Issuu on Google+

86

ชื่อเรื่อง พัฒนาการสื่อใหม (New Media): อิทธิพลภาษาดิจิตอลตอรูปแบบ การสื่อสารของมนุษยชาติและผลกระทบตอจริยธรรมสื่อ ชื่อผูวิจัย

ผูชวยศาสตราจารยสุรสิทธิ์ วิทยารัฐ

สถาบัน

ภาควิชานิเทศศาสตร คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

บทคัดยอ การพัฒนาและวิจัย (Research and Development : R&D) เพื่อประดิษฐคิดคนเทคโนโลยีดานการสื่อสาร ทําใหวงการสื่อมวลชน ซึ่งมีความเกี่ยวของกับขอมูล, ขาว และขาวสารตองปรับตัว แมวาเกิดขึ้นแบบคอยเปนคอย ไป แตความแพรหลายของเทคโนโลยีการสื่อสารมีผลใหสื่อแบบดั้งเดิม (Traditional Media) พัฒนาตนเองไปเปน สื่อใหม (New Media) คือ การบรรจบกันของเทคโนโลยีการสื่อสารทําใหสื่อสิ่งพิมพ สื่อภาพ สื่อเสียง รวมเปนสื่อ ชนิดเดียวกันในปจจุบัน บริษัทและองคกรธุรกิจที่เกี่ยวกับสื่อหลายแหงรวมตัวกัน ขณะที่หลายแหงก็กําลังให ความสนใจ การเปลี่ยนแปลงจะมีผลตอการศึกษาดานสื่อ (Media Study) อยางไร ขณะเดียวกัน ผูใชเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม กลาวคือ อินเตอรเน็ตก็เปนไปอยางคึกคัก พรอมๆ กับ ความเปนหวงเปนใยในการใชเทคโนโลยีนี้ ตลอดจนมีขาวคราวความเสียหาย ความเสื่อมของศีลธรรม คานิยม เกิดขึ้นใหเห็นอยูตลอดเวลา มีคําถามมากมายวา เทคโนโลยีการสื่อสารที่เจริญรุดหนาไปมากในทุกวันนี้ มีผลใหการรับรูขอมูล ขาวสารของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปหรือไม อยางไร สื่อมวลชนไดอาศัยประโยชนจากเทคโนโลยีในการ ทํางานมากนอยอยางไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรับรูขอมูลขาวสารของคนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเปนอยาง มากในเวลานี้ เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น สื่อมวลชนมีความจําเปนตองรับผิดชอบอะไรมากนอยเพียงใด บทความนี้พยามยามอธิบายใหถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีสื่อ โดยทําความเขาใจกับ พัฒนาของภาษา ระบบตัวเลข ซึ่งเปนภาษาลาสุดของมนุษยชาติ ที่เปนตัวการสําคัญกําหนดการเปลี่ยนแปลงใหเกิดขึ้นแกรูปแบบ การสื่ อ สารของมนุ ษ ย จากสื่ อ ดั้ ง เดิ ม สู สื่ อ ใหม ใ นยุ ค เทคโนโลยี ส ารสนเทศ หรื อ ยุ ค ดิ จิ ต อล และชี้ ใ ห เ ห็ น ผลกระทบตอสังคมจากการใชเทคโนโลยีในวงการสื่อสารมวลชนมาเปนอุทาหรณ

เนื้อหา เทคโนโลยีการสื่อสารมวลชน (Mass Communication Technology) หมายถึง การสื่อสารมวลชนที่ นําเอาเทคโนโลยีเขามาใชในกระบวนการ เกิดผลใหทั้งผูสง (Senders or Sources) ตัวสาร (Messages) และผูรับ สาร (Receivers) ไดรับประสิทธิภาพ (Efficiency) และประสิทธิผล (Effectiveness) ทําใหเกิดความสําเร็จใน เปาหมายของการสื่อสาร


87

ความเปนมาของการศึกษาเทคโนโลยีสื่อ การศึกษาดานเทคโนโลยีการสื่อสารโดยเฉพาะนาจะอยูในกลุมของนักวิชาการกลุมเทคโนโลยีการ สื่อสารเปนตัวกําหนด (Communication Technological Determinism) เริ่มตนโดยนักวิชาการคนแรกๆ คือ ฮา โรลด เอ อินนิส (Harold A. Innis) นักวิชาการชาวแคนาดา แหงมหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) ปรากฏในหนังสือชื่อ “Empire and Communication” ตีพิมพครั้งแรกในป ค.ศ. 1950 (พ.ศ.2493) และ “The BIAS of Communication” ตีพิมพครั้งแรกในป ค.ศ. 1951 (พ.ศ.2494) หนังสือเลมขางตนมีอิทธิพลตอแนวความคิดของ มารแชล แมคลูฮัน (Marshall Mcluhan) ในหนังสือชื่อ “Understanding Media : The Extensions of Man” ตีพิมพครั้งแรกในป ค.ศ. 1964 (พ.ศ.2507) คําพูดที่นับวาเปน วรรคทองในหนังสือเลมนี้ แสดงใหเห็นวา สื่อเปนตัวกําหนดรูปแบบการสื่อสารของมนุษยชาติ คือ “Medium is Message” ซึ่งในตอนแรกนักวิพากษวิจารณก็มิใครเขาใจความหมายของมันมากนัก จนกระทั่ง ป ค.ศ. 1989 (พ.ศ.2532) หนังสืออีกเลมของ แมคลูฮัน ชื่อ “The Global Village” ซึ่งปรากฏ คําว า สังคมขาวสาร (Information Society) เปน ครั้งแรก นับ เป น ครั้ งแรกที่จุดประกายแก นักวิชาการ สื่ อ สารมวลชนทั่ ว โลกให หั น มาสนใจทํ า ความเข า ใจกั บ การสื่ อ สารไร พ รมแดนนั บ แต บั ด นั้ น จะเห็ น ได ว า อินเตอรเน็ตเกิดขึ้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา ในป พ.ศ. 2512 และประมาณป พ.ศ.2530 นักวิชาการคนไทยไดเริ่ม นําอินเตอรเน็ตเขามาในประเทศไทย นับเปนเวลาไลเลี่ยกับการตีพิมพหนังสือเลมนี้ของแมคลูฮัน จุดเดนของ หนังสือเลมนี้ของแมคลูฮันคือ การนําเสนอใหเห็นถึงสภาพของเทคโนโลยีสื่อในศตวรรษที่ 21 นั่นเอง หลังจากนั้น คําวา สื่อใหม ( New Media) ก็คอยๆ ปรากฏขึ้นในแวดวงเวทีนักวิชาการผูสนใจศึกษาทํา ความเขาใจสื่อมวลชนตามแนวคิดเทคโนโลยีเปนตัวกําหนด แมกระทั่งความพยายามที่จะอธิบายสภาพการเกิดขึ้น ของสื่อใหม เชน ศาสตราจารยโรเจอร ฟดเลอร แหงมหาวิทยาลัยเคนท สเตท (Kent State University) ประเทศ สหรัฐอเมริกา ประจําสาขาวารสารศาสตรและสื่อสารมวลชน เปนผูที่นานาชาติรูจักและยอมรับในดานการบุกเบิก และมีวิสัยทัศนดานอิเล็กทรอนิกส พับลิชชิ่ง (Electronic Publishing) ในอดีตศาสตราจารยฟดเลอรเคยทํางานในธุรกิจหนังสือพิมพมานานกวา 34 ป ในตําแหนงผูสื่อขาว, เจาหนาที่ออกแบบ และเจาหนาที่ฝายเทคโนโลยี รวมทั้งไดเขาทําหนาที่เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อใหมของธุรกิจ หนังสือพิมพ มาตั้งแตป ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) ในป ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) ฟดเลอรไดเขียนหนังสือชื่อ “Mediamorphosis : Understanding New Media” หรือ “มีเดียมอรโฟซิส : ความเขาใจเกี่ยวกับสื่อใหม” (Fidler, 1997, pp.219 – 252) นําเสนอถึงพัฒนาการ ของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับระบบการสื่อสารของมนุษย และอุตสหกรรมสื่อรวมสมัย ฟดเลอร ไดเรียกพัฒนาการของเทคโนโลยีสื่อ โดยใชคําศัพทที่เขาบัญญัติขึ้นใหมวา “Mediamorphosis” ซึ่งฟดเลอร ใหความหมายวา me  di  a  mor  pho  sis (n.) The Transformation of communication media, usually brought about by the complex interplay of perceived needs, competitive and political pressures, and social and technological innovation.”


88

โดยรวม “มีเดียมอรโฟซิส” หมายถึง การแปลงสภาพสื่อที่ใชในการสื่อสารของมนุษย ซึ่งมักเปนผลมา จาก ผูมีสวนเกี่ยวของและมีความตองการที่ซับซอน, แรงกดดันและสภาพการแขงขันทางการเมืองและสังคม รวมทั้ง ผลจากการคิดคนทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม กระบวนการแปลงสภาพของเทคโนโลยีสื่อ “Mediamorphosis” แนวคิดกระบวนการแปลงสภาพของเทคโนโลยีสื่อมีลักษณะเปน “วิทยาศาสตร” ไมนอยเลยทีเดียว กลาวคือ มีลักษณะการวิวัฒนาการ การบรรจบเขาหากัน และความซับซอนไรระเบียบ ดังที่ ฟดเลอร (Fidler, 1997, pp.22 – 28) ไดกลาววา แนวความคิดของกระบวนการของการแปลงสภาพเทคโนโลยีสื่อวา มีรูปแบบของ การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ 3 ลักษณะ คือ 1. การวิวัฒนาการของเทคโนโลยีสื่อ (Coevolution) การแปลงสภาพของสื่อใหมมักจะเกิดในลักษณะรูปแบบที่เปนการคอยๆ แปรสภาพ กลาวคือ รูปแบบการสื่อสารที่เราเห็นไดชัด มีแนวโนมที่จะปรับเขาหารูปแบบของระบบการสื่อสารของมนุษยที่เปนอยูใน ยุคสมัย นั้นๆ ไมปรากฏวามีรูปแบบการสื่อสารใดที่จะดํารงอยูไดโดยไมเกี่ยวของสัมพันธ กับรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งวัฒนธรรมองสังคมนั้นๆ แตรูปแบบการสื่อสารจะคอยๆ พัฒนาไป คอยมีผลขึ้นเรื่อยๆ ในระดับที่แตกตาง กันไปในแตละชวงเวลา มากกวาที่จะอุบัติขึ้นแลวมาแทนที่สื่อเกาที่ตายไป เปนไปไมไดเลยที่สื่อเกิดขึ้นใหมได เอง พรอมๆ กับการลมหายสาบสูญของสื่อเกา 2. การบรรจบกันของเทคโนโลยีสื่อ (Convergence) เปนการพัฒนาเขามาใกลกันของเทคโนโลยี มีลักษณะเปนการวิวัฒนาการมาพบกันของเทคโนโลยี ทั้ง 3 ประเภท ไดแก เทคโนโลยีการแพรภาพและเสียง (Broadcast and Motion Picture Technology) เทคโนโลยี การพ���มพ (Print and Publishing Technology) และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร (Computer Technology) โดยมี เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunication Technology) เปนปจจัยสนับสนุน นิโคลัส นิโกรปอนเต (Nicholas Negroponte) นักวิจัยดานเทคโนโลยีการสื่อสาร จากหองปฏิบัติการ วิจัยดานสื่อ ของสถาบันเทคโนโลยีแหงแมสซาชูเซท (the Massachusetts Institute of Technology) ที่มีชื่อเสียง ของสหรัฐอเมริกา เปนคนแรกที่นําเสนอแนวความคิดการบรรจบของเทคโนโลยีสื่อเมื่อประมาณ ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) โดยการบรรยายผลการคนพบจากหองปฏิบัติการวิจัยดานสื่อจากจากสถาบันเทคโนโลยีแหงเมสซาซูเซท (The MIT Media Lab) ปรากฏวาการนําเสนอแนวความคิดครั้งแรกของเขาไมคอยมีใครฟงเขาใจมากนัก จนใน เวลานี้ใครๆ ก็เขาใจและยอมรับลักษณะดังกลาวนี้แลว เพราะมีรูปแบบคลายๆ กับหวง 3 หวงที่เชื่อมกันตามที่เรา คุนเคยกันดีอยูแลว ไมวาจะเปนสัญลักษณการแขงขันกีฬาโอลิมปก สัญลักษณของสถานีโทรทัศน เปนตน


89

แผนภาพแสดงแนวโนมการบรรจบกันของเทคโนโลยีสื่อ ป 2521 ป 2543

ภาพที่ 1. แสดงแผนภาพแสดงแนวโนมการบรรจบกันของเทคโนโลยีสื่อ ที่มา : (Fidler, 1997. page 26.)

อยางไรก็ตาม นักวิชาการหลายทาน ไดแสดงความเห็นวาการบรรจบกันของสื่อมิไดทําใหสื่อ ดั้งเดิมแปลงโฉมหนาเปนสื่อใหมแบบทันทีทันใด แตเปนแบบคอยๆ เปนๆ ไป และไมคิดวาสื่อใหมจะเขามา แทนที่สื่อดั้งเดิม แตจะมาแบบเปลี่ยนแปลงสภาพแบบคอยเปนคอยไป เชน ฟดเลอร ใหขอสังเกตในเรื่องนี้วา ความเขาใจผิด 2 ประการเกี่ยวกับการบรรจบกันของเทคโนโลยี สื่อ คือ ประการแรก การลงทุนในธุรกิจดานการพัฒนาสื่อใหมที่มีใหเห็นทั่วไปเวลานี้ ที่ไดนําแนวความคิดนี้ของ นิโกรปอนเต ไปประกอบการอธิบาย ก็อธิบายเปนวาสภาพการบรรจบกันของเทคโนโลยีสื่อในเวลานี้จะนําไปสู การเปลี่ยนแปลงตามมา ในที่สุด หนังสือพิมพกระดาษจะสูญพันธไปเลยทีเดียว เปนการนําเสนอความเห็นโดย ปราศจากหลักฐานมายืนยันไดแนชัด รวมทั้ง คอนขางเกินกรอบแนวคิดของนิโกรปอนเตมากเกินไป เอเวอรเรตต โรเจอร (Evertt Rogers) นักวิชาการดานสื่อสารมวลชนที่มีชื่อเสียงในทฤษฎีนวัตกรรม กลาวใหขอคิดในเรื่องนี้วา ประวัติศาสตรของการสื่อสารมีอะไรมากกวาการรวมกันของสื่อ หรือการเกิดสื่อใหม มาแทนที่สื่อเกานั้น แนวความคิดของนิโกรปอนเตเพียงแตตองการชี้ใหเห็น “พื้นที่ของโอกาสที่มีศักยภาพมาก” ในการพัฒนาของสื่อใหม ประการที่สอง คือ ความเชื่อที่วาการบรรจบกันของเทคโนโลยีสื่อเปนผลที่แยกไมออกจาก “การ รวมกิจการในธุรกิจสื่อ” (Mergers) ทั้งๆ ที่กระบวนการของการแปลงสภาพเทคโนโลยีของสื่อยังคอยเปนคอยไป และใชเวลามากกวาสิ่งที่มองเห็นในเวลานี้ ซึ่งอาจจะเปนแตเพียงโอกาสที่เกิดขึ้นเฉพาะครั้งเฉพาะคราวก็เปนได ขณะที่การแปลงสภาพของเทคโนโลยีสื่ออาจจะใชเวลามาก และมิใชเปน “การรวมกันของสื่อ” (Integrated Entity) แตอาจเปน “การเกิดใหมของสื่อ” (New Entity) ก็เปนได 3. การซับซอนของเทคโนโลยีสื่อ (Complexity) ในภาวะของการแปลงสภาพของเทคโนโลยีสื่อเปนไปดวยความซับซอน ในลักษณของ “ทฤษฎีไร ระเบียบ” (Chaos) ภายใต “ระบบที่ไรระเบียบ” (Chaotic System) ที่นับวาเปนองคประกอบที่สําคัญของการแปลง สภาพ ทําใหการทํานายอนาคตไกลๆ ของสื่อใหมมิสามารถทําได


90

ความซับซอนในที่นี้ หมายถึง เหตุการณซึ่งเกิดขึ้นอยางชัดเจนภายใตระบบที่ไรระเบียบ การศึกษา แนวคิดระบบที่ไรระเบียบมีเปนครั้งแรกที่สถาบันซานตา ฟ (the Santa Fe Institute) ในนิวแมกซิโกเมื่อราวกลาง ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) โดยกลุมนักวิทยาศาสตรจากหลายสาขามารวมตัวกันศึกษา ความไรระเบียบกับความมี ระเบียบเปนสิ่งที่อยูสุดขั้ว เรียกวา “ระบบมีชีวิต” (living systems) ซึ่ง มิเชล วาลดร็อป (Mitchell Waldrop) นัก ฟสิกส กลาววา ความซับซอนทําใหเกิดความคิดและนวัตกรรมใหม นักวิทยาศาสตรที่สถาบันซานตา ฟ ไดศึกษาพบวาลักษณะของระบบที่ซับซอนมีสวนประกอบของ ปฏิกิริยามากมายที่เกิดขึ้นภายใตระบบมีชีวิตที่วา สงผลใหเกิดระบบที่มีการจัดระบบดวยตัวเองโดยธรรมชาติของ มันเพื่อสนองตอบตอสภาวะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หรืออาจกลาวไดวาระบบที่ซับซอนมี “การดัดแปลง” (Adaptive) เกิดขึ้น ในระบบการสื่อสารของมนุษยเองนั้นก็มีสภาพที่ซับซอน มีระบบการดัดแปลงอยูตลอดเวลา ดังจะ เห็นไดจากรูปแบบของสื่อที่แปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดลอมในดานตางๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยมีระบบการ ตอบสนองเปนของตัวเอง หลักการของการแปลงสภาพเทคโนโลยีสื่อ (Principle of Mediamorphosis) การอธิบายปรากฏการณของการแปลงสภาพเทคโนโลยีสื่อจากสื่อกระแสหลักหรือสื่อดั้งเดิม (Mainstream Media / Traditional Media) ไปเปนการสื่อสารที่ใชคอมพิวเตอรเปนสื่อ (Computer – mediated communication) มีหลักการ 6 ประการ ดังนี้ 1. การวิวัฒนาการแบบคอยเปนคอยไปโดยยังคงอยูดวยกัน (Coevolution and coexistence) ทุก รูปแบบของสื่อที่ใชในการสื่อสารยังคงอยูรวมกัน ขณะที่มีการขยายศักยภาพ และมีระบบความซับซอน รูปแบบ ใหมๆ ที่เกิดขึ้นจะสงอิทธิพลและมีพัฒนาการขึ้นในแตละระดับตามระยะเวลา ขณะที่มีการพัฒนาของเทคโนโลยี สื่อนั้นสื่อตัวเดิมยังคงอยู 2. การแปลงสภาพของเทคโนโลยีสื่อขนานใหญ (Metamorphosis) สื่อใหมไมไดเกิดขึ้นโยธรรมชาติ หรือเปนเอกเทศแตเปนการคอยๆ เกิดขึ้น โดยสภาวะการแปลงสภาพของเทคโนโลยีสื่อ (Mediamorphosis) จาก สื่อเกา เมื่อมีสื่อใหมเกิดขึ้น มีแนวโนมวาสื่อเกาจะดัดแปลงตัวเอง และยังคงดํารงอยูรวมกันตอไปมากกวาที่จะ หายสาบสูญไป 3. การโฆษณาใหเห็นภาพ (Propagation) การเกิดขึ้นของรูปแบบใหมของสื่อที่ใชในการสื่อสารมี ลักษณะครอบงํามาตั้งแตการเริ่มตนของรูปแบบ ลักษณะที่สําคัญนี้ไดรับการเผยแพรไปยางกวางขวางและรวดเร็ว โดยผาน “สัญญาณของการสื่อสาร” (Communication Code) ที่เรียกวา “ภาษา” 4. การเอาตัวรอด (Survival) ทุกรูปแบบของสื่อที่ใชในการสื่อสารอยูในสภาวะเสี่ยง ถูกบังคับให ปรับตัว หรือปฏิรูปตัวเองเพื่อเอาตัวรอดจากสภาพแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงไป มิเชนนั้นก็ตองลมหายตายจากไป 5. การสรางโอกาสและมีความตองการ (Opportunity and Need) สื่อใหมมิไดปรับเปลี่ยนตัวเองโดย ความกาวหนาทางดานวิทยาการและเทคโนโลยีเพียงลําพัง แตเปนผลมาจากความตองการของสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ


91

6. การอาศัยเวลานาน (Delayed adoption) เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับสื่อใหมอาศัยระยะเวลาในการ ปรับเปลี่ยนสภาพ โดยมิอาจหวังผลทางธุรกิจไดในเร็ววันไดมากนัก อยางนอยก็ใชเวลาประมาณชั่วอายุคน (20 – 30 ป) ในการพิสูจนแนวความคิดกอนการปรับปรุงใหมีความชัดเจน ภาษาตัวการเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารมนุษยชาติ สื่อจําเปนตองอาศัยเครื่องมือถายทอด และอาศัยการสรางความหมายขึ้นจาก “สัญญาณทางการสื่อสาร” (Communication Code) ซึ่งเรารูจักในฐานะ “ภาษา” นั่นเอง กลาวคือ ภาษามีความสําคัญในฐานะ “ตัวทําการ เปลี่ยนแปลง” (Agents of change) ตอรูปแบบการสื่อสารของมนุษยชาติ ลําดับการเกิดขึ้นของ “ภาษาพูด” (Spoken Language) และ “ภาษาเขียน” (Written Language) มีความ เกี่ยวพันกับรูปแบบการสื่อสารของมนุษย ทําใหมนุษยสามารถแสดงออกถึงความคิดตามครรลองของวัฒนธรรม และอารยะธรรม วิถีชีวิตของมนุษยเปลี่ยนแปลงไปอันมีแรงขับที่���ําคัญมาจากมนุษยมีภาษาพูดและภาษาเขียน ซึ่ง เปรียบเสมือนตัวทําการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง บัดนี้มาถึงยุคการเกิดตัวทําการเปลี่ยนแปลงหรือภาษาในรูปแบบใหม นั่นก็คือ “ภาษาระบบตัวเลข” (Digital Language) ที่เปนเหมือนกับ “ภาษาผสม” (lingua franca) ของระบบเครือขายคอมพิวเตอรและการสื่อสาร โทรคมนาคม นั่นเอง ในอดีตภาษาเขียนมีลักษณะสัมพันธอยูกับรูปแบบการสื่อสารของมนุษยใน 3 รูปแบบหลักทั้งการ สื่อสารระหวางบุคคล การสื่อสารดวยเอกสาร การสื่อสารดวยการกระจายภาพและเสียง มนุษยชาติมีความผูกพัน อยูกับภาษาเขียนนานรวม 6 ลานป แตการเกิดขึ้นของภาษาระบบตัวเลขในชวงเวลาเพียง 200 ปที่ผานมา กลับมีผล อยางอเนกอนันตในเวลานอยกวากันมากนัก ลําดับพัฒนาการของเทคโนโลยีสื่อ 3 สื่อหลักที่เกี่ยวของกับรูปแบบการสื่อสารของมนุษยนั้น ฟดเลอร กลาววา ไดแก 1. เทคโนโลยีการสื่อสารระหวางบุคคล (The Interpersonal Domain) 2. เทคโนโลยีการสื่อสารประเภทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน (The Broadcast Domain) 3. เทคโนโลยีการสื่อสารประเภทสื่อสิ่งพิมพ (The Document Domain) ภาพรวมของพัฒนาการเทคโนโลยีสื่อทั้ง 3 สื่อหลักขางตน อาจพิจารณาไดจากพัฒนาการของการ เกิดขึ้นของ “ภาษา” (Language) แตละประเภท อันเปนชวงเวลาสําคัญของมนุษยชาติ ที่เกิดการปฏิวัติการสื่อสาร ของมนุษยชาตินับตั้งแตเกิดภาษาเขียน (Written language) ขึ้น เนื่องจากภาษาเปรียบเสมือนตัวทําหนาที่เปน “สื่อกลางในการสื่อสารของมนุษยชาติ” ดังนั้น พัฒนาการของภาษา 3 ชวงเวลาในอดีตกาล จึงทําใหเราเขาใจถึง พัฒนาการเทคโนโลยีสื่อไดอยางชัดเจน กลาวคือ 1. ชวงแรก เริ่มประมาณ 30,000 ปกอน เปนชวงที่มนุษยมีภาษาพูด ทําใหมนษยมีรูปแบบการสื่อสาร ในลักษณะ “การสื่อสารระหวางบุคคล” (Interpersonal Domain) มีการเห็นหนาคาตากัน (face - to – face communication) ทําใหมนุษยสามารถถายทอดความรูสึกนึกคิดไดมากขึ้นกวาเกา ยุคนี้มนุษยมีความเกี่ยวพัน ใกลชิดกับการบอกเลา จนกระทั่งพัฒนาไปสูรูปแบบ “การสื่อสารโดยการกระจายเสียงและภาพ” (Broadcast Domain) ในเวลาตอมา ชวยใหการถายทอดวัฒนธรรมเปนไปไดสะดวกยิ่งขึ้น


92

2. ชวงที่สอง เริ่มประมาณ 6,000 ปกอน เปนชวงเวลาที่มนุษยมีภาษาเขียนใช ทําใหเกิดรูปแบบการ สื่อสารในลักษณะบันทึกเปนเอกสาร (Document Domain) หรือ “สื่อสิ่งพิมพ” ขึ้น ชวยรนระยะเวลาใหกับการเผย แผและการดํารงรักษาความรูและวัฒนธรรมของมนุษยชาติไดมาก 3. ชวงที่สาม เริ่มประมาณ 200 ปกอน (ประมาณ 2 ศตวรรษที่ผานมา) การประยุกตใชอิเล็กทรอนิกสใน เทคโนโลยีสื่อยิ่งชวยรนระยะเวลาขึ้นอีกมาก การพัฒนาของสื่อที่ใชในการสื่อสารรูปแบบใหมเกิดขึ้นอยางมากใน ชวงเวลาเพียง 2 ศตวรรษที่ผานมา เมื่อเปรียบเทียบกับชวงแรกและชวงที่สองที่อาศัยเวลานานกวามากกวาจะกาว เขาสูชวงที่สาม เปนชวงที่มนุษยชาติไดสัมผัสกับภาษาระบบตัวเลข (Digital Language) ซึ่งเปนกลไกสําคัญของ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสารทุกรูปแบบ ตารางที่ 1. แสดงอิทธิพลของภาษาที่มีตอรูปแบบการสื่อสารของมนุษยชาติ ภาษา / ชวงเวลา ประเภทการสื่อสาร ลักษณะการสื่อสารของ (Domain) ที่มีอิทธิพล มนุษย การสื่อสารระหวางบุคคล - เห็นหนาคาตา (face to ภาษาพูด (International Domain) face communication) (Spoken Language) - ถายทอดความรูนึกคิด 30,000 ปกอน ไดดีขึ้นกวาเกา - การบอกเลา การสื่อสารทางเอกสาร - บันทึกเปนเอกสาร ภาษาเขียน (Ducument Domain) - สื่อสิ่งพิมพ (Written Language) - ถายทอดความรูและ 6,000 ปกอน มรดกวัฒนธรรม การสื่อสารผานคอมพิวเตอร - สื่อสารผานสื่อ ภาษาระบบตัวเลข (Broadcast Domain) เทคโนโลยีการสื่อสาร (Digital Language) เชน คอมพิวเตอร, 200 ปกอน โทรคมนาคม

เหตุการณสําคัญ

- เกิดเทคโนโลยีการพิมพ - การเผยแผศาสนา

- สื่อสารดาวเทียม - อินเตอรเน็ต - สื่อใหม


93

พัฒนาการของเทคโนโลยีสื่ออาจแสดงไดในรูปของแผนภูมิตนไมแสดงเครือญาติของเทคโนโลยีสื่อ (The family tree of communication media) ไดดังแผนภาพตอไปนี้

ภาพที่ 2. แสดงแผนภูมิตนไมเครือญาติเทคโนโลยีสื่อ ที่มา (Fidler, 1997, p.34)

จากเทคโนโลยีการสื่อสาร ถึงลักษณะสื่อใหม เทคโนโลยีการสื่อสาร หมายถึง เทคโนโลยีในการสื่อสารยุคใหม 4 กลุม ไดแก 1. เทคโนโลยีการแพร ภาพและเสียง (Broadcast and Motion Picture Technology) 2. เทคโนโลยีการพิมพ (Print and Publishing Technology) 3. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร (Computer Technology) และ 4. เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunication Technology)


94

บทบาทของเทคโนโลยีการสื่อสารในปจจุบัน เชน คอมพิวเตอร ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร โครงขาย โทรศัพท อุปกรณภาพและเสียง มีผลกระทบตอ "สื่อแบบดั้งเดิม" (Traditional Media) ซึ่งไดแก หนังสือพิมพ นิตยสาร วิทยุกระจายเสีย ง วิท ยุโ ทรทัศ น ทําใหเกิดสิ่งที่เรียกวา "การปฏิวัติแ หงระบบตัวเลข" (Digital Revolution) ทําใหขอมูลขาวสารไมวาจะอยูในรูปลักษณใด เชน ขอความ เสียง ภาพเคลื่อนไหว รูปภาพ หรืองาน กราฟก ไดรับปรับเปลี่ยนใหเปนภาษาอีกชนิดหนึ่งเปนรูปแบบเดียวกันทั้งหมด คือสามารถอานและสงผานได อยางรวดเร็วดวยเครื่องคอมพิวเตอร แลวยังสามารถนําเสนอในลักษณะใดก็ได ตามความตองการใชงานของ ผูใชงาน ความเปลี่ยนแปลงนี้ถูกเรียกขานวา "การทําใหเปนระบบตัวเลข" หรือ "ดิจิไทเซชั่น" (Digitization) ดวยระบบที่มีการทําใหเปนระบบตัวเลข เปนปจจัยสําคัญประการหนึ่งที่ทําใหเกิด "สื่อใหม" (New Media) ขึ้น เปนสื่อที่มีลักษณะเกี่ยวของกับระบบตัวเลข เครื่องคอมพิวเตอร และระบบการสะทอนกลับ หรือ "อินเตอรแอคทีฟ" (Interactive) คาดหวังกันวาสื่อใหมจะสามารถตอบสนองความตองการของ "ผูแสวงหาขอมูลขาวสาร" (Seeker) ไดมี ประสิทธิภาพมากกวาสื่อแบบดั้งเดิม เนื่องจากสื่อใหมไมมีขอจํากัดในดานเวลา (Time) และเนื้อที่ (Space) เหมือน อยางเคยเปนขอจํากัดของสื่อแบบดั้งเดิมมากอน สิ่งที่เรียกวาเปน "สื่อใหม" (New Media) หมายถึง ระบบการสื่อสาร หรือระบบที่มีการเชื่อมตอทาง อิเล็กทรอนิกสของเครือขายในระดับโลก (Kevin Kawamoto, 1997) Jay David Bolter and Richard Grusin ศาสตราจารยสาขาสื่อใหม ของวิทยาลัยวรรณกรรม การสื่อสาร และวั ฒ นธรรม แห ง สถาบั น เทคโนโลยี แ ห ง จอร เ จี ย สหรั ฐ อเมริ ก า กล า วไว ว า สื่ อ ใหม มี ม ากมาย ได แ ก คอมพิวเตอรเกม, ภาพถายดิจิตอล, กราฟฟก, งานศิลปะดิจิตอล (Digital Art) ภาพยนตร, งานเสมือนจริง หรือ เวอรชวลเรียลลิตี้ (Virtual Reality) บริการระบบเวิลดไวดเว็บ (World Wide Web : WWW) บริการขอมูล ออนไลนเชิงพาณิชย (Commercial On-line Service) เปนตน สื่อใหมเปดโอกาสใหองคกรดานขาวสารแบบดั้งเดิม ธุรกิจขนาดใหญและขนาดยอม องคกรไมแสวงหา ผลกําไร องคกรภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ กลุมผูสนใจเฉพาะ และชุมชนทุกประเภททุกระดับจาก ทั่วโลก สามารถเปน "ผูสงสาร" (สาร - Massage) หมายความถึง ขาว และขอมูลขาวสาร) ใหแกผูรับสารทั่วโลก ที่ มีจํานวนมากจนไมอาจคาดคะเนจํานวนได คําวา "สื่อใหม" เปนการจุดประกายมุมมองใหมเกี่ยวกับความสัมพันธระหวางมนุษยกับขอมูลขาวสาร ซึ่งบทบาทของสื่อใหมอาจทําใหความสัมพันธเดิมเปลี่ยนแปลงไป ในขณะนี้การเปลี่ยนแปลงบางอยางไดเกิดขึ้น แลว แมสื่อใหมนี้ไมไดลดความสําคัญ หรือเขามาแทนที่สื่อแบบดั้งเดิม แตอาจเปนไปไดวาสื่อใหมจะชวยขยาย ศักยภาพและประ���ิทธิภาพใหกับสื่อดั้งเดิมเทาที่จะเปนไปได Kevin Kawamoto นักวิชาการดานการศึกษาดานสื่อ กลาวในบทความเรื่อง “ 10 Thing should Know about New Media” วาสื่อใหมเกิดขึ้นจากปจจัยสําคัญ 10 ประการไมไดเกิดขึ้นไดจากปจจัยขอใดเพียงปจจัยเดียว แตเปนผลจากปจจัยหลายๆ ปจจัย ไดแก เทคโนโลยี ระบบเครือขาย, ภาคอุตสาหกรรม, ปจเจกชน รวมทั้งชุมชน ในเครือขายอินเตอรเน็ต ที่เรียกกันวา "ชุมชนไซเบอร" (Cyber Communities) เปนตน สื่อแบบดั้งเดิมมีขอจํากัดกวาสื่อใหม เชน หนังสือพิมพและนิตยสาร มีเนื้อที่ที่จํากัดสําหรับขาว ขอมูล ขาวสาร และการโฆษณา เชนเดียวกันกับขอจํากัดในดานเวลาออกอากาศของวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน


95

สวนสื่อใหม แมยังพอมีขอจํากัดอยูบาง ตรงที่ไมไดเปนการตีพิมพขอมูลขาวสารลงบนกระดาษ รวมทั้ง ไมไดเปนการออกอากาศรายการวิทยุและโทรทัศนไปยังผูคนจํานวนมากมายในเวลาที่แนนอน ขอมูลขาวสารที่ บันทึกไวในระบบตัวเลขจํานวนมากเหลานั้น จะสามารถตอบสนองผูแสวงหาขอมูลขาวสารได ก็ตอเมื่อผูรับสาร มีความตองการและเปดหนาจอของเครื่องคอมพิวเตอรเทานั้น แตในอนาคตอันใกลนี้ ขอมูลเหลานี้อาจพัฒนาไป นําเสนอผานหนาจอเครื่องรับโทรทัศนได กลาวไดวาขณะที่สื่อแบบดั้งเดิมสงขอมูลขาวสารใหกับผูรับในลักษณะที่เปน "Passive Receivers" แต ผูรับสารของสื่อใหมเปนผูรับสารที่มีลักษณะ "Active Seeker" คือเปนฝายแสวงหาขอมูลขาวสารดวยตัวเอง ตาม ความสนใจและความสงสัยอยากรูอยากเห็นของตัวเองโดยอิสรเสรี ดังนั้น ขอมูลขาวสารใดๆ ที่ไมสามารถหาได จากสื่อแบบดั้งเดิม เชน หนังสือพิมพ นิตยสาร วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน ก็สามารถหาไดจากสื่อใหมนี้ ไดโดยไมมีขีดจํากัด สภาพสังคมในยุคสื่อใหม นักวิชาการในแตละสาขาอธิบายปรากฏการณการบรรจบกันของสื่อแสดงมุมมองที่แตกตางกันไป จอหน ไนสบิตต (John Naisbitt) นักมานุษวิทยาชาวอเมริกัน ไดคาดการณทํานายเหตุการณอนาคตไวใน หนังสือชื่อ “Global Paradox” วา การสื่อสารของมนุษยจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการผสมกลมกลืนของ เทคโนโลยี 4 อยาง คือเครื่องคอมพิวเตอร ระบบอิเล็กทรอนิกส การสื่อสาร และขาวสาร นักวิชาการดานสื่อสารมวลชนพยายามอธิบายความหมายและลักษณะของสื่อใหมวาเปนการบรรจบกัน ของเทคโนโลยีการสื่อสารจนเกิดเปนสื่อใหมขึ้น (Lewis and Slade, 2000) ดังนี้ 1. การเชื่อมกันของ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมกับการสื่อสารมวลชนประเภทวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน 2. ความพรอมของการทําใหเปนระบบตัวเลขในระบบของการสื่อสารโทรคมนาคม และสื่อมวลชนประเภท วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน การเกิดขึ้นของสื่อใหมถูกนักวิชาการดานการเมืองมองวาจะทําให "ประชาธิปไตยอิเล็กทรอนิกส" (Electronic Democracy) กลับมาเปนความจริง (Sussman, 1997 อางถึงใน Lewis and Slade, 2000) ในขณะที่นักวิชาการบางทานมองวาสื่อใหมไดทําใหเกิด "ชุมชนไซเบอร" (Cyber Communities) หรือ "ชุมชนเสมือนจริง" (Virtual Communities) (Howard Rheingold, 1994 อางถึงใน Lewis and Slade, 2000) ขณะที่ มารค โพสเตอร (Mark Poster, 1995 อางถึงใน Lewis and Slade, 2000) ไดเสนอวายุคสื่อใหม เปนยุคที่เครือขายอินเตอรเน็ตไดมาคัดคานแบบจําลองการสื่อสารที่เกาแก ซึ่งลักษณะผูรับสารจะมีความคลายคลึง กัน และชี้ใหเห็นวาสื่อใหมเปนสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคหลังสมัยใหม หรือ “โพสต โมเดิรน” (Post - modern) นอกจากนั้น ยังเชื่อวาทฤษฎีการสื่อสารมวลชนของแซนนอน และวีเวอร (1949) และทฤษฎีการแพรกระจาย นวัตกรรมของโรเจอร (Roger, 1986 อางถึงใน Lewis and Slade, 2000) ซึ่งกลาวถึงการปรับตัวของนวัตกรรมจะ เปนความจริงในระยะเวลาอันใกลนี้ สภาพสังคมชุมชนไซเบอรจากผลของสื่อใหม เชน การสืบคนอินเตอรเน็ตของผูใชงานอินเตอรเน็ต (Surfers) การเลนเกมผานทางเครือขายอินเตอรเน็ตของนักเลนเกม (Gamers) การเขาไปรบกวนหรือทําลายระบบ


96

ความปลอดภัยของขอมูลโดยนักแฮกเกอร (Hackers) และการนําเสนอความคิดเห็นที่เปนมุมมองทางเลือกของนัก รณรงคเคลื่อนไหว (Activities) ผลของการบรรจบกันของเทคโนโลยีดานสื่อทําใหปรากฏการณหลายประการ ที่นักการศึกษาดานสื่อ ควรตระหนักและทําความเขาใจเพื่อเตรียมพรอมในการปรับตัว คือ การรวมมือกันหรือรวมกันของหนวยงานที่ เกี่ยวของกับสื่อ เชน บริษัทดานสื่อโทรทัศน บริษัทในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม บริษัทในอุตสาหกรรม ภาพยนตร และธุรกิจบันเทิง รวมทั้ง บริษัทคอมพิวเตอร เปนตน ตัวอยางของความรวมมือทางธุรกิจ เชน จากระบบของการสื่อสารและสื่อมวลชนที่เคยแยกกันไดรับการ เชื่อมโยงดวยกัน ทําใหบริษัทเคเบิลทีวีตองการเขาไปมีสวนในการใหบริการระบบโทรศัพท ขณะที่บริษัทที่ เกี่ยวกับสาธารณูปโภคก็สนใจการบริการเคเบิลทีวี บริษัทดานคอมพิวเตอรก็หันไปเปนผูใหบริการขอมูลขาวสาร (Content Providers) สวนสํานักพิมพตางๆ ก็เขาไปลงทุนในธุรกิจมัลติมีเดีย หลายคนที่อยูในธุรกิจสื่อจึงไดคาดหวังวา ภาพยนตร วิดีโอ-เกม และวิดีโอคอนเฟอรเรนซ จะไดรับการ แปลงใหอยูในระบบตัวเลขแลวก็สงผานเครือขายสื่อสาร เพื่อใหบริการที่หลากหลาย รวมทั้งความบันเทิงไปยัง บานเรือนโดยตรง ภายหลังมีหลายๆ ประเทศดําเนินตามนโยบายเปดเสรีในอุตสาหกรรมสื่อและอุตสาหกรรมการ สื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งเปนแนวโนมหลักขององคกรความรวมมือนานาชาติดานการคาระหวางประเทศที่เรียกวา “องคกรการคาโลก” (World Trade Organization : WTO) เปนเหตุใหเกิดสื่อใหมขึ้น ศักยภาพทางเศรษฐกิจจากการใหบริการสื่อใหม ไดเกิดขึ้นในใจของบริษัทยักษใหญในสหรัฐอเมริกา เชน Time Warner, ABC, Disney, Viacom, News Corp., Tele-Communication Inn., MCA, Turner, AT&T, MCI รวมทั้ง Baby Bell หรือแมแตบริษัทจากตางประเทศก็ใหความสนใจ เชน บริษัท British Telecom, Sony, Sea grams เปนตน การรวมกิจการของสหรัฐสวนใหญเปนบริษัทในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของกับสื่อมวลชนและสื่อสาร โทรคมนาคม นักวิเคราะหระบุวาแนวโนมการรวมกิจการของอุตสาหกรรมทั้ง 2 นี้จะยังเกิดขึ้นอยางตอเนื่อง บริษัทขนาดใหญเหลานี้ตั้งแผนกสื่อใหม (New Media Division) ซึ่งประกอบดวยธุรกิจบริการเครือขาย อินเตอรเน็ต บริการเวิลดไวดเว็บ โทรทัศนระบบอินเตอรแอคทีฟ วิดีโอเกม วิดีโอคอนเฟอรเรนซ งานพัฒนาซีดีรอม เปนตน ซึ่งแนนอนจะมีทั้งทรัพยากรและเงินลงทุนจํานวนมหาศาลที่จะทุมลงมาที่แผนกใหมนี้ ตัวอยางที่เห็นไดชัดจากลักษณะการพัฒนาของเทคโนโลยีที่นําไปสูสื่อใหมก็คือ การเกิดขึ้นของ "หนังสือพิมพอิเล็กทรอนิกส" (Electronic Newspaper) เชน Knight-Ridder's, The Tablet ซึ่งเปนการเผยแพรสื่อ หนังสือพิมพผานหนาจอคอมพิวเตอร โดยที่ขอมูลขาวสารซอนกันอยูหลายๆ ชั้น ผูอานสามารถเลือกขอมูล ขาวสารที่ตองการไดดวยตัวเอง ขณะเดียวกันรูปแบบของขอมูลขาวสารก็มีใหบริการในหลายลักษณะที่เรียกกันวา "Hypertext" คือ เสียงและภาพเคลื่อนไหวที่สามารถใหเสนอซ้ําไดตามความตองการของผูใช รวมทั้ง มีกลุมขาว ออนไลนอีกดวย สิ่งตางๆ เหลานี้เกิดขึ้นในบริการเครือขายอินเตอรเน็ตโดยเฉพาะบริการเวิลดไวดเว็บในลักษณะ หลายสื่อหรือ "มัลติมีเดีย" (Multi - media)


97

กรณีตัวอยางก���รนําเสนอขาวที่มีผลกระทบตอจริยธรรมสื่อมวลชน สื่อใหมที่กําลังไดรับความนิยมในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุมคนรุนใหมในเวลานี้ ไดแก อินเตอรเน็ต, MSN, Chat, IPOT, MP3, Weblog, กลองดิจิตอล เปนตน ในชวงที่ผานมาหลังจากแวดวงวิชาชีพสื่อสารมวลชนไดนําเขาเทคโนโลยีเขามาเกี่ยวของกับสื่อมวลชน ไดมีกรณีที่ลอแหลมตอจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน เชน 1. การตกแตงภาพ การใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอรในงานกราฟก (Computer Graphic) เปนการใชงานเทคโนโลยีเพื่อชวยให การนําเสนอเนื้อหาสาระของขอมูลขาวสารที่นําเสนอเขาใจไดงาย และผูอานเขาใจ เห็นภาพ ตลอดจนใหเนื้อหามี ความนาสนใจยิ่งขึ้น การตี พิ ม พ ภ าพที่ ถู ก ตั ด แต ง ของหนั ง สื อ กรุ ง เทพธุ ร กิ จ ในช ว งเกิ ด เหตุ ก ารณ ค วามรุ น แรงครั้ ง ประวัติศาสตรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใตเมื่อเดือนเมษายน 2547 ถูกมองวามีวาระซอนเรนเพื่อกระพือใหปญหา ชายแดนภาคใตเกิดความรุนแรงยิ่งขึ้น บรรณาธิการฯ จึงชี้แจงขอเท็จจริงผาน “หมายเหตุกรุงเทพธุรกิจ” ถึง 2 ครั้ง ว า ความผิ ด พลาดที่ เ กิ ด ขึ้ น เกิ ด จากความรู เ ท า ไม ถึ ง การณ ข องพนั ก งานฝ า ยกราฟ ก ที่ ไ ด ใ ช เ ทคนิ ค กราฟ ก คอมพิวเตอรประกอบภาพจากเหตุการณจริง 2 ภาพขึ้นมาเปนภาพดังกลาว เพียงตองการสื่อใหเห็นถึงภาพของมีด ที่ใชเปนอาวุธ เพื่อนําไปใชเปนภาพประกอบตาราง

ภาพที่ 3. แสดงภาพการตัดตอตกแตงดวยคอมพิวเตอรกราฟก ที่มา : (จุลสารราชดําเนิน, ปที่ 7 ฉบับที่ 24 (มิถุนายน – ตุลาคม 2547), หนา 4.)

บรรณาธิการไดชี้แจงเรื่องดังกลาวยังสมาคมนักขาวฯ โดยไดแสดงการยอมรับในแงจริยธรรมวิชาชีพ หนังสือพิมพ กลาวคือ กองบรรณาธิการก็ไดตระหนักและทําความเขาใจกับผูอานตอสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเร็ว กรณี ภาพกราฟกที่เปน“ความจริงเทียม” (Artificial Truth) นี้ ซึ่งใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอรสมัยใหมชวยตกแตงภาพ จึงเปนอุ ท าหรณ ใหกับ ผู เกี่ ยวข องกับ การนําเสนอภาพดังกลา วทุก คน วาจะต องระมั ดระวัง มิใหผิด พลาดใน จริยธรรมแหงวิชาชีพของสํานักพิมพฯ และหรือสภาการหนังสือพิมพแหงชาติ


98

2. การเผยแพรวีซีดีโปทางอินเตอรเน็ต กรณีหนังสือพิมพนําเสนอขาว เกศรินทร ชัยเฉลิมพล หรือที่ในขาวเรียกชื่อวา “นองแนท” เปนขาวถายวี ซีดีโป ที่ไดสรางความปนปวนขึ้นในอินเตอรเน็ต และหนังสือพิมพบนแผนกระดาษ จนมีการตั้งคําถามวา ขาว ลักษณะนี้มีคุณคาของขาวที่เปนประโยชนตอสาธารณะชนมากนอยเพียงใด และที่สําคัญวิพากษวิจารณกันทั่ว บานเมืองวากรณีนี้ใครเปนเหยื่อใคร ใครไดประโยชน และที่สําคัญสื่อมวลชนมีบทบาทหนาที่ตอกรณีนี้ถูกตอง เหมาะสมแลวหรือไม การวิพากษวิจารณเกิดขึ้นอยางกวางขวางในสื่อมวลชนทุกประเภท ไมวาจะเปนหนังสือพิมพ วิทยุ โทรทัศน อินเตอรเน็ต นิตยสาร ประเด็นที่วิพากษกันมาก เชน นางสาวเกศรินทร เปนตัวอยางของเยาวชนที่เลือก เดิ น ทางผิ ด มี ค า นิ ย มผิ ด ๆ จึ ง ไม มี อ ะไรเป น แบบอย า งแก เ ยาวชน สื่ อ มวลชนตกเป น เครื่ อ งมื อ ใช ห รื อ ไม ? นอกจากนั้น ฝายเจาหนาที่ตํารวจที่เกี่ยวของกับวีซีดีผิดกฎหมายตอกย้ําใหเห็นวาไรประสิทธิภาพในการทํางาน เพียงแตตองการสรางภาพวามีผลงาน ซึ่งในที่สุดก็ไมสามารถจับกุมผูอยูเบื้องหลังการกระทําที่ผิดกกหมายได จับ ไดแตเพียงปลายแถว สุดทาย ฝายที่เกี่ยวของกับวีซีดีผิดกฎหมาย สื่อมวลชน รวมทั้ง เจาตัวเองไดฉวยโอกาสหาประโยชนจาก การนําเสนอขาวนี้ เปนที่นาสังเกตวาเมื่อมีการนําเสนอขาวนี้ติดตอกันนาน ปรากฏวาวีซีดีผิดกฎหมายชุดนี้ไดรับ ความนิยมกันทั่วประเทศ และจนนางสาวเกศรินทร ไดถูกทาบทามเขาวงการบันเทิงตามที่หลายฝายวิเคราะห เอาไว ซึ่งจริงๆ แลวเปนความใฝฝนของนางสาวเกศรินทรมานานแลว 3. การระบาดของวิดีโอคลิปจากมือถือและกลองดิจิตอล การนําวิดีโอคลิปที่ถายดวยโทรศัพทมือถือ ที่เปนความกาวหนาของเทคโนโลยีดิจิตอลในการสื่อสาร โทรคมนาคมระบบดิจิตอล แลวสงตอๆ กันทางโทรศัพทมือถือและอินเตอรเน็ต ทั้งที่เปนภาพที่ไมเหมาะสมและ ภาพของความรุ นแรงที่ ต บตี กั น ตลอดจนการนํ า กล อ งดิ จิ ต อลที่ ส ามารถบั น ทึ ก ภาพวิ ดี โ อไปถ า ยภาพการมี เพศสัมพันธของคนบางกลุมแลวเผยแพรกันทั่วบานทั่วเมือง แมกระทั่งอาชญากรคดีขมขืนนักทองเที่ยวตางชาติ ใหการกับตํารวจวา ทําไปเพราะการชมวิดีซีโปเปนตนเหตุ เปนตน


99

ภาพที่ 4. แสดงภาพการวิดีโอคลิปที่มีการเผยแพรตอๆ กัน ที่มา : (หนังสือพิมพไทยรัฐ, 27 มกราคม 2549, หนา 1.)

ปรากฏการณขางตนแสดงใหเห็นถึงอีกมุมหนึ่งของเทคโนโลยีสื่อ ที่เปนมุมตรงกันขามของคุณคาของ เทคโนโลยีการสื่อสาร ทําใหมาตรฐานความดีงามในสังคมกําลังไดรับความทาทายอยางมากในเวลานี้ เทคโนโลยีกับการสื่อสารของมนุษยมีความเกี่ยวพันกันอยางแยกไมออก ในลักษณะเกื้อหนุนซึ่งกันและ กัน นับแตมนุษยใชภาษาพูดและภาษาเขียนเปนเครื่องมือในการสื่อสาร จนมาถึงทุกวันนี้ วิทยาศาสตรกาวหนาไป นําพาเทคโนโลยีเขาสูยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ทําใหเครื่องมือในการสื่อสารของแตละรูปแบบหลัก (domain) อาศัยภาษาระบบตัวเลขเปนองคประกอบหลัก สงผลใหการสื่อสารของมนุษยปรับเปลี่ยนไปอยางมากอยางที่ไม เคยปรากฏมากอน ทั้งรวดเร็ว กวางขวาง ทั่วถึง และไรพรมแดน จนสงผลใหเกิดปญหาทางสังคมตามมามากมาย มีคําถามเกิดขึ้นวาเทคโนโลยีการสื่อสารที่กาวหนาไปมากทําใหศีลธรรมในสังคมเสื่อมโทรมไปหรือไม และ หลายกรณีสื่อมวลชนไดเขาไปมีความเกี่ยวของกับความพกพรองทางจริยธรรมในวิชาชีพนั้น

บรรณานุกรม สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ. 2547. การผลิตรสื่อสิ่งพิมพ. พิมพครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ : ศูนยหนังสือมหาวิทยาลัย ราชภัฎสวนสุนันทา. หนา 26-31. อานเพิ่มเติมไดจาก Fidler, Roger. 1997. MediaMorphosis Understanding New Media., Pine Forge Press. UK. หนา 219-252.


100

ฟดเลอร เขียนไวในคํานําของหนังสือ Mediamorphosis Understanding New Media วา คํา Mediamorphorsis นี้มีการใชกันแพรหลายมาตั้งแต ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) ในบริบทดานการ เมือง เพื่ออธิบายใหเห็นถึงอิทธิพลของสื่อสารมวลชนทีมีตอภาพลักษณของนักการเมืองผาน สื่อมวลชน เชน ภาพลักษณในสื่อมวลชนของจอรจ บุช เรียกวา “the media morphorsis of George Bush” เปนตน แตฟดเลอรนํามาเรียก การแปลงสภาพของเทคโนโลยีสื่อครั้งแรกในป ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) ในการเขียนบทความวิชาการชื่อ “Mediamorphorsis, or the Transformation of Newspaper into a New Medium” เพื่อนําเสนอถึงภาพในอนาคตของสื่อ หนังสือพิมพ ในวารสารทางวารสารศาสตรที่ชื่อ “Media Studies Journal” อานพิ่มเติมไดจาก Fidler, Roger. (1997). MediaMorphosis Understanding New Media., Pine Forge Press. UK. หนาคํานําของผูเขียน Kevin Kawamoto นักวิชาการดานการศึกษาดานสื่อ กลาวในบทความเรื่อง “ 10 Thing should Know about New Media” ซึ่งนําเสนอในการสัมมนา The Seminar for Technology Educators ของ The Freedom Forum Pacific Coast Center San Francisco เมื่อ 13 เมษายน 2540 Jay David Bolter and Richard Grusin. 1999. Remediation : Understanding New Media. USA : MIT Press Lewis, Glen. and Slade, Christina. (2000). Critical Communication., (thrid edition). Prentice Hall. Malaysia เนื้อหาสวนใหญในหัวขอนี้ เรียบเรียงจาก Lewis, Glen. and Slade, Christina. 2000. Critical Communication., (thrid edition). Prentice Hall. Malaysia อานเพิ่มเติมไดจากเรื่องจากปก “จริยธรรมและความรับผิดชอบของสื่อกรณีตัด���อตกแตงภาพ” ในจุลสาร “ราชดําเนิน” ของสมาคมนักขาวนักหนังสือพิมพแหงประเทศไทย ปที่ 7 ฉบับที่ 24 (มิถุนายน – ตุลาคม 2547). สรุปรายละเอียดจากเวบไซต http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews จากบท ความเรื่อง “ชาไปหนอย แตขอ “แนท” ดวยคน...


New Media