Issuu on Google+

END THE DEATH PENALTY

ยุติโทษประหาร

วันต่อต้านโทษประหารโลก

10 ตุลาคม 2554


© Amnesty International (photo: Thomas Birkett) © André Corvin Photography

© Amnesty International

© Amnesty International


50 ปี ของการรณรงค์ ต่อต้านโทษประหาร เมื่อครั้งที่ก่อตั้งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เมือ่ ปี 2504 นัน้ มีเพียงเก้าประเทศทีย่ กเลิกโทษประหาร ชีวิตส�ำหรับความผิดทางอาชญากรรมใด ๆ และในยุค นั้นไม่ค่อยมีใครเห็นว่าโทษประหารเป็นปัญหาด้าน สิทธิมนุษยชน แต่ทว่า 50 ปีให้หลังปรากฎว่าแนวโน้ม การเคลือ่ นไหวระดับโลกเพือ่ ยกเลิกโทษประหารเป็นสิง่ ที่ไม่อาจเพิกเฉยต่อไปได้ ในปี 2553 กาบองเป็นประเทศล่าสุดอีกประเทศ หนึ่งที่ยกเลิกโทษประหาร ท�ำให้จ�ำนวนประเทศต่าง ๆ ที่ยกเลิกโทษประหารจากตัวบทกฎหมายเพิ่มขึ้นเป็น 96 ประเทศ ภาพตามเข็มนาฬิกา: “ไม่เอาโทษประหาร” เป็นข้อความที่ฉาย ขึ้นไปยังอาคารรัฐสภาในกรุงมาดดริด ประเทศ สเปน โดยเป็นส่วนหนึง่ ของการรณรงค์ “เมืองเพือ่ ชีวิต” เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 นักกิจกรรมในกรุงดับลิน ประเทศไอแลนด์ ให้ก�ำลังใจต่อทรอย เดวิส (Troy Davis) นักโทษใน แดนประหาร เมื่อเดือนเมษายน 2553 ผูอ้ ำ� นวยการของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชัน่ แนล ในประเทศต่างๆ ร่วมรณรงค์ต่อต้านโทษประหาร ทีก่ รุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมือ่ เดือนเมษายน 2554 เคียรา ไนต์ลีย์ (Keira Knightley) นักแสดง ชาวอังกฤษ ร่วมรณรงค์ต่อต้านโทษประหารกับ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อเดือนมิถุนายน 2554

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนลถือว่าการยกเลิก โทษประหารชีวิตเป็นภารกิจพื้นฐานในการสนับสนุน การเดินทางไกลของมนุษยชาติ ไม่นานหลังจากตัง้ องค์กร เราได้เริม่ ส่งจดหมายรณรงค์เพือ่ เรียกร้องไม่ให้ประหาร ชีวติ นักโทษด้านความคิด และต่อมาได้ขยาย “การรณรงค์ ต่อต้านโทษประหารโดยสมบูรณ์และอย่างไม่มเี งือ่ นไข” ให้ครอบคลุมนักโทษทุกคน ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งพันธมิตรโลกต้านโทษ ประหารชีวิต (World Coalition Against the Death Penalty) ทุกปีในวันที่ 10 ตุลาคม พวกเราจะร่วมกับ นักเคลื่อนไหวในขบวนการต่อต้านโทษประหารชีวิต เรียกร้องให้ยกเลิกการลงโทษที่ย�่ำยีศักดิ์ศรีมนุษย์เช่น นี้ทั่วโลก ข้อมูลต่อไปนี้แสดงถึงการรณรงค์ที่เรา ต้องการตอกย�้ำในปีนี้ โปรดช่วยกันอ่านและลอง คิดดูวา่ ท่านจะมีสว่ นช่วยให้เราเข้าใกล้การยกเลิก โทษประหารชีวิตทั้งโลกได้อย่างไร

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011

3


© Susanne Keller

การสังหารในนามของ ความยุติธรรม โทษประหารชีวติ เป็นการปฏิเสธสิทธิมนุษยชน ขั้นสูงสุด เป็นการสังหารเพื่อนมนุษย์ในนามของความ ยุติธรรมโดยเจตนาและอย่างเลือดเย็น สถิติเมื่อสิ้นปี 2553 แสดงให้เห็นว่ามีผถู้ กู ตัดสินด้วยโทษประหารชีวติ อย่างน้อย 17,800 คนทั่วโลก ซึ่งก�ำลังรอให้รัฐบาล สังหารพวกเขา การใช้โทษประหารมักมีลักษณะเลือกปฏิบัติ และมักมุ่งใช้ต่อคนยากจนและคนชายขอบ โดยมักมี การบังคับใช้และปฏิบตั โิ ดยพลการ ละเมิดข้อห้ามและ มาตรการป้องกันในระดับสากล ในบางประเทศมีการใช้โทษประหารเพือ่ ปราบปราม ฝ่ายค้านทางการเมือง ส่วนในประเทศอืน่ ๆ กระบวนการ ยุตธิ รรมมักเต็มไปด้วยปัญหาการเลือกปฏิบตั ิ การฟ้อง ร้องด�ำเนินคดีอย่างมิชอบ ศาลที่ไม่เป็นอิสระ และการ ไม่มีตัวแทนด้านกฎหมายอย่างเหมาะสม โอกาสที่ผู้ บริสุทธิ์จะถูกประหารชีวิตจึงยังไม่หมดไป

4

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชัน่ แนลต่อต้านโทษประหาร ทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทาง อาญาประเภทใด ไม่วา่ ผูก้ ระท�ำผิดจะมีบคุ ลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด

ยุติการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย�่ำยีศักดิ์ศรี แดนประหารเป็นสถานที่ที่สัมผัสได้ดีที่สุดถึง ความโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย�ำ่ ยีศกั ดิศ์ รีของความ เป็ น มนุ ษ ย์ ผู ้ ต ้ อ งขั ง ใช้ ชี วิ ต อย่ า งทุ ก ข์ ท นเพื่ อ รอ ความตาย ความขมขื่นเมื่อทราบถึงวันที่จะต้องถูก ประหารชีวติ หรือเมือ่ ทราบว่าค�ำขออภัยโทษถูกปฏิเสธ เป็นสิ่งที่ยากจะประมาณ นอกจากความทุกข์ทนเหล่านี้ นักโทษในแดน ประหารยังต้องใช้ชีวิตอย่างยากล�ำบาก ผู้ต้องโทษ ประหารมักถูกใส่ตรวนและถูกคุมขังในห้องที่เล็กและ มืด แทบไม่มีอากาศหายใจ มีอากาศร้อนและเต็มไป ด้วยแมลง ผู้ต้องขังมักถูกปฏิเสธความต้องการขั้นพื้น ฐานทัง้ อาหารและการออกก�ำลังกาย และมีการควบคุม โดยจ�ำกัดการเข้าเยีย่ มของครอบครัวหรือเพือ่ น รวมทัง้ ควบคุมจดหมายและไปรษณียบัตร นอกจากนีค้ วามทุกข์ทรมานยังเพิม่ ขึน้ จากการ ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับโทษประหาร

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011


ในหลายประเทศทั่วโลก เจ้าหน้าที่มักไม่แจ้ง ให้นักโทษประหารและครอบครัวทราบถึงวันประหาร ชีวิต ท�ำให้นักโทษไม่มีโอกาสได้พบหรือได้คุยกับคนที่ เขารักในวาระสุดท้ายของชีวิต และเมื่อมีการประหาร ชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่ก็อาจปฏิเสธไม่ยอมส่งมอบศพให้ กับครอบครัว หรือไม่ยอมแจ้งให้ครอบครัวทราบว่าศพ อยู่ที่ใด การปฏิเสธเช่นนี้รวมทั้งการปกปิดข้อมูลเกี่ยว กับการประหารชีวิตที่เกิดขึ้น ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติที่ โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย�่ำยีศักดิ์ศรี

แม้จะมีข้อห้ามในระดับสากลต่อการทรมาน แต่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนช่นแนลมักได้รบั แจ้งข้อมูลของ บุคคลที่ต้องโทษประหารหรือถูกประหารชีวิตส�ำหรับ “ความผิดทางอาญา” ที่พวกเขา “สารภาพ” เพราะถูก ทรมาน การจงใจท�ำให้เกิดความเจ็บปวดหรือทรมาน อย่างรุนแรงในระหว่างการควบคุมตัว ทัง้ ในทางร่างกาย หรือจิตใจ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในเกือบทุก ภูมิภาคในโลก

© Amnesty International USA; Design: The Martin Agency, New York

ภาพบน: นักกิจกรรมจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สวิตเซอร์แลนด์ ชุมนุมเพื่อให้ก�ำลังใจ Sakineh Mohammadi Ashtiani ทีถ่ กู ลงโทษประหาร ชีวิตในข้อหามีชู้ที่ประเทศอิหร่าน กรุงเบิร์น พฤศจิกายน 2553 ภาพล่าง: โปสเตอร์รณรงค์ต่อต้านโทษ ประหารชีวติ ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชัน่ แนลเมือ่ ปี 2532

ยุติการทรมาน

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011

5


© Public Association ‘Legislative Initiative’

ช่วยชีวิตคน แก้ไขกฎหมาย เบลารุส เบลารุสมีผู้ถูกประหารชีวิตไปแล้วประมาณ 400 คน นับตั้งแต่ได้รับเอกราชเมื่อปี 2534 การใช้โทษ ประหารยังส่งผลกระทบมากขึน้ เนือ่ งจากระบบยุตธิ รรม ทางอาญาทีบ่ กพร่อง มีหลักฐานทีเ่ ชือ่ ได้วา่ มีการใช้การ ทรมานและการปฏิบตั ทิ โี่ หดร้ายเพือ่ บังคับให้ “สารภาพ” และมีการน�ำค�ำสารภาพนั้นมาใช้ประกอบการตัดสิน ลงโทษ นักโทษมักได้รับแจ้งว่าจะมีการประหารชีวิต ไม่นานนักก่อนที่จะมีการประหารชีวิตจริง โดยมักถูก สังหารด้วยกระสุนที่ยิงเข้าไปด้านหลังศีรษะ บางครั้งก็ ยิงหลายนัด ในเดือนมีนาคม 2553 หลังว่างเว้นไปหนึ่งปี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ไม่มีรายงานการประหารชีวิตใน ยุโรปและอดีตสหภาพโซเวียตเลย ทางการเบลารุสก็ได้ ประหารชีวติ ชายสองคนคือ Vasily Yuzepchuk และ Andrei Zhuk โดยการยิงเข้าทีด่ า้ นหลังศีรษะของพวกเขา ความตายของพวกเขา และการปฏิบัติของ ทางการต่อครอบครัวของพวกเขา สะท้อนให้เห็นการ ลงโทษที่โหดร้ายซึ่งยังด�ำรงอยู่ในเบลารุส

6

เช่นเดียวกับหลายประเทศทัว่ โลก โทษประหาร ชีวติ มักเต็มไปด้วยการปกปิดข้อมูล ครอบครัวมักได้รบั แจ้งข่าวหลังจากมีการประหารชีวติ ไปแล้ว บางครัง้ ไม่มี โอกาสทราบด้วยซ�้ำว่ามีการ����ำศพคนที่พวกเขารักไป ฝังในที่ใด ในวันที่ 19 มีนาคม 2553 เมื่อแม่ของ Andrei Zhuk พยายามส่งห่ออาหารเข้าไปในเรือนจ�ำที่เมือง มินสก์ ซึง่ เป็นทีค่ มุ ขังลูกชาย ทางเรือนจ�ำได้นำ� ห่ออาหาร มาส่งคืน และบอกว่า “เขาถูกย้ายไปทีอ่ นื่ แล้ว” และแจ้ง ว่าเธอไม่ต้องมาเยี่ยมลูกชายอีกต่อไป เจ้าหน้าที่บอก แค่วา่ ให้รอค�ำสัง่ จากศาล เช้าวันที่ 22 มีนาคม เจ้าหน้าที่ เรือนจ�ำแจ้งให้ทราบว่า ลูกชายของเธอถูกประหารพร้อม กับ Vasily Yuzepchuk ไปเสียแล้ว ในเดือนตุลาคม 2553 แม่ของ Andrei Zhuk ได้ฟ้องทางการเบลารุสในข้อหาละเมิดสิทธิในการ ประกาศและปฏิบตั ติ ามหลักศาสนา เนือ่ งจากทางการ ปฏิเสธไม่ยอมให้เธอรับศพลูกชาย หรือไม่ยอมแจ้งให้ ทราบว่าลูกของเธอถูกฝังทีไ่ หน เธอเล่าให้ฟงั อย่างขมขืน่ ถึงความรู้สึกที่ไม่มีโอกาสรู้ว่าศพลูกชายอยู่ที่ใด เธอยัง เล่าให้ฟังถึงลูกชายคนเล็กของ Andrei ที่มักจะไปยืน อยู่เงียบๆ ต่อหน้าภาพถ่ายพ่อของตนเอง “ดิฉันก็ไม่ ทราบว่าเขาก�ำลังคิดอะไรอยู่ ไม่ทราบจริงๆ” เธอกล่าว ในเดือนมีนาคม 2546 คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Committee) มีความเห็นต่อข้อร้องเรียนของทนาย ของ Anton Bondarenko ที่ถูกประหารในเบลารุส เมื่อปี 2542 ว่า

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011


© Amnesty International “การปกปิดข้อมูลอย่างสิ้นเชิงเกี่ยวกับวันที่ ประหารชีวิตและสถานที่ฝังศพ และการปฏิเสธไม่ยอม มอบศพให้เพื่อท�ำพิธีกรรมทางศาสนา ส่งผลในเชิง คุกคามหรือลงโทษต่อครอบครัว ท�ำให้อยู่ในสภาพที่ไร้ ความมัน่ ใจและขมขืน่ ” และการกระท�ำเช่นนีถ้ อื เป็นการ ปฏิบัติที่ย�่ำยีศักดิ์ศรีมนุษย์ แต่แม้จะมีความเห็นเช่นนี้ แต่ความลับของการใช้โทษประหารในเบลารุสก็ยังไม่ หมดไป

ค�ำตัดสินใหม่ ในปี 2553 ศาลได้ตัดสินลงโทษประหารชีวิต อีกสามครั้งที่เบลารุส ชายสองคนได้รับโทษประหาร ชีวิตด้วยการยิงเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ส�ำหรับความ ผิดในการใช้อาวุธเพื่อปล้นทรัพย์ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อ เดือนตุลาคม 2552 ในเวลาต่อมาเมือ่ วันที่ 20 กันยายน 2553 ศาลฎีกาแห่งเบลารุสได้พิพากษายืนและค�ำร้อง ขออภัยโทษต่อประธานาธิบดีก็ถูกปฏิเสธ เชื่อกันว่าชายทั้งสองคนถูกประหารระหว่าง วันที่ 14-19 กรกฎาคม 2554 แม้วา่ ญาติจะไม่ได้รบั การ ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการเสียชีวิตของพวกเขา ชายคนที่สามถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิตเมื่อเดือน กันยายน 2553 และศาลได้พิพากษายืนเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2554

ภาพด้านซ้าย: สภาพห้องขังนักโทษแดน ประหารที่กรุงมินสก์ ประเทศเบลารุส เมื่อเดือน กันยายน 2552 ภาพด้านขวา: กลุ่มเยาวชนในกรุงซูริก สวิตเซอร์แลนด์ ได้รวมตัวประท้วงโทษประหารใน ประเทศเบลารุส เมื่อเดือนมิถุนายน 2552 จากการแถลงที่องค์การสหประชาชาติ เมื่อ เดือนพฤษภาคม 2553 เจ้าหน้าทีเ่ บลารุสระบุวา่ รัฐบาล อยูร่ ะหว่างการตัดสินใจยกเลิกโทษประหาร แอมเนสตี-้ อินเตอร์เนชัน่ แนลขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเบลารุส ชะลอการประหารชีวิต และให้เปลี่ยนค�ำสั่งลงโทษ ประหารเป็นโทษอย่างอื่น โดยถือเป็นก้าวย่างแรกที่น�ำ ไปสู่การยกเลิกโทษประหาร

ช่วยชีวิตคน เราท�ำงานกับศูนย์องค์กรพัฒนาเอกชนด้าน สิทธิมนุษยชนเวียซนา (NGO Human Rights Centre Viasna) ที่เบลารุส และเรียกร้องให้ประธานาธิบดี ลูคาเชนกา (Lukashenka) ชะลอการประหารชีวิต และเปลี่ยนโทษประหารเป็นโทษอย่างอื่นโดยทันที เยี่ยมชม amnesty.org/en/50/campaigns/death-penalty และร่วมลงนามในการรณรงค์ทางอินเตอร์เน็ต

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011

7


© Private

ช่วยชีวิตคน แก้ไขกฎหมาย เหล็งเกาฉวน (Leng Guoquan)

จีน เหล็งเกาฉวน (Leng Guoquan) เป็นพ่อค้า อาหารทะเล เขาถูกตัดสินประหารชีวติ ในข้อหายาเสพติด โดยศาลประชาชนขั้นกลางที่เมืองต้านถง มณฑล เหลียวหนิง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อ วันที่ 16 ธันวาคม 2552 ค�ำตัดสินลงโทษเขาเกิดจาก การไต่สวนคดีและการสัง่ ลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม โดย ใช้คำ� ให้การจากพยานซึง่ ในเวลาต่อมาได้กลับค�ำให้การ หรือบางคนก็ระบุว่าถูกทรมาน ถูกบังคับให้สารภาพ เหล็งเกาฉวนปฏิเสธข้อกล่าวหามาตลอดและบอกว่าการ ที่รับสารภาพก็เพราะถูกทรมาน เมื่อถูกควบคุมตัวในวันที่ 19 มกราคม 2552 มีขอ้ มูลว่าเหล็งเกาฉวนได้ถกู ต่อย เตะ และจีด้ ว้ ยไฟฟ้า หลายครัง้ เขาถูกทรมานด้วยการท�ำให้ขาดอากาศหายใจ ท�ำให้ไม่สามารถนอนได้ และถูกแขวนด้วยการผูกเชือก ที่มือเป็นเวลานาน ในวันที่ 24 มีนาคม 2552 เขาถูก บังคับให้อา่ นค�ำสารภาพต่อหน้ากล้องวีดโิ อ ซึง่ ได้กลาย เป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการชิ้นแรกในการสอบสวน เขาและถูกน�ำไปประกอบส�ำนวนคดี ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2552 ทนายความของ เหล็งเกาฉวนได้รอ้ งเรียนต่อส�ำนักงานอัยการแห่งเมือง ต้านถง โดยกล่าวหาว่ามีการทรมานลูกความของเขา และได้น�ำค�ำให้การของผู้ที่ถูกคุมขังร่วมกับเขาอีกสาม คนและได้เห็นอาการบาดเจ็บของเหล็งเกาฉวนมาเป็น

8

หลักฐานสนับสนุนข้อร้องเรียน ในค�ำร้องมีการขอให้ พนักงานอัยการสอบสวนและน�ำตัวผูก้ ระท�ำผิดมาลงโทษ แต่ศาลประชาชนขั้นกลางที่เมืองต้านถงซึ่งไต่ สวนเหล็งเกาฉวน ปฏิเสธไม่รับฟังข้อกล่าวหาว่ามีการ ทรมาน ในวันที่ 23 สิงหาคม 2553 ทางส�ำนักอัยการ แห่งมณฑลเหลียวหนิงยืนยันว่าพบบาดแผลบนร่างกาย ของเหล็งเกาฉวน แต่ระบุว่าไม่มีพยานหลักฐานเพียง พอที่จะสรุปว่าเป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นระหว่างการสอบ ปากค�ำ เหล็งเกาฉวนได้อุทธรณ์ค�ำสั่งศาลเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 ต่อศาลประชาชนขั้นสูงแห่งมณฑล เหลียวหนิง และได้ส่งบัญชีพยาน 56 ปาก แต่ศาล อนุญาตให้สืบได้เพียงสามปาก ศาลยังอยู่ระหว่างการ จัดท�ำค�ำตัดสิน

ช่วยชีวิตเหล็งเกาฉวน เยี่ยมชม amnesty.org/en/50/campaigns/deathpenalty และลงนามในค�ำเรียกร้องให้ทางการจีนยกเลิกประหารชีวติ เหล็งเกาฉวน

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011


© Private

ซาอุดิอาระเบีย ผูต้ อ้ งโทษประหารหลายคนในซาอุดอิ าระเบีย ถูกตัดสินเช่นนัน้ เนือ่ งจาก “ค�ำสารภาพ” ทีเ่ กิดจากการ คุกคาม การทรมาน หรือการหลอกให้สารภาพ Suliamon Olyfemi ชาวไนจีเรียเป็นหนึง่ ในชาวต่างชาติหลายร้อย คนจากโซมาเลีย กานา และไนจีเรีย ที่ถูกควบคุมตัว จากการรวบตัวคนจ�ำนวนมากเมือ่ เดือนกันยายน 2545 ภายหลังการทะเลาะวิวาทซึ่งเป็นเหตุให้ต�ำรวจ ซาอุดิอาระเบียเสียชีวิตไปหนึ่งนาย Suliamon ยืนยัน ว่าตัวเองเป็นผูบ้ ริสทุ ธิ์ แต่ตอ่ มาได้ถกู ศาลตัดสินลงโทษ ประหารชีวิต

ผู้ที่ถูกจับกุมตัวอีก 12 คนพร้อมกับ Suliamon ก็ได้รับโทษจ�ำคุกและโทษประหารเช่นกัน ผู้ชายทั้ง 13 คนได้รับการไต่สวนอย่างไม่เป็นธรรมโดยมีการไต่สวน เป็นภาษาอาหรับที่พวกเขาพูดไม่ได้ และไม่มีทนาย แม้แต่คนเดียว ไม่มกี ารจัดหาล่ามหรือการแปลเอกสาร ให้ มีข้อกล่าวหาว่าบางคนถูกทรมานและปฏิบัติอย่าง โหดร้ายในระหว่างการจับกุมและควบคุมตัว ทัง้ ถูกทุบตี หรือถูกแขวนห้อยหัว ตามข้อมูลทีแ่ อมเนสตี้ อินเตอร์เนชัน่ แนลได้รบั บางคนถูกช็อตด้วยไฟฟ้าทีอ่ วัยวะเพศด้วย

ช่วยชีวิต Suliamon Olyfemi เยี่ยมชม amnesty.org/en/50/campaigns/deathpenalty และส่งอีเมล์ไปยังเอกอัครราชทูตซาอุดอิ าระเบียประจ�ำ ไนจีเรีย ขอให้เขากระตุ้นให้ทางการซาอุดิอาระเบียยุติ การประหารชีวิตทันที

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011

9


ที่บังคลาเทศ ผู้ชายห้าคนถูก ประหารชีวิต 13 ชั่วโมงหลัง จากศาลสูงสุดมีค�ำตัดสิน

96 ประเทศได���ยกเลิก โทษประหารส�ำหรับความผิด ทางอาญาทั้งปวง ที่อิเควทอเรียลกินี ชายสี่คนถูกประหารเพียงหนึ่งชั่วโมง หลังจากศาลทหารตัดสินลงโทษ

34 ประเทศ ได้ยกเลิกโทษประหารในทางปฏิบัติ จนถึงสิ้นปี 2553 มีประชาชนอย่างน้อย 17,883 คนทั่วโลก ถูกตัดสินประหารชีวิต

10

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011


สี่ประเทศในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม G20 ที่มีการประหารชีวิตในปี 2553 ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีมองโกเลียได้มีค�ำสั่งยุติการประหารชีวิต ชั่วคราวเมื่อเดือนมกราคม 2553

กาบองได้ยกเลิกโทษประหารชีวิต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2553

จีนเพียงประเทศเดียวมีการประหารชีวิต ประชาชนมากกว่าการประหารชีวติ ทัง้ โลก รวมกัน ในปี 2553 มี 23 ประเทศที่ประหารชีวิตนักโทษ

Amnesty International October 2011 Index: 4 ACT 51/002/2011

11


© Pierre-Yves Brunaud

ข้อเสนอแนะ ส�ำหรับก้าวย่างแรกทีน่ ำ� ไปสูก่ ารยกเลิก โทษประหารโดยสมบูรณ์ เราขอเรียกร้องให้ รัฐบาลที่ยังคงก�ำหนดโทษประหารไว้ดังนี้ มีค�ำสั่งยุติการประหารชีวิตชั่วคราวโดยทันที ซึ่ง สอดคล้องกับข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ เมื่อเร็วๆ นี้

นักกิจกรรมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลใน ฝรั่งเศส รณรงค์ต่อต้านการใช้โทษประหาร ในอิหร่าน กรุงปารีส เมื่อเดือนมีนาคม 2554

แก้ไขกฎหมายในประเทศให้สอดคล้องกับกฎหมาย สิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งหมายความว่า • ห้ามตัดสินประหารชีวิตต่อผู้ที่มีอายุต�่ำกว่า 18 ปี ณ เวลาที่กระท�ำความผิด ห้ามการประหารชีวิต บุคคลใดที่มีอาการทางจิต และห้ามการประหาร ชีวิตหญิงตั้งครรภ์หรือแม่ซึ่งต้องดูแลทารก • จ�ำกัดการใช้โทษประหารเฉพาะอาชญากรรมที่ ร้ายแรงสุดเท่านั้น

เปลี่ยนโทษประหารให้เป็นโทษจ�ำคุก

• ยกเลิกค�ำสั่งประหารชีวิตในเชิงบังคับ

ให้สัตยาบันรับรองพิธีสารเลือกรับฉบับที่สองของ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) ที่มุ่งยกเลิกโทษประหาร

• ประกันว่าคดีทนี่ ำ� ไปสูก่ ารลงโทษประหารชีวติ ได้ รับการไต่สวนตามมาตรฐานสากลที่เป็นธรรม


End The Death Penalty: ยุติโทษประหาร วันต่อต้านโทษประหารโลก