Issuu on Google+

จิตสดใส

ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ราชนครินทร์

ความสุขใจ นิตยสารออนไลน์ ราย ๒ เดือน


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ราชนครินทร์ ศูนย์ปฏิบัติธรรมประจำ�ภาคตะวันออก

เมื่อปี ๒๕๓๗ ท่านพระอาจารย์มานพ อุปสโม ได้รับฉันทานุมัติจาก ท่านพระครูสุธรรมกิจจาทร เจ้าอาวาสวัดนายายอาม เจ้าคณะต�ำบล นายายอาม ซึ่งเป็นผู้รับดูแลส�ำนักสงฆ์เล็กๆ แห่งนี้ เพื่อพัฒนาให้เป็น ศูนย์ปฏิบตั ธิ รรม ต่อมาได้มผี มู้ จี ติ ศรัทธา ประสงค์ประโยชน์ตอ่ ศาสนกิจ ได้รว่ มกันบริจาคทีด่ นิ เพิม่ เติมอีกจ�ำนวนกว่า ๕๐ ไร่ ท่านจึงได้ขยายเนือ้ ที่ จนส�ำนักสงฆ์เล็กๆ แห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมประจ�ำภาค ตะวันออก ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ได้เปิดการอบรมเผยแผ่ธรรมทั้งส่วน ปริยัติและปฏิบัติแก่สาธุชนผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง โดยมีพระภิกษุสงฆ์ จากทัว่ ทุกภูมภิ าค และฆราวาสจากหน่วยงานต่างๆ มาขอเข้ารับอบรม การปฏิบตั ธิ รรมอย่างต่อเนือ่ งตลอดปี ต่อมาผูม้ จี ติ ศรัทธาทัว่ ไป ได้รว่ มกัน

บริจาคทรัพย์ในการสร้างธรรมศาลาขึ้นจนส�ำเร็จลุล่วงดังที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบัน และขณะที่ท�ำการก่อสร้างอยู่นนั้ ทางคณะผู้ด�ำเนินการ น�ำโดย คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย, คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ และ คุณนรรัตน์ นิม่ นรรัตน์ ได้น�ำธรรมศาลา หลังนีข้ ึ้นน้อมเกล้าถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในวโรกาส ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา โดยได้รับพระราชทานนามว่า “ธรรมศาลา ๘๔ พรรษา ราชนครินทร์” และชื่อศูนย์ปฏิบัติธรรม ซึ่ง จากเดิมชื่อว่า “ศูนย์ปฏิบัติธรรมเขาดินหนองแสง” ให้เปลี่ยนมาเป็น “ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ราชนครินทร์”


ห้องครูใหญ่

วันส�ำคัญที่ลูกทุกคนควรรู้ วันแม่แห่งชาติ ของคนไทยใกล้จะมาถึงแล้ว ในวันแม่แห่งชาติชาตินนั้ เป็นวันที่ลูกๆ ทุกคนควรจะท�ำอะไรดีๆ เพื่อแม่ แม่ในที่นกี้ ็ต้องรวมไปถึงพ่อด้วย เดี๋ยวพ่อจะน้อยใจ เอา ในเบื้องต้นเราก็มาร�ำลึกนึกถึงแม่ของชนชาวไทย คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินนี าถ พระองค์เป็นประดุจดัง่ แม่ของพวกเราชาวไทยอย่างแท้จริง พระองค์ ดูแลลูกๆ คือปวงชนชาวไทยประดุจดั่งลูกของพระองค์ เป็นห่วง เป็นใย ในการเป็นอยู่ ของลูกๆ คือปวงชนชาวไทยต้องการให้ปวงชนชาวไทยมีความสุขมีความอยู่ดีกินดี มี ความอิ่มหน�ำส�ำราญ มีจิตใจเบิกบานผ่องใส พระองค์จึงได้มีการด�ำริ ในการที่จะให้ ปวงชนชาวไทยมีสถานะดียิ่งขึ้น ในโครงการพระราชด�ำริหลายๆ โครงการเพื่อปวงชน ชาวไทยอย่างแท้จริง เมื่อเรามาร�ำลึกนึกถึงแม่ของชาวไทย ให้เรามาพร้อมใจ ถวายพระพรในวันพระราช สมภพของพระองค์ท่าน โดยการตั้งใจท�ำความท�ำความดีแล้วถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินนี าถ ขอให้พระองค์ทั้งสอง มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย เราไปนานแสนนาน และแม่อีกท่านหนึง่ ที่เราจะไม่ร�ำลึกนึกถึงไม่ได้ คือ แม่บังเกิดเกล้าของเราเอง ท่านผู้นี้ ถ้าไม่ได้อุบัติเกิดขึ้นมาก็จะไม่มีตัวเราในวันนี้ แม่และพ่อของเรานัน้ เป็นบุพการีชน เป็น ครูอาจารย์ของลูก เป็นมิตรในเรือนของลูก เป็นบุพการีชนของลูก เป็นพระอรหันต์ของ ลูก เป็นครูอาจารย์คนแรกของลูก ท่านทั้งสองนี้ให้ความกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูตัวเรามา ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ จนเราได้ดิบได้ดีมีการเป็นอยู่ที่ดี ในทุกวันนี้ได้เพราะอาศัยท่าน ให้ก�ำเนิดก่อเกิดตัวเรามาและให้ความรักความเอ็นดู เอาใจใส่เลี้ยงดูตัวเราอย่างดี คอยระมัดระวังไม่ให้อันตรายเข้ามาย�่ำยีลูกๆ คือตัวเรา และคอยอบรมสั่งสอนให้การ ศึกษา ให้เรามีความรู้ มอบวิชาการให้การที่จะรักษาชีวิต ความเป็นอยู่ของตัวเราให้ ด�ำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความสุขคอยเป็นมิตรในเรือน ยามที่ลูกๆ ว้าเหว่ หงอยเหงาให้ความอบอุ่นแก่ตัวเราเป็นอย่างดี ยามเมื่อเราเติบใหญ่ท่านอยากให้เรามี อนาคต มอบทุนทรัพย์ให้เราเป็นทุนในการสร้างงานสร้างอาชีพสร้างฐานะการเป็นอยู่ อย่างดีให้แก่เรา เป็นพระอรหันต์ของลูกๆ เพราะท่านมีใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริงแก่เรา ช่วยเราโดยไม่คิดจะเอาอะไรตอบแทน

ทีมงาน คณะพระอาจารย์และครู ค่ายจิตสดใส วัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญา ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ราชนครินทร์ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ติดต่อขอรับข่าวสาร ค่ายจิตสดใสครั้งต่อๆ ไป ได้ที่ goodkidshappy@yahoo.com ระบุในอีเมล์ว่า “ขอรับข่าวสาร” www.jitsodsai.com

วันแม่มาถึงแล้วลูกที่ดีต้องระลึกรู้อุปการคุณที่ท่านมีต่อเราและหาโอกาสตอบแทน พระคุณท่านให้ท่านมีความสุข เหมือนกับท่านปรารถนาดีต่อเราให้เรามีความสุข เรา พากันร�ำลึกถึงแม่และหาโอกาสกราบเท้าแม่ หาอะไรดีๆ ของกินของใช้ที่ดีๆ ไปกราบ ท่าน มอบให้ท่าน และเราควรอยู่ใกล้ๆ ท่าน ในวันวันนี้ เพื่อให้ท่านได้อยู่ใกล้ชิดกับ ตัวเราเราจะได้ตอบแทนพระคุณท่านให้ท่านได้รับความสุข มีความสุขเกิดขึ้นจากลูกๆ ว่าลูกนัน้ มองเห็นความส�ำคัญของท่าน และจงรักภักดี มีความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน เราสามารถท�ำอย่างนี้พ่อแม่ของเราก็จะมีความสุข เพราะท่านเห็นลูกๆ ร�ำลึกนึกถึง พระคุณของท่านและให้การตอบแทนพระคุณท่าน ท่านก็จะมีความสุข ก็ขอให้ลูกๆ ทุกคนตั้งใจกระท�ำความดีท�ำบุญกุศลแก่พระอรหันต์ในบ้านของเรา นิมติ ตฺ ํ สาธุรปู านํ กตญฺญกู ตเวทิตา ความกตัญญูกตเวทีเป็นนิมติ เครือ่ งหมายของคนดี พระอาจารย์มานพ อุปสโม


4

เรื่องดีดี รอบโลก

มาลาลา ยูซาฟไซ เด็กสาวมหัศจรรย์ “I don’t mind if I have to sit on the floor at school. All I want is education. And I’m afraid of no one.” “ฉันไม่รังเกียจที่จะนั่งที่พื้นของโรงเรียน สิ่งที่ต้องการสำ�หรับฉัน คือ การได้ เรียนหนังสือ และฉันไม่เกรงกลัวใครที่จะแสดงออกเช่นนี้”

เมื่อวานเย็นหมอมีโอกาสได้ดูคลิปยูทูปที่เด็กผู้หญิงคนหนึง่ พูดสุนทรพจน์ใน สหประชาชาติ รู้สึกประทับใจ ในเรื่องราวของเธอเลยอยากมาเล่าให้ฟังค่ะ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 56 ที่ผ่านมา เด็กสาวปากีสถานวัย 15 ปีคนหนึง่ ได้พูดสุนทรพจน์ต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ ของสหประชาชาติ เธอพูดถึงเรื่องสิทธิของเด็กหญิงทุกคนในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม หลายคน คงสงสัยว่าเพราะอะไรเด็กอายุ 15 ปี จึงได้มีโอกาสพูดในที่ประชุมสหประชาชาติ มาลาลา ยูซาฟไซ เป็นเด็กหญิงปากีสถาน ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพทางการศึกษาท่ามกลางความรุนแรง ภายในประเทศ จนถูกคนทีไ่ ม่เห็นด้วย ซึง่ เป็นพวกหัวรุนแรงยิงศีรษะจนเกือบเสียชีวติ แต่เธอก็ยงั คงยืนหยัด ต่อสู้ด้วยความหวังที่ว่าจะให้เด็กหญิงทั่วโลกได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน มาลาลา เกิดที่เมืองเล็กๆ แห่งหนึง่ ในประเทศปากีสถาน พ่อของเธอเป็นเจ้าของโรงเรียนสตรีแห่งหนึง่ ใน ช่วงต้นปี 2550 กลุม่ นักรบฏอลิบานได้เข้ามาขยายอิทธิพลในเมือง และอาศัยผลประโยชน์จากช่วงเศรษฐกิจ ที่ก�ำลังซบเซาท�ำการรวมอ�ำนาจและสอนกฎหมาย ศาสนาอิสลามผ่านทางวิทยุ ต่อมา ฏอลิบานเริ่มรณรงค์ ล้มล้างสถาบันของรัฐ หนึง่ ในเป้าหมายคือโรงเรียนสตรีโดยอ้างว่าเป็นการขัดต่อการสอนของศาสนาอิสลาม ที่ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ มีโรงเรียนสตรีถูกเผาท�ำลายพร้อมกับการข่มขู่ทั้งนักเรียนและครู แต่ โรงเรียนที่มาลาลาเรียนอยู่ยังคงท�ำการเปิดการเรียนการสอนอยู่ถึงแม้จะถูกข่มขู่อยู่ตลอดเวลาก็ตาม จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


5

มาลาลาเริ่มเขียนเรื่องราวของเธอผ่านบล็อกของ BBC เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตในช่วงที่ถูก ฏอลิบานควบคุมและจ�ำกัดสิทธิเสรีภาพของ สตรี เช่น ห้ามผู้หญิงแต่งกายสีฉดู ฉาด ห้ามผู้หญิง เดินตลาด และห้ามนักเรียนหญิงไปโรงเรียน ต่อมาในปี 2552 นิวยอร์คไทม์ได้ถ่ายสารคดี เกี่ยวกับเธอ ท�ำให้มาลาลาเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น เมื่อฏอลิบานทราบว่ามาลาลาเองที่เป็น คนที่เขียนบล๊อคของ BBC เธอกับครอบครัวจึงถูกคุกคามตั้งแต่นนั้ มา หลังจากช่วงสงครามในประเทศ มาลาลาได้เป็นประธานของสภาเด็กเรียกร้องให้มีอิสรภาพ ทางการศึกษาทัง้ ในปากีสถาน เธอท�ำการเรียกร้องท่ามกลางการข่มขูเ่ อาชีวติ จากพวกฏอลิบาน จนกระทั่งเดือนตุลาคม 2555 มาลาลาถูกยิงขณะเธอก�ำลังกลับบ้าน เธอถูกยิงที่ศีรษะ และต้น ล�ำคอ ท�ำให้เธออยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส โดยกลุ่มฏอลิบานได้ประกาศว่าพวกเขาตั้งใจจะฆ่า มาลาลาจริงๆ หลังจากนัน้ เธอถูกย้ายไปรักษาตัวที่ประเทศอังกฤษ ด้วยความมุ่งมั่นของมาลาลา ท�ำให้ UN ได้รณรงค์ส่งเสริมการศึกษาเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ ใน หัวข้อที่ชื่อว่า “I am Malala” โดยส่งเสริมการศึกษาในประเทศปากีสถานและทั่วโลก (ปัจจุบัน มีประชาชน 32 ล้านคนทัว่ โลกทีเ่ ป็นนักเรียนหญิงทีไ่ ม่ได้รบั การศึกษา ซึง่ เป็นเด็กหญิงปากีสถาน ถึงร้อยละ 10 หรือประมาณ 3.2 ล้านคน) จากการเรียกร้องถึงอิสรภาพในการศึกษา เธอได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ รางวัลสิทธิ มนุษยชนเพือ่ อิสรภาพของผูห้ ญิงนานาชาติ และรางวัลเยาวชนเพือ่ สันติภาพ เธอถือเป็นคนแรก ของปากีสถานที่ได้รับรางวัลนี้ ตอนนี้มาลาลาหายดีแล้วแต่ยังอาศัยในประเทศอังกฤษ เพราะไม่สามารถเดินทางกลับไปยัง ปากีสถานได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตามเธอยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อการศึกษา ของเด็กหญิงที่ขาดโอกาสทั่วโลก “ฉันมาอยู่ที่นี่เพื่อที่จะพูดแทนเด็กทุกๆ คนในโลก ทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน” เป็นส่วนหนึง่ ที่เธอพูดในสุนทรพจน์ที่ผ่านมา ถ้าใครสนใจอาจตามไปฟังสุนทรพจน์เต็มๆ ของเธอที่นคี่ ่ะ http://www.youtube.com/watch?v=B5X70VyjU0g เครดิต: ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนและรูปภาพจากบทความต้นฉบับจากเวบไซต์กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงต่างประเทศ โดย สุรางค์รักษ์ สุทธิวรวรรณ์ http://sameaf.mfa.go.th/th/important_person/detail.php?ID=4382 แบ่งปันมาจาก facebook/เข็นเด็กขึ้นภูเขา

เรื่อง หมอมินบานเย็น / facebook/เข็นเด็กขึ้นภูเขา ความสุขใจ


6

ที่ทำ�งานของฉันอยู่บนเขา

รอยยิ้มของดอกกรรณิการ์ เรื่อง พระอาจารย์ปัญญา ภาพ www.divenebrahmanda.com

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


7

ต้นไม้เป็นครูเราได้หลายวิชา...โชคดีที่บ้านและที่ทำ� งานของฉันแวดล้อม ไปด้วยต้นไม้ ถึงแม้ว่าไม่มากพอที่จะเรียกว่าป่า แต่ก็พอพูดได้อยู่หรอก ว่า ฉันมีต้นไม้เป็นเพื่อน มีค�ำพูดของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ว่า “ธรรมชาติ รอบตัว แสดงธรรมให้เราฟังอยูต่ ลอดเวลา สุดแต่วา่ เรามีใจพร้อมแค่ไหนที่ จะสัมผัสและเก็บเกี่ยวเอาความรู้จากธรรมชาติ”

ฉันคิดแต่จะขายผลิตภัณฑ์แห่งความสุขทั้งที่ตัวฉันยังเต็มไปด้วยความ ทุกข์กังวล ฉันเดินออกจากบ้านอย่างมีสติ ไม่รีบร้อนเหมือนเก่า ปล่อย วางเรื่องราวในอดีตที่พาใจกังวลและเรื่องราวในอนาคตที่ชวนใจให้ดิ้นรน แสวงหา ระลึกรูส้ กึ อยู่กับกายและใจในปัจจุบัน ฉันรู้สึกเป็นอันหนึง่ อัน เดียวกับธรรมชาติรอบตัว

เพื่อนต้นไม้ของฉันก็เช่นกัน เขาทักทายฉันทุกวันแต่ฉนั มักจะยุ่งกับเรื่อง อื่นๆ จนมีเวลาน้อยเสียเหลือเกินที่จะพูดคุยทักทายตอบ บางครั้งก็รู้สึก ไปว่าเขาน่าร�ำคาญเสียด้วยซ�้ำ เวลาที่เขาปล่อยใบและดอกร่วงหล่นให้ฉนั ต้องกวาดเก็บ

ต้นกรรณิการ์ทักทายฉันด้วยเสียงอ่อนหวานกังวานใสอีกครั้ง

ที่ท�ำงานของฉันอยู่บนยอดเขา ฉันออกจากบ้านทุกเช้าเดินไปบนถนนสาย เล็กๆ สองข้างทางถนนโอบล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ จากบ้านไปไม่ ถึงยี่สิบก้าวมีต้นกรรณิการ์ไม้หอมต้นหนึง่ ต้นเขาไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็ก เป็น ไม้หอมที่มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมหวน นักสังเกตการณ์ท่านหนึง่ บอกฉันว่าเขาจะเริ่มบานส่งกลิ่นตอนประมาณตีสามทุกวัน “เธอจะรีบไปไหนหยุดคุยกับฉันก่อนสิ ฉันมีอะไรจะอวด” เป็นค�ำพูดที่ฉนั ได้ยินประจ�ำ ฉันมักแกล้งท�ำเดินไม่ได้ยินเพราะรีบมาก ฉันรีบไปท�ำงาน “เธอท�ำงานอะไร” “ฉันมีอาชีพขายความสุข ฉันพยายามท�ำทุกอย่างเพื่อให้มีผลิตภัณฑ์แห่ง ความสุขไปขาย ฉันเคยตั้งใจว่าจะต้องท�ำยอดขายความสุขให้ได้มากที่สุด เธออย่าชวนคุยได้ไหม ฉันต้องรีบไปแล้ว” ฉันเดินจากไปโดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่า อะไรกันที่เขาจะน�ำมาอวด... “วันหนึง่ ฉันเหนื่อยมาก จริงๆ ก็คล้ายๆ กันทุกวัน ลูกค้ามากและบางคน ก็ดูไม่ค่อยพอใจในผลิตภัณฑ์แห่งความสุขของฉันเท่าไหร่ โดยเฉพาะตัว ฉันเอง ฉันน่าจะท�ำได้ดีกว่านี้” เช้าวันรุ่งขึ้นฉันไม่สบายเสียแล้ว ฉันจ�ำจะต้องท�ำอะไรให้ช้าลงเพราะ ร่างกายไม่มีก�ำลัง แรกๆ ก็รู้สึกอึดอัด แต่ในความช้านัน้ เอง ฉันกลับ ค้นพบบางอย่างที่ฉนั ละเลยมาโดยตลอด

“วันนี้เธอดูมีความสุขขึ้นกว่าวันก่อนนะ” ฉันหยุดพูดคุยกับเขานานเป็นพิเศษ แล้ววันนัน้ เองฉันได้รแู้ ล้วว่าอะไรทีเ่ ขา ตัง้ ใจเอามาอวดฉันทุกเช้าแต่ฉนั ไม่ได้ใส่ใจเลย “ดอกกรรณิการ์ที่แย้มบาน โรยตัว กลายเป็นพรมลาดเต็มพื้นถนนนี่ไง เธอ มองดูสิ เห็นหรือเปล่า”... ฉันมีสติรู้สึกตัวมากขึ้น

ไม่ใช่แค่รอยยิ้มของดอกกรรณิการ์เท่านั้นที่เรา ละเลย บางครั้งสิ่งที่เราละเลยอาจเป็นรอยยิ้มและ ความสุขของคนที่เรารักหรือแม้กระทั่งรอยยิ้มและ ความสุขของตัวเราเอง... เรามักจะบอกกับตนเองและใครต่อใครว่า “ฉันรีบ ฉันไม่มีเวลา” น่าจะมี ใครสักคนถามเราว่า “เธอจะรีบไปท�ำอะไร แล้วเธอมีเวลาอยู่เพื่ออะไร” ...ถ้าไม่ใช่เพื่อรอยยิ้มหรือความสุขของตัวเธอและของคนที่เธอรัก.

...รอยยิ้มและความสุขของฉัน... ความสุขใจ


8

ห้องสอบอารมณ์

แม่...

เรื่อง พระอาจารย์แจ็ค

เดือนสิงหาคม เป็นเดือนที่ความหมาย คือ เป็นเดือนของผู้เป็นแม่ แต่ในความเป็นจริงนัน้ ทุกๆ วัน ทุกๆ เดือน ทุกๆ ปี คือ เป็นวันเดือนปี ที่มีความหมาย ความส�ำคัญในทุกครั้ง ในความรู้สึก ให้ทุกคนได้ระลึกนึกถึงบุคคลที่ให้ชีวิต ให้เลือดให้เนื้อ ให้โอกาสเราได้เรียนรู้ ประสบการณ์ที่มีค่ามากมาย สอนให้เราได้รู้ค�ำว่า “ชีวิต” และความเป็น “มนุษย์” มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ แม่นนั้ สอนให้เรารู้จัก กินเดินนัง่ นอน นี่แหละที่ฝึกให้เราเป็นมนุษย์ ได้เห็นคุณค่าพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ร่างกายความเป็นอยู่ที่เราได้อยู่สุขสบาย มีข้าว มีน�้ำ มีเสื้อผ้าใส่ เราต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ แรงงานของผู้เป็นแม่ มีภาพหลายอย่างในความจ�ำที่จ�ำได้ไม่เคยลืม เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ อาตมาได้น�ำบรรยาย ในค่ายจิตสดใส เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้น และผ่านไปเมื่อหลายปีก่อน อาตมาเชื่อว่า ยังมีอีกหลายครอบครัวที่มีเรื่องราวที่เหมือนๆ กันหรืออาจจะแย่กว่านี้ แต่นี่เป็นความรู้สึก อย่างหนึง่ ที่อยากจะถ่ายทอดความรู้สึก อาตมาไม่ได้เกิดในครอบครัวที่อบอุ่น และไม่ได้มีพร้อมทุกอย่าง อาตมาเกิดในครอบครัว ที่เติบโตมากับสังคมที่มีการทะเลาะเบาะแว้ง และทุบตีกันของคนในครอบครัว ในทุกๆ เย็น ทุกๆ ค�ำ่ ภาพเหล่านัน้ ยังตรึงอยูใ่ นความรูส้ กึ ภาพทีผ่ เู้ ป็นแม่ถกู กระท�ำ ถูกตบ ถูกตีถกู ข่มเหง สารพัด แม่ต้องตาแตก หน้าบวมตาเขียว แม่ไม่เคยได้รับความสุข ไม่เคยได้อยู่เหมือน คนทั่วไป ไม่เคยได้รับการเป็นอยู่ที่สุขสบาย ตลอดชีวิตของผู้เป็นแม่ ต้องอด ต้องทน กับ เรื่องราวปัญหาต่างๆ ย้อนไปในวัยเด็กอาตมาไม่คอ่ ยได้มโี อกาสได้อยูก่ บั แม่ ไม่มโี อกาสทีจ่ ะปกป้องหรือช่วยเหลือ แม่ แม่ต้องเอาลูกไปฝากไว้กับบ้านคนอื่นหรือญาติพี่น้อง เพื่อที่แม่จะได้ไปท�ำงานรับจ้าง หาเงินมาใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าเล่าเรียน ให้กับลูกๆ ให้กับครอบครัว จะมีโอกาสได้เจอ แม่ในวันศุกร์ ในวันที่แม่เอาข้าวสาร ค่ากับข้าว มาให้กับเจ้าของบ้านที่แม่ฝากลูกไว้ ใน ทุกๆ ครั้งที่เจอแม่อยากกลับบ้าน อยากกลับไปนอนกับแม่ อยู่กับครอบครัว แต่ก็ไปไม่ได้ เพราะต้องไปเรียน   ภาพที่เห็นและจ�ำได้จนทุกวันนี้ คือ ภาพที่แม่ใส่เสื้อแขนยาวสีด�ำ ใส่หมวก ขี่มอเตอร์ไซค์ ที่เลอะไปด้วยฝุ่น เปียกไปด้วยฝน ไม่ว่าแดดจะออกฝนจะตก แม่จะต้องมาท�ำหน้าที่ของ ผู้เป็นแม่เสมอ หน้าที่ของแม่คือ ต้องอด ต้องทน ให้ลูกได้อิ่ม ให้ลูกได้อยู่สบาย ส่วนตัว

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


9

แม่นนั้ ยอมล�ำบาก ไปท�ำงานตากแดด ตากลมอยู่ในป่าในเขา บ้านที่ไม่มีไฟฟ้า มีเพียง หลังคาทีพ่ อจะหลบแดดหลบฝน แต่เมือ่ ถึงหน้าฝนในทุกๆ ครัง้ ทีฝ่ นตกหลังคาก็รวั่ ฝนก็สาด แม่ต้องคอยลุกขึ้นมาเก็บข้าวของที่นอนหนี และนัง่ คอยจนกว่าฝนจะหยุด แม่ต้องทนอยู่ กับความล�ำบาก อดหลับ อดนอน แต่แม่ก็ต้องทน ทนกับการไม่ได้อยู่กับลูกๆ และลูกก็ ต้องทนกับการที่ไม่ได้อยู่กับแม่ กับครอบครัว แม่พยายามให้ลูกได้อยู่สุขสบายที่สุด พยายามให้ลูกได้เรียนหนังสือ และไม่อยากให้ลูกอยู่ ในครอบครัวที่มีแต่เสียงด่าหยาบคาย ทะเลาะตบตีกันทุกวัน อยากให้ลูกอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่ดี แม่ยอมเสียให้ทุกอย่าง เพื่อที่ให้ลูกได้มี ได้อยู่ได้เป็นเหมือนกับครอบครัวอื่นๆ แม้จะ ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดของผู้เป็นแม่! แม่ก็ยอม!   ในวัยเด็กอาตมาไม่เคยมีของเล่น ไม่เคยได้กินขนมตามร้านค้าและไม่เคยเรียกร้องที่จะซื้อ ที่จะมี เพราะเข้าใจและเห็นในความล�ำบากของผู้เป็นแม่จะมีโอกาสได้กินขนมก็คือ ขนม ที่แม่ท�ำเอง ต้มเป็นหม้อๆ และกินได้กันทั้งครอบครัว อาหารผักต่างๆ ที่หามาได้ตามป่า หรือตลาดที่พอจะหาได้ น�ำมาปรุงอาหารให้ได้เยอะๆ เก็บไว้กินหลายๆ วัน แต่ก็เป็นขนม และอาหารฝีมือแม่ที่อร่อยที่สุด ที่ส�ำคัญต้องประหยัด!!!   แม้ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับแม่จะเป็นช่วงเวลาที่น้อย ถึงจะเหนื่อย จะหนัก ก็เป็นช่วงเวลาที่มี ความสุข และดีใจอุ่นใจเสมอที่มีแม่อยู่เคียงข้างเรา เวลาที่เจ็บป่วยมีแต่แม่เท่านัน้ ที่คอย อยู่เคียงข้าง มีค�ำพูดที่แม่พูดแล้วจ�ำได้ก็คือ “เห็นลูกเจ็บเห็นลูกปวด เห็นลูกป่วย แม่คนนี้ อยากเจ็บอยากปวดอยากป่วยแทนลูก” นีค่ ือประโยคที่แม่พูดกับลูกและยังจ�ำฝังอยู่ในใจ   อาตมาบอกกับตัวเองเสมอว่าช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ จะตั้งใจดูแลและตอบแทนให้แม่ได้อยู่ สบาย ให้แม่ได้พัก จะท�ำเพื่อแม่บ้าง อาตมาเคยกระท�ำไม่ดีกับแม่มามาก ท�ำให้แม่ต้อง เสียใจและทุกข์ใจจนวันหนึง่ ความเจ็บป่วยได้สอนให้เรารู้ว่า ชีวิตเป็นของไม่แน่นอน และ นึกถึงบุญคุณของผู้เป็นแม่ที่ไม่เคยทอดทิ้งดูแลเราตลอด ถึงเวลาทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา สิ่งต่างๆ สิ่งที่เคยท�ำผิดพลาด สิ่งใดที่ไม่เคยได้ท�ำให้ แม่ อยากให้ทบทวนและได้มีโอกาสท�ำเพื่อแม่ของพวกเรา ให้แม่ที่รักเราได้ดีใจที่ได้เห็นลูก เป็นคนดี

ความสุขใจ


10

ครอบครัวจิตสดใส

เพราะแม่ปั้นมา สัมภาษณ์และเรียบเรียง ฐิติขวัญ เหลี่ยมศิริวัฒนา

คุณพ่อคุณแม่พาจีมินและพี่ภูมิไปออกรอบตีกอล์ฟ

สำ � หรั บ ที ม พระอาจารย์ แ ละครู พี่ เ ลี้ ย งประจำ � ค่ า ยจิ ต สดใส วั ย บริ สุ ท ธิ์ ด้ ว ย พุทธปัญญา คงจะไม่มีใครไม่รู้จักน้องจีมิน - เด็กชายภูมินทร์ เตชากูล เด็กเทวดา เจ้าของรางวัล “ขวัญใจพระอาจารย์” สองปีซ้อน ด้วยกิริยามารยาทที่สุภาพ เรียบร้อย และบุคลิกที่สงบนิ่ง เป็นตัวอย่างที่ดีให้ เพื่ อ นๆ ได้ เ สมอ ทำ� ให้ จี มิ น ชนะใจเหล่ า พระอาจารย์ แ ละครู พี่ เ ลี้ ย งไปได้ ทุ ก ครั้ ง ที่ ม าเข้ า ค่ า ย และไม่ ว่ า ใครที่ ไ ด้ พ บเห็ น ก็ เ ป็ น ต้ อ งชื่ น ชมเป็ น เสี ย งเดี ย วกั น ว่ า “เด็กคนนี้ลูกเต้าเหล่าใครกัน ทำ�ไมน่ารักอย่างนี้” วั น นี้ เรามาพู ด คุ ย กั บ คุ ณ สายสุ ท ธิ์ เตชากู ล คุ ณ แม่ ช่ า งปั้ น ผู้ ที่ อ ยู่ เ บื้ อ งหลั ง ความน่ารักของเด็กชายคนนี้กัน...

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


11

ในการเลี้ยงลูก สิ่งที่คุณแม่เน้นที่สุดก็คือการให้ทักษะชีวิตที่หลากหลายแก่เขา เพราะ คุณแม่อาจจะมีแนวคิดที่แตกต่างจากพ่อแม่สมัยนีท้ ่านอื่นๆ อยู่สักนิดตรงที่ว่า เราจะไม่ได้ อยากให้ลูกเป็นเลิศเฉพาะด้านวิชาการอย่างเดียว แต่อยากให้เขาได้เรียนรู้ทักษะชีวิตที่ หลากหลายมากกว่า เรื่องแรกที่คุณแม่ค่อนข้างเน้นก็คือ เรื่องของการออกก�ำลังกาย จึงส่งเสริมลูกๆ ได้เล่นกีฬา ตั้งแต่เล็ก เพื่อให้เขามีร่างกายแข็งแรง และมีความมั่นใจในตัวเอง นอกจากนัน้ ก็พยายาม ให้เขามีโอกาสได้เรียนรูใ้ นสิง่ ทีเ่ ขาชอบ ซึง่ จะต้องไม่ใช่สงิ่ เดียวกับทีเ่ ขาได้เรียนจากโรงเรียน เช่น จีมินชอบวิทยาศาสตร์ ก็สนับสนุนให้เขาได้เรียนตัวต่อตัวกับอาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ โดยให้เขาเลือกเองว่าต้องการเรียนเรื่องอะไร เช่น ตอนนี้เขาสนใจเคมี เขาก็จะได้เรียนเคมี แบบที่ไม่ได้เรียนในห้องเรียน และได้เรียนลึกลงไปเท่าที่เขาสนใจและสามารถรับได้

ถ่ายกับลุงโฮจิมินห์ ที่ MOCA

ตั้งแต่เล็ก จีมินจะได้เรียนดนตรี เช่น เรียนตีกลองตั้งแต่อนุบาล แล้วก็เปลี่ยนมาเรียนกีตาร์ และเรียนภาษาญีป่ นุ่ ไปด้วย คือคุณแม่จะเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนทุกอย่างทีเ่ ขาอยากเรียน ยกเว้นการเรียนกวดวิชาเพือ่ ติวสอบ แบบนีจ้ ะไม่มี เพราะคุณแม่เชือ่ ว่าการทีเ่ ขาไปโรงเรียน อยูแ่ ล้ววันละตัง้ หลายชัว่ โมงนัน้ เขาควรจะได้อะไรมาพอสมควรแล้ว ดังนัน้ เราจึงไม่จำ� เป็น จะต้องมาเสริมทักษะด้านวิชาการกันอีก เมื่อมีเวลาว่าง เช่น ช่วงปิดเทอม คุณแม่จะส่งจีมินไปเข้าค่ายหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ เล็ก ไม่ว่าจะเป็นค่ายด้านสุขภาพ ค่ายเดินป่า เข้าถ�้ำ ฯลฯ เพราะเชื่อว่าการออกค่ายหรือ ออกไปท�ำกิจกรรมใดๆ ก็ตามนอกบ้าน ไกลหูไกลตาพ่อแม่ สิ่งที่ลูกจะได้กลับมาแน่ๆ ก็ คือทักษะชีวิตในด้านต่างๆ ที่บางครั้งพ่อแม่อาจจะไม่สามารถให้ลูกได้

รับรางวัลขวัญใจพระอาจารย์

นอกจากนัน้ การเข้าค่ายยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นในสังคมได้มีส่วนในการวัดผล ลูกเรา เพราะพ่อแม่ทุกคนย่อมมีอคติในแง่บวกกับลูกตัวเอง มักจะคิดแบบเข้าข้างตัวเอง และมองล���กไปในแง่ที่ดีกว่าความเป็นจริง แต่การได้ส่งลูกไปที่อื่น ให้ไปใช้ชีวิตอยู่กับคนอื่น บ้าง เมื่อเขากลับมา นอกจากเขาจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แล้ว เรายังได้รับเสียงตอบรับกลับมา ด้วยว่าลูกเราเป็นอย่างไร มีจุดอ่อนจุดแข็งตรงไหน ซึ่งเรื่องของการรู้จักตัวเองนัน้ เป็นเรื่อง ที่คุณแม่เน้นมาก จะคอยบอกให้ลูกทั้งสองคนได้รู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองอยู่ตลอด เพื่อ ให้เขาเข้าใจว่าเขาไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่ยังมีจุดอ่อนที่ยังต้องพัฒนา และยังคงต้องพึ่งพา อาศัยผู้อื่นอยู่ ซึ่งการสอนเรื่องนีก้ ็ช่วยท�ำให้พี่น้องสองคนรักและช่วยเหลือกันด้วย เพราะ คุณแม่จะคอยสอนเขาตลอดว่า “น้องมีจุดอ่อนตรงนี้ ถ้าเป็นเรื่องนี้ พี่ท�ำได้ดีกว่าน้อง พี่ก็ ต้องเข้ามาช่วยน้อง ส่วนพี่ก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน ซึ่งในเรื่องนัน้ ถ้าน้องท�ำได้ดีกว่าพี่ น้องก็ ต้องเป็นฝ่ายช่วยพี่ ลูกทั้งสองคนจะต้องไม่ทิ้งกัน” ความสุขใจ


12

การได้ไปเข้าค่าย ไปท�ำกิจกรรมใหม่ๆ ยังท�ำให้ลูกได้รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วยว่านอกจาก สิ่งที่เขาเคยท�ำกับพ่อแม่แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกที่เขาท�ำได้ และอาจจะท�ำได้ดีด้วย เช่น ครั้งหนึง่ จีมินไปเข้าค่ายแล้วได้รางวัลเรื่องการเขียนกลอนกลับมา ซึ่งคุณแม่เอง ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขามีความสามารถด้านการเขียนกลอน หรือเมื่อเขากลับมาจากค่าย จิตสดใสฯ พร้อมกับรางวัลขวัญใจพระอาจารย์ติดกันสองปีซ้อนก็ท�ำให้คุณแม่แปลกใจ เหมือนกันว่า “เอ๊ะ! นี่ลูกเราเป็นเด็กเรียบร้อยหรือ” เพราะในสายตาเรา เขาก็ไม่ได้เรียบร้อย อะไรมากมาย และเมื่อคุณแม่ถาม เขาก็บอกว่าเขาก็ไม่ได้ท�ำอะไรเป็นพิเศษให้ได้รางวัลนัน้ มา “หนูก็แค่ท�ำในสิ่งที่หนูควรท�ำเวลาอยู่ในค่ายธรรมะ” ซึ่งค�ำตอบของเขาก็ท�ำให้คุณแม่ ดีใจที่เขารู้ว่าเวลาไหนเขาสวมหมวกใบไหนอยู่ และเขาควรจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้ เหมาะกับหมวกใบนัน้ เหตุที่ตัดสินใจให้จีมินมาเข้าค่ายธรรมะก็เพราะว่าคุณแม่รู้ตัวว่าเราไม่สามารถอยู่กับลูก เพื่อคอยแก้ปัญหา คอยชี้แนะสิ่งที่ถูกต้องให้เขาไปได้ตลอดชีวิต เพราะฉะนัน้ ในฐานะพ่อ แม่ เราจึงต้องพยายามหาสิ่งที่จะเป็นหลักในการใช้ชีวิตให้ลูก ซึ่งคุณแม่มองว่าธรรมะนี่ล่ะ คือ สิ่งที่ดีที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดที่ลูกเราควรจะมีไว้ประดับสติปัญญาควบคู่ไปกับทักษะ ชีวิตด้านอื่นๆ ที่เขามี เพื่อให้เขาสามารถด�ำเนินชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างถูกต้องต่อไปแม้ จะไม่มีพ่อแม่อยู่ข้างกาย ทีแรกเลยคุณแม่ได้ลองพาลูกชายคนโต (น้องภูมิ - ธนภูมิ เตชากูล) ไปเข้าคอร์สปฏิบัติ ธรรมก่อนที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาราชนครินทร์ (เขาดินหนองแสง) เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ธรรมะและวิธีปฏิบัติธรรมด้วยตัวเอง เมื่อได้เห็นความเมตตาของพระ อาจารย์ปัญญา ประกอบกับได้เห็นวิธีการสอนและสถานที่ที่เหมาะสมแล้ว คุณแม่ก็รู้สึก ว่าที่นนี่ ่าจะเป็นที่ที่เราสบายใจที่จะได้พาลูกคนเล็กมาบ้าง ก็เลยตัดสินใจพาจีมินมาเข้า ค่ายจิตสดใสฯ ที่นดี่ ้วย เพราะคุณแม่ตั้งใจไว้นานแล้วว่า ค่ายธรรมะคือ สิ่งหนึง่ ที่ในชีวิตนี้ เราจะต้องส่งลูกทั้งสองคนไป เพราะอยากให้เขาได้รู้ว่าในโลกนี้ยังมีสิ่งดีๆ ที่เรียกว่า “ธรรมะ” อยู่นะ เพื่อที่วันหนึง่ ธรรมะจะได้อยู่เคียงข้างเขาในวันที่เราไม่อยู่แล้ว เผื่อว่า วันหนึง่ หากเขาจะต้องตัดสินใจอะไร หรือว่ามีปัญหา มีความทุกข์ เขาจะได้รู้ว่าเขายังมี ธรรมะที่จะช่วยเขาได้ ด้วยเหตุนี้ คุณแม่จึงไม่ได้หวังว่าลูกจะได้อะไรมากมายจากค่าย แค่อยากให้เขาได้มา ท�ำความรู้จักกับธรรมะ และได้เปิดรับธรรมะเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาเท่านัน้ ส่วนเรื่อง ความรู้ในทางธรรมนัน้ คุณแม่ได้พยายามปลูกฝังให้แก่ลูกๆ ด้วยตัวเองมาตั้งแต่เล็ก โดย จะพยายามถ่ายทอดธรรมะที่ตัวเองรู้ให้ลูกเท่าที่จะท�ำได้ ด้วยความที่ส่วนตัวแล้วคุณแม่ เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ เมื่อรู้อะไรแล้วก็จะพยายามน�ำมาประยุกต์ใช้กับชีวิต และน�ำมา เล่าให้คนในครอบครัวฟัง อย่างหนังสือคู่มือมนุษย์ ของท่านพุทธทาสนัน้ คุณแม่อ่านมา ตั้งหลายปีแต่ก็อ่านไม่รู้เรื่อง เพิ่งจะมาอ่านรู้เรื่องช่วงหลังๆ นี่เอง และเมื่อรู้แล้วก็ได้น�ำมา ถ่ายทอดต่อให้ลูกๆ ฟัง พร้อมกับบอกเขาด้วยว่า “ดูสิ นี่แม่อายุจะ 50 อยู่แล้ว เพิ่งจะมา

ประกาศที่จีมินเขียนเองแล้วนำ�ไปแปะที่ห้องเรียนเพื่อ ที่โรงเรียนมาเข้าค่ายจิตสดใสฯ จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


13

เข้าใจว่าธรรมะของท่านพุทธทาสคืออะไร แต่ลูกสิได้รู้ตั้งแต่อายุแค่สิบกว่า ลูกนีก่ �ำไรมาก เลยนะรู้ไหม” เพราะเรื่องแบบนี้ ถ้าเราได้มาเร็ว มันก็จะอยู่กับเรานาน

คุณแม่ ทอดกฐินที่วัดสันติภักดิ์ บางพระ กับ

แม้จะไม่ได้คาดหวัง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดว่าลูกทั้งสองคนได้มาจากการเข้าค่ายธรรมะก็คือ การที่เราแม่ - ลูกสามารถสื่อสารกันด้วยภาษาธรรมได้ง่ายขึ้น เช่น เมื่อไม่นานนี้ จีมินเขา เดินไปแล้วดูของบางอย่างที่เขาก�ำลังสนใจไปด้วย ขาก็เลยไปสะดุดแท่งเหล็กที่พื้น แล้ว ก็หกล้ม คุณแม่ก็เลยหันไปบอกเขาว่า “ลูกไม่มีสติในการเดิน” พูดสั้นๆแค่นี้ เขาก็เข้าใจ แล้วก็เก็บของนัน้ ใส่กระเป๋าทันที โดยไม่ต้องดุว่าอะไรกันมากมาย แล้วคุณแม่ก็สอนเขา อีกนิดว่า “นี่เพราะลูกไม่มีสติในการเดิน แท่งเหล็กนัน้ จึงได้มาเตือนลูกว่าถ้าลูกเดินอย่าง ไม่มีสติ ลูกก็จะหกล้ม และถ้ายังท�ำอย่างนี้อีก ต่อไปลูกก็อาจจะเจอกับสิ่งอื่นที่หนักหนา กว่าแค่แท่งเหล็กก็เป็นได้” การได้มาเข้าค่ายธรรมะ ท�ำให้คุณแม่พูดเรื่องแบบนีก้ ับลูกได้ง่ายขึ้น เพราะเขาได้เรียนรู้ พื้นฐานไปแล้ว ดังนัน้ เมื่อเกิดอะไรขึ้น เราก็แค่ให้สติเขา แล้วลูกก็จะรู้ตัวและเข้าใจได้เอง ว่าเขาควรจะท�ำอะไร โดยไม่ต้องดุและไม่ต้องจ�้ำจี้จ�้ำไชกันมากเกินไป ส่วนผลพลอยได้อีกอย่างหนึง่ ที่จีมินได้มาจากการเข้าค่ายจิตสดใสฯ ก็คือ การที่เขาบอก คุณแม่ว่าปีหน้าเขาจะบวชเณร เพราะเมื่อคุณแม่ถามเค้าว่าปีหน้าจะไปเข้าค่ายจิตสดใสฯ อีกไหม เขาบอกเลยว่า “ปีหน้าหนูขอบวชเณรเลยดีกว่า” เพราะจีมินเป็นเด็กที่ชอบเรียน รู้อะไรใหม่ๆ และเขาก็มาเข้าค่ายนี้ไปแล้วถึงสองครั้ง คุณแม่จึงตั้งใจไว้ว่าถ้าเวลาลงตัว เมื่อไรก็จะพาเขาไปบวชที่เขาดินหนองแสงสักหนึง่ เดือนตามความตั้งใจของเขา สุดท้ายนี้ คุณแม่อยากจะฝากไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองท่านอื่นๆ ว่า ที่เราทุ่มเทและลงทุนกัน ไปมากมายกับการให้ความรู้ทั้งหลายแก่ลูกนัน้ อาจจะกลายเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าก็ได้ หากเราลืมทีจ่ ะให้ธรรมะแก่ลกู ด้วย เพราะธรรมะเท่านัน้ ทีจ่ ะไปช่วยควบคุมการใช้ศกั ยภาพ ของเขาให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง และท�ำให้เขาพบกับความสุขที่แท้จริงได้ ไม่อย่างนัน้ ก็ อาจจะเข้าต�ำรา “ความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด” คือมีความรู้ความสามารถอะไรสารพัด แต่กลับไม่สามารถน�ำศักยภาพเหล่านั้นมาใช้ในทางที่ถูกต้องเพื่อให้ตัวเองและผู้อื่น มีความสุขได้ ดังนัน้ หน้าที่ของเราในฐานะที่เป็นพ่อแม่ก็คือ จะต้องท�ำให้ลูกรู้ให้ได้ว่าในโลกนี้ยังมีสิ่งที่ เรียกว่าธรรมะอยู่ ���ละไม่ว่าเมื่อไรที่เขาพบปัญหา ธรรมะคือสิ่งที่จะช่วยเขาได้ ส่วนต่อไป เขาจะน�ำสิ่งนี้มาใช้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่บุญวาสนาของเขา เพราะอย่างน้อยๆ เราก็ได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เขาแล้ว

อประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนๆ ความสุขใจ


14

คน ค้น ค่าย

จิตสดใส วัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญา และ ปาฏิหาริย์ เรื่อง ครูบิ๊ก ภาพ ครูห่วง

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


15

สวัสดีทา่ นผูป้ กครอง ลูกๆ โยคี และผูอ้ า่ นทุกท่านในฉบับ ปฐมฤกษ์ค่ะ ครูบิ๊กเองล่ะตื่นเต้นจริงๆ ที่มีสิ่งใหม่ๆ เข้า มาสู่คา่ ยจิตสดใส วัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญาอีกแล้ว ใช่ค่ะ...ครูบิ๊กกำ�ลังพูดถึงนิตยสารออนไลน์ที่ทุกท่าน กำ�ลังอ่านอยู่นี่ล่ะค่ะ เรามีอีก 1 ช่องทางแล้วนะคะ ที่จะ พบและสือ่ สารกันในระหว่างทีไ่ ม่มคี า่ ยหรือกิจกรรมใดๆ อันที่จริง แฟนพันธุ์แท้จิตสดใสก็คงติดตามรายการ วิทยุของเราอยู่แล้ว แต่การมีนิตยสารอีกสักเล่มก็รู้สึก อบอุ่นดีออก... ว่าไหมคะ เข้าเดือนสิงหาคมอย่างนี้ บรรยากาศที่ครูบิ๊กและทีมงาน คุน้ เคยกันดี คงหนีไม่พน้ การรับสมัครลูกโยคีเข้าค่ายซึง่ จัด ในเดือนตุลาคม แต่สิงหาคมปีนคี้ งเป็นสิงหาแรกในรอบ ห้าปี ที่พวกเราไม่ต้องประชาสัมพันธ์รับสมัครค่าย ไม่ต้อง รับโทรศัพท์จากผูป้ กครอง เพราะตุลาคมนีไ้ ม่มคี า่ ยจิตสดใสฯ นะคะ อ่านถึงตรงนีห้ ลายท่านก็ตกใจ อ้าว! ท�ำไมล่ะ ก็แหม... จิตสดใสครบรอบ 5 ปีทั้งที มันต้องปิดวัดฉลองกันหน่อย และท่านพระอาจารย์ใหญ่ พระอาจารย์มานพ อุปสโม ก็เมตตาพาพวกเราอันมีวิทยากร ครูพี่เลี้ยง ลูกโยคี และ ครอบครัว ไปตามรอยบาทพระศาสดาถึงพุทธภูมเิ ลยทีเดียว ดังนัน้ ตุลาคมปีนี้พวกเราคงเหงาและคิดถึงลูกๆ โยคีมาก แต่ก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปกราบพระบาทพ่อทางจิตวิญญาณ ผู้น�ำทางเราให้พ้นทุกข์ กลับจากอินเดียแล้วก็จะน�ำภาพ ประทับใจมาฝากกันนะคะ

2 เดือนหลังจากนัน้ ... ตุลาคม พ.ศ. 2551 โครงการทอดผ้าป่าเพื่อตั้งกองทุน ธรรมะเยาวชนก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ทั้งยังได้ปัจจัยจากศรัทธาของผู้ใหญ่ใจดี มากมายเกินที่คาดหวังไว้ เงินจ�ำนวนนี้หลังจากน�ำไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ยัง เหลือพอเป็นทุนตั้งต้นให้จัดค่ายปฐมฤกษ์ได้อีกด้วย และในโอกาสนัน้ เองที่พระอาจารย์มานพได้เมตตาตั้งชื่อให้ค่ายของเราว่า ค่าย “จิตสดใส วัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญา” ท่านพูดมาประโยคหนึง่ ว่า “เด็ก..ต้อง สดใส” ผ่านมา 5 ปี ครูบิ๊กขอพูดต่อว่า “...และความสดใสของเด็ก ก็ส่งผลต่อให้ คุณครูทุกคนสดใสไปด้วยเจ้าค่ะ” ขอกราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์ใหญ่ แทน คณะวิทยากร ครูพี่เลี้ยง ลูกโยคีและผู้ปกครองทุกท่านเจ้าค่ะ

จากค่ายรุ่นที่ 1 เมื่อเดือนตุลาคม 2551 สู่ค่ายล่าสุด รุ่น 44 ที่เพิ่งจบไป แน่นอน ว่า... การเดินทางของเราไม่ง่ายเลย เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม มิตรภาพ ไมตรีจิต พลัง ความสามัคคี ความเหนื่อยอ่อน คราบน�้ำตา (เอ๊ะ...มีด้วยหรือ?!?) เราก็ผ่านกันมา แล้วทัง้ นัน้ แต่ทกุ สิง่ ทีพ่ านพบล้วนเป็นองค์ประกอบของการเจริญเติบโตและเข้มแข็ง พูดถึงค่ายจิตสดใสครบรอบห้าปี (ซึ่งผ่านไปไวเหมือน เหนือสิ่งอื่นใด คือความเชื่อมั่นว่า เราสามารถบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะลงในจิต เครือ่ งบินเจ็ท) ก็อยากเล่าต�ำนานให้ฟงั เสียหน่อย ว่ากว่าจะ วิญญาณของเยาวชนได้ เกิดภาวะ “มันส์สนัน่ ค่าย” ขึ้นมาได้เนี่ย เรามีความเป็นมา ซึ้งกันไปพอสมควร...ก็ขอเล่าเรื่องน่าประหลาดใจเสียหน่อย เรื่องนี้เกี่ยวเนื่องกับ เป็นอยู่ และเป็นไปอย่างไรหนอ ย้อนไปเมื่อสิงหาคม พ.ศ. ปัจจัยที่ใช้ในการท�ำค่าย โดยปกติ เราก็มักได้น�้ำใจจากทุกๆ ส่วน มาร่วมบริจาค 2551 (ห้าปีพอดีเป๊ะเลยนะคะ) คณะก่อการของเราได้มา สมทบท�ำให้แต่ละค่ายผ่านพ้นไปด้วยดี แต่มีอยู่ฤดูกาลหนึง่ เงินบริจาคได้ค่อน เยือนศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ราช- ข้างน้อยติดต่อกันมา 2 - 3 ค่าย ท�ำให้ต้องน�ำเงินกองทุนออกมาใช้จ่ายจนร่อย นครินทร์เป็นครั้งแรก อันเนื่องมาจากพระอาจารย์มานพ หรอ จบค่ายครั้งนัน้ คุณครูเหรัญญิกมารายงานว่า “พระอาจารย์...เราเหลือเงินอีก ท่านได้เอ่ยขอก�ำลังคนที่มีประสบการณ์ท�ำค่ายเด็ก ให้มา แค่ 10,000 บาทเองนะเจ้าคะ ท�ำอย่างไรดี” พระอาจารย์ปัญญา วิสุทโธ ซึ่งเป็น ช่วยทีศ่ นู ย์ฯ กันหน่อย เพราะขณะนีโ้ รงเรียนชอบพาเด็กมา ประธานค่ายจิตสดใสฯ ขณะนัน้ ตอบมาอย่างชิลล์ๆ ว่า “มีก็ท�ำ หมดก็เลิก” พวก ค่ายเหลือเกิน พระอาจารย์และแม่ชีก็ไม่ใคร่จะเชี่ยวชาญ เราก็อึ้งปนเศร้า เพราะถ้าเหลือเงินเพียงเท่านี้ คงไม่มีค่ายครั้งต่อไปแน่นอน โยคีตัวน้อย คณะก่อการซึ่งมีประสบการณ์เรื่องค่ายเด็ก อยูบ่ า้ ง จึงขันอาสาทันที และได้มโี อกาสมาสัมผัสกับค่ายหนึง่ ที่คุณครูประจ�ำโรงเรียนพานักเรียนมา เราจึงพบว่าศูนย์ฯ ขาดอุปกรณ์อกี มาก หากต้องการให้เด็กได้เรียนรูแ้ ละเข้าใจ ธรรมะได้เต็มที่ ความสุขใจ


16

พระอาจารย์มานพได้เมตตาตั้งชื่อ ให้ ค่ า ยของเราว่ า ค่ า ย “จิ ต สดใส วัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญา” ท่าน พูดมาประโยคหนึ่งมา “เด็ก..ต้อง สดใส” ผ่านมา 5 ปี ครูบิ๊กขอพูด ต่อว่า “...และความสดใสของเด็ก ก็ ส่งผลต่อให้คุณครูทุกคน สดใสไป ด้วยเจ้าค่ะ”

แต่ในขณะที่พวกเราก�ำลังช่วยกันเก็บของและเคลียร์สถานที่อยู่นั้น ครูบิ๊กก็ได้รับ โทรศัพท์จากสามีภรรยาคู่หนึง่ ปลายสายนัน้ บอกครูบิ๊กว่า “เราสองคนได้เงินมาก้อนหนึง่ สองแสนบาท แต่ก็ไม่อยากท�ำบุญสร้างวัตถุแบบที่เค้า ชอบท�ำๆ กัน เราเข้าไปเจอในเว็บว่าคุณท�ำค่ายธรรมะให้เด็กกัน เลยสนใจอยากร่วม ท�ำบุญด้วยค่ะ ครูบิ๊กอยู่ไหนคะตอนนี้” ครูบิ๊กตอบไปว่า “อยู่ที่วัดค่ะ เราเพิ่งจบค่าย ก�ำลังเก็บของกันอยู่” คุณผู้หญิงท่านนัน้ รีบบอกว่า “ครูบิ๊กอย่าเพิ่งกลับนะคะ เราก�ำลังจะขับรถเอาเงินไป ให้” เราจึงนิมนต์ให้พระอาจารย์อยู่รอ และท่านผู้มีจิตศรัทธาทั้งสองก็ได้มาถวายปัจจัย ต่อชีวิตให้ค่ายของเราใน 2 ชั่วโมงถัดมา อ่านแล้วก็คงอมยิ้มกันถ้วนหน้านะคะ... มิน่าล่ะ พระอาจารย์ปัญญาถึงได้ตอบซะชิลล์ ว่า “เงินหมดก็เลิกท�ำ” ท่านคงทราบว่า เหนือกว่าดวงคือ กรรม และเหนือกว่ากรรมคือ อธิษฐาน ซึ่งหมายถึง ความตั้งใจจริงๆ นัน่ เอง ท่านคงอยากให้เราได้ซึ้งว่า ขอเพียงเรา มีความตั้งใจท�ำดีให้แน่วแน่ บุญจะรักษา เทวดาจะคุ้มครอง เห็นมะ...ปาฏิหาริย์มีจริง เอาล่ะค่ะ ถึงแม้จะเป็นเวลาอีกเกือบปี กว่าเราจะได้เจอกันในค่ายจิตสดใส ช่วง ซัมเมอร์ปี 2557 โน้น แต่ครูบิ๊กก็เชื่อว่า ชาวจิตสดใสฯ ทุกคน ได้ด�ำเนินชีวิตไปใน แนวทางที่ สุข สงบ เย็น สมกับชื่อค่ายของเราอย่างแน่นอน พบกันใหม่ฉบับหน้า กับ การเตรียมพร้อมทริป “จิตสดใสฯ ไปอินเดีย” นะคะ

ร่วมบุญ หากท่านใดประสงค์จะร่วมสร้างอริยะตัวน้อย ๆ ก็สามารถร่วมบุญได้ดังนีค้ ่ะ 1. สมทบปัจจัยเข้ากองทุนธรรมะเพื่อเยาวชน ของศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ราชนครินทร์  โดยโอนปัจจัยเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาย่อยท่าพระจันทร์ ชื่อบัญชี พระมานพ อุปสโม เลขที่ 114-2-10518-6 ยอดโอนขอความกรุณามีเศษ 3 บาทด้วย เช่น มีศรัทธาท�ำบุญ 500 บาท  โปรดโอนเป็นเงิน 503 บาท เพื่อจะได้ทราบว่ายอดนี้เข้าบ�ำรุงค่ายจิตสดใสฯ ค่ะ ท่าน สามาร���แฟ็กซ์ใบ pay-in พร้อมระบุจ�ำนวนยอดปัจจัย หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่ติดต่อทางไปรษณีย์ ไปที่หมายเลข 039-317-219   (ส่งถึง “พระอาจารย์ปัญญา) ทางศูนย์ฯ จะได้ออกใบอนุโมทนาบัตรให้ท่านต่อไป 2. บริจาคของที่เหมาะส�ำหรับแจกโยคีเด็ก อายุ 8 - 11 ปี  เช่น เครื่องเขียน ดินสอสี สีเทียน หนังสือธรรมะส�ำหรับเด็ก การ์ตูนธรรมะส�ำหรับเด็ก ซีดีธรรมะส�ำหรับเด็ก ตุ๊กตา ของเล่น ถุงผ้า ฯลฯ โดยอาจบริจาคเต็มจ�ำนวนโยคีที่มาเข้าคอร์ส คือ 100 ชิ้น หรือบริจาคตามศรัทธาก็ได้ 3. บริจาคอาหารและขนมส�ำหรับคณะท�ำงานฝ่ายฆราวาสและพระสงฆ์ เช่น ขนมขบเคี้ยว ขนมปัง เครื่องดื่มชงประเภทต่างๆ น�้ำผลไม้ และน�้ำปานะพระสงฆ์ ทั้งหมดนี้รับบริจาคไม่จ�ำกัดจ�ำนวนค่ะ 4. รับบริจาคแรงงาน มาเป็นอาสาสมัครดูแลเด็กๆ ค่ะ ส�ำหรับครั้งต่อไปค่ะ ติดต่อ ครูบิ๊ก หมายเลขโทรศัพท์ 081-741-8141 อนุโมทนากับทุกท่าน ขอผลบุญนีค้ ุ้มครองท่านและครอบครัวให้เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


17

ความสุขใจ


จิตสดใส เมื่อหัวใจพอเพียง

18

แม่...คือ ต้นทุนต้นแบบชีวิตของลูก เรื่อง ครูเล็ก

เดือน สิงหาคม เป็นเดือนที่มีคุณค่า และมีความหมายของคนเป็นแม่มากกว่าเดือน ไหนๆ เพราะสังคมได้ก�ำ หนดให้ทกุ ปี ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ลูกๆ จึง ตระหนักถึงความรักความผูกพันทีม่ ตี อ่ แม่มากยิง่ ขึน้ ในเดือนนี้ แต่ในความเป็นจริง ทุกๆ วัน คือ วันของแม่ เดือน สิงหาคม เป็นเดือนที่มีคุณค่า และมีความหมายของ คนเป็นแม่มากกว่าเดือนไหนๆ เพราะสังคมได้กำ�หนดให้ทุกปี ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ลูกๆ จึงตระหนักถึงความรักความผูกพันทีม่ ตี อ่ แม่มากยิง่ ขึน้ ใน เดือนนี้ แต่ในความเป็นจริง ทุกๆ วัน คือ วันของแม่

วันแม่ คือ วันที่ “แม่ - ลูก” พร้อมจะ “รับฟัง ความรู้สึก” ถึงสายใยแห่งรักและความผูกพัน ที่มีต่อกัน ทุกชีวิตย่อมมี แม่ ผู้ให้ก�ำเนิดเกิดกาย แต่ อาจมีหลายๆ ชีวิต ที่เติบโตมาจากน�้ำมือและ น�้ำใจของคนอื่นที่ไม่ใช่แม่ แต่มีหัวใจของความ เป็นแม่อย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์ แม้จะมิใช่ ผู้ให้ก�ำเนิด แต่ท่านเหล่านัน้ คือ ผู้ให้ชีวิต ไม่ ต่างจากแม่ผู้ให้ก�ำเนิด เช่นกัน แม่...ที่พสกนิกรชาวไทยต้องตระหนักมิรู้ลืม คือ สมเด็จพระศรีนครินทรทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ของผองชนชาวไทยในแผ่นดินนี้ ที่ทรงเป็นต้นทุนต้นแบบที่ประเสริฐสูงสุดของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ฯ “พ่อหลวง” ของ ปวงชนชาวไทย ตลอดจน สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินนี ารถ “แม่แห่งแผ่นดิน” ที่ทรง

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑

อุทิศพระวรกายกับงานพระราชกรณียกิจ เพื่อ ทุกชีวิตบนผืนแผ่นดินไทยมายาวนาน ชีวิต “แม่ - ลูก” คือความรู้สึกที่เริ่มด้วยสายใย รักที่ผูกพันห่วงใยอย่างเหนียวแน่น ผู้หญิงที่ รู้ตัวว่าก�ำลังจะเป็นแม่คน เพราะมีชีวิตน้อยๆ ก�ำลังก่อเกิดอยูใ่ นกายตน จะระมัดระวังตนเอง ทุกอย่าง จะยอมอด ยอมทน เพื่อลูกน้อยที่ ก�ำลังรอคอยด้วยหัวใจทีเ่ ปีย่ มสุข เพราะลูกน้อย คือ ของขวัญที่วิเศษสุดของคนเป็นแม่ แม่ ในความหมาย คือ ความรู้สึกที่เป็นส่วน ผสมของความรัก ความห่วงใย - จริงใจ - หวังดี ปกป้องดูแล เมตตา อ่อนโยน ไม่คิดร้าย ไม่ หวังผล “มีแต่ความอิ่มเต็มในใจ เมื่อต้องท�ำ หน้าที่แม่ของลูก” ฉะนัน้ แม้ลูกที่ขาดแม่ มีแต่พ่อซึ่งเป็นผู้ชายที่ มีธรรมอยู่ในใจ ก็สามารถท�ำหน้าที่แทนแม่ได้ เพราะความเป็นแม่เป็นแค่สมมุติบัญญัติ ที่ใช้ เรียกขานแทนความอบอุ่น ความรัก ความ ห่วงใยและความหวังดีที่มนุษย์พึงมีให้ต่อผู้อื่น โดยไร้ขอ้ จ�ำกัดใดๆ ผูช้ ายจึงเป็นแม่ทพั แม่กอง เป็นผูน้ ำ� ด้วยบทบาทของแม่ ทีพ่ ร้อมจะปกป้อง ดูแลและน�ำพาชีวติ ผูค้ นทีต่ อ้ งรับผิดชอบ ให้อยู่ ได้ด้วยดีอย่างอบอุ่นและปลอดภัย ตลอดกาล ที่ผ่านมา แม่ คือ ครู ผูส้ ร้าง ผูส้ อนชีวติ ด้วยการหล่อหลอม บ่มเพาะ ปลูกฝัง สอนให้รู้รัก - สามัคคี สอน ให้รู้อด รู้ทน อดออม เกื้อกูลแบ่งปัน สอนให้สู้ สอนให้ยอม สอนให้ลูกพร้อมที่จะพึ่งตนเองได้


19

กว่าชีวิตลูกๆ จะเติบโตมาได้ แม่ได้ “ตอกเสาเข็ม แห่งความรับผิดชอบ” ให้ลูกมีฐานชีวิตที่มั่นคง ในเรื่องของความถูกต้องดีงาม เพื่อต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค ที่ชีวิตต้องเผชิญ เมื่อลูกเติบโตเป็นผู้ ใหญ่ ลูกจะต้องเพิ่มต้นทุนชีวิตให้ตนเองด้วย ที่ส�ำคัญสอนให้ลูกพร้อมที่จะให้คนอื่นพึ่งพา อาศัยเมื่อเติบใหญ่ได้ด้วย ทุกการกระท�ำของ แม่ คือ การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ แห่งความดี งามให้เติบโตในหัวใจลูก ชีวิตของลูกจึงมีส่วน ผสมผสานของแม่เป็นองค์ประกอบที่ส� ำคัญ แม่จึงเป็นทั้งต้นทุนและต้นแบบชีวิตของลูก

แม่ จึงหยิบยื่นรักที่ยิ่งใหญ่ด้วยหัวใจ ใจต่อใจ จากใจแม่สู่ใจลูก “สายสะดือลูกนัน้ ถูกตัดขาด จากกายแม่ เมื่อวันที่ลูกลืมตามาดูโลก แต่ สายใยแห่งใจแม่นนั้ ตัดไม่มีวันขาด จะผูกพัน ห่วงใยกับลูกอย่างแนบแน่นยิ่งกว่าพันธนาการ ของโซ่ตรวน ตราบแม่สิ้นลมหายใจ.…”

กว่าชีวิตลูกๆ จะเติบโตมาได้ แม่ได้ “ตอกเสา เข็มแห่งความรับผิดชอบ” ให้ลูกมีฐานชีวิตที่ มั่นคง ในเรื่องของความถูกต้องดีงาม เพื่อต่อสู้ กับปัญหาและอุปสรรคที่ชีวิตต้องเผชิญ เมื่อ ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ลูกจะต้องเพิ่มต้นทุน ชีวิตให้ตนเองด้วยหลักการให้ทาน เพื่อความ มั่นคงและมั่งมีทางทรัพย์สิน ต้องเป็นคนมีศีล ธรรม เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยด้านร่างกาย และ ต้องฝึกภาวนาเพื่อเสริมปัญญาให้รู้เท่าทัน ความจริง ทีจ่ ะอยูก่ บั โลกและสังคมอย่างยอมรับ ตามค�ำสอนแห่งองค์ศาสดา มวลมนุษย์ทงั้ หลาย อยู่ได้ด้วยการเกื้อกูลเมตตาและแบ่งปัน

ความรักของแม่ จึงเป็นพลังทางจิตวิญญาณ ที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าจะหาสิ่งใดเปรียบเทียบได้

แม่ คือ ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ส�ำคัญว่าต้องสูงส่งด้วย ศักดิ์สกุล ฐานะ ไม่ต้องเป็นยอดคนเก่ง ไม่ต้อง เป็นคนร�่ำรวย ไม่ต้องสวยเลิศเลอ แต่สิ่งที่แม่ ต้องมีในหัวใจและพร้อมที่จะหยิบยื่นให้กับลูก ได้นนั้ คือ พลังแห่งความรักอันบริสุทธิ์ พลัง แห่งความอดทนของแม่ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ ลูกนัน้ ไม่ว่าแม่จะพอใจหรือไม่พอใจ แม่จะ อดทนได้เสมอ ทั้งๆ ที่บางเรื่องมันหนักหนา เกินกว่าใจคนธรรมดาๆ จะทนได้ ถ้าไม่ใช่ใจ ของคนเป็นแม่ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทนเพื่ออะไร ค�ำตอบสุดท้าย ก็คือเพื่อลูก ส�ำหรับคนที่เคย เป็นแม่แล้วนัน้ จะเข้าใจได้ดี

ความรัก เป็นสิ่งที่ทุกชีวิตแสวงหา แต่ความ รักจากใจของแม่นนั้ ลูกบางคนเมื่อเติบโตขึ้น จึงมักมองข้าม ไม่ใส่ใจความรู้สึกที่แม่ห่วงใย เท่าใดนัก บางครั้งลูกจะแสดงความร�ำคาญที่ แม่ถามไถ่และพร�่ำสอน ใจลูกจะกระด้างกับ ความรักที่ได้รับจากแม่จนเคยชิน ไม่ค่อยเห็น คุณค่า มีแต่จะเรียกร้อง แต่จะรู้สึกอ่อนไหวกับ ความรักที่เป็นทางผ่านของชีวิต ผ่านมาแล้วก็ ผ่านไป จะเสียใจ จะคร�่ำครวญ จะทุกข์กับมัน ไม่รู้จบ ท�ำให้เห็นความจริงที่ว่า แม่ทุกคนจะ รักลูกห่วงลูกเสมอ แต่ลูกมักจะไม่รักไม่ห่วง ตัวเอง จึงมักท�ำอะไรเอาแต่ความพอใจของ ตนเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะการติดเกมส์ ติดเพื่อน ติดยา ติดคุก จนลืมใส่ใจความรู้สึกคนที่รัก และห่วงใยลูกอย่างแท้จริง และสุดท้ายแม่ก็ ต้องเป็นผู้ปลอบประโลมในที่สุด เมื่อชีวิตลูก ผิดพลาดพลั้งไป

บางเรื่องที่ผ่านมาในชีวิต หรือบางเหตุการณ์ กับชีวิตลูกบางคน ที่เกิดผิดพลาด ทั้งที่เจตนา หรือไม่เจตนาก็ตาม ที่ใครๆ ต่างโจษขานว่า ผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย ไร้มโนส�ำนึก แต่ ใจของคนเป็นแม่นนั้ ยังพร้อมที่จะโอบกอด ปลอบขวัญ เติมพลังใจให้ลูกไม่เปลี่ยนแปลง เพราะความรักเป็นเรื่องของใจ เป็นความรู้สึก ที่ไม่ต้องมีเหตุผล แต่ความผิดถูกเป็นเรื่อง ของเหตุผล ทีส่ มมุตบิ ญ ั ญัตสิ ร้างขึน้ มา บางครัง้ คนที่ถูกก็ผิดได้ หรือ คนที่ผิดก็ถูกได้ มันไม่แน่ แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าลูกของแม่จะผิดหรือถูก คน เป็นแม่กท็ งั้ รัก ทัง้ ทุกข์ไปกับลูกในเวลาเดียวกัน ท�ำให้แม่ยิ้มได้ ดีกว่าท�ำให้แม่ร้องไห้ ขอให้บทความนี้ จงเป็นสือ่ สารแห่งธรรมหนุนน�ำ และสร้างเสริมจิตส�ำนึกของลูก จงมอบความรัก ความห่วงใย แสดงน�้ำใจกับ แม่ ตลอดชีวิต ของท่านด้วยเถิด หากลูกๆ บางคนยังมีโอกาส เพราะ “พระคุณแม่” นัน้ เปรียบประดุจร่มโพธิ์ ร่มไทร ที่ลูกๆ อิงอาศัย ด้วยความร่มเย็นและ ประจักษ์ชัดว่า รักอื่นนัน้ อาจรักบ้างเกลียด บ้าง แต่รักของแม่นนั้ น้อมระลึกถึงเมื่อใดก็เป็น รักนิรันดร์ “ลูกๆ ฉลองวันเกิดให้ตัวเองกันทุกปี ... นึก ใยดีกับหญิงคนหนึง่ ที่เจ็บปวดรวดร้าว เพราะ การได้เกิดของตนบ้างหรือไม่”

เพราะฉะนัน้ เมื่อลูกมีความสุข แม่สุขด้วย เมื่อลูกทุกข์ แม่นนั้ ทุกข์กว่า แม่จึงเป็นผู้ให้ใน สิ่งที่คนอื่นให้ไม่ได้เสมอ แม่จะให้อภัย แม้ลูก จะไม่เอ่ยปากขอโทษในสิ่งที่ไม่ควรกระท�ำใน

ความสุขใจ


20

ธรรมะ ทำ�ไม

คนมือสอง เรื่อง ครูแชมป์

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


21 นานนับศตวรรษมาแล้ว เราได้รับการป้อนความรู้ ความคิด จากครูของเรา จากตำ�รับตำ�รา หนังสือ นักบุญ ของเรา เราพูดว่า “บอกเรื่อง นั้นๆ แก่ฉันให้แจ่มแจ้ง บอกฉันทีว่าสิ่งใดที่อยู่เบื้องหลังเนินเขา ทิวเขา และโลกนี้” และเรารู้สึกพอใจกับคำ�อธิบายเหล่านั้น ซึ่งก็เท่ากับว่าเรามี ชีวิตอยู่บนถ้อยคำ� ชีวิตของเราช่างตื้นเขินและว่างเปล่า เราเป็นคนมือสอง ถ้อยค�ำข้างต้นเป็นค�ำกล่าวของ กฤษณะ มูรติ ปราชญ์และนักคิดอิสระชาวอินเดีย “คนมือสอง (second hand people)” ค�ำๆ นี้สะท้อน วิถีชีวิตคนเราทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี เราเอะใจ บ้างไหมกับการที่เราใช้เวลาเรียนรู้โลกทั้งใบ ผ่านตัวอักษร ผ่านเรื่องราวบอกเล่า มีอะไรบ้างทีเ่ ราได้เรียนรูจ้ ริงๆ ค้นพบมันจริงๆ เห็นมันจริงๆ ด้วยตัวเราบ้าง การที่เราจดจ�ำทฤษฎีจ�ำค�ำนิยามได้ เพียงพอ จะเรียกว่าความรู้ได้หรือ? แล้วการค้นคว้าต�ำรับต�ำราล่ะ เรียกว่าการค้นพบ ได้จริงหรือเปล่า? หรือล�ำพังการฟังการตอบ ค�ำถามจากผู้เชี่ยวชาญนัน้ สามารถเรียกว่า ประสบการณ์ได้หรือ? เรามัน่ ใจในความรูข้ อง เรามากแค่ไหน? หากเป็นดังทีว่ า่ มานัน้ ก็แน่ใจ ได้เลยว่า เราเป็นเพียงผูเ้ ชีย่ วชาญการกล่าวอ้าง เราเป็นนักเลียนแบบ นักเล่าเรือ่ ง ทีแ่ ม้แต่ตวั เรา เรายังเข้าใจตัวเราเองผ่านความคิดของผู้อื่น ชีวิตของเราช่างตื้นเขินและว่างเปล่า ไม่ผิด อะไรนักถ้าจะเราเรียกตัวเราเองว่า “คนมือสอง” หากผู้อ่านสามารถผ่านมาถึงย่อหน้านี้ได้ เชื่อ ได้ว่าผู้อ่านมีความเป็นนักแสวงหาอยู่ในตัวไม่ มากก็น้อย และค�ำว่า “คนมือสอง” คงไม่ใช่ ค�ำพูดธรรมดาๆ ส�ำหรับผู้อ่านอีกต่อไป เรามา พักเรื่องเครียดๆ มาคิดอะไรสบายๆ สักหน่อย กันดีกว่า ลองคิดกันเล่นๆ แบบไร้เดียงสา เป็น ไปได้ไหม หากเบื้องหน้าเราเป็นทะเล และเรา สงสัยว่าน�้ำทะเลมีรสเค็มและเค็มแค่ไหน จะมี ทางใดให้เราหาค�ำตอบนัน้ ได้ และทั้งที่เราก็รู้ ว่าน�้ำทะเลมันเค็ม ใครๆ ก็รู้ว่ามันเค็ม ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านเปิดใจอย่างที่เราตกลงกัน ไว้แล้วตั้งแต่แรก เปิดใจอย่างไร้เดียงสา เหมือน อย่างที่เราไม่รู้มาก่อนจริงๆ และพร้อมที่จะ เรียนรู้ เพราะการเรียนรู้ที่ผ่านมาของเรานัน้

เป็นอดีต และอดีตไม่ใช่ขณะนี้ เราอาจพลาด น�้ำทะเลที่อยู่ตรงหน้า เพราะอคติที่เรามีต่อน�้ำ ทะเลในอดีต และแม้ว่าเราเองจะถูกสั่งสอน กันมาว่าน�้ำทะเลนัน้ เค็ม แต่จะให้เราเชื่อเพียง เพราะค�ำบอกเล่าได้หรือ? เราเคยผิดพลาด จากที่สมัยหนึง่ เราเคยเชื่อค�ำบอกเล่าที่ว่าโลก แบน หรือหนูเกิดจากข้าวสารและปูปลาเกิด จากโคลนมาแล้ว พระพุทธเจ้าเองก็ทรงมิให้ เชื่อค�ำบอกเล่าต่อกันมา เราลองมาฟังผูเ้ ชีย่ วชาญดูบา้ ง นักสมุทรศาสตร์ นั้นบอกว่าน�้ำทะเลส่วนใหญ่มีความเค็มจาก เกลือที่ละลายอยู่ 35 ส่วนในพันส่วน เปิด หนังสือเล่มไหนก็บอกแบบนี้เหมือนกัน แม้ดู น่าเชื่อถือแค่ไหนก็ตาม แต่จะให้เชื่อในทันทีก็ มิเท่ากับเรามีชีวิตอยู่บนถ้อยค�ำหรอกหรือ? ใน เมื่อน�้ำทะเลแต่ละที่มีเกลือละลายอยู่ไม่เท่ากัน ฤดูกาลเองก็มสี ว่ น ทะเลปิดกับมหาสมุทรความ เค็มก็ต่างกัน และเราก็ไม่รู้หรอกว่า 35 ppt ที่ว่านัน้ มันเค็มแค่ไหน หรือถ้าให้เดา เราก็คง คิดว่ามันเค็ม สามัญส�ำนึกก็บอกว่ามันเค็ม แต่ นัน่ มันก็เป็นเพียงการคาดคะเนของเรา หากมัน ไม่เค็มอย่างที่คิดล่ะ เราจะไม่พลาดความจริง ไปหรอกหรือ? น�ำ้ ทะเลไม่เค็ม มีดว้ ยหรือ? ทะเลทีไ่ หนทีไ่ ม่เค็ม ผู้เขียนใคร่ขอเล่าถึงเหตุการณ์ เหตุการณ์หนึง่ เมื่อหลายสิบปีก่อน มีเรือล�ำหนึง่ แล่นเข้าไปใน แม่นำ�้ อเมซอนเป็นครัง้ แรก การเดินทางครัง้ นัน้ เป็นการเดินทางที่ยาวนาน จนน�้ำดื่มในเรือ หมดลง โชคดีมีเรืออีกล�ำผ่านมา เรือล�ำนีจ้ ึงได้ ส่งสัญญาณออกไปว่า “พอมีน�้ำจืดแบ่งให้ได้บ้างไหม?” เรืออีกล�ำจึง ส่งสัญญาณกลับมาว่า “ถ้าอยากกินก็หย่อนถัง ลงไปตักเอาในแม่นำ�้ สิ”

จึงคิดว่าแม่น�้ำอเมซอนนี้เป็นมหาสมุทรอยู่ ซึ่ง บางครั้งความคุ้นเคยก็อาจตบตาเราเช่นเดียว กับลูกเรือผู้นกี้ ็เป็นได้ มาถึงตอนนี้แล้ว จะมีค�ำอธิบายใดที่ดีไปกว่า การการลองชิ ม ความเค็ ม ของน�้ ำ ทะเลด้ ว ย ตัวเราเองได้อีกเล่า เพราะต่อให้ความรอบรู้ ความเข้าใจของเรา จะลึกซึ้งแค่ไหนแต่เมื่ออยู่ เบื้องหน้าประสบการณ์ที่แท้จริงแล้ว ความคิด อ่านเหล่านัน้ ไม่ต่างอะไรกับตะเกียงดวงน้อยที่ อยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ ตะเกียงน้อยๆ ย่อม คล้ายดั่งอับแสง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรู้จักตัวเอง ซึ่งเป็นการ เรียนรู้ภายใน ที่เราต้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นในตัว เรา เราไม่สามารถใช้การคิดนึกหรือจากฟังจาก ค�ำบอกเล่าของผู้ใด ในการเข้าใจตัวเรา เรา ต้องคอยมอง ความคิด ความโกรธ ความกลัว ความรัก ความริษยา มองอารมณ์ต่างๆ ที่เกิด ขึ้นในใจเรา เฝ้าสังเกตมัน ค่อยๆ ท�ำไป และ แม้การรู้จักตัวเองเป็นเรื่องที่ยากที่สุดเรื่องหนึง่ แต่เป็นเรื่องส�ำคัญที่ต้องท�ำ การทีเ่ รายังสับสนกับความทุกข์ความสุขในโลก เพราะเรายังไม่รจู้ กั ตัวเราเอง หากเรารูจ้ กั ตัวเอง ดีพอแล้ว เราจะรู้จักโลกอย่างถูกต้องตามที่ เป็นจริงไปพร้อมกัน โดยไม่ตอ้ งใช้ความพยายาม ใดๆ เราจะพบค�ำตอบทีใ่ ครก็ไม่สามารถให้คำ� ตอบ นัน้ ได้นอกจากตัวของเราเอง ผูเ้ ขียนคงไม่พดู มากไปกว่านีแ้ ล้ว เชือ่ ว่าผูท้ อี่ า่ นมาจนจบได้ ทุกท่านล้วนมีนักแสวงหาที่แท้จริงอยู ่ ในจิ ต วิญญาณ และนักแสวงหาผู้นนั้ ก็พร้อมแล้ว ที่จะออกแสวงหาค�ำตอบนั้นด้วยตัวของเค้า เอง.... บนพื้นฐานจิตใจที่ใฝ่ดี

เราต้องคอยมอง ความคิด ความโกรธ ความ ด้วยความที่ลูกเรือล�ำนี้เป็นคนญี่ปุ่น คุ้นเคย กลัว ความรัก ความริษยา มองอารมณ์ตา่ งๆ ที่เกิดขึ้นในใจเรา เฝ้าสังเกตมัน ค่อยๆ ทำ�ไป แต่กับการแล่นเรือไปตามแม่น�้ำสายเล็กๆ เขา และแม้ ก ารรู้ จั ก ตั ว เองเป็ น เรื่ อ งที่ ย ากที่ สุ ด เรื่องหนึ่ง แต่เป็นเรื่องสำ�คัญที่ต้องทำ�

ความสุขใจ


22

หน้านี้...ลูกโยคีจอง

ความรู้สึก ที่มีต่อค่ายจิตสดใสวัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญา เรื่องและภาพ เอิงเอย

กิจกรรมที่หนูชอบที่สุดคือ เดินจงกรมค่ะ... ได้ฝึกจิตของเราให้ ไม่วอกแวก ไม่คิดฟุ้งซ่าน ใจเราก็ จ ะสะอาด เพราะการที่ เ ราเหม่ อ ฟุ้งซ่าน คิดเรื่องไม่ดีมากมาย ก็เหมือนเรา เอาขยะมาเก็บไว้ในใจ จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


23

สวัสดีค่ะ หนู น.ส.วาทิตยา แสนปัญญา หรือเอิงเอยนะคะ อยู่ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 แผนการเรียนศิลป์ - ภาษาจีนค่ะ หนูเป็นคนที่มีนิสัยประเภทท�ำอะไรค่อนข้างสุดๆ ซึ่งสุด เกินไป ไม่ค่อยพอดี บวกกับเป็นคนที่ค่อนข้างจะจริงจัง กับชีวิต เช่น ตั้งใจท�ำให้อะไรก็จะจริงจังสุดๆ เต็มที่กับ ชีวิต แต่พอถึงคราวจะขี้เกียจ หรือเล่นๆ แล้วล่ะก็ ก็จะ ขี้เกียจสุดๆ จะฮาก็สุดๆ โมโหก็สุดๆ สู้ก็สู้สุดๆ และมีอีก เหตุหลัก คือ เป็นคิดมาก ก็เลยเครียดบ่อยๆ พอเริ่มขึ้น ม.4 ชีวิตก็เริ่มเครียดมากขึ้น เพราะเราต้อง เก็บคะแนนเพื่อไปแอดมิชชั่นใช่ไหมคะ ซึ่งข้อดีของการ เป็นคนจริงจัง ท�ำให้หนูได้เกรดเฉลี่ย ม.4 เทอม 1 สูงที่สุด ในสายศิลป์ภาษาทั้งหมด (รร. มีศิลป์ภาษาทั้งหมด 4 สาย คือ ญี่ปุ่น จีน เยอรมัน ฝรั่งเศส ซึ่งหนูอยู่แผนจีน) แต่พอ เทอม 2 หนูก็เริ่มปล่อยๆ ค่ะไม่จริงจังอะไรมาก เหมือนกับ พอได้มาแล้วมันก็ไม่ตื่นเต้นแล้วอ่ะค่ะ ฮ่าๆ ก็เลยมีคนมา เป็นที่ 1 แทนหนูค่ะ แต่เกรดหนูก็ไม่ได้แย่ลงมาก ชีวิต ม.ปลายก็ค่อนข้างหนักค่ะ เพราะการบ้านเยอะมาก ไหน จะต้องเรียนพิเศษอีก ด้วยความที่คุณแม่ก็รู้ว่าหนูเป็น คนแบบนี้ คือเครียดง่าย อารมณ์ขึ้นลง แต่หนูกม็ วี ธิ กี าร พัฒนาปรับปรุงแก้ไขคือ การปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ ปรึกษา

อาจารย์ ไปนัง่ สมาธิในวันพระบ้าง ตามโอกาส แต่กอ่ นก็เคยได้ไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดปากน�้ำ ภาษีเจริญ ตอน ม.ต้น กับคุณแม่ด้วยค่ะ ซึ่งหนูว่าเป็นอะไรที่ดีมาก ที่เราจะได้ให้จิตของ เราอยู่กับสติตลอด รู้ทันจิตของตัวเอง และส�ำรวมกายวาจาใจ พอคุณแม่มาเจอว่า จะมีค่ายนี้ ก็มาถามหนู หนูก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลยค่ะ เพราะชอบอยู่ แล้ว พอได้ไปก็รู้สึกชอบมากๆ ค่ะ ที่นดี่ ีเกินกว่าที่คิดไว้ บรรยากาศดีมากๆ สงบเงียบ อากาศดี วิวทิวทัศน์ สวยงาม ปลอดภัย สะอาด อาหารอร่อย แต่สิ่งที่ส�ำคัญที่สุดที่หนู ได้รับมา คือ หลักธรรมค�ำสอนของพระพุทธองค์ค่ะ และการสอนของพระอาจารย์ ก็เป็น ค�ำสอนที่ง่ายต่อการเข้าใจ ไม่เครียด ฟังแล้วเข้าใจง่าย อีกทั้งยังมีค�ำกลอนดีๆ มากมาย คติค�ำสอนมากมายที่ได้จากที่นี่ แถมยังแอบแฝงมุกฮาๆ ให้ได้หัวเราะกันด้วยค่ะ การมาค่ายที่นี่ มีการแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ เพื่อให้ท�ำกิจกรรมได้ง่ายขึ้น หนูได้อยู่กลุ่มศีล การแบ่งกลุ่ม ท�ำให้เด็กสามัคคีกันค่ะ หนูได้รู้จักเพื่อนมากมายจากหลายจังหวัด ทุกคน นิสัยดีมากๆ ค่ะ ทุกวันนีก้ ็ยังติดต่อกันอยู่ค่ะ กิจกรรมทีห่ นูชอบทีส่ ดุ คือ เดินจงกรมค่ะ ซึง่ เป็นกิจกรรมทีท่ ำ� บ่อยมากทีส่ ดุ ในค่ายนี้ เหตุผล ที่หนูชอบคือ เพราะการเดินจงกรมท�ำให้เรามีสติรู้ตัว การจะเดินก้าวเท้าไปแต่ละก้าวเรา ต้องรูต้ วั เสมอว่าเราก�ำลังก้าวเท้านีน้ ะ ท�ำให้เราได้ฝกึ จิตของเราให้ไม่วอกแวก ไม่คดิ ฟุง้ ซ่าน ใจเราก็จะสะอาด เพราะการที่เราเหม่อ ฟุ้งซ่าน คิดเรื่องไม่ดีมากมายก็เหมือนเราเอาขยะ มาเก็บไว้ในใจ แต่พอท�ำกิจกรรมนี้เหมือนเรามีสติกับทุกย่างก้าวที่เราเดิน อากาศที่ค่าย ก็ดีมากๆ เพราะอยู่บนภูเขาท�ำให้เราเดินได้อย่างสบายใจ หนูชอบการมาค่ายครั้งนี้มาก และหนูก็คิดว่าหนูคงจะมาอีกแน่ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ

ข่าวดี ^^ ลูกโยคีคนใดมีเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันแบบนี้ หรือมีค�ำถามอยากถามหรือปรึกษาพระอาจารย์หรือครูๆ ก็สามารถเขียนส่งมาได้นะคะ ที่ goodkidshappy@yahoo.com พระอาจารย์และครูๆ พร้อมรับฟังลูกๆ ทุกเรื่องค่ะ ความสุขใจ


24

ห้องแนะแนว

ระยะปลอดภัย.... ของเพือ่ นต่างเพศ คำ�ถามโลกแตก ผูห้ ญิงกับผูช้ ายเป็นเพือ่ น กันได้จริงเหรอ? โดยเฉพาะวัยรุน่ วัยลอง อย่างพวกเรา ทีค่ วามแตกต่างระหว่างเพศดู เป็นเรือ่ งน่าตืน่ เต้น แล้วยิง่ สาวโสด หนุม่ โสด ด้วยแล้วล่ะก็ มักเกิดข้อกังขาว่าเป็นเพือ่ น สนิทและยังคิดซือ่ กันได้จริงอ่ะ?!?!?!

ข้อดีของการมีเพือ่ นซีต้ า่ งเพศ ความคิดที่ว่าชายหญิงเป็นเพื่อนกันจริงๆ ไม่ได้ ดูจะเป็นความคิดที่สุดโต่งไป หรือคง เพราะคนที่คิดลืมมองแง่มุมดีๆ ที่เราจะได้จากการมีเพื่อนต่างเพศนั่นก็คือ “มุมมองที่ แตกต่าง” โดยเฉพาะเรื่องที่เราไม่รู้เกี่ยวกับความคิดและพฤติกรรมสุดฉงนของแฟนหนุ่ม หรือแฟนสาวเรานั่นเอง

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑


25

ระยะปลอดภัย แค่ไหนถึงจะดี ถึงจะบอกใครต่อใครว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่...ฮอร์โมนในร่างกายบางทีก็แยกแยะไม่ได้ระหว่างเพื่อนกับเซ็กส์ ฉะนั้น การรักษา ระยะห่างระหว่างเพื่อนไม่ให้ก้าวข้ามความผิดพลาดและให้ความเป็นเพื่อนคงอยู่ตราบนานเท่านาน ต้องเข้าใจด้วยว่า

“สนิทกันขนาดไหนก็ตอ้ งมีระยะห่างทีพ ่ อดี” อย่าถึงเนือ้ ถึงตัว จำ�ไว้ว่าเพื่อนต่างเพศ เขาไม่เดินจูงมือกัน ไม่หอมแก้มกัน ไม่กอดกัน ต่อให้คุณไม่คิด

อะไร แล้วใครจะรู้ว่าพอทำ�ไปแล้วอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจผิดคิดไปไกลแล้วกลายเป็นเลยเถิด

แต่งตัวให้เหมาะสม “ผู้ชายก็ยังเป็นผู้ชายวันยังคํ่า” ต่อให้คุณมั่นใจว่าเขาไม่มีทางทำ�อะไรคุณ แน่ๆ แต่ใครจะรู้ ถ้าคุณยิ่งแต่งตัวโป๊ โชว์เนื้อหนังมังสามากเท่าไร ผู้ชายบางคนเขาจะคิดไปว่า คุณต้องการสื่ออะไรหรือเปล่า เซฟๆ ตัวเองด้วยการแต่งตัวแบบพอดีๆ ไม่ไปสะกิดต่อมเลือด กําเดาเพื่อนดีกว่านะ

ไม่เปิดโอกาส ชวนเพื่อนมาอ่านหนังสือที่บ้านตอนไม่มีใครอยู่หรือให้เพื่อนพาไป รักษาแผลใจกันสองต่อสองริมทะเล อะไรประมาณนี้ห้ามเด็ดขาด!!! บางทีคุณ อาจไม่ได้คิดไกลไปกว่าความไว้ใจ แต่กรณีที่กล่าวมา เปลี่ยนเพื่อนให้กลาย เป็นแฟนมานักต่อนักแล้ว ถ้ายังไม่อยากเสียเพื่อนสนิทคนนี้ไปจริงๆ เวลา ไปไหนมาไหน ชวนเพื่อนคนอื่นๆ ไปด้วยเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่าลืมว่าเพื่อนดีๆ หายาก ถ้าคุณพบเพื่อนดีๆ สักคนแล้ว อย่า ให้มิตรภาพดีๆ จบลงเพียงเพราะอารมณ์พาไป มารู้สึกตัวอีก ทีเพื่อนดีๆ หายไป เผลอๆ มองหน้ากันไม่ติดอีกต่างหาก

แอน นิเทศศาสตร์ ปี 2 สารภาพว่า กิบ๊ บัญชี ปี 1 บอกถึงข้อดีของการมีเพื่อน สนิทเป็นผู้ชายว่า “เวลาไปเที่ยวกลางคืน เพื่อนผู้ชายช่วยได้มากเลยค่ะ ถ้ามีใครมา เกาะแกะแล้วเราไม่ชอบ ก็ใช้เพื่อนเป็นแฟน บังหน้า เวลามีผู้ชายอยู่ในกลุ่มจะไม่ค่อยมี ใครกล้าเข้ามายุ่ง”

ฟุง้ วิศวะฯ ปี 1 เล่าว่า “ผม ไม่เข้าใจเวลาผู้หญิงงอนหรือ จู่ๆ ก็โกรธ พอเล่าให้เพื่อน สนิทที่เป็นผู้หญิงฟัง เธอจะ อธิบายอะไรๆ ที่เข้าใจยาก ได้เห็นภาพ ทำ�ให้ผมเข้าใจ แฟนมากขึ้น”

“เวลามีปัญหากั���แฟนชอบปรึกษาเพื่อน ผู้ชายมากกว่า บางทีเรื่องที่เราคิดไปเอง ผู้ชายเขาอาจไม่คิดอะไรเลย”

H

ความสุขใจ


26

ธรรมะออนไลน์ เรื่องและภาพประกอบ

จิตสดใส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑

faithbook


ค่ายจิตสดใส วัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญา

ค่ายจิตสดใส วัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญา ถือกำ�เนิดโดยความเมตตาของ ท่านพระอาจารย์มานพ อุปสโม เมื่อปี พ.ศ. 2551 ด้วยความคิดที่จะปลูกฝังศีลธรรมให้ กับเยาวชนไทย ได้เดินตามรอยบาทพระศาสดา เป็นค่ายศีลธรรมที่เน้นการภาวนาแนว สติปฏั ฐาน 4 เสริมด้วยกิจกรรมบูรณาการเสริมทักษะการดำ�เนินชีวติ ต่างๆ อาทิ มารยาท ชาวพุทธ ความกตัญญู ความมีน้ำ�ใจ อายตนะ-ขันธ์ 5 การฝึกหายใจกับโยคะอย่างง่าย เยาวชนจะได้ฟังธรรมะในรูปแบบธรรมะหรรษา เช่นหัวข้อ ภพภูมิ เบญจศีล เบญจธรรม พุทธประวัติ ความสุขจากการให้ เป็นต้น เมื่อผ่านการอบรมแล้ว เยาวชนจะสามารถเป็น ผู้เชื่อมโยงระหว่าง บ้าน วัด และโรงเรียน ให้กลายเป็นภาคีธรรมะ สร้างสรรค์สู่การเป็น สังคมแห่งสันติและความเมตตาต่อไป



Jidsodsai Mag 01