Page 1

ผศ.ดร. วิราวรรณ์ ชาติบ ุตร


การจัดการเรียนการสอน การจัดห้องเรียน

การจัดสภาพแวดล้อม

การจัดเตรียมสื่อวัสดุอปุ กรณ์

การดาเนินการสอน การสร้างบรรยากาศ

-ทักษะการสอน การดาเนินกิจกรรมตามแผน

-การปฏิสมั พันธ์

การปรับแผนขณะสอน การแก้ปัญหาการเรียนการสอน

-ความเป็ นกัลยาณมิตร การประเมินผลการเรียนรูแ้ ละการสอน

-การช่วยเหลือผูเ้ รียน

การปรับปรุงแผน


การวางแผนการเรียนการสอน ขัน้ การคิดและออกแบบการเรียนการสอน

พิจารณา หลักสูตร ปัญหาความต้องการของผูเ้ รียน ผูส้ อน กาหนดเนื้อหาและมโนทัศน์ (Contents and Concept)

วัตถ ุประสงค์ (Objective)

ย ุทธศาสตร์/ย ุทธวิธีในการสอน (Instructional Strategies) กิจกรรมการเรียนการสอนและสื่อ (Instructional Activities And Media) การวัดและการประเมินผลการเรียนการสอน (Instructional Measurement and Evaluation)

เงื่อนไขและข้อจากัดต่างๆ (Conditions in Teaching and Learning) -ด้านผูเ้ รียน -ด้านผูส้ อน -ด้านโรงเรียนและผูบ้ ริหาร -ด้านสถานที่ -ด้านสื่อ วัสด ุ -ด้านสิ่งแวดล้อม -ด้านงบประมาณ -ด้านช ุมชน -ด้านปกครอง -ด้านนโยบายของรัฐ ฯลฯ

ขัน้ การเขียนแผนการสอน วัตถ ุประสงค์ เนื้อหา มโนทัศน์ กิกรรม สื่อ การวัดการประเมินผล บันทึก ผลการสอน


วิเคราะห์คาอธิบายรายวิชา

วิเคราะห์จดุ ประสงค์รายวิชาและ มาตรฐานรายวิชา วิเคราะห์สาระการเรียนรูจ้ ากผล การเรียนรู้ วิเคราะห์กระบวนจัดการเรียนรู้

วิเคราะห์กระบวนประเมินผล

วิเคราะห์แหล่งการเรียนรู้

เพื่อกำหนดหน่วยกำรเรียนรู้ หัวข้อกำรเรียนรู้ และเวลำที่จะใช้ เพื่อกำหนดผลกำรเรียนรู้ที่คำดหวังให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ทั้งด้ำนควำมรู้ ทักษะ กระบวนกำร เจตคติและพฤติกรรมลักษณะนิสยั ที่พึงประสงค์โดยกำรเขียนในรูป จุดประสงค์ทั่วไปและเชิงพฤติกรรม -

เลือกและขยำยสำระกำรเรียนรู้ให้สอดคล้องกับผู้เรียน ชุมชน ท้องถิ่น สำระกำรเรียนรู้ต้องมีควำมเที่ยงตรง ปฏิบัติได้จริง ทันสมัย และเป็นตัวแทนของควำมรู้ มีควำมสำคัญทั้งในแนวกว้ำงและแนวลึก จัดสำระกำรเรียนรู้ให้เรียงลำดับจำกง่ำยไปหำยำกและต่อเนื่อง จัดสำระที่เรียนรู้ให้สัมพันธ์กับรำยวิชำ/กลุ่มวิชำอื่นๆ

-

เลือกรูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ให้สอดคล้องกันจุดประสงค์กำรเรียนรู้ว่ำมุ่งไปในทิศทำงใด มีควำมสนใจสำหรับผู้เรียน สำมำรถเรียนรู้ได้ง่ำย เหมำะสมกับวัย ธรรมชำติของผู้เรียนและสถำนที่ ให้ผู้เรียนทำกิจกรรมตำมขั้นตอนของรูปแบบกำรเรียน ผู้เรียนที่มีควำมสำมำรถแตกต่ำงกัน ไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมเหมือนกัน ควรเน้นกิจกรรมที่มีกำรทำงำนเป็นทีมมำกกว่ำรำยบุคคล

-

วิธีกำรวัดและประเมินผลต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์กำรเรียนรู้ ใช้วิธีกำรวัดที่หลำกหลำย เลือกใช้เครื่องมือวัดที่มีควำมเชื่อมั่น แปลผลกำรวัดและประเมินเพื่อนำไปสู่กำรพัฒนำและปรับปรุง

ให้เรียนรู้จำกแหล่งควำมรู้หลำกหลำย ทั้งในและนอกห้องเรียน


การจัดทาแผนการเรียนรู้ แผนหน่วยการเรียนรู้ (Unit plan) กาหนดเป้าหมายการเรียนรูส้ ะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั หรือผลการเรียนรู้ ซึ่งบอกให้ทราบว่าต้องการให้นกั เรียนรูอ้ ะไร และ สามารถทาอะไรได้ เมื่อจบหน่วยการเรียนรู้ กาหนดหลักฐาน ร่องรอยการเรียนรูท้ ี่ชดั เจนและแสดงให้เห็น ว่าผูเ้ รียนเกิดผลการเรียนรูต้ ามเป้าหมายการเรียนรู้ การออกแบบกระบวนการหรือกิจกรรมการเรียนรูท้ ี่ชว่ ย พัฒนาผูเ้ รียนให้มคี ณ ุ ภาพตามเป้าหมายการเรียนรู้


องค์ประกอบของหน่วยการเรียนรู้

1. เป้าหมายการเรียนร ้ ู ประกอบด้วย 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั 1.2 สมรรถนะสาคัญ 1.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1.4 สาระสาคัญ 1.5 สาระการเรียนรู้


องค์ประกอบของหน่วยการเรียนรู้ (ต่อ) 1. หลักฐานการเรียนร ้ ู ประกอบด้วย

2.1 ภาระงานหรือชิ้นงาน หมายถึง - ชิน้ งาน ได้แก่ งานเขียน เช่น เรียงความ จดหมาย โครงกลอน การบรรยาย การ เขียนตอบ - ภาพ แผนภูมิ เช่น แผนผัง แผนภูมิ ภาพวาด กราฟ ตาราง - สิ่งประดิษฐ์ เช่น งานประดิษฐ์ งานแสดงนิทรรศการ หุ่นจาลอง

2.2 ภาระงาน ได้แก่ การพูด รายงานปากเปล่า เช่น การอ่าน กล่าวรายงาน โต้วาที ร้องเพลง สัมภาษณ์ บทบาทสมมุติ เล่น ดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ 2.3 งานที่มีลกั ษณะผสมผสานกัน ระหว่างชิน้ งานหรือภาระงาน ได้แก่ การ ทดลอง การสาธิต ละครเวที วีดที ศั น์


เกณฑ์การประเมิน หลักฐานกาหนดชิ้นงานหรือภาระงาน ตัวชีว้ ดั ในหน่วย การเรียนรู้ ระบุไว้ชดั เจนหรือไม่ หรือชิน้ งานครอบคลุมตัวชีว้ ดั ที่กาหนดไว้หรือไม่ อาจระดม ความคิดจากเพื่อนครู หรือผูเ้ รียนหรืออาจปรับเพิ่มกิจกรรมให้เกิดชิน้ งานหรือ ภาระงานที่ครอบคลุม

หรือภาระงาน 1 อย่าง อาจเชือ่ มโยงกับมาตรฐานการ เรียนรูเ้ ดียวกัน และหรือตัวชีว้ ดั ต่างมาตรฐานหารเรียนรูก้ นั ได้


เกณฑ์การประเมิน หลักฐานกาหนดชิ้นงานหรือภาระงาน (ต่อ) ที่จะส่งเสริมให้ผเู้ รียนได้พฒ ั นาสติปัญญา หลาย ๆ ด้านไปพร้อมกัน เช่น การแสดงละคร บทบาทสมมุติ เคลื่อนไหว ร่างกาย ดนตรี เป็ นต้น มีโอกาสเรียนรูแ้ ละทางานที่ ชอบใช้วิธีที่หลากหลาย

ที่หลากหลายโดยบุคคลต่าง ๆ เช่น ผูป้ กครอง ผูส้ อน ตนเอง


ชิน้ งานหรือภาระงานที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของผูเ้ รียนที่ได้รบั การ พัฒนาการเรียนรูข้ องแต่ละเรื่อง หรือแต่ละขัน้ ตอนของการจัดกิจกรรมการ เรียนรูน้ าสูก่ ารประเมินเพื่อปรับปรุงการประเมินที่เน้นคุณภาพของชิน้ งานหรือ ภาระงานที่ชใี้ ห้เห็นระดับความรู้ ความสามารถของผูเ้ รียน การประเมินโดยใช้รบู ริค (Rubric) ช่วยในการสื่อสาร อีกทางหนึง่ ที่ให้ผเู้ รียนมองเป้าหมายของการทาชิ้นงานหรือ ภาระงานของตนเอง และได้รบั ความยุตธิ รรมในการให้ คะแนนของผูส้ อน ตามคุณภาพของงาน อย่างไรก็ตามการ ประเมินชิน้ งานหรือภาระงาน เช่น การทาแบบตรวจสอบ รายการทดสอบ เป็ นต้น


การจัดกิจกรรมการเรียนรูเ้ พื่อพัฒนานักเรียนให้มศี ักยภาพ ตาม มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชีว้ ดั ที่กาหนดเป้าหมายการเรียนรูท้ ี่พึงประสงค์ไว้แล้วนัน้ ครูผสู้ อนต้องคิดทบทวนย้อนกลับว่า มีกระบวนการ หรือขัน้ ตอนกิจกรรม ตัง้ แต่ตน้ จนจบ อย่างไร จึงจะทาให้ผเู้ รียนมีขนั้ ตอนการพัฒนาความรูค้ วามเข้าใจ ทักษะ ความสามารถ ต่างๆ รวมถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ และเกิดหลักฐาน ของการเรียนรูท้ ี่กาหนด การออกแบบกิจกรรมกรเรียนรู้ การเรียนรูเ้ ป็ นหัวใจสาคัญที่จะช่วยให้นกั เรียนเกิด การพัฒนา ทาให้นกั เรียนมีความรูแ้ ละทักษะตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชี้วดั ชัน้ ปี ที่ กาหนดไว้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ รวมทัง้ ช่วยการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมที่พึงประสงค์ให้เกิดแก่ผเู้ รียน ดังนัน้ ผูส้ อนจึงควรทราบหลักการและขัน้ ตอนในการ จัดกิจกรรม


แผนการจัดการเรียนรูร้ ายชัว่ โมง (Lesson plan) มีองค์ประกอบดังนี้ ของแผนการจัดการเรียนรูเ้ ป็ นรายละเอียดที่แสดงถึงชือ่ แผน รายละเอียดที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ลาดับที่ของแผน กลุม่ สาระ รายวิชา ระดับชัน้ ภาคเรียน ปี การศึกษา ชือ่ หน่วย เวลาเรียนรายหน่วย ชือ่ แผน เวลา เรียนรายแผน ประกอบด้วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั สาระสาคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ และการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ มีรายละเอียดดังนี้


1. มาตรฐานการเรียนร ้ ู

มาตรฐานการเรียนรู้ หมายถึง คุณภาพที่ตอ้ งการให้เกิดขึน้ ในตัวผูเ้ รียน เป็ นสิ่งที่ผเู้ รียนพึงรูแ้ ละปฏิบตั ไิ ด้เมือ่ จบการศึกษาขัน้ พื้นฐาน ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะที่ระบุไว้ในมาตรฐานการเรียนรูถ้ ึงเป็ น สิ่งจาเป็ นสาหรับผูเ้ รียนทุกคน ดังนัน้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางการศึกษา ระดับชาติ เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึก มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการ จัดการศึกษา


มาตรฐานการเรียนร ้ ู (ต่อ)

เพื่อพัฒนาผูเ้ รียนให้บรรลุคณ ุ ภาพตามที่มาตรฐานกาหนด มาตรฐานการ เรียนรูก้ ารศึกษาขัน้ พื้นฐานถือเป็ นเครื่องมือสาคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนา คุณภาพการศึกษา เป็ นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา ทัง้ ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และใช้สาหรับผูเ้ รียนทุกคนในระดับการศึกษาขัน้ พื้นฐาน แนวคิดดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานความเชือ่ ที่ว่า ผูเ้ รียนทุกคนสามารถพัฒนา อย่างมีคณ ุ ภาพเท่าเทียมกันได้


2. ตัวชี้วดั หมายถึง สิ่งที่นกั เรียนพึงรูแ้ ละปฏิบตั ไิ ด้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการ เรียนรูต้ วั ชีว้ ดั มีลกั ษณะเฉพาะเจาะจงและมีความเป็ นรูปประธรรมในการนาไปใช้ใน การกาหนดเนือ้ หาการเรียนการสอนและเป็ นเกณฑ์สาคัญสาหรับการวัดและ ประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพของผูเ้ รียนลักษณะของแผนการจัดการเรียนรู้ และการปฏิบตั กิ ารสอน


3. สาระสาคัญ

การเขียนสาระสาคัญเขียนเป็ นความคิดรวบยอดหรือมโนทัศน์ของหัว เรื่องที่จะจัดการเรียนรูเ้ ขียนด้วยภาษาที่กะทัดรัดสรุปโครงสร้างของเรื่อง เขียนให้ครอบคลุมจุดประสงค์เพื่อประโยคบอกเล่าเขียนเป็ นความเรียงมี วิธีการเขียนดังนี้


สาระสาคัญ (ต่อ) 3.1 เขียนในลักษณะของการสรุปเนือ้ หาความรูท้ กั ษะ หรือเป็ นเจคติที่เป็ นเป้าหมายด้วยภาษาที่ชดั เจน 3.2 เขียนในลักษณะของความเรียงหรือเขียนเป็ นข้อในกรณีที่ การจัดการเรียนรูน้ มี้ มี ากกว่า 1 สาระการเรียนรู้ 3.3 การจัดการเรียนรูใ้ นระดับชัน้ ต้นควรมีสาระการเรียนรูเ้ ดียวในครัง้ หนึง่ คากิริยาที่นยิ มใช้ ………….(ชือ่ เรื่อง)………….เป็ น…………..(ข้อความขยายชือ่ เรื่อง) ………….(ชือ่ เรื่อง)………….หมายถึง…….(ข้อความขยายชือ่ เรื่อง) ………….(ชือ่ เรื่อง)………….คือ…………….(ข้อความขยายชือ่ เรื่อง)


4. จุดประสงค์การสอน เป็ นการกาหนดเป้าหมายที่ตอ้ งการให้เกิดขึน้ กับผูเ้ รียนต่างจากการ เรียนรูใ้ นแผนการจัดการเรียนรูม้ ี 2 ระดับคือ

1) จุดประสงค์ทวั ่ ไปหรือจุดประสงค์ปลายทาง

และ

2) จุดประสงค์การเรียนรู้

มีรายละเอียดดังนี้


จุดประสงค์การสอน (ต่อ) 4.1 จุดประสงค์ทวั ่ ไปหรือจุดประสงค์ปลายทาง คือจุดประสงค์ที่เป็ น เป้าหมายสาคัญที่มง่ ุ หวังให้เกิดขึน้ กับผูเ้ รียนในการเรียนรูแ้ ต่ละเรื่องหรือแต่ละหน่วย การเรียนรูล้ กั ษณะจุดประสงค์ทวั ่ ไปมีดงั นี้

1) ตอบสนองพฤติกรรมสาคัญของจุดหมาย หลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพสาขาวิชาหรือสาขาการ จุดประสงค์รายวิชาและมาตรฐานรายวิชา


จุดประสงค์การสอน (ต่อ) 2) สะท้อนคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่เป็ นผลการ เรียนรูค้ ือครอบคลุมทัง้ ด้านความรูค้ วามคิดความสามารถใน การปฏิบตั เิ จตคติและจิตพิสยั ที่พึงประสงค์

3) การเขียนจุดประสงค์ทวั ่ ไปที่จะใช้คากิริยากว้าง โดยเขียนเป็ นข้อแต่นอ้ ยข้อครอบคลุมสิ่งที่ตอ้ งการให้เกิด ขึน้ กับผูเ้ รียนตามคาอธิบายรายวิชา เช่น เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ ตระหนักเห็นคุณค่า ความสามารถเป็ นต้น


จุดประสงค์การสอน (ต่อ)

การเขียนแผนการจัดการเรียนรูต้ ามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขัน้ พื้นฐานพุทธศักราช 2551 นีม้ กั ไม่พบการเขียน จุดประสงค์ทวั ่ ไป เพราะผูส้ อนใช้มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชี้วดั หรือ ผลการเรียนรูเ้ ป็ นเป้าหมายในการพัฒนาผูเ้ รียนแทนจุดประสงค์ทวั ่ ไป


จุดประสงค์การสอน (ต่อ) 4.2 จุดประสงค์การเรียนรูเ้ ป็ นการกาหนด เป้าหมายการเรียนรูใ้ นระดับแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งต้องสัมพันธ์กบั มาตรฐานการเรียนรูต้ วั ชีว้ ดั หรือ จุดประสงค์ทวั ่ ไปครบทัง้ 3 ด้าน คือ 1) ด้านพุทธิพิสยั ประกอบด้วยความรู้ ความจาความเข้าใจในการนาไปใช้การวิเคราะห์การ ประเมินค่าและการคิดสร้างสรรค์


จุดประสงค์การสอน (ต่อ) 2) ด้านทักษะพิสยั ประกอบด้วยแสดงได้ถกู ลักษณะปฏิบตั ถิ กู ต้องแสดงได้คล่องแคล่วทางานได้ รวดเร็วถูกต้อง 3) ด้านจิตพิสยั ประกอบด้วยการรับการ ตอบสนองการเห็นคุณค่าการจัดระเบียบ


องค์ประกอบของจุดประสงค์การเรียนรูท้ ี่สมบูรณ์มี 3 องค์ประกอบ คือ พฤติกรรมที่คาดหวังสถานการณ์/เงือ่ นไขที่ทาให้ เกิดพฤติกรรมและเกณฑ์ หรือระดับความสามารถของพฤติกรรม แต่ ถ้าจาเป็ นเขียนได้ไม่ครบส่วนที่ขาดไม่ได้เลย คือ พฤติกรรมที่คาดหวัง ตัวอย่างการเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ ดังนี้


ตารางที่ 2 (ต่อ) เป้าหมายการเรียนรู้

1. ด้านพุทธิพิสยั

พฤติกรรม

4. วิเคราะห์

คาที่ใช้

แยก...ได้,แยกแยะ....ได้ จาแนก...ได้,แบ่งกลุม่ ...ได้ อ้างอิง...ได้,แสดงเป็ นแผนภาพ...ได้ เปรียบเทียบ...ได้,วิเคราะห์....ได้ ฯลฯ

5. ประเมินค่า

เกิดความพอใจ,เห็นความแตกต่าง

เปรียบเทียบ...ได้,สรุปความ...ได้ วิจารณ์...ได้,แปลความ...ได้,ทานาย...ได้ ฯลฯ 6. คิดสร้างสรรค์

ตัง้ สมมุต.ิ ..ได้,ออกแบบ...ได้ สร้าง...ได้,นาเสนอแนวคิด....ได้ ประดิษฐ์...ได้ ฯลฯ


ตารางที่ 2 (ต่อ) เป้าหมายการเรียนรู้

2. ด้านทักษะพิสยั

พฤติกรรม

คาที่ใช้

แสดงให้ถกู ลักษณะ

ว่ายนา้ ,โยนลูกบอล,วิ่ง ฯลฯ

ปฏิบตั ถิ กู ต้อง

เลื่อย,เจาะ,ตอกตะปู,ติดตัง้ เครื่องมือ ฯลฯ

แสดงได้คล่องแคล่ว

เล่นเปี ยโน,สีไวโอลิน,เต้นราถูกจังหวะ ฯลฯ

ทางานได้เร็ว ถูกต้องแล้วสวยงาม

พิมพ์ดดี ,เขียนหนังสือ ฯลฯ

ทางานได้อย่างคล่องแคล่วและ ปลอดภัย

ขับรถ,ทางานต่างๆ


ตารางที่ 2 (ต่อ) เป้าหมายการเรียนรู้

3. ด้านจิตพิสยั

พฤติกรรม

คาที่ใช้

การรับ

สอบถาม,ทาตาม,ยึดถือ,เลือก,บรรยาย, ชีบ้ อกตาแหน่งที่ตงั้ ,บอกชือ่ ฯลฯ

การตอบสนอง

ตอบ,ช่วยเหลือ,ทาตาม,อธิบาย,ปฏิบตั ,ิ เสนอ,รายงาน ฯลฯ

การเห็นคุณค่า

ทาให้เสร็จ,อธิบาย,ริเริ่ม,ร่วม,กระทา ,เชื้อเชิญ ฯลฯ

การจัดระเบียบ

จัด,รวม,เปรียบเทียบ,ชี,้ สัง่ การ, เปลี่ยนแปลง,จัดระเบียบ,เตรียมการ ฯลฯ


**ในการเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้การเขียนจุดประสงค์การ เรียนรูใ้ นแผนการจัดการเรียนรูแ้ ต่ละแผนมีความสมบูรณ์ ควรเขียนให้ ครอบคลุมทัง้ พุทธิพิสยั ทักษะพิสยั และจิตพิสยั


5. สาระการเรียนร ้ ู

คือ การระบุสาระและเนือ้ หาที่จะนามาใช้จดั การเรียนรูเ้ นือ้ หาเป็ น องค์ประกอบที่ทาให้ผสู้ อนเห็นภาพของสิ่งที่ตอ้ งการสอนโดยรวมประกอบด้วย ทฤษฎีหลักการวิธีการขัน้ ตอนหรือแนวปฏิบตั ิการระบบเนือ้ หาในแผนการจัดการ เรียนรูม้ แี นวในการเขียนดังนี้


สาระการเรียนร ้ ู (ต่อ) 1. เขียนให้สอดคล้องกับสาระและจุดประสงค์ 2. กาหนดเนือ้ หาของการจัดการเรียนรูแ้ ต่ละครั้งให้ เหมาะสมกับระยะเวลา วัยและความสามารถของผูเ้ รียน 3. เขียนเนือ้ หาแบบย่อโดยสรุปเป็ นหัวข้อหรือประเด็น 4. เขียนเนือ้ หาที่จะให้ผเู้ รียนเรียนรูไ้ ด้ตามลาดับหากแบ่งเป็ น หัวข้อย่อยได้ก็จะชัดเจน


6. กระบวนการจัดการเรียนร ้ ู

คือ การกาหนดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้ผเู้ รียนบรรลุตามจุดประสงค์ที่ กาหนดไว้ โดยนาขัน้ ตอนของการจัดการเรียนรูท้ ี่เน้นผูเ้ รียนเป็ นสาคัญ เช่น การเรียนรู้ แบบแก้ปัญหาการอธิบายรายกลุม่ การฝึ กปฏิบตั โิ ครงงานการสืบค้นข้อมูลการใช้คาถาม เป็ นต้น การเขียนอธิบายทัง้ นีใ้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้


กระบวนการจัดการเรียนร ้ ู (ต่อ) 1. เขียนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรูแ้ ละเนือ้ หา วิธีการในการปฏิบตั ิ 2. เขียนเป็ นข้อตามลาดับขัน้ ตอนการจัดการเรียนรูห้ รือการแบ่งเป็ นขัน้ ได้แก่ ขัน้ นาเข้าสูบ่ ทเรียน ขัน้ ตอนและขัน้ สรุป และวัดผล โดยการเขียนเรียงเป็ นข้อตามขัน้ ตอนของ การจัดการเรียนรู้ 3. เขียนโดยระบุให้รวู้ ่ากิจกรรมการเรียนรูว้ ่าแต่ละท่านใครเป็ นผูม้ ี บทบาท ผูเ้ รียน ผูส้ อน หรือทัง้ ผูเ้ รียนและผูส้ อนมีบทบาทร่วมกันและมี บทบาทอย่างไร


7. สื่อและแหล่งเรียนร ้ ู

หมายถึง สิ่งที่เป็ นตัวกลางที่จะช่วยให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรูไ้ ด้อย่างมี ประสิทธิภาพในการกาหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ผูส้ อนควรคานึงถึงแนวการ เขียนความเหมาะสมของสื่อและแหล่งการเรียนรู้ และประเภทของแหล่งเรียนรู้ มี รายละเอียด ดังนี้


1. แนวการเขียน

ผูส้ อนควรระบุสื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรูร้ ะบุเฉพาะสื่ออุปกรณ์ที่ ต้องใช้จริงในการเรียนรู้ ระบุชนิด และรายละเอียดของสื่อ และการเรียนรู้ เช่น ภาพ ยุงลาย แผนภูมิ เพลงค่านิยม 12 ประการ เป็ นต้น กรณีที่เป็ นสื่อเพื่อการทากิจกรรม กลุม่ หรือรายบุคคลควรระบุจานวนชิน้ ต่อกลุม่ หรือต่อคนและไม่ควรระบุสิ่งที่มอี ยู่แล้ว อย่างถาวรในห้องเรียนว่าเป็ นสื่อการเรียนรู้ เช่น กระดานดา ดินสอ ปากกาหนังสือเรียน เป็ นต้น


2. การตรวจสอบความเหมาะสมของสื่อและแหล่งเรียนร ้ ู 1) ประสิทธิภาพ เมือ่ นามาใช้แล้วผูเ้ รียนบรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์การเรียนรูน้ กั เรียนเกิดการเรียนรูต้ ามเกณฑ์ที่ กาหนด 2) ประสิทธิผล ช่วยให้ผเู้ รียนบรรลุเป้าหมายและจุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนเกิดพฤติกรรมการเรียนรูต้ ามเกณฑ์ที่กาหนด 3) มีค ุณลักษณะ ที่ดถี กู ต้องตรงกับจุดประสงค์การเรียนรูเ้ หมาะสมกับ ผูเ้ รียนกิจกรรมการเรียนรูเ้ นือ้ หาวิชาใช้ได้สะดวกปลอดภัย 4) ประหยัด เมือ่ นามาใช้แล้วมีความคุม้ ค่ากับการลงทุน ทางด้านทุนทรัพย์แต่งงานและระยะเวลาที่ใช้ไป


3. ประเภทของแหล่งเรียนร ้ ู

หมายถึง สิ่งต่าง ๆ สิ่งมีชวี ิต และไม่มชี วี ิต ได้แก่ บุคคล สถานที่ และ สิ่งต่าง ๆ ในชุมชน ข้อมูล ข่าวสาร เว็บไซต์ ต่าง ๆ ที่สามารถนามาใช้เพื่อให้ ผูเ้ รียนได้รบั ประสบการณ์ตรงลักษณะของแหล่งเรียนรู้ มีดงั นี้


ประเภทของแหล่งเรียนร ้ ู (ต่อ) 1) แหล่งเรียนรูต้ ามธรรมชาติ เช่น แม่นา้ ภูเขา ป่ าไม้ ลาธาร กรวด หิน เป็ นต้น 2) แหล่งเรียนรูท้ ี่มนุษย์สร้างขึน้ เช่น โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ เป็ นต้น

3) แหล่งเรียนรูท้ ี่เป็ นบุคคล เช่น บุคคลที่สามารถถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรมภูมปิ ั ญญาท้องถิ่น ทัง้ ด้านการประกอบ อาชีพ และการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณี การผลิตและผูท้ ี่มคี วามคิด ริเริ่มในด้านต่างๆ


ประเภทของแหล่งเรียนร ้ ู (ต่อ)

4) แหล่งเรียนรูใ้ นโรงเรียน เช่น ครูอาจารย์ ห้องเรียน ห้องสมุด ห้องปฏิบตั กิ าร สวนดอกไม้หอ้ งนา้ สวน สมุนไพร

5) แหล่งเรียนรูใ้ นชุมชน ครอบคลุมทัง้ ด้านสถานที่ และบุคคล เช่น แม่นา้ ภูเขา ชายทะเล ส่วนผลไม้ ร้านอาหาร ดนตรีพื้นบ้าน


8. การวัดและประเมินผลการเรียนร ้ ู

ระบุวิธีการ และเครื่องมือวัด และประเมินผลตลอดจนเกณฑ์การประเมินผล ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรูท้ งั้ 3 ด้าน วิธีการวัดผล เช่น การสังเกต การ สัมภาษณ์การสอบถาม การตรวจผลงาน การทดสอบ เป็ นต้น ส่วนการประเมินผล เป็ นการกาหนดค่าหรือตัดสินสิ่งที่วดั เช่น ผ่าน-ไม่ผา่ น ดี-ไม่ดี ปานกลาง-อ่อน มี แนวทางการเขียนดังนี้


1. ระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรูใ้ ห้ สอดคล้องกับจุดประสงค์

2. ระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ว่าจะได้ใช้วิธีการอย่างไร

3. ระบบเนือ้ หาที่ตอ้ งการวัดและประเมินผล


9. ส่วนท้ายของแผน

เป็ นส่วนที่แสดงรายละเอียดตามที่สะท้อนการสอน ได้แก่ บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ และเอกสารประกอบการสอนต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้


1. บันทึกหลังการจัดการเรียนร ้ ู

เป็ นการระบุผลการจัดการเรียนรูต้ ามแผนการจัดการเรียนรูท้ ี่กาหนดไว้ อาจนาเสนอข้อเด่น และข้อด้อย เพื่อให้เป็ นข้อมูลที่สามารถนาไปปรับปรุงแก้ไขครัง้ ต่อไป หรือใช้ขอ้ มูลที่ได้เป็ นส่วนหนึง่ ของการทาวิจยั ในชัน้ เรียนได้ อาจประกอบด้วย ผลการจัดการเรียนรู้ ปั ญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ


บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ (ต่อ) 1.1 ผลการเรียนรู้

ผลการเรียนรูใ้ นด้านต่อไปนี้เป็นอย่างไร - ด้านความรูแ้ ละความเข้าใจ - ด้านกระบวนการหรือทักษะ

- คุณลักษณะอันพึงประสงค์และเจตคติ 1.2 จุดเด่นและจุดอ่อนของนักเรียน - จุดเด่น จานวน หรือร้อยละของนักเรียนที่มคี วามสามารถด้านต่างๆ - จุดอ่อน จานวน หรือร้อยละของนักเรียนพบปั ญหาด้านความรู้ ความ เข้าใจ (K)ด้านทักษะกระบวนการ (P) และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) อะไรบ้าง


บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ (ต่อ)

1.3 แนวทางเสริมสร้าง - แนวทางการเสริมจุดเด่นของนักเรียน จะใช้นวัตกรรมการ เรียนรูอ้ ะไรไปเสริมสร้างศักยภาพ

แนวทางแก้จดุ อ่อนของนักเรียน จะใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ อะไรไปแก้ไข (วิธีสอน เทคนิคการสอน สื่อ โปรแกรม ชุดกิจกรรม) เป็ นต้น


บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ (ต่อ)

1.4 ชื่องานวิจยั ปฏิบตั ิการชัน้ เรียน งานวิจยั เสริมสร้างจุดเด่น กรณีตวั อย่างการเสริมสร้างความสามารถในการทาหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียน ม. 4/1 โรงเรียน……………โดยจัดการเรียนรูใ้ ช้โครงงานเป็ นฐาน งานวิจยั แก้ไขจุดอ่อน กรณีตวั อย่าง การใช้ชดุ กิจกรรมเสริมสร้างความสามารถในการวิเคราะห์ เนือ้ หาของนักเรียน ม. 4/1 โรงเรียน……………….


2. เอกสารประกอบ

เป็ นสิ่งที่เกีย่ วข้องกับกิจกรรม การเรียน การสอน แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ สมบูรณ์จะต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วน เพื่อให้การจัดการเรียนรูเ้ ป็ นไปอย่างมี คุณภาพเกิดประโยชน์สงู สุดสอบผูเ้ รียนสื่อประเภทสิ่งพิมพ์ เฉพาะเรื่องที่ชว่ ยสอน หรือใช้เสริมให้การจัดการเรียนรูม้ ปี ระสิทธิภาพมากขึน้ ได้แก่ ใบความรู้ ใบงาน หรือ ใบกิจกรรม ใบปฏิบตั งิ าน ใบมอบหมายงาน ดังนี้


ใบความรู้ คือ ประเภทสิ่งพิมพ์เฉพาะเรื่องที่ชว่ ยเหลือใช้เสริมให้การ จัดการเรียนรูม้ ปี ระสิทธิภาพมากขึน้

ใบงาน เอกสารที่ระบุชนิดของงานซึ่งจะต้องนาไปปฏิบตั ติ ามรูปแบบที่กาหนด โดยมี ลาดับขัน้ การปฏิบตั งิ านไว้อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่จะใช้กบั การปฏิบตั งิ านด้านวิชาชีพ ส่วนการ ปฏิบตั งิ านด้านวิชาการอาจใช้ใบจิตรกรรม

ใบกิจกรรม เอกสารที่ให้รายละเอียดในขัน้ ตอนหนึง่ ของ การปฏิบตั งิ านอย่างชัดเจน

ใบมอบหมายงาน เอกสารที่มอบหมายงานให้ผเู้ รียนปฏิบตั ิ หรือ ค้นคว้าเพิ่มเติม


สร ุปได้ว่า

แผนการจัดการเรียนรูค้ วร ประกอบด้วย ส่วนนา ประกอบด้วย ลาดับที่ของแผนกลุม่ สาระการเรียนรู้ รายวิชา รหัสวิชา ระดับชัน้ ภาคเรียน ปี การศึกษา ชือ่ หน่วย เวลาเรียนราย หน่วย ชื่อแผน และเวลาเรียนรายแผน ส่วนเนือ้ หา ประกอบด้วย มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วดั สาระสาคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อและแหล่ง เรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรูแ้ ละส่วนท้ายแผน ประกอบด้วย บันทึกหลังการ จัดการเรียนรู้ และเอกสารประกอบการสอนต่างๆ ซึ่งแต่ละองค์ประกอบมีความสอดคล้อง สัมพันธ์กนั


การประเมินแผนการจัดการเรียนร ้ ู ลักษณะที่ 1 การประเมินส่วนประกอบของแผนการจัดการเรียนรูห้ รือบันทึกการ สอนดังนี้ 1) จุดประสงค์การเรียนรู้

2) เนือ้ หาสาระ 3) กิจกรรมการเรียนการสอน 4) สื่อการเรียนรู้ 5) การประเมินผล


ลักษณะที่ 2 การประเมินความสอดคล้องขององค์ประกอบของ แผนการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ การประเมินภาพรวม ทุกองค์ประกอบอย่าง สัมพันธ์ตอ่ เนือ่ งกัน

ลักษณะที่ 3 ผลการเรียนการสอนตามสภาพการเรียนการสอน จริง ได้แก่ การประเมินผลจากการใช้แผนการจัดการเรียนรูห้ รือบันทึกหลัง การสอนจริง ที่ผสู้ อนบันทึกไว้ในตัวแผนการจัดการเรียนรูห้ รือบันทึกหลัง การสอนในสภาพจริง


การประเมินแผนการจัดการเรียนร ้ ู อาจดาเนินการได้ 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การประเมินทางการจัดการเรียนรูก้ อ่ นนาไปใช้ เมือ่ เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วก่อนนาไปใช้ควรตรวจสอบก่อนว่าหากการจัดการเรียนรูท้ ี่เน้นผูเ้ รียนเป็ นสาคัญหรือไม่ และเป็ น แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่มคี วามครอบคลุม ถูกต้องชัดเจนเพียงใด การประเมินประกอบด้วย

1) การประเมินแผนการจัดการเรียนรูผ้ สู้ อนสามารถตรวจสอบได้ว่า แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ เขียนขึน้ ตามขัน้ ตอนและกระบวนการต่าง ๆ จัดเป็ นแผนการจัดการเรียนรูห้ รือไม่เพียงใด ได้จากการ วิเคราะห์กิจกรรมการเรียนการสอน 2) ประเมินองค์ประกอบต่างๆของแผนการจัดการเรียนรูเ้ ป็ นการตรวจสอบองค์ประกอบต่างๆ ในการจัดการเรียนรูท้ ี่ได้จดั ทาขึน้ มีความถูกต้องครอบคลุมชัดเจนสัมพันธ์กนั หรื อไม่เพียงใด


การประเมินแผนการจัดการเรียนร ้ ู (ต่อ)

ระยะที่ 2 การประเมินผลการสอนระหว่างการนาไปใช้เป็ นการตรวจสอบ ว่าการปฏิบตั ติ ามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยการสังเกตและบันทึกปั ญหาหรือ ข้อบกพร่องต่างๆ ที่ทาให้การเรียนไม่เป็ นไปตามที่วางแผนหรือไม่ประสบผลสาเร็จ และประเด็นที่ควรปรับปรุงแก้ไขต่อไปครูผสู้ อนควรตรวจสอบ สังเกต และ ประเมินผลการสอน ตามหัวข้อที่กาหนดไว้ให้ลงในแบบบันทึกหลังสอน


การประเมินแผนการจัดการเรียนร ้ ู (ต่อ)

ระยะที่ 3 การวางแผนการจัดการเรียนรูเ้ มือ่ สิ้นสุดการใช้เป็ นการประเมิน ภาพรวมเมือ่ สอนจบแต่ละหน่วย หรือบทเรียน และเมือ่ สอนจบทัง้ รายวิชาเพื่อให้ได้ ข้อสรุปว่า เมือ่ จัดการเรียนการสอนตามแบบแผนที่จดั ไว้แล้วนัน้ บรรลุตาม วัตถุประสงค์หรือที่กาหนดไว้ หรือไม่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเ้ รียนเป็ นอย่างไร ผลการทดสอบหลังเรียนเป็ นอย่างไร เมือ่ เทียบกับการทดสอบก่อนเรียน ซึ่งควรมีการ ประเมินเป็ น 2 ลักษณะดังนี้


ระยะที่ 3 (ต่อ) 1) ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเ้ รียน โดยการทดสอบหลัง เรียนแล้วนาคะแนนไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับทดสอบก่อนเรียน เพื่อทราบ ความก้าวหน้าในการเรียนของผูเ้ รียน เพื่อชีว้ ดั ว่าแผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ทาขึน้ นัน้ ใช้ ได้ผลดีเพียงใด

2) ประเมินจากการนาผลการบันทึกระหว่างการใช้แผนการจัดการ เรียนรูบ้ า้ นสรุปรวมเมื่อสอนจบแต่ละหน่วยหรือแต่ละบท และสรุปรวบรวมผลหลัง สอนไว้ทงั้ รายวิชาซึ่งจะเป็ นข้อมูลสาคัญในการพิจารณาหาทางปรับปรุงแก้ไขแผนการ จัดการเรียนรูใ้ ห้เหมาะสมยิ่งขึน้


ตารางวิเคราะห์เนื้อหาและกระบวนการให้สอดคล้องกับตัวชี้วดั ของหลักสูตร สาระที่ 3 นาฏศิลป์ มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์ อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คณ ุ ค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิดอย่างอิสระ ชืน่ ชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง มาตรฐานด้านเนื้อหา มาตรฐานด้าน ค่านิยมหลัก 12 กระบวนการ ประการและเจตคติ ศ 3.1 ม.3/4 มี ทักษะ ในการแปลความและ การสื่ อ สารผ่ า นการ แสดง

การประดิ ษ ฐ์ ท่ า ร าและท่ า ทาง ประกอบการแสดง - ความหมาย - ความเป็ นมา - ท่าทางที่ใช้ในการประดิษฐ์ทา่ รา

1. ความหมายของการประดิษฐ์ ท่าราและท่าทางประกอบการ แสดง (Definition) 2. ความเป็ นมาของการประดิษฐ์ ท่าราและท่าทางประกอบการ แสดง (Main idea) 3. หลักการประดิษฐ์ทา่ ราและ ท่าทางประกอบการแสดง (Pinciple) 4. ท่าทางที่ใช้ในการประดิษฐ์ทา่ รา (Main idea) 5. วิธีการแปลความและการ สื่อสารผ่านการแสดง (Main idea)

1. อธิบายความหมายของการ 1. รักความเป็ นไทย ประดิษฐ์ทา่ ราและท่าทางประกอบการ 2. มุง่ มัน่ ในทางาน แสดง 3. เป็ นนักริเริ่ม 2. บอกความเป็ นมาของการประดิษฐ์ ท่าราและท่าทางประกอบการแสดง 3. อธิบายหลักการประดิษฐ์ทา่ ราและ ท่าทางประกอบการแสดง 4. ประดิษฐ์ทา่ ราที่ใช้ในการแสดง 5. แปลความหมายของท่าราและการ สื่อสารผ่านการแสดง


ตารางนาเสนอองค์ประกอบสาคัญ 3 ประการของการเขียนแผนการจัดการเรียนรูร้ ายวัน วัตถ ุประสงค์ การเรียนรู้

สาระการเรียนรู้

นักเรียนสามารถ 1) อธิบาย ความหมายของ การประดิษฐ์ท่ารา และท่าทาง ประกอบการแสดง ได้ 2) บอกความ เป็ นมาของการ ประดิษฐ์ท่าราและ ท่าทาง ประกอบการแสดง ได้ 3) อธิบายหลักการ ประดิษฐ์ท่าราและ ท่าทาง ประกอบการแสดง ได้

ความรู*้ 1) การประดิษฐ์ท่าราและท่าทางประกอบการแสดง หมายถึง………………………….. 2) ความเป็ นมาของการประดิษฐ์ท่าราและท่าทาง ประกอบการแสดง……………………… 3) หลักการประดิษฐ์ท่าราและท่าทางประกอบการ แสดง……………………… 4) ท่าทางที่ใช้ในการประดิษฐ์ท่ารา 5) วิธีการแปลความและการสื่อสารผ่านการแสดง…….. กระบวนการ** สมรรถนะ 5 ประการ 1) ความสามารถในการสื่อสาร………………. 2) ความสามารถในการคิด……………………. 3) คนสามารถในการแก้ปัญหา……………… 4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต…….. 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี……..

www.themegallery.com

กิจกรรม สื่อ/แหล่ง การเรียนรู้ เรียนรู้

ประเมินผลการเรียนรู้ 1. ประเมินความรูเ้ รื่องการประดิษฐ์ทา่ ราและท่าทาง ประกอบการแสดง 2. ประเมินกิจกรรมด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินค่านิยมด้วยแบบประเมิน


ตารางนาเสนอองค์ประกอบสาคัญ 3 ประการของการเขียนแผนการจัดการเรียนรูร้ ายวัน (ต่อ) วัตถ ุประสงค์การ เรียนรู้ 4) ประดิษฐ์ท่าราที่ใช้ ในการแสดงได้ 5) แปลความหมาย ของท่าราและการ สื่อสารผ่านการแสดง ได้ 6) เป็นผูร้ กั ความเป็น ไทย 7) เป็นผูม้ ง่ ุ มัน่ ในการ ทางานและเป็นนัก ริเริม่

www.themegallery.com

สาระการเรียนรู้

กิจกรรมการ เรียนรู้

สื่อ/แหล่ง เรียนรู้

ประเมินผลการเรียนรู้


แบบวิเคราะห์ผลการเรียนรูท้ ี่นกั เรียนได้รบั การพัฒนา ตาราง ความรู้ สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ได้จากการวิเคราะห์แผนการจัดการเรียนรูภ้ ายในชัว่ โมง เรื่อง ลมพัดไปทางใด หน่อยการเรียนรูท้ ี่ 6 เรื่องบรรยากาศ ชัน้ มัธยมศึกษาปี ที่ 1 สมรรถนะสาคัญ (P) ที่เป็นหลักสูตรแกนกลางศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ค ุณลักษณะอันพึง ความรู้ (K) ความสามารถด้าน ประสงค์ (A) การใช้ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี ทักษะชีวิต  อธิบายความหมาย ของศรลม  อธิบายการใช้ เครื่องมือตรวจสอบ ทิศทาง  อธิบายประโยชน์ของ การสร้างแบบจาลอง

 อ่านวิธีทากิจกรรมการ ทดลองอย่างเข้าใจ  สามารถฟั งด้วยความ เข้าใจ  นาเสนอข้อมูลต่อหน้า เพื่อนนักเรียน  จัดนิทรรศการเผยแพร่ ผลงาน

www.themegallery.com

 ตัง้ คาถามหรือระบุ ปั ญหา  อภิปรายระหว่างเพื่อน ระหว่างครู  สรุปอ้างอิงจาก ประสบการณ์และความรู้ เพื่อใช้ตอบคาถามครู  สรุปความรูด้ ว้ ยตนเอง  ประยุกต์ความรูด้ ว้ ย การสร้างศรลมอย่างได้ โดยใช้วสั ดุทอ้ งถิ่น  ประเมินสิ่งประดิษฐ์ดว้ ย แบบประเมิน  สรุปย่อเกี่ยวกับสรลมที่ สืบค้นจากอินเทอร์เน็ต

 แก้ปัญหาด้วยการสร้าง สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุใน ท้องถิ่น  ปรับและแก้ศรลมที่ ประดิษฐ์ขนึ้

 รูจ้ กั เลือกใช้วสั ดุใน ท้องถิ่นในการสร้างสิง ประดิษฐ์  สามารถทางานเป็ นทีม ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ คือ ศรลม

 สืบค้นข้อมูลที่ อินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับ ศร ลม  ใช้เทคโนโลยีออกแบบ ศรลม

 ใฝ่ เรียนรู้  มุง่ มัน่ ในการทางาน  อยูอ่ ย่างพอเพียง


ใบความรู้ ใบงาน บัตรคาสัง่ แบบฝึ กหัด ที่ใช้ในการ เรียนการสอน มีความเหมือนและแต่งต่างกันอย่างไร


1. ใบความรู้ (fact sheet) คือ เอกสารที่ประกอบด้วยความรู้ ข้อมูลตามจุดประสงค์ที่กาหนด ใบความรูไ้ ด้จาก การนามาจากแหล่งใดแหล่งหนึง่ ที่นา่ เชือ่ ถือ หรือจากหลายแหล่งที่ครูนามาเรียบเรียงด้วย ตนเองให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของการเรียนแต่ละเรื่อง ครูใช้ใบความรูเ้ ป็ นแหล่งการเรียนรู้ หนึง่ ในหลายๆ แหล่งครูสามารถใช้ใบความรูใ้ นช่วงใดช่วงหนึง่ ต่อไปนี้

1.1 ใช่เป็ นแหล่งความรูห้ นึง่ ในหลายแหล่งรวมทัง้ ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เพื่อให้นกั เรียนนาข้อมูลไปประมวล สร้างองค์ความรูใ้ หม่ ใบความรูท้ ี่ใช้ในขัน้ ตอนนีไ้ ม่ควร เสนอเนือ้ หาที่ตรงๆ โดยที่นกั เรียนได้ความรู้ โดยไม่ผา่ น การคิด แต่เป็ นการบอกหรืออธิบายแทนครูซึ่งทาใบ ความรูจ้ ะมีค่าเท่ากับมาบอกมาอธิบายโดยนักเรียนไม่ตอ้ ง ใช้การคิดและกระบวนการคิดนัน้ เอง

1.2 ใช้เป็ นแหล่งความรู้ ประกอบการอ่านหลังนักเรียนสร้าง ความรูแ้ ล้วเพื่อให้เข้าใจชัดเจนมาก ยิ่งขึน้


ถ้าใบความรูป้ ระเภทที่ประกอบด้วยสาระที่เขียนในเชิงสรุป เช่น

1) ความหมาย

3) หลักการ เป็ นต้น

2) ความคิดสาคัญ

ควรเรียกว่า ใบสรุปความรู้ เพื่อใช้แจก หรือมอบให้นกั เรียน หลังจากที่นกั เรียนสรุปผล สร้างคาอธิบาย โดยการสร้างความรูด้ ว้ ย ตนเองแล้ว


2. ใบงาน (work sheet) คือ เอกสารที่ครูจดั ทาเพื่อให้นกั เรียนปฏิบตั ติ ามขัน้ ตอนคล้ายกับ หนังสือสอนทาอาหารการปฏิบตั ขิ องนักเรียนจะเป็ นการทาให้นกั เรียนสร้าง ความรูใ้ หม่ได้ดว้ ยตัวเอง ลักษณะใบงานประกอบด้วย 1.ชือ่ เรื่องที่ตอ้ งการให้ปฏิบตั ิ 2.เวลาที่ใช้ 3.อุปกรณ์ / สื่อ / วัสดุที่ใช้ / เครื่องมือ 4.ขัน้ ตอนการทา 5.คาถามที่ตอ้ งการให้ตอบหลังทากิจกรรม เป็ นต้น


วัตถุประสงค์ของใช้ใบงาน คือ การให้นกั เรียนสร้างความรูเ้ องโดยผ่านการทากิจกรรมตามใบงาน ใบงานอาจจะ เรียกว่า ใบกิจกรรม (activity sheet) เป็ นขัน้ ตอนให้นกั เรียนมีภาระงาน (task) ซึ่งเป็ นงานที่ตอ้ ง ทาอย่างหนัก คือ ต้องคิดเป็ น แก้ปัญหาเป็ น ในห้องเรียนปกตินนั้ ครูให้ใบงานนักเรียน และ เตรียมใบความรูเ้ ป็ นเสมือนแหล่งเรียนรู้ ดังนัน้ ใบความรูค้ รูอาจจะจัดเป็ นชุดๆ ตาม ความสามารถของเด็กแต่ละคน และใบความรูต้ อ้ งประกอบด้วยความรูน้ เี้ ด็กต้องผูกผันกับ การอ่าน ใช้การคิดจัดกลุม่ จัดระบบ วิเคราะห์ และสรุปผลจึงจะเน้นใบงาน และใบความรูท้ ี่ นักเรียนได้งานหนักตามความหมายของ TASK อย่างแท้จริง


หลักการเขียนใบงาน หรือใบกิจกรรมอย่างง่าย หลักการเขียนใบงาน หรือใบกิจกรรมอย่างง่ายด้วยเป้าหมายให้นกั เรียนได้ผลการ เรียนรู้ (learning outcome)

1) ความรูต้ ามสาระการเรียนรูข้ องหลักสูตร 2) ความสามารถ 5 ประการ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างน้อย 8 ประการ ตามหลังสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551


ได้ผลตามวัตถุประสงค์ และกรอบมาตรฐานของหลักสูตรต่างๆ ในการเขียน ให้คานึงถึงหลักการต่อไปนี้

อ่ำน คิด วิเครำะห์

เขียน


*1. พิจารณา

คิด

อ่าน *1. ความสามารถในการสื่อสาร อ่าน

ข้อมูล

ฟัง

ข้อมูล

วิเคราะห์

ความสามารถในการใช้ปัญญา

*2 ความสามารถในการคิด ระดับพื้นฐาน และระดับสูงและการคิด 6 ระดับตามแนว Bloom รวมทัง้ การวิเคราะห์ *3 ความสามารถในการแก้ปัญหา *4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะ

ดู

ข้อมูล

*5 ความสามารถในการใช้ บูรณาการ

เขียน *1. ความสามารถในการสื่อสาร เขียน เขียนระดับพื้นฐาน เขียนเชิงวิชาการ พูด พูดหน้าชัน้ พูดสนทนา พูดในที่ชมุ ชน

ค ุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ( รักชาติ ศาสนา กษัตริย์ ซื่อสัตย์สจุ ริต มีวินยั ใฝ่ เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุง่ มัน่ ในการทางาน รักความเป็ นไทย มีจิตสาธารณะ )

*1

5 เป็ นความสามารถ 5 ประการตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐานพุทธศักราช 2551


2. จากนัน้ เขียนขัน้ ตอนของการทากิจกรรมเรียงลาดับเป็ นข้อ ดังต่อไปนี้ 1) ให้...อ่าน / ดู / ฟั ง / สังเกต / ศึกษา 2) ให้คิด (คิดแบบต่างๆ) หรือคิด + เน้นวิเคราะห์ จนได้ผล การวิเคราะห์ และผลการศึกษา

3) ให้เขียน หรือบันทึกผลการศึกษา ผลการวิเคราะห์ดว้ ย แบบการนาเสนอที่มหี ลากหลาย แต่เลือกแบบให้เหมาะสม กับผลของการศึกษา หรือผลการวิเคราะห์ 4) ให้เพิ่มคาสัง่ เพื่อบ่นนิสยั ให้นกั เรียนมีคณ ุ ธรรมจริยธรรม


ตังอย่างการเขียนขัน้ ตอนทากิจกรรมในใบงานหรือใบกิจกรรม 1. ให้กลุม่

อ่าน

เอกสารหน้า 1-2 อย่างละเอียด

2. จากนัน้ ให้

จัดกลุม่

และ

3. ให้กลุม่

เขียน

ผลการเปรียบเทียบ โดยใช้ผงั กราฟิ กที่เหมาะสม ( ใช้เวลา 15 นาที )

วิเคราะห์

** จงทางานด้วยความรับผิดชอบ และตรงเวลา**


3. บัตรคาสัง่ (direction card) คือ เอกสารที่ครูตอ้ งให้นกั เรียนปฏิบตั ติ าม เวลาที่กาหนด บัตรคาสัง่ อาจจะมีลกั ษณะเป็ น 1) ประเด็นให้อภิปราย 2) สถานการณ์ แล้วมีประเด็นปั ญหาซึ่งต้องการ ให้อภิปรายและตอบ 3) ปั ญหาที่ตอ้ งการให้ตอบ 4) กรณีตวั อย่าง

วัตถุประสงค์ของการใช้ใบคาสัง่ คือ การให้นกั เรียน สร้างคือรูเ้ อง โดยผ่านกระบวนการคิดตามบัตรคาสัง่


4. แบบฝึ กหัด (exercise) คือ เอกสารที่ที่ประกอบด้วยคาสัง่ หรือคาถามที่ครูกาหนด และให้นกั เรียนได้ ทาหลังจากได้เรียนรู้ หรือความรูด้ ว้ ยตัวนักเรียนเอง เป็ นไปตามการฝึ กหัด (law of exercise) ของ (Thorndike) คือ นักเรียนจะเกิดการเรียนรูเ้ ป็ นทักษะ ต้องให้มีการ ฝึ กหัดอย่างสมา่ เสมอ

แบบฝึ กหัดเป็ นกิจกรรมที่ควรให้โอกาสนักเรียนทาในกลุม่ สาระการเรียนรู้ หรือ ทุกรายวิชาหลังจากทาแบบฝึ กหัดแล้ว นักเรียนควรได้รบั โอกาสประยุกต์ความรู้ สร้างผลงานที่แสดงภาพเป็ นผูม้ คี วามเข้าใจ มีกระบวนการ มีคณ ุ ธรรมจริยธรรม มาตรฐานการเรียนรูข้ องหลักสูตร


ข้อสังเกต ชิ้นงานของนักเรียนโดยทัว่ ไป หรือผลงานที่นบั เป็ นชิน้ งานควรได้มาจากขัน้ ประยุกต์ความรู้ ดังนัน้ ใบกิจกรรม ใบงาน ใบความรู้ แบบฝึ กหัด รวมทัง้ ผลงานเล็กๆที่ได้จากกระบวนการการ เรียนการสอนก่อนขัน้ ตอนประยุกต์ความรูไ้ ม่ควรนับเป็ นชิ้นงานอันเป็ นหลักฐานที่แสดงว่า นักเรียนบรรลุตามตัวชี้วดั และมาตรฐานของหลักสูตร

ใบความรู้ ใบงาน บัตรคาสัง่ ส่วนมากครูจะใช้ในขัน้ ตอนให้นกั เรียน สร้างความรูส้ ว่ นแบบฝึ กหัดส่วนมากใช้เมือ่ นักเรียนสร้างความรูแ้ ล้ว หรือมี การเรียนรูแ้ ล้ว ต้องการให้นกั เรียนมีทกั ษะในเรื่องนัน้ และอาจพบว่าครูอาจ นาไปงาน ใบกิจกรรม บัตรคาสัง่ มาใช้ในขัน้ ประยุกต์ความรูไ้ ด้อีกด้วย


การเขียนแผน ผศ ดร วิราวรรณ์ ชาติบุตร  

การเขียนแผนการสอน

การเขียนแผน ผศ ดร วิราวรรณ์ ชาติบุตร  

การเขียนแผนการสอน

Advertisement