต้ องเข้ าไปพบปะหรื อพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะทีอําเภอหรื อทีอืนๆ โอกาสทีเขาจะรับฟั ง เราในฐานะทีมีตําแหน่งเป็ นหมอก็มากหน่อยตามความน่าจะเป็ น ส่วนพีแดง งานในส่วนทีเขาทําได้ อย่าง ยอดเยียมมาก คือในส่วนการประสานงาน ขึ )นเวทีนําเสนอข้ อมูล ประเด็นต่างๆ เขาทําได้ หมดครับ ในขณะ ทีผมก็อยูเ่ บื )องหลังคอยช่วยเขาดูสมําเสมอ ตามเสริมในส่วนทียังขาด ช่วยคิด ช่วยวางแผน” แน่นอนว่า โครงการฯ นี ) มองเห็นได้ ชดั ว่าเป็ นภารกิจทีเดินทางมานอกเหนือจากงานประจําของทุก คนในทีม ดังนัน) การทํางานของ “หมอดุลย์” และ “พีแดง” ในบทบาทนีจ) ึงไม่จําเป็ นต้ องขึน) ตรงกับ โรงพยาบาลต้ นสัง กัด แต่การทํ างานจริ ง เธอกลับเลื อกดําเนิน การแจ้ ง ข่าว รายงาน ปรึ กษาหารื อ กับ ผู้บริหาร “นายแพทย์ประยูร โกวิทย์” ผู้อํานวยการโรงพยาบาลบ้ านไผ่ อย่างสมําเสมอไม่ขาดช่วง “ต้ องยอมรับ ว่าลึกๆ แล้ ว การทํางานอยู่ในห้ องฉุกเฉิ นนีมันหดหู่นะ ถึงแม้ ว่าเราจะเป็ นหมอ มี หน้ าทีเราคือรักษาช่วยชีวิตอยูแ่ ล้ วก็ตาม แต่เวลาต้ องเจอเคสโชกเลือดเข้ ามาเยอะๆ ในแต่ละวันๆ ภาพตรง นี ) มันค่อยๆ เติมความหดหูใ่ ห้ ชีวิตมากขึ )นไปทีละนิด จนผมเองก็ร้ ู สึกว่าถ้ าเราสามารถทําอะไรสักอย่างทีจะ ปกป้องชีวิตให้ เขาปลอดภัย ก่อนจะเกิดอุบตั เิ หตุ ผมเชือว่า ผมจะมีความสุขมากกว่า ดังนันเมื ) อรู้ ว่าคุณแดง ทําโครงการฯ MIS ผมก็เปิ ดโอกาสให้ เต็มทีสําหรับการเคลือนงานนี )” จากการยืนยันเปิ ดโอกาสในการทํางาน MIS ของผู้อํานวยการโรงพยาบาลบ้ านไผ่ดงั กล่าว พบว่า งานของโครงการฯ ในบทบาทความรับผิดชอบของ “แดง-จิรวรรณ” ถูกยอมรับเสมือนว่าเป็ นงานส่วนหนึง ในหน้ าทีรับผิดชอบของโรงพยาบาลบ้ านไผ่ด้วยเช่นเดียวกัน ซึง “นายแพทย์ประยูร” ผอก. โรงพยาบาลบ้ าน ไผ่ กล่าวสําทับว่า ทางการแพทย์มองว่าอุบตั ิเหตุเป็ นโรคชนิดหนึง ดังนัน) งานป้องกันอุบตั ิเหตุ คือ งาน ป้องกันโรค “งานของโรงพยาบาลทุกแผนกทุกด้ าน จะมีอยู่ 4 มิติ คือ การรั กษา ฟื )นฟู ส่งเสริ ม ป้องกัน ซึง อุบตั ิเหตุก็เหมือนกับทุกงาน ทีเราสามารถใช้ มิติการดูแลรักษากําหนดเป็ นทิศทางการทํางานป้องกัน และ การส่งเสริ มก็ต้องไปเกี ยวข้ องกับหน่วยงานอืนๆ ทําคนเดียวมันก็ไม่ไหวนะ มันก็ต้องมีคนอืนทีเกี ยวข้ อง ต้ องเกิดการเข้ ามามีส่วนร่วมของหลายๆ ฝ่ าย คงจะบอกไม่ได้ ว่าเป็ นหน้ าทีใคร แต่เป็ นหน้ าทีของทุกฝ่ าย จะต้ องมีสว่ นช่วยกันดูแล การทํางานบูรณาการข้ อมูลอุบตั ิเหตุเป็ นการทํางานทีรุกออกไป เพือป้องกันไม่ให้ เกิดปั ญหา”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 20


นายแพทย์ประยูร โกวิทย์

จัดระเบียบข้ อมูล เมื อสามารถตัง) ต้ นงานได้ ทีโรงพยาบาลบ้ านไผ่ โดยมี ผ้ ูบริ หารซึงเห็นด้ วยในหลักการ แนวคิด ยอมรั บ วิธี การดํ าเนิน งานและพร้ อมให้ การสนับ สนุน ว่า เป็ นงานในหน้ าที รั บ ผิด ชอบของโรงพยาบาล ตลอดจนอีกประการหนึง คือ ทีนีเป็ นหน่วยงานทีมีข้อมูลอุบตั เิ หตุอยูใ่ นมือ ทีม MIS ทีกําลังเริ มก่อร่างสร้ าง ตัวขึ )นอย่างค่อยเป็ นค่อยไป จึงเริ มมองหา นักสถิติในการจัดการข้ อมูล ทดลองทํางานกันมาหลายคนก่อน จะมาลงตัวที “อัจฉราพร จงสมชัย” หรื อ “อุ้ม” นักสถิติโรงพยาบาลบ้ านไผ่ ซึง “แดง-จิรวรรณ” ชักชวนมา ทําหน้ าทีจัดระเบียบ ประมวลข้ อมูล จัดเก็บฐานข้ อมูลตามรูปแบบกระบวนการ MIS “ครัง) แรกเลย พีแดงมาชวนว่าไปประชุมเป็ นเพือนพีหน่อย อุ้มก็เห็นว่าขัดไม่ได้ คือ ผู้ใหญ่ขอมา อุ้ม ก็ไป ไม่ได้ ร้ ู เลยว่าเป็ นงานเรื องอะไร แต่พอไปแล้ วรู้ สึกว่าพีๆ เขาทํางานกันสนุกจัง ถึงจะเป็ นนอกเวลางาน ประจําแต่ทําไมทุกคนตังใจเอาใจใส่ ) ประเด็นทีพูดคุยกันมากๆ คือทุกคนอินกับเรื องทีกําลังทํามาก จากนัน) อุ้มก็เข้ ามาอีกเรื อยๆ จนมารู้ ตวั อีกทีคือ อุ้มเป็ นส่วนหนึงของทีมไปแล้ ว จริ งๆ เขาดําเนินงานกันไปพักหนึง แล้ วอุ้มถึงเข้ ามาทําตอนทีมีข้อมูลอยูแ่ ล้ วส่วนหนึง แต่ข้อมูลพวกนันยั ) งไม่ได้ ถกู จัดการให้ เป็ นระบบ อุ้มก็ทํา

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 21


หน้ าทีเป็ นเหมือนนักสถิติ คอยลงข้ อมูล จัดระเบียบให้ ใช้ งานสะดวก และยังได้ ทํางานอืนๆ ไปด้ วย ทัง) ถ่ายรูป เขียนจดหมายข่าว ทํา Fact Sheet ทําเอกสารต่างๆ เป็ นผู้ชว่ ยของพีแดงอีกทีหนึง” ก่อนหน้ านี ) โรงพยาบาลบ้ านไผ่นนเกี ั ) ยวข้ องกับอุบตั ิเหตุในฐานะปลายทาง คือ การรักษาพยาบาล ความเจ็บป่ วยอันเกิดจากอุบตั ิเหตุ เมือเป็ นหน่วยหนึงทีมีข้อมูลของอุบตั ิเหตุทีเกิดขึ )นในระดับหนึง จึงเป็ น เรื องค่อนข้ างสะดวกทีจะรับบทบาทเป็ นแกนกลางในการประสานงานและจัดการข้ อมูลทังหมด ) ไม่ว่าจะ เป็ น รวบรวม จัดเก็บ ประเมินผลข้ อมูล ออกแบบวิธีการนําเสนอข้ อมูลทังหมด ) รวมๆ แล้ ว นันคืองานใน ส่วนประเมินผล ซึงเป็ นหนึงกลไกของ 5E คือ Evaluation โรงพยาบาลเป็ นเหมือนจุดรวมญาติ และเรื องราว ข้ อมูลเชิงคุณภาพอืนๆ อันเกียวเนือง กับอุบัติเหตุทีเกิดขึน& ดังนัน& ทีมประเมินข้ อมูลของโรงพยาบาล จึงมีข้อมูลเชิงคุณภาพมากมาย ให้ หยิบยกและใช้ ไปนําเสนอเพือสือสารข้ อมูลน่ าสนใจ มีชีวิต และสะเทือนอารมณ์ ทีม “MIS บ้ านไผ่” เลือกตังเป ) ้ าหมายงานไปทีข้ อมูลก่อนเป็ นอันดับแรก แต่เมือเริ มต้ นจัดระเบียบ ข้ อมูลแล้ วทีมงานกลับพบว่าลําพังข้ อมูลของโรงพยาบาลซึงจะมีการบันทึกตามแบบฟอร์ ม IS (Injuries Surveillance) ไม่เพียงพอต่อการนําข้ อมูลมาวิเคราะห์ เพราะถือเป็ นข้ อมูลปลายทางและมีข้อมูลเฉพาะที ผู้ตายหรื อผู้บาดเจ็บเดินทางมาถึงมือหมอเท่านัน) ดังนัน) “แดง-จิรวรรณ” ในฐานะผู้ประสานงาน จึงชักชวนตํารวจอย่าง พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญ ชีวินทร์ หรื อ “รองบอย” จากสถานีตํารวจภูธรบ้ านไผ่ในขณะนัน) มิตรสหายซึงเคยร่วมกันทํางานกับ สอจร. ด้ วยกัน มาแบ่งปั นข้ อมูลทีตํารวจมีอยู่เพือเติมเต็มส่วนทีขาดหายของข้ อมูล ซึงต่อมาเมือ “รองบอย” ย้ าย ราชการไปจึงส่งไม้ ต่อให้ “รองแมน” หรื อ พ.ต.ท.แมน ศิริฉาย รองผู้กํากับ สืบสวนสอบสวน สถานี ตํารวจภูธรบ้ านไผ่ (สภ.บ้ านไผ่) มาร่วมทํางานกับทีม MIS อย่างต่อเนือง ซึงเมือข้ อมูลของตํารวจและ โรงพยาบาลถูกนํามาวิเคราะห์ร่วมกันก็พบว่า ปกติแ ล้ วเจ้ า หน้ า ที ตํ า รวจจะเก็ บบัน ทึก ข้ อ มูล ในแบบบัน ทึก ประจํ า วัน ที เป็ นคดี ของพนักงาน สอบสวน ซึงข้ อมูลของตํารวจเองก็ ยัง มีช่องโหว่อยู่ไ ม่ใช่น้อย ถื อเป็ นข้ อมูล ปลายทางเช่นเดียวกับของ โรงพยาบาล คือ หากไม่เ ป็ นคดีความก็ไ ม่ถูกบันทึก ตลอดจนส่วนใหญ่ มักจะบันทึกสาเหตุเ พียงแค่ว่า เกิดขึ )นโดยประมาท ซึงคําว่า “ประมาท” นันเปรี ) ยบได้ เหมือนแบบฟอร์ มของอุบตั เิ หตุทีเกิดขึ )นไปแล้ วด้ วยซํ )า

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 22


ดังนัน) ทีมงานจึงกําหนดแนวทางร่ วมกันเพือส่งเสริ มให้ เจ้ าหน้ าทีตํารวจจาก สภอ. บ้ านไผ่ เพิม ความละเอี ยดและแจกแจง การเก็ บข้ อมูลคดีความและบันทึกความเสี ยหาย วิเ คราะห์ ส าเหตุม ากขึน) เพือให้ ได้ ข้อมูลทีชัดเจนสําหรับการนําไปวิเคราะห์ในเวทีแลกเปลียนของ ทีม MIS ร่วมกัน บทบาทของตํารวจ จะไปอยู่ในส่วนของ Enforcement บังคับด้ วยกฎหมาย โดยตรงทังในหน้ ) าที การคลีคลายคดีความอุบตั ิเหตุ และส่วนงานการจัดการจราจร ซึงความรู้ ในสายงานอาชีพส่วนนี )จะช่วยให้ ข้ อมูลอุบตั เิ หตุเป็ นอย่างดี ว่าการกระทําใดของผู้ประสบเหตุ ถูกหรื อผิดกฎหมายอย่างไร ตลอดจนมีหน้ าที วิเคราะห์กรณี วิธีการสืบสวน สอบสวนด้ วยเช่นกัน แและอีกบทบาทหนึงของตํารวจ คือ การรายงานข้ อมูล ไปยังหน่วยงานอืน เช่น สํานักงานขนส่ง แขวงการทาง เพือแจ้ งข้ อมูลและจุดเกิดเหตุให้ ทราบในทันทีทีเกิด อุบตั เิ หตุ รวมทังอี ) กหน้ าทีหนึงคือ การเคลือนในส่วนของปฏิบตั ิการ ออกมาตรการเฝ้าระวัง-ป้องกัน การตัง) ด่านตรวจ เพิมเติมหลังจากได้ ข้อมูลอันชัดเจนจากทีม MIS พร้ อมกันกับการเริมต้ นจัดระเบียบข้ อมูลของตํารวจ “แดง-จิรวรรณ” ยังมองไปถึงหน่วยงานสําคัญ ทีมักจะถึงทีเกิดเหตุเป็ นหน่วยงานแรกเสมอ คือ หน่วยกู้ภัย ซึง ธนวัฒน์ ถาวรวิริยะตระกูล หรื อ “ท๊ อป” กรรมการบริหาร หน่วยกู้ภยั พุทธญาณสมาคมบ้ านไผ่ ก้ าวเข้ ามาเป็ นส่วนหนึงของทีม MIS ทันทีหลังจากที รับรู้วา่ การทํางานของภาคี MIS เป็ นของจริ งทีเขาสามารถเป็ นส่วนหนึงในการช่วยลดและป้องกันอุบตั ิเหตุ ในอําเภอบ้ านไผ่ได้ อย่างเป็ นรูปธรรม “ปกติเวลาหน่วยงานอืนๆ มาขอข้ อมูลผมก็มกั จะถามว่าเอาไปทําอะไร ซึงส่วนใหญ่เขาก็จะเอาไป จัดนิทรรศการ เพราะทีมกู้ภยั ของผมจะเข้ าไปถึงทีเกิดเหตุก่อนทีมอืนและจะเก็บข้ อมูลได้ ทงภาพนิ ั) ง วีดีโอ ซึงพวกผมจะมีการวิเคราะห์สาเหตุของอุบตั ิเหตุย้อนหลังไปหลายปี อยู่นะครับ แต่ข้อมูลพวก���ันก็ ) ไม่เคยถูก เอามาใช้ ต่อเลย ก็เก็บไว้ อย่างนัน) พอทีม MIS เชิญไปประชุมครัง) แรก ผมไม่ได้ ไปเองเพราะทีผ่านมาก่อน นัน) มี หน่วยงานเชิญ ไปประชุม บ่อยแต่สุดท้ ายก็ไ ม่มี การเคลื อนไหวอะไรต่อ จบแค่ประชุม นัน) ๆ เลยส่ง เจ้ าหน้ าทีไป แต่พอน้ องกลับมาบอกทีม MIS ขอข้ อมูลเพือเอาไปวิเคราะห์ ผมก็แปลกใจ ครัง) ต่อมาผมเลย กระโดดเข้ าไปร่วมประชุมเอง”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 23


หน่วยกู้ภยั พุทธญาณสมาคมบ้ านไผ่ จะอยู่ในส่วนของ ส่งฉุกเฉินโดยไม่พิการ หรื อ Emergency มี บทบาทเป็ นผู้เก็บข้ อมูลอุบตั เิ หตุทีเกิดขึ )นในแต่ละครัง) และนําเสนอข้ อมูลทุกด้ านทีเก็บมาได้ ส่งต่อให้ กบั วง วิเ คราะห์ แชร์ ประสบการณ์ ทีรู้ เห็ นอุบัติเ หตุม าเป็ นประจํ า ซึงจะได้ ข้อมูล ดิบ ข้ อ เท็จ จริ ง มากกว่าทุก หน่วยงาน เพราะเป็ นหน่วยทีคลุกคลีอยู่กบั อุบตั ิเหตุโดยตรง จึงมีข้อมูลเชิงประจักษ์ เข้ มข้ น สดใหม่ จาก ต้ นตอพื )นทีการเกิดอุบตั ิเหตุ ทังรายละเอี ) ยดการเกิดเหตุ รู ปถ่าย ภาพเคลือนไหว โดยหลังจากหน่วยกู้ภัย พุทธญาณฯ เข้ าร่วมเป็ นส่วนหนึงของทีม MIS การเก็บข้ อมูลในทีเกิดเหตุได้ ถกู กําหนดให้ ทําอย่างละเอียด มากขึ )น เพือสามารถนําไปวิเคราะห์สาเหตุทีแท้ จริ งของอุบตั ิเหตุให้ ชดั เจนขึ )นและนําไปสู่การแก้ ไขปั ญหาที ตรงประเด็น

ขณะเดียวกัน บทบาทของโรงพยาบาลบ้ านไผ่ ก็จัดอยู่ในส่วนของ ส่งฉุกเฉิ นโดยไม่พิการ หรื อ Emergency เช่นเดียวกับหน่วยกู้ภัยพุทธญาณฯ เพราะเป็ นการทํางานเกียวกับการรักษาพยาบาล มีการ บันทึกข้ อมูลการเจ็บป่ วยจากอุบตั เิ หตุของแพทย์และเจ้ าหน้ าทีกู้ชีพของโรงพยาบาล ซึงถูกนํามาบูรณาการ ใช้ งานในวงวิเคราะห์ของ MIS ควบคูไ่ ปกับข้ อมูลจากหน่วยงานอืนๆ บทบาททีเหมือนกันของกลไก E ทัง& 3 ทีกล่ าวมาข้ างต้ น จะเป็ นส่ วนของ E ทีมีข้อมูล อุบัติเ หตุอ ยู่ในมือ ทีถึงแม้ ว่ าจะเป็ นข้ อมู ลซึงมาจากต่ า งรู ป แบบวิธีการเก็บบันทึก แต่ ทัง& หมด สามารถนํามาบูรณาการกันได้ อย่ างลงตัว เพราะต่ างช่ วยเสริมกันในประเด็นทีแต่ ละหน่ วยงาน ขาดหาย ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 24


วิเคราะห์ ข้อมูลเพือแก้ ไข จากการจัดระเบียบข้ อมูลร่ วมกันของ 3 E คือ ประเมินผล (Evaluation) , บังคับด้ วยกฎหมาย (Enforcement), ส่งฉุกเฉินโดยไม่พิการ (Emergency) นันส่ ) งผลให้ เกิดถังข้ อมูลกลางของการเกิดอุบตั ิเหตุ แต่ละกรณีสําหรับการร่วมกันวิเคราะห์ แต่เมือร่วมกันวิเคราะห์ในระดับหนึง ทีม MIS ขณะนันโดย ) “แดงจิรวรรณ” พบว่าจริ งๆ แล้ วพวกเขายังขาดข้ อมูลส่วนอืนๆ อยู่อีก โดยเฉพาะข้ อมูลด้ านรถ เธอจึงตัดสินใจ เข้ าไปทาบทาม “เล็ก-ศรวุฒิ ดวงพิมพ์” เจ้ าพนักงานขนส่ง สํานักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น สาขาอําเภอ บ้ านไผ่ เข้ ามาร่วมวงทํางาน MIS ไปด้ วยกัน “ตอนนันเรานั ) งดูข้อมูลกัน ก็พบว่ามันยังขาดข้ อมูลเรื องรถ เลยนึกถึงหน่วยงานทีมีความรู้ เรื องรถ เป็ นอย่างดี ซึงนันก็นา่ จะหมายถึงขนส่ง ก็หารื อกันว่าเราจะชวนใครมาทํางานด้ วยดี มีคนเสนอว่าน่าจะเป็ น เล็ก (ศรวุฒิ) ซึงพีแดงก็เห็นด้ วยเพราะก่อนหน้ านัน) เล็กเคยมาทําอบรมความรู้ เรื องจราจร เพือสอบใบขับขี ให้ กบั เจ้ าหน้ าทีในโรงพยาบาล แล้ วเห็นว่าเขาเป็ นคนดีตงใจทํ ั ) างาน ดูม่งุ มัน พอพีแดงตัดสินใจเข้ าไปคุยกับ เขาทีขนส่งเพือชวนมาร่ วมงานกัน เขาก็ตกลงทันทีเลย เพราะตัวเขาเองก็มีเรื องฝั งใจกับอุบตั ิเหตุมาก่อน และอยากทํางานเพือลดอุบตั เิ หตุอยูแ่ ล้ วด้ วย” สํานักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น สาขาอําเภอบ้ านไผ่ จัดอยู่ในส่วนของ Education หรื อ ให้ ความรู้ เพราะในสายงานส่วนหนึงของ สํานักงานขนส่ง คือ การให้ ความรู้ ประชาชน เรื องการขับขีปลอดภัยและ ถูกต้ องตามกฎหมาย การอบรมวินยั จราจร การออกใบอนุญาตขับขี รถประเภทต่างๆ ซึงล้ วนแต่เป็ นงานให้ ความรู้โดยตรง บทบาทของ “เล็ก-ศรวุฒิ” ในฐานะเจ้ าหน้ าทีขนส่ง เมือมาอยูใ่ นวงวิเคราะห์ทีม MIS บ้ านไผ่ นัน) คือการให้ ข้ อมูล ความรู้ เรื องรถ การเดินรถขนส่ง มวลชน ทะเบี ยน ภาษี และลักษณะการขับขี ที ปลอดภัย หรื อเสียงภัย ตลอดจนลักษณะอุบตั ิเหตุแบบใดมีสาเหตุมาจากรถ จากผู้ขบั ขี หรื อไม่ใช่ทงสอง ั) ส่วน รวมทัง) ดํ าเนินงานด้ า นการแก้ ปั ญ หาเรื องพฤติกรรมของผู้ขับขี การจัดอบรมใบอนุญ าตขับ ขี แก่ หน่วยงานทีต้ องการปฏิบตั กิ ารลดอุบตั เิ หตุเป็ นต้ น นอกเหนือจากทีได้ สํานักงานขนส่งมาร่วมทีม MIS แล้ ว วงวิเคราะห์พบว่าพวกเขายังคงขาดข้ อมูล และความรู้ ในเรื องของ ถนน และการแก้ ไ ขปั ญ หาจุดเสี ยงต่า งๆ ทางสิงแวดล้ อม ซึงนันเป็ นส่วนงาน รับผิดชอบของ Engineering หรื อ วิศวกรรม หรื อชี )ให้ ชดั เจนคือ วิศวกรรมการทาง โดยส่วนสุดท้ ายทียัง

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 25


ขาดไปนี ) เป็ นหน้ าทีโดยตรงของแขวงการทางขอนแก่นที 3 (บ้ านไผ่) ซึงก็ได้ “ออฟ-ธนพล สนอุป” นายช่าง โยธาชํานาญงาน แขวงการทางขอนแก่นที 3 (บ้ านไผ่) มาร่วมเป็ นทีมงานขับเคลือนทีม MIS ร่วมกัน “ย้ อนกลับไปก่อนหน้ านี ) คือผมมีความทรงจําเกียวกับอุบตั ิเหตุ คือ พีชายขับรถประสานงากับรถ พ่วง 18 ล้ อ โดยเพือนทีนังมาด้ วยกันเสียชีวิต ส่วนพีชายผมบาดเจ็บสาหัส ต้ องรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่ นานเป็ นปี เสียหน้ าทีการงานและทรัพย์สินเงินทองมากมาย ปั จจุบนั ก็ยงั ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เต็มที ผมจึง รู้ดีวา่ การเฝ้าดูแลและคอยช่วยเหลือของทุกคนในครอบครัวนันลํ ) าบากขนาดไหน ยิงถ้ าหากเป็ นการสูญเสีย ชีวิตมันก็คงยากทีจะรับได้ ผมจึงเข้ าใจอย่างมากว่าการทีคนทีใกล้ ชิดต้ องบาดเจ็บ เสียชีวิตจากอุบตั ิเหตุ นันความรู ) ้ สึกเป็ นอย่างไร เพราะเจอเข้ ากับตัวเองแล้ ว ประกอบกับอาชีพการงานทีทํา ผมเองก็อยากเป็ น นักการทางทีดี จากวันนันผมจึ ) งมีความตังใจลึ ) กๆ ว่า ผมต้ องเป็ นคนลดการเกิดอุบตั ิเหตุบนถนนให้ ได้ มาก ทีสุดเท่าทีจะทําได้ ” บทบาทของ Engineering ในทีม MIS คือเป็ นผู้ให้ ข้อมูลในส่วนของความรู้ เฉพาะทางอันเกียวข้ อง กับวิ ช าชี พ ด้ านการสร้ างถนน ดูแ ลสิ งแวดล้ อมทางถนน เพื อนํ ามาประกอบการวิเ คราะห์ ข้อมูล ในวง อุบตั ิเหตุครัง) นันๆ ) ว่าเกิดจากสาเหตุใด ระหว่าง ถนน รถ หรื อพฤติกรรม ซึงหากสาเหตุเป็ นเพราะถนน จะ หาทางแก้ ไขหรื อป้องกันได้ อย่างไร จุดเสียงนันอยู ) ใ่ นเขต หรื อ หน้ าทีรับผิดชอบของหน่วยงานใด ทังนี ) ) แขวงการทางฯ มีบทบาทอย่างมากในการแก้ ไขปั ญหาให้ เห็นรู ปธรรมความสําเร็ จ ผ่านการ แก้ ไขจุดเสี ยง ทัง) ทีลงมือแก้ เ อง และให้ ข้อแนะนําทางเทคนิควิธี องค์ความรู้ ในการแก้ ไ ขแก่หน่วยงาน ท้ องถินนําไปแก้ ไขในพื )นทีตัวเอง บทบาทของของแขวงการทางฯ (Engineering) และ สํานักงานขนส่งฯ (Education) จะมีรูปแบบ ใกล้ เ คียงกันมาก คือ ข้ อมูล ทีทีม ใช้ ในการวิเคราะห์ จะเป็ นข้ อมูลในส่วนองค์ความรู้ และประสบการณ์ เฉพาะทางของสาขาวิช าชี พ มากกว่าจะเป็ นข้ อมูลเฉพาะของอุบัติเ หตุแต่ละกรณี ขณะเดียวกันก็ เป็ น หน่วยงานทีมีบทบาทในการขับเคลือนแก้ ปัญหา นําข้ อมูลจากอุบตั ิเหตุแต่ละครัง) ทีหน่วยงานของตนพอจะ แก้ ไขได้ เข้ าไปบูรณาการกับงานปกติของหน่วยงาน จนในทีสุด MIS บ้ านไผ่ ก็ไ���้ “ทีมดําเนินงาน” มาเป็ นแกนหลักในการวิเคราะห์ ข้อมูล อุบัตเิ หตุ ทีล้ วนมาจากเจ้ าหน้ าทีระดับปฏิบัตงิ านในหน่ วยงานทีเกียวข้ องกับอุบัติเหตุเป็ นทุนเดิม ซึงเป็ นกลไกทีลงตัวกับยุทธศาสตร์ 5E อีกทัง& ทุกคนในทีมงานต่ างมีทุนทางด้ านหน้ าทีการงาน ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 26


เกียวกับปั ญหาอุบัตเิ หตุ ทุนความสะเทือนอารมณ์ เกียวกับอุบัตเิ หตุ และมีจิตอาสาต้ องการมีส่วน ร่ วมในการแก้ ปัญหาอุบัตเิ หตุทีเกิดขึน& บนท้ องถนนอยู่ก่อนแล้ วเสมอเท่ าเทียมกันทุกคน

สําคัญที “ส่ งมอบ” เมือทีม MIS บ้ านไผ่ ได้ ทีมดําเนินงาน ครบกลไก 5E ตามทีกล่าวไปข้ างต้ นแล้ ว การวิเคราะห์ สาเหตุ ปั จจัยเสียง ผลการเกิดอุบตั ิเหตุแต่ละกรณีก็เกิดขึน) พร้ อมกับการนําไปสู่ข้อสรุ ปและวิธีการแก้ ไข ปั ญหาเบื )องต้ นให้ กบั หน่วยงานนโยบายและหน่วยปฏิบตั ิทีเกียวข้ อง ซึงขันตอนต่ ) อจากนี ) “ทีมดําเนินงาน” แต่ละคนจะทําการ “ส่งมอบ” ข้ อมูลให้ แก่ “ทีมอํานวยการ” หรื อผู้บริ หารของแต่ละหน่วยงาน ซึงมีบทบาท หน้ าทีในการตัดสินใจในขอบเขตหน้ าทีของหน่วยงานนันๆ ) ทังเรื ) องการทํางาน และงบประมาณ รวมไปถึง การนําเสนอแผนงานขึ )นไปยังกรม หรื อกระทรวงต้ นสังกัด เพือให้ เกิดการแก้ ปัญหาทีตรงจุด หากบทบาทของหน่วยงานทีมีอํานาจหน้ าทีโดยตรงและสามารถแก้ ปัญหานันๆ ) ที “ทีมดําเนินงาน” ส่งมอบให้ ผู้บริ หารแต่ละหน่วยงานจะสังการเพือแก้ ไขปั ญหาทันที หรื อจัดการบรรจุการแก้ ปัญหาเข้ า แผนงานขององค์กร ในกรณีทีหน่วยงานนันๆ ) ทีไม่มีอํานาจหน้ าทีในการแก้ ปัญหากรณีดงั กล่าว หรื อเป็ น การปฏิบตั งิ านทีเกินขอบเขตอํานาจหน้ าทีของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึงจะจัดการได้ “ทีมอํานวยการ” ซึง ได้ รับมอบข้ อมูล จาก “ที ม ดําเนินงาน” จะทําการ “ส่ง ต่อ” ข้ อมูลไปยังนายอําเภอผ่านการประชุม คณะกรรมการอํานวยการความปลอดภัยทางถนนระดับอําเภอ (คณะกรรมการความมันคงอําเภอ) เพือ ขับเคลือนการแก้ ไขปั ญหาอุบตั เิ หตุได้ ตามศักยภาพของแต่ละหน่วยงานทีเกียวต่อไป “ผมบอกได้ ชดั ๆ เลยว่า กลไกระดับผู้บริหารมีความสําคัญมากกว่าระดับผู้ปฏิบตั ิ คือถ้ าผู้บริ หารไม่ โอเค ไม่ใช่งาน MIS เกิดขึ )นไม่ได้ นะครับ ผมเชือว่า มันเกิดขึ )นได้ แต่คิดว่าไม่เต็มทีอย่างทุกวันนี )แน่นอน และคนปฏิบตั งิ านเองก็จะตาย เพือนร่วมงานไม่ร้ ูวา่ เราทําอะไรอยู่ เขาอาจจะคิดว่าเราเอาเปรี ยบ ไม่ทํางาน หลักๆ มัวแต่ทํางานนอก ทัง) ทีจริ งแล้ วมันเป็ นงานทีเชือมต่อกับงานหลักๆ ของเราได้ ทุกช่องทาง แต่ถ้า ผู้บริ หารเห็นคุณค่า เห็นประโยชน์จากผลงานทีเราไปทํากับทีม MIS ทุกอย่างก็จะง่ายขึ )น ปั ญหาต่างๆ เกียวกับอุบตั ิเหตุจราจรก็จะสามารถแก้ ปัญหาได้ รวดเร็ วและตรงจุด” เล็ก-ศรวุฒิ สํานักงานขนส่งจังหวัด ขอนแก่น สาขาบ้ านไผ่ กล่าวสําทับถึงความสําคัญของทีมอํานวยการ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 27


แต่สุด ท้ า ยแล้ ว จากการดํ า เนิ น งานที ผ่ า นมาของ ที ม MIS

นัน) พบว่า การทํ า งานของ “ที ม

อํานวยการ” มีข้อจํากัดอย่างหนึง ซึงถือเป็ นอุปสรรค คือ มีการโยกย้ ายแต่งตังตํ ) าแหน่งบ่อยครัง) ทําให้ เกิด ความติดขัดในเรื องความต่อเนืองของการทํางานตลอดระยะเวลาตังแต่ ) เริ มโครงการฯ เช่น การส่งมอบ ข้ อมูล การสร้ างความเข้ าใจ ทีสําคัญคือ วิสัยทัศน์ของผู้บริ หารแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ส่งผลให้ มีการ ชะงักของการทํางาน MIS บ้ านไผ่อยู่บ้าง แต่ถือว่าเป็ นช่วงเวลาทีไม่นานนัก เนืองจากทีม “ดําเนินงาน” จะ แก้ ปัญหาโดยแนะนําผู้บริ หารคนใหม่ร้ ู จกั กับการทํางาน MIS เชิญผู้บริ หารไปเข้ าร่วมวงวิเคราะห์อบุ ตั ิเหตุ นําข้ อมูล ข้ อเท็จจริ ง กรณีศกึ ษาต่างๆ ที ทีม MIS ดําเนินการแก้ ไขปั ญหา ดําเนินงานโครงการฯ ได้ สําเร็ จ ลุลว่ ง และเกิดผลลัพธ์ทีดีตอ่ ชุมชนบ้ านไผ่อย่างแท้ จริง เพือ “ส่งมอบ” ให้ แก่ผ้ บู ริหารคนใหม่อย่างสมําเสมอ หรื อแม้ แต่การพูดคุยกันฉันท์มิตรของผู้บริ หารแต่ละหน่วยงาน ทีต่างช่วยกัน “ส่งมอบ” แนวคิดการทํางาน ของทีม MIS ให้ แก่กนั และกัน ซึงส่งผลให้ ผ้ บู ริ หารทีเข้ ามารับตําแหน่งใหม่ ต่างเกิดความเข้ าใจและร่วมมือ กันขับเคลือนงานอย่างต่อเนืองในทีสุด “อย่างในกรณีของสํานักงานขนส่งเอง ผมทํามา 4-5 ปี เปลียนผู้บริ หารมา 3 คน แน่นอนว่านายที เพิงมาแรกๆ เขาก็ยงั ไม่ร้ ู ว่าทีบ้ านไผ่ของเรามีการทํางานลดอุบตั ิเหตุ ผมก็เชิญนายไปร่ วมวงวิเคราะห์เคส ด้ วย เชิญนายนังอยู่ในวง ผมก็จะให้ เกียรตินาย นังอยู่ข้างหลัง เปิ ดโอกาสให้ นายแสดงความคิดเห็น แชร์ ประสบการณ์เพราะนายเขาก็จะมีประสบการณ์การทํางานในสายราชการมาเข้ มข้ นกว่าเรา ทีมเราก็จะได้ ข้ อแนะนําทีเป็ นประโยชน์ด้วย พอนายรู้จกั ว่าทีม MIS ทําอะไรแล้ ว จากนันหากมี ) อะไรเคลือนไหวผมจะเข้ า หานายเพือปรึ กษาพูดคุยตลอด นายก็จะได้ ร้ ู ทนั งานทีเราทําไปด้ วย เพราะนายจะมีวงระดับอําเภอทีต้ อง เข้ าประชุมและนําข้ อมูลทีเราส่งมอบไปรายงานพูดคุยกันในวงทุกเดือน พอนายๆ เขาไปคุยกัน ผู้บริ หารคน อืนๆทีเป็ นทีมอํานวยการมาก่อนก็จะช่วยแนะนํางานของเราอีกทีหนึง จากนันงานมั ) นก็จะต่อไปได้ ของมัน เอง ซึงจะติดขัดช่วงแรกๆ เท่านัน) ผมว่างานทีเราทํา ผู้บริ หารชอบเสียด้ วยซํ )านะ เพราะมันก็เป็ นประโยชน์ กับสายงานของเราด้ วย” เล็ก- ศรวุฒิ ยํ )าให้ เห็นขันตอนการแก้ ) ไขปั ญหาอีกครัง)

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 28


เทคนิคขับเคลือนงานสู่ความสําเร็จ นอกเหนือจากยุทธศาสตร์ 5E ทีกล่าวให้ เห็นภาพข้ างต้ น ว่ากลไกการทํางานของ ทีม MIS บ้ านไผ่ ประกอบไปด้ วยฟั นเฟื องส่วนใดบ้ างทีมาหลอมรวมกัน จนก่อให้ เกิดการขับเคลือนประเด็นการแก้ ไขปั ญหา อุบตั ิเหตุแบบบูรณาการในอําเภอบ้ านไผ่จนถึงปั จจุบนั เพือให้ เห็นกระบวนการขับเคลือนงานทังหมดของ ) ทีม MIS บ้ านไผ่ ได้ อย่างเป็ นขันตอน ) สามารถแบ่งออกเป็ น 7 ขัน) ตอนของการดําเนินงานทีผลักดันให้ โครงการฯ สําเร็จตามเป้าหมาย ดังนี )

7 เทคนิคการขับเคลือนงานสู่ ความสํ าเร็จ -

บริหารจัดการข้ อมูล

-

“ส่ งมอบ” ข้ อมูลแก่ ทมี อํานวยการ

-

“ส่ งต่ อ” ข้ อมูลให้ ผ้ ูทเกี ี ยวข้ อง

-

“เผยแพร่ ” ข้ อมูล

-

หยิบข้ อมูลไปปฏิบัติ

-

เชือมร้ อยภาคีเครือข่ าย

-

บริหารจัดการทีม

บริหารจัดการข้ อมูล ถือเป็ นขันตอนต้ ) นๆ ของการทํางานสําหรับการบูรณาการวิเคราะห์ข้อมูลเดิมเพือเป็ นพื )นฐานใน การออกแบบการเก็บข้ อมูลในรู ปแบบใหม่ทีเหมาะสมตามการหารื อกันในทีมงาน โดยทีมงานจัดให้ มีการ นัดประชุมกันอย่างเป็ นทางการเพือวิเคราะห์สาเหตุอบุ ตั ิเหตุทีเกิดขึ )นในแต่ละเดือน รวมทังยั ) งมีการนัดพบ หารื ออย่างไม่เป็ นทางการ เช่น ตามร้ านอาหารเพือวิเคราะห์สาเหตุอุบตั ิเหตุกรณีสําคัญและเร่ งด่วนทีไม่

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 29


สามารถรอให้ ถึงเวลานัดหมายประจําเดือนได้ ซึงการจัดให้ มีการหารื ออย่างไม่เป็ นทางการนี )เกิดขึ )นอย่าง สมําเสมอ ซึงสามารถส่งผลให้ ทีมงานสามารถแก้ ไขปั ญหาตามความเหมาะสมได้ อย่างทันท���วงที จุดเด่นของการบริ หารจัดการข้ อมูลของทีมคือ การบูรณาการข้ อมูลจากสหวิชาชีพ ซึงข้ อมูล ในทีนีม& ีนัยถึงองค์ ความรู้ในสหวิชาชีพต่ างๆ ด้ วย ระหว่างการทํางานวิเคราะห์ข้อมูลอุบตั ิเหตุทีเกิดขึน) ในแต่ละครั ง) นัน) “ทีมดําเนินงาน” มีความ มุง่ มันและจริงจังกับการหาสาเหตุทีแท้ จริงของอุบตั เิ หตุทีเกิดขึ )นแต่ละกรณีอย่างมาก สังเกตได้ จากผลลัพธ์ ในการประชุม ในแต่ล ะครั ง) ที ม งานจะได้ รายละเอี ยดข้ อมูล ที ควรเก็ บเพิมเติม เพื อสนับสนุนการนํ าไป วิเคราะห์ได้ อย่างรอบด้ านมากขึ )นเรื อยๆ ซึงจะเป็ นการปิ ดช่องโหว่ของข้ อมูลทีขาดหาย ทําให้ ระบบการ จัดเก็บข้ อมูลของแต่ละหน่วยงานทีเกียวข้ องนันก็ ) ค่อยๆ พัฒนาให้ มีความละเอียดรัดกุม และสะดวกขึน) อย่างเป็ นระบบ ข้ อดีของการบูรณาการความรู้ในสหสาขาวิชานัน) ก่อให้ เกิดประโยชน์ในการเก็บข้ อมูลส่วนรวมของ MIS เป็ นอย่างมาก เช่น ก่อนหน้ านันหน่ ) วยกู้ภยั พุทธญาณสมาคม เมืออยู่ในทีเกิดเหตุก็ถ่ายภาพเพียงคน เจ็บคนตายเป็ นสําคัญ กระทังเมือเข้ าร่ วมทํางานกับภาคีต่างหน่วยงาน ชุดความรู้ และประสบการณ์ด้าน อาชญวิ ท ยาจากตํ า รวจ ความรู้ ด้ า นรถและระบบขนส่ ง จากสํ า นัก งานขนส่ ง ความรู้ ด้ า นถนนและ สิงแวดล้ อมจากแขวงการทาง ความรู้ด้านการแพทย์จากโรงพยาบาล ต่างร่วมด้ วยช่วยกันระดมอุดช่องโหว่ ของข้ อมูลต้ นทางทียังเก็บมาอย่างไม่ครบถ้ วนตามทีควรจะนํามาพัฒนาการแก้ ไขปั ญหาได้ ด้ วยการให้ คําแนะนํ าว่า เจ้ าหน้ าทีกู้ภัยควรเก็บข้ อมูลที เป็ นภาพถ่ายในลักษณะไหน ให้ เ ห็นข้ อมูลอะไรบ้ าง ควร เพิมเติมภาพของ ทะเบียนรถ ลักษณะของการชน สภาพถนน สิงแวดล้ อม หรื อแม้ แต่รอยล้ อรถ อาการการ บาดเจ็บของผู้ประสบเหตุ และอื นๆ เท่าที จะเป็ นไปได้ รวมทัง) ที ม กู้ภัยควรตัง) ข้ อสัง เกต หรื อสอบถาม อะไรบ้ าง เป็ นต้ น ในขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลเอง ก็ได้ เพิมเติมช่องข้ อมูลทีแพทย์ต้องกรอกลักษณะการบาดเจ็บ ให้ ละเอียดขึ )น สังเกตว่าช่องสําหรับกรอกข้ อมูลของทุกหน่วยจะเพิมขึ )นเรื อยๆ เกิดเหตุเวลาไหน อาชีพอะไร บ้ านอยู่ทีไหน รู ปแบบการเก็บข้ อมูลของทุกฝ่ ายถูกทีมงานทัง) หมดช่วยกันระดมสมองคิดค้ นออกแบบให้ ง่ายแต่ได้ ข้อมูลครบถ้ วนทีจะสามารถนํามาวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบตั ิเหตุจราจรได้ โดยผ่านการใช้ คําถามง่ายๆ เพือทําความเข้ าใจร่วมกัน เช่น “ใคร เมือใด ทีไหน อย่างไร ทําไม” รวมถึงให้ หาข้ อมูลเพิมเติม จากบุคคลทีอยูใ่ นเหตุการณ์ พยานแวดล้ อม เพือข้ อมูลรอบด้ านอีกด้ วย ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 30


ใคร เกิดอุบตั ิเหตุ เพศ(หญิง ชาย) อายุ (เด็ก วัยรุ่ น ผูส้ ู งอายุ) อาชีพ เป็ นคนในพืRนทีหรื อคนนอก พืRนที ความรุ นแรง (ตาย บาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บเล็กน้อย) จํานวนผูบ้ าดเจ็บ ผูเ้ สี ยชีวติ เมือใด เกิดอุบตั ิเหตุ เวลาไหน (เช้า กลางวัน เย็น กลางคืน) วันไหน (วันธรรมดา วันหยุด วันปี ใหม่ วันสงกรานต์) เดือนไหน เกิดเหตุบ่อยๆ สภาพมืด สว่าง หมอก ควัน ฝนตก ทีไหน ระบุสถานที ตําแหน่ง บริ เวณทีเกิดเหตุ ถนนทางโค้ง ทางตรง ทางแยก อย่างไร ระบุลกั ษณะการเกิดอุบตั ิเหตุ ลักษณะการชน รถอะไรชนกับรถอะไร ทําไม ระบุสาเหตุการเกิ ดอุบตั ิเหตุ จากคน รถ ถนน สิ งแวดล้อม จากการตอบคําถาม ใคร เมือใด ทีไหน อย่างไร จะพอสามารถระบุสาเหตุการเกิดอุบตั ิเหตุเบืRองต้นได้

แต่ล ะหน่วยงานจะเก็ บข้ อมูล ในส่วนรั บผิดชอบของตนเอง และเมือข้ อมูล ถูกบูรณาการนํ ามา ร่วมกันวิเคราะห์เป็ นทีเรี ยบร้ อยแล้ ว จะถูกจัดเก็บให้ เป็ นข้ อมูลชุดเดียวอย่างเป็ นระบบทีฐานข้ อมูลของทีม เพือให้ ง่ายต่อการนําออกมาใช้ ในกระบวนการต่อไป การนําเสนอข้ อมูลนันนอกจากต้ ) องหารูปแบบทีน่าสนใจแล้ วยังต้ องคํานึงถึงความเหมาะสมในการ ใช้ ข้อมูลเพือให้ เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้ วย เปิ ดการชงข้ อมูลด้ วยเรื องเล่า หรื อถ้ อยคํากระแทกใจคนอ่าน คนฟั ง ยํ )าด้ วยข้ อมูลตัวเลข และแจกแจงข้ อมูลหลักฐานสาเหตุทีวิเคราะห์จากความรู้ สหสาขา นําเสนอวิธี แก้ ทีระดมทางเลือกสุดคุ้มมาให้ แล้ วระดับหนึง แล้ วค่อยชักชวนเพือนให้ เข้ ามามีสว่ นร่วมในการแก้ ปัญหา

“ส่ งมอบ” ข้ อมูลแก่ ทีมอํานวยการ ลําพังเฉพาะการพัฒนาด้ านการบริหารจัดการข้ อมูลของ “ทีมดําเนินงาน” จะไม่ สามารถ เกิดการแก้ ไขปั ญหาอุบัติเหตุได้ ดังทีเกิดขึน& เลย หากไม่ มีการ “ส่ งมอบ” ข้ อมูล ข้ อเท็จจริง ทีได้ จากการศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ พร้ อมข้ อเสนอเบือ& งต้ นเกียวกับแนวทางการแก้ ไขปั ญหาไปยัง ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 31


“ทีมอํานวยการ” หรื อผู้บริหารหน่ วยงานที “ทีมดําเนินงาน” แต่ ละคนสังกัดอยู่ เพือให้ ผ้ ูบริหารใน หน่ วยงานทีเกียวข้ องกับสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุแต่ ละส่ วนทําการพิจารณาข้ อมูลทีรั บมอบ ก่ อน จะนําไปสู่การตัดสินใจดําเนินการแก้ ไขปั ญหาตามความเหมาะสม เมือมองการทํางานของทีม MIS บ้ านไผ่จากมุมคนนอกคณะทํางาน อาจจะเห็นได้ ว่า ทีม MIS บ้ านไผ่ ค่อนข้ างโดดเด่นเรื องการใช้ ข้อมูลคุณภาพในลักษณะเรื องเล่าสะเทือนอารมณ์มนุษย์เพือมุ่งชี )เป้า ไปยังผลกระทบของอุบตั ิเหตุทีมีผลกระทบต่อชีวิตทีเหลืออยู่ของผู้ทีเกียวข้ อง แต่เมือค้ นหาลงไปในวิธีการ ทํางานทังหมดของที ) ม MIS ปรากฎว่า การทํางานของนักสถิติซึงเก็บตัวเลข ความถี ต้ นตอสาเหตุการเกิด อุบตั ิเหตุ ของแต่ละจุดเสียง เป็ นอีกเรื องหนึงทีส่งเสริ มให้ ข้อมูลทีถูก “ส่งมอบ” ให้ ระดับผู้บริ หาร หรื อ “ทีม อํานวยการ” มีคุณภาพบริ บูรณ์ พอเพียงสําหรับการพิจารณาของผู้บริ หาร เพราะข้ อมูลส่วนนีจ) ะเป็ น ประโยชน์อย่างยิงสําหรับประกอบการตัดสินใจอนุมตั ิการดําเนินงานต่างๆ เพือแก้ ไขปั ญหาได้ อย่างเป็ น รูปธรรม “อุ้มมองว่า ข้ อมูลเชิงสถิติ เราก็ต้องใช้ ค่กู ันไปด้ วยกับเรื องเล่าจากเคสทีมันสะเทือนใจ เพราะว่า ตัวเลขทีเราเก็บไว้ มนั สือให้ เห็นความถี อย่าง เช่น เวลาชงข้ อมูลให้ แก่ผ้ บู ริ หาร อย่างเรื องอุบตั ิเหตุทีเกิดซํ )าๆ ทีแยกหนองนํ )าใส เราก็ต้องส่งมอบข้ อมูลตัวเลขให้ ชดั ด้ วย ว่าทีเกิดมาแล้ ว 7 ครัง) ผู้ประสบเหตุเป็ นใคร รถ ประเภทอะไร เกิดในวันเวลาไหนบ้ าง ข้ อมูลทีผู้บริ หารได้ รับมันก็ดมู ีนํ )าหนักมากขึ )นอีกระดับหนึง” อุ้ม นัก สถิตปิ ระจําทีมกล่าว วิธีการ “ส่งมอบ” ข้ อมูลของ ทีม MIS จัดทําทังรู) ปแบบเป็ นทางการ คือ บันทึกข้ อความ รายงาน ตามระเบียบราชการ และรูปแบบไม่เป็ นทางการในกรณีทีต้ องดําเนินการโดยเร่งด่วน เช่น หากเกิดอุบตั ิเหตุ ทีทีมงานพิจารณาร่วมกันแล้ ว พบว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึงสามารถดําเนินการแก้ ไขจุดเสียงดังกล่าว ได้ อย่างเร่งด่วนเพือลดการเกิดอุบตั ิเหตุในพื )นทีให้ เร็ วทีสุดก่อนทีจะมีผ้ ปู ระสบเหตุรายต่อไป ทีมงานอาจมี การรายงานเพือขออนุมัติจากผู้บริ หารโดยปากเปล่า เมือปฏิบตั ิงานเสร็ จจึงค่อยทํารายงานเป็ นหนังสือ อย่างเป็ นทางการตามมา ซึงถือว่าเป็ นการดําเนินงานด่วนเพือประโยชน์สงู สุดของชุมชน จากวิธีการของ “ทีมดําเนินงาน” แต่ละคนทีมาจากหน่วยงานต้ นสังกัด จะมีการเชือมประสาน หรื อ “ส่งมอบ” ข้ อมูล รายงานความคืบหน้ าของงาน MIS (การขับเคลือนงาน) ให้ ผ้ บู ริ หารของตนทราบความ เคลือนไหวอยู่เ ป็ นประจํา ทัง) แบบเป็ นทางการและไม่เป็ นทางการนัน) เป็ นขัน) ตอนทีสําคัญเป็ นอย่างยิง เพราะผู้บริ หารทีมี วิสัยทัศน์ทุกคนก็ ต้องการทํางานทุกด้ านที รับผิดชอบอย่างมีประสิทธิ ภ าพ สามารถ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 32


แก้ ปัญ หาต่า งๆ ตรงจุดและราบรื น ดัง นัน) ข้ อมูล ที ดี ชัดเจน มี คุณ ภาพ ที สํ าคัญ ยิ งเป็ นข้ อมูล ที เสนอ ทางออกให้ พิจารณา ล้ วนเป็ นสิงผู้บริหารต้ องการทังสิ ) )น ไม่วา่ จะเป็ นผู้บริหารระดับใด “นายแพทย์ ประยูร โกวิทย์ ” ผู้อํานวยการโรงพยาบาลบ้ านไผ่ หนึงในทีมอํานวยการแสดงความ คิดเห็น ไว้ วา่ “ในฐานะของผู้บริหาร ถ้ าได้ รับข้ อมูลดีๆ ผมรับเรื องไปดําเนินการต่อเสมอ ผมเชือว่า ผู้บริ หารส่วน ใหญ่ทีเป็ นทีมอํานวยการจะเห็นความสําคัญกับข้ อมูลของทีม MIS มาก ทังแขวงการทาง ) ผู้กํากับ สภอ. บ้ านไผ่ สํานักงานขนส่ง หรื อแม้ แต่ท่านนายอําเภอ เพราะพอได้ ข้อมูลจากทีมดําเนินงานส่งมอบมาแล้ ว เราจะมองเห็นประโยชน์ของส่วนรวมอย่างชัดเจน ทําให้ เราไม่ลงั เลทีจะทําหรื อตัดสินใจ คนทีอยู่ในระดับ ผู้บริหารส่วนใหญ่จะทํางานในหน้ าตักของตัวเอง โดยจะมองไม่เห็นส่วนทีจุกจิกอืนๆ ทีมีอยู่อีกมหาศาล แต่ หากมีการส่งมอบข้ อมูลเกิดขึ )น พวกเราก็จะนําเอาเอาข้ อมูลเหล่านันมาเข้ ) าวาระเพือหารื อกัน” ส่วน “สุนทร พิมพ์ สินธุ์” รองผู้อํานวยการฝ่ ายวิศวกรรม แขวงการทางขอนแก่นที 3 (บ้ านไผ่) กล่าวเสริมว่า “เราอยากได้ ข้อมูลจากหลายๆ หน่วยงานส่งเข้ ามาหาแขวงฯ เพราะนอกจากแต่ละครัง) ทีเกิด เหตุขึน) เราจะส่ง เจ้ าหน้ าที ออกไปสํ ารวจจุดเกิดเหตุตามที มีกําลัง คน เพื อประเมินสถานการณ์ และหา ทางแก้ ไข ซึงอะไรแก้ ไขได้ เลย เราก็จะทําเลยเพราะเป็ นหน้ าทีเรา ก็ยงั มีบางกรณีทีเป็ นเหตุซึงเราอาจยัง แก้ ไขไม่ได้ ทนั ท่วงที ดังนันเราจึ ) งต้ องการข้ อมูลทีละเอียดทีสุดเท่าทีจะหาได้ เพือเตรี ยมเสนอกับหน่วยงาน ข้ างบน ให้ เห็นถึงสถานการณ์ทีเกิดขึ )นจริ ง พร้ อมแนวทางแก้ ไขปั ญหา โดยเฉพาะอย่างยิง เรื องงานบํารุ ง ทางทีเราต้ องทําเพือไม่ให้ ประชาชนได้ รับความเดือดร้ อน” ในขณะที การเคลื อนงานของฝั งผู้รั กษากฎหมาย “รองแมน” ได้ ก ล่า วถึง ผู้กํ ากับการสถานี ตํารวจภูธรอําเภอบ้ านไผ่ ผู้บงั คับบัญชาของตนเองไว้ ว่า เมือมีข้อมูลอุบตั ิเหตุของแต่ละกรณี ชัดเจนถึง สาเหตุทีก่อให้ เกิดขึ )น ไม่ว่าจะเกิดจากจุดเสียง ทัศนวิศยั การมองเห็นของผู้ขบั ขี หรื อแม้ แต่เรื องพฤติกรรม เขาจะนําเรื องรายงานให้ ผ้ กู ํากับทราบสมําเสมอ หากเกียวกับงานจราจรโดยตรง ผู้กํากับจะส่งเรื องไปยัง ตํารวจจราจรให้ ดําเนินการแก้ ไข เช่น กวดขันเรื องหมวกกันน็อค เพิมงานดูแลด้ านจราจรให้ มากขึ )น หรื อจัด อบรมการขับขีปลอดภัยให้ ในโรงเรี ยน “ตังแต่ ) ผมมาทํางานกับ MIS เปลียนผู้กํากับไป 2 ท่าน ท่านแรก พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่ งเรื อง ท่าน เห็นความสําคัญของปั ญหาความปลอดภัยของพีน้ องประชาชนมาก ท่านสนับสนุนผมไปทํางานกับทีม ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 33


MIS บอกว่าเป็ นเรื องทีดีมีประโยชน์กบั สังคม และต่อมาคือ พ.ต.อ. คณิต ดวงหัสดี ซึงท่านมีประสบการณ์ การทํ างานเรื องการแก้ ไ ขปั ญ หาจราจรจากอํ าเภอขอนแก่นมาก่อน โดยเน้ นกวดขันเรื องการใส่หมวก กันน็อค สอดคล้ องกับทีบ้ านไผ่กําลังทํางานรณรงค์เรื องใส่หมวกกันน็อคพอดี เมือท่านเห็นผมไปทํางานกับ ทีม MIS ท่านก็เห็นชอบด้ วยและร่ วมมือทุกเรื อง จุดสําคัญในการทํางาน MIS ของผม คือ ผมรายงานให้ ผู้บงั คับบัญชาทราบตลอดว่าได้ ข้อมูลอะไรมา ซึงทังสองท่ ) านก็รับเรื องและแสดงความคิดเห็นกลับทุกครัง) เนืองจากงานลดอุบตั ิเหตุนีมันเป็ นงานของตํารวจเกียวข้ องอยู่แล้ ว ทังในส่ ) วนสอบสวน และจราจร แต่ถ้า เป็ นเป็ นเรื องทีเกียวข้ องกับหน่วยงานอืน นายผมจะนําไปคุยกันในระดับอําเภอ เสนอให้ หน่วยงานอืนไป ช่วยแก้ ไขต่อไป ถ้ าทีมดําเนินการได้ ข้อมูลมาแล้ วส่งมอบให้ ผ้ บู งั คับบัญชาทราบตลอด ผมว่างานจะเดินไป ข้ างหน้ าได้ ไม่ตดิ ขัด” ส่วนผู้บริ หารสํานักงานขนส่ง “โกวิท สฤษดิUอภิรักษ์ ” หัวหน้ าสํานักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น (สาขาบ้ านไผ่) ได้ แสดงความคิดเห็นไว้ อย่างสอดคล้ องกันว่า “เรื องความปลอดภัยนีเป็ นสิงสําคัญต้ องร่วม ด้ วยช่วยกัน แบบทีบ้ านไผ่ช่วยกันทําผมว่ามาถูกทางแล้ ว ทางขนส่งฯ ยินดีให้ ความช่วยเหลือทุกอย่าง อย่างทีคุณเล็ก-ศรวุฒิ ไปประชุมกับทีม ไปได้ ข้อมูลอะไรมาเขาก็จะเอาข้ อมูลมาคุยกันตลอดเป็ นชัวโมงๆ ว่าเราจะหาทางแก้ ไ ขกันยัง ไง ช่วยกันคิด เพราะปั จ จัยการเกิ ดอุบัติเ หตุมันมี 4 อย่าง คือ รถ คน ถนน สิงแวดล้ อม ถ้ ายิงเป็ นปั ญหาเรื องพฤติกรรมการขับขี เราต้ องพยายามแก้ ไขเต็มทีแม้ มนั จะเป็ นเรื องทีแก้ ยาก ซึงเราจะเน้ นไปเรื องของการให้ ความรู้ เกียวกับการใช้ รถ ใช้ ถนนให้ ปลอดภัย การอบรมทําใบขับขีเป็ น หลักตามความรู้ทีเรามี” จุดเด่นของ “ทีมดําเนินงาน” MIS บ้ านไผ่ สําหรับขันตอนนี ) ) คือ ทุกคนต่างเรี ยนรู้ เทคนิคเกียวกับ การส่งมอบข้ อมูลให้ กับผู้บริ หารต้ นสังกัดของตนได้ อย่างเป็ นธรรมชาติ ทังในรู ) ปแบบเป็ นทางการและไม่ เป็ นทางการ เนื องด้ ว ยพวกเขามี ชุด ข้ อ มูล ที ถูก จัด การมาแล้ ว พร้ อมสรรพอย่า งสมบูร ณ์ ซึงเป็ นส่ว น เสริมสร้ างให้ พวกเขาเกิดความมันใจทุกครัง) ในการ “ส่งมอบ”

“ส่ งต่ อ” ข้ อมูลให้ ผ้ ูทีเกียวข้ อง เมือ “ทีมอํานวยการ” ได้ รับมอบ “ข้ อมูล” จาก “ทีมดําเนินงาน” ในแต่ ละครั ง& ชุดข้ อมูล ดังกล่ าวจะถูกนําไปพิจารณาเพืออนุมัติดาํ เนินการในส่ วนทีอยู่ในขอบเขตหน้ าทีรั บผิดชอบและ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 34


จัดการได้ ส่ วนหากมีกรณีทีหน่ วยงานในกรอบของ 5E ไม่ สามารถจัดการได้ ในหน้ าทีรั บผิดชอบ “ข้ อมูล” ทีผ่ านการพิจารณาเห็นชอบจาก “ทีมอํานวยการ” ของแต่ ละหน่ วยงาน จะถูกนําไป “ส่ ง ต่ อ” ให้ แก่ ผ้ ู ทีเกียวข้ องผ่ านการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนระดับ อําเภอ (คณะกรรมการความมั นคงอํา เภอ) ซึงมี นายอํา เภอบ้ า นไผ่ เ ป็ นประธานในการประชุ ม และมี หัวหน้ าส่วนราชการอืนๆ เข้ าร่ วมประชุมด้ วย อันส่งผลให้ ทุกฝ่ ายได้ รับทราบข้ อมูลจากการวิเคราะห์กรณี อุบตั ิเหตุประจําเดือนของ “ทีมดําเนินงาน” พร้ อมกับแนวทางการแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุจราจรทีถูกนําเสนอ ผ่านมาทาง “ทีมอํานวยการ” เพือหาทางออกร่วมกันในวงกว้ างจากหลากหลายหน่วยงานทีอยู่นอกเหนือ กรอบ 5E เช่น เทศบาล องค์กรบริหารส่วนตําบล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สถาบันการศึกษา ห้ างร้ านเอกชนต่างๆ เพือผลักดันขับเคลือนดําเนินการขยายผลแก้ ไขปั ญหาในทางปฏิบตั ติ อ่ ไปอีกขันหนึ ) ง ในขัน) ตอนการทํางานจริ งของการ “ส่งต่อ” นัน) แม้ ว่าจะเป็ นขัน) ตอนที กว่าจะสัม ฤทธิq ผ ลเป็ น ความสําเร็ จไม่ได้ ง่ายดายนัก แต่ก็เริ มต้ นอยากไม่ยากด้ วยการสือสารถึงบุคคลภายนอก เริ มต้ นครัง) แรกที เรื องราวการทํางานลดอุบตั ิเหตุไปถึง วีระพล สุพรรณไชยมาตย์ นายอําเภอบ้ านไผ่ เกิดจากทีม MIS บ้ าน ไผ่โดย แดง-จิรวรรณ มีโอกาสได้ พดู คุยเล่าถึงความเคลือนไหวในการทํางานของทีมเป็ นระยะๆ กับภรรยา นายอําเภอซึงทํางานกาชาดด้ วยกัน จากนันเมื ) อเกิดกรณีอบุ ตั ิเหตุบริ เวณหน้ าปั] ม ปตท. จึงนัดหมายกันขอ พบนายอําเภอทีบ้ านเป็ นการส่วนตัวเพือเล่าเรื องราวการทํางานและอุบตั ิเหตุในกรณีดงั กล่าวให้ ฟัง จากนัน) จึงเกิดการเคลือนไหวงานอย่างต่อเนืองตามลําดับ แดง- จิรวรรณ เสริมว่า “ตอนนันพอเล่ ) าให้ นายอําเภอฟั ง ท่านบอกว่า เรื องนี )เป็ นปั ญหาของคนบ้ าน ไผ่ ต้ องมีการระดมความคิดเห็นของทุกฝ่ ายทีเกียวข้ อง เพือช่วยกันตัดสินใจ จะเห็นว่าเราก็ใช้ วิธีการส่งต่อ ข้ อมูลแบบไม่เป็ นทางการด้ วย เพือให้ งานเดินและสําเร็จ เพราะลําพังทีมเราเล็กๆ เพิงเริมต้ น ยังไม่มีผลงาน จูๆ่ จะให้ ไปคุย หรื อลงมือจัดการแก้ ปัญหาเองกับหลายฝ่ าย ทังเจ้ ) าของปั] ม การไฟฟ้า แขวงการทาง มันเป็ น เรื องยากนะ ก็เลยมองหาคนทีมีอํานาจใหญ่กว่าเรา เมือพบช่องทางเข้ าหาท่านนายอําเภอได้ ก็ถือเป็ น โอกาสทีดี ซึงยังทําให้ ครัง) ต่อๆ มาในการประชุมหัวหน้ าราชการของอําเภอจะมีวาระของอุบตั ิเหตุบรรจุอยู่ ด้ วย เรามองว่า หัวใจสําคัญของการ “ส่งต่อ” คือต้ องสือให้ ผ้ ูใหญ่ร้ ู ให้ ได้ ว่ากลุ่มเราทําอะไร เมือส่งต่อ ข้ อมูลถึงท่านนายอําเภอเป็ นครัง) แรกแล้ ว จากนันก็ ) ไม่ใช่ทีมดําเนินการแล้ วทีพาข้ อมูลไปส่งต่อ แต่เป็ นว่า เราส่งมอบไปทีทีมอํานวยการ และก็จะถูกส่งต่อไปยังนายอําเภอหรื อวงอืนๆ เองตามกลไกธรรมชาติ”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 35


แม้ ว่าจะมีการส่งต่อข้ อมูลอย่างสมําเสมอไปยังส่วนอืนๆ ทีเกี ยวข้ อง แดง-จิรวรรณ เล่าว่าไม่ได้ ประสบความสําเร็ จทุกครัง) ไป เนืองจากเริ มแรกได้ ใช้ วิธีการหว่านข้ อมูลไปยังทีต่างๆ เป็ นวงกว้ างทัวอําเภอ บ้ านไผ่ เช่น ส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้ องถินทังหมด ) แต่ก็ไม่ได้ รับการตอบรับจากทีอืนๆ นอกจาก อบต. หนองนํ )าใส เนืองจากข้ อมูลอุบตั เิ หตุสว่ นใหญ่ใกล้ ตวั กับชาวบ้ านในตําบลหนองนํ )าใสกว่าแห่งอืน ด้ านสถาบันการศึกษา ทีม MIS ส่งต่อข้ อมูลไปทุกโรงเรี ยนเช่นกัน แต่ได้ กลับมาเป็ นภาคีทํางาน ร่วมกัน 1 แห่ง คือ วิทยาลัยการอาชีพ เพราะผู้บริหารโรงเรี ยนให้ ความใส่ใจกับอุบตั ิเหตุทีเกิดขึ )นกับนักเรี ยน เช่นเดียวกัน ซึงทีมงานทุกคน ถือว่า นันคือจุดเริมต้ นจากกลุม่ คนเล็กๆ จํานวนหนึงก่อน ทีจะขยายผลต่อไป จากนันจึ ) งปรับวิธีการส่งข้ อมูล กลายเป็ นเลิกส่งแบบหว่านแหในวงกว้ าง แต่เลือกส่งข้ อมูลไปยัง โรงเรี ยนหรื อท้ องทีฯ ทีเกียวข้ องกับการเกิดเกิดอุบตั ิเหตุแต่ละครัง) เพือสือสารถึงข้ อมูล สาเหตุ ข้ อควรระวัง หรื อแม้ แต่เสนอทางแก้ ไปด้ วย ซึงเกิดผลตอบรับดีกว่าเดิม รวมทังพั ) ฒนาช่องทางการสือสารเพิมเติมด้ วย การส่งจดหมายข่าวประจําเดือน ไปยังเวทีประชุมกํานันผู้ใหญ่บ้าน โรงเรี ยน วิทยุชุมชน เพือให้ ช่วยนําไป เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ตอ่ นอกจากนันจุ ) ดสําคัญในการส่งต่อข้ อมูลคือ การเลือกทํางานด้ วยวงจร PDCA (Plan วางแผน, Do ปฏิบัติ, Check ตรวจสอบ, Act ดําเนินการให้ เหมาะสม) 4 ขันตอนของวงจร ) PDCA คือ การ วางแผนอย่างรอบคอบ เพือนําไปสู่การปฏิบตั ิ แล้ วจึงตรวจสอบผลทีเกิดขึ )น หากค้ นพบวิธีการปฏิบตั ิใดมี ประสิทธิผลทีสุดก็จะจัดเป็ นมาตรฐาน หากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ก็ต้องหาวิธีการใหม่หรื อพยายาม ให้ มากขึ )นอีก ขันตอนการตรวจสอบนั ) นถื ) อว่าสําคัญมาก เพราะหมายรวมถึงการติดตามผลว่าหลังจาก “ส่งมอบ” และ “ส่งต่อ” ข้ อมูลไปยังหน่วยงาน หรื อ บุคคลต่างๆ แล้ วนัน) ได้ เกิดผลในเชิงการปฏิบตั หิ รื อไม่อย่างไร “การทีเราทํางานแบบ PDCA พอส่งข้ อมูลไปเราจะต้ องคอยติดตามผลว่าเขาทําอะไรบ้ าง แก้ ไขไป หรื อยัง ถ้ ายังไม่ได้ ทําอะไรหรื อเขาไม่สนใจ ต้ องกลับมาย้ อนดูว่าเป็ นเพราะอะไร ครัง) ต่อไปเราก็ส่งข้ อมูลไป อี ก หรื อ ไม่ ก็ ต้ อ งหาวิ ธี ใ หม่ วนอยู่ อ ย่ า งนี ) จนกว่ า วัน หนึ งมัน ประจวบเหมาะกั บ สถานการณ์ ที เห็ น ความสําคัญของข้ อมูลทีส่งไป ซึงทีมจะติดตาม ไม่ได้ ส่งข้ อมูลไปทิ )งๆ ขว้ างๆ เพราะอย่างน้ อยเราจะได้ ร้ ู ว่า แม้ ตอนนี )เขายังไม่สนใจ แต่เขารู้ แล้ วว่าเราทําอะไร หน้ าทีเราคือต้ องหาวิธีการใหม่ ประสานต่อไปเรื อยๆ” แดง-จิรวรรณ กล่าวสําทับถึงการให้ ความสําคัญของการติดตามเพือหาช่องทางทีดีทีสุด ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 36


“เผยแพร่ ” ข้ อมูล นอกเหนือจากขัน& ตอนทีกล่ าวมาข้ างต้ น การทํางานทีผ่ านมาของทีม MIS บ้ านไผ่ ยังเลือก ให้ ความสําคัญกับการสือสารสาธารณะ ผ่ านหลากหลายช่ องทาง เพือบอกเล่ าความคืบหน้ าของ การทํางานเพือมุ่งลดและป้องกันอุบัติเหตุจราจรทีพวกเขากําลังดํานินการ ซึงพวกเขาเชือว่ าเป็ น ช่ องทางหนึงในการกระตุ้นให้ ชุมชนได้ เห็นความสําคัญของการมีส่วนร่ วมของทุกฝ่ ายทีขับเคลือน ให้ คนบ้ านไผ่ ปลอดจากอุบัตเิ หตุจราจร ได้ ในทีสุด ทีม MIS บ้ านไผ่เลือกใช้ การสือสารกับภาคีเครื อข่ายทีรู้ จักกัน เพือบอกเล่าแต่ละเหตุการณ์ ที เกิดขึ )นอันเป็ นประโยชน์ต่อความปลอดภัยของประชาชน ชุมชน ในเบื )องต้ น จากกรณีดงั กล่าวเครื อข่าย หลายแห่งก็มีการส่งต่อข้ อมูลให้ แก่สือสารมวลชนมืออาชีพในประเด็นทีน่าสนใจต่อสังคม ซึงได้ รับการ สนับสนุนทําสือเผยแพร่ประเด็นต่างๆ สูส่ าธารณะตามช่วงเวลาทีเหมาะสม เช่น สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS , สถานีโทรทัศน์ Modern Nine, สถานีโทรทัศน์ KTV Cable หรื อ เคเบิลทีวีจงั หวัดขอนแก่น, วิทยุชมุ ชน เครื อข่ายต่างๆ ในอําเภอบ้ านไผ่รวมทังหอกระจายข่ ) าวประจําชุมชนในอําเภอ นอกจากการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ผ่านสือเพือการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ รายงานความเคลือนไหว บอกเล่าการขับเคลือนงานแล้ ว ทีม MIS พบว่าสือสาธารณะทีทําข่าวยังสามารถมีส่วนช่วยลดข้ อพิพาทที เกิดขึ )นในชุมชนจากกรณีการเปลียนแปลงแก้ ไขจุดเสียงอุบตั เิ หตุทีประชาชนไม่ยอมรับในเบื )องต้ นอีกด้ วย เช่ น กรณีการทดลองปิ ดสีแยกจุดตัดหนองนํา& ใส ประชาชนส่ วนใหญ่ ไม่ เห็นด้ วยเนืองจาก ต้ อ งไปกลั บ รถไกลขึ น& จากเดิม จึ ง ทํา เรื องร้ องเรี ย นยั งอํา เภอบอกว่ า การปิ ดแยกสร้ างความ เดือดร้ อนให้ กับประชาชนทีใช้ รถผ่ านเส้ นทางดังกล่ าว แต่ ในทีสุด ทีม MIS ชีป& ระเด็นดังกล่ าวให้ นักข่ าวของสถานีโทรทัศน์ ThaiPBS ซึงต่ อมาได้ ลงพืน& ทีทําข่ าว สัมภาษณ์ ประชาชนทีสัญจรผ่ าน ไปมาในย่ านนั น& เป็ นประจําจากหลากหลายมุมมองความคิดเห็น ซึงส่ งผลให้ เกิดข้ อเปรี ยบเทียบ ของผลลั พธ์ ทีเกิด ขึน& จริ งทั ง& ข้ อ ดีแ ละข้ อ เสี ย ของการปิ ดแยกดังกล่ า ว อั นนั บ ว่ า เป็ นการเปิ ด ประเด็นขัดแย้ งขึน& เพือสร้ างความเข้ าใจ การยอมรั บ ลดอคติ และลดข้ อพิพาทของชุมชนลงได้ เมือประชาชนเองได้ ทบทวนข้ อมู ลรอบด้ านด้ วยตนเองและรั บฟั งจากผู้อืนผ่ านกระบวนการทํา ข่ าวแล้ วพบว่ า การปิ ดแยกสามารถลดอุบัตเิ หตุทีเกิดขึน& ในบริเวณดังกล่ าวได้ จริง

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 37


หยิบข้ อมูลไปปฏิบัติ สําหรั บ ขั น& ตอนก���รนํา ข้ อมู ลไปปฏิบัติเพือลดอุบัติเหตุของอําเภอบ้ านไผ่ ต้ องนั บ ว่ า มี ต้ นทุนทีดีในการจัดการ เพราะเป็ นอําเภอทีมีมีสํานักงานของหน่ วยงานระดับจังหวัด เช่ น แขวง การทาง สํานักงานขนส่ ง ตัง& อยู่ในอําเภอ ส่ งผลให้ การทํางาน การอนุมัติแก้ ปัญหามีความรวดเร็ว และคล่ อ งตั ว มากกว่ า สํ า นั ก งานส่ ว นอํ า เภอทั วไป ที อาจเป็ นหน่ วยงานย่ อ ยซึ งขึ น& ตรงกั บ สํานักงานส่ วนจังหวัดอีกทีหนึง จึง เห็นได้ ว่า ความสัมพันธ์ ของการเคลื อนงานที มข้ อมูล MIS บ้ านไผ่ และภาระงานหลักใน หน่วยงานต้ นสังกัดของผู้ปฏิบตั งิ านนัน) เป็ นเสมือนวงล้ อหลายวงทีมีฟันเฟื องเกาะเกียวกันไว้ เช่น หาก ทีม MIS วิเคราะห์สาเหตุว่าเด็กนักเรี ยนทีประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักล้ มเพราะถนนหนทางชํารุ ด และยัง บาดเจ็บสาหัสเพราะไม่สวมหมวกนิรภัย เมือทราบข้ อมูลดังนัน) เจ้ าหน้ าทีขนส่งและเจ้ าหน้ าทีกรมทาง จะ กลับไป “ส่งมอบ” ข้ อมูลรายงานแก่ผ้ บู ริหาร จากนันผู ) ้ บริหารขนส่งจะดําเนินการอนุมตั ิให้ มีการจัดโครงการ อบรมขับขีปลอดภัยแก่เ ด็กนักเรี ยนในโรงเรี ยน ส่วนผู้บริ หารแขวงการทางก็ อนุมัติให้ เ จ้ าหน้ าทีออกไป สํารวจและแก้ ไขจุดเสียงนันๆ ) ประเด็นคือเมือข้ อมูลตังต้ ) นเคลือนไหว แต่ละหน่วยงานจะหยิบใช้ ข้อมูลนัน) นําไปใช้ ประกอบในการตัดสินใจเคลือนงานแก้ ปัญหาได้ อย่างเร่งด่วนทันท่วงทีตามสายงานทีตนรับผิดชอบ ซึงเมือ ทีม MIS บ้ านไผ่ ทําการสํารวจสถิติการวิเคราะห์สาเหตุอนั เป็ นปั จจัยทีก่อให้ เกิดอุบตั ิเหตุ จราจรทีเกิดจากการวิเคราะห์ทงหมด ั) 55 กรณีศกึ ษา พบว่า ร้ อยละ 79.44 คือสาเหตุจากพฤติกรรม ร้ อยละ 19.63 คือสาเหตุจากถนนและสิงแวดล้ อม ทีเหลือร้ อยละ 0.93 คือสาเหตุจากสภาพรถ ประเด็นทีน่าสนใจ คือ การวิเคราะห์ข้อมูลเพือหาทางแก้ แบบสุดคุ้มของทีม MIS ทีมองลึกไปถึง สาเหตุจากพฤติกรรมทีถึงแม้ จะมีสถิติทีสูงมากทีสุด แต่แน่นอนว่า นันคือปั ญหาทีแก้ ยากทีสุดอีกด้ วย และ จําเป็ นต้ องดําเนินการแก้ ไขในระยะยาว ส่วนสาเหตุทีมาจากถนน สิงแวดล้ อม หรื อจุดเสียงนัน) ส่วนมาก แล้ วจะสามารถแก้ ไขได้ ง่าย เห็นผลเป็ นรู ปธรรมชัดเจน และพิสูจน์ได้ ชัดเจนว่าการวิเคราะห์สาเหตุและ วิธีการแก้ ไขถูกต้ องหรื อไม่อย่างไร แม้ ว่าในความเป็ นจริ งอุบตั ิเหตุทีเกิดขึ )นแต่ละครัง) ล้ วนมาจากหลายสาเหตุ แต่เมือ ทีม MIS เลือก พุง่ ประเด็นไปทีความพยายามในการแก้ ไขจุดเสียง ทําให้ ทกุ คนได้ เห็นภาพความสําเร็ จได้ ชดั เจน จับต้ องได้

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 38


เป็ นรู ปธรรม ส่งผลให้ ทีมงานทังหมดเกิ ) ดกําลังใจ รวมทังภาคี ) เครื อข่ายยังได้ เห็นผลว่าเป็ นการขับเคลือน งานทีได้ ประโยชน์แก่สาธารณะอย่างแท้ จริง อย่างไรก็ตามทุกกรณี อุบัติเหตุทีเกิ ดขึน) จะมี ปฏิ บัติการอย่างใดอย่างหนึงเพื อลดและป้องกัน อุบตั เิ หตุตามมาเสมอ ไม่วา่ จะเป็ นการผลักดันให้ กลายเป็ นวาระอําเภอในการแก้ ไขจุดเสียงใหญ่ๆ ได้ สําเร็ จ หรื อแม้ กระทังในกรณี ทีแก้ ไขยาก เช่น เรื องพฤติกรรมการขับขี เนืองจากอย่างน้ อยทีสุด ก็จะมีการแจ้ ง ประชาสัมพันธ์ผ่านทางวิทยุชมุ ชน ประกาศตามหอกระจายข่าว ให้ ระวังอันตรายจากการขับขี กล่าวได้ ว่า ทุกข้ อมูลทีทีม MIS วิเคราะห์ขึ )นมานัน) ได้ ถกู นําไปใช้ สนับสนุนการลดและป้องอุบตั ิเหตุสมําเสมอ ไม่ว่าจะ เป็ นกรณีปฏิบตั โิ ดยทันที หรื อ กรณีสง่ เรื องต่อเพือหาทางออกเป็ นนโยบายต่อเนืองไปอีกทางหนึง

เชือมร้ อยภาคีเครื อข่ าย ตลอดระยะเวลาการทํ างานของที ม MIS บ้ านไผ่ ไม่เ คยหยุดนิงเรื องของกระบวนการสร้ าง ความสัมพันธ์ พวกเขาเคลือนตัวไปเปิ ดพื )นทีความสัมพันธ์ เพือเชือมต่อความร่ วมมืองานลดอุบตั ิเหตุไว้ หลายช่องทางหลากวิธีการด้ วยกัน เช่น การใช้ เวทีวาระการประชุมหัวหน้ าหน่วยราชการประจําเดือน การ ใช้ เวทีวาระการประชุมประจําเดือนของกํานันผู้ใหญ่บ้าน เป็ นการ “ส่งต่อ” ข้ อมูลไปให้ หน่วยงานหมู่บ้าน ต่างๆ เพือนําข้ อมูลนันไปขยายผลแก้ ) ปัญหาในเชิงปฏิบตั ิ หรื ออีกวิธีการหนึง คือ “ทีมดําเนินงาน” ทําการ “ส่งต่อ” ข้ อมูลให้ แก่หน่วยงานมีผลกระทบกระ อุบตั ิเหตุแ ต่ล ะครั ง) โดยตรง เช่น กรณี ของวิทยาลัยการอาชีพ บ้ านไผ่ ซึงมี นักเรี ยนประสบอุบัติเ หตุและ เสียชีวิตบ่อยครัง) ทีม MIS บ้ านไผ่ จึงดําเนินการรวบรวมข้ อมูล “ส่งต่อ” ให้ กบั ผู้อํานวยการวิทยาลัย เพือ ร่วมกันคิดหาวิธีป้องกันอุบตั ิเหตุเบื )องต้ น จากนันจึ ) งเกิดการขับเคลือนกิจกรรม การอบรม ให้ ความรู้ ต่างๆ เกี ยวกับความปลอดภัยในการขับขีขึน) ตามมาอีกมากมาย รวมทัง) ในทีสุดวิทยาลัยการอาชีพบ้ านไผ่ได้ กลายเป็ นภาคีหลักในการเคลือนงานแก้ ไขปั ญหาอุบตั เิ หตุในอําเภอบ้ านไผ่อีกด้ วย หรือจากกรณี ตําบลหนองนํา& ใส ซึงนายกองค์ การบริหารส่ วนตําบล “วิลัย สมีดี” เป็ นฝ่ าย เดินเข้ ามาขอข้ อมูลอุบัติเหตุของตําบลหนองนํา& ใสด้ วยตนเองจากทีม MIS หลังจากการประชุม ระดับอําเภอเสร็ จสิน& ลง นันหมายถึงข้ อมูลเตรี ยมไว้ ทัง& หมดพร้ อมทีจะถูก “ส่ งต่ อ” อีกครั ง& โดย หนองนํา& ใสเป็ นหนึงตําบลในอําเภอบ้ านไผ่ ทีเล็งเห็นคุณค่ าของข้ อมูลทีถูก “ส่ งต่ อ” มาให้ และได้ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 39


นําไปใช้ เป็ นข้ อ มู ลตัง& ต้ นในประชาคมตํา บล กระทังนํา ไปสู่ การแก้ ไขปั ญหาได้ หลากหลายจุ ด อย่ างเป็ นรู ปธรรม พร้ อมกับร่ วมเป็ นภาคีหลักในการเคลือนงาน MIS อีกด้ วยเช่ นกัน รวมทัง) กรณีภาคเอกชน ของ บริ ษัท อดัมส์อินเตอร์ เนชันแนล จํากัด โรงงานขนาดใหญ่ในอําเภอ บ้ านไผ่ ทีมีสถิตผิ ้ บู าดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบตั ิเหตุรถจักรยานยนต์ในอันดับต้ นๆ หลายปี ซ้ อน ซึงเป็ นหนึง ในหน่วยงานทีได้ รับการ “ส่งต่อ” ข้ อมูลจาก ทีม MIS บ้ านไผ่ ผ่านการพูดกันแบบเพือนฝูง แต่ด้วยเหตุที ผู้บริ หารองค์กรนัน) เล็ง เห็นผลประโยชน์ในการรณรงค์ลดอุบตั ิเหตุอย่างจริ งจัง จึงเกิดการเชือมร้ อยชุด ความรู้ จากหน่วยงานในทีม MIS ตามประเด็นทีเหมาะสม พร้ อมวางมาตรการเป็ นนโยบายทีเข้ มงวด สําหรับพนักงานเพือความปลอดภัยของทุกคน ดังตัวอย่างของ ภาคี ทีกล่าวมาข้ างต้ น จะเห็นได้ ว่า ทีม MIS บ้ านไผ่ ไม่จําเป็ นต้ องกระโดดลงไป แก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุโดยตรงด้ วยตนเองทุกเรื อง หากแต่ได้ ปฏิบตั ิการเชือมร้ อยเครื อข่าย จัดการเรื อง “ส่ง ต่อ” ข้ อมูลทีดีมีคณ ุ ภาพให้ แก่หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ นภาครัฐและเอกชน เมือแต่ละหน่วยงานเกิดการ ตระหนักว่าทุกอุบตั เิ หตุคือปั ญหาของคนบ้ านไผ่ จากนันปั ) ญหาของชุมชนก็จะถูกขับเคลือนร่วมด้ วยช่วยกัน แก้ ไขโดยชุมชนเช่นนันเอง )

บริหารจัดการทีม แม้ ว่า...ต่างคนต่างที มา แต่ทุกคนทีอยู่ในทีม MIS ตลอดจนภาคีเครื อข่ายล้ วนมีจุดมุ่งหมาย เดียวกัน คือ งานนี )ทําเพือคนบ้ านไผ่ปลอดภัยจากอุบตั ิเหตุ ด้ วยเหตุผลเดียวทีหลอมรวมหัวใจทุกคนเข้ ามา อยูร่ ่วมกันขับเคลือนงานดังกล่าว จากคนทีเคยเป็ นเพียงคนทํางานร่วมกัน ในวันหนึงความสัมพันธ์ของพวก เขากลับพัฒนาเป็ นคนทีผูกพันช่วยเหลือกันและกันเหมือนพีน้ อง สืบเนืองจากวิธีคิดว่า การทํางานคือการหากัลยาณ���ิตร จึงเลือกการสือสารกันในรู ปแบบ “กัลยาณมิตรสนทนา” โดยใช้ เทคนิค 5 ช. “ชง เชือม ช้ อน แชร์ เชียร์ ” ของนายแพทย์ อนุชา เศรษฐเสถียร ประธานโครงการสนับสนุนวิชาการป้องกันอุบัตเิ หตุ จังหวัดนําร่ อง 3 ภาคอีสาน มา เป็ นกุญแจในการทํางาน เพือสร้ างขวัญกําลังในการทํางาน เติมเต็มกําลังใจกันและกันระหว่ าง คนทํางาน

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 40


รวมทังยั ) งเลือกใช้ การสือสารพูดคุยในรูปแบบง่ายๆ ผ่อนคลาย ไม่เป็ นทางการ เป็ นการประชุมโต๊ ะ กลม เปิ ดโอกาสอย่างเท่าเทียมในวงสนทนาแนวราบ ไม่มีใครสําคัญกว่าใคร ทุกคนต่างให้ ความสําคัญกับ การรับฟั งซึงกันและกัน ทําให้ เกิดบรรยากาศการสนทนาทีลืนไหลท่ามกลางสิงแวดล้ อมดีๆ ทีทีมงานจัดสรร ขึ )น “แดง-จิรวรรณ” เล่าว่าทีมงานจะหาจังหวะพบปะกันสมําเสมอ และทุกคนยังให้ ความสําคัญของสือสาร ทางโทรศัพท์เพือพูดคุยแลกเปลียน ถามไถ่กนั เป็ นประจํา

การประชุ มหารือแต่ ละกรณี

“เวลาอยู่ในวงเราจะทํายังไงให้ เพือนร่วมทีมได้ แสดงออกถึงคุณค่าตัวเองมากทีสุด ถ้ าเขามาแล้ ว ไม่ได้ พดู นันจะรู้ สึกมีคณ ุ ค่าไหม เราต้ องมีการโยนประเด็นให้ ทกุ คนได้ พดู ในสิงทีแต่ละคนคิดและทํามา พี แดงเชือว่า ทุกคนมีสิงทีภูมิใจในตัวเองอยูแ่ ล้ ว อย่าง หน่วยกู้ภยั พุทธญาณฯ เขาเป็ นหน่วยงานเอกชน ทีเข้ า มาในวงวิเคราะห์แล้ วเห็นได้ ชดั เลยว่า ข้ อมูลทีเขานําเสนอนันสามารถนํ ) าไปใช้ ประโยชน์เพือคนบ้ านไผ่ต่อ ได้ จริ งๆ ซึงทุกคนในวงก็ขอบคุณและเห็นคุณค่าผลงานนันๆ ) ซึงเราคิดว่าทุกคนก็แฮปปี ) แต่ถ้ามาประชุม แล้ วไม่ได้ พดู อะไร หรื อไม่ได้ รับการเอาใจใส่ พีแดงว่าครัง) หน้ าก็รับรองหายกันหมดทังวงประชุ ) มนันล่ะค่ะ” ในขณะที “หมอดุลย์” กุนซือของทีม MIS กล่าวถึงกติการ่วมกันของกลุ่มว่า “เราตังกติ ) กาขึ )นร่วมกัน ตังแต่ ) วันแรกทีเจอกันเลย ว่า เราจะไม่มีการติกัน เราจะไม่โทษกันว่าใครเป็ นคนผิด ถึงแม้ จะใครจะพูด เข้ าท่าบ้ างไม่เข้ าท่าบ้ าง เราทุกคนก็จะรับฟั งกัน ชืนชมให้ กําลังใจ เพราะมันคือการสานความสัมพันธ์ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 41


ส่วนตัว มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันเต็มทีทังเรื ) องงานและเรื องส่วนตัว แล้ วเราก็จะโทรศัพท์หากันเพือไถ่ถาม สารทุกข์สขุ ดิบ นัดกินข้ าวกันคุยงานกันแบบสบายๆ ซึงพีแดงหรื อผมไม่ได้ ตงตนเป็ ั) นหัวหน้ า เพราะเราไม่ได้ เป็ นหัวหน้ าจริงๆ แต่พวกเราเราจะนังโต๊ ะกลม จิบนํ )าชา เป็ นการทํางานแนวราบ โดยเรามีตวั หลักคือพีแดง ทําหน้ าทีเป็ นผู้ประสานงาน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็ นผู้ประสานงานทีเป็ นเลขาของทุกคน คอยช่วยเหลือทุก คน” นอกเหนือจาก “แดง-จิรวรรณ” จะทํ าหน้ าที ประสานงานพร้ อมกับเลขาให้ กับที ม ทุกคนแล้ ว คุณสมบัติพิเศษอีกข้ อหนึงทีค้ นพบได้ จากตัวเธอ คือ เธอเป็ นนักสือสารทีมีความเป็ นกัลยาณมิตรสูงมาก ชนิดทีเอ่ยปากหรื อติดต่อใครเข้ าร่วมประชุม คนๆ นันแทบปฏิ ) เสธไม่ได้ เพราะเหตุผลทีเชิญประชุมของเธอ ฟั งแล้ วมักเป็ นเรื องยิงใหญ่เสมอสําหรับคนบ้ านไผ่ เธอเป็ นคนมีทกั ษะในการเล่าเรื องทีทําให้ ให้ คนฟั งเข้ าถึง ข้ อมูลได้ อย่างลึกซึ )ง เช่น เหตุการณ์เศร้ าๆ อย่างกรณีเด็กชายภูมินทร์ เธอเล่าจนคนฟั งนํ )าตาไหลได้ ตามๆ กัน กระทังยินดีเข้ าร่วมเป็ นเครื อข่ายช่วยเหลือกันทํางานเพือคนบ้ านไผ่ด้วยกันกับเธอในทีสุด จะเห็นได้ ว่าการบริ หารจัดทีมของ MIS บ้ านไผ่ มีแกนกลางเป็ นความไว้ เนื )อเชือใจ ศรัทธาในกัน และกัน พร้ อมการเปิ ดโอกาสและรั บ ฟั ง เพื อนร่ ว มงานอย่ า งเต็ ม อกเต็ ม ใจ ในขณะที เรื องเงิ น ทอง ค่าตอบแทนของทีมงาน “หมอดุลย์” กล่าวว่า เป็ นเรื องทีไม่ต้องนํามาพูดถึงตังแต่ ) ต้นเลย เนืองจากการ ทํางานนี )ไม่มีการจูงใจด้ วยเงินแต่แรก แต่เกิดจากจิตอาสาทีต้ องการช่วยเหลือคนบ้ านไผ่ด้วยกันเท่านัน) “บางทีมาทํางานกันไม่มีเงินค่าเดินทางให้ เราก็มากันได้ เพราะความตังใจจริ ) งๆ และถึงแม้ ว่าหลาย คนจะเสียเวลาของการอยู่กับครอบครัว รวมทังไม่ ) ใช่งานในหน้ าทีประจําแต่ก็พร้ อมจะทุ่มเทกัน เพราะผม เชือว่ากิจกรรมเหล่านี )ล้ วนแต่สร้ างความภาคภูมิใจให้ ทกุ คนทีได้ ทําเพือชุมชนบ้ านไผ่” ผลทีตามมาของการตังต้ ) นอยู่ร่วมกันแบบกัลยาณมิตรคือสัมพันธภาพของคนในทีมดีขึน) เรื อยๆ ทีมงานทุกคนเฝ้าเกาะติดปั ญหา มุง่ มันและทุม่ เท กระทังว่าหมดโครงการฯ ทีได้ รับทุนสนับสนุนจาก ศวปถ. สําหรับขับเคลือนงานไประยะเวลาหนึง แต่ความสัมพันธ์ทีแน่นแฟ้นซึงถูกก่อร่างขึ )นมาแล้ วทําให้ หลายคนมี ใจมาร่วมงานขับเคลือนเพือความปลอดภัยของคนบ้ านไผ่อย่างต่อเนืองโดยไม่จําเป็ นต้ องมีคา่ ตอบแทน อีก ทังยั ) งทุกคนเต็มใจสละเงินส่วนตัวเป็ นค่าใช้ จา่ ยการเข้ าร่วมประชุม วางแผนทํางานอีกด้ วย

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 42


บทสรุ ปของการสร้ างกัลยาณมิตรสนทนาซึงถือเป็ นหัวใจในการบริ หารจัดการทีม MIS บ้ านไผ่ เปรี ยบดังคํากล่ าวของ “รองแมน” นายตํารวจแห่ งบ้ านไผ่ ทีบอกกับเพือนๆ ในวงประชุม ว่ า “รู้อะไรไม่ ส้ ู รู้จักกัน”

ความสําเร็จของ MIS บ้ านไผ่ ตลอดระยะเวลาร่ วมกันดําเนินงานของทีม MIS บ้ านไผ่ เกิดผลลัพธ์ ความสําเร็จของการ แก้ ไขปั ญหาอุบัตเิ หตุจราจรหลายกรณีด้วยกัน โดยสามารถแบ่ งผลสําเร็จออกเป็ น 2 รู ปแบบคือ 1. ผลลัพธ์ ทีสําเร็จเป็ นรู ปธรรม 2. ผลกระทบทีสร้ างความเปลียนแปลง

ผลลัพธ์ ทีสําเร็จเป็ นรู ปธรรม จริงแล้ วการดําเนินโครงการฯ อย่างต่อเนืองของทีม MIS ส่งผลให้ เกิดความสําเร็ จด้ านการป้องกัน และแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุอย่างเป็ นรู ปธรรมหลายผลงาน โดยตัวอย่างต่อจากนีข) อยกให้ เห็นถึง 3 กรณี เกียวกับการแก้ ไขปั ญหาจุดเสียงอุบตั เิ หตุทีเด่นๆ ของพื )นที ดังนี )

กรณีที 1 ความมืดริมทาง จุดเสียงหน้ าปัd ม ปตท. ถนนมิตรภาพ ย้ อนกลับไป ณ จุดเริ มต้ นของการทํางานของทีม MIS บ้ านไผ่ กรณีความมืดริ มทางของปั] ม ปตท. ริมถนนมิตรภาพ ถูกหยิบยกขึ )นมาหารื อกันในวงวิเคราะห์ เนืองจากเป็ นพื )นทีประสบอุบตั ิเหตุบอ่ ยครัง) ด้ วย ความทีปั] ม ปตท. ดังกล่าวเป็ นสถานีบริ การแก๊ สจุดสุดท้ ายของจังหวัดขอนแก่น ดังนันทุ ) กๆ วันโดยเฉพาะ ช่วงเวลากลางคืนทีปั] มแห่งนี )จะเต็มไปด้ วยรถบรรทุก และรถพ่วงขนาดใหญ่จอดรอต่อคิวเติมแก๊ สบริ เวณ ไหล่ท างก่ อ นถึ ง บริ เ วณปั] ม เป็ นจํ า นวนมาก ซึงจุด นี เ) องกลายเป็ นเหตุใ ห้ เ กิ ด โศกนาฏกรรมกับ หลาย ครอบครัวในทีสุด จากอุบตั เิ หตุผ้ ขู บั ขีรถมอเตอร์ ไซด์และรถยนต์ชนท้ ายรถพ่วงทีจอดเรี ยงรายกันท่ามกลาง ความมืดบริ เวณไหล่ทาง นับถึงวันทีทีม MIS บ้ านไผ่นํามาข้ อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันเกิดเหตุแล้ วทังสิ ) น) ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 43


8 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายที 8 คือ วิพัฒน์ พงษ์ ผลาหิน อายุ 17 ปี ซึงขีรถมอเตอร์ ไซด์กลับบ้ านแล้ วชนท้ าย รถสิบล้ อทีจอดรอเติมแก๊ สอยู่ จากกรณีดงั กล่าว “แดง-จิรวรรณ” อยูใ่ นเหตุการณ์อีกเช่นเคย “วันนันพ่ ) อเขามารับศพลูก แล้ วบอกกับพวกเราว่า ให้ ลูกผมเป็ นรายสุดท้ ายได้ มยั ) พอเราฟั ���ก็คิด เลยว่าจะรอช้ าไปกว่านี )ไม่ได้ แล้ ว ก่อนทีจะมีเกิดขึ )นเป็ นรายที 9 รายที 10 แล้ วเราก็ไม่ร้ ู ด้วยว่ารายนันจะ ) เป็ นเราหรื อญาติเราหรื อเปล่า ก็เลยต้ องรี บดําเนินการอะไรสักอย่างแล้ ว เราจึงส่งมอบข้ อมูลทีผ่านการ วิเคราะห์จากทีมงานให้ กับ ผอ.โรงพยาบาลบ้ านไผ่ ซึงท่านก็นําเรื องเข้ าไปเสนอต่อทีประชุมต่อในระดับ อําเภอ ที มี ท่านนายอํ าเภอเป็ นประธาน ว่าด้ วยสาเหตุข องการเกิดอุบตั ิเหตุจากความมื ดของไหล่ทาง บริเวณทีเกิดเหตุ ซึงท่านนายอําเภอก็รับลูกทันที สังการให้ คณะกรรมการระดับอําเภอเรี ยกประชุมทุกส่วนที เกียวข้ อง รวมทังพี ) อับดุลลา (เจ้ าของปั] ม ปตท.) ด้ วย เพือมาหาทางออกร่วมกัน” ขันตอนการดํ ) าเนินงานหลังจากประชุมทีมดําเนินการ MIS วิเคราะห์หาสาเหตุว่าเป็ นเพราะแสง สว่างไม่เพียงพอ ข้ อมูลดังกล่าวจึงถูกส่งมอบให้ ผ้ บู ริ หาร ในขณะเดียวกันทีม MIS ยังช่วยกันคิดต่อว่าทํา อย่างไรข้ อมูลจะถูกส่งต่อไปยังนายอําเภอเพือให้ เ กิดความร่ วมมือแก้ ไขจากหลายๆ ฝ่ ายอย่างสะดวก “แดง-จิรวรรณ” จึงเสนอช่องทางมิตรภาพของเธอกับภรรยานายอําเภอ เพือเป็ นขันต้ ) นในการส่งต่อข้ อมูล เพื อนํ าไปสู่การรั บเรื องของผู้ใหญ่ ระดับอํ าเภอ ขอนัดหมายนํ าเสนอประเด็นดัง กล่าวให้ ทราบ ยิงเมื อ นายอําเภอได้ ทราบเรื องแล้ วสรุ ปว่าคือปั ญหาของคนบ้ านไผ่ทีต้ องเร่ งช่วยกันแก้ ไข จึงจัดให้ นดั หมายทุก หน่วยงานทีเกียวข้ องเข้ าประชุมเร่งด่วนในวันถัดไปเพือหาช่องทางแก้ ไข ผลจากวงประชุมพบว่าการไฟฟ้าฯ และแขวงการทางฯ ไม่มีงบประมาณสําหรับติดตังเสาไฟเพื ) อ เพิมแสงสว่างในจุดดังกล่าว และหากจะติดตังเสาไฟฟ ) ้ าในเขตรับผิดชอบของการทางฯ นันตามระเบี ) ยบผู้ ขอต้ องแจ้ งคําร้ องทีการไฟฟ้าฯ เพือส่งเรื องต่อไปยังแขวงการทางฯ เพือขออนุมตั ิจากกรมทางหลวงก่อนทุก ครัง) ซึงต้ องใช้ เวลาอย่างน้ อย 45 วัน แต่ในกรณีนี )เมือทีม MIS ชงข้ อมูลทีเตรี ยมมานําเสนอ ทําให้ ทกุ ฝ่ าย ตระหนักว่าเป็ นเรื องทีควรช่วยกันหาทางแก้ ปัญหาเป็ นการเร่งด่วนจริ งๆ “อับดุลลา ปาทาน” ผู้จดั การ หจก. พจน์ปิโตรเอเชีย หรื อ ปั] ม ปตท. จึงตัดสินใจร่ วมแก้ ไขปั ญหาด้ วยการลงทุนเงินส่วนตัว 130,000 บาท เพือติดตังเสาไฟฟ ) ้ าส่องสว่างหน้ าบริ เวณปั] ม พร้ อมกับยินดีรับผิดชอบจ่ายค่าไฟฟ้าอีกเดือนละ 6,000 บาท โดยมีแขวงการทางช่วยลดขันตอนการยื ) นเรื องอนุมตั ใิ ห้ ดําเนินการได้ ก่อน แล้ วจึงส่งเรื องรายงานไปยัง กรมทางหลวงภายหลัง ด้ านการไฟฟ้าฯ เปิ ดโอกาสให้ “อับดุลลา” ผ่อนชําระค่าเสาไฟฟ้าดังกล่าวพร้ อมกับ อํานวยความสะดวกเรื องการติดตังให้ ) ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 44


ริมถนนก่อนป็ ม ปตท. มีรถใหญ่จอดรอ

อับดุลลา ปาทาน ผูจ้ ดั การ หจก. พจน์ปิโตรเอเชีย

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 45


“พีอับดุลลาเล่าให้ ฟังว่า เคยคิดแก้ ไขเรื องนี )มาก่อนหน้ านี )แล้ ว เพราะแต่ก่อนเวลาได้ ยินเด็กเดินมา บอกว่ารถชนอีกแล้ วพี ตายเลยครับ ซึงพอรู้ แต่ละครัง) เขาก็จะรู้ สึกเป็ นปมรู้ สึกบาปในใจมาตลอด เขาก็เคย ลองไปขอความช่วยเหลือจากตํารวจ ซึงจัดแผงกันที ) เป็ นสีๆ สะท้ อนแสงมาวางกัน) ไว้ ท้ายรถทีจอดให้ แต่ ด้ วยความทีไม่มีกําลังคนมาเฝ้า สุดท้ ายก็มีรถคันอืนๆ มาจอดต่อไปอีก ซึงก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร หรื อ แม้ แต่เคยไปติดต่อกับหน่วยราชการทีเกียวข้ องแล้ วด้ วยซํ )า แต่ก็ตดิ ขัดด้ วยระเบียบต่างๆ ทีไม่สามารถทําได้ พอได้ จงั หวะทีจะปรับแก้ เรื องนี ) เขาก็ยินดีทีจะทําทันที” แดง-จิรวรรณ ซึงเป็ นหนึงในผู้ชงข้ อมูลการแก้ ไข ปั ญหาเล่าถึงข้ อมูลทีเคยสือสารกับเจ้ าของปั] ม ปตท. พร้ อมบอกต่อว่า กรณีนี )นายอําเภอขอความร่วมมือ กับแขวงการทาง และการไฟฟ้าเพือปลดล็อคเงือนไขระเบียบต่างๆ ให้ ดําเนินการติดตังเสาไฟได้ ) ง่ายขึ )น “ถึงติดตังแล้ ) วจะเป็ นสมบัตริ าชการ แต่ผมมีความเชือว่า อะไรทีมันทําแล้ วไม่ให้ คนเสียชีวิตได้ เราก็ ทําครับ ถ้ าเราไปทํามาหากินแล้ วมีส่วนทําให้ คนอืนเค้ ามาตาย ผมขอไม่เอาดีกว่า ถึงเรื องนี )แม้ มนั ไม่ใช่ หน้ าทีเราโดยตรง แต่เมือเหตุการณ์นี )มันมาเกิดถึงหน้ าบ้ านเราแล้ ว เราก็อยากจะช่วยให้ มากทีสุดเท่าทีจะ ทําได้ เรื องลงทุนเอง ผมว่าไม่เป็ นไรหรอกครับ ขอให้ ไม่มีคนเสียชีวิตอีกก็พอแล้ ว ผมว่ามันคุ้มค่ากับการ รักษาชีวิตคน” ซึงท้ ายทีสุดแล้ วความเชือดังกล่าวของ “อับดุลลา ปาทาน” เจ้ าของปั] ม ปตท. บ้ านไผ่ ก็ นําไปสูก่ ารลดจํานวนผู้เสียชีวิตได้ จริงตามทีเขาตังใจ ) เนืองจากเป็ นอุบตั ิเหตุซึงเกิดขึ )นซํ )าๆ ณ จุดเสียงเดิมส่งผลให้ มีข้อมูลน่าสนใจ “ทีมดําเนินงาน” จึง คิดว่าเป็ นเรื องท้ าทาย ก่อให้ เกิดกระบวนการ “ส่งมอบ” ข้ อมูลให้ ผ้ บู ริ หาร หรื อ “ทีมอํานวยการ” เพือ “ส่ง ต่อ” ข้ อมูลเสนอตรงถึงนายอําเภอและภาคส่วนอืนๆ กระทังนายอําเภอใช้ อํานาจสังการเรี ยกประชุมทุกผู้มี ส่วนเกียวข้ องได้ โดยเป็ นวาระเร่ งด่วน ซึงก็ได้ การร่ วมมือแก้ ไขปั ญหาจากทุกส่วนจึงทําให้ เกิดเป็ นรู ปธรรม ความสําเร็จ น่าสังเกตว่า กรณี นี )เป็ นครัง) แรกทีทีม MIS บ้ านไผ่ เริ มตังต้ ) นร่ วมกันวิเคราะห์กรณีอุบตั ิเหตุ ซึง ผลลัพ ธ์ ทีออกมาสามารถเห็นได้ เ ป็ นรู ปธรรมของการเปลี ยนแปลงสิงแวดล้ อ มที สามารถแก้ ไ ขปั ญ หา อุบตั ิเหตุได้ อย่างชัดเจน จึงเป็ นเสมือนเส้ นทางต้ นแบบแห่งการทํางานตลอดจนสามารถสร้ างพลังและ แรงใจของทีมงานในการทํางานเชิงรุกเพือจัดการกับปั ญหาอุบตั เิ หตุในกรณีอืนๆ ต่อมาได้ อย่างมีศกั ยภาพ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 46


กรณีที 2 สีแยกบ้ านเกิง& ถนนมิตรภาพ จุดเสียงถนนเป็ นคลืน สืบเนืองจากการเกิดอุบตั ิเหตุรถ 18 ล้ อชนท้ ายรถ 10 ล้ อ บริ เวณถนนมิตรภาพ สีแยกบ้ านเกิง) ขา เข้ าขอนแก่น โดยมีผ้ ไู ด้ รับบาดเจ็บติดภายในซากรถและทําการขอสนับสนุนเครื องตัด-ถ่างไฮดรอลิค ศูนย์ วิทยุหน่วยกู้ภัยพุทธญาณสมาคม จึง ดําเนินการแจ้ ง เจ้ าหน้ าทีกู้ภัยพุทธญาณฯ พร้ อมรถอุปกรณ์ ก้ ูภัย ออกไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที เมือไปถึง ทีเกิดเหตุพบรถ 18 ล้ อ ชนติดอยู่กับท้ ายรถบรรทุก 10 ล้ อ มี ผู้ได้ รับบาดเจ็บ 1 รายติดอยูภ่ ายในหัวเก๋งโดยถูกโครงเหล็กบริเวณหน้ ารถกดทับทีขาด้ านซ้ ายอยู่ เจ้ าหน้ าที กู้ภัย พุท ธญาณจึ ง ได้ นํ า เครื องตัด -ถ่ า งไฮดรอลิ ค ถ่ า งโครงเหล็ ก ชิ น) ส่ ว นรถที กดทับ ขาด้ า นซ้ า ยของ ผู้ได้ รับบาดเจ็บออก จากนันเจ้ ) าหน้ าทีกู้ภัยได้ สอบถามจากคนขับรถบรรทุก 10 ล้ อทีถูกชนท้ าย ได้ ความว่ารถของเขา บรรทุกกระจกแผ่นสําเร็จรูปเพือจะนําส่งให้ ลกู ค้ าทีจังหวัดอุดรธานี เมือมาถึงทีเกิดเหตุเป็ นไฟเขียว แต่ด้วย เขามองเห็นสภาพถนนทีไม่ดีนกั จึงได้ ชะลอความเร็ วรถลงกะทันหันเพือจะเปลียนช่องทางไปอยู่ในเลนขวา เนืองจากสินค้ าทีบรรทุกมามีราคาแพง ตนจึงเกรงว่าจะได้ รับความเสียหาย ทันใดนันก็ ) ได้ ยินเสียงดังอยู่ทีท้ ายรถเมือลงไปดูพบว่าโดนรถ 18 ล้ อทีวิงมาตามหลังชนทีท้ ายรถ ของตนเองอย่างจัง พร้ อมกันนันเจ้ ) าหน้ าทีกู้ภยั ได้ หนั ไปสอบถามผู้บาดเจ็บทีขับรถ 18 ล้ อซึงขับมาชนท้ าย ในกรณีดงั กล่าวทราบว่าบรรทุกเหล็กมาเต็มคันรถ ขณะนันสั ) ญญาณไฟจราจรเป็ นสีเขียวจึงได้ ทําความเร็ ว เพือจะผ่านแยกแต่อย่างไม่ทนั ตังตั ) ว รถ 10 ล้ อด้ านหน้ ากลับชะลอความเร็ วลงกะทันหัน จึงทําการเบรกรถ แต่ก็เบรกไม่อยูจ่ งึ เกิดอุบตั เิ หตุชนท้ ายรถดังกล่าวเกิดขึ )น "พอทราบว่ าเกิดเหตุนี & เราก็ประชุมทีม MIS กันเป็ นกรณีเร่ งด่ วน ทางน้ องท๊ อป (ธนวัตร) จากหน่ วยกู้ภัยพุทธญาณฯ ก็นําเสนอข้ อมูลทีเก็บมาในวงว่ า สภาพถนนจุดดังกล่ าวมีพืน& ผิวเป็ น คลื นขึ น& มา ทํ า ให้ ร ถ 10 ล้ อตั ด สิ น ใจเปลี ยนเลนกะทั น หั น ซึ งก็ มี ทั ง& ข้ อ มู ล ทั ง& ภาพนิ งและ ภาพเคลือนไหวสําหรั บประกอบการวิเคราะห์ ในครั ง& นั น& ต้ องขอบคุณหน่ วยกู้ภัยพุทธญาณฯ ที เก็บข้ อมูลอันมีประโยชน์ ครั ง& นัน& มากๆ เพราะหลังจากการประชุมครั ง& นัน& ภายใน 3 วัน แขวงการ ทางบ้ านไผ่ ได้ ดําเนินการแก้ ไขเบื อ& งต้ นปรั บสภาพพืน& ผิวถนนทีเป็ นปั ญหาทันทีทีได้ รับข้ อมู ล ดังกล่ าวนี & ถือว่ าเป็ นการแก้ ไขจุดเสียงอย่ างเร่ งด่ วนทีทีม MIS ภูมิใจมาก" แดง-จิรวรรณ เล่าถึง เหตุการณ์ความร่วมมือของภาคีในการแก้ ปัญหาอย่างรวดเร็ว

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 47


ด้ านการลงมือแก้ ไขพื )นผิวจราจรทีเป็ นปั ญหา “ออฟ-ธนพล สนอุป” นายช่างโยธาชํานาญงาน แขวงการทางขอนแก่นที 3 (บ้ านไผ่) รับหน้ าทีนําข้ อมูลทีได้ จากวงวิเคราะห์ไป “ส่งมอบ” ให้ แก่ผ้ บู ริ หาร แขวงการทางเป็ นกรณีเร่ งด่วนซึงก็ได้ รับการอนุมตั ิให้ ดําเนินงานปรับสภาพถนนให้ แล้ วเสร็ จภายใน 1 วัน โดยใช้ วสั ดุ อุปกรณ์ รวมทัง) บุคลากรของแขวงการทางทีมีอยู่เพือจะสามารถดําเนินการแก้ ไขจุดเสียงได้ รวดเร็ว ทันที และจากนันในขั ) นต่ ) อมายังมีการบรรจุการแก้ ไขปั ญหาดังกล่าวเข้ ากับแผนระยะยาวของแขวง การทางบ้ านไผ่อีกด้ วย “พอสรุปสาเหตุได้ ผมก็คิดต่อว่าถนนทีเป็ นคลืนๆ ตรงนันมั ) นจะทําให้ รถชนอีกกีครัง) จะมีชาวบ้ าน ตายอีกกีคน เมือเรารู้แล้ วนีว่ามันเป็ นสาเหตุแล้ วเราจะทํายังไงต่อดี เพราะจริ งๆ ตามระเบียบต้ องทําบันทึก เสนอความต้ องการแก้ ไข พร้ อมรู ปแบบ วิธีการ เพือยืนเรื องพิจารณาขออนุมัติใช้ เครื องจักร จะใช้ เวลา ประมาณ 1 อาทิตย์กว่าขันตอนจะเสร็ ) จ แต่สดุ ท้ ายทีผมทําคือลองลดขันตอนดู ) โดยการนําเรื องทีเกิดขึ )นไป คุยกับหัวหน้ าโดยตรง ท่านก็เห็นด้ วยจึงออกคําสังให้ ผมนําช่างและเครื องจักรออกไปดําเนินการแก้ ไขได้ ทันที พวกผมออกไปทํากันวันเดียวก็เสร็ จ มีคนถามว่าในระเบียบทําได้ ไหมตอบว่าทําได้ เพราะถือเป็ นการ แก้ ไขปั ญหาเพือประโยชน์และความปลอดภัยของคนใช้ รถใช้ ถนน ทุกแขวงฯ ก็สามารถทําได้ แต่ก็ขึ )นอยู่กบั หัวหน้ าของแต่ละทีว่ามีใจจะแก้ ไขปั ญหาแค่ไหน” ออฟ-ธนพล เล่าถึงขันตอนการทํ ) างานแก้ ไขปั ญหากรณี ดังกล่าว ความสําเร็จของการแก้ ไขปั ญหาจุดเสียงดังกล่าวนี ) เกิดจากความคล่องตัวในการทํางานของแขวง การทาง เพราะส่วนหนึงเป็ นหน่วยงานระดับจังหวัดทีตังอยู ) ใ่ นอําเภอบ้ านไผ่ อีกส่วนหนึงเพราะกระบวนการ ทํางานทีมีการเก็บข้ อมูลทีละเอียดถีถ้ วน ทําให้ สามารถวิเคราะห์สาเหตุได้ ตรงจุด สามารถ “ส่งมอบ” ข้ อมูล ให้ แก่ผ้ บู ริ หารได้ อย่างทันท่วงที เพือขออนุมตั ิการดําเนินงานแก้ ปัญหา แง่หนึงคือการลดขันการเดิ ) นเรื อง ตามระเบียบราชการ จึงทําให้ สามารถดําเนินการแก้ ไขปั ญหาอย่างรวดเร็ว

กรณีที 3 สีแยกหนองนํา& ใส หรือสีแยกมหาภัย จุดเสียงถนนสีเลนตัดผ่ าน จากสถิตติ วั เลขอุบตั ิเหตุของตําบลหนองนํ )าใสทีสูงขึ )นเรื อยๆ เนืองด้ วยตําบลหนองนํ )าใสมีจดุ เสียง ของ ถนน 4 เลนตัดผ่านถนนขนาดเล็ก (เส้ นทางรอง) ของชุมชน ซึงจุดนันมี ) ลกั ษณะเป็ นทีกลับรถ และ 4 แยกทางข้ ามในที เดี ยวกัน อี ก ทัง) ยัง ไม่มี สัญ ญาณไฟแดง ส่ง ผลให้ เ ป็ นพื น) ที หนึงในตํ าบลที ก่ อให้ เ กิ ด ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 48


อุบัติเ หตุเ กิ ดขึน) บ่อยครั ง) ซึงนับจากการบันทึกข้ อมูล เก็ บไว้ ผู้เ สี ยชี วิตรายที 7 จากอุบัติเ หตุตรงจุดดัง กล่าวคือ ผู้ชว่ ยผู้ใหญ่บ้าน ขันตอนการแก้ ) ปัญหาหลังจากเกิดอุบตั ิเหตุจนเสียชีวิตเป็ นรายที 7 เริ มจากเจ้ าหน้ าทีพุทธญาณ สมาคมเก็บข้ อมูลจากทีเกิดเหตุโดยละเอียดเพือส่งให้ ทีม MIS ประชุมวิเคราะห์สาเหตุ พร้ อมทังรวบรวม ) ข้ อมูลสถิตกิ ารเกิดอุบตั เิ หตุทีดังกล่าวย้ อนหลังจากข้ อมูลของพุทธญาณสมาคม ตํารวจ และโรงพยาบาล จากนันที ) ม MIS โดย “นายแพทย์ประยูร” ผู้อํานวยการโรงพยาบาลบ้ านไผ่ และทีมกู้ชีพ ลงพื )นทีไป ตรวจสอบสืบสวนข้ อมูลในทีเกิดเหตุ จนพบว่าจําเป็ นต้ องปิ ดสีแยกและเปิ ดจุดกลับรถใหม่เพือลดความ สูญเสียทีจะเกิดขึน) อีก จึงนําสถิติอุบตั ิเหตุทีเกิดขึ )นบริ เวณแยกหนองนํ )าใสมาวิเคราะห์และนําเสนอผ่าน คณะกรรมการอําเภอ และยืนเรื องยังแขวงการทาง เสนอให้ ดําเนินการแก้ ไข ติดตังสั ) ญญาณไฟจราจรหรื อ ปิ ดแยกและเปิ ดจุดกลับรถใหม่ในตําแหน่งทีเลยจากสีแยกเพือความปลอดภัย แต่ด้วยกฎเกณฑ์ของแขวง การทางฯ ที ว่าบริ เ วณแยกดัง กล่าวยัง ไม่ส ามารถจะติดตัง) สัญ ญาณไฟจราจรได้ เพราะปริ ม าณรถใน เส้ นทางรองซึงเป็ นทางเข้ าหมูบ่ ้ านมีจํานวนน้ อยกว่าเกณฑ์ ในส่วนของการปิ ดสีแยกและเปิ ดจุดกลับรถใหม่ นัน) เป็ นแผนการดํ าเนิ นงานที แขวงการทางฯ จํ า เป็ นต้ อ งยื นเรื องขออนุมัติง บประมาณจากกระทรวง คมนาคมตามระเบียบขันตอน ) จึงส่งผลให้ ไม่สามารถดําเนินการแก้ ไขได้ ทนั ที แต่ ด้วยสถิติและการวิเคราะห์ ทัง& หมดของ ทีม MIS ในทีสุดผู้อํานวยการแขวงการทาง ขอนแก่ นที 3 สาขาบ้ านไผ่ ก็ตัดสินใจอนุมัตทิ ดลองปิ ดสีแยกทําจุดกลับรถแบบชัวคราว ด้ วยกําลัง และทรั พยากรทีมีอยู่ในมือก่ อนตามศักยภาพทีหน่ วยงานพอทําได้ ด้ วยวิธีการหล่ อซีเมนต์ เป็ น วั ต ถุ ปิ ดกั น& ทางเพื อนํ า ไปวางกั &น ไว้ ร ะหว่ า งจุ ด ทางแยกไว้ เพื อให้ ผ้ ู ใช้ ร ถที ต้ อ งการข้ า มแยก จําเป็ นต้ องขับขีอ้ อมไปกลับรถในระยะทีไกลออกไป เป็ นเหตุให้ การปิ ดสีแยกดัง กล่าว มีชาวบ้ านเข้ ามาร้ องเรี ยนทางอําเภอและแขวงการทางฯ อยู่ พอสมควรในช่วงแรก ทางแขวงการทางฯ จึงพยายามชีแ) จงให้ ชาวบ้ านทราบข้ อดี โดยให้ รอดูผลความ ปลอดอุบตั เิ หตุเป็ นเครื องพิสจู น์ผลงาน ขณะเดียวกันทีม MIS ได้ ส่งต่อข้ อมูลดังกล่าวไปยังนักข่าวสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ขอความ ร่ ว มมื อ ทํ าข่า วในกรณี ดัง กล่า วสื อสารให้ สัง คม โดยมี จุด มุ่ง หมายเพื อสร้ างความตระหนักรู้ ถึ ง ความ ปลอดภัยในการใช้ รถใช้ ถนนให้ กบั ชาวบ้ านในพื )นที รวมถึงพื )นทีอืนๆ ทัวประเทศอีกด้ วย จนในทีสุดความ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 49


ขัดแย้ งของชาวบ้ านก็เริ มลดลงไป เพราะหลังจากทดลองปิ ดแยก เริ มเห็นผลว่าไม่เกิดอุบตั ิเหตุถึงแก่ชีวิต ดังเช่นทีผ่านมาอีกเลย ดัง นัน) แขวงการทางฯ จึ ง นํ า ข้ อ มูล การทดลองปิ ดแยกแล้ ว สามารถแก้ ไขปั ญ หาอุบัติ เ หตุไ ป สนับสนุนเป็ นเหตุผลในการยืนเรื องส่งถึงกระทรวงคมนาคมเพือขออนุมตั ิงบประมาณ จัดทําการปิ ดแยก และเปิ ดจุดกลับรถถาวรขึ )น ซึงขันตอนการอนุ ) มตั ิทงหมดใช้ ั) เวลาประม���ณ 3 ปี กระทังปั จจุบนั ได้ สร้ างเสร็ จ สมบูรณ์แล้ ว ผลสําเร็ จของการแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุกรณีนี )มาจากการที “ทีมดําเนินงาน” ใช้ ข้อมูลสถิติการเกิด อุบตั ิเหตุย้อนหลังพร้ อมกับการชงเป็ นข้ อมูลด้ วยคําพูดสะเทือนความรู้ สึกของผู้ฟัง เช่น “อยากให้ ผ้ ูช่วย ผู้ใหญ่บ้านเป็ นรายสุดท้ าย” เป็ นคํานําในการ “ส่งมอบ” ข้ อมูลให้ “ทีมอํานวยการ” ซึงนําไป “ส่งต่อ” ข้ อมูล ให้ แก่นายอําเภอเพือนําไปวาระสูก่ ารหารื อเพือแก้ ไขปั ญหากันต่อในระดับอําเภอ

ปิ ดทางแยกถาวร รถทุกคันต้ องเลีย> วซ้ ายไปกลับรถ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 50


รวมทังความตระหนั ) กในปั ญหาทีเกิดขึ )นของแขวงการทางฯ ทีถึงแม้ ยงั แก้ ไขปั ญหาเบ็ดเสร็ จไม่ได้ ในครัง) เดียว แต่ยงั ดําเนินการแก้ ไขปั ญหาชัวคราวเพือประชาชนเท่าทีหน่วยงานมีศกั ยภาพพอทําได้ ก่อน สุดท้ ายแล้ ว ทุกคนต่ างยอมรั บว่ าคือการตัดสินใจทีถูกต้ องอย่ างมาก เพราะหลังจากปิ ด แยกแบบชัวคราวแล้ วไม่ เคยเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตของประชาชนในบริเวณแยกหนองนํา& ใสอีกเลย แม้ แต่ รายเดียว

ผลกระทบทีสร้ างความเปลียนแปลง นอกเหนื อจากผลลัพ ธ์ ในเชิง รู ปธรรมที ประจักษ์ เ ห็นได้ อย่างชัดเจนตามกรณี ทียกตัวอย่างมา ข้ างต้ นก่อนหน้ านี ) การทํางานของ ทีม MIS บ้ านไผ่ยังมีผลลัพธ์ ในอีกด้ านหนึงทีแสดงให้ เห็นถึงความ เปลี ยนแปลงอันมีแนวโน้ มเกิ ดก่อให้ เ กิดความยังยืนของกระบวนการดําเนินงานเพื อป้องกันและแก้ ไ ข ปั ญหาอุบตั เิ หตุในอําเภอบ้ านไผ่อย่างจริงจัง ดังนี ) ได้ เวลาทํางานเชิงรุก เกิดงานชุมชนป้องกันอุบตั เิ หตุทีหลายหน่วยงานเริ มปรับเปลียนมาทํางานเชิงรุกกับอุบตั ิเหตุจากที เคยทํางานเชิงตังรั) บอย่างเดียวมาก่อน ตัวอย่าง เช่น โรงพยาบาล จากทีเคยเป็ นปลายทางอุบตั ิเหตุมาก่อน สามารถพลิกบทบาทขององค์กรโดยใช้ วตั ถุดิบทางข้ อมูลทีมีในเบื )องต้ น รวมทัง& ใช้ ต้นทุนของการเป็ น โรงพยาบาลทีได้ รับรู้และมองเห็นเรืองราวชีวิต การสูญเสียของผู้ประสบภัย ญาติพีน้ อง คนรั ก ให้ กลายมา “ข้ อมูลชีวิต” ซึงสุดท้ ายสามารถนําไปเป็ นเครืองมือต่ อสู้กับปั ญหาอุบัตเิ หตุ สํานักงานขนส่งทีปรับหน้ างานเปิ ดอบรมให้ ความรู้ ความเข้ าใจด้ านรถและการขับขีแก่ประชาชน อย่างต่อเนือง , สถานีตํารวจทีผลักดันการบังคับใช้ กฎหมายพร้ อมรณรงค์แก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุในท้ องที ตามรู ปแบบที เหมาะสม, แขวงการทางทีเข้ าร่ วมวิเ คราะห์ ปัญ หาและเตรี ยมพร้ อมแก้ ไ ขปั ญ หาทาง สิงแวดล้ อมในกรณีเร่งด่วนเพือประชาชน รวมทังหน่ ) วยกู้ภยั ทีก้ าวข้ ามเส้ นของการบันทึกข้ อมูลในรูปแบบเดิมมาเป็ นการเก็บข้ อมูลรอบด้ าน แม้ กระทังจากผู้ทีอยู่แวดล้ อมทีเกิดเหตุ ซึงแสดงให้ เห็นว่าทุกหน่วยงานได้ ปรับทัศนคติจากเคยทํางานเชิง รับ ก้ าวผ่านมาเป็ นการทํางานเชิงรุกในขอบเขตหน้ าทีรับผิดชอบของแต่ละฝ่ ายอย่างชัดเจน ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 51


นอกจากนันการทํ ) างานของ “ทีมดําเนินงาน” ทีมีประสิทธิภาพสามารถ “ส่งมอบ” ข้ อมูลทีน่าสนใจ และส่งผลกระทบกับสังคมให้ กับ “ทีมอํานวยการ” หรื อคณะผู้บริ หารของ ซึงเล็งเห็นความสําคัญกับการ แก้ ไขปั ญหาอุบตั เิ หตุในเชิงรุก สนับสนุนการทํางานของทีม พิจารณาข้ อมูลทีได้ รับ และผลักดันแก้ ไขปั ญหา ทังที ) แก้ ไขได้ เอง หรื อส่งต่อข้ อมูลแก่นายอําเภอ และภาคส่วนอืนๆ ทีเกียวข้ อง ซึงจุดนี )เองได้ กลายเป็ นกลไก ทีเกาะติดปั ญหาเพือขับเคลือนงานเชิงรุกเช่นเดียวกับ “ทีมดําเนินงาน”

ผลักนโยบายระดับอําเภอ ความสําเร็ จในการผลักดันงานให้ ไปถึงระดับนายอําเภอ ถือว่ามีความสําคัญอย่างมาก แม้ โดย อํานาจหน้ าทีของนายอําเภอจะไม่ได้ สงการได้ ั ครอบคลุมทุกหน่วยงานในอําเภอก็ตาม แต่ด้วยอํานาจเชิง บารมีตามโครงการสร้ างการบริ หารงานท้ องถิน ก็จะสามารถผลักดันและประสานความร่ วมมือได้ จากทัง) ภาครัฐส่วนกลาง หน่วยราชการ หน่วยงานส่วนท้ องถิน ภาคเอกชน ภาคประชาชน ให้ มาร่ วมแก้ ปัญหา ต่างๆ ได้ อย่างไม่ยาก โดยสามารถผลักดันการทํางานได้ ทงในรู ั ) ปแบบคําสังหรื อการขอความร่วมมือ และยัง มีโอกาสทีจะสามารถผลักดันการทํางานงานไปได้ ไกลถึงการเกิดแผนงานระดับนโยบายของอําเภออีกด้ วย เช่น การเกิดขึ )นของ “งานบันทึกข้ อตกลง ว่าด้ วย การประสานความร่วมมือในโครงการชาวบ้ านไผ่ ปลอดภัยร่วมใจใส่หมวกกันน็อค” ซึงมีหน่วยงานทังภาครั ) ฐ และเอกชน ในอําเภอมาร่วมทําข้ อตกลงกว่า 60 หน่วยงาน ในช่วง 3 ปี หลังจากเริ มต้ นงาน MIS บ้ านไผ่ ซึงเป็ นสัญญาณชี )ให้ เห็นว่า งานแก้ ไขปั ญหา อุบตั เิ หตุจากคนกลุม่ เล็กๆ ในอําเภอ ได้ เริมขยายวงกว้ างสูร่ ะดับนโยบายของอําเภอได้ แล้ วในทีสุด

บูรณาการหน่ วยงานและความรู้ จากมุมมองทีว่าการแก้ ไขอุบตั ิเหตุทําคนเดียวไม่อาจสําเร็ จได้ ทุกคนต้ องเข้ ามามีส่วนร่ วมด้ วย ช่วยกัน ทําให้ ในทีสุดก็เกิดการทํางานแบบบูรณาการหน่วยงาน คือ หน่วยงานภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล สํานักงานขนส่ง แขวงการทาง อําเภอ โรงเรี ยน สถาบันการศึกษา หน่วยงานส่วนท้ องถิน เช่น เทศบาล อบต. หน่วยงานเอกชน เช่น พุทธญาณสมาคม เจ้ าของปั] ม เจ้ าของธุรกิจค้ ารถ โรงงาน และอีกหลายๆ หน่วยงานเข้ ามาทํางานด้ วยกันกลายเป็ นภาคีเครื อข่ายทีร่ วมเติมเต็มชุดความรู้ และกํ าลังสําคัญในการ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 52


ขับเคลือนงานแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุอย่างต่อเนือง เช่น ความรู้ ขบั ขีปลอดภัยจากเจ้ าหน้ าทีขนส่ง กฎหมาย จราจรจากเจ้ าหน้ า ที ตํา รวจ การแก้ ไ ขจุด เสี ยงจากแขวงการทาง การปฐมพยาบาลเบื อ) งต้ นและการ เคลือนย้ ายผู้ป่วยจากหน่วยกู้ชีพ ฯลฯ ซึงล้ วนแต่เป็ นความรู้ทีบูรณาการจากสหสาขาวิชาชีพโดยแท้ จริง

ข้ อบัญญัตเิ ทศบาล จากการเปลียนแปลงทีเกิดขึ )นเป็ นผลกระทบตามทีกล่าวมาเป็ นส่วนหนึงทีได้ นําไปสู่การกําหนด นโยบายเพือแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุจราจรในเขตเทศบาลได้ ด้วยเช่นกัน เช่น กรณีสืบเนืองจากการจราจรที ติดขัดในเขตเทศบาลเมืองบ้ านไผ่ ประกอบกับการตังวางสิ ) นค้ า รถเข็น แผงลอย บนถนนและทางเท้ า ที เป็ นส่วนหนึงของการเกิดอุบตั ิเหตุบอ่ ยครัง) ในเขตเทศบาลและในชุมชน จึงเกิดเวทีประชาคมระหว่างพ่อค้ า ประชาชน หน่วยงานทีเกียวข้ อง และในทีสุดก็นําไปสู่การกําหนดในข้ อบัญญัติของเทศบาลเมืองบ้ านไผ่ และมีการดําเนินกิจกรรมต่างๆ ควบคู่กัน เช่น การประชาสัมพันธ์ ให้ พ่อค้ า ประชาชนได้ รับทราบ การจัด ระเบียบการจราจร ขี ดสีตีเ ส้ น บริ เ วณจอดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ บริ เ วณห้ ามจอด ไปพร้ อมกับการ ประชาสัมพันธ์ เรื องการสวมหมวกนิรภัย และการรั ดเข็ม ขัดนิรภัย การไม่ขับขีเมือดืมสุรา รวมทัง) การ กวดขันการบังคับใช้ กฎหมาย ซึงได้ รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีทกุ ภาคส่วนและประชาชน

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 53


ขยายภาคี สร้ างเครือข่ าย การทํางานของทีม MIS บ้ านไผ่ ไม่ ได้ หยุดอยู่แค่ การทํางานของในวง 5E ซึงเป็ นเสมือน แกนหลักในการขับเคลือนงาน แต่ ทีม MIS บ้ านไผ่ ���ังคงเน้ นไปทีการขยายภาคี สร้ างเครื อข่ ายให้ เกิดขึน& เพือร่ วมกันเป็ นส่ วนหนึงของการผลักดันแก้ ไขปั ญหาอุบัติเหตุจราจรในอําเภอบ้ านไผ่ ให้ บรรลุเป้าหมาย

เทศบาลเมืองบ้ านไผ่ ครัง) หนึงทีทีม MIS บ้ านไผ่ “ส่งต่อ” ข้ อมูลสาเหตุการเกิดอุบตั ิเหตุเนืองจากการจราจรในเทศบาล เมืองบ้ านไผ่ทีติดขัด มีการวางสินค้ า รถเข็น แผงลอย บนถนนและทางเท้ า ทําให้ เกิดอุบตั ิเหตุบ่อยครั ง) จากนันเทศบาลฯ ) จึงดําเนินการเปิ ดเวทีประชาคมพ่อค้ า ประชาชน หน่วยงานทีเกี ยวข้ อง เพือขอความ คิดเห็น จนนําไปสู่ผลเชิงนโยบายออกกฎเทศบัญญัติว่าด้ วยเรื องดังกล่าว ขีดสีตีเส้ นเพือจัดระเบียบจราจร ทังยั ) งรณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื องความปลอดภัยบนท้ องถนน โดยใช้ งบประมาณของหน่วยงานเป็ นหลักใน การดําเนินงาน

องค์ การบริหารส่ วนตําบล (อบต.) องค์ ก ารบริ ห ารส่ว นตํ า บล หรื อ อบต. มี อํ า นาจหน้ า ที สามารถบริ ห ารจัด การตนเอง ทัง) เรื อง งบประมาณ การดําเนินงาน การกําหนดนโยบายต่างๆ เช่นเดียวกับกับเทศบาล เพียงแต่เป็ นหน่วยงาน ขนาดเล็กกว่าเท่านัน) อบต. ในอําเภอบ้ านไผ่ส่วนหนึงตัดสินใจเข้ ามาเป็ นร่วมเป็ นภาคี เนืองด้ วยส่วนใหญ่ เป็ นพื )นทีซึงเกิดอุบตั เิ หตุบอ่ ยครัง) จากจุดเสียง เช่น อบต. หนองนํ )าใส ซึงเป็ นฝ่ ายเข้ ามาขอข้ อมูลอุบตั ิเหตุทีเกิดขึน) ในตําบลหนองนํา) ใสจากทีม MIS บ้ านไผ่ จากนันจึ ) งได้ นําข้ อมูลกลับไปทําเวทีประชาคมกับชาวบ้ านว่าจะช่วยกันหาทางออกได้ อย่างไร กับปั ญหาอุบตั ิเหตุทีเกิดขึ )นในท้ องถิน จนกระทังเกิดการเคลือนงานในชุมชนอย่างต่อเนือง ทังการอบรม ) วินยั จราจรให้ ชาวบ้ าน และอบรมความรู้เรื องจราจรให้ กบั อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ ายพลเรื อน หรื อ อปพร. ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 54


เพือช่วยแบ่งแบาภาระเจ้ าหน้ าทีตํารวจในการดูแลกวดขันเรื องวินยั จราจร รวมทังมี ) การออกกฎประชาคม ปรับผู้ไม่สวมหมวกกันน็อค โดยมี อปพร. ตังด่ ) านเพือดูแลความปลอดภัยให้ กบั ชาวบ้ าน รวมทังดํ ) าเนินการ ประสานความร่วมมือกับแขวงการทางขอนแก่นที 3 (บ้ านไผ่)เพือแก้ ไขจุดเสียง และทีสําคัญ อบต. หนอง นํ า) ใส ยัง เป็ นกลไกสํ าคัญ ในการเคลื อนเรื องการแก้ ไ ขจุด เสี ยง ปิ ดแยกสี หนองนํ า) ใส สร้ างจุดกลับรถ แก้ ปัญหาจุดเสียงเกิดอุบตั เิ หตุอีกด้ วย ส่วน อบต. อืนๆ เช่น บ้ านไผ่ และ เมืองเพีย ทุกครัง) ทีเกิดอุบตั ิเหตุในท้ องทีทาง อบต. จะช่วยแจ้ ง เหตุ ประชาสัมพันธ์ให้ ชาวบ้ านในตําบลระมัดระวังยิงขึ )น หรื อแก้ ไขจุดเสียงเท่าที อบต. จะทําได้ เอง รวมทัง) ดําเนินการอบรมเรื องความปลอดภัยทางจราจรให้ ชาวบ้ าน เป็ นต้ น

โรงพยาบาลส่ งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) รพ. สต. ทีได้ เข้ ามาร่ วมเป็ นภาคีเครื อข่ายกับทีม MIS บ้ านไผ่ คือ รพ.สต. เมืองเพีย เป็ นการ ตัดสินใจเข้ าร่วมขับเคลือนงานจากความสัมพันธ์ในสังกัดสายงานเดียวกันกับโรงพยาบาล ว่าด้ วยส่วนงาน ป้องกันโรค ซึงเจ้ าหน้ าที รพ.สต. จะรับข้ อมูลต่างๆ ไว้ จากนันจะนํ ) า “ส่งต่อ” ต่อไปยัง อบต. เมืองเพีย เพือ ดํ า เนิ น การแก้ ไขอี ก ขั น) หนึ ง เนื องจากอํ า นาจหน้ าที รพ.สต. ที พอดํ า เนิ น การได้ คื อ การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ตอ่ ไปยังชาวบ้ านเท่านัน) แต่เมือ ทีม MIS บ้ านไผ่ประเมินแนวโน้ มความต่อเนืองของงานแล้ ว เห็นพ้ องกันว่าการเชือมงานไปยัง รพ.สต. นัน) นับเป็ นจุดเริ มต้ นเล็กๆ ของการเกิดเจ้ าภาพทีชัดเจนขึ )น เพือ คอยชงข้ อมูล ส่งเรื อง ประชาสัมพันธ์ เกาะติดปั ญหาและการแก้ ไข ภายในตําบลนันๆ )

โรงเรี ยน สถานศึกษา บ่อยครัง) ทีเด็กนักเรี ยน นักศึกษา ประสบอุบตั ิเหตุเนืองจากขับขีโดยประมาท และไม่สวมหมวก กันน็อค เมือมีข้อมูลเบื )องต้ นดังกล่าว ทีม MIS บ้ านไผ่ จึงร่ วมกันวิเคราะห์ตามขันตอน ) พร้ อมกับ “ส่งต่อ” ข้ อมูลไปยังโรงเรี ยน เพือสนับสนุนให้ เกิดประชาสัมพันธ์ กวดขัน เยาวชนเรื องการขับขีปลอดภัย

เช่ น

กรณี โรงเรี ยนบ้ านไผ่พิทยาคม และ วิทยาลัยการอาชีพบ้ านไผ่ ทีได้ รับข้ อมูลแล้ วรับลูกคิดการต่อเพือแก้ ไข ปั ญหาในรัว) สถาบันของตนทันที เช่น ดําเนินการประสานความร่ วมมือไปยังสํานักงานขนส่งบ้ านไผ่ เพือ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 55


อบรมให้ ความรู้ ทางด้ านวินยั จราจรและจัดทําใบอนุญาตขับขีให้ กับนักเรี ยนและอาจารย์ในสถานศึกษา ด้ วย สําหรับ วิทยาลัยการอาชีพ บ้ านไผ่ ทีม MIS รุ กสร้ างภาคีแก้ ปัญหาอุบตั ิเหตุ เนืองจากเมือได้ วิเคราะห์ข้อมูลอุบตั เิ หตุและเสียชีวิตในพื )นทีแล้ วพบว่าสถิตกิ ารเกิดอุบตั เิ หตุขอนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพ บ้ านไผ่มีการเสียชีวิตประมาณเทอมละ 1-3 คน จึงทําการ “ส่งต่อ” ข้ อมูลให้ ผ้ อู ํานวยการวิทยาลัยฯ ทําให้ เกิ ดการเคลื อนงานป้องกันอุบัติเ หตุจราจรภายในวิทยาลัยขึน) อย่างต่อเนื อง เช่น การอบรมความรู้ จัด ระเบียบจราจร การสร้ างเยาวชนอาสาจราจร โครงการนักศึกษาสวมหมวกกันน็อค 100% และจัดตังชมรม ) นักเรี ยนอาสาป้องกันอุบตั ิเหตุ รวมทังเกิ ) ดการประสานความร่วมมือไปยังผู้ให้ บริ การโทรศัพท์เคลือนทีค่าย ดีเอไอเอส เพือทําโครงการ SMS แจ้ งเตือนการขับขีปลอดภัยอีกด้ วย

กํานัน – ผู้ใหญ่ บ้าน ด้ า นการดูแ ลความปลอดภัย ทางถนนในระดับ ตํา บลและหมู่บ้ า นของอํ าเภอบ้ า นไผ่ เกิ ดการ เคลือนไหวในเบื )องต้ นหลังจากการเกิดขึ )นของ ทีม MIS บ้ านไผ่ ไม่ว่าจะเกิดอุบตั ิเหตุในหมูบ้านหรื อตําบล ใด เมือกํานันหรื อผู้ใหญ่บ้านทราบข่าว จะดําเนินการประกาศออกหอกระจายข่าวหมู่บ้านเพือรณรงค์เรื อง ความปลอดภัยให้ กบั ลูกบ้ านสมําเสมอ นอกจากนัน) ข้ อมูลต่างๆ อาจเดินทางมาถึงกํ านัน ผู้ใหญ่บ้านได้ หลายวิธี เช่น เป็ นคําสังมาจาก อําเภอในกรณีเร่งด่วน อย่างเช่น กรณีรณรงค์แจ้ งเตือนไม่ให้ เผาเศษวัสดุทางการเกษตรเพราะควันไฟบดบัง ทัศนวิสยั ในการขับขีทําให้ เกิดอุบตั ิเหตุได้ ง่าย หรื อ การออกจดหมายเวียนจากทางอําเภอให้ รับทราบและ ขอความร่วมมือสําหรับกิจกรรมเพือป้องกันอุบตั ิเหตุเป็ นกรณีไป รวมทังยั ) งมีบางกรณีทีอาจได้ รับการแจ้ ง ข่าวประสานงานจากทีม MIS บ้ านไผ่ โดยตรง

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 56


ภาคเอกชน นอกเหนือจากภาครัฐ หรื อ หน่วยงานท้ องถินแล้ ว ทีม MIS บ้ านไผ่ ยังมุ่งไปทีการประสานสร้ าง ความร่วมมือจากภาคเอกชนต่างๆ ในอําเภอบ้ านไผ่อีกด้ วย เช่น กรณีเจ้ าของปั] ม ปตท. “อับดุลลา ปาทาน” ซึงได้ เข้ ามาเป็ นกุญแจสําคัญในการจัดการแก้ ปัญหากรณีอบุ ตั เิ หตุรถจักรยานยนต์ชนท้ ายรถบรรทุกซึงจอด รอเติมแก๊ ส กระทังคลีคลายลดการเกิดอุบตั เิ หตุลงได้ อย่างเป็ นรูปธรรม นอกจากนี ) ทีม MIS บ้ านไผ่ ยังเลือกใช้ ความสัมพันธ์ในรูปแบบคนบ้ านเดียวกัน ประสานภาคี ห้ าง ร้ านเอกชนอืนๆ ในอําเภอ เช่น บริษัทจําหน่ายรถจักรยานยนต์ เป็ นต้ น

หน่ วยงานนอกอําเภอบ้ านไผ่ เนืองจากถนนสายหลักอําเภอบ้ านไผ่และอําเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น มีเขตติดต่อกัน และ อําเภอโนนศิลาเองก็เกิดอุบตั ิเหตุบอ่ ยครัง) เทศบาลอําเภอโนนศิลา ได้ เห็นการทํางานของทีม MIS บ้ านไผ่ พร้ อมกับตระหนักถึงความสําคัญของการแก้ ไขปั ญหาเพือลดอุบตั ิเหตุ จึงตัดสินใจเข้ ามาร่ วมเป็ นหนึงใน ภาคีเครื อข่ายให้ ความร่วมมือแก้ ไขปั ญหาด้ วยกัน คอยแลกเปลียนเรี ยนร่วมกัน

MIS บ้ านไผ่ ... ใช้ ความตัง& ใจทํา แม้ ว่าการทํางานของทีม MIS บ้ านไผ่ จะเกิดจากกลุ่มคนตัวเล็กๆ ทีมุ่งมันมีหัวใจอาสา พร้ อมทีทํางานเพือคนบ้ านไผ่ จากวันแรกเพียงไม่ กีคนทีมาจากต่ างหน่ วยงานและฐานความรู้ ซึง ตกลงใจมาร่ วมเติมเต็มในสิงทีแต่ ละฝ่ ายขาดอย่ างลงตัวในยุทธศาสตร์ 5E ซึงกลายเป็ นกลไก ขับเคลือนงานอย่ างมีศักยภาพของงาน MIS บ้ านไผ่ ได้ สมบูรณ์ ทัง& ในส่ วนของ “ทีมดําเนินงาน” และ “ทีมอํานวยการ” ประกอบกับการบริหารจัดการทีมในรู ปแบบ 5 ช. ผ่ านเทคนิคการพูดคุย แบบกั ล ยาณมิ ต ร ส่ ง ผลให้ เ กิ ด การร้ อยรั ด เชื อมเกี ยวของคนทํา งานและภาคี เ ครื อ ข่ า ยแบบ เข้ มแข็งผ่ านมาจนถึงทุกวันนี &

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 57


การเกาะเกี ยวกลุ่มร่ วมกันดําเนินงานตามขันตอนที ) เกิดขึ )นจากการใฝ่ เรี ยนรู้ ผ่านเครื อข่ายต่างๆ และขยันวิเคราะห์เพือ “ส่งมอบ” และ “ส่งต่อ” ข้ อมูลอย่างไม่เหน็ดเหนือยของพวกเขา ได้ ส่งผลให้ เกิดการ เปลียนแปลงในเชิงบวกกับชุมชนอย่างเห็นได้ ชดั “ในปี ทีเราแก้ ไขจุดเสียงหน้ าปั] ม ปตท. กับเริมปิ ดสีแยกหนองนํ )าใส เคสการเสียชีวิตจากอุบตั ิเหตุใน บ้ านไผ่ล ดลงไป 8 คน เราดูจ ากสถิ ติย้อนหลัง ประมาณ 5 ปี ซึงมี ตัวเลขเฉลี ยอยู่ที 30-32 คน แต่ปีนัน) ผู้เสียชีวิตจากอุบตั เิ หตุลดลงมาเหลือ 22 คน ซึงเราก็โอ้ โห... แค่ลดไปเคสเดียวก็มีความสุขแล้ วนะ” ความสําเร็จของการดําเนินงานทีเห็นผลเป็ นรูปธรรมเกิดขึ )นอย่างต่อเนืองในระดับอําเภอ ซึงส่งผล ให้ ทีม MIS บ้ านไผ่ได้ รับความสนใจจากพื )นทีต่างๆ เดินทางมาดูงานเพือนําไปประยุกต์ใช้ และพัฒนางาน ด้ านแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุจราจรหลายต่อหลายครัง) ด้ วยกัน แต่ “แดง-จิรวรรณ” ผู้ประสานงานหลักของทีม MIS บ้ านไผ่ กลับต้ องกังวลใจเพราะหลายคนทีมาดูงานบอกว่างาน MIS บ้ านไผ่สําเร็ จ เพราะมีเธอเป็ น หลักเท่านัน) “มีคนมาดูงานบ่อยเหมือนกันค่ะ แต่พอเขาทราบว่าเราทํางานกันยังไงแล้ ว บางคนก็บอกว่าทํา ไม่ได้ หรอก เพราะพูดไม่เก่งเหมือนพีแดง หรื อบางคนบอกด้ วยซํ )าว่า บ้ านไผ่ทําได้ ก็เพราะโรงพยาบาลอยู่ ใกล้ โรงพักนี เราก็อ๊ ยุ ... ไม่จริ งหรอก มันไม่เกียวกับสถานที หรื อตัวพีแดงเท่านันนะคะ ) แต่เราก็ไม่สามารถ ถ่ายทอดให้ เขาฟั งได้ จริงๆ ว่ากลไกทังหมดมั ) นเป็ นยังไง เพราะพวกเราก็ไม่ได้ ทํามาแบบมีสตู รสําเร็ จ แต่เป็ น การทดลองทํ า กัน มาด้ ว ยความตัง) ใจเป็ นหลักจริ ง ๆ เรี ยกว่า มี ล องผิ ด ลองถูก เจออุปสรรคเยอะแยะ มากมายเหมือนกัน เพียงแต่เราไม่ท้อ ไม่เลิกเท่านันเอง ) สิงไหนทีพวกเราไม่ร้ ู เราก็หาโอกาสไปเติมความรู้ จากแหล่งอืนๆ กันตลอดเพือมาประยุกต์ใช้ กบั บ้ านเรา ก็อยากให้ พื )นทีอืนๆ ได้ เริ มต้ นทดลองทําเหมือนที บ้ านไผ่ดบู ้ าง” ในขณะที “รองแมน” หรื อ “พ.ต.ท.แมน ศิริฉาย” แสดงความคิดเห็นชัดเจนว่า พื )นทีอําเภออืนๆ ก็ สามารถเริ มต้ นทํา MIS ได้ เหมือนกันกับอําเภอบ้ านไผ่ โดยเริ มจากการประสานรวมหน่วยงาน 5E ให้ ครบ แล้ วเพือมานังพูดคุยหารื อกัน ก่อนจะนําไปสูก่ ารทํางานในขันต่ ) อไป

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 58


พ.ต.ท.แมน ศิริฉาย

“ผมเชือว่า ถ้ า 5E ในพื )นทีมาคุยกันได้ อาจจะเจอคนแบบผม แบบพีแดง แบบคนอืนๆ ของบ้ านไผ่ บ้ างก็ได้ ทํากัน 77 จังหวัด อาจจะเจอสัก 10 จังหวัดก็โอเคแล้ วนะ แล้ วก็เริ มวิเคราะห์ข้อมูลกัน หาทาง แก้ ไขปั ญหาแบบง่ายๆ ก่อน เช่น เจอทางโค้ งมืดๆ มีต้นไม้ เกะกะ เรามาตัดกิงไม้ ติดไฟ หรื อ ทาสี ตีเส้ น ทํา เครื องหมายให้ มนั ชัดเจนกันดีมยั ) อย่าเพิงไปมองไกลว่าจะสําเร็ จขันไหน ) เอาให้ ได้ ผลสําเร็ จสัก 50 % ผม ว่าก็ค้ มุ ทีจะทําแล้ ว ไม่อยากให้ มองว่าเป็ นเพราะมีคนแบบพวกผมถึงทําได้ ขอแค่ลองรวมกันให้ ครบ 5E แล้ วทําตามขันตอนต่ ) างๆ ของ MIS ผมว่ายังไงก็ได้ เรื องจุดเสียงแน่นอน แล้ วการจะแก้ ปัญหายังไงต่อ ก็ ค่อยไล่ดตู ามบริบทของแต่ละพื )นที” เช่นเดียวกับ “พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ ” หรื อ “รองบอย” ทีวันนี )ส่งไม้ ตอ่ การทํางาน MIS บ้ าน ไผ่ให้ แก่ “รองแมน” หลังโยกย้ ายจากอําเภอบ้ านไผ่ไปแล้ วก็ตาม ได้ สําทับแนวคิดดังกล่าวไว้ ว่า การทํางาน ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 59


ทุกอย่าง “คน” จะเป็ นผู้สร้ างระบบ เมือทํางานไปได้ สกั พักหนึง งานต้ องไม่ยึดติดกับตัว “คน” เมือ “คน” ไม่ อยู่ “ระบบ” ต้ องยังคงอยู่ และ “งาน” ต้ องเดินหน้ าต่อไป ในอนาคตไม่มีใครสักคนใดคนหนึง งาน MIS บ้ าน ไผ่ ก็จะต้ องดําเนินต่อโดยคนรุ่นต่อๆ ไปเป็ นตัวขับเคลือนร่ วมกับระบบทีถูกจัดวางไว้ ดังเช่นงานในฝั งของ ตํารวจ สภอ.บ้ านไผ่ ทีเมือเขาย้ ายราชการแล้ วมี “รองแมน” มาทํางานต่อ ก็ยงั สามารถเดินงาน MIS ต่อได้ อย่างไม่ติดขัด เนืองด้ วยข้ อมูล กลไกต่างๆ ถูกวางไว้ อย่างเป็ นระบบสําหรับคนรุ่ นต่อไปทีมารับหน้ าทีต่อ อย่างชัดเจน การทํางานของทีม MIS บ้ านไผ่ทกุ คน นอกจากจะใช้ ศกั ยภาพต้ นทุนความรู้ ของแต่ละคนมาบูรณา การร่ วมกันแล้ ว ยังมีอีกสิงหนึงทีสนับสนุนการทํางานให้ ประสบผลสําเร็ จดังกล่าว คือ ทุกคนมีเป้าหมาย เดี ย วกัน ในการทํ า งานเพื อมุ่ง แก้ ไขปั ญ หาอุบัติเ หตุใ ห้ กับ คนบ้ า นไผ่ ซึงจุด นี เ) องได้ ก ลายเป็ นความ ภาคภูมิใจทีกระตุ้นให้ พวกเขามีพลังในการขับเคลือนงานอยูท่ กุ เมือเชือวัน “ออฟ-ธนพล สนอุป” แขวงการทางขอนแก่นที 3 (บ้ านไผ่) เปิ ดมุมความคิดจากการเข้ าร่วมทํางาน MIS กับเพือนๆ บ้ านไผ่ว่า เป็ นงานทีเขายิงกว่าเต็มใจทํา เพราะเป็ นเสมือนการได้ ดแู ลทุกข์สขุ ของคนใช้ ถนน ทีสร้ างโดยฝี มือของพวกเขา “ยิงเรามีหน้ าทีดูแลท้ องถนน เป็ นหน้ าทีหลักแล้ วด้ วย มาทํางาน ด้ านป้องกันอุบัติเหตุตรงนี อ& ีก ผลพลอยได้ ก็จะเกิดกับคนทัวไป เหมือนกับเราได้ บุญไปอีกทาง หนึง ทีสํา คัญผมคิดว่ ามั นเป็ นจิต วิญญาณของนั กบํารุ งทาง ทีจะต้ องดูแลรั ก ษาถนนให้ ดีทีสุ ด ไม่ ให้ คนต้ องได้ รับอันตรายจากความบกพร่ องของพวกเรา” “ถามว่า มันเหนือยมัย) มันเหนือยนะ เพราะงานประจําของทุกคนก็เยอะ แต่ทําไปแล้ วเห็นผลสําเร็ จ เห็นความเป็ นทีม มันก็หายเหนือย มันกลายเป็ นความสุข ความภาคภูมิใจแทน ทีพวกเราป็ นจุดเล็กๆ ทีทํา ให้ เกิดความเปลียนแปลงในทางทีดีขึ )นของบ้ านไผ่ ตอนแรกเราไม่คดิ หรอกนะว่าจะมากันไกลถึงวันนี ) ทุกคน มีแค่ใจทีอยากจะทําจริ งๆ พอมาเห็นผลสําเร็ จ พีแดงเชือว่าทุกคนทีร่ วมทางกันมาก็ปลื )มใจ และอยากทํา มันต่อไป” ผู้ประสานงานทีม “แดง-จิรวรรณ” ร่วมยืนยันถึงความภาคภูมิใจของเธอและทีมงานทุกคน เช่นเดียวกับ น้ องเล็กของทีมอย่าง “อุ้ม-อัจฉราพร จงสมชัย” ทีบอกว่า “จุดเริมต้ นทีเข้ ามาทํางานนี ) ของอุ้มอาจจะไม่เหมือนพีแดงหรื อพีๆ คนอืนทีเขามีรอยด่างในใจ คือเห็นคนไข้ หรื อผู้บาดเจ็บแล้ วรู้ สึกอยาก ทําอะไรเพือเขาสักอย่าง เพราะหน้ าทีงานของอุ้มจริงๆ ไม่ได้ รับรู้ในส่วนนันเลย ) แต่เมือเข้ ามาแล้ ว สิงทีทําให้ อุ้มยังทํางานอย่างมีความสุขอยู่ ก็คืออุ้มได้ เห็นสิงทีกลุ่มเราทํา แล้ วเกิดประโยชน์กับชุมชน มันเป็ นความ ภูมิใจเล็กๆ เช่น ตอนอุ้มขับรถผ่านสีแยกหนองนํา) ใสทุกวันนี ) ก็ จะมองด้ วยความภูมิใจว่านีคือฝี มือการ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 60


ทํางานของกลุ่มเรานะ ทีปิ ดสีแยกนี )ได้ จนทําให้ คนใช้ ถนนปลอดภัยขึ )น คนอืนๆ ผ่านไปผ่านมาเขาไม่ร้ ู สึก อะไร แต่เรารู้ เพราะเราอยูใ่ นเหตุการณ์นนั ) คงเหมือนคนสร้ างตึกก็ภมู ิใจในตึกทีตัวเองสร้ าง” ตลอดระยะทางการทํางานทีผ่านมา ไม่ใช่ว่าพวกเขาทํางานอย่างสะดวกทุกกรณี ไม่เจออุปสรรค หรื อปั ญหาต่างๆ มาขัดขวางการทํางาน แต่สดุ ท้ ายแล้ วอุปสรรคทีผ่านเข้ ามาสําหรับทีม MIS บ้ านไผ่ กลับ กลายเป็ นจุดเชือมให้ พวกเขายิงร่ วมมือร่ วมแรงร่ วมใจกันหาวิธีการก้ าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ด้วยกัน จากการทํางานแบบกัลยาณมิตร ซึงสุดท้ ายก็กลายจุดยํ )าความเหนียวแน่นผูกพันของทีมงานกลุ่มนี )ด้ วยซํ )า ไป สอดคล้ องกับคํานิยามที “นายแพทย์ ประยูร โกวิทย์ ” ผู้อํานวยการโรงพยาบาลบ้ านไผ่ ให้ ไว้ เมือถามถึงลักษณะของภาคีเครือข่ ายป้องกันอุบัตเิ หตุบ้านไผ่ เป็ นภาษาอีสานว่ า คนกลุ่มนีเ& ป็ น คน “ใจเอา” หมายถึงการเป็ นคน “สู้ไม่ ถอย” ซึงเมือสํารวจย้ อนกลับไปในเส้ นทางการทํางานที ผ่ านมาของพวกเขา ไม่ ได้ แตกต่ างไปจากคําว่ า “ใจเอา” ของ ผอ.โรงพยาบาลบ้ านไผ่ เลยแม้ แต่ น้ อย ประหนึ งเป็ นการยํา& ชั ด ให้ เ ห็นว่ า ลําพังเพียง กลไก กระบวนการ กลยุทธ์ ต่ างๆ ไม่ ไ ด้ ส่ งผลให้ เกิดความสําเร็จดังเช่ นทีกล่ าวทัง& หมดนีไ& ด้ หากขาดความเอาใจใส่ และตัง& ใจจริ งของทุก คนทีรวมตัวกันเป็ น “ทีม MIS บ้ านไผ่ ”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 61


บทที 3 ตํารวจชุมชนสัมพันธ์ กับการจัดการปั ญหาจราจร : เขาสวนกวาง “แนวคิดผม ไม่ ทาํ หรอกโรงพักเพือประชาชน เพราะตํารวจต้ องบริการชาวบ้ าน อย่ าให้ เขา ต้ องมาหาตํารวจถึงทีโรงพัก ตํารวจต้ องลงไปหาชาวบ้ านทีหมู่บ้าน หน้ าทีของตํารวจคืออย่ าให้ ชาวบ้ านมีเรื อง เราต้ องคอยช่ วยป้องกันปั ญหา ก่ อนทีชาวบ้ านจะมีเรื องมาถึงโรงพักให้ ได้ มาก ทีสุด” ประโยคข้ างต้ นเป็ นการยืนยันถ้ อยคําด้ วยนํ )าเสียงทีหนักแน่นอันแสดงถึงวิธีคิดการทํางานในแบบ ตํารวจชุมชนสัมพันธ์ของ “พ.ต.ท.อานนท์ นามประเสริฐ” ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรอําเภอเขาสวน กวาง (สภอ.เขาสวนกวาง) หรื อทีชาวบ้ านเรี ยกอย่างคุ้นเคยว่า “ผู้กํากับอานนท์” (ผกก.อานนท์) สอดคล้ อง กับการกําหนดแนวทางเปลียนแปลงระบบการทํางานของนายตํารวจทัง) สถานีฯ การพัฒนาอาสาสมัคร ตํารวจ อาสาสมัครจราจร ทังชาย ) หญิง รวมไปถึงการพัฒนาเยาวชนอาสาสมัครจากทุกตําบล ตลอดจน การพัฒนาเยาวชนอาสาสมัครในโรงเรี ยน ให้ กลายเป็ น “เครื อข่าย” การทํางานจัดการปั ญหาจราจรใน อําเภอเขาสวนกวางอย่างมีศกั ยภาพและประสบความสําเร็จตามเป้าหมาย เห็นได้ จากการได้ รับรางวัลที 1 ของภาคอี ส าน ด้ านการเป็ นชุ ม ชนต้ นแบบในการจั ด การปั ญหาชุ ม ชนอุ บั ติ เ หตุ จาก คณะกรรมการทํางานป้องกันอุบัตเิ หตุจราจร (สอจร.)

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 62


แนวคิดการทํางานแบบ “ตํารวจชุมชนสัมพันธ์ ” ทีผู้กํากับอานนท์นํามาประยุกต์ใช้ ในพื )นที ส่งผล ให้ เกิดงานจัดการปั ญหาจราจรและพัฒนาคนได้ อย่างเป็ นรู ปธรรม สืบเนืองจากการตังเป ) ้ าหมายหลักไว้ ตังแต่ ) วนั แรกทีเดินทางมาถึงอําเภอเขาสวนกวางว่า ต้ องปรับเปลียนพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่ นในท้ องทีซึง รวมกลุ่มกันสร้ างปั ญหา ตังแก๊ ) งค์มวสุ ั มเสพยาเสพติด เป็ นอันธพาลทะเลาะวิวาทตีรันฟั นแทงไม่เว้ นแต่ละ วัน รวมพรรคพวกเป็ นแก๊ งค์เด็กแว๊ นซ์ซิงรถมอเตอร์ ไซด์ ให้ พวกเขาเหล่านันกลายมาเป็ ) นคนดีของสังคมให้ ได้ ในสักวัน ด้ วยเพราะทุกวินาทีในการใช้ ชีวิตของเยาวชนกลุ่มนี น& ั นหมายถึงอนาคตของท้ องถิน ทัง& สิน& วันหนึงพวกเขาจะเติบโตเป็ นพลเมืองทีมีลักษณะอย่ างไรของอําเภอเขาสวนกวาง ของ จังหวัดขอนแก่ น หรื อแม้ แต่ ของประเทศไทย ล้ วนเป็ นโจทย์ ทีผู้ กํากับอานนท์ ตัง& ไว้ ทํางานเพือ ชุมชนเขาสวนกวาง ตลอดเส้ น ทางการแก้ โจทย์ ดัง กล่า ว ต่างเต็ม ไปด้ วยกระบวนการทํ า งานของตํารวจกับ ชุม ชน หลากหลายด้ าน หลากหลายผลลัพธ์ทีเกิดประโยชน์แก่ชมุ ชน ไม่ว่าจะเป็ นการปรับเปลียนทัศนคติระหว่าง ตํารวจและชาวบ้ านในท้ องถินให้ เกิดความเข้ าใจและยอมรับกันและกันมากขึ )น การลดอาชญากรรม รวมถึง การจัดการปั ญหาจราจรซึงสามารถช่วยลดและป้องกันการเกิดอุบตั เิ หตุทางถนนด้ วยเครื อข่ายในชุมชน พ.ต.ท.อานนท์ นามประเสริฐ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 63


ตํารวจมือปราบ สู่ งานเพือชุมชน แนวคิด เรื องตํ า รวจชุม ชนสัม พันธ์ หรื อ การทํ า งานกับ ชาวบ้ าน ของ “พ.ต.ท.อานนท์ นาม ประเสริ ฐ” เป็ นเสมือนการออกเดินก้ าวแรกในการทํางานกับชุมชนทีเข้ าถึงและเข้ าใจความเป็ นอยู่ของ ประชาชนอย่างมีศกั ยภาพมากกว่าการเน้ นปราบปรามจับกุมดัง ทีเคยทํ าในช่วงต้ นชีวิตตํารวจของเขา จากนันการร่ ) วมทํางานกับชุมชนตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี จึงนับได้ ว่าเป็ นทุนอันสําคัญของการจัดการ ปั ญหาจราจรโดยชุมชนเพือชุมชนทีเกิดขึ )นทีอําเภอเขาสวนกวาง ดังทีจะกล่าวถึงนับจากนี ) ย้ อนรอยเส้ นทางชีวิตการทํางานของผู้กํากับอานนท์กลับไป ณ จุดเริ มต้ นการหันเหเข้ ามาสนใจ ทํางานกับชุมชน เขาเล่าว่าแต่ก่อนตนเป็ นตํารวจทีเน้ นการบังคับใช้ กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีหน้ าทีป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภททีสร้ างความเดือดร้ อนให้ กับประชาชน กวดขันปราบปรามการ กระทําผิดกฎหมายทีเป็ นเงือนไข หรื อ ปั จจัยทีเป็ นสาเหตุนําไปสู่การก่ออาชญากรรม หรื อพูดง่ายๆ ว่า เป็ น ตํารวจมือปราบสายบู๊ทีวันๆ มุ่งจับคนผิดติดคุกเท่านัน) และเขาทํางานรูปแบบนี )มาตังแต่ ) บรรจุรับราชการ ตํารวจเรื อยมา ไม่เคยคลุกคลีกับงานบริ การชุมชนมาก่อนแม้ แต่ครั ง) เดียว จนกระทังวันหนึงจุดเปลียนก็ มาถึงโดยไม่ได้ ร้องขอ ช่วงทีผู้กํากับอานนท์มีตําแหน่งเป็ น รอง ผกก. สืบสวนสอบสวน ทีสถานีตํารวจภูธรอําเภอโกสุม พิสยั จังหวัดมหาสารคาม ได้ รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช กรรมการข้ าราชการ ตํารวจผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ตร.) อดีตรองผู้บญ ั ชาการตํารวจแห่งชาติ ซึงในขณะนันดํ ) ารงตําแหน่งผู้บญ ั ชาการ ตํารวจภูธรภาค 4 เขต 11 จังหวัดอีสานตอนบน ให้ ทําโครงการนําร่อง มุ่งเป้าสร้ างประโยชน์ตอ่ ชุมชน ให้ สามารถดูแลพึงพิงตนเองได้ อย่างยังยืน ไม่วา่ จะมีเจ้ าหน้ าทีอยูร่ ่วมในชุมชนหรื อไม่ “ท่ านอชิรวิทย์ เป็ นคนทีให้ โอกาสผม จากมือปราบ มาทํางานชุมชน เป็ นคนปูพืน& ฐานให้ ผมปรับเปลียน” ผู้กํากับอานนท์ย้อนเรื องไปยังจุดเปลียนตนเองจากสายบู๊มาเป็ นสายบุน๋ สืบเนืองจากช่วงเวลานัน) พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช กําลังสนใจศึกษาข้ อกฎหมายทีเห็นว่าจะ เป็ นประโยชน์ตอ่ ชุมชน พบว่ามี กฎหมายลักษณะปกครองท้ องที พ.ศ. 2457 เป็ นกฎหมายทีรวมความเป็ น เอกลักษณ์ของชุมชน คุณลักษณะสังคมไทยและชนบทไทย โดยจัดให้ มีผ้ บู ริ หารชุมชนในรูปคณะกรรมการ หมูบ่ ้ าน เพือดูแลรักษาความสงบเรี ยบร้ อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในชุมชน ทีสําคัญ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 64


มีอํานาจในการตัดสินปั ญหาข้ อพิพาทในคดีแพ่งทุกคดีและคดีอาญาทีเป็ นความผิดอันยอมความได้ จึงได้ นําหลักการตามข้ อเสนอของ พล.ต.ต.ทวี พร นามเสถียร รองผู้บัญชาการตํารวจภูธ รภาค 4 เขต 11 เจ้ าของโครงการผูกเสียว ซึงเสนอความเห็นให้ มีการจัดฝึ กอบรมเจ้ าหน้ าทีตํารวจทีเป็ นทังนั ) กพูดและนัก ปฏิบตั อิ ยูใ่ นตัวคนเดียวรับผิดชอบชุมชนสัมพันธ์โดยเฉพาะ สร้ างความรู้ สึกให้ ประชาชนยอมรับการเข้ ามา มีสว่ นร่วมกับเจ้ าหน้ าทีตํารวจ มาบูรณาการเข้ าด้ วยกัน ประกอบกับมีแนวคิดเรื องการแก้ ไขปั ญหากระบวนการยุติธรรมทีเสียค่าใช้ จ่ายสูงและผลทีออกมา ยั ง ไม่ ค้ ุ มค่ า ซึ งได้ แนวคิ ด มาจากข้ อมู ล ของลู ก ศิ ษ ย์ ที อยู่ ก รมราชทั ณ ฑ์ ว่ า มี ผ้ ู ต้ องขั ง เกิ น กว่ า ขี ด ความสามารถทีกรมราชทัณฑ์จะดูแลได้ ดังนัน) อาชญวิทยาในแง่มุมทีจะฟื น) ฟูในให้ คนกลุ่มนี )กลับมาเป็ น คนดี ข องสัง คมจึ ง ทํ า ได้ ย าก เรื อ นจํ า กลับ กลายเป็ นที ทํ า ให้ ผู้ ต้ อ งขัง แก่ ก ล้ าในวิ ช าการที ประกอบ อาชญากรรมมากขึ )น “มุมมองตรงนี )ทําให้ ผมคิดจะลดจํานวนผู้ต้องขังลง ผมให้ จึงให้ ลูกศิษย์ไปทําวิจัยว่าผู้ต้องขังทีมี ทังหมดสองแสนกว่ ) าคนอัตราโทษตําสุดทีถูกขังมากทีสุดมีจํานวนเท่าไหร่ คําตอบทีได้ คือ ผู้ต้องขังทีมีอตั รา โทษตํากว่าสามปี มีจํานวนครึงหนึงของคนในเรื อนจํา

จึง คิดต่อว่า ถ้ า ทํ า ให้ คนแสนคนหายไปจาก

เรื อนจําเนีย รัฐไม่ต้องเลี )ยงดู คนละ 42 บาทต่อวัน เท่ากับ วันละ 4 ล้ าน 2 แสนบาท เดือนหนึงประมาณ 126 ล้ าน ถ้ าปี หนึงก็ ตก 1,500 ล้ านบาท นี คือค่าใช้ จ่ายทีรั ฐ ไทยทียากจน จะต้ องจ่ายให้ กับการฟื )นฟู ผู้ต้องขัง แล้ วไม่ได้ ประโยชน์อะไรเลย” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช กล่าวถึงทีมาของการเกิดขึน) โครงการนําร่องดังกล่าวให้ ผ้ กู ํากับอานนท์เป็ นคนทํา ซึงได้ ยงั คิดต่อยอดไปอีกว่า หากนําคนหนึงแสนคนที อัตราโทษไม่เกิน 3 ปี มาทําประโยชน์ให้ สงั คมแทนจะดีกว่าหรื อไม่ “จากทีศึกษาเรื องกฎหมายลักษณะปกครองท้ องทีให้ อํานาจคณะกรรมการหมู่บ้านเป็ นผู้ตดั สินคดี ต่างๆ ได้ ในคดีความผิดอันยอมความได้ กับความผิดทางแพ่งทุกคดี ถ้ าเราดําเนินการได้ โดยให้ เกิดการ จัดตังคณะกรรมการหมู ) ่บ้านแล้ วให้ อํานาจพิจารณาอัตราโทษไม่เกินสามปี ของคนในพื )นที แล้ วให้ ไปทํา กิจกรรมพิเศษ เพือเป็ นการลงโทษทางสังคม ลอกท่อ ขุดดิน ฟั นหญ้ า ทํานา ทําเพือสาธารณประโยชน์ ทํา นานเท่าไหร่ ก็เกิดประโยชน์เท่านัน) รัฐก็ไม่ต้องเลี )ยงดู คนทําผิดก็มีโอกาสฟื น) ฟูจิตใจ ผมคิดอย่างนี )เลยดึง อานนท์เข้ ามาให้ ไปลองทําดูทีหมูบ่ ้ านสองคอน อําเภอโกสุมพิสยั จังหวัดมหาสารคาม”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 65


“การทีเลือกผลักดันอานนท์ เพราะว่าอานนท์เป็ นคนแอคทีฟ” อดีตรองผู้บญ ั ชาการตํารวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันการเลือกผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าวสันๆ ) ด้ านผู้กํากับอานนท์กล่าวถึงเหตุการณ์ ครั ง) นัน) ว่า ตนไม่มี ความรู้ ความถนัดในการทํางานด้ าน ตํารวจชุมชนสัมพันธ์ หรื อแม้ กระทังเรื องชาวบ้ านหรื อชุมชนมาก่อนแม้ แต่น้อย เพราะก่อนหน้ านันทํ ) าแต่ หน้ าทีจับกุมชาวบ้ านทีกระทําความผิดในฐานะเป็ นตํารวจชุดป้องกันและปราบปราม เรี ยกว่าจับแต่ปืนมา โดยตลอด โดยขณะนันเขาคิ ) ดเพียงแค่ ไม่อยากปฏิเสธนาย (พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช) หรื ออีกนัย หนึงคือครูทีเคารพนับถือ อีกทังยอมรั ) บว่าแรงจูงใจของการทํางาน คือ ถ้ าทํางานสําเร็ จเขาจะมีโอกาสเลือนขันเป็ ) นผู้กํากับฯ ประกอบด้ วยนายให้ โอกาสแก่ตน ทัง) ๆ ทีรู้ ว่าตนไม่เคยเกี ยวข้ องงานชุมชนมาก่อน จึงคิดว่าคงเล็งเห็น คุณสมบัติบางอย่างในตัวของตน นันจึงเป็ นการก้ าวเท้ าเข้ าหาชุมชนครัง) แรกของเขา ซึง ณ วันนันเขาไม่ ) ร้ ู เลยว่า นันคือวันทีจะการเปลียนแปลงบทบาทนายตํารวจมือปราบมาเป็ น “ตํารวจของชุมชน” ของเขา ตลอดมาจนถึงบัดนี ) พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช เขียนเล่าถึงผลการทํางานของผู้กํากับอานนท์เมือครั ง) นัน) ไว้ ใน นิตยสารโลกวันนี )วันสุข ปี ที 8 ฉบับ 376 วันที 8-14 กันยายน พ.ศ. 2555 หน้ า 9 คอลัมน์ โลกสีกากี ไว้ วา่ “หมู่บ้านเป้าหมายคือ หมู่บ้านสองคอน ก่ อนเข้ าดําเนินการในจํานวน 115 หลังคาเรื อน มี อยู่เ พียง 5 หลั งคาเรื อนเท่ า นั3 นทีคนในบ้ านไม่ ย่ ุงเกี ยวกับ ยาเสพติด ด้ วยความเอาใจใส่ อ ย่ า ง จริ งจังของ พ.ต.ท.อานนท์ และด้ วยความร่ วมมือของผู้เฒ่ าผู้แก่ หรื อทีเรี ยกกันในภาษาอีสานว่ า พ่ อใหญ่ แม่ ใหญ่ ทําให้ การจัดตั3งคณะกรรมการหมู่บ้านเพือดูแลรักษาผลประโยชน์ และความสงบ สุขจึงเป็ นผลสําเร็จ คณะกรรมการได้ เรียนรู้อํานาจหน้ าทีในตัวบทกฎหมาย สามารถตัดสินปั ญหา ต่ า ง ๆ ที เ ป็ น ข้ อขั ด แ ย้ ง ข อ ง ค น ใน ชุ ม ช น ไ ด้ เ ป็ นที พ อ ใ จ แ ล ะ ใ ห้ ก า ร ย อ ม รั บ นั บ ถื อ นอกจากนั3นยังปฏิบัติการเชิงรุ กทั3งโดยตรงและโดยอ้ อม ให้ ผ้ ูคนทีข้ องแวะกับยาเสพติด ลด ละ เลิกไปในทีสุด จนอาจกล่ าวได้ แม้ อบายมุขก็ปลอดโดยสิ3นเชิง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ร่ ว ม ใ จ ที เกิด ขึ3นเกิดจากการปฏิบั ติตนในธรรมที นํ า โดยพระสงฆ์ ผ้ ู ทีได้ รับการยอมรั บจากคนในชุ ม ชน ความสําเร็จของโครงการวัดได้ จากนั3นภายหลัง 6 เดือน ไม่ มียาเสพติดหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านแม้ หลังคาเดียว”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 66


ในขณะทีผู้กํากับอานนท์เห็นว่า แม้ วา่ งานครัง) นันมี ) ภาพความสําเร็ จเกิดขึ )น และเป็ นทีพึงพอใจของ นาย แต่โดยส่วนตัวประเมินว่ายังประสบความสําเร็ จแค่ 60% ทีเหลือถือว่างานยังมีปัญหาและอุปสรรคอยู่ มาก ด้ วยเหตุผ ลที ตนไม่มี อํานาจในการบริ หารงานเต็ม ที จากนัน) พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพ รรณเภสัช ได้ โยกย้ ายรองผู้กํากับอานนท์ ในขณะนัน) ไปเป็ นหัวหน้ าสถานี ตํารวจภูธ รกิ งอํ าเภอหนองนาคํา จัง หวัด ขอนแก่น เพือทดลองทํางานตํารวจชุมชนสัมพันธ์ให้ สําเร็จตามตังใจ ) แต่เมือไปถึง กิง อ.หนองนาคํา ยังไม่ทนั ได้ เริ มงานทีตังใจจะสานต่ ) อ เผอิญเกิดปั ญหา ความเข้ าใจ ผิดระหว่างชาวบ้ านและตํารวจในสถานีฯ ซึงเข้ าระงับเหตุการทะเลาะวิวาทในงานวัด และมีการผลักดัน ขัดขวางเด็กวัยรุ่ นที ก่อเหตุ โดยผู้ปกครองวัยรุ่ นกล่าวหาร้ องเรี ยนว่าตํารวจตบหัวเด็ก ในขณะทีตํารวจ รายงานว่าเป็ นการผลักอกเพือระงับเหตุ ต้ องดําเนินการค้ นหาหลักฐานยืนยันความบริ สุทธิq ของตํารวจอยู่ กระทังเรื องคลีคลาย จากนั น& เขาจึงเริมคิดถึง การหา “กันชน” ระหว่ างตํารวจและชาวบ้ าน เพือ ป้องกันข้ อพิพาททีจะเกิดขึน& ในลักษณะดังกล่ าวอีก

ก้ าวออกมา หาความรู้ ระหว่ างทีผู้กาํ กับอานนท์ ยังมืดแปดด้ านในการคิดหา “กันชน” กันข้ อพิพาทระหว่ างตํารวจ และชาวบ้ าน โอกาสแห่ งแสงสว่ างของเขาก็เดินทางถึง เมือมีผ้ ูชักชวนเข้ าไปเรี ยนรู้ การทํางานกับ คณะทํางานสนับสนุนการดําเนินงานป้องกันและแก้ ไขปั ญหาอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดนําร่ อง (หรือ พีเลีย& ง สอจร.) จังหวัดขอนแก่ น เนืองจากมีพีเลีย& ง สอจร. ท่ านหนึงเสียชีวิต “ตอนนัน) ปี 47- 48 อยู่หนองนาคํา เห็นลูกน้ องมีเรื องทีว่า ก็อยากได้ แนวทางอะไรใหม่ๆ คิดว่าจะ ทําตํารวจอาสานันละ ตอนนันเรี ) ยกว่า รปม. หรื ออาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน แต่พอคิดว่าจะ เริมอะไรยังไงดีก็ยงั มึนๆ อยู่ แล้ วมีงาน สอจร. เข้ ามา บอกว่าเกียวกับความปลอดภัยทางทางถนน ให้ เป็ น พีเลี )ยง ก็เอาวะ ลองดู เผือจะได้ เห็นอะไรใหม่ๆ ตอนนันคิ ) ดแค่นี )” จากวันนันผ่ ) านมาถึงวันนี ) เขาบอกว่า การตัดสินใจไปเป็ นพีเลี )ยง สอจร. ในครัง) นัน) เสมือนการเปิ ด โลกการเรี ยนรู้ ใบใหม่ให้ แก่ตวั เองอย่างยิง โดยเฉพาะสิงทีจุดประกายความคิดต่อยอดอย่างทีอยากได้ คือ แนวคิดเรื อง สามเหลียมแห่งการเรี ยนรู้ ที นายแพทย์ ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จดั การศูนย์วิชาการเพือความ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 67


ปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ชี )ให้ เห็นถึงแนวคิดทีว่า ชีวิตคือการเรี ยนรู้ อยู่ตลอดเวลาแบบไม่หยุดนิง รวมทัง) วิธีการเรี ยนรู้ ทีทําให้ เ กิดความเข้ าใจและจดจําเนือ) หาสาระของความรู้ ได้ ไม่เ ท่ากัน การฟั ง อ่าน ดู พูด สือสาร นําเสนอ การเข้ าไปคลุกคลีมีส่วนร่วมกับประสบการณ์จริ ง และลงมือปฏิบตั ิจริ งด้ วยตัวเอง จะช่วย ทําให้ เกิดการเรี ยนรู้จริงถึง 90 % “สุดยอด ไปแล้ วได้ ประโยชน์เยอะมาก พอเขาสอนปุ๊ บ ก็เอามาขมวดกับงานของเรา สิงทีได้ จาก หมอจิ•น (นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ) คือเรื อง สามเหลียมการเรี ยนรู้ อ่าน ฟั ง เห็น มีส่วนร่วมปฏิบตั ิ ทีจะ ทําให้ ได้ เรี ยนรู้ เกือบ 100% ผมก็เออจริง เอาไปปฏิบตั เิ ลย ”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 68


ผู้กํากับอานนท์เล่าถึงการเรี ยนรู้ ดงั กล่าวไว้ ว่า เขาเริ มต้ นตังข้ ) อสังเกตว่าสามเหลียมการเรี ยนรู้ เริ ม จากอะไร เช่น จากการอ่าน การได้ ยิน หรื อได้ เห็นจากการดูภาพ เมือต้ องการนํามาใช้ ก็ปรับให้ เข้ ากับบริ บท ของชุมชน “เมือสังเกตว่าพอฝึ กอบรบให้ อาสาสมัครได้ เรี ยนรู้ ทฤษฏีแล้ วอาจยังไม่พอ ดังนันต้ ) องให้ พวกเขาได้ ไปเห็ น เหตุก ารณ์ ใ นพื น) ที จริ ง เลย เราก็ พ าไปดูค นเจ็ บ ป่ วยจากอุบัติ เ หตุ ยาเสพติ ด อาชญากรรมที โรงพยาบาล ไปดูคนได้ รับโทษทีเรื อนจํ า หลังจากนัน) ขัน) ต่อมาเราก็ เปิ ดโอกาสให้ เขาได้ มี ส่วนร่ วมจาก ประสบการณ์จริง ได้ ลงมือทําปฏิบตั งิ านจริงในพื )นที ตรงนี )สําคัญมากเพราะหากพาเขามาอบรมโดยการฟั ง อย่างเดียว แต่ไม่ได้ ปฏิบตั ิหรื อมีกิจกรรมให้ ทําต่อเนือง มันก็จบไปแค่นนั ) เนืองจากการปฏิบตั ิจะมีส่วนขัด เกลาจิตใจเขาให้ เห็นแก่สว่ นรวมมากขึ )น การได้ ชว่ ยเหลือคนอืนก็ทําให้ เขาเป็ นคนทีจิตใจอ่อนโยน หวันเกรง และละอายทีจะทําตัวเป็ นผู้สร้ างปั ญหา เหล่านี )คือสิงทีผมเอาแนวคิดมาปรับใช้ ” รวมทังอี ) กแนวคิดซึงกลายเป็ นข้ อสะกิดใจจาก นายแพทย์ อนุชา เศรษฐเสถียร ประธานโครงการ สนับสนุนวิชาการป้องกันอุบตั ิเหตุจงั หวัดนําร่อง 3 ภาคอีสาน ซึงผู้กํากับอานนท์ได้ นํามาขมวดกับปั ญหา ในท้ องที ซึงต้ องการหาสิงทีเป็ นกันชนลดแรงเสียดทางระหว่างชาวบ้ านกับตํารวจ คําตอบในใจของเขา ขณะนันคื ) อ “ตํารวจอาสา” หรื อ “ตํารวจบ้ าน” “หมออนุช าเขาพูดเรื อง มันต้ องสร้ างคนโดยใช้ สัญลักษณ์ ผมก็คิดว่าเมื อตัวเองเป็ นตํารวจ มี เครื องแบบ ก็สร้ างเครื องแบบเลยออกแบบให้ คล้ ายๆ กัน ส่วนพฤติกรรมตํารวจต้ องออกตรวจ ผมก็วางให้ ได้ ออกตรวจแบบตํารวจเลย ด้ านหน้ าทีความรับผิดชอบก็เน้ นไปทีการสร้ างปลอดภัยให้ ชมุ ชน สิงทีโดนใจ ทีสุดคือ หมออนุชาบอกว่าสัญลักษณ์ทกุ อย่างมันเป็ น Logo เป็ น Brands เวลาคนเห็นปุ๊ บก็จะรู้ ว่าแต่ละ อย่างมีคณ ุ ค่าสูงตําอย่างไร พูดง่ายๆ คือสัญลักษณ์คือตัวบ่งชี )คุณค่าของคน ผมก็ไปสังเกตเวลาเราอบรม เด็กหรื อชาวบ้ าน เขาก็อยากเป็ นโน่นเป็ นนี หรื อแม้ แต่พบว่า เด็กๆ ก็อยากเป็ นตํารวจอย่างเรา ก็เลยเอา เครื องแบบมาเป็ นสัญลักษณ์ครอบร่างกายเขาไว้ เพือส่งเสริมให้ เขามีวินยั มีเกียรติ มีศกั ดิqศรี ในแบบตํารวจ เมือเขาได้ ออกตรวจทําหน้ าทีในแบบตํารวจเสริ มเข้ ามา เป็ นการสร้ างความภาคภูมิใจให้ แก่เขา ให้ ร้ ู สึกมี คุณค่าตามเครื องแบบทีเขาสวมใส่” ผู้กํากับอานนท์ชี )ให้ เห็นแนวทางปฏิบตั อิ ย่างเป็ นรูปธรรม และจากบทบาทของการเป็ น พีเลีย) ง สอจร. ส่งผลทําให้ เห็นความสําคัญของการสร้ างเครื อข่าย โดยเฉพาะการทํางานด้ านการพัฒนาคน พัฒนาชุมชนชุมชน ปั จจัยทีเกื )อหนุนให้ ประสบความสําเร็ จได้ คือ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 69


เครื อข่าย ซึงสามารถประสานทรัพ ยากรเป็ นความช่วยเหลื อ เกิ ดการแลกเปลี ยนเรี ยนรู้ ได้ ในทุกระดับ สําหรับผู้กํากับอานนท์ซึงแต่เดิมส่วนใหญ่เคยมีสายสัมพันธ์เฉพาะกับคนทํางานในสายงานตํารวจเท่านัน) ดังนัน) การเป็ นพีเลี )ยง สอจร. จึงกลายเป็ นช่องทางนําพาเขาไปเจอผู้คน วิธีคดิ จากสหสาขาวิชาชีพ “ผมชอบแนวคิดเรื องการสร้ างเครื อข่าย เพราะปกติเวลาทํางานเป็ นข้ าราชการ เราก็จะทํางานรับ คําสังจากบนลงล่าง หน่วยงานสังการ เราก็รับคําสังมาทํากัน ประสิทธิภาพของงานก็อาจจะออกมาได้ ไม่ สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ แก่การหาเครื อข่ายเข้ ามาทํางาน อย่างแรกคือเราไม่ต้องทํางานคนเดียว หรื อเฉพาะ แค่หน่วยงานของเราเท่านัน) แต่ยังมีเพือนหรื อเครื อข่ายหลายๆ คน หลายๆ หน่วยงานทีมีเป้าหมายการ ทํางานอันเดียวกันมามีสว่ นร่วมช่วยกันทํางาน หมอจิ•นก็เคยบอกไว้ ชดั เจนเลยว่า งานป้องกันอุบตั ิเหตุต้อง มาจากหลายๆ หน่วยงาน เราจะทํางานคนเดียวไม่ได้ ต้ องมีคนอืนมาช่วย ผมก็มาตีความปรับใช้ เองว่างาน ขัดเกลาเยาวชนและรักษาความสงบเรี ยบร้ อยบวกกับงานป้องกันอุบตั ิเหตุในชุมชนทีผมต้ องทําก็ต้องอาศัย เครื อข่ายชุมชนเข้ ามาช่วยด้ วย ในทีนี )ก็คือชาวบ้ าน ไม่ว่าจะเป็ น ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อปท. โรงเรี ยน พระ วัด พ่อบ้ าน แม่บ้าน สถาบันครอบครัว ผมต้ องชักชวนให้ เขามาเป็ นเครื อข่ายทํางานกับเราตํารวจให้ ได้ งานถึง จะออกมาประสบความสําเร็ จ และเดินต่อไปได้ อย่างยังยืน” ผู้กํากับอานนท์กล่าวถึงการให้ ความสําคัญ ของการทํางานกับเครื อข่ายพร้ อมยํ )าอีกครัง) ถึงประโยชน์ของการเข้ าร่วมทํางานเป็ นพีเลี )ยง สอจร. ว่า “เป็ น การเปิ ดประสบการณ์ ให้ เห็นโลกกว้ าง เพราะอย่ าลืมว่ า ตํารวจอย่ างผมเป็ นมือปราบมาก่ อนนะ เมือก่ อนผมไม่ เคยมองเห็นเลยว่ าเครือข่ ายมันเป็ นยังไง มีประโยชน์ ยังไง” การนําเอาชุดความรู้ตา่ งๆ มาตีความ บูรณาการปรับใช้ ทํางานพัฒนาคน สร้ างเครื อข่าย ให้ กบั การ ทํางานในสายงานตํารวจนัน) แสดงให้ เห็นว่าผู้กํากับเองไม่ได้ แช่แข็งตัวเองไว้ แค่การใช้ อํานาจสังการเพียง ในฐานผู้บงั คับบัญชาตํารวจหรื อบังคับใช้ กฎหมายกับชาวบ้ านเพียงอย่างเดียว จึงเป็ นบทสรุปของการขยับ ก้ าวออกมาจากรัว) กรมตํารวจเพิมอีกหนึงบทบาทให้ ตนเองเพือมาเป็ นพีเลี )ยง สอจร. นัน) กลายเป็ นทุนรอน สําหรั บการทํ างานอันเป็ นส่วนเสริ ม โลกประสบการณ์ เสมื อนการติดอาวุธเพิมให้ แก่การทํ างานชุม ชน สัมพันธ์เป็ นอย่างมาก “ผมไม่ได้ เข้ าไปเป็ นพีเลี )ยงเพือทําประโยชน์ให้ แก่ สอจร. ฝ่ ายเดียว แต่ผมได้ รับหลายสิงหลายอย่าง มาปรับใช้ กบั งานในหน้ าทีตํารวจ เพราะเห็นว่าเกิดประโยชน์ได้ ทังในส่ ) วนความรู้ และประสบการณ์ทีได้ จากทัง) สอจร. และ ศวปถ. ซึงเจ้ านายก็ยอมรับ ผมก็เลยยังเป็ นพีเลี )ยง สอจร. มาจนถึงทุกวันนี )”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 70


สร้ างอาสาสมัครตํารวจ โครงร่างความคิดการหาทางแก้ ปัญหาปั ญหาเรื องความสัมพันธ์ระหว่างตํารวจกับชาวบ้ านให้ ดีขึ )น ค่อยๆ ขยับเป็ นความคิดทีชัดเจนว่า จะเริ มงานตํารวจชุมชนสัมพันธ์ กับชาวบ้ านทีกิงอําเภอหนองนาคํา โดยฝึ กอบรม “อาสาสมัครตํารวจบ้ าน” และเมืออาสาสมัครตํารวจบ้ านผ่านการอบรมตามหลักสูตร จึง มอบหมายภารกิจเป็ นผู้ช่วยเจ้ าพนักงานตํารวจดูแลรักษาความปลอดภัยในเทศกาลรื นเริ งประจําชุมชน เช่น ปี ใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง ฯลฯ เนื องด้ ว ยเล็ง เห็น ประโยชน์ ที เกิ ด ขึน) ในด้ า นกํ า ลัง พล รวมทัง) อาสาสมัครฯ จะสามารถช่วยลดแรงปะทะระหว่างตํารวจกับชาวบ้ านหากจําเป็ นต้ องเข้ าระงับเหตุหรื อ จับกุมผู้ต้องหา และเนื องจากทางสถานี ตํารวจไม่มี ง บประมาณในการอบรมอาสาสมัคร ประกอบกับผู้กํากับ อานนท์เริมมีมมุ มองเกียวกับการทํางานเครื อข่าย จึงเริมอยากประสานทรัพยากรทังคนและงบประมาณกั ) บ หน่วยงานท้ องถินทีขณะนัน) ในท้ องทีมี อบต. 3 แห่ง เขาเริ มต้ นขยับงานไปทีละแห่งโดยเลือกจากความ พร้ อมของ อบต. เมื อ อบต.บ้ า นโคก มี ค วามพร้ อมให้ ค วามร่ ว มมื อ อย่า งดี ทัง) งบประมาณและเปิ ดช่อ งให้ นํ า อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ ายพลเรื อน (อพปร.) ในขณะนันมาฝึ ) กอบรมต่อได้ เลย จากนันจึ ) งต่อด้ วย อบต. ขน วน ซึงเมือได้ เห็นความสําเร็จของ อบต.บ้ านโคก จึงพร้ อมให้ ความร่วมมือทุกด้ าน ในขณะทีอีกแห่งหนึง คือ อบต.กุดธาตุ ยังคงไม่พร้ อมกับการจัดอบรมเหมือนอีก 2 แห่งข้ างต้ นที กล่ า วมา เมื อช่ ว งเทศกาลงานบุญ มาถึ ง อบต.กุด ธาตุ จึ ง ยัง คงเป็ นตํ า บลเดี ย วที ไม่ มี กํ า ลัง พลที มี ประสิทธิภาพไปช่วยรักษาความปลอดภัย เมือชาวบ้ านเห็นดังนันจึ ) งสอบถามและเรี ยกร้ องไปยัง อบต. ว่า ชุมชนต้ องการให้ อบต. ตังงบประมาณขึ ) น) ให้ สถานีตํารวจฯ ฝึ กอบรมตํารวจบ้ านให้ ตําบลของพวกตน กระทังได้ งบประมาณมาจัดอบรมในทีสุด เมือฝึ กอบรมอาสาสมัครตํารวจบ้ านครบทุกตําบลแล้ วจึงทําการยกระดับให้ เป็ น “กองร้ อย อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” ให้ รองสารวัตรเป็ นผู้ดูแล

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 71


ตํารวจของ “ชาวบ้ าน” เมือ “ตํารวจบ้ าน” ตามทิศทางการทํางานตํารวจชุมชนสัมพันธ์ ของผู้กํากับอานนท์ ทีหนอง นาคํา ถือว่ าประสบความสําเร็ จตามเป้าทีตัง& ไว้ เขาประจําการอยู่ทีนีเพียง 2 ปี ก็ได้ รับคําสั ง โยกย้ ายไปเป็ นผู้กาํ กับการสถานีตาํ รวจภูธรอําเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร จากประสบการณ์ ทํางานด้ านชุมชนมาแล้ ว 2 พื )นที ด้ วยการเดินทางเข้ าหมู่บ้านไปนังพูดคุยกับ ชาวบ้ าน ผู้เฒ่าผู้แก่ กระทังชวนชาวบ้ านมาฝึ กอบรมเป็ นผู้ช่วยตํารวจ กระทังจนมาถึงทีอําเภอเจริ ญศิลป์ ด้ วยตําแหน่งทีสูงขึน) ผู้กํากับอานนท์กลายเป็ นผู้มีอํานาจในการบริ หารงานเต็มขัน) และเริ มสนุกกับงาน แก้ ปัญหาเชิงรุกจึงตังใจจะพั ) ฒนางานต่อเนืองโดยไม่จําเป็ นต้ องมีใบสังอีกแล้ ว เริ มต้ นจากการเปลียนแปลงการทํางานในสถานีตํารวจ กําหนดให้ สายตรวจตําบลเข้ าฝั งตัวอยู่ใน พื )นทีเพือสร้ างสัมพันธภาพทีดีกบั ชาวบ้ าน และความสะดวกในการทํางาน ขันต่ ) อมาก็ชวนชาวบ้ านชายเข้ า มาฝึ กอบรม อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (รปม.) ทําหน้ าทีเป็ นผู้ช่วยสายตรวจตําบล ดูแล รักษาความปลอดภัยในเทศกาลงานบุญต่างๆ และปฏิบตั งิ านเป็ นอาสาสมัครจราจรในตําบล ปั ญหาสังคมหลักๆ ของอําเภอเจริ ญศิลป์ทีพบ คือ ปั ญหาของเยาวชน ทังยาเสพติ ) ด ทะเลาะวิวาท เด็ก แว๊ น ซ์ ซิ งรถ ผู้กํา กับ อานนท์ จึง เกิ ด แนวคิดอยากพัฒ นาเยาวชนกลุ่ม เสี ยงเหล่า นี ใ) ห้ เ ปลี ยนแปลง พฤติกรรม ไม่สร้ างปั ญหา โดยเปิ ดอบรมหลักสูตร “โครงการวัยโจ๋ป้องกันอุบตั ิภัย” เพือสร้ าง เยาวชน อาสาสมัครจราจรและใช้ การปฏิบตั ิงานจราจรเป็ นเครื องมือในการพัฒนาเยาวชนให้ บรรลุไปยังเป้าหมาย ดังกล่าว ผู้กํากับอานนท์วางบทบาทให้ สายตรวจตําบลเป็ นพีเลี )ยงดูแลการทํางานของ รปม. และ เยาวชน อาสาสมัค รจราจรในตํ า บลที ตนประจํ า การ โดยมี ว าระแฝง คื อ ทุก กระบวนการมุ่ง ไปที การตัง) เป้ า เปลียนแปลงพฤติกรรมของเยาวชนกลุ่มเสียง พร้ อมกันนันยั ) งได้ ขยายงานอบรมอาสาสมัครจราจรเพิมเติม ไปยังโรงเรี ยนมัธยมอีกด้ วย “สร้ างอาสาตํารวจผู้ชายไปแล้ ว เยาวชนก็แล้ ว เลยหันมาดูผ้ หู ญิงบ้ าง เพราะบางทีลกั ษณะบุคลิก ของผู้ชายก็แข็งกร้ าวเกินไปเวลาเคลียร์ เหตุ ความคิดนี )ก็เริ มมาจากทีไปเรี ยนรู้ จากกับ สอจร. อีกเหมือนกัน คือได้ ไปเห็นผู้หญิงทีอืนๆ มาฝึ กเย็บปั กถักร้ อยอะไรต่างๆ เห็นแล้ วก็อยากอบรมผู้หญิงบ้ านมังดีกว่า แต่เป็ น ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 72


อบรมเป็ นอาสาตํารวจหญิงนะ จะได้ ไปช่วยกันสนับสนุนทํางานของชุดอาสาตํารวจชายทีทําไปแล้ ว เพราะ ผู้หญิงมีความละมุนละม่อม ละเอียดอ่อนมากกว่า ตอนจําเป็ นต้ องค้ นตัวผู้หญิงด้ วยกันก็ทําได้ สะดวกกว่า” การเรี ยนรู้ อย่างต่อเนืองและต่อยอดประสบการณ์มากขึ )นเรื อยๆ ของผู้กํากับอานนท์ เกิดบทเรี ยน จากพื )นทีหนึงต่อไปอีกพื )นทีหนึง ค่อยๆ ปิ ดช่องของปั ญหา และมองหาเนื )องานใหม่ๆ ทีสร้ างสรรค์ ทําให้ วิธีการทํางานมีพฒ ั นาการมากยิงขึ )น เห็นได้ เ ป็ นรู ป ธรรมว่าภาพรวมการทํ างาน 2 ปี ที สภอ.เจริ ญ ศิล ป์ มี พัฒ นาการงานอย่างก้ า ว กระโดด จากอบรมอาสาสมัครชาวบ้ านเพือช่วยงานและลดแรงเสียดทานให้ ตํารวจ ก้ าวสู่งานพัฒนาคน เพือมุ่งเน้ นการแก้ ไขปั ญหาสังคมอย่างเต็มตัว, มีการเปลียนแปลงระบบงานสายตรวจตําบลเพือความ สอดคล้ องบริ บทพื )นที, เกิดการสร้ างเครื อข่ายความร่วมมือไปยัง ชุมชน โรงเรี ยน ท้ องถิน พ่อบ้ าน แม่บ้าน และเยาวชน รวมทังยั ) งสามารถผนวกงานด้ านอาสาสมัครจราจรเข้ ามาอยูใ่ นระบบเครื อข่ายอาสาสมัครเพือ ชุมชนได้ อีกด้ วย แต่หลังจากนันเมื ) อผู้กํากับอานนท์ย้ายออกจากพื )นทีเพือมาประจําการอยู่ที สภอ.เขาสวนกวาง ระบบงานเดิมซึงเขาปูทางไว้ ทีอําเภอเจริ ญศิลป์ก็คอ่ ยๆ เลือนหายไปในทีสุด ด้ วยเหตุทีไม่มีการดําเนินงาน ตามระบบทีเคยวางไว้ อย่างต่อเนือง

สะสมทุนไว้ ทาํ งาน เมือค้ นหาลึกลงไปถึงวิธีการทํางานด้ านการจัดการปั ญหาจราจรในอําเภอเขาสวนกวาง ทีริ เริ มโดย “พ.ต.ท.อานนท์ นามประเสริ ฐ” หรื อ “ผู้กํากับอานนท์ ” พบว่ากว่าจะถึงวันนี )ของบทสําเร็ จ เส้ นทาง ทํางานอันยาวนานและหลากหลายของเขากว่าจะเดินทางมาถึงชุมชนเขาสวนกวางเปรี ยบเสมือนต้ นทุน อันมีคณ ุ ค่าและก่อเกิดประโยชน์แก่การทํางาน ทุนจากวิธีคิดด้ านการทํางานตํารวจชุมชนสัมพันธ์ ทีมุ่งเน้ นการแก้ ปัญหาอาชญากรรมทีต้ นเหตุ โดยการทํางานเชิงรุ ก ลงไปคลุกคลีสร้ างสัมพันธ์ กับชาวบ้ านเพือเข้ าใจปั ญหา ช่วยเหลือ และพยายาม กําจัดเงือนไขปั จ���ัยทังหลายที ) จะเป็ นต้ นเหตุของอาชญากรรมทีอาจจะเกิดขึ )น ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 73


อีกประการหนึงคือ ทุนจากประสบการณ์ ทาํ งานเป็ นพีเลีย& ง สอจร. และได้ เรี ยนรู้ วิชาการ ต่ างๆ ทัง& จาก สอจร. และ ศวปถ. โดยเฉพาะวิธีคิดเรื อง สามเหลียมแห่ งการเรี ยนรู้ ว่ าการเรี ยนรู้ จะเกิดขึน& ได้ อย่ างสมบูรณ์ นัน& จําเป็ นต้ องอาศัยการรั บรู้ ในหลายๆ ทางโดยเฉพาะอย่ างยิงการได้ ลงมือปฏิบัติ อีกทัง& วิธีคิดเรื อง การใช้ สัญลักษณ์ ในการสร้ างตัวตนของคน และประเด็นเรื อง การ เชือมโยงภาคีเครือข่ าย ซึงจะช่ วยส่ งเสริมสนับสนุนให้ งานออกมาประสบความสําเร็จ เมือนําทุนทังสองอย่ ) างมารวมกันในการทํางาน จึงเกิดการพัฒนาทุนอีกอย่างหนึงขึ )นมา คือ ทุน จากการเรี ยนรู้ประสบการณ์การทํางานด้ านตํารวจชุมชนสัมพันธ์และการพัฒนาคน ของตัวผู้กํากับอานนท์ เอง ซึงในจังหวะหนึงเขายอมรับว่า กว่าจะมีผลลัพธ์การทํางานออกมาเหมือนในปั จจุบนั อาจไม่ใช่เพียง เพราะการทํางานในรูปแบบตํารวจชุมชนเท่านัน) เนืองจากตํารวจชุมชนในพื )นทีอืนๆ อาจมีวิธีการทีแตกต่าง กัน เช่น เน้ นไปทีการลงชุมชนเพือช่วยเหลือ ในขณะทีเขาเลือกนําวิธีการทีได้ เรี ยนรู้ จากระบบพีเลี )ยง สอจร. มาปรับใช้ กําหนดให้ ตํารวจมีหน้ าทีเป็ นพีเลี )ยงด้ านการรักษาความสงบเรี ยบร้ อยให้ ชมุ ชน ไม่ใช่เป็ นตํารวจ ทีสังการชุม ชน รวมถึง จัดการเปิ ดพืน) ทีเรี ยนรู้ แก่ชาวบ้ าน ให้ ได้ ลุกขึน) มาคิดแผนของตน ทํ าประชาคม ร่วมกัน เน้ นเรื องการรักษาความสงบเรี ยบร้ อยป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็ นหลัก “ผมไม่อยากให้ ตํารวจไปคอยกําหนดให้ ชมุ ชนว่าพวกเขาต้ องทําอะไร เพราะงานเพือชุมชนมันควร จะเป็ นเรื องของชุมชนทีช่วยกันคิดและเขียนออกมาว่าอยากจะทําอะไร อย่างไร ส่วนตํารวจก็เป็ นแค่พีเลี )ยง ว่าสิงทีชาวบ้ านคิดจะทํานัน) ถูกต้ องหรื อเหมาะสมอย่างไร เพราะอยากให้ ชาวบ้ านจัดการดูแลตัวเองกันได้ โดยไม่ต้องคอยพึงพาตํารวจกวดขันใช้ กฎหมายบัง คับตลอดเวลา ทีผ่านๆ มาผมก็ลองผิดลองถูก จาก ประสบการณ์ทีทํางานมาหลายพื )นที สุดท้ ายมันก็ค่อยๆ พัฒนาจนมาเป็ นแบบนี )” ผู้กํากับอานนท์ขมวด ความคิดรวบยอดให้ เข้ าใจบทบาทของตํารวจกับชุมชนทีเขาสวนกวาง ต้ นทุนเหล่านี )มีความหมายสําหรับการต่อยอดการทํางานจัดการปั ญหาจราจรในอําเภอเขาสวน กวางอย่างมาก เพราะผ่านการคิดค้ น ทดลอง หาหนทาง พบทัง) ความสําเร็ จและล้ มเหลวมาแล้ วจาก 3 พื )นทีทํางานก่อนหน้ านี )

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 74


เขาสวนกวาง : ปั ญหาทีรอสะสาง หนึงวันก่อนทีจะเข้ าเริ มงานทีสถานีตํารวจภูธรอําเภอเขาสวนกวาง “ผู้กํากับอานนท์” ในชุดนอก ) วอําเภอและรอบนอก เพิมเติม เครื องแบบขับรถออกสํารวจสภาพชุมชนจริ งๆ ไปตามหมู่บ้านทังภายในตั จากข้ อมูลเบื )องต้ นทีศึกษามาก่อนหน้ า และเย็นวันนันเองที ) เขาได้ เห็นสภาพปั ญหาทีแท้ จริ งของท้ องทีใหม่ที ตนกําลังจะเข้ ามาประจําการ เหตุการณ์ ที 1 เมือเขาขับรถวนเวียนหมู่บ้านนันออกหมู ) ่บ้านนี )ไปกระทังถึงเวลาเย็นๆ ทีชาวบ้ าน น่าจะอยู่บ้านกันพร้ อมหน้ า จึงคิดว่าเป็ นเวลาเหมาะทีจะแวะไปดูสภาพความเป็ นอยู่ของชาวบ้ านอย่าง ใกล้ ชิด จึงขับรถตามหาบ้ านผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึงและจอดรถแวะเข้ าไปทักทาย เพือทําความรู้ จกั และแนะนํา ตัวกับผู้ใหญ่บ้านว่าตนจะมาเป็ นผู้กํากับคนใหม่ของเขาสวนกวาง ผู้ใหญ่บ้านรับไหว้ พดู คุยกันสองสามคํา แล้ วขอตัวไปดูทีวีตอ่ เหตุการณ์ ที 2 ฟ้าเริ มมืดลงทุกที หมู่บ้านชนบทสภาพถนนไม่มีไฟ ค่อนข้ างเปลียว เมือเขาขับรถ ถึงสะพานข้ ามแม่นํ )าเล็กๆ บริเวณหมูบ่ ้ านคํานางปุ่ ม มีเด็กวัยรุ่นกลุม่ หนึงกระโดดเข้ ามาขวางรถ พร้ อมข่มขู่ ร้ องขอเงินไปซื )อน้ อยทิง หรื อ เหล้ าขาวผสมกระทิงแดง เขาพิจารณาเหตุการณ์แล้ วตัดสินใจหยิบปื นทีเก็บ ไว้ ออกมาขู่ ปรากฏว่า กลุม่ ขาโจ๋ดงั กล่าว วิงหนีแตกกระเจิงกันถ้ วนหน้ า เหตุการณ์ ที 3 ผู้กํากับอานนท์ตดั สินใจวิทยุเรี ยกตํารวจสายตรวจในท้ องทีให้ มาหาหลังจากพบ เหตุการณ์ วยั โจ๋รีดไถ แต่นายตํารวจตอบกลับเสียงมึนเมาขณะถูกวิทยุเรี ยก ซึงพอมาถึงก็เดินเซพร้ อมมี กลินเหล้ าติดตัว ส่วนตํารวจสายตรวจอีกคนมาถึงช้ ามากเพราะมัวแต่เสียเวลาแต่งเครื องแบบ 3 เหตุการณ์ นี & เขาถือว่ าเป็ นคําทักทายอย่ างแรงต้ อนรั บผู้กํากับคนใหม่ ไม่ ว่าจะเป็ น เรื อง ทีชาวบ้ านไม่ อยากต้ อนรั บตํารวจ เด็กวัยรุ่ นมีพฤติกรรมสร้ างปั ญหา ตํารวจหย่ อนยานในหน้ าที ซึงแสดงให้ เห็นถึงปั ญหาทีถูกกองสุมไว้ โดยยังไม่ ได้ รับการแก้ ไข “เฉพาะเขาสวนกวางนะ เรื องแรกทีผมอยากแก้ คือ เด็กวัยรุ่ นทะเลาะวิวาทกันในงานมหรสพ เพราะช่วงทีมาถึงมีงานประจําอําเภอพอดี เด็กๆ วัยรุ่นตีกนั หน้ าเวทีหมอลําเลย ผมไปเจอก็คิดแล้ วเหมือนที อําเภอเจริ ญศิลป์เลย เรามีประสบการณ์มาแล้ ว ส่วนเรื องที 2 เรื อง ก็คือ พวกซิงรถมอเตอร์ ไซด์ แทบจะ ปิ ดถนน 8 เลนแว๊ นซ์กนั เลย เส้ นหน้ าโรงพักนีละ และอีกเรื องหนึง คือ ปั ญหายาเสพติด ทีชาวบ้ านเขามา ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 75


บอกว่า ยาเสพติดมันเยอะมาก ตํารวจช่วยจัดการหน่อยเถอะ ผมก็เอาปั ญหาเหล่านี )มาปั กธงไว้ เพือหาทาง แก้ ไข” แต่ก่อนที “ผู้กํากับอานนท์” จะไปแก้ ปัญหาเรื องลูกชาวบ้ าน เขาเลือกทีแก้ ปัญหาลูกน้ องตํารวจ ของตนเองก่ อน เพราะนอกจากจะมี ป ระเด็น เรื องความหย่อ นยานในการปฏิ บัติห น้ า ที แล้ ว ยัง พบว่า ชาวบ้ านไม่ได้ มีทศั นคติทีดีตอ่ ตํารวจนัก ด้ านกําลังพลก็ถือเป็ นปั ญหาใหญ่ เพราะท้ องทีมีตํารวจอยู่ 90 นาย แต่ประชากรมีอยู่ประมาณ 30,000 คน จาก 56 หมู่บ้านใน 5 ตําบล โดยเฉพาะเวลามีงานมหรสพทีมักมีเหตุทะเลาะวิวาท มัวสุม จึง ประสบปั ญหากําลังพลไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาความปลอดภัย ส่ วนปั ญหาจราจรนั น& ในตัวอําเภอเป็ นถนน 8 เลนเส้ นทางหลักภาคอีสานมีรถสัญจรไป มาจํานวนมาก การจราจรจึงพลุกพล่ านในช่ วงเวลาเร่ งด่ วน ส่ วนเส้ นทางรองทีตัดผ่ านหมู่บ้าน ต่ างๆ ในอําเภอนัน& ยังเป็ นถนนทีเป็ นเส้ นทางเชือมต่ อไปยังอําเภออืนๆ มีจุดเสียงอันตราย เช่ น ถนนค่ อนข้ างแคบก่ อนเข้ าหมู่บ้านคํานางปุ่ ม ซึงมักเกิดอุบัตเิ หตุบ่อยครั ง& เป็ นต้ น ทีสํา คั ญ ช่ ว งกลางคื น กลุ่ ม วั ย รุ่ นมั ก รวมตั ว กั น ออกมาใช้ ถนนเป็ นสนามท้ า ประลอง ความเร็วกันอยู่บ่อยครั ง& สภาพปั ญหาเหล่านี ) เป็ นสิงทีผู้กํากับอานนท์ตดั สินใจนํามาขมวดรวมเป็ นปั ญหากองใหญ่ประจํา ท้ องทีเพือค้ นหาหนทางแก้ ปัญหาเป็ นเนื )อเดียว ตามแนวทางทีตนเคยสังสมทุนทางประสบการณ์ด้านงาน ชุมชนมาก่อนหน้ านี )

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 76


สร้ างกลไก...สางปั ญหา เมือเห็นภาพปั ญหาทังหมดแล้ ) ว ผู้กํากับอานนท์ เลือกใช้ วิธีการสร้ าง “เครื อข่าย” อีกครัง) เพือจัดการ ทุกปั ญหาทีรอสะสางตามทีกล่าวมาข้ างต้ น ซึงหนึงในนัน) คือ การจัดการปั ญหาจราจร อันเป็ นส่วนหนึงใน การมุ่งสร้ างชุมชนปลอดภัย ตลอดจนการปรับเปลียนพฤติกรรมเยาวชนกลุ่มเส���ยงทีจะเติบโตเป็ นอนาคต ของเขาสวนกวางตามทีเขาตังมั ) นไว้ จากการสํารวจขันตอน ) กระบวนการทํางาน ผลลัพธ์ พบว่าตัวคนหรื อหน่วยงานทีเป็ นกลไกการ ทํางานจัดการปั ญหาจราจรในอําเภอเขาสวนกวางให้ ประสบผลตามเป้าหมายนัน) แบ่งออกได้ เป็ น 2 ส่วน คือ 1.กลไกหลัก หมายถึง กลไกทีขับเคลือนงานเป็ นแกนหลัก ได้ แก่ 1.1

สถานีตํารวจภูธรอําเภอเขาสวนกวาง ซึงในทีนีจ) ะแยกเป็ น 2 ส่วน คือ ผู้กํากับ

อานนท์ และ สายตรวจตําบล 1.2

ชาวบ้ านอาสาฯ ซึงมาเป็ น อาสาสมัครจราจรชาย อาสาสมัครจราจรหญิ ง และ

เยาวชนอาสาสมัคร 1.3

องค์การปกครองส่วนท้ องถิน (อปท.)

2.กลไกรอง หมายถึง กลไกทีเป็ น “ภาคีเครื อข่าย” ซึงมีสว่ นสนับสนุนการทํางาน เช่น งบประมาณ กําลังคน ความรู้ ความคิด ทรัพยากรด้ านต่างๆ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 77


3 กลไกหลักแห่ งเขาสวนกวาง สถานีตาํ รวจภูธรอําเภอเขาสวนกวาง เป็ นหน่ว ยงานเจ้ า ภาพ สัง กัด กรมตํ า รวจ กระทรวงมหาดไทย มี ศัก ยภาพด้ า นการฝึ กอบรม อาสาสมัค รตํ า รวจ (อส.ตร.) แต่ไ ม่มี ง บประมาณดํ า เนิ น งานงานด้ า นอาสาสมัค รตํ า รวจ (อส.ตร.) อาสาสมัครจราจร หรื องานพัฒนาเยาวชน แต่สามารถประสานทรัพยากรหาทุนดําเนินงานจากหน่วยงาน ภายนอกได้ ประกอบด้ วยแกนหลัก คือ 1.ผู้ กํากับอานนท์ ทําหน้ าทีเป็ นผู้ประสานงาน ผู้คิดโครงการ วางแผนงาน หาช่องทางในการ ประสานทรัพยากรด้ านงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานอืน คิดหลักสูตรฝึ กอบรม มีอํานาจสังการ งาน ส่วนฝึ กอบรมพัฒนาอาสาสมัครฯ (จากนี )เมือใช้ คําว่า “อาสาสมัครฯ” ให้ หมายถึง อาสาสมัครทุกกลุ่มใน อําเภอเขาสวนกวาง) ถือเป็ นเนื )องานตามระบบสายงาน ทําได้ โดยบทบาทหน้ าทีแต่ต้องหาแหล่งสนับสนุน งบประมาณจากภายนอก 2.สายตรวจตําบล เป็ นพนักงานตํารวจระดับชันประทวน ) จํานวน 15 คน แบ่งการดูแลออกเป็ น ตําบลละ 3 คน 5 ตําบล ได้ แก่ ตําบลเขาสวนกวาง ตําบลโนนสมบูรณ์ ตําบลนางิ )ว ตําบลคําม่วง และตําบล ดงเมืองแอม รับอํานาจสังการตามสายงานจากผู้กํากับอานนท์ ทําหน้ าทีเป็ นพีเลีย) ง อาสาสมัครฯ ของ ตําบล เป็ นครู ฝึกอบรมอาสา และต้ องทํางานฝั งตัวอยู่ในชุมชน โดยผู้กํากับฯ ให้ อิสระในการทํางานกับ อาสาสมัครฯ หรื อมอบอํานาจในจัดการชุมชนตนเอง ส่วนงานพัฒนาอาสาสมัครฯ จริ งแล้ วเป็ นส่วนงาน นอกเหนือหน้ าทีประจํา ดังนันในกระบวนการทํ ) างานตังแต่ ) เริ มแรกผู้กํากับอานนท์จึงจําเป็ นต้ องหาคนทีมี จิตอาสา ชืนชอบและเต็มใจทํางานเพือชุมชน “ถามผมว่า ตอนนี )ลูกน้ องมีใจมัย) ผมว่ายิงกว่ามีอีก เพราะตอนนี )เขามีชาวบ้ านเป็ นเพือน ดูสีหน้ า แววตาเขาก็ได้ เดี•ยวนี )เขาไม่ใช่ผ้ ใู ต้ บงั คับบัญชาแล้ วนะ เขาก็เป็ นหัวหน้ าคนอีกทีหนึง” ผู้กํากับอานนท์พดู ถึงชุดสายตรวจตําบล

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 78


ชาวบ้ านอาสาฯ เป็ นชาวบ้ านทีเป็ นอาสาสมัครฯ ส่วนนี )รวมถึงเยาวชนทีเข้ ามาเป็ นอาสาสมัคร อาสาสมัครทีเป็ น ผู้ใหญ่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แกนนําชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกัน ภัยฝ่ ายพลเรื อน (อปพร.) เนืองจากถือว่าเป็ นคนทีมีใจชอบงานบริการชุมชน และเป็ นทียอมรับของชาวบ้ าน ในชุมชน เยาวชนอาสาสมัคร มาจากเยาวชนกลุ่มเสียงทีมีปัญหาด้ านพฤติกรรม ก่อปั ญหาสังคม ตังกลุ ) ่ม แข่งรถซิง ติดยาเสพติด และทะเลาะวิวาท ซึงถูกนํามาฝึ กอบรม ทํากิจกรรมด้ านจราจร และเป็ นหน่วย เคลือนทีเร็วผู้ชว่ ยเจ้ าหน้ าทีตํารวจในการดูแลความปลอดภัยงานมหรสพ กลไกลชาวบ้ านจุดนี ) เกิดการมีส่วนร่ วมขึ )นมาจาก “จิตอาสา” เป็ นทีตัง) ไม่มีคา่ ตอบแทนเป็ นเงิน ยกเว้ นบางกรณีอาจได้ รับจากเจ้ าภาพจัดงานต่างๆ ทีขอกําลังไปช่วยปฏิบตั ิหน้ าทีรักษาความปลอดภัยใน งานเป็ นสินนํ )าใจตามกําลังของเจ้ าภาพ “ทุกวันนี )เราทําด้ วยใจทังนั ) น) ถามว่าถ้ าไม่ผกู พัน เราจะมาทําไม แค่เงินร้ อยหนึง ห้ าสิบบาท จะมา ทําไม เสียเวลาทํามาหากิน ยิงถ้ าเป็ นแบบฉันไม่ชอบตํารวจเมือไหร่ ก็ไม่มาแน่ แต่เมือก่อนก็ไม่ชอบจริ งๆ นะตํารวจเนีย ชาวบ้ านเขายังพูดกับฉันว่า ไปเชือมันหยังตํารวจ เชือบ่ได้ คบบ่ได้ คบตํารวจก็เหมือนงูเห่า เดี•ยวมาแว้ งกัด นีเรื องจริ งทีเขาพูดมาเลย บางคนก็ว่าสูเนียหนา ไปคบตํารวจ สูบย่ ่านติ (หมายถึง ไม่กลัว หรื อ) เดี•ยวพาไปนันไปนี แล้ วเดี•ยวมันก็ ม าจับสู ฉันก็ ว่า จะมาจับหยัง เฮาบ่ไ ด้ ทําผิดกฎหมาย เฮาไป ช่วยงานตํารวจ เฮาทําดี ก็บย่ า่ นหรอกนะ” นางจําเนียร อาสาสมัครฯ กล่าว ดต.นาวินทร์ อันสีดา สายตรวจตําบลเขาสวนกวาง ซึงเปรี ยบเป็ นพีเลี )ยงและครูฝึกยืนยันสําทับ ว่าตลอดเวลาทีทํางานใน สภอ.เขาสวนกวางมา 24 ปี เต็ม เห็นความเปลียนแปลงของเรื องความสัมพันธ์ ของชาวบ้ านกับตํารวจมากขึ )นในช่วงที ผู้กํากับอานนท์เข้ ามาประจําการ แม้ ว่าก่อนหน้ านี )สมัยผู้กํากับรุ่ น ท่านอืน จะพยายามสร้ างระบบอาสมัครฯ ขึ )นมาช่วยงานตํารวจอยู่หลายครัง) แต่สดุ ท้ ายแล้ วฝึ กเสร็ จแต่ละ ครัง) ก็จบไป ไม่มีความต่อเนืองในการทํางานเหมือนปั จจุบนั เนืองจากไม่มีระบบ “พีเลี )ยง” ซึงหมายถึง ตํารวจสายตรวจตําบลทีคอยอยู่เบื )องหลัง ดูแลชาวบ้ านอาสาสมัครฯ ทุกคนอย่างสมําเสมอ ชาวบ้ านจึง เหมือนขาดเสาหลักทีคอยประคับประคองให้ เคลือนงานด้ วยความมันใจ ดังนันเมื ) อพวกตํารวจเห็น อส.ตร จึงคิดว่าแค่อบรมเสร็จแล้ วก็จะจบไปเหมือนทีผ่านมา ไม่ได้ มีบทบาทใดทีจะช่วยเหลือพวกเขาได้ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 79


“ทุกวันนี ) ผกก. อานนท์ จ ะปลูกฝั ง ให้ ตํารวจเราเปลียนทัศนคติทีมี กับชาวบ้ าน ให้ พวกเราดูแล อส.ตร. ไม่ว่าจะ เยาวชน ชาย หญิง ท่านพูดตลอดว่า ให้ ทําตัวเป็ นครู เป็ นพีเลี )ยง ไม่ใช่ทําตัวเป็ นนายเขา พอเราทําอย่างนัน) ชาวบ้ านเขาก็รักเรา บางคนเขาไม่เรี ยกตํารวจแล้ ว เรี ยกว่าครูแทน เพราะเราฝึ กเขามา มันกลายเป็ นความผูกพันโดยไม่ร้ ู ตวั ต้ องโทรหากันทุกเช้ า อัพเดทเรื อง กินข้ าวหรื อยัง มากินทีป้อมมัยครู ) ซึงพอ อส.ตร ทํางานอย่างต่อเนืองและมีประสิทธิภาพ ทุกวันนี )ตํารวจด้ วยกันเองก็ยอมรับว่า อส.ตร. กลุ่มนี ) เป็ นผู้ชว่ ยเหลือเจ้ าพนักงาน มีอํานาจจับกุมการกระทําผิดซึงหน้ าได้ มันเป็ นการพิสจู น์ด้วยผลงาน” ดังนันชาวบ้ ) าน หรื อ อาสาสมัครฯ ทุกคน จึงมีอิสระในการตัดสินใจมากทีสุดในบรรดากลไกทังหมด ) ว่าจะทํางานนี )หรื อไม่ทํา เนืองจากเป็ นระบบงาน “อาสา” ทีไม่มีใครสามารถบังคับพวกเขาได้ ทงสิ ั ) )น ไม่ว่าจะ เป็ นเจ้ าหน้ าทีตํารวจหรื อนายอําเภอ

ซึงการเลือกทีผ่านมา คําตอบชัดเจน คือ พวกเขายินดีทาํ เนืองด้ วยหลายสาเหตุด้วยกัน เช่ น กระบวนการสร้ างความภาคภู มิ ใจเมื อผ่ า นการฝึ กอบรม การสวมเครื องแบบ อํา นาจหน้ า ที บทบาทภารกิจ รวมทัง& สิงสําคัญ คือ ทัศนคติทีดีกับเจ้ าหน้ าทีตํารวจ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 80


องค์ กรปกครองส่ วนท้ องถิน (อปท.) ได้ แก่ เทศบาลตําบล / องค์กรบริ หารส่วนตําบล (อบต.) เป็ นผู้ให้ งบประมาณสนับสนุนในการ อบรม อาสาสมัครตํารวจ (อส.ตร.) หรื อให้ งบประมาณสนับสนุนกิจกรรมเกียวกับกิจกรรมชุมชน���ลอดภัย จากอุบตั ิเหตุในวาระต่างๆ ตามศักยภาพของแต่ละตําบล ซึงส่วนนีเ) กิดการตอบรับให้ การสนับสนุนการ ขับเคลือนงานผ่านงบประมาณบางส่วน หลังจากทีเห็นผลสําเร็ จของการทํางานอาสาสมัครฯ เพือชุมชน ออกมาเป็ นรู ปธรรม แต่ยังไม่มีการตังงบไว้ ) สําหรับฝึ กอบรม อาสาสมัครฯ เป็ นนโยบายแต่อย่างใด จึง จําเป็ นต้ องเกิดการขอความร่วมมือเป็ นกรณีๆ ไปทุกครัง) ทีจําดําเนินกิจกรรมต่างๆ ส่วนในด้ านการปฏิบตั ิงานตามกิจวัตรของอาสาสมัครฯ ยังไม่มีงบประมาณ (เบี )ยเลี )ยง) สนับสนุน อย่างเป็ นรูปธรรม “ถ้ าท้ องถินเขามีงบฯ ให้ ก็ดี แต่ไม่มีก็ไม่เป็ นไร เราเลิกคิดไปแล้ วอย่างทีบ้ านคํานางปุ่ มก็ ปลูกผัก หุงข้ าวกินเอง ไม่ต้องเสียเงินซื )อ” อาสาสมัครฯ คนหนึงกล่าวยืนยันว่าแม้ ไม่มีเงิน เขาก็ยินดีจะ ทํางานนี )อยูด่ ี

“เครือข่ าย” กลไกรองช่ วยผลัก โรงเรียน เป็ นหน่วยงานที สภอ.เขาสวนกวาง จัดให้ มีการอบรมให้ ความรู้ เรื องภัยอันตรายจากอาชญากรรม กฎหมายจราจร สัญ ญาณจราจร และอุบัติเหตุจราจร ฯลฯ ให้ แก่เ ยาวชนหลังห้ อง ซึงเป็ นนักเรี ยนที มี พฤติกรรมเกเร ไม่ตงใจเรี ั ) ยน หรื ออาจมีพฤติกรรมทีเสียงต่อการกระทําทีผิดกฎหมาย ให้ นําความรู้ ไปใช้ ใน การช่วยงานตํารวจด้ านการจราจรในชุมชนและในโรงเรี ยน รวมทัง) มีบทบาทสร้ างกติกาเกี ยวกับความ ปลอดภัยด้ านจราจรใช้ ร่วมกันภายในโรงเรี ยนโดยมีเยาวชนอาสาสมัครจราจรเป็ นผู้ควบคุมการใช้ กฏ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 81


นายอําเภอ มีอํานาจโดยตรงจากรัฐส่วนกลาง ใช้ อํานาจบริ หารสังการได้ เฉพาะหน่วยงานรัฐส่วนกลาง ไม่มี อํานาจสังการโดยตรงกับองค์กรปกครองส่วนท้ องถิน แต่ในฐานะความเป็ นพ่อบ้ านซึงมีอํานาจสูงสุดใน อําเภอ บางกรณีจึงมีบทบาทในการขอความร่วมมือด้ านงบประมาณจากแต่ละ อบต. /เทศบาลตําบลโดย ธรรมชาติ เพือสนับสนุนงานทีจัดขึ )นสําหรับประชาชนในท้ องที เช่น กรณีการฝึ กอบรมอาสาสมัครฯ แต่ละ ครั ง) ทีงบประมาณไม่เพียงพอ ผู้กํากับอานนท์ เลือกวิธีการสือสารประเด็นของการจัดอบรมดังกล่าวถึง นายอําเภอ เพือขอคําแนะนํา ตลอดจนขอช่องทางการสนับสนุนให้ เกิดขึ )น ซึงเมือนายอําเภอเล็งเห็นผลประโยชน์ทีจะเกิดขึ )นแก่ชุมชนในทิศทางเดียวกันแล้ ว โอกาสในการ ผลักให้ เกิดอบรมโดยหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานท้ องถินอืนๆ ก็มีความเป็ นไปได้ สงู มากขึ )น

พระสงฆ์ พระสงฆ์ อยู่ใ นส่ว นภาคี ท้ อ งถิ น เห็ น ด้ ว ยกับ กิ จ กรรมที ตํ า รวจทํ า จึ ง มี ส่ว นในการสนับ สนุน งบประมาณดําเนินกิจกรรมบางอย่าง และสามารถหยิบยกความเป็ นศูนย์รวมจิตใจ ความเชือถือศรัทธา ของชาวบ้ าน ผลักดันการดําเนินงานต่างๆ ให้ สําเร็ จ เช่น การจัดตังผ้ ) าป่ าเพือนําเงินไปร่วมสร้ างป้อมด่าน ตรวจประจําชุมชน รวมทัง) มีบทบาทของผู้ให้ การอบรมสังสอน ปลูกจิตสํานึกด้ านคุณธรรมจริ ยธรรมต่อ ชุมชน ในด้ านการรักษากฎจราจร

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 82


“หลวงพ่อยูวิน ภูริปัญโญ วัดสว่างพร ท่านเห็นว่าทําอบรมเยาวชนแล้ วดี เวลามีอบรมเยาวชนทุก ครัง) ท่านก็จะเมตตาไปเทศน์ให้ เด็กๆ ฟั ง หรื อแม้ แต่อบรมแล้ วเคยไม่มีเงินตัดรองเท้ าให้ เยาวชนทีมาอบรม ไปบอกท่าน ท่านก็ออกเงินให้ ส่วนอีกรูปหนึงคือ หลวงพ่อ วัดบัวระพา หมู่บ้านคํานางปุ่ ม วันพระใหญ่ท่าน ก็จะเทศน์ให้ ทําตามกฎใส่หมวกกันน็อค แล้ วเล่าเรื องอุบตั ิเหตุจราจรทีทําให้ พิการทรมานยิงกว่าตาย ให้ ญาติโยมต้ องบอกลูกหลานให้ ระวัง บางวันท่านเดินบิณฑบาตเห็นคนไม่ใส่หมวกกันน็อค ก็จะเรี ยกให้ รถ หยุด แล้ วเทศน์อบรมเลย” ผู้กํากับอานนท์กล่าว

หน่ วยงานต่ างๆ ภาครัฐและเอกชน เนืองด้ วยการขับเคลือนงานจัดการปั ญหาจราจรของเขาสวนกวาง แม้ จะมีแกนหลักอยู่ที ตํารวจ ชาวบ้ านอาสาสมัครฯ และ หน่วยงานท้ องถิน (เทศบาล, อบต.) ทีสนับสนุนงบประมาณ แต่ด้วยความไม่ แน่นอนจากงบประมาณทีมีโอกาสได้ จากท้ องถิน เพราะไม่ได้ ถกู กําหนดเป็ น นโยบาย การดําเนินงานในแต่ ละครั ง) ผู้กํากับอานนท์ในฐานะหน้ าม่านของงานการจัดการปั ญหาจราจร จึงรับบทบาทประสานสร้ าง “เครื อข่าย” เพือขอการสนับสนุนทังงบประมาณ ) ทรัพยากร กําลังคน องค์ความรู้ จากทุกหน่วยงาน ทุกภาค ส่วน มากทีสุดเท่าทีจะค้ นหาได้ เช่น สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้ างเสริ มสุขภาพ (สสส.) , กระทรวง พัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์, ศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.), คณะทํางาน สนับสนุนการดําเนินงานป้องกันและแก้ ไขปั ญหาอุบตั เิ หตุทางถนนในจังหวัดนําร่อง (สอจร.), ศูนย์ตอ่ สู้เพือ เอาชนะยาเสพติด จังหวัดขอนแก่น, สํานักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น สาขาอําเภอนํ )าพอง, ภาควิชาสุข ศึกษา สาขาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น] จากกลไกทีกล่าวถึงมาในข้ างต้ นทังหมด ) สรุปได้ ว่าการขับเคลือนงานจัดการปั ญหาจราจรในพื )นที เขาสวนกวางมีแกนหลักเป็ นสถานีตํารวจภูธรอําเภอเขาสวนกวาง โดย ผู้กํากับอานนท์และสายตรวจตําบล ทัง) 15 คน ทําหน้ าทีเป็ นพีเลี )ยงดูแลอาสาสมัครและดําเนินงานร่ วมกับชาวบ้ าน (อาสาสมัครฯ) ทีทํางาน โดยจิตอาสา และมีองค์กรส่วนท้ องถินสนับสนุนด้ านงบประมาณบางส่วน อันมองเห็นภาพรวมในการใช้ กลไกทํางานแบบอํานาจจากบนลงล่าง มีตํารวจเป็ นหัวหน้ าคอยสังการและดูแล

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 83


ส่ ว นชาวบ้ า น (อาสาสมัค รฯ) อยู่ ใ นฐานะผู้ ปฏิ บัติ ง านด้ ว ยความสมัค รใจ เนื องด้ วยผ่ า น กระบวนการอบรมอันสร้ างความภาคภูมิใจในการปฏิบตั ิหน้ าทีร่ วมกับเจ้ าพนักงาน และมีสิทธิq มีเสียงใน การร่ วมแสดงความคิดเห็นจากมุมของประชาชนเพือขับเคลือนงาน ตลอดจนมีทงสองส่ ั) วนมีลกั ษณะการ ทํางานแบบหน่วยงานย่อย มี พี เลี ย) งซึงเป็ นสายตรวจตําบลช่วยลดช่องว่างความแตกต่างของอํ านาจ (ตํารวจ) ในเชิงคุกคาม นับเป็ นการปรับลดทัศนคติเชิงลบทีเดิมชาวบ้ านมองตํารวจเป็ นศัตรูทีมีแต่บทบาท ไล่ปราบปรามผู้ทําความผิดเพียงอย่างเดียว “การจัดการปั ญหาเรื องจราจรนี ) ถามว่าถ้ าตํารวจทําฝ่ ายเดียว แต่หน่วยอืนไม่ทํา มันจะอยู่ได้ ไหม หรื อสําเร็จไหม คําตอบคือก็คงได้ แต่แน่นอนว่าอาจจะอยู่อย่างกระท่อนกระแท่น เช่น เมือขาดงบประมาณ เราก็ เ น้ นเอาจิต อาสาเข้ าว่า ไม่มี ค่า ตอบแทน หรื อประสานของบจากแหล่ง ต่างๆ มาเติม เต็ม แต่ถ้ า หน่วยงานท้ องถินเห็นคุณค่าของงานแล้ วสนับสนุนงบฯ มันก็จะยิงทํางานกันได้ ไหลลืนขึ )น แต่ถ้าจากกลไก ทีว่านี ) มีตํารวจ มีหน่วยงานท้ องถิน แต่สุดท้ ายแล้ วชาวบ้ านเขาไม่ร่วมด้ วย การเคลือนงานรู ปแบบนี )ก็จบ เลยไม่ต้องมาพูดกัน เพราะ 3 ส่วนนี ) ชาวบ้ านสําคัญทีสุด” ผู้กํากับอานนท์เน้ นยํ )ากลไกสําคัญ จากมุมมองของผู้กํากับอานนท์ในด้ านภาพรวมการทํ างาน ด้ วยประสบการณ์ การทํางานด้ าน ตํารวจชุมชนสัมพันธ์ การจัดการปั ญหาจราจรและพัฒนาอาสาฯ มานานนับสิบปี มองว่ากลไกชาวบ้ าน อาสาฯ เป็ นส่วนสําคัญทีสุด ซึงต้ องเจาะลึกเข้ าไปดูในรายละเอียดกระบวนการทํางานร่ วมกับกับชาวบ้ าน ว่าทําอย่างไรจึงผูกจิตอาสาชาวบ้ านไว้ ให้ ดําเนินกิจก���รมต่างๆ ออกมาได้ ประสบความสําเร็จ

กระบวนการทํางานและวิธีคดิ สืบเนืองจากพื )นทีเขาสวนกวางนัน) ได้ ถูกค้ นพบปั ญหาในหลากหลายด้ านผ่านมุมของเจ้ าหน้ าที ตํารวจ เช่น ผู้กํากับอานนท์ การมุ่งปรับแก้ ปัญหาในท้ องทีทุกด้ านจึงถูกจัดวางอยู่ในเป้าหมายทีจะต้ อง ดําเนินการไปพร้ อมๆ กัน ในขณะทีเขาตังธงไว้ ) วา่ เป้าหมายคือการเปลียนแปลงพฤติกรรมเยาวชนกลุม่ เสียง

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 84


ดังนัน) งานด้ านจราจรเพือชุมชนปลอดภัย และงานด้ านรักษาความสงบเรี ยบร้ อย ทีอาสาสมัครฯ ต่างๆ ถูกกําหนดขอบเขตหน้ าทีให้ ทํานัน) จึงเปรี ยบเสมือน “เครื องมือ” ทีออกแบบสําหรับการทํากิจรรม ต่อเนืองอย่างมีสว่ นร่วมในชุมชน ดังนันผลสํ ) าเร็จของการจัดการปั ญหาจราจรทีเขาสวนกวาง จึงเทียบได้ ว่า เป็ นผลพลอยได้ ของเป้าหมายหลัก ซึงอาจแตกต่างจากงานด้ านชุมชนปลอดภัยพื )นทีอืนๆ ซึงหยิบยกการ แก้ ปัญหาเรื องงานจราจรมาเป็ นเป้าหมายหลัก แต่เมือค้ นลึกลงไปในการขับเคลือนงานดังกล่าว จะพบว่า เบื )องหลังของวิธีคิด แนวทาง การปฏิบตั ิ ผลลัพธ์ล้วนมีกระบวนการทํางานแต่ละส่วนทีสามารถเชือมโยง เป็ นเนื )อเดียวกันได้ ลงตัวและเกิดผล เริมตังแต่ )

ปรับโครงสร้ าง สภอ. จากความคิด ทีว่ าจะแก้ ไขลู ก ชาวบ้ า น ก็ต้ อ งแก้ ไ ขลู ก (น้ อ ง) ตัว เองก่ อนของ “ผู้ กํา กั บ อานนท์ ” ทําให้ เกิดการปรั บโครงสร้ างตํารวจใน สภอ.เขาสวนกวาง เป็ นอันดับแรกก่ อนทีเขาจะ ก้ าวไปทําสิงอืนๆ ซึงเขาเล่ าว่ าปกติแล้ วตํารวจแต่ ละ สภอ. จะต้ องมีหน้ าทีดูแลความปลอดภัย เรี ย บร้ อยของประชาชน แบ่ ง หน้ า ที รั บ ผิ ด ชอบหมู่ บ้ า นละ 1 คน หลั ง จากหมดเวลาเข้ า เวร ประจําวันทีสถานีก็จะต้ องเข้ าไปตรวจตราดูแลหมู่บ้าน แต่ ในทางปฏิบัติตาํ รวจส่ วนใหญ่ มักจะไม่ ทําเช่ นนั น& เพราะสิงทีเกิด ขึน& จริ ง คื อ ตํารวจส่ ว นใหญ่ จ ะขี มอเตอร์ ไ ซค์ เ พือไปเซ็นชือตามจุ ด ต่ างๆ แล้ วกลับบ้ าน การเปลียนแปลงโครงสร้ างการทํ างานของตํารวจภายใน สภอ. ผู้กํากับอานนท์ เคยทดลองทํ า มาแล้ วตังแต่ ) ช่วงทีเป็ นผู้กํากับอยู่ที สภอ.เจริ ญศิลป์ เมือเขาพบว่าตํารวจทีเขาสวนกวางในขณะนัน) ก็มี หละหลวมในหน้ าที จึงจําเป็ นต้ องหยุดคิดการใหญ่ เรื องการแก้ ไขปั ญหาของเยาวชนเอาไว้ ก่อน “ผมคงแก้ ไขปั ญหาอะไรไม่ได้ ถ้ าไม่แก้ การทํางานของตํารวจก่อน จึง ปรับระบบงานใหม่ แบ่ง ตํารวจออกทําหน้ าทีต่างๆ กีคนก็ว่าไป แต่เน้ นไปทีระบบสายตรวจตําบล 15 คน ตําบลละ 3 คน รวม 5 ตําบล ผมแต่งตังหั ) วหน้ าและให้ แต่ละคนเลือกทีมกันมาเอง ผมเป็ นคนมอบอํานาจให้ ไปอยู่ในตําบลเลย ไม่ ต้ องเข้ ามาทํางานทีโรงพัก ความจริงก่อนนันสายตรวจตํ ) าบลก็มีอยูน่ ะ แต่ผมเพิมให้ มาเป็ น 3 คน และให้ อยู่ ในตําบลของตัวเองไปเลย ให้ เข้ าเวรวันละ 1 คน แล้ วก็ไปพัก 2 วัน เพราะมี 3 คน ผมให้ รถยนต์ รถมอเตอร์

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 85


ไซด์ กระบอง อาวุธปื น ไฟฉาย เอาไปไว้ ในตําบลเลย ทีไหนยังไม่มีสถานทีก็ให้ ใช้ บ้านตัวเองเป็ นทีทําการไป ก่อน” กระบวนการนี )ไม่ใช่เพียงย้ ายแต่การย้ ายสายตรวจตําบลไปประจําท้ องทีเท่านัน) หากแต่เป้าหมาย ของเขา คือ เป็ นปฏิบตั ิการย้ ายสถานีตํารวจไปอยู่ใกล้ บ้านประชาชนให้ มากทีสุด นับเป็ นวิธีคิดเชิงรุกของ ตํารวจทีเดินทางเข้ าไปทํางานเพือดูแลรั กษาความปลอดภัยให้ ชาวบ้ านจริ ง ๆ ทัง) ในเชิง นามธรรมและ รู ป ธรรม เป็ นการผ่อนภาระแก่ ช าวบ้ า นทัง) ในเรื องระยะทางและเวลา หากเกิ ดเหตุที จํ า เป็ นต้ อ งแจ้ ง เจ้ าหน้ าทีตํารวจ รวมถึงหากเกิดเหตุฉกุ เฉิน ตํารวจจะได้ สามารถจัดการให้ ความช่วยเหลือชาวบ้ านได้ อย่าง ทันท่วงที อีกด้ านหนึงเพราะมุง่ อยากเปลียนทัศนคติทีชาวบ้ านมีตอ่ ตํารวจให้ เป็ นไปในทางทีขึ )น ให้ มองเห็น ตํารวจเป็ นเพือนและรู้สกึ อุน่ ใจในชีวิตและทรัพย์สินเมือมีตํารวจอยูใ่ กล้ ๆ แต่เมือลงมือทําจริ ง สิงทีพบ คือ ใช่ว่าตํารวจทุกคนจะชอบทํางานชุมชนสัมพันธ์ ดังนันการปรั ) บ โครงสร้ างครัง) นี )ไม่ได้ ผา่ นลุลว่ งไปอย่างง่ายๆ เสียทีเดียว เขาเริมต้ นด้ วยการแบ่งหน้ าทีออกเป็ นฝ่ ายต่างๆ ได้ แก่ สืบสวน ปราบปราม จราจร สายตรวจตําบล และธุรการ จากนันก็ ) แต่งตังให้ ) คนทีฉายแววความเป็ นผู้นํา ดูมีความรับผิดชอบเป็ นหัวหน้ าทีม แล้ วให้ ไปหา ลูกทีมของตนเองตามความสมัครใจและพึงพอใจต่อกัน ซึงกระบวนการนี )นายตํารวจทีหาทีมไม่ได้ คือคนที เพือนตํารวจไม่ยอมรับ เนืองจากขาดความรับผิดชอบหรื อทํางานร่ วมกับคนอืนไม่ได้ ซึงเหตุการณ์ครัง) นี )ก็ ส่งผลให้ คนๆ นันรู ) ้ ตวั ว่าตนมีความบกพร่องอันนําไปสู่การเปลียนแปลงพฤติกรรมให้ เพือนร่วมงานยอมรับ ในทีสุด ส่วนสายตรวจตําบลนัน) การคัดเลือกหัวหน้ าทีมมีความพิเศษตรงจัดให้ คนทีมีบ้านอยู่ในตําบลนัน) ประจําท้ องทีไปเลยและเปิ ดให้ หาเพือนร่วมทีมอีก 2 มาเข้ าร่วม

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 86


เมือทุกฝ่ ายได้ ทีมครบแล้ ว ผู้กํากับอานนท์เปิ ดจะให้ บริ หารจัดการทีมเต็มที แบ่งหน้ าทีกันเองในแต่ ละฝ่ าย เมือทํางานร่วมกันไปสักระยะหนึงจะเกิดการควบคุมทางสังคมกันเองในทีม ใครทํางานดีหรื อไม่ดี อย่างไร เพือนร่ วมทีมจะคอยควบคุมกันเอง เพือให้ งานในหน้ าทีรับผิดชอบของทีมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยในขันตอนนี ) )จะเกิดการโยกย้ ายขอเปลียนทีมอยู่เป็ นระยะ จนในทีสุดแล้ วจะได้ ทีมทีนิง คือ นายตํารวจ ทุกนายอยูใ่ นตําแหน่งแห่งทีอันเหมาะสมและพึงพอใจ ส่ วนทีมสายตรวจตําบล ผู้กาํ กับอานนท์ คอยเฝ้าดูใกล้ ชิดเพือให้ ได้ ตาํ รวจทัง& หมด 15 นาย ทีมีใจรั กต่ องานตํารวจชุมชนสัมพันธ์ มีทัศนคติอันดีต่อการทํางานกับชุมชนจริง รวมทัง& สามารถ เข้ าไปคลุกวงใน สร้ างความสัมพันธ์ ทีดีกับชาวบ้ านได้ ทัง& นีใ& นเรืองเทคนิคหรื อกลยุทธ์ การพิชิตใจ ชาวบ้ านเขาเปิ ดโอกาสให้ แต่ ละทีมสร้ างสรรค์ ทาํ งานอย่ างอิสระ

พัฒนาศักยภาพ “ตํารวจ” ในทีสุดเมื อที มสายตรวจตําบลเข้ าประจํ าที ก่อนผู้กํากับอานนท์ จะเริ มงานพัฒนาอาสาสมัคร ตํารวจ (อส.ตร.) เหมือนเคยทําทีอําเภอเจริ ญศิลป์ นายตํารวจนักเรี ยนรู้ ทีชืออานนท์ก็จดั กระบวนการส่ง มอบความรู้ ให้ กับลูกน้ องที มสายตรวจตําบลทันทีเพื อสร้ างความเข้ าใจและปรับทัศนคติการทํางานกับ ชุมชน ว่างานทีทําอยู่จะประสบความสํ าเร็ จได้ นนั ) จํ าเป็ นต้ องสร้ างเครื อข่าย เพือประสานทรัพยากรให้ ออกมาเป็ นความช่วยเหลือเกื )อหนุนด้ านต่างๆ ได้ อย่างไร “ตอนนันเชิ ) ญคุณหมอจิ•น (ธนะพงศ์) จาก ศวปถ. มาพูดกับทีมสายตรวจตําบลเองเลย คือผมอยาก ให้ ทุกคนได้ เห็นได้ ร้ ู เหมือนทีผมเคยได้ มาจากการไปเป็ นพีเลี )ยง สอจร. มาต่อยอดในการทํางานทีผ่านมา คุณ หมอก็ มาเล่าว่าเครื อข่ายมันช่วยอะไรพวกเขาได้ บ้าง ที เชิญ คุณ หมอมาผมว่าดีม ากเลยนะ เพราะ บางครัง) ด้ วยความทีเราเป็ นตํารวจเหมือนกัน แม้ จะเจ้ านายก็เหอะ ผมบอกไปแล้ วลูกน้ องอาจจะฟั งๆ ไปงัน) ไม่ได้ ใส่ใจ แต่ถ้าเราพาคนนอกมา เชิญนักวิชาการมาคุยกับเขาถึงทีมันจะดึงความใส่ใจของเขาให้ มากขึ )น และอีกเรื องหนึงคือก่อให้ เกิดแรงกระตุ้นในการทํางานว่า คนนอกให้ ความสนใจนะ จะเริ มแล้ วนะ ซึงคุณ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 87


หมอก็ชว่ ยปลุกพลังให้ เห็นความสําคัญของเครื อข่าย ให้ คิดกันเลยว่าถ้ าทํางานกัน 3 คนต่อตําบลนีตายแน่ ถ้ ามีเครื อข่ายจะช่วยอะไรได้ บ้าง” ในครั ง) ที มาอบรมให้ ส ายตรวจ ศวปถ. ได้ ม อบงบประมาณในการดําเนินโครงการชุม ชนถนน ปลอดภัย ให้ กับทางสถานีตํารวจภูธรอําเภอเขาสวนกวางไว้ ด้วย เพือนําไปเป็ นทุนฝึ กอบรมอาสาสมัคร จราจร และจัดประกวดแข่งขันชุมชนถนนปลอดภัยกันเองภายใน 5 ตําบล หากตําบลใดชนะจะได้ ขึ )นเวทีรับ โล่รางวัลจาก สอจร. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมือก้ าวต่อไปของการทํางาน คือการอบรมอาสาสมัครตํารวจ (อส.ตร.) อาสาสมัครจราจร เยาวชน อาสา ซึงทีมสายตรวจตําบลต้ องทําหน้ าทีเป็ นทังครู ) ผ้ ฝู ึ กอบรม และเป็ นพีเลี )ยงร่วมหัวจมท้ ายคลุกคลีก่อร่าง ความสัมพันธ์ทํางานกับคนเหล่านันต่ ) อไป ดังนัน) ผู้กํากับอานนท์ จึงคิดเลยไปถึงความยังยืนของขบวนทังหมดที ) จะเกิดขึ )นและจะพัฒนาเป็ น เครื อข่ายการทํางานชุมชน เพือให้ เกิดความสงบเรี ยบร้ อยในชุมชน ทังด้ ) านอาชญากรรม จราจร และการ แก้ ปัญหาพฤติกรรมวัยรุ่นซึงยังคงเป็ นเป้าหมายหลัก จําเป็ นอย่างยิงทีผู้ปฏิบตั ิงานจะต้ องติดอาวุธความรู้ เกียวกับการทํางานเชือมโยงภาคีเครื อข่าย เพือให้ ทกุ คนได้ มองเห็นภาพรวมของงานทีตนจะทําต่อไป แม้ ว่า การรักษาความสุขสงบของสังคม จะเป็ นหน้ าทีหลักโดยตรงของตํารวจ แต่คงไม่จําเป็ นซะทีเดียวทีตํารวจ จะทํามันเองทังหมด ) หากมีวิธีคิดประสานความร่ วมมือ “เครื อข่าย” ทางสังคมทีมี ความสําเร็ จก็จะมาถึง ง่ายดายและเร็ววันยิงขึ )น

พั ฒ นาคน –เชื อมเครื อข่ าย- ประสาน ทรัพยากร อาสาฯ All in One รักษาความปลอดภัย+จราจร แม้ วา่ การฝึ กตํารวจอาสาหรื อผู้ชว่ ยเจ้ าพนักงานตํารวจ ไม่ได้ กลายเป็ นเรื องแปลกใหม่สําหรับกลุ่ม อาสาสมัครฯ เขาสวนกวาง เพราะก่อนหน้ านี ) สภอ. เขาสวนกวางเคยทํามาก่อน เนืองจากมีนโยบายจาก ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 88


กรมตํารวจให้ แต่ละสถานีตํารวจฝึ กอบรมคน รวมทังการฝึ ) กอบรม อปพร. อีกด้ วย แต่ผลทีออกมาคือเมือ อบรมมาแต่ละครัง) จบก็เงียบหายไป ไม่ได้ มีการปฏิบตั งิ านอย่างต่อเนือง แต่สําหรับครัง) นี ) ผู้กํากับฯ คนใหม่ของ สภอ.เขาสวนกวาง จัดวางกระบวนการอุดช่องโหว่ดงั กล่าว ตังแต่ ) เปลียนให้ สายตรวจตําบลไปอยู่ประจําในท้ องที เชิญนักวิชาการมาอบรมความรู้ พฒ ั นาศักยภาพเพือ กระตุ้นให้ เข้ าใจบทบาทหน้ าทีพีเลี )ยงดูแลอาสาสมัครฯ และรู้จกั สร้ างเครื อข่าย “ตอนทีได้ งบประมาณจาก ศวปถ. จะเอาไปสร้ างอาสาสมัครจราจร ก็ต้องฝึ กอาสาสมัครตํารวจ ด้ วย ซึงจริ งๆ แล้ วเป็ นคนเดียวกันในสองหน้ าทีนันละ เหมือนกับตํารวจจริ งๆ คือ เป็ นตํารวจทีทําหน้ า เกียวกับจราจรด้ วย แต่ตอนนันเงิ ) นยังไม่พอ คิดไปคิดมา ก็ไปบอกนายอําเภอทีเป็ นเพือนกันว่าข้ าจะอบรม อาสาตํารวจให้ ทุกตําบล ให้ เขาช่วยไปคุยกับส่วนท้ องถิน เทศบาล อบต. แบ่งงบฯ มาสนับสนุนสักก้ อน ได้ มยั ) จากนันแต่ ) ละเทศบาลตําบล อบต. เขาก็ให้ งบมาตามจํานวนคนทีเขาให้ จะให้ มาอบรมแต่ละทีก็ไม่ เท่ากัน แต่รวมแล้ วตอนนัน) 136 คน” การเลือกใช้ “เครื อข่าย” เพือประสานทรัพยากรเกิดขึ )นจากภาคีทีอยู่รอบตัวของผู้กํากับอานนท์ ทัง) สิ น) เช่ น การใช้ ท รั พ ยากรที เครื อ ข่า ย ศวปถ. สอจร. มี ได้ แ ก่ นัก วิ ช าการ งบประมาณ หรื อ เมื อ งบประมาณได้ มาไม่พอ เขาก็เลือกประสานเพิมเติมจากแหล่งอืนอีก คือ องค์กรปกครองส่วนท้ องถินทีเขา คาดหวัง ว่า น่า จะมี ทัง) กํ า ลัง คนมาอบรม (อปพร.) และงบประมาณมาสนับ สนุน แต่เ มื อเขาเพิ งมา ประจําการ ยังไม่ค้ นุ เคยกับหน่วยงานท้ องถิน การจะเชือมโยงภาคีท้องถินเข้ ามาได้ จําต้ องอาศัยอํานาจ บารมีของคนทีมีตําแหน่งสูงพอทีจะเข้ าไปกระตุ้นให้ ส่วนท้ องถินเห็นความสําคัญ ดังนัน) เขาจึงเลือกเข้ าหา นายอําเภอทีบังเอิญเป็ นเพือนรู้ จักกันมาก่อนหน้ าแล้ ว ทีสุดท้ ายก็กลายเป็ นเครื อข่ายทางสังคมของการ การฝึ กอบรมอาสาสมัคร

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 89


ขับเคลือนงานดังกล่าว “อบรมอาสาสมัครตํารวจทีได้ งบฯ จากส่วนท้ องถิน 3 วัน แล้ วก็ต่อด้ วยอบรมอาสาสมัครจราจร จากงบของ ศวปถ. อีก 2 วัน ผมอบรมครัง) เดียวได้ 2 งาน ซึงหลังจากนันงานมั ) นเกิด เพราะทุกคนมีหน้ าที กันหมด โดยมีพีเลี )ยงสายตรวจตําบลดูแล ตอนไหนเป็ นอาสาตํารวจช่วยดูแลความปลอดภัยก็ใส่เสื )อคลุม แถบสีเขียว สะท้ อนแสง ส่วนถ้ าทํางานเป็ นอาสาจราจรก็เสื )อคุมแถบสีส้มสะท้ อนแสง” ในฐานะตํารวจชุม ชนสัม พันธ์ เขามองว่า การทํางานแก้ ไขปั ญ หาสังคมจํ าเป็ นต้ องอาศัย การ เชือมโยงภาคีเครื อข่าย เพือประสานทรัพยากรมาใช้ ขบั เคลือนงานสู่เป้าหมาย หรื อต้ องเล็งให้ เห็นว่า แต่ละ สิง แต่ล ะคน ในเครื อข่ายที เชื อมโยงอยู่มีศักยภาพอะไรบ้ าง เช่น เงิ น กํ าลัง แรงงาน คน อํ านาจ หรื อ แม้ กระทังเครื อข่ายความสัมพันธ์ทีพวกเขามีอยู่แต่ต้นจะเป็ นประโยชน์ด้านไหนของงาน รวมทังจะเข้ ) าถึง เครื อข่ายต่างๆ ผ่านวิธีการใด ทีสําคัญ ในหนึงงานของเขาไม่จําเป็ นทีจะใช้ ทรัพยากรจากทีใดทีหนึงเท่านัน) แต่สามารถจัดกระบวนประสานรวมความร่วมมือได้ รอบทิศทางขึ )นอยูก่ บั อรรถประโยชน์ทีจะเกิดขึ )น

เอาเด็กเสียงมาเป็ นอาสาฯ หลังจากนํา อปพร. เดิมจากแต่ละตําบลมาเข้ าฝึ กอบรมให้ เป็ นอาสาสมัครตํารวจ (อส.ตร.) และ อาสาสมัครจราจรเรี ยบร้ อย ผู้กํากับมอบหมายให้ แต่ละคนกลับไปปฏิบตั ิงานในตําบลตนเอง ภายใต้ การ ดูแลของสายตรวจตําบลทําหน้ าทีเป็ นพีเลี )ยง “พอส่งไปทํางานสักพัก ก็คอยตามเช็คดูวา่ ผลเป็ นไง ชาวบ้ านมีทศั นคติกบั ตํารวจในทางทีดีขึ )นบ้ าง หรื อยัง ซึงก็คอ่ ยๆ ดีขึ )นตามลําดับนะ แล้ วพอมองไปเป็ นหน่วยย่อยคือครอบครัว ก็เหมือนได้ พ่อมาเป็ นพวก แล้ ว เป้าต่อไปก็จะเอาลูกมาฝึ กบ้ าง เพราะตอนนี ) อส.ตร. พ่อคอยช่วยกันดูแลพวกเด็กๆ อีกชันหนึ ) ง” ผู้กบั กําอานนท์เล่าถึงวิธีคิดถึงเป้าหมายต่อไปคือ เยาวชนวัยรุ่นชายช่างอายุประมาณ 18 - 25 ปี ซึงเป็ นกลุ่ม เด็กนอกโรงเรี ยนทีมีพฤติกรรมเสียงติดยาเสพติด ตังแก๊ ) งค์ก่อกวนสังคม ทะเลาะวิวาท และขีรถมอเตอร์ ไซค์ ซิงตามท้ องถนน “ช่วงต้ นปี 52 จังหวะนันพอดี ) มีสายตรวจจับหัวโจกของแก๊ งค์วยั รุ่นมาได้ ผมเรี ยกให้ เข้ ามาหาทีห้ อง เด็กเข้ ามาแล้ วก็ก้มหน้ าอย่างเดียว ก็คงคิดอ่ะว่า โอ้ โห...อะไรกัน แค่ทําผิดเรื องเล็กๆ ต้ องหาผู้กํากับเลย ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 90


สงสัยไม่รอดแน่งานนี ) พอมานังปุ๊ ปผมก็ถามว่าไปทําผิดอะไรมา จากนันผมก็ ) โยนชุดเครื องแบบทีตัดเตรี ยม ไว้ ให้ กลุม่ เยาวชนทีจะมาอบรมนีละ แล้ วบอกเอ็งลองเอาไปใส่ให้ ดหู น่อยซิ พอใส่ออกมานะผมถามว่าหล่อ ไหม มันก็ยิ )มเลย บอกว่าให้ ลองตะเบ๊ ะซิ ก็ยืดหลังตรงตะเบ๊ ะเลย ทีนี )ผมเลยถามต่อว่าเอ็งอยากใส่ชดุ นี )มัย) ถ้ าอยากใส่ให้ ไปชวนเพือนๆ มาอบรม แล้ วจะยกโทษทีโดนจับมาครัง) นี )ให้ แต่ถ้าเอ็งไม่ชว���เพือนมานะโดน ข้ อหาหนักแน่ ผมก็ขเู่ อาไว้ ให้ กลัวสําทับไปด้ วย” เขาเลือกวิธีตดั ตอนเยาวชนกลุ่มเสียง โดยการพาหัวหน้ าแก๊ งค์มาเป็ นพวกตํารวจ ซึงในทีสุดแก๊ งค์ กลุ่มต่างๆ ก็ค่อยๆ สลายวงไป และเกิดการแบ่งเส้ นกันเยาวชนทีมีแนวโน้ มจะเปลียนแปลงได้ ออกมาจาก สิงแวดล้ อมซึงมีความเสียง เนืองจากในขณะทีเยาวชนอาสากําลังทํากิจกรรมกับพีเลี )ยงตํารวจก็ไม่มีเวลา ว่างเหลือไปเข้ ากลุม่ หรื อหากเดินกลับไปความหวาดระแวงสงสัยจากเพือนเก่าว่ากลับมาเป็ นสายให้ ตํารวจ หรื อเปล่า จึงส่งผลให้ ทงสองฝั ั) งต่างแยกกันไปโดยธรรมชาติ

ด้ านการเชือมโยงภาคีเครื อข่ายเพือประสานทรัพยากรนัน) ผู้กํากับอานนท์ยงั ต้ องทําเช่นเดียวกับ การฝึ กอบรมครัง) ก่อนหน้ า โดยอาสาเยาวชนวัยรุ่ นได้ รับการสนับสนุนงบประมาณโดย สํานักงานพัฒนา สังคมและความมันคงของมนุษย์ เมือเหล่ าวัยโจ๋ กลุ่มเสียงสามารถเปลียนเส้ นทางเดินชีวิตได้ สําเร็จ เมือถึงเวลาเหมาะสม แต่ ละคนก็ต่างแยกย้ ายเดินทางต่ อไปเพือประกอบอาชีพเลีย& งชีวิต แต่ ขณะเดียวกันปั ญหาสังคม ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 91


ในเขาสวนกวางก็ใช่ จะหมดไป เพราะเด็กรุ่ นใหม่ ๆ ทีเติบโตขึน& หลายคนมีแนวโน้ มสู่ภาวะเสียง ดังนัน& ในปี 2555 สภอ.เขาสวนกวางจึงเปิ ดอบรมเยาวชนช่ วงอายุ 15 – 25 ปี กลุ่มเสียงต่ อปั ญหา ยาเสพติดและพฤติกรรมตัง& แก๊ งค์ ซิงรถขึน& อีก 2 รุ่น

อาสาสมัครตํารวจหญิง “ผู้หญิง” กับงานดูแลรักษาความปลอดภัยดูผิวเผินเหมือนจะเข้ ากันได้ ลําบาก แต่ทีผู้กํากับอานนท์ เล็งเห็นว่าเหมาะอย่างยิงทีจะใช้ ความอ่อนหวาน สร้ างบรรยากาศเป็ นมิตร ไกล่เกลียข้ อพิพาท ช่วยลด ความรุนแรง ความรู้สกึ ถูกคุกคาม จากบุคลิกลักษณะของผู้ชายทีเป็ นทังตํ ) ารวจและอาสาสมัครฯ “ผมได้ บทเรี ยนจากตอนอยู่อําเภอเจริ ญศิลป์ สกลนคร อาสาสมัครตํารวจผู้ชายออกตรวจพืน) ที เวลามีตงด่ ั ) านตรวจค้ นร่ างกาย เด็กวัยรุ่ นผู้ชายก็จะเอาพวกอาวุธ ยาเสพติด ไปซ่อนทีผู้หญิ ง เพราะรู้ ว่า ตอนไปจับไปค้ นมันลําบาก แต่ถ้าเรามี อส.ตร. เป็ นผู้หญิงมาทําตรงนี )มันก็ง่าย” รวมทังเขายั ) งบอกอีกว่าการมีอาสาสมัครตํารวจหญิง อาสาสมัครจราจรหญิง เข้ ามาเป็ นเครื อข่าย การทํางานนันยั ) งมีส่วนช่วยเรื องควบคุมความประพฤติของอาสาสมัครเยาวชนได้ อีกทางหนึงจากบทบาท ของความเป็ นแม่ โดยอาสาสมัค รตํ ารวจหญิ ง รุ่ นแรก มี จํ านวน 40 คน ที มี บุคลิ กมันใจ กล้ าพูด กล้ า แสดงออก และมนุษยสัมพันธ์ดี

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 92


“มียายคนหนึงขอมาเป็ นอาสาสมัครตํารวจกับผม อายุ 60 ตัวเล็กๆ แต่ยัง ดูมีเ รี ยวแรงเดินเหิน สะดวก ผมเลยว่า เอาสิ ถ้ าอยากฝึ กก็ได้ แต่ต้องทดสอบก่อนถ้ าผ่านจะให้ ไปฝึ ก ให้ ลองไปวิงดูก็วิงได้ พอไป ฝึ กก็ฝึกผ่าน” ผู้กํากับอานนท์ย้อนนึกถึงเรื องราวประทับใจ การอบจัดรมพัฒนาอาสาสมัครตํารวจหญิ งครั ง) แรกเทศบาลตําบลเขาสวนกวางเป็ นผู้หยิบยื น งบประมาณให้ สภอ. เนืองจากเริ มเล็งเห็นถึงความสําคัญของอาสาสมัครตํารวจ อาสาสมัครจราจร ทีมี ส่วนช่วยรั กษาความสงบเรี ยบร้ อยและการจราจรที ปลอดภัยของชุม ชนได้ จ ริ ง ยิงเมื อถึง งานเทศกาล สงกรานต์ยิงได้ เห็นศักยภาพการแสดงพลังรักษาของกําลังพลตํารวจและอาสาสมัครฯ อย่างชัดเจน

ในปี

ต่อมาเมืออําเภอเขาสวนกวางวางแผนรับพิธีเปิ ดทําการสวนสัตว์เขาสวนกวาง และคาดว่ากําลังพลทีมีอยู่ ทังตํ ) ารวจ และอาสาสมัครฯ ทังหมดจะไม่ ) เพียงพอต่อการดูแลรักษาความปลอดภัยจราจร องค์กรปกครองส่วนท้ องถินอําเภอเขาสวนกวางจึงจัดสรรงบประมาณขอให้ ฝึกอาสาสมัครตํารวจ หญิง อาสาสมัครจราจรหญิงเพิมขึ )นอีก 100 คน เพือจะได้ มีสดั ส่วนเทียบเคียงกับกําลังพลชายทีมีอยู่ อีก ทัง) จากการประเมินร่ วมกันแล้ วว่าผู้หญิ ง เหมาะสมต่องานจัดระเบียบจราจรเป็ นอย่างมาก เนืองจากมี จุดเด่นเรื องการประนีประนอม นุม่ นวล อ่อนโยน แต่ขณะเดียวกันก็มีประสิทธิภาพการทํางาน ระเบียบวินยั ตํารวจ ไม่แพ้ อาสาสมัครฯ ชาย จึงได้ รับความร่วมมือทีดีจากชาวบ้ าน ด้ านการประสานทรัพยากรกับเครื อข่ายในครัง) นี ) เริ มมีการเปลียนแปลงจากก่อนหน้ าซึง สภอ. เขา สวนกวาง หรื อ ผู้กํากับอานนท์ต้องเป็ นฝ่ ายออกหน้ าไปขอความร่ วมมือจากหน่วยงานท้ องถิน แต่ครัง) นี ) องค์กรปกครองส่วนท้ องถินเริ มมองเห็นคุณประโยชน์จากการดําเนินงานดังกล่าว จึงเป็ นฝ่ ายติดต่อยืน ความจํานงประสานความร่วมมือด้ วยตนเอง “เราต้ องทําของเราเองก่อน หลังจากนันพอท้ ) องถินเห็นว่ามันดี เขาก็จะเป็ นฝ่ ายเดินเข้ ามาหาเรา เอง” ผู้กํากับอานนท์กล่าวด้ วยความภูมิใจ อีกทังยั ) งเกิดเครื อข่ายใหม่คือ พระสงฆ์ หลังจากการอมรมอาสาสมัครตํารวจหญิงแล้ ว แต่ปรากฏ ว่าไม่สามารถออกปฏิบตั ิการลงพื )นทีได้ เนืองจากเครื องแบบปฏิบตั ิหน้ าทียังขาดรองเท้ าคอมแบท ซึงขาด งบฯ ในการจัดซือ) จากเหตุนีจ) ึงนังหารื อกันภายในหมู่อาสาสมัครฯ และตํารวจ โดยจังหวะหนึงผู้กํากับ อานนท์เอ่ยขึ )นมาอย่างไม่จริงจังว่า “ไม่ มีสตางค์ ซือ& รองเท้ า ก็ไปขอบริจาคจากพระเอา” แต่อาสาสมัคร ตํารวจหญิงกลับเห็นเป็ นเรื องจริ งจัง จึงพากันไปกราบหลวงพ่อยูวิน ภูริปัญโญ เจ้ าอาวาสวัดป่ าสว่างพร ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 93


พระชือดังของอําเภอ เมือเล่าทีมาทีไปให้ หลวงพ่อรับทราบ ปรากฎว่าท่านยินดีสนับสนุนงานของชุมชน จึง มอบปั จจัยสมทบทุนตามจํานวนราคารองเท้ าคอมแบททีขาดอยู่ กระทังอาสาสมัครฯ หญิ งมีเครื องแบบ ครบชุดสําหรับปฏิบตั งิ านในทีสุด ตรงนี & นับเป็ นจุดเริมต้ นทีของการเชือมโยงเครื อข่ ายเข้ าถึงพระสงฆ์ ซึงต่ อมาพระสงฆ์ ไม่ เพียงแต่ สนับสนุนปั จจัยเท่ านัน& เพราะทุกครั ง& ทีแจ้ งให้ ท่านทราบว่ าจะมีการอบรมอาสาสมัครรุ่ น ต่ างๆ ของ สภอ. หลวงพ่ อจะเดินทางมาแสดงธรรมเทศนาเรือง “ธรรมะจราจร” ให้ กับทุกรุ่น

อาสาฯ เด็กหลังห้ องในโรงเรียน เมือวางเครื อข่ายการทํางานในชุมชนเป็ นทีเรี ยบร้ อยแล้ ว ต่อมาผู้กํากับอานนท์ขยายภาคีเครื อข่าย ความร่วมมือไปยังโรงเรี ยนมัธยม เน้ นเป้าหมายไปทีเด็กหลังห้ อง มีพฤติกรรมเกเร ไม่ตงใจเรี ั ) ยน หรื ออาจมี พฤติกรรมทีเสี ยงต่อการทําผิดกฎหมาย เช่น ยุ่ง เกี ยวกับยาเสพติด เพือให้ พวกเขาได้ เรี ยนรู้ คุณ ค่าของ ตัวเอง ผ่านการทํากิจกรรมทีมีประโยชน์ต่อส่วนรวม คือ การทําหน้ าทีเป็ นอาสาสมัครจราจรในโรงเรี ยน ดูแลงานด้ านความปลอดภัยจราจร นําเสนอกฎมาตรการขับขีปลอดภัยภายในโรงเรี ยน และทําหน้ าทีเป็ น ผู้ชว่ ยครูดแู ลความปลอดภัยในโรงเรี ยน เช่น ตรวจค้ นอาวุธ และยาเสพติด

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 94


สถานีตํารวจภูธรเขาสวนกวาง เริ มต้ นทํางานกับโรงเรี ยนมัธยม 3 แห่ง จัดทําโครงการฝึ กอบรมใน หลักสูตร “เยาวชนหลังห้ อง ป้องกันภัยในชุมชน” ได้ แก่ โรงเรี ยนดงบังวิทยายน โรงเรี ยนเขาสวนกวาง วิทยากูล โรงเรี ยนนางิ )ววิทยาสรรค์ เกิดงานขยายภาคีเครื อข่ายป้องกันและแก้ ปัญหาเยาวชนเกเรตังแต่ ) ยงั อยู่ในโรงเรี ยนก่อน���ะเกิด ความประพฤติทีเป็ นปั ญหาสังคมลุกลามบานปลาย ส่งผลให้ เด็กหลังห้ องรู้ คา่ ของตัวเอง สร้ างบทบาทใหม่ จากกิจกรรมอาสาจราจร ทังยั ) งส่งผลให้ เกิดเด็กหลังห้ องทีเข้ าอบรมและเพือนๆ ในโรงเรี ยนมีพฤติกรรมการ ใช้ รถใช้ ถนนทีถูกต้ อง

กระบวนการสร้ างสัญลักษณ์ เชิงอํานาจ การเปลียนแปลงบุคคลธรรมดา พ่อบ้ าน แม่บ้าน และเยาวชนวัยรุ่นทีเป็ นผู้สร้ างปั ญหาแก่สงั คมให้ ั) าง กลายมาเป็ นอาสาสมัครตํารวจ ชาย หญิง และเยาวชนอาสาสมัคร จําเป็ นต้ องมีขนตอนกระบวนการสร้ สัญลักษณ์เชิงอํานาจในแบบตํารวจมาสวมใส่เข้ าไปในตัวตนของบุคคลเหล่านัน) เพือให้ เกิดเป็ นบุคลใหม่ที เป็ นผู้พิทกั ษ์สนั ติราษฎร์ คอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้ ชมุ ชนเกิดความสงบสุข

4 ขั>นตอนกระบวนการสร้ างสั ญลักษณ์เชิงอํานาจ ฝึ กอบรมแบบตํารวจ ความศักดิDสิทธิDของครืองแบบ ออกตรวจร่ วมกับตํารวจ อาสาสมัครจราจรเต็มขั>น

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 95


ฝึ กอบรมแบบตํารวจ การฝึ กอบรมพ่อบ้ าน แม่บ้าน และเยาวชนกลุ่มเสียง เริ มจากฝึ กความมีระเบียบวินยั แบบทหารตํารวจ เรี ยนรู้ ข้ อกฎหมายเบื )องต้ น การป้องกันและแก้ ไขปั ญหาความไม่สงบเรี ยบร้ อยของสังคม การ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิษภัยและมาตรการแก้ ไขปั ญหายาเสพติด การไกล่เกลียข้ อพิพาท ฝึ กยุทธวิธี ตํารวจ เช่น การตรวจค้ น จับกุม การเฝ้าระวังภัย การออกตรวจ การสังเกตจดจํา การสืบสวนหาข่าวและ การแจ้ งข้ อมูลข่าวสาร การต่อสู้ป้องกันตัว การใช้ อาวุธ ที กล่า วมาข้ า งต้ น เหล่า นี ค) ื อ องค์ ค วามรู้ และทัก ษะการปฏิ บัติ ฉ บับ ย่ น ย่อ เพื อให้ ค นธรรมดา กลายเป็ น อาสาสมัครตํารวจ อาสาสมัครจราจร ชาย หญิง เยาวชนอาสา ภายในเวลา 5 วัน โดยจุดสําคัญ ในการสร้ างความภาคภูมิใจและยอมรับของผู้เข้ าอบรม คือ พวกเขาได้ รับการอบรมจากตํารวจ ลักษณะ คล้ ายเป็ นการส่งมอบความรู้ จากครู ส่ศู ิษย์ ดังนัน) เมือครู เป็ นอะไรก็มีความเป็ นไปได้ ว่าศิษย์ก็เป็ นสิงนัน) ด้ วย กรณีเฉพาะการฝึ กอบรมเยาวชนอาสาสมัครในวันแรก ต้ องเน้ นเรื องละลายพฤติกรรมหรื อทีพวก เขาเรี ยกกันว่า “ฝึ กโหด” โดยใช้ สถานทีเป็ นค่ายทหารโดยมีนายทหารเป็ นผู้ฝึกอบรมวินยั ทหารให้ เพราะ เด็กวัยรุ่นขาโจ๋มกั จะไม่ถกู จริ ตกับการรับคําสัง จึงจําเป็ นต้ องฝึ กให้ พวกเขาได้ เรี ยนรู้ และยอมรับการรับฟั ง คําสังก่อนเป็ นลําดับแรก จุดประสงค์แฝงอีกอย่างหนึงของการ “ฝึ กโหด” คือต้ องการให้ เด็กๆ ทีมาจากต่าง กลุม่ ทีเคยต่อยตีมีเรื องกันมาก่อน ได้ ละลายความเกลียดชัง สร้ างการรวมพลังและรักใคร่สามัคคีกนั ขัน& ตอนนี & บทบาทของครู ฝึกทหารจะเป็ นขาโหดใช้ อํานาจสังการ เด็ดขาด มีบทลงโทษ ในขณะทีตํารวจจะทําหน้ าทีเป็ นพีเลีย& งคอยให้ กําลังใจ ให้ คําปรึ กษาตลอดระยะเวลาการฝึ ก ซึง เป็ นการตอกยํา& ภาพทรงจําของความเป็ นพีเลี ย& ง เป็ นครู เป็ นคนซึงคอยปกป้องคุ้มครอง เพือ สร้ างให้ เกิดสัมพันธภาพทีดีและเกิดการเชือมันและศรั ทธาของเยาวชนทีมีกับตํารวจ ซึงจะส่ งผล ให้ เกิดการเปิ ดใจรั บฟั งคําสั งและปฏิบั ติตามด้ วยความเข้ าใจในอนาคต ไม่ ใช่ เพียงเพราะโดย ตําแหน่ งหรืออํานาจหน้ าทีเท่ านัน& นอกจากการความรู้ ทางทฤษฏี และภาคปฏิบตั ิ เยาวชนทีเข้ าฝึ กอบรมต้ องไปดูงานนอกสถานที เพื อให้ เ ห็ น โทษหรื อ พิ ษ ภัย จากยาเสพติด จากการขับ ขี เสี ยงภัย และผลจากการก่ อ อาชญากรรม ที

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 96


โรงพยาบาล และศูนย์บําบัดยาเสพติด ซึงหวังผลให้ พวกเขาเกิดความรู้สกึ หวาดกลัวและตระหนักถึงผลของ ความเสียงในชีวิตดังกล่าว ในขณะทีการฝึ กอบรมของกลุม่ พ่อบ้ าน แม่บ้าน ไม่เน้ นการละลายพฤติกรรมหนักเท่ากับเด็กวัยรุ่น แต่เป็ นเพียงการฝึ กวินยั ตรวจตามปกติ พร้ อมกับมีการฝึ กการใช้ อาวุธกระบองและปื น ซึงเป็ นสัญลักษณ์ แห่งอํานาจหนึงของผู้พิทกั ษ์สนั ติราษฎร์ “ตอนทีกําลังฝึ ก 3 วันแรกเราก็ให้ ใส่ชดุ ดํา หลังจากนันค่ ) อยให้ เปลียนใส่เสื )อสีขาว” ผู้กํากับอานนท์ เล่าเพิมเติมถึงสัญลักษณ์ของสีทีเลือกใช้ ในกระบวนการ ซึงตีความเชิงสัญลักษณ์ได้ ว่า สีดํา คือสัญลักษณ์ ของความไม่ดี สีขาว คือสัญลักษณ์ของความดี ความบริสทุ ธ์ เขาจึงเลือกใช้ การเปลียนสีเสื )อเป็ นสัญลักษณ์ ของการเปลียนผ่านจากสิงไม่ดีมาสูส่ ิงดีงาม

ความศักดิUสิทธิUของเครืองแบบ “อาสาสมัครตํารวจหญิงฝึ กอบรมหมดแล้ ว แต่ยงั ไม่มีรองเท้ า เลยยังออกปฏิบตั ิการไม่ได้ ” ประโยค นี )ของผู้กํากับอานนท์ แสดงให้ เห็นว่า ชุดเครื องแบบเป็ นสัญลักษณ์ทีมีความสําคัญในการปฏิบตั ิหน้ าทีของ อาสาสมัครตํารวจ จริงแล้ วความศักดิสq ิทธิqของ “เครื องแบบ” โดยเฉพาะเครื องแบบของ ตํารวจ ทหาร ข้ าราชการ ฯลฯ ต่างถูกปลูกฝั งอยูใ่ นทัศนะของประชาชนทัวไปมาโดยตลอด ด้ วยพิธีกรรม ความเชือ ความศรัทธา หรื อการ ประชาสัมพันธ์ ดังนันเมื ) อผู้กํากับอานนท์เลือก “เครื องแบบ” เป็ นหนึงในกุญแจไขปมปั ญหาพาตํารวจ เข้ า ไปอยู่ในใจของอาสาสมั ค รฯ โดยนํา เครื องแบบทีถู กคิด ค้ นขึน& มาใหม่ มี ลักษณะคล้ ายชุ ด ตํารวจพร้ อมรองเท้ าคอมแบทครบครัน เป็ นสัญลักษณ์ แห่ งความเป็ นตัวแทนของตํารวจเพือดูแล รับใช้ พีน้ องในชุมชน

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 97


อาสาสมัค รฯ ที ผ่ า นกระบวนการฝึ กอบรมมาแล้ ว เท่ า นัน) จึ ง มี สิ ท ธิ อ ย่ า งเต็ม ขัน) ในการแต่ง เครื องแบบ และเมือปฏิบตั ิหน้ าทีต้ องใส่เครื องแบบให้ เรี ยบร้ อยถูกต้ องรัดกุม กฎทีทุกคนรับรู้ เหมือนกัน คือ อยู่ในเครื องแบบเท่ากับอยู่ในหน้ าที ต้ องมี วินัยตํารวจ ท่วงท่าต้ องสง่างาม ทํ าความเคารพให้ ถูกต้ อง เนืองจากเมือสวมเครื องแบบเมือไหร่ เท่ากับสวมความเป็ นตํารวจลงไปในตัว พร้ อมกับการมีภ ารกิจทีได้ รับมอบหมายจากผู้กํากับฯ ให้ มาเป็ นผู้ช่วยเจ้ าพนักงานตํารวจสาย ตรวจตําบลปฏิบตั ิหน้ าทีรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชนติดตัวไปด้ วย ยิงสําทับการ เป็ นหนึงในกระบวนการทํางานของตํารวจ ซึงส่งเสริ มให้ อาสาสมัครฯ เกิดความภาคภูมิใจในการอาสา ทํางานเพือชุมชนมากยิงขึ )นไปอีก

ออกตรวจร่ วมกับตํารวจ หากมองผ่านๆ หลายคนอาจคิดว่า อาสาสมัครฯ ของ สภอ. เขาสวนกวาง เป็ นแค่การนํา อปพร.ที มีอยู่ก่อนหน้ านันมาฝึ ) กอบรมแล้ วเปลียนเครื องแบบใหม่ ซึงนันยังเป็ นข้ อมูลทีไม่ครบถ้ วนรอบด้ าน เนือง ด้ วยอาสาสมัครฯ เขาสวนกวาง เป็ นหน่วยงานทีถูกหล่อหลอมขึ )นมาใหม่ด้วยกระบวนการใช้ สญ ั ลักษณ์ แห่งอํานาจของความเป็ นตํารวจ ตังแต่ ) กระบวนการอบรมฝึ กอาสาสมัคร การยกระดับชุดเครื องแบบทีเป็ น เพียงเสื )อผ้ ารองเท้ าธรรมดาให้ มีสญ ั ลักษณ์ความเป็ นตํารวจผูกติดมาด้ วย

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 98


ดังนันเมื ) อลงพื )นทีปฏิบตั ิงาน ไม่ว่าพวกเขาจะถือกระบองอยู่ในงานวัด วางกรวยจัดระเบียบจราจร เป่ านกหวี ดอยู่กลางถนน อาสาสมัครฯ จะรู้ สึกว่าตนมี ภารกิจ สํ าคัญ ในบทบาทที ได้ รับมอบหมายจาก ผู้บงั คับบัญชา ขณะเดียวกันประชาชนรอบนอกทีมองเข้ าไปขณะพวกเขาปฏิบตั ิงาน หรื อได้ รับการขอ ตรวจค้ นร่างกายหาอาวุธและยาเสพติด ต่างให้ ความยินยอมเพราะรู้ ว่า อาสาสมัครฯ มีอํานาจหน้ าทีเพราะ อยูใ่ นชุดเครื องแบบ รวมทังยั ) งมีนายตํารวจสายตรวจทีเป็ นพีเลี )ยงคอยดูแลความเรี ยบร้ อยอีกชันหนึ ) งอยู่ใน บริเวณใกล้ เคียงเสมอ

เนืองจากในขณะทีอาสาสมัครฯ เข้ าเวรทํางานทุกครัง) จะมีสายตรวจตําบลลงปฏิบตั ิงานควบคูไ่ ป ด้ วยอย่างน้ อย 1 คนเสมอ เพราะจากข้ อเท็จจริงแล้ วอํานาจทีอาสาสมัครฯ มีในมือเป็ นเพียงอํานาจซึงสร้ าง ขึ )นใหม่จากสัญลักษณ์ทีคล้ ายตํารวจ หรื อกล่าวสรุ ปได้ ว่า ยังไม่ได้ เป็ นอํานาจทีถูกยอมรับจากชุมชนวง กว้ า ง จึง จํ าเป็ นต้ องมี เ จ้ า หน้ าที ตํ ารวจประกบคู่ตลอดในการทํ า งานเพื อเป็ นการสร้ างมันใจให้ กับทัง) อาสาสมัครฯ และชาวบ้ านทัวไป ว่าอาสาสมัครฯ ทีเห็นเปรี ยบเสมือนตํารวจประจําชุมชนคนหนึงทีสามารถ ช่วยเหลือชาวบ้ านได้

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 99


เหตุผ ลอี กข้ อที ผู้กํากับอานนท์ สังการให้ อาสาสมัครฯ เป็ นผู้ช่วยเจ้ าหน้ าที ตํารวจทํ างานคู่กัน สามารถเป็ นหลักประกันได้ หากเกิดกรณีอาสาสมัครฯ ถูกทําร้ ายร่างกาย เนืองมาจากข้ อพิพาทต่างๆ หรื อ ผู้ต้องหาไม่ยอมรับอํานาจหน้ าทีของ อาสาสมัครฯ “ก็หาทางไว้ เพือป้องกันเหตุ เอาเข้ าจริงตังแต่ ) ทํามา ยังไม่เคยเห็น อส.ตร. ถูกตีสกั ที มีแต่คนเขาหนี ไม่ เ ห็ น มี ใ ครมากล้ าตี เราก็ อ อกคํ า สังให้ เขาเป็ นผู้ ช่ ว ยเจ้ าพนั ก งาน หากเขาเกิ ด เป็ นอะไรขึ น) มา พระราชบัญญัตสิ งเคราะห์ก็ชว่ ยได้ ” ผู้กํากับอานนท์กล่าว กลยุทธ์การเคลือนงานโดย สายตรวจตําบลและอาสาสมัครฯ หัวใจสําคัญคือ ผู้กํากับอานนท์จะทํา หน้ าทีเป็ นผู้บงั คับบัญชาทีควบคุมการทํางานอยู่ห่างๆ ให้ คําปรึกษา ช่วยเหลือเมืองานติดขัด และปล่อยให้ กลไกดําเนินงานไป เป็ นการให้ อิสระทํางานเสมือนเป็ นหน่วยงานย่อยหน่วยหนึง ซึงก็มีผ้ ใู ต้ บงั คับบัญชา ของตนเองคือกองกําลังอาสาสมัครฯ ตําบลละประมาณหนึงร้ อยคน ในขณะที สายตรวจตําบล ก็ ใช้ วิธี ก ารทํ างานร่ วมกับอาสาสมัครฯ เช่นเดียวกับที ผู้กํากับฯ คื อ เปิ ดทางให้ ออกโรงเป็ นผู้ปฏิบตั ิงานแล้ วคอยควมคุมดูแลอยู่ห่างๆ ให้ เกียรติอาสาสมัครฯ และชาวบ้ านไกล่ เกลียกันเองอย่างอิสระในกรณีพิพาททีแก้ ไขได้ โดยไม่ไห้ ร้ ู สึกว่าถูกกดดันจากผู้บงั คับบัญชา แต่ให้ ร้ ู สึกว่ามี สายตรวจตําบลอยูเ่ ป็ นเพือนสร้ างความอุน่ ใจและปลอดภัยในงานยามทํางานมากกว่า

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 100


อาสาสมัครจราจรเต็มขัน& นอกเหนือจากการออกทํางานควบคูก่ บั สายตรวจตําบล ทีเปรี ยบเสมือนพีเลี )ยงและหัวหน้ างาน ใน ) านตรวจค้ น หรื อระงับ บทบาทของผู้ช่วยเจ้ าหน้ าทีตํารวจกรณีเข้ าเวรออกตรวจความปลอดภัยชุมชน ตังด่ กรณีพิพาท ด้ านการทํางานในบทบาทอาสาสมัครจัดการเรื องจราจรเมือผ่านการทํางานร่วมกันมาในระดับ หนึงถึงขัน) ทีมอบหมายความไว้ วางใจได้ อาสาสมัครฯ จะมีอํานาจในการดูแลรักษาความปลอดภัยทาง ถนนด้ วยตนเอง ไม่ต้องทํางานควบคู่กับสายตรวจตําบลอีกแล้ ว เนืองจากมีการพิจารณาขอบเขตหน้ าที ผลกระทบของการดําเนินงานจราจรแล้ ว พบว่า อาสาสมัครฯ สามารถรับผิดชอบงานดังกล่าวจากทักษะ การจัดการทีได้ รับการฝึ กอบรมและปฏิบตั จิ ริงภายใต้ การดูแลของตํารวจก่อนหน้ านัน)

ดังนัน& เมือใส่ เสือ& มีคลุมแถบสะท้ อนแสงสีส้ม อส.ตร. จะแปลงร่ างเป็ นอาสาสมัครจราจร ในทันที เพือตอบสนองงานด้ านจราจรเพืออํานวยความสะดวกแก่ ประชาชน งานด้ านจราจรจึง เป็ นงานที สายตรวจตํา บลให้ อํา นาจหน้ า ที การทํา งานแก่ อาสาสมั ค รจราจรชาย หญิ ง และ เยาวชนอาสาสมัคร อย่ างเต็มที รวมทัง& ชาวบ้ านผู้ใช้ รถใช้ ถนนต่ างยอมรับอํานาจจากสัญลักษณ์ ที แวดล้ อมตัวอาสาสมัครฯ เช่ น ชุดเครื องแบบ นกหวีด แผงกัน& ไม่ ว่าจะเป็ นการปฏิบัติหน้ าทีใน หมู่บ้าน หน้ าโรงเรี ยน หน้ าตลาด หรื องแม้ แต่ งานเปิ ดสวนสัตว์ เขาสวนกวางทีมีผ้ ูคนหลังไหลมา จากทัวทุกสารทิศ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 101


ดัง นัน) ผู้กํ า กับ อานนท์ จึง เปิ ดช่ อ งทางให้ สิ ท ธิ ก ารอํ า นวยสะดวกด้ า นจราจรในชุม ชนให้ กับ อาสาสมัครฯ เป็ นผู้ค วบคุม ดูแ ลโดยไม่จํ า เป็ นต้ องมี ส ายตรวจตํ า บลดูแลแต่อ ย่างใด เพื อเป็ นอี กแรง สนับสนุนให้ พวกเขาภาคภูมิใจในอํานาจหน้ าทีการบริการชุมชนของตนมากยิงขึ )น

ภาพรวมของกระบวนการของการใช้ สัญลักษณ์ เพือสร้ างอํานาจ 4 ขัน& ตอนทีกล่ าวมา ผู้ กํากับอานนท์ สรุปความคิดรวบยอดของกระบวนการนีไ& ว้ ว่า “การพัฒนาคนผมจะเริมมองทีตัวตนของเขา และหาสัญลักษณ์ ทีสร้ างความภาคภูมิใจใน ตนเองสําหรับเขา ผมก็มองว่ า เครืองแบบนีแหละเป็ นสัญลักษณ์ ต่ อไปก็เป็ นเรื องพฤติกรรม เมือ สร้ างให้ เขาเป็ นตํารวจ เขาก็ต้องได้ ทาํ แบบตํารวจ คือมีการออกตรวจ ตรวจค้ นจับกุม ถ้ าพูดถึง พฤติกรรมก็อยากให้ เขามีพฤติกรรมเลียนแบบการทํางานของตํารวจ แบบทีสร้ างความมั นคง ให้ กั บชุม ชน ออกตรวจแล้ ว ชุมชนก็ต้ องปลอดภัยจะต้ องมีการตรวจค้ นจั บกุม อะไรต่ างๆแล้ ว ชุมชนสงบสุข”

ศูนย์ ตาํ รวจชุมชนประจําตําบล : การสร้ างพืน& ทีตัวตน “เดือนหนึงสายตรวจตําบลจะเข้ าโรงพักแค่ ครั &งสองครั &ง เพราะมีการแบ่ งหน้ าทีทํางาน ชัดเจนตั ง& แต่ ต้น ถึงเข้ า ไปก็ไม่ มีอะไรให้ ทํา งานของสายตรวจตําบลอยู่ในตํา บล ไม่ ต้ องไปยุ่ง เกียวกับส่ วนอืน จะเข้ าไปโรงพักก็แค่ เข้ าไปรายงานการทํางาน หรื อมีเรี ยกประชุมด่ วนเท่ านั น& ” ดต.นาวินทร์ อันสีดา สายตรวจตําบลเขาสวนกวางเล่าถึงวิถีการทํางานของสายตรวจตําบล

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 102


ในระยะแรกของการจัดสายตรวจตําบลเข้ าไปอยู่ร่วมกับชาวบ้ านในรูปแบบตํารวจชุมชนสัมพันธ์ สายตรวจแต่ละตําบลต้ องหาสถานทีเพื อสร้ างเป็ นศูนย์ตํารวจชุมชนประจําตําบล บางแห่งใช้ บ้านของ ตํารวจเป็ นทีทําการ บางแห่งขอความร่วมมือไปยัง อบต. ขอใช้ พื )นทีบางส่วนเป็ นทีทําการ เมือผ่านการทํางานไปสักระยะหนึง ทังสายตรวจตํ ) าบลและอาสาสมัครฯ เริ มตังใจคิ ) ดสร้ างทีทําการ ประจําเป็ นเรื องราว จึงช่วยกันคิดหางบประมาณ มองหาเครื อข่ายทีจะสนับสนุนได้ เช่น กรณีของตําบลเขา สวนกวาง ซึงอาสาสมัครฯ เล่าว่า พวกเขาตังวงพู ) ดคุยกันภายในหมู่บ้าน เพือขอใช้ ทีดินสาธารณะริ มถนน ของหมูบ่ ้ านคํานางกุ่ม สร้ างทีทําการศูนย์ตํารวจชุมชนประจําตําบลและด่านตรวจริมทาง แม้ จะได้ ทีดินสําหรับปลูกสร้ างแล้ ว แต่ทกุ คนกลับพบว่า สถานีตํารวจไม่มีเงินงบประมาณเช่นเคย ผู้กํากับอานนท์จงึ เริมต้ นประสานเครื อข่ายอีกครัง) สุดท้ ายได้ งบประมาณสนับสนุน จาก มูลนิธิสาธารณสุข แห่งชาติ (มสช.) มาส่วนหนึง และงบประมาณสนับสนุนจาก อบต. อีกบางส่วน จากนันก็ ) ยกเรื องดังกล่าว เข้ าไปหารื อกับหลวงพ่อทีวัดประจําตําบล จึงมีการจัดผ้ าป่ าสามัคคีเรี ยไรเงินบริ จาคเพือสร้ างป้อมด่าน ตรวจ หรื อศูนย์ตํารวจชุมชนประจําตําบลได้ สําเร็จ

ศูนย์ ตํารวจชุ มชนประจําหมู่บ้านคํานางปุ่ ม

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 103


สายตรวจตําบล อาสาสมัครฯ ใช้ ศูนย์ตํารวจชุมชนประจําตําบลเป็ นทีประชุมงาน ตังด่ ) านดูแ ล ความปลอดภัย รวมกําลังพล และทีพักพิง แวะเวียนมาเจอกัน ศูนย์ตํารวจชุมชนฯ จะมีอปุ กรณ์ออกตรวจ เช่น แผงตังด่ ) าน กรวย วิทยุสือสาร รวมทัง) รถยนต์ จักรยานยนต์ พร้ อมสําหรับการเป็ นสถานีตํารวจขนาด เล็กประจําตําบล “ทีศูนย์ตํารวจชุมชนประจําตําบล จะมีอาสาสมัครตํารวจ ผลัดเปลียนกันมาอยู่เวรทุกวัน ยกเว้ น ช่วงหน้ าฝน ที เขาจําเป็ นต้ องไปทํ านา ก็ อาจจะสลับกันช่วยอยู่เวรตามเหมาะสม แต่ถ้าเป็ นช่วงมี ง าน อส.ตร. ก็จะพร้ อมลงพื )นทีช่วยงานเสมอ ไม่วา่ จะเป็ นช่วงทํานาหรื อเปล่า” ผู้กํากับอานนท์แจกแจง การมี ที ทํ า การตํ า รวจชุ ม ชนประจํ า ตํ า บล นับ เป็ นการสื อสารถึ ง ประชาชนในตํ า บลว่ า ทั ง) อาสาสมัค รตํ า รวจชาย หญิ ง เยาวชนอาสาสมัค ร และ สายตรวจตํ า บลเอง มี ลัก ษณะของการเป็ น หน่วยงานมากขึ )นกว่าแต่ก่อน ทีเพียงแต่ขบั รถผ่านมาเซ็นชือ หรื อตรวจดูความเรี ยบร้ อยทัวไป เปรี ยบเทียบ ได้ กบั โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) ทีเป็ นหน่วยงานรัฐส่วนกลางซึงตังอยู ) ่ในระดับตําบล เป็ น จุดย่อยสําหรับบริ การประชาชนในท้ องที รวมทังเป็ ) นจุดรวมพลของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) ดังนัน) เมือมีการจัดให้ สายตรวจตําบลเข้ าทํางานฝั งตัวในพื )นทีเพือสร้ างเครื อข่ายอย่างต่อเนืองแล้ ว อาคารทีทําการจึงเป็ นอีกสิงหนึงซึงสามารถแสดงจุดยืนของความพร้ อมบริ การชุมชนของเจ้ าหน้ าทีตํารวจ ในขณะเดียวกันยังเป็ นการสร้ างพื )นทีแสดงความมีตวั ตนให้ กบั อาสาสมัครฯ ประจําตําบลอีกด้ วย

กระบวนการลดอุบตั เิ หตุ การทํางานลดอุบตั ิเหตุในระดับตําบลถูกนํามากล่าวถึงอย่างเป็ นทางการในวงประชุม แกนนํ า ชุมชนเขาสวนกวางทัง) 5 ตําบล โดยมี ผู้กํากับอานนท์ สภอ. เขาสวนกวาง นําพูดคุยเกียวกับความร่วมมือ ในการแก้ ไ ขปั ญ หาอุบัติเ หตุแ ละดูแลความปลอดภัยด้ านอื นๆ จากนัน) แต่ล ะตําบลจึง แยกย้ ายกลับไป ดําเนินการทําประชาคมชาวบ้ านในพืน) ที จนเกิดผลลัพธ์ ในรู ปแบบคณะกรรมการความปลอดภัยระดับ ตํ า บล และคณะกรรมการความปลอดภัย ระดับ หมู่บ้ า น พร้ อมกับ การทํ า งานอบรมอาสาสมัค รฯ ที ดําเนินงานไปควบคูก่ นั ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 104


“อบรมครบทุกอาสาสมัครฯ แล้ ว ผมก็ สร้ างภาวะการแข่งขันขึน) หางบให้ แต่ละตําบลไปคิดทํ า ชุมชนถนนปลอดภัย ปลอดอุบตั ิเหตุจราจรมาแข่งกัน ถ้ าตําบลไหนได้ ที 1 มีโล่รางวัลจาก ศวปถ. ให้ จะได้ ขยายเครื อข่ายความร่วมมือแก้ ปัญหาจราจรให้ กว้ างออกไปอีก” กิจกรรมแข่งขันทีผู้กํากับอานนท์กล่าวถึง คือ “โครงการชุมชนถนนปลอดภัย” ซึงทีมสายตรวจ แต่ล ะตํ า บลพร้ อมทัง) อาสาสมัค รฯ เริ มได้ ใ ช้ ค วามรู้ เรื องการสร้ างเครื อ ข่า ยเพื อทํ า งานและประสาน ทรัพยากร ช่วงนี )จึงเกิดการมีส่วนร่วมระดับตําบลขึ )นอย่างเป็ นรูปธรรมผ่าน “คณะทํางาน” เจ้ าของบ้ านตัว จริ งทีเป็ นกลไกหลักในการเคลือนงานส่วนนี )ด้ วยการประชาคมชาวบ้ าน คิดวิธีการ ค้ นหาทรัพยากร ความ ร่ วมมื อต่างๆ เพื อสร้ างผลงานให้ เป็ นที ประจักษ์ มีส ายตรวจตําบลก็รับบทบาทเป็ นพี เลี ย) งดูแ ลอยู่ของ อาสาสมัครฯ เช่นเดิม

การแก้ ไขจุดเสียงภัยในชุมชน คณะทํางานแต่ละตําบลใช้ วิธีการจัดประชุม เพือหาทางออกการแก้ ปัญหาความปลอดภัยชุมชน ด้ านจราจร พบสาเหตุการเกิดอุบตั เิ หตุในท้ องทีมาจากหลายปั จจัย เช่น การดืมสุราแล้ วขับรถ ไม่สวมหมวก กันน็อค ขาดวินยั การขับขี ถนนบางสายทีเป็ นเส้ นทางผ่านของหลายหมู่บ้านมีจดุ เสียงอันตราย มีลกั ษณะ ความลาดชัน ช่องทางเดินรถแคบ ไม่มีป้ายจราจรและสัญญาณเตือนในจุดเสียง รวมทังที ) ผ่านมาคนใน ชุมชนไม่มีวินยั ด้ านการใช้ รถใช้ ถนน และไม่มีตํารวจจราจรเข้ ามาจัดการปั ญหาดังกล่าวในชุมชม ทางออกการจัดการปั ญหาจราจรทีกล่าวมาข้ างต้ นของแต่ละตําบลล้ วนคิดเห็นพ้ องกัน คือ ควรมี การแก้ ไขจุดเสียงภัย และอบรมให้ ความรู้ แก่ชุมชนเกี ยวกับการระวังภัยใช้ รถใช้ ถนนเพือแก้ ปัญหาด้ าน พฤติกรรม สภอ. เขาสวนกวาง จึงขอความร่วมมือจาก สํานักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น สาขาอําเภอนํ )าพอง มาอบรมให้ ค วามรู้ เรื องการกํ า จัด จุด เสี ยงอันตรายบนถนนและการใช้ รถใช้ ถ นนอย่างปลอดภัย เแก่ คณะทํางานทุกตําบล จากนันคณะทํ ) างานแต่ละตําบลก็ได้ กลับไปลงพื )นทีในชุมชน ออกสํารวจจุดเสียงภัย ทางถนนในชุมชน ร่วมกันระดมสมองวิเคราะห์สาเหตุและทางแก้ ปัญหาของจุดเสียงแต่ละแห่ง ช่วยกันนํา ประสบการณ์การใช้ รถใช้ ถนนของตนบูรณาการกับความรู้ ทีได้ รับจากการอบรม พร้ อมกับวางแผนแก้ ไข ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 105


ปั ญหา ประสานขอความร่วมมือจากเครื อข่ายต่างๆ เช่น อบต. เทศบาล พระ ชาวบ้ าน เช่น เงินทุน แรงงาน วัสดุอปุ กรณ์ จากนันจึ ) งลงมือทําเครื องหมายจราจร ป้ายสัญญาณ ป้ายข้ อความต่างๆ ลงไปติดตังตามจุ ) ด ต่างๆ ทีสํารวจ

การแก้ ไขปั ญหาด้ านพฤติกรรรม ธรรมนูญชุมชน ในขณะทีทุกตําบลดําเนินการแก้ ไขจุดเสียงเรี ยบร้ อย จึงเกิดการเคลือนงานไปสู่การแก้ ปัญหาเรื อง พฤติกรรม ตําบลเขาสวนกวางเริ มทําประชาคมชาวบ้ านเกี ยวกับพฤติกรรมการขับขีในชุมชนทีต้ องการ แก้ ไขหรื อเห็นควรให้ เลิกพฤติกรรมดังกล่าว มีรายละเอียด คือ วัยรุ่ นดัดแปลงสภาพท่อไอเสียรถมอเตอร์ ไซด์เพือให้ บิดเสียงดังสะใจ วัยรุ่ นตังกลุ ) ่มแข่งรถในเวลากลางคืน รวมทังอี ) กเรื อง คือ ห้ ามจอดรถในทีห้ าม จอดบริเวณพื )นทีชุมชน จากนันมี ) การตังเป็ ) นกฎข้ อบังคับใช้ ของชุมชนในรูปแบบ “ธรรมนูญชุมชน” กําหนดโทษการฝ่ าฝื น กฏ เป็ นการปรับเงินจํานวน 500-1,000 บาท ระบุให้ อํานาจอาสาสมัครจราจร (อส.จร.) ทําหน้ าทีเป็ นผู้ช่วย เจ้ าพนักงานตํารวจมีอํานาจจับกุมผู้กระทําผิดกฏจราจรตามคําสังแต่งตังคณะกรรมการป ) ้ องกันอุบตั ิเหตุใน ชุมชน และนําเงินค่าปรับเข้ ากองทุนชุมชนปลอดอุบตั เิ หตุ ต.เขาสวนกวาง

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 106


อบรมทําใบขับขี นอกเหนื อจากธรรมนูญ ชุม ชน ตําบลเขาสวนกวางยัง คิดหาวิธีปรับพฤติกรรมของคนในชุม ชน เพิมเติม ด้ วยการจัดอบรมความรู้ และวินยั จราจรเพือทําใบขับขีให้ กับประชาชนในท้ องที โดยได้ รับความ ร่วมมือ จากเครื อข่ายทีเกียวข้ อง เช่น สํานักงานขนส่งขอนแก่น สาขาอําเภอนํ )าพอง, ภาควิชาสุขศึกษา คณะสาธาณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ปรับผู้ไม่ สวมหมวกกันน็อค ตําบลเขาสวนกวางเป็ นอีกหนึงพื )นที ในการแก้ ปัญหาชาวบ้ านไม่สวมหมวกกันน็อคขับขีมอเตอร์ ไซด์ จากผลการพูดคุยเวทีประชาคมทีร่วมกันตังกฎกติ ) กาเกียวกับการสวมหมวกกันน็อค มีการตังด่ ) านตรวจ หมวกกันน็อคทีบริ เวณป้อมด่านตรวจประจําตําบล มีกติกา หากผู้ใดผ่าฝื นทําการตักเตือนพร้ อมลงบันทึก ข้ อความไว้ 3 ครั ง) หากจากนัน) ยัง ฝ่ าฝื นอี กจะปรั บครั ง) ละ 20 บาท นํ าเงินที ได้ เข้ ากองทุนชุม ชนปลอด อุบตั เิ หตุ ต.เขาสวนกวาง เพือนําไปซื )อหมวกกันน็อคไว้ ให้ บริ การเช่าสํา���รับผู้ไม่มีใช้ ในราคาครัง) ละ 5 บาท โดยอาสาสมัครจราจรผู้ปฏิ บัติห น้ าที จะยึดหลักการประนี ป ระนอมเป็ นที ตัง) เนื องจากหวัง ให้ เ กิ ดการ ตระหนักใส่ใจความปลอดภัยมากกว่าจะอยากได้ คา่ ปรับจากชาวบ้ านด้ วยกันเอง

ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ ความปลอดภัย คณะทํางานแต่ละตําบล นําโดยสายตรวจตําบล อาสาสมัครจราจร เยาวชนอาสาสมัคร และแกน นําอืนๆ ในแต่ละตําบล ให้ ความสําคัญกับการทํางานประชาสัมพันธ์รณรงค์ด้านความปลอดภัยเพือปลูกฝั ง เรื องวินยั จราจร เช่น ทําป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่เตือนการระแวดระวังอุบตั ิเหตุบนท้ องถนนในชุมชน ป้ายรณรงค์ขบั ขีปลอดภัย เมาไม่ขบั จัดให้ มีประกาศเสียงตามสายประเด็นความปลอดภัยจราจร จัดการ ประชุมระดับตําบลและหมู่บ้านเปิ ดสือวีดีโอภาพเคลือนไหวเกียวกับการดูแลรักษาความปลอดภัยบนท้ อง ถนนให้ ชาวบ้ านได้ รับรู้

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 107


ในขณะทีพระสงฆ์ก็ใช้ บทบาทการเป็ นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้ าน ผู้ให้ ความรู้ และศีลธรรมแก่ ชุมชนช่วยรณรงค์ลดอุบตั ิเหตุควบคูก่ นั ไปด้ วย เน้ นการมีสติเพือเพิมความปลอดภัย เช่น หลวงพ่อวัดบัวระ พา จัดธรรมเทศนาเรื อง “ธรรมะจราจร” ให้ แก่ชาวบ้ านเวลาไปทําบุญทีวัด บางครัง) มีการประกาศเสียง ตามสาย เตือนให้ ชาวบ้ านระมัดระวังความปลอดภัยการใช้ รถใช้ ถนน สนับสนุนการสวมหมวกกันน็อค รวมทังเตื ) อนให้ พอ่ แม่สอดส่องดูแลลูกในเรื องเหล่านี )ด้ วย

การจัดระเบียบจราจรโดยอาสาสมัครจราจร สภอ. เขาสวนกวางมีกําลังตํารวจจราจรเพียงแค่ 10 นาย ทําหน้ าทีจัดระเบียบการจราจร เพือสร้ าง วินยั ในการขับขีรถ ให้ เกิดความปลอดภัยในการใช้ รถใช้ ถนน ทํางานจัดการการป้องกันอุบตั ิเหตุบนถนน ด้ วยการบัง คับใช้ กฎหมายจับกุมผู้ทีดืมสุราขับรถ ตังด่ ) านตรวจจับผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี ไม่ส วมหมวก กันน็อค ทัง) นี )นายตํารวจทัง) 10 นายดังกล่าวทําหน้ าทีจราจรเฉพาะจุดแยก จุดเสียง ของถนนสายใหญ่ เท่านัน) ไม่สามารถกระจายกําลังไปในจุดชุมชนทีมีปัญหาในแต่ละตําบลได้ เพราะกําลังพลไม่พอเพียง อาสาสมัครจราจร ทีได้ รับฝึ กอบรมมาเพือเป็ นผู้ช่วยเจ้ าพนักงานสนับสนุนกําลังตํารวจ จราจร จึงสามารถช่ วยงานของตํารวจได้ อย่ างเป็ นรู ปธรรม โดยเฉพาะในช่ วงเทศกาล งานบุญ ที ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 108


มีการจราจรคับคัง พวกเขาช่ วยจัดการระเบียบจราจรคอยอํานวยความสะดวกแก่ ผ้ ูใช้ รถใช้ ถนน ได้ อย่ างมีประสิทธิภาพ เช่ น ช่ วงเปิ ดสวนสัตว์ เขาสวนกวาง หน่ วยงานท้ องถินคาดว่ าจะมีคนมา ร่ วมงานจํานวนมาก จึงต้ อ งการกําลั งพลเพิมเติม สํา หรั บช่ ว ยอํานวยความสะดวกด้ านการจั ด ระเบียบจราจร แน่ นอนว่ ากําลังตํารวจทีมีอยู่ไม่ เพียงพอ จึงประสานขอความร่ วมไปยัง สภอ. เขา สวนกวาง เปิ ดการอบรมอาสาสมัครตํารวจจราจรหญิงเพิมอีกจํานวน 100 คนจากทีมีอยู่แล้ วเป็ น หญิ ง 40 คน ชาย 136 คน รวมทั ง& สิ น& เป็ น 276 คน ซึ งในช่ ว งเวลาจั ด งานหลายวั น ดั งกล่ า วมี นักท่ องเทียวจํานวนสู งมากตามคาดการณ์ ดังนั น& อาสาสมัครจราจรทัง& หมดทีอบรมมาจึงช่ วย อํานวยความสะดวกจราจรและป้องกันภัยอุบัตเิ หตุทีอาจจะเกิดขึน& ได้ อย่ างมีประสิทธิภาพ ส่วนในช่วงวันปกติ อาสาสมัครจราจรจะทําหน้ าทีจัดระเบียบการจราจรในจุดสัญจรคับคัง เช่น บริเวณตลาดประจําท้ องที ตลาดนัด หน้ าโรงเรี ยน ซึงส่วนใหญ่ไม่มีตํารวจจราจรพอทีจะดูแลจุดดังกล่าวได้ อยูแ่ ล้ ว หน้ าทีหลักๆ ของอาสาสมัครจราจร คือ การจัดระเบียบจราจร วางกรวยกลางถนน และเป่ านกหวีด ให้ สญ ั ญาณการขับขีเพือความปลอดภัย

ด้ านการทํ างานเป็ นผู้ช่วยสายตรวจตําบลตังด่ ) านดูแ ลเรื องการสวมหมวกกันน็อค อาสาสมัคร จราจรจะทําหน้ าทีตักเตือนผู้ไม่สวมหมวกกันน็อค โดยไม่เน้ นการจับกุมและปรับเช่นเดียวทีตํารวจจราจร ปฏิบตั หิ น้ าทีในถนนสายหลัก แต่มงุ่ เน้ นให้ ชาวบ้ านเห็นความสําคัญของความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 109


อันเกิดจากการประมาท ขับขีไม่ปลอดภัย เมา รวมถึงการไม่สวมหมวกกันน็อคมากกว่า ดังนัน) นอกจาก การตักเตือนแล้ ว บางครัง) อาสาสมัครจราจรจะใช้ อํานาจของการเป็ นผู้ช่วยเจ้ าหน้ าทีตํารวจ ลงโทษเล็กๆ น้ อยๆ เช่น การวิดพื )นเพือให้ เกิดการจดจํา เป็ นต้ น ส่ ว นการตัง) ด่ า นตรวจตอนกลางคื น สายตรวจตํ า บลมัก จะดูแ ลความปลอดภั ย ทั ง) ในด้ า น อาชญากรรม และจราจรไปพร้ อมกัน ตรวจทังอาวุ ) ธ ยาเสพติด การสวมหมวกกันน็อค เมาแล้ วขับ หากมีที ด่านตรวจอาสาสมัครจราจรพบกรณีเมาแล้ วขับ จะทําการตักเตือน ให้ นงพั ั ก นอนพัก กินนํ )า อยู่ทีด่านสัก พัก จนกว่าจะสร่ างเมาจึงปล่อยตัวไป ในกรณีเมามากไม่ได้ สติและต้ องการดําเนินคดี สายตรวจตําบลจะ เป็ นผู้สงให้ ั เป่ าวัดแอลกอฮอล์ด้วยตนเอง เนืองจากเมือมีการเป่ าตรวจแอลกฮอลล์จะถือเป็ นคดีความตาม กฎหมาย จึงต้ องอยูใ่ นดุลพินิจของเจ้ าหน้ าทีตํารวจเท่านัน)

จัดระเบียบจราจรในโรงเรียน เด็กนักเรี ยนทีผ่านการอบรมเยาวชนหลังห้ องของโรงเรี ยนดงบังวิทยายน, โรงเรี ยนเขาสวนกวาง วิทยานุกลู โรงเรี ยนนางิ )ววิทยาสรรค์ มีกิจกรรมต่อเนืองหลังจากการฝึ กอบรม คือ ทําหน้ าทีเป็ นอาสาสมัคร จราจร รณรงค์เรื องการขับขีปลอดภัยในโรงเรี ยน จัดระเบียบการจราจรในโรงเรี ยน ได้ แก่ การให้ สญ ั ญาณ จราจรหน้ าโรงเรี ยน จัดระเบียบทีจอดรถ กวดขันเรื องการสวมหมวกกันน็อค ออกกฎกติกาด้ านความ ปลอดภัยในรัว) โรงเรี ยนโดยมีครูชว่ ยดูแลให้ คําปรึกษา กระบวนการลดอุบัตเิ หตุ ไม่ ว่าจะเป็ น การแก้ ไขจุดเสียงภัยในชุมชน ธรรมนูญชุมชน การ จั ด ระเบี ยบจราจรโดยอาสาสมั ค รจราจร การจั ด ระเบี ยบจราจรในโรงเรี ยน ประชาสั ม พัน ธ์ รณรงค์ ความปลอดภัย ทีเกิดขึน& ได้ ในอําเภอเขาสวนกวาง เกิดจาการวางรากฐานให้ ตํารวจลง ทํางานในรู ปแบบตํารวจชุมชนสัมพันธ์ และการพัฒนาอาสาสมัครฯ กลุ่มต่ างๆ โดยใส่ สัญลักษณ์ สร้ างคุณค่ าการเป็ นตํารวจเข้ าไปเพือให้ บทบาทหน้ าทีของอาสาสมัครฯ มีอํานาจและศักดิUศรี มาก พอทีจะปฏิบัติงาจนเกิดการยอมรั บจากชุมชนได้ เมือก้ าวมาถึงกระบวนการทํางานลดอุบัติเหตุ จึงเกิดเป็ นความร่ วมมือจากหลายภาคส่ วนในตําบลเข้ ามาเป็ นคณะทํางาน อาสาจราจร ทัง& ใน รู ปแบบซึงเป็ นหน้ าอันได้ รับมอบหมายภารกิจจากผู้ กํากับอานนท์ สายตรวจตําบลหรื อพีเลี ย& ง และในรู ปแบบหน้ าทีของแกนนําหมู่บ้านทีมีจิตอาสาทํางานเพือชุมชน

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 110


กระบวนการไม่ สร้ างอุบตั เิ หตุ เมือโดยปกติแล้ วทุกคนทีเป็ นผู้ใช้ รถใช้ ถนนมีโอกาสเป็ น “ผู้สร้ างอุบัติเหตุ” เป็ นผู้ประสบอุบตั ิเหตุ ได้ ทุก ขณะ ไม่ว่า จะจากความประมาท จากสิ งแวดล้ อ มที เสี ยงอัน ตราย ประกอบกับ บางรายอาจมี พฤติกรรมเสียงอันตรายเอง เช่น การปรับแต่งเครื องยนต์ แข่งซิงรถ ไม่สวมหมวกกันน็อค การทํางานเพือ จัดการปั ญหาอุบตั เิ หตุจราจรจึงนับเป็ นส่วนทีมีผลกระทบโดยตรงกับผู้คนในชุมชน เห็นได้ จากการมีส่วนร่ วมของหลายภาคส่วนในชุมชน โดยเฉพาะในส่วนของชาวบ้ านทีผู้กํากับ อานนท์กล่าวไว้ ว่าเป็ นกลไกสําคัญทีขาดไม่ได้ สําหรับการขับเคลือนงานดังกล่าวภายในอําเภอเขาสวน กวาง เมือพวกเขาก้ าวเข้ ามาเป็ น อาสาสมัครตํารวจ อาสาสมัครจราจร ทังชาย-หญิ ) ง เยาวชนอาสาสมัคร จากชุมชน และโรงเรี ยน นอกจากนันยั ) งเกิดการขยาย “เครื อข่ าย” มีแกนนําในชุมชนมาเป็ นคณะทํางานคณะกรรรมการ ความปลอดภัยทังในระดั ) บตําบลและหมู่บ้าน จากการเข้ ามามีส่วนร่ วมของอาสาสมัครฯ และเครื อข่ายที เกียวข้ อง ในการขับเคลือนงานทังหมด ) ส่งผลให้ เกิดกระบวนการไม่สร้ างอุบตั ิเหตุเกิดขึ )นในชุม เนืองจากทุก คนได้ รับความรู้ เรื องการขับขีปลอดภัย กฎจราจร การป้องกันอุบตั ิเหตุ และยังมีบทบาทหน้ าทีเป็ นผู้นําใน ระดับชุมชนเพือรณรงค์ประเด็นเหล่านี )แก่คนอืนๆ ในชุมชนของตน ดังนันพวกเขาจึ ) งเปลียนฐานะจากผู้มีโอกาสร้ างอุบตั ิเหตุ ไปเป็ น “ผู้ไม่ สร้ างอุบัติเหตุ” เนืองด้ วย เพราะอยู่ในบทบาทของการมีพฤติกรรมตัวอย่างอันดีด้านการใช้ รถใช้ ถนนอย่างปลอดภัย ปฏิบตั ิตามกฎ จราจร ธรรมนูญชุมชน สวมใส่หมวกกันน็อค ฯลฯ เพือเป็ นตัวอย่างแก่ชมุ ชน รวมทังเพื ) อเป็ นจุดส่งเสริ มให้ บทบาท อํานาจหน้ าทีการเป็ นอาสาสมัครฯ คณะกรรมการ มีความน่าเชือถือและชอบธรรมเพียงพอทีจะ เป็ นผู้ถือกฎสําหรับการกวดขันการใช้ กฎของผู้อืน เช่นเดียวกับ เยาวชนอาสาสมัคร เมือกิจกรรมด้ านอาสาสมัครจราจรหรื อการเป็ นผู้ช่วยตํารวจสาย ตรวจตําบลตังด่ ) านหรื อออกตรวจ ทําให้ พวกเขาว่างเว้ นจากกิจกรรมทีมีแนวโน้ มสร้ างอุบตั ิเหตุให้ เกิดขึน) ตามทีเคยทํามาก่อน เช่น เมาแล้ วขับ ตังแก๊ ) งค์ซิงรถ อีกข้ อหนึง คือ เมือสายตรวจตําบลทําหน้ าทีเรี ยกรถ เพือหยุดตรวจ เยาวชนอาสาสมัครจะมีหน้ าทีช่วยตรวจหาอาวุธ ตรวจหายาเสพติด ตักเตือนผู้ทีเมาแล้ วขับ หรื อไม่ใส่หมวกกันน็อค ดัง นัน) เมือพวกเขามี บทบาทเป็ นผู้ตักเตือนย่อมมี ความจําเป็ นต้ องทํ าตนเป็ น ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 111


ตัวอย่าง รวมถึงลึกๆ แล้ วจะเกิดความละอายใจ หากตนยังคงเป็ นผู้สร้ างพฤติกรรมเสียงอุบตั ิเหตุตอ่ ไป ทัง) ทีเป็ นผู้เตือนผู้อืนให้ เลียงพฤติกรรมเสียงต่างๆ ในขณะที เยาวชนอาสาสมัครจราจรในโรงเรี ยน ซึงเป็ นเด็กเกเรทีมีความเสียงยุ่งเกียวกับยาเสพติด การเข้ ากลุ่มแก๊ งค์เด็กซิง ยิงต้ องทําตัวเป็ นผู้รักษากฎทีดี ไม่ทําผิดกฎระเบียบจราจรในโรงเรี ยนทีพวกเขา ต่างมีส่วนร่ วมในการตังกฎและเป็ ) นผู้กวดขันการใช้ กฎ ไม่เช่นนัน) จะถูกต่อต้ านไม่ยอมรับจากเพือนร่ วม โรงเรี ยนอย่างแน่นอน ซึงเสี ยงสะท้ อนของคนในชุมชน ผู้ปกครองและตํารวจครู ฝึ กด้ านจราจร เห็นว่า เยาวชนอาสาฯ ในโรงเรี ยนมีพฤติกรรมทีดีขึ )น ขับขีรถมอเตอร์ ไซด์ช้าลง เปลียนสภาพรถแต่งให้ กลับมาเป็ น ปกติ แม้ วา่ บางครัง) จะยังไม่สวมหมวกกันน็อคเช่นเดิม เมือพิจารณาถึงกระบวนการไม่ สร้ างอุบัติเหตุตามทีกล่ าวข้ างต้ น จะมี 2 ประเด็นหลักที ผลักดันให้ เกิดขึน& คือ 1. การได้ รับความรู้ ความเข้ า ใจทีถู ก ต้ อ งเกียวกั บ สาเหตุก ารเกิด อุ บั ติเ หตุ โทษของ อุบัตเิ หตุ กฎจราจร ข้ อควรปฏบัตทิ ีทําให้ เกิดความปลอดภัย 2. การรั กษาคุณค่ าของหน้ าทีในบทบาทผู้ควบคุม ทําตัวเป็ นแบบอย่ างทีดี เพือให้ คนอืน ทําตามและรั บฟั ง เนื องจากการทําผิดกฎหรื อเป็ นตัวอย่ างทีไม่ ดีจะมีผลไปลดทอนอํานาจของ ความเป็ นอาสาสมัครฯ ทีถูกสร้ างมาด้ วย

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 112


ผลลัพธ์ ความสําเร็จ เกิดกลไก “อาสาสมัครชาวบ้ าน” ขับเคลือนงานลดอุบัตเิ หตุในชุมชน การพัฒนาฝึ กอบรมอาสาสมัครหลายรุ่นอําเภอเขาสวนกวางได้ อาสามัครฯ ทํางานเพือชุมชน ดังนี ) อาสาสมัครตํารวจ/อาสาสมัครจราจร ชาย จํานวน

136 คน

อาสาสมัครตํารวจ/อาสาสมัครจราจร หญิง จํานวน

140 คน

เยาวชนอาสาสมัคร

จํานวน

282 คน

รวมเป็ น

จํานวน

558 คน

อาสาสมัค รฯ ทัง) หมดที ผ่า นการฝึ กอบรมมี คุณ สมบัติ คื อ ความรู้ เรื องการบัง คับ ใช้ กฎหมาย เบื )องต้ น ความรู้ เรื องกฎจราจร ทําหน้ าทีปฏิบตั ิงานเป็ นผู้ช่วยเจ้ าหน้ าทีตํารวจ โดยการแต่งตังของ ) พ.ต.ท. อานนท์ นามประเสริ ฐ ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรอําเภอเขาสวนกวาง ส่งผลให้ อาสาสมัครฯ กลายเป็ น กลไกสําคัญในการขับเคลือนงานลดอุบตั เิ หตุในชุมชนอําเภอเขาสวนกวาง นอกจากนัน) เมื อแยกย่อยการทํ างานไปที ระดับตํ าบล ยัง มี แกนนํ าชุม ชนส่วนอื นๆ ร่ วมมื อกับ อาสาสมัครฯ ทํางาน รวมทัง) อาสาสมัครจราจรในโรงเรี ยน จํานวน 3 โรงเรี ยน ได้ แก่ โรงเรี ยนดงบังวิทยายน โรงเรี ยนเขาสวนกวางวิทยากูล โรงเรี ยนนางิว) วิทยาสรรค์ เคลือนงานลดอุบตั ิเหตุในโรงเรี ยนโดยมีครู เป็ น ผู้สนับสนุนการทํางานของเยาวชนอาสาสมัครฯ

เกิดกลไก “เครือข่ าย” ขับเคลือนงานลดอุบัตเิ หตุในชุมชน การทํางานของผู้กํากับอานนท์ ในนามของ สภอ. เขาสวนกวาง ทําหน้ าทีเป็ นแกนกลางเชือมโยง “เครื อข่าย” เพือประสานทรัพยากรส่วนต่างๆ เข้ ามาร่วมขับเคลือนงาน ทังด้ ) านพัฒนาอาสาสมัคร และด้ าน การลดอุบตั เิ หตุนนั ) “เครื อข่าย” ทีปรากฏชัดในการทํางานทีผ่านมา ประกอบด้ วย เครื อข่ายในชุมชน และ เครื อข่ายนอกชุมชน ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 113


เครือข่ ายในชุมชน เครื อข่ายคณะทํางาน อาสาสมัครตํารวจ อาสาสมัครจราจร ชาย-หญิง, เยาวชนอาสาสมัคร, คณะกรรมการความปลอดภัยระดับตําบล เครื อข่ายผู้ให้ การสนับสนุนด้ านต่างๆ องค์การปกครองส่วนท้ องถินอําเภอเขาสวนกวาง (เทศบาล ตําบล, องค์การบริ หารส่วนตําบล), นายอําเภอเขาสวนกวาง, พระสงฆ์, ชาวบ้ าน, โรงเรี ยนดงบัง วิทยายน โรงเรี ยนเขาสวนกวางวิทยากูล, โรงเรี ยนนางิ )ววิทยาสรรค์ เครือข่ ายนอกชุมชน เครื อข่ายผู้สนับสนุนงบประมาณ ได้ แก่ ศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.), ศูนย์ ต่อสู้เพือเอาชนะยาเสพติด จัวหวัดขอนแก่น, สํานักงานพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์, ศูนย์ตอ่ สู้เพือเอาชนะยาเสพติด จว.ขอนแก่น, สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้ างเสริ มสุขภาพ (สสส.), กระทรวงพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ (พม.) เครื อข่า ยผู้ส นับ สนุนด้ า นวิช าการ ได้ แก่ ศูนย์ วิช าการเพื อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.), สํานักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น สาขาอําเภอนํ )าพอง, ภาควิชาสุขศึกษา สาขาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, คณะทํางานสนับสนุนการดําเนินงานป้องกันและแก้ ไขปั ญหาอุบตั ิเหตุทาง ถนนในจังหวัดนําร่อง (สอจร.)

เกิดความสําเร็จเชิงรูปธรรม การแก้ ไขจุดเสียงภัยในชุมชน จุดเสียงภัยบ้ านคํานางปุ่ ม ตําบลเขาสวนกวาง

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 114


จากความร่วมมือสํารวจจุดเสียงภัยทางถนนในชุมชนทีใช้ เป็ นเส้ นทางจากอําเภอเขาสวนกวางตัด ผ่า นไปยัง อํ า เภอต่า งๆ ในช่ว งเช้ า ชาวบ้ า นจากหลายตํ า บลจะใช้ ท างสายนี ข) นพื ช ผลทางการเกษตร ช่วงเวลาเดียวกันกับทีเด็กนักเรี ยนไปโรงเรี ยน การจราจรคับคังเคยเกิดอุบตั ิเหตุบ่อยครัง) ตามจุดทางแยก ทางโค้ ง บริ เวณร้ านค้ าและหน้ าโรงเรี ยน หรื อตามสีแยกทีไม่มีป้ายสัญญาณจราจร โดยเฉพาะในบริ เวณ ก่อนขึ )นสะพานป้อมด่านตรวจบ้ านคํานางปุ่ ม จากถนนขนาดกว้ างค่อยๆ ถูกบีบให้ แคบเข้ าเป็ นคอขวดอีก ทังยั ) งเป็ นเนินลาดชัน ดังนันคณะทํ ) างานจึงหาทางแก้ ปัญหาของแต่ละจุด ด้ วยการจัดทําป้ายเตือนพร้ อม ปรั บสภาพแวดล้ อม โดยตัดสินใจนํ าวัส ดุเ หลือใช้ วัสดุทีแข็ง แรงแต่ราคาถูก และหาได้ ตามท้ องถิ นมา ดําเนินการ

จากนันจึ ) งคิดงบประมาณและค้ นหาภาคีเครื อข่ายเพือประสานทรัพยากรด้ านต่างๆ จากชุมชน มี การประกาศรับบริ จาคยางรถยนต์และล้ อรถมอเตอร์ ไซค์เก่าๆ รวมทังขอสนั ) บสนุนสีจาก อบต. พร้ อมกับ ระดมแรงงานจากชาวบ้ านมาช่วยกันทํา ได้ ผลลัพธ์การแก้ ไขจุดเสียงสําเร็จ ดังนี ) - ป้ายจราจรตามจุดแยกต่างๆ เพือเตือนให้ ชะลอความเร็ ว เป็ นป้ายวงกลมวาดเครื องหมายจราจร ทําจากวงล้ อมอเตอร์ ไซค์ ทาสีขาวแดงติดไว้ กับเสาไม้ พร้ อมลืมติดป้ายเขียนภาษาไทยกํากับไว้ ด้ วยสําหรับสร้ างความเข้ าใจให้ คนทีอ่านสัญญาณจราจรไม่ออก

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 115


- ป้ายจราจรประเภทเตือนให้ ระมัดระวัง ชะลอความเร็ ว ใช้ ยางรถยนต์เก่าทาสีขาวแดง นําไปวาง ตามจุดข้ างทางเป็ นระยะตามจุดเสียงต่างๆ - ตีเส้ นทําเครื องหมายจราจรบนผิวทาง ในช่วงถนนแคบ หรื อมีจดุ ตัด - จัดให้ อาสาสมัครจราจรปฏิบตั ิหน้ าทีจัดระเบียบการจราจร อํานวยความสะดวก ตังกรวยกลาง ) ถนนในช่วงเวลาไป-กลับของนักเรี ยนหน้ าโรงเรี ยนบ้ านคํานางปุ่ ม ซึงมีรถขับเข้ าออกจํานวนมาก ความน่าสนใจของกระบวนการแก้ ไขจุดเสียงดังกล่าว คือ การทีชาวบ้ านร่ วมมือกันแก้ ไขปั ญหา ด้ วยตัวเอง เนืองจากแต่เดิมหากพบปั ญหาถนนมีจุดเสียงทําให้ เกิดอุบตั ิเหตุบ่อยครัง) สิงทีมักเกิดขึ )นคือ ความเพิกเฉยของทุกคน เพราะไม่คิดว่า “ถนน” เป็ นสิงทีตนเองมีหน้ าทีหรื อสิทธิในการจัดการ ดังนันภาระ ) มักจะถูกผลัก (รอวัน) ให้ หน่วยงานทีรับผิดชอบมาแก้ ไข หลายคนเรี ยกวิศวกรรมจราจรการแก้ ไขจุดเสียงของทีนีว่าเป็ นการทํา “ป้ายสัญญาณจราจรแบบ บ้ านๆ” เพราะชาวบ้ านทํากันเองแบบประหยัดเงิน ร่วมบริ จาคกําลังแรงงาน ความคิด วัสดุอปุ กรณ์ทีหาได้ ในท้ อ งถิ น ซึงทํ า ให้ รูป แบบป้ ายจราจรอาจไม่ไ ด้ ม าตรฐานของกรมทางหลวง แต่ใ นขณะเดี ยวกัน ก็ มี รายละเอียดข้ อมูลถูกต้ องสามารถแก้ ไขปั ญหาจุดเสียงได้ ครบ เพราะส่วนหนึงชาวบ้ านได้ รับการอบรบ ความรู้ด้านจราจรเบื )องต้ นจากเครื อข่าย เช่น สํานักงานขนส่ง แล้ วนํามาร่วมกันวิเคราะห์จากประสบการณ์ ของทุกคน จึงถือว่าเป็ นการบูรณาการองค์ความรู้สาขาวิชาชีพกับประสบการณ์ในชีวิตประจําวันของผู้ประสบ ปั ญหาออกมาเป็ นวิธีการแก้ ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ กระทังได้ รับการคัดเลือกรับรางวัลที 1 ของการเป็ น ชุมชนต้ นแบบในการจัดการปั ญหาชุมชนอุบตั ิเหตุ จากคณะกรรมการทํางานป้องกันอุบตั ิเหตุจราจร (สอ จร.) ในภาคอีสาน

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 116


ธรรมนูญชุมชน จากการประชาคมระดมความคิดเห็นชาวบ้ านในหมู่บ้านคํานางปุ่ ม ตําบลเขาสวนกวาง เกียวกับ พฤติกรรมชาวชุมชนต้ องการแก้ ไขและลดพฤติกรรมดังกล่าวเพือสร้ างความปลอดภัยในชุมชน กระทังใน ทีสุดจึงเกิดเป็ นธรรมนูญชุมชน เพือปฏิบตั ริ ่วมกัน ดังนี ) 1. ผู้ใดนํารถทีมีอปุ กรณ์สว่ นควบไม่สมบูรณ์หรื อดัดแปลงสภาพรถมาใช้ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท 2. ผู้ใดนํารถทีมีเสียงดังจนก่อให้ เกิดความรํ าคาญมาใช้ ในชุมชนมีโทษปรับไม่เกิน500บาท 3. ผู้ใดจอดรถในเขตห้ ามจอดหรื อแซงในเขตห้ ามแซงมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท 4. ผู้ใดจัดให้ มีการแข่งรถจนก่อให้ เกิดความรํ าคาญและทําให้ การจราจรในชุมชนติดขัด มีโทษปรับไม่ เกิน 1,000 บาท 5. อาสาจราจรร่วมกับเจ้ าหน้ าทีตํารวจทําหน้ าทีเปรี ยบเทียบปรับผู้กระทําผิด ตามประกาศธรรมนูญ ชุมชนและนําเงินค่าปรับเข้ ากองทุนชุมชนปลอดอุบตั เิ หตุ ต.เขาสวนกวาง 6. อส.จร.ทําหน้ าที เป็ นผู้ช่วยเจ้ าพนักงานตํารวจมี อํานาจจับกุม ผู้กระทํ าผิดกฎจราจรตามคําสัง แต่งตังคณะกรรมการป ) ้ องกันอุบตั เิ หตุในชุมชน การขับ เคลื อนงานลดอุบัติ เ หตุโ ดยกลไกชาวบ้ า นลุก ขึน) มาจัด การกับ ปั ญ หาของตนเองเกิ ด ผลสําเร็ จเป็ นนโยบายของชุมชนโดยชุมชนเพือชุมชนอย่างสมบูรณ์ รวมทังยั ) งเห็นได้ ว่าชาวบ้ านในชุมชน ยอมรับบทบาทหน้ าทีและการทํางานของอาสาสมัครจราจร จึงยอมรับอํานาจทีสามารถเป็ นผู้จบั กุมและ เปรี ยบเทียบปรับผู้กระทําผิดกฎจราจรของชุมชนได้ ความคิดเบื )องหลังของการตังข้ ) อบัญญัตติ า่ งๆ เหล่านี ) คือ การมุง่ หมายเปลียนแปลงพฤติกรรมขับขี ทีเสียงภัยและสร้ างความเดือดร้ อนต่อชาวบ้ านของเด็กวัยรุ่น และแม้ จะมีการระบุชดั เจนว่าหากผู้ใดทําผิด ธรรมนูญชุมชนจะมีโทษปรับเป็ นจํานวนเงิน แต่ในทางปฏิบตั ิจริ งหากเกิดการทําผิดในครัง) แรกๆ สายตรวจ ตําบล หรื ออาสาสมัครจราจรจะยังไม่ลงโทษตามกติกาทันที แต่จะมีบทบาทตักเตือนเพือให้ โอกาสแก้ ไข ก่อน รวมทังจะดํ ) าเนินการเตือนไปยังผู้ปกครองเพือให้ ชว่ ยกวดขันบุตรหลานอีกทางหนึงด้ วย

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 117


เยาวชนเปลียนแปลงพฤติกรรม จากเดิม ที เคยเป็ นเยาวชนกลุ่ม เสี ยงหนึงในผู้ส ร้ างปั ญ หาให้ สัง คมเขาสวนกวาง เมื อผ่านการ ฝึ กอบรมเป็ นอาสาสมัครฯ เกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรมชัดเจน เลิกยุ่งเกียวกับยาเสพติด เลิกทะเลาะ วิวาท เลิ กตัง) กลุ่ม แก๊ ง ค์ ซิงรถ แต่กลับหันมาทํ ากิ จ กรรมกับสายตรวจตํ าบล ทํ า ประโยชน์ แ ก่ชุม ชน มี พฤติกรรมเป็ นทีพึงพอใจของครอบครัวและชุมชน รวมทังพวกเขาต่ ) างเกิดความภาคภูมิใจในตนเองทีปรับตัวมาเป็ นคนสร้ างประโยชน์ให้ ชมุ ชนแทน ผลสํารวจอาสาเยาวชนวัยโจ๋ อาสาสมัครเยาวชนรุ่ นแรก พบว่าส่วนใหญ่เปลียนแปลงตนเองก้ าวไปสู่การ เป็ นผู้ใหญ่ ทีมี คุณ ภาพ เช่น รั บราชการทหาร 7 คน ประกอบอาชี พ ค้ าขาย เกษตรกร ช่างฝี มื อ 42 คน รวมทังบางส่ ) วนเดินทางไปทํางานต่างจังหวัด เมือมองจากมุมการจัดการปั ญหาด้ านจราจรและอุบัติเหตุ การเปลียนแปลงพฤติกรรม ของเยาวชนดังกล่ าวโดยเฉพาะส่ วนใหญ่ ที ลด ละ เลิก พฤติกรรมเมาแล้ วขับ ตัง& แก๊ งค์ แข่ งรถซิง นับว่ าเป็ นการลดความเสียงภัยต่ ออุบัตเิ หตุทางถนนอย่ างเห็นได้ ชัด

ความเปลียนแปลงทีเกิดขึน& เจ้ าของปั ญหาลุกขึน& มาจัดการปั ญหาเอง การทํางานของกลไกสถานีตํารวจภูธรอําเภอเขาสวนกวางโดยผู้กํากับอานนท์และสายตรวจตําบล ทีเข้ าไปกระตุ้นกลไกชาวบ้ านด้ วยการสร้ างพื )นทีเรี ยนรู้ให้ ชาวบ้ านผ่านการเป็ นอาสาสมัครจราจร การร่วม เป็ นเครื อข่ายทํางานของกลุ่มคนและหน่วยงานท้ องถิน กระทังเกิดเป็ นกลไกชาวบ้ านทีมีความ ตระหนักรู้ ตืนตัว ว่าตนเองเป็ นเจ้ าของปั ญหา และลุกขึ )นมาจัดการปั ญหาของตนเองอย่างมีส่วนร่วม ทําให้ มีแนวโน้ ม ของความยังยืนในการทํางานต่อไปในอนาคต ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 118


เกิดการบูรณาการการทํางานของหน่ วยงานในพืน& ที เกิดกลไกการทํางานร่วมกันจากหลายหน่วยงาน ได้ แก่ หน่วยงานภาครัฐ สถานีตํารวจภูธรอําเภอ เขา���วนกวาง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนระดับท้ องถิน องค์กรปกครองส่วนท้ องถิน ((อปท.) เทศบาล ตําบล องค์การบริ หารส่วนตําบล) และสุดท้ ายคือ กลไกชาวบ้ าน เข้ ามามีส่วนร่วมในการทํางานจัดการลด อุบตั เิ หตุ สภอ.ฯ เขาสวนกวาง ทําหน้ าทีเป็ นแกนกลางในรู ปแบบตํารวจชุมชนสัมพันธ์ คอยประสานงาน อบรมพัฒนาคน และ เชือมโยงเครื อข่าย เพือประสานทรัพยากรด้ านต่างๆ มาใช้ ดําเนินงาน โดยมี อปท. เป็ นส่วนหนึงในการสนับสนุนงบประมาณ ส่วนกลไกชาวบ้ านผู้เป็ นเจ้ าของปั ญหาทําหน้ าปฏิบตั ิงาน หาก 3 เสาหลักทีกล่าวมายังสามารถทํางานร่ วมกันได้ โอกาสในการจัดการปั ญหาจราจรจะกลายเป็ นความ ยังยืนในระดับอําเภอต่อไป

เกิดการเผยแพร่ การทํางานสู่สาธารณะ การทํางานประเด็นการเปลียนแปลงพฤติกรรมเยาวชนโดยผู้กํากับอานนท์ ได้ รับความสนใจจาก สือโทรทัศน์เป็ นอย่างมาก ทีผ่านมาการทํางานของ สภอ.เขาสวนกวางมีสือท้ องถินให้ ความสนใจได้ แก่ KTV

ซึงเป็ นเคเบิล) ที วีของจังหวัดขอนแก่น สือภูมิภาค สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่ง ประเทศไทยสํานัก

ประชาสัมพันธ์เขต 1 จังหวัดขอนแก่น และ สือกระแสหลัก เช่น รายการเรื องจริ งผ่านจอช่วงสํานึกดี สังคม ดี ช่อง7 , สํานักประชาสัมพันธ์เขต, สํานักข่าวไทย Modren9 TV ฯลฯ ผลของการเผยเพร่ออกสือสาธารณะ ส่งผลให้ เกิดการรับรู้ ถึงผลงานและการยอมรับจากสังคมที อาสาสมัครฯ ทุกคนมีส่วนเกียวข้ องและสามารถก่อให้ เกิดการเปลียนแปลงในทางบวก ดังนัน) ทุกคนต่าง รู้ สึกถึงความมีคุณค่าในตนเองจึงทําให้ การทํางานขับเคลือนเพือความปลอดภัยของชุมชนยิงเกิดความ เข้ มแข็งและเชือมโยงความเป็ น “เครื อข่าย” ได้ อย่างต่อเนือง

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 119


บทสรุ ปของการจัดการจราจร ผู้กํากับอานนท์ ได้ เปลียนแปลงวิธีการทํางานของ สภอ. เขาสวนกวาง ไปเป็ นการทํางาน เชิงรุก แบบ “ตํารวจชุมชนสัมพันธ์ ” เพือต้ องการแก้ ปัญหาสังคมจากต้ นตอของปั ญหาก่ อนทีต้ อง ไปแก้ ทีปลายเหตุอันลุกลามบานปลายจนบางปั ญหาไม่ อาจแก้ ไขได้ เช่ นทีผ่ านมา สอดคล้ องกับบริบทพื )นทีอําเภอเขาสวนกวางซึงมีปัญหาใหญ่คือ มีเยาวชนกลุ่มเสียงทีมีพฤติกรรม เกี ยวข้ องกับยาเสพติด เป็ นอันธพาล และชอบแข่ง รถ มี แนวโน้ ม จะก่อปั ญ หาอาชญากรรมและสร้ าง อุบตั ิเ หตุให้ เกิดขึน) เมือเยาวชนคืออนาคตของสังคม ดัง นัน) หากเปลียนแปลงพฤติกรรมของเยาวชนได้ สําเร็จจะถือเป็ นการตัดตอนปั ญหาสังคมทีจะเกิดขึ )นได้ ทงในปั ั ) จจุบนั และอนาคต แต่ทีผ่านมาทาง สภอ. เขาสวนกวางเองก็มีเงือนไขว่า มีกําลังพลน้ อย อีกทังชาวบ้ ) านเองก็ไม่ได้ มี ทัศนคติทีดีต่อตํารวจแต่อย่างใด การจะแก้ ไขปั ญหาเยาวชนได้ นนต้ ั ) องอาศัยการทํางานแบบ “เครื อข่าย” เพือให้ ได้ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หรื อประสานทรัพยากรจากหลายหน่วยงานมาช่วยแก้ ปัญหา ผู้กํากับอานนท์จึงได้ วางการทํางานใน สภอ.ใหม่ สร้ าง ทีมสายตรวจตําบล โดยอบรมให้ ความรู้ เรื องการทํางาน “เครื อข่าย” และปรับทัศนคติการทํางาน ก่อนเข้ าไปฝั งตัวคลุกคลีกบั ชาวบ้ านในชุมชน จากนัน& สภอ. เขาสวนกวางจึงได้ เริมพัฒนาคนทีจะมาเป็ น “เครื อข่ าย” หนึงในการทํางาน คืออบรมพัฒนาชาวบ้ านขึน& มาเป็ นอาสาสมัครตํารวจ อาสาสมัครจราจร ทัง& ชายและหญิง ใน ขณะเดียวกันก็เริมพัฒนากลุ่มเป้าหมายซึงคือเยาวชน ให้ มาเป็ น เยาวชนอาสาสมัคร ไปพร้ อมกัน ผู้กํากับอานนท์มองว่าหัวใจสําคัญทีจะสร้ างการเรี ยนรู้ ได้ อย่างเต็มทีเพือนําไปสู่การเปลียนแปลง ตนเอง คือการได้ ลงมือปฏิบตั ิ จึงจําเป็ นต้ องมีกิจกรรมต่อเนืองให้ อาสาสมัครฯ ได้ ร่วมทํางานเป็ นผู้ช่วย เจ้ าหน้ าทีตํารวจ ดูแลรักษาความสงบเรี ยบร้ อยของชุมชน และจัดระเบียบจราจรอํานวยความสะดวกเรื อง การใช้ รถใช้ ถนนแก่ชมุ ชน สภอ. เขาสวนกวางได้ ทาํ หน้ าทีเป็ นผู้ประสานงาน เชือมเครื อข่ ายเพือประสานทรั พยากร จากเครื อข่ ายภายนอกในด้ านงบประมาณและวิชาการ เพือเปิ ดพืน& ทีการเรี ยนรู้ แก่ ชุมชนในงาน ด้ านการลดอุบัตเิ หตุและสร้ างความปลอดภัยทางถนนแก่ ชุมชน

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 120


ในขณะเดี ยวกั น สภอ. ก็ ยังคงอบรมพัฒ นาเยาวชนกลุ่ ม เสี ยงในชุ ม ชน และโรงเรี ย น หลายรุ่ น อย่ างต่ อเนือง เพือตัดตอนปั ญหาต่ างๆ โดยใช้ การทํากิจกรรมด้ านอาสาสมัครจราจร และหรือ ผู้ช่วยเจ้ าหน้ าทีตํารวจดูแลความสงบเรียบร้ อยของชุมชนต่ อไป ในขณะทีงานลดอุบตั ิเหตุของชาวบ้ านได้ เกิดเครื อข่ายการทํางานชุมชนทีตระหนักรู้ ตืนตัว ว่าตน เป็ นเจ้ าของปั ญหา และสามารถลุกขึน) มาจัดการปั ญหาอุบตั ิเหตุ สร้ างความปลอดภัยแก่ชุมชนให้ เกิ ด รูปธรรมความสําเร็ จได้ จริ งโดยไม่ต้องรอการเข้ ามาแก้ ไขของหน่วยงานทีรับผิดชอบ ซึงหลายครัง) เป็ นการ “รอ” อย่างไม่สามารถกําหนดอนาคตได้ ด้ วยติดขัดทีคําว่า “รองบฯ อยู”่ “ตลอด 4 ปี ทีผู้กํากับอานนท์เข้ ามาทํางาน ผมเห็นจุดเปลียนมันเยอะ จากแต่ก่อนพวกเราก็ทํางาน ในหน้ าทีปกติธรรมดา แต่ 3-4 ปี มานี ) มันเกิดภาวะจิตใจทีกระตุ้นจิตสํานึกรักชุมชนขึน) มาอีกเป็ นเท่าตัว เพราะรับผิดชอบเพิมขึน) เราได้ อยู่กับชาวบ้ านอย่างใกล้ ชิดมากขึ )น ได้ ร่วมกันทํางาน แก้ ไขปั ญหาต่างๆ ด้ วยกัน ยังเคยคิดว่า ถ้ า ผกก. ไม่อยู่แล้ ว มีนายใหม่มา เขาจะทําแบบนี )มัย) ถ้ าไม่ผมคิดว่าก็ต้องเหนือยขึ )น อีกเท่าตัว เพราะผมทิ )งพวกเขา (อาสาสมัครฯ) ไม่ได้ ก็ต้องหาช่องทางไปขับเคลือนระบบเข้ ากับท้ องถินหรื อ ทีไหนให้ ได้ แล้ วแต่กลไกทีมันจะทําได้ เพราะเราเห็นแล้ วว่าตํารวจกับชาวบ้ านสามารถร่ วมกันทํางานให้ ประโยชน์กับชุมชนได้ จริ ง” คํากล่าวนี )เป็ นการยํ )าปิ ดท้ ายวงสนทนาของ ดต.นาวินทร์ อันสีดา สายตรวจ ตําบลเขาสวนกวาง ทีพยายามชี )เห็นคุณค่าและความสําคัญของกลไกอาสาสมัครชาวบ้ านทีเกิดขึน) แล้ ว สามารถจัดการปั ญหาด้ านความปลอดภัยของอําเภอเขาสวนกวางได้ อย่างมีประสิทธิภาพจริ งตามลําดับ เรื องราวทีได้ กล่าวถึงมาทังกระบวนการตั ) งแต่ ) ต้น ซึงกล่ าวได้ ชัดเจนว่ า รู ปแบบการทํางาน “ตํารวจชุมชนสัมพันธ์ ” ได้ หยังรากลึกลงในพืน& ที อํา เภอเขาสวนกวางและตอบโจทย์ ก ารมุ่ ง แก้ ไ ขปั ญหาในชุ ม ชนของ “พ.ต.ท.อานนท์ นาม ประเสริ ฐ” ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรอําเภอเขาสวนกวา ซึงหมายรวมถึงการจัดการปั ญหา จราจรได้ อย่ างมีประสิทธิภาพ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 121


บทที 4 เปรียบเทียบ สังเคราะห์ เพือเรียนรู้ จากกรณีการถอดบทเรี ยนการขับเคลือนงานด้ านการลดอุบัติเหตุ จากทัง& 2 พืน& ที คือ อ. บ้ านไผ่ และ อ. เขาสวนกวาง จ. ขอนแก่ น ล้ วนนับได้ ว่า ประสบความสําเร็ จทัง& คู่ ซึงเห็นได้ ชัด จากรู ปธรรมความสําเร็จ ทีได้ นําเสนอในบททีผ่ านมา หากแต่ เห็นได้ ชัดอีกเช่ นกันว่ า ทัง& 2 พืน& ที มีจุดเริ ม ทุนเดิม กลไก และกระบวนการเคลือนงานทีแตกต่ างกัน จึงควรหยิบยกมาสังเคราะห์ เปรี ยบเทียบ เพือให้ เป็ นประโยชน์ ต่ อพืน& ทีอืนๆ ทีจะนําไปปรั บใช้ ให้ เหมาะสมกับพืน& ทีของตน หรือตระเตรียมเงือนไขต่ างๆ ให้ พร้ อมก่ อนการขับเคลือนงาน ดังนัน) เนื )อหาในส่วนนี )จะประกอบด��� วย 3 ส่วน คือ ส่วนที 1 คือ บทเรี ยนความสําเร็จ 2 พืน& ที ว่า ด้ วย การเปรี ยบเทียบบทเรี ยนรู้ทีได้ จากการขับเคลือนงานด้ านอุบตั เิ หตุ จากทัง) 2 พื )นที ทังในเรื ) องของกลไก และกระบวนการทีนําไปสู่ความสําเร็ จ รวมทังเปรี ) ยบเทียบข้ อดี และข้ อจํากัดต่างๆ ส่วนที 2 คือ เมือพืน& ที อืนอยากทําบ้ าง ว่าด้ วยเรื องข้ อเสนอในเรื องของการพิจารณาถึงเงือนไขความพร้ อมว่ามีอะไรบ้ าง หากมี การนําเอารู ปแบบจากทัง) 2 พื )นทีไปใช้ ในพื )นทีอืนๆ และส่วนที 3 คือ เคลือนงานให้ ครอบคลุม ข้ อเสนอ ในเรื องของการพัฒ นาหรื อ ปรั บปรุ ง รู ปแบบการขับเคลื อนงานให้ มี ความครอบคลุม มากขึน) ด้ ว ยการ แลกเปลียนมุมมองจากบทเรี ยนของทัง) 2 พื )นที

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 122


บทเรียนความสําเร็จ 2 พืน& ที มีความชัดเจนว่ าในส่ วนของ กลไกการขับเคลือนงานใน 2 พืน& ที มีความแตกต่ างกัน กล่ าวคือ ในส่ วนของ อําเภอบ้ านไผ่ ทีม MIS เน้ นการพัฒนากลไก ทีเกิดขึน& จากการประสานเอา หน่ วยงานต่ างๆ ของภาครั ฐ (ยกเว้ นมูลนิธิฯ ) เข้ ามาเป็ นทีมในการขับเคลือนงาน จึงเป็ นกลไกที เกิดขึน& บนความสัมพันธ์ แนวระนาบ แนวนอน หรื อระดับเดียวกันค่ อนข้ างสูง อีกทัง& ยังเป็ นกลไก ทีพัฒนาขึน& บนกลุ่มคนทีมีทักษะ ความรู้ ความสามารถ เฉพาะทางและเกียวพันกับอุบัติเหตุอย่ าง ชัดเจน สิงทีได้ ประโยชน์ มากๆ สําหรั บกระบวนการนี & คือการพัฒนาคนทํางาน หรื อทีม ในด้ าน ของทักษะ ความรู้ ในทางตรงกันข้ าม กลไกทีถูกพัฒนาขึน) เพือขับเคลือนงานด้ านอุบตั ิเหตุ กรณี อ. เขาสวนกวาง เกิ ดขึน) บนความสัม พันธ์ แนวตัง) และหลายภาคส่วน กล่าวคือ เป็ นกลไกที เกิ ดขึน) โดยมีหัวขบวนที เป็ น หน่วยงานของภาครัฐส่วนกลาง ก็คือ สถานีตํารวจภูธร อ. บ้ านไผ่ เน้ นการสนับสนุนจากองค์กรปกครอง ส่วนท้ องถิน (ภาคท้ องถิน) ซึงมีงบประมาณ และทีขาดไม่ได้ ในการเคลือนงานก็คือ ภาคประชาชน ทีเป็ น หัวใจทีสําคัญทีสุดของกลไกการเคลือนงาน ดังนัน& ด้ วยองค์ ประกอบของกลไกทีแตกต่ างกันนี & จึงทําให้ กระบวนการในการเคลือนงาน ของทัง& 2 พืน& ทีมีความแตกต่ างกัน โดยมีจุดเริ มต้ นทีแตกต่ างกัน ไปจนถึงขัน& ตอนต่ างๆ ทัง& องค์ ประกอบด้ านทักษะความรู้ การหนุ นเสริ ม การนําข้ อมูลไปใช้ การประสานทรั พยากร การ สร้ างเครื อข่ าย และการพัฒนาคน โดยสามารถดูได้ จากการเปรี ยบเทียบของทัง& 2 พืน& ที จาก ตารางที 4.1,4.2 และแผนผังที 4.1 ประกอบ ดังต่ อไปนี &

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 123


ตารางที 4.1 เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของกลไก และกระบวนการขับเคลือนงานใน 2 พืน& ที บ้ านไผ่ กลไก เป็ นกลไก ทีถูกพัฒนาขึ )นบนฐานหน่วยงานของรัฐและมูลนิธิ คือ โรงพยาบาล สถานี ตํา รวจ แขวงการทาง ขนส่ง และ มูลนิธิ กระบวนการ เน้ นด้ านการสร้ างการเรี ยนรู้ แลกเปลียนความรู้ ในรู ปแบบ ขับเคลือน ของ “สหวิทยาการ” จากหน่วยงานต่างๆ การพัฒนาพื )นที การเรี ยนรู้ และการส่งต่อ ส่งมอบข้ อมูล และความรู้ ทีได้ จาก การเรี ยนรู้ สูห่ น่วยงานผู้รับผิดชอบ 1. การสร้ างการเรี ยนรู้ และแลกเปลียนความรู้ ใน รู ปแบบของ “สหวิท ยาการ” คื อการทีหน่วยงาน ต่างๆ ทัง) 5 หน่วยงาน มีโอกาสในการแลกเปลียน ความรู้ ความถนัดเฉพาะด้ าน เทคนิค และมุมมอง ทีนําไปสู่ อุบตั ิเหตุซึงกันและกัน เช่นโรงพยาบาล เข้ าใจมุมมองเรื องอุบตั ิเหตุ จากความไม่พร้ อมของ ถนน และ คน จากแขวงการทาง หรื อขนส่ง เป็ น ต้ น 2. การพัฒ นา “พื น) ที แห่ ง การเรี ย นรู้ ” เพื อให้ เกิ ด บรรยากาศของการเรี ยนรู้ ทีเข้ มข้ น และมี ความ ต่อเนือง เช่น การประชุมประจําเดือนในทุกเดือน เพือเอา case อุบตั ิเหตุ มาแลกเปลียนเรี ยนรู้ กัน และการนัดทานข้ าว หรื อพูดคุยนอกเวลาทํางาน เป็ นต้ น 3. การส่งต่อ และส่งมอบข้ อมูล และความรู้ คือ การ พัฒนาช่องทางเปลียนผ่านข้ อมูล เพือนําพาสูก่ าร เปลียนแปลง กล่าวคือ เป็ นกระบวนการทีนําเอา ข้ อมูล และความรู้ ไปใช้ เพือให้ เกิดการจัดการกับ อุบตั ิเหตุ เช่น การส่งต่อข้ อมูลเรื องพื )นผิวถนนให้ แขวงการทางนําไปสูก่ ารปรับผิวท้ องถิน การส่งต่อ ให้ สือ เพือทําการเผยแพร่ และการส่งมอบให้ กับ “ทีมอํานวยการ” เพือเป็ นวาระของอําเภอในการ กรณีทีเกินกําลังของทีมดําเนินงาน เป็ นต้ น

เขาสวนกวาง เป็ นกลไก ทีถูกพัฒนาขึน) บนฐานของหน่วยงานรั ฐ ร่ ว มกั บ ท้ องถิ นและประชาชน คื อ สถานี ตํ า รวจ องค์กรปกครองส่วนท้ องถิน และชาวบ้ านในพื )นที เน้ นการสร้ างเครื อข่าย ทุน การพัฒนาทักษะ ความรู้ และกลไกร่วม เพือจัดการกับอุบตั ิเหตุ รวมไปถึง การ จัดการกับปั ญหาอุบัติเหตุ จากต้ นตอของอุบัติเหตุ กล่าวคือ 1. การสร้ างเครื อข่าย และทุน กล่าวคือ งาน ขับ เคลือนเรื องการลดอุบัติเ หตุ ของกรณี เขาสวนกวาง เป็ นงานทีเริ มต้ นจากสถานี ตํา รวจภูธ ร เขาสวนกวาง ที ตระหนัก รู้ ว่า งานดูแลอุบัติเหตุ และการดูแลประชาชน ด้ วยกําลังพลทีมีอยู่เป็ นไปอย่างมีข้อจํากัด ดังนัน) “เครื อข่าย” จึงเป็ นจุดเริ มต้ นของการ ยื ม มื อ แ ห ล่ ง ทุ น แ ล ะ ท รั พ ย า ก ร เ พื อ ช่วยเหลือในด้ านการลดอุบตั ิเหตุ ดังนัน) ใน ความหมายนี ) “เครื อ ข่า ย” ที สํา คัญ ก็ คื อ ศวปถ. สอ.จร. ทีมีบทบาทสําคัญ ด้ านการ สนับ สนุ น ด้ านความรู้ และงบประมาณ องค์ ก รปกครองส่ ว นท้ องถิ นในพื น) ที ที สนับ สนุน ด้ า นงบประมาณ รวมไปถึ ง วัด โรงเรี ยน และชุมชน ทีสนับสนุนด้ านปั จจัย ต่างๆ เช่น เครื องแบบ สถานที และกํ าลัง พล เป็ นต้ น 2. การพัฒ นาทัก ษะ ความรู้ กล่า วคื อ เป็ น กระบวนการทีพัฒนาต่อจากการที ผู้กํากับ (สถานีตํารวจ) พบว่าเครื อข่าย “ชาวบ้ าน” สามารถช่ ว ยงานตํ า รวจในเรื องการดูแ ล อุ บั ติ เ หตุ ไ ด้ อี ก ทั ง) ยั ง มี เ ครื อข่ า ยที จะ สนั บ สนุ น กระบวนการพั ฒ นาทั ก ษะ ความรู้ ให้ กั บ ชาวบ้ านได้ เงื อนไขนี ) จึ ง นํ า ไปสู่ “การสร้ างคน” หรื อ การพั ฒ นา ชาวบ้ าน ให้ มีบทบาทในฐานะ “นักจัดการ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 124


บ้ านไผ่

เขาสวนกวาง อุบตั ิเหตุ” ด้ วยการฝึ กอบรม จากทัง) ทหาร และตํารวจ และหมายรวมถึง กระบวนการ ทางสัญ ลักษณ์ ต่า งๆ ที ทํา ให้ “นัก จัดการ อุบตั ิเหตุ” กลุม่ นี )มีศกั ดิq มีศรี และเกียรติ ใน ฐ า น ะ อ ส . จ ร . แ ล ะ อ ส . ต ร . ( อ่ า น รายละเอียดในเนื )อหา) 3. การพั ฒ นาก ลไกร่ วม ก ล่ า วคื อ เป็ น กระบวนการทีสําคัญทีสุด ทีต้ องเน้ นความ ต่อเนือง เพือทําให้ การจัดการอุบตั ิเหตุเป็ น เรื องส่ ว นรวมหรื อเป็ นเรื องของชุ ม ชน กล่าวคือเป็ นเรื องทีมากกว่า “สถานีตํารวจ” ดังนัน) การจัดการอุบัติเหตุ จึงต้ องถูกผลัก ให้ ออกไปจากสถานี ตํ า รวจ และเข้ าสู่ “กลไกการจัดการอุบัติเหตุ เขาสวนกลาง” ซึงปั จ จุบัน เริ มมี รู ป ร่ า งที ชัด เจน คื อ เกิ ด จากความร่ ว มมื อ ของ สถานี ตํ า รวจ (ใน ฐานะพี เลีย) ง และผู้สนับ สนุน เรื องความรู้ แ ล ะ ทั ก ษ ะ ต่ า ง ๆ ) อ ป ท . ( ใ น ฐ า น ะ ผู้สนับสนุนงบประมาณ และ กลไกชาวบ้ าน ในฐานะกําลังพล ในนามของ อส.ตร. และ อส.จร ต่างๆ เป็ นต้ น

ตารางที 4.2 เปรี ยบเทียบจุดเด่ น และข้ อจํากัดของกลไก และกระบวนการขับเคลือนงานใน 2 พืน& ที พืน& ที จุ ด เ ด่ น ( ข้ อ ดี ) พิ จ า ร ณ า มุมมองด้ าน ค ว า ม หลากหลาย ของกลไก (คนทํางาน) ทั ก ษ ะ

บ้ านไผ่ - มุมมองด้ านศาสตร์ ตา่ ���ๆ ต่อ “อุบตั ิเหตุ” มีความหลากหลาย และลุม่ ลึก เนืองจาก หน่วยงานทีเกียวข้ องมี ทังศาสตร์ ) ทีมอง ถึงปั จจัยด้ านคน และสภาพแวดล้ อม (จุดเสียง) - ความสัม พัน ธ์ ใ นการทํ า งานไร้ ระยะห่า ง และเป็ นภาษา เดียวกัน - เกิดการแลกเปลียนเรี ยนรู้ข้ามสาย (สายของหน่วยงาน) สูง

เขาสวนกวาง - การทํางานเกิดการมีสว่ นร่ วมจากภาคส่วนต่างๆ ค่อนข้ างสูง - หลายภาคส่วนเริ มตระหนักว่างานอุบตั ิเหตุ เป็ น งานของตนเองไม่ใช่แค่งานของสถานีตํารวจ - มี ค วามเป็ นไปได้ สูง ในเรื องของความต่อ เนื อง และยังยืน ทังในด้ ) านงบประมาณ ทรัพยากร และ การสนับสนุนต่างๆ

กล่า วคือ ในกรณี ของ อ. บ้ า นไผ่ เป็ นการทํ างานที เกิ ด จาก ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 125


พืน& ที ความรู้ แ ล ะ ทุ น ต่ างๆ เป็ น หลัก

บ้ านไผ่ “ที ม ” ที มี ค วามรู้ รอบด้ า นที เกี ยวกับ “อุบัติ เ หตุ” เนื องจาก อย่างน้ อยเกิดขึ )นจากความร่ วมมือของ 5 หน่วยงานทีมีความ เกียวข้ องกับ อุบตั ิเหตุ ด้ วยกันทังสิ ) )นทําให้ ข้อมูลด้ านอุบตั ิเหตุ ทีได้ มา ล้ วนมีความเทียงตรงสูง

ดังนัน) ทีม MIS อ. บ้ านไผ่ จึงเป็ นทีมทีเกิดการเรี ยนรู้ สงู มีการ พัฒนาความรู้อยูต่ ลอดเวลา รวมถึง มีพื )นทีให้ เกิดการถกเถียง และแลกเปลียนกันในเรื องอุบตั ิเหตุอย่างต่อเนืองทังผ่ ) านการ ประชุมทีมประจํ าเดือน และเวทีทีไม่เป็ นทางการต่างๆ เช่น การทานข้ าว การนัดหมายเพือพบเจอ เป็ นต้ น อีกทัง) เมือทีมเกิ ดจากความร่ วมมือในแนวระนาบ (ระนาบ เดียวกัน) จึงทําให้ การทํางานเกิดความสัมพันธ์ ทีค่อนข้ างไร้ ระยะห่าง พูดจาภาษาเดียวกัน มีความสนิทสนม และเป็ นพี เป็ นน้ องสูง

ข้ อจํากัด พิ จ า ร ณ า มุมมองด้ าน กลไก และ ทั ก ษ ะ ค ว า ม รู้ ที เ กี ย ว กั บ อุ บั ติ เ ห ตุ

- ขาดกลไกทีมดําเนินงาน (คนทํางาน) ทีมีความหลากหลาย จากภาคส่ว นต่ า งๆ โดยเฉพาะกับ ภาคส่ว นท้ อ งถิ น และ ประชาชน (กลุ่ ม เป้ าหมายหลัก ที เสี ยงต่ อ อุ บั ติ เ หตุ ) อั น หมายความถึ ง การขาดการมี ส่ ว นร่ วม และขาดความ หลากหลายของคนทีจะเข้ ามาร่ วมในการขับเคลือนงานเพือ สร้ างความตระหนัก ในเรื องอุ บัติ เ หตุ ที ไม่ ใ ช่ แ ค่ ง านของ หน่วยงานรัฐ

เขาสวนกวาง กล่าวคือ เนืองจากการทํางานถูกเคลือนในรู ปแบบ ของ “เครื อข่าย” จึงทําให้ หน่วยงาน องค์กร และ ชุมชน ทีเข้ ามาแตะกับงานอุบตั ิเหตุมีหลากหลาย ซึงสะท้ อ นการมี ส่วนร่ ว มในการจัด การอุบัติเ หตุ ของพื )นทีเป็ นไปอย่างค่อนข้ างสูง เช่น เกิดจากการ ทํ า งานของทัง) ภาครั ฐ -หน่ว ยงานของรั ฐ (สถานี ตํารวจ) ภาคท้ องถิน (อปท. ในพื )นที) วัด โรงเรี ยน และประชาชนในฐานะ อส.ตร. และ อส. จร. ต่างๆ อีกทัง) เมือการมีส่วนร่ วมค่อนข้ างสูงในลักษณะนี ) แล้ ว โดยเฉพาะเมือสามารถดึงเอาชาวบ้ าน และ หน่วยงานต่างๆ มาร่ วมในกระบวนการทํางานได้ สํานึกของภาคส่วนต่างๆ และสมาชิกในชุมชน จะ เริ มตระหนักถึงความสําคัญของอุบตั ิเหตุ และเห็น ว่า อุบตั ิเหตุเป็ นงานของตน ไม่ใช่แค่งานของสถานี ตํารวจ และเงือนไขนี )เองทีจะนําไปสู่ การแบ่งเบา ภาระหน้ าทีการทํางานของสถานีตํารวจ นอกจากนี ) หากสามารถสร้ างสํา นึ ก และความ ตระหนัก ผ่ า นเครื อ ข่ า ยการทํ า งานได้ มี ค วาม เป็ นไปได้ สูง อี ก ประการหนึงก็ คื อ จะเกิ ด ความ ต่อเนืองในเรื องของ กลไก และกระบวนการทํางาน โดยเฉพาะในกรณี ข อง อ. เขาสวนกวาง ที เริ มมี ความต่ อ เนื องด้ า นการสนับ สนุน ทัก ษะความรู้ (หาก ส.ภธ. เขาสวนกวางยังคงอบรมอาสาสมัคร ต่างๆ อย่างต่อเนือง) รวมทัง) เริ มมีความต่อเนือง ด้ านงบประมาณ (หาก อปท. ในพื )นทีมีการจัดทํา งบประมาณการอบรมอย่ า งต่ อ เนื อง หรื อมี นโยบาย และแผนทีรองรับอย่างชัดเจน) - ขาดมุมมองทีเป็ นศาสตร์ ทีเกียวกับ ปั จจัย และ เงื อนไขของการเกิ ด อุบัติ เ หตุค่อ นข้ า ง กล่า วคื อ เนืองจาก หัวขบวน หรื อหน่วยงานนํา มีแค่ ส. ภธ. เขาสวนกวาง ทีการจัดการอุบตั ิเหตุ มักจัดการกับ ปั จจัยบุคคล หรื อเงื อนไขของบุคคล เช่น การพก ใบขับ ขี การปฏิ บัติ ตามสัญญาณไฟจราจร และ การสวมหมวกกันน็อค เป็ นหลัก จึงค่อนข้ างขาด

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 126


พืน& ที เป็ นหลัก

บ้ านไผ่ - กลไกคนทํางาน มีภาระการทํางานหนัก และถูกขโมยเวลา กล่ า วคื อ เมื อขาดคนช่ ว ยงาน นั นหมายความว่ า กลไก คนทํางานทัง) 5 หน่วยงาน นอกจากต้ องทํางานตามบทบาท หน้ าทีของหน่วยงานแล้ ว การเข้ ามาทํางานใน ทีม MIS จึง ต้ องการเวลาทีมากขึ )น เนืองจาก เกิดบทบาทหน้ าทีใหม่ในทีม MIS ทีเพิมขึ )น จึงสุ่มเสียงต่อปั ญหาเรื องความสัมพันธ์ ในที ทํางานทีตนสังกัด ทังความสั ) มพันธ์ระหว่างผู้บริ หาร และเพือน ร่วมงาน - ความไม่ต่อเนืองของคนทํางาน และงบประมาณ กล่าวคือ ในด้ านของความไม่ต่อเนืองของคนทํางาน คือ ปั จจุบนั การ ทํางานยังอาศัยทีมดําเนินการเป็ นหลัก ซึงยังเกาะกลุม่ อยู่บน ฐานของเจ้ าหน้ าทีจาก 5 หน่วยงาน และยังมีแกนนํารุ่ น 2 ที เข้ ามาร่ วมในกระบวนการประมาณ 2-3 คน ซึงยังถือว่าน้ อย มาก อีกทัง) การทํางานของแกนนํารุ่ น 2 ก็จะติดกับข้ อจํากัด เดิม ซึงก็คือ บทบาทหน้ าทีการทํางานในหน่วยงานต้ นสังกัด นอกจากนี ) ตามระบบการทํางานของหน่วยงานราชการ กลไก ทีมดําเนินการยังเจอกับสถานการณ์ “ย้ าย” ทีประจําการ ซึงก็ เป็ นข้ อจํากัดในการทํางานอีกเช่นกัน ในส่วนของความไม่ต่อเนืองด้ านงบประมาณ กล่าวคือ การ ทํางานของทีม MIS บ้ านไผ่ ปั จจุบนั อาศัยงบประมาณ และ ทรัพยากรจากส่วนของ ศวปถ. หรื อ สอ.จร. เป็ นหลัก หรื อบาง กรณีเป็ นงบฯ ส่วนตัว ดังนันหากไม่ ) มีการพัฒนาเครื อข่าย หรื อ ประสานทรั พ ยากรสู่ ภ าคส่ ว น หรื อหน่ ว ยงานอื นๆ ที มี งบประมาณต่อเนือง และสามารถจัดตัง) งบประมาณเองได้ เช่น จากส่วนท้ องถิน ก็จะเจอภาวะชะงักงันด้ านงบประมาณ เมือปิ ดโครงการทีรับการสนับสนุนลง หรื อบุคลากรในทีมไม่มี ศักยภาพในการใช้ งบฯ ส่วนตัวในช่วงเวลาดังกล่าว

เขาสวนกวาง มุมมองในมิติ หรื อศาสตร์ อืนๆ ทีเกียวกับอุบตั ิเหตุ เช่น มุมมองด้ านสภาพแวดล้ อม หรื อจุดเสียง เป็ น ต้ น ซึงต้ องพึงพาหน่วยงานอืนๆ ทีเกี ยวข้ อง เช่น แขวงการทาง ขนส่ง หรื อโรงพยาบาล เป็ นต้ น

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 127


แผนผังที 4.1 เปรี ยบเทียบกลไกคณะทํางานด้ านการจัดการอุบัตเิ หตุ กรณี ทีม MIS บ้ านไผ่ และทีม ส.ภอ. เขาสวนกวาง นายอําเภอ ทีมอํานวยการ (หัวหน้ าส่ วน)

โรงพยาบาล

แขวงการทาง

สนง.ขนส่ ง

มูลนิธิพุทธญาณ

องค์ กรปกครอง ส่ วนท้ องถิน

สถานีตํารวจ

วัด และ โรงเรี ยน สายตรวจตําบล

สายตรวจตําบล

อส.จร+อส.ตร.

รู ปแบบกลไกคณะทํางานในพืน> ทีอําเภอบ้ านไผ่

อส.จร+อส.ตร.

สายตรวจตําบล

อส.จร+อส.ตร.

สายตรวจตําบล

อส.จร+อส.ตร.

สายตรวจตําบล

อส.จร+อส.ตร.

รู ปแบบกลไกคณะทํางานในพืน> ทีอําเภอเขาสวนกวาง ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 128


เมือพืน& ทีอืน อยากทําบ้ าง หากพิจารณาตามแผนผังที 4.1 ประกอบ จะพบว่ าองค์ ประกอบอันเป็ นกลไกคณะทํางาน ทีสําคัญของทัง& 2 รู ปแบบมีความแตกต่ างกัน แต่ มีสิงหนึงทีซ้ อนทับกันก็คือ สถานีตํารวจ ซึง น่ าจะเป็ นองค์ ประกอบสําคัญทีหลีกเลียงไม่ ได้ หากนําไปปรับใช้ ในพืน& ทีอืนๆ ข้ อความต่อจากนี ) ค���อ ข้ อคิดเห็นบางประการทีได้ จ ากการสังเคราะห์เปรี ยบเที ยบทัง) ส่วนทีเป็ น บทเรี ยน ข้ อดี และข้ อจํากัดของแต่ละรู ปแบบ หากนําไปปรับใช้ กบั พื )นทีอืนๆ ว่าควรมีการประเมินทุน หรื อ เงือนไขความพร้ อมอะไรบ้ าง เพือนําไปสูก่ ารขับเคลือนทีมีประสิทธิภาพ

กรณีที 1 รู ปแบบ (Model) ทีม MIS บ้ านไผ่ กรณีทีมรูปแบบ MIS บ้ านไผ่ พบว่า ค่อนข้ างเหมาะสมสําหรับพื )นทีทีอยู่ในเขตชุมชนเมือง อย่าง น้ อยทีสุดคือ ในเขตตัวเมืองระดับอําเภอ ทีมีหน่วยงานระดับอําเภอตังอยู ) ่ เช่น โรงพยาบาล สถานีตํารวจ และสํานักงานขนส่งระดับอําเภอ เป็ นต้ น เนืองจากเป็ นเงือนไขสําคัญในการระดมเจ้ าหน้ าทีหรื อบุคลากรได้ อย่างครบถ้ วน และอยูใ่ กล้ กนั ซึงจะก้ าวข้ ามข้ อจํากัดด้ านการเดินทางพบปะเพือทํางานร่วมกัน สําหรับกรณี บทเรี ยนจากบ้ านไผ่ เห็นได้ ชดั ว่า ทีมสามารถทํางานได้ เป็ นอย่างดีเนืองจาก เกิดขึ )นในพื )นทีเขตเมือง ซึง หน่วยงานทัง) 5 ตังอยู ) ใ่ กล้ กนั และสามารถรวมตัวกันทํางานได้ อย่างสะดวก และรวดเร็ว อีกทัง) “ความเข้ าใจของหัวหน้ าส่ วน” และความรับผิดชอบของคนทํางาน กล่าวคือ สองส่วนนี ) ต้ องไปด้ วยกัน ในกรณี ที พืน) ที หรื อหน่วยงานอื นต้ องการนําเอารู ปแบบบ้ านไผ่ไ ปปรั บใช้ ต้ องก้ าวข้ าม ข้ อจํากัดนีใ) ห้ ได้ ด้วยเช่นกัน เนืองจากรู ปแบบนี )เป็ นการยืม-ขอ เวลาบางส่วนจากหน่วยงานมาใช้ ในการ ทํางาน ดังนัน) การสร้ างความเข้ าใจของหัวหน้ าส่วนทัง) 5 ส่วน ให้ เกิดความเข้ าใจ จึงเป็ นทังศาสตร์ ) และ ศิลป์ทีคนทํางานต้ องใช้ เพืออธิบายกับหัวหน้ าส่วน นอกจากนี ) คนทํางานเองยังต้ องรับประกันหรื อมีความ รับผิดชอบว่า งานตามภาระหน้ าทีทีตนสังกัดจะไม่เสียหาย

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 129


รวมทัง& “จิตอาสา” และ “ความเป็ นทีม” เป็ นอีกเงือนไขความพร้ อมหนึง ซึงเป็ นสิงสําคัญ แรกๆ ของรู ปแบบนี & กล่ าวคือ ใจ จิตอาสา ความเข้ าใจอย่ างลึกซึง& ต่ อ “อุบัติเหตุ” เป็ นเงือนไข ต้ นๆ ทีคนทํางานต้ องมี เนืองจาก งานรู ปแบบนี เ& ป็ นการทํางานทีเกินกว่ าบทบาทหน้ าทีของตน ตามสังกัดหน่ วยงาน นันหมายความว่ า ทําไป-ไร้ ค่าตอบแทนและเหนือยเพิม แต่ มีสิงตอบแทนก็ คือ “ความสุ ข ใจ” และ “มิต รภาพ” ซึงจะพัฒนาไปเป็ นทุนทางสังคม (เครื อ ข่ า ย) ทีกว้ า งขวาง ออกไปและยังยืน การทํางานในส่วนนี )จึงจําเป็ นต้ องมี “จิตอาสา” เป็ นพื )นฐาน เพีอนําไปสู่การพัฒนาในด้ านต่างๆ มากยิงขึ )นไป โดยต้ องพัฒนาสิงทีเรี ยกว่า “ความเป็ นทีม” ทีไม่มีผลประโยชน์เข้ ามาเกียวข้ อง สําหรับเพือนร่วมงานทีเข้ ามาใหม่อย่างต่อเนืองดังนัน) โจทย์ทียากมากๆ สําหรับรูปแบบนี ) ก็คือ จะ ทําอย่างไรให้ ทีมและความเป็ นทีมรวมตัวกันไว้ ได้ ด้วยสิงทีเรี ยกว่า “จิตอาสา” ซึงเป็ นเงือนไขทีสําคัญอีก ประการของการนํารูปแบบบ้ านไผ่ไปปรับใช้ นอกจากนี ) “ความต่อเนืองของคน และทุนในการทํางาน” เป็ นเงือนไขสําคัญอีกประการหากนําเอา รู ปแบบนี ไ) ปปรั บใช้ กล่าวคือ เนื องจากการทํ างานตามกลไกนี ) ต้ องอาศัยความต่อเนื องของคนทํ างาน ภายใต้ หน่วยงานทีคนทํางานสังกัด ทัง) 5 หน่วยงาน ดังนัน) กลไกจะมีความยังยืน หากมีตวั ตายตัวแทน หรื อทายาทรุ่ น 2 และรุ่ นต่อๆ ไปอย่างต่อเนืองซึงถูกพัฒนาขึน) มาทํ างานต่อเป็ นรุ่ นๆ รวมทัง) ต้ องไม่มี ข้ อจํากัดเรื องทุน หรื องบประมาณในการทําโครงการ ซึงหมายความว่ามีแหล่งทุนทีคอยสนับสนุนทุนให้ อย่างต่อเนือง

กรณีที 2 รู ปแบบ (Model) ทีม เขาสวนกวาง กรณี รู ปแบบของทีม ส. ภธ. อ. เขาสวนกวาง เป็ นรู ปแบบทีค่อนข้ างเหมาะสมกับพื )นทีกึงเมืองกึง ชนบท หรื อเป็ นเขตอํ าเภอที มี พืน) ที กว้ างขวางขนาดใหญ่ แต่ส ามารถเข้ าถึง ประชาชน-ชาวบ้ านได้ ง่าย เหมาะสําหรับพืน) ทีซึงจัดตังที ) มันของหน่วยงานอย่างกระจัดกระจาย ไม่ได้ เกาะกลุ่มกันเป็ น “หน่วยงาน ราชการ” ทีชัดเจน เนืองจากเมือเกิดมีปัญหา “อุบตั ิเหตุ” สามารถอาศัยชาวบ้ านเข้ าช่วยได้ ง่ายมากกว่ามือ ตํารวจ

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 130


หากต้ องการเริมจากสถานีตํารวจตามรู ปแบบเขาสวนกวาง ต้ องพิจารณาเงือนไข ความ พร้ อม ดังต่ อไปนี & เจ้ าหน้ าทีตํารวจภายใต้ การดูแลของผู้ กํากับประจําสถานี ตํารวจ ต้ องเข้ าใจ ตระหนั ก และเห็นความสํา คัญของรู ป แบบนี & และต้ อ งใจกว้ า งยอมรั บ ว่ า “ชาวบ้ า น” สามารถ จัดการกับ “อุบัตเิ หตุ” ได้ ด้ านการขับเคลือนงานต้ องมีทุนเดิมทีเป็ นเครื อข่ายคอยสนับสนุน เช่น สอ.จร. และ ศวปถ. มี ความพร้ อมด้ านทักษะ ความรู้ เบื )องต้ น และความเข้ าใจทีเกียวกับชุมชนสัมพันธ์เป็ นทุนเดิม อันหมายถึงมี ประสบการณ์ ด้านการทํางานร่ วมกับชุมชนระดับหนึง แกนนําต้ องเข้ าใจ “ธรรมชาติของชาวบ้ าน และ ชุมชน” เช่น เข้ าใจปั ญหาของชุมชน จารี ตประเพณี ธรรมเนียมปฏิบตั ิ วิถีชีวิต หรื อแม้ แต่ฤดูกาลทางการ เกษตร ซึงเป็ นเงือนไขสําคัญในการเข้ าถึงและทํางานร่วมกับชาวบ้ านในชุมชนได้ อย่างราบรื น รวมถึงรูปแบบนี )เหมาะสําหรับองค์กรปกครองส่วนท้ องถิน(อปท.) ทีใจกว้ าง เข้ าใจ และพร้ อมร่วม ด้ วย เนืองจากเมือคํานึงถึงความยังยืนและการทํางานระยะยาว รูปแบบนี )เหมาะสมกับการทํางานในพื )นที อันได้ รับความเห็นด้ วยและความร่วมมือจาก อปท. อย่างยิง เนืองจาก อปท. มีงบประมาณ และสามารถ จัดสรรงบประมาณ เพือรองรับการพัฒนาและฝึ กอบรมให้ กบั อส.ตร. และ อส.จร. ได้ ตลอดจนยังสามารถ พัฒนาเป็ นแผนรองรับระยะยาวได้ หรื อสามารถนําเอารูปแบบนี )มาพัฒนาต่อยอดได้ มากกว่านัน) ชุมชนในฐานะองค์กร และสถาบันต่างๆ ในชุมชน เช่น ครอบครัว โรงเรี ยน และวัด ต้ องเห็นความสําคัญ และร่วมมือด้ วย กล่าวคือ สถาบันต่างๆ เหล่านี ) ต้ องเห็นความสําคัญ และตระหนักว่า ตนเองเป็ นส่วนหนึงของปั ญหาเรื อง “อุบตั ิเหตุ” และตนเองสามารถจัดการกับอุบตั ิเหตุได้ ดังนัน) สถาบัน ต่างๆ เหล่านีต) ้ องสนใจเข้ าร่ วม เช่น กรณี เ ขาสวนกวาง สามารถดึง เอาทัง) สถาบันครอบครั ว วัด และ โรงเรี ยนเข้ าร่วมได้ จึงทําให้ การทํางานมีประสิทธิภาพ ดังนัน) พื )นทีอืนๆ ทีต้ องการนํารูปแบบนี )ไปขับเคลือน จึงต้ องตะหนักถึงสถาบันชุมชนเหล่านี )ด้ วย รวมไปถึง กรณี เ ขาสวนกวาง จะเห็ นได้ ว่า การสร้ างความเข้ า ใจ ให้ กลไกชาวบ้ านเล็ง เห็น ถึ ง ความสําคัญของ “จิตอาสา” เป็ นเงือนไขทีสําคัญอีกประการหนึง เช่น แม้ ชาวบ้ านในพื )นทีส่วนใหญ่จะมี ภารกิจประกอบอาชีพเลี )ยงปากเลี )ยงท้ องวุ่นวายเพียงใด ยังยินดีปลีกตัวมาทํางานเพือสังคมโดยหลายครัง) ไม่มีคา่ ตอบแทน (ยกเว้ นกรณีเทศกาล งานบุญ ทีเจ้ าภาพใส่ซองให้ ) เพราะเห็นคุณค่าของสิงทีตนทํา และ คุณค่าทีเกิดขึ )นกับชุมชนของตน ผ่านรูปแบบของ “จิตอาสา”

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 131


เคลือนงานให้ ครอบคลุม ในส่ วนนี & คื อ ข้ อเสนอที ได้ จากการสั ง เคราะห์ เปรี ย บเที ย บบทเรี ย น กลไก และ กระบวนการขับเคลือนงานจากทัง& 2 พืน& ที เพือเป็ นบทเรี ยนต่ อกันและกันในการพัฒนาการ ขับเคลือนงานต่ อไป ซึงน่ าจะเป็ นประโยชน์ ต่อทัง& พืน& ที อ. บ้ านไผ่ อ. เขาสวนกวาง และพืน& ทีอืนๆ ทีจะนําไปปรับใช้ ประเด็นแรก คือ การ���ับเคลือนหรื อขยายขอบเขตการทํางานในพืน& ที ส่วนประเด็นทีสอง คือ การส่ งต่ องาน หรือขยายขอบเขตงานในทางนโยบาย และเพือความเข้ าใจทีง่ายขึ )นควรดูแผนผังที 4.1 ประกอบคําอธิบาย

กรณี ทีม MIS บ้ านไผ่ ข้ อเสนอการขับเคลือนงานต่อในพื )นทีอําเภอบ้ านไผ่จากบทเรี ยนของพื )นทีอําเภอเขาสวนกวาง ควร พิจารณาการเคลือนงานทีดึงเอาองค์กรปกครองส่วนท้ องถิน และภาคประชาชน หรื อชาวบ้ านเข้ ามาร่วมใน กระบวนมากขึ )น เนืองจากทีผ่านมาการเคลือนงานในพื )นที อ. บ้ านไผ่ เน้ นการขับเคลือนงานกับภาคส่วน ของรัฐทีเข้ ามาร่วมเป็ นทีมดําเนินงานหลัก จึงค่อนข้ างเจอปั ญหาเรื องการทํางานหนัก ทังงานในภาระหน้ ) าที และงานในทีม MIS การดึงเอาชาวบ้ านหรือภาคประชาชนทีเป็ นเจ้ าของปั ญหา มาพัฒนาเป็ น “กลไกชาวบ้ าน” ส่ วนหนึง ตามบทเรี ยนของ อ. เขาสวนกวาง จะสามารถช่ วยลดภาระงานได้ มากขึน& โดยทีทีม ดําเนินงาน อาจจะขยับตนเองออกมาเป็ นทีมพีเลีย& ง หรื อเป็ นทีมวิชาการมากขึน& อย่ างไรก็ตาม หากพิจารณาตามกรอบนี & ในอนาคตสิงทีต้ องวางแผนจัดทํา คือ กระบวนการพัฒนาศักยภาพ กลไกชาวบ้ าน ในขณะทีการดึงองค์กรปกครองส่วนท้ องถิน ไม่ว่าจะเป็ น อบจ. เทศบาล หรื อ อบต. ต่างๆ ในพื )นที เข้ ามามีส่วนร่ วม นันเป็ ) นส่วนสําคัญเรื องของความยังยืนของโครงการเช่นกัน ทังในด้ ) านของงบประมาณ และนโยบายท้ องถิน ทีจะรับเอาโครงการนี )ไปพัฒนาต่อยอด ซึงตามบทเรี ยบของ อ. เขาสวนกวาง ชี )ให้ เห็น ว่า การให้ การสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้ องถิน มีความเป็ นไปได้ สงู ในเรื องของความต่อเนืองของ ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 132


งบประมาณ และความยังยืนของโครงการหากท้ องถินเล็งเห็นความสําคัญ ดังนันการขั ) บเคลือนต่อของพื )นที อ. บ้ านไผ่ ควรพิจารณาข้ อนี )ด้ วยเช่นกัน ประเด็น เรื องการส่งต่องาน หรื อขยายขอบเขตงานในทางนโยบายกล่าวคือ นอกจาก ทีม MIS บ้ านไผ่ จะต้ องปลดเงือนไขข้ อจํากัดในการทํางานในระดับพื )นทีแล้ ว อีกส่วนหนึง คือ ข้ อจํากัดในทางสาย งาน หรื อการส่งต่องาน เพือให้ เกิดการปลดข้ อจํากัดในระดับนโยบาย เนืองจากทีม MIS บ้ านไผ่ปัจจุบนั ล้ วนประกอบด้ วย กลไกคณะทํางานทีมาจากสายงานราชการ ทีสังกัดกระทรวงแทบทุกคน ดังนัน) เพือให้ เกิดคุณูปการ และความคล่องตัวในการทํางาน ทีมผู้ทํางาน ผู้บริ หาร ผู้สนับสนุน และผู้ทีเห็นความสําคัญ ควรมีข้อเสนอเชิงนโยบายทีเกียวกับรูปแบบการทํางานนี ) เพือพัฒนาเป็ นกลไกใหม่ ทีมีการแต่งตัง) และระบุ ภาระ หน้ าทีการทํางานทีชัดเจน และถือปฏิบตั เิ ป็ นนโยบายต่อไป

กรณี ทีม สภ.อ. เขาสวนกวาง ข้ อเสนอในการขับเคลื อนงาน สํ าหรั บ ที ม สภ.อ. เขาสวนกวาง จากบทเรี ยน อ. บ้ านไผ่ ควร พิจ ารณาใน 2 เรื อง ดัง นี ) คือ เรื องที หนึง การขยายขอบเขตเพื อร่ ว มงานในแนวระนาบ กล่าวคือ จาก บทเรี ยนของ อ. บ้ านไผ่ พบว่าการทํางานทีดึงเอาหน่วยงานต่างๆ ทีเกี ยวพันกับ “อุบตั ิเหตุ” มาทํางาน ร่วมกัน ทําให้ เกิดการแลกเปลียนเรี ยนรู้ และวิสยั ทัศน์ตอ่ อุบตั ิเหตุทีหลากหลาย และทําให้ ความเข้ าใจต่อ อุบตั เิ หตุมีความลุม่ ลึกมากขึ )น จึงนําไปสูก่ ารจัดการอุบตั เิ หตุทีมีประสิทธิภาพมากขึ )นด้ วย การเคลื อนงานต่ อ ไป ในระดั บ พื น& ที ของที ม สภ.อ. เขาสวนกวาง ควรมี ก ารดึ ง เอา เจ้ า หน้ าทีโรงพยาบาล สํานั กงานขนส่ ง หรื อแขวงการทาง เข้ า ร่ ว มในกระบวนการด้ วย ซึงจะ นําไปสู่การแลกเปลียน และเสริ มความเข้ มแข็งด้ านทักษะ ความรู้ และมุมมองต่ ออุบัติเหตุ ที เข้ มข้ นมากขึน& เรื องทีสอง การพัฒนากระบวนการ และทีมพีเลี )ยงทีมากกว่า “สายตรวจตําบล” กล่าวคือ ปั จจุบนั กลไกทีทํางานใกล้ ชิดกับอุบตั เิ หตุ คือ กลไก อส. ตร. และ อส. จร และสายตรวจตําบล ทีทํางานเสมือนทีมพี เลี )ยง แต่กลไกนี ) ยังได้ รับมุมมองในเชิงอุบตั เิ หตุ จากมุมมองของตํารวจเท่านัน) ดังนัน) หากมีการต่อยอดงาน ตามเรื องทีหนึง (ข้ อเสนอด้ านบน) ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 133


สิงทีต้ องพัฒนาต่อ คือ ทีม และหลักสูตรฝึ กอบรม ซึงทีมควรมีมากกว่าสายตรวจตําบล ซึงหมายถึง ควรมีตวั แทนจากทัง) โรงพยาบาล สํานักงานขนส่ง หรื อแขวงการทาง เข้ ามาร่ วมทีมขับเคลือนอย่างเป็ น ทางการ เพือพัฒนา และฝึ กอบรม ให้ อาสาสมัครมีทกั ษะความรู้ และมุมมองด้ านอุบตั ิเหตุทีรอบด้ านมาก ขึ )น ประเด็น เรื องการส่งต่องาน หรื อขยายขอบเขตงานในทางนโยบาย สําหรับ กรณี อ. เขาสวนกวาง จะพบว่า การพัฒ นาเป็ นข้ อ เสนอในเชิ ง นโยบายชัน) เบื อ) งต้ น สามารถผลัก ดัน เข้ า สู่น โยบายท้ อ งถิ น โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้ องถินในพื )นทีได้ ไม่ยาก และสามารถพัฒนาเป็ นรูปแบบนําร่องในเบื )องต้ น ก่อนได้ เนืองด้ วยในทางปฏิบตั ิ โครงการของพื )นทีเขาสวนกวางได้ รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึง สําหรับการฝึ กอบรมจากองค์กรปกครองส่วนท้ องถินอยูแ่ ล้ ว การขับเคลือนต่อไป จึงเป็ นเรื องกระบวนการทีจะต้ องทําให้ องค์กรปกครองส่วนท้ องถินยอมรับ โครงการ มีแผน นโยบายระยะยาวทีชัดเจนในการให้ การสนับสนุนด้ านงบประมาณต่อโครงการ (หรื อรับ เป็ นเจ้ าของโครงการ) ในขณะทีสถานี ตํารวจ และหน่วยงานอืนๆ เช่น โรงพยาบาล แขวงการทาง และ สํ า นัก งานขนส่ง ให้ การสนับสนุนด้ านทักษะ ความรู้ ที เกี ยวกับอุบัติเ หตุหรื อ พัฒ นาหลัก สูต รด้ า นการ ฝึ กอบรม เป็ นต้ น

เมือเห็นกระบวนการ กลไกการขับเคลือนงาน รวมทัง& ปั ญหา อุปสรรคทีเกิดขึน& จากการ ทํา งานเพื อนํา ไปสู่ ก ารลดอุ บั ติเ หตุ ทางถนนของทั ง& สองพื น& ที คื อ เขาสวนกวาง และ บ้ า งไผ่ จังหวัดขอนแก่ นทัง& หมดแล้ ว บทสรุปสุดท้ ายทีเห็นได้ ชัดจากคนทํางานทัง& หมด คือ ต่ างมีจิตอาสา พร้ อมทีจะเรี ยนรู้ ทดลองลงมือทําเพือชุมชนทีตนอยู่ ไม่ ว่าจะในบทบาทของ เจ้ าหน้ าทีภาครั ฐ ภาคเอกชน รวมทัง& บทบาทของความเป็ นประชาชน ดังนัน& สิงทีคณะทํางานทัง& หมดได้ เรี ยนรู้ เปิ ด ประสบการณ์ จากการเข้ าร่ วมเป็ นเครื อข่ ายกับหน่ วยงานทีพร้ อมให้ ความรู้ เพิมเติม อย่ าง สอจร. และ ศวปถ. จึงเป็ นเสมือนก้ าวแรกก่ อนทีพวกเขาจะนําไปประยุกต์ ใช้ กับพืน& ทีชุมชนของตน จน เกิดผลลัพธ์ ทีเห็นผลในการลดอุบัตเิ หตุอย่ างเป็ นรู ปธรรมในทีสุด

ต้นฉบับสมบูรณ์ งานถอดบทเรี ยนโครงการปักหมุด โดย สนพ.ปิ นโต ........ หน้า ... 134


Acc 54034(lesson learn)