Page 1

โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ 1


เหตุใดแอมเนสตี้ อินเตอรเนชัน่ แนลจึงตอตาน โทษประหาร? แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนล ตอตานโทษ ประหารในทุกกรณีโดยไมมขี อ ยกเวน ไมวา ในแงของ ประเภทของอาชญากรรม บุคลิกภาพของผูกระทํา ผิด หรือวิธีการที่รัฐใชเพื่อประหารนักโทษ โทษประหารเป น การปฏิ เ สธสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนขั้ น สู ง สุ ด เป น การสั ง หารชี วิ ต มนุ ษ ย โ ดยเจตนาและอย า ง เลือดเย็นโดยรัฐทีอ่ า งความยุตธิ รรม เปนการละเมิด สิทธิที่จะมีชีวิตตามที่ประกาศไวในปฏิญญาสากล วาดวยสิทธิมนุษยชน และถือเปนการลงโทษที่ โหดราย ไรมนุษยธรรมและยํ่ายีศักดิ์ศรีขั้นสูงสุด ไมมีความชอบธรรมใดๆ สําหรับการทรมานหรือการปฏิบัติที่โหดราย เชนเดียวกับการทรมาน การประหารชีวิต มีลักษณะที่มุงทํารายทั้งทางกายและใจอยางสาหัสตอบุคคล เราไมสามารถจําแนกปริมาณความเจ็บปวดทางรางกาย ที่เกิดขึ้นจากการสังหารบุคคลได ยิ่งไมตองพูดถึงความทรมานทางใจที่เกิดขึ้นเนื่องจากทราบลวงหนาวาจะตองถูกรัฐ กระทําใหตาย โทษประหารมีลักษณะเลือกปฏิบัติและมักถูกนํามาใชกับคนจน ชนกลุมนอยและผูที่มีเชื้อชาติ ชาติพันธุและ ศาสนาบางกลุม โดยมีสัดสวนที่ไมเหมาะสม และมีการบังคับใชและปฏิบัติโดยพลการ ความพยายามของรัฐที่จะเลือกอาชญากรรมและผูกระทําผิดที่ “เลวรายมากที่สุด” จากบรรดาการฆาตกรรม ที่เกิดขึ้นหลายพันครั้งในแตละป ยอมนําไปสูความลักลั่นและความผิดพลาดได ความบกพรองตางๆ ยิ่งเลวรายลง เนื่องจากการเลือกปฏิบัติ ความฉอฉลในการฟองรองดําเนินคดี และการไมมีตัวแทนดานกฎหมายอยางเพียงพอ ตราบทีค่ วามยุตธิ รรมของมนุษยยงั คงมีความบกพรองอยูบ า ง เราไมอาจกําจัดความเสีย่ งทีจ่ ะตองประหารผูบ ริสทุ ธิ์ ไดเลย แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนลจึงยังคงเรียกรองใหมีการยกเลิกโทษประหารทั่วโลกอยางไมมีเงื่อนไข การยุติโทษประหารเปนการยอมรับวานโยบายสาธารณะใดที่ไมสอดคลองกับคุณคารวมกันของมนุษย เปนเรื่อง ที่มุงทําลายลางและสรางความแบงแยก นโยบายเชนนั้นไมเพียงนําไปสูความผิดพลาดที่ไมอาจแกไข แตยังทําให สิ้นเปลืองงบประมาณจํานวนมาก ทั้งยังสงผลกระทบดานสังคมและจิตใจอีกดวย ที่ผานมาไมมีตัวอยางใหเห็นวา โทษประหารจะสงผลในการยับยั้งไมใหเกิดการกระทําความผิดอยางชัดเจน แตเปนการปฏิเสธโอกาสที่จะไดรับการ ฟนฟูและความสมานฉันทมากกวา ทั้งยังสงเสริมการใชวิธีมักงายเพื่อแกปญหาของมนุษยที่ซับซอน แทนที่จะมุง แสวงหาคําอธิบายปญหาที่นําไปสูยุทธศาสตรในเชิงบวก ทั้งยังสรางความทุกขระทมอยางตอเนื่องใหกับครอบครัวของ เหยื่อจากการฆาตกรรม ทําใหเกิดความทุกขตอบุคคลอันเปนที่รักของนักโทษประหารดวย เปนการนําทรัพยากรและ พลังงานไปใชในทางอื่น ทั้งๆ ที่ควรจะนํามาใชเพื่อปราบปรามความผิดทางอาญาที่รุนแรงและชวยเหลือผูที่ไดรับ ผลกระทบ แสดงถึงอาการของวัฒนธรรมความรุนแรง ไมใชทางแกปญหาแตอยางใด เปนการละเมิดศักดิ์ศรีมนุษย จึงควรมีการยกเลิกโทษประหาร 2

โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ


การตอตานโทษประหารของแอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนล เปนการไมใหเกียรติตอเหยื่อของอาชญากรรม ที่รุนแรงและครอบครัวของเขาจริงหรือไม? การตอตานโทษประหารของแอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนล ไมไดมุงที่จะลดทอนหรือเพิกเฉยตอความผิดทาง อาญาอันเปนเหตุนําไปสูโทษประหาร หากเปนเชนนั้นจริง ประเทศสวนใหญในโลกก็คงเปนพวกที่ยอมใหอาชญากรรม รุนแรงเกิดขึ้นไดโดยไมทักทวง เปนขอกลาวหาที่ไมสมเหตุผลเอาเลย ในฐานะหนวยงานที่ทํางานเพื่อผูเสียหายจาก การละเมิดสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนลยอมไมดูแคลนความทุกขทรมานของครอบครัวผูเสียหาย เรา แสดงความเห็นใจอยางสุดซึ้งตอพวกเขา แตคุณลักษณะที่โหดรายและผลลัพธของโทษประหารเปนเหตุใหวิธีการนี้ไม สอดคลองกับบรรทัดฐานในปจจุบันและพฤติกรรมของผูมีอารยะ ทั้งยังเปนการแกปญหาอาชญากรรมรุนแรงอยาง ไมเหมาะสมและไมอาจยอมรับได

รัฐบาลใชโทษประหารเพื่อปราบปรามเสียงที่เห็นตางหรือเปลา? ที่ผานมาโทษประหารไดถูกใชและจะยังคงถูกใชเปนเครื่องมือปราบปรามทางการเมือง ทําใหฝายตรงขามทาง การเมืองเงียบเสียง หรือเพื่อกําจัดบุคคลที่เปน “ปญหา” ทางการเมือง ในกรณีสวนใหญ ผูเสียหายมักตองโทษประหาร จากการไตสวนคดีอยางไมเปนธรรม การที่โทษประหารเปนการกระทําที่ไมอาจแกไขกลับคืนได จึงมักถูกใชเปนเครื่องมือเพื่อปราบปราม ประชาชนหลายพันคนถูกประหารภายใตการปกครองของรัฐบาลชุดหนึ่ง แตในเวลาตอมาเมื่อมีรัฐบาลใหม ก็พบวา บุคคลเหลานี้เปนผูบริสุทธิ์ที่ตกเปนเหยื่อ ตราบที่ยังยอมรับโทษประหารเปนรูปแบบการลงโทษที่ชอบธรรม ความเสี่ยง ที่จะถูกนําไปใชอยางมิชอบทางการเมืองก็จะดํารงอยูตอไป การยกเลิกโทษประหารเทานั้นจะเปนเครื่องรับประกันได วาจะไมมีการนําโทษประหารไปใชเพื่อเปาประสงคอยางมิชอบทางการเมืองอีก

กฎหมายระหว า งประเทศมี ท  า ที ต  อ การใช โ ทษประหาร อยางไร? ปฏิ ญ ญาสากลว า ด วยสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนซึ่ ง มี ก ารรั บรองในที่ ประชุมสมัชชาใหญ องคการสหประชาชาติ เมือ่ เดือนธันวาคม 2491 ซึ่งเปนปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากความทารุณโหดรายของรัฐที่ เกิดขึน้ ในระหวางสงครามโลกครัง้ ทีส่ อง ในปฏิญญาฯ มีการรับรอง สิทธิที่จะมีชีวิตของบุคคลแตละคน (ขอ 3) และระบุอยางชัดเจนวา “บุคคลใดจะถูกกระทําการทรมานหรือการปฏิบัติหรือการลงโทษ ที่โหดราย ไรมนุษยธรรมหรือยํ่ายีศักดิ์ศรีไมได” (ข อ 5) ตาม ความเห็ นของแอมเนสตี ้ อิ นเตอร เ นชั ่ นแนล โทษประหารเปน การกระทําที่ละเมิดสิทธิเหลานี้

โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ 3


นอกจากปฏิญญาฯ ยังมีการรับรองสนธิสัญญาระดับภูมิภาคและระหวางประเทศอื่นๆ อีกที่เปนการสนับสนุน การยกเลิกโทษประหาร: • พิ ธ ี ส ารเลื อ กรั บ ฉบั บ ที ่ 2 ของกติ ก าระหว า งประเทศว า ด ว ยสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและสิ ท ธิ ท างการเมื อ ง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) มุงใหมีการยกเลิกโทษประหาร และ มีการรับรองในที่ประชุมสมัชชาใหญ องคการสหประชาชาติเมื่อป 2512 โดยกําหนดใหมีการยกเลิกโทษประหาร ทั้งหมด แตยังคงอนุญาตใหรัฐภาคีใชโทษประหารไดในภาวะสงคราม และหากมีการประกาศเปนขอสงวนในชวงเวลา ที่ใหสัตยาบันหรือใหภาคยานุวัติ • พิธีสารฉบับที่ 6 ของอนุสัญญาเพื่อคุมครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานแหงยุโรป [“อนุสัญญา สิทธิมนุษยชนแหงยุโรป European Convention on Human Rights”] ซึ่งเกี่ยวของกับการยกเลิกโทษประหาร และมีการรับรองในที่ประชุมสภายุโรปเมื่อป 2525 โดยกําหนดใหยกเลิกโทษประหารในชวงเวลาที่สงบ โดยรัฐภาคี อาจกําหนดโทษประหารสําหรับความผิดอาญาได “ในชวงที่มีสงครามหรือใกลจะมีสงคราม” เทานั้น • พิธีสารของอนุสัญญาวาดวยสิทธิมนุษยชนเพื่อยกเลิกโทษประหารแหงอเมริกา (Protocol to the American Convention on Human Rights to Death Penalty) ซึ่งมีการรับรองในที่ประชุมสมัชชาใหญองคกร แหงรัฐอเมริกา (Organization of American States) เมื่อป 2533 กําหนดใหมีการยกเลิกโทษประหารโดยสิ้นเชิง แตยังคงอนุญาตใหรัฐภาคีใชโทษประหารไดในภาวะสงคราม และหากมีการประกาศเปนขอสงวนในชวงเวลาที่ให สัตยาบันหรือใหภาคยานุวัติตอพิธีสาร • พิธีสารฉบับที่ 13 ของอนุสัญญาเพื่อคุมครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานแหงยุโรป ซึ่งมีการ รับรองในที่ประชุมสภายุโรปเมื่อป 2545 กําหนดใหมีการยกเลิกโทษประหารในทุกกรณี รวมทั้งในชวงสงครามหรือ ใกลจะมีสงคราม รัฐภาคีใดๆ ที่เปนภาคีตออนุสัญญาสิทธิมนุษยชนแหงยุโรปสามารถเขาเปนภาคีพิธีสารฉบับนี้ได [รายชื่อของรัฐที่ใหสัตยาบันสนธิสัญญาเกี่ยวกับโทษประหารขางตน สามารถดูไดจากเว็บไซตในหนาการรณรงค โทษประหารของแอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนล www.amnesty.org] นอกจากนั ้ น ตามธรรมนู ญ ศาลอาญา ระหวางประเทศ (Statute of the International Criminal Court) ซึ่งรับรองเมื่อ ป 2541 ไดกําหนดไมใหศาลดังกลาวสามารถใช โทษประหารเปนการลงโทษได แมวาศาลแหงนี้ จะมีเขตอํานาจเหนืออาชญากรรมรายแรง เชน อาชญากรรมตอ มนุษ ยชาติ ทั้ง การสั ง หารลาง เผ า พั น ธุ  แ ละการละเมิ ด กฎหมายเกี่ ย วกั บ การ ขัดแยงกันดวยอาวุธ ในทํานองเดียวกัน ในการสถาปนาศาลอาญา ระหว า งประเทศกรณี อ ดี ต ประเทศยู โ กสลาเวี ย 4

โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ


(International Criminal Tribunal for the Former Yugoslavia) และศาลอาญาระหวางประเทศกรณีประเทศ รวันดา (International Criminal Tribunal for Rwanda) ในป 2536 และ 2537 ทางคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติก็หามไมใหศาลดังกลาวลงโทษดวยการประหารชีวิตเชนกัน นอกจากนี้ ยังมีการหามใชโทษประหาร เปนการลงโทษในศาลอื่นๆ อยางเชน ศาลพิเศษกรณีประเทศเซียราลีโอน (Special Court of Sierra Leone) ศาลพิเศษ (Special Panels) ที่กรุงดิลลี ติมอรตะวันออก และกฎหมายที่ใชเพื่อกอตั้งศาลพิเศษในกัมพูชา (Extraordinary Chambers for Cambodia)

แตแนนอนวาในบางโอกาสรัฐอาจไมมีทางเลือกอื่นนอกจาก ตองประหารชีวิตคนไมใชหรือ? การปองกันตัวเองของเจาหนาที่ในชวงที่ประกาศสงคราม อาจถูกนํามาใชเพื่อสรางความชอบธรรมใหกับการประหารชีวิต ได (ในกรณีสงครามระหวางประเทศหรือสงครามกลางเมือง) หรือ กรณีที่เจาพนักงานผูบังคับใชกฎหมายตองปฏิบัติการทันทีเพื่อ รักษาชีวิตตนเองหรือรักษาชีวิตผูอื่นไว แตแมในสถานการณเชนนั้น ในระดับสากลก็มีมาตรการดานกฎหมายที่กํากับดูแลการใชวิธีการ ที่รุนแรงถึงชีวิต เพื่อปองกันไมใหมีการใชอยางมิชอบ การใชกําลัง จึ ง มี เ ป า หมายเพี ย งเพื่ อ ตอบโต อั น ตรายที่ เ กิ ด ขึ้ น อย า งฉั บ พลั น เนื่องจากการใชกําลังของอีกฝายหนึ่ง อยางไรก็ตาม โทษประหารไมใชวิธีการปองกันตัวเองจาก ภัยอันตรายตอชีวิต หากเปนการสังหารชีวิตนักโทษโดยเจตนา ทั้งๆ ที่มีวิธีอื่นที่แกปญหาไดโดยมีลักษณะที่รุนแรงนอยกวา

มีการอางวาโทษประหารเปนเครื่องมือสําคัญของรัฐเพื่อ ตอตานอาชญากรรม รัฐบาลในหลายประเทศเชื่อวาจะแกปญหาสังคมหรือการเมืองที่เรงดวนได ดวยการประหารชีวิตนักโทษไมกี่คน หรือไมกี่รอยคน สวนประชาชนจํานวนมากในหลายประเทศเองก็ไมตระหนักวา โทษประหารไมไดชวยสงเสริมการ คุมครองตอสังคมเลย แตกลับสงเสริมการกระทําที่ทารุณโหดราย งานศึกษาทางวิทยาศาสตรที่ผานมามักไมสามารถนําเสนอหลักฐานที่ชัดเจนวา โทษประหารมีผลยับยั้งการกอ อาชญากรรมไดดีกวาการลงโทษรูปแบบอื่น จากการวิเคราะหขอคนพบในงานวิจัยเกี่ยวกับโทษประหารและอัตราการ ฆาคนตาย ซึ่งเปนการสํารวจขององคการสหประชาชาติเมื่อป 2531 และมีการปรับปรุงขอมูลในป 2539 และ 2545 สรุปวา “...งานวิจยั ทีม่ อี ยูไ มสามารถใหหลักฐานอยางเปนวิทยาศาสตรทีแ่ สดงใหเห็นวาการประหารชีวติ มีผลยับยัง้ การกออาชญากรรมมากกวาการจําคุกตลอดชีวิต และไมมีแนวโนมวาจะมีหลักฐานสนับสนุนไดในเวลาอันใกล หลักฐานที่เราคนพบสวนใหญ ไมสนับสนุนสมมติฐานในเชิงปองกันอาชญากรรมเลย” โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ 5


ตัวเลขอาชญากรรมลาสุดในประเทศทีย่ กเลิกโทษประหาร ก็ไมบง บอกวาการยกเลิกโทษประหารสงผลในทางลบ แตอยางใด อยางเชนในแคนาดา อัตราการฆาตกรรมตอประชากร 100,000 คนลดจากตัวเลขสูงสุดที่ 3.09 ในป 2518 กอนที่จะมีการยกเลิกโทษประหาร ลงมาเหลือ 2.41 ในป 2523 และจากนั้นมาก็มีอัตราลดลงเรื่อยๆ และในป 2546 27 ปหลังจากยกเลิกโทษประหาร อัตราการฆาตกรรมอยูที่ 1.73 ตอประชากร 100,000 คน ตํ่ากวาป 2518 ถึง 44% และถือวาตํ่าสุดในรอบสามทศวรรษ แมวาตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเปน 2.0 ในป 2548 แตก็ยังถือวาเปนอัตรา ที่ตํ่ากวาตัวเลขในชวงที่เริ่มมีการยกเลิกโทษประหารถึงหนึ่งในสาม เปนการไมถูกตองที่จะเหมาเอาวาคนที่กออาชญากรรมรายแรง อยางเชนการฆาตกรรม จะมีการไตรตรอง อยางเปนเหตุผลถึงผลลัพธที่จะเกิดขึ้น บอยครั้งที่การฆาคนตายมักเกิดขึ้นในชวงที่อารมณอยูเหนือเหตุผล หรือตกอยู ใตอทิ ธิพลของยาเสพติดหรือสุรา บางคนทีก่ อ อาชญากรรมรุนแรงเปนเพราะเกิดจากสภาพความไมมน่ั คงดานจิตใจหรือ อารมณเปนอยางมาก แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนลพบวาหนึ่งในสิบของนักโทษในแดนประหารของสหรัฐอเมริกา ตั้งแตป 2520 เปนตนมา เกิดภาวะผิดปรกติดานจิตใจอยางรุนแรง เปนเหตุใหพวกเขาไมสามารถทําความเขาใจ โทษประหารที่ไดรับอยางเปนเหตุเปนผลได ไมเขาใจถึงเหตุผลหรือผลลัพธที่จะเกิดขึ้น ในกรณีเหลานั้น จะเห็นไดวา โทษประหารไมไดมผี ลในลักษณะทีท่ าํ ใหคนยับยัง้ ชัง่ ใจไดเลย นอกจากนัน้ ผูท ว่ี างแผนลวงหนาทีจ่ ะกออาชญากรรม รายแรง ก็ยงั เลือกทีจ่ ะกระทําความผิดนัน้ ตอไปแมจะมีความเสีย่ งจากโทษประหาร เพราะพวกเขาเชือ่ วาจะสามารถ หนีรอดจากการถูกจับกุมตัวได โทษประหารอาจมีผลในเชิงปองกันไดก็ในกรณีที่มีแนวโนมจะสามารถเพิ่มอัตราการ คนหาผูกระทําผิด จับกุมและลงโทษได การไมมีหลักฐานที่ชัดเจนที่แสดงใหเห็นวาโทษประหารมีผลในเชิงปองกันอาชญากรรม ชี้ใหเห็นถึงความ ไรประโยชนและอันตรายจากการเชื่อในสมมติฐานเรื่องผลในเชิงปองกัน และนําขอมูลนั้นมากําหนดนโยบายใชโทษ ประหารของรัฐ โทษประหารเปนการลงโทษที่รุนแรง แตไมมีผลรุนแรงพอตอการลดจํานวนของอาชญากรรม

ไมมีความจําเปนที่จะตองประหารนักโทษบางคนเพื่อปองกันไมใหเขากระทําความผิดซํ้าเลยหรือ? การใชโทษประหารเพื่อปองกันการกระทําผิดซํ้าเปนการใชเครื่องมืออยางหยาบๆ เพราะในทางปฏิบัติแลว เราใชโทษประหารกับนักโทษที่อยูระหวางการคุมขัง ซึ่งนักโทษเหลานั้นอยูในเรือนจำ�และถูกแยกตัวออกมาจากสังคม อยูแลว ยากนักที่นักโทษคนดังกลาวจะกอความรุนแรงในสังคมไดอีก การใชโทษประหารเพื่อเปนมาตรการเชิงปองกัน จึงไมใชสิ่งจำ�เปน ตางจากการคุมขัง โทษประหารอาจนําไปสูความผิดพลาดของกระบวนการยุติธรรมที่ไมอาจเยียวยาแกไข ไดอีก มีความเสี่ยงเสมอที่ผูตองขังบางคนซึ่งเปนผูบริสุทธิ์อาจถูกประหาร และโทษประหารจะไมชวยปองกัน พวกเขาจากการกระทําผิดซํ้าอีก ซึ่งจริงๆ เขาไมไดเปนผูกระทําผิดตั้งแตตนดวยซํ้า เราไมสามารถประเมินไดวาผูที่ตองโทษประหารจะกระทําผิดซํ้าจริงๆ อีกหรือไม เพราะการประหารชีวิตเปน การพรากชีวิตนักโทษ ซึ่งในทางทฤษฎียอมทําใหเขาไมมีโอกาสกระทําความผิดซํ้าอีกอยางแนนอน ทั้งยังเปน การกระทําที่ขัดกับหลักการฟนฟูแกไขผูกระทําความผิด

6

โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ


บางคนอาจแยงวา การคุมขังเพียงอยางเดียวไมสามารถปองกันบุคคลที่เคยถูกคุมขังมาแลวจากการกระทําผิด ซํ้าอีก หากไดรับการปลอยตัว คําตอบคงอยูที่การทบทวนขั้นตอนปฏิบัติในการอภัยโทษ โดยพยายามปองกันไมใหเกิด การกระทําผิดซํ้า แตแนนอนวาคําตอบไมไดอยูที่การเพิ่มจํานวนการประหารชีวิต

แตอันที่จริง คนที่กออาชญากรรมรายแรงหรือคนที่ฆาคนอื่นก็สมควรแลวที่ตองตายตกไปไมใชหรือ? เราไมอาจใชการประหารชีวิตเพื่อลงโทษการฆาคนได พฤติการณของรัฐเชนนั้นเปนกระจกสะทอนถึงเจตจํานง ของอาชญากรที่จะใชความรุนแรงทางกายตอผูเสียหายเชนกัน นอกจากนั้น ระบบยุติธรรมทางอาญาใดๆ ก็เสี่ยงที่จะ เกิดการเลือกปฏิบัติและมีขอผิดพลาดไดทั้งนั้น ไมมีระบบใดสามารถตัดสินหรือจะตัดสินวาใคร จะอยู  ห รื อ ใครจะตายอย า งเป น ธรรมอย า ง สมํ่าเสมอและไมมีขอบกพรองเลย การเรงรัดคดี การตั ด สิ น ใจโดยใช อั ต วิ นิ จ ฉั ย และความเห็ น ของสาธารณะอาจมี อิ ท ธิ พ ลต อ ขั้ น ตอนปฏิ บั ติ ตั้งแตการจับกุมในเบื้องตนไปจนถึงวินาทีสุดทาย ของการขออภัยโทษ โดยสาระแลว สิทธิมนุษยชนเปนสิทธิที่ ไมอาจพรากไปได เปนสิทธิที่บุคคลทุกคนพึงมี อยางเทาเทียมกัน ไมวาจะมีสถานภาพ ชาติพันธุ ศาสนา หรือชาติกําเนิดอยางใด เปนสิทธิที่ไมอาจ พรากไปจากบุคคลใดไมวาบุคคลนั้นไดกออาชญากรรมอยางไรขึ้นมาก็ตาม ตั้งแตคนที่เลวสุดและคนที่ดีสุดลวนมี สิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น โดยเปนสิทธิที่คุมครองเราทุกคน ชวยรักษาชีวิตของเราไว นอกจากนั้น ประสบการณชี้ใหเห็นวาเมื่อมีการใชโทษประหาร จะตองมีบางคนที่ถูกสังหาร ในขณะที่บางคน ที่กออาชญากรรมคลายคลึงกันหรือรายแรงกวากลับรอดตัวไป นักโทษที่ถูกประหารอาจไมใชผูกออาชญากรรมรายแรง ในเบื้องตนก็ได แตอาจเปนผูที่ยากไรและไมสามารถวาจางทนายความฝมือดีๆ มาแกตางใหกับตนเอง หรืออาจเปน เพราะตองเจอกับพนักงานอัยการหรือศาลที่ไมเปนธรรมก็ได

โทษประหารเปนมาตรการจําเปนเพื่อหยุดยั้งการกอการรายและความรุนแรงทางการเมืองหรือไม? เจาหนาที่ผูรับผิดชอบในการแกปญหาการกอการรายและความรุนแรงทางการเมืองไดชี้ใหเห็นครั้งแลวครั้งเลา วา การประหารชีวิตอาจมีผลทั้งในเชิงเพิ่มหรือหยุดยั้งการกระทําเหลานั้นก็ได การประหารชีวิตอาจสงผลใหมีคน พรอมจะเสียสละชีวิตตนเองเพื่อเปนแรงกระตุนใหกับสมาชิกคนอื่นๆ ในองคกร สําหรับชายและหญิงที่พรอมจะ สละชีวิตตนเองเพื่อความเชื่อของตน อยางเชน ผูวางระเบิดพลีชีพ โอกาสที่การประหารชีวิตจะมีผลในเชิงยับยั้ง การกระทํามีอยูนอย ในทางกลับกันอาจกลายเปนแรงกระตุนใหกระทําการดวยซํ้า

โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ 7


การใชโทษประหารของรัฐไดถูกนํามาเปนขออางเพื่อสรางความชอบธรรมกับการตอบโตตอฝายตอตานรัฐบาลที่ ติดอาวุธดวย ซึ่งจะนําไปสูวงจรความรุนแรง

การคุมขังนักโทษเปนเวลานานหรือการคุมขังตลอดชีวิต อาจจะโหดรายกวาการสังหารเขาไปดวยซํ้า จริงหรือไม? ตราบใดที่นักโทษยังมีชีวิตอยู พวกเขายอมมีความหวังที่จะไดกลับตัวกลับใจหรือไดรับการลางมลทินในกรณี ที่เปนนักโทษที่ภายหลังพบวาเปนผูบริสุทธิ์ แตการประหารชีวิตปดกั้นโอกาสที่จะไดรับการเยียวยาจากความผิดพลาด ในกระบวนการยุติธรรม หรือโอกาสในการกลับตัวกลับใจ โทษประหารเปนการลงโทษที่ตางจากการลงโทษรูปแบบอื่น ไมเหมือนกับการคุมขัง เพราะมีความโหดรายของ การประหารชีวิตและความทารุณที่ถูกบังคับใหตองรอเวลาในแดนประหาร ซึ่งมักกินเวลาหลายป เฝารอวาเมื่อใดจะ ถูกประหาร

เราจะอธิบายอยางไรที่ประเทศตางๆ อางวาเสียงเรียกรองใหมีการยุติการใชโทษประหารชั่วคราวในระดับ โลก ที่จริงแลวเปนความพยายามของชาติตะวันตกที่จะ “บังคับใหเรารับเอาคุณคาทางวัฒนธรรมของพวก เขามา”? แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนลยินดีรับฟงวาทกรรมที่หลากหลายดานสิทธิมนุษยชน ซึ่งอาจแตกตางไปตาม วัฒ นธรรมและศาสนา รวมทั้งความเชื่อและความเข า ใจที ่ ม ี ต อ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน แต ในเวลาเดี ย วกั น เราเชื่อ ว า สิทธิมนุษยชนมีความเปนสากล แบงแยกไมได และเชื่อมโยงกัน แมจะเปนแนวคิดที่พัฒนาขึ้นมาในบริบทของ โลกตะวันตก แตเนื้อหาไมไดเหมือนในตะวันตกทั้งหมด หากมีรากเหงาแฝงอยูในจารีตตางๆ และเปนที่ยอมรับใน บรรดาภาคีสมาชิกองคการสหประชาชาติ โดยถือเปนบรรทัดฐานที่เห็นชอบวาตองปฏิบัติตาม ควรสังเกตดวยวาประเทศตางๆ ที่ยกเลิกการใชโทษประหารมาจากหลายภูมิภาคและวัฒนธรรมดวยกัน จึง ไมอาจอางไดวาการยกเลิกโทษประหารเปนกิจกรรมที่รณรงคกันเฉพาะบางพื้นที่ของโลก

ในการตอตานโทษประหาร แสดงวาแอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนลวิพากษวิจารณศาสนาหลักๆ ในโลก ที่อนุญาตใหมีการประหารใชหรือไม? ศาสนาหลักในโลกมีคําสอนที่เนนความเมตตา กรุณา และการใหอภัย แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนลเรียกรอง ใหยุติการประหารชีวิตซึ่งก็สอดคลองกับคําสอนเหลานี้ ในรัฐตางๆ ที่ยังคงใชโทษประหารในหลายภูมิภาคของโลกมีนิกายหลักๆ แตกตางกันไป ในทํานองเดียวกัน รัฐที่ยกเลิกโทษประหารไปแลวทั้งในเชิงกฎหมายหรือในทางปฏิบัติก็มีอยูทั่วโลกเชนกัน และมีศาสนาแตกตางกันไป โทษประหารไมใชสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะในบางศาสนา จึงไมอาจตีความไดวาการรณรงคเพื่อยกเลิกโทษประหารของ แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนล เปนการโจมตีศาสนาใดศาสนาหนึ่งเปนการเฉพาะ แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนลเปน หนวยงานที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุและวัฒนธรรมและไมเกี่ยวของกับการเมือง โดยทํางานตามหลักสิทธิ มนุษยชนสากล สมาชิกของเรามาจากหลายภาคสวนของโลก และมาจากศาสนาตางๆ มากมาย 8

โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ


รัฐจะยกเลิกโทษประหารไดอยางไรในเมื่อคนสวนใหญยังมีความเห็นชอบกับโทษประหาร? เหตุผลที่มีเสียงสนับสนุนโทษประหารมากมายจากสาธารณชน อาจมีความซับซอนและไมตรงกับขอเท็จจริง กรณีที่มีการแจงใหสาธารณะทราบขอมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโทษประหารและวิธีการนํามาใช คนจํานวนมากยอมพรอม ที่จะสนับสนุนการยกเลิกโทษประหาร การสํารวจความเห็นที่มักแสดงถึงเสียงสนับสนุนจํานวนมากตอโทษประหาร มักกระทําโดยไมคํานึงถึงความ ซับซอนของความเห็นของสาธารณะ และไมคํานึงถึงความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับสถานการณดานอาชญากรรมใน ประเทศ รวมทั้งไมไดชวยใหเขาใจสาเหตุและวิธีการแกปญหาที่มีอยู การที่คนจํานวนมากสนับสนุนโทษประหาร สวนใหญแลวเปนผลมาจากความเชื่ออยางผิดๆ วาเปนวิธีการ ตอตานอาชญากรรมที่ไดผล ความจริงสิ่งที่สาธารณะตองการอยางยิ่ง คือมาตรการที่ลดการกออาชญากรรมได อยางแทจริง ถานักการเมืองสนับสนุนใหใชโทษประหารเพื่อเปนมาตรการตอบโตอาชญากรรม ประชาชนก็อาจ เห็นชอบดวยเพราะเชื่อวาจะแกปญหาได รัฐบาลจึงมีหนาที่แกปญหาความผิดทางอาญาอยางมีประสิทธิภาพ โดย ไมจําเปนตองใชวิธีละเมิดสิทธิมนุษยชนอยางเชนการใชโทษประหาร การศึกษาและอิทธิพลของผูนำ�ทางศีลธรรมทำ�ใหเกิดความเห็นของสาธารณชน ดังนั้น รัฐบาลควรเปนผูนำ� ทางความคิดในกรณีที่เกี่ยวของกับสิทธิมนุษยชนและนโยบายดานอาชญากรรม การตัดสินใจที่จะยกเลิกโทษประหาร ตองกระทำ�โดยรัฐบาลและสมาชิกรัฐสภา การตัดสินใจเชนนี้สามารถเดินหนาตอไปไดแมวาคนสวนใหญจะเห็นชอบกับ โทษประหาร ซึง่ ทีผ่ า นมาในประวัตศิ าสตรกม็ กั เปนเชนนัน้ แตกรณีทม่ี กี ารยกเลิกโทษประหาร ก็ไมไดเกิดเสียงคัดคาน อยางรุนแรง และเมื่อยกเลิกแลวก็มักไมนํากลับมาใชอีก รัฐบาลไมมีความชอบธรรมที่จะทรมานนักโทษหรือฟองรองดําเนินคดีตอกลุมชาติพันธุที่เปนชนกลุมนอย เพียง เพราะประชาชนสวนใหญเรียกรองตองการ ครั้งหนึ่งการเอาคนเปนทาสก็เปนวิธีการที่ถูกกฎหมาย และมีการยอมรับ อยางกวางขวางเชนกัน แตตอมาก็ลมเลิกไปเพราะการตอตานของฝายที่ใชเหตุผลทางศีลธรรม

มีสัญญาณอะไรบางที่ชี้วาการตอสูเพื่อยกเลิกโทษประหารมีแนวโนมจะไดรับชัยชนะ? ในชวงเปลี่ยนศตวรรษที่ผานมามีเพียง สามประเทศที่ ย กเลิ ก โทษประหารสํ า หรั บ อาชญากรรมใดๆ อยางถาวร แตปัจจุบันนี้ ในชวงตนศตวรรษที่ 21 สองในสามของ ประเทศตางๆ ในโลกไดยกเลิกโทษประหาร ทั้ ง ในทางปฏิ บั ติ ห รื อ ในกฎหมายไปแล ว อันที่จริงในชวงกวาทศวรรษที่ผานมา ใน แตละปเฉลี่ยแลวจะมีมากกวาสามประเทศ ที่ยกเลิกโทษประหารในทางกฎหมาย หรือ ยกเลิกนํามาใชกับอาชญากรรมทั่วไป และ ต อ มามี ก ารยกเลิ ก การใช กั บ อาชญากรรม โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ 9


ทุกประเภท และหลังจากยกเลิกไปแลว ไมคอยมี ประเทศไหนนําโทษประหารกลับมาใชอีก [รายชื่อลาสุดของประเทศที่ยกเลิกและ ประเทศที่ยังคงใชโทษประหาร ดูไดจากเว็บไซต ของแอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนล www.amnesty.org.] สัญญาณอื่นๆ ไดแก: ยุ โ รปจะเป น ภู มิ ภ าคที่ ป ลอดการใช โทษประหาร และการมีบทบาทมากขึ้นในการ สงเสริมการยกเลิกโทษประหารทั่วโลก ประเทศสวนใหญในแอฟริกาไมมีการประหารชีวิต กลาวคือจากขอมูลที่มีอยู มีเพียง 6 จาก 53 ประเทศที่มี การประหารชีวิตในป 2549 สหรัฐฯ ก็มุงสูทิศทางยกเลิกโทษประหารอยางชาๆ ตั้งแตป 2549 เปนตนมา หลายรัฐไดชะลอการประหารชีวิต เอาไว เพราะมีขอโตแยงและขอกังวลดานกฎหมายที่เกี่ยวของกับการฉีดยาเพื่อประหาร มีคนอเมริกันจํานวนมาก ที่สนับสนุนขอเรียกรองใหยุติการประหารชีวิตชั่วคราวในรัฐนอรธแครโรไลนา กลาวคือมีหนวยงานของรัฐในพื้นที่กวา 40 แหงและประชาชนกวา 40,000 คนที่รวมกันลงนามในขอเสนอใหยุติการประหารชีวิตชั่วคราว ในนิวยอรก ศาล สูงสุดของรัฐมีความเห็นเมื่อป 2547 วาโทษประหารตามกฎหมายของรัฐไมสอดคลองกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แตจนถึงชวงตนป 2550 ยังคงไมมีการแกไขกฎหมายนี้ใหม ที่รัฐนิวเจอรซีในป 2549 สภาของรัฐกําหนดใหมีการยุติ การประหารชีวิตชั่วคราว และจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาแงมุมตางๆ ของโทษประหารในรัฐนั้น ในรายงานฉบับ สมบูรณเมื่อเดือนมกราคม 2550 คณะกรรมการมีขอเสนอแนะใหยกเลิกโทษประหาร มีการสื่อสารและรวมมือกันมากขึ้นในบรรดาหนวยงานที่สนับสนุนการยกเลิกโทษประหาร ดังจะเห็นไดจากการ จัดประชุมในระดับโลกสามครั้งเพื่อตอตานโทษประหาร การจัดตั้งพันธมิตรระดับนานาชาติเพื่อตอตานโทษประหาร และการจัดตั้งพันธมิตรระดับชาติในหลายประเทศ รวมทั้งเครือขายปฏิบัติการตอตานโทษประหารในเอเชีย (AntiDeath Penalty Action Network - ADPAN) มีการลงนามในกฎหมายระหวางประเทศ (รวมทั้งการรับรองสนธิสัญญายกเลิกโทษประหารที่มีผลบังคับใช ตามกฎหมาย และการใหสัตยาบันรับรองในประเทศตางๆ เพิ่มมากขึ้น) มีการปฏิบัติของหนวยงานขององคการ สหประชาชาติ และมีคําตัดสินและขอเสนอแนะของศาลระหวางประเทศและหนวยงานติดตามดูแลสนธิสัญญา แนวโนมเหลานี้สะทอนถึงความตระหนักรูที่เพิ่มขึ้นวา นอกเหนือจากการประหารชีวิต ยังมีทางเลือกอื่น ในการลงโทษที่มีประสิทธิภาพ เปนทางเลือกที่รัฐไมตองใชกระบวนการยุติธรรม (หรือขออางเรื่องความยุติธรรม) สังหารบุคคลอยางเลือดเย็นโดยมีการไตรตรองไวกอน

10 โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ


การฉีดยาเพื่อประหารเปนการสังหารบุคคลที่เจ็บปวดนอยที่สุดและมีมนุษยธรรมมากสุดไมใชหรือ? การฉีดยาเพื่อประหารนําไปสูปญหาตางๆ เชนกัน ในการฉีดยาเพื่อประหารครั้งแรกที่ประเทศกัวเตมาลา เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ 2541 เจาหนาที่ซึ่งตองฉีดยาเพื่อประหารมานูเอล มารติเนซ โคโรนาโด (Manuel Martinez Coronado) มีอาการตื่นตระหนกกังวลอยางเห็นไดชัด (มีรายงานขาววาเปนเพราะเสียงรํ่าไหของภรรยาและบุตรของ นักโทษ) พวกเขาใชเวลานานมากกวาจะยึดโยงสายตางๆ สําหรับฉีดยาเขาสูรางกาย ตอมาไดเกิดไฟฟาขัดของ เปนเหตุใหการฉีดยาชะงักไป และตองใชเวลาถึง 18 นาทีกวานักโทษจะเสียชีวิต มีการถายทอดการประหาร ทุกขั้นตอนทางสถานีโทรทัศนของรัฐ ในสหรัฐอเมริกา การฉีดยาเพื่อประหารหลายครั้งตองสะดุดหยุดลง เพราะปญหา สภาพเสนเลืิอดที่ไมคอยดีของนักโทษ เนื่องจากเคยฉีดยาเสพติดมากอน แองเจล นีเวส ดิแอซ (Angel Nieves Diaz) จากเปอรโตริโก ซึ่งตองโทษประหารเนื่องจากการฆาตกรรมที่ เกิดขึ้นในป 2522 ใชเวลาถึง 34 นาทีกวาจะเสียชีวิตจากการฉีดยาเพื่อประหารในวันที่ 13 ธันวาคม 2549 ตองมี การฉีดยาซํ้าอีกหนึ่งโดส กอนที่แพทยซึ่งสวมถุงคลุมศีรษะเพื่อปกปดใบหนาตนเองจะเขามาดูอาการและสงสัญญาณวา แองเจล ดิแอซเสียชีวิตแลว การประหารชีวิตยังดําเนินตอไปแมในกรณีที่พยานสําคัญฝายโจทกกลับคําใหการในขอกลาวหาตอแองเจล ดิแอซ ซึง่ แมในวาระสุดทายก็ยงั ยืนยันวาเขาเปนผูบ ริสทุ ธิ์ ประมาณหนึง่ ชัว่ โมงหรือมากกวานัน้ กอนทีก่ ารประหารชีวติ จะเกิดขึ้น ศาลฎีกาปฏิเสธคําอุทธรณของแองเจล ดิแอซที่ยกประเด็นนี้ขึ้นตอสู รวมทั้งขอตอสูที่วาการฉีดยาเพื่อ ประหารของรัฐฟลอริดาขัดกับรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 15 ธันวาคม 2549 เจบ บุช (Jeb Bush) ผูวาการรัฐฟลอริดายุติการประหารชีวิตและแตงตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินวาการฉีดยาเพื่อประหารขัดกับขอหามของรัฐฟลอริดาที่มีตอการลงโทษที่โหดรายและผิดปกติ หรือไม โดยจะไมมีการลงนามในคําสั่งใหประหารชีวิตอีกจนกวาคณะกรรมการจะแถลงขอเท็จจริง จากการศึกษา ในเดือนมีนาคม 2550 รัฐอื่นๆ ในสหรัฐฯ ก็มีการทบทวนขั้นตอนปฏิบัติของการฉีดยาเพื่อประหารเชนกัน ยิ่งเปน การสนับสนุนขอถกเถียงที่วา การฉีดยาเพื่อประหารที่อางวา “มีมนุษยธรรม” นั้น อันที่จริงไมไดโหดรายหรือทรมาน นอยไปกวาวิธีการอื่นเลย สหรัฐอเมริกาเริ่มใชการประหารชีวิตดวยการฉีดยาเมื่อเกือบ 30 ปกอน โดยใชเปนครั้งแรกเมื่อป 2525 นับแต นัน้ มา มีนกั โทษทีถ่ กู ประหารดวยวิธกี ารเชนนีใ้ นสหรัฐฯ เกือบ 900 คน เปนวิธที นี่ าํ มาใชแทนวิธปี ระหารแบบอืน่ ทัง้ การนัง่ เกาอี้ไฟฟา การแขวนคอ การรมกาซและการยิง เกือบ 20 ปหลังจากมีการนําวิธีการประหารชีวิตโดยการฉีดยามาใิช เปนกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ประเทศอื่นๆ เช่น จีน กัวเตมาลา ฟลิปปนส ไตหวัน และไทยก็ไดนํากฎหมายนี้มาใชดวย (ตอมาฟลิปปนสยกเลิกโทษประหารในเดือนมิถุนายน 2549) การฉีดยาเพื่อประหารชวยหลีกเลี่ยงสภาพที่ไมพึงประสงคหลายอยางเมื่อเปรียบเทียบกับการประหารชีวิต ในรูปแบบอืน่ กลาวคือไมมกี ารสูญเสียอวัยวะและไมมเี ลือดไหลนองเนือ่ งจากการหัน่ ไมมกี ลิน่ ของเนือ้ ยางเนือ่ งจาก การช็อตดวยไฟฟา ไมมีภาพและ/หรือเสียงที่นาบาดใจเนื่องจากการรมกาซและแขวนคอ ไมมีปญหาการกลั้นอุจจาระ และปสสาวะไมอยู ดวยเหตุดังกลาว วิธีการนี้อาจเปนสิ่งที่พึงประสงคมากกวาสําหรับผูที่ตองทําหนาที่ประหารชีวิต อยางไรก็ตาม การฉีดยาเพื่อประหารทําใหเกิดความเสี่ยงมากขึ้นวาบุคลากรทางการแพทยที่เกี่ยวของกับการประหาร ชีวิตของรัฐ ไดละเมิดตอหลักจรรยาบรรณของแพทยที่ดํารงสืบมาเปนเวลานาน โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ 11


การประหารชีวิตไมวาในรูปแบบใดเปนสิ่งที่ไรมนุษยธรรม การประหารชีวิตทุกรูปแบบนํามาซึ่งความเจ็บปวด และผลลัพธที่ไมพึงประสงค นอกจากนั้นเราควรระลึกดวยวา โทษประหารไมไดมีผลเฉพาะชวงเวลาไมกี่นาทีที่มีการ นําตัวนักโทษจากหองขังไปประหาร แตนักโทษในแดนประหารตองอยูกับความตายตลอดเวลา นับตั้งแตวันที่ถูกตัดสิน ประหารชีวิต เราจึงควรพิจารณาวาการคนหาวิธีสังหารมนุษยอยาง “มีมนุษยธรรม” มีอยูจริงหรือ หรือเปนเพียงการคนหา เพื่อทําใหการประหารชีวิตดูนาอภิรมยมากขึ้นสําหรับผูที่เกี่ยวของกับการประหาร สําหรับรัฐบาลที่ตองการสรางภาพ วามีมนุษยธรรม และสําหรับสาธารณชนที่ชื่อของพวกเขาจะถูกใช้ในการประหารชีวิต ทานสามารถอานเอกสารเพิ่มเติมไดจากเว็บไซต www.amnesty.org

แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนล ประเทศไทย 90/24 ซอยลาดพราว 1 ถ.ลาดพราว จอมพล จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท 0 2513 8745, 0 2513 8754 โทรสาร 0 2939 2534 อีเมล info@amnesty.or.th เว็บไซต www.amnesty.or.th 12 โทษประหาร คำ�ถามและคำ�ตอบ

โทษประหาร คำถามและคำตอบ  

โทษประหาร คำถามและคำตอบ

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you