Issuu on Google+

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ โครงการ ปกหมุดภาคีเครือขายปฏิบัติการ ถอดบทเรียน คนหาความรู วาดวยเรื่อง "ความปลอดภัยทาง ถนน" เพื่อพัฒนาการสื่อสารนําไปสูก ารลด อุบัติเหตุ วาดวยเรื่องการศึกษาฐานขอมูลการทํางานของ หนวยงานตางๆ ในการทํางานเพื่อลดอุบัติเหตุและ การสรางความปลอดภัยทางถนน โดย วรเชษฐ เขียวจันทร ธันวาคม 2555


รายงานฉบับสมบูรณ์ ว่าด้ วยเรื อง การศึกษาฐานข้ อมูลการทํางานของหน่วยงานต่างๆ ในการ ทํางานเพือลดอุบตั ิเหตุและการสร้ างความปลอดภัยทางถนน

ภายใต้ โครงการ “ปั กหมุด” ภาคีเครื อข่ายปฏิบตั ิการ ถอดบทเรี ยน ค้ นหาความรู้ ว่าด้ วยเรื อง “ความปลอดภัยทางถนน” เพือพัฒนาการสือสารนําไปสูก่ ารลดอุบตั เิ หตุ ตามสัญญาเลขที ACC3 54034

เรี ยบเรี ยงโดย

สํานักพิมพ์ ปิ นโต พับลิชชิง ในบริษัท ปิ นโต ครี เอชัน จํากัด

จัดทําโดย

ศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ภายใต้ มลู นิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)

สนับสนุนโดย

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้ างเสริมสุขภาพ (สสส.)


เครดิต รายงานฉบับสมบูรณ์วา่ ด้ วยเรื อง การศึกษาฐานข้ อมูลการทํางานของหน่วยงานต่างๆ ในการทํางานเพือลด อุบตั เิ หตุและการสร้ างความปลอดภัยทางถนน ทีปรึกษา

นายแพทย์สมศักดิ. ชุณหรัศมิ.

เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์

ผู้จดั การ ศวปถ.

นางสาวภานิชชา ชมชืนจิตต์

ผู้ชว่ ยผู้จดั การ ศวปถ.

นางสาววาสุกาญจน์ ฉิมสุข

ผู้ประสานงาน ศวปถ.

บรรณาธิการบริหาร

นายวรเชษฐ เขียวจันทร์

บรรณาธิการ

นางสาวสุพรรณกัญจนารี ย์ รักอิสระ

เรี ยบเรี ยงโดย

นางสาววีราภรณ์ ประสพรัตนสุข นางสาวณิชาภัทร จิโรจน์มนตรี

พิสจู น์อกั ษร

นางสาวอารยา ถิรมงคลจิต

ออกแบบ

นางวราภรณ์ วงศ์อรุ ประเสริ ฐ

ขอขอบคุณข้ อมูลจาก

1.เครื อข่ายศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) 2.เครื อข่ายแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบตั เิ หตุจราจร (สอจร.) 3.เครื อข่ายสภาวิศวกร 4.เครื อข่ายทีได้ รับรางวัล Prime Minister’s Road Safety Award

จัดทําโดย

ศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.) ภายใต้ มลู นิธิ สาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจกั ร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org

สนับสนุนโดย

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้ างเสริมสุขภาพ (สสส.)


สารบัญ บทนํา เครื อข่ายศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.)

จํานวน 8 โครงการ

เครื อข่ายแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบตั ิเหตุจราจร (สอจร.) จํานวน 18 โครงการ เครื อข่ายสภาวิศวกร

จํานวน 19 โครงการ

เครื อข่ายทีได้ รับรางวัล Prime Minister’s Road Safety Award จํานวน 17 โครงการ


บทนํา รายงานฉบับ นี นํ า เข้ า สู่เ รื องราวเกี ยวกับ การ “ปั ก หมุด ” ภาคี เ ครื อ ข่ า ย ผ่ า นการทํ า งานของ หน่วยงานต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพือลดอุบตั ิเหตุและการสร้ างความปลอดภัยทางถนน ภายใต้ โครงการ “ปั กหมุด” ภาคีเครื อข่ายปฏิบตั กิ าร ถอดบทเรี ยน ค้ นหาความรู้ ว่าด้ วยเรื อง “ความปลอดภัยทางถนน” เพือ พัฒนาการสือสารนํ าไปสู่การลดอุบตั ิเหตุ ได้ รับการเรี ยบเรี ยงโดย สํานักพิมพ์ ปิ นโต พับลิชชิง ในบริ ษัท ปิ นโต ครี เอชัน จํ ากัด ด้ วยการสนับสนุนจากศูนย์ วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ภายใต้ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และสนับสนุนงบประมาณโดยสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้ างเสริ ม สุขภาพ (สสส.) สํ า หรั บ รายงานฉบับ นี ได้ ร วบรวมการทํ า งานของหน่ ว ยงานต่า งๆ ทัวประเทศ รวบรวมเป็ น ฐานข้ อมูล ภายใต้ เครื อข่ายการทํางานจาก 4 เครื อข่ายหลักๆด้ วยกันคือ เครื อข่ายศูนย์วิชาการเพือความ ปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) จํานวน 8 โครงการ เครื อข่ายแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบตั ิเหตุจราจร (สอ จร.) จํานวน 18 โครงการ เครื อข่ายสภาวิศวกร จํานวน 19 โครงการ และเครื อข่ายทีได้ รับรางวัล Prime Minister’s Road Safety Award จํานวน 17 โครงการ รวมทังสิน 62 โครงการ ทีมาของข้ อมูลผ่านการทํางานในรูปแบบค้ นหาข้ อมูลเบืองต้ นการทํางานของเครื อข่าย ทีมีลกั ษณะ การทํางานด้ านวิชาการ งานวิจยั และกิจกรรมรณรงค์ตา่ งๆ เพือเป้าหมายการนําไปสู่การลดอุบตั ิเหตุและ จราจร ซึงการค้ นหาสามารถทํ าให้ ได้ ค้นพบหน่วยงานภายใต้ เครื อข่ายต่างๆ ที ดําเนินการโครงการอัน เกียวเนืองกับ “ความปลอดภัยทางถนน” เพือพัฒนาการสือสารนําไปสู่การลดอุบตั ิเหตุ หลังจากได้ ค้นหา เครื อข่ายได้ แล้ ว ทางทีมงานได้ เจาะลึกลงไปยังการทํางานของแต่ละหน่วยงานทัวประเทศ เพือนํามาเรี ยบ เรี ยงว่าด้ วยชือโครงการ ภายใต้ การทํางานของหน่วยงานไหน ผู้รับผิดชอบเป็ นใคร ระยะเวลาการทํางานใน โครงการนันๆ เป้ าหมายการทํ า งานของแต่ล ะโครงการคื อ อะไร กิ จ กรรมเด่น หรื อ กิ จ กรรมที ประสบ ความสําเร็ จคืออะไร ประเด็นหลักของการทํางานคืออะไร และบทเรี ยนทีสําเร็ จของโครงการนันๆ สถานะ ของโครงการในปั จจุบนั พร้ อมทังทีอยูส่ ามารถติดต่อได้ กล่าวโดยสรุ ปรายงานฉบับนีได้ ดําเนินการเป็ นไปตามทิศทางการขับเคลือนในระยะที 3 (25532555) ของศูนย์วิชาการเพือความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ซึงหนึงในยุทธศาสตร์ คือการสร้ างและการ พัฒนาฐานข้ อมูล การจัดการความรู้ และการสือสารความรู้ ไปยังกลุ่มเป้าหมาย ทังระดับนโยบาย ระดับ


ปฏิ บัติ ง านและภาคประชาสัง คม ดัง นันรายงานฉบับ นี สามารถนํ า ไปสู่ ก ารสร้ างการเรี ย นรู้ ได้ จ าก ความสํ าเร็ จในรู ปแบบต่างๆ ผ่านการทํางานของแต่ละหน่วยงาน ซึงมีความแตกต่างกันทังลักษณะของ หน่วยงานและบริ บทของพืนที ดังจะเห็นได้ ว่าประโยชน์ของรายงานฉบับนีจึงนําไปสู่การเรี ยนรู้ แลกเปลียน แนวความคิดและวิธีการทํางาน เชือมร้ อยภาคเครื อข่ายการทํางานด้ วยกันได้


โครงการแก้ปัญหาจราจร จังหวัดภูเก็ต แบบมีส่วนร่วมโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นางอรชร อัฐทวีลาภ

เป้าหมายของการท�ำงาน อุบตั เิ หตุจราจรนับเปนปญหาสําคัญทีน่ าํ มาซึง่ การสูญเสียชีวติ และทรัพยสนิ จากสถิตกิ าร บาดเจ็บและเสียชีวติ จากอุบตั เิ หตุจราจรของจังหวัดภูเก็ต ในป 2550 มีผบู้ าดเจ็บประมาณ 14,854 คน มีอตั ราการเสียชีวติ ประมาณ 200 คน ซึง่ เปน็ ตัวเลขทีส่ งู มาก จึงนับได้วา่ ภูเก็ตเปน็ จังหวัดทีม่ อี ตั ราเสีย่ ง ต่ออุบตั เิ หตุสงู ในปี 2551 จึงได้เกิดโครงการแก้ไขปญ ั หาอุบตั เิ หตุจราจรแบบมีสว่ นร่วมโดยใช้ขอ้ มูล เป็นฐาน มีการทํางานโดยบูรณาการการท�ำงานจากทุกภาคสวนที่เกี่ยวข้อง เช่น ต�ำรวจ สาธารณสุข แขวงการทาง ขนส่งจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ เปน็ ต้น มีการท�ำงานร่วมกันและประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการท�ำงานกันอย่างสม�่ำเสมอ โดยพบว่า สามารถลดจ�ำนวนการตายจาก อุบัติเหตุได้ถึง 50 คน เหลือผู้เสียชีวิตประมาณ 150 คน แต่ยังคงเป็นตัวเลขการเสียชีวิตที่ยังสูงอยู่ ดังนั้น เพื่อให้การด�ำเนินงานมีความต่อเนื่องอย่างมีส่วนร่วมจึงได้มีการด�ำเนินการต่อ ในปี 2552 โดยมีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน คือ เพื่อศึกษาปัญหา สาเหตุ และปัจจัยของการเสียชีวิต จากอุบัติเหตุจราจรในเชิงลึก และน�ำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ไปใช้แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมให้เกิดกลไกการสนับสนุนการสอบสวนอุบัติเหตุจราจรได้อย่างต่อเนื่องแล���ยั่งยืน ประเด็นหลักของการท�ำงาน จังหวัดภูเก็ตได้มีการจัดประชุม Death Case Conference อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 โดย มีภาคีที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยทางถนน ร่วมกันคิดวิเคราะห์สาเหตุของการเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ และวางแนวทางการแก้ไขร่วมกันโดยยึดหลัก 6 ช (ชวน เชื่อม ชม ชง ช้อน เช็ค) เพื่อ ประสานความร่วมกับภาคี และดึงภาคเอกชนที่เห็นด้วยกับแนวทางการจัดการปัญหาเข้ามาเป็น แนวร่วมในการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมต่างๆ นอกจากนี้มีการน�ำทีมลงพื้นที่จริงร่วมกับองค์กรท้องถิ่นอันเป็นเจ้าของพื้นที่เพื่อดู รายละเอียดของปัญหา โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในการด�ำเนินการแก้ไข และ มีข้อสรุปเสนอต่อท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไป มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

อีกทัง้ ประสานกับต�ำรวจทางหลวงจากจังหวัดพังงา มาตรวจวัดความเร็วในจุดทีม่ อี บุ ตั เิ หตุ บ่อยครั้ง เพื่อน�ำข้อมูลไปเสนอในที่ประชุมหาวิธีการแก้ไขต่อไป ส่วนต�ำรวจจะมีการประชุมทีมของทุกสถานีเป็นประจ�ำทุกเดือนก่อนที่จะเข้าประชุม ร่วมกับคณะท�ำงานของจังหวัด มีการน�ำข้อมูลผูเ้ สียชีวติ ในพืน้ ทีร่ บั ผิดชอบของแต่ละสถานีมาน�ำเสนอ เพื่อวิเคราะห์เบื้องต้นก่อนในที่ประชุมจังหวัด กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ การใช้ขอ้ มูลจากเหตุการณ์อบุ ตั เิ หตุตา่ งๆ ท�ำให้เห็นถึงสาเหตุ และน�ำไปเปน็ ข้อมูลในการ วางแนวทางการแก้ปญ ั หาหรือจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึง่ จังหวัดภูเก็ตได้ดงึ ภาคีเครือข่าย ที่ท�ำงานด้านความปลอดภัยทางถนนในทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม จนเกิดเป็นรูปแบบความ ร่วมมือใหม่ขนึ้ มาในพืน้ ที่ และมีความจริงจังในการท�ำงาน ท�ำให้สามารถลดอุบตั เิ หตุได้อย่างต่อเนือ่ ง บทเรียนที่ส�ำเร็จ การน�ำข้อมูลผู้เสียชีวิตในจุดเสี่ยงเป็นจุดตั้งต้นในการศึกษาเพื่อวิเคราะห์สาเหตุที่ป้องกัน ได้และน�ำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมโดยเน้นเฉพาะข้อมูลส�ำคัญเท่าที่จ�ำเป็น น�ำไปสู่การแก้ ปัญหาด้วยวิธีการที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ด้วยหลักทางวิศวกรรมจราจร โดยใช้ทรัพยากรและงบประมาณ ทีม่ อี ยูใ่ นพืน้ ที่ เมือ่ น�ำผลการด�ำเนินงานกลับมาวิเคราะห์ ทบทวนซ�ำ้ ก็จะเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนือ่ ง และเกิดความภาคภูมิใจในผลส�ำเร็จ นอกจากนี้กระบวนการแก้ปัญหา ควรใช้หลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” โดยเข้าใจข้อมูลและบริบทที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น เชิงสังคม ชุมชน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจะลดผลกระทบและน�ำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน สถานะโครงการ

ปิดด�ำเนินการ

สามารถติดต่อได้ที่

คุณอรชร อัฐทวีลาภ โทรศัพท์: 089-873-0147 E-mail: nokonchon@gmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนเข้มแข็งป้องกันอุบัติเหตุแบบมีส่วนร่วม ต�ำบลหนองน�้ำใส อ�ำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

องค์การบริหารส่วนต�ำบลหนองน�้ำใส อ�ำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ ผกก.สส.ภจว.เลย (หัวหน้าโครงการ) องค์การบริหารส่วนต�ำบล (อบต.) หนองน�้ำใส และภาคีอุบัติเหตุ อ�ำเภอบ้านไผ่

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

1 กันยายน 2552 – 31 สิงหาคม 2553

เป้าหมายของการท�ำงาน จากเหตุผลที่คิดว่าพฤติกรรมการเสี่ยงท�ำให้การบังคับใช้กฎหมายด้านการจราจรไม่มี ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ว่าการเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องโชคชะตา หรือการ ไม่เห็นความส�ำคัญของปัญหาอุบตั เิ หตุ และวิถชี วี ติ ความเป็นอยูข่ องชุมชนทีเ่ คยมีความสะดวกสบาย เป็นต้น ส่งผลให้อุบัติเหตุทางจราจรเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ท�ำให้คนไทยเสียชีวิต อบต.หนองน�ำ้ ใส อ�ำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เห็นความส�ำคัญของปัญหานี้ จึงร่วมมือกัน ระดมความคิดเห็นสร้างความเข้มแข็งในชุมชน มีวตั ถุประสงค์ให้ทกุ ภาคส่วนมีสว่ นร่วมในการแก้ไข ปัญหาโดยผ่านกระบวนการประชาคมในระดับหมูบ่ า้ นและต�ำบลตามล�ำดับ โดยใช้ทรัพยากรทีม่ อี ยู่ เป็นทุนตั้งต้น เช่น หน่วยก�ำลังปฏิบัติ คือ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.), หน่วยบังคับ ใช้กฎหมาย คือ ต�ำรวจ หน่วยสร้างจิตส�ำนึก คือโรงเรียน, หน่วยของชุมชน คือการประชาคม และ ภาคีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการให้ความส�ำคัญกับการปรับฐานความรูแ้ ก่ คณะ อปพร. โดยการจัดอบรมให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ฝึกงานด้านการจราจรจนสามารถปฏิบัติงานด้านการจราจรควบคู่ไปกับต�ำรวจได้ ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง คณะท�ำงาน อบต. หนองน�้ำใส ยังได้ด�ำเนินการสร้างการมีส่วนร่วม จัดท�ำเวทีประชาคมคนในชุมชนขึ้น โดยเชิญภาคีอุบัติเหตุ เช่น ต�ำรวจ อบต. นักวิชาการด้านจราจร กรมการขนส่งฯ แขวงการทางฯ โครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้าน และอาสาสมัครในพื้นที่ หมุนเวียนกันเข้าร่วมสังเกตการณ์และแสดงความคิดเห็นจนได้ผลลัพธ์ออกเป็นมติประชาคม มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ กิจกรรมทีเ่ ป็นจุดเด่นของโครงการนี้ คือ การสร้างมติประชาคมโดยสมาชิกในชุมชน และ สามารถน�ำมตินั้นออกมาเป็นกฎบังคับใช้ในชุมชนได้ส�ำเร็จ โดยกฎข้อหนึ่งได้ก�ำหนดให้ผู้ขับขี่ รถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกกันน็อก หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 10 บาท และมอบหมายให้ อปพร. ประสานงานกับต�ำรวจเพื่อศึกษาข้อกฎหมาย และสามารถให้ใช้มติประชาคมควบคู่ไปกับกฎหมาย ได้อย่างลงตัว โดยมีแนวทาง/รูปแบบการด�ำเนินการ คือให้มีการบูรณาการด้วยการประชาสัมพันธ์ ให้คนในชุมชนทราบทั่วกันทุกรูปแบบ แล้วด�ำเนินการตั้งจุดตรวจแบบบูรณาการ กล่าวคือ ให้ อปพร. ตัง้ จุดตรวจฯ โดยมีตำ� รวจเป็นพีเ่ ลีย้ งคอยให้คำ� แนะน�ำ อปพร. เมือ่ พบผูก้ ระท�ำผิด อปพร. จะเรียก ผู้ขับขี่มาเพื่อซักถามข้อมูล และรณรงค์ให้สวมหมวกฯ ในเบื้องต้น หากพบการกระท�ำผิดครั้งต่อไป จะท�ำการปรับโดยใช้มติประชาคม ปรับ 10 บาท และจดสถิติไว้น�ำปัญหาอุปสรรคเข้าประชาคม หมู่บ้าน เพื่อหาแนวทางแก้ไขในครั้งต่อไป โดยกระบวนการนี้จะท�ำซ�้ำเรื่อยๆ จนเป็นที่ยอมรับ ส�ำหรับค่าปรับที่ได้จะน�ำเข้าประชาคมเพื่อหาแนวทางการใช้จ่ายเงิน แต่ส่วนหนึ่งต้อง น�ำกลับมาเป็นสวัสดิการให้กบั อปพร. ผูจ้ บั กุม โดยยึดแนวทางตามระเบียบการเบิกจ่ายรางวัลน�ำจับ ของ พ.ร.บ.จราจรฯ ซึ่งนอกจากกฎที่บังคับใช้กันเองในชุมชนแล้ว ส�ำหรับผู้ใช้เส้นทางที่มาจาก ต�ำบลอื่นที่ไม่ได้���ยู่ในหมู่บ้านที่มีมติประชาคม ก็ต้องปฏิบัติตามมติประชาคมด้วย โดยก่อนด�ำเนินการได้มีการท�ำหนังสือราชการถึงต�ำบลข้างเคียง และได้มีการน�ำเรื่อง ดังกล่าวเข้าประชุมในวาระอ�ำเภอ ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการซึ่งมีนายอ�ำเภอเป็นประธาน ทุกเดือน บทเรียนที่ส�ำเร็จ การน�ำระบบประชามติในด้านการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนส่งผลให้เกิด ประชามติทมี่ าจากเสียงข้างมากและได้รบั การยอมรับจากชุมชนถึงกติกาทีต่ งั้ ไว้ เพือ่ มุง่ มัน่ รักษาความ ปลอดภัยบนท้องถนนส�ำหรับคนในชุมชน ตลอดจนประชาชนจากพืน้ ทีอ่ นื่ ทีเ่ ดินทางเข้ามายังต�ำบล หนองน�้ำใส ต่างปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ตามกฎจราจรมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถน�ำข้อมูล สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวในชุมชน ต่อยอดรณรงค์เผยแพร่ไป ยังชุมชนอื่นๆ ได้ด้วยการผลักดันให้เป็นหนึ่งในวาระการประชุมประจ�ำเดือนของอ�ำเภอ สถานะโครงการ

ปิดโครงการ ทัง้ นีย้ งั มีการประชุมประชาคม ตัง้ จุดตรวจอยูบ่ า้ ง แต่ความถีข่ องกิจกรรมลดลง

สามารถติดต่อได้ที่:

พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ ผกก.สส.ภจว.เลย โทรศัพท์มือถือ: 086-862-5244 E-mail: pankrit44@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนปลอดอุบัติเหตุ อ�ำเภอเขาสวนกวาง หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

สถานีตำ� รวจภูธรเขาสวนกวาง โดย พ.ต.ท.อานนท์ นามประเสริฐ ผูก้ ำ� กับการสถานีตำ� รวจฯ

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

พ.ศ. 2552 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน เมื่อถูกต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่เรื่องการตั้งด่านสกัดจับผู้ท�ำผิดกฎจราจร เจ้าหน้าที่ ต�ำรวจจราจรถูกมองว่าควรท�ำงานอย่างอื่นมากกว่าการตั้งด่าน ทั้งที่ความเป็นจริงต�ำรวจทุกนายรู้ดี ว่าพืน้ ทีแ่ ห่งนีเ้ กิดอุบตั เิ หตุจากความประมาท ไม่สวมหมวกกันน็อกบ่อยครัง้ และหลายครัง้ น�ำมาซึง่ ความสูญเสีย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนผู้ร่วมใช้ถนนสาธารณะ จากประเด็นปัญหาดังกล่าวน�ำมาสู่ การริเริ่มโครงการชุมชนปลอดอุบัติเหตุ เขาสวนกวาง “ชาวบ้านนี่ จับ–ปรับก็ยาก บังคับใช้กฎหมาย ก็ยาก มีคำ� ถามข้องใจต�ำรวจอยูต่ ลอดเวลา บางคนถามว่าใกล้ๆ แค่นจี้ ะให้ใส่หมวกท�ำไม อยากรูจ้ งั ว่า ต�ำรวจมาตัง้ ด่านท�ำไม ชาวบ้านอยากรู้ เราก็บรู ณาการ เอาชาวบ้านมาฝึกเป็นอาสาจราจรเสียเลย แล้ว ให้เขาตั้งด่านจับ และตักเตือนกันเอง” พ.ต.ท.อานนท์ นามประเสริฐ ผู้ก�ำกับการสถานีต�ำรวจภูธร เขาสวนกวางกล่าวถึงแนวคิดเริม่ ต้น ซึง่ มีวตั ถุประสงค์ให้ลดแรงเสียดทานระหว่างเจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจกับ ประชาชนในพืน้ ที่ และเกิดวินยั จราจรอย่างมีสว่ นร่วมของทุกภาคส่วน โดยตัง้ เป้าหมายให้ประชาชน มีวินัยจราจรด้วยตนเอง สามารถดูแลตนเองและเพื่อนบ้านเพื่อช่วยกันลดอุบัติเหตุ ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการชุมชนปลอดอุบัติเหตุเน้นท�ำงานแบบบูรณาการ โดยดึงทุกภาคส่วนในอ�ำเภอ เขาสวนกวางเข้ามาท�ำงานร่วมกัน เริ่มจากการชักชวนประชาชนเข้ามาฝึกปฏิบัติเป็นอาสาสมัคร จราจรหรืออาสาต�ำรวจชุมชน เมื่อฝึกเสร็จจะมีเครื่องแบบ มีเครื่องหมายให้ใส่ระหว่างปฏิบัติงาน โดยร่วมกับต�ำรวจในการตัง้ ด่านดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน เมือ่ มีอาสาสมัครจากชาวบ้านแล้ว ก็เริ่มประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมประกวด และให้โล่รางวัลหมู่บ้านที่ไม่มีอุบัติเหตุ “ช่วงแรก เราใช้ อาสาสมัครผูช้ าย ก็พอลดแรงเสียดทานของชาวบ้านทีม่ ตี อ่ ต�ำรวจซึง่ เคยต่อต้านได้บา้ ง เพราะเขาเป็น เพื่อนบ้าน รู้จักกันทั้งนั้น ก็ตักเตือนกันเอง ภาพก็ออกมาดูเบากว่าต�ำรวจเรียกตรวจ นานๆ ไปก็เริ่มมี กระแสต่อต้านกลับมาอีก เราก็ดึงอาสาสมัครผู้หญิงเข้ามา ผ่านกระบวนการเดียวกันเลย ภาพผู้หญิง มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ก็ท�ำให้สถานการณ์ดีขึ้น เนื่องด้วยความที่อาสาผู้หญิงมีความนุ่มนวล อ่อนโยนมากกว่าผู้ชาย เวลา เจรจาอะไรก็ดูไม่แข็งกระด้างมากนัก และนอกจากชาวบ้านหญิง–ชายแล้ว เรายังฝึกเยาวชนอาสา จราจรด้วย ซึ่งอาสาสมัครแต่ละกลุ่มล้วนมีข้อดีและข้อจ�ำกัด ล่าสุดเราให้พระสงฆ์เทศน์ในโอกาส วันส�ำคัญทางศาสนา” ผู้ก�ำกับอานนท์กล่าว ในด้านกิจกรรมเมื่อเกิดการจัดท�ำต่อเนื่อง คนในชุมชนก็เริ่มเข้าใจต�ำรวจ และเห็นความ ส�ำคัญของปัญหาอุบัติเหตุ กรณีที่ชัดเจนคือ พระสงฆ์ช่วยท�ำกิจกรรมรณรงค์ แจกหมวกกันน็อกให้ เด็กมัธยมในโรงเรียน 300 กว่าใบ นอกจากนี้ระหว่างบิณฑบาตหากพบคนขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความ ประมาท พระสงฆ์จะเรียกให้หยุด แล้วเทศน์ให้ฟังทันที กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ การบูรณาการทุกภาคส่วน ไม่วา่ จะเป็นต�ำรวจ ทหาร หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิน่ พระสงฆ์ รวมทัง้ ประชาชน ให้เข้ามาเห็นสภาพปัญหาอุบตั เิ หตุบนท้องถนนทีเ่ กิดจากพฤติกรรมเสีย่ ง ได้เรียนรู้ เข้าใจ และหาทางออกไปด้วยกันในรูปแบบของการเป็นอาสาจราจร โดยมีทงั้ เด็ก เยาวชน ประชาชน หญิง–ชาย และพระสงฆ์ บทเรียนที่ส�ำเร็จ มี 3 ประเด็นด้วยกัน คือ จากการดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมท�ำให้ประชาชนในพื้นที่ เข้าใจปัญหา และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ ประเด็นที่สองคือ การที่ชาวบ้านยอมรับการ ปฏิบตั งิ านของอาสาสมัครจราจร ความสัมพันธ์ฉนั เพือ่ นทีม่ อี ยูเ่ ดิมให้สามารถดูแลกันและกัน ว่ากล่าว ตักเตือนกันได้เมื่อท�ำผิดกฎจราจร จึงช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างเจ้าหน้าที่ต�ำรวจกับประชาชน และประเด็นสุดท้ายคือ การท�ำกิจกรรมอย่างต่อเนือ่ ง ท�ำให้พนื้ ทีเ่ ขาสวนกวางกลายเป็นอ�ำเภอทีไ่ ม่มี ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเลย สถานะโครงการ

ยังด�ำเนินโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่ สถานีต�ำรวจภูธรเขาสวนกวาง ถนนมิตรภาพ ต�ำบลค�ำม่วง อ�ำเภอเขาสวนกวาง จังหวัด ขอนแก่น โทรศัพท์: 081-739-3221 E-mail: arnon2502@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการพัฒนาระบบข้อมูลอุบัติเหตุจราจรสู่การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ แบบบูรณาการ อ�ำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

ภาคีเครือข่ายป้องกันอุบัติเหตุ อ�ำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ธันวาคม 2552 – กรกฎาคม 2553

เป้าหมายของการท�ำงาน เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่อ�ำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ท�ำให้เกิดการ สูญเสียทัง้ ชีวติ และทรัพย์สนิ ซึง่ หลายครัง้ เป็นเหตุการณ์ทมี่ คี วามรุนแรง มีผบู้ าดเจ็บและผูเ้ สียชีวติ เป็น จ�ำนวนมาก ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยจึงเกิดแนวคิดที่ต้องการลดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในพื้นที่ จึงท�ำให้เกิดเป็นทีมเครือข่ายการท�ำงานข้อมูล อุบตั เิ หตุหรือกลุม่ แกนน�ำเพือ่ เกาะติดปัญหาและจัดการข้อมูลอุบตั เิ หตุ และน�ำไปวิเคราะห์สาเหตุ เพือ่ น�ำข้อมูลทีไ่ ด้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาอุบตั เิ หตุทางจราจร โดยได้มกี ารบูรณาการการท�ำงานร่วมกัน ของหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง ร่วมกันด�ำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบตั เิ หตุในพืน้ ทีอ่ �ำเภอบ้านไผ่ เช่น ต�ำรวจ สาธารณสุข แขวงการทาง ทางหลวงชนบท ส�ำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเลือกศึกษาจากกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่อ�ำเภอบ้านไผ่และอ�ำเภอ โนนศิลา ที่มีการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส รวมทั้งอุบัติเหตุที่มีมูลค่าสูง เช่น อุบัติเหตุหมู่ ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการได้พยายามพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านอุบัติเหตุ เพื่อสนับสนุนการท�ำงานของ เครือข่ายในการคิดค้นและออกแบบวิธกี ารท�ำงานในการลดอุบตั เิ หตุทเี่ กิดขึน้ นับได้วา่ เป็นการท�ำงาน เชิงบูรณาการร่วมกัน และสร้างแนวทางการท�ำงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึง่ หัวใจของทีมเครือข่าย การท�ำงานด้านข้อมูลอุบตั เิ หตุกเ็ พือ่ ให้มรี ะบบฐานข้อมูลการเสียชีวติ จากอุบตั เิ หตุในเชิงลึกถึงสาเหตุ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ สามารถน�ำมาใช้ในการแก้ปัญหา อุบัติเหตุทางจราจรในอ�ำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ โครงการเน้นความส�ำคัญของการจัดตั้งคณะท�ำงานเพื่อค้นหาและสรุปข้อมูลจุดเสี่ยง ทั้งหมดในพื้นที่ ร่วมกันก�ำหนดการเก็บข้อมูลผู้เสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส ทั้งในจุดเสี่ยงและนอกจุด เสี่ยง โดยเน้นกระบวนการประชุมวิเคราะห์ข้อมูลแบบมีส่วนร่วมคือ น�ำข้อมูลเชิงคุณภาพที่เก็บมา ได้ เช่น กรณีศึกษาต่างๆ ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชุมชน เช่น ต�ำรวจ สาธารณสุข แขวง การทาง ปภ.ท้องถิ่น เพื่อช่วยกันวิเคราะห์หาสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และวิธีป้องกัน แก้ปัญหาเบื้องต้น ให้กับหน่วยงานนโยบายและหน่วยปฏิบัติ ตลอดจนรวบรวมสาเหตุเชิงลึกของการเกิดอุบัติเหตุเพื่อ น�ำไปสูก่ ารก�ำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องในระดับนโยบาย อันได้นำ� ไปเสนอแก่ คณะกรรมการอ�ำนวยการความปลอดภัยทางถนน และเวทีประชุม สอจร. บทเรียนที่ส�ำเร็จ จากการด�ำเนินโครงการฯ ท�ำให้เกิดเครือข่ายการท�ำงานทีเ่ ข้มแข็ง มีการแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ซึง่ กันและกัน และเกิดการบูรณาการการท�ำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ชุมชน และเอกชนในการ เข้ามามีสว่ นร่วมซึง่ เป็นจุดเด่นและจุดแห่งความส�ำเร็จของโครงการนี้ น�ำข้อมูลอุบตั เิ หตุมาเชือ่ มโยง และใช้ร่วมกัน เช่น ข้อมูลของพุทธญาณสมาคม ต�ำรวจ โรงพยาบาล มีการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ เกิดกระบวนการการใช้ขอ้ มูลเพือ่ ขับเคลือ่ นสูก่ ารแก้ไขปัญหาอุบตั เิ หตุจราจร ใช้เทคนิคการน�ำเสนอ ข้อมูลที่มีชีวิต เรื่องเล่า ข้อมูลที่สะกิดใจ ท�ำให้กระตุ้นจิตใจของผู้ฟังได้ และมีการใช้สื่อโทรทัศน์ สื่อเคเบิลท้องถิ่น และสื่ออื่นๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นท�ำให้จุดเสี่ยงหลายแห่งได้รับการแก้ไขทันที และ ส่งผลให้เกิดความร่วมมือกันด�ำเนินการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จากเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนและ พัฒนาการท�ำงานด้านป้องกันอุบัติเหตุโดยจิตสาธารณะจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สถานะโครงการ

ยังด�ำเนินโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่

คุณจิรวรรณ กิจเลิศพรไพโรจน์ โทรศัพท์มือถือ: 081-592-9131 E-mail: dang9131@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนวัยโจ๋ เขาสวนกวาง หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

สถานีตำ� รวจภูธรเขาสวนกวาง โดย พ.ต.ท.อานนท์ นามประเสริฐ ผูก้ ำ� กับการสถานีตำ� รวจฯ

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

พ.ศ. 2551 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน คนส่วนใหญ่ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตคือเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเด็กมัธยมต้นที่มักเป็นกลุ่มเสี่ยง ความคึกคะนอง อยากรู้อยากลองน�ำไปสู่การชวนกันไป ตัง้ ก๊วนขับรถซิง่ บ้างเกิดเหตุตรี นั ฟันแทง ปัญหาเหล่านีเ้ ป็นสิง่ ทีเ่ จ้าหน้าทีต่ ำ� รวจอ�ำเภอเขาสวนกวาง พบเจออยูเ่ สมอ และกลายเป็นทีม่ าของโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนวัยโจ๋ โดยน�ำเยาวชนกลุม่ เสีย่ ง ที่อยู่ในโรงเรียนและนอกโรงเรียนมาท�ำกิจกรรมเข้าค่าย เพื่อปรับพฤติกรรมและพัฒนาศักยภาพ ผ่านการเป็นผู้ช่วยต�ำรวจ มีบทบาทเป็นอาสาสมัครจราจร และเป็นสายตรวจดูแลความปลอดภัย ให้ประชาชน เป้าหมายเริ่มแรกคือต้องการจัดกิจกรรมในลักษณะของเพื่อนชวนเพื่อนท�ำกิจกรรม สร้างสรรค์ ประเด็นหลักของการท�ำงาน เด็กทีม่ พี ฤติกรรมอยูร่ วมกันเป็นกลุม่ ใหญ่ ตัง้ กลุม่ แก๊งขีร่ ถจักรยานยนต์ประลองความเร็ว บนท้องถนนมักถูกมองจากสายตาคนภายนอกว่าเป็นเด็กอันธพาล การมองเด็กด้วยทัศนคติเช่นนี้ ท�ำให้ผู้ใหญ่หลายคนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว หรืออาสาเป็นผู้ชี้น�ำแนวทางชีวิตในมุมอื่นๆ ให้แก่เด็ก ท้ายที่สุดกิจกรรมและความคึกคะนองท�ำให้เด็กหลายคนหมดอนาคต เดินเข้าสู่สถานพินิจบ้าง เกิดอุบตั เิ หตุพกิ ารบ้าง จากปัญหานีท้ ำ� ให้ตำ� รวจภูธรเขาสวนกวางขันอาสาเป็นผูร้ เิ ริม่ ปรับพฤติกรรม เด็ก ด้วยการชักชวนให้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนวัยโจ๋ โดยเริ่มจากน�ำเด็กมาฝึกวินัย แบบทหาร ก่อนรับมอบเครื่องแบบ เพื่อให้เด็กเป็นอาสาสมัครเยาวชน กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ น�ำเด็กกลุม่ เสีย่ ง หรือทีเ่ รียกว่าเด็กหัวโจก วัยโจ๋ อายุ 15–25 ปี ทัง้ ทีอ่ ยูใ่ นระบบการศึกษาและ นอกระบบมาเข้าค่ายฝึกวินัยแบบทหาร ในระยะเวลา 4–6 วัน โดยกระบวนการนี้เด็กๆ จะได้ละลาย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

พฤติกรรมร่วมกัน เรียนรู้วิชากฎหมาย ไปดูงานจับกุมผู้ต้องหาและนักโทษที่เรือนจ�ำ ได้พูดคุยถึง ความผิดทีก่ ระท�ำ หลังจากนัน้ ให้เรียนรูเ้ รือ่ งการเป็นอาสาสมัครจราจร สุดท้ายพาเด็กๆ ไปเยีย่ มเหยือ่ จากอุบัติเหตุจราจร เพื่อเป็นอุทาหรณ์ในการใช้รถใช้ถนน เมื่อฝึกครบหลักสูตรเด็กๆ จะถูกแต่งตั้ง ให้เป็นอาสาสมัครเยาวชน มีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจด้วยการเป็น สายตรวจ ดูแลความปลอดภัยของประชาชน จับค���ียาเสพติด การพนัน ในท้องทีท่ ไี่ ด้รบั มอบหมาย โดย ก�ำหนดให้ท�ำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจทุกครั้งในช่วงกลางคืน ส่วนเวลากลางวันเป็นอาสาสมัคร จราจรร่วมกับคุณครูฝ่ายปกครอง ช่วยดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนบริเวณหน้าโรงเรียน “ช่วงออกตรวจ เขาก็จะไปเจอเพื่อนๆ กันเองนี่แหละที่ท�ำผิดกฎจราจรบ้าง ตีกันบ้าง เด็กเขาก็จะคุยกัน เกลี้ยกล่อมกันเอง เช่น กูไปเห็นในโรงพยาบาลมาแล้ว คุกก็ไปมาแล้ว กูว่าอย่า ขับรถซิ่งเลยว่ะ มันไม่คุ้มหรอก มาช่วยพี่ต�ำรวจเขาท�ำงานกับกูดีกว่า เป็นต้น พอเด็กชวนกัน แล้ว ยิ่งเป็นเด็กที่เป็นหัวโจกในกลุ่มด้วย เพื่อนๆ ก็พร้อมท�ำตาม เราก็จัดกิจกรรมต่อเนื่อง ถ้าอยากโก้ เหมือนเพือ่ นก็เข้ามา อาสาสมัครเยาวชนก็เพิม่ ขึน้ แล้วพอเขาท�ำดี เช่น จับยาเสพติดได้ เราก็จดั งานให้ ต�ำรวจระดับผูใ้ หญ่มามอบโล่เกียรติยศให้ ครอบครัวก็ภมู ใิ จ ตัวเด็กเองก็มแี รงเสริมในการประพฤติดี จะกลับไปเกเรเหมือนเมือ่ ก่อนเด็กเขาก็จะคิดทบทวนแล้วว่าชีวติ แบบไหนดีกว่ากัน ตอนนีม้ เี ยาวชน วัยโจ๋เข้าร่วมโครงการประมาณ 300 คน” พ.ต.ท.อานนท์กล่าว บทเรียนที่ส�ำเร็จ โครงการใช้หลักจิตวิทยา ดึงศักยภาพเด็ก และให้เด็กมีส่วนร่วม โดยการมอบหมาย เครื่องแบบ บทบาทหน้าที่ที่ส�ำคัญ และให้รางวัลเกียรติยศโดยผู้ใหญ่ในพื้นที่ เมื่อเด็กท�ำผลงานหรือ ท�ำความดีเพื่อสังคม การได้ใส่เครื่องแบบ และได้รับการยอมรับ ชื่นชมจากสังคม ท�ำให้เด็กที่เข้าสู่ กระบวนการอยากเป็นคนดีของครอบครัวและสังคมยิ่งๆ ขึ้นไป จากทัศนะของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจใน พื้นที่เห็นว่าโครงการนี้ได้รับความส�ำเร็จเกินความคาดหมาย ซึ่งจากเดิมต้องการเพียงแค่ชวนเด็กท�ำ กิจกรรมดี ลดกลุม่ แก๊งรถซิง่ เท่านัน้ แต่กลายเป็นว่าเด็กเป็นก�ำลังส�ำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อย ภายในพื้นที่ แบ่งเบาภาระทางบ้าน ขยันท�ำงาน และแบ่งเวลาว่างมาช่วยงานเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ พ่อแม่ เด็กบางคนกล่าวกับต�ำรวจว่า “คุณครับ ขอบคุณหลาย ฉันได้ลูกชายคืนแล้ว” สถานะโครงการ

ยังด�ำเนินโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่ พ.ต.ท.อานนท์ นามประเสริฐ ผู้ก�ำกับการสถานีต�ำรวจภูธรเขาสวนกวาง ถนนมิตรภาพ ต�ำบลค�ำม่วง อ�ำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์: 081-739-3221 E-mail: arnon2502@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการศึกษาและพัฒนาคู่มือการส�ารวจและวิเคราะห์จุดเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยทางถนนอย่างมีส่วนร่วม จังหวัดมหาสารคาม หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผศ. ดร.วิชุดา เสถียรนาม ระยะเวลาด�าเนินงาน พฤษภาคม 2552 – เมษายน 2553 เป้าหมายของการท�างาน อุบัติเหตุนับเป็นปัญหาส�าคัญของประเทศไทย ซึ่งท�าให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและ ทรัพย์สินเป็นจ�านวนมหาศาลในแต่ละปี เช่นเดียวกับความพยายามแก้ไขและจัดการกับปัญหานี้ ซึง่ แต่ละชุมชนหรือท้องถิน่ ต่างมีแนวทางการด�าเนินการทีต่ า่ งกันไปตามบริบทของพืน้ ที่ โครงการนี้ ก็เป็นความพยายามหนึ่งที่มีเป้าหมายหลักเพื่อส่วนช่วยแก้ปัญหาอุบัติเหตุ และจากการทบทวน รูปแบบการฝึกอบรมการปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตรายที่ผ่านมา พบว่ารูปแบบและคู่มือการฝึกอบรม ที่ใช้ในปัจจุบันเน้นวิศวกรเป็นกลุ่มเป้าหมายในการด�าเนินงาน อัดแน่นไปด้วยข้อมูลทางเทคนิค ทว่าการด�าเนินงานปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตรายในชุมชนนั้นจะมีบริบทที่แตกต่างกันไป ทั้งแง่ของ ลักษณะปัญหาที่มีความซับซ้อน ข้อจ�ากัดในด้านองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม ลักษณะการด�าเนินการ แก้ปัญหาโดยรวมกลุ่มของชุมชน ดังนัน้ การจัดท�าคูม่ อื ฯ จึงเป็นสิง่ จ�าเป็นเพือ่ ให้ชมุ ชนสามารถมีแหล่งความรูใ้ นการส�ารวจ และวิเคราะห์จดุ เสีย่ งอันตรายได้ดว้ ยตนเองอย่างยัง่ ยืน โดยคูม่ อื ฯ มุง่ ถ่ายทอดเทคนิคและกระบวนการ ในการส�ารวจ วิเคราะห์ รวมทั้งปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตรายเบื้องต้น โดยมีแนวคิดคือ เลือกวิธีการที่ คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย ลดขั้นตอนการด�าเนินงานให้เหมาะสมกับลักษณะจุดเสี่ยงในชุมชน คัดเลือก ลักษณะอันตรายที่เกิดขึ้นบ่อยในชุมชน และแสดงข้อมูลทางเทคนิคด้วยภาพประกอบ เพื่อทบทวน องค์ความรู้ รูปแบบ และวิเคราะห์จดุ เสีย่ งทีห่ น่วยงานต่างๆ ได้ดา� เนินการมา อีกทัง้ พัฒนาคูม่ อื วิทยากร สื่อส�าหรับใช้ในการฝึกอบรม และกระบวนการให้ค�าปรึกษาที่เอื้อให้ท้องถิ่นสามารถด�าเนินการ ส�ารวจและวิเคราะห์จุดเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อพัฒนาชุมชนต้นแบบและแกนน�า ต้นแบบทีส่ ามารถน�ากระบวนการส�ารวจ วิเคราะห์จดุ เสีย่ ง และจัดการกับจุดเสีย่ งได้อย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการนีเ้ ป็นโครงการความร่วมมือของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิน่ และภาคีในจังหวัดมหาสารคาม โดยมีความมุง่ หวังให้เกิดคูม่ อื ระดับท้องถิน่ เกิดแกนน�า และชุมชนต้นแบบที่สามารถส�ารวจและวิเคราะห์จุดเสี่ยงอุบัติเหตุจราจรได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจาก การด�าเนินงาน พบว่า รูปแบบและกระบวนการฝึกอบรมการส�ารวจและวิเคราะห์จุดเสี่ยงที่มีอยู่ใน ปัจจุบันเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวิศวกร และการแก้ปัญหาบนโครงข่ายทางหลวง ไม่สามารถน�ามา ใช้ในการอบรมระดับท้องถิ่นได้โดยตรง จ�าเป็นต้องประยุกต์เทคนิคและกระบวนการให้เหมาะสม กับบริบทของการด�าเนินงานในชุมชน เหตุนี้โครงการฯ จึงได้พัฒนาคู่มือและสื่อส�าหรับใช้ในการ ฝึกอบรมระดับท้องถิ่น ประกอบด้วยคู่มือทางเทคนิคและคู่มือเชิงกระบวนการ โดยคู่มือทางเทคนิค แสดงขัน้ ตอนการค้นหาจุดเสีย่ ง การวิเคราะห์จดุ เสีย่ งทีพ่ บบ่อยในชุมชน เช่น บริเวณทางแยก ทางโค้ง ทางตรง รวมทั้งแนวทางการแก้ปัญหาในเบื้องต้น โดยน�าเสนอปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา ด้วยภาพประกอบค�าอธิบาย โดยใช้ภาพถ่ายจากการด�าเนินงานในพื้นที่น�าร่อง ในส่วนของคู่มือ เชิงกระบวนการ ได้อธิบายกิจกรรมและกระบวนการต่างๆ ทีเ่ อือ้ ให้ทอ้ งถิน่ สามารถด�าเนินการส�ารวจ และวิเคราะห์จุดเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถขยายผลโครงการไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้ นอกจากนีไ้ ด้มกี ารพัฒนาแกนน�าและชุมชนต้นแบบ 5 หมู่บา้ น โดยมีหลักในการคัดเลือก คือ ต้องเป็นพืน้ ทีท่ ไี่ ด้รบั ผลกระทบจากการขยายตัวของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือเป็นพืน้ ทีท่ มี่ ี ปัญหาอุบตั เิ หตุในชุมชน และยังไม่มมี าตรการในการแก้ไขทัง้ ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ และในระดับชุมชน รวมทั้งพื้นที่ซึ่งมีความคาบเกี่ยวในการบริหารจัดการ ยากต่อการจ�าแนกสภาพ ความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน และได้จัดกิจกรรมต���างๆ สอดคล้องกับกิจกรรมในคู่มือฯ ที่พัฒนาขึ้น บทเรียนที่ส�าเร็จ ผลของโครงการได้ก่อให้เกิดมิติของการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของการเปลี่ยนแปลงเชิง กายภาพทีเ่ กิดขึน้ จากการปรับปรุงแก้ไข และเกิดการเปลีย่ นแปลงเชิงพฤติกรรมด้านการใช้รถใช้ถนน ให้ปลอดภัยแก่ตนเองมากขึ้น รวมทั้งเกิดองค์ความรู้ของนักวิจัยและแกนน�าชุมชนที่สามารถพัฒนา ศักยภาพของตนเองให้มีความรู้ความสามารถในการส�ารวจและวิเคราะห์จุดเสี่ยงภายในชุมชนของ ตนเอง ตลอดจนสามารถเป็นพี่เลี้ยงเพื่อการขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ ได้ บทสรุปหรือความส�าเร็จของโครงการวิจัยนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การจัดการจุดเสี่ยง ภายในชุมชน และจัดท�าคู่มือที่เอื้อต่อการขยายผลโครงการในพื้นที่อื่นๆ เท่านั้น หากแต่โครงการ ยังสามารถสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาของตนเองผ่านกระบวนการ ศึกษาชุมชน วิเคราะห์ปัญหาของตัวเอง และการสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกันของปัญหา แสวงหา ทางออกของปัญหา ภายใต้ทุนทางสังคมที่มีอยู่และผสมผสานความรู้เชิงวิชาการจากภายนอก อันจะน�ามาสู่การพัฒนาที่เน้นการพึ่งตนเอง และสร้างวัฒนธรรมของความปลอดภัยบนท้องถนนที่ เกิดจากส่วนเล็กทีส่ ดุ ในสังคม แต่สามารถสร้างการเปลีย่ นแปลงและขยายผลสูพ่ นื้ ทีข่ า้ งเคียงได้อย่าง มีประสิทธิภาพ อันจะน�ามาสู่การสร้างความปลอดภัยทางถนนได้อย่างยั่งยืน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ ความส�าเร็จที่แท้จริงคือ คู่มือการส�ารวจและวิเคราะห์จุดเสีย่ งในชุมชน ซึง่ สามารถใช้เป็น สารตัง้ ต้นส�าหรับชุมชนหรือผูท้ ดี่ า� เนินการแก้ปญ ั หาอุบตั เิ หตุในชุมชนต่างๆ อีกทัง้ ชุมชนต้นแบบและ แกนน�าต้นแบบที่ได้จากโครงการฯ จะสามารถน�ากระบวนการส�ารวจ วิเคราะห์จุดเสี่ยง และจัดการ กับจุดเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง สถานะโครงการ ด�าเนินการต่อในระยะที่ 2 เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความเร็วที่เหมาะสมกับชุมชนและเนินชะลอ ความเร็วที่เป็นมิตรกับรถจักรยานยนต์ สามารถติดต่อได้ที่ ผศ. ดร.วิชุดา เสถียรนาม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โทรศัพท์: 081-439-5568 E-mail: K.wichuda@gmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจร ในสถานศึกษา ที่สังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดล�าปาง (ระยะที่ 2) หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

หัวหน้าโครงการ นางพิมพ์จันทร์ โพธิ์สาวัง พี่เลี้ยง สอจร.จังหวัดล�าปาง

องค์กรเครือข่าย 1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลนครล�าปาง 2. โรงเรียนเทศบาลในเครือข่ายเทศบาลนครล�าปาง 3. กองก�ากับการต�ารวจภูธร จังหวัดล�าปาง 4. สนง.ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จังหวัดล�าปาง 5. สนง.ขนส่งจังหวัดล�าปาง 6. กรมควบคุมความประพฤติ จังหวัดล�าปาง 7. ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 8. ส�านักงานกองทุนสนับสนุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ระยะเวลาด�าเนินงาน 1 ตุลาคม 2552 – 30 กรกฎาคม 2553 เป้าหมายของการท�างาน จากรายงานการเฝ้าระวังการบาดเจ็บ 19 สาเหตุ งานเวชระเบียนโรงพยาบาลล�าปาง พบว่า สถิตผิ ไู้ ด้รบั บาดเจ็บจากอุบตั เิ หตุทางจราจรปี 2551 มีทงั้ หมด 6,409 ราย เสียชีวติ 49 ราย โดยพาหนะ ที่เกิดเหตุสูงสุด คือ จักรยานยนต์ 4,939 ราย ช่วงอายุ 10–15 ปี ได้รับบาดเจ็บ 182 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.9 ช่วงอายุ 15–20 ปี ได้รับบาดเจ็บ 1,002 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.63 ช่วงเวลาที่ได้รับบาดเจ็บมาก ที่สุด คือ 17.00–17.59 น. ซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วน ตอนเย็น พฤติกรรมเสี่ยงคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จ�านวน 3,984 ราย คิดเป็นร้อยละ 62.16 ในการนี้ ทางจังหวัดล�าปางร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มุ่งเน้นความส�าคัญ ของการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการปลูกจิตส�านึกให้เยาวชนตระหนักถึง ความปลอดภัย จึงได้รว่ มกันจัดท�าโครงการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เพือ่ แก้ปญ ั หาอุบตั เิ หตุ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

จราจร โดยมุ่งหวังให้มีต้นแบบของหลักสูตรท้องถิ่นที่บรรจุเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ ถนนของสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยโครงการดังกล่าวเป็นการจัดท�า โครงการต่อยอดเป็นเฟสที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาได้ตระหนักถึงความส�าคัญในการน�าหลักสูตรความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไป จัดด�าเนินการควบคู่กับกิจกรรมเสริมด้านอื่นๆ ในสถานศึกษา และพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นระดับ ประถมศึกษาในเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในสถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น พร้อมทั้งน�าข้อมูลจากการท�าโครงการมาวิเคราะห์และน�าสู่การพัฒนาด้านพฤติกรรมของ เด็กที่เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจราจร/การบาดเจ็บในสถานศึกษาลดลง และสามารถน�าไป เผยแพร่และขยายผลต่อไปในครอบครัว โรงเรียน ชุมชนต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนจากเฟสแรกเพียง 2 แห่ง เพิ่มเป็น 7 แห่ง คือ โรงเรียน เทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) โรงเรียนบ้านไร่ประชาสามัคคี และโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมือง นครล�าปาง อีก 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 โรงเรียนเทศบาล 3 โรงเรียนเทศบาล 5 โรงเรียน เทศบาล 6 และโรงเรียนเทศบาล 7 ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรได้เริม่ เข้าสูเ่ ฟส 2 ด้วยการสร้างการเรียนรูใ้ ห้กบั องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาได้ตระหนักถึงความส�าคัญในการน�าหลักสูตรความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนไปจัดด�าเนินการ ควบคู่กับกิจกรรมเสริมด้านอื่นๆ ในสถานศึกษา ผ่านการ จัดกิจกรรม focus group กับผูบ้ ริหารสถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ โดยมีการน�าเสนอ สถานการณ์ ความส�าคัญของการมีหลักสูตรความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมกันนี้ได้เชิญ เข้าร่วมจัดเวทีสรุปบทเรียน ผลการด�าเนินงานทีผ่ า่ นมา การใช้หลักสูตรทีผ่ า่ นมาของโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย)/โรงเรียนบ้านไร่ประชาสามัคคี ประเด็นการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นระดับประถมศึกษาในเรื่องความปลอดภัยในการใช้ รถใช้ถนน ในสถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ได้มกี ารจัดประชุมระดมสมองเพือ่ ทราบ จุดแข็ง–จุดอ่อนของหลักสูตรที่ผ่านมา และการน�าไปประยุกต์เป็นหลักสูตรท้องถิ่น และจัด กระบวนการพัฒนาหลักสูตรและครูผู้สอนด้ว���การประชุมครูและตัวแทนจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นโดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรให้ค�าปรึกษาแนะน�าในการจัดท�าหลักสูตร แต่ละโรงเรียน ซึ่งหลังจากผู้เชี่ยวชาญให้ค�าแนะน�าในการจัดท�าหลักสูตรแล้ว แต่ละโรงเรียนจะ น�าเสนอหลักสูตรของแต่ละโรงเรียนที่ได้จัดท�า โดยจัดเป็นเวทีความรู้หลักสูตรต้นแบบ จากนั้นจึง จัดท�าเอกสารคูม่ อื -สือ่ การจัดการเรียนการสอน และส่งเสริมกิจกรรมเสริมหลักสูตรอืน่ ๆ โดยให้แต่ละ โรงเรียนจัดท�ากิจกรรมเองโดยเน้นการจัดกิจกรรมทีส่ อดคล้องกับหลักสูตร ความปลอดภัยในการใช้ รถใช้ถนนและเป็นกิจกรรมทีส่ ามารถท�าได้อย่างต่อเนือ่ ง สามารถวัดผลได้ โดยมุง่ เน้นผลสัมฤทธิไ์ ป สู่การปฏิบัติได้ นอกจากนี้มีการทดลองใช้และสรุปประเมินผลอีกด้วย

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

เมื่อจบโครงการจัดให้มีการเปิดเวทีสรุปประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ตลอดจน ผลการด�าเนินงานที่ผ่านมา และส่งเสริมกิจกรรมที่มีอยู่ โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลและหาแนวทาง เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนด้านการใช้รถใช้ถนน พร้อมกับเฝ้าระวัง / ติดตามพฤติกรรมเด็ก ในเรือ่ งวินยั จราจร นอกจากนีโ้ ครงการมีการเก็บข้อมูลการบาดเจ็บของเด็กทีร่ ว่ มโครงการ เพือ่ น�ามา ใช้ประโยชน์ในการด�าเนินการต่อและเป็นการวัดผล/ประเมินผล และเก็บข้อมูล ส�าหรับการขยายผล ของโครงการที่สามารถน�าสู่การปฏิบัติได้ พร้อมท�าแบบประเมินภายในชุมชน เพื่อหาบทสรุปและ ด�าเนินการต่อหรือส่งมอบให้ผู้เกี่ยวข้องด�าเนินการต่อไป กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ เป็นการขยายผลจากปีที่ 1 ของการท�าโครงการ โดยเมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 การจัดกิจกรรม ส่งผลให้นกั เรียนสามารถน�าความรูเ้ รือ่ งความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไปขยายผลต่อคนรอบข้าง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 15.15 เป็นร้อยละ 50 โดยให้นักเรียนในกลุ่มชมรมเยาวชนป้องกันอุบัติเหตุและ กู้ชีพเป็นแกนน�า นอกจากนี้ยังเป็นการปรับปรุงหลักสูตรและส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวกับหลักสูตร ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเพือ่ ลดพฤติกรรมเสีย่ งของนักเรียน ลดอุบตั กิ ารณ์การเกิดอุบตั เิ หตุ จากการใช้รถใช้ถนน โดยมีการขยายโครงการจัดท�าหลักสูตรความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไป ยังสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ อ�าเภอเมืองอีก 5 แห่ง โดยให้โรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) เป็นต้นแบบ และให้คณะครูโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) เป็นวิทยากรในการ ให้ค�าแนะน�าการจัดท�าหลักสูตรในแต่ละช่วงชั้นเพื่อให้เกิดแรงจูงใจให้กับคณะครูอีกร้อยละ 50 ที่ยังเห็นว่าการท�าหลักสูตรฯ เป็นการเพิ่มภาระงาน และยังมีกิจกรรมร่วมกันพัฒนาหลักสูตรความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเข้าสูน่ โยบายให้เป็นงานประจ�าเพือ่ ลดช่องว่างและภาระงานของคณะ ครูอีกด้วย สถานะโครงการ ด�าเนินงานต่อใน 6 โรงเรียนเขตเทศบาล สามารถติดต่อได้ที่

นางพิมพ์จันทร์ โพธิ์สาวัง หัวหน้าโครงการ โทรศัพท์: 081-951-0937 E-mail: posawang_501@windowslive.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


ศูนย์แสดงและจ�ำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม–สินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์โอทอปของจังหวัดระยอง หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

บริษัทบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ชุมชนระยองจ�ำกัด โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ร่วมกับจังหวัดระยอง

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

2 ธันวาคม พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน มา’ยอง OTOP ถือเป็น Landmark (พื้นที่ตลาด) แห่งแรกของจังหวัดระยอง และเป็น แห่งแรกของภาคตะวันออกทีม่ ขี นาดใหญ่ กินพืน้ ทีก่ ว่า 30 ไร่ ตัง้ อยูบ่ นถนนสุขมุ วิท จัดสร้างขึน้ เพือ่ สร้างโอกาสและกระจายรายได้ให้แก่เกษตรกร, ชาวสวนผลไม้, ชาวประมง, ชุมชนผู้ผลิต ตลอดจน อุตสาหกรรมในท้องถิ่น โดยรวบรวมสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมาแสดงและจ�ำหน่ายในสถานที่ แห่งเดียวกัน เพื่อสร้างสรรค์ให้ มา’ยอง OTOP เป็นศูนย์รวมของฝากของจังหวัดระยอง ภายใต้ แนวคิดการน�ำสินค้าจากเกษตรกร ชาวสวน ชาวประมง ชุมชนพืน้ บ้าน และอุตสาหกรรมในท้องถิน่ มาพบกับนักท่องเที่ยวโดยตรง โดยก่อนหน้าการจัดสร้างตลาด พื้นที่ริมทางหลวง ชาวบ้านได้น�ำสินค้าชุมชนมาวางขาย ข้างทางในลักษณะของร้านค้าริมทาง หรือตลาดเร่ ซึ่งนอกจากจะมีความบกพร่องมาตรฐาน 3 มิติ ของตลาดอันได้แก่ มิตดิ า้ นกายภาพ อาหารปลอดภัย การคุม้ ครองผูบ้ ริโภคแล้ว ตลาดริมทางยังก่อเกิด ความไร้ระเบียบหลายประการที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุข้างทางอีกด้วย ซึ่งผู้รับผิดชอบ ตลาดมา’ยอง OTOP เล็งเห็นว่าถนนทางหลวงสายนี้มีรถบรรทุกและรถยนต์ใช้เป็นจ�ำนวนมาก ต่อวัน ก่อนหน้านีก้ ม็ อี บุ ตั เิ หตุเกิดขึน้ บ่อยครัง้ ส่วนใหญ่เกิดขึน้ กับผูซ้ อื้ สินค้าริมทาง เพราะว่ารถยนต์ที่ ออกตัวจากร้านค้าริมถนน บางครัง้ รถบรรทุกจะมองไม่เห็น ท�ำให้รถยนต์กบั รถบรรทุกเกิดเหตุชนกัน บ่อยครั้ง ส่วนพ่อค้าแม่คา้ เคยถูกรถบรรทุกพุง่ ชนเข้าไปในร้านค้าทีต่ งั้ อยูร่ มิ ทางเหมือนกัน มีทงั้ เสีย ชีวติ และบาดเจ็บสาหัส จึงมีแนวคิดเปิดพืน้ ทีภ่ ายในตลาด และชักชวนให้พอ่ ค้าแม่ขายทีอ่ ยูร่ มิ ทางให้ เข้ามาขายในตลาดแทน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ประเด็นหลักของการท�ำงาน ด้านงานจราจรตลาดมา’ยอง ชักชวนพ่อค้าแม่ขาย ผู้ประกอบการร้านค้าเร่ริมทางหลวง ให้เข้ามาใช้พื้นที่ในตลาดเพื่อลดอุบัติเหตุ และอ�ำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางท่องเที่ยว ในการ จับจ่ายซื้อของฝาก โดยการรวบรวมผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ของจังหวัดระยองให้มาอยู่รวมกัน ในตลาดมา’ยอง กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ ตลาดมา’ยอง เป็นการจัดระเบียบพื้นที่ขายของจากการเป็นตลาดเร่ข้างทาง ที่มีปัญหาทั้ง การลากสายไฟ การจอดรถไม่เป็นระเบียบท�ำให้เกิดการจราจรติดขัด กระทั่งเกิดอุบัติเหตุ ไปสู่การ เป็นตลาดประจ�ำ แม้ตลาดเร่ข้างทางจะเป็นที่คุ้นเคยส�ำหรับนักเดินทางที่ชอบแวะด้วยความสะดวก เพียงแค่แวะจอดรถข้างทาง และความง่ายในการเข้าถึง แต่ปัญหาที่ตามมาคือท�ำให้การจราจรติดขัด หากตลาดดังกล่าวไม่มที จี่ อดรถ และการวางสินค้าอยูร่ มิ ทางเกินไป ถือว่าอยูใ่ นภูมทิ ศั น์ทไี่ ม่ปลอดภัย ทางถนน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุตามมา โครงการได้ชักชวนพ่อค้าแม่ขายให้เข้าไปเปิดร้านอยู่ภายในตลาดแทนที่การเปิดร้านโดย เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยตลาดได้รวบรวม���ลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ส�ำหรับให้ ผูเ้ ดินทางท่องเทีย่ วได้จบั จ่ายซือ้ ของฝาก โดยมีสงิ่ อ�ำนวยความสะดวกรองรับทัง้ ลานจอดรถทีม่ ที จี่ อด มากกว่า 500 คัน จัดระเบียบพื้นที่ขายอย่างชัดเจน มีร้านอาหาร และห้องน�้ำที่มี 2 อาคารรวม 88 ห้อง ปัจจุบันด�ำเนินการปรับปรุงสถานที่และรูปแบบการจัดการเพื่อรองรับความต้องการของ ผู้ค้าและผู้ซื้อให้สะดวกและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น สถานะโครงการ

ก�ำลังปรับปรุงกิจการ (พฤษภาคม 2555)

สามารถติดต่อได้ที่ มา’ยองโอทอป (ศูนย์แสดงและจ�ำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม–สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน) เลขที่ 201 หมู่ 7 ถนนสาย 36 ต�ำบลมะขามคู่ อ�ำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง 21180 โทรศัพท์: 038-606-888 โทรสาร: 038-606-890 เว็บไซต์: www.mayongotop.com E-mail: info@mayongotop.com, mayongotop@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการเปิดประตูชีวิต ปิดประตูอุบัติเหตุ: กรณีโรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา อ�ำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

โรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา และส�ำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

15 ธันวาคม 2552 – 14 ธันวาคม 2553

เป้าหมายของการท�ำงาน เพือ่ กระตุน้ และส่งเสริมการสร้างจิตส�ำนึก วัฒนธรรมความปลอดภัยให้แก่นกั เรียน พัฒนา เด็กนักเรียนให้เป็นแกนน�ำในการป้องกันปัญหาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมถึงส่งเสริมการ สร้างอัตลักษณ์ของเด็กนักเรียนในการเป็นแกนน�ำความปลอดภัยในกลุ่มวัยโจ๋ และสุดท้ายเพื่อ กระตุ้นภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ครอบครัว ท้องถิ่น ภาคเอกชนในการมีส่วนร่วมในการป้องกันการ ขับขีร่ ถจักรยานยนต์ โดยโครงการดังกล่าววางเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายเยาวชนในสถานศึกษา ต้นแบบที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของสังคม ให้ประพฤติตนได้ตามกฎหมายจราจร และรับผิดชอบต่อสังคม ยิ่งขึ้น สามารถใช้รถใช้ถนนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย น�ำไปสู่การลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุทาง ถนน นักเรียนที่ผ่านกิจกรรมสามารถน�ำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในสถาบัน การศึกษาอื่นๆ และขยายผลต่อเนื่องไปที่กลุ่มคนใกล้ชิด ทั้งภายในและภายนอกครอบครัว ชุมชน ในลักษณะการกระจายเป็นเครือข่าย ประเด็นหลักของการท�ำงาน ลักษณะโครงการเป็น 4 กิจกรรมย่อย คือ 1. โครงการเฟ้นหาดาวเด่นประจ�ำโรงเรียนร่วมเปิดประตูชวี ติ ปิดประตูอบุ ตั เิ หตุ โดยการ คัดเลือกนักเรียนที่น�ำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียนมาให้ความรู้เปิดประตูชีวิต ปิดประตูอุบัติเหตุ เพื่อ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัยแก่นักเรียน โรงเรียนจ�ำนวน 100 คน (ใช้ ระยะเวลา 1 วัน) ได้รับความร่วมมือจากวิทยากร เช่น สนง.ขนส่ง สภ.ทุ่งตะโก รพ.ทุ่งตะโก มูลนิธิ พุทธประทีปหลังสวน และ สนง.ปภ. ทั้งนี้ให้นักเรียนเขียนเรียงความ เรื่อง มอไซค์ของฉัน โดย คณาจารย์ของโรงเรียนจะคัดเลือกนักเรียนแกนน�ำวัยโจ๋ ประมาณ 20 คน เพือ่ เข้ารับการฝึกอบรมผูน้ ำ� ความปลอดภัยวัยรุ่นต่อไป มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

2. โครงการ training the trainer สร้างผู้น�ำความปลอดภัยวัยรุ่น เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติ การในรูปแบบ training the trainer เช่น การเล่าเรื่องจากงานศึกษาวิจัย 3 ชิ้น คือ ซิ่ง ซ่า เซ็กส์: อัตลักษณ์ ภาวะชายขอบกับการบาดเจ็บรุนแรงจากการขีม่ อเตอร์ไซค์ของวัยรุน่ , ปัญหาและอุปสรรค ในการป้องกันปราบปรามการกระท�ำผิดของเด็กและเยาวชนในคดีรถซิ่ง, อ�ำนาจการเมืองและ วัฒนธรรม เบ้าหลอมความรุนแรงในเด็กและเยาวชนไทย หรือการเล่าเรื่องด้วยภาพถ่าย รวมทั้ง ขั้นตอนการสร้างหนังสั้น เป็นต้น แก่นักเรียนแกนน�ำวัยโจ๋ 20 คน และอาจารย์ 5 คน ในหัวข้อ มอเตอร์ไซค์กับวัยรุ่นสร้างความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพื่อจัดตั้งผู้น�ำความปลอดภัยขึ้นทดแทนการเป็น เด็กกลุ่มเสี่ยง โดยจัดให้มีกิจกรรมร่วมกันที่เป็นประโยชน์สร้างความภาคภูมิใจและทัศนคติที่ดี 3. โครงการพัฒนาเครือข่ายผู้น�ำความปลอดภัยวัยรุ่น โรงเรียนจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การ ป้องกันและลดอุบัติเหตุ/ชมรมผู้น�ำความปลอดภัยวัยรุ่น พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่แกนน�ำวัยโจ๋ และสมาชิกเครือข่าย เพือ่ จัดพืน้ ทีใ่ ห้นกั เรียนแกนน�ำวัยโจ๋หาแนวร่วม/สร้างเครือข่ายภายในโรงเรียน ให้อสิ ระแก่กลุม่ แกนน�ำในการคิดค้นกิจกรรมทีเ่ หมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกใน เครือข่าย เช่น โครงการโรงเรียนพีส่ โู่ รงเรียนน้อง นักวิจยั น้อย โครงการจราจรอาสา เป็นต้น ตลอดจน สามารถสร้างกิจรรมทีเ่ ชือ่ มโยงทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน เช่น จัดกิจกรรมให้ชมุ ชนมีสว่ นร่วม เชิญผู้ปกครองและผู้น�ำท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม เป็นต้น 4. ติดตามและประเมินผล เช่น แบบทดสอบก่อน–หลัง การฝึกอบรม จัดกิจกรรมเคลือ่ นทีใ่ ห้ นักเรียนได้ประชาสัมพันธ์ เช่น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น นอกจากนีถ้ อดบทเรียน แลกเปลีย่ น เรียนรู้ ระดับจังหวัด–จัดเวทีระดับโรงเรียน/จังหวัด/ภาค เพื่อน�ำเสนอกิจกรรมของนักเรียนสู่เวที สาธารณะ เช่น เวทีปฐมนิเทศผู้ปกครอง เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับจังหวัด ภาคใต้ และระดับ ประเทศ เป็นต้น กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ จากการจัดกิจกรรมให้เกิดนักเรียนแกนน�ำด้านความปลอดภัยทางท้องถนน ส่งผลให้เด็ก นักเรียนแกนน�ำได้ริเริ่มสร้างสรรค์โครงการต่างๆ ตามมา ซึ่งโครงการเด่นมีดังนี้ 1. โครงการโรงเรียนพีส่ โู่ รงเรียนน้อง สมาชิกชมรมสภามอเตอร์ไซค์ของโรงเรียนทุง่ ตะโก ได้จดั กิจกรรมการสร้างเครือข่ายการป้องกันและลดอุบตั เิ หตุทางถนนในโรงเรียนต่างๆ ในเขตอ�ำเภอ ทุ่งตะโก โดยนักเรียนแกนน�ำที่ผ่านการฝึกอบรมได้จัดบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้ ณ โรงเรียนที่ เข้าร่วมกิจกรรม สนับสนุนหมวกนิรภัยให้แก่น้องที่น�ำรถมาโรงเรียนประมาณโรงเรียนละ 20 ใบ และเชิญวิทยากร เช่น ต�ำรวจ ปภ. และแกนน�ำสมาชิกชมรมสภามอเตอร์ไซค์ให้ความรู้แก่น้องๆ ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 100 คน ส่งผลให้เกิดกระแสกับสังคมภายใน โรงเรียนเป็นอย่างมาก มีหลายๆ โรงเรียนอยากเข้าร่วมกิจกรรม และต่อมาเกิดเครือข่ายการท�ำงาน ร่วมกับองค์กรอื่น ทั้งจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และส�ำนักงาน คปภ.

2. โครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจเคารพกฎจราจร เด็กนักเรียนจากสภาเด็กและ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

เยาวชนอ�ำเภอทุง่ ตะโกจัดท�ำป้ายประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้นกั เรียนและประชาชนในพืน้ ทีส่ วมหมวก นิรภัย 100% ณ โรงเรียนทุง่ ตะโก���ิทยา มีนกั เรียนและผูป้ ระกอบการรถรับส่งนักเรียนเข้าร่วมโครงการ จ�ำนวน 100 คน โดยกิจกรรมเป็นการฝึกอบรมให้ความรู้ เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและค่านิยม ของผูใ้ ช้รถจักรยานยนต์นอกจากนีม้ กี ารขับขีร่ ถจักรยานยนต์รณรงค์รอบตลาดเขาปีบ เทศบาลต�ำบล ทุง่ ตะไคร และตัวแทนของสภาเด็กและเยาวชนอ�ำเภอทุง่ ตะโกได้ยนื่ ข้อเสนอต่อนายอ�ำเภอทุง่ ตะโก ให้อ�ำเภอเป็นพื้นที่กวดขันวินัยจราจร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จะต้องสวมหมวกนิรภัย 100% ซึ่ง นายอ�ำเภอรับข้อเสนอดังกล่าว ทั้งนี้ส�ำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรได้สนับสนุนป้ายไวนิล จ�ำนวน 16 แผ่น ให้กับโรงเรียนในเขตอ�ำเภอทุ่งตะโก และหมวกนิรภัย จ�ำนวน 20 ใบ เพื่อแจกจ่ายผู้เข้าร่วม โครงการด้วย โครงการดังกล่าวส่งแรงกระเพือ่ มให้นายอ�ำเภอทุง่ ตะโกผลักดันโครงการจัดหาหมวก นิรภัยราคาถูกจากบริษัทกลางจ�ำนวน 300 ใบ แจกจ่ายให้ประชาชน และ สภ.ทุ่งตะโก ยังได้จัดท�ำ โครงการจับแจกหมวกนิรภัย 250 ใบอีกด้วย บทเรียนที่ส�ำเร็จ การด�ำเนินงานโครงการเปิดประตูชวี ติ ปิดประตูอบุ ตั เิ หตุ ของโรงเรียนทุง่ ตะโกวิทยา มีการ ประชุมวางแผนการและเสนอโครงการต่อผูอ้ ำ� นวยการโรงเรียน เพือ่ ด�ำเนินงานตามแผนงาน นอกจาก นีม้ กี ารประเมินผลการด�ำเนินงานก่อนด�ำเนินงาน ระหว่างด�ำเนินงาน และหลังด�ำเนินงาน เพือ่ น�ำผล ที่ได้มาประมวลและปรับปรุงแผนการด�ำเนินงานต่อเนื่อง เพื่อให้แผนงานและโครงการสามารถ ด�ำเนินต่อไปได้ดว้ ยความส�ำเร็จ ผลทีไ่ ด้คอื อาจารย์และนักเรียนทีน่ ำ� รถมาโรงเรียนทุกคนสวมหมวก นิรภัย 100% ซึ่งทุกคนมีความตระหนักต่อความปลอดภัยในการขับขี่ เนื่องจากเป็นมาตรการหนึ่งที่ จะช่วยบรรเทาความรุนแรงทีเ่ กิดจากอุบตั เิ หตุได้เป็นอย่างดี และสามารถขยายผลการประชาสัมพันธ์ และรณรงค์กิจกรรมการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยสู่ชุมชนรอบข้างได้เป็นอย่างดี กิจกรรมทั้งหมดของโครงการซึ่งเป็นการด�ำเนินกิจกรรมด้วยแนวคิดของนักเรียนแกนน�ำ คิดเอง ท�ำเอง และมีทปี่ รึกษาโครงการท�ำหน้าทีเ่ ป็นผูใ้ หญ่ใจดีคอยสนับสนุนและอ�ำนวยความสะดวก อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ท�ำให้เกิดโครงการดีๆ ที่สามารถขยายผลไปสู่สังคมโดยรอบได้ สถานะโครงการ

ปิดโครงการ

สามารถติดต่อได้ที่

อาจารย์บุญลือ อยู่พรหม โรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา อ�ำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร โทรศัพท์: 089-868-6589 คุณกรพินธุ์ สุขอนันต์ ส�ำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร โทรศัพท์: 086-777-6927

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการจังหวัดขอนแก่นปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยเทิดไท้องค์ราชันย์ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

คณะกรรมการด�ำเนินงานป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดขอนแก่น

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

กันยายน 2554 – สิงหาคม 2555

ประเด็นหลักของการท�ำงาน จากผลส�ำรวจอัตราการสวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดนิรภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2553 ด้วยวิธีการสังเกตของเครือข่ายเฝ้าระวังสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน พบว่า ผู้ขับขี่รถ จักรยานยนต์ในจังหวัดขอนแก่นมีอัตราการสวมหมวกนิรภัยเพียง 45% ในขณะที่ผู้ซ้อนท้ายรถ จักรยานยนต์มีอัตราการสวมหมวกนิรภัยเพียง 16% ซึ่งอยู่ในล�ำดับที่ 40 ของประเทศ และในผู้ขับ รถยนต์มีอัตราการคาดเข็มขัดนิรภัย 71% ในผู้นั่งตอนหน้ารถยนต์มีอัตราการคาดเข็มขัดนิรภัย 46% โดยสถิติคดีอุบัติเหตุจราจร ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติระบุ อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ของจังหวัดขอนแก่น ในปี 2551 มีอัตราการตาย 17.06/แสนประชากร ในปี 2552 มีอัตราการตาย 14.82/แสนประชากร แม้วา่ ข้อมูลข้างต้นจะแสดงให้เห็นว่าอัตราการตายจากอุบตั เิ หตุทางถนนในปี 2552 ลดลง แต่ในทางกลับกัน ข้อมูลจากสถิตคิ ดีอบุ ตั เิ หตุจราจร ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ในรายงานสถานการณ์ อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยปี พ.ศ. 2553 มูลนิธิไทยโรดส์พบว่า มีดัชนีความรุนแรงของ อุบัติเหตุสูงถึง 49.00–60.99 และดัชนีการเสียชีวิตของขอนแก่นสูงถึง 0.31–0.41 ดังนั้นจังหวัดขอนแก่นจึงได้จัดท�ำโครงการจังหวัดขอนแก่นปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย เทิดไท้องค์ราชันย์ขึ้นเพื่อส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย และสร้างความตระหนักในการสวมหมวก นิรภัยขณะใช้รถจักรยานยนต์ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการรณรงค์การสวม หมวกนิรภัย โดยมีพื้นที่เป้าหมายน�ำร่องเป็น 5 อ�ำเภอที่ติดถนนหลวงมิตรภาพ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อย ได้แก่ อ�ำเภอเมือง อ�ำเภอพล อ�ำเภอบ้านไผ่ อ�ำเภอน�้ำพอง และอ�ำเภอชุมแพ ทั้งนี้เจาะกลุ่มประชาชน ผูใ้ ช้รถจักรยานยนต์ในสถานประกอบการหรือโรงงาน และสถานศึกษาระดับมัธยม อ�ำเภอละ 1 แห่ง และทุกอ�ำเภอด�ำเนินการใน อบต.ละ 1 ชุมชน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

การจัดท�ำโครงการดังกล่าวนัน้ คาดหวังให้ผใู้ ช้รถจักรยานยนต์ในพืน้ ทีเ่ ป้าหมายสวมหมวก นิรภัยเพิม่ ขึน้ ส่งผลให้บคุ ลากรของหน่วยงานกลุม่ เป้าหมายในพืน้ ทีบ่ าดเจ็บและเสียชีวติ จากอุบตั เิ หตุ ทางถนนลดลง เกิดการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน โดยโรงงาน สถานศึกษา และชุมชนเกิดความรู้ความเข้าใจในปัญหาอุบัติเหตุทางถนน และร่วมหาแนวทางป้องกันบุคลากร ของตนเอง เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแนวทางการท�ำงานที่สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ในแต่ละ พื้นที่ได้ ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการเริ่มเดินหน้าการท�ำงานจากการประชุมเช่นเดียวกับหลายโครงการในพื้นที่อื่นๆ โดยจัดประชุมคณะท�ำงานจังหวัด เพื่อชี้แจงโครงการฯ และประชุมคณะท�ำงาน เพื่อสังเคราะห์ ทุนเดิมในจังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นแนวทาง (Model) ให้พื้นที่น�ำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งต้นทุนในพื้นที่ คือการด�ำเนินโครงการลดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว จึงสามารถระดมเครือข่ายคณะท�ำงานได้ ทันที นอกจากนี้ยังจัดเวทีสะท้อนข้อมูล ปัญหา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างพื้นที่ที่มี Model ประสบผลส�ำเร็จอยู่แล้ว กับพื้นที่ที่จะด�ำเนินการน�ำร่อง 5 อ�ำเภอ โดยมีกระบวนการท�ำงาน คือ ให้ 5 อ�ำเภอน�ำร่อง รวมภาคีเครือข่าย ซึ่งประกอบไปด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน สภาเยาวชน และเจ้าคณะอ�ำเภอ ท้องถิน่ รวม 15 คน/อ�ำเภอ ช่วยกันจัดเป็นฐานความรู้ 4 ฐาน คือ ฐาน ชุมชน ฐานโรงเรียน ฐานโรงงาน และฐานภาคีเครือข่ายอื่น เพื่อสะท้อนข้อมูลและปัญหา จากนั้น ให้แต่ละอ�ำเภอร่วมกันวางแผนด�ำเนินการ ในประเด็นการสวมหมวกนิรภัย 100% ตามยุทธศาสตร์ 5 ด้านของ ครม. ทีม่ กี ารประกาศไปทุกจังหวัด ได้แก่ การท�ำให้เกิดผูน้ ำ� ทุกระดับ การประชาสัมพันธ์ การบังคับใช้กฎหมายแบบมีส่วนร่วม การจัดการข้อมูล และการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคี เครือข่ายแต่ละอ�ำเภอด�ำเนินการ ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่การปฏิบัติงาน แต่ละอ����เภอจะท�ำการสุ่มส�ำรวจข้อมูลพฤติกรรมการ สวมหมวกนิรภัย และการเกิดอุบัติเหตุฯ บาดเจ็บ ตาย ในปีที่ผ่านมาของคนในพื้นที่ และให้แกนน�ำ ในพื้นที่ร่วมวิเคราะห์ปัญหา วางแผนส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย พร้อมจัดตั้งคณะท� ำงานขึ้น โดยเฉพาะและมีการติดตามความก้าวหน้าของพืน้ ที่ มีการประชุมคณะท�ำงานทุกเดือน โดยมีขอ้ ตกลง ให้พื้นที่เป้าหมายของแต่ละอ�ำเภอมารายงานความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรคในคณะท�ำงานเพื่อช่วย แก้ปัญหา และน�ำแผนการด�ำเนินการที่จัดท�ำในงานสะท้อนข้อมูล มาร่วมพิจารณากับแผนของ แต่ละพื้นที่ที่วางไว้เพื่อปรับให้สอดคล้องก่อนด�ำเนินงานตามแผน นอกจากนี้โครงการยังมีการติดตามประเมินผลการท�ำงานจากการประชุมคณะกรรมการ จังหวัดทุกเดือนโดยให้ 5 อ�ำเภอเป้าหมายรายงานความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค และมีการจัดประกวด เวทีแลกเปลีย่ นเรียนรูท้ งั้ จังหวัดโดยให้ 5 อ�ำเภอเป้าหมายน�ำเสนอผลงานผ่าน power point โดยในเวที ยังมีกจิ กรรมการประกวดผลการด�ำเนินงาน ซึง่ มีการตัง้ คณะท�ำงานประเมินผล และคณะท�ำงานการ ประกวดผลการด�ำเนินงานอีกด้วย

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

สถานะโครงการ

อยู่ในระหว่างการด�ำเนินงาน

สามารถติดต่อได้ที่

ผู้ประสานงานโครงการ พ.ต.อ.ประพันธ์ เวทีกูล ผู้ก�ำกับต�ำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น 194 ต�ำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ถนนศูนย์ราชการ ต�ำบลในเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000 โทรศัพท์: 043-235-096 โทรสาร: 043-236-834

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนถนนปลอดภัยเรียนรู้ป้องกันและลดอุบัติภัย จากการจราจรทางถนน จังหวัดเชียงราย หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

คุณสริยา ทวีกุล โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ คุณอุมาพร ชัยแก้ว โรงพยาบาลแม่ลาว คุณสุริยัน ตื้อยศ ชุมชนสันหนองล้อมและคณะ

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552–2555

ที่มาของโครงการ วิถีชีวิตที่ดั้งเดิมเรียบง่าย ผูกพันกับแม่น�้ำ แต่ปัจจุบันก�ำลังจะถูกเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง สร้างปัญหาในครอบครัว ชีวติ และสังคม เกิดมลพิษ ท�ำลายธรรมชาติและวิถชี วี ติ ในอดีตโดยไม่รตู้ วั ทัง้ การมองเห็นปัญหาต่างๆ เป็นเรือ่ งปกติ เกิดภาวะชุมชนไม่เข้มแข็ง วัฒนธรรมถดถอย ซ�้ำถูกลืมเลือน วิถีชุมชนเมืองมีอิทธิพลมากขึ้น สังคมโดยรอบเริ่มเสื่อมโทรม ช่องว่างของวัยกว้างขึ้น คุยกันน้อย ลง ต่างคนต่างอยู่ มีความแปลกแยกในการคิด ปัญหาอุบัติเหตุ โรคร้ายแรง โรคอุบัติใหม่อุบัติซ�้ำ รุมเร้า ภาครัฐ ภาคเอกชนมีการท�ำงานที่แยกส่วน ขาดจิตส�ำนึก โครงการชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแรง ร่วมใจ บ้านสวย น�้ำใส ปลอดภัยปลอดอุบัติเหตุ หรือโครงการชุมชนถนนปลอดภัยเรียนรู้ป้องกัน และลดอุบัติภัยจากการจราจรทางถนน จังหวัดเชียงราย จึงเกิดขึ้นโดยมีแนวคิดในการบูรณาการ แก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ ของชุมชนร่วมกัน ซึ่งปัญหาการจราจรถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คณะ ท�ำงานให้ความส�ำคัญ กระทัง่ เป็นทีม่ าในการจัดท�ำโครงการเฉพาะภายใต้โครงการใหญ่ โดยใช้ชอื่ ว่า โครงการชุมชนถนนปลอดภัยเรียนรูป้ อ้ งกันและลดอุบตั ภิ ยั จากการจราจรทางถนน จังหวัดเชียงราย เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการชุมชนถนนปลอดภัยเรียนรูป้ อ้ งกันและลดอุบตั ภิ ยั จากการจราจรทางถนน จังหวัด เชียงราย มีวตั ถุประสงค์ในการท�ำงานด้วยการมีสว่ นร่วม เชือ่ มร้อยแต่ละภาคส่วนในพืน้ ทีม่ าท�ำงาน ร่วมกัน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาจากจุดเล็กๆ สร้างชุมชนให้เข้มแข็งแบบบูรณาการ และสร้างเครือข่าย การมีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายในการเกิดชุมชนเข้มแข็ง และชุมชนเกิดความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ประเด็นหลักของการท�ำงาน ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนภายใต้ภารกิจใด ชุมชนจะวางกลยุทธ์ในการท�ำงาน โดยยึด ระบบคน 3 วัย ภายใต้แนวคิด 2 ส 2 ป ตามกรอบ 6 อ และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดย 2 ส 2 ป ประกอบด้วย สร้างแนวร่วมโดยการผูกจิตส�ำนึกของคน 3 วัย สร้างเครือข่าย เพื่อวางรากฐานความ ยั่งยืน ประสานลดช่องว่าง ซึ่งถือเป็นหัวใจของความส�ำเร็จ และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ใน วงกว้างและสม�่ำเสมอ ส่วนกรอบ 6 อ ประกอบไปด้วย อาหาร ออกก�ำลังกาย (เลิก)อบายมุข อากาศ อุบตั เิ หตุ และ อนามัยสิ่งแวดล้อม ส�ำหรับหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ วิถีพื้นบ้านที่พอเพียง นโยบายพอประมาณ และเครือข่ายมีภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้การท�ำงานของภาคีเครือข่ายเน้นการบูรณาการยุทธศาสตร์ 6E ที่ประกอบไปด้วย Enforcement (มาตรการบังคับใช้กฎหมาย ก�ำหนดกติกา มารยาท ควบคุมการ ปฏิบัติ) Engineer (มาตรการด้านวิศวกรรม) EMS (ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน) Education (การ ให้ความรูด้ ว้ ยประสบการณ์ตรง เสริมความรู้ รับรูป้ ญ ั หาวิเคราะห์วางแผน) Empowerment (การสร้าง พลังอ�ำนาจแก่ท้องถิ่นและชุมชนในการร่วมกันแก้และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ สร้างแรงจูงใจ ให้ รางวัล) Evaluation (การเก็บรวบรวมข้อมูลและประเมินผลเพื่อน�ำมาวิเคราะห์หาแนวทางแก้ปัญหา เฝ้าระวัง รายงานผล ทุกเดือนสรุปผล) โดยรายละเอียดของการท�ำงานโครงการชุมชนถนนปลอดภัยเรียนรูป้ อ้ งกันและลดอุบตั ภิ ยั จากการจราจรทางถนนนัน้ เริม่ ด�ำเนินงานโดยการจัดประชุมคณะผูบ้ ริหารองค์การบริหารส่วนต�ำบล จัดประชุมท�ำแผนกิจกรรมการด�ำเนินงาน (Focus Group) จากนัน้ จึงประชุมตัง้ กฎกติกาภายในหมูบ่ า้ น ให้สอดคล้องกับความต้องการและสภาพของปัญหาตามบริบทและวัฒนธรรมของชุมชน โดยส่วน ใหญ่เป็นกิจกรรมทางวิศวกรรมจราจร เพื่อปรับภูมิทัศน์ในการใช้รถใช้ถนน เช่น ตัดหญ้า กิ่งไม้ ทีบ่ ดบังไฟแสงสว่าง จัดท�ำป้ายจราจร ป้ายเตือน ปรับปรุงป้ายทีช่ ำ� รุดด้วยการทาสี การน�ำยางรถยนต์ แผ่นซีดีมาจัดท�ำสิ่งเตือนโดยพิจารณาวัสดุคงเหลือประเภทต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้วในหมู่บ้านก่อน พร้อมประชาสัมพันธ์เสียงตามสายของหมู่บ้าน กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ กิจกรรมเด่นที่ชุมชนร่วมกันคิดและลงมือท�ำมีอยู่ด้วยกันหลายประเด็นร่วม 13 โครงการ ทัง้ ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ศิลปวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ครอบครัว ความปลอดภัยในชุมชน การดูแล สิ่งแวดล้อม ส�ำหรับจุดเด่นของโครงการชุมชนถนนปลอดภัยเรียนรู้ป้องกันและลดอุบัติภัยจากการ จราจรทางถนนคือการเชื่อมประสานคนท�ำงานสาขาเดียวกันให้เข้ามาท�ำงานร่วมกัน ส่งพลังไปใน ทิศทางเดียวกัน (Synchronize) โดยใช้แนวทางปฏิบัติงานตามค�ำแนะน�ำของ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) คือ พี่เลี้ยง สอจร. ไม่���ด้เป็นผู้ปฏิบัติงาน เอง แต่ไปเชื่อมงานกับคนอื่นที่ท�ำงานด้านป้องกัน อย่างเช่น ปภ. ต�ำรวจ แขวงการทาง ขนส่งจังหวัด นายก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน หรือแม้กระทั่งพระสงฆ์

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

บทเรียนที่ส�ำเร็จ ปัญหาของชุมชนต้องได้รับการแก้ไขโดยคนในชุมชน เกิดวิธีการจัดการปัญหาในชุมชน อย่างเป็นระบบโดยใช้เวทีสาธารณะ โดยทุกคนต้องเป็นเจ้าของปัญหา ร่วมคิด ร่วมท�ำ ร่วมเฝ้าระวัง ปัญหาจึงจะลดลง ในส่วนของผู้น�ำชุมชนต้องมีบทบาทเป็นผู้ขับเคลื่อนการท�ำงานอย่างสม�่ำเสมอ ส่วนภาคีเครือข่าย ต้องเป็นผู้ประสาน สนับสนุนการท�ำงานอย่างไร้รูปแบบอย่างต่อเนื่อง จนเกิด แนวร่วมของภาคีเครือข่าย ทั้งด้านวิชาการ ด้านประสานงาน และกลุ่มเครือข่ายสตรี โดยการท�ำงานประเด็นจราจรพบว่า จุดเริ่มต้นของงานอาจไม่ได้เริ่มด้วยงานป้องกัน อุบัติเหตุทุกครั้ง เพราะบางพื้นที่อาจให้น�้ำหนักกับปัญหาอื่นมากกว่า ก็ให้ดูว่าในพื้นที่นั้นๆ แข็งขัน ท�ำงานในเรื่องอะไร ก็ให้ดึงงานนั้นขึ้นมา แล้วเสริมงานอุบัติเหตุเข้าไป ซึ่งการมีส่วนร่วมจาก ทุกภาคส่วนของชุมชนอย่างต่อเนือ่ งและท�ำงานอย่างจริงจังนัน้ ส่งผลให้เกิดเป็นเชียงรายโมเดล ขยายสู่ หมูบ่ า้ นต่างๆ ตามศักยภาพของผูน้ ำ� อย่างกว้างขวาง โดยเป็นโครงการทีส่ ามารถขับเคลือ่ นโดยชุมชน ได้โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณท้องถิ่นอีกด้วย สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินงาน

สามารถติดต่อได้ที่

คุณสริยา ทวีกุล ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เลขที่ 1039 ถนนสถานพยาบาล อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000 โทรศัพท์: 089-850-7199

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนปลอดภัย ใส่ใจหมวกกันน็อกจังหวัดสระแก้ว หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสระแก้ว (ปภ.) ระยะเวลาด�าเนินงาน ปี พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน เป้าหมายของการท�างาน โครงการเล็งเห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ที่ความเจริญเริ่มเข้ามา มีถนนตัดผ่าน เด็ก และเยาวชนใช้ถนนโดยมียานพาหนะเป็นรถมอเตอร์ไซค์มากขึ้น และอุบัติเหตุก็มีมากขึ้นเป็นเงา ตามตัว ดังนัน้ จึงจ�าเป็นต้องปรับพฤติกรรมของผูส้ ญ ั จร สร้างกฎระเบียบ สร้างวินยั จัดระเบียบสังคม ใหม่ เพือ่ ลดความเสีย่ งบนถนน โดยโครงการเน้นการสร้างวัฒนธรรมสวมหมวกกันน็อกให้เด็กและ เยาวชนในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา น�าร่องจ�านวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัฒนานคร กับโรงเรียน บ้านแก้งวิทยา และชุมชน (อปท.) ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสถานศึกษาทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ เทศบาลต�าบล วัฒนานคร และองค์การบริหารส่วนต�าบลบ้านแก้ง ประเด็นหลักของการท�างาน เป้าหมายของโครงการคือ ต้องการเพิ่มจ�านวนผู้สวมหมวกนิรภัย ในชุมชนน�าร่องที่มี ศักยภาพ ในการด�าเนินการต่อไปอย่างต่อเนือ่ ง และเพือ่ เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างชุมชน กับโรงเรียน ส�าหรับน�าไปใช้กบั พืน้ ทีอ่ นื่ ๆ ภายในจังหวัด โดยใช้วธิ กี าร “สร้างแกนน�า ท�าเป็นตัวอย่าง สร้างสือ่ ปลุกเร้า เข้าไปยกย่อง ต้องจัดกิจกรรมต่อเนือ่ ง น�าเรือ่ งเด่นมาศึกษา พัฒนาวิถี มีเครือข่ายต่อไป ใส่เนื้อหาด้วยการประชาสัมพันธ์” กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบผลส�าเร็จ โครงการสามารถแบ่งเป็นกิจกรรมในส่วนของสถานศึกษาและของชุมชน โดยในสถาน ศึกษา โรงเรียนวัฒนานครและโรงเรียนบ้านแก้งวิทยา จัดให้มีกิจกรรมให้ความรู้การขับขี่ปลอดภัย การสวมหมวกนิรภัย การแสดงแฟชัน่ การสวมหมวกนิรภัย จัดตัง้ กองทุนหมวกกันน็อคให้ยมื ส�าหรับ นักเรียนที่ยังไม่มีหมวกกันน็อก ช�ารุด หรือลืมใส่มา ด้านการสื่อสาร ได้จัดท�าป้ายประชาสัมพันธ์ ท�าสื่อเสียงตามสายเผยแพร่ จัดประกวดสื่อส่งเสริมหมวกนิรภัย และจัดหาบุคคลตัวอย่างที่สวม มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

หมวกกันน็อกและร่วมรณรงค์ นอกจากนีย้ งั ให้เยาวชนมีสว่ นร่วมด้วยการจัดตัง้ เยาวชนอาสาตัง้ จุดตรวจช่วยควบคุมดูแล การสวมหมวกนิรภัยและการจราจร โดยใช้มาตรการทางสังคมจากเจ้าหน้าที่ต�ารวจตรวจจับผู้ไม่ ปฏิบัติตามกฎจราจร พร้อมสรุปติดตามผลการด�าเนินโครงการ ส่วนกิจกรรมในส่วนของชุมชนเทศบาลต�าบลวัฒนานครและองค์การบริหารส่วนต�าบล บ้านแก้งมีกิจกรรมการประชุมผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แกนน�าที่เป็นผู้ปกครอง จัดอาสาสมัคร จราจรร่วมกับต�ารวจในการตั้งจุดตรวจ ส�าหรับการประชาสัมพันธ์ใช้วิธีการเดียวกันกับกิจกรรมใน สถานศึกษา โดยผลลัพธ์ของการด�าเนินการท�าให้เกิดนวกรรมการน�าแกนน�ามาเป็นตัวขับเคลื่อน โดยใช้คนในชุมชน สถานศึกษาเป็นเจ้าภาพด�าเนินการร่วมกัน ภายใต้การสนับสนุนของภาคีเครือข่าย บทเรียนที่ส�าเร็จ ปัจจัยความส�าเร็จของโครงการ (จากความเห็นของคณะกรรมการหมู่บ้านคลองอาราง) เกิดจากการท�างานที่มีการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหา การให้ความส�าคัญกับการปรับจุดเสี่ยง บนท้องถนน ท�าให้หมูบ่ า้ นไม่มกี ารเกิดอุบตั เิ หตุ ด้านนโยบาย ผูว้ า่ ราชการจังหวัดและนายอ�าเภอเมือง สระแก้วเห็นความส�าคัญ และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุน มีงบประมาณสนับสนุน และค�านึงถึงการน�าวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้ได้ประโยชน์คุ้มค่า ด้านทรัพยากรบุคคล บ้านคลองอารางมีทุนทางสังคมที่เป็นชุมชนเข้มแข็ง ชาวบ้านนั้นมีส่วนร่วมในการท�างาน ได้รับ การสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ซึ่งเชื่อมโยงการท�างานเป็นเครือข่าย ชาวบ้านเป็นอาสาสมัครหลาย หน่วยงานรวมถึงมีผู้น�าที่มีวิสัยทัศน์ ทุ่มเทกับการท�างานจนเป็นที่ยอมรับอีกด้วย นอกจากนีม้ ขี อ้ สังเกตว่า ความปลอดภัยของชุมชนควรให้คนในชุมชนจัดการกันเองจึงจะ ส�าเร็จ ส�าหรับหน่วยงานราชการควรสนับสนุนองค์ความรู้ที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ อย่างไร ก็ตาม การที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคลขึ้นอยู่กับส�านึกของบุคคลนั้นเอง ดังนั้นการรณรงค์ ป้องกันแก้ไขปัญหา ลดอุบัติเหตุ จึงต้องมีเครือข่าย มีการรณรงค์ และท�างานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง สถานะโครงการ เปิดด�าเนินการ สามารถติดต่อได้ที่ อาจารย์นคร สงวนสินธุ์ โทรศัพท์: 081-983-1799 E-mail: nk9595@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนปลอดภัยต�ำบลวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี โดย นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยบ้านเนินหัวโล้ โดยนายไพฑูณ อุปสิทธิ์

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

กันยายน 2546 – ปัจจุบัน

ที่มาของโครงการ ต�ำบลวังทรายพูนเข้าร่วมด�ำเนินการโครงการชุมชนปลอดภัยเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2546 โดยเริม่ จากทีน่ ายแพทย์อดิศกั ดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วจิ ยั เพือ่ สร้างเสริมความปลอดภัยและ ป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ลงพืน้ ทีพ่ ดู คุยสร้างความเข้าใจ เกีย่ วกับการด�ำเนินการศึกษาสภาพปัญหาการบาดเจ็บ การเสียชีวติ ของเด็ก ตลอดจนการหาแนวทาง เสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กแก่ผนู้ ำ� ชุมชนบ้านเนินหัวโล้ หมูท่ ี่ 5 ชุมชน จึงได้จดั การประชุมชาวบ้านระดมความคิดเพือ่ ให้ทราบข้อมูลสภาพปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวติ ตลอดจนสภาพปัญหาความไม่ปลอดภัยที่มีทั้งหมดในชุมชน จากการระดมความคิดพบว่า ความไม่ ปลอดภัยส่วนใหญ่ จะเกี่ยวข้องกับการจราจร และความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นกับคนทุกวัยในชุมชน ชุมชนจึงได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมแก้ไขปัญหา จัดกระบวนการสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องการ บาดเจ็บ เสียชีวิตของคนในชุมชนขึ้น เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการชุมชนปลอดภัยของต�ำบลวังทรายพูนนั้น มีวัตถุประสงค์ 3 ส่วน คือ เพื่อศึกษา วิจัยสภาพปัญหาการบาดเจ็บของเด็กในชุมชน ศึกษาค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหา การบาดเจ็บ การเสียชีวิตทุกกลุ่มวัยภายในชุมชน และเพื่อพัฒนาศักยภาพให้เกิดกระบวนการท�ำงาน เฝ้าระวัง ป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชน โดยประชาชนในชุมชนเอง และสุดท้ายเพื่อพัฒนา ชุมชนในการสร้าง “ชุมชนปลอดภัย” ตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยแรกเริ่ม มีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนในพื้นที่บ้านเนินหัวโล้ แต่เมื่อด�ำเนินการมาได้ 2 ปี จึงขยายกลุ่ม เป้าหมายครอบคลุมพืน้ ทีต่ ำ� บลวังทรายพูนทัง้ หมด และรวมไปถึงหมูบ่ า้ นเขาดิน หมูท่ ี่ 5 ต�ำบลไทรย้อย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

อ�ำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ประเด็นหลักของการท�ำงาน เริม่ จากการจัดการประชุมสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน ช่วยกันระดมความคิด ค้นหาปัญหา ของชุมชน เมือ่ รวบรวมข้อมูลภัยทีม่ ภี ายในชุมชนแล้วจึงได้ดำ� เนินการจัดกิจกรรมแก้ไขปัญหาความ ไม่ปลอดภัยทีม่ ใี นชุมชน เช่น ส�ำรวจจุดเสีย่ ง การรณรงค์สวมหมวกนิรภัย ขับขีป่ ลอดภัย สอบใบขับขี่ ภายในชุมชน กิจกรรมจัดตัง้ จุดตรวจ จดบันทึกข้อมูลการขับขีร่ ถจักรยานยนต์ทผี่ า่ นชุมชน นอกจากนี้ มีการจัดท�ำสือ่ ประชาสัมพันธ์ภายในและนอกชุมชน สือ่ พืน้ บ้าน และสือ่ มวลชน เช่น หมอล�ำสารภัญญ์ วิทยุชุมชน เว็บไซต์ พร้อมทั้งมีการน�ำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนในเวทีการประชุมวิชาการแก่ชุมชน ต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ ชาวบ้านจัดกิจกรรมส�ำรวจจุดเสีย่ งภายในชุมชน พบว่าจุดเสีย่ งทีม่ อี ยู่ เช่น ทางโค้ง สามแยก สีแ่ ยกของถนนลาดยางทีต่ ดั ผ่านชุมชน เป็นปัจจัยท�ำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวติ จึงได้ดำ� เนินการ แก้ไขด้วยการติดตัง้ ป้ายเตือน ป้ายจราจร ป้ายบอกทาง ป้ายทางโค้ง ขยายไหล่ทาง ท�ำให้การบาดเจ็บ และเสียชีวิตลดน้อยลง และได้ส�ำรวจจุดเสี่ยงครบทุกหมู่บ้าน ครอบคลุมทั้งต�ำบล นอกจากนีแ้ กนน�ำชุมชน เยาวชนจัดตัง้ จุดตรวจ จุดบันทึกข้อมูลรถจักรยานยนต์ทขี่ บั ขีผ่ า่ น ชุมชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ เพื่อรณรงค์สวมหมวกนิรภัย เมาไม่ขับเป็นประจ�ำทุกปี เดิมสนับสนุนงบประมาณจากส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส.) ปัจจุบัน สนับสนุนงบประมาณโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส�ำหรับกิจกรรมรณรงค์สวมหมวกนิรภัย ได้มีการขยายผลสู่ระดับชุมชน เข้าสู่สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในต�ำบลวังทรายพูนทั้งหมด ตั้งแต่ระดับ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยผู้ปกครองจะสวมหมวกนิรภัยให้แก่บุตรหลานของตนเอง ขณะโดยสารรถ จักรยานยนต์มาส่งในรูปแบบ “เช้าสวมมา เย็นสวมกลับ” ทีศ่ นู ย์พฒ ั นาเด็กเล็กจัดทีแ่ ขวนหมวกไว้ให้ จนถึงวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาให้สวมหมวกนิรภัยขับขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียน ปัจจุบันขยายไป สู่ชุมชนอื่นๆ อีกด้วย บทเรียนที่ส�ำเร็จ เป็นโครงการที่ขับเคลื่อน ด�ำเนินการโดยประชาชนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่ ปลอดภัยที่มีอยู่ในชุมชนของตนเอง เช่น การส�ำรวจจุดเสี่ยง น�ำไปสู่การแก้ไขปัญหา การรณรงค์ สวมหมวกนิรภัยภายในชุมชน ขยายผลเข้าสูส่ ถานศึกษาให้เป็นรูปแบบทีส่ ามารถควบคุม ตรวจสอบ ประเมินผลได้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ท�ำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศ รับรองให้ต�ำบลวังทรายพูนเป็นสมาชิกเครือข่ายชุมชนปลอดภัยล�ำดับที่ 228 ของโลกเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินงาน

สามารถติดต่อได้ที่

ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยบ้านเนินหัวโล้ หมู่ที่ 5 ต�ำบลวังทรายพูน อ�ำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจเฝ้าระวังป้องกันอุบัติภัยรถรับ–ส่งนักเรียนจังหวัดพิจิตร หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

โรงเรียนสากเหล็กวิทยา โดยนายสุนทร เข็มทอง ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยบ้านเนินหัวโล้ โดยนายไพฑูณ อุปสิทธิ์

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ธันวาคม 2552 – ธันวาคม 2553

ที่มาของโครงการ ทุกเช้าผูป้ กครองของนักเรียนในจังหวัดพิจติ รจะยืนมองลูกหลานของตน เดินขึน้ รถรับส่ง นักเรียนที่มีชาวบ้านที่มีรถโดยสารหรือรถกระบะน� ำมาดัดแปลง ต่อเติมเป็นรถรับส่งนักเรียน เสริมรายได้จากอาชีพหลัก เพื่อเดินทางไปโรงเรียนประจ�ำอ�ำเภอหรือโรงเรียนประจ�ำจังหวัด ซึ่งรถ คันหนึง่ จะรับเด็กเฉลีย่ 15–25 คน อัตราค่าโดยสารเดือนละ 400–700 บาทต่อคน ส่วนน้อยทีเ่ ป็นรถตู้ และได้มาตรฐานถูกต้องตามกฎหมาย จังหวัดพิจิตรมีรถรับส่งนักเรียนที่ให้บริการมากกว่า 250 คัน มีนกั เรียนใช้บริการไม่นอ้ ยกว่า 5,000 คน จากข้อมูลรถรับส่งนักเรียนทีเ่ กิดอุบตั เิ หตุในจังหวัดพิจติ ร ย้อนหลังพบว่า ปี 2550–2552 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 51 คน ส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากพฤติกรรม ของคนขับรถหรือผู้ที่ใช้ยานยนต์บนท้องถนนร่วมกัน สภาพรถที่ไม่ได้มาตรฐาน สิ่งแวดล้อมทาง ถนนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แม้โรงเรียนสากเหล็กวิทยาและโรงเรียนวังทรายพูนวิทยาจะยังไม่เกิดอุบัติเหตุรถรับส่ง นักเรียนในพืน้ ทีก่ ต็ าม เพือ่ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และมีสว่ นร่วมของโรงเรียน นักเรียน ผูป้ กครอง ผูป้ ระกอบการ หน่วยงานรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ในการสร้างระบบเฝ้าระวังป้องกันการ เกิดอุบัติภัยของรถรับส่งนักเรียน โครงการชุมชนร่วมใจเฝ้าระวังป้องกันอุบัติภัยรถรับส่งนักเรียน จังหวัดพิจติ ร จึงจัดกิจกรรมเพือ่ ระดมการมีสว่ นร่วม แก้ไขความไม่ปลอดภัยของรถนักเรียน พร้อมทัง้ หาแนวทางสร้างมาตรการป้องกันอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนน�ำร่อง ซึ่งสามารถน�ำไปปรับใช้ในการ เฝ้าระวังป้องกันอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนใน 12 อ�ำเภอของจังหวัดพิจิตร เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการชุ ม ชนร่ ว มใจเฝ้ า ระวั ง ป้ อ งกั น อุ บั ติ ภั ย รถรั บ –ส่ ง นั ก เรี ย นจั ง หวั ด พิ จิ ต รมี วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดคณะท�ำงานด้านการป้องกันอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียน สร้างภาคีเครือข่าย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

เฝ้าระวังป้องกันอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนน�ำร่องของจังหวัดพิจิตร รวมถึงเพื่อให้ผู้ปกครอง นักเรียน โรงเรียน ผู้ประกอบการ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหารถรับส่งนักเรียน ตลอดจนพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ให้เกิดองค์ความรู้ น�ำไปสู่แนวทางสร้างความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน ในจังหวัดพิจติ ร นอกจากนีย้ งั รวบรวมสภาพปัญหาด้านวิศวกรรมจราจร สิง่ แวดล้อมเสีย่ ง พฤติกรรม เสี่ยง ผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกิดการขยายผลแนวทางสร้างความ ปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนภายในจังหวัด เกิดการรวมตัวของผู้ประกอบการในการพัฒนายกระดับ คุณภาพบริการ สภาพรถรับส่งนักเรียนให้ดขี นึ้ และได้มาตรฐานความปลอดภัยของกรมขนส่งทางบก สุดท้ายเพื่อพัฒนาศูนย์รับเรื่อง แจ้งข้อมูล เฝ้าระวังป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ (Call Center) โดยมีกลุ่ม องค์กรชุมชน ผู้ปกครอง นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยโครงการมีขอบเขตพื้นที่ในชุมชนปลอดภัยต�ำบลวังทรายพูน อ�ำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร มีกลุม่ เป้าหมายประกอบไปด้วยผูป้ กครอง นักเรียนทีใ่ ช้บริการรถรับส่งนักเรียน และผูป้ ระกอบการ รถรับส่งนักเรียนของโรงเรียนสากเหล็กวิทยา ซึ่งมีรถนักเรียน 21 คัน จ�ำนวนผู้ใช้บริการ 520 คน และโรงเรียนวังทรายพูนวิทยา ซึ่งมีรถนักเรียน 6 คัน และจ�ำนวนผู้ใช้บริการ 180 คน ประเด็นหลักของการท�ำงาน กิจกรรมของโครงการประกอบไปด้วย 4 ส่วนหลัก คือ การจัดเวทีประชุมคณะท�ำงานเฝ้า ระวังป้องกันอุบตั เิ หตุทงั้ ระดับจังหวัดและระดับอ�ำเภอเพือ่ ให้ตวั แทนหน่วยงานรัฐ ท้องถิน่ ประชาชน ผูป้ ระกอบการแลกเปลีย่ นข้อมูลซึง่ กันและกัน นอกจากนีม้ กี ารประชุมระดับกลุม่ ย่อย เพือ่ สร้างความ เข้าใจ และระดมความคิดของกลุม่ ผูป้ ระกอบการ และกลุม่ ผูใ้ ช้บริการรถรับส่งนักเรียน โดยโครงการ ได้มีการจัดท�ำสื่อประชาสัมพันธ์ ประกอบไปด้วยการจัดท�ำเว็บไซต์ Thaischoolbus.com ส่งข้อมูล สภาพปัญหา กิจกรรมลงข่าวทางหนังสือพิมพ์ทอ้ งถิน่ ถ่ายทอดเสียงการจัดเวทีสาธารณะทางสือ่ วิทยุ กระแสหลัก เคเบิลทีวีท้องถิ่น มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่อง แจ้งข้อมูล เฝ้าระวัง ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ (Call Center) ด้านการป้องกัน มีการตรวจสภาพ รับรองรถนักเรียนทีร่ ว่ มกิจกรรมสร้างความปลอดภัย และติดโลโก้รถรับส่งนักเรียน พร้อมชื่อโรงเรียนที่รถ กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ กิจกรรมเด่น ประกอบไปด้วยการจัดเวทีให้ความรู้ด้านการจดทะเบียนรถรับจ้างรับส่ง นักเรียนแก่ผู้ประกอบการ โดยขนส่งจังหวัดพิจิตร กิจกรรมจัดตั้งศูนย์รับเรื่อง แจ้งข้อมูล เฝ้าระวัง ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ (Call Center) และโรงเรียนจัดให้มีนักเรียนเป็นตัวแทนประจ�ำรถรับส่ง นักเรียนคันละ 1 คน กิจกรรมการรณรงค์ให้ผู้ประกอบการไปติดต่อขนส่งจังหวัดพิจิตร เพื่อตรวจ สภาพ รับรองรถรับส่งนักเรียน เพื่อสร้างความปลอดภัย หลังจากนั้นติดโลโก้ชื่อโรงเรียน และ หมายเลขโทรศัพท์ (Call Center) ที่รถ และโรงเรียนสากเหล็กวิทยาได้จัดกิจกรรม “ขอบคุณคนขับ รถนักเรียน” ในพิธีไหว้ครู เพื่อเสริมทัศนคติที่ดีแก่นักเรียน ผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนอีกด้วย กิจกรรมดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการเกิดการรวมตัวในการพัฒนายกระดับคุณภาพบริการสภาพ รถรับส่งนักเรียนให้ดีขึ้น และติดต่อรับการตรวจสภาพรถตามมาตรฐานความปลอดภัยของกรม มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

ขนส่งทางบก พร้อมทั้งรวมตัวจัดตั้งชมรมผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนอ�ำเภอสากเหล็ก/อ�ำเภอ วังทรายพูน บทเรียนที่ส�ำเร็จ ในเวทีประชุมระดับกลุ่มย่อย โครงการให้ความส�ำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน การสร้างการมีส่วนร่วมโดยมีการประชุมเตรียมความพร้อมทุกครั้งก่อนจัด กิจกรรมต่างๆ แบ่งบทบาทการท�ำงานให้ครู ผูป้ กครอง นักเรียน ผูป้ ระกอบการมีสว่ นระดมความคิด เพือ่ แก้ไขปัญหารถรับส่งนักเรียน ภาคประชาชนด�ำเนินกิจกรรมโครงการ ส�ำหรับส่วนราชการให้การ สนับสนุนและให้ค�ำปรึกษา นอกจากนี้ยังได้รวบรวมข้อมูล บัญชีรายชื่อนักเรียนและผู้ประกอบ การรถรับส่งนักเรียน พร้อมทั้งรวบรวมสภาพปัญหาวิศวกรจราจร สิ่งแวดล้อมเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง ผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา ด้านการสื่อสาร มีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และข้อมูลการเกิด อุบัติเหตุทั้งในสื่อหลัก สื่อท้องถิ่น สื่อทางเลือกอย่างต่อเนื่อง จนเกิดภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกัน อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนน�ำร่อง สถานะโครงการ

ปิดโครงการ

สามารถติดต่อได้ที่

นายสุนทร เข็มทอง  ผู้อ�ำนวยการโรงเรียนสากเหล็กวิทยา โทรศัพท์: 081-886-7454 เว็บไซต์: www.thaischoolbus.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจป้องกันอุบัติภัยทางถนน องค์การบริหารส่วนต�าบลเขาสวนกวาง หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ องค์การบริหารส่วนต�าบลเขาสวนกวาง อ�าเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ระยะเวลาด�าเนินงาน ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2554 – 30 กันยายน 2555 ที่มาของโครงการ เพราะถนนในชุมชนบ้านค�านางปุม่ หมูท่ ี่ 11 อ�าเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น มีพนื้ ที่ ที่เป็นเส้นทางผ่านของหลายหมู่บ้าน สภาพถนนมีลักษณะลาดชัน ช่องทางเดินรถแคบ ถนนซอยใน ชุมชนมีจา� นวนมาก คนในชุมชนไม่มวี นิ ยั ในการใช้รถใช้ถนน ไม่มตี า� ร���จจราจรเข้ามาจัดการจราจร ในชุมชน จึงเกิดปัญหาอุบตั เิ หตุทางถนนขึน้ บ่อยครัง้ น�ามาซึง่ ความเสียหายแก่ชวี ติ และทรัพย์สนิ ใน แต่ละปีเป็นมูลค่าจ�านวนมาก โดยเฉพาะอุบตั เิ หตุจากการขับขีจ่ กั รยานยนต์ จากการศึกษาวิจยั ปัญหา และสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุของรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ของบริษัท ฮอนด้า (ประเทศไทย) จ�ากัด พบว่า สาเหตุเกิดจาก ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มีพฤติกรรมการขับขี่ไม่เหมาะสม มีสารเสพติด มึนเมา ประมาท คึกคะนอง ไม่เคารพกฎจราจร และสภาพของรถจักรยานยนต์ขาดอุปกรณ์ในการ ป้องกันทีเ่ หมาะสม และขาดทักษะการขับขีท่ ถี่ กู ต้อง เนือ่ งจากผูข้ บั ขีส่ ว่ นใหญ่ไม่ผา่ นการอบรมการ ขับขี่ปลอดภัยตามวินัยจราจร ตลอดจนไม่ได้ด�าเนินการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ท�าให้ผู้ขับขี่ ดังกล่าวประสบอุบตั เิ หตุทางท้องถนน โดยผูข้ บั ขีส่ ว่ นใหญ่อยูใ่ นช่วงวัยเรียนและวัยท�างาน องค์การ บริหารส่วนต�าบลเขาสวนกวางและผูน้ า� ชุมชนได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ปญ ั หาดังกล่าว จึงเห็น ความส�าคัญให้มีการริเริ่มจัดท�าโครงการนี้ขึ้นมา เป้าหมายของการท�างาน โครงการชุมชนร่วมใจป้องกันอุบตั ภิ ยั ทางถนนมีเป้าประสงค์เพือ่ สร้างการมีสว่ นร่วมของ ประชาชนในชุมชน ในการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงภัยอันตราย และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน เสริมสร้างระเบียบวินัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมทั้งอบรมให้ประชาชน ได้รับความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกีย่ วกับการขับขีร่ ถจักรยานยนต์อย่างถูกหลักการขับขีป่ ลอดภัย ถูกกฎจราจร น�ามาสู่การลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจราจรในพื้นที่ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ประเด็นหลักในการท�างาน คณะท�างานเริ่มท�างานด้วยการเสนอโครงการเพื่อเสนอให้กับผู้บริหารรับทราบ และ น�าโครงการไปขอพิจารณางบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดประชุม คณะท�างานเพือ่ วางแผนการด�าเนินโครงการ ก่อนจะเริม่ จัดการอบรมตามโครงการ เพือ่ ก�าจัดจุดเสีย่ ง และการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย รวมถึงจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนในชุมชนปฏิบัติตาม กฎจราจร และจัดระเบียบชุมชน ปลูกฝังจิตส�านึกประชาชนในการใช้รถใช้ถนน กระทั่งสามารถ ท�าประกาศธรรมนูญชุมชนในการใช้รถใช้ถนนในพืน้ ทีอ่ ย่างเป็นประโยชน์แก่ผขู้ บั ขีเ่ องและชุมชน ส่วนรวม กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ กิจกรรมเด่นและกิจกรรมทีป่ ระสบความส�าเร็จของโครงการชุมชนร่วมใจป้องกันอุบตั ภิ ยั ทางถนน คือโครงการขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยถูกกฎหมายจราจร ท�าให้ประชาชนในพื้นที่มี ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกีย่ วกับการขับขีอ่ ย่างถูกหลักการขับขีป่ ลอดภัย ถูกกฎหมาย ซึง่ ช่วยลด ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ในการอบรมโครงการดังกล่าวมีผู้สนใจ สมัครและเข้าร่วมอบรมทัง้ หมดจ�านวน 325 คน สามารถสอบผ่านได้ใบอนุญาตขับขีร่ ถจักรยานยนต์/ รถยนต์ จ�านวน 251 คน จากนัน้ ในล�าดับต่อไปจะด�าเนินการติดตามกลุม่ ทีส่ อบผ่านดังกล่าวว่ามีวนิ ยั ทางจราจรจริงหรือไม่ บทเรียนที่ส�าเร็จ บทเรียนที่ก่อให้เกิดความส�าเร็จของโครงการก็เนื่องมาจากคณะผู้บริหารและสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนต�าบลเขาสวนกวาง รวมทั้งภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่น สถานีต�ารวจ สถานีอนามัย และภาควิชาสุขศึกษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งท�าให้ประชาชนในพื้นที่ มีความรู้ ความเข้าใจและทักษะเกี่ยวกับการขับขี่อย่างถูกหลักการขับขี่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย ซึ่งช่วย ลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และยังเป็นโครงการที่ด�าเนินการอย่าง ต่อเนื่อง ในอนาคตมีแผนจะขยายการด�าเนินโครงการดังกล่าว ไปยังหมู่บ้านอื่นใกล้เคียงตามล�าดับ ต่อไป สถานะของโครงการ เปิดด�าเนินการต่อเนื่อง สามารถติดต่อได้ที่ ที่ท�าการองค์การบริหารส่วนต�าบลเขาสวนกวาง เลขที่ 226 หมู่ที่ 11 ต�าบลเขาสวนกวาง อ�าเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจสร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

เทศบาลต�ำบลกุดดินจี่ อ�ำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวล�ำภู

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

พ.ศ. 2555–2556

ที่มาของโครงการ จากปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่เทศบาลต�ำบลกุดดินจี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชุมชน เริ่มหนาแน่น และคลาคล�่ำไปด้วยการจราจร มีรถบรรทุกวิ่งผ่านเขตชุมชน ประชาชนขาดจิตส�ำนึก ด้านวินัยจราจร หลายคนไม่มีใบขับขี่ และไม่จัดท�ำ พ.ร.บ.ประกันภัยรถจักรยานยนต์ ประกอบกับ สถานการณ์คา่ นิยมของวัยรุน่ ในการน�ำรถจักรยานยนต์มาแข่งขันกันทางถนนในหมูบ่ า้ น โดยข้อมูล ในพื้นที่ระบุว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากไม่สวมหมวกนิรภัย เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการชุมชนร่วมใจสร้างความปลอดภัยทางถนน ตัง้ เป้าหมายการท�ำงานด้วยการแก้ไข ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ให้ชุมชนมีจิตส�ำนึกในการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร มีวินัยด้าน การจราจร สวมหมวกนิรภัย มีใบขับขี่ และยานพาหนะมี พ.ร.บ. 100% นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนงาน โดยการมีสว่ นร่วม เป็นชุมชนเข้มแข็งและยัง่ ยืนในการป้องกันและลดอุบตั เิ หตุทางถนน สุดท้ายเป็น ชุมชนต้นแบบของจังหวัดหนองบัวล�ำภู ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการฯ มีการตั้งกฎของภาคีเครือข่ายด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดย ระบุให้มกี ารจัดประชุมประชาคมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครัง้ เพือ่ หาแนวทางในการขับเคลือ่ นโครงการ และการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นด้านวิศวกรรมการจราจร ถนน ความรู้ และกฎหมาย โดยมีภาคี เครือข่ายท�ำงานร่วมกว่า 10 องค์กร คือ เทศบาลต�ำบลกุดดินจี่ ผู้น�ำชุมชน สภ.นากลาง รพ.สต. บ้านร่องน�้ำใส โรงเรียนบ้านกุดดินจี่ วัดศิริบุญธรรม สนง.ปภ.จังหวัดหนองบัวล�ำภู สนง.บ�ำรุงทาง หมวดการทางสุวรรณคูหา บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหนองบัวล�ำภู บริษัทณัฐพงษ์ มอเตอร์ จ�ำกัด และ สนง.ขนส่งจังหวัดหนองบัวล�ำภู เน้นการมีส่วนร่วม แล้วจัดท�ำบันทึกข้อตกลง มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

(MOU) ร่วมกัน นอกจากนี้มีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ หอกระจ่ายข่าว วิทยุชุมชน แผ่นพับ เป็นต้น โดยการเปิดตัวโครงการ ประชาชนจะได้สิทธิในการอบรมวินัยการจราจร ให้ความรู้ด้าน กฎหมาย จราจร ฝึกทักษะในการขับขี่ในพื้นที่สนามจ�ำลอง ���ดยผู้เชี่ยวชาญ จัดท�ำใบขับขี่นอกพื้นที่ บริการจัดท�ำ พ.ร.บ.ประกันภัย ส�ำหรับสือ่ กิจกรรม มีการปล่อยคาราวานร่วมกันขับขีร่ ถจักรยานยนต์ พร้อมกับสวมหมวกนิรภัย เพื่อรณรงค์ตามถนนภายในเขตเทศบาล ด้านกิจกรรมตั้งจุดตรวจ โครงการฯ ได้ด�ำเนินการสนธิก�ำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ เทศบาล สมาชิก อปพร. ผู้น�ำชุมชน และอาสาสมัครจราจร เพื่อเข้มงวด เตือน และบังคับใช้กฎหมายจราจร แล้วปรับและบ�ำเพ็ญ สาธารณประโยชน์โดยเฉพาะผู้กระท�ำความผิดซ�้ำๆ ซากๆ นอกจากนีก้ จิ กรรมยังมีกลยุทธ์การใช้ธรรมะในการขัดเกลาจิตใจ และสร้างจิตส�ำนึกกับเด็ก นักเรียน ประชาชนทีเ่ ข้าวัดทุกวันพระ พร้อมกับโครงการหมวกบอกบุญ โดยการทอดผ้าป่าด้วยหมวก นิรภัย ด้วยวิธกี ารขอรับบริจาคจากผูม้ จี ติ ศรัทธา แล้วรวบรวมถวายวัดศิรบิ ญ ุ ธรรม แล้วน�ำไปมอบให้ กับผูผ้ า่ นการฝึกอบรมและผูม้ กี ำ� ลังทรัพย์นอ้ ย ส�ำหรับกิจกรรมการมีสว่ นร่วมของภาคประชาชนและ เทศบาล มีการจัดกิจกรรมท�ำความสะอาดถนน ตัดหญ้าตามไหล่ทาง ซ่อมแซมถนนและป้ายจราจร ทีช่ ำ� รุด และก�ำหนดจุดเสีย่ งแล้วช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึง่ ทัง้ หมดนีห้ ลังจบแต่ละกิจกรรมจะมี การประเมินผล และสรุปผลการด�ำเนินงานทั้งสิ้น กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ การจัดให้มีใบอนุญาตขับขี่ และ พ.ร.บ. 100% ส�ำหรับประชาชนภายในเขตเทศบาลมี ใบอนุญาตขับรถทุกคน และรถจักรยานยนต์ทุกคัน มี พ.ร.บ. โดยมีขั้นตอนด�ำเนินการคือ เริ่มจาก การส�ำรวจข้อมูลประชากรทุกครัวเรือนว่า ในหนึง่ ครอบครัวมีรถกีค่ นั และมีใบอนุญาตขับรถทุกคน หรือไม่ รถที่มีอยู่นั้นมี พ.ร.บ.อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็ท�ำการประสาน ไปยังภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ โดยเทศบาลเป็นหน่วยงานผู้ประสานหลัก กิจกรรม นี้ส่งผลให้ประชาชนที่ขอรับบริการนั้นมีความรู้ด้านกฎหมายจราจร การขับขี่ที่ถูกวิธี มีใบอนุญาต ขับรถทุกคน และรถทุกคันมี พ.ร.บ. บทเรียนที่ส�ำเร็จ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ประชาชนในพื้นที่เกิดจิตส�ำนึก ท�ำให้โครงการสามารถ ขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน สถานะโครงการ

อยู่ในช่วงด�ำเนินโครงการ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

สามารถติดต่อได้ที่ จ่าเอกสิทธิ์ทัศน์ แก้วไพยทูล หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลต�ำบล กุดดินจี่ โทรศัพท์: 081-053-2323 E-mail: domeflynavy@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการตาวิเศษเพื่อมาตรการทางกฎหมายจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2554–2555 หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ส�ำนักงำนเทศบำลต�ำบลหนองบัว อ�ำเภอเมือง จังหวัดอุดรธำนี ระยะเวลาด�าเนินงาน ตุลำคม 2554 – มีนำคม 2555 ที่มาของโครงการ จำกสภำพกำรณ์ในปัจจุบันของจังหวัดอุดรธำนี มีอัตรำกำรใช้ยำนพำหนะบนท้องถนน จ�ำนวนมำก และมีกำรขับขี่ที่ฝ่ำฝืนกฎจรำจร เสี่ยงต่อกำรเกิดอุบัติเหตุทำงถนน สร้ำงควำมสูญเสีย แก่ชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่ำงมำก แม้จังหวัดจะใช้มำตรกำร 6E ตำมนโยบำยของศูนย์อ�ำนวยกำร ควำมปลอดภัยทำงถนนมำโดยตลอด ซึ่งสำมำรถลดอัตรำกำรบำดเจ็บและเสียชีวิตจำกอุบัติเหตุทำง ท้องถนนลงอย่ำงต่อเนื่อง แต่พฤติกรรมของผู้ขับขี่เป็นปัจจัยเสี่ยงส�ำคัญที่ท�ำให้มำตรกำรบังคับใช้ กฎหมำยยังไม่สำมำรถบังคับใช้ได้อย่ำงทัว่ ถึง อัตรำกำรเกิดอุบตั เิ หตุบนท้องถนนจึงเพิม่ ขึน้ ในระยะ นี้ ดังนั้นเพื่อเป็นกำรป้องกันและสร้ำงจิตส�ำนึกให้กับประชำชนในกำรขับขี่ ลดอุบัติภัยทำงถนน ใช้รถใช้ถนนอย่ำงถูกต้องตำมกฎหมำย จังหวัดอุดรธำนีจึงได้ร่วมกับเทศบำลต�ำบลหนองบัว และ หน่วยงำนที่รับผิดชอบในพื้นที่ จัดท�ำโครงกำรตำวิเศษฯ ขึ้น โดยกำรตรวจจับผู้ฝ่ำฝืนกฎจรำจรด้วย กล้องวงจรปิด (CCTV) เป้าหมายของการท�างาน โครงกำรตำวิเศษฯ ด�ำเนินงำนโดยมีเป้ำประสงค์เพือ่ พัฒนำกระบวนกำรใช้กล้องวงจรปิด ของเทศบำล เพือ่ น�ำผูก้ ระท�ำผิดเข้ำสูม่ ำตรกำรทำงกฎหมำยจรำจรอย่ำงครบวงจร และด�ำเนินกำรทำง กฎหมำยกับผูฝ้ ำ่ ฝืนกฎจรำจร โดยเน้นควำมเสีย่ งทีก่ อ่ ให้เกิดกำรเจ็บตำยบนถนน นอกจำกนีต้ อ้ งกำร เครือข่ำยลดอุบัติเหตุของจังหวัดที่สำมำรถสร้ำงกระบวนกำรมำตรฐำนที่ปฏิบัติได้จริงในกำรใช้ เทคโนโลยีกล้องวงจรปิด เพื่อเสริมมำตรกำรทำงกฎหมำย โดยตั้งเป้ำหมำยทำงสถิติในกำรด�ำเนิน กำรทำงกฎหมำยไม่น้อยกว่ำ 1,000 รำยตลอดโครงกำร และสุดท้ำยโครงกำรจะท�ำกำรสรุปบทเรียน เพื่อกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยบทเรียนที่ได้จะน�ำไปเสนอในเวทีต่ำงๆ ทั้งระดับจังหวัด ระดับภำค และระดับประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ผลที่คำดว่ำจะได้รับคือสำมำรถใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้เกิด ประโยชน์ในกำรลดกำรกระท�ำผิดกฎจรำจร สำมำรถลดสถิตกิ ำรเกิดอุบตั เิ หตุ สำมำรถสร้ำงจิตส�ำนึก มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ให้ประชำชนในกำรขับขี่รถอย่ำงมีวินัย ร่วมกันลดอุบัติภัยทำงถนน ใช้รถใช้ถนนอย่ำงถูกต้องตำม กฎหมำย และขับขี่รถจักรยำนยนต์ได้อย่ำงปลอดภัย ประเด็นหลักของการท�างาน โครงกำรฯ ด�ำเนินกำรจัดประชุมเครือข่ำย เพื่อกำรวำงแผนประชำสัมพันธ์ตำมจุดที่ จัดท�ำโครงกำรนอกจำกนี้ได้ประสำนควำมร่วมมือไปยังชุมชน เพื่อประชำสัมพันธ์เตือนประชำชน ในพื้นที่ผ่ำนเครื่องมือสื่อสำรสำธำรณะ เพื่อมิให้กระท�ำผิดกฎหมำยในด้ำนกฎจรำจร รวมถึงมีกำร ประสำนเมือ่ มีกำรฝ่ำฝืนกฎหมำยจรำจรกับหน่วยงำนเกีย่ วข้องและจัดท�ำสถิตใิ นกำรฝ่ำฝืนกฎจรำจร ของแต่ละวันในแต่ละจุด โดยใช้พื้นที่ในโครงกำรถนนสีขำว ของกระทรวงคมนำคม เส้นทำงถนน เลี่ยงเมืองหมำยเลข 2 ตอน 216 ตั้งแต่แยกโรงพยำบำลหมอไพโรจน์ ถึงแยกห้ำงสรรพสินค้ำบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ พื้นที่เทศบำลต�ำบลหนองบัว อ�ำเภอเมือง จังหวัดอุดรธำนี โดยแนวทำงกำรด�ำเนินกำรตำมโครงกำรแบ่งเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 ด�ำเนินกำรสร้ำงสรรค์และ น�ำเสนอโครงกำร ระยะที่ 2 จัดกำรประชุมหำข้อสรุปในกำรสร้ำงกระบวนกำรจนครบวงจรของ เครือข่ำย ส่วนระยะที่ 3 จะด�ำเนินกำรทำงกฎหมำยตำมกระบวนกำร พร้อมกำรประเมินผลกระบวนกำร สุดท้ำยระยะที่ 4 ประเมินผล วิภำค ถอดบทเรียนและน�ำเสนอตำมเวทีจังหวัด ภำค และเวทีระดับ ประเทศ บทเรียนที่ส�าเร็จ ภำยหลังจำกกำรท�ำโครงกำร ส่งผลให้สถิติกำรเกิดอุบัติเหตุลดลง หรือสำมำรถควบคุม ปริมำณตำมเป้ำหมำยที่วำงไว้ นอกจำกนี้จ�ำนวนของประชำชนในชุมชนที่เกิดอุบัติภัยทำงถนนก็ลด ลงด้วย สถานะโครงการ เปิดด�ำเนินงำน สามารถติดต่อได้ที��� ผู้รับผิดชอบโครงกำร/เครือข่ำยลดอุบัติเหตุจังหวัดอุดรธำนี เทศบำลต�ำบลหนองบัว สถำนีต�ำรวจภูธรเมืองอุดรธำนี กองก�ำกับกำรต�ำรวจภูธรจังหวัดอุดรธำนี กองก�ำกับกำรต�ำรวจทำงหลวง ส�ำนักงำนขนส่งจังหวัดอุดรธำนี ส�ำนักงำนคุมประพฤติจังหวัดอุดรธำนี ส�ำนักงำนอัยกำรจังหวัดอุดรธำนี ส�ำนักงำนป้องกันและบรรเทำสำธำรณภัยจังหวัดอุดรธำนี มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการน�ำร่องการศึกษา จัดการระบบสารสนเทศ MIS กลาง อย่างบูรณาการ ร่วมกับการใช้ข้อมูล CCTV เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2554–2555 หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

นายสมิทธิ เรืองจันทร์ ผู้อ�ำนวยการแขวงการทางเชียงรายที่ 1 นางวนิดา มาละแซม แขวงการทางเชียงราย นางสาวสริยา ทวีกุล พี่เลี้ยง สอจร. จังหวัดเชียงราย

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

กันยายน 2554 – ธันวาคม 2554

ที่มาของโครงการ จังหวัดเชียงรายขาดการจัดท�ำศูนย์ข้อมูลกลางเกี่ยวกับตัวเลขการสูญเสียเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บนท้องถนนซึ่งจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทาง ท้องถนนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทั้งในระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ ส่งผลให้คนส่วนใหญ่รับรู้แค่ว่าเกิด ปัญหาขึน้ แต่รไู้ ม่เพียงพอส�ำหรับการตัดสินใจแก้ไขได้ตรงเป้า และไม่สอดคล้องกับปัญหาทีป่ รากฏ ด้านภาคนโยบาย เมื่อขาดข้อมูลท�ำให้มองเห็นปัญหาในภาพรวมไม่ชัด ประเด็นงานจราจรจึงถูก ลดทอนความส�ำคัญในการเร่งแก้ปัญหาอยู่ในล�ำดับรั้งท้ายเสมอ ซ�้ำยังขาดแกนน�ำในพื้นที่ที่จริงจัง กับการแก้ไขปัญหา คนท�ำงานต่างคนต่างท�ำ และท�ำอย่างขาดก�ำลังใจ ขาดคนบูรณาการการท�ำงาน ในภาพรวม ปัญหาทีต่ ามมาคือการขาดงบประมาณทีต่ อ่ เนือ่ ง อีกทัง้ คนท�ำงานบางส่วนมีความเชือ่ ว่า อุบัติเหตุทางถนนเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงที่แก้ไขไม่ได้ เมื่อยอมรับว่าเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้เสียแล้ว พฤติกรรมเสีย่ งจึงเพิม่ มากขึน้ ประชาชนรักสบาย ไม่เกรงกลัวต�ำรวจ บางคนยอมถูกจับ หรือให้ปรับ มากกว่าจะปฏิบัติตามกฎจราจร ท�ำให้ปัญหาวนมาที่จุดเกิดเหตุ คือสังคมไม่ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ โครงการน�ำร่องการศึกษา จัดการระบบสารสนเทศ MIS กลาง อย่างบูรณาการร่วมกับ การใช้ข้อมูล CCTV เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนจึงเกิดขึ้น โดยสถิติของจังหวัดเชียงรายพบ ว่า 100% ของผู้ประสบเหตุเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งพบพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น มีแนวโน้มในการบาดเจ็บ เสียชีวติ รุนแรง ทีส่ ำ� คัญอุบตั เิ หตุทางจราจรยังเป็นสาเหตุเสียชีวติ อันดับ 1 ของวัยรุน่ อีกด้วย ทัง้ นีค้ าดว่า อีก 20 ปี จังหวัดเชียงรายจะมีผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของปัจจุบัน หากไม่มีระบบจัดการความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ปัญหาทั้งหมดนี้ โครงการยังเชื่อว่า “อุบัติเหตุ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ทางถนนป้องกันได้” เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการน�ำร่องการศึกษา จัดการระบบสารสนเทศ MIS กลางฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ สาเหตุ ปัจจัยต่างๆ ที่ท�ำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และจาก กล้อง CCTV มาแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งแสวงหารูปแบบจัดการฐานข้อมูล MIS กลาง ของจังหวัด และเพื่อทราบประสิทธิภาพของกล้อง CCTV ในการป้องปราม ป้องกันอุบัติเหตุทาง ถนน โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในเชียงรายมีพฤติกรรมที่เหมาะสมมากขึ้น เริ่มแนวคิดการน�ำ CCTV มาบังคับใช้กฎหมาย ลดแรงกระแทกผู้กระท�ำความผิดกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ หวังผลให้เกิดเชียงรายโมเดล เกิดCCTV mobile แห่งแรกและมี MIS กลางของจังหวัด ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการน�ำร่องการศึกษา จัดการระบบสารสนเทศ MIS กลางฯ มีการวางแผนการท�ำงาน อย่างเป็นระบบ แบ่งเป็นช่วงระยะทบทวนตนเอง แสวงหา ศึกษาข้อมูล ช่วงออกแบบการท�ำงาน และด�ำเนินงาน ช่วงประเมินผลการท�ำงาน และช่วงติดตามผลตอบรับ และขยายผลการด�ำเนินงาน ภายใต้กลยุทธ์ 5 ส 6 ช

* * * * *

ส่วนร่วม.......เชื่อม..........ประสานการมีส่วนร่วม สหสาขา......ชวน/ ชม....ภาคีเครือข่าย สารสนเทศ... ชง ...........สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ สุดเสี่ยง......... ช้อน........เลือกปัญหาที่ง่ายมาท�ำก่อน/สอดคล้องกับวิถีชีวิต สุดคุ้ม............เช็ค ..........ท�ำอย่าง ประชารัฐ อย่างพอเพียง

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ โครงการมีการสร้างแบบบันทึกข้อมูลกลางของจังหวัดเชียงราย เพื่อพัฒนาสู่การมีฐาน ข้อมูลกลางของจังหวัด นอกจากนี้เป็นโครงการ CCTV mobile แห่งแรกที่มีการบูรณาการใช้งาน ทั้งป้องกัน ป้องปราม และปราบปราม โดยการท�ำงานด�ำเนินในลักษณะของการร่วมมือกันในภาคี เครือข่ายจังหวัด บทเรียนที่ส�ำเร็จ คนเดียว

สรุปบทเรียนโครงการได้ 5 ประการ ดังนี้ • ภาคีเครือข่ายยุคใหม่ : เราท�ำได้ และเราต้องลงมือท�ำทันที อย่างกัดไม่ปล่อย อย่าท�ำ • คนเก่ง...คนดี........มีมาก....อย่าลืมให้ก�ำลังใจซึ่งกันและกัน • ขยันคิดทบทวน แล้วชวนกันมาท�ำสิ่งดีๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในสังคม

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

• ทุกคนปลอดภัย เราทุกคนก็จะมีความสุข • พฤติกรรมดีปลูกฝังได้ เราต้องช่วยกันเสียตั้งแต่วันนี้ ขณะที่เรายังมีลมหายใจ

สถานะโครงการ

ยังด�ำเนินโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่

นางสาวสริยา ทวีกุล โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เลขที่ 1039 ถนนสถานพยาบาล อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000 โทรศัพท์: 089-850-7199

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุการจราจรทางถนนจังหวัดสุพรรณบุรี หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ผูว้ า่ ราชการจังหวัด โดยส�ำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสุพรรณบุรี (ปภ.) หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยสถานีต�ำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ปี พ.ศ. 2554 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ มี 10 อ�ำเภอ มีถนนสายหลักผ่านตัวจังหวัดไป สู่เส้นทางหลักภาคต่างๆ โดยมีการสร้างถนนขนาดหลายช่องทางจราจร ท�ำให้มีปริมาณรถเพิ่มมาก ขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับยังไม่มีการด�ำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาจราจรอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ ปี พ.ศ. 2551 จังหวัดมีสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเห���ุบนท้องถนนสูงถึง 240 คน ดังนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 โครงการสนับสนุนการด�ำเนินงานป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับ จังหวัด (สอจร.) จึงประสานเข้ามายังพืน้ ที่ ผูว้ า่ ราชการจังหวัดซึง่ มีวสิ ยั ทัศน์ในทิศทางเดียวกันเห็นว่า อุบัติเหตุเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ จึงเกิดการเคลื่อนงานโดยการออกค�ำสั่งให้นายอ�ำเภอแต่ละอ�ำเภอ จัดทีมวิเคราะห์ปัญหา ท�ำงานร่วมกับชาวบ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ต�ำรวจเป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องอุบัติเหตุ ท�ำให้จังหวัดสุพรรณบุรีมีก�ำลังคนในการท�ำงานด้านป้องกันอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น ประเด็นหลักของการท�ำงาน บูรณาการทุกภาคส่วนทั้งนายอ�ำเภอทุกพื้นที่ รวม 10 อ�ำเภอ หัวหน้าสถานีต�ำรวจภูธร ในแต่ละอ�ำเภอ ผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลประจ�ำอ�ำเภอ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุพรรณบุรี นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าหมวดการทาง ผู้แทนจากภาคประชาชน รองผู้ก�ำกับการ หรือสารวัตร ที่รับผิดชอบงานจราจร ให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ลดจุดเสี่ยง และอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ

โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบตั เิ หตุการจราจรทางถนนจังหวัดสุพรรณบุรี มีจดุ เด่น

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ที่เริ่มต้นโครงการโดยการร่วมมือครบทั้ง 10 อ�ำเภอในจังหวัด ด้วยการสร้างเครือข่ายป้องกันและ ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรผ่านการจัดกิจกรรมอบรมอาสาจราจรทั้งกลุ่มเด็กนักเรียนและ ประชาชนทั่วไป รวม 100 คน ด้วยหลักสูตรของส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ เพื่อร่วมปฏิบัติงานให้ บริการประชาชนและร่วมจุดตรวจในเทศกาลต่างๆ หลังจากนั้นให้อาสาสมัครออกปฏิบัติงาน ในการให้บริการประชาชน และจัดเก็บข้อมูลการละเมิดกฎหมายจราจรของเจ้าหน้าที่รัฐ เดือนละ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 8 เดือน ด้านการบังคับใช้กฎหมายและแก้ไขปัญหาอุบตั เิ หตุจราจรได้แต่งตัง้ คณะท�ำงานตรวจสอบ สถานทีท่ เี่ กิดอุบตั เิ หตุบอ่ ยครัง้ หรือจุดเสีย่ งต่อการเกิดอุบตั เิ หตุ ระดับจังหวัด ประกอบไปด้วยต�ำรวจ ภูธรจังหวัด ส�ำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ส�ำนักงานขนส่งจังหวัด แขวงการทาง จังหวัด ส�ำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาสุพรรณบุรี ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ประชาสัมพันธ์จงั หวัด เครือข่ายภาคประชาสังคม และหน่วยงานอืน่ ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง เพือ่ จัดหาข้อมูลเกีย่ วกับการเกิดอุบตั เิ หตุ และก�ำหนดมาตรการแนวทางป้องกันแก้ไขทัง้ ในระยะสัน้ และระยะยาว และตัง้ จุดตรวจชุดผสมบูรณ าการเฉพาะกิจ ตามมาตรการ 3 ม 2 ข 1 ร (เมาไม่ขับ สวมหมวกนิรภัย มอเตอร์ไซค์ปลอดภัย ใบขับขี่ รัดเข็มขัดนิรภัย ขับรถเร็ว) นอกจากนีม้ คี ณะท�ำงานตรวจสอบสถานทีซ่ งึ่ เกิดอุบตั เิ หตุบอ่ ยครัง้ และตรวจสอบจุดเสีย่ ง ต่อการเกิดอุบัติเหตุ ระดับอ�ำเภอ ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล จัดท�ำรายงานสรุปกรณีอุบัติเหตุเพื่อน�ำเข้า ที่ประชุมศูนย์อ�ำนวยการความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดทุกเดือน และจัดท�ำเป็นสรุปรายงาน ประจ�ำปีเพื่อวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา ตลอดจนยังมีการจัดสัมมนาคณะท�ำงาน ตรวจสอบสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หรือจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ระดับจังหวัด และจัดท�ำ ป้ายเตือน ให้กบั ผูใ้ ช้รถ เกีย่ วกับการตรวจจับความเร็วในการตัง้ จุดตรวจชุดผสมบูรณาการเฉพาะกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้มีการประเมินผลโครงการด้วย ส่งผลให้ภายใน 1 ปีสามารถแก้ไขจุดเสี่ยงได้ถึง 104 จุด ใน 10 อ�ำเภอ และจ�ำนวนผู้เสียชีวิตลดลงได้ถึง 57 คน บทเรียนที่ส�ำเร็จ บทเรียนทีส่ ำ� เร็จของโครงการ คือผูว้ า่ ราชการจังหวัดสุพรรณบุรใี ห้ความส�ำคัญต่อการแก้ไข ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนโดยเน้นการปฏิบัติที่เข้มงวด จริงจัง ต่อเนื่อง และครอบคลุมพื้นที่ และเริ่ม ท�ำเป็นตัวอย่างที่ศูนย์ราชการ ด้วยการห้ามคนขับขี่จักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัยเข้าบริเวณศูนย์ ราชการ พร้อมจัดสถานที่จอดรถไว้ให้หน้าประตูทางเข้า และผู้ว่าราชการจังหวัดยังน�ำคณะท�ำงาน ออกเดินตรวจจุดเสี่ยงเป็นประจ�ำทุกเดือนเพื่อปรับปรุงแก้ไข นอกจากนี้ยังได้มีการก�ำหนดเป็น ข้อประเมินหมู่บ้านในโครงการคนดีศรีสุพรรณ ข้อที่ 7 ว่าต้องมีวินัยจราจร อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการ ประกาศนโยบายของจังหวัดอย่างชัดเจน ส�ำหรับการบังคับใช้กฎหมาย การตั้งจุดตรวจชุดผสมบูรณาการเฉพาะกิจ ที่มีหน่วยงาน ต่างๆ ทัง้ ภาครัฐและเอกชน เป็นการลดความขัดแย้งระหว่างต�ำรวจกับชุมชนได้เป็นอย่างดี และการจัด ชุดตรวจจับความเร็วเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นชุดของต�ำรวจภูธรจังหวัดที่จะเดินทางออกไปช่วยอ�ำเภอต่างๆ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

ในการตัง้ ด่านตรวจจับความเร็วเพือ่ ช่วยลดแรงต้านให้กบั ต�ำรวจท้องทีไ่ ด้อกี ทางหนึง่ ทัง้ นีโ้ ครงการ ยังมีคณะท�ำงานตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ระดับอ�ำเภอ ประกอบด้วยคณะท�ำงาน อีกหลายหน่วยงาน สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินโครงการ

สามารถติดต่อได้ที่

อาจารย์นคร สงวนสินธุ์ โทรศัพท์: 081-983-1799 E-mail: nk9595@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ร่วมลดอุบัติเหตุ (Youth for safety) หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

องค์การบริหารส่วนต�ำบลห้วยต้อน อ�ำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554

ที่มาของโครงการ จังหวัดชัยภูมิถือเป็นทางผ่านของหลายๆ จังหวัด และมีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสลับ เชิงเขา ถนนส่วนใหญ่เป็นทางลาดชัน และมีสถานประกอบการ/โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ง่าย ประกอบกับจ�ำนวนรถจักรยานยนต์ที่ เพิ่มมากขึ้นเป็นประจ�ำทุกปี เห็นได้จากสถิติเปรียบเทียบจ�ำนวนรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนเมื่อ ปี 2550 จ�ำนวน 182,112 คัน ปี 2551 จ�ำนวน 198,346 คัน เพิม่ ขึน้ 8.91% และจากสถิตกิ ารเกิดอุบตั เิ หตุ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 71.31 และจากการวิเคราะห์ สภาพปัญหาชุมชน พบว่า กลุ่มเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือ กลุ่มผู้ขับขี่อายุระหว่าง 15–25 ปี ซึง่ มีการรวมตัวตัง้ เป็นกลุม่ แก๊งต่างๆ ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ท�ำร้ายร่างกายโดยเฉพาะในงานมหรสพ ตามสถานที่สาธารณะ ท�ำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน โดยอัตราการเพิ่มสถิติคดีที่เกิดจาก การกระท�ำของเยาวชนทีเ่ ป็นอันธพาลมีเพิม่ มากขึน้ รุนแรงมากขึน้ และมักพบว่ากลุม่ วัยรุน่ จะดืม่ สุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนหรือขณะขับรถจนมีอาการมึนเมา อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ท�ำให้เกิด อุบัติเหตุจราจร ศูนย์อ�ำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดชัยภูมิ จึงได้ระดมแนวความคิดและ แนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเยาวชน ในพื้นที่ เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ร่วมลดอุบตั เิ หตุ ระดมแนวความคิดและแนวทางการแก้ไข ปัญหาอุบตั เิ หตุจราจรในพืน้ ที่ โดยเน้นทีก่ ลุม่ เยาวชนซึง่ สามารถเป็นเครือข่ายในการป้องกันและลด อุบตั เิ หตุทางถนนระดับจังหวัดได้ เพือ่ ให้เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชน ท้องถิน่ ส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพืน้ ทีแ่ บบบูรณาการ ซึง่ ส�ำนักงาน ปภ. จังหวัดชัยภูมิ ได้รว่ มกับ อบต. ห้วยต้อน ด�ำเนินการน�ำเยาวชนกลุม่ เสีย่ ง หรือมีประวัตเิ คยกระท�ำผิดตามกฎหมายจราจร ทัง้ ในระบบ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

และนอกระบบการศึกษาของพื้นที่องค์การบริหารส่วนต�ำบลห้วยต้อน มาร่วมเข้าค่ายฝึกอบรมและ ศึกษาดูงานที่เรือนจ�ำ โรงพยาบาล และศูนย์บ�ำบัดยาเสพติด เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างจิตส�ำนึกและ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน เพื่อฝึกฝนการมีวินัย รู้รักสามัคคี มีความรับผิดชอบต่อ ตนเองและผู้อื่น รวมทั้งสามารถเป็นเครือข่ายในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนระดับจังหวัด ได้ ซึ่งเป็นการน�ำร่องการสร้างเครือข่ายและต้นแบบการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การป้องกันและลด อุบัติเหตุทางถนน ซึ่งเป็นการวางรากฐานให้สังคมเข้มแข็งต่อไป ประเด็นหลักของการท�ำงาน กระบวนการท�ำงานของโครงการประกอบไปด้วยการประชุมแกนน�ำ/สัมมนาเชิงปฏิบตั กิ าร ผูน้ ำ� ชุมชนในพืน้ ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ (อบต.) ครู/ผูบ้ ริหารสถานศึกษา ต�ำรวจ สาธารณสุข และหน่วยงานเครือข่าย พร้อมแต่งตั้งคณะท�ำงาน และคัดเลือกเยาวชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ทั้งใน ระบบ และนอกระบบการศึกษา เพื่อเข้ารับการฝึกอบรม โดยมีบันทึกค�ำยินยอมจากผู้ปกครองให้ ท�ำการฝึกอบรม ในรูปแบบของการฝึกวินยั ทหาร หลังจากด�ำเนินการฝึกอบรม ได้จดั กิจกรรมรองรับ ให้เด็กและเยาวชนเข้ามาปฏิบตั งิ านร่วมกับเจ้าหน้าทีข่ องรัฐในลักษณะการเป็นผูช้ ว่ ยเจ้าพนักงานด้าน การจัดการจราจรหรือดูแลช่วยเหลืองานประเพณีในชุมชน หรือเป็นผู้ช่วยหน่วยกู้ชีพต�ำบล โดยมี การประเมินผลการด�ำเนินงานจากคณะท�ำงาน พร้อมทั้งมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญและก�ำลังใจให้แก่ ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ สร้างกิจกรรมรองรับภายหลังเข้ารับการฝึกอบรม โดยการจัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชน เข้ามาปฏิบตั งิ านร่วมกับเจ้าหน้าทีข่ องรัฐในลักษณะการเป็นผูช้ ว่ ยเจ้าพนักงานด้านการจัดการจราจร หรือดูแลช่วยเหลืองานประเพณีในชุมชน หรือเป็นผู้ช่วยหน่วยกู้ชีพต�ำบล บทเรียนที่ส�ำเร็จ ภายหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มเยาวชนได้เห็นสภาพของผู้ต้องขัง และผู้บาดเจ็บ พิการที่ได้รับผลกระทบจากความประมาทบนท้องถนน รวมทั้งเห็นผลจากการท�ำประโยชน์เพื่อ สังคมผ่านการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ อีกทั้งได้รับรางวัลในการด�ำเนินงาน ท�ำให้เห็น คุณค่าจากการท�ำงาน เยาวชนจึงเกิดการปรับเปลีย่ นพฤติกรรม ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เกิดเครือ ข่ายความร่วมมือในการด�ำเนินการป้องกันและลดอุบตั เิ หตุทางถนนแบบบูรณาการอย่างต่อเนือ่ งและ ยัง่ ยืน นอกจากนีก้ ารด�ำเนินงานยังส่งผลให้สถิตกิ ารเกิดอุบตั เิ หตุ ผูบ้ าดเจ็บและผูเ้ สียชีวติ จากอุบตั เิ หตุ ทางถนนจังหวัดชัยภูมิลดลง สถานะโครงการ

ปิดโครงการ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

สามารถติดต่อได้ที่ 36000

องค์การบริหารส่วนต�ำบลห้วยต้อน หมู่ 4 บ้านชีลองเหนือ ถนนชัยภูม-ิ หนองบัวแดง ต�ำบลห้วยต้อน อ�ำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์: 044-134008

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ต�ำรวจภูธรจังหวัดระนอง ระยะเวลาด�าเนินงาน 1 เมษำยน 2554 – ปัจจุบัน เป้าหมายของการท�างาน โครงกำรรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% จัดท�ำขึน้ เพือ่ ลดอุบตั เิ หตุจรำจรในจังหวัดระนอง โดยเฉพำะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจำกผู้ที่ใช้รถจักรยำนยนต์เป็นพำหนะ โดยต้องกำรปลูกฝังวินัยจรำจร ให้กับผู้โดยสำร โดยเฉพำะเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองใช้รถจักรยำนยนต์ไปส่งยังโรงเรียนหรือไปยัง สถำนที่อื่นๆ เกิดควำมสัมพันธ์อันดีในควำมห่วงใยที่ต�ำรวจมีต่อประชำชนผู้ใช้รถใช้ถนน ผ่ำนกำร ให้ควำมรู้ด้ำนกำรสวมหมวกนิรภัยที่ถูกวิธี กระตุ้นให้เห็นควำมส�ำคัญของควำมปลอดภัยแก่ผู้ที่ นั่งซ้อนท้ำยรถจักรยำนยนต์ นอกจำกนี้ต้องกำรส่งเสริมให้เกิดควำมรับผิดชอบร่วมกันต่อสังคม ของหน่วยงำนภำครัฐ องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด และประชำชนในพื้นที่ ในลักษณะกำรเอื้ออำทร ต่อกัน และเกิดเป็นโครงกำรน�ำร่องของต�ำรวจภูธรจังหวัดระนอง ในกำรบังคับใช้กฎหมำยกับผู้นั่ง ซ้อนท้ำยรถจักรยำนยนต์ ประเด็นหลักของการท�างาน กำรด�ำเนินงำนโครงกำรรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% มี 3 ขัน้ ตอน คือ ขัน้ กำรเตรียมกำร ซึ่งเป็นกำรตั้งชุดคณะท�ำงำนโดยกำรมีส่วนร่วมของทุกภำคส่วน ผ่ำนกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำร ขัน้ กำรด�ำเนินงำน ประกอบไปด้วยกำรประชำสัมพันธ์ผำ่ นสือ่ สำธำรณะรูปแบบต่ำงๆ ให้ประชำชน ได้รับทรำบข้อมูลข่ำวสำรระหว่ำงเดือนเมษำยน–มิถุนำยน 2554 และหลังจำกนั้นจะเป็นมำตรกำรที่ 2 จะเป็นมำตรกำรบังคับใช้กฎหมำยอย่ำงเคร่งครัดโดยมุ่งเน้นบังคับใช้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสำรหรือ ผู้ซ้อนท้ำยรถจักรยำนยนต์ทุกคนจะต้องสวมหมวกนิรภัย 100% และกำรบังคับใช้กฎหมำย สุดท้ำย คือขั้นกำรประเมินผล โดยกำรส�ำรวจพฤติกรรมกำรสวมหมวกนิรภัย และสรุปผลกำรด�ำเนินงำน ก่อนท�ำโครงกำรและหลังท�ำโครงกำร

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ โครงกำรรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% เน้นให้ควำมรูผ้ ำ่ นกำรอบรมเกีย่ วกับอุบตั ภิ ยั ทำง ถนน หลังจบกำรอบรมจะมีพธิ ลี งนำมในบันทึกข้อตกลงว่ำด้วยควำมร่วมมือในกำรรณรงค์สวมหมวก นิรภัย และกำรมอบหมวกนิรภัยให้เครือข่ำยหรือประชำชนที่เข้ำร่วม นอกจำกนีย้ งั ให้ควำมส�ำคัญกับกำรประชำสัมพันธ์ โดยโครงกำรจัดท�ำสือ่ ประชำสัมพันธ์ ด้วยกำรคัดเลือกสือ่ บุคคลในพืน้ ทีม่ ำเป็นตัวอย่ำงกำรสวมหมวกนิรภัย ในลักษณะของกำรน�ำภำพถ่ำย หัวหน้ำหน่วยงำนรำชกำร, เอกชน และผู้น�ำชุมชนต่ำงๆ มำจัดท�ำเป็นแผ่นป้ำยโฆษณำ เพื่อติด ประชำสัมพันธ์ตำมจุดต่ำงๆ ท�ำให้เป็นสือ่ ทีใ่ กล้ตวั ประชำชนมำกขึน้ นอกจำกนีม้ กี ำรจัดคำรำวำนรถ กระจำยเสียงข้อควำมรณรงค์ รวมทั้งประชำสัมพันธ์ผ่ำนสถำนีวิทยุ อ.ส.ม.ท. FM 100.50 MHz ใน ขณะเดียวกันเจ้ำหน้ำที่ต�ำรวจยังลงพื้นที่ตั้งด่ำนแจกใบปลิวรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% อีกด้วย ส�ำหรับกำรบังคับใช้กฎหมำย ควำมพิเศษของกิจกรรมคือ นอกจำกจับปรับผู้ขับขี่ที่ไม่สวมหมวก นิรภัยแล้ว หำกเจ้ำหน้ำที่ต�ำรวจจับผู้ซ้อนที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ทำงโครงกำรจะจัดให้ชมภำพยนตร์ เพือ่ สร้ำงควำมตระหนักรูเ้ กีย่ วกับควำมส�ำคัญของหมวกนิรภัย และควรสวมใส่ทกุ ครัง้ เมือ่ ขับขีห่ รือ โดยสำรรถจักรยำนยนต์ก็จะท�ำให้ลดควำมเสี่ยงกำรบำดเจ็บจำกอุบัติเหตุ บทเรียนที่ส�าเร็จ ควำมส�ำเร็จของโครงกำรเกิดจำกกระบวนกำรประชำสัมพันธ์และกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ ที่มุ่งเน้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงควำมส�ำคัญของกำรสวมหมวกนิรภัย เห็นผลเสียหรืออันตรำย ของกำรไม่สวมหมวกนิรภัยกระทั่งเมื่อมีกำรส�ำรวจทำงสถิติพบว่ำกำรจัดท�ำโครงกำรท�ำให้อัตรำ กำรสวมหมวกนิรภัยของผู้ซ้อนท้ำยรถจักรยำนยนต์เพิ่มขึ้นจำก 1% เป็น 90% ส่วนผู้ขับขี่เพิ่มขึ้น จำก 30% เป็น 93% สถานะโครงการ เปิดด�ำเนินงำน สามารถติดต่อได้ที่ พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบก.ภ.จว.ระนอง โทรศัพท์: 081-690-9959

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการศึกษาสาเหตุและวิเคราะห์ เพื่อค้นหาวิธีป้องกันอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน ของจุดอันตรายในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเริ่มจากข้อมูลภาพบันทึกจาก CCTV หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ส�ำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ในนามของศูนย์อ�ำนวยการ ความปลอดภัยทางถนน จังหวัดเชียงใหม่ ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ตุลาคม 2552 – กันยายน 2553

เป้าหมายของการท�ำงาน ภาพบันทึกเหตุการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้จากกล้อง CCTV ของเทศบาลนครเชียงใหม่ แสดงให้เห็นถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงและเกิดขึ้น บ่อยๆ ตามสี่แยกต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักป้องกันได้ จึงได้เกิดแนวคิดที่จะน�ำภาพบันทึกเหตุการณ์ อุบัติเหตุจากกล้อง CCTV ของเทศบาลนครเชียงใหม่มาท�ำการศึกษา วิเคราะห์สาเหตุของการเกิด อุบัติเหตุเพื่อใช้เป็นข้อมูลที่เป็นรูปธรรมส�ำหรับการแก้ไขและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของจังหวัด เชียงใหม่ส�ำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อเป็นการใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่าคุ้มทุน นอกเหนือจากที่ใช้เพื่อการตรวจสอบสภาพการจราจร โดยโครงการได้ตั้งเป้าหมายหลักในการ หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่ส�ำคัญและพบบ่อยจากกล้อง CCTV และสามารถน�ำวิธีการท�ำงานไป ประยุกต์ใช้ในทุกจังหวัดได้ ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการได้วางแผนการด�ำเนินงานออกเป็น 3 ช่วง คือ เตรียมการด�ำเนินงาน ระหว่างการ ด�ำเนินงาน และช่วงประเมินผลการด�ำเนินงาน โดยประเด็นการท�ำงานในช่วงเตรียมการนัน้ โครงการ เน้นการท�ำงานไปที่การหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการ รวบรวมสถิติการเกิดอุบัติเหตุทุกสี่แยกในเขต เทศบาลนครเชียงใหม่ ความรุนแรง การเสียชีวิต ในระยะ 2 ปีก่อนด�ำเนินการ น�ำข้อมูลมาวิเคราะห์ และคัดเลือกสี่แยกที่มีความชุกและรุนแรง เพื่อเจาะลึก รวบรวมสาเหตุ ปัจจัยที่ท�ำให้เกิดเหตุจาก ภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด CCTV มีการก�ำหนดสมมุติฐานจากกลไก ลักษณะการ เกิดเหตุว่ามีทางเลือกใดบ้างทีค่ วร ด�ำเนินการ ทดลองใช้วิธกี ารป้องกันอุบตั เิ หตุ เลือกทางทีง่ ่าย เป็น ไปได้เป็นมาตรการแรก ก่อนที่จะปรับ เปลี่ยนหรือเพิ่ม ทั้งนี้มีการประชุมคณะกรรมการประเมินผล มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ทุกเดือน เพื่อวิเคราะห์ ติดตามความคืบหน้า และปรับปรุงวิธีการให้ได้ผลมากขึ้น ส�ำหรับในช่วงการด�ำเนินงาน เน้นในเรื่องการให้ความรู้ (Education) แก่ประชาชนด้วย การให้ข้อมูลที่จะเข้าสู่ทุกทางเข้าของสี่แยก ผ่านทางสื่อวิทยุและหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่องโดยมี เป้าหมายให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้าก่อนการด�ำเนินงานประมาณหนึง่ เดือน นอกจากนีม้ กี ลยุทธ์ เสริมแรง (Empowerment) ด้วยการใช้เครือข่ายเหยือ่ เมาแล้วขับ ผูถ้ กู คุมประพฤติดว้ ยความผิดจากการ ขับขีแ่ ละต้องท�ำงานให้สงั คม อาสาสมัครจราจร นักเรียน ประชาชนทัว่ ไป มาร่วมด้วยช่วยด�ำเนินการ ในวิธีการที่คัดเลือกมาทดสอบ โดยจะมีการใช้กล้องบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว หรือวิดีโอ ประกอบการเก็บข้อมูลก่อนและหลัง เพือ่ ปรับแผน รวมทัง้ รายงานความคืบหน้า และรายงานผลเมือ่ สรุปโครงการ และใช้ระบบ EMS โดยหน่วยบริการร่วมด�ำเนินการในการรองรับปัญหาการบาดเจ็บ หากมีเหตุบาดเจ็บจากอุบตั เิ หตุ ให้บนั ทึกเหตุการณ์ สาเหตุ และภาพประกอบข้อมูลเชิงประจักษ์ ทัง้ นี้ มีกลยุทธ์ดา้ นการบังคับใช้ โดยขออนุมตั กิ ารด�ำเนินการจากผูว้ า่ ราชการจังหวัด ส่วนทีต่ อ้ งใช้อำ� นาจ ผ่านการประชุมของศูนย์อำ� นวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงใหม่ และใช้เจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจ ร่วมด�ำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการด�ำเนินการกับผู้ท�ำความผิด ด้านการติดตามประเมินผล หลังด�ำเนินการทุกๆ 3 เดือนจะมีการประเมินผลจากจ�ำนวน และความรุนแรงของอุบตั เิ หตุ โดยน�ำข้อมูลทีไ่ ด้รวบรวมน�ำเสนอและตีพมิ พ์ผลงาน โดยคาดหวังว่า หากมีปัจจัยเอื้อต่อการด�ำเนินงานต่อเนื่องอาจย้ายป้ายประชาสัมพันธ์ ด�ำเนินการพิสูจน์ในแยกต่อๆ ไปจนครบทุกแห่งในอ�ำเภอเมืองเชียงใหม่ นอกจากนีม้ กี ารประเมินผลปรับปรุงอย่างต่อเนือ่ งเพือ่ ให้ เกิดความยัง่ ยืน โดยขอแบ่ง ค่าปรับทีเ่ กิดจากโครงการมาประมาณครึง่ หนึง่ เพือ่ เป็นกองทุนใช้ในการ ด�ำเนินการต่อเนื่องในปีต่อไป กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ จากการด�ำเนินโครงการท�ำให้สามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดอุบตั เิ หตุตามสีแ่ ยกบน ท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทศบาลนครเชียงใหม่เกิดการขยับเคลือ่ นเพือ่ ปรับปรุงถนนบางจุด ซึ่งวิศวกรรมจราจรช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้มีสถิติการฝ่าสัญญาณไฟจราจรลดลงใน สี่แยกรินค�ำ ซึ่งมีอุบัติเหตุรุนแรง เสียชีวิตมาก เกิดการข���ายผลท�ำถนนสีขาวหน้าศาลากลางโดยใช้ พลังภาคประชาชน เมื่อเป็นการท�ำงานบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ส�ำนักงานป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ และคณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท�ำให้งบประมาณปรับลดลงจากหนึ่งล้านบาทเหลือเพียง เจ็ดแสนบาท โดยอาศัยงบท้องถิ่นร่วมด�ำเนินงาน ท้ายที่สุดโครงการผลิตองค์ความรู้ในรูปแบบของ ผลการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่สามารถใช้อ้างอิงในการท�ำงานได้ บทเรียนที่ส�ำเร็จ ความส�ำเร็จของโครงการเกิดจากการได้รับความรู้ในการวางแผนงานจากศูนย์อ�ำนวยการ ความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) และแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุการจราจรในระดับ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

จังหวัด (สอจร.) จึงด�ำเนินการได้อย่างมีขั้นตอนและเป้าหมายที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเครือข่าย ให้การสนับสนุนการท�ำงาน โดยในทางนโยบายได้รับความร่วมมือจากกรมป้องกัน และบรรเทา สาธารณภัย (ปภ.) ในการมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อโครงการ อีกทั้งมีการสนับสนุน ของผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ก�ำกับการกลุ่มงานจราจร ด้านภาคประชาชนได้รับความร่วมมือจาก กลุ่มเหยื่อเมาแล้วขับ กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) ส�ำหรับการใช้กล้อง CCTV ในงานความปลอดภัยบนท้องถนนนัน้ ภาพทีบ่ นั ทึกได้ยงั ไม่ชดั เจนพอทีจ่ ะจับปรับผูฝ้ า่ ฝืนกฎจราจร ได้ แต่เหมาะส�ำหรับการศึกษาหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ และการประชาสัมพันธ์ สถานะโครงการ

ปิดโครงการดังกล่าว แต่ยังด�ำเนินการ

สามารถติดต่อได้ที่

นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ ส�ำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ 118/4 ถนนอนุสาวรีย์ข่วงสิงห์ ต�ำบลช้างเผือก อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์: 089-180-3487 นพ. ธีรวุฒิ โกมุทบุตร คณะท�ำงาน สอจร.เชียงใหม่ โทรศัพท์: 087-091-6699 E-mail: theerawood@yahoo.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการศึกษาสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรของจังหวัดสงขลา หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

ส�ำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

15 กันยายน 2552 – 30 กันยายน 2553

เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการศึกษาสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรของจังหวัดสงขลาจัดท�ำขึ้น เพื่อให้ มีการบูรณาการด้านการจัดการข้อมูลอุบัติเหตุจราจรในภาพรวมของจังหวัด นอกจากนี้ยังเพื่อศึกษา ปัญหา สาเหตุและปัจจัยของการเสียชีวติ จากอุบตั เิ หตุจราจรในเชิงลึก และสามารถน�ำข้อมูลทีไ่ ด้จาก การศึกษาวิเคราะห์ไปน�ำเสนอ ส�ำหรับใช้แก้ปญ ั หาอุบตั เิ หตุจราจรของจังหวัดสงขลาอย่างเป็นระบบ น�ำร่อง 6 อ�ำเภอ ประกอบด้วยอ�ำเภอเมืองสงขลา หาดใหญ่ รัตภูมิ สิงหนคร ระโนด และนาทวี ประเด็นหลักของการท�ำงาน ก้าวแรกของการท�ำงานคณะท�ำงานโครงการศึกษาสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ของจังหวัดสงขลา เร่งชีแ้ จงโครงการ และร่วมประชุมแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ก�ำหนดแนวทางการด�ำเนินการ ศึกษาหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรโดยมีตัวแทน จากต�ำรวจ โรงพยาบาล แขวงการทาง ขนส่ง ท้องถิ่น กู้ภัย และที่เกี่ยวข้องจาก 6 อ�ำเภอน�ำร่อง โดยใช้วิธีการเข้าศึกษาหาสาเหตุเฉพาะกรณีที่เสียชีวิต ซึ่งจะสอบสวนอย่างน้อยอ�ำเภอละ 1 ราย โดยคณะท�ำงานระดับอ�ำเภอ ซึง่ ในแต่ละอ�ำเภอจะจัดหาเครือข่ายในอ�ำเภอ ส�ำหรับการตัง้ วงคุย ทัง้ นี้ ขั้นตอนการด�ำเนินงานนั้นจัดเตรียมทีมระดับอ�ำเภอ ประกอบด้วยต�ำรวจ สาธารณสุข แขวงการทาง ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นเครือข่ายในการด�ำเนินการ และก�ำหนดหน่วยงานหลัก จากนั้นก�ำหนดรูปแบบและวิธีการศึกษาด้วยการน�ำแบบฟอร์มส�ำหรับใช้สัมภาษณ์กรณีศึกษา ซึง่ แต่ละหน่วยงานมีแบบฟอร์มในการใช้หาสาเหตุของการเกิดอุบตั เิ หตุฯ อยูแ่ ล้ว ให้มาปรับปรุงให้ สอดคล้องกับความต้องการของโครงการ ส�ำหรับการลงพื้นที่ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง อาทิเช่น ต�ำรวจ และแขวงการทาง ประสานติดต่อเพื่อลงพื้นที่เกิดเหตุ หากไม่มีกรณีเสียชีวิต ให้น�ำจุดเสี่ยง จุดอันตรายในพื้นที่มาร่วม วิเคราะห์และหาแนวทางการแก้ปัญหา จากนั้นศึกษาข้อมูลและลักษณะการเสียชีวิตของผู้ประสบ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

อุบัติเหตุ สอบถามข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุจากผู้อยู่ในเหตุการณ์และผู้พบเห็นเหตุการณ์ ศึกษาสภาพ แวดล้อม ณ บริเวณจุดเกิดเหตุ และสภาพรถที่เกิดอุบัติเหตุ ติดตามข้อมูลจากผู้ประสบเหตุในชุมชน ครอบครัว ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจผูด้ แู ลคดี เชิญเครือข่ายในอ�ำเภอของแต่ละ Case มาร่วม พูดคุยและวิเคราะห์ปัญหา ร่วมหาแนวทางการแก้ปัญหา สุดท้ายประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ในกรณีที่พบจากการศึกษาสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ ในแต่ละพื้นที่จะน�ำเข้าเวทีประชุมคณะท�ำงานระดับจังหวัด เพือ่ ร่วมแลกเปลีย่ นเรียนรู้ โดยการประชุมแบบมีสว่ นร่วมเพือ่ ศึกษาสาเหตุการเสียชีวติ จากอุบตั เิ หตุ จราจร ร่วมวิเคราะห์ปัญหา และลงพื้นที่กรณีศึกษา กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ “เวที”...บ่อเกิดการลดอุบัติเหตุ การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีความส�ำคัญมาก ในการ วิเคราะห์หาแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยใช้เวทีสะท้อนข้อมูล มีการท�ำงานเป็นเครือข่าย ชุมชน ชาวบ้าน ไม่วา่ จะเป็นจุดเสีย่ งไหนก็มสี ว่ นในการรับผิดชอบเหมือนกัน และการช่วยกันดูแล จะท�ำงาน กันในแนวราบ ซึ่งการท�ำงานเหล่านี้อาจจะได้มุมมองและข้อมูลในเชิงวิชาการเพิ่มเติม “เครือข่าย”...พูดคุยลดอุบตั เิ หตุ โครงการท�ำงานเป็นเครือข่ายส่งผลให้เกิดการแลกเปลีย่ น เรียนรู้ระหว่างพื้นที่ใน 6 อ�ำเภอ และยังขยายความรู้และความตื่นตัวในประเด็นความปลอดภัยบน ท้องถนนไปยังพืน้ ทีอ่ นื่ ๆ นอกจากนีก้ ารสร้างเครือข่ายพูดคุยยังท�ำให้เกิดบรรยากาศของการท�ำงานไป พร้อมกัน เกิดการเอือ้ อาทร ช่วยเหลือกันฉันมิตรยามร่วมงานกัน ซึง่ ตัวอย่างทีน่ ำ� เสนอเห็นชัดเจนว่า ศักยภาพของเครือข่ายในพืน้ ทีห่ รือระดับอ�ำเภอ สามารถท�ำงานและแก้ปญ ั หาได้ตรงจุด จากลักษณะ การท�ำงานที่ผ่านมา เมื่อมีการสั่งการจากข้างบน เมื่อท�ำแล้วบางส่วนไม่ต่อเนื่อง ภาพการท�ำงานใน แนวราบจะช่วยเสริมท�ำให้การสัง่ การจากข้างบนมีความต่อเนือ่ งและเพิ���่ คุณค่ามากขึน้ โดยการเสริม ในเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสิ่งที่ได้คือ คนท�ำงานจะมีก�ำลังใจเพราะงานที่ท�ำสามารถแก้ไข ปัญหาในพืน้ ทีไ่ ด้ และชุมชนได้เข้ามามีสว่ นร่วม ได้ตดั สินใจร่วมกัน นัน่ คือผ่านกระบวนการเรียนรู้ จากการปฏิบัติจริง “การรณรงค์ป้องกัน”...ขยายผลลดอุบัติเหตุ กิจกรรมการรณรงค์ท�ำให้เกิดกระแสสังคม และเกิดการสื่อสารสาธารณะในภาคส่วนต่างๆ ให้เห็นว่าเรื่องอุบัติเหตุเป็นอีกหนึ่งเรื่องหลักในการ แก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน บทเรียนที่ส�ำเร็จ สรุปบทเรียนที่ได้จากการศึกษาสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรจังหวัดสงขลา ประกอบไปด้วยการมีทมี ทีเ่ ข้มแข็ง และสามารถพัฒนาเครือข่ายให้สามารถแก้ปญ ั หาตามบริบทของ พืน้ ทีไ่ ด้จำ� นวนมากขึน้ มีการวิเคราะห์เรียนรูห้ าแนวทางการแก้ไขปัญหาจากพืน้ ทีจ่ ริง สามารถแก้ไข ได้ตรงจุด ซึ่งลดจ�ำนวนอุบัติเหตุในพื้นที่ลงได้ เช่น อ�ำเภอนาทวี ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ท�ำให้เกิดการ สร้างเกาะกลางถาวรขึ้น ท�ำให้จุดเสี่ยงดังกล่าวไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกเลย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

นอกจากนี้ยัง ให้ค วามส�ำคั ญ กั บ การเยี ย วยา...และให้ ค� ำ แนะน� ำ ครอบครั ว ผู ้ เ สี ย ชี วิ ต โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการฟื้นฟู และสามารถกลับมาด�ำรงชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้น และได้รับ การแนะน�ำในการปฏิบตั เิ มือ่ ประสบภัยจากบริษทั กลางคุม้ ครองผูป้ ระสบภัยจากรถ จ�ำกัด ซึง่ จะดูแล การจ่ายค่าสินไหมทดแทนบริษัทประกันฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สิทธิประโยชน์ และส�ำนักงานยุติธรรมจังหวัด จะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและ ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จ�ำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ให้ความส�ำคัญกับปัญหาต่างๆ ผ่านการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ น�ำไปสู่การแก้ไข เช่น ปรับปรุงแสงสว่าง ปรับปรุงระบบการจราจร กวดขัน วินัยจราจร ป้ายเตือนทางแยก จุดเสี่ยง ป้ายเตือนสติ ติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบ ปรับปรุงระบบ ไฟแดง เป็นหลอดไฟ LED เพิม่ สัญญาณไฟแดง การขยายเครือข่ายลงสูโ่ รงเรียน เพือ่ เป็นกรณีตวั อย่าง ในการปรับปรุงระบบจราจรในโรงเรียน และพัฒนาทักษะชีวิต โครงการมีการเชื่อมเครือข่ายลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพัฒนา อปพร. สู่อาสา กูช้ พี นอกจากนีป้ ญ ั หาอุบตั เิ หตุทางถนนของจังหวัดสงขลา ผูว้ า่ ราชการจังหวัด (นายวิญญู ทองสกุล) ได้ให้ความส�ำคัญและก�ำหนดให้ปญ ั หาอุบตั เิ หตุทางถนน เป็น “วาระจังหวัด” และให้ปญ ั หาอุบตั เิ หตุ ทางถนนในระดับอ�ำเภอเป็น “วาระอ�ำเภอ” การให้นโยบายท�ำให้หน่วยงานต่างๆ มีความตื่นตัว มีการก�ำหนดมาตรการการสร้างวินัยจราจรในหน่วยงาน มีกฎกติกาในการปฏิบัติที่ชัดเจน เกิดการ ระดมสมอง และร่วมมือกันท�ำงานท�ำให้เกิดแนวทางการท�ำงานใหม่ๆ ทัง้ กับส�ำนักงานขนส่งจังหวัด เพิ่มเนื้อหาวิชาการผู้ที่จะมาสอบใบขับขี่ สถานศึกษา จัดอบรมเข้มข้นให้นักเรียน สาธิต “ขับขี่ ปลอดภัย” ที่ถูกวิธี เกิดกิจกรรมรณรงค์ นอกจากนี้บริษัท หน่วยงานปกครองท้องถิ่น ภาคประชาชนในพื้นที่ร่วมสนับสนุนและ หาแนวทางการแก้ไขจุดเสีย่ งในพืน้ ที่ จนสามารถลดอุบตั เิ หตุลงได้ ด้านหน่วยงานต�ำรวจภูธรจังหวัด ได้แต่งตัง้ คณะกรรมการป้องกันอุบตั เิ หตุจราจรทางบก ด�ำเนินการวิเคราะห์การเกิดอุบตั เิ หตุ ทุกโรงพัก มีการท�ำงานเป็นเครือข่าย ประสานข้อมูลจากทุกๆ ฝ่าย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ทั้งหมดนี้มีกลไก การขับเคลื่อนสู่ความส�ำเร็จ โดยใช้หลัก 6 ช คือ ชักชวน/เชื่อม ชง ช้อน เชค ชม เชียร์ แชร์ เชื่อมโยง ทุกฝ่ายมาท�ำงานร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์กันในแนวราบ สถานะโครงการ

ปิดโครงการ

สามารถติดต่อได้ที่

นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงษ์สุกิจ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อ�ำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา โทรศัพท์: 081-897-0201

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการสวมหมวกนิรภัย 100% จังหวัดบุรีรัมย์ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ต�ำรวจภูธร จังหวัดบุรีรัมย์ ระยะเวลาด�าเนินงาน ปีงบประมำณ 2555 ที่มาของโครงการ สถิตกิ ำรเจ็บและตำยจำกกำรเกิดอุบตั เิ หตุจรำจรมีขอ้ มูลทีเ่ กีย่ วข้องคือ รถทีเ่ กิดเหตุเป็นรถ จักรยำนยนต์ ข้อมูลจำกโรงพยำบำลบุรรี มั ย์ระบุวำ่ ผูเ้ กิดเหตุมอี ำยุระหว่ำง 14–25 ปี ส่วนใหญ่เกิดจำก กำรไม่สวมหมวกนิรภัย เวลำกำรเกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นห้วงเวลำ 16.00–22.00 น. ซึ่งสอดคล้องกับ ข้อมูลของต�ำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบกับข้อมูลกำรจัดระดับสถิติกำรสวมหมวกนิรภัยของ สสส. และศวปถ. ปรำกฏว่ำบุรีรัมย์ได้ล�ำดับที่ 76 และจำกข้อร้องเรียนของคณะกรรมกำรตรวจสอบ และติดตำมกำรบริหำรงำนต�ำรวจ ต�ำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (กต.ตร.) ซึ่งมีผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดเป็น ประธำน ได้มีกำรน�ำประเด็นเหล่ำนี้มำหำรือ หำข้อแก้ไข โครงกำรสวมหมวกนิรภัย 100% จังหวัด บุรีรัมย์จึงกลำยเป็นวำระกำรท�ำงำนหลักในพื้นที่ เป้าหมายของการท�างาน ลดอุบัติเหตุจรำจร ลดเจ็บ ลดตำย เพิ่มจ�ำนวนผู้สวมใส่หมวกนิรภัย ประเด็นหลักของการท�างาน โครงกำรสวมหมวกนิรภัย 100% จังหวัดบุรรี มั ย์ ออกสตำร์ตกำรท�ำงำนด้วยกำรเตรียมค้นคว้ำ ตำมหำข้อมูลด้ำนงำนจรำจร เพื่อไปน�ำเสนอต่อผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด และในที่ประชุม คณะกรรมกำร ตรวจสอบและติดตำมกำรบริหำรงำนต�ำรวจ หรือ กต.ตร. เพื่อหำแนวทำงในกำรปฏิบัติงำน จำกนั้น จึงเริ่มเชื่อมโยงเครือข่ำยหรือหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง เชิญประชุมเพื่อหำรือและหำวิธีกำรแก้ปัญหำ อุบตั เิ หตุ โดยกิจกรรมทีโ่ ครงกำรให้ควำมส�ำคัญคือกำรประชำสัมพันธ์แบบถีๆ่ ให้ประชำชนรับทรำบ ถึงสำเหตุกำรเสียชีวิต รวมถึงประเด็นอื่นๆ เพื่อเป็นควำมรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และดึงชุมชน เข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรท�ำกิจกรรม รวมถึงกำรเข้มงวดกวดขันในกำรบังคับใช้กฎหมำย

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ โครงกำรหมวกนิรภัยฯ ประสบควำมส�ำเร็จด้ำนกำรเชื่อมโยงชุมชนและหน่วยงำนต่ำงๆ ในพื้นที่เข้ำมำมีส่วนร่วม ด้วยกำรบริจำคหมวกนิรภัย จัดกิจกรรมผ้ำป่ำสำมัคคี และตั้งด่ำนตรวจ วินยั จรำจร บังคับใช้กฎหมำย และประชำสัมพันธ์ขอ้ มูลควำมรูส้ ปู่ ระชำชน เช่น กิจกรรมกำรรณรงค์ ที่สถำนีต�ำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับสถำนศึกษำในพื้นที่ และบริษัทกลำงคุ้มครองผู้ประสบภัย จำกรถ โครงกำรสวมหมวกนิรภัย 100% และโครงกำรพัฒนำระบบกำรเกิดอุบัติเหตุทำงถนน โดยระดมนักเรียน���ักศึกษำและผู้ขับขี่รถจักรยำนยนต์รับจ้ำงกว่ำ 200 คัน ร่วมรณรงค์ตำมถนนสำย ต่ำงๆ ในเขตเทศบำลเพื่อประชำสัมพันธ์ให้ผู้ที่ใช้รถจักรยำนยนต์เป็นพำหนะ ได้เกิดจิตส�ำนึกใน กำรสวมหมวกนิรภัยขณะขับรถทุกครั้งเพื่อลดกำรสูญเสียชีวิตหรือบำดเจ็บทุพพลภำพจำกกำรเกิด อุบตั เิ หตุ หลังพบว่ำ ปัจจุบนั มีผขู้ บั ขีไ่ ม่ใส่ใจสวมหมวกนิรภัย และได้ฝ่ำฝืนกฎจรำจรกันเป็นจ�ำนวน มำก ซึ่งหวังผลให้กิจกรรมดังกล่ำวสำมำรถสร้ำงจิตส�ำนึกให้ผู้ขับขี่ใส่ใจปฏิบัติตำมกฎจรำจร และ เล็งเห็นถึงควำมส�ำคัญของกำรสวมหมวกนิรภัยอีกทำงหนึง่ โดยมีฝำ่ ยนโยบำยคือ ผูว้ ำ่ รำชกำรจังหวัด และผู้บังคับกำรต�ำรวจให้กำรสนับสนุนอย่ำงเต็มที่ บทเรียนที่ส�าเร็จ กำรใช้ขอ้ เท็จจริงมำเป็นข้อมูลในกำรอ้ำงอิง และน�ำเสนอถึงปัญหำกำรตำยในพืน้ ที่ ท�ำให้ เกิดกำรจุดประเด็นในทีป่ ระชุม น�ำไปสูก่ ำรวำงนโยบำย และขับเคลือ่ นกำรท�ำงำนเพือ่ แก้ปญ ั หำอย่ำง เป็นรูปธรรม นอกจำกนีโ้ ครงกำรมีกำรติดตำมประเมินผลอย่ำงจริงจังและสม�ำ่ เสมอ ส่งผลให้เกิดกำร พัฒนำกระบวนกำรอย่ำงต่อเนื่อง สถานะโครงการ เปิดด�ำเนินงำน สามารถติดต่อได้ที่ พ.ต.อ.ประยุทธ โพธิ์แก้วกุล ต�ำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ โทรศัพท์: 081-824-2234

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการหมวกแสนใบปลอดภัยถ้วนหน้า จังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ต�ำรวจภูธรนครศรีธรรมราช โดย พล.ต.ต กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผู้บังคับการต�ำรวจภูธร จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะเวลาด�ำเนินงาน

เริ่มโครงการ 1 พฤษภาคม 2553 สิ้นสุดโครงการ 30 กันยายน 2554

เป้าหมายของการท�ำงาน ประชาชนผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีหมวก นิรภัยให้ได้ 1 ใน 4 ของครัวเรือน ภายในปี 2554 ประเด็นหลักของการท�ำงาน ก่อนหน้าที่จะมีโครงการหมวกแสนใบปลอดภัยถ้วนหน้า จังหวัดนครศรีธรรมราชเคย เป็นพืน้ ทีท่ ปี่ ระชาชนต่อต้านการบังคับใช้กฎหมายหมวกนิรภัยรุนแรง จนกระทัง่ มีการเผาโรงพักมา ก่อนเมื่อปี 2543 ดังนั้นกลยุทธ์การท�ำงานเรื่องหมวกนิรภัยจึงมองกลับมุมจากการบังคับใช้กฎหมาย เป็นการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหา รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน เพือ่ ลดแรงปะทะ โดยเริม่ ต้นจากการจัดตัง้ กองทุนหมวกนิรภัยส�ำหรับคนนครศรีธรรมราช ซึง่ มีการ ระดมทุนจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ อบจ. อปท. เอกชน ประชาชน ช่วยกันลงขันตั้งกองทุนขึ้น มา ผ่านการจัดกิจกรรมทอล์กโชว์ และจัดแข่งขันกอล์ฟหาทุนสนับสนุน จากนัน้ น�ำเงินจากกองทุนทีไ่ ด้ไปท�ำกิจกรรมแจกจ่ายหมวกแสนใบไปยังสถานีตำ� รวจภูธร (สภ.) ต่างๆ ในจังหวัด ซึง่ มี 33 สภ. ภายใต้กรอบหลักๆ 3 ประการ คือ ทุก สภ.ในสังกัดต�ำรวจภูธรจังหวัด จะได้รับหมวกนิรภัยไปท�ำโครงการรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยให้สอดคล้องกับพื้นที่ของตัวเอง ซึง่ ก่อนการบังคับใช้กฎหมาย ทุกพืน้ ทีต่ อ้ งเน้นการประชาสัมพันธ์สอื่ ทุกแขนงเพือ่ สร้างกระแสและ สื่อสารถึงประชาชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ได้รู้ถึงประโยชน์ของการสวมหมวกนิรภัยเป็นหลัก และกรอบที่ 3 คือการด�ำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ต้องใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลางเพือ่ ลดแรงกดดัน

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ โครงการได้แบ่งประเด็นการท�ำงานเป็น 2 ด้าน คือ การบังคับใช้กฎหมาย ควบคูก่ ารสือ่ สาร ประชาสัมพันธ์โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งมีกิจกรรมเด่นดังนี้ ด้านการบังคับใช้กฎหมายซึง่ เป็นเป้าหมายหลักของโครงการ สภอ.เมืองประสบความส�ำเร็จ ในการรณรงค์ควบคู่การใช้กฎหมายหมวกนิรภัยทั้งคนขับและคนซ้อน โดยสามารถบังคับใช้ในคน ขับได้ 90% และในคนซ้อน 83.4% โดยรูปแบบการท�ำงานได้ลดความตึงเครียดของการใช้กฎหมาย ผ่านการประชาสัมพันธ์ และการผนวกก�ำลังกับคณะท�ำงานด้านป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจังหวัด โดยแบ่งโครงการออกเป็น 2 ระยะ และ 2 โครงการ ร่วมวางเป้าหมายไว้ที่การบังคับใช้กฎหมาย ทั้งคนขับและคนซ้อนให้ได้ 80 % คือ ในโครงการระยะแรก จับ ปรับ รับหมวกนิรภัย เน้นเป้าหมาย ไปที่คนขับเป็นอันดับแรก ระยะด�ำเนินการ 5 เดือน ส่วนโครงการระยะสอง ปรับสองเท่าคนขับ รับคนซ้อนท้ายไม่สวมหมวกนิรภัยเป็นเวลา 1 ปี อีกโครงการที่เป็นกิจกรรมเด่นคือ วินมอเตอร์ไซค์ปลอดภัย ส�ำหรับผู้ขับขี่จักรยานยนตร์ รับจ้างและผู้โดยสาร กิจกรรมดังกล่าวมีวินมอเตอร์ไซค์เข้าร่วมโครงการทุกวินในเขตอ�ำเภอเมือง รวมทั้งหมด 250 คนด�ำเนินการควบคู่กับโครงการระยะสอง นอกจากนี้มีโครงการ “รางวัลประกาศ หาคนท�ำดี” ซึง่ จะแอบถ่ายรูปผูข้ บั ขีท่ สี่ วมหมวกนิรภัยทัง้ คนขับคนซ้อนแล้วประกาศผ่านโปสเตอร์ ให้มารับรางวัลจากผูว้ า่ ราชการจังหวัดทุกเดือน ด�ำเนินการควบคูก่ บั โครงการระยะสอง ส�ำหรับด้าน สื่อสารประชาสัมพันธ์นั้น ท�ำให้เกิดความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ กองทุนหมวกนิรภัยฯ มียอด สนับสนุนนับ 10 ล้านบาทจากทุกภาคส่วนในจังหวัด ส่วนอัตราการจับหมวกนิรภัยมีเพิ่มขึ้นจาก 1,206 ราย เดือนมกราคม 2553 เป็น 3,000 กว่าราย/เดือน จ�ำนวนตายจากการบาดเจ็บที่ศีรษะในเขต อ�ำเภอเมืองลดลงอย่างชัดเจนจาก 14 คน ในปี 2553 เป็น 7 คนในปี 2554 บทเรียนที่ส�ำเร็จ โครงการมีความยืดหยุน่ และเปิดโอกาสให้ดำ� เนินการตามบริบทของปัญหา ให้แต่ละพืน้ ที่ ได้ดำ� เนินการเอง ผลส�ำเร็จในการด�ำเนินการของ สภอ.เมือง กลายเป็นโมเดลทีไ่ ด้รบั การยอมรับและ คณะท�ำงานด้านป้องกันอุบตั เิ หตุทางถนนจังหวัดนครศรีธรรมราชขยายต่อไปยังอีก 7 อ�ำเภอรอบนอก โดยวิธกี ารท�ำงานของ สภอ.เมือง เน้นการใช้การประชาสัมพันธ์เพือ่ สร้างความเข้าใจควบคูก่ บั การใช้ กฎหมายบังคับอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของการใช้ข้อมูลที่หลากหลายจากทุกภาคส่วนในการบ่งชี้ สถานการณ์ และการประเมินผลให้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เช่น การมีป้ายประกาศก่อนการบังคับใช้ กฎหมาย นอกจากนีย้ งั รับฟังเสียงประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ มีการประกาศถึงผลส�ำเร็จให้รว่ มภาค ภูมใิ จ รวมทัง้ การท�ำงานกับคณะท�ำงานด้านป้องกันอุบตั เิ หตุทางถนนจังหวัดควบคูต่ ลอดเวลา น�ำไป สู่การยอมรับ กลบกระแสต่อต้าน และปฏิบัติตามของประชาชนในที่สุด สถานะโครงการ

ปิดโครงการ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

สามารถติดต่อได้ที่

คุณวรรณี มีขวด งานอุบัติเหตุโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เมืองนครศรีธรรมราช 80000 Email: Primp1124@gmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภ���ยใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการหมู่บ้านอาสาสมัครความปลอดภัยทางถนนป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

คณะกรรมการหมูบ่ า้ น บ้านคลองอาราง หมู่ 16 ต�ำบลบ้านแก้ง อ�ำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว

ระยะเวลาด�ำเนินการ

ปี พ.ศ. 2554

เป้าหมายของการท�ำงาน หมู่บ้านคลองอารางเป็นหมู่บ้านเขตติดต่อกับอ�ำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็น เส้นทางลัดที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาในการเดินทาง และเป็นหมู่บ้านที่ก�ำลังพัฒนา ซึ่งสมัยก่อน ความเจริญด้านวัตถุ เทคโนโลยียงั ไม่มมี าก ถนนหนทางทีส่ ญ ั จรไปมาก็ไม่สะดวกเท่าทีค่ วร รถราก็มี ไม่มากเท่าไร ความปลอดภัยของการเดินทางจึงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น ต่อมาเทคโนโลยีและสาธารณูปโภคต่างๆ เข้ามาถึงในหมู่บ้าน เช่น ถนนในหมู่บ้านและ ถนนเขตติดต่อได้รบั การพัฒนาด�ำเนินการราดยางจากหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง และมีความสะดวกสบาย กับการสัญจรไปมาของคนในพืน้ ทีแ่ ละนอกพืน้ ที่ ด้วยหมูบ่ า้ นเป็นเขตรอยต่อกับต่างอ�ำเภอและเป็น ทางผ่านของการคมนาคม ผูส้ ญ ั จรและรถก็เยอะเป็นเท่าตัว ขับรถเร็ว ขับรถไม่มกี ฎจราจร และบางคน ก็มีอาการมึนเมา ความปลอดภัยในชีวิตบนท้องถนนและทรัพย์สินก็ไม่เต็มร้อยเหมือนก่อน ซึ่งยาก ต่อการปกครองของผู้น�ำ ดังนัน้ ความปลอดภัยในชีวติ และทรัพย์สนิ ของชาวบ้านและลูกหลานจึงเป็นสิง่ ส�ำคัญทีจ่ ะ ต้องตระหนักและเล็งเห็นความส�ำคัญ จะต้องปรับพฤติกรรมของผูส้ ญ ั จร สร้างกฎระเบียบ สร้างวินยั จัดระเบียบสังคม สร้างจิตส�ำนึก มีความรับผิดชอบเอื้ออาทรต่อกันต่อสังคม เพื่อลดความเสี่ยง บนถนน จึงต้องเริม่ จากหมูบ่ ้าน เพื่อท�ำเป็นแบบอย่าง โดยแกนน�ำชาวบ้าน เด็ก และเยาวชน บริหาร จัดการให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบโครงการลดอุบัติเหตุ ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการหมู่บ้านอาสาสมัครความปลอดภัยทางถนนป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุเริ่มต้น โครงการจากการดึงชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการท�ำงานโดยการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้าน เปิดโอกาสให้ชาวบ้านร่วมกันคิดวางแผนชุมชน ร่วมกันท�ำ และที่ส�ำคัญคือร่วมกันปฏิบัติ กระทั่ง มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

เกิดการร่วมมือร่วมใจกันท�ำงานความปลอดภัยบนท้องถนนเพื่อชุมชน โดยมีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่ จราจร ซึ่งมาจากคณะกรรมการหมู่บ้าน มีการจัดระบบจราจรในหมู่บ้าน ชาวบ้านช่วยกันท�ำจุด ตักเตือน ท�ำเครื่องหมายจราจร ป้ายรณรงค์ในหมู่บ้าน และในช่วงเทศกาล ยังมีการจัดท�ำโครงการ ลดเหล้า ลดโรค ลดอุบัติเหตุอีกด้วย นอกจากนี้การด�ำเนินงานยังให้ความส�ำคัญกับเด็กและเยาวชนด้วยโดยให้เด็กเข้ารับการ อบรมเป็นอาสาสมัครในโครงการต�ำรวจจิ๋ว จราจรจิ๋ว โดยให้รู้ระบบจราจรและช่วยสอดส่องเป็น หูเป็นตาให้กับชุมชน โดยโครงการยังให้ความส�ำคัญกับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ และอบรมกลุ่มเป้าหมายและคนในชุมชนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบผลส�ำเร็จ กิจกรรมที่ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของชุมชนคือ โครงการหมู่บ้านเชื่อมร้อยวัฒนธรรม ต้นแบบ ลดเหล้า ลดโรค ลดอุบัติเหตุ ซึ่งมีแนวคิดมาจากการเล็งเห็นว่าสุราเป็นสาเหตุส�ำคัญที่ก่อ ให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีการขับขี่ยานพาหนะ และยังก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท มีปัญหา ครอบครัว เกิดโรคร้าย ท�ำให้คนในชุมชนเสียชีวติ เพราะสุราเป็นจ�ำนวนมาก แกนน�ำจึงริเริม่ กลวิธใี ช้ พลังชุมชน ลดการดืม่ สุรา โดยวิธกี ารก็คอื การโหมการรณรงค์อย่างต่อเนือ่ ง มีกจิ กรรมในช่วงเทศกาล เช่น การเข้าค่ายธรรมะ โครงการเพื่อลดเหล้าและอุบัติเหตุในชุมชน การออกกฎข้อบังคับในชุมชน การสร้างเครือข่ายกิจกรรมหมู่บ้าน โดยกิจกรรมทั้งหมดจะมีกระบวนการอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับมติ ชุมชน เมื่อชุมชนร่วมกิจกรรมก็ไม่มีเวลาคิดถึงสิ่งมึนเมา ท�ำให้ชุมชนเกิดความสามัคคี ครอบครัว อบอุ่น มีความสุขร่วมกัน การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องยังส่งผลให้บ้านคลองอารางกลายเป็นชุมชน เข้มแข็ง สามารถเผชิญปัญหา ร่วมกันแก้ไข และพื่งพากันเองได้ บทเรียนที่ส�ำเร็จ ปัจจัยความส�ำเร็จของโครงการเกิดจากการท�ำงานทีม่ กี ารวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหา การให้ความส�ำคัญกับการปรับจุดเสีย่ งบนท้องถนน ท�ำให้หมูบ่ า้ นไม่มกี ารเกิดอุบตั เิ หตุ ด้านนโยบาย ผูว้ า่ ราชการจังหวัด และนายอ�ำเภอเมืองสระแก้วเห็นความส�ำคัญ และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ สนับสนุน มีงบประมาณสนับสนุน และค�ำนึงถึงการน�ำวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้ได้ ประโยชน์คุ้มค่า ด้านทรัพยากรบุคคลบ้านคลองอารางมีทุนทางสังคมที่เป็นชุมชนเข้มแข็ง ชาวบ้าน นัน้ มีสว่ นร่วมในการท�ำงาน ได้รบั การสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ซึง่ เชือ่ มโยงการท�ำงานเป็นเครือข่าย ชาวบ้านเป็นอาสาสมัครหลายหน่วยงาน รวมถึงมีผู้น�ำที่มีวิสัยทัศน์ ทุ่มเทกับการท�ำงานจนเป็นที่ ยอมรับอีกด้วย สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินการ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

สามารถติดต่อได้ที่

นายพัฒนา พรมเผ่า บ้านคลองอาราง ต�ำบลบ้านแก้ง อ�ำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว โทรศัพท์: 087-087-1059

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการก่อสร้างถนนเครือข่ายสายประวัติศาสตร์ บ้านโคกสะท้อน–บ้านหลังเขา หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ระยะเวลาด�าเนินงาน ปี 2551–2555 เป้าหมายของการท�างาน ในปี พ.ศ. 2550 ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะลิบงแจ้งไปยัง อบจ. ตรัง ว่ามีความเดือดร้อน ในการเดินทางภายในเกาะ เนือ่ งจากถนนสายโคกสะท้อน–บ้านหลังเขาทีเ่ ป็นถนนสายหลักมีสภาพ เป็นถนนลูกรัง และหิน ในฤดูแล้งมีฝนุ่ ละอองฟุง้ กระจาย ฤดูฝนเป็นโคลนตม ท�าให้เกิดอุบตั เิ หตุขนึ้ บ่อยครั้ง และชาวบ้านหลายรายเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ อบจ. ตรัง จึงได้ประสานงานกับ อบต. ตรัง ได้ข้อสรุปว่าจะด�าเนินการแก้ไขถนนดังกล่าว ร่วมกัน ด้วยการก่อสร้างถนนที่มีพื้นผิวได้มาตรฐานความปลอดภัย และใช้งานได้ทุกฤดูกาล โดย ร่วมลงทุนในสัดส่วน อบจ. ร้อยละ 60 อบต. ร้อยละ 40 เพื่อด�าเนินการตามเป้าหมายที่ให้ชาวบ้าน บนเกาะลิบง และนักท่องเที่ยวได้มีเส้นทางมาตรฐานและมีความปลอดภัย ใช้สัญ���รได้อย่างสะดวก ประเด็นหลักของการท�างาน เนื่องจากถนนสายหลักของเกาะลิบง ถนนบ้านโคกสะท้อน–บ้านหลังเขา มีความยาว ทั้งสิ้น 7,049 เมตร และเป็นพื้นที่ห่างไกลฝั่ง ท�าให้การก่อสร้างจ�าเป็นต้องเลือกวิธีการก่อสร้างและ รูปแบบของถนนให้สอดคล้องกับการใช้งาน 1 กรกฎาคม 2550 ชาวบ้านได้ลงมติเลือกรูปแบบผิวจราจรของถนน ให้สร้างจากอิฐ ตัวหนอนซึ่งเหมาะกับสภาพภูมิประเทศแทนที่จะสร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็กที่จะต้องขนย้าย เครื่องจักรขนาดใหญ่ขึ้นไปบนเกาะ ซึ่งเป็นเรื่องยากล�าบากและมีค่าใช้จ่ายสูง การสร้างถนนให้เสร็จภายในคราวเดียวจ�าเป็นต้องใช้งบประมาณเป็นจ�านวนมาก แต่ใน ส่วนท้องถิ่นจ�าเป็นต้องกระจายงบประมาณออกไปในส่วนงานต่างๆ ท�าให้การก่อสร้างถนนสายนี้ ต้องแบ่งการด�าเนินงานเป็นช่วงๆ จนกระทั่งเสร็จสิ้นทั้งหมดเมื่อ 29 พฤษภาคม 2552

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ การปรับปรุงถนนเส้นนี้เกิดจากการที่ชุมชนต้องการให้มีการพัฒนาความเป็นอยู่ โดยได้ สะท้อนปัญหาให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ถึงความเดือดร้อนจากการใช้ถนนที่อยู่ในภาวะเสี่ยง ต่อการเกิดอุบตั เิ หตุ กระทัง่ เกิดการมีสว่ นร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชนทีไ่ ด้รว่ มประชุมแสดง ความคิดเห็นและเลือกรูปแบบการสร้างถนน โดยชุมชนได้ยอมสละที่ดิน บ้านเรือนบางส่วนให้แก่ สาธารณะ ให้ค�าแนะน�าแก่เจ้าหน้าที่ เช่น ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขนถ่ายล�าเลียงอุปกรณ์ในช่วง น�า้ ทะเลขึน้ ลง ช่วยกันปรับภูมทิ ศั น์ ปลูกต้นไม้สองข้างถนน นับว่าเป็นการยกระดับคุณภาพชีวติ ของ ประชาชนบนเกาะ และยังเป็นการส่งเสริมให้ชว่ ยกันรักษาสิง่ แวดล้อมด้วยการน�าจักรยานมาใช้เป็น พาหนะบนเกาะด้วย บทเรียนที่ส�าเร็จ โครงการสร้างถนนได้สะท้อนให้เห็นว่าชาวบ้านสามารถเป็นส่วนส�าคัญในการช่วยพัฒนา ชุมชนได้ โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการร้องขอ แสดงความคิดเห็น และเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์ ประกอบกับการร่วมไม้ร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นซึ่งเล็งเห็นทุกข์ร้อนของชาวบ้านเป็นเรื่อง เร่งด่วนท�าให้น�าไปสู่การจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดรูปแบบการท�างานที่ ยั่งยืนในพื้นที่ด้วย สถานะโครงการ ปิดด�าเนินงานโครงการแล้ว สามารถติดต่อได้ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ถนนพัทลุง อ�าเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง 92000 โทรศัพท์: 075-218-159, 075-218-262 ต่อ 566

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนเทศบาลต�าบลห้างฉัตรปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ปี 2553 หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ เทศบาลต�าบลห้างฉัตร ร่วมกับสมาคมหมออนามัยเครือข่ายจังหวัดล�าปาง ระยะเวลาด�าเนินงาน มกราคม–ตุลาคม 2553 เป้าหมายของการท�างาน จากข้อมูลสถิติจ�านวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุของ อ�าเภอห้างฉัตร จังหวัด ล�าปาง พบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดวินัยในการใช้รถใช้ถนน เทศบาลฯ จึงเห็นความจ�าเป็น ในการจัดการป้องกันและแก้ปัญหานี้ ได้มีการระดมความคิดเห็นของประชาชนผ่านเวทีสาธารณะ ในชุมชนต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปอันน�าไปสู่แผนแม่บทในการลดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งยังสนับสนุน กลไกระดับพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานรับผิดชอบช่วยกันจัดการปัญหาโดย พยายามเสริมสร้างและปลูกฝังการมีวินัยจราจรแก่ประชาชนผ่านกิจกรรมและโครงการรณรงค์ รูปแบบต่างๆ โดยมีพื้นที่เป้าหมายน�าร่องใน 2 หมู่บ้าน คือ ม.1 และ ม.2 ต�าบลห้างฉัตร ประเด็นหลักในการท�างาน เมื่อได้ข้อสรุปจากเวทีสาธารณะในพื้นที่แล้ว จึงน�าไปสู่การวางแผนแม่บทลดอุบัติเหตุ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้านงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนสุขภาพต�าบล เทศบาลห้างฉัตร และ สมาคมอนามัยเครือข่ายจังหวัดล�าปาง มีการก�าหนดแผนงาน และแบ่งความรับผิดชอบร่วมกันขึน้ ดังนี้ โครงการกองทุนหมวกกันน็อก เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรวมทั้งเด็กเล็กมีและใส่หมวก กันน็อกขณะขับขี่หรือซ้อนท้ายจักรยานยนต์ 100% โดยมีประธานอาสาสมัครสาธารณสุขและ กรรมการร่วมรับผิดชอบด�าเนินงานในแต่ละพื้นที่ ซึ่งได้จัดหาหมวกกันน็อกให้ยืมหรือผ่อนช�าระ ค่าหมวกกันน็อก และน�างบประมาณมาหมุนเวียนในกองทุนต่อไป กิจกรรมฝึกปฏิบัติความรู้เรื่องกฏจราจรแก่เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อให้เด็กมีความรู้ และปลูกฝังวินยั จราจรตัง้ แต่วยั เยาว์ และเด็กจะไปเป็นตัวกระตุน้ ให้พอ่ แม่หรือผูป้ กครองมีวนิ ยั จราจร โดยจัดสร้างพืน้ ทีจ่ �าลอง 15 × 30 เมตร ให้เป็นพืน้ ถนน มีสญ ั ญาณจราจร ป้าย เส้น สี เครือ่ งหมาย และ สัญลักษณ์จราจร รวมทั้งจัดหาจักรยานมาเพื่อฝึกปฏิบัติเสมือนจริง ทั้งนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาล มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ห้างฉัตรได้ก�าหนดเป็นหนึ่งวิชาเรียนให้เรียนในทุกสัปดาห์ด้วย โครงการรณรงค์ใช้หมวกกันน็อกได้พยายามประชาสัมพันธ์โดยใช้สอื่ ป้ายไวนิล โปสการ์ด ทีม่ ภี าพผูส้ งู อายุ พระสงฆ์ และมีคา� รณรงค์ เช่น อย่าขับรถประมาท สวมหมวกกันน็อกทุกครัง้ เป็นต้น เผยแพร่ออกไป เพือ่ เป็นการกระตุน้ และเตือนสติของผูใ้ ช้รถใช้ถนนให้ตระหนักถึงอันตรายทีเ่ กิดจาก อุบัติเหตุ โครงการแก้ปญ ั หาจุดเสีย่ งในหมูบ่ า้ น เช่น การจัดท�าเนินชะลอความเร็ว ติดกระจกโค้งตาม แยกในหมูบ่ า้ น เป็นต้น ทัง้ ยังได้มกี ารติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการปฏิบตั งิ านและถอดบทเรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาโครงการ และร่วมขับเคลื่อนการท�างานร่วมกับภาคีอย่างใกล้ชิด กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ การด�าเนินงานลดอุบัติเหตุผ่านโครงการย่อยต่างๆ ที่ได้ร่วมกับภาคีด�าเนินการในพื้นที่ ถือได้วา่ ประสบความส�าเร็จ สามารถลดอุบตั เิ หตุและก่อให้เกิดจิตส�านึกร่วมกันในพืน้ ทีไ่ ด้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นผลจากการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมกันคิด ร่วมกันออกแบบแผนแม่บทลดอุบัติเหตุ ท�าให้ ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ทั้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ บทเรียนที่ส�าเร็จ ด้วยชุมชนแห่งนี้มีความเข้มแข็งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อโครงการนี้จ�าเป็นต้องอาศัยความ ร่วมมือจากทุกฝ่ายในการวิเคราะห์ขอ้ มูลและสภาพปัญหา จึงท�าให้ได้รบั ความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก หน่วยงาน ผูน้ า� ชุมชน และประชาชนในพืน้ ที่ จนสามารถวางแผนแม่บทลดอุบตั เิ หตุทมี่ ปี ระสิทธิภาพ ในการจัดการปัญหา ซึง่ อาศัยปัจจัยส�าคัญคือการใช้กระบวนการมีสว่ ���ร่วมจากทุกฝ่าย ส่งผลให้การ ด�าเนินงานสามารถบรรลุผลส�าเร็จตามเป้าหมาย สถานะโครงการ ปิดโครงการปี 2553 และมีการด�าเนินงานต่อเนื่องในปี 2554 เป็นลักษณะขยายกลุ่ม เป้าหมายเพิ่มขึ้น สามารถติดต่อได้ที่ ส�านักงานเทศบาลต�าบลห้างฉัตร จังหวัดล�าปาง นายพิศิษฐ์ ศรีแสง โทรศัพท์: 086-188-1201 E-mail: bt.52@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนน�้าด้วน 1 ร่วมใจสร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ชุมชนบ้านน�้าด้วน ต�าบลวังทอง อ�าเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นายอ�านวย พรหมสมบูรณ์ รักษาการประธานชุมชนบ้านน�้าด้วน ระยะเวลาด�าเนินงาน ปี พ.ศ. 2549 – ปัจจุบัน เป้าหมายของการท�างาน จากการศึกษาสภาพชุมชนเพื่อวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ และวิธีการแก้ปัญหาพบว่า ภายใน ชุมชนยังขาดการจัดระเบียบชุมชนที่ดี มีการจอดรถบนถนน บางครอบครัวท�ารั้วบ้านเป็นคอนกรีต สูงทึบ ท�าให้ทศั นวิสยั ในการจราจรไม่ดี มีอบุ ตั เิ หตุเกิดขึน้ บ่อยครัง้ โดยเฉพาะสีแ่ ยกจะเกิดเหตุเฉลีย่ เดือนละ 3 ครั้ง ตลอดจนการคมนาคมภายในชุมชนมีถนนสายหลักสายรองที่ตัดผ่านไปยังอ�าเภอ และจังหวัดใกล้เคียง แต่ในช่วงเส้นทางที่ผ่านชุมชนจะมีความคับคั่งเนื่องจากเป็นตลาดและชุมชน หนาแน่น ท�าให้ชมุ ชนมีความเสีย่ งทีจ่ ะเกิดอุบตั เิ หตุสงู จากสภาพปัญหาดังกล่าวท�าให้ชมุ ชนได้รว่ มกัน จัดระเบียบชุมชนเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม เป็นชุมชนที่น่าอยู่และมีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเน้นในเรื่องความปลอดภัยทางถนนเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งได้รับ ความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการฯ ได้เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหา คณะกรรมการชุมชนจะปรึกษาหาสาเหตุ วางแผนการแก้ไขปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ อย่างสม�่าเสมอเดือนละ 1 ครั้ง โดยจัดให้มีการ ประชาคมภายในชุมชนเพื่อรับรู้ข้อมูลในการแก้ปัญหา และจัดระเบียบชุมชน โดยมีการก�าหนด มาตรการร่วมกัน ซึ่งจะดึงคนในชุมชนให้เข้ามาเป็นแนวร่วมช่วยกันดูแลถนนหน้าบ้านให้สะอาด เป็นระเบียบ ช่วยกันสอดส่องดูแลผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรหรือข้อตกลง และให้ความร่วมมือดูแลคนใน ครอบครัวให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ทัง้ ได้สรรหาแนวร่วมด�าเนินกิจกรรมโดยระดมทรัพยากรในชุมชนเพือ่ พัฒนาความร่วมมือ ในชุมชนและหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งภาคเอกชน โดยส่วนร่วมด้านแรงงานก็ได้จากประชาชน ในพื้นที่ช่วยด�าเนินการด้านการติดตั้งอุปกรณ์ ป้ายสัญลักษณ์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ จัดกิจกรรมต่างๆ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ในชุมชน เป็นต้น โดยร่วมกันคิดวิเคราะห์ หาวิธีการด�าเนินการก่อนลงมือปฏิบัติ ส�าหรับการร่วมมือกับภาครัฐนั้น ชุมชนจะด�าเนินการขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ ในเรื่องที่เกินกว่าความสามารถของชุมชนจะท�าเองได้ เช่น ขอการสนับสนุน จากเจ้าหน้าที่ต�ารวจในการกวดขัน ตรวจสอบผู้กระท�าผิดกฎจราจร หรือข้อตกลง ขอวิทยากรมาให้ ความรู้ด้านความปลอดภัย เพื่อให้ความรู้แก่ชุมชน ขอสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ของบประมาณสนับสนุนกิจกรรมของชุมชน เป็นต้น เช่นเดียวกัน ชุมชนได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในพื้นที่เพื่อสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ในการปรับปรุงหรือจัดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน นอกจากนีช้ มุ ชนได้พยายามกระตุน้ และสร้างจิตส�านึกในการดูแลรักษาวัสดุอปุ กรณ์ตา่ งๆ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการตั้งคณะกรรมการชุมชนที่มีหน้าที่ดูแลงานด้าน ความปลอดภัย ซึง่ จะน�าปัญหาทีช่ มุ ชนไม่สามารถจัดการได้ดว้ ยตนเองไปแจ้งแก่หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง ให้ช่วยแก้ไข และมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่ชาวบ้านผ่านเสียง ตามสายอย่างสม�่าเสมอ รวมทั้งจัดตั้งทีมดูแลและช่วยเหลือฉุกเฉินประจ�าชุมชนด้วย โดยการ ด�าเนินงานทั้งหมดจะมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อน�าข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนาการด�าเนิน งานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ หัวใจส�าคัญของการด�าเนินงานสร้างความปลอดภัยของชุมชนแห่งนี้คือ กระบวนการมี ส่วนร่วมทีม่ คี วามเข้มแข็งและมีการด�าเนินงานทีจ่ ริงจัง ท�าให้ประชาชนให้ความร่วมมืออย่างแข็งขัน ในการจัดระเบียบภายในชุมชน และเกิดความตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชน บทเรียนที่ส�าเร็จ ได้เกิดกระบวนการสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยของชุมชน กระทัง่ น�าไปสูค่ วาม ร่วมมือในการจัดการปัญหาด้านอื่นๆ โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นผลจากการที่ ชุมชนมีความเข้มแข็งและความร่วมมือร่วมใจเพื่อดูแลชุมชนส่วนรวม สถานะโครงการ ด�าเนินการอย่างต่อเนื่อง สามารถติดต่อได้ที่ นายอ�านวย พรหมสมบูรณ์ รักษาการประธานชุมชนบ้านน�้าด้วน 126 หมู่ 3 ชุมชนบ้านน�้าด้วน ถนนธาราทิพย์ ซอย 1 อ�าเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก 65130 โทรศัพท์: 080-681-2866 มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนบ้านโนนใน ถนนปลอดภัย สร้างวินัยจราจร หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ชุมชนย่อยบ้านโนนใน เทศบาลต�าบลลานกระบือ อ�าเภอลานกระบือ จังหวัดก�าแพงเพชร ระยะเวลาด�าเนินงาน ปีงบประมาณ 2553 เป้าหมายของการท�างาน แม้ชุมชนย่อยโนนในเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ แต่มักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ท�าให้คนใน ชุมชนมีความคิดร่วมกันว่าอยากจะลดอุบตั เิ หตุเพือ่ ให้เกิดความปลอดภัยขึน้ ในชุมชน เกิดการระดม ความคิดเพือ่ แก้ปญ ั หาทีเ่ กิดขึน้ ซึง่ มีเป้าหมายหลักเพือ่ ลดอุบตั เิ หตุในชุมชน โดยเน้นย�า้ การด�าเนินการ ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือกันของคนในชุมชนเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และ น�าไปสู่การจัดการปัญหาอย่างยั่งยืน ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการได้ใช้วิธีการให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา เริ่มจากการประชุม ภายในชุมชน ชาวบ้านร่วมกันระดมความคิด หาสาเหตุของอุบัติเหตุในชุมชน น�าไปสู่การค้นหา จุดเสี่ยง และหาวิธีแก้ไขจุดเสี่ยงต่างๆ เช่น การปรับปรุงถนนในชุมชน ติดตั้งเครื่องหมายจราจร ท�าเนินชะลอความเร็ว โดยอาศัยศักยภาพภายในชุมชนผนวกกับการประสานงานหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง เช่น เทศบาล ต�ารวจจราจร และหน่วยงานเอกชนต่างๆ อีกทัง้ พยายามประชาสัมพันธ์และให้ความรูเ้ รือ่ งกฎจราจรแก่ชาวบ้านผ่านทางหอกระจาย ข่าวเพื่อสร้างความตระหนักถ���งปัญหาอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังมีการจัดฝึกอบรมแก่ชาวบ้านโดยเชิญ เจ้าหน้าที่ต�ารวจจราจรมาให้ความรู้ จะเห็นได้ว่าโครงการพยายามใช้การมีส่วนร่วมให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยกันดูแลและแก้ไข ปัญหาของชุมชนด้วยคนในชุมชนเอง ท�าให้เกิดความตระหนักร่วมกันและเกิดความจริงจังในการ แก้ปัญหาอย่างแท้จริง

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ จากการระดมความคิดเพื่อลดจ�านวนอุบัติเหตุในชุมชน น�าไปสู่การค้นหาจุดเสี่ยง และ ลงมือแก้ปัญหา กระบวนการจึงเริ่มต้นจากภายในชุมชนน�าไปสู่การพัฒนาระบบจราจรในพื้นที่ เนือ่ งด้วยสภาพชุมชนเล็กๆ ระบบจราจรไม่ได้ถกู ออกแบบไว้อย่างเป็นระบบ ชุมชนจึงเข้ามาจัดการ วางรากฐานการจราจรใหม่ ด้วยการปรับปรุงพื้นผิว ติดตั้งสัญลักษณ์และเครื่องหมายจราจรต่างๆ รวมทั้งให้ความรู้แก่คนในชุมชนให้เกิดความเข้าใจต่อการใช้รถใช้ถนนภายในชุมชนร่วมกัน บทเรียนที่ส�าเร็จ เกิดการมีสว่ นร่วมในการแก้ปญ ั หาภายในชุมชนโดยอาศัยพลังของคนในชุมชนร่วมกันคิด และลงมือปฏิบัติ น�าไปสู่การจัดการปัญหาที่มีประสิทธิภาพ สถานะโครงการ ยังมีการด�าเนินโครงการและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง สามารถติดต่อได้ที่ นางรุ่งรัตน์ ตุ่นทอง (ประธานชุมชนย่อยบ้านโนนใน) โทรศัพท์: 055-769-150, 082-226-0411 นายกุศล โทรศัพท์: 084-619-8256 E-mail: kusun_a11@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจ เทศบาลต�าบลห้วยโพธิ์ห่วงใย สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในเขตเทศบาลห้วยโพธิ์ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปกครอง ส�านักปลัด เทศบาลต�าบลห้วยโพธิ์ ระยะเวลาด�าเนินงาน ตุลาคม 2551 – 30 กันยายน 2553 เป้าหมายของการท�างาน เนือ่ งด้วยในพืน้ ทีเ่ ทศบาลห้วยโพธิม์ กั เกิดอุบตั เิ หตุจากการจราจรอยูบ่ อ่ ยครัง้ และนับเป็น ปัญหาส�าคัญของเทศบาลทีต่ อ้ งจัดการดูแลและบริการประชาชนเมือ่ เกิดเหตุขนึ้ ซึง่ ในแต่ละปีนบั ว่า จ�านวนอุบตั เิ หตุไม่มที ที า่ จะลดลง ท�าให้หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องร่วมกันคิดว่า จ�าเป็นต้องมีความร่วมมือ เชิงรุกในการจัดการปัญหา จึงเป็นทีม่ าของโครงการฯ ทีม่ เี ป้าหมายเพือ่ ให้ประชาชนในพืน้ ทีม่ คี วาม ปลอดภัยในชีวติ และทรัพย์สนิ โดยมีความตระหนักในความปลอดภัยทางถนน ปลอดจากยาเสพติด และเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจ�าเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีและทันท่วงที ประเด็นหลักของการท�างาน ได้มีการมอบหมายนโยบายและแนวทางการปฏิบัติในการจัดตั้งหน่วยบริการการแพทย์ ฉุกเฉินเทศบาลต�าบลห้วยโพธิ์ โดยมีโครงสร้างอย่างเป็นระบบ มีการฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติให้แก่ เจ้าหน้าที่อย่างสม�่าเสมอ เช่น การอบรมการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน มีการก�าหนดนโยบาย แผนงาน และมาตรการในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านสาธารณสุข มีการรับแจ้งเหตุชัดเจน และจัดท�าสติกเกอร์ติดทุกหลังคาเรือน และเสียงตามสายกระจายทุกหมู่บ้าน เป็นต้น รวมทั้งมี การประเมินผลและผลักดันแผนงานและโครงการให้เข้าไปอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของ เทศบาลฯ ทั้งได้มีการเปิดให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมบริการชุมชน เข้ามาเป็นอาสาสมัครใน ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมีงบประมาณสนับสนุนการท�างานของศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ โครงการมีการรณรงค์ผ่านช่องทางสื่อสารในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ วัตถุประสงค์และการให้บริการของศูนย์การแพทย์ฯ โดยได้มีเวทีประชาคมเพื่อรับฟังปัญหาการ บริการและการเข้ารับการบริการ รวมทั้งหาวิธีแก้ไขปัญหาร่วมกันกับชาวบ้าน นอกจากนี้ยังได้ รับความร่วมมือจากชุมชนเป็นอย่างดี และสถานีวิทยุชุมชนได้ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องความ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ปลอดภัยทางถนนและการให้บริการของศูนย์การแพทย์ฯ กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ นับได้ว่าการจัดตั้งหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินเป็นความส�าเร็จที่ส�าคัญของโครงการฯ เนื่องจากได้มีการพัฒนาต่อยอดงานด้านความปลอดภัยให้แก่ชุมชนอีกหลายส่วน โดยมีอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน เช่น กองทุนกู้ชีพเทศบาลฯ โครงการใกล้บ้านใกล้ใจ โครงการ ประชาชนปลอดภัย โครงการฝึกอบรมกู้ภัยทางถนน ฯลฯ การด�าเนินงานของโครงการฯ นอกจากช่วยลดอุบัติเหตุในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการส่งเสริม ให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาของท้องถิ่น ท�าให้เกิดความร่วมมือและพลัง การท�างานที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ สถานะโครงการ ปิดด�าเนินงานโครงการแล้ว สามารถติดต่อได้ที่ ส�านักงานเทศบาลต�าบลห้วยโพธิ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โทรศัพท์: 043-122-073 โทรสาร: 043-122-073 ต่อ 118

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ องค์การบริหารส่วนต�าบลขมิ้น อ�าเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ระยะเวลาด�าเนินงาน พฤศจิกายน–ธันวาคมของทุกปี เป้าหมายของการท�างาน เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ต�าบลขมิ้นมีสาเหตุจากความประมาทของ ผู้ขับขี่ และจ�านวนไม่น้อยที่ผู้ขับขี่เป็นเยาวชน ซึ่งยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถ และยังขาดทักษะการ ใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้อง รวมทั้งไม่ตระหนักถึงความปลอดภัย ท�าให้ต้องเกิดความสูญเสียชีวิตและ ทรัพย์สิน และส่งผลกระทบต่อประชาชนที่สัญจรในพื้นที่ด้วย โครงการจึงได้มุ่งเน้นเพิ่มความรู้ แก่เยาวชนและประชาชนเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎจราจร ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ โครงการฯ ได้ร่วมมือกับส�านักขนส่งจังหวัดสกลนคร จัดอบรมโครงการขับขี่ปลอดภัย ให้แก่เยาวชนและประชาชนที่จะมาสอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วม โครงการเป็นจ�านวนมาก และได้จัดติดต่อกัน 3 ปีงบประมาณล่าสุด 2552–2554 นับว่าเป็นโครงการ ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ขับขี่มีความตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน บทเรียนที่ส�าเร็จ หลังจากได้ด�าเนินโครงการฯ ท�าให้ปัญหาการไม่สวมหมวกกันน็อก และไม่คาดเข็มขัด นิรภัยลดน้อยลง ประชาชนมีความรู้ในการใ���้รถใช้ถนนได้ถูกต้องตามกฎระเบียบจราจร และมี ใบอนุญาตขับขี่เกือบทุกคน ท�าให้อุบัติเหตุลดลงอย่างชัดเจน โดยดูจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุของ สถานีต�ารวจและจากกู้ชีพกู้ภัย สถานะโครงการ เปิดด�าเนินการโครงการอยู่ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

สามารถติดต่อได้ที่ องค์การบริหารส่วนต�าบลขมิ้น จังหวัดสกลนคร 1. นายวิศรุต แก้วฝ่าย นายก อบต. ขมิ้น โทรศัพท์: 089-577-2739 2. นายเพชร ยะภักดี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนฯ โทรศัพท์: 080-417-9688 3. นางสาววิมลรัตน์ เสนแดง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน โทรศัพท์: 081-324-2427

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน ชุมชนปทุมวิลเลจ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

ชุมชนปทุมวิลเลจ ต�ำบลบางปรอก อ�ำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ดร.สมพร อรรถเศรณีวงศ์ (ประธานชุมชน) 34/82 ชุมชนปทุมวิลเลจ ต�ำบลบางปรอก อ�ำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ปี 2552

เป้าหมายของการท�ำงาน ด้วยสภาพชุมชนแบบทาวน์เฮาส์ ถนน และตรอก–ซอยคับแคบ พื้นที่ส่วนกลางมีความ จ�ำกัด รวมทั้งประชากรที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการรุกล�้ำพื้นที่สาธารณะที่เป็นเส้นทางสัญจร ท�ำให้การจราจรในชุมชนคับคัง่ อย่างมาก และเกิดจุดเสีย่ งต่ออุบตั เิ หตุหลายจุด ชุมชนจึงเห็นร่วมกัน ว่าเป็นปัญหาส�ำคัญที่ต้องร่วมกันคิดและแก้ไข แม้จะไม่มงี บประมาณสนับสนุนต่อการจัดการปัญหานีโ้ ดยตรง แต่การทีช่ มุ ชนมีการจัดการ ภายในแบบมีส่วนร่วมมาอย่างต่อเนื่อง ท�ำให้คนในชุมชนมีความร่วมมือร่วมใจ โดยร่วมกันรณรงค์ ปลูกจิตส�ำนึก จัดระเบียบการใช้ถนนและมีมาตรการร่วมกัน อาศัยการพูดคุยท�ำความเข้าใจกันและ กัน โดยยึดหลัก 5 ร่วม ได้แก่ ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมท�ำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมรับประโยชน์สุข การสร้างชุมชนปลอดภัยแบบมีสว่ นร่วมของชุมชนจึงได้ดำ� เนินการมาอย่างต่อเนือ่ งอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป เริม่ จากจุดเสีย่ งมากทีต่ อ้ งแก้ไขเร่งด่วน และได้ขยายขอบเขตจัดการปัญหาอืน่ ๆ อย่าง ต่อเนือ่ ง จนท�ำให้วนั นีช้ มุ ชนมีความสงบสุขและมีความปลอดภัยในเกณฑ์ดี สิง่ ทีเ่ กิดขึน้ ล้วนเป็นผล จากการทีค่ ณะกรรมการชุมชนให้ความส�ำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างมีสว่ นร่วม และพยายามสร้าง ชุมชนให้เกิดความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ประเด็นหลักของการท�ำงาน เมื่อทุกคนเห็นร่วมกันว่าการป้องกันภัยหรืออุบัติเหตุด้วยการจัดหาอุปกรณ์มาป้องกัน เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จ�ำเป็นต้องกระตุ้นทุกคนด้วยความรู้และสร้างส�ำนึกควบคู่กันไป

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ชุมชนจึงใช้ช่องทางการสื่อสารรณรงค์อย่างสม�่ำเสมอ คือพยายามให้ความรู้เกี่ยวกับการ ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน และสร้างความเข้าใจวินัยจราจรพื้นฐาน โดยมีวารสารรายเดือน ‘ปทุมสาร’ ส่งให้ทุกบ้านเป็นประจ�ำ ประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายของหมู่บ้านและในงานเทศกาลต่างๆ ของหมูบ่ า้ นเป็นประจ�ำ รวมทัง้ จะมีการรวบรวมปัญหาต่างๆ มาหารือในทีป่ ระชุมหมูบ่ า้ นเป็นประจ�ำ ทุกเดือน ทั้งยังประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม�่ำเสมอ จนเกิดเป็นความ ร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น โครงการสายตรวจ โครงการต�ำรวจพบชุมชน จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ขับขี่และบริการอย่างปลอดภัย จัดระเบียบการรับส่งของรถนักเรียน จัดโซนนิ่งการจอดรถ บริเวณทางเข้าออก อบรม อสม. และ อปพร. ให้พร้อมในกรณีฉุกเฉิน ปรับปรุงป้ายและสัญญาณ จราจร ตรวจสอบพื้นผิวถนนและฝาท่อ ติดตั้งไฟส่องสว่างในจุดอับ ขอติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบ ส�ำหรับคนข้าม จัดระเบียบการใช้ถนนร่วมกัน เป็นต้น นอกจากนี้ได้มีการจัดอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้มีความรู้เพื่อให้สามารถ ช่วยเหลือผู้พิการ เด็ก และผู้สูงอายุได้อย่างปลอดภัย ความร่วมไม้รว่ มมือจากทุกส่วนท�ำให้สถิตกิ ารเกิดอุบตั เิ หตุในชุมชนปทุมวิลเลจลดน้อยลง จนถึงระดับไม่เกิดเหตุเลย กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ นั บ ได้ ว ่ า การสร้ า งชุ ม ชนปลอดภั ย ของชุ ม ชนปทุ ม วิ ล เลจมี ป ั จ จั ย ส� ำ คั ญ คื อ ‘การมี ส่วนร่วม’ ซึ่งทุกคนได้ช่วยกันด�ำเนินงานอย่างค่อยเป็นค่อยไปมานานนับสิบปี ท�ำให้ปัจจุบันชุมชน แห่งนีม้ คี วามปลอดภัยอยูใ่ นเกณฑ์ดี ไม่มอี บุ ตั เิ หตุเฉีย่ วชน จีป้ ล้น หรือวิง่ ราวทรัพย์เกิดขึน้ ในชุมชน อันเป็นผลจากการที่ทุกคนในชุมชนมีความเข้าใจในเรื่องของส่วนรวมและให้ความร่วมมือที่ดี เสมือนเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีแก่ชุมชน นอกจากนีก้ ารพัฒนาชุมชนยังได้ตอ่ ยอดความคิดไปสูก่ ารพัฒนาคุณภาพชีวติ ในด้านต่างๆ ด้วย เช่น มีการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล จัดตั้งธนาคารน�้ำหมักชีวภาพ โดยกิจกรรมต่างๆ จะเป็น ข้อต่อส�ำคัญที่จะน�ำไปสู่การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน บทเรียนที่ส�ำเร็จ ถือได้ว่าชุมชนปทุมวิลเลจได้พยายามท�ำให้ชุมชนมีความปลอดภัย และได้ด�ำเนินงานมา อย่างต่อเนือ่ ง ซึง่ ได้ผลสัมฤทธิเ์ ป็นทีน่ า่ พอใจ จนได้รบั คัดเลือกจากสภาวิศวกรให้ได้รบั รางวัลชนะเลิศ การประกวดโครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน ครัง้ ที่ 4 และได้รบั เชิญจากศูนย์วจิ ยั เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บฯ รพ.รามาธิบดี ให้เข้าร่วมเป็นคณะวิทยากร และแสดงผลงานในงานสัมมนาระดับชาติเรื่อง ชุมชนปลอดภัย ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัย จุฬาภรณ์ จึงนับได้ว่าเป็นชุมชนที่ประสบความส�ำเร็จในการจัดการความปลอดภัยในชุมชนอย่าง มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

ยั่งยืน โดยยึดหลักการมีส่วนร่วม สถานะโครงการ

ปิดโครงการ

สามารถติดต่อได้ที่

ดร.สมพร อรรถเศรณีวงศ์ ประธานชุมชน หมูบ่ า้ นปทุมวิลเลจ ถนนปทุมกรุงเทพ ต�ำบลบางปรอก อ�ำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000 โทรศัพท์: 02-975-7254 E-mail : webmaster@microfeap.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน บ้านปิน ครั้งที่ 5 ประจ�าปี 2552 หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ เทศบาลต�าบลบ้านปิน อ�าเภอลอง จังหวัดแพร่ ระยะเวลาด�าเนินงาน มกราคม–ธันวาคม พ.ศ. 2551 เป้าหมายของการท�างาน เนือ่ งด้วยเทศบาลบ้านปินมีถนนหลวง สายล�าปาง–แพร่ตดั ผ่าน และเป็นทีต่ งั้ ของสถานีรถไฟ บ้านปิน ท�าให้มกี ารจราจรทีค่ บั คัง่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลส�าคัญต่างๆ ทีป่ ระชาชนจะใช้เส้นทางนี้ ในการเดินทางกลับภูมิล�าเนา หรือแม้แต่ใช้เป็นเส้นทางเดินทางไปท�างานยังจังหวัดใกล้เคียง ด้วยเหตุนที้ า� ให้เทศบาลบ้านปินมีจา� นวนการเกิดอุบตั เิ หตุบอ่ ยครัง้ เนือ่ งจากมีหลายปัจจัยเสีย่ ง ปัญหา ด้านความปลอดภัยจึงเป็นปัญหาที่ส�าคัญและส่งผลกระทบต่อสภาพชีวิตประจ�าวันของประชาชน ในพื้นที่ เทศบาลฯ จึงได้ด�าเนินการจัดการปัญหาโดยท�าโครงการฯ เพื่อน�าไปสู่เป้าหมายคือสร้าง ความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้น ซึ่งได้ด�าเนินการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย จัดกิจกรรมให้ความรู้ อบรมการขับขี่ปลอดภัย ปรับปรุงจุดเสี่ยงทางถนนในชุมชน และดึงให้ชุมชน ได้เข้ามาร่วมคิดร่วมแก้ไขปัญหาต่างๆ ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการให้ความส�าคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก โดยได้ เสนอโครงการต่อที่ประชุมประชาคมชุมชน เมื่อทุกคนเห็นชอบในหลักการและอนุมัติจึงได้ด�าเนิน งานตามแผนงานที่ได้วางเอาไว้ โดยเน้นย�้าการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้มี การจัดอบรมเรื่องวินัยจราจรให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ควบคู่ไปกับกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยกับ โรงพยาบาลลองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ได้ระดมความคิดเห็นจากชาวบ้านผ่านการประชุมประชาคมในชุมชนต่างๆ ว่ามีจดุ เสีย่ งใดบ้างทีค่ วรปรับปรุงหรือติดตัง้ อุปกรณ์ความปลอดภัยเพิม่ เติม ซึง่ ได้ประสานงานต่อไป มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงแก้ไขจุดเสี่ยง โดยได้สนับสนุนให้ อปพร. เข้ามามีบทบาท ในการร่วมด�าเนินการและเตรียมพร้อมในการให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ โครงการฯ ได้รณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยไปพร้อมๆ กับ การฝึกอบรมเรื่องวินัยจราจร โดยสร้างเครือข่ายการท� างานด้วยการประสานความร่วมมือกับ หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องในพืน้ ที่ นับว่าเป็นการบูรณาการและสร้างเครือข่าย เกิดรูปแบบการท�างานด้าน ความปลอดภัยขึ้นในพื้นที่ นับว่าเป็นความส�าเร็จที่สามารถสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมกับสร้างรูปแบบการท�างานด้านนี้ให้เกิดขึ้นพร้อมกันด้วย บทเรียนที่ส�าเร็จ สิ่งส�าคัญที่สุดที่น�าไปสู่ความส�าเร็จของโครงการฯ คือการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมให้ ทุกภาคส่วน ทั้งประชาชนกับหน่วยงานรัฐได้ร่วมมือกันแก้ปัญหาของชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดการ ตระหนักร่วมกันในการสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในชุมชนหรือท้องถิ่นของตนเอง สถานะโครงการ ปิดโครงการแล้ว สามารถติดต่อได้ที่ เทศบาลต�าบลบ้านปิน 77 หมู่ที่ 5 ต�าบลบ้านปิน อ�าเภอลอง จังหวัดแพร่ 54150 โทรศัพท์/โทรสาร: 054-581-258 Emai: somkid1978@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนนบ้านห้วยโจด ประจ�าปี 2553 นวัตกรรมชาวบ้าน : วัสดุเหลือใช้กับความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ส�ำนักงำนเทศบำลต�ำบลกุดน�้ำใส อ�ำเภอน�้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ระยะเวลาด�าเนินงาน มีนำคม 2549 – กันยำยน 2553 เป้าหมายของการท�างาน เทศบำลต�ำบลกุดน�้ำใสได้ยึดนโยบำยป้องกันและแก้ปัญหำอุบัติเหตุทำงถนนในเขต เทศบำล โดยจัดให้มีกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติกำรเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกำรค้นหำ วิเครำะห์ จุดเสี่ยงทำงถนน และหำแนวทำงกำรแก้ไขปรับปรุงจุดเสี่ยง เพื่อให้ชุมชนด�ำเนินกำรแก้ไขและ ประสำนกับหน่วยงำนรำชกำรเข้ำมำแก้ไข อันเป็นกำรป้องกันกำรสูญเสียที่เกิดขึ้นจำกอุบัติเหตุ โดยมีเป้ำหมำยเพื่อส่งเสริมให้เกิดกำรมีส่วนร่วมของชุมชนในกำรวำงแผนป้องกันและแก้ไข ปัญหำอุบัติเหตุทำงถนนในชุมชน และเพื่อน�ำวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในชุมชนมำใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ำ ลดปัญหำขยะและภำวะโลกร้อนในชุมชน รวมทั้งให้ชุมชนเกิดกำรเรียนรู้ ร่วมวำงแผนด�ำเนินงำน ร่วมกันลงมือท�ำ ประเด็นหลักของการท�างาน ช่วงแรก ปี 2549–2551 ผูน้ ำ� ชุมชนบ้ำนห้วยโจดทัง้ สองชุมชนได้รว่ มกันจัดประชุมเชิงปฏิบตั กิ ำร เพือ่ วิเครำะห์และ ค้นหำจุดเสี่ยงทำงถนนในชุมชน เพื่อร่วมกันหำแนวทำงป้องกันและวิธีกำรปรับปรุงจุดเสี่ยง โดยมี คณะกรรมกำรชุมชนและชำวบ้ำนมำร่วมหำรือ จนน�ำไปสูก่ ำรด�ำเนินกำรแก้ไขและปรับปรุงจุดเสีย่ ง จ�ำนวน 5 จุด โดยเน้นกำรน�ำวัสดุที่เหลือใช้ เช่น กำรใช้ไม้ยูคำลิปตัสทำสีเตือนภัยมำเป็นวัสดุในกำร ปรับปรุงและติดตั้งป้ำยสัญญำณต่ำงๆ ช่วงที่ 2 ปี 2552–2553 คณะกรรมกำรได้ น� ำ ควำมรู ้ จ ำกกำรไปศึ ก ษำและแลกเปลี่ ย นควำมรู ้ กั บ เครื อ ข่ ำ ยฯ ในงำนกำรสัมมนำระดับชำติ เรื่องอุบัติเหตุจรำจร ครั้งที่ 9 “พลังเครือข่ำย เพื่อถนนปลอดภัย: Partnership for Road Safety” พ.ศ. 2552 น�ำข้อมูลมำปรึกษำหำรือกันในคณะกรรมกำรชุมชน ซึ่งได้ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ประยุกต์ไปสู่แนวทำงกำรแก้ไข ปรับปรุงจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุในชุมชนทั้งที่ชุมชน ด�ำเนินกำรเองและประสำนด�ำเนินกำรแก้ไขในส่วนที่เกิดศักยภำพของชุมชน กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ กำรทีช่ มุ ชนห้วยโจดพยำยำมกระตุน้ ให้ทกุ คนเข้ำมำมีสว่ นร่วมในกำรคิดและแก้ไขปัญหำ อุบตั เิ หตุในชุมชน ซึง่ ได้นำ� ไปสูก่ ำรปรับปรุงจุดเสีย่ งทัง้ 5 จุด โดยน�ำสิง่ ของเหลือใช้ เช่น ไม้ยคู ำลิปตัส ทำสีที่หำได้ในชุมชน ก่อนเปลี่ยนมำเป็นท่อพีวีซีทำสีขำว–แดง ท�ำเป็นเสำหลักทำงโค้งติดแผ่นซีดี ที่เป็นเป้ำสะท้อนแสงได้ทั้งกลำงวันและกลำงคืน และใช้วัสดุเหลือใช้จัดท�ำป้ำยประชำสัมพันธ์ มำตรกำรป้องกันและลดอุบตั เิ หตุของรำชกำร เพือ่ เตือนภัยในจุดเสีย่ ง จนท�ำให้ไม่มกี ำรเกิดอุบตั เิ หตุ ในจุดเสี่ยงอีกเลย นับได้ว่ำเป็นควำมภำคภูมิใจของชุมชนแห่งนี้ นอกจำกนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้ำน กำรจัดกำรปัญหำอุบัติเหตุให้แก่ชุมชนและหน่วยงำนอื่นๆ ได้อีกด้วย บทเรียนที่ส�าเร็จ กำรด�ำเนินงำนของชุมชนได้สร้ำงให้เกิดเครือข่ำยกำรท�ำงำนทำงรำบขึ้นในพื้นที่ ทุกคน ทุกหน่วยงำนมีจุดมุ่งหมำยเดียวกัน เกิดกำรท�ำงำนอย่ำงเข้ำใจและให้เกียรติกัน โดยแต่ละหน่วยงำน จะมีอิสระในกำรเข้ำม���ร่วมตำมควำมสำมำรถและบทบำท ซึ่งก่อให้เกิดควำมปลอดภัยของชุมชน ที่มำจำกควำมร่วมมือของทุกฝ่ำย โครงกำรท�ำหน้ำที่เพียงกระตุ้นให้เกิดกระบวนกำรเรียนรู้ร่วมกัน และเป็นที่ปรึกษำ อันน�ำไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็งและพึ่งพำตนเองได้อย่ำงแท้จริง สถานะโครงการ ยังด�ำเนินกำรอย่ำงต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สามารถติดต่อได้ที่ นำงชลฤดี เหมือนรักษำ ผู้อ�ำนวยกำรกองสำธำรณสุขและสิ่งแวดล้อม ส�ำนักงำนเทศบำลต�ำบลกุดน�้ำใส อ�ำเภอน�้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 40310 โทรศัพท์: 081-056-5686 E-mail: chonsai666@hotmail.co.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจ สร้างวินัยจราจร พิชิตภัยอุบัติเหตุ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ องค์การบริหารส่วนต�าบลอ่าวนาง อ�าเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ระยะเวลาด�าเนินการ 1 ตุลาคม 2551 – 30 กันยายน 2553 (ปีงบประมาณ 2552–2553) เป้าหมายของการท�างาน โครงการมุง่ เน้นให้ประชาชนในชุมชนมีวนิ ยั ด้านจราจร มีความตระหนักถึงความปลอดภัย ทางถนนอย่างมีสว่ นร่วมในการแก้ปญ ั หา และเมือ่ เกิดอุบตั เิ หตุผปู้ ระสบเหตุตอ้ งได้รบั การช่วยเหลือ อย่างทันท่วงที เพื่อลดปริมาณและอัตราเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ประเด็นหลักของการท�างาน เสริมสร้างให้ชุมชนมีวินัยด้านการจราจร มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจร การขับขี่ อย่างปลอดภัย และการมีส่วนร่วมในการสร้างความปลอดภัยทางถนน เพื่อป้องกันและลดอัตราการ เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ การด�าเนินงานของโครงการฯ ก่อให้เกิดการมีสว่ นร่วมของชุมชน โดยจัดอบรมวินยั จราจร เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร การขับขี่อย่างปลอดภัย และการมีส่วนร่วมในการสร้าง ความปลอดภัย โดยร่วมกับส�านักงานขนส่งจังหวัดกระบี่ จัดให้มกี ารทดสอบเพือ่ ออกใบอนุญาตขับขี่ รถจักรยานยนต์และรถยนต์ ทัง้ ได้มกี ารรณรงค์ตดิ ตัง้ ป้ายประชาสัมพันธ์ให้ตระหนักและเสริมสร้าง จิตส�านึกร่วมด้านการจราจร รวมทั้งมีการปรับปรุงและติดตั้งป้ายและสัญญาณจราจรต่างๆ บริเวณ จุดเสี่ยง ซ่อมแซมถนน และกวดขันวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่กู้ภัย อปพร. มีการฝึกทบทวน และเตรียม พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยความพยายามของโครงการฯ ได้ด�าเนินการจัดการความปลอดภัยในทุกมิติของพื้นที่ เพือ่ เป็นธงน�าให้ประชาชนเกิดความตระหนักและช่วยกันร่วมสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึน้ ในชุมชน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

อย่างยั่งยืน บทเรียนที่ส�าเร็จ การด�าเนินโครงการฯ จะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากชุมชนเป็นหลัก โดยเสริมสร้างให้ ชุมชนมีวินัย ด้านการจราจร มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจร การขับขี่อย่างปลอดภัย และ การมีส่วนร่วมในการสร้างความปลอดภัยทางถนน เพื่อป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบน ท้องถนน นอกจากนี้ทีมกู้ภัยและสมาชิก อปพร. ของต�าบลอ่าวนางที่จัดตั้งขึ้นโดยชุมชนและเพื่อ ชุมชน โดยความร่วมมือจากประชาชนในชุมชนที่มีความเสียสละ อุทิศตนและเวลาเพื่อประโยชน์ ส่วนรวมของชุมชน มีจิตอาสาด้วยการรับอาสาสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกทีมกู้ภัยและสมาชิก อปพร. เพือ่ คอยดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่ผปู้ ระสบภัยภายในต�าบลและพืน้ ทีใ่ กล้เคียง ผลการด�าเนินงาน สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งผู้ประสบภัยทางถนน ทางทะเล อุบัติภัย และสาธารณภัย ต่างๆ ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ประชาชนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจและมีวินัยด้านการจราจร มากยิ่งขึ้น มีความตระหนักถึงความปลอดภัย ตลอดจนให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการสร้าง ความปลอดภัยทางถนน การป้องกันและลดอุบัติเหตุและอุบัติภัยต่างๆ สถานะโครงการ เป็นโครงการเปิดด�าเนินการต่อเนื่อง โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหลัก สามารถติดต่อได้ที่ องค์การบริหารส่วนต�าบลอ่าวนาง 255 หมู่ที่ 5 ต�าบลอ่าวนาง อ�าเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 81000 โทรศัพท์: 075-637-146 โทรสาร: 075-637-672

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการทางลอดร่วมใจปลอดภัยทุกชีวิต หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ องค์การบริหารส่วนต�าบลถ�้ารงค์ ต�าบลถ�้ารงค์ อ�าเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ระยะเวลาด�าเนินงาน 1 ตุลาคม 2550 – 30 กันยายน 2552 เป้าหมายของการท�างาน เนื่องด้วยพื้นที่ของชุมชนต�าบลถ�้ารงค์ จังหวัดเพชรบุรี มีถนนสายเพชรเกษมตัดผ่าน รถยนต์ที่วิ่งบนถนนใช้ความเร็วสูง การข้ามถนนจึงถือเป็นความเสี่ยงที่ชาวบ้านต้องประสบในชีวิต ประจ�าวัน หลายครั้งน�าไปสู่อุบัติเหตุทั้งเล็กน้อยและรุนแรง อบต.ถ�้ารงค์ จึงเล็งเห็นว่าอันตรายจาก การข้ามถนนเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขทันที เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้ถนน ลดอุบตั เิ หตุจากการข้ามและกลับรถบนถนน ทัง้ ยังสามารถประหยัดค่าใช้จา่ ยและระยะเวลาเดินทาง เนือ่ งจากนักเรียนและชาวบ้านสามารถเดินทางไปโรงเรียนหรือไปท�าธุระได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งพารถรับจ้างในการข้ามไปมาระหว่างชุมชนทั้งสองฟากถนน ซึ่งเป็นการส่งเสริม ให้เกิดสัมพันธภาพและความผูกพันของชาวบ้านสองฝั่งถนนให้สามารถไปมาหาสู่กันได้สะดวก เห็นได้วา่ การเชือ่ มโยงการคมนาคมง่ายๆ อย่างที่ อบต.ถ�า้ รงค์ทา� คือ การสร้างทางลอดใต้สะพานนัน้ นอกจากท�าให้เกิดความปลอดภัยและคล่องตัวในการเดินทางแล้ว ยังส่งเสริมให้ชุมชนยังคงมี ความกลมเกลียวเป็นชุมชนเดียวกันแม้จะถูกแบ่งด้วยถนนที่กั้นขวางไว้ก็ตาม ประเด็นหลักของการท�างาน ปัญหาความปลอดภัยจากการเดินทางภายในชุมชนนับเป็นปัญหาเร่งด่วนล�าดับต้นๆ ของ พื้นที่นี้มานาน ทาง อบต.ถ�้ารงค์ ได้เห็นความจ�าเป็นต่อการเร่งแก้ปัญหานี้ จึงได้จัดให้มีการประชุม ประชาคม เพื่อระดมความคิดต่อการแก้ปัญหาต่างๆ และความเป็นไปได้ในการจัดการปัญหา จึงน�า ไปสู่การประสานงานกับกรมทางหลวงเพื่อก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดถนนเพชรเกษม โดยได้รับการ สนับสนุนงบประมาณจากกรมทางหลวงชนบทในการก่อสร้าง นับได้วา่ ความส�าเร็จในการแก้ปญ ั หา นี้เกิดจากความร่วมมือของชาวบ้าน ท้องถิ่น และหน่วยงานอย่างแท้จริง

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรมเด่น/ก���จกรรมที่ประสบความส�าเร็จ ทางลอดถนนเพชรเกษมได้อ�านวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่และผู้สัญจรไปมา โดยมีการรักษาความปลอดภัยและมีป้ายบอกทางที่ชัดเจน นอกจากนี้ได้เพิ่มความปลอดภัยบริเวณ ทางลอดด้วยการติดตั้งไฟส่องสว่างและตรวจเช็คระบบการท�างานอยู่ตลอดเวลา ส�าหรับในฤดู น�้าหลากจะมีการติดตั้งและตรวจเช็คอุปกรณ์เครื่องสูบน�้าเพื่อไม่ให้เกิดน�้าท่วมทางลอด นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ ตัดแต่งกิ่งไม้ เก็บขยะ ให้เกิดความปลอดภัยและมีความระเบียบเรียบร้อย ท�าให้ทางลอดแห่งนี้เป็นเส้นทางที่ปลอดภัยส�าหรับทุกคนและใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี บทเรียนที่ส�าเร็จ ประชาชนในพืน้ ทีแ่ ละบุคคลทัว่ ไปทีใ่ ช้เส้นทางร่วมได้รบั ความสะดวกในการเดินทางและ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สถานะโครงการ ยังด�าเนินการอย่างต่อเนื่อง สามารถติดต่อได้ที่ นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลถ�้ารงค์ นายบรรพต ก�าไลแก้ว โทรศัพท์: 081-763-3933, 032-491-467 E-mai: kanokon_999@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการท่าช้างร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ส�ำนักงำนป้องกันและบรรเทำสำธำรณภัยจังหวัดจันทบุรี ส�ำนักงำนเทศบำลเมืองท่ำช้ำง จังหวัดจันทบุรี ระยะเวลาด�าเนินงาน 1 มกรำคม 2552 – 31 ธันวำคม 2552 เป้าหมายของการท�างาน เทศบำลเมืองท่ำช้ำงด�ำเนินกำรมุ่งเน้นลดอุบัติเหตุในชุมชน โดยได้ด�ำเนินกำรปลูกฝัง จิตส�ำนึก ควำมรู้ และควำมเข้ำใจในกำรใช้รถใช้ถนนอย่ำงต่อเนื่อง ท�ำให้สถิติกำรเกิดอุบัติเหตุ ลดลงอย่ำงเห็นได้ชัด ซึ่งจะน�ำข้อมูลไปจัดเก็บเป็นฐำนข้อมูลในกำรท�ำงำนเพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ต่อไป ประเด็นหลักของการท�างาน ได้มีกำรจัดประชุมหน่วยงำนและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันหำข้อมูล โดยเฉพำะปัจจัยเสี่ยง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่เทศบำลท่ำช้ำง ซึ่งน�ำไปสู่ควำมร่วมมือในระดับพื้นที่ เกิดเป็นกำรจัดกำร ปัญหำอย่ำงเป็นระบบของทุกภำคส่วน โดยเน้นไปทีก่ ำรรณรงค์ประชำสัมพันธ์ให้เกิดจิตส�ำนึก และ เกิดควำมเข้ำใจในกำรใช้รถใช้ถนนทีป่ ลอดภัย ซึง่ ในส่วนของงำนปฏิบตั งิ ำนได้รว่ มมือกับชุมชนย่อย ต่ำงๆ ทั่วทั้งเขตเทศบำล กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ จัดท�ำป้ำยสัญลักษณ์จรำจรและป้ำยเตือนต่ำงๆ และติดตั้งในเขตเทศบำล เช่น จัดท�ำป้ำย เตือนทำงโค้ง, จัดท�ำกระจกโค้ง, จัดท�ำเครื่องหมำยจรำจรบนพื้นทำง และจัดท�ำป้ำยเตือนทำงแยก เป็นต้น ท�ำให้สถิติกำรเกิดอุบัติเหตุลดลงอย่ำงชัดเจนเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ ที่ผ่ำนมำ บทเรียนที่ส�าเร็จ เมื่อดูเปรียบเทียบสถิติกำรเกิดอุบัติเหตุในช่วงเวลำเดียวกันของปีอื่นๆ ที่ผ่ำนมำพบว่ำ กำรเกิดอุบัติเหตุ จ�ำนวนผู้บำดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และจ�ำนวนอุบัติเหตุลดลงอย่ำงเห็นได้ชัด แสดงว่ำ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กำรรณรงค์ของเทศบำลท่ำช้ำงได้ผลที่ดี เทศบำลท่ำช้ำงได้รับรำงวัลชนะเลิศอันดับ 1 จำกกำรส่งผลงำนเข้ำร่วมประกวดตำม โครงกำรชุมชนร่วมใจ สร้ำงควำมปลอดภัยทำงถนน ครั้งที่ 5 ประจ�ำปี 2552 และครั้งที่ 6 ประจ�ำปี 2553 สถานะโครงการ ปิดด�ำเนินงำนโครงกำรแล้ว สามารถติดต่อได้ที่ งำนรักษำควำมสงบ (งำนเทศกิจ) ฝ่ำยปกครอง ส�ำนักงำนเทศบำลเมืองท่ำช้ำง จังหวัดจันทบุรี โทรศัพท์: 039-321-991, 039-325-909 ต่อ 115

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการธารเกษมร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ องค์การบริหารส่วนต�าบลธารเกษม ต�าบลธารเกษม อ�าเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ระยะเวลาด�าเนินงาน ปีงบประมาณ 2553 เป้าหมายของการท�างาน เนื่องจากในพื้นที่ อบต. ธารเกษม มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และจากการวิเคราะห์สาเหตุ พบว่า สาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยเสี่ยง เช่น ถนนช�ารุด ไม่มีไฟส่องสว่าง ไม่มีป้ายหรือสัญญาณจราจร และประชาชนยังไม่ตระหนักถึงอันตรายบนท้องถนนเท่าทีค่ วร จึงได้นา� ไปสูแ่ นวคิดการสร้างความ ปลอดภัยในชีวติ และทรัพย์สนิ ของประชาชนทีส่ ญ ั จรไปมาภายในต�าบล โดยโครงการฯ ได้พยายาม ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีสว่ นร่วมในการคิดค้นหาวิธแี ก้ไขปัญหาร่วมกัน และ อบต. ได้ประสาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมมือกันสร้างความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดจ�านวนอุบัติเหตุที่จะ เกิดขึ้นในชุมชนแห่งนี้ ประเด็นหลักของการท�างาน จากจุดมุง่ หมายทีต่ อ้ งการลดอุบตั เิ หตุในชุมชน จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทีเ่ กีย่ วข้องในพืน้ ทีร่ ว่ มกันจัดเวทีประชาคมหมูบ่ า้ นเพือ่ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่าต้องการ ให้จดั การความปลอดภัยด้านการจราจรอย่างไรในชุมชนตนเอง ซึง่ น�าไปสูโ่ ครงการปรับปรุงจุดเสีย่ ง และรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจในการใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ โครงการได้พยายามลดความเสีย่ งทีน่ �าไปสูก่ ารเกิดอุบตั เิ หตุ โดยได้ร่วมกันค้นหาจุดเสีย่ ง ร่วมกับชุมชน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมจัดการปัญหา ซึ่งมีการติดตั้งไฟฟ้าส่อง สว่างบริเวณทางร่วมแยก ปรับปรุงภูมทิ ศั น์บริเวณทางร่วมแยก ติดตัง้ ป้ายเตือนต่างๆ ซ่อมแซมถนน ที่ช�ารุดเสียหาย และเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการออกช่วยเหลือผู้ประสบเหตุให้ทนั ท่วงที พร้อมทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ความปลอดภัยด้านการจราจรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

บทเรียนที่ส�าเร็จ แนวทางการลดอุบัติเหตุให้ได้ผลดีที่เกิดขึ้นของการด�าเนินกิจกรรมของโครงการ เกิดขึ้น จากความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยังต้องด�าเนินการส่งเสริมให้ประชาชนได้มี ส่วนร่วมกันคิดหาทางแก้ปัญหาในท้องถิ่น และคณะท�างานต้องรณรงค์ให้ประชาชนต่างเกิดความ ตระหนักถึงความปลอดภัยทางท้องถนนไปพร้อมๆ กัน ดังนัน้ ความส�าเร็จทีไ่ ด้รบั เป็นรูปธรรม คือ ความร่วมมือของทุกภาคส่วนทีร่ ว่ มกันด�าเนินงาน ตามโครงการธารเกษมร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน ให้ส�าเร็จลุล่วงไปได้โดยดี สถานะโครงการ ปิดการด�าเนินงานโครงการ สามารถติดต่อได้ที่ องค์การบริหารส่วนต�าบลธารเกษม หมู่ที่ 3 ถนนสายตรี ต�าบลธารเกษม อ�าเภอพระพุทธบาท จังหวั���สระบุรี โทรศัพท์: 036-267-213 ต่อ 107 โทรสาร: 036-268-841

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการปรับปรุงกายภาพทางแยกวิกฤติ ลดอุบัติเหตุ และลดความรุนแรงด้านการจราจร หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ส�ำนักงำนเทศบำลนครเชียงใหม่ เป้าหมายของการท�างาน ปัญหำกำรจรำจรที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ๆ ในประเทศไทยจะมีหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องด้ำน กำรจรำจร เช่น กรมทำงหลวง กรมโยธำธิกำรและผังเมือง ส�ำนักงำนทำงหลวงชนบท และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะมีนโยบำยในแนวทำงเพิ่มควำมสะดวก ขยำยถนน ลดพื้นที่ เกำะกลำงหรือบำทวิถี ผลที่ตำมมำคือ มีจ�ำนวนอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น และจำกข้อมูลพบว่ำปัจจัยหลักของ อุบัติเหตุ คือ คน รถ และถนนหรือสภำพแวดล้อม โดยมีควำมเสี่ยงจำกคนสูงถึงร้อยละ 63 เทศบำลนครเชียงใหม่จึงได้ปรับนโยบำยและแนวทำงกำรจัดกำรกับปัญหำกำรจรำจร โดยให้ควำมส�ำคัญแก่ประชำชนเป็นอันดับแรก ได้พยำยำมสร้ำงควำมเชือ่ มัน่ ในควำมปลอดภัยด้ำน กำรจรำจร กำรควบคุมควำมเร็วของยำนพำหนะในเขตเมือง และเน้นกำรควบคุมวินัยกำรจรำจรใน กำรขับขี่ยำนพำหนะทุกชนิด เพื่อให้กำรแก้ปัญหำในตรงกับสำเหตุและเหมำะสมกับควำมเสี่ยงใน สถำนกำรณ์ปัจจุบันของพื้นที่ ประเด็นหลักของการท�างาน โครงกำรได้ค้นหำและวิเครำะห์สำเหตุของอุบัติเหตุจำกกำรจรำจร โดยใช้องค์ควำมรู้ทำง วิชำกำรจำกหน่วยงำนต่ำงๆ ทัง้ ในและต่ำงประเทศ น�ำข้อมูลมำออกแบบถนนเพือ่ ควำมปลอดภัยตำม หลักวิศวกรรม เช่น กำรลดจุดขัดแย้งที่ทำงแยกให้น้อยที่สุด ก�ำหนดทิศทำงจรำจรในทิศทำงต่ำงกัน ให้ชัดเจน ก�ำหนดระยะกำรมองเห็นให้เพียงพอ ควบคุมควำมเร็วของยำนพำหนะเมื่อเข้ำสู่ทำงแยก และพยำยำมบริหำรจัดกำรให้คนและรถใช้ทำงแยกร่วมกันอย่ำงมีประสิทธิภำพ เป็นต้น ในทำงกำรบริหำรจัดกำรควำมปลอดภัยทำงถนนนัน้ หน่วยงำนทีเ่ กีย่ วข้องด้ำนกำรก่อสร้ำง ถนนจ�ำเป็นต้องค�ำนึงถึงวิถชี มุ ชนดัง้ เดิมทีจ่ ะไปมำหำสูก่ นั หรือรถใช้ควำมเร็วสูง รวมทัง้ สะพำนลอย คนข้ ำมก็ไ ม่ไ ด้รับ กำรตอบสนองที่ดี จ ำกประชำชน กำรแก้ ป ั ญ หำจึ งต้ อ งแยกชุ มชนออกจำก โครงสร้ำงถนนที่มีควำมกว้ำง ดังนั้นกำรสร้ำงถนนผ่ำนชุมชนที่หนำแน่นต้องให้ควำมส�ำคัญด้ำน ควำมปลอดภัยในกำรเดินทำงในชีวิตประจ�ำวัน ลดควำมเร็วของยำนพำหนะในระดับที่ยอมรับได้ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

คือต้องไม่มีอุบัติเหตุรุนแรงในถนนเขตเมือง และต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น บำทวิถี รำวกันชน ยำนพำหนะ เกำะกลำงถนน สัญญำณไฟทำงแยก สัญญำณไฟจรำจรส�ำหรับคนข้ำม เป็นต้น โดยมี หลักในกำรด�ำเนินกำรคือ ต้องสร้ำงควำมปลอดภัยทำงถนน และสร้ำงควำมสงบด้ำนกำรจรำจร ทั้งนี้กำรป้องกันและแก้ไขปัญหำอุบัติเหตุทำงถนนให้ได้ผลอย่ำงเป็นรูปธรรม จ�ำเป็น ต้องก�ำหนดแนวทำง มำตรกำร กำรด�ำเนินงำนในด้ำนต่ำงๆ ที่เกี่ยวข้องอย่ำงเป็นระบบ โดยคณะ รัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลำคม 2547 เห็นชอบแผนปฏิบัติกำรด้ำนควำมปลอดภัยทำงถนนของ ประเทศ (Thailand Road Safety Action Plan) กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ โครงกำรสร้ำงควำมปลอดภัยทำงแยกถนนนิมมำนเหมินท์กบั ถนนสุเทพ เป็นตัวอย่ำงทีเ่ ห็น ผลจำกกำรด�ำเนินกำรได้ชดั เจน โดยได้ดำ� เนินกำรช่วยลดอุบตั เิ หตุบริเวณทำงแยก ซึง่ ก่อนด�ำเนินกำร จ�ำนวนอุบัติเหตุบริเวณทำงแยกมีเฉลี่ยเดือนละ 1–2 ครั้ง หรือประมำณ 18–24 ครั้งต่อปี ภำยหลัง ที่ได้ด�ำเนินกำรติดตั้งอุปกรณ์เสริมควำมปลอดภัยเป็นเวลำ 3 ปี มีอุบัติเหตุบริเวณทำงแยกดังกล่ำว รวม 18 ครั้ง เปรียบเทียบแล้วอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 66.67 ทั้งยังช่วยลดเวลำกำรเคลื่อนตัวผ่ำนทำงแยก โดยก่อนด�ำเนินกำรบริเวณทำงแยกใช้เวลำ ประมำณ 175–225 วินำที ต่อ 1 รอบ เมือ่ ได้ดำ� เนินกำรติดตัง้ อุปกรณ์เสริมควำมปลอดภัยและสัญญำณ ไฟจรำจร ใช้เวลำ 115–225 วินำที ต่อ 1 รอบ เปรียบเทียบแล้วลดลงร้องละ 28.25 ซึง่ โครงกำรสำมำรถ ควบคุบกระแสกำรจรำจรให้เป็นระเบียบและมีประสิทธิภำพมำกขึน้ รวมทัง้ ก่อให้เกิดควำมปลอดภัย มำกขึ้นด้วย บทเรียนที่ส�าเร็จ ปัญหำอุบัติเหตุบนท้องถนนนอกจำกเกิดจำกควำมประมำทของบุคคลแล้ว กำรจัดกำร จรำจรที่อ�ำนวยควำมสะดวกแก่รถเพียงอย่ำงเดียวก็เป็นปัจจัยส�ำคัญอีกอย่ำงหนึ่งที่ก่อให้เกิดควำม เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ดังนั้นในด้ำนวิศวกรรมจ�ำเป็นต้องค�ำนึงถึงชุมชนแวดล้อมและคนใช้ถนนมำกขึ้น ด้วย ซึง่ เห็นได้จำกกำรด�ำเนินโครงกำรฯ ทีพ่ ยำยำมสร้ำงควำมปลอดภัยโดยค�ำนึงถึงทุกองค์ประกอบ ท�ำให้สำมำรถลดอุบัติเหตุได้อย่ำงดี สถานะโครงการ ปิดด�ำเนินงำนโครงกำรแล้ว สามารถติดต่อได้ที่ นำยทัศนัย บูรณุปกรณ์ นำยกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ส�ำนักงำนเทศบำลนครเชียงใหม่ อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์: 053-259-011, 084-041-9744 E-mail: tassa_n@hotmail.com มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจ�าปี 2553 หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลต�าบลนางแล จังหวัดเชียงราย ระยะเวลาด�าเนินงาน ธันวาคม 2552 – มีนาคม 2553 เป้าหมายของการท�างาน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปีจะมีสถิตอิ บุ ตั เิ หตุสงู มาก และเป็นปัญหาส�าคัญทีท่ กุ ชุมชน ได้พยายามหาทางแก้ไขกันทุกปี แต่ดเู หมือนจ�านวนอุบตั เิ หตุไม่ได้ลดลงเลย โครงการฯ จึงได้คน้ หา สาเหตุเพื่อด�าเนินการจัดการกับอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในชุมชน โดยได้ด�าเนินการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยานพาหนะอย่างไม่ระมัดระวัง และได้เข้าไปแก้ไข จุดอันตรายในพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งได้ส่งเสริมให้ประชาชนแต่ละชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมคิด และลงมือแก้ไข และก�าหนดมาตรการเพื่อลดอุบัติเหตุในชุมชน ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการฯ ได้กระจายอ�านาจในการด�าเนินการลดอุบัติเหตุให้แก่คนในแต่ละหมู่บ้าน ได้มสี ว่ นร่วมแสดงความคิดเห็น ในทีป่ ระชุมหมูบ่ า้ นจะมีการน�าเสนอประเด็นการแก้ไขปัญหาจราจร ในพืน้ ที่ ซึง่ แต่ละหมูบ่ า้ นมีการเสนอวิธกี ารแก้ไขจุดเสีย่ ง และข้อเสนอเพือ่ ได้นา� ไปด�าเนินการแก้ไข หรือจัดการให้อุบัติเหตุลดลง กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ การด�าเนินการแก้ไขจุดเสีย่ งทีอ่ าจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผใู้ ช้รถใช้ถนน และการรณรงค์ให้ สวมหมวกนิรภัยแล้วจะได้รบั ส่วนลดจากร้านค้า ซึง่ ได้มกี ารประชาสัมพันธ์ภายในพืน้ ทีอ่ ย่างต่อเนือ่ ง นั้น ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่อย่างดี จน����าให้อุบัติเหตุลดลงอย่างเห็นได้ชัด บทเรียนที่ส�าเร็จ จากการด�าเนินงานพบว่า ปัจจัยส�าคัญที่ท�าให้การด�าเนินงานลดอุบัติเหตุประสบความ ส�าเร็จ คือความมุง่ มัน่ ในการร่วมกันแก้ปญ ั หาของประชาชนในท้องถิน่ ตัวเอง ซึง่ ได้รบั การสนับสนุน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

อันเสมือนเป็นแรงกระตุ้นจากหน่วยงานในพื้นที่ด้วย สถานะโครงการ ปิดด�าเนินงานโครงการ สามารถติดต่อได้ที่ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลต�าบลนางแล จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์: 053-176-585 คุณมนู วุฒิชมภู โทรศัพท์: 087-009-4627 E-mail: manoo_cru@live.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยจากอุบัติเหตุจราจรช่วงเทศกาลต่างๆ ประจ�าปี 2553 หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ ส�ำนักปลัดองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลไสไทย อ�ำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ งำนป้องกันและ บรรเทำสำธำรณภัย ระยะเวลาด�าเนินงาน 29 ธันวำคม 2552 – 4 มกรำคม 2553 และ 11–17 เมษำยน 2553 เป้าหมายของการท�างาน เนื่องจำกจังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยว ท�ำให้ในช่วงเทศกำลต่ำงๆ จะมีนักท่องเที่ยว ทั้งชำวไทยและชำวต่ำงชำติเดินทำงเข้ำมำท่องเที่ยวเป็นจ�ำนวนมำก ซึ่งทุกปีจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น บ่อยครั้ง และเป็นเหตุที่รุนแรงจ�ำนวนไม่น้อย สร้ำงควำมสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชำชน ในพืน้ ที่ และส่งผลกระทบต่อกำรท่องเทีย่ วเป็นอย่ำงมำก เมือ่ วิเครำะห์แต่ละเหตุกำรณ์พบว่ำส่วนใหญ่ เกิดจำกควำมประมำท เนื่องจำกผู้ใช้รถใช้ถนนขำดวินัยจรำจร ดังนั้น อบต. ไสไทย จึงได้ด�ำเนินกำร จัดกำรกับปัญหำอุบตั เิ หตุ เป็นโครงกำรส่งเสริมควำมปลอดภัยช่วงเทศกำลต่ำงๆ เพือ่ รณรงค์ปอ้ งกัน และลดอุบัติเหตุทำงถนนและส่งเสริมให้ประชำชนมีวินัยจรำจร ซึ่งเป็นกำรป้องกันและลดควำม สูญเสียจำกอุบัติเหตุทำงถนนที่อำจเกิดขึ้น ประเด็นหลักของการท�างาน โครงกำรพยำยำมกระตุน้ ให้เกิดวินยั กำรใช้รถใช้ถนนด้วยวิธกี ำรกวดขันป้องกันกำรกระท�ำ ผิดกฎจรำจร โดยจัดตัง้ จุดตรวจ ป้องปรำม และตักเตือนผูท้ มี่ พี ฤติกรรมเสีย่ งต่อกำรเกิดอุบตั เิ หตุตำม มำตรกำร 3 ม คือ เมำไม่ขับ สวมหมวกกันน็อก มอเตอร์ไซค์ปลอดภัย และ 2 ข คือ ใบขับขี่ เข็มขัด นิรภัย รวมทั้งแซงในที่คับขัน ขับขี่ย้อนศร ขับรถฝ่ำฝืนสัญญำณไฟ และกำรใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ ซึ่งก�ำหนดจุดตรวจบนถนนสำยหลักและสำยรอง จ�ำนวน 4 จุด ในช่วงเทศกำลที่มีวันหยุดยำวต่ำงๆ โดยกำรด�ำเนินกำรได้ร่วมมือกับภำคประชำชนในชุมชน เช่น อปพร. อำสำสมัครต�ำรวจ ชุดรักษำควำมปลอดภัยหมูบ่ ำ้ น และร่วมกับหน่วยงำนรำชกำรทีเ่ กีย่ วข้อง เช่น สถำนีตำ� รวจ กรมกำร ปกครอง ส�ำนักงำนขนส่งจังหวัดกระบี่ และโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพต�ำบลไสไทย เพื่อให้กำร ด�ำเนินงำนบรรลุเป้ำหมำยร่วมกันคือ กำรสร้ำงควำมปลอดภัยภำยในชุมชน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ ควำมส�ำเร็จที่เห็นได้ชัดของกำรด�ำเนินกำรคือ กำรได้รับควำมร่วมมือจำกทุกภำคส่วน โดยเฉพำะประชำชนในพื้นที่ เมื่อมีกำรตั้งจุดตรวจภำยในชุมชน ประชำชนในชุมชนนั้นๆ จะเข้ำ มำร่วมช่วยเหลือในจุดตรวจร่วมกับหน่วยงำนของรำชกำร โดนเฉพำะในช่วงเทศกำลที่จะมีกำรตั้ง จุดตรวจตลอด 24 ชั่วโมง บทเรียนที่ส�าเร็จ ควำมส�ำเร็จของโครงกำรนี้คือ กำรด�ำเนินงำนที่มีควำมมุ่งหวังเพื่อพัฒนำชุมชน อย่ำงกำร สร้ำงควำมปลอดภัยจะส�ำเร็จไม่ได้ถ้ำไม่ได้รับควำมร่วมมือจำกชำวบ้ำนในชุมชนนั้นๆ ล�ำพัง หน่วยงำนของรัฐเข้ำไปด�ำเนินกำรเพียงผูเ้ ดียว แต่ไม่ได้รบั กำรสนับสนุนหรือไม่เห็นด้วยกับแนวทำง กำรท�ำงำนแล้ว ก็จะเป็นเหมือนไฟไหม้ฟำง คือโครงกำรจบ ปัญหำก็จะกลับมำอีก แต่กำรร่วมไม้รว่ มมือ ในโครงกำรนี้ท�ำให้แนวควำมคิดและควำมตระหนักในควำมปลอดภัยคงอยู่ และช่วยให้อุบัติเหตุ ลดลงได้จริง สถานะโครงการ เป็นโครงกำรเปิด ซึ่งจะด�ำเนินกำรตลอดทุกปี สามารถติดต่อได้ที่ องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลไสไทย อ�ำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81000 โทรศัพท์: 075-623-402 ต่อ 601

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน ตามแนวทางพระราชด�ารัสเศรษฐกิจพอเพียง ต�าบลคลองปราบ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ องค์การบริหารส่วนต�าบลคลองปราบ ต�าบลคลองปราบ อ�าเภอบ้านนาสาร จังหวัด สุราษฎร์ธานี ระยะเวลาด�าเนินงาน 1 มีนาคม 2551 – 20 มกราคม 2552 เป้าหมายของการท�างาน เนือ่ งจากมีอบุ ตั เิ หตุทเี่ กิดขึน้ บ่อยครัง้ ในพืน้ ที่ อบต. คลองปราบ และเมือ่ วิเคราะห์เหตุการณ์ แล้วพบว่าปัจจัยเสีย่ งอันดับต้นๆ คือ การทีผ่ ใู้ ช้รถใช้ถนนขาดความรูค้ วามเข้าใจทีถ่ กู ต้องในเรือ่ งกฎ จราจร และขาดจิตส�านึกทีจ่ ะปฏิบตั ติ ามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทัง้ ไม่ตระหนักถึงความปลอดภัย ในการสวมหมวกกันน็อกที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน โครงการฯ จึงได้พยายามด�าเนินการรณรงค์ให้ ความรูค้ วามเข้าใจการใช้รถใช้ถนนแก่ผขู้ บั ขีใ่ นกลุม่ เป้าหมายหลักทีม่ คี วามเสีย่ งมากทีส่ ดุ คือ ผูใ้ ช้รถ จักรยานยนต์ในต�าบลคลองปราบ ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการฯ ได้จัดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรและการขับขี่รถอย่างปลอดภัย อย่างต่อเนือ่ ง และได้สอื่ สารเชิงรณรงค์ผา่ นสติกเกอร์และป้ายประชาสัมพันธ์ให้สวมหมวกกันน็อก บริเวณจุดเสีย่ งในถนนสายต่างๆ รวมทัง้ ติดตัง้ ป้ายเตือนภัยจากอุบตั เิ หตุและป้ายสัญลักษณ์จราจรบน ท้องถนน เพื่อเน้นย�้าและกระตุ้นเตือนให้ประชาชนมีความระมัดระวังในความปลอดภัยของตัวเอง กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ แนวทางการรณรงค์ที่โครงการฯ ได้ด�าเนินการอย่างต่อเนื่องนั้นได้รับความร่วมมือจาก หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องและประชาชนในพืน้ ทีเ่ ป็นอย่างดี ทัง้ ยังเกิดเป็นการท�างานร่วมกันตามแนวทาง ลดอุบัติเหตุในพื้นที่ เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่น�าร่องชุมชนปลอดภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้ใช้ การมีสว่ นร่วมให้แกนน�าชุมชนมาร่วมคิดวางแผนหาแนวทางแก้ไขเพือ่ ป้องกันอุบตั เิ หตุ ทัง้ ในระดับ ชุมชนได้มีการน�าเรื่องการรณรงค์ลดอุบัติเหตุมาเป็นประเด็นส�าคัญในที่ประชุมต่างๆ ของแต่ละ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ���นับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

หมู่บ้าน เห็นได้ว่าความพยายามของโครงการได้ก่อให้เกิดกระแสการท�างานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งท�าให้ประชาชนมีความตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจัง และจ�านวนอุบัติเหตุก็ลดลง อย่างเห็นได้ชัด บทเรียนที่ส�าเร็จ โครงการฯ ซึ่งได้ด�าเนินงานร่วมกับส�านักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สุราษฎร์ธานี ถือได้วา่ ประสบความส�าเร็จ และความร่วมมือในการจัดการปัญหาอุบตั เิ หตุได้ขยายไป สู่หมู่บ้านและต�าบลใกล้เคียง ซึ่งได้น�าเอารูปแบบการรณรงค์ไปใช้ สถานะโครงการ ปิดด�าเนินงานโครงการแล้ว สามารถติดต่อได้ที่ องค์การบริหารส่วนต�าบลคลองปราบ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสมหมาย หนูศรีแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลคลองปราบ โทรศัพท์: 077-344-117 มือถือ: 087-268-1393 คุณพิชัย แซ่ลิ่ง (ผู้ประสานงาน) โทรศัพท์: 089-971-3224

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการองค์การบริหารส่วนต�าบลสว่างรวมใจทุกส่วน สร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ องค์การบริหารส่วนต�าบลสว่าง อ�าเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ระยะเวลาด�าเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 เป้าหมายของการท�างาน เนื่องจากปัญหาอุบัติเหตุนับเป็นปัญหาส�าคัญของชุมชน อบต. สว่าง จึงเห็นว่าจ�าเป็นต้อง แก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เพราะในแต่ละปีอุบัติเหตุท�าให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งได้ด�าเนินโครงการฯ ด้วยการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับความ สะดวกในการสัญจร ลดอุบัติเหตุทางถนน โดยให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดทักษะ ในการขับขี่ที่ปลอดภัย ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการฯ ใช้แนวทางการท�างานทีป่ ระสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ โดยได้ระดม วิธีคิดและวิธีการท�างานเพื่อน�าไปสู่ความปลอดภัยด้านการจราจรของชุมชนเป็นหลัก กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ มีการประสานความร่วมมือในโครงการปรับปรุงถนนให้มีความปลอดภัย และลดปัจจัย เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น การติดตั้งสัญญาณไฟโซลาร์เซลล์ จัดท�าป้ายบอกทาง โครงการ อบรมให้ความรูด้ า้ นวินยั จราจร สนับสนุนอุปกรณ์จราจร ติดตัง้ ไฟส่องสว่าง และจัดภูมทิ ศั น์ เป็นต้น ซึ่งการด�าเนินงานได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี เนื่องจากโครงการฯ ได้เปิดให้มีการ ประชาคมหมูบ่ า้ น เพือ่ ระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการด�าเนินงาน ซึง่ สามารถลดอุบตั เิ หตุ ได้เป็นที่น่าพอใจ บทเรียนที่ส�าเร็จ องค์การบริหารส่วนต�าบลสว่างได้ด�าเนินงานโครงการองค์การบริหารส่วนต�าบลสว่าง รวมใจทุกส่วน สร้างความปลอดภัยทางถนน โดยใช้หลักการมีสว่ นร่วมของชุมชน หน่วยงานราชการ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

โรงเรียน ผูน้ า� ชุมชน ในพืน้ ทีจ่ นท�าให้การด�าเนินงานด้านความปลอดภัยประสบผลส�าเร็จ ประชาชน ส่วนใหญ่ให้การยอมรับและได้รับความร่วมมือกันท�างานจนได้เป็นโครงการตัวอย่าง สถานะโครงการ เปิดด�าเนินงานโครงการอยู่ สามารถติดต่อได้ที่ องค์การบริหารส่วนต�าบลสว่าง อ�าเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี 34190 โทรศัพท์: 045-409-157 โทรสาร: 045-409-157 ผู้ประสานงาน นางสาวสมจิต มากดี โทรศัพท์: 080-155-4978 Email: Swanguoon@ gmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการอาสาจราจรความปลอดภัยทางถนนต�าบลปทุม หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส�านักปลัด เทศบาลต�าบลปทุม อ�าเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ระยะเวลาด�าเนินงาน ปีงบประมาณ 2553–2554 เป้าหมายของการท�างาน ด้วยสภาพการจราจรภายในพืน้ ทีอ่ า� เภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มีสภาพการจราจรคับคัง่ อย่างมาก ผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งผู้ขับขี่และผู้สัญจรบนทางเท้าล้วนต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงกับอุบัติเหตุ ทางถนน และมักเกิดเหตุอยู่บ่อยครั้ง ในฐานะงานป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีหน้าที่ โดยตรงในการจัดการปัญหาเหล่านี้ และมีเป้าหมายการท�างานเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ ทว่าด้วย สภาพพืน้ ทีแ่ ละชุมชนขนาดใหญ่ทา� ให้ไม่สามารถอาศัยสรรพก�าลังของหน่วยงานเพียงอย่างเดียวได้ จ�าเป็นต้องร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง และขอความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ด้วย จึงเป็นทีม่ าของความพยายามจัดการปัญหาผ่านโครงการอาสาความปลอดภัยทางถนน เพือ่ ด�าเนินการ อ�านวยความสะดวกแก่ประชาชนในการลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ท�าหน้าที่ป้องกัน เฝ้าระวัง และเป็นสื่อกลางประสานงานกับโรงพยาบาลรวมทั้งสถานีต�ารวจเมื่อเกิดเหตุขึ้น ประเด็นหลักของการท�างาน โครงการฯ ได้ส�ารวจจุดเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะบริเวณที่มีการจราจรคับคั่ง และช่วงเวลาที่มีผู้สัญจรหนาแน่นว่ามีจุดใดบ้าง และมีลักษณะทางกายภาพอย่างไร เพื่อออกแบบ การแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นได้จัดตั้งอาสาสมัครจราจร ซึ่งได้ผ่านการอบรม อปพร. มาแล้ว ประจ�าตามจุดเสีย่ งในช่วงเวลาทีม่ กี ารสัญจรหนาแน่น เพือ่ คอยอ�านวยการจราจรบริเวณนัน้ ๆ นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งจุดรับเรื่องขอสนับสนุนอาสาจราจรในงานพิธีต่างๆ เช่น งานบวช งานแต่ง งานมหรสพต่างๆ ที่คาดว่าจะมีการจราจรคับคั่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากอาสาสมัครจราจร อีกทั้งอาสาสมัครจราจรยังท�าหน้าที่ประสานงานข้อมูลกับศูนย์ อปพร. ต�าบลปทุม เพื่อรายงานสถานการณ์จราจร และแจ้งเหตุเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนนและสาธารณภัยต่างๆ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�าเร็จ ถือได้ว่าการจัดตัง้ อาสาสมัครจราจรเป็นการดึงให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเข้ามา จัดการปัญหา ท�าให้สามารถลดอุบัติเหตุได้จริงและยังส่งผลให้ประชาชนได้ตระหนักถึงเรื่องความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างแท้จริง จึงเรียกได้วา่ เป็นโครงการทีป่ ระสบความส�าเร็จและสร้าง แนวร่วมให้ช่วยกันดูแลชุมชนอย่างยั่งยืน บทเรียนที่ส�าเร็จ ประชาชนในพื้นที่และผู้ที่สัญจรไปมาได้รับความปลอดภัยทางถนน สถานะโครงการ ปิดด�าเนินงานโครงการแล้ว สามารถติดต่อได้ที่ ส�านักงานเทศบาลต�าบลปทุม อ�าเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี นายบัณฑิต ศรีโนนซี โทรศัพท์: 089-584-7223

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการ Traffy bSafe ระบบรายงานการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยของรถโดยสาร โดยโทรศัพท์ Smartphone หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ NECTEC

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

เมษายน 2554 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการ Traffy bSafe ระบบรายงานการขับขีท่ ไี่ ม่ปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ โดย โทรศัพท์ Smartphone หรือเรียกสัน้ ๆ ว่า Traffy bSafe มีเป้าประสงค์ทตี่ อ้ งการใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์ มือถือมาสร้างระบบ ส�ำหรับช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ประเด็นหลักของการท�ำงาน Traffy bSafe เป็นระบบที่ใช้ Smartphone และ sensor ต่างๆที่อยู่บน Smartphone ส�ำหรับ วัดค่าความเร็วของยานพาหนะแบบ real-time ขณะที่ผู้ใช้งานนั่งอยู่ในรถโดยสารนั้น เปรียบเสมือน ท�ำให้ผู้ใช้งานมีหน้าปัดแสดงความเร็วของยานพาหนะนั้นอยู่ในมือ ระบบสามารถแจ้งเตือน โดยอัตโนมัติเมื่อมีการขับเร็วเกินความเร็วที่ก�ำหนดไว้ และสามารถส่งเรื่องร้องเรียนได้ ที่ส�ำคัญคือ ผู้ใช้งานจะมีหลักฐานเกี่ยวกับการเดินทางเพื่อใช้ในการยืนยันเรื่องการร้องเรียน ส�ำหรับการใช้งาน ระบบจะท�ำการเก็บข้อมูลผ่าน Mobile Application และผูใ้ ช้งานสามารถ แจ้งร้องเรียนเรือ่ งการขับขีท่ ไี่ ม่ปลอดภัยของการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ ผูใ้ ช้งานสามารถ upload รูปภาพ และส่งข้อความเกี่ยวกับรถโดยสารที่นั่งอยู่ รวมไปถึงเก็บข้อมูลพิกัดของรถตั้งแต่ เริม่ ต้นเดินทางไปจนถึงปลายทาง เรือ่ งทีท่ า่ นร้องเรียนมาทาง NECTEC จะประสานงานกับหน่วยงาน ทีเ่ กีย่ วข้องเพือ่ ด�ำเนินการต่อผ่านทางเครือข่ายศูนย์เฝ้าระวังภาคประชาชน ในความร่วมมือกับมูลนิธิ คุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ1584 กรมการขนส่งทางบก

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ โครงการ Traffy bSafe เน้นการร่วมมือกันของประชาชนภาคสังคมเพื่อไปใช้ประโยชน์ ของเทคโนโลยีในรูปแบบของ Smartphone, Mobile Application และ Social Network (Facebook) เพื่อใช้เครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมกันเฝ้าระวังการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยบนท้องถนน จุดเด่นของผลงานคือผู้ใช้งานสามารถใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วใน Smartphone มาเป็น เครื่องมือวัดความเร็ว และเก็บจุดพิกัดของรถโดยสาร ข้อมูลที่เก็บได้สามารถน�ำมาใช้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นได้ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีระบบร้องเรียนหรือแจ้งเตือนที่สามารถเก็บข้อมูลแบบ real-time และยังขาดหลักฐานหากมีการแจ้งเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการขับขี่ทางถนน นอกจากนี้แล้วระบบ Traffy bSafe ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ ใน รถโดยสาร เพียงแค่มีโทรศัพท์ Smartphone ที่ใช้ Mobile Application นี้ก็สามารถใช้งานได้เลย บทเรียนที่ส�ำเร็จ ความส�ำเร็จของโครงการขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเครือข่ายภาคประชาชนมาร่วมกันใช้ Application เพื่อที่จะเฝ้าระวังและตรวจสอบการขับรถที่ไม่ปลอดภัย สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินงาน

สามารถติดต่อได้ที่

ดร.เฉลิมพล สายประเสริฐ โทรศัพท์: 085-827-3199 E-mail: akethekop@gmail.com Facebook: www.facebook.com/TraffybSafe เว็บไซต์: www.traffy.in.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการ ถนนปลอดภัย ห่างไกลอุบัติเหตุ ชุมชนปลอดภัยต�ำบลตลาดเกรียบ ชื่อหน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

เทศบาลต�ำบลตลาดเกรียบ อ�ำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ปี พ.ศ. 2546 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน การด�ำเนินการด้านชุมชนเข้มแข็งและปลอดภัย ชุมชนเทศบาลต�ำบลตลาดเกรียบ ได้มกี าร ด�ำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนือ่ งมาโดยตลอดตัง้ แต่ปี 2546 จนกระทัง่ เมือ่ ปี พ.ศ. 2554 ชุมชน นี้ได้เป็น 1 ใน 2 ของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองให้เป็น ชุมชนปลอดภัยอันดับที่ 229 ของโลก ตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยองค์การบริหารส่วนต�ำบลตลาดเกรียบ (ใน ขณะนั้น) เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนหลักที่ให้ความส�ำคัญด้านความปลอดภัย โดยเน้นให้ครอบคลุม ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจ เพราะเชื่อว่าตราบใดที่มีความปลอดภัยครบทั้ง 3 ด้าน ความเสี่ยงเรื่อง ความไม่ปลอดภัยของชุมชนด้านต่างๆ ย่อมมีน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเลย ดังนั้นความปลอดภัยจึง ไม่ได้เน้นประเด็นการท�ำงานไปทีด่ า้ นใดด้านหนึง่ ซึง่ ความปลอดภัยบนท้องถนน ก็ถอื เป็นส่วนหนึง่ ในการท�ำงานด้วยเช่นกัน ทั้งนี้มีการประสานความร่วมมือจากหน่วยต่างๆ ในชุมชน เช่น โรงเรียน วัด ตลาด (อุดมวิทยา) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับต�ำบล เป็นต้น เพื่อเป็น ภาคีเครือข่าย ตลอดจนพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนในชุมชนเพื่อเป็นแกนน�ำส�ำคัญในท�ำงานด้าน ความปลอดภัย โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ ร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ทั้งโครงสร้าง ทางกายภาพและผลิตภัณฑ์ตา่ งๆ นอกจากนีส้ ร้างระบบสังคมทีเ่ อือ้ อ�ำนวยให้เกิดความปลอดภัย สร้าง พฤติกรรมการดูแลเด็กให้ปลอดภัยในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม และร่วมกันสร้างพฤติกรรม ความปลอดภัยทัง้ ชุมชน โดยการด�ำเนินงานด้านความปลอดภัยของชุมชนมีดว้ ยกันหลายประเด็น และ หลายกิจกรรม ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะส่วนงานด้านความปลอดภัยทางท้องถนนเท่านั้น ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการฯ เริม่ ต้นการท�ำงานจากการสร้างความเข้าใจและแนวร่วมภายในชุมชน รวบรวม และพัฒนาองค์ความรู้เรื่องการสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บ เพื่อขยายผลสู่ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ภายนอกชุมชนได้ มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์การ บริหารส่วนต�ำบล แกนน�ำประชาชน แม่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข เด็กและเยาวชน เมื่อได้กลุ่ม คณะกรรมการจึงได้จัดประชุมเพื่อระดมแนวความคิด, วิเคราะห์ปัญหาและค้นหาสาเหตุของความ ไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นในชุมชน จากนั้นหาข้อสรุปว่าปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งรีบด�ำเนินการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แบ่งฝ่ายงานรับผิดชอบ และเริ่มด�ำเนินการตามแผน โดยอาศัยความร่วมมือจากการ เชื่อมโยงเครือข่ายภายนอกทั้งองค���กรภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน โดยกระบวนการด�ำเนินงานความปลอดภัยทางถนนชุมชนตลาดเกรียบนั้น แบ่งประเด็น การท�ำงานได้ 3 ส่วน คือ การส่งเสริมให้ชมุ ชนมีสว่ นร่วมและสามารถด�ำเนินการดูแลความปลอดภัย อย่างบูรณาการในด้านพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ซึ่งนอกจากคณะกรรมการชุมชน ปลอดภัยจะเป็นแกนหลักท�ำงานในต�ำบลตลาดเกรียบแล้ว ยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมในการ พัฒนาด้านความปลอดภัยอีกหลายกลุ่มตามบทบาท เช่น อาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน, ทีมงาน ปฐมพยาบาลและการกู ้ ชี พ (EMS ชุ ม ชน), เจ้ า หน้ า ที่ ป ้ อ งกั น และบรรเทาสาธารณภั ย ต� ำ บล ตลาดเกรียบ, คณะท�ำงานแผนครอบครัวเข้มแข็งชุมชนตลาดเกรียบ, อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำ หมูบ่ า้ น (อสม.) , ต�ำรวจชุมชนต�ำบลตลาดเกรียบ ฯลฯ กลุม่ ต่างๆ เหล่านีม้ สี ว่ นช่วยในการสร้างเสริม ความปลอดภัยทัง้ ด้านพฤติกรรมและสิง่ แวดล้อมเสีย่ งตามบทบาทหน้าทีข่ องกลุม่ นัน้ ๆ ถือได้วา่ เป็น จุดหนึ่งที่เข้มแข็งในเรื่องของการมีส่วนร่วมในชุมชน ทั้งนี้ชุมชนได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากหลายหน่วยงานรวมถึง อบต. ตลาดเกรียบด้วย ส่วนที่ 2 ใช้แนวทาง 13 ประการสร้างชุมชนปลอดภัย (13 Steps for safety community) คือ ชุมชนด�ำเนินงานการป้องกันการบาดเจ็บโดยความสนใจของชุมชนเองโดยมีการจัดตัง้ กลุม่ พหุภาพ ในระดับชุมชน สามารถเชื่อมโยงหน่วยงาน องค์กรภายนอกชุมชนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพือ่ แก้ไขปัญหาการบาดเจ็บนัน้ ด�ำเนินกิจกรรมป้องกันการบาดเจ็บและสร้างเสริมความปลอดภัยทัง้ การบาดเจ็บโดยตั้งใจ และไม่ตั้งใจ ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเด็ก และเยาวชน เป็นต้น มีระบบการเฝ้าระวังการบาดเจ็บของชุมชน ส�ำรวจความปลอดภัยในสิง่ แวดล้อม และพฤติกรรมเสี่ยง มีการส�ำรวจและบันทึกจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องด�ำเนินการแก้ไขปรับปรุงจุดเสี่ยงนัน้ ๆ สนับสนุนการใช้อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยต่างๆ อาทิ การรณรงค์สวมหมวกนิรภัย นอกจากนี้ยังด�ำเนินการต่อต้านพฤติกรรมอันตราย อาทิ โครงการ รณรงค์ชุมชนให้ตระหนักถึงอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล เป็นต้น นอกจากระบบเฝ้าระวังแล้ว ชุมชนยังได้ให้ความส�ำคัญกับระบบการช่วยเหลือฉุกเฉินและ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยจัดโครงการอบรมแก่ประชาชนทุกกลุ่มอายุให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถน�ำไปใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยชุมชนจัดตั้งหน่วยการแพทย์เคลื่อนที่ (EMS) เพื่อ ให้บริการแก่ประชาชนเมือ่ ประสบอุบตั เิ หตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สร้างระบบการแจ้งเหตุและล�ำเลียง ผู้ป่วยอย่างถูกวิธีและรวดเร็วน�ำส่งโรงพยาบาล ที่สามารถด�ำเนินการระยะยาว โดยใช้ทรัพยากร และงบประมาณปกติที่ท้องถิ่นต้องบริหารจัดการ และพยายามขยายภาคีร่วมรอบนอกเพื่อสมทบ งบประมาณในการด�ำเนินกิจกรรม มีการก�ำหนดตัวชีว้ ดั ความปลอดภัยทีเ่ หมาะสม โดยคณะกรรมการ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

ความปลอดภัย สุดท้ายมีการรวบรวมความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการด�ำเนินงานในชุมชน และเผยแพร่ เพื่อขยายผล ประกอบด้วยศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดภัยที่มีเป้าหมาย เป็นแหล่งความรู้และต้นแบบ การจัดการความปลอดภัยในชุมชน และการใช้สื่อต่างๆ เช่น สื่อเว็บไซต์ www.abt-taladkreab.org เสียงตามสายชุมชน และเอกสารสรุปผลการด�ำเนินงานชุมชนปลอดภัย เป็นต้น ส่วนที่ 3 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน โดยจัดตั้งชมรมเด็กไทยปลอดภัย ชุมชนตลาดเกรียบ เพือ่ สนับสนุนให้เยาวชนมีสว่ นร่วมกับผูใ้ หญ่แกนน�ำท�ำหน้าทีผ่ ลักดัน สร้างสรรค์ ผลงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น รณรงค์ไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา การจัดสื่อสิ่งพิมพ์เรื่องการ สวมหมวกนิรภัย จัดท�ำป้ายเตือนภัยตามจุดต่างๆ และประสานสายตรวจชุมชนในการเตรียมแผน เฝ้าระวังในช่วงเทศกาล เป็นต้น ทัง้ นีผ้ ลงานการด�ำเนินการด้านความปลอดภัยทีเ่ ห็นอย่างเป็นรูปธรรม แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ด้านสิง่ แวดล้อม มีการแก้ไขจุดเสีย่ งในศูนย์พฒ ั นาเด็กเล็ก โรงเรียน และชุมชนตลาดเกรียบ จัดท�ำป้าย เตือนภัย ให้ลดความเร็วหน้าทางเข้าชุมชน เพื่อให้ผู้สัญจรไปมาทั้งคนในชุมชนและนอกชุมชนได้ เกิดความตระหนักเบื้องต้นในเรื่องความปลอดภัย ก่อสร้างถนนลูกรัง, ถนนลาดยาง, ถนนคอนกรีต ขยายเขตไฟทางสาธารณะ ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรภายในชุมชน ติดตั้งเครื่องหมายบังคับจราจร ติดตั้งป้ายบอกเขตทาง, ป้ายบอกชื่อถนน, ซอย ติดตั้งกระจกโค้งบริเวณทางโค้งที่คาดว่าจะเกิด อันตราย ปรับปรุงลูกระนาดใหม่ให้ได้มาตรฐาน ด้านพฤติกรรมด�ำเนินการโครงการสวมหมวกนิรภัย ให้กบั เด็กในศูนย์พฒ ั นาเด็กเล็กเทศบาลต�ำบลตลาดเกรียบ เด็ก เยาวชน ตลอดจนประชาชนในต�ำบล ให้รจู้ กั ระมัดระวังและป้องกันอันตราย รวมทัง้ เป็นการสร้างความตระหนักให้กบั ผูป้ กครองในการที่ ต้องสวมหมวกนิรภัยมาส่งบุตร–หลานด้วย กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ กิจกรรมเด่นด้านความปลอดภัยด้านวิศวกรรมจราจร ประกอบไปด้วย การติดตัง้ ไฟทางและ ซ่อมแซมไฟทางสาธารณะ สร้างศาลาทีพ่ กั ผูโ้ ดยสาร โครงการก่อสร้าง/ปรับปรุง/บ�ำรุงรักษา /แก้ไข บริเวณจุดเสีย่ งอันตรายต่างๆ ซึง่ ท�ำการติดตัง้ กระจกโค้ง ท�ำลูกระนาดเป็นระยะๆ เพือ่ ช่วยชะลอการ ขับขีร่ ถด้วยความเร็ว สัญลักษณ์แจ้งเตือนอันตราย ติดตัง้ สัญญาณไฟจราจร ติดตัง้ เครือ่ งหมายบังคับ จราจรต่างๆ และตีเส้นจราจร นอกจากนี้มีโครงการก่อสร้างรางระบายน�้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อ ให้น�้ำไหลผ่านได้สะดวกไม่ท่วมขังถนน กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ มีโครงการ 1 ต� ำบล 1 จุดตรวจ ร่วมบริการประชาชน ใน ช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ โครงการเตือนภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่โดยเด็กไทยปลอดภัย ตลาดเกรียบ มีการจัดกิจกรรมและจัดบอร์ดแสดงความรู้ ความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ โครงการเล่นสงกรานต์อย่างสนุก มีความสุขและปลอดภัยโดยชมรมเด็กไทยปลอดภัยตลาดเกรียบ ร่วมเดินรณรงค์ให้ชมุ ชนตระหนักถึงความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนีย้ งั มีโครงการ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


4

ด้านการรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนใช้รถจักรยาน แทนรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งใส่อุปกรณ์ป้องกัน ภัย อาทิ หมวกนิรภัย ในการเดินทางทุกครั้ง โดยมีโครงการ SAFETY BICYCLE, กิจกรรม Walk Rally ให้ความรู้ด้านวินัยจราจร, โครงการถนนจักรยาน, โครงการเส้นทางฟ้าใส และโครงการเด็ก ไทยปลอดภัย เส้นทางฟ้าใส เพื่อความปลอดภัยของลูกรัก อีกทั้งมีโครงการเด็กไทยส�ำนึกดี ขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจรเพื่อให้เด็กมีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับความปลอดภัยในการ���ช้รถใช้ถนน และรณรงค์ให้เด็กรูถ้ งึ สิทธิ หน้าทีข่ องตนเอง และผูอ้ นื่ ในการปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบจราจรบนท้องถนน โครงการสอบใบขับขีป่ ลอดภัย เสริมสร้าง วินัยจราจรเพื่ออ�ำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการสอบใบขับขี่ โครงการปฐมพยาบาล อุบัติเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ โดยการอบรมปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแก่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก เพื่อให้ สามารถช่วยเหลือเด็กได้ในเบื้องต้นและถูกวิธี และโครงการให้บริการหน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) พร้อมทีมชุดกูช้ พี และทีมปฐมพยาบาลเบือ้ งต้นทีส่ ามารถท�ำการรักษาและช่วยเหลือผูบ้ าดเจ็บ ได้เบือ้ งต้นก่อนส่งโรงพยาบาล นอกจากนีม้ กี จิ กรรมการท�ำความสะอาดล้างถนนทุกสัปดาห์เพือ่ ลด มลพิษจากฝุ่นละออง โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อความรื่นรมย์ของผู้สัญจรไปมา และเพื่อ มีพื้นที่ ส�ำหรับพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย บทเรียนที่ส�ำเร็จ ชุมชนตลาดเกรียบมีจุดแข็ง คือทุนทางสังคม ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านด้านวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่สามารถพัฒนา และใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ผู้น�ำ ท้องถิ่นที่ส่วนใหญ่รวมตัวกันได้อย่างเป็นเอกภาพ เป็นสังคมเอื้ออาทร ประชาชนมีความสามัคคี รักความสงบ มีการคมนาคมสะดวก ติดต่อสือ่ สารกันได้งา่ ย ชุมชนประสานงาน และท�ำกิจกรรมร่วม กับหน่วยงานราชการและเอกชนเป็นประจ�ำ ท�ำให้ชมุ ชนเข้มแข็ง มีประสบการณ์ และหนทางในการ ริเริ่มท�ำสิ่งใหม่อยู่เสมอ รวมทั้งสมาชิกของชุมชนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนและชุมชนที่จะ แก้ไขปัญหา พร้อมพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง ทั้งนี้ชุมชนตลาดเกรียบมีการสร้างเครือข่ายบูรณาการฝ่ายการท�ำงานแนวราบที่ทุกคน ทุกหน่วยงานมีความส�ำคัญ และทุ่มเทท�ำงานอย่างเข้าใจและให้เกียรติกัน เพื่อจะบรรลุจุดมุ่งหมาย เดียวกันคือ ชุมชนน่าอยู่ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนีม้ สี อื่ ที่ใช้สร้างชุมชนปลอดภัย ทัง้ เสียงตามสายชุมชน ซึง่ เป็นกิจกรรมทีด่ �ำเนิน งานต่อเนือ่ ง เผยแพร่เรือ่ งความปลอดภัย และสอดแทรกความรูด้ า้ นสิทธิมนุษยชน กฎหมาย สุขภาพ มีเว็บไซต์สำ� หรับเผยแพร่ขอ้ มูลข่าวสารผ่านทาง www.abt-taladkreab.org ทัง้ ยังมีกระดานข่าวชุมชน ในลักษณะของ “เอกสารสรุปผลการด�ำเนินงานชุมชนปลอดภัยต�ำบลตลาดเกรียบ” ที่คณะท�ำงาน ชุมชนปลอดภัยตลาดเกรียบ จัดท�ำเพื่อเผยแพร่แก่บุคคลที่สนใจ สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินงาน

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


5

สามารถติดต่อได้ที่

เทศบาลต�ำบลตลาดเกรียบ อ�ำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์: 035-264-002-3 เว็บไซต์: www.abt-taladkreab.org

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษา หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

มกราคม–ธันวาคม 2555

เป้าหมายของการท�ำงาน รวบรวมองค์ความรู้ เผยแพร่วัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถจักรยานยนต์ใน สถานศึกษาให้นักเรียน นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขอุบัติเหตุทางถนน ประเด็นหลักของการท�ำงาน มุง่ เน้นการมีสว่ นร่วมของนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาในการพัฒนาด้านพฤติกรรม ในการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย โดยให้ความส�ำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้น ในสถานศึกษา กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ จัดการประกวดการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนน โดยนักเรียน นักศึกษา และ สถานศึกษามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และตระหนักถึงความปลอกภัยในการใช้รถใช้ถนน ตลอดจนการน�ำไปเผยแพร่ขยายผลในชุมชนต่างๆ เพือ่ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และน�ำไปประยุกต์ ใช้ให้เหมาะสมกับท้องที่อื่นๆ ต่อไป บทเรียนที่ส�ำเร็จ สถานศึกษาเสนอความเป็นมาของปัญหา วิธกี ารแก้ปญ ั หา และประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รบั และสามารถน�ำไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยให้ความส�ำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย อาทิ การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการบังคับใช้กฎหมาย, การให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนทั้งภายนอกและภายในสถานศึกษา เป็นต้น

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินงานโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่ ไทย

ส�ำนักสวัสดิภาพการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก / สมาคมผูป้ ระกอบการรถจักรยานยนต์ คุณวินัย กิจโชค โทรศัพท์: 081-375-2873 โทรสาร: 02-229-3148 Email: vinai@tmea.or.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการการสนับสนุนความปลอดภัยบนท้องถนนเชิงบูรณาการ บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จ�ำกัด สาขาประเทศไทย

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน บ.มิตซุยฯ นับว่าเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาด�ำเนินงานในประเทศไทยนับสิบปีและมี ภาพรวมทางธุรกิจขนาดใหญ่ มีความมุ่งหวังส่วนหนึ่งที่อยากจะมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ไทยแบบบูรณาการ ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของพนักงาน หน่วยงานราชการ และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2550 บริษัทได้ก�ำหนดเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ให้เป็นเป้าหมายหลัก ของการท�ำกิจกรรมเพือ่ สังคม ซึง่ สอดคล้องกับพันธกิจของบริษทั เครือ MSIG คือ “มุง่ มัน่ พัฒนาสังคม ไม่หยุดนิ่ง และช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้โลกนี้ โดยส่งมอบหลักประกันความปลอดภัยและความ มั่นคง ด้วยธุรกิจการบริการด้านประกันภัยและบริการทางการเงินผ่านเครือข่ายทั่วโลกของบริษัท” ประเด็นหลักของการท�ำงาน ทีผ่ า่ นมาบริษทั ได้ดำ� เนินกิจกรรมทางสังคมหลากหลายโครงการในแต่ละปี และในบรรดา โครงการต่างๆ บริษัทได้ก�ำหนดว่า ทุกปีจะต้องมีการจัดโครงการที่ด�ำเนินกิจกรรมเชิงบูรณาการ ทั้งหมด 3 โครงการ เพื่อมุ่งเน้นการลดและบรรเทาอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่ม เป้าหมายที่แตกต่างกันตามแต่ละโครงการ โครงการแรก คือ กิจกรรมมอบหมวกกันน็อกให้แก่เด็กนักเรียนในจังหวัดสมุทรปราการ เป็นการสนับสนุนหน่วยงานระดับท้องถิ่นในการลดและบรรเทาอุบัติเหตุบนท้องถนนในเด็กเล็ก โครงการทีส่ อง คือ โค���งการประกวดออกแบบโปสเตอร์และคลิปวิดโี อเมาไม่ขบั โดยเน้น กลุ่มเป้าหมายไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่

โครงการที่สาม คือ โครงการมอบทุนวิจัยของมูลนิธิมิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ เวลแฟร์

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ฟาวเดชัน่ ถือเป็นโครงการของบริษทั ประกันวินาศภัยรายแรกในประเทศไทยทีส่ ง่ เสริมงานวิจยั เพือ่ การพัฒนาระบบความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ เนื่องจากผลตอบรับจากผู้เกี่ยวข้องของทั้งสามโครงการเป็นที่น่าพอใจ ผู้บริหารบริษัทฯ จึงได้ให้ค�ำมั่นสัญญาที่จะจัดโครงการทั้งสามนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจ�ำต่อไปทุกปีเพื่อให้เกิดผล ประจักษ์ต่อสังคมแบบยั่งยืน กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ นับได้วา่ โครงการมอบทุนวิจยั ของมูลนิธมิ ติ ซุย สุมโิ ตโมฯ เป็นความภาคภูมใิ จและประสบ ความส�ำเร็จอันได้มีส่วนช่วยสังคมในด้านส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน โดยบริษัทจะท�ำการ คัดเลือกผูส้ มัครชิงทุนวิจยั และเสนอชือ่ ผูเ้ ข้ารอบสุดท้ายแก่มลู นิธิ เพือ่ มอบทุนวิจยั ประมาณ 500,000 บาทต่อปี การมอบทุนนั้นมิใช่เพื่อพัฒนาความปลอดภัยบนท้องถนนเพียงอย่างเดียว ยังถือเป็นการ ส่งเสริมให้มีนักวิจัยหน้าใหม่เพิ่มขึ้นด้วย ในช่วงตลอด 4 ปีที่โครงการได้ด�ำเนินการให้ทุนวิจัยมานั้น มีโครงการวิจัยถึง 15 เรื่อง (สามารถค้นคว้าข้อมูลที่ได้ www.ms-ins.co.th) อันเป็นความรู้ที่สามารถน�ำไปใช้ในการสร้างความ ปลอดภัยแก่สงั คมได้เป็นอย่างดี ซึง่ บริษทั ได้สง่ ต่อผลส�ำเร็จของงานวิจยั ไปยังส�ำนักนโยบายและการ วางแผนการขนส่งและการจราจร กระทรวงคมนาคมเพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลด้วย บทเรียนที่ส�ำเร็จ ในฐานะบริษทั เอกชนแม้จะไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความส�ำเร็จในเชิงสถิตติ วั เลขได้ แต่ มีความเชือ่ ว่า ความส�ำเร็จทีเ่ กิดขึน้ คือความพยายามในการผนึกก�ำลังกับเครือข่ายพันธมิตรและอาสา สมัครทีส่ นใจร่วมกันท�ำประโยชน์เพือ่ สังคมอย่างแท้จริง ซึง่ ต้องอาศัยความร่วมมือของผูท้ เี่ กีย่ วข้อง ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารซึ่งเป็นผู้ก�ำหนดนโยบายและงบประมาณ พนักงานหัวหน้าโครงการ ผูแ้ ปลนโยบายไปสูแ่ นวคิดโครงการต่างๆ และพนักงานระดับปฏิบตั กิ ารทีย่ นิ ดีทำ� โครงการเหล่านัน้ ให้เป็นรูปธรรมและพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องจากบทเรียนในแต่ละปี สถานะโครงการ บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จ�ำกัด สาขาประเทศไทย ยังคงด�ำเนินโครงการทั้ง 3 ข้างต้น เป็นประจ�ำทุกปี โดยรายละเอียดสามารถติดตามได้ที่ www.ms-ins.co.th สามารถติดต่อได้ที่

คุณวงอร พัวพันสวัสดิ์ โทรศัพท์: 02-679-6165 ต่อ 4902 Email: vong-on@ms-ins.co.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการการสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยในบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จ�ำกัด หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จ�ำกัด

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

เริ่มตั้งแต่ปี 2552

เป้าหมายของการท�ำงาน บ.เอสซีจีฯ ตระหนักดีว่าอุบัติเหตุสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลให้กับพนักงานและ ครอบครัว รวมถึงยังสร้างผลกระทบต่อการด�ำเนินธุรกิจด้วย ที่ผ่านมาบริษัทได้พยายามด�ำเนิน นโยบายการดูแลพนักงานแบบครอบครัว จึงได้จริงจังและใส่ใจในเรือ่ งความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ โดยได้มีการด�ำเนินกิจกรรมด้านความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกสถานที่ท�ำงานอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2552 ได้ก�ำหนดให้เรื่องความปลอดภัยเป็นวัฒนธรรมใหม่ขององค์กร และมุ่งสู่ “องค์กรแห่งวัฒนธรรมความปลอดภัย” เพื่อลดจ�ำนวนอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ จากนั้นในปี พ.ศ. 2553 บริษทั ได้เพิม่ ระดับความเข้มข้นจากเดิมทีข่ อความร่วมมือจากพนักงาน มาเป็นการออกนโยบายการ ขับขี่ยานพาหนะเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยให้พนักงานยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายส�ำหรับการขับขี่ ยานพาหนะไว้อย่างเคร่งครัด และมีบทลงโทษส�ำหรับพนักงานที่ละเมิดกฎดังกล่าวตั้งแต่ระดับ ตักเตือนไปจนถึงการหักเงินค่าจ้างหรือเงินโบนัส เป็นต้น ประเด็นหลักของการท�ำงาน การที่บริษัทได้สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยขึ้นมา ก็เนื่องจากความห่วงใยและใส่ใจ ในคุณภาพชีวิตของพนักงาน การเห็นพนักงานดื่มจนเมาแล้วขับรถกลับบ้านเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง ต่ออุบัติเหตุ ซึ่งไม่อยากให้พนักงานต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงเช่นนั้น ดังนั้นการออกนโยบายเรื่อง “ดื่ม ไม่ขบั ” จึงท�ำให้รไู้ ด้ชดั เจน สามารถแยกพนักงานทีด่ มื่ และไม่ดมื่ ได้ โดยมองว่าเรือ่ งการดืม่ แล้วไม่ขบั เป็นเรือ่ งทีพ่ นักงานสามารถปฏิบตั ไิ ด้งา่ ยส�ำหรับทุกคน โดยได้ขอความร่วมมือให้พนักงานระดับสูง ทุกคนปฏิบัติให้เป็นตัวอย่างกับพนักงานในสังกัด เท่ากับเป็นการช่วยกันดูแลให้ทุกคนได้ตระหนัก ในความปลอดภัยของตัวเองอย่างจริงจัง และถ้ามีการฝ่าฝืนก็เท่ากับผิดวินัยของบริษัท นอกจากนี้ เมื่อบริษัทจัดงานเลี้ยงขึ้น ซึ่งอาจมีพนักงานบางส่วนที่ดื่มแอลกอฮอล์ จะมี การจัดมาตรการพิเศษ เพื่อช่วยดูแลพนักงานที่ดื่มให้กลับถึงบ้านหรือที่พักด้วยความปลอดภัย เช่น มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

จัดรถรับส่ง สนับสนุนให้เพื่อนที่ไม่ดื่มไปส่ง สนับสนุนให้กลับรถโดยสารสาธารณะ โดยจะมีการ วัดปริมาณแอลกอฮอล์ก่อนเดินทางกลับ ซึ่งบริษัทได้พยายามท�ำให้เรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ คุยกันได้อย่างสบายใจและภูมิใจที่ได้แบ่งปันเรื่องราวหรือวิธีการสร้างความปลอดภัยให้แก่กัน เพื่อให้พนักงานไม่รู้สึกอึดอัดหรือรู้สึกต่อต้านกับนโยบาย กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ การก�ำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยขึ้นภายในองค์กรซึ่งมีการก�ำหนดข้อบังคับ หรือข้อปฏิบัติอาจท�ำให้พนักงานรู้สึกอึดอัดหรือเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นได้ แต่ด้วยเป้าหมาย ที่มุ่งให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตและมีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ด้วยการด�ำเนินการอย่างเป็น รูปธรรม พยายามอ�ำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานอย่างเต็มที่ ทั้งได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายให้พนักงานได้เข้าใจ สามารถสอบถามหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ต่อนโยบายความปลอดภัยในที่ประชุมได้นั้น ก่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือจากพนักงาน ให้ช่วยกันสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสถานที่ท�ำงานได้ส�ำเร็จ สถานะโครงการ

ด�ำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง

สามารถติดต่อได้ที่

คุณวรชัย ภูวิสิฐกุล SHE Operations Manager E-mail: Worachap@scg.co.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาก���รเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการกิจกรรมการขับเคลื่อนค่านิยม ถนนปลอดภัย ถนนน�้ำใจ : จากห้องเรียน สู่ชุมชน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จ�ำกัด

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ตั้งแต่ปี 2553 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน กิจกรรมการขับเคลือ่ นค่านิยม ถนนปลอดภัย ถนนน�ำ้ ใจ : จากห้องเรียน สูช่ มุ ชน เป็นหนึง่ ใน โครงการความร่วมมือเพือ่ รณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนภายใต้โครงการถนนสีขาว จากโตโยต้า ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ และ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสร้างองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และน�ำมาท�ำการสื่อสาร ในรูปของสื่อที่มีความหลากหลาย สร้างให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่ปลูกฝังค่านิยม ต่อสังคม สื่อที่มีความหลากหลาย ได้แก่ หนังสือที่สอดแทรกสื่อสามมิติในรูปแบบต่อเติมความจริง เสมือนศูนย์การเรียนรู้ เสมือนสือ่ Power Point เพือ่ การปฏิสมั พันธ์ เกม สารานุกรมออนไลน์ การเล่าเรือ่ ง ด้วยสื่อ Digital และยังครอบคลุมจนถึงสื่อพื้นฐาน เช่น แผ่นป้าย แผ่นพับ ฯลฯ ประเด็นหลักของการท�ำงาน กิจกรรมดังกล่าวมีแผนด�ำเนินการที่ใช้ยุทธศาสตร์การสร้างความรู้ควบคู่จิตส�ำนึกและ ค่านิยม เริ่มต้นจากกลุ่มครูซึ่งถือเป็นกลุ่มฐานหลักส�ำคัญในการชี้น�ำการเรียนรู้ของกลุ่มประชากร รุน่ ใหม่ของสังคมไทย แผนด�ำเนินการเป็นการสือ่ สารความรูแ้ ละสร้างจิตส�ำนึกในกลุม่ ครูดว้ ยวิธกี าร อบรมแบบเร่งกระตุน้ ด้วยเครือข่ายครู (Accelerate Training through Teaching Network) ท�ำให้เกิดการ ขับเคลือ่ นสูก่ ลุม่ นักเรียนและเยาวชนไทย และสังคมโดยครูใช้เทคนิควิธกี ารสอนแบบท้าทายปัญหา เป็นหลัก นักเรียน/เยาวชนร่วมกับครูมุ่งมองหาหนทางในการมองเป้าหมายชุมชนถนนปลอดภัย โดยใช้สื่อที่มีความหลากหลายที่ได้จัดเตรียมไว้ การทีน่ กั เรียนเรียนรูแ้ ละมองปัญหาในบริบทจริงร่วมกับครูโดยจึงเป็นเสมือนการสร้างฐาน ความรูท้ แี่ ข็งแรงและส่งผ่านความรูค้ า่ นิยมแพร่กระจายสูช่ มุ ชนใกล้ตวั คือ ครอบครัว พืน้ ถิน่ และอาจ ขยายวงกว้างถึงหน่วยงานอืน่ ในพืน้ ทีต่ ามความเข้มแข็งและศักยภาพการมีสว่ นร่วมของชุมชนนัน้ ๆ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

การแพร่ขยายความรู้และจิตส�ำนึกค่านิยมนี้ด�ำเนินไปถึงการให้ความส�ำคัญกับชุมชนในด้านแนว ปฏิบัติที่ดี (Good Practice) เพื่อเป็นบรรทัดฐานสังคม ด้วยเทคนิคการสื่อสารในเครือข่ายสังคม (media social network) การสร้างความรู้และปลูกฝังเจตคติจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคม โดยแผนด�ำเนินโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้ 3 โครงการหลัก คือ โครงการการวิจัยและ พัฒนาชุดขับเคลื่อนความตระหนักรู้ต่อความปลอดภัยบนถนนน�้ำใจและความรู้ด้านกฎจราจร : จาก ห้องเรียนสูช่ มุ ชน ซึง่ ถือเป็นจุดเริม่ ของการวางรากฐานโครงสร้างของการสือ่ สารเพือ่ สรรค์สร้างการ เรียนรูแ้ ละค่านิยมด้วยนวัตกรรมสือ่ หลากมิติ โครงการอบรมครูแกนน�ำแบบเร่งกระตุน้ ด้วยเครือข่าย เพือ่ สร้างการตระหนักรูต้ อ่ ความปลอดภัยด้วยถนนน�ำ้ ใจ โดยครูจะเป็นผูน้ ำ� ร่วมกับผูเ้ รียนน�ำความรู้ ในห้องเรียนออกสู่ความเป็นจริงในท้องถิ่น และโครงการที่ 3 คือ Online White-road Learning Community การจัดเก็บจัดการองค์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ประสบการณ์การเรียนรู้ ส่วนบุคคล และสถาบันผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นบรรทัดฐานและกระแส ค่านิยมในเครือข่ายสังคมที่ยิ่งแพร่หลายได้อย่างรวดเร็วด้วยเครื่องมือสื่อสารบนสังคมออนไลน์ โดยคาดหวังให้คา่ นิยมถนนสีขาวทีเ่ กิดขึน้ จากชุมชนสูช่ มุ ชน ได้เชือ่ มเส้นทางสีขาวทัว่ ทัง้ สังคมไทย และพร้อมต่อขยายเป็นตัวอย่างให้กับสังคมในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ จุดเด่นของโครงการอยู่ที่ 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1. โครงการการวิจัยและพัฒนาชุดขับเคลื่อนความตระหนักรู้ต่อความปลอดภัยบนถนน น�้ำใจและความรู้ด้านกฎจราจร : จากห้องเรียนสู่ชุมชน ซึ่งใช้หลักทางวิชาการในการสังเคราะห์ องค์ความรู้ และสร้างสรรค์สอื่ ทีม่ คี วามหลากหลาย ตามวัตถุประสงค์การเรียนรูแ้ ละความแตกต่างของ ผูเ้ รียน ได้มงุ่ เน้นทีก่ ารใช้สอื่ สร้างประสบการณ์ในการเรียนรูท้ มี่ คี ณ ุ สมบัตริ ะดับความเป็นนามธรรม และรูปธรรม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ในขั้นสูงที่สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา และ มีการกล่อมบ่มเพาะลงในจิตใจ ความคิดให้เกิดเป็นความตระหนักรูท้ พี่ ร้อมจะขับเคลือ่ นสูก่ ารปฏิบตั ิ จนฝังลึกเป็นค่านิยมที่ติดตัวไปจนตลอดชีวิต โครงการนี้ใช้การสังเคราะห์และรวบรวมองค์ความรู้ และถ่ายทอดออกเป็นแบบหนังสือเชิงวิชาการประกอบด้วย 1) คู่มือการใช้ขับเคลื่อนการตระหนักรู้ต่อถนนปลอดภัย ซึ่งลักษณะของคู่มือเป็นการ ออกแบบการตอบสนองการเรียนรู้ด้วยหลักการ โดยตอบสนองค�ำถามแบบไม่เรียงล�ำดับ และ ตามค�ำขอเพื่อให้ได้ค�ำตอบตรงพร้อมใช้งานได้ทันที 2) ต้นแบบหนังสือถนนปลอดภัย ที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาความรู้ ด้านสื่อการสอน และด้านการออกแบบการเรียนรู้ มีการแบ่งแยกเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่ และคัดสรรการน�ำเสนอ ให้เหมาะกับผู้เรียนระดับช่วงชั้นที่ 2 และ 3 พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เกิดผลลัพธ์ทาง ด้านความรู้และเจตคติ โดยเน้นกิจกรรมที่กระตุ้นให้ผู้เรียนร่วมท้าทายความคิดในการมุ่งแก้ปัญหา ให้กับชุมชนของตนที่สามารถปฏิบัติได้จริง และยังรวมเกณฑ์การวัดประเมินด้วยรูบริกส์เพื่อให้มี การปรับปรุงผลลัพธ์การเรียนรูใ้ ห้บรรลุผลตามจุดประสงค์การเรียนรูท้ กี่ ำ� หนดไว้ลว่ งหน้าในแต่ละ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

บทเรียน นอกจากนี้ยังมีความเป็นนวัตกรรมโดยการประยุกต์บูรณาการสื่อต่อเติมความเป็นจริง เสมือน (Augmented Reality–AR) ที่ผู้สอนสามารถสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนให้มี ความตื่นตัวต่อสิ่งที่ได้พบเห็น และกระตุ้นตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ตั้งเร้า ท�ำให้เกิดการเรียนรู้ และการเปลี่ยนแปลงเจตคติตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ 3) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-book เป็นหนังสือที่ง่ายต่อการดาวน์โหลดและสั่งพิมพ์ ได้เหมือนต้นฉบับทันที และแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (page turn) 4) ชุดเรียนรู้ในห้องเรียนด้วยสื่อดิจิทัลเกม เน้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียน โดยใช้หลักการเรียนรู้แบบเกมเป็นหลัก เช่น ชุดประกอบการสอนแบบเกม โปรแกรม RPG เมืองจ�ำลองจราจร คู่มือประกอบการผลิต สื่อการสอนแบบเกมด้วยโปรแกรม RPG เป็นต้น 5) ชุดผลิตสื่อพื้นฐานเพื่อการรณรงค์ถนน เป็นสื่อพื้นฐานเพื่อการรณรงค์ถนนปลอดภัย ในรูปดิจิทัล พร้อมใช้ 10 เรื่อง ซึ่งเป็นสื่อพื้นฐานที่ท�ำได้ง่ายด้วยตนเอง และเป็นการร่วมรักษา สิง่ แวดล้อม สือ่ บางชนิด เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์ สามารถท�ำการดาวน์โหลดและพิมพ์ออกใช้ได้ทนั ที สื่อรณรงค์นี้ยังด�ำเนินการจัดเป็นชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถร่วมกันระหว่างครูและนักเรียน ผลิตและออกแบบได้ โดยผลงานใดๆ ทีเ่ กิดจากการต่อเติมความคิดนีส้ ามารถน�ำกลับคืนสูส่ งั คมเพือ่ ร่วมใช้ได้อีกด้วย การรณรงค์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเป้าหมายส�ำคัญที่ผู้สอนผู้เรียนได้น�ำสู่การปฏิบัติ และ เกิดผลกระทบแพร่กระจายค่านิยมออกสู่สังคมในวงกว้าง 6) ชุดเล่าเรื่องราวด้วยสื่อดิจิทัล เป็นเทคนิคส�ำคัญที่ผู้เรียนและผู้สอนได้ร่วมกันเรียนรู้ เกีย่ วกับถนนปลอดภัยและถนนน�ำ้ ใจ และได้นำ� ลงสูก่ ารปฏิบตั จิ ริง จึงได้นำ� กลับมาเล่าเป็นแนวปฏิบตั ิ ที่ดี เป็นตัวอย่างที่ท�ำให้เกิดกระแสการเรียนรู้และค่านิยมที่ขับเคลื่อนวงกว้าง 7) สารานุกรมออนไลน์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับถนนปลอดภัยที่ได้กลั่นกรองตามกระบวนการ ทางการวิจัย โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากกรมต�ำรวจและกรมทางหลวง และการบูรณาการเนื้อหา ลงในแผนการสอนทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยผู้เชี่ยวชาญและคณาจารย์จากทั่วประเทศ 8) ศูนย์การเรียนรู้ในโลกเสมือน เป็นการใช้เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) เช่นเดียวกับ เกมที่ผู้เข้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นท�ำการ avatar ตนเองเสมือนเข้ามาอยู่ในสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้นั้นๆ โดยจัดออกเป็นกิจกรรมฐานการเรียนรู้ เรื่องกฎและจราจร ขณะที่อยู่ในระหว่างการเรียนรู้ ผู้เรียนที่ อยู่ในที่อื่นใดทั่วประเทศหรือทั่วโลก ก็สามารถร่วมคุยแลกเปลี่ยนความรู้ความคิด ยังผลให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงเจตคติไปในทิศทางที่ก�ำหนดกิจกรรมไว้แล้วล่วงหน้า 9) ระบบการบริหารจัดการชุมชนการเรียนรู้ คือการจัดการชุมชนการเรียนรู้ มีลักษณะ ทีเ่ ป็น Community based ท�ำให้ผทู้ เี่ ข้าร่วมในสังคมนัน้ สามารถสร้างสัมพันธภาพ แลกเปลีย่ นเรียนรู้ ประสบการณ์ และมุง่ เป้าไปยังทิศทางทีก่ �ำหนดไว้ตามกิจกรรม และต่อเชือ่ มโยงไปยังเครือข่ายสังคม ที่มีความหลากหลายด้านอื่นๆ ด้วย เช่น facebook หรือเครือข่ายนานาชาติ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


4

2. โครงการอบรมครูแกนน�ำเพื่อสร้างการตระหนักรู้ต่อความปลอดภัยด้วยถนนน�้ำใจ เป็นการอบรมแบบเร่งกระตุ้นด้วยเครือข่ายครู โดยใช้สื่อที่มุ่งให้เกิดผลทางเจตคติและค่านิยม ใช้เนื้อหาถนนปลอดภัย บูรณาการกับเนื้อหาสาระความรู้ และกิจกรรมที่บ่งเพาะให้เกิดความ ตระหนักรู้ในแผนการสอนทุกกลุ่มสาระวิชา โดยความรู้ในการบูรณาการจะถูกแบ่งปันแลกเปลี่ยน และใช้ซำ�้ เป็นแนวปฏิบตั ทิ ดี่ ใี นสารานุกรมออนไลน์ ได้แก่ กลุม่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระสุขศึกษาและพลศึกษา สาระทัศนศิลป์ดนตรี สาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และกลุ่มภาษาเพื่อการสื่อการ ทั้งนี้หลังการอบรม เครือข่ายครูจะ เชื่อมโยงกันไว้ด้วยระบบจัดการชุมชนการเรียนรู้ครู โดยมีการกระตุ้นกิจกรรมและให้ความ ช่วยเหลือกับครู เพื่อให้น�ำไปปฏิบัติใช้จริงและเก็บเป็นเรื่องราวน�ำมาเล่าเป็นประสบการณ์ตัวอย่าง ที่ดีให้กับสังคมเครือข่ายครู 3. โครงการพัฒนา Online White-road Learning Community การจัดเก็บจัดการองค์ความรู้ หรือเนื้อหาต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ www.toyota.co.th/whiteroadcommunity มี เป้าหมายเป็นเครือข่ายความรู้ที่มีความถูกต้องในเชิงวิชาการและจากประสบการณ์การเรียนรู้เรื่อง ของการปลูกฝังค่านิยมถนนน�้ำใจ ถนนปลอดภัยที่มีความเทียบเคียงได้กับต่างประเทศ และเพื่อเป็น เครือข่ายเริ่มต้นที่ขยายองค์ความรู้ และได้ผลลัพธ์ที่ส�ำคัญคือชุมชนการเรียนรู้ที่ส่งผลและน�ำสู่การ ปฏิบัติที่เป็นจริงจนเกิดเป็นถนนสีขาว เชื่อมโยงจากชุมชนสู่ชุมชนทั่วประเทศ สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินการ

สามารถติดต่อได้ที่ 10130

ส�ำนักงานใหญ่และโรงงานโตโยต้า (ส�ำโรง) 186/1 หมู่ 1 ถนนทางรถไฟเก่า ต�ำบลส�ำโรงใต้ อ�ำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โทรศัพท์: 02-386-1395, 02-386-1000 เว็บไซต์ : www.toyota.co.th/whiteroadcommunity

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการขับ–ซ้อนมอเตอร์ไซค์ สวมหมวกนิรภัย 100% หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

มกราคม 2554 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทยร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมการขนส่งทางบก, ต�ำรวจ และหน่วยงานองค์กรภาคีข่ายลดอุบัติเหตุภาคเอกชนร่วมกันรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถ จักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัย 100% โดยมุ่งหวังหวังที่จะช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ ศีรษะซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ท�ำให้สูญเสียชีวิตในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ อันเนื่องมาจากไม่สวมหมวก นิรภัย ประเด็นหลักของการท�ำงาน สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทยด�ำเนินการรณรงค์/ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัย 100% ในสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนทั่วไป กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ ฝึกอบรมให้ผขู้ บั ขีแ่ ละผูซ้ อ้ นท้ายรถจักรยานยนต์ได้เรียนรูถ้ งึ ประโยชน์ของการสวมหมวก นิรภัยและการขับขี่รถอย่างถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมให้การสนับสนุนหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานให้ แก่ผู้ที่มาร่วมงานรณรงค์ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี บทเรียนที่ส�ำเร็จ ท�ำให้อตั ราการสูญเสียชีวติ อันเนือ่ งมาจากศีรษะได้รบั การกระทบกระเทือนลดน้อยลง และ อัตราการสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่

คุณวินัย กิจโชค สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย โทรศัพท์: 081-375-2843 โทรสาร: 02-229-3148 Email: vinai@tmea.or.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการคนขับ คนซ้อนปลอดภัยสวมห���วกนิรภัย 100 % หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จ�ำกัด

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆโดยการด�ำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และขยายพื้นที่ ในการด�ำเนินโครงการอย่างครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เน้นหนักเรือ่ งความปลอดภัยกับการขับขีร่ ถจักรยานยนต์ และการรณรงค์เพือ่ ส่งเสริมการสวมหมวก นิรภัยให้กบั ผูข้ บั ขีห่ รือผูโ้ ดยสารรถจักรยานยนต์ให้ตระหนักถึงความปลอดภัย ด้วยการสวมใส่หมวก นิรภัยทุกครั้ง นอกจากนี้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และการจัดท�ำโครงการต่างๆ เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัยทั่วประเทศ โดยให้ความส�ำคัญกับการท�ำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ต่างๆ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการคนขับ คนซ้อนปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100 % เน้นการท�ำงานร่วมกับภาคี เครือข่าย ในทุกภูมภิ าค ทุกจังหวัดทัว่ ประเทศ ผ่านสาขาของบริษทั กลางฯ ทีม่ อี ยูท่ กุ จังหวัด กระบวน ท�ำงานเริ่มจากหาข้อมูลเพื่อน�ำไปสู่การปฏิบัติและติดตามผล กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ โครงการคนขับ คนซ้อนปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย100 % ของบรัษัทกลางฯ มีกิจกรรม เด่นที่ประสบความส�ำเร็จ 2 โครงการใหญ่ คือ กิจกรรมส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100% โดยมี กิจกรรมในระดับท้องถิ่น ประกอบไปด้วยการสนับสนุนหมวกนิรภัย มาตรฐาน มอก. ในแบบและ ราคาพิเศษ ผ่านโครงการต่างๆ ร่วมกับท้องถิน่ นอกจากนีม้ กี จิ กรรมโครงการหมวกบุญ น�ำเสนอการ มีส่วนร่วมของ วัด โรงเรียน และชุมชน เพื่อสร้างกองทุนหมวกนิรภัยให้กับนักเรียนโดยชุมชนของ ตัวเอง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และเพื่อความยั่งยืนต่อไป มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

อีกโครงการคือ กิจกรรมชมรมถนนปลอดภัยในสถานศึกษา โดยบริษัทกลางฯ จัดให้ มีชมรมถนนปลอดภัยในสถานศึกษากว่า 380 ชมรมในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เยาวชนได้ ตระหนักเรือ่ งความปลอดภัยและมีสว่ นร่วมในการคิดและลงมือท�ำเรือ่ งความปลอดภัยทางถนน และ ทุกชมรมต้องมีกิจกรรมเรื่องความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง สถานะโครงการ

ด�ำเนินงานโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่

คุณธารินี ปานเขียว ผู้อ�ำนวยการส�ำนักประชาสัมพันธ์ฯ บริษัทกลางคุ้มครองผุ้ประสบภัยจากรถ จ�ำกัด โทรศัพท์: 081-638-3137 E-mail: tarineep@rvp.co.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

องค์การบริหารส่วนต�ำบลท่าสาย จังหวัดเชียงราย

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2548–2554

เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน มุง่ เน้นการกระตุน้ ให้ทอ้ งถิน่ สามารถ แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนนในชุมชนของตนเอง เพื่อสร้างจิตส�ำนึกให้ชุมชนตระหนัก ถึงความปลอดภัยทางถนน รวมทั้งส่งเสริมให้หมู่บ้านมีบทบาทร่วมกันในการคิดค้นหาทางแก้ไข เพือ่ การน�ำไปสูก่ ารแก้ไขปัญหาอย่างยัง่ ยืน โดยเฉพาะอย่างยิง่ การเกิดอุบตั เิ หตุทางถนนอันก่อให้เกิด ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และสภาพจิตใจของประชาชน องค์การบริหารส่วนต�ำบล ท่าสายได้ดำ� เนินการรณรงค์แก้ไขปัญหาความปลอดภัยเพือ่ ลดอุบตั เิ หตุทางถนนมาโดยตลอดจนเกิด ผลสัมฤทธิท์ ยี่ งั่ ยืนต่อไป ทัง้ นีค้ าดหวังให้ประชาชนในพืน้ ทีต่ ำ� บลท่าสายตระหนักถึงความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนกับเพื่อนร่วมทาง และลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน ด�ำเนินกิจกรรมโดยเน้นการให้ความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องกฎจราจร การใช้รถใช้ถนนกับเพื่อนร่วมทาง พร้อมทั้งจัดการประชุมประชาคม ผู้น�ำชุมชน นอกจากนี้มีการจัดตั้งศูนย์อ�ำนวยการลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และจัดกิจกรรมการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการลดอุบัติเหตุ ทั้งการรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ ควบคุมความเร็ว” ในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดท�ำสื่อสร้างกระแส“ทศวรรษแห่งความปลอดภัยสวมหมวก นิรภัย 100%” ในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ มุ่งเน้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ที่มักฝ่าฝืน หรือ ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ให้เกิดจิตส�ำนึกความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และร่วมกันปรับ เปลีย่ นพฤติกรรมสูก่ ารขับขีป่ ลอดภัย เพือ่ ลดจ�ำนวนผูบ้ าดเจ็บ เสียชีวติ /ผูพ้ กิ าร การสูญเสียทรัพย์สนิ จากอุบตั เิ หตุทางถนน โดยแต่ละกิจกรรมเน้นการมีสว่ นร่วม ให้เกิดการรวมพลังในทุกภาคส่วนของ อ�ำเภอเมืองเชียงราย เพื่อความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ อบต. ท่าสายเป็นพื้นที่ที่ได้รับรางวัลต่างๆ ติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548–2554 รวม 7 รางวัล ทั้งจากโครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน ซึ่งได้รับรางวัลติดต่อกันถึง 4 ครัง้ นอกจากนีม้ โี ครงการ อปท. ร่วมใจ พิชติ ภัยอุบตั เิ หตุ โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบตั เิ หตุ อย่างต่อเนือ่ ง ระดับต�ำบล และรางวัล Prime Minister’s Road Safety Award โดยกิจกรรมทีด่ ำ� เนินงาน กันในพื้นที่ เน้นการมีส่วนร่วม บูรณาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสามารถแบ่งประเด็นการท�ำงานได้ดังนี้ กิจกรรมการระดมสมอง จัดประชุม เชือ่ มโยงเครือข่าย ประกอบไปด้วย กิจกรรมกระบวนการ สร้างแผนที่ยุทธศาสตร์ ระดมสมองจัดระเบียบการท�ำงานผ่านโปรแกรม Mind Manager Map นอกจากนี้มีการประชุมคณะท�ำงาน อบต. สวมหมวกนิรภัย ร่วมใจพิชิตอุบัติเหตุ ร่วมกับหน่วย ราชการภายในพื้นที่ต�ำบลท่าสาย และประชุมสมัชชาสุขภาพ ประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมวกนิรภัย และการควบคุมป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ด้านงานวิศวกรรมจราจร อบต. ท่าสายได้ท�ำการติดตั้งสัญญาณเตือนในจุดเสี่ยงภัยต่างๆ และจัดการซ่อมแซมถนนสายรองที่เกิดการช�ำรุดเสียหาย ติดตั้งลูกระนาดลดความเร็ว ด้านการสื่อสาร ได้จัดท�ำป้ายประชาสัมพันธ์ รณรงค์การลดอุบัติเหตุและการใส่ใจกฎ จราจรต่างๆ ในชุมชน ร่วมกับชมรมปัน่ จักรยานต�ำบลท่าสาย จัดรณรงค์ขบั ขีป่ ล���ดภัย นอกจากนีย้ งั ท�ำประชาสัมพันธ์การดื่มนมไม่ดื่มเหล้า พร้อมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์การลดอุบัติเหตุ และการใส่ใจ กฎจราจรผ่านทางเว็บไซต์ เผยแพร่กจิ กรรมทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน ท่องเทีย่ วปลอดภัย คนเชียงรายปลอดอุบตั เิ หตุ สวมหมวกนิรภัย 100% ในรายการ ด้วยล�ำแข้ง โดยคุณค�ำรณ หว่างหวังศรี และได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนภาคเหนือของส�ำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ไปจัดบูธนิทรรศการ น�ำเสนอผลงานด้านสวมหมวกนิรภัย ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กิจกรรมภายในชุมชน จัดรถหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการบูรณาการร่วมกับ ชุมชน จัดท�ำโครงการสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โดยมอบหมวก กันน็อกแก่เด็กนักเรียน มีการจัดกิจกรรมงานศพปลอดเหล้า และโครงการฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัย และจัดท�ำใบขับขี่แก่ประชาชนในพื้นที่ต�ำบลท่าสายร่วมกับภาคเอกชน สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินงาน

สามารถติดต่อได้ที่

องค์การบริหารส่วนต�ำบลท่าสาย เลขที่ 377 หมู่ที่ 5 บ้านหนองยาว ถนนเชียงราย–เทิง ต�ำบลท่าสาย อ�ำเภอเมือง จังหวัด

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

เชียงราย 57000 เว็บไซต์: www.tumboltasai.go.th E-mail: tumboltasai@gmail.com นางอรัญญา บุญตานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนต�ำบลท่าสาย โทรศัพท์: 053-773-951-3, 081-672-0243 E-mail: jibcr@hotmail.com นายอนันต์ชัย วงค์ชัยค�ำ โทรศัพท์: 089-759-2855, 084-806-0505

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการชุมชนห่วงใย ใส่ใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

ชุมชนบ้านหนองผักแว่น จังหวัดกาญจนบุรี

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

เริ่มปี 2551 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการชุมชนห่วงใย ใส่ใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน เป็นการร่วมมือรวมพลังกัน ของคนในชุมชนหนองผักแว่น ที่ให้ความส�ำคัญกับการสร้างจิตส�ำนึก และกระตุ้นเตือนซึ่งกันและ กัน เพือ่ ป้องกันและแก้ไขอุบตั เิ หตุจาก 3 พฤติกรรม คือ การสวมหมวกกันน็อกทุกครัง้ ส�ำหรับผูข้ บั ขี่ รถจักรยานยนต์ ส่วนรถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งไม่ว่าจะใช้ยวดยานใด ต้องไม่ขับรถเร็วเกิน ก�ำหนด เพือ่ ลดปัญหาอุบตั เิ หตุทางถนน และหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ผูไ้ ด้รบั บาดเจ็บทางถนนจะต้อง ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้องทันเวลา นอกจากนี้ในช่วงเทศกาล หมู่บ้านหนองผักแว่นจะมีการ จัดตั้งจุดตรวจให้บริการประชาชน ปฏิบตั กิ ารของหมูบ่ า้ นเริม่ จากการสร้างทีมรณรงค์ ให้ความรูแ้ ก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน และจัดให้มีกิจกรรมซ่อมแซมปรับปรุงถนนที่ช�ำรุด เพราะต้นตอของอุบตั เิ หตุไม่ได้เกิดขึน้ เพราะปัจจัยด้านคนเพียงอย่างเดียว แต่ยงั มีความบกพร่องของ ถนนและสิง่ แวดล้อมอีกด้วย ดังนัน้ นอกจากซ่อมถนนแล้ว ยังได้จดั ท�ำป้ายเตือน ป้ายประชาสัมพันธ์ ต่างๆ บริเวณหน้าโรงเรียน สี่แยก และจุดเสี่ยง พร้อมทั้งบูรณาการงานให้บริการด้านจราจรในงาน ต่างๆ ของชุมชนทุกงาน ให้เป็นงานด้านป้องกันอุบัติเหตุทางถนนด้วย โดยการด�ำเนินงานทั้งหมด เป็นการรวมภาคีกับหลายหน่วยงาน ทั้ง อบต. ต�ำรวจ รพ.สต. โรงเรียน รวมไปถึงหมู่บ้านข้างเคียง ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการชุมชนห่วงใย ใส่ใจ สร้างความปลอดภัยทางถนนเน้นการท�ำงานที่ยึดประชาชน เป็นศูนย์กลาง และการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในชุมชน โดยจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ โครงการเกิดจากความเห็นชอบจากประชาคมในหมู่บ้าน เกิดการสร้างแนวร่วมในชุมชน มีการให้ ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และชุมชน โดยช่องทางการสื่อสารเป็นเสียงตามสาย ใบปลิวแนะน�ำเส้นทาง/ การใช้รถใช้ถนน และการสื่อสารในที่ประชาคมหมู่บ้าน รวมถึงงานเทศกาลต่างๆ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ส�ำหรับกิจกรรมความปลอดภัยบนท้องถนนนั้น ประกอบไปด้วยการซ่อมแซม ปรับปรุง ถนนทีช่ ำ� รุด ท�ำความสะอาดสองข้างทาง การให้บริการด้านจราจรในช่วงเทศกาลและงานต่างๆ ของ ชุมชน เช่น การตัง้ จุดตรวจบริเวณสีแ่ ยกในช่วงปีใหม่และสงกรานต์ มีบริการการแพทย์ฉกุ เฉิน ตรวจ สุขภาพ วัดความดัน นวดคลายเครียด จัดมุมส�ำหรับนอนพักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม บริการ เครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีบริการอ� ำนวยความสะดวกนักเรียนหน้าโรงเรียนทุกเช้า-เย็น จัดท� ำ ตู้รับปัญหา ข้อร้องเรียน โดยทุกความเคลื่อนไหวในแต่ละกิจกรรมจะมีการสรุปบทเรียน และแจ้ง ประชาคมหมู่บ้านให้รับทราบทุก 3 เดือน กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ โครงการนี้เป็นการจัดการตนเองของสมาชิกในชุมชน ที่รวมตัวกันดูแลพื้นที่การจราจร พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ไม่มีการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก โดยมีการท�ำความสะอาดสองข้างทางอย่างสม�่ำเสมอ โดยเฉพาะในจุดที่มีต้นไม้โน้มเอียงเข้าถนน หรือล้มขวางทาง จะด�ำเนินการตัดและจัดเก็บให้เรียบร้อย มีการจัดรณรงค์ขับขี่จักรยานยนต์สวม หมวกนิรภัย 100 % 2 ครั้ง ส�ำหรับในช่วงเทศกาลมีการจัดกิจกรรมรณรงค์เมาไม่ขับ สวัสดีปีใหม่ ไร้แอลกอฮอล์ และสงกรานต์ปลอดเหล้า ความพิเศษของกิจกรรมคือเป็นการใช้รถประชาสัมพันธ์ ท�ำสปอตโฆษณา จัดรถเป็นขบวน โดยใช้รถจักรยานยนต์ทถี่ กู ชนพร้อมหุน่ คนขับ และขวดสุรายักษ์ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนน นอกจากนี้มีกิจกรรมพาคนเมากลับบ้าน วิธีการคือใช้คน 2-3 คน คนแรกขับรถคนเมา คนที่สองและสาม พาคนเมาขึ้นรถ และดูแลพาไปส่งบ้าน ส�ำหรับช่วงที่มีงานรื่นเริงต่างๆ ในชุมชน ชาวบ้านจะร่วมกันจัดท�ำประชาสัมพันธ์การใช้รถใช้ถนน บทเรียนที่ส�ำเร็จ ความส�ำเร็จของโครงการเป็นความร่วมมือของชุมชน มีกระบวนการในการท�ำงาน และ ท�ำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่กันท�ำ เน้นชุมชนมีส่วนร่วม สถานะโครงการ เปิดด�ำเนินโครงการอยู่ และก�ำลังขยายสูช่ มุ ชนอืน่ อีกจ�ำนวน 2 แห่ง รวมทัง้ องค์การบริหาร ส่วนต�ำบลสมเด็จเจริญ สามารถติดต่อได้ที่

นายศุรังษี จันทสิงห์ ประธานหน่วยกู้ชีพ อสม. สมเด็จเจริญ โทรศัพท์: 089-910-8618 นายนิพนต์ บุญเพ็ญ นักวิชาการสาธารณสุขช�ำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลบ้านหนองผักแว่น ที่ปรึกษาโครงการฯ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

โทรศัพท์: 089-551-7810 นายรัชพล สว่างโลก ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองผักแว่น โทรศัพท์: 089-914-3929

มูลนิธิส���ธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการถนนปลอดภัยสร้างวินัยจราจร หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

โรงเรียนเทศบาลเมืองสวรรคโลก อ�ำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ถึงภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554

เป้าหมายของการท�ำงาน เนือ่ งด้วยนักเรียนของโรงเรียนเทศบาลสวรรคโลกส่วนใหญ่จะใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะ หลักในชีวติ ประจ�ำวัน เช่นเดียวกับนักเรียนในเขตเมืองใหญ่ ซึง่ ส่วนใหญ่ยงั ขาดทักษะ ความรู้ ความ ตระหนักในการใช้รถใช้ถนนทีถ่ กู ต้องและปลอดภัย และมีจำ� นวนไม่นอ้ ยทีย่ งั ไม่มใี บขับขี่ โรงเรียนฯ จึงมีความคิดริเริ่มด�ำเนินโครงการถนนปลอดภัยสร้างวินัยจราจร เพื่อให้นักเรียนระดับ ม.1 – ม.6 จ�ำนวน 858 คน ได้จัดตั้งชมรมถนนปลอดภัยในโรงเรียนฯ (Road Safty Camp : RSC) ให้นักเรียน ได้ด�ำเนินกิจกรรมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่จักรยานยนต์ และมีความรู้ ความเข้าใจใน พ.ร.บ. การจราจรทางบก จนสามารถน�ำไปเผยแพร่ตอ่ ให้บคุ คลอืน่ ได้ โดยเฉพาะกลับไปสร้างความตระหนัก ในความปลอดภัยทางถนนให้กับครอบครัวตนเองต่อไป ประเด็นหลักของการท�ำงาน

ประเด็นหลักของโครงการนี้คือ “เด็กคิด เด็กท�ำ เด็กน�ำเสนอ มายังผู้ใหญ่ใจดี” โครงการให้ความส�ำคัญกับความคิดของนักเรียน และเปิดพืน้ ทีใ่ ห้พวกเขาได้ลงมือด�ำเนิน งานจริง เริม่ จากจัดตัง้ ชมรมถนนปลอดภัยในสถานศึกษา มีการก�ำหนดแผนงานและระยะการท�ำงาน โดยได้ประสานเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ ต�ำรวจ ป้องกันภัยจังหวัด หน่วยกู้ภัย เข้าร่วมจัดกิจกรรม อบรมขับขี่ปลอดภัยฯ และประเมินผลด้วยการท�ำแบบทดสอบเพื่อคัดเลือกนักเรียนเข้าเป็นสมาชิก จ�ำนวน 15 คน เพื่อเป็นแกนน�ำในการด�ำเนินโครงการ สมาชิกแกนน�ำได้ด�ำเนินกิจกรรมย่อยในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการรณรงค์ รูปแบบต่างๆ เช่น การให้ความรูด้ า้ นการจราจรหน้าเสาธงทุกวันศุกร์ กิจกรรมเสียงตามสาย ท�ำเอกสาร เผยแพร่ความรู้ ผลิตวีซีดี และพยายามสร้างความตระหนักผ่านกิจกรรมในช่วงวันส�ำคัญต่างๆ ทั้งยัง ผลักดันให้ชมรมถนนปลอดภัยอยู่ในหลักสูตรของสถานศึกษา

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

แนวทางการสร้างความปลอดภัยของโครงการนีไ้ ด้ขยายผลไปสูโ่ รงเรียนในสังกัดเทศบาล อีก 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลสวรรคโลกประชาสรรค์ โรงเรียนเทศบาลแป้นจันทร์ โรงเรียน เทศบาลวัดสวรรคาราม และโรงเรียนเทศบาลสวัติการาม ซึ่งได้ส่งนักเรียนมาอบรมแนวทางการ จัดตั้งชมรม และได้กลับไปก่อตั้งชมรมที่โรงเรียนตนเองเพื่อเป็นเครือข่ายร่วมกันด้วย นอกจากนีช้ มรมยังได้ดำ� เนินกิจกรรมเชิงรุกทัง้ ในโรงเรียนและนอกโรงเรียนด้วย เริม่ จาก การส�ำรวจข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนเกี่ยวกับการใช้รถจักรยานยนต์เพื่อ น�ำมาวิเคราะห์และสร้างกิจกรรมที่ตรงกับสภาพปัญหา เช่น ร่วมกับต�ำรวจ สภ.สวรรคโลกตั้งด่าน หน้าประตูโรงเรียน เพื่อตรวจจับผู้ท�ำผิดกฎจราจร โดยเข้าร่วมโครงการจับไม่ปรับส่งกลับโรงเรียน ให้ฝ่ายปกครองลงโทษนักเรียน และหาหมวกกันน็อกมาจ�ำหน่ายในราคาถูก รวมทั้งได้บรรจุวาระ เรือ่ งการท�ำ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์สำ� หรับนักเรียนทีน่ ำ� รถมาโรงเรียนให้อยูใ่ นการประชุมผูป้ กครอง ประจ�ำปีการศึกษา ส่วนกิจกรรมภายนอกโรงเรียนได้เน้นรูปแบบเป็นการเตือนสติให้กับคนในชุมชนได้ ตระหนักถึงเรือ่ งความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น การเดินรณรงค์ขบั ขีป่ ลอดภัย ติดป้ายค�ำขวัญ หรือข้อความเตือน กิจกรรมบริการตรวจสภาพรถและเปลีย่ นอุปกรณ์ทชี่ ำ� รุดโดยร่วมกับบริษทั กลาง คุ้มครองผู้ประสบภัย และติดสติกเกอร์สะท้อนแสงท้ายรถให้กับรถในชุมชน กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ การขยายแนวทางการสร้างความปลอดภัยใน 4 โรงเรียนนั้น ถือเป็นความส�ำเร็จที่เด่นชัด เนื่องจากแสดงให้เห็นว่าแนวคิดและการด�ำเนินงานของชมรมเพื่อสร้างความปลอดภัยเป็นสิ่งที่มี ประโยชน์ตอ่ ชุมชน และเป็นพืน้ ทีท่ นี่ กั เรียนได้แสดงความคิดและความสามารถเป็นตัวอย่างทีก่ ระตุก เตือนไปถึงผู้ใหญ่ให้หันมาตระหนักในเรื่องความปลอดภัย บทเรียนที่ส�ำเร็จ การส่งเสริมให้นกั เรียนได้แสดงความคิดและความสามารถในเรือ่ งของการสร้างประโยชน์ ต่อชุมชน สะท้อนให้เห็นความหมายของค�ำว่า เด็กคิด เด็กท�ำ เด็กน�ำเสนอ มายังผู้ใหญ่ใจดีได้ชัดเจน ที่สุด สถานะโครงการ ด�ำเนินการอยู่ โดยในแต่ละปีจะมีการเปลีย่ นประธานชมรม โครงสร้างการท�ำงาน สมาชิก ของชมรม และกิจกรรมเปลี่ยนตามความสนใจ ตามความคิดสร้างสรรค์ของกรรมการชมรม แต่อุดมการณ์ของชมรมยังคงอยู่ สามารถติดต่อได้ที่

โรงเรียนเทศบาลเมืองสวรรคโลก

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

14/1 ถนนเกษมราษฎร์ ต�ำบลเมืองสวรรคโลก อ�ำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย 64110 โทรศัพท์: 055-642-078 โทรสาร: 055-642-078 นายศิริชัย สุโภชน์ (ครูที่ปรึกษาชมรม) โทรศัพท์: 086-440-2010

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการท้องถิ่น ชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยจราจร หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

เทศบาลต�ำบลค�ำป่าหลาย อ�ำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

1 ตุลาคม 2552 – 30 กันยายน 2555

เป้าหมายของการท�ำงาน เมือ่ ความเจริญเดินทางมาเยีย่ มเยือนชาวต�ำบลค�ำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหาร ถนนทางหลวง 4 ช่องจราจรเชือ่ มไปยังจังหวัดนครพนมจึงพาดผ่านต�ำบลเป็นความยาว 15 กิโลเมตร ตลอดระยะทาง ผ่านหลายหมู่บ้าน และอีก 4 สถานศึกษา การสัญจรสะดวกขึ้น แลกมากับจ�ำนวนอุบัติเหตุที่มากขึ้น ตามอัตราความเร็วของการใช้รถใช้ถนนเช่นกัน ความเจริญส่งถนนมาให้ มีทงั้ ทางแยก ทางเชือ่ ม และจุดตัดหลายแห่ง แต่ยงั ขาดสะพานลอย โดยเฉพาะในเขตสถานศึกษา แต่ละวันผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานและเด็กนักเรียนต้องสัญจร ข้ามถนนไป–กลับโรงเรียนทุกวัน เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง ปี พ.ศ. 2552 เทศบาลต�ำบล ค�ำป่าหลายจึงได้ด�ำเนินโครงการท้องถิ่น ชุมชน ร่วมใจสร้างความปลอดภัยจราจรขึ้น โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ปกครอง และนักเรียนที่ข้ามถนนเช้า–เย็น ตลอดจน ประชาชนทั่วไปที่ใช้ถนนสัญจรไปมา เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้อุบัติเหตุในพื้นที่ลดลง ไม่มี อุบัต���เหตุเกิดขึ้นในช่วงปฏิบัติงาน ท�ำให้ผู้ปกครอง นักเรียน ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้รับความ ปลอดภัย 100% ประเด็นหลักของการท�ำงาน เทศบาลต�ำบลค�ำป่าหลายเริ่มต้นท�ำงานด้วยการเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้น�ำ ชุมชน ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลชุมชน สถานีต�ำรวจ ผู้บริหารสถานศึกษา อาสาสมัคร อปพร. และเครือข่ายต่างๆ ในพืน้ ที่ เข้าประชุมเพือ่ ขยายแนวร่วม แจ้งแนวคิด เป้าหมาย ปรึกษาหารือกันเพือ่ ค้นหาจุดเสี่ยงและแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อน�ำไปเขียนเป็นแผนชุมชน ต่อมาจึงเกิดการฝึก อบรมให้ความรูแ้ ก่บคุ ลากรด้านกฎหมายจราจร และวิธกี ารปฏิบตั งิ านอ�ำนวยความสะดวกด้านจราจร โดยมีสถานีต�ำรวจภูธรค�ำป่าหลาย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เป็นวิทยากรให้ความรู้ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ในส่วนของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลมุกดาหารมีการฝึกอบรมด้านการปฐมพยาบาล เบือ้ งต้น การช่วยเหลือและเคลือ่ นย้ายผูป้ ว่ ยฉุกเฉิน ปัจจุบนั มีบคุ ลากรทีผ่ า่ นการฝึกอบรม หลักสูตร OTOS และหลักสูตร FR ของโรงพยาบาลมุกดาหาร จ�ำนวน 29 คน อาสาสมัคร อปพร. ปฏิบัติงาน จราจร 185 คน และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน ได้จดั โครงการฝึกอบรมทัง้ 2 หลักสูตรเป็นประจ�ำทุกปี โดยอาสาสมัครจราจรทีผ่ า่ นการฝึกอบรมจะ ท�ำหน้าที่ปฏิบัติงานประจ�ำจุดเสี่ยงที่นักเรียนข้ามถนนเวลาเช้า–เย็น จ�ำนวน 4 จุด จุดละ 3 คน โดย 2 คนมีหน้าที่โบกให้สัญญาณหยุดรถและอ�ำนวยความสะดวกด้านจราจร และอีก 1 คนพานักเรียน ข้ามถนน ด้าน อปพร. ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร OTOS และหลักสูตร FR จะท�ำหน้าที่ปฏิบัติงาน ประจ�ำศูนย์กู้ชีพกู้ภัยของเทศบาล โดยแบ่งการปฏิบัติออกเป็น 2 ผลัด ผลัดละ 6 คน และให้มีระบบ Call Center ไว้บริการรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยรถยนต์กู้ชีพกู้ภัย พร้อมอุปกรณ์ทไี่ ด้มาตรฐานผ่านการรับรองของส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสถาบันการแพทย์ ฉุกเฉินแห่งชาติ พร้อมทีจ่ ะออกปฏิบตั งิ านทันทีเมือ่ ได้รบั การแจ้งเหตุหรือร้องขอ โดยการเข้าร่วมของ อาสาสมัครนั้น เทศบาลต�ำบลค�ำป่าหลายได้เห็นความส�ำคัญของการท�ำงาน จึงจัดสรรงบประมาณ ส่วนหนึ่งส�ำหรับเป็นค่าตอบแทน อปพร. การฝึกอบรมต่อเนื่องทุกปี การป้องกันอุบัติเหตุทางถนน การตั้งจุดตรวจด่านตรวจเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ มีค่าฝึกซ้อมแผนสาธารณภัยต่างๆ ค่าวัสดุ การแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ และค่าจัดหาเครื่องแต่งกายให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบผลส�ำเร็จ ตลอดระยะเวลา 3 ปี แห่งการด�ำเนินงาน เทศบาลต�ำบลค�ำป่าหลายมีรางวัลแห่งความ ภาคภูมิใจรวม 10 รางวัล โดยปี พ.ศ. 2553–2554 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์ อปพร. ดีเด่นระดับ จังหวัด และได้รับรางวัลให้เป็นหน่วยงานให้การสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนดีเด่น จังหวัดมุกดาหาร ประจ�ำปี 2553 และปี 2554 ปี พ.ศ. 2553 ได้รบั รางวัลชนะเลิศการประกวดนวัตกรรมลดอุบตั เิ หตุทางถนนภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และรางวัลองค์กรที่มีผลงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนดีเด่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ดีเด่นด้านการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยระดับประเทศ ประเภทองค์การบริหารส่วนต�ำบล ปี พ.ศ. 2554 รับรางวัลเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นด้านการป้องกันและบรรเทา สาธารณภั ย ระดั บ ประเทศ ประเภทเทศบาลขนาดเล็ ก และได้ รั บ รางวั ล ศู น ย์ อปพร. ดี เ ด่ น ระดับประเทศ ประเภทเทศบาลขนาดเล็ก นอกจากนี้ได้รับรางวัล PRIME MINISTER ROAD SAFETY AWARD รางวัลสูงสุดส�ำหรับผูน้ ำ� ความปลอดภัยทางถนน ในงานสัมมนาระดับชาติ เรือ่ ง ความปลอดภัยทางถนนครั้งที่ 10 อีกด้วย บทเรียนที่ส�ำเร็จ

เกิดความร่วมมือระหว่างท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีการจัดท�ำเป็นแผนชุมชน

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

และบรรจุไว้ในเทศบัญญัติทุกปี ซึ่งคนในชุมชนประกอบไปด้วย ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้น�ำ ชุมชน สมาชิกสภาเทศบาล และอาสาปฏิบัติงานจราจรเห็นความส�ำคัญและเห็นว่าบุตรหลานได้รับ ความปลอดภัยจากการให้บริการ ด้านภาคีเครือข่าย เกิดการสนับสนุนการท�ำงานจากขนส่ง และ ปภ. จังหวัด รวมถึงสถานศึกษาทัง้ 4 แห่ง ได้สนับสนุนงบประมาณในการด�ำเนินการอีกด้วย ส่วนภาค เอกชนในพืน้ ทีไ่ ด้ให้การสนับสนุนงบประมาณและวัสดุเครือ่ งแต่งกายในการด�ำเนินงาน นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างเจ้าภาพใหม่ โดยการจัดทีม อปพร. ที่ผ่านการฝึกอบรมไปขยายผลให้กับโรงเรียน ค�ำป่าหลายสรรพวิทย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่จนน�ำไปสู่การปฏิบัติที่เข้มแข็ง และบรรจุไว้ในวิชากิจกรรมของโรงเรียน ด้านความส�ำเร็จของอาสาจราจรที่ปฏิบัติงาน เกิดขึ้นใน ลักษณะของการได้รบั การยกย่องจากชุมชน ท�ำให้อาสาสมัครมีความภาคภูมใิ จทีไ่ ด้ปฏิบตั งิ านบริการ ในพื้นที่ตนเอง การด�ำเนินงานทีเ่ ห็นความส�ำเร็จของงานชัดเจนท�ำให้มหี ลายหน่วยงานมาศึกษาดูงานและ น�ำไปสู่การปฏิบัติ ทั้งจากจังหวัดสกลนคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดยโสธร กระทัง่ ได้บทสรุปของการท�ำงานว่าชุมชนจะปลอดภัยได้ตอ้ งเกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชน นั้นๆ ในการร่วมกันคิด วิเคราะห์ ปรับปรุง หาแนวทางแก้ไขร่วมกัน และน�ำไปปฏิบัติด้วยความ จริงใจ จริงจัง ไม่หวังรางวัลหรือผลตอบแทนใดๆ นอกเหนือจากความปลอดภัยของคนในชุมชน ซึ่งจะส่งผลให้โครงการประสบผลส�ำเร็จและยั่งยืนตลอดไป สถานะของโครงการ

ด�ำเนินการโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่

เทศบาลต�ำบลค�ำป่าหลาย อ�ำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 49000 โทรศัพท์: 042-643-058 โทรสาร: 042-643-059 ร้อยต�ำรวจตรีชัยยุทธ ไมล์วิสัย นายกเทศมนตรี โทรศัพท์: 085-609-5854, 085-001-2017 นายสันธญา สอนไชยา ปลัดเทศบาล โทรศัพท์: 089-571-8998 จ่าสิบเอกทวีวัฒน์ โชคชัย เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป โทรศัพท์: 087-235-0535 Email: taweewat_mtts38@hotmail.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการพลับพลาไชยร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

องค์การบริหารส่วนต�ำบลพลับพลาไชย อ�ำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

พ.ศ. 2551–2554

เป้าหมายของการท�ำงาน โครงการมีเป้าหมายเพื่อเป็นการปลูกฝังจิตส�ำนึกที่ดีในการสร้างเสริมวินัยจราจรให้กับ เครือข่ายแกนน�ำและประชาชนในต�ำบลพลับพลาไชย มุ่งหวังให้ประชาชนเกิดความร่วมมือ และ ม���ส่วนร่วมในการสร้างความปลอดภัยทางถนนในชุมชน ซึ่งส่งผลให้การด�ำรงชีวิตในสังคมเป็น ไปอย่างปกติสุขด้วยความสมัครใจ น�ำมาซึ่งการลดอุบัติเหตุ หรือหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ผู้ประสบ อุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน จะสามารถเข้าถึงระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการมีวธิ กี ารด�ำเนินงานโดยเริม่ จากการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลการเกิดอุบตั เิ หตุ ในพืน้ ทีจ่ ากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น โรงพยาบาล ต�ำรวจ ศูนย์ อปพร. กูภ้ ยั เป็นต้น จากนัน้ แต่งตัง้ คณะ กรรมการด�ำเนินงานโดยมีผู้น�ำชุมชน หน่วยงานราชการและประชาชนในชุมชน ร่วมแก้ไขปัญหา อุบัติเหตุในชุมชน เพื่อดึงแต่ละภาคส่วนเข้าร่วมประชุม วางแผนการท�ำงานในทิศทางเดียวกัน โครงการเริม่ ด�ำเนินงานตามแผนโดยเปิดพืน้ ทีใ่ ห้ประชาชนมีสว่ นร่วมในการแก้ไขปัญหา ในขณะเดียวกันได้สร้างภาคีเครือข่ายในการด�ำเนินงานการแก้ไขปัญหาอุบตั เิ หตุ โดยให้ความส�ำคัญ กับการประเมินและติดตามผลการด�ำเนินงาน ส�ำหรับเป็นบทเรียนในการพัฒนาโครงการต่อเนื่อง กิจกรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ มีการด�ำเนินงานตามยุทธศาสตร์ 5 E คือ จัดโครงการจุดบริการและจุดตรวจประชาชน ในวันส�ำคัญต่าง ๆ จัดระเบียบป้ายโฆษณาบดบังการจราจร (พื้นที่แยกปลอดป้าย), ติดตั้งเนินชะลอ ลดความเร็วภายในชุมชนและสีแ่ ยกอันตราย นอกจากนีย้ งั มีการติดตัง้ ล้อยางเตือนภัยเพือ่ ลดความเร็ว,

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

การติดตั้งแท่งกันแนว และทาสีสะพานเพื่อชะลอความเร็ว ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายสัญญาณจราจร และ ติดตั้งกระจกโค้งภายในหมู่บ้าน ทั้งนี้ด้านภูมิทัศน์ถือเป็นเรื่องส�ำคัญ จึงเกิดเป็นโครงการตัดแต่ง กิ่งไม้บริเวณทางแยก ทางโค้งอีกด้วย ส�ำหรับโครงการรณรงค์ “วัดปลอดเหล้า” และ “มีสติก่อนขับ” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดึง ประชาชนเข้ามามีสว่ นร่วมนัน้ ได้คำ� นึงถึงอุบตั เิ หตุทอี่ าจจะเกิดขึน้ กับเยาวชนจึงส่งเสริมให้เด็กและ เยาวชนจัดกิจกรรมต่างๆ ประกอบไปด้วย “สนามจราจรเยาวชนเสริมสร้างจิตส�ำนึกความปลอดภัย”, “เยาวชนก่อการดี ขับขี่ปลอดภัย”, โครงการ “พลับพลาไชยร่วมใจ สวมหมวกนิรภัย ให้เด็กเล็กฯ” นอกจากนี้ในส่วนของประชาชนทั่วไปได้ด�ำเนินกิจกรรม “3 ประสานร่วมใจ ป้องกันภัยอุบัติเหตุ”, โครงการให้ความรู้ด้านอุบัติเหตุทางถนนและการแพทย์ฉุกเฉินกับประชาชน, โครงการฝึกอบรม และทบทวนหลักสูตรการช่วยเหลือผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ บทเรียนที่ส�ำเร็จ

สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต�ำบลพลับพลาไชยลดลง

สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินการโครงการอยู่

สามารถติดต่อที่ได้ที่ องค์การบริหารส่วนต�ำบลพลับพลาไชย อ�ำเภออูท่ อง จังหวัดสุพรรณบุรี (งานป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย) โทรศัพท์: 035-421-780-1, 035-421-066

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการรณรงค์เมาไม่ขี่ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ตั้งแต่ปี 2548 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน เพื่อเป็นการลดจ�ำนวนการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอันสืบเนื่องมาจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ดื่มสุรา เมาแล้วขับรถ โดยมุ่งหวังให้ผู้ขับขี่เกิดความปลอดภัยและเพิ่มความรับผิดชอบและความ ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ประเด็นหลักของการท�ำงาน จั ด ท� ำ ตู ้ ไ ฟด่ า นตรวจเช็ ค แอลกอฮอล์ ม อบให้ แ ก่ ห น่ ว ยงานภาครั ฐ ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ใช้สำ� หรับตัง้ ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ในกรุงเทพฯ และทั่วทุกภูมิภาค กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ เจ้าหน้าที่ต�ำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจจับผู้ขับขี่รถทุกประเภทที่ดื่มสุรามึนเมาแล้ว ขับรถ ในช่วงเทศกาลวันหยุดส�ำคัญๆ เช่น ช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่, เทศกาลวันสงกรานต์ เป็นต้น ส่งผลให้จ�ำนวนการเกิดอุบัติเหตุและจ�ำนวนผู้เสียชีวิตจากการดื่มสุราแล้วขับรถลดลง บทเรียนที่ส�ำเร็จ

สถิติตัวเลขของผู้ที่ถูกด�ำเนินคดีเมาสุราแล้วขับขี่รถมีจ�ำนวนลดน้อยลง

สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินงานโครงการอยู่

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

สามารถติดต่อได้ที่

สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย คุณวินัย กิจโชค โทรศัพท์: 081-375-2843 โทรสาร: 02-229-3148 Email: vinai@tmea.or.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจร ในสถานศึกษา ที่สังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดล�ำปาง (ระยะที่ 2) หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

หัวหน้าโครงการ นางพิมพ์จันทร์ โพธิ์สาวัง พี่เลี้ยง สอจร. จังหวัดล�ำปาง องค์กรเครือข่าย 1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลนครล�ำปาง 2. โรงเรียนเทศบาลในเครือข่ายเทศบาลนครล�ำปาง 3. กองก�ำกับการต�ำรวจภูธร จังหวัดล�ำปาง 4. สนง.ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จังหวัดล�ำปาง 5. สนง.ขนส่งจังหวัดล�ำปาง 6. กรมควบคุมความประพฤติจังหวัดล�ำปาง 7. ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 8. ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

1 ตุลาคม 2552 – 30 กรกฎาคม 2553

เป้าหมายของการท�ำงาน จากรายงานการเฝ้าระวังการบาดเจ็บ 19 สาเหตุ งานเวชระเบียนโรงพยาบาลล�ำปาง พบว่า สถิตผิ ไู้ ด้รบั บาดเจ็บจากอุบตั เิ หตุทางจราจรปี 2551 มีทงั้ หมด 6,409 ราย เสียชีวติ 49 ราย โดยพาหนะ ที่เกิดเหตุสูงสุด คือ จักรยานยนต์ 4,939 ราย ช่วงอายุ 10–15 ปี ได้รับบาดเจ็บ 182 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.9 ช่วงอายุ 15–20 ปี ได้รับบาดเจ็บ 1,002 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.63 ช่วงเวลาที่ได้รับบาดเจ็บมาก ที่สุด คือ 17.00–17.59 น. ซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วน ตอนเย็น พฤติกรรมเสี่ยงคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จ�ำนวน 3,984 ราย คิดเป็นร้อยละ 62.16 ในการนี้ ทางจังหวัดล�ำปางร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มุ่งเน้นความส�ำคัญ ของการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการปลูกจิตส�ำนึกให้เยาวชนตระหนักถึงความ ปลอดภัย จึงได้ร่วมกันจัดท�ำโครงการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุ จราจร โดยมุง่ หวังให้มตี น้ แบบของหลักสูตรท้อ���ถิน่ ทีบ่ รรจุเรือ่ งความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

ของสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ โดยโครงการดังกล่าวเป็นการจัดท�ำโครงการ ต่อยอดเป็นเฟสที่ 2 มีวตั ถุประสงค์เพือ่ สร้างการเรียนรูใ้ ห้กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ และสถาน ศึกษาตระหนักถึงความส�ำคัญในการน�ำหลักสูตรความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไปจัดด�ำเนินการ ควบคู่กับกิจกรรมเสริมด้านอื่นๆ ในสถานศึกษา และพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นระดับประถมศึกษา ในเรือ่ งความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในสถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ พร้อมทัง้ น�ำข้อมูลจากการท�ำโครงการมาวิเคราะห์และน�ำสูก่ ารพัฒนาด้านพฤติกรรมของเด็กทีเ่ กิดความเสีย่ ง ต่อการเกิดอุบตั เิ หตุจราจร/การบาดเจ็บในสถานศึกษาลดลง และสามารถน�ำไปเผยแพร่และขยายผล ต่อไปในครอบครัว โรงเรียน/ชุมชนต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนจากเฟสแรกเพียง 2 แห่ง เพิ่มเป็น 7 แห่ง คือ โรงเรียน เทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) โรงเรียนบ้านไร่ประชาสามัคคี และโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองนคร ล�ำปางอีก 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 โรงเรียนเทศบาล 3 โรงเรียนเทศบาล 5 โรงเรียนเทศบาล 6 และโรงเรียนเทศบาล 7 ประเด็นหลักของการท�ำงาน โครงการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรได้เริ่มเข้าสู่เฟส 2 ด้วยการสร้างการเรียนรู้ให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ และสถานศึกษาตระหนักความส�ำคัญ ในการน�ำหลักสูตรความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนไปจัดด�ำเนินการควบคู่กับกิจกรรมเสริมด้านอื่นๆ ในสถานศึกษา ผ่านการจัด กิจกรรม focus group กับผู้บริหารสถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีการน�ำเสนอ สถานการณ์ ความส�ำคัญของการมีหลักสูตรความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมกันนี้ได้เชิญ เข้าร่วมจัดเวทีสรุปบทเรียน ผลการด�ำเนินงานทีผ่ า่ นมา การใช้หลักสูตรทีผ่ า่ นมาของโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) / โรงเรียนบ้านไร่ประชาสามัคคี ประเด็นการพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ ระดับประถมศึกษาในเรือ่ งความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน ในสถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ได้มกี ารจัดประชุมระดมสมองเพือ่ ทราบจุด แข็ง–จุดอ่อนของหลักสูตรทีผ่ า่ นมาและการน�ำไปประยุกต์เป็นหลักสูตรท้องถิน่ และจัดกระบวนการ พัฒนาหลักสูตรและครูผู้สอนด้วยการประชุมครูและตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยมี ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรเพือ่ ให้คำ� ปรึกษาแนะน�ำในการจัดท�ำหลักสูตรแต่ละโรงเรียน ซึง่ หลังจากผูเ้ ชีย่ วชาญให้คำ� แนะน�ำในการจัดท�ำหลักสูตรแล้ว แต่ละโรงเรียนจะน�ำเสนอหลักสูตรของ แต่ละโรงเรียนที่ได้จัดท�ำ โดยจัดเป็นเวทีความรู้หลักสูตรต้นแบบ จากนั้นจึงจัดท�ำเอกสารคู่มือ–สื่อ การจัดการเรียนการสอน และส่งเสริมกิจกรรมเสริมหลักสูตรอื่นๆ โดยให้แต่ละโรงเรียนจัดท�ำ กิจกรรมเองโดยเน้นการจัดกิจกรรมทีส่ อดคล้องกับหลักสูตรความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและ เป็นกิจกรรมทีส่ ามารถท�ำได้อย่างต่อเนือ่ ง สามารถวัดผลได้ โดยมุง่ เน้นผลสัมฤทธิไ์ ปสูก่ ารปฏิบตั ไิ ด้ นอกจากนี้มีการทดลองใช้และสรุปประเมินผลอีกด้วย เมือ่ จบโครงการจัดให้มกี ารเปิดเวทีสรุปประเมินผลสัมฤทธิข์ องโครงการ ตลอดจนผลการ ด�ำเนินงานที่ผ่านมา และส่งเสริมกิจกรรมที่มีอยู่ โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลและหาแนวทางเพื่อลด มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


3

พฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนด้านการใช้รถใช้ถนน พร้อมกับเฝ้าระวัง/ติดตามพฤติกรรมเด็กในเรื่อง วินัยจราจร นอกจากนี้โครงการมีการเก็บข้อมูลการบาดเจ็บของเด็กที่ร่วมโครงการ เพื่อน�ำมาใช้ ประโยชน์ในการด�ำเนินการต่อและเป็นการวัดผล/ประเมินผล และเก็บข้อมูลส�ำหรับการขยายผล ของโครงการที่สามารถน�ำสู่การปฏิบัติได้ พร้อมท�ำแบบประเมินภายในชุมชน เพื่อหาบทสรุปและ ด�ำเนินการต่อหรือส่งมอบให้ผู้เกี่ยวข้องด�ำเนินการต่อไป กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ เป็นการขยายผลจากปีที่ 1 ของการท�ำโครงการ โดยเมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 การจัดกิจกรรมส่งผล ให้นักเรียนสามารถน�ำความรู้เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไปขยายผลต่อคนรอบข้าง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ15.15 เป็นร้อยละ 50 โดยให้นักเรียนในกลุ่มชมรมเยาวชนป้องกันอุบัติเหตุและ กูช้ พี เป็นแกนน�ำ นอกจากนีป้ รับปรุงหลักสูตรและส่งเสริมกิจกรรมทีเ่ กีย่ วกับหลักสูตรความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนเพือ่ ลดพฤติกรรมเสีย่ งของนักเรียน ลดอุบตั กิ ารณ์การเกิดอุบตั เิ หตุจากการใช้รถ ใช้ถนน โดยมีการขยายโครงการจัดท�ำหลักสูตรความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไปยังสถานศึกษา ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ�ำเภอเมืองอีก 5 แห่งโดยให้โรงเรียน เทศบาล 4 (บ้าน เชียงราย) เป็นต้นแบบ และให้คณะครูโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) เป็นวิทยากรในการให้ ค�ำแนะน�ำการจัดท�ำหลักสูตรในแต่ละช่วงชั้นเพื่อให้เกิดแรงจูงใจให้กับคณะครู อีกร้อยละ 50 ที่ยัง เห็นว่าการท�ำหลักสูตรฯ เป็นการเพิ่มภาระงาน และยังมีกิจกรรมร่วมกันพัฒนาหลักสูตรความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเข้าสูน่ โยบายให้เป็นงานประจ�ำเพือ่ ลดช่องว่างและภาระงานของคณะ ครูอีกด้วย สถานะโครงการ

ปิดด�ำเนินงาน

สามารถติดต่อได้ที่

นางพิมพ์จันทร์ โพธิ์สาวัง หัวหน้าโครงการ โทรศัพท์: 081-951-0937 E-mail: posawang_501@windowslive.com

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการหนูน้อยปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

ตั้งแต่ปี 2550 – ปัจจุบัน

เป้าหมายของการท�ำงาน เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน และเสริมสร้างความคุ้นเคยของการสวม หมวกนิรภัยให้แก่เด็กๆ ในสถานศึกษาตั้งแต่เยาว์วัย ประเด็นหลักของการท�ำงาน ศึกษา

จัดหาหมวกนิรภัยส�ำหรับเด็กเล็กมอบให้แก่เด็กในสถานศึกษาระดับชัน้ อนุบาลและประถม

กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ การรณรงค์ส ่ง เสริมให้เ ด็กเล็ กๆได้ คุ ้ นเคยกั บ การสวมหมวกนิ ร ภั ย ในขณะโดยสาร รถจักรยานยนต์ และเป็นแบบอย่างที่ดีสืบต่อไป บทเรียนที่ส�ำเร็จ เด็กๆได้เรียนรู้ถึงประโยชน์ของการสวมใส่หมวกนิรภัยและวัฒนธรรมความปลอดภัยใน การใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้อง ปลอดภัย สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินโครงการอยู่

สามารถติดต่อได้ที่

สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย คุณวินัย กิจโชค

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์ว���ชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

โทรศัพท์: 081-375-2843 โทรสาร: 02-229-3148 Email: vinai@tmea.or.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


โครงการอบรมเสริมความรู้ขับขี่ปลอดภัยก่อนขอรับใบอนุญาตฯ หน่วยงาน/เจ้าของโครงการ

สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย

ระยะเวลาด�ำเนินงาน

มกราคม–ธันวาคม (2545 – ปัจจุบัน)

เป้าหมายของการท�ำงาน สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมกับกรมการขนส่งทางบกจัดให้มีการฝึก อบรมเสริมความรู้ขับขี่ปลอดภัยแก่ผู้ที่จะมาขอรับใบอนุญาตขับรถ โดยมีเป้าหมายที่จะให้เกิด ความปลอดภัยแก่ผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ อีกทั้งเพื่อท�ำให้จ�ำนวนอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นจาก รถจักรยานยนต์มีจ�ำนวนลดน้อยลง ประเด็นหลักของการท�ำงาน มุง่ หวังให้ผขู้ บั ขีร่ ถจักรยานยนต์มคี วามรูใ้ นเรือ่ งของกฎจราจร, ทักษะในการขับขีแ่ ละการ ใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ก่อนที่จะเข้าไปทดสอบเพื่อขอรับใบขับขี่ กิจกรรรมเด่น/กิจกรรมที่ประสบความส�ำเร็จ สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทยและสมาชิกตัวแทนจ�ำหน่ายรถจักรยานยนต์ ร่วมกับฝ่ายใบอนุญาตขับรถ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการฝึกอบรมเสริมความรู้ขับขี่ปลอดภัย ก่อนขอรับใบอนุญาตขับรถแก่ประชาชนทัว่ ไปในวันเสาร์–อาทิตย์ ทุกๆ ปลายเดือน ทีฝ่ า่ ยใบอนุญาต ขับรถ กรมการขนส่งทางบก บทเรียนที่ส�ำเร็จ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ผ่านการฝึกอบรมและทดสอบเกิดความมั่นใจและเพิ่มความ ระมัดระวังในการขับขี่มากยิ่งขึ้น สถานะโครงการ

เปิดด�ำเนินงานโครงการอยู่

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


2

สามารถติดต่อได้ที่

คุณวินัย กิจโชค โทรศัพท์: 081-375-2843 โทรสาร: 02-2293148 Email: vinai@tmea.or.th

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ภายใต้แผนงานศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนโดยส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 Email : info@roadsafetythai.org


Acc 54034(database)