Issuu on Google+


ขออนุโมทนาคุณความดีท่เี กิดขึ้นในหนังสือเล่มนี ้ แด่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรมเจ้า ทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระอรหันต สาวกเจ้าทุกๆ พระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้าทุกๆ พระองค์ พระคุณ ของครูบาอาจารย์ทกุ พระองค์ ทุกองค์ ทุกท่าน และท่านผูอ้ า่ นทุกท่านพร้อมด้วยพรหมเทวดา สรรพสัตว์ สรรพวิ ญ ญาณ สรรพเจ้ า กรรมนายเวรทั้ ง หลาย จงสำเร็ จ มรรคผล นิพพานในชาติปัจจุบัน โดยเร็วพลัน เทอญ


คำนำนั ก เขี ย น

การนำพุทธมนต์ พระคาถาและคาถาไว้ ณ ที่นี้ ก็เพื่อประโยชน์ ของท่านทั้งหลาย ที่มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและเพื่อเป็นการ แสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อโบราณาจารย์โดยเฉพาะ ถ้าท่านไม่มีความเชื่อในเรื่องเหล่านี้และบังเอิญมาอ่านพบเข้า ขอ ให้ทำใจเป็นอุเบกขาหรือให้ข้ามไปเสีย อย่าอ่านเพราะจะเป็นการปรามาส พระอริยบุคคล ถ้าท่านอ่านและเมื่อได้อ่านแล้วก็ไม่เชื่อไม่เลื่อมใส ก็ขอให้ วางใจเป็นกลาง ขออย่าได้ปรามาสล่วงเกินเข้าจะเป็นโทษโดยรู้เท่าไม่ถึง การณ์


บุญกุศลที่เกิดขึ้นจากหนังสือเล่มนี้ขอถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจก พุ ทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ โบราณาจารย์ ครูบาอาจารย์ทุก พระองค์ ทุกองค์ ผู้มีพระคุณและท่านผู้อ่านทุกท่าน

ส่วนความผิดพลาดที่จะพึงมีในหนังสือนี้มากน้อยเพียงใด ผู้เขียนขออโหสิกรรมและให้อโหสิกรรมในทุกสิ่งทั้งปวงที่จะเกิดขึ้น พร้อมกัน ณ ที่นี้เทอญ ขอบุญรักษาทุกท่าน ชำนาญ การวิเศษ


คำนำสำนั ก พิ ม พ์

หนังสือเล่มนี้ที่ท่านอ่านอยู่นั้นมีความโดดเด่นอยู่ 3 ประการ คือ 1. เป็นการรวมเคล็ดลับในการสวดคาถาทีไ่ ด้ผล จากครูบาอาจารย์ ชั้นนำของเมืองไทยที่อ่านง่ายและสะดวกมากในการทำปฏิบัติ 2. มีการกลั่นกรองเลือกบทสวด พระคาถา และคาถาที่จำเป็นต่อ ชีวติ จริง 3. เปิดเคล็ดลับการสร้างบุญ เพิ่มบุญด้วยตัวเองเพื่อให้ทุกท่าน ได้สมความปรารถนาเร็วขึ้น เมื่อท่านเห็นความแตกต่างทั้ง 3 ประการนี้แล้วอย่ารอช้า

เลยครับ ด้วยความปรารถนาดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์


สารบั ญ ประวัติและที่มาของพระพุทธมนต์ พระคาถาและคาถา เคล็ดลับในการสวดให้ได้ผล ขั้นตอนในการสวดมนต์ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าดีกับทุกคน บทสวดที่ควรสวดในแต่ละครั้ง บทสวดบารมี 30 ทัศ พุทธชัยมงคลคาถา (บทพาหุงฯ บทสวดแห่งชัยชนะทั้งปวง) พระคาถาชินบัญชร บทสวดพระมหาจักรพรรดิ บทสวดหมวดมหาอำนาจ เรียกทรัพย์ เมตตา ความรักและสิริมงคลเลือกเอาตามจริต คาถาขอลาภจากพระสิวลี

10 20 42 50 64 68 72 78

82 84


คาถาขอลาภพระอุปคุต คาถาบูชาพระสังกัจจายน์ คาถามหาอำนาจของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค คาถาเงินล้าน (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน - ฤๅษีลิงดำ) คาถาหัวใจเศรษฐี หมวดคาถาเมตตามหานิยม หมวดคาถาปองกันภัยต่างๆ หมวดคาถาโชคลาภ ในชีวิตประจำวันและโดยทั่วไป เคล็ดลับในการ เพิ่มพลังบุญให้ตัวเอง

86 89 92 94 96 100 106 116 126


การสวดมนตเปนนิจนี้ มุงให้จิตแนบสนิท ติดในคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ จิตใจจะสงบเยือกเย็น เปนบัณฑิต มีความคิดสูง ทิฏฐิมานะทั้งหลาย ก็จะคลายหายไปได้ เราจะได้รับอานิสงส เปนผลของตนเองอยางนี้ จากสวดมนตเปนนิจ


10

ประวัติและที่มาของพระพุทธมนต์ พระคาถาและคาถา ก่อนอื่นนั้น จะขอกล่าวถึงประวัติคาถาและความเป็นมาของพระพุทธมนต์ พระคาถาและคาถา ความหมายของคำว่า “คาถา” และวิชา อาคมในความหมายของคนปัจจุบัน การใช้ “คาถา” ให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะคาถาเป็นองค์ภาวนาเพื่อสร้างกระแสจิต คำว่า “พระพุทธมนต์” นั้นจริงๆ แล้วหมายถึง พระพุทธพจน์ อันเป็นพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ที่มีปรากฏใน พระไตรปิฏกบ้าง เป็นคำที่แต่งขึ้นมาภายหลังบ้าง โดยถือกันว่าพระพุทธมนต์เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ สามารถปัดป้องอันตรายต่างๆ ได้ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


11

การสวดพระพุทธมนต์นี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศลังกา ราว พ.ศ. 500 ด้วยว่าชาวลังกาที่นับถือพุทธศาสนาในขณะนั้น ประสงค์ให้ พระสงฆ์ช่วยเหลือตน ให้เกิดสิริมงคลและป้องกันภยันตรายต่างๆ ด้วยการ สวดมนต์และสวดคาถาตามแบบอย่างพราหมณ์ ซึง่ มีความเชือ่ ว่าผูท้ รงเวทจะ ทำให้เกิดสิริมงคลและป้องกันภยันตรายแก่มหาชนได้ ด้วยเหตุนี้พระสงฆ์ลังกา จึงได้คิดวิธีสวดพระพุทธมนต์ขึ้น โดย เลือกเอาพระสูตรหรือคาถาที่สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย อันเกิดขึ้นเนื่องด้วย เหตุการณ์ตา่ งๆ มาสวดเป็นมนต์ โดยการสวดครัง้ แรกๆ ก็ขน้ึ กับเหตุการณ์ ที่ไปสวด เช่น ไปสวดพิธีมงคลก็ใช้ มงคลสูตรสวด สวดให้คนเจ็บป่วยก็ใช้ โพชฌงคสูตร ครั้นคนนิยมมากขึ้นก็คิดค้นพระสูตรต่างๆ มาสวดเป็นพระพุทธมนต์มากขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาพระเจ้าแผ่นดินในประเทศลังกา ก็ได้รบั สัง่ ให้คณะสงฆ์ปรับปรุง พระสูตรและคาถา ที่ใช้สวดพระพุทธมนต์ขึ้นใหม่ให้เหมาะกับเหตุการณ์ เพือ่ ใช้ในพระราชพิธหี ลวงโดยได้เพิม่ พระสูตรและคาถาให้มากขึน้ และเรียก ว่า “ราชปริตร” แปลว่า มนต์คุ้มครองพระเจ้าแผ่นดิน ต่อมาประชาชน ต่างก็นิยมให้มีการสวดพระปริตรในพิธีของตนบ้าง จึงเกิดเป็นประเพณีสืบ ต่อกันมาจนปัจจุบันนี้ ชำนาญ การวิเศษ


12

ในพระพุทธศาสนา ซึ่งเน้นในเรื่องการใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล คำว่า มนต์ หมายถึง หลักธรรม บทสอนใจมากกว่าถ้อยคำที่ขลังหรือ ศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าจะตีความไปถึงถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ให้ได้จริงๆ ก็จะ ต้องอธิบายว่าขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ได้ “เมื่อนำไปสอนใจ นำไปเป็นข้อปฏิบัติ” ให้เกิดผลที่ปรารถนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนั้นการทำจิตให้สงบใน บทสวดก็มีคุณค่าเป็นอย่างมาก เมือ่ ครัง้ สมัยพุทธกาลพระพุทธศาสนานัน้ เจริญรุง่ เรืองมาก แต่หลังจาก การสังคายนาพระพุทธศาสนาครัง้ ที่ 3 (ตติยสังคายนา) แล้วพระพุทธศาส- นาในประเทศอินเดียเริ่มร่วงโรยลงและต่อมาได้ย้ายไปประดิษฐานในลังกา ศาสนาพุทธกับพราหมณ์ในอินเดียสมัยนั้นได้ผสมผสานกัน จนเกิดมีลัทธิ พุทธตันตระ (ลัทธิพุทธศาสนาอันเกี่ยวกับการใช้คาถาอาคม พระคาถา) เกิดขึ้นอีกลัทธิหนึ่ง ศาสนาพราหมณ์ในขณะนั้น มีความมั่นคงเลื่อมใสในลัทธิไสย- ศาสตร์มาก มีการใช้เวทมนตร์ ”คาถา” เป่าพ่นปลุกเสกและลงเลขยันต์ ประกอบอาถรรพณ์ต่างๆ แม้ในทางพระพุทธศาสนาก็ใช่ว่าจะปฏิเสธเสียที เดียว เพราะพระพุทธศาสนาเองก็ยังมีคุณอัศจรรย์ ที่จัดเป็นปาฏิหาริย์ ไว้ 2 อย่าง คือ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


13

1. อนุสาสนีปาฏิหาริย์ คำสอนที่เป็นอัศจรรย์ 2. อิทธิปาฏิหาริย์ ฤทธิ์ที่เป็นอัศจรรย์ถึงกับพระพุทธเจ้าได้ทรง ยกย่องพระโมคคัลลานะเถระไว้ให้เป็นยอดของพระภิกษุทท่ี รงอิทธิฤทธิ์ หาก แต่พระองค์ไม่ทรงยกย่องอิทธิปาฏิหาริย์เท่ากับอนุสาสนีปาฏิหาริย ์ การใช้เวทมนตร์คาถานัน้ ผลสำเร็จจะเกิดขึน้ ได้กอ็ ยูท่ ด่ี วงจิตสำรวม เป็นสมาธิ และสมาธิน้จี ัดว่าเป็นฐานแห่งวิปัสสนาญาณ ถึงแม้หากว่าปุถุชน เราจะบรรลุได้อย่างสูงไม่เกินฌานสมาบัตกิ ต็ าม กระนัน้ ก็สามารถทีจ่ ะแสดง อิทธิฤทธิไ์ ด้ตาม���ูมขิ องตน เช่น พระเทวทัตหนแรกทีไ่ ด้รปู ฌานก็ยงั สามารถ บิดเบือน แปลงกาย กระทำอวดให้เจ้าชายอชาตศัตรูหลงใหลเลื่อมใสได้ ส่วนอารมณ์ของรูปฌานนั้น ท่านใช้กสิณบ้างใช้คาถาบริกรรมบ้าง สุดแต่นิสัยของผู้บำเพ็ญปฏิบัติโดยเฉพาะ ที่ใช้คาถาบริกรรมนั้นผู้บริกรรม จะรู้ถึงเนื้อความของคาถาที่บริกรรมนั้นหรือไม่ก็ตาม นั่นมิใช่สิ่งที่เป็น ปัญหาที่สำคัญ เพราะความมุ่งหมายต้องการแต่จะให้เป็นสมาธิเท่านั้น ชำนาญ การวิเศษ


14

เพื่ อ ผลในทางอิ ท ธิ ป าฏิ ห าริ ย์ ที่ ต นมุ่ ง หวั ง ปรารถนา พระคาถา และการทำสมาธิแบบนี้ ได้เจริญแพร่หลายมากขึ้น ได้เกิดมีคณาจารย์มุ่ง สั่ ง สอนเวทมนตร์ กั น และได้ ดั ด แปลงแก้ ไ ขวิ ธี ก ารทางไสยศาสตร์ ข อง พราหมณ์มาใช้ โดยคัดตัดตอนเอาเนื้อมนต์ของพราหมณ์นั้นออกเสีย บรรจุ พระพุทธมนต์แทรกเข้าไปแทน เพราะมาคิดเห็นกันว่ามนต์พราหมณ์ยัง เรืองอานุภาพถึงอย่างนี้ ถ้าหากว่าเป็นพุทธมนต์คงจะยิ่งกว่าเป็นแน่ ฉะนั้นในการใช้เวทมนตร์คาถาที่พวกเราพุทธศาสนิกชนปฏิบัติกัน ทุกวันนี้ จึงล้วนแล้วแต่เป็นพระพุทธมนต์ที่ท่านโบราณาจารย์ ได้ดัดแปลง แก้ไขเลียนแบบอย่างวิธีทางลัทธิไสยศาสตร์เดิมมาเท่านั้น หาใช่เป็นลัทธิ ไสยศาสตร์ของพราหมณ์ ดังที่บางท่านเข้าใจกันไม่ การรวบรวมคัมภีร์พระเวทพระคาถาอย่างจริงจังเกิดขึ้นในสมัย เจ้ า พระคุ ณ พระมงคลราชมุ นี (สนธิ์ ) วั ด สุ ทั ศ น์ ฯ แต่ เ มื่ อ ครั้ ง ยั ง ดำรง สมณศักดิ์เป็นพระศรีสัจจญาณมุนีอยู่น้นั พระคุณท่านเป็นผู้สนใจในศาสตร์ ประเภทนี้อยู่มาก จึงได้พยายามรวบรวมขึ้นไว้จากสรรพตำราต่างๆ ส่วน มากเป็นของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาจารย์ของท่าน อันได้รับสืบต่อมาจาก สมเด็จพระวันรัต (แดง) ท่านได้ตั้งปณิธานที่จะให้ วิชาเหล่านี้ได้เผยแพร่ต่อไป เพราะเกรงว่าจะสาบสูญเสียหมด สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


15

ในการรวบรวมคัมภีร์พระเวท พระคาถาเหล่านี้ข้อความบางแห่งพอ ทีจ่ ะมีตน้ ฉบับสอบทาน ก็ได้จดั การสอบทานแก้ไขให้ถกู ต้องตามต้นฉบับเดิม ซึ่งได้คัดลอกสืบต่อกันมา แต่ก็ยังมีอักขระพระคาถา เนื้อมนต์ที่บางทีก็มี ความคลาดเคลือ่ นไปบ้าง สำหรับบททีห่ าต้นฉบับสอบทานไม่ได้ ก็คงไว้ตาม รูปเดิม ซึ่งถ้าหากได้ผ่านสายตาท่านผู้รู้ทั้งหลาย ก็ได้โปรดกรุณาแก้ไข ต่อเติมเสียให้ครบถ้วน เพื่อจะได้เป็นตำราที่ถูกต้องบริบูรณ์ดุจต้นฉบับ ของเดิม เพือ่ เป็นการเทิดทูนวิทยาการอันประเสริฐ รวมทัง้ ได้ดำรงคงอยูเ่ ป็น แนวศึกษาของชนชั้นหลังสืบต่อไป เป็นการรวมพระคาถาและความหมายของคำว่า “คาถา” นัน้ พระ- คาถา และวิชาอาคมในความหมายของคนปัจจุบันรวมถึงการใช้ “คาถา” ให้มีความศักดิส์ ทิ ธิ์ ใช้คาถาเป็นองค์ภาวนาเพือ่ สร้างกระแสจิต ในนีจ้ ะมีบท คาถาต่างๆ ทั้ ง คาถาชิ น บั ญ ชร คาถาทางเมตตามหานิ ย ม คาถาทาง คงกระพันชาตรี คาถาแคล้วคลาด คาถาแผ่ส่วนกุศล คาถาแผ่เมตตา คาถากันของไม่ดี หัวใจพระคาถาต่างๆ คาถาบูชาเทพเจ้า คาถาบูชา พระพุทธรูปต่างๆ เป็นต้น ซึ่งคาถาต่างๆ เป็นที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ สมัยก่อนคนจะใช้ คาถาต่างๆ ได้สมั ฤทธิผลกันมาก เนือ่ งจากมีความเชือ่ ความศรัทธาและสัจจะ เป็นสำคัญ ส่วนการท่องหรือตัวอักษรอักขระการออกเสียงต่างๆ อาจจะมี แตกต่างกันไปบ้าง ชำนาญ การวิเศษ


16

ส่วนสำคัญอยูท่ ค่ี วามมัน่ ใจและความตัง้ มัน่ มากกว่า ยกตัวอย่างง่ายๆ แค่ บ ทสวดมนต์ ต่ า งๆ การออกเสี ย งในส่ ว นของภาคกลาง ภาคเหนื อ ภาคใต้ และภาคอีสานก็ต่างกันแล้ว แต่ทำไมถึงมีความศักดิ์สิทธิ์เหมือน กันก็เพราะความตั้งมั่น ไม่สงสัยในครูบาอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนมา คาถาใดๆ ก็ตาม ถ้าหากว่าเราจะต้องท่องให้จำได้ ก็จะต้องทำใจ ให้บริสุทธิ์ อาบน้ำชำระล้างสิ่งโสโครกให้สะอาดเสียก่อน แล้วก็นำดอกไม้ ธูปเทียนบูชาพระ แล้วก็ระลึกเป็นการขอพรบารมี ให้ท่องได้ง่ายจำได้แม่น แล้วก็กราบตำรานั้น 3 ครั้ง ต่อจากนั้นก็เปิดขึ้นมาท่องจำ หนังสือนั้น อย่าเหยียบอย่าข้าม อย่านั่งทับ หรือนอนทับ ขณะท่องอย่านอนหลับให้ หนังสือทับคาอก จะทำให้ปัญญาเสื่อม คาถาต่างๆ ที่โบราณาจารย์ทั้งหลาย ท่านถ่ายทอดให้ศิษย์โดย มุขปาฐะ” (เป็นการบอกเล่า) ทั้งนี้เนื่องจากเหตุผลหลัก 3 ประการคือ 1. คาถาที่ถ่ายทอดให้เป็นคาถาเฉพาะสำหรับหมู่คณะหรือเฉพาะ กลุ่ม เช่น คาถาประจำตระกูล เป็นต้น ซึ่งผู้อื่นนำไปใช้จะไม่บังเกิดผล (เพราะท่านเจ้าของคาถาท่านตั้งเจตนาไว้เฉพาะเช่นนั้น) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


17

2. การใช้คาถาให้บังเกิดผลนั้น จะต้องมีศรัทธาความเชื่อมั่นและ ความคารวะ ความเคารพเป็นพืน้ ฐาน ดังนัน้ ถึงแม้คาถานัน้ ๆ จะเป็นสาธารณ- ประโยชน์ แต่ถ้าผู้นำไปใช้ไม่มีศรัทธาคารวะ คาถานั้นๆ ก็ไม่อำนวยผล 3. คาถาจำนวนมาก มีที่มาจากองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมา- สัมพุทธเจ้าโดยตรง หรือมาจากพระอรหันต์เจ้าและพระอริยบุคคลทั้งหลาย รวมทัง้ เทพพรหมและเทพยดาทัง้ หลาย ดังนัน้ ถ้าบอกกล่าวกันไปเป็นสาธารณะ ก็จะมีผู้ได้ยินได้ฟังที่ไม่มีศรัทธาเลื่อมใสอยู่บ้าง ถ้าเขาเหล่านั้นเป็นคนใจพาล ตำหนิติเตียนคาถา หรือที่มาของ คาถาเหล่านี้ว่า ทำให้ผู้คนงมงายไร้สาระ ฯลฯ ก็เท่ากับเป็นการปรามาส พระรัตนตรัยโดยตรง ทำให้เกิดกรรมหนักขึ้นมาได้

ขอแนะนำว่า ถ้าท่านไม่มีความเชื่อในเรื่องเหล่านี้ และ บังเอิญมาอ่านพบเข้า ขอให้ทำใจเป็นอุเบกขา หรือให้ข้ามไปเสีย อย่าอ่าน ถ้าท่านอยากอ่านและเมื่อได้อ่านแล้วก็ไม่เชื่อไม่เลื่อมใส ก็ขอให้ วางใจเป็นกลางอย่าได้ปรามาสล่วงเกินเข้าเพราะอาจด เพราะอาจจะเป็น โทษและจะทำให้ท่านพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดเร็วขึ้น ชำนาญ การวิเศษ


18

เหตุที่ทำให้พระคาถาเสื่อมหรือสวดไม่ได้ผล 1. มีเจตนาดูหมิ่นคาถาด้วยกิริยาต่างๆ เช่น โดยการวางหนังสือ หรือกระดาษทีบ่ รรจุบทพระคาถา คาถาในทีไ่ ม่สมควร เอากระดาษทีม่ พี ระคาถาบรรจุอยู่ไปใช้ในกาลไม่สมควร ไปพับถุง ไปเช็ดของสกปรก 2. เป็นผู้มีกรรมเก่าฝ่ายไม่ดีมากจนกรรมดียากจะเข้าไปแทรกได้ 3. เป็นผู้ไม่เลื่อมใสศรัทธาในพระคาถาและคาถาต่างๆ 4. เป็นผู้เสื่อมศีลธรรมเป็นอาจิณ 5. เป็นผูไ้ ม่มคี วามกตัญญูตอ่ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์และผูม้ พี ระคุณ 6. สวดพระคาถาโดยไม่เป็นไปตามวรรคตอน สลับไปมา หรือผิด อักขระ 7. สวดแบบไม่มีสมาธิกำกับ

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


19

การอธิษฐานจิตเปนประจำนั้น มุงหมายเพื่อแก้กรรม ของผู้ มี ก รรมจากการกระทำครั้ ง อดี ต ที่ เ รารำลึ ก ได้ แ ละจะ แก้กรรมในปจจุบัน เพื่อสูอนาคตกอนที่จะมีเวรมีกรรม กอน อื่นใด เราทราบเราเข้าใจแล้ว โปรดอโหสิกรรมแกสัตวทั้งหลาย เราจะไมกอเวรกอกรรมกอภัยพิบัติ ไมมีเสนียดจัญไรติดตัวไป เรียกวา เปลา ปราศจากทุกข ถึงบรมสุข คือนิพพานได้ เราจะ รู้ได้วากรรมติดตามมา และเราจะแก้กรรมอยางไร ในเมื่อกรรม ตามมาทันถึงตัวเรา เราจะรู้ตัวได้อยางไร เราจะแก้อยางไร เพราะมันเปนเรื่องที่แล้วๆ มา

ชำนาญ การวิเศษ


20

เคล็ดลับ

ในการสวดให้ได้ผล

1. ต้องเป็นคนดีเสียก่อน

เรื่องนี้เป็นเคล็ดลับสำคัญในการสวดพระคาศักดิ์สิทธิ์ทุกบท และ จะถือว่าเป็นอันดับแรกในการเตรียมตัวทีจ่ ะสวด เพือ่ ให้ชวี ติ นัน้ รุง่ เรือง ร่ำรวย ใช้ได้ทั้งทางโลกและทางธรรม สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


21

ในทางโลกนั้น ด้วยพลานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคาถา จะทำให้ คนที่สวดนั้นพบกับความมหัศจรรย์ ในการนำเรื่องดีเข้ามาสู่ชีวิตไม่ขาดสาย ค้าขายก็รุ่งเรือง เงินไหลมาเทมา ครอบครัวก็เป็นสุข ช่วยในการปัดเป่า เคราะห์ร้ายหรือภัยพิบัติในชีวิต ให้คลายตัวลงหรือหมดไปประจวบกับกรรม นั้นถึงเวลาอ่อนตัวลง และจะกลายเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เรื่องร้าย หรือ สิ่งอัปมงคลเสนียดจัญไร เข้ามาในชีวิตได้อีก บทสวดทุกบทในหนังสือเล่มนี้ได้มีการพิสูจน์มาอย่างยาวนานจาก ครูบาอาจารย์ที่เคยสวดมาแล้ว แต่ที่หลายคนสวดแล้วบอกไม่ได้ว่าจะได้ ผลดีอย่างแน่นอน เพราะเหตุผลสำคัญก็คือ ยังเป็นคนดีไม่พอ ทำไมถึงพูดเช่นนี้ เพราะการสวดมนต์นั้นเป็นการทำกรรมดี เป็น การเพิม่ ฤทธิท์ างใจ น้อมนำพลังฝ่ายดีเข้าสูต่ วั ด้วยอำนาจแห่งอักขระ อำนาจ ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ในบทสวดมนต์นั้น แต่อำนาจเหล่านี้จะเข้าสู่ตัว ของผู้สวดไม่ได้เลย หากมีกรรมชั่วภายในสกัดกั้นอยู่ ครูบาอาจารย์หลายท่านกล่าวตรงกันว่า กรรมดีหรือกรรมขาวนั้น จะไม่สามารถเข้าไปได้เลย หากมีกรรมชั่วหรือกรรมดำอยู่ในใจ กรรมทั้ง สองสิ่งนี้อยู่รวมกันไม่ได้ สิ่งที่สะอาดกับสิ่งสกปรกมันเข้ากันไม่ได้ ชำนาญ การวิเศษ


22

เหมือนขวดน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มขวด แม้พยายามจะกรอกน้ำเข้าไปอีก มันก็ล้นน้ำใหม่หรือกรรมดีเข้าไปไม่ได้ เพราะน้ำในขวดหรือกรรมชั่วมัน ดันไม่ให้เข้า แต่อานิสงส์ของบุญ และพลังศักดิ์สิทธิ์ของการสวดมนต์นั้นก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน แต่ทว่ายังส่งผลไม่ได้ จนกว่ากรรมชั่วหรือกรรมดำนั้นจะ ลดลงกรรมดี จึงจะเข้าไปส่งผลกับชีวิตของเราได้

ดังนั้นก่อนที่จะสวดมนต์ ทำความดีน้นั ต้องลดละเลิกทำ ความชั่วเสียก่อน ในทุกประเภท ถ้าอยากจะให้ชีวิตดีต้องเริ่ม ตั้งแต่วินาทีนี้

2. หมั่นทำบุญ และอุทิศบุญเพื่อให้ เหล่าองค์เทพและ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าของพระคาถาคุ้มครองอวยพร คนเรานัน้ ชีวติ จะดีหรือจะรวยขึน้ มาได้นน้ั ต้องมีบญุ เก่าเป็นตัวหนุน ไปรวมกับบุญใหม่ที่ต้องเร่งทำ บุญนั้นต้องเป็นบุญที่เราสร้างขึ้นมาเอง เพื่อ เป็นฐานบุญที่สำคัญก่อนจะไปขอให้ส่งิ ศักดิ์สิทธิ์ท่านช่วยหรือไปพึ่งบุญคนอื่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง พระอริยสงฆ์ ของเมืองไทยท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


23

“ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมี ทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึง ค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญ ทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัว แล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า หมัน่ สร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะเมือ่ ยังไม่ถงึ เวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดา ฟ้าดิน เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลยจะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า” ดังนั้นถ้าเรารู้ตัวว่าบุญน้อย ยังมีชีวิตที่ลำบากก็ต้องขวนขวายทำ ความดี หมั่นสร้างบุญกุศล ต้องทำบุญสร้างบุญเพิ่ม ขอบอกเคล็ดลับสำคัญข้อหนึ่ง ที่คนรวยรู้จักดีและทำเป็นประจำ ก็คือ การให้ทานแบบทันที ตามที่ร้องขอ ตามเวลาที่คนมาขอความช่วย เหลือต้องการ จะเกิดโชคลาภมากมายแบบไม่คาดฝันขึ้นบ่อย จับอะไรก็ เป็นเงินเป็นทองหมด เพราะกระแสบุญนั้นสูงและกลับมาสนองตอบเร็ว

ชำนาญ การวิเศษ


24

และเมื่อทำบุญแล้ว เคล็ดลับสำคัญอีกข้อหนึ่งในการที่ จะสวดมนต์คาถาให้ได้ผลนัน้ เราต้องอธิษฐานจิตอุทศิ แผ่บญุ กุศล ต่างๆ ไปให้องค์เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ท่านดลจิตดล ใจเราได้มีโอกาสสร้างพลังบุญมากขึ้นไปอีก การทำบุญอุทศิ ไปให้เจ้าของพระคาถานัน้ เป็นการแสดงความกตัญญู แสดงความเคารพและขอบพระคุณ เป็นการเชื่อมบุญระหว่างเรากับท่านให้ มั่นคงแน่นแฟ้นมากขึ้น และการที่เรานำบทสวดนั้นมาใช้เพื่อก่อให้เกิดผล ประโยชน์ เราต้องรู้และใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมด้วย ในการอธิษฐาน แผ่บุญกุศลนี้ อย่างเช่น ขอถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา นั้นสำหรับ การโมทนาอุทิศบุญทุกประเภทและพระพุทธมนต์ที่มาจากพระโอษฐ์ของ พระพุทธเจ้า เพื่อแสดงความนอบน้อมบูชาพระพุทธองค์ ขออุทศิ บุญโมทนาพระคุณความดีนน้ั ใช้กบั พระอรหันต์ พระโพธิสตั ว์ การโมทนพระอริยสงฆ์ ที่เป็นเจ้าของพระคาถาหรือคาถา สำหรับครูบา- อาจารย์ที่เป็นฆราวาสที่เป็นผู้ค้นคิดนั้นใช้คำว่า อุทิศบุญแด่...(บอกชื่อท่าน ไป) แต่ถ้าไม่รู้ให้กล่าวถึงชื่อคาถาที่เราใช้สวด สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


25

การใช้คำให้ถูกนั้น เป็นการแสดงเจตนาในความเคารพ เหมือนกับ การจัดหิ้งพระ ที่ต้องรู้ว่าชั้นที่หนึ่งควรจัดพระพุทธรูปเป็นประธาน ชั้นที่สอง เป็นพระอรหันต์ ชั้นที่สามเป็นพระโพธิสัตว์หรือพระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์ การอุทศิ แผ่บญุ กุศลนีค้ อื การเชือ่ มบุญกับท่านเจ้าของบทสวด และ เป็นการขอมีส่วนร่วมในบุญของท่านที่มีมากมายมหาศาลจนประมาณไม่ได้ เป็นการเพิ่มบุญให้กับตัวเราเองด้วย สำหรั บ การสร้ า งบุ ญ กุ ศ ลนั้ น เป็ น เรื่ อ งที่ ทำได้ ง่ า ย ไม่ ยุ่ ง ยาก ด้วยการยึดหลักการทำบุญแห่งบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการที่ถูกต้องตามที่ พระพุทธองค์ประทานสั่งสอนไว้ ได้แก่ 1. การบริจาคทาน (ทานมัย) คือ การเสียสละทรัพย์ สิ่งของ เงินทอง ตลอดจนกำลังกาย สติ ปัญญา ความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยส่วนรวม ผู้ที่ทำงานใดๆ รู้จักเสียสละกำลังกายหรือกำลังทรัพย์ ก็ถือเป็นการสร้าง บุญที่ดีทางหนึ่ง ชำนาญ การวิเศษ


26

2. รักษาศีล (สีลมัย) คือ การตั้งใจรักษาศีลและการปฏิบัติตนไม่ให้ละเมิดศีล เพื่อรักษา กาย วาจา และใจให้บริสทุ ธิส์ ะอาด เพือ่ ให้พน้ จากการทำไม่ดี ทางร่างกาย 4 ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักทรัพย์ ละเว้น จากการประพฤติผิดในกาม และเสพสิ่งเสพติดมึนเมา อันเป็นที่ตั้งแห่ง ความประมาทและไปก่อโทษให้กับคนอื่น วจีทุจริต 4 ประการ คือไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดปด ไม่พูดเพ้อเจ้อ และไม่พูดคำหยาบ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ และสร้างสัมพันธภาพที่ดีใน การทำงานและสุดท้ายคือ มโนทุจริต 3 ประการ คือ ไม่หลงงมงาย ไม่ผูกพยาบาทกับใครและไม่หลงผิดจากทำนองคลองธรรม ทำให้เราดำเนิน ชีวิตด้วยการมีทัศนคติที่ดี ทั้งต่อตนเองและคนอื่น เป็นการสร้างบุญและ พื้นฐานแห่งความสำเร็จอีกมากมาย 3. การภาวนา (ภาวนามัย) คือ การอบรมจิตใจ เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นโดยใช้ “สมาธิ ปัญญา” โดยการเริ่มฝึกจากการทำใจให้สงบนิ่งก่อน แล้วหัดสวดมนต์เพื่อ ให้จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่ดีแล้ว จึงฝึกด้วยการเจริญภาวนา เพื่อจุดมุ่งหมาย ให้เข้าใจถึงทางเจริญและทางเสือ่ ม หมายความว่า ���มือ่ รูจ้ กั เจริญปัญญาแล้ว เราก็จะกลายเป็นคนที่แยกแยะได้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดี ควรทำและไม่ควรทำ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


27

4. การประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ (อปจายนมัย) เป็นการให้ความเคารพ ผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ 3 ประเภท คือ ผู้ที่มีวัยวุฒิกว่าได้แก่ พ่อแม่ ญาติพี่น้องและผู้สูงอายุ สองคือ ผู้มีคุณวุฒิ หรื อ คุ ณ สมบั ติ ไ ด้ แ ก่ ครู บ าอาจารย์ พระภิ ก ษุ ส งฆ์ และสามคื อ ผู้ ที่ มี ชาติวฒุ ไิ ด้แก่ พระมหากษัตริยแ์ ละเชือ้ พระวงศ์ทง้ั หลาย การให้ความเคารพ แก่บุคคลที่ควรเคารพย่อมส่งผลให้ผู้กระทำ เป็นคนที่น่ารักใคร่ 5. การทำงานในกิจการที่ชอบ (เวยยาวัจจมัย) คือ การกระทำสิ่งที่เป็นคุณงามความดี ที่เกิดประโยชน์ต่อคน ส่วนรวม หากเป็นการทำงานประกอบอาชีพใดๆ ก็คือ ตนเองได้ทำงาน ที่ชอบแล้วยังส่งผลดีต่อตนเอง คือ เลี้ยงดูครอบครัวได้ดีและช่วยเหลือ คนอื่นให้มีความสุขอีกจึงเป็นพลังบุญที่ยิ่งใหญ่ 6. การให้ส่วนบุญแก่ผู้อื่น (ปัตติทานมัย) คือ การอุทิศส่วนบุญกุศล หรือการแบ่งบุญที่ได้กระทำไว้ ให้แก่ สรรพสั ต ว์ ทั้ ง ปวง การบอกให้ ผู้ อื่ น ได้ ร่ ว มอนุ โ มทนาด้ ว ย “ทั้ ง มนุ ษ ย์ และอมนุษย์หรือแม้แต่องค์เทพทั้งปวง ได้ทราบข่าวการบุญการกุศลที่เรา ได้กระทำไป“ ชำนาญ การวิเศษ


28

7. การอนุโมทนาบุญ (ปัตตานุโมทนามัย) คือ การได้ร่วมอนุโมทนา เช่น กล่าวว่า “สาธุ” เพื่อเป็นการยินดี ยอมรับความดีและขอมีส่วนร่วมในความดีของบุคคลอื่น ถึงแม้ว่าเราไม่มี โอกาสได้กระทำ ก็ขอให้ได้มีโอกาสได้แสดงการรับรู้ด้วยใจปีติยินดีในบุญ กุศลนั้น ผลบุญก็จะเกิดแก่บุคคลที่ได้อนุโมทนาบุญนั้นเองด้วย เป็นการ สร้างบุญที่ง่ายมากทางหนึ่ง 8. การฟังธรรม (ธัมมัสสวนมัย) คื อ การตั้ ง ใจฟั ง ธรรมรวมไปถึ ง เรื่ อ งราวดี ๆ ที่ ไ ม่ จำกั ด แต่ ใ น พระธรรมที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน หรือที่เคยฟังแล้วก็รับฟังเพื่อได้รับความ กระจ่างมากขึ้น ให้คลายความสงสัยและทำความเห็นให้ถูกต้องยิ่งขึ้น จนเกิดปัญญาหรือความรู้ก็พยายามนำเอาความรู้ที่ดีนั้น นำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์สู่หนทางเจริญต่อไป 9. การแสดงธรรม (ธัมมเทสนามัย) คือ การแสดงธรรมไม่ว่าจะเป็นรูปของการกระทำ หรือการประ- พฤติปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ ในทางที่ดี หากเป็นพระภิกษุก็ย่อมเป็น การง่าย เพราะเป็นกิจของพระท่านที่ทำได้บ่อยๆ แต่สำหรับคนทั่วไป ก็คือ การให้ความรู้ให้คำสอนในด้านคุณธรรม หรือแม้กระทั่งเป็นตัวอย่าง ในการประพฤติตนที่ดี ประพฤติตนเป็นตัวอย่างให้กับบุคคลอื่นๆ ก็ถือเป็น การสร้างบุญในข้อนี้เช่นเดียวกัน สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


29

10. การทำความเห็นให้ตรง (ทิฏฐชุกัมม์) คือ ความเข้าใจในเรื่อง บาป บุญ คุณ โทษ เข้าใจในสิ่งที่เป็น แก่นสารสาระหรือที่ไม่ใช่แก่นสารก็ตาม ทั้งทางเจริญทางเสื่อมเพื่อให้ชีวิต แยกแยะได้วา่ ควรจะทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ตลอดจนการกระทำความคิด ความเห็นให้เป็นทัศนคติที่ดีอยู่เสมอ เครื่องมือในการสร้างบุญ ทั้ง 10 ประการนี้ หากได้ปฏิบัติอย่าง ใดอย่างหนึ่งหรือยิ่งมากจนครบทั้ง 10 ประการแล้ว “ผลบุญ” ย่อมเกิดแก่ ผู้ได้กระทำมากตามบุญที่ได้กระทำ ยิ่งได้มีการเตรียมกาย วาจา ใจ ให้ สะอาดบริสุทธิ์ หยุดในสิ่งที่ควรหยุดเข้าไปแล้ว ก็ยิ่งได้รับบุญมหาศาล และสามารถส่งบุญให้เหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายได้ร่วมปกป้องและอวยพร ปลอดภัย และมีหลายข้อที่ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว การสร้างบุญกุศลนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินว่าจะมากน้อยเท่าใด บางครั้งทำบุญแต่ไม่ได้บุญ กลับได้บาปก็มีมากมาย แต่ขึ้นอยู่กับ - วัตถุทานนั้นบริสุทธิ์ ไม่ได้มาจากเบียดเบียนคดโกงผู้อื่น - ผู้ให้นั้นบริสุทธิ์ มีเจตนาทำบุญไม่ได้หวังผลอื่นใด ประเภททำ ร้อยบาทหวังผลล้านบาทนัน้ เป็นไปไม่ได้ มันค้ากำไรเกินควร ต้องใจบริสทุ ธิ์ ครบทั้ง 3 กาลคือ ทั้งก่อนให้ กำลังให้ และหลังจากการให้ ชำนาญ การวิเศษ


30

- ผู้รับนั้นบริสุทธิ์ หมายความว่า ยิ่งผู้รับนั้นบริสุทธิ์หรือเรียกว่ามี เนื้อนาบุญบริสุทธิ์” วัดหรือดูกันที่ว่าท่านนั้นถือศีลมากข้อเท่าใด บุญ ของผู้ให้นั้นก็จะยิ่งมากขึ้นไปตามลำดับ ทำบุญกับพระสงฆ์ที่ถือศีล 227 ข้อย่อมมากกว่าคนธรรมดาที่ถือศีล 5 ทำบุญกับคนที่ถือศีล 5 ย่อมได้ผล มากกว่าคนไม่มีศีล ยิ่งทำกับพระโสดาบัน พระอริยะสงฆ์ย่อมได้บุญมากหลายเท่าตัว หลักการทีจ่ ะดูวา่ พระสงฆ์ทา่ นใดนัน้ มีเนือ้ นาบุญสูง ให้ดทู ว่ี ตั รปฏิบตั ขิ องท่าน อย่าไปดูที่สมณะศักดิ์หรือยศพระ เพราะบางทีพระที่มีตำแหน่งสูงๆ ยังมี เนื้ อ นาบุ ญ น้ อยกว่ าเณรองค์ เล็ ก ๆ เสี ยอีก เพราะแค่ ห่ม ผ้าเหลื องสอน ชาวบ้านได้ แต่สอนตัวเองไม่ได้หลอกประชาชนไปวันๆ เท่านั้น

3. แผ่เมตตาอุทิศบุญ ปรับภพภูมิเทวดารักษาตัวและดวง จิตวิญญาณอยู่เสมอ ในการทำบุญทุกครัง้ หลังจากทีไ่ ด้สร้างบุญเสร็จแล้ว ควรจะอุทศิ บุญ ให้กับเทวดาที่รักษาตัว เพื่อแสดงถึงความเคารพ ความกตัญญูต่อท่านและ เป็นการเชื่อมบุญกับท่าน ให้มีสายสัมพันธ์ที่ดีตลอดเวลา สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


31

ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ล้วนมีเทวดารักษาตัว เทวดารักษาตัวนั้น คือ ดวงจิตวิญญาณทีม่ บี ญุ มาก อยูใ่ นภพภูมทิ ส่ี งู กว่าโลกมนุษย์ทย่ี งั คงมีความ ห่วงใยเรา มีกรรมทีผ่ กู พันกันอยู่ อาจจะเป็นพ่อแม่ บรรพบุรษุ ครูบาอาจารย์ เพื่อน ลูก พี่น้องหรือบริวารที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เทวดาเหล่านี้ ท่านไม่ได้แฝงอยู่ในตัวเราแต่ท่านอยู่บนสวรรค์ แต่ เฝ้าคอยดูเรา คอยดลบันดาลให้เราพบกับสิ่งที่ดีในชีวิต หรือคอยเตือนเมื่อ เรามีภัยด้วยการดลบันดาลใจ ยิ่งเราอุทิศบุญส่งไปให้ท่านมากเท่าใด ท่าน ก็จะมีกำลังบุญบารมีมากและสามารถช่วยเหลือเราได้มากขึ้นเท่านั้น และในการอุทิศบุญเพื่อปรับภพภูมิน้ี ใช้ได้ท้งั แก้และป้องกันในเรื่อง ดวงจิตวิญญาณเร่รอ่ น ทีต่ กทุกข์ได้ยาก พวกผีทพ่ี ยายามมาแฝงในตัวเราด้วย เพื่อให้เขาได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่มารบกวนเรา เพราะเราได้ส่งเขาไปอยู่ใน ภพภูมิที่ดีขึ้น เป็นที่พึงพอใจของเขาและเมื่อเขาพอใจ เขาอาจจะให้คุณกับ เราได้ด้วย ดังนั้นหลังจากสร้างบุญไม่ว่าจะเป็นทาน ศีล ภาวนา ทุกครั้ง ควรแผ่เมตตาจิตอุทิศบุญไปให้พวกเขาทั้งหลาย ให้ได้รับผลบุญและไปเกิด ไปจุติยังภพภูมิที่เป็นสุขคติภูมิ มีสวรรค์ พรหมและมีพระนิพพานเป็นที่สุด โดยมีลำดับวิธีการดังนี้ ชำนาญ การวิเศษ


32

3.1 การแผ่เมตตาจิตของผู้ที่ไม่ได้ทิพยจักษุญาณ พึงตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงบุญกุศลของตัวเราเอง ตั้งเจตนาอุทิศ บุญกุศลความดีทั้งหลายให้กับทุกดวงจิต ที่ประสบทุกข์กรรมเวียนว่าย ตกค้างอยู่ผิดภพ ผิดภูมิ ให้ได้รับส่วนบุญส่วนกุศลและเราปรารถนาให้เขา ทั้งหลายได้เกิดในภพภูมิที่ดีกว่าแบบนี้ ได้ผลบ้างตามกำลังบุญกำลังสมาธิ ของผู้อุทิศ หากร่วมใจอุทิศกันมากๆ หลายๆ คนร่วมใจกันก็เกิดผลที่ดี ได้ไม่น้อย 3.2 การอุทิศบุญของผู้ที่ได้ทิพย์จักษุญาณและมโนมยิทธิ คือ การอธิษฐานนำกายทิพย์ไปยังสถานที่แห่งนั้นที่เราอยากจะ แผ่ส่วนบุญ เช่น สถานที่เกิดเหตุเคยมีคนตายจ���นวนมาก ศาลรกร้าง เป็นต้น จากนั้นก็ตั้งจิตแผ่บุญกุศลเป็นรัศมีจากกายทิพย์ของตนเองแผ่ไปยัง ดวงจิตและสัมภเวสีทั้งหลายที่ปรากฏให้เห็นในจิตของเรา เมื่อเราแผ่เมตตาไปแล้วจะปรากฏเห็นกายของสัมภเวสี ที่มาขอ ส่วนบุญจะเปลี่ยนเป็นกายที่สว่างและเปลี่ยนสภาวะกาย อาจเป็นกายทิพย์ ของภพภูมิ ของเทวดาบ้าง พรหมบ้างตามบุญที่เขาได้รับ 3.3 การตั้งจิตอธิษฐานรวมบุญบารมีของเราเอง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และที่จะทำต่อไปในอนาคต ให้มารวมตัว กันก่อนแล้ว จึงแผ่อุทิศส่วนกุศลออกไปยังดวงจิตทั้งหลาย อุปมาดังที่เรา กำลังจะยกของหนัก สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


33

ต้องมีการรวบรวมแรงก่อน การแผ่เมตตาจิตแบบนี้ เราจะเห็นใน จิตได้ว่า มีผลสูงกว่าขึ้นไปอีกช่วยให้ดวงจิตดวงวิญญาณปรับภพภูมิที่สูง ขึ้นไปได้จำนวนมากขึ้น การที่ดวงจิตต่างๆ ปรับภพภูมิไปเกิดยังที่ที่ดีกว่าได้นั้นเป็นผลจาก โมทนามัยบุญ คือ การเสวยผลจากการยินดี ในบุญทีเ่ ราตัง้ จิตอุทศิ ให้ ดังนัน้ จะมีดวงจิตที่โมทนาและไม่โมทนา ท่านที่โมทนาก็ไปได้ ท่านที่ไม่โมทนา ก็ไปไม่ได้เป็นธรรมดา 3.4 การแผ่เมตตาจิตโดยอาศัย การขออาราธนาบารมีแห่งพระ- พุทธเจ้า แห่งคุณพระรัตนตรัย พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสตั ว์ ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้โปรดเมตตามาสงเคราะห์ วิธีการก็คือ การตัง้ จิตระลึกถึงขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า พระ- ปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ ์ ทุกๆ ท่าน ทุกๆ พระองค์ ทุกองค์ให้ท่านเมตตาแผ่ฉัพพรรณรังสีไปยังทุก ดวงจิต ให้เขาได้รับบุญกุศลและโมทนาบุญ สำหรับวิธีนี้ เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และเกิดผลอานิสงส์สูงมากๆ หากเราสัมผัสในจิตจะพบว่ามีดวงจิต ที่ปรับภพภูมิขึ้นสู่สุขคติภูมิแบบนี้ เป็นจำนวนมากมายอย่างรวดเร็ว รวมทั้งกายที่เปลี่ยนไปนั้นมีแสงสว่างมาก กว่าวิธีต้นๆ มากมายนัก ชำนาญ การวิเศษ


34

ที่แนะนำให้ใช้ก็คือ วิธีการที่ 4 นี้ ขอให้จำกันเอาไว้จงอย่าได้ใช้ กำลังของตนเองอย่างเดียว แต่ให้ขอออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระ- อรหันต์ พระโพธิสัตว์ ครูบาอาจารย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ท่านช่วยในการ ทำการทุกอย่างก่อนแผ่เมตตาปรับภพภูมิ แล้วจงตั้งกำลังใจให้ถูกก่อนว่า เราทำไปก็เพื่อปรารถนาให้ดวงจิตแห่งสรรพสัตว์ทั้งหลายไปจุติ ยังภพภูมิ อันเป็นสุขคติมีสวรรค์ มีพระนิพพานเป็นที่สุดด้วยเทอญ 4. รวมสมาธิให้แน่วแน่มั่นคง การสวดมนต์ที่ไม่ได้ผลดีนั้น สาเหตุหลักอีกประการหนึ่งคือ การ ไม่มีสมาธิในการสวดที่ดีพอ เปรียบเหมือนเครื่องรับวิทยุที่ไม่มีกำลังหรือมี คลื่นแทรกอยู่ตลอดเวลา จึงรับคลื่นแห่งพลานุภาพความศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้ หรือรับได้แต่น้อยมากจนไม่เกิดผล คนทั่วไปนั้นเวลาสวดมนต์มักไม่ทราบว่าควรจะต้องทำใจให้นิ่งเสีย ก่อน หรือถ้าจะให้ดีจริงให้ทำสมาธิเสียก่อนก็ยิ่งดีขึ้น เพื่อรวมจิตใจให้นิ่ง ไม่กระสับกระส่าย เพื่อทำให้จิตนั้นรวมกันเข้ากับพระคาถาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งสวด ด้วยความมีสมาธิมากเท่าใด อานิสงส์จะได้รบั มากขึน้ เท่านัน้ และเมือ่ สวดมนต์ เสร็จแล้วควรนั่งสมาธิต่อ ก็จะได้อานิสงส์บุญเพิ่มมากขึ้น มีวิธีการทำสมาธิ ของครูบาอาจารย์แบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้มาฝากกันครับ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


35

การทำสมาธิสามารถทำได้ทุกขณะอิริยาบถ หลวงพ่อลี (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร) พระสายธุดงค์ที่มีชื่อเสียง ท่านหนึง่ แห่งภาคอีสาน ได้เคยให้คำอธิบายวิธกี ารทำสมาธิในชีวติ ประจำวัน เวลาที่จะทำสมาธิน้นั ท่านได้อธิบายอย่างง่ายๆ ไว้ว่า ทำได้ท้งั ยืน เดิน นั่ง และนอน ในอิริยบถทั้ง 4 นี้เมื่อใดที่ใจเป็นสมาธิก็ถือว่าเป็นภาวนามัยกุศล ซึ่งถือเป็นกุศลกรรมสิทธิ์เฉพาะตัว ถือว่าได้บุญด้วยอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงพอ สรุปจากคำแนะนำของท่านไว้ได้ดังนี้คือ การยืน ทำโดยยืนให้ตรง วางมือขวาทับมือซ้าย คว่ำมือทั้งสอง หลับตาหรือลืมตาสุดแท้แต่จะสะดวกในการทำ แล้วเพ่งไปที่คำว่า “พุทโธ” จนจิตตั้งมั่นได้ การเดิน เรียกว่าเดินจงกรม ให้กำหนดความสั้น ความยาว ของ เส้นทางที่จะเดินสุดแท้แต่เราเอง ควรจะหาสถานที่และเวลาที่เหมาะสม ไม่อึกทึกครึกโครม ไม่มีสิ่งรบกวนจากรอบข้าง นอกจากนั้นที่ที่จะเดินไม่ ควรสูงๆ ต่ำๆ แต่ควรเรียบเสมอกัน เมื่อหาสถานที่และเวลาที่เหมาะสม ได้แล้วก็ตั้งสติ อย่าเงยหน้าหรือก้มหน้านัก ให้สำรวมสายตาให้ทอดลงพอ ดี วางมือทั้งสองลงข้างหน้าทับกันเหมือนกับยืน การเดินแต่ละก้าวก็ให้จิต ตั้งมั่นอยู่กับคำบริกรรมว่า “พุทโธ” โดยเดินอย่างสำรวม ช้าๆ ไม่เร่งรีบ กำหนดรู้ในใจ ชำนาญ การวิเศษ


36

การนั่ง คือ นั่งให้สบาย แล้วเพ่งเอาจิตไปที่การบริกรรมคำว่า พุทโธ ท่องภาวนาไว้เป็นอารมณ์ให้กำหนดรู้อยู่ในใจ การนอน คือ ให้นอนตะแคงข้างขวา เอามือขวาวางรองศีรษะ ยืด มือซ้ายไปตามตัว ไม่นอนขด นอนคว่ำ หรือนอนหงาย แล้วก็สำรวมสติ ตัง้ มัน่ ด้วยการภาวนาคำว่า “พุทโธ” ให้ตง้ั มัน่ อยูใ่ นอารมณ์เดียวเช่นเดียวกัน หลักการทำสมาธินี้มีหลายวิธีที่ครูบาอาจารย์ท่านได้ค้นพบ ล้วนแต่ เป็นของวิเศษทั้งสิ้น ขอให้เราทุกคนลองค้นคว้าศึกษาดูรายละเอียด ซึ่งมี ความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ที่ครูบาอาจารย์ท่านเน้นมากที่สุดก็คือ

เมื่อออกจากสมาธิแล้วต้องอุทิศบุญกุศลในการทำสมาธิ ทุกครั้ง แผ่เมตตาและกล่าวคำขออโหสิกรรมด้วย

ถ้าเราจะใช้การสวดมนต์แนะนำว่า ให้ทำสมาธิแบบนั่งจะ ดีที่สุดเพราะจะได้สวดมนต์ต่อเนื่องไปได้เลย สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


37

สวดมนต์ถูกเคล็ดจะได้บารมี 10 ทัศในครั้งเดียว

- ขณะที่เราสวดมนต์เสร็จ เราทำทาน โดยเอาเงินที่ใส่ขันสำหรับ เก็บไว้บริจาค ทำบุญ ถือว่าเป็น ทานบารมี - ขณะที่เราสวดมนต์ เราไม่ได้ทำสิ่งที่ไม่ดีหรือทำบาปกับใคร มีศีลขณะสวดมนต์ ถือว่าเป็น ศีลบารมี - ขณะที่เราสวดมนต์ จิตปราศจากสิ่งรบกวนใจ ถือว่าเป็น เนก- ขัมมะบารมี (การบวชจิตหรือบวชใน) - ขณะที่เราสวดมนต์ เราทำด้วยความศรัทธาด้วยปัญญา ให้เกิด สติและมีสมาธิ ถือว่าเป็น ปัญญาบารมี - ขณะที่เราสวดมนต์ หากเราไม่มีความเพียร เราก็ทำไม่ได้ดังนั้น เราต้องมีความเพียร ถือว่าเป็น วิริยะบารมี - ขณะที่เราสวดมนต์ หากมีความเพียร แต่ไม่มีความอดทนความ เพียรก็ตั้งอยู่ไม่ได้ ดังนั้นต้องมีความอดทนด้วย ถือว่าเป็น ขันติบารมี - ขณะทีเ่ ราสวดมนต์ มีความเพียร ความอดทนแล้ว ก็ตอ้ งมีความ จริงใจในการปฏิบัติด้วย ถือว่าเป็น สัจจะบารมี - เมือ่ สวดมนต์เสร็จ ทำสมาธิ ตัง้ จิตอธิษฐาน ถือว่าเป็น อธิษฐาน บารมี - จากนั้นก็แผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล การแผ่เมตตาถือว่า เป็น เมตตาบารมี ชำนาญ การวิเศษ


38

- ในขณะที่แผ่เมตตา ก็ต้องทำใจให้เมตตา เจริญพรหมวิหาร 4 มีอเุ บกขา วางเฉยและอโหสิกรรมกับบุคคล สรรพสัตว์ทง้ั หลายทีเ่ คยล่วงเกิน ไว้ ไม่โกรธเกลียดใคร ทำใจให้นิ่ง ทำจิตให้สงบโดยวางจิตป็นอุเบกขา ถือ ว่าเป็น อุเบกขาบารมี

อานิสงส์ของการสวดมนต์

1. สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นบุญที่ได้กล่าวคำศัก���ิ์สิทธิ์ ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ บทสวดพุทธมนต์นั้น มาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าที่ได้ทรง สอนสัง่ สาวก มีการจำและท่องสืบกันมา จนถึงมีการจดบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ผู้ที่ได้มีโอกาสสวดมนต์ในชีวิต เป็นการเปล่งคำศักดิ์สิทธิ์ถวายพุทธเจ้า เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าโดยตรงและย่อมได้บุญกุศลมาก 2. เกิดผลดีต่อร่างกาย คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้น ทางการแพทย์สมัยใหม่รับรองแล้วว่า การสวดมนต์ทำให้เกิดความสุขได้จริงในจิตใจ ส่งผลต่อร่างกายให้หลั่งสาร ความสุขออกมาร่างกายก็จะแข็งแรง ใบหน้าสดใส ครูบาอาจารย์ในสมัย โบราณถึงปัจจุบันทราบถึงเคล็ดลับอันสำคัญนี้ ให้สังเกตว่าท่านจะมีอายุ ยืนมาก และบรรพบุรุษของเรานั้นท่านสวดมนต์เป็นประจำ อายุของท่านจึง ยืนยาว ไม่เหมือนคนในปัจจุบันที่ห่างเหินการสวดมนต์มาก อายุจึงสั้น สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


39

3. เป็นการบำเพ็ญภาวนาอย่างหนึ่ง ทำให้มีสมาธิ จิตใจแจ่มใส การสวดมนต์เป็นการสร้างสมาธิวิธีการหนึ่ง เมื่อจิตมีสมาธิย่อม แจ่มใส มีกำลัง คิดอ่านแก้ไขปัญหาอะไรก็จะทำได้ง่ายเพราะมีสติกำกับอยู่ 4. เป็นที่โปรดโปรนของเหล่าเทพเทวดาและดวงจิตวิญญาณทั้งปวง แม้ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นพรหมเทพเทวดา สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดวงจิต วิญญาณทั้งหลาย เมื่อได้ยินบทสวดนั้นจะพบกับความเย็นสบาย คลายทุกข์ ทำให้นยิ มชมชอบคนทีส่ วดด้วย และเมือ่ ได้ยนิ ก็จะช่วยปกป้องรักษาคนทีส่ วด 5. เกิดบุญจากการแผ่เมตตา เมื่อสวดมนต์เสร็จสิ้น มีการแผ่เมตตาแก่ตนเองและเหล่าสรรพสัตว์ ย่อมเกิดอานิสงส์บุญเกิดขึ้น 6. ได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ ์ คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้นย่อมได้รับการอวยพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสมอ เพราะเป็นผู้สร้างกรรมดีจากการสวดมนต์และแผ่เมตตา 7. สร้างสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว ช่วยปัดเป่าภัยพิบัติและ โรคร้ายได้จริง ทุกบทสวดมนต์นั้นมาจากอักขระที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจดลบันดาล ให้ส่ิงอัปมงคลนั้นหลุดออกไปจากชีวิต และสร้างสิริมงคลให้กับคนที่สวด ยิง่ สวดมากก็จะมีสิริมงคลมากขึ้น ทำอะไรก็สำเร็จโดยง่าย ชำนาญ การวิเศษ


40

8 สามารถแผ่บุญไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้ บทสวดมนต์ทุกบทนั้น สามารถแผ่บุญกุศลไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อน ได้ทุกเรื่อง ยิ่งเป็นสายเลือดเดียวกันจะยิ่งเร็วขึ้น อานิสงส์ดังที่กล่าวมาข้างต้น คงพอจะทำให้ทุกท่านเข้าใจเรื่อง อานิสงส์หรือประโยชน์ท่จี ะได้รับจากการสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ตลอด จนการแผ่เมตตาเป็นอย่างดีแล้ว อย่างไรก็ดีที่ยกมานั้นเป็นเพียงประโยชน์ เบือ้ งต้นเท่านัน้ ความจริงแล้วมีอานิสงส์ทจ่ี ะได้รบั ทางอ้อมทางลึกอีกมากมาย กว่านี้นัก แต่เป็น “ปัจจัตตัง” หรือรู้ได้เฉพาะตัวของแต่ละคนไป

โปรดจำไว้เสมอว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นต้องปฏิบัติ เองถึงจะได้

9. เป็นพื้นฐานก่อนไปสู่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานชั้นสูงต่อไป

การสวดมนต์นั้นเป็นพื้นฐานในการที่จะไปปฏิบัติธรรมชั้น สูงต่อไป โดยเฉพาะการวิปัสสนากรรมฐาน ที่ต้องอาศัยจิตที่มี กำลังมาก

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


41

การอโหสิกรรม หมายความวา เราไมโกรธ ไมเกลียด เรามีเวรกรรมตอกันก็ให้อภัยกัน อโหสิกันเสีย อยางที่ทานมา อโหสิกรรม ณ บัดนี้ ให้อภัยซึ่งกันและกัน พอให้อภัยได้ ทานก็ แผเมตตาได้ ถ้าทานมีอารมณคา้ งอยูใ นใจ เสียสัจจะ ผูกใจโกรธ อิจฉาริษยา อาสวะไมสิ้น ไหนเลยละทานจะแผเมตตาออกได้ เราจึงไมพ้นเวรพ้นกรรมในข้อนี้ การอโหสิกรรมไมใชทำงาย

ชำนาญ การวิเศษ


42

ขั้นตอนในการสวดมนต์ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าดีกับทุกคน

การสวดมนต์นั้น ต้องเริ่มจากการชำระร่างกายให้สะอาด ทำจิตใจ ให้สงบด้วยการทำสมาธิให้จิตนั้นนิ่ง เมื่อจิตนั้นรวมกันแล้ว ก็เริ่มสวดต้อง เริ่มตั้งแต่กราบพระ 3 ครั้ง กราบครั้งที่ 1 ให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ กราบครั้งที่ 2 ให้ระลึกถึงพระธรรมคุณ กราบครั้งที่ 3 ให้ระลึกถึงพระสังฆคุณ (การกราบนั้นแม้ไม่มีพระพุทธรูปก็กราบได้ ขอให้น้อมจิตกำหนด ภาพพระพุทธรูปหรือครูบาอาจารย์ที่ท่านเคารพไว้) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


43

และถ้าต้องการให้การสวดมนต์นน้ั ศักดิส์ ทิ ธิย์ ง่ิ ขึน้ ควรสวดบทชุมนุม เทวดา เพื่ออัญเชิญเหล่าเทวดาทั้งหลายให้ท่านมาร่วมชุมนุมเป็นสักขีพยาน และร่วมอนุโมทนาบุญร่วมกัน แต่ถ้าหากสวดตามปกติธรรมดาแล้วแต่ตาม ทีท่ า่ นต้องการ และควรไล่เลียงกันดังนี้ (เป็นการสวดมนต์ตามโบราณาจารย์ ในอดีตกาล แล้วแต่ท่านพิจารณา)

บทบวงสรวงและชุมนุมเทวดา ปุริมัญจะ ทิสัง ราชา ธะตะรัฏโฐ ปะสาสะติ คันธัพพานัง อาธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน โมทะมานา อัฏฐังสุฯ ทักขิณัญจะ ทิสัง ราชา วิรุฬโห ตัปปะสาสะติ กุมภัณฑานัง อาธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน โมทะมานา อัฏฐังสุฯ ปัจฉิมัญจะ ทิสัง ราชา วิรูปักโข ปะสาสะติ นาคานัง อาธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน โมทะมานา อัฏฐังสุฯ ชำนาญ การวิเศษ


44

อุตตะรัญจะ ทิสัง ราชา กุเวโร ตัปปะสาสะติ ยักขานัง อาธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน โมทะมานา อัฏฐังสุฯ ปุริมะทิสัง ธะตะรัฏโฐ ทักขิเณนะ วิรุฬหะโก ปัจฉิเมนะ วิรูปักโข กุเวโร อุตตะรัง ทิสัง จัตตาโร เต มะหาราชา สะมันตา จะตุโรทิสา ทัททัลละมานา อัฏฐังสุฯ สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา ติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุ, ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


45

คำบูชาพระ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ คำนมัสการพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ) สะวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม ธัมมังนะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ) คำนมัสการพระพุทธเจ้า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

คำขอขมาพระรัตนตรัย

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุท ธัสสะฯ (ว่า 3 จบ) สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ ชำนาญ การวิเศษ


46

(ถ้าหลายคนว่า.... ขะมะถุ โน ภันเต, ฯลฯ,.... ขะมะถุ โน ภันเต, อุกาสะ ขะมามะ ภันเตฯ) ไตรสรณคมณ์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉาม��� ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ คำอาราธนาศีล 5 มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


47

คำสมาทานศีล 5 ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ หลังจากนี้ให้สวดบทสวดมนต์อื่นๆ ตามที่ต้องการปรารถนา ขอ แนะนำว่าให้ท่านได้สวดบทสวดเพื่อเพิ่มพลังบารมีให้กับตนเองก่อนที่จะ ไปถึงเรื่องต่างๆ ที่ต้องการ เช่น พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก คาถา ชินบัญชรของสมเด็จโตวัดระฆัง คาถาพาหุงฯ หรือคาถาชัยมงคล คาถา มงกุฎพระพุทธเจ้า คาถาอิติปิโส 8 ทิศ ฯลฯ การสวดมนต์นั้นเป็นการดีทุกประการ และทุกครั้งในการสวดมนต์ องค์เทพทีอ่ ยูใ่ นตัวจะร่วมสวดและอนุโมทนาด้วยและเหล่าเทพเทวดาทัง้ หลาย ก็จะมาร่วมอนุโมทนาด้วยเช่นกัน ขอให้สวดด้วยความเชื่อความศรัทธาและ ด้วยความเคารพ ชำนาญ การวิเศษ


48

ข้อสำคัญที่หลายท่านยังไม่ทราบ เมื่อสวดเสร็จแล้ว ทุก ครัง้ ท่านต้องแผ่เมตตาให้แก่ตนเองก่อน ถึงจะแผ่เมตตาให้แก่ผอู้ น่ื เพราะท่านต้องเพิ่มบุญบารมีให้กับตัวเองก่อน เพื่อที่จะมีบุญไป แผ่เมตตาให้แก่ผู้อื่น

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุข อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากทุกข์ อะหัง อเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากเวร อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความลำบาก อะหัง อะนีโฆ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากอุปสรรค

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


49

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ จงรักษาตนให้มีความสุขตลอดกาลนานเทอญ

คำแผ่เมตตาให้แก่ผู้อื่น

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มเี วรแก่กนั และกันเลย อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียน ซึ่งกันและกันเลย อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิ ดอย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจรักษาตนให้พ้น จากทุกข์ภัยทั้งหมดทั้งสิ้นเถิด

ชำนาญ การวิเศษ


50

บทสวดที่ควรสวด ในแต่ละครั้ง

ขอแนะนำว่าควรสวดไล่เลียงกันไปเพื่อสร้างความสิริมงคลสู่ชีวิต ไม่มตี กต่ำ ด้วยอานุภาพของบทสวดนัน้ มีความศักดิส์ ทิ ธิย์ ง่ิ นัก ครอบจักรวาล และทำตามเคล็ดที่กำกับไว้ในทุกบทสวด

ยอดพระกัณ±์พระไตรปฎก

ก่อนสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฏก พึงคุกเข่าพนมมือตั้งใจบูชา พระรัตนตรัย นมัสการพระรัตนตรัย นมัสการพระพุทธเจ้า นมัสการพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ขอให้ตั้งจิตมั่นในบทสวดมนต์จะมีเทพยดา อารักษ์ทั้งหลายร่วมอนุโมทนาสาธุการ อย่าได้ทำเล่นจะเกิดโทษแก่ตัว ให้ สวดอย่างประณีต ทุกตัวอักขระจะเกิดอานุภาพมาก สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


51

บทสวด 1. อิติปิ โส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา

อะระหัง วัจจะโส ภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ วัจจะโส ภะคะวา วิชชาจะระณะสัมปันโน วัจจะโส ภะคะวา สุคะโต วัจจะโส ภะคะวา โลกะวิทู วัจจะโส ภะคะวา

2. อะระหัง ตัง สะระณัง คัจฉามิ อะระหัง ตัง สิระสา นะมามิ สัมมาสัมพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ สัมมาสัมพุทธัง สิระสา นะมามิ วิชชาจะระณะสัมปันนัง สิระสา นะมามิ สุคะตัง สะระณัง คัจฉามิ สุคะตัง สิระสา นะมามิ โลกะวิทัง สะระณัง คัจฉามิ โลกะวิทัง สิระสา นะมามิ

ชำนาญ การวิเศษ


52

3. อิติปิ โส ภะคะวา อะนุตตะโร วัจจะโส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา ปุริสะธัมมะสาระถิ วัจจะโส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา สัตถา เทวะมะนุสสานัง วัจจะโส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา พุทโธ วัจจะโส ภะคะวา 4. อะนุตตะรัง สะระณัง คัจฉามิ อะนุตตะรัง สิระสา นะมามิ ปุริสะทัมมะสาระถิ สะระณัง คัจฉามิ ปุริสะทัมมะสาระถิ สิระสา นะมามิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง สะระณัง คัจฉามิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง สิระสา นะมามิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ พุทธัง สิระสา นะมามิ 5. อิ ติ ปิ โส ภะคะวา รู ป ะขั น โธ อะนิ จ จะลั ก ขะณะปาระมี จะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


53

อิติปิ โส ภะคะวา เวทะนาขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา สัญญาขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา สังขาระขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา อิติปิ โส ภะคะวา วิญญาณะขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา 6. อิตปิ ิ โส ภะคะวา ปะถะวีจกั กะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน อิตปิ ิ โส ภะคะวา เตโชจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน อิตปิ ิ โส ภะคะวา วาโยจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน อิตปิ ิ โส ภะคะวา อาโปจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา ชำนาญ การวิเศษ


54

ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน อิตปิ ิ โส ภะคะวา อากาสะจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน 7. อิติปิ โส อิติปิ โส อิติปิ โส อิติปิ โส

ภะคะวา ภะคะวา ภะคะวา ภะคะวา

ยามาธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน ตุสิตาธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน นิมมานะระติธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน กามาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน

8. อิติปิ โส อิติปิ โส อิติปิ โส อิติปิ โส อิติปิ โส อิติปิ โส

ภะคะวา ภะคะวา ภะคะวา ภะคะวา ภะคะวา ภะคะวา

รูปาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน ปะฐะมะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน ทุติยะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน ตะติยะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน จะตุตถะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน ปัญจะมาฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


55

9. อิติปิ โส ภะคะวา อากาสานัญจายะตะนะเนวะสัญญานา สัญญายะตะนะอะรูปาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา วิญญาณัญจายะตะนะ เนวะสัญญานา สัญญายะตะนะอะรูปาวะ จะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา อากิญจัญญายะตะนะ เนวะสัญญานา สัญญายะตะนะ อะรูปาวะ จะระธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน 10. อิติปิ โส ภะคะวา โสตาปะฏิมัคคะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน อิตปิ ิ โส ภะคะวา สะกิทาคาปะฏิมคั คะ ธาตุสมั มาทิยานะ สัมปันโน อิตปิ ิ โส ภะคะวา อะนาคาปะฏิมคั คะ ธาตุสมั มาทิยานะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัตตะปะฏิมัคคะ ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน 11. อิตปิ ิ โส ภะคะวา โสตาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา สะกิทาคาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมา ทิยานะ สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา อะนาคาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมาทิ ยานะ สัมปันโน ชำนาญ การวิเศษ


56

12. กุสะลา ธัมมา อิติปิ โส ภะคะวา อะ อา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ชมภูทีปัญจะอิสสะโร กุสะลา ธัมมา นะโม พุทธายะ นะโม ธัมมายะ นะโม สังฆายะ ปัญจะ พุทธา นะมามิหัง อา ปา มะ จุ ปะ ที มะ สัง อัง ขุ สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ อุ ปะ สะ ชะ สุ เห ปา สา ยะ โส โส สะ สะ อะ อะ อะ อะ นิ เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ ภุ พะ อิ สวา สุ สุ สวา อิ กุสะลา ธัมมา จิตติวิอัตถิ

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


57

13. อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง อะ อา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ สา โพธิ ปัญจะ อิสาะโร ธัมมา 14. กุสะลา ธัมมา นันทะวิวังโก อิติ สัมมาพุทโธ สุ คะ ลา โน ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ จาตุมะหาราชิกา อิสสะโร กุสะลา ธัมมา อิติ วิชชาจะระณะสัมปันโน อุ อุ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตาวะติงสา อิสสะโร กุสะลา ธัมมา นันทะ ปัญจะ สุคะโต โลกะวิทู มะหาเอโอ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ยามา อิสสะโร กุสะลา ธัมมา พรหมมาสัททะ ปัญจะ สัตตะ สัตตาปาระมี อะนุตตะโร ยะมะกะขะ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ชำนาญ การวิเศษ


58

15. ตุสิตา อิสสะโร กุสะลา ธัมมา ปุ ยะ ปะ กะ ปุริสะทัมมะสาระถิ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ 16. นิมมานะระติ อิสสะโร กุสะลา ธัมมา เหตุโปวะ สัตถา เทวะมะนุสสานัง ตะถา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ 17. ปะระนิมมิตะ อิสสะโร กุสะลา ธัมมา สังขาระขันโธ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ พุทธะปะผะ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


59

18. พรหมมา อิสสะโร กุสะลา ธัมมา นัจจิปัจจะยา วินะปัญจะ ภะคะวะตา ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ พุทธิลา โลกะลา กะระกะนา เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ ฯ 19. นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ วิตติ วิตติ วิตติ มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ อัตติ อัตติ มะยะสุ สุวัตถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ 20. อินทะสาวัง มะหาอินทะสาวัง พรหมะสาวัง มะหาพรหมะสาวัง จักกะวัตติสาวัง มะหาจักกะวัตติสาวัง เทวาสาวัง มะหาเทวาสาวัง ชำนาญ การวิเศษ


60

อิสิสาวัง มะหาอิสิสาวัง มุนีสาวัง มะหามุนีสาวัง สัปปุริสาวัง มะหาสัปปุริสาวัง พุทธะสาวัง ปัจเจกะพุทธะสาวัง อะระหัตตะสาวัง สัพพะสิทธิวิชชาธะรานังสาวัง สัพพะโลกา อิริยานังสาวัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ 21. สาวัง คุณัง วะชะพะลัง เตชัง วิริยัง สิทธิกัมมัง นิพพานัง โมกขัง คุยหะกัง ถานัง สีลัง ปัญญานิกขัง ปุญญัง ภาคะยัง ตัปปัง สุขัง สิริรูปัง จะตุวีสะติเสนัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ 22. นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม อิติปิโส ภะคะวา

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


61

23. นะโม พุทธัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม 24. นะโม ธัมมัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม 25. นะโม ธัมมัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ชำนาญ การวิเศษ


62

26. นะโม สังฆัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ วาหะปะริตตัง 27. นะโม พุทธายะ มะอะอุ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา ยาวะ ตัสสะ หาโย นะโม อุอะมะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา อุ อะมะ อาวันทา นะโม พุทธายะ นะ อะ กะ ติ นิ สะ ระ นะ อา ระ ปะ ขุ ธัง มะ อะ อุ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


63

พระพุทธมนตและพระคาถาทั้งปวงนั้น ยอมนำความปติสุข ให้แกผู้ประพฤติดีและมีศีลธรรม

ชำนาญ การวิเศษ


64

บทสวดบารมี 30 ทัศ บารมี 30 ทัศ คือ คาถาและคำสัง่ สอนของพระพุทธเจ้าทีป่ ระเสริฐ กล่าวถึงแนวทางสำหรับผู้ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อบรรลุโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล ซึ่งพระพุทธองค์ได้ปฏิบัติมาแล้วในภพชาติ ต่างๆ ประมาณ 500 ชาติ ซึ่งบารมี 30 ทัศนี้ แม้ท่านที่ไม่ได้ตั้งจิตอธิษฐานปรารถนาจะ เป็นพระพุทธเจ้าถ้าได้สวดเป็นประจำ จะยิ่งเพิ่มบุญบารมีมากมายมหาศาล ประมาณค่ามิได้ และบทสวดนี้สืบทอดโดยครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ไทย สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


65

การสวดนั้นต้องอยู่ในสมาธิที่แน่วแน่ จิตอย่าส่าย มุ่งจิตไปรวมที่ ตัวอักขระในแต่ละตัว จะเกิดบารมีมากมายจนประมาณค่ามิได้

บทสวด

ทานะ ปาระมี สัมปันโน, ทานะ อุปะปารมี สัมปันโน, ทานะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุ ณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา สีละ ปาระมี สัมปันโน, สีละ อุปะปารมี สัมปันโน, สีละ ปะระ มัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา เนกขัมมะ ปาระมี สัมปันโน, เนกขัมมะ อุปะปารมี สัมปันโน, เนกขัมมะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา ปัญญา ปาระมี สัมปันโน, ปัญญา อุปะปารมี สัมปันโน, ปัญญา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุ ณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา ชำนาญ การวิเศษ


66

วิริยะ ปาระมี สัมปันโน, วิริยะ อุปะปารมี สัมปันโน, วิริยะปะระ มัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา ขันตี ปาระมี สัมปันโน, ขันตี อุปะปารมี สัมปันโน, ขันตีปะระ มัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา สัจจะ ปาระมี สัมปันโน, สัจจะ อุปะปารมี สัมปันโน, สัจจะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา อะธิฏฐานะ ปาระมี สัมปันโน, อะธิฏฐานะ อุปะปารมี สัมปันโน, อะธิฏฐานะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา เมตตา ปาระมี สัมปันโน, เมตตา อุปะปารมี สัมปันโน, เมตตา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


67

อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน, อุเปกขา อุปะปารมี สัมปันโน, อุเปกขา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา ทะสะ ปาระมี สัมปันโน, ทะสะ อุปะปารมี สัมปันโน, ทะสะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ นะมามิหัง

ชำนาญ การวิเศษ


68

พุทธชัยมงคลคาถา

(บทพาหุงฯ บทสวดแห่งชัยชนะทั้งปวง)

บทสวดนีเ้ ป็นคาถาศักดิส์ ทิ ธิม์ าก สมัยอดีตใช้สวดก่อนทำศึกสงคราม และเพื่อการอันเป็นมงคลทั้งปวง ต้องเริ่มจากสวดอ���ติปิโสฯ... 3 จบ และ สวดตามบทสวด บทสวดพุทธคุณ อิตปิ ิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


69

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปนั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจปิ ะฏิปนั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุค คะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ บทสวด พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ชำนาญ การวิเศษ


70

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะ สุทารุณันตัง ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท,

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


71

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญฯ

*** การสวดพุทธคุณหรืออิติปิโสฯ ให้สวดจำนวนเท่าอายุ บวกอี ก 1 เช่ น อายุ 30 ปี ต้ อ งสวด 31 จบ จะทำให้ เ กิ ด แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง และจะเกิดโชคลาภได้ง่าย อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

ชำนาญ การวิเศษ


72

พระคาถาชินบัญชร พระคาถาชินบัญชรของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ถ้าใครท่องจำได้ขึ้นใจ ภาวนาทุกคืนวันมีคุณานุภาพมากมาย ทำให้เกิดโชคลาภ เป็นสิริมงคลต่อ ตัวเอง ใช้เสกทำน้ำมนต์รดแก้สรรพทุกข์โศกโรคภัย ไม่ว่าจะถูกกระทำ คุณไสย คุณผี คุณคนทั้งปวง ใช้ปลุกเสกพระเครื่องรางของขลังจะเพิ่ม อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าท่องไม่หมดจะเลือกใช้เฉพาะบทก็ได้ สุดแต่จะเจตนาใช้ ดังนี้ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


73

อาราธนาสมเด็จไปกับตัว - ใช้บทที่ 3 ภาวนา สำหรับนักพูดนักแสดง ก่อนพูดก่อนแสดง - ใช้บทที่ 7 ภาวนา สำหรับเสกน้ำล้างหน้า เสกแป้งเจิม - ใช้บทที่ 8 ภาวนา ถ้าต้องการแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย - ใช้บทที่ 9 ภาวนา สำหรับป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ - ใช้บทที่ 13 ภาวนา อาราธนาขอให้คุณพระคุ้มครอง - ใช้บทที่ 14 ภาวนา หรือจะใช้แบบรวมยอดดังนี้ ตอนก่อนจะออกจากบ้านทุกเวลาให้ พนมมือ สวดนะโมฯ 3 จบ แล้วว่า “ชินะปัญชะระ ปะริตตังมัง รักขะตุ สัพพะทา” 3 จบ หมายเหตุ: คำแนะนำทั้งหมดสำหรับผู้ที่มีความศรัทธามั่นคงใน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และเป็นผู้ที่มีคุณธรรมประจำใจ ประพฤติตัวอยู่ในศีล ผู้นั้นก็จะได้รับความสุขและรอดพ้นจากภัยพิบัติ ต่างๆ นอกจากว่าจะเกิดจากกรรมในอดีต ส่งผลมาถึงท่านก็ช่วยให้หนัก เป็นเบาได้ ขอให้ทำเป็นประจำ และช่วยกันเผยแพร่ต่อๆ ไปด้วยเป็นการเพิ่ม กุศลให้กับตนเอง ชำนาญ การวิเศษ


74

วิธีสวด เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนา “ชินบัญชร” ตั้งนะโม 3 จบก่อน แล้วระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) (ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง อัตถิ กาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตตะวา อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหัง สุคะโต นะโมพุทธายะ.) 1. ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา. 2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา. 3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร. 4. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


75

5. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก. 6. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว 7. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร. 8. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ. 9. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา. 10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง. 11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา. ชำนาญ การวิเศษ


76

12. ชินะ นานาวะระสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา. 13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร. 14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา. 15. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชิตันตะราโยชินะปัญชะเรติฯ.

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


77

แม้พระคาถาจะเข้มขลังสักปานใด ยอมไมคุ้มครอง คนพาลและผู้ประพฤติตนเลวทราม

ชำนาญ การวิเศษ


78

บทสวด

พระมหาจักรพรรดิ บทสวดพระมหาจักรพรรดิของ หลวงปูด่ ู่ วัดสะแก จ.อยุธยา นัน้ เป็น บทสวดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก และถือว่ามีพลังครอบจักวาล ทั้งทำให้ชะตาชีวิต ดีข้นึ ปฏิบัติธรรมได้เร็วขึ้นได้ท้งั ทางโลกและทางธรรม ใช้ปรับภพภูมิได้ทุก ดวงจิตวิญญาณเพื่อให้ท่านไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น และเป็นคุณกับผู้สวดเป็น อย่างยิ่ง สำหรับท่านที่มีองค์เทพหรือเทวดารักษาตัว ยิ่งสวดคาถานี้ท่านจะ เห็นผลด้วยตัวของท่านเอง ดังที่พระท่านว่าเป็น “ปัจจัตตัง” นั่นแล สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


79

วิธีสวด

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)

���ละรวมจิตเคารพระลึกถึงหลวงปูท่ วด วัดช้างไห้ หลวงปูด่ ู่ วัดสะแก หรือครูบาอาจารย์ที่ท่านให้ความเคารพ บทสวดนี้มีเคล็ดลับอยู่ที่ให้สวด ตามกำลั ง วั น อาทิ ต ย์ 6 จั น ทร์ 15 อั ง คาร 8 พุ ธ 17 พฤหั ส 19 ศุกร์ 21 เสาร์ 10 และจะให้ดียิ่งขึ้นควรสวดตอน 2 ทุ่มครึ่ง เพราะในตอนนั้นเป็น ช่วงเวลาเปิดทีเ่ หล่าเทพเทวดาจะมาร่วมอนุโมทนาและมีลกู ศิษย์สายหลวงปูด่ ู่ กำลังสวดอยู่เป็นจำนวนมาก บทสวดพระมหาจักรพรรดิ นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ มณีนพรัตน สีสะหัสสะ สุธรรมา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโตอะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิสัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะปูเชมิ ชำนาญ การวิเศษ


80

บทสวดแผ่บุญปรับภพภูมิส่งวิญญาน และเชิญพระเข้าตัว สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตาปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส (5 จบ) พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆังอธิษฐามิ (ให้อธิษฐานจิตแผ่บุญไปทั่วทั้งสามโลกธาตุภพภูมิทั้งหมดทั้งมวล รวมทั้งบิดามารดา ญาติ เทวดารักษาตัวเจ้ากรรมนายเวร ฯลฯ และส่ง วิญญาณ) ตัวอย่างการอธิษฐานรวมกำลังจักรพรรดิ ลูกขอตั้งสัจจะอธิษฐาน (ตั้งสัจจะโดยจะสวดมหาจักรพรรดิทุกวัน หรือตั้งสัจจะใดก็ได้ที่เราคิดว่าทำได้ทุกวัน) ด้วยสัจจะอธิษฐานลูกขอบารมี หลวงปู่ดู่โปรดเมตตา รวมบุญน้อมนำบารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมา- สัมพุทธเจ้าองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิ ทุกๆ พระองค์ ขอบารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสตั ว์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


81

ขอบารมีรวมหลวงปูท่ วดหลวงปูด่ เู่ ป็นทีส่ ุด ขอบารมีรวมของดวงจิต พระโสดาบัน พระสกิทาคาและพระอนาคามีทุกๆ ดวงจิต สิ่งที่ลูกอธิษฐาน ลูกอธิษฐานเพื่อปรับภพภูมิของ (ให้บอกความประสงค์ไปทั้งหมด)... สิ่งที่ลูกอธิษฐานนี้ ลูกขออาราธนาบารมีหลวงปู่ดู่น้อมนำบารมีรวม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิ ขอบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่เป็นที่สุด ขอได้โปรดเมตตารวมกำลังพระจักรพรรดิในทุกรูปลักษณ์และที่ลูก ได้สวดทุกวัน เพื่อนำกำลังนี้มาเป็นประโยชน์ต่อ...(ให้บอกไปในเรื่องที่เราต้องการ เช่น หน้าที่การงาน การเงิน โรคภัยไข้เจ็บ) และขอให้ทุกสิ่งเป็นจริงโดยเร็วพลัน ตามสัจจะอธิษฐานนี้เทอญ... โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ (สวดสัพเพฯ อีก 3 ครั้ง)

ชำนาญ การวิเศษ


82

บทสวดหมวดมหาอำนาจ เรียกทรัพย์ เมตตา ความรักและสิริมงคล เลือกเอาตามจริต

ก่อนสวดบทสวดพระคาถา หรือคาถาทุกครั้ง ต้องตั้งนะโม 3 จบ แต่ถ้าสวดเรียงกันไป ตั้งนะโม 3 จบครั้งเดียวพอ บทสวดไตŽซือ ไตŽปุย ขอพรพระแม่กวนอิม “.......นำโม ไต่ช×อ ไต่ปุย กิวโคว กิวหลัèง กวงไตŽเล่งกêำ กวงสีอิม ผู่สัก (กราบ) นำโม ไต่ช×อ ไต่ปุย กิวโคว กิวหลัèง กวงไตŽเล่งกêำ กวงสีอิมผู่สัก (กราบ) นำโม ไต่ช×อ ไต่ปุย กิวโคว กิวหลัèง กวงไตŽเล่งกêำ กวงสีอิมผู่สัก (กราบ) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


83

นำโมÎุก นำโมÎวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโค่ว กิวหลัèง กวงสีèอิมผู่สัก ถัèงจีéโต โอม เกียล้อÎวดโต เกียลอÎวดโต เกียลอÎวดโต ล้อเกีย Îวดโต ล้อเกียÎวดโต ซาผ่อออ เทียงล้อซิéง ตีèล้อซิéง นัéงลีèหลัèง หลัèงลีéซิéง เจ็กเฉียก ไจเอียงÎวยอุ่ยติéง นำโม ม่อออ ปวกเยีèยะ ปอล่อบิêก (กราบ) (ภาวนาวันละหลายจบยิ่งมีอานิสงส์มาก) คำแปลบทสวด ไตŽซือ ไตŽปุย ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ พระผู้เปี›ยมล้น ด้วยพระมหาเมตตา พระมหากรุณาอันยิง่ ใหญ่ไพศาล ขอได้โปรดบำบัดทุกข์ โศก โรคภัยอันตรายทั้งปวง ข้าพเจ้าขอน้อมถึง พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ ขอได้โปรดขจัดปัดเป่าทุกข์โศก โรคภัยทั้งปวงให้หมดสิ้นไป ขอ ความสุข สมปรารถนาทุกประการ จงมีแด่ข้าพเจ้า ขอเทพเจ้าเบื้องบน และเทพเจ้าเบื้องล่างทั้งหมด ได้โปรดปัดเป่าให้เวรกรรมและสรรพเคราะห์ ทั้งมวล จงหมดสิ้นไป

ชำนาญ การวิเศษ


84

จากพระสิวลี

คาถาขอลาภ

คาถานีแ้ ต่งโดย หลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ จังหวัด ลำปาง และการจะขอลาภจากพระสิวลีนั้น ต้องเป็นคนที่ทำทานมาก สละ ซึ่งประโยชน์ส่วนตัวช่วยเหลือผู้อื่น การสวดนั้นต้องครบ 5 จบในการสวด ต่อการสวดครั้งหนึ่ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ) สีวะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง สีวะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง สีวะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง มะหาสีวลี เถโร มะหาลาโภ โหติ มะหา สีวลี เถโร ลาภัง เม เท ถะ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


85

พลังแหงใจ เปนพลังศักดิ์สิทธิ์ ที่ชวยหนุนนำอานุภาพพระคาถาทั้งปวง

ชำนาญ การวิเศษ


86

พระอุปคุต

คาถาขอลาภ

เคล็ดในการขอลาภจากพระอุปคุตนั้น ต้องเป็นผู้ทำบุญสม่ำเสมอ และเจริญสมาธิภาวนาตลอด และอุทิศบุญไปให้พระอุปคุตเพื่อเชื่อมบุญ และขอบุญจากท่าน ห้ามบนบานโดยเด็ดขาด การสวดนั้นต้องครบ 5 จบ ในการสวดต่อการสวดครั้งหนึ่ง วิธีบูชาพระอุปคุต ให้จดุ ธูปเทียนบูชาพร้อมด้วยดอกไม้หอม เครือ่ งหอม น้ำหอมต่างๆ เพื่อเทหยดใส่ในขันน้ำมนต์ ณ ที่บูชาพระในร้านค้าขาย หรือสำนักงาน เพื่อทำธุรกิจต่างๆ แล้วอธิษฐานขอให้กลิ่นธูปควันเทียน ลมพัดไปทางไหน สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


87

ขอให้ดลใจผู้คนเข้ามาอุดหนุนกิจการอาชีพที่กระทำด้วยความราบรื่น มี ความสำเร็จสมความปรารถนาทุกประการ แล้วอธิษฐานจุดธูปเทียนบูชาแล้ว ให้ว่า นะโม 3 จบ และสวด คาถาขอลาภพระมหาอุปคุต 1 จบ แล้วจึงทำน้ำมนต์ด้วยคาถาขอลาภ พระมหาอุปคุตอีก 1 จบ เสร็จแล้วเอาน้ำมนต์ประพรมร้านค้าและสิ่งของ ต่างๆ ภายในร้านค้า หรือทำธุรกิจอย่างอื่นๆ ก็ให้เอาน้ำมนต์ประพรม ภายในสำนักงานและสิ่งของต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบ กิจการนั้นๆ ทั้งหมด เมือ่ เปิดร้านเวลาเช้าก่อนผูค้ นเข้ามาซือ้ ของในร้าน หรือเปิดสำนักงาน เวลาเช้าก่อนทำงานปกติ ปฏิบตั ดิ งั นีท้ กุ ๆ วัน จะทำให้เกิดเป็นเสน่หเ์ มตตา มหานิยม มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอุดหนุนมากมาย มีโชคลาภเพิ่มพูนเข้ามา ไม่ขาดสาย ทำให้ฐานะร่ำรวยมหาศาล โจรผู้ร้ายเมตตาสงสาร ไม่อาจจะ ทำการโจรกรรมคุกคามได้และไม่มีคู่อริศัตรูแข่งขัน ทำการขัดผลประโยชน์ อีกด้วย บทสวด นะโม ตั ส สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สั ม มา สั ม พุ ท ธั ส สะ (3 จบ) ชำนาญ การวิเศษ


88

มะหาอุปคุต จะ มะหาลาโภ พุทโธลาภัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ราชาปุริโส อิถีโยมานัง นะโม โจรา เมตตาจิตตัง เอหิจิตติจิตตัง ปิยังมะ มะ สะเทวะกัง สะพรหมมะกัง มนุสสานัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เมฯ เอหิจิตติจิตตัง พันธะนัง อุปะคุตโต จะมหาเถโร พุทธะสาวะกะ อานุภาเวนะ มาระวิชะยะ นิระภะยะ เตชะปุณณะตา จะ เทวะตานัมปิ มะนุ ส สานั ม ปิ เอหิ จิ ต ตั ง ปิ ยั ง มะมะ อิ มั ง กายะพั น ธะนั ง อะทิ ถ ามิ ปะอัยยิสสุตัง อุปัจสะอิ

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


89

พระสังกัจจายน์

คาถาบูชา

คาถาบูชาพระสังกัจจายน์ ผู้ใดบูชาพระสังกัจจายน์ ย่อมเป็น มหามงคลอุดมด้วย ลาภ ยศ ความเจริญรุ่งเรืองดีนักแล เค���็ดลับอยู่ที่ การให้ทานแก่บริวาร คนใกล้ชิด คนแปลกหน้าเสมอกันและการช่วยเหลือ บำรุงพระพุทธศาสนาทุกทางที่ทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องธรรมทาน ยิ่งทำยิ่งรวย การสวดนั้นต้องครบ 5 จบในการสวดต่อการสวดครั้งหนึ่ง ชำนาญ การวิเศษ


90

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ) บทสวด กัจจานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะ สุภา สิตัง พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะฯ

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


91

บุคคลพึงฝกใจ ให้กอเกิดประสิทธิผล พลังแหงใจนั้นยอมเปนที่มา ของพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง

ชำนาญ การวิเศษ


92

คาถามหาอำนาจ

ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

คาถานี้ใช้เสกน้ำล้างหน้าทุกวันตอนเช้า แล้วจะมีอำนาจเป็นที่ ยำเกรงของคนทั้งปวง น้ำที่ใช้ต้องเป็นน้ำสะอาด ก่อนสวดให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และหลวงพ่อปาน ครูบาอาจารย์ ที่ท่านเคารพทุกครั้ง ขอบุญบารมีท่านมาช่วยเพิ่มอำนาจ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ) เอวัง ราชะสีงโห มะหานาทัง สีหะนาทะกัง สีหะนะ เม สีละเตเชนะ นามะ ราชะสีงโห อิทธิฤทธิ พระพุทธังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


93

อิทธิฤทธิ พระธัมมังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง อิทธิฤทธิ พระสังฆังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง

คาถาเรียกทรัพย์

คนทีใ่ ช้คาถานีต้ อ้ งถือศีล 5 ถ้าไม่ครบให้ถอื ศีลข้อ 2 เรือ่ งอทินนาฯ และข้อ 5 เรื่องสุราเมรยฯ อย่าให้ศีลขาดเป็นอันขาด คาถาบทนี้ให้สวด ภาวนาเวลาตื่นนอน 3 จบ เวลาใส่บาตร 1 จบ ก่อนนอน 3 จบ หรือ เวลาว่าง จะทำให้มีโภคทรัพย์มากมาย และเมื่อมีเงินเข้ามาทุกครั้ง อย่า เพิ่งนำไปใช้ให้ถือไว้ในมือแล้วระลึกถึงหลวงพ่อปาน ซึ่งวิธีนี้ครูแจง ครูผึ้ง เป็นผู้นำมาสอนหลวงพ่อปาน แล้วให้เก็บใส่กระเป๋า ใส่ซองหรือเก็บไว้ในลิ้นชักเอาเคล็ด เมื่อถึง เวลาจะใช้แล้วจึงนำไปใช้ ให้สังเกตว่าเงินจะงอกหรือเพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา โดยการอัศจรรย์ มีคนมากมายเจอกับตัวเองมาแล้ว ไม่มีจนในชาตินี้ บทคาถา พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (1 จบ) วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณีมามะ พุทธัสสะ สะวา โหม

ชำนาญ การวิเศษ


94

คาถาเงินล้าน

(หลวงพ่อพระราชพรหมยาน - ฤๅษีลิงดำ)

เคล็ดในการสวดต้องเป็นคนที่ถือศีล 5 อย่างเคร่งครัดและหมั่น ใส่บาตรและสวดคาถานีท้ กุ วันครัง้ 9 จบ หรือเมือ่ นึกได้กใ็ ห้สวดได้เลยในใจ หลังจากทำบุญต้องอุทิศบุญกุศลถวายแด่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤåษีลิงดำ และครูบาอาจารย์ ผูม้ พี ระคุณและเจ้ากรรมนายเวรทุกครัง้ และถ้าสวดมนต์ เสร็จแล้วถ้าได้ทำสมาธิและแผ่เมตตาให้ตัวเอง ให้ผู้อื่นก็จะเรียกเงินล้าน เข้าตัวเร็วขึ้น สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


95

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ) สัมปะจิตฉามิ (คาถาย้อนกลับ) นาสังสิโม พรมมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ (คาถาปัดอุปสรรค) พรมมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม (คาถาเงินแสน) มหาปุญญ มหาลาโภ ภะวันตุเม (คาถาลาภไม่ขาดสาย) มิเตพาหุหะติ (คาถาเงินล้าน) พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือ ปัจเจกโพธิ์) สัมปะติจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น) เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤา ฤา (บูชา 9 จบ ตัวคาถาต้องว่าทั้งหมดทุกตัว)

***คาถานีพ้ สิ จู น์มาแล้วมากมายผูท้ ส่ี วดอย่างจริงจังสม่ำเสมอ และปฏิบตั ติ นได้อย่างถูกต้องตามเคล็ด มีเงินล้านทุกคน! ชำนาญ การวิเศษ


96

เศรษฐี

คาถาหัวใจ

อุ อา กะ สะ การที่จะใช้คาถานี้ได้ดีแล้วได้ผลนั้น ต้องเอาความหมาย ไปปฏิบัติด้วย อุ ย่อมาจากคำว่า อุฏฐานสัมปทา แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยความ ขยันหมั่นเพียรในการแสวงหาความรู้ หนักเอาเบาสู้ในหน้าที่การงานที่ได้รับ มอบหมาย กิจการทั้งหลายต้องรู้จักรับผิดชอบ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


97

อา ย่อมาจากคำว่า อารักขสัมปทา แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยการ รักษาคุ้มครองทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ด้วยความ ขยันหมั่นเพียร ไม่ให้ เงินทองรั่วไหลมีอันตราย ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมิให้เปลืองเงินทอง โดยใช่เหตุ ตลอดจนรักษาหน้าที่การงานของตัวเองไม่ให้เสื่อมเสีย กะ ย่อมาจากคำว่า กัลยาณมิตตตา แปลว่า การมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว เพราะคบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไป หาผล สะ ย่อมาจากคำว่า สมชีวิตา แปลว่า การเลี้ยงชีวิตตามสมควร แก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ รู้จักกำหนดรายรับและรายจ่าย อย่าให้สุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือยหรืออัตคัดขัดสนจนเกินไปให้รู้จักออมเงินเอาไว้ ฉุกเฉินเมื่อไร จะได้ใช้เงินออม คาถาขอลาภจากพระของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร เป็นคาถาบูชาพระของหลวงพ่อเงิน ซึ่งท่านได้ให้ไว้ตั้งแต่สมัยครั้งที่ ท่านยังมีชีวิตอยู่ การสวดคาถาบทนี้จะให้เกิดผลเร็ว ท่านว่าให้พนมมือเอา พระท่านไว้ในมือสวด 9 ครั้งเช้า กลางวัน เย็นจะเห็นผลมากขึ้น ชำนาญ การวิเศษ


98

แต่ถ้าไม่มีพระให้นึกถึงหน้าหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หรือพระ ทีท่ า่ นสร้างก็ได้ เพือ่ สือ่ พลังจิตขอให้ทา่ นช่วย (ขอขอบคุณข้อมูลที่มาจากเล็ก พิจิตร เซียนพระชื่อดังของจ.พิจิตร) วิธีสวด ตั้งนะโมฯ 3 จบ แล้วรำลึกถึงพระรัตนตรัย หลวงพ่อเงิน วัด บางคลาน พระคุณพ่อแม่ แล้วสวดว่า นะ เงินมีมา นะชาลีติ นะ เงินไหลมา นะชาลีต ิ (9 จบ)

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


99

ผู้ระลึกถึงคุณของผู้อื่นและสรรพสิ่งอยูเสมอ ยอมรู้ซึ้งถึงคุณคาของชีวิต และผู้ตระหนักรู้คุณคาแหงชีวตนี้ ยอมรู้ซึ้งถึงพลังแหงตน

ชำนาญ การวิเศษ


100

หมวดคาถา

เมตตามหานิยม คาถามหานิยมจะยิ่งใช้ได้ผลถ้าเป็นผู้ถือศีล 5 เคร่งครัดและจะทำ ให้ชะตาชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น หน้าตาจะอิ่มเอิบ ผุดผ่อง เป็นแรง สนับสนุนให้เกิดผลเร็วขึ้น ใช้ภาวนาคาถาก่อนเดินออกจากประตูบ้าน ว่าคาถาแล้วลูบหัว 1 ครัง้ ลูบหน้า 1 ครัง้ ลูบริมฝีปาก 1 ครัง้ ตัง้ สติให้มน่ั แล้วค่อยเดินออกไป จะทำให้คนที่พบเจอมีความรู้สึกที่ดี การติดต่อใดๆ ก็จะราบรื่นไม่ติดขัด หรือเมื่อจะไปพบคนที่เราต้องการให้ช่วยเหลือ ก็ภาวนาก่อนที่จะพบ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


101

บทสวด นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู นะโมพุทธายะ นะมะอะอุ หรือของอีกสำนักหนึ่งว่าสั้นๆ ดังนี้ เมตตา คุณะณัง อะระหัง เมตตา คาถาเจ้านายเมตตา ปัญจะมังสิระสังขาตัง นาหาย นะกาโร โหติ สัมภะโว อิสวาสุ (ให้สวดท่องภาวนา 3 จบ ก่อนออกจากบ้าน แล้วเจ้านายจะเมตตา) คาถาขุนแผน เอหิมะมะ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ (ใช้ทอ่ งกับของใช้สว่ นตัวอะไรก็ได้แล้วจะทำให้มเี สน่หเ์ ป็นทีห่ ลงไหล) คาถาเอ็นดู วิชชาจะระณะสัมปันโน อิติปิโสภะคะวา ปิยะเทวะมนุสสานัง ปิโยพรหมานะ มุตตะโม ปิโย���าคะ สุปัณณานัง ปิณินทะริยัง นะมามิหัง นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู (ให้ท่องคาถาก่อนไปพบผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อให้เกิดความรักใคร่เอ็นดู) ชำนาญ การวิเศษ


102

คาถาคนนิยม

เอหิสาลิกา ยังยัง พุทธัง อาคัจฉาหิ สาลิกาถิง กะระณัง ตาวังคาวา เอหิมะมะ สุวะโปตะโก อะยัง ราชา สุวัณณะวัณณา สาลิกานัง มะโหสะโต ปิยังมะมะ (ใช้สวดภาวนาเมื่อต้องการติดต่อเจรจาในเรื่องสำคัญ ค้าขาย เพื่อ ให้คนนิยมชมชอบ) คาถาสมัครงาน พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะริรัญ ชีวิตัญวิทัง นะโมมิตตามนุสสาจะ นะเมตตา โมกรุณา (ใช้ทอ่ งก่อนออกจากบ้านไปสัมภาษณ์หรือสมัครงานจะทำให้มเี สน่ห์ เป็นที่ประทับใจ) คาถาค้าขายดี โอมอิตพิ ทุ ทัตสะ สุวนั นัง วารัชชะคัง วามะนีวาวัตตัง วาพัพพะยัน ละเอหิคาคัชวันติ (ให้เอาใบไม้แช่น้ำใส่ขันไว้แล้วสวดภาวนา เสร็จแล้วนำน้ำไปประ- พรมให้ทั่วร้าน จะทำให้ค้าขายคล่อง) หรือจะใช้อีกคาถาหนึ่งก็พูดกันว่าทำ ให้ทำมาค้าขึ้นเหมือนกัน คือ อิติปิโสภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


103

และอีกคาถาหนึ่งสำหรับพ่อค้า แม่ค้าที่นิยมเสกเป่า 3 จบ กับ สินค้าเหมือนกันคือ พุทธัง พะหุชะนานัง เอหิจิตตัง เอหิมะนุสสานัง เอหิลาภัง เอหิ เมตตา ชมภูทีเป มะนุสสานัง อิตถิโย ปุริโส จิตตัง พันธังเอหิ คาถาร่ำรวย ธะนัง โภคัง ทุสะ มะนิ อุมิ อะมิ มะหิสุตัง สนะพุทธัง อะ สุ นะ อะ นะ มะ พะ ทะ จะ ภะ กะ สะ (สําหรับท่านที่เปิดร้านขายของให้มีลูกค้ามากๆ ใช้ภาวนากับน้ำ แล้วนำเอามาพรมให้ทั่วร้านหรือบ้าน จะนำพามาซึ่งเงินทองไม่ขาดสาย) คาถาสาริกาลิ้นทอง พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิริมะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต (ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอน ท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง) ชำนาญ การวิเศษ


104

คาถาการเจรจา

นะโมพุทธายะ มะอะอุ ยะธาพุทโมนะ อุอะอะ อิสวาสุ สัพพะ ทัสสะ อะสังวิสุ โลปุสะพุภะ (ใช้ภาวนากับน้ำล้างหน้าตอนเช้าก่อนออกจากบ้านไปติดต่อเจรจา เรื่องสำคัญ จะทำให้สำเร็จในสิ่งที่หวังไว้) คาถาอุปถัมภ์ อิตปิ าระมิตาติงสา อิตสิ พั พัญมาคะตา อิตโิ พธิ มนุปปัตโต อิตปิ โิ ส จะตมะโน นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู ยะหันตวา ธา มัวเมา พุทพาเอา นะโมพุทธายะ (ใช้ทอ่ งก่อนออกจากบ้าน จะทำให้เจ้านายสงสาร ช่วยเหลืออุปถัมภ์ด)ี คาถามัดใจ พุทธัง รัตตะนัง ธัมมัง รัตตะนัง สังฆัง รัตตะนัง นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ (ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ทำให้คนรักคิดถึง) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


105

คาถาใจอ่อน

ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะอตใจ นะกาโร โหติ สัมภะโว ตรีนิกัตวานะ นะ การัง ปัญจะสัมภะวัง (ใช้ท่องก่อนที่จะพบเจรจากับคนที่เป็นเจ้าหนี้หรือใครก็ตาม จะทำ ให้ได้รับการผ่อนปรน ใจอ่อนได้ทุกที) คาถาผูกใจคน โอมนะโมพุทธะ นะ มะ อะ อุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหู ชะนา เอหิ (ใช้สวดเมื่อต้องการให้คนทั่วไปรักใคร่ยินดี ยอมทำตามที่เราขอ ให้ใช้เสกกับแป้งหรือน้ำหอมก็ได้) คาถามหาเสน่ห์ จันโทอะภกันตะโร ปิติ ปิโย เทวะมนุสสานัง อิตภิโยปุริ โส มะ อะ อุ อุ มะ อะ อิสวาสุ อิกะวิติ (ให้ภาวนาคาถานี้ 3 จบก่อนออกไปพบคน จะทำให้คนที่ต้องไป พบเกิดความรักใคร่) ชำนาญ การวิเศษ


106

หมวดคาถา

ปองกันภัยต่างๆ

คาถาป้องกันผี

นะโมพุทธายะ มะพะ ทะนะ ภะ กะ สะ จะ สัพเพทวาป‚สาเจวะ อาฬะวะกาทะโยปิยะ ขัคคัง ตาละปัตตัง ทิสวา สัพเพยักขา ปะลายันติ สักกัสสะ วะชิราวุธัง เวสสุวัณณัสสะ คะธาวุธัง อะฬะวะกัสสะ ทุสาวุธัง ยะมะนัสสะ นะยะนาวุธัง อิเมทิสวา สัพเพยักขา ปะลายันติ (ใช้สวดภาวนาเมื่อเกิดความกลัวผีขึ้นมา วิญญาณจะไม่มารบกวน

เข้าใกล้) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


107

คาถาป้องกันผีพราย

ตานังเลนัง สัพพะปาณีนัง เลนังตานัง สัพพะปาณีนัง (ใช้สวดภาวนาเพื่อให้ปลอดภัยจากการรบกวนของวิญญาณ ภูตผี ต่างๆ หรือภาวนากับน้ำ แล้วนำไปพรมกับคนที่คิดว่าจะถูกวิญญาณสิงสู่) คาถาป้องกันงู ปะถะมังพันธุ กังชาตัง ทุติยังทัณฑะ เมวะจะ ตะติยังเภทะกัญเจวะ จะตุตถังอังกุ สัมภะวัง ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะงู นะกาโร โหติสัมภะโว (ใช้ภาวนาเมื่อต้องเข้าป่า ที่รกหรือแม้แต่เมื่อขณะพบเจองู จะทำ ให้ปลอดภัย) คาถากันสุนัข นะโมพุทธายะ นะมะอะอุ อิสวาสุ อุอะมะ (ใช้ท่องแล้วเป่าเบาๆ เวลาเจอสุนัขดุ) คาถาป้องกันตัว ปัญจะมัง สิระสังชาตัง นะกาโร โหติ สัมภะโว พินธุ ทัณฑะ เภทะ อังกุ สิริ นะโมพุทธายะ (ใช้ท่องภาวนาเป่าใส่มือ แล้วตบมือดังๆ จะทำให้ปลอดภัยจาก อันตรายไม่ว่าคนหรือสัตว์) ชำนาญ การวิเศษ


108

คาถาคงกระพัน

อะสังวิสุ โลปุสะภุพะ สังวิทาปุกะยะปะ นะโมพุทธายะ มะอะอุ อะระหัง (ใช้ท่องกับพระเครื่องและวัตถุมงคลและนำติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัว คุ้มครอง) คาถาป้องกันภัยพิบัติ ระตะนัตตะ ยังปุเชมิ คุณะวันตา นะราปิจะ เตโสตตะมา นุภาเวนะ ปุญญานิ ปะกะตานิเม (ใช้สวดภาวนาก่อนเดินทางหรือกระทำการใดๆ ที่อาจเกิดอันตราย จะช่วยให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆ) คาถาสกัดโจรผู้ร้าย เจโรอัตนะรถา ยิควา ภูมิยัง จักขุมัง ปรมานู ภัควโต อิทธิยา อัตตะโน สิริเร มังสัง จักขะ อวสุสตุ อวะสุสเต สริเว มังสัง โลหัตตัง (ใช้ท่องเพื่อให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


109

คาถาคับขัน

พุทโธเมสะระณัง เลนัง ตาณังชีวิตัง ปะริยันตะ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ นะปิดหู โมปิดตา พุทมิเห็น ธาดลซ่อนไว้ ยะหายไป (ใช้ท่องบริกรรมเมื่อตกอยู่ในยามคับขัน ศัตรูหรือคนที่ไม่ประสงค์ดี จะมองไม่เห็น) คาถาหนังเหนียว สุกิตติมา สุภาจาโร สุสีละวา สุปากะโต อัสสะสิมา วะเจธะโร เกสะ โรวา อะสัมภิโต (ใช้สวดภาวนาคาถานี้กับน้ำมันทาถูร่างกายจะทำให้อาการฟกช้ำ หายเร็ว ในสมัยโบราณก่อนออกศึกใดๆ จะทำให้หนังเหนียวไม่บาดเจ็บง่าย)

ชำนาญ การวิเศษ


110

คาถาต่อสู้

นะกาโรปะถะมังฌานัง โมกาโรทุติยาฌานัง พุทกาโร ตะติยฌานัง ธากาโร จะตุตถังฌานัง ยะกาโร ปัญจะมังฌานัง ปัญจะอักขระรานิ ชาตานิ นะโมพุทธายะ ลักขะนัง (ใช้สวดภาวนาเมื่อต้องเผชิญหน้าศัตรูหรือกำลังจะต้องต่อสู้ เพื่อ ให้พ้นจากอันตราย) คาถารอด นะรา นะระ หิตังเทวัง นะระเทเรหิปูชิตัง นะรานัง กะมะปังเกหิ นะมามิสุคะตังชินัง (ใช้สวดภาวนาเมื่อสถานการณ์ไม่ค่อยดี เช่น รู้สึกว่ามีคนสะกด รอยตาม ถูกปองร้าย อันตรายกำลังเข้าใกล้ก็ให้ท่องคาถานี้เพื่อให้รอด พ้นอันตรายได้อย่างไม่คาดฝัน) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


111

คาถากำบัง

ปะถะมังพินธุกังชาตัง ตรีนิกัตวา นะนะ การังปัญจะสัมภะวัง นะรา นะระ หิตังเทวัง นะระ เทเวหิปูชิตัง นะรานัง กามะปิเกหิ นะมามิสุคะตังชินัง (ใช้สวดภาวนาเพื่อหลบศัตรู หรือคนที่กำลังคิดปองร้าย ทำให้ฝ่าย ตรงข้ามมองไม่เห็นหรือคลาดสายตาไปได้) คาถาแคล้วคลาด พุทธาอะนุนามะริยาสุขังเขยเย พุทธาอะนินาสุหะลาลิสังเขยเย พุทธาริโยเคมะกุลักขะกัปปะเก วันทามิเตสุระนะรักกะเมสะเม (ให้ท่องคาถานี้ 3 จบเวลาต้องการให้แคล้วคลาดในสิ่งใดๆ ที่อาจ เป็นอันตรายหรือเสี่ยง เช่น ก่อนเดินทางไกลหรือขึ้นเครื่องบิน)

คาถากันปืน

นะอุ เออัด อุทธังพะลังเสยยัด อะอัดนะ นัดมัดอัด อุทธะอุตตัมปิ อุตตะรัง อุสุอัสสะปะปิ ภะคะวา อิติปิผิดนะอุทธัง อัทโธ โมโทอัดธังอุด ชำนาญ การวิเศษ


112

พุทอุทธัง อัทโธ ชาโธอุทธัง อัดยะมิให้ออก นะผิดกาโรโหติ สัมภะโว (ใช้สวดภาวนาตอนที่สถานการณ์คับขัน เพื่อให้แคล้วคลาดจาก อาวุธปืน) คาถาแก้ศัตรู พุทธัง บังจักขุ ปะติลิยะติสูญญัง จิตตะวิภัตติ สังชาตัง อะโหสะกัง มหาสูญญัง ปรมัตถะสูญญัง ธัมมัง บังจักขุ ปะติลิยะ ติสูญญัง จิตตะวิภัตติ สังชาตัง อะโหสะกัง มหาสูญญัง ปรมัตถะสูญญัง สังฆัง บังจักขุ ปะติลิยะ ติสูญญัง จิตตะวิภัตติ สังชาตัง อะโหสะกัง มหาสูญญัง ปรมัตถะสูญญัง (ใช้ภาวนาเวลาที่กำลังถูกคนปองร้าย ให้ท่องคาถากับมือแล้วเอา มือนั้นมาแตะที่หน้าผาก ว่ากันว่าจะทำให้รอดพ้นไปได้) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


113

คาถาข่มศัตรู

ตะโต โพธิสัตโต ราชะสิงโหวะมหิทธิโก อะระหัง ตะมัตทังปะกาเสนโต ราชะสิงโห สัตถาอาหะ นะโมพุทธายะ นะมามิสุคะตังชินัง (ใช้บริกรรมคาถาเมือ่ จะต้องไปเจอศัตรู จะทำให้ศตั รูเกรงกลัว ท่อง 3 จบแล้วกระทืบเท้าดังๆ ก่อนออกจากบ้านเหมือนกับพิธีตัดไม้ข่มนาม) คาถาขับไล่สิ่งชั่วร้าย มะโทรัง อะตะระโร เวสะวะโน นะหากปิ ปิสาคะตาวาโหมิ มหายักขะ เทพะอนุตะรัง เทพะดา เทพะเอรักขัง ยังยังอิติ เวสะ วะนัน ภูตัง มหาลักชามะนง มะภูอารักขะ นะพุททิมะมัตตะนัง กาลปะ ติทิศา สัพเพยักขา ปะลายัตตะนิ (ใช้ท่องกับน้ำบริสุทธิ์แล้วนำมาประพรมให้ทั่วสถานที่นั้นๆ จะช่วย แก้อาถรรพ์ต่างๆ ณ ที่นั้นได้)

คาถาแก้พิษ

อะสัง วิสโุ ล ปุสะพุภะ สะทะวิปิ ปะสะอุ มะ อะ อุ อาปามะจุปะ ทีมะสัง อังขุ นะโมพุทธายะ ชำนาญ การวิเศษ


114

(ใช้ภาวนาคาถานี้กับเครื่องสมุนไพร (ขิง พลู ไพลตำรวมกัน) แล้วทาบริเวณที่เป็นผื่นแดงหากไม่รู้วิธีจะทำให้บรรเทาอาการด้วยทางอื่นได้)

คาถาแก้อาคม

นะโมพุทธายะ นะรา นะระ รัตตัง ญานัง นะรา นะระ รัตตัง หิตัง นะรา นะระ รัตตังเขมัง วิปัสสิตัง นะมามิหัง (ใช้สวดภาวนากับน้ำแล้วนำมาดื่มและอาบ ถ้าหากรู้สึกว่าร่างกาย และจิดใจไม่เป็นปกติ กระวนกระวายซึ่งอาจจะถูกของ) คาถากันไ¿และขโมย ปัญจะมาเล ชิเนนาโถ ปัตโตสัมโพ ธิมตตะมัง อรหังพุทโธ อิติปิ โสภะคะวา (ใช้สวดภาวนากับทราย 7 จบด้วยกัน แล้วนำไปโปรยรอบบ้าน จะปลอดจากอัคคีภัยและขโมยโจร) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


115

ผู้ระลึกถึงแสงสวาง ยอมมีแสงสวาง สถิตอยูรอบกาย สวนผู้ระลึกถึงความมืดมัว จิตใจยอมมืดมัวดังจันทรดับ

ชำนาญ การวิเศษ


116

หมวดคาถาโชคลาภ

ในชีวิตประจำวันและโดยทั่วไป

คาถาพืชผล

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อภิวัน ทิยะ ปูเชตะวา เอเตนะ จาปิ สัจเจนะ ปวุตตา พ×ชชาติโย ปัพพัณณา จาปรัณณาจะ วิรูหันตุ (ใช้ทอ่ งภาวนาขณะทีป่ ลูกต้นไม้ หว่านพืชผล เพือ่ ให้เติบโตงอกงาม เร็วและปลอดจากแมลงหรือภัยอื่นๆ) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


117

คาถารักษาไข้

โพชฌังโค สติสังขาโต ธัมมานัง วิจโย ตถา วิริยัมปิติ บัสสัทธิ โพชฌั ง คา จตถา ปเร สมาธุ เปกขโพชฌั ง คา สั ต เต เต สัพพทัสสินา มุนนิ า สัมมะทักขาตา ภาวนา พหูลกี ะตา สังวัตตันติ อภิญญายะ นิพพานะยะ จะโพธิยา (ใช้ภาวนาเมื่อเวลาที่ไม่สบายกับยาที่ใช้ทานอยู่จะช่วยให้หายป่วย หายเจ็บไข้ได้เร็วขึ้น คาถาชนะมาร นะโม พุทธายะ โมคคัลลานัญ จะมหาเถโร อิทธิมันโต อานุภา เวนะ เชยยะสิทธิเม (ใช้สวดภาวนาเพื่อให้เอาชนะจากคนไม่ดีได้) คาถาโชคลาภ 1 นะโมพุทธายะ นะมะ พะทะ จะ ภะ กะ สะ นะ อุ อุ นะ เตชะสุเนนะ มะภูจะนาวิเวอิติ นะยะปะรังยุตเต (ใช้ภาวนากับกระเป๋าสตางค์ จะทำให้ไม่ขัดสน) ชำนาญ การวิเศษ


118

คาถาโชคลาภ 2

นะโมพุทธายะ สัพพะสิเนหา จะปูชิโต สัพพะโกรธาวินาสสันตุ อะเสสะโต เมตตากรุ ณ ายั ง ทะยะวิ ส า โสปิ ย ามะนา โปเม สัพพะโลกัสสมิง (ใช้ภาวนาเพือ่ ให้เกิดโชคลาภ อาจจะใช้เสกกับน้ำแล้วใช้ลา้ งหน้าก็ได้) คาถาโชคลาภ 3 โพธิ มะหิสะกะ อิถิพุนะ อิถิสัตโต อิถีวาโย เอหิ มะ มะ นะกาโร โหติ สัมภะโว (เป็นอีกคาถาหนึ่งที่ใช้สวดภาวนาเพื่อให้เกิดโชคลาภแบบบังเอิญ ขึ้นมาได้ เอามาเสกกับน้ำแล้วแตะหน้าผาก) คาถาร่ำรวย ธะนัง โภคัง ทุสะ มะนิ นะนัง โภคัง ทุสะ มะนิ อุมิ อะมิ มะ หิสุตัง สนะพุทธัง อะ สุ นะ อะ นะ มะ พะ ทะ จะ ภะ กะ สะ (ใช้ภาวนากับน้ำแล้วนำเอามาพรมให้ทั่วร้านหรือบ้าน จะนำมาซึ่ง เงินทองไม่ขาดสาย)

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


119

คาถามหาลาภ

นะมามีมา มะหาลาภา อิติพุทธัสสะ สุวัณณังวา ระชะตังวา มะณีวา ธะนังวา พีชังวา อัตถังวา ปัตถังวา เอหิ เอหิ อาคัจเฉยยะ อิติมีมา นะมามิหัง (ให้สวดภาวนาก่อนนอน 3 จบ และตอนเช้าอีก 3 จบ จะเรียก ทรัพย์ โชคลาภให้มีได้อย่างน่าอัศจรรย์) คาถาสะเดาะเคราะห์ นะโมเม โรเตโข สัพพะเทวานัง สัพพะพุทธา นุภาเวนะ สัพพะธัมมา นุภาเวนะ สัพพะสังฆา นุภาเวนะ พระเคราะหะ จะเทวะดา สุริยัง วันทัง ปะมุญจะกะ สะสิภูมโบ จะเทวานัง พุทโธ ลามัง ถะวิสสะติ ชีโว สุโก จะ มหาลาถัง สัพพะทุกขัง วินาสสันติ (กราบ 3 ครัง้ แล้วกล่าวว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ สวดอย่างนี้ 7 วัน)

ชำนาญ การวิเศษ


120

คาถาคลอดลูกง่าย

ยโตหัง ภคินี อริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชา นามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตภิเต โหตุ โสตภิ คัพภัสสะ (ใช้ภาวนาแล้วลูบที่ครรภ์มารดาเพื่อให้คลอดลูกง่าย)

คาถาเสกขี้ผึ้ง

มทุจิตตัง สุวามุปขัง ทิตสวานิมามัง ปิยังมะมะ เมตตา ชิวหายะมะ ทุรัง ทะตวาจาจัง สุตทังสุตตะวา สัพเพชะนาพะ หุชะนาอิตถีชะนา สัมมะนุนะ พรามมะนา นุนะ ปะสังสันติ (ใช้ภาวนากับขี้ผึ้งหรือลิปสติก จะทำให้คนรักเชื่อฟัง)

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


121

คาถาแก้ฝ้นร้าย

ยันทุนนิมัตตัง อวมังคลัญจะ โยจามะนาโป สกุณัสสะสัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ยันทุนนิมัตตัง อวมังคลัญจะ โยจามะนาโห สกุณัสสะสัทโธ ปาปัคคะโท ทุสสุปินัง อะกันตัง ธรรมานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ยันทุนนิมัตตัง อวมังคลัญจะ โยจามะนาโป สกุณัสสะสัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสเมนตุ (ใช้ภาวนาตอนเช้าตรู่กับน้ำลูบหน้าเพื่อแก้ฝ้นร้าย)

คาถาปลุกใจ

ปัจจะมัง สิระสัง ชาตัง นะอดทน นะกาโร โหติสัมภะโว นะรานะระหิตัง เทวัง นะระเทเวหิจชิงตัง นะรานังกามะปังเกหิ นะมามิสุคะตังนัง กัณหะ เนหะ (ใช้ท่องเมื่อต้องเผชิญกับความห่อเหี่ยว หมดกำลังใจ จะได้ช่วย เพิ่มพลังให้มีกำลังใจและกายเพื่อต่อสู้กับปัญหาต่างๆ) ชำนาญ การวิเศษ


122

คาถาคดีความ

อิติปิโสภะคะวา อรหังสัมมา สัมพุทโธ อรหังเต โน โสตาปะติ ภะลัง อะนาตามิ พะลังเตโช วิทะเตเชยยะ เชยยะ สัพพะศัตรู วินาสสันติ (ใช้ภาวนาหากเมื่อมีเรื่องต้องขึ้นโรงขึ้นศาล โดยเขียนชื่อคู่คดีลง บนกระดาษแล้วนำไปเผาทิ้ง ทำทุกวัน คู่ความจะถอนฟ้อง) คาถาลงน้ำ ยันทุนนิมิตตัง อวมังคลัญจะ โยจามะนาโป สกุณัสสะสัทโธ ปาปัคกะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ยันทุนนิมิตตัง อวมังคลัญจะ โยจามะนาโป สกุณัสสะสัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธรรมานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ยันทุนนิมิตตัง อวมังคลัญจะ โยจามะนาโป สกุณัสสะสัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสเมนตุ โอมชำระ มหาชำระ นัทธีสะคะระชำระประสิทธิเม (ใช้ภาวนาเวลาจะลงน้ำไม่วา่ เป็นคลองหรือทะเล เพือ่ ป้องกันอันตราย จากสัตว์มีพิษต่างๆ) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


123

คาถานักมวย

นะโม พุทธายะ นะธนู นะกาโรโหติ สัมภะโว ปะถะมังพินธุกังชาตัง นะรา นะวะ หิตังเทวัง นะระเทเวหิปูชิตัง นะรานัง กามะปังเกหิ นะมามิสุคะตังชิตัง จะ ภะ กะ สะ (ใช้สวดภาวนากับน้ำแล้วดื่มก่อนขึ้นชกจะทำให้มีชัยชนะ)

คาถาหมัดหนัก

โสภะคะวา อะทิสะมานิ อุเทยยัง คัจฉันตัพพัง สังลารัง ปะระมัง สุขัง นะลัพภะติ มหาสูญโญ จะสัมภะโต สังสาเร อานังคัจฉันติ (ใช้ภาวนาเมื่อต้องการให้หมัดหนัก ไม่ใช่นักมวยก็ใช้ได้)

คาถาฤทธิ์เดช

นะรา นะรา หิตังเทวัง นะราเทเวหิปูชิตัง นะรานัง กามะปังเกหิ นะมามิสุคะตังชินัง กะยะพุตัง (ใช้สวดภาวนาเวลาทีต่ อ้ งเข้าไปในสถานทีม่ อี นั ตราย เพือ่ ให้รอดพ้น จากภัยต่างๆ) ชำนาญ การวิเศษ


124

คาถาเดินทางไกล

มะติ ยาเต มะเต ยาติ มาเต ถินา นะนา ถิเต มะนา เนสา มะสา เนนา มะสา จะติ มะติ จะสา มะติยาโน มะโนยาติ มะโนติตัง มะตังติโน มะตังปาลัง มะลังปาตัง มะลังจะติ มะติจะลัง (ใช้ภาวนาก่อนออกเดินทางไกลจะช่วยให้ปลอดภัยและสำเร็จใน จุดมุ่งหมายปลายทาง) คาถาขับรถ เมตตัญ จะ สัพพโล กัสสะมิง มานะ สัมภาวะเย อะปะริมานัง (ใช้ภาวนาเพื่อให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ไม่หลับใน)

สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


125

วาจาเปนสิ่งล้ำคาของมนุษย ผู้พึงรักษาสัจวาจา ยอมมีพลังเข้มขลังแหงวาจา และยอมยังประสิทธิผล ให้แกมนตและคาถาทั้งปวง

ชำนาญ การวิเศษ


126

เคล็ดลับในการ

เพิ่มพลังบุญให้ตัวเอง - บุญอันเกิดจากการภาวนานัน้ จะให้มพี ลังมากขึน้ ต้องเริม่ พืน้ ฐาน จากการทำทานและการรักษาศีลก่อนเสมอ สำหรับการทำทานทีเ่ ป็นสังฆทาน ของที่นำไปถวายควรมีให้ครบในปัจจัยหลัก คือ มีอาหาร น้ำ เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ถ้าเป็นไปได้และมีกำลังทรัพย์เพียงพอ ก็ควรมีชุดเครื่องบวชคือ เครื่องอัฐบริขารของพระสงฆ์ พระพุทธรูป หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ ข้าวของเครือ่ งใช้ และภัตตาหารประกอบตามความเหมาะสม แล้วอุทิศบุญ นีไ้ ปให้แก่ผทู้ เ่ี ราต้องการจะให้ และอธิษฐานขอให้บญุ กุศลนี้ เป็นพละปัจจัยให้ สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


127

วิบากกรรมชัว่ หรือวิบากกรรมไม่ดีต่างๆ ของเราหยุดการส่งผลและให้วิบาก กรรมดีที่เราได้สร้างสะสมมาส่งผล ให้เกิดเป็นความสำเร็จในเรื่องต่างๆ ที่เราปรารถนา นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป - การภาวนา นั้นเป็นบุญสูงสุด ซึ่งยากแก่การปฏิบัติสำหรับบุคคล ทัว่ ๆ ไป การปฏิบตั นิ จ้ี ำเป็นจะต้องมีครูบาอาจารย์ ทีเ่ ป็นผูร้ จู้ ริงคอยแนะนำ จะได้ไม่ผิดพลาด สำหรับฆราวาสหรือผู้ครองเรือนทั่วไปนั้น เพียงแค่รู้จัก ให้ทานด้วยปัญญา รักษาศีลให้ได้อย่างเคร่งครัดและมั่นคง ก็นับว่าได้บุญ มากแล้ว แต่หากต้องการเพิ่มพลังบุญให้มากขึ้นไปอีก ด้วยการภาวนา ก็ให้เริ่มหัดภาวนาด้วยการไหว้พระสวดมนต์ก่อน ซึ่งการสวดมนต์นั้น ถือ ได้วา่ เป็นการทำสมาธิแบบเคลือ่ นไหวอย่างหนึง่ และสมาธิจากการสวดมนต์นี้ ก็จะเป็นพืน้ ฐานในการทำสมาธิแบบอืน่ ๆ และในขัน้ สูงต่อไป จนไปถึงขัน้ สูง สุดของการภาวนาคือการเจริญปัญญา (วิปัสสนาภาวนา) ต่อไป - การสะสมบุญ ด้วยการหมั่นให้ทานอยู่เป็นนิตย์ ย่อมช่วยลดช่วย ผ่อนคลายวิบากกรรมชั่วได้ ในขณะเมื่อทำให้ตั้งอยู่ในองค์ประกอบของการ ให้ทานที่ครบถ้วน คือ จิตเจตนาที่บริสุทธิ์ วัตถุทานที่ทำนั้นบริสุทธิ์ ผู้รับที่ รับทานนั้นบริสุทธิ์และมีเนื้อนาบุญสูง ชำนาญ การวิเศษ


128

- การทำทาน คือ แรงหนุนสำคัญที่ทำให้เกิดวาสนาบารมีได้อย่าง แน่นอน โดยให้ถอื ความยินดีในการให้ทานและการให้ความช่วยเหลือเกือ้ กูล คนดีมีศีลมีธรรม คนที่มีประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม ตลอดจนคนทุกข์ ยากเดือดร้อนทั้งหลายเป็นสำคัญ ย่อมนำมาซึ่งลาภยศ สรรเสริญจากผู้คน ทั่วไป และตัวเราย่อมบังเกิดบุญบารมี ดวงชะตาที่ดีขึ้น ด้วยกระทำของ ตัวเองโดยแท้ - การสวดมนต์ภาวนา ทำสมาธิ พิจารณาธรรม จะทำให้จติ มีพลัง มีสติ มีปัญญาที่ถูกต้อง รู้เท่าทันต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะจัดการดูแล แก้ไขชีวติ ของตนได้อย่างเรียบร้อย อันจะนำไปสูค่ วามสุข ความเจริญรุง่ เรือง ในชีวิตได้ การขออโหสิกรรมเพื่อให้บุญมาเร็วขึ้น หลังสวดมนต์และนั่งสมาธิหรือทำสมาธิในอิริยาบถอื่นเสร็จสิ้นแล้ว ต้องอธิษฐานเพื่อแผ่เมตตา แผ่บุญกุศลทุกครั้ง เพื่อเป็นการเชื่อมบุญกับเทพเทวดาที่รักษาตัว พรหมเทพเทวดาที่ อยู่ในสากลโลก ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ เพื่อการขออโหสิกรรมต่อ เจ้ากรรมนายเวรนัน้ เป็นสิง่ ทีค่ วรทำเพราะจะทำให้ตนเองนัน้ ทำอะไรก็สำเร็จ เพราะวิบากกรรมไม่ดีคลายตัวเร็ว สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


129

ข้อควรปฏิบัติในการดำรงชีวิตในแต่ละวันเพื่อเพิ่มพลังบุญ 1. ตั้งใจรักษาศีล ด้วยการสมาทานศีล (วิธีปฏิบัติดังได้กล่าวมา แล้วในเล่ม) 2. สวดมนต์ด้วยบทสวดต่างๆ อย่างน้อยที่สุดให้ได้ 1 บทสวด วันละครั้งก่อนนอน โดยเฉพาะบทสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ (อิติปิโสฯ...) 3. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้) 4. แผ่เมตตาอุทิศบุญให้แก่เทพเทวดา เจ้ากรรมนายเวร บุคคลที่ เกี่ยวข้อง ฯลฯ 5. อธิษฐานขอให้ผลบุญนี้ ไปเป็นพลังเพื่อความสำเร็จต่างๆ ดังที่ เราปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางโลกหรือทางธรรม 6. ทำทานให้ได้ในแต่ละวันทุกๆ วัน ตามกำลัง เช่น ใส่บาตร ถวายสังฆทานหรืออื่นๆ ตามความเหมาะสม หากไม่สะดวกไม่มีโอกาสที่ จะทำได้ทุกวัน ก็ให้นึกถึงเรื่องการให้ทานไว้ทุกวัน โดยตั้งจิตเจตนาไว้อยู่ เสมอว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะไปทำทาน เช่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกๆ วันอาทิตย์ ควรตั้งสัจจะไว้ไม่ควรคิดว่าเอาไว้เมื่อมีความพร้อม มีเวลา มีโอกาสแล้วจึงจะไปทำ เพราะถ้าคิดอย่างนั้นแล้ว ส่วนมากจะหาโอกาส ได้ยาก กิเลสมักหาข้ออ้างได้เสมอ ชำนาญ การวิเศษ


130

7. การอธิษฐานต่างๆ ให้ตง้ั จิตมุง่ มัน่ แน่วแน่ ปักลงไปในเป้าหมาย อย่างแท้จริง ให้มั่นใจในพลังบุญของเรา มองเห็นภาพความสำเร็จเกิดขึ้น อย่างชัดเจนแน่นอน ไม่ลังเลสงสัย (ให้คิดบวกเสมอ) เมื่อผลสำเร็จยังไม่ เกิดขึ้น อย่าเพิ่งท้อแท้ นั่นเป็นเพราะองค์ประกอบของเหตุปัจจัยที่ทำลงไป ยังไม่สมบูรณ์เพียงพอและในแต่ละคนก็มีไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ให้ปฏิบัติ ต่อเนื่องต่อไป ช้าเร็วอย่างไรก็ต้องสำเร็จแน่นอน ยังไงก็ต้องได้เห็น บางที ความสำเร็จอาจมาโดยคาดไม่ถึงเสียด้วยซ้ำไป และเมื่อสำเร็จแล้ว ก็ให้ทำ ต่ อ ไป จะเป็นการเพิ่มพลั ง บุญของเราไปเรื่ อยๆ หากยัง ต้องเวี ยนว่ าย ตายเกิด อยู่ในวัฏสังสารนี้ พลังบุญที่เราสะสมไว้นี้ ก็จะเป็นทุนรอนใน ภพชาติหน้าต่อไป แบบคำอธิษฐานทั่วๆ ไป * ข้าพเจ้า.........(ชื่อ-นามสกุล).........ขออานิสงส์ผลบุญ จาก...(การ ให้ทาน โดยกล่าวชื่อของทาน เช่น ถวายสังฆทาน ถวายปัจจัยไทยทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ ถวายกฐิน ผ้าป่า วิหารทาน ฯลฯ ตลอดจนถึง การให้ อภัยทาน ให้ธรรมทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา) ถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา อริยสังฆบูชา และขอน้อมเอาอานิสงส์ผลบุญทั้งหลาย ทั้งปวงนี้ อุทิศให้แก่..(บุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือที่เราปรารถนาจะอุทิศให้ เช่น พรหมเทพเทวดา เจ้ากรรมนายเวรทีท่ ำให้เจ็บไข้ได้ปว่ ย บิดา มารดา ญาติ มิตร คู่กรณี เจ้านาย ลูกน้อง สามี ภรรยา ลูก หลาน บุคคลผู้ล่วงลับ ไปแล้ว ฯลฯ) สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


131

ขออานิสงส์ผลบุญทั้งหลายทั้งปวงนี้ จงเป็นพละปัจจัยให้ข้าพเจ้า (หรือผู้อื่น)... (ชื่อ-นามสกุล)....(ปรารถนาสิ่งใดก็ให้ว่าไป โดยต้องเป็นสิ่ง ที่ถูกต้องชอบธรรม) เช่น ให้หายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ธุรกิจการงาน ราบรื่น มีผลกำไรดี ให้คิดดี พูดดี ทำดีต่อกัน สนับสนุนกัน ให้พ้นจาก ภาวะทุกข์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (บอกรายละเอียด) ฯลฯ ...นับตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ปรารถนาสิ่งใดโดยชอบกอปรด้วยธรรมแล้ว ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จ ตามความปรารถนานั้นทุกประการ ทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่ บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน เทอญ

ชำนาญ การวิเศษ


132

บรรณานุกรมอ้างอิง

ขออนุโมทนาอุทิศบุญที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากหนังสือเล่มนี้ แด่พระพุทธเจ้าทุกพระ- องค์ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า พระโพธิสัตว์ ทุกพระองค์ ทุกองค์ ทุกท่าน ครูบาอาจารย์ที่เป็นผู้แต่งพระคาถา คาถา สำนักพิมพ์และท่านผู้เกี่ยวข้อง แหล่งความรู้ ต่างๆ ที่นำมาอ้างอิงทั้งหมดทั้งที่เอ่ยนามและไม่เอ่ยนาม ทั้งที่ทราบแหล่งที่มาและไม่ ทราบแหล่งที่มาทั้งสิ้นทั้งปวงด้วยเทอญ - พุทธาปทาน ชื่อปุพพกรรมปิโลติ จากพระไตรปิฎก เล่มที่ 32 พระสุตตัน- ตปิฎก เล่มที่ 24 ขุททกนิกาย อปทาน ภาค 1 - หนังสือ มุตโตทัย การทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา โอวาทพระอาจารย์- มั่น ภูริทัตโต หน้า 34 จัดพิมพ์โดย ธรรมสภา พ.ศ. 2543 - คอลัมน์ มองอย่างพุทธ โดย พระพิศาล วิสาโลหนังสือพิมพ์มติชน รายวัน วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10025 - จากหนังสือ เชื่อกรรม-รู้กรรม-แก้กรรม โดยพระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) - พระไตรปิฎกคืออะไร? โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ - ปาฏิหาริยเ์ ชือ่ มบุญ เล่ม 1 โดย ธ.ธรรมรักษ์ สำนักพิมพ์แฮปปีบ้ คุ๊ พับลิชชิง่ กรุงเทพ พ.ศ. 2551 สวดแล้วดี สวดแล้วรวย


133

- เรื่องมรรค 8 ในหัวข้ออยู่อย่างไรให้ได้บุญ โดยหลวงพ่อเสือ ที่ http:// thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user= dokgaew&topic =12303 - พระธรรมเทศนาของหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ แสดงไว้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ที่สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี --คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด พระราชสุธี (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาส วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร - http://www.visalo.org - หนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 101 เม.ย. พ.ศ. 2552 โดย ท่านมาลาวชิโร - หนังสือ “ด้วยอานุภาพแห่งบุญ” โดย ธ.ธรรมรักษ์ - หนังสือ “วิบากกรรมหนักที่ฉุดคนไม่ให้เจริญ” โดย ธ.ธรรมรักษ์

ชำนาญ การวิเศษ


ขอแนะนำหนั ง สื อ ขายดี THE BEST SELLER BOOK ในเครื อ แฮปปี้ บุ๊ ค พั บ ลิ ช ชิ่ ง มี จ ำหน่ า ยแล้ ว ที่ ร้ า นหนั ง สื อ ชั้ น นำทั่ ว ประเทศ สุดยอดบทสวดพระคาถาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสุขภาพ โดย ธ.ธรรมรักษ์ ราคา 135 บาท

นับตั้งแต่ครั้งพุทธกาลและสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ที่พระคาถาศักดิ์สิทธิ์นั้นได้ช่วยให้คนพ้นทุกข์ได้จริงและได้รับ การพิสูจน์มาแล้ว จากรายงานการแพทย์สมัยใหม่ทั่วโลก แล้วว่าการสวดมนต์และการทำสมาธินั้น จะช่วยให้ผู้ป่วยนั้น หายจากโรคร้ายได้เร็วขึ้นเพื่อการมีสุขภาพที่ด ี ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน รีบสวดมนต์ด้วย พระคาถาศักดิ์สิทธิ์เสียตั้งแต่วันนี้!!!

เปิดบุญเปลี่ยนรหัสกรรม โดย ธ.ธรรมรักษ์ และทศ คณนาพร ราคา 150 บาท

หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มที่สุดยอดในเรื่องของการอธิบายเรื่องของ กรรมที่ทำให้รวยได้อย่างชัดเจนครบถ้วนทุกประการซึ่งมาจาก ความรู้ ประสบการณ์ และการปฏิบัติจริงของท่านที่มีฐานะร่ำรวย ที่ ธ.ธรรมรักษ์และทศ คณนาพรได้ประสบพบมา และจากองค์ ความรู้จากครูบาอาจารย์ที่สำคัญของเมืองไทยหลายท่าน ที่นักเขียนทั้งสองได้รับความเมตตามาเพื่อเป็นกำนัลแด่ท่าน ผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน


ด้วยอานุภาพแห่งบุญบริสุทธิ์ โดย ธ.ธรรมรักษ์ ราคา 140 บาท

เคล็ดวิธีทำบุญอย่างไร ถึงจะได้บุญบริสุทธิ์ ให้มีอานิสงส์มากพอที่จะส่งผลดีกับชีวิตเราไปทุกภพชาติ เรื่องของบุญที่ควรรู้และเข้าใจ เพื่อเป็นการสร้างบุญบารมี ที่ถูกต้อง ไม่มีบาปเจือปน เพราะบาปเหล่านั้นจะเป็นตัวถ่วง ที่ทำให้เราไม่พบกับความเจริญ

ไขปริศนารหัสลับ อวตาร โดย ธ.ธรรมรักษ์ กฤษฎา กฤษณะเศรณี และวัชระ จึงสง่า ราคา 120 บาท

อวตาร จะมีความหมายมากกว่าเรื่องของเทพเจ้า ตามความเชื่อเดิมหรือไม่ ไขปมปริศนาเรื่องราวความเชื่อ ทางศาสนา และวิทยาศาสตร์ที่ต้องการพิสูจน์ว่า เรื่องของการอวตารยังมีอีกมากมาย ที่รอให้ทุกท่านได้ไปพิสูจน์ความเร้นลับพร้อมๆ กัน ในหนังสือเล่มนี้!!!


อยู่อย่างสว่าง ตอน ตั้งใจไปสร้างบุญแต่ทำไมถึงตกนรก โดย ธ.ธรรมรักษ์ ราคา 120 บาท

หนังสือเล่มนี้จะไขข้อข้องใจแก่คนทุกคนในเรื่องของการมีชีวิตอยู่ อย่างไม่ประมาท รู้จักเรื่องของบุญและกรรมอย่างแท้จริง - ทำบุญแล้วไม่ได้บุญเป็นอย่างไร - ตั้งใจไปสร้างบุญ แต่ทำไมถึงตกนรก - ใส่บาตรพระด้วยอาหารที่เป็นโทษ - การให้สัจจะอธิษฐานกับพระสงฆ์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ - ขัดขวางปฏิบัติธรรมของพระอริยสงฆ์ตกนรกไม่ได้ เกิด ÏลÏ

เคล็ดวิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างไรให้ได้ผล!!!

โดย ธ.ธรรมรักษ์ และจิตตวชิระ ราคา 125 บาท

สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริงและอำนวยประโยชน์ได้ - ทำบุญได้บาปเป็นเช่นไร - ถวายของพระเช่นไร จึงได้บุญอย่างแท้จริง - บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างไร จึงสมหวังดังตั้งใจ - วิธีการสร้างบุญและเชื่อมบุญให้สมปรารถนา และเคล็ดวิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายที่รอคุณพิสูจน์ ได้แล้วในเล่ม


สวดแล้วดี สวดแล้วรวย