Issuu on Google+

Ã

¨´ËÁÒ¢‹ÒÇ ส¶าบันวิจัยและพั²นาสุ¢ภาพภาคใต้ (วพส.)

www.rdh.psu.ac.th

ͺÃÙŒสุ¢ÀาวÐใต้ à¡ÒеԴ-ÃÙŒ·Ñ¹ ปีทÕè 2 ©บับทÕè 7 ประจำาเดือนตุลาคม - ¸ันวาคม 2552

µŒÒ¹ÀÑÂ

ºุËรีè

คนไทย 12.5 ล้านคน ยÑงเ»šน·าสºุËรีè ·ารกไ·ยรѺพิษºุËรีèม×ÍสÍง นÑกเรียนใต้ 1 ใน 4 เสีèยงติ´ºุËรีè การสูººุËรีèเ»šน ‘Îาราม’ ตามºÑÞÞÑติÍิสลาม ??

¢¹ÁºÃèثͧ

ºÑ³±ÔµÍÒÊÒ ÃØ‹¹·Õè 5

¡ÃÐÊع¹Ñ´à´ÕÂÇ

¹éíÒÁѹ·Í´«éíÒ

¤ÇÒÁÊíÒàÃç¨Í‹ҧÂÑè§Â×¹

ËÇÁàµÔÁáçã¨

ÀÑยร้ายใกล้ตÑวเ´çก

ก่ÍมÐเรçง ÍÑนตราย

กѺ 31 สÐพานสู่ªุมªน

¢Íงกลุ่ม¼Ñก »ลÍ´สารพิษ

เ»ลีèยนไ´้·Ñéงªีวิต

สู่โรงเรียน กลางกรุ่นไฟใต้


New Movement

à¡ÒеԴ-ÃÙŒ·Ñ¹ µŒÒ¹ÀÑ ประเทศไทยเริ่มรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่มาตั้งแต่ปี 2529 และได้ลงนามในอนุสญ ั ญาแม่บทว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (WHO Framework Convention on Tobacco Control) ส่งผล ให้แนวโน้มอัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่จากกระแส การสื่อสารที่ทันสมัยและการประชาสัมพันธ์เชิงรุกของบริษัทผู้ ผลิตบุหรี่ รวมถึงบุหรี่สายพันธ์ใหม่ เช่น บุหรี่รสผลไม้ และควัน ละมุน ทำาให้การรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ทำาได้ยากขึ้น ส่งผล ให้การบริโภคบุหรี่ของคนไทยเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ºÃÔÉÑ·ºØËÃÕèâËÁÃØ¡µÅÒ´àÍàªÕÂ

ล่าสุด กลุ่มบริษัทผู้ผลิตบุหรี่รวมตัวกันจัดงาน TAB INFO ASIA 2009 หรืองานแสดงสินค้าและการประชุมของ อุตสาหกรรมยาสูบ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา โดย เชื่อว่าเป็นการขยายตลาดในประเทศไทยและเอเชีย ท่ามกลาง การวิพากษ์วิจารณ์และลงชื่อคัดค้านจำานวน 86,238 คน การ จัดงานดังกล่าวจะส่งผลเสียระยะยาวทัง้ ทางตรงและทางอ้อมต่อ นโยบายการควบคุมยาสูบ และสุขภาพของคนทั่วโลก

¤¹ä·Â 12.5 Ōҹ¤¹ Âѧ໚¹·ÒʺØËÃÕè

ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิรกิ ลุ ชัย ประธานคณะทำางานวิชาการ โครงการสำารวจการบริโภคยาสูบในผูใ้ หÞ่ระดับโลก เปดเผยว่า จากการสำารวจในปี 2552 พบว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีจำานวนผู้ บริโภคยาสูบรวม 12.5 ล้านคน โดย 7.9 ล้านคนสูบบุหรีซ่ องทีผ่ ลิต จากโรงงาน และ 7.4 ล้านคนสูบบุหรี่มวนเอง โดยมีประชากร จำานวนหนึ่งสูบบุหรี่ทั้งสองประเภท อัตราการบริโภคยาสูบชนิด มีควันในเพศชายเท่ากับ 45.6 % และเพศหญิง 3.1 % การสำารวจยังพบอีกว่า ร้อยละ 27.2 ของประชากรวัย ทำางาน หรือ 3.3 ล้านคน ได้รบั ควันบุหรีม่ อื สองในทีท่ าำ งาน และ ร้อยละ 39.1 ของประชากรผู้ใหญ่ หรือ 20.5 ล้านคนได้รับควัน 2

ºุËรีè

บุหรี่มือสองในบ้าน ประชากรที่สูบบุหรี่ซองเสียเงินซื้อบุหรี่เฉลี่ย เดือนละ 576 บาท ซึง่ เท่ากับร้อยละ 9.1 ของรายได้เฉลีย่ ต่อเดือน ที่ยังน่าเป็นห่วงคือประชาชนจำานวนมากที่ยังเข้าใจผิด ว่าการสูบยาเส้นมีอันตรายน้อยกว่ายาซอง ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุ หนึ่งที่ทำาให้ผู้ที่สูบยาเส้นไม่คิดที่จะเลิกสูบ

·Òáä·ÂÊÙ´ºØËÃÕèÁ×ÍÊͧ

จากการศึกษาเรื่อง “การได้รับควันบุหรี่มือสองใน เดçกทารกไทย: การศึกษาความชุกและป˜จจัยที่เกี่ยวข้อง” โดย พญ. วนพร อนันตเสรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ ซึง่ เป็นส่วนหนึง่ ของโครงการการศึกษาระยะยาวในเด็ก ไทยจาก 5 จังหวัดของไทย พบว่า เด็กทารกร้อยละ 47.2 อยู่ ในครอบครัวที่มีคนสูบบุหรี่ขณะเด็กอยู่ด้วย บิดาร้อยละ 56.6 มี พฤติกรรมสูบบุหรี่ขณะเด็กอยู่ด้วย โดยส่วนมากเป็นบิดาที่มีอายุ ระหว่าง 25-34 ปี หรือมากกว่า 44 ปี บิดาที่มีระดับการศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาหรือต่ำากว่า และบิดาที่เป็นมุสลิม สำาหรับผลการตรวจระดับ cotinine ในปัสสาวะจากเด็ก 725 คน พบว่า ร้อยละ 40.7 ตรวจพบสารดังกล่าว พบเด็ก 25 คน (ร้อยละ 3.4) มีระดับ cotinine สูงกว่า 100 นาโนกรัม/มิลลิลติ ร ซึง่ ถือเป็นระดับทีพ่ บในปัสสาวะผูใ้ หญ่ทสี่ บู บุหรีจ่ ดั และการตรวจ พบ cotinine ในปัสสาวะ มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำาคัญทาง สถิติกับบิดาที่มีการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาหรือต่ำากว่า

¹Ñ¡àÃÕ¹㵌 1 ã¹ 4 àÊÕ觵ԴºØËÃÕè

จากงานวิจยั เรือ่ ง “การสำารวจพÄติกรรมเสีย่ งต่อสุขภาพ และการใช้สารเสพติดของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในภาคใต้ พ.ศ. 2548” โดย รศ. พญ. สาวิตรี อัษณางค์กรชัย คณะแพทย ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า นักเรียนชายร้อยละ 20 และนักเรียนหญิงร้อยละ 4 เคยมีประสบการณ์สูบบุหรี่จน


New Movement หมดมวนมาแล้ ว นั ก เรี ย นสายอาชี พ และนั ก เรี ย นโรงเรี ย น เอกชนมีอตั ราการสูบบุหรีส่ งู กว่านักเรียนสายสามัญและนักเรียน โรงเรียนรัฐบาล สำาหรับทัศนคติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่นั้น พบว่า นักเรียนชายร้อยละ 41 และนักเรียนหญิงร้อยละ 32 กลับเพิก เฉยและไม่รังเกียจผู้สูบบุหรี่ ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยเรื่อง “พÄติกรรม สูบบุหรีข่ องนักเรียนไทยพุทธและไทยมุสลิม : อิทธิพลของสังคม หรือตัวบุคคล?” โดย รศ. ดร. ดวงมณี จงรักษ์ และ อ.เพ็ญประภา ปริญญาพล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งสรุปและวิเคราะห์ผลการวิจัยว่า ผู้สูบ บุหรี่อายุน้อยที่สุดในนักเรียนไทยพุทธและไทยมุสลิม คือ 12 ปี โดยนักเรียนทั้งสองกลุ่มนิยมใช้บ้านเพื่อนและโรงเรียน โดย เฉพาะในห้องน้ำาโรงเรียนเป็นสถานที่สูบบุหรี่ การมีเพือ่ นส่วนมากทีส่ บู บุหรีท่ าำ ให้นกั เรียนมีโอกาสทีจ่ ะ สูบบุหรี่เป็น 6.087 เท่าในนักเรียนไทยพุทธ และ 19.786 เท่า สำาหรับนักเรียนไทยมุสลิม เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่มีเพื่อนส่วนมาก สูบบุหรี่ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการลดโอกาสสูบบุหรี่ในนักเรียนทั้ง สองกลุม่ คือ การได้รบั ความสนับสนุนกำาลังใจจากครอบครัวและ การเลี้ยงดูแบบรับรู้ข้อมูล ในขณะเดียวกัน การเลี้ยงดูแบบเข้ม งวดจะเพิ่มโอกาสการสูบบุหรี่ของนักเรียน

¹Ñ¡·‹Í§à·ÕèÂÇàË繪ͺ ¡®ËÁÒ»ÅÍ´ºØËÃÕèã¹ÅÍººÕéâçáÃÁ

ทางด้านภาคเอกชนนั้น รศ. พญ. วิไลวรรณ วิริยะไชโย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปดเผยว่า จาก โครงการวิ จั ย เรื่ อ ง “ทั ศ นคติ ข องนั ก ท่ อ งเที่ ย วต่ อ การออก ก®หมายห้ามสูบบุหรี่บริเวณลอบบี้ของโรงแรม” พบว่านักท่อง เที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 80.9 เห็น ด้วยกับการออกกฎหมายห้ามสูบบุหรีบ่ ริเวณห้องโถงของโรงแรมที่ ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2549 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวผู้ให้ข้อมูล เกินครึ่งบอกว่าไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจมาเที่ยวเมืองไทย ในขณะที่กว่า 1 ใน 3 ยอมรับว่าอยากมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

ÁØÊÅÔÁ¡Ñº¡ÒÃÊÙººØËÃÕè

นพ.สวัสดิì รามบุตร ที่ได้นำาเสนอมุมมองการสูบบุหรี่ ของมุสลิมในบทความ “มุสลิมกับการสูบบุหรี่” ว่า การนิยมสูบ บุหรี่ในประชากรของประเทศมุสลิมหลายประเทศมีอัตราสูง โดยเฉพาะในประเทศอิ นโดนี เ ซี ย ที่ ป ระชากรชายร้ อ ยละ 59 นิ ย มสู บ บุ ห รี่ สำ า หรั บในประเทศไทย โดยเฉพาะใน ภาคใต้อัตราการสูบบุหรี่ของกลุ่มดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ ภาคอื่น ๆ โดยจังหวัดที่มีอัตราสูงถึงร้อยละ 47-53 ได้แก่ สตูล ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม แม้ในศาสนาอิสลามจะไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้าม สูบบุหรี่ไว้อย่างชัดเจน เนื่องจากในยุคของท่านศาสดามูÎัมมัด (ซล) ยังไม่มีใบยาสูบและการสูบบุหรี่ อย่างไรก็ตาม มีหลักฐาน

5 อย่างในบัญญัติอิสลามที่ใช้ในการตัดสินว่าการสูบบุหรี่เป็น Îาราม (สิ่งต้องห้าม) ได้แก่ 1. เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเอง 2. เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ที่อยู่ใกล้เคียง 3. เป็นสิ่งเสพติด 4. ก่อความรำาคาญแก่ผู้ที่อยู่ใกล้เคียง 5. เป็นสิ่งฟุ†มเฟือย ดังนั้น เราควรร่วมรณรงค์ต่อต้���นการสูบบุหรี่ โดย ดำาเนินการพร้อมกันใน 2 ด้าน ได้แก่ - การป‡องกันไม่ให้เยาวชนริเริม่ การสูบบุหรี่ โดยการให้ ความรู้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดบุหรี่ และไม่แสดงตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน - ช่วยเหลือแนะนำาและให้กำาลังใจแก่ผู้ที่ติดบุหรี่ให้เข้า รับการบำาบัดและเลิกสูบบุหรี่ Ù¡¡®ËÁÒ ¶ Ò Œ ¤ ¹ Ô Ê ¹ š à» “ÂÒÊÙº Á×èÍ㪌µÒÁ·Õè à è Õ · Ç Â Õ à´ § Ò ‹ à¾Õ§Í ×Í ÅŒÇ ¦‹Ò¤Ø³Ëà á Ò í ¹ Ð ¹ á µ Ô Å ¼ÙŒ¼ ä´Œ” ·íÒãËŒ¤Ø³»†ÇÂ

ention ework Conv WHO, Fram o Control, 2005 on Tobacc

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำาให้เห็นว่าสถานการณ์ การบริโภคบุหรีท่ งั้ ในระดับประเทศ และระดับท้องถิน่ ภาคใต้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบายจึง ควรเร่งให้ความสำาคัญกับการรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน ตลอดจนเข้มงวดกับผู้ผลิตและจำาหน่ายบุหรี่มากยิ่งขึ้น และ ทุกหน่วยงานควรร่วมมือร่วมใจทำาทุกวิถีทางที่จะต่อต้านภัย คุกคามจากบุหรี่ อย่างไรก็ตาม การดำาเนินงานทัง้ ในระดับป¯ิบตั แิ ละ นโยบายไม่สามารถดำาเนินงานได้อย่างเต็มทีเ่ นือ่ งจากขาดองค์ ความรูท้ เี่ หมาะสมสำาหรับการขับเคลือ่ นการทำางาน ศูนย์วจิ ยั และจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และ สำานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) จึง ได้จัดงานประชุม เครือข่ายนักวิจัยในการวิจัยเชิงนโยบาย และประเมินผลด้านการควบคุมยาสูบ (ภาคใต้) ขึ้นในวัน ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552 โรงแรมโกลเด้นคราวน์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อร่วมกันอภิปรายโจทย์วิจัยที่สำาคัญ ทั้ งในระดั บ ประเทศ และระดั บ ภู มิ ภ าค จนพั ฒ นาเป็ น กระบวนการในการแก้ไขปัญหาการบริโภคการควบคุมยาสูบ อย่างเป็นระบบ สำ า หรั บ ผู้ ส นใจเข้ า ร่ ว มการประชุ ม ดั ง กล่ า ว สอบถามข้อมูลและสำารองทีน่ งั่ ได้ที่ โทร. 074-455150 หรือ cantik5@hotmail.com 3


งานวิจÑยน่ารู้

¢¹ÁºÃèثͧÀÑยร้ายใกล้ตÑวเ´çก สำาหรับเด็ก นอกจากจะรับประทานอาหารมื้อหลักแล้ว ยั ง นิ ย มบริ โ ภคขนมและอาหารว่ า ง โดยภาวะโภชนาการ เหล่านี้จะมีผลต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ขนมส่วนมากมักถูกปรุงแต่งเพื่อดึง ดูดใจเด็ก โดยไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายแฝงของสารที่เติมใน อาหาร และการเจ็บป†วยซึ่งเป็นผลจากการบริโภคอาหารที่ ไม่ถูกสุขลักษณะ พ Þ.พิ ม ลา อารี ย ์ ก ุ ล ภาควิ ช ากุ ม ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปดเผยว่า จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “ความปลอดภัยของขนมบรรจุ«องใน โรงเรียนชั้นประถมศึกษา อÓเภอหาดใหÞ่ จังหวัดสงขลา” เพื่อศึกษาชนิดของขนมบรรจุซองที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาใน อÓเภอหาดให ญ่บริโภค และความปลอดภัยของอาหารเกี่ยวกับ ฉลากและลักษณะกายภาพ การปนเปื้อนสีสังเคราะห์และโคลิ ฟอร์มแบคทีเรีย* เพือ่ นÓผลการวิจยั ไปใช้เป็นข้อมูลในการแนะนÓ เด็ก ผูป้ กครอง โรงเรียน และผูเ้ กีย่ วข้องเพือ่ ควบคุมความปลอดภัย ของขนมในโรงเรียน รวมถึงใช้ในการดÓเนินการแก้ไขและวาง แผนป้องกันปัญหาด้านโภชนาการและสุขภาพเด็กต่อไป ผลจากการวิจยั พบว่า นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาในอำาเภอ หาดใหญ่นิยมบริโภคขนมบรรจุซองคิดเป็น 0.14 ซอง/คน/วัน โดยขนมที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ คุ้กกี้ มันฝรั่งทอด/อบกรอบ สาหร่าย และขนมแป้งข้าวโพดทอด/อบกรอบ และเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าร้อยละ 20 ของขนม เหล่านี้ไม่มีเครื่องหมายขององค์การอาหารและยา โดยแบ่ง เป็นขนมแบ่งขายเป็นถุงร้อยละ 16 และขนมผลิตในท้องถิ่น ร้อยละ 4 “àÁ×è͵ÃǨÊͺà¾ÔèÁàµÔÁ àÃÒ¾ºÇ‹Ò 1 ã¹ 4 ¢Í§ºÃÃ¨Ø Àѳ±¢Í§¢¹Á¾Ç¡¹ÕéäÁ‹ÁÕà¤Ã×èͧËÁÒ ÍÂ. ã¹¢³Ðà´ÕÂǡѹ ºÃèØÀ³ Ñ ±·ÁèÕ ÊÕ ÞÅÑ Ñ ¡É³ÍÒËÒÃáÅÐÂÒÍÕ¡¨Ó¹Ç¹Ë¹Ö§è »ÃÐÁÒ³ ÃŒÍÂÅÐ 4 äÁ‹ä´ŒÃкØÇѹ¼ÅÔµáÅÐÇѹËÁ´ÍÒÂØ ¹Í¡¨Ò¡¹ÕéÂѧ¾º

¼ลการศÖกษา ความปลอดภัย¢อง¢นมบรรจุ«อง ในโรงเรียนªÑéน»รжมศÖกษาÏ ¢¹Á·Õèà´ç¡¹ÔÂÁ 䴌ᡋ ¤ØŒ¡¡Õé ¢¹ÁÁѹ½ÃÑè§ ÊÒËËÒ ¢¹Áệ§¢ŒÒÇâ¾´·Í´/ͺ¡Ãͺ 1 ã¹ 4 ¢Í§¢¹Á·ÕèÊíÒÃǨäÁ‹ÁÕà¤Ã×èͧËÁÒ ÍÂ. ÃŒÍÂÅÐ 4 äÁ‹ä´ŒÃкØÇѹ¼ÅÔµáÅÐËÁ´ÍÒÂØ ¾º¢¹ÁºÃèثͧ¨íҹǹ˹Öè§ËÁ´ÍÒÂØáÅŒÇ ¢¹Á¡ÅØ‹ÁÁѹ½ÃÑ觷ʹ/ͺ¡ÃͺÌÍÂÅÐ 10 ¢¹Á¡ÅØ‹ÁÊÒËËÒÂÃŒÍÂÅÐ10 ¢¹Á¡ÅØ‹Á¢ŒÒÇâ¾´·Í´/ͺ¡ÃͺÌÍÂÅÐ 4

}

»¹à»„œÍ¹ â¤ÅÔ¿ÍÏÁ Ấ·ÕàÃÕÂ

¢¹ÁºÃèثͧ·ÕèËÁ´ÍÒÂØáÅŒÇÍÕ¡¨Ó¹Ç¹Ë¹Ö觴ŒÇ” นั ก วิ จ ั ย กล่ า วอี ก ว่ า เมื ่ อ ตรวจสอบเฉพาะขนมที ่ เด็ ก นิ ย มบริ โ ภคมากที ่ ส ุ ด พบการปนเปื ้ อ นของโคลิ ฟ อร์ ม แบคที เ รี ย ในขนมกลุ ่ ม มั น ฝรั ่ ง ทอด/อบกรอบร้ อ ยละ10 ขนมกลุ่มสาหร่ายร้อยละ10 ขนมกลุ่มข้าวโพดทอด/อบกรอบ ร้อยละ 4 พญ .พิมลา ยังได้ให้ข้อเสนอแนะอีกว่า ขนมบรรจุ ซองจÓนวนมากอาจไม่ปลอดภัยสÓหรับเด็ก ดังนั้นโรงเรียนควร กÓหนดนโยบายในการควบคุ ม การขายขนมบรรจุ ซ องใน โรงเรี ย น ให้ ม ี ม าตรฐานความปลอดภั ย ตามมาตรฐานของ องค์การอาหารและยา โดยขนมบางชนิดซึ่งเป็นขนมบรรจุซอง ย่อยที่แบ่งจากขนมถุงให ญ่ ควรกÓหนดให้มีการติดวันผลิตและ วันหมดอายุตามขนมถุงให ญ่ สÓนักคุณภาพอาหารและยาและ โครงการอย.น้อย ควร มีการสุ่มตรวจสอบมาตรฐานของขนมที่ได้รับสัญลักษณ์อาหาร และยาแล้ ว เป็ น ระยะ ๆ และ อย. ควรกÓหนดให้ ข นม ในโรงเรียนได้รับตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่Óเสมอ * โคลิฟอร์มและแบคทีเรียบางชนิดอาจทÓให้มีผล กระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ ลÓไส้อักเสบ อาเจียน มีอาการ ดีซ่านได้ และสัมพันธ์กับอาการปวดศีรษะและอ่อนเพลีย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ

4

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัย ติดต่อฝ†ายสื่อสารสาธารณะ วพส. โทร. 074-455150 หรือ www.rdh.psu.ac.th


งานวิจÑยน่ารู้

ÍÒËÒ÷ʹ«éÓ ก่ÍมÐเรçง ÍÑนตราย ! อาหารทÕèผ่านการทอดมักเสืèอมคุ³ภาพล งด้วยป¯ิกิริยาเคมÕต่าง æ และเปšนสาเหตุให้ เกิ´การสลายตÑว¢Íงกร´ไ¢มÑนจÓเ»šนในÍาËาร·Ó ใË้เกิ´ÍนุมูลÍิสรÐ

ผลิตภัณฑ์อาหารทอด ทั้งอาหารพร้อมปรุงและอาหาร สÓเร็จรูป เช่น ไก่ทอด บะหมี่กึ่งสÓเร็จรูป โดนัท มันฝรั่งทอด และผลไม้ทอด ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ ดังนั้นน้Óมันจึงเข้า มามีบทบาทในการดÓรงชีวิตของทุกคน อย่างไรก็ดีน้Óมันและผลิตภัณฑ์อาหารที่ผ่านการทอด มักเสื่อมคุณภาพลงด้วยป¯ิกิริยาเคมีต่าง ๆ และเป็นสาเหตุให้ เกิดการสลายตัวของกรดไขมันจÓเป็นในอาหารทÓให้เกิดอนุมูล อิสระ อาจเป็นตัวก่อให้เกิดสารทีเ่ ป็นอันตรายหรือสารพิษขึน้ เช่น สารก่อมะเร็ง หรือสารก่อการกลายพันธุ์ ผศ. เสาวลักษณ์ จิตรบรรเจิดกุล และ ดร.วรพงษ์ อัศวเกศมณี จากภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะอุตสาหกรรม เกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงทำาการวิจัยเรื่อง “ผล ของการใช้ น ้ Ó มั น ทอด«้ Ó ต่ อ คุ ณ ภาพของน้ Ó มั น ทอด และ ผลิตภัณฑ์อาหารทอด : กรณีศึกษาในไก่ทอดและปาท่องโกŽ” เพื่อศึกษาถึงผลของการทอดซ้Óที่มีต่อคุณภาพของน้Óมันและ ผลิตภัณฑ์อาหารหลังการทอด รวมถึงการเกิดสารบางชนิดทีอ่ าจ จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังซึ่งจะช่วย ลดความเสี่ยงจากการบริโภคอาหารทอดเหล่านี้ พบว่า ระยะเวลาการใช้งานน้Óมันทอดนานขึน้ คุณภาพ ของน้Óมันจะยิ่งต่Óลง โดยพิจารณาจากสีลักษณะและคุณสมบัติ ทางเคมี โดยอุณหภูมิที่ใช้ทอดไก่อยู่ระหว่าง 170 Cำ – 190 Cำ เวลาทอด 12-18 นาที ขึ้นกับชนิดและขนาดของชิ้นไก่ รวมถึง ปริมาณน้Óมันที่ใช้ด้วย ระยะเวลาของน้Óมันที่ใช้สามารถใช้ได้ นานถึง 9 ชั่วโมง/วัน การทอดโดยใช้น้Óมันเดิมทอดซ้Óใช้

ได้ไม่เกิน 4 วัน และการใช้น้Óมันทอดซ้Óโดยเติมน้Óมันใหม่ ทุกวัน สามารถใช้งานได้ถึง 8 วัน ส่วนปาท่องโกŽควรใช้อณ ุ หภูมทิ อดประมาณ 170 Cำ เวลา ประมาณ 5 นาที ระยะเวลาการใช้งานน้Óมัน สามารถใช้ได้ถึง 10 ชั่วโมง/วัน การทอดโดยใช้น้Óมันเดิมทอดซ้Ó ใช้ได้ไม่เกิน 5 วันและการใช้น้Óมันทอดซ้Óโดยเติมน้Óมันใหม่ทุกวันสามารถใช้ งานได้มากกว่า 60 วัน การทอดด้วยแนวทางดังกล่าวนี ้ จะช่วยให้ ปริมาณโพลาร์ของน้Óมันต่าำ กว่า 25% ซึง่ ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ของกระทรวงสาธารณสุข “ËÒ¡¤Ó¹Ö§¶Ö§¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑ¢ͧÍÒËÒÃáÅŒÇ ¡Ò÷ʹ ÍÒËÒäÇÃ㪌ÍسËÀÙÁÔÃÐËÇ‹Ò§ 160-190 Cí ¨ÐàËÁÒÐÊÁ·ÕèÊØ´ áÅФÇÃ㪌·Í´ÍÒËÒõ‹Íà¹×èͧÃͺà´ÕÂÇÀÒÂã¹àÇÅÒ 8-10 ªÑ è ÇâÁ§ áÅŒ Ç äÁ‹ ¤ ÇùÓÁÒ㪌 ã ËÁ‹ ᵋ ã ¹àªÔ § ¡ÒäŒ Ò äÁ‹ ÊÒÁÒö·Óä´Œà¹×èͧ¨Ò¡¨ÐÁÕµŒ¹·Ø¹ÊÙ§ ´Ñ§¹Ñé¹¼ÙŒ«×éÍËÃ×ͼٌºÃÔâÀ¤ ¨Ö§¤ÇÃãËŒ¤ÇÒÁÊÓ¤ÑÞ㹡ÒÃàÅ×Í¡«×Íé ÊÔ¹¤ŒÒàËÅ‹Ò¹Õé â´Â¾Ô¨ÒÃ³Ò ¨Ò¡ÊÕ á ÅÐÅÑ ¡ ɳТͧ¹é Ó ÁÑ ¹ ·Õ è ¼ Ù Œ » ÃØ §ãªŒ ´ Œ Ç Â” นั ก วิ จ ั ยให้ ข้อเสนอแนะ อย่างไรก็ดี สีของน้Óมันและผลิตภัณฑ์สุดท้ายเป็นตัวชี้ วั ด สÓคั ญ มาก ซึ ่ ง ถู ก นÓมาใช้ พ ิ จ ารณาการสิ ้ น สุ ด ระยะ เวลาการใช้งานน้Óมันทอด ทั้งนี้ผู้ใช้น้Óมันทอดต้องใช้ความ สามารถและประสบการณ์เฉพาะตัวตัดสิน เนื่องจากน้Óมัน หลังทอดอาหารแต่ละชนิดมีสีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ทางเคมีตามธรรมชาติและส่วนประกอบต่าง ๆ ทีใ่ ช้ในอาหารด้วย

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัย ติดต่อฝ†ายสื่อสารสาธารณะ วพส. โทร. 074-455150 หรือ www.rdh.psu.ac.th

5


6

รายงานพิเศษ

ปี วพส.

กับการทำ�งานในภาคใต้

สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) จัดตั้ง ขึ้นโดยความร่วมมือของสำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ (สสส). สำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจยั (สกว.) และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เป็นการขยายกิจการ จากหน่วยระบาดวิทยาซึ่งศึกษาโรคในภาคใต้ให้ครอบคลุมสาขา วิชาและปัญหาสุขภาวะในภาคใต้มากขึ้น ตั้งแต่จัดตั้งมาในปี พ.ศ. 2547 วพส. ให้ความสำ�คัญ กับเรือ่ งการพัฒนาและแก้ปญ ั หาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น งานหลัก นอกเหนือจากการพัฒนาสุขภาวะภาคใต้โดยทั่วไป ผล งานที่ผ่านมาที่สำ�คัญ ได้แก่ การศึกษาความเป็นไปได้ในการ ขยายบทบาทคณะแพทยศาสตร์และพยาบาลศาสตร์ ซึ่งนำ�ไป สูโ่ ครงการของคณะแพทยศาสตร์ และคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ โดยร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการผลิต แพทย์และพยาบาลสำ�หรับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ในเวลา ต่อมา

6

นักวิชาการอื่น ๆ ที่ วพส. เข้าไปชักชวนและสนับสนุน ให้ ทำ � งานวิ ช าการเพื่ อ สุ ข ภาวะภาคใต้ ได้ แ ก่ กลุ่ ม สาขา อุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งช่วยเหลือและร่วมมือกับชาวบ้านใน การพั ฒ นาผลิ ต ภั ณ ฑ์ อ าหารที่ ป ลอดภั ย ต่ อ สุ ข ภาพ โดยเป็ น วิสาหกิจชุมชนในภาคใต้ รวม 12 รายการ วพส. ร่วมกับสำ�นักวิจยั และพัฒนา มอ. จัดตัง้ เครือข่าย วิจยั ชุมชน มอ. ซึง่ เป็นแกนในการแก้ปญ ั หาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้กับชาวบ้านที่มีความต้องการ รวมทั้งสิ้น 50 รายการ โดยความร่วมมือกับผู้มีประสบการณ์ด้านการพัฒนา ชุมชนในพื้นที่ภาคใต้และภาคอื่น ๆ ของประเทศ วพส. จัดตั้ง โครงการบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ บอ. มอ. ในปี พ.ศ. 2547 เพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้มีเจตคติและ ความสามารถในการทำ�งานร่วมกับชุมชน และเป็นสะพานเชื่อม ระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และชุมชน จนถึงปัจจุบัน บัณฑิตอาสาผ่านการอบรมเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว 74 ราย โครงการ ในชุมชนที่ยังคงดำ�เนินอยู่อย่างเข้มแข็ง 20 ชุมชน บัณฑิตอาสา จบไปแล้วทำ�งานในหน่วยงานต่าง ๆ รวม 46 หน่วยงาน ความรุนแรงในภาคใต้ทำ�ให้เกิดคณะกรรมการอิสระเพือ่ ความสมานฉันท์ (กอส.) เพื่อแก้ปัญหาในภาคใต้ วพส. ได้ร่วม กับ กอส. จัดตั้งศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ ได้ รั บ ผลกระทบจากเหตุ ค วามไม่ ส งบจั ง หวั ด ชายแดนใต้ (ศวชต.) ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ใน ปี 2549 เพื่อจัดทำ�ฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบเพื่อใช้ในการ ติดตามให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยมีกิจกรรมสนับสนุนที่ สำ�คัญ คือการเยี่ยมเยียนให้กำ�ลังใจ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและ ครอบครัวผู้เสียชีวิตให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เขา พึงได้รับชดเชย และให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูอาชีพ และช่วย


รายงานพิเศษ เหลือผู้เคราะห์ร้ายอื่น ๆ ตลอดจนจัดอบรมเทคนิคการเยียวยา ให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่เยียวยาในพื้นที่ ต่อมา จัดตั้งสำ�นักงาน ศวชต. ที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา โดยรวมได้ให้ความ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้วทั้งสิ้น 134 ราย และจัดอบรม เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเยียวยา 31 ครั้ง หลังพิบตั ภิ ยั สึนามิ ผูอ้ �ำ นวยการ วพส. ได้เดินทางเข้าไป พื้นที่ จ.อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเชียะกัวลาร์ ซึ่งต่อ มาได้รับทุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเล่อร์และมูลนิธิโรเบิร์ตวู๊ดจอห์น สันช่วยให้อาจารย์พยาบาลจากสถาบันดังกล่าวจำ�นวน 7 ราย มาศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมทั้งช่วยแนะนำ�และกำ�กับการจัดตั้งอาสาสมัครเพื่อสุขภาวะ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิและที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ความรุนแรงใน จ.อาเจะห์ รวม 6 แห่ง มีการแลก เปลีย่ นอาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษา บัณฑิตอาสาและชาวบ้าน ทั้งฝั่งไทยและอินโดนีเซีย เดินทางแลกเปลี่ยนเยี่ยมเยียนเรียนรู้ ซึ่ ง กั น และกั นในเรื่ อ งการพั ฒ นาชุ ม ชน การเยี ย วยาผู้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบ และการเตรียมรับภัยพิบัติ ต่อมาขยายความร่วมมือ ไปยังสาขาเกษตร ซึง่ ได้รบั ความร่วมมือจากมูลนิธแิ ม่ฟา้ หลวงซึง่ ดำ�เนินการอยู่แล้วในอาเจะห์เช่นกัน ทางด้านการศึกษา วพส. ได้กระตุ้นและสนับสนุนให้มี การวิจยั และพัฒนาชุดการเรียนการสอนเชิงพหุวฒ ั นธรรม โดย ใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น งานศิลปะ นิทาน วรรณกรรม และการ เรี ย นแบบมี ส่ ว นร่ ว ม โดยอาจารย์ จ ากคณะศึ ก ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และได้จัดอบรมให้ครูชั้นประถม ศึกษาในจังหวัดปัตตานี รวมแล้ว 20 โรง 150 ท่าน ต่อมา ได้ รับการสนับสนุนจาก UNESCO จัดอบรมเพิ่มเติมอีก 20 โรง จำ�นวน 80 ท่าน วพส. ได้จดั ตัง้ เครือข่ายการเรียนรูร้ ว่ มกันเพือ่ สุขภาวะ จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีสถาบันที่เข้าร่วม คือ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา สถาบันการพลศึกษายะลา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา พัฒนาโครงการวิจยั ทีม่ ผี ลในการปรับเปลีย่ นพฤติกรรมเชิงสุขภาพ ของประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ และสร้างความเข้มแข็ง โดยตรงให้กับสถาบันเหล่านั้น มีอาจารย์เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 25 ท่าน มีประชาชนได้รบั ผลประโยชน์โดยตรงจากงานวิจยั ประมาณ 2,000 คน ทางด้านนักวิชาการรุ่นใหม่ วพส. จัดตั้งเครือข่ายส่ง เสริมศักยภาพอาจารย์รุ่นใหม่ที่จบปริญญาเอกไม่เกิน 5 ปี และ

ตำ�แหน่งวิชาการไม่เกินผู้ช่วยศาสตราจารย์ เพื่อทำ�งานวิจัยที่ เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของชุมชน ส่งผลให้มีการพัฒนาชุมชนและ ส่งเสริมศักยภาพของนักวิจัย ภายใต้การดูแลของพี่เลี้ยงจากนัก วิจัยอาวุโส รวมทั้งสิ้น 5 โครงการ ครอบคลุมสาขาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ อุตสาหกรรมเกษตร และวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และยังมีอีก 5 โครงการกำ�ลังอยู่���ะหว่างการพัฒนา โครงการ นอกจากนี้ มีงานวิจยั ซึง่ วพส. ให้การสนับสนุนโดยตรง ในการแก้ปัญหาจังหวัดภาคใต้ มีหัวข้อเกี่ยวกับอนามัยแม่และ เด็ก การเฝ้าระวังโรคในภาคใต้ รวม 22 เรื่อง แกนทางวิชาการที่สำ�คัญของ วพส. คือหน่วยระบาด วิทยา หน่วยนีใ้ ห้การสนับสนุนทางวิชาการแก่นกั วิชาการรุน่ ใหม่ ในสถาบันต่าง ๆ ข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว และทำ�วิจัยเองโดย อาจารย์และบัณฑิตศึกษาเกีย่ วกับปัญหาในจังหวัดภาคใต้ รวมทัง้ สิ้น 44 เรื่อง â´ÂÊÃØ» ã¹Ãͺ 6 »Õ ·Õè¼èÒ¹ÁÒ Ç¾Ê. ä´éÊÃéÒ§áÅоѲ¹Ò à¤Ã×Í¢èÒ¹ѡÇÔªÒ¡ÒÃã¹ÀÒ¤ãµéáÅЪØÁª¹»ÃÐʺ¼ÅÊÓàÃç¨à»ç¹·Õè ¹èÒ¾Í㨠à»ç¹Ë¹èǧҹ·ÕèÊÃéÒ§ ÊÐÊÁáÅШѴ¡ÒäÇÒÁÃÙé ¤Çº¤Ùè 仡Ѻ¡ÒþѲ¹Ò¡ÓÅѧ¤¹·Ñ駴éÒ¹ÇÔªÒ¡ÒÃáÅЪØÁª¹ áÅÐäÁè੾ÒÐ à¾Õ§¤¹ã¹ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂʧ¢ÅÒ¹¤ÃÔ¹·Ãì·Õè ǾÊ. ãªéà»ç¹ °Ò¹·ÕèÁÑè¹เท่านั้น áµè ǾÊ. Âѧä´é¡ÃШÒ·ÃѾÂҡõèÒ§ æ ä»Âѧ ʶҺѹ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒÍ×è¹ æ ÃÇÁ¡ÅØèÁ¤¹ã¹¾×é¹·ÕèËÅÒ¨ѧËÇÑ´ ·ÑèÇÀÒ¤ãµÑ ¨Ø´á¢ç§¢Í§ ǾÊ. ÍÂèҧ˹Ö觤×Í ÍÔÊÃÐในการบริหารงบ ประมาณ·Õèä´éÃѺ¡ÒÃʹѺʹع¨Ò¡ ÊÊÊ. áÅÐ Ê¡Ç. ·ÓãËéÊÒÁÒö ºÃÔËÒèѴ¡ÒÃä´éÍÂèÒ§Â×´ËÂØè¹ËÅØ´¾é¹¨Ò¡¡Ãͺ¡Ò÷ӧҹẺ ÃÒª¡Òà áÅеͺʹͧµèÍÍØ´Á¡Òóì·ÕèµÑé§äÇéà¾×è;Ѳ¹ÒÊØ¢ÀÒÇÐ ¢Í§ÀÒ¤ãµéä´éÍÂèÒ§à»ç¹ÃÙ»¸ÃÃÁ ÍØ´Á¡Òóì·Õèä´éÊÃéÒ§ÊÃäì¨Ò¡¡Ò÷ӧҹäÇé¹Õé¨ÐÍÂÙèµÔ´ µÑǤ¹·Ó§Ò¹µèÍä» áÅÐàÁ×èÍÁÕà§×è͹䢷ÕèàËÁÒÐÊÁ¡ç¨Ðà¡Ô´ ͧ¤ì¡Ã·Õè´Óà¹Ô¹§Ò¹¾Ñ²¹ÒÀÒ¤ãµéã¹Í¹Ò¤µµèÍä»

7


âครงการบั³±ิตอาสา มหาวิทยาลัยสง¢ลานครินทร์ (บอ. มอ.)

บั³±ิตอาสา รุ่นทÕè 5 กѺ 31 สÐพานสู่ªุมªน โครงการบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (บอ. มอ.) ดÓเนินการมาถึงรุ่นที่ 5 จำานวน 31 คน การทำางานในเดือนที่ 8 นี้เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกขณะ หลัง จากที่บัณฑิตรุ่นใหม่หัวใจชุมชนเหล่านี้ได้ใช้เวลาสามเดือนแรก คลุกคลีและปรับตัวให้เข้ากับชุมชนเป็นอย่างดีแล้ว สามเดือนต่อ มาเป็นช่วงเวลาของการศึกษาโจทย์ในชุมชนซึง่ จะเป็นประเด็นใน การแก้ปัญหาหรือพัฒนาร่วมกับคนในพื้นที่ต่อไป จากการจัดประชุมรวมโซนครั้งที่ 3 เมื่อเดือนตุลาคมที่ ผ่านมา บัณฑิตอาสาทั้งหมดได้มีโอกาสกลับมาพบปะพร้อมหน้า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงการทำางานของกันและกันอีกครั้ง ก่อเกิด กำาลังใจและแนวคิดใหม่ ๆ ในการทำางานในพื้นที่ของตนเอง 4 เดือนหลังจากนี ้ หนุม่ สาวทัง้ 31 ชีวติ จะได้กลับเข้าไป ใช้ชีวิตในชุมชนอีกครั้ง พร้อมกับเป้าหมายคือ “โจทย์” ในการ สร้างเสริมคุณภาพชีวติ คนในพืน้ ทีโ่ ดยการสร้างการมีสว่ นร่วมของ ชุมชน เชื่อว่าเมื่อถึงช่วงปลายโครงการในต้นปีหน้า บัณฑิต เหล่านีจ้ ะเป็นสะพานเชือ่ มโยงองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษา หน่วยงาน และนักวิชาการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือสร้าง เสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนตามโจทย์ที่ได้กำาหนดไว้

âครงการ¢องบั³±ิตอาสา â«นภาคใต้ตอนบน คลินิกลดน้Óหนักเพื่อสุขภาพชุมชนบ้านแหลมห ้า จ.ชุมพร ศึกษาระบบการบริหารจัดการและแนวทางการเชื่อมโยง การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านแหลมสันติ จ.ชุมพร ศึกษาอาชีพเสริมที่เหมาะสมกับชาวประมงพื้นบ้านบ้านปากน้Ó ละแม จ.ชุมพร การจัดการขยะในชุมชนโดยกลุ่มเยาวชนบ้านปากน้Óท่ากระจาย จ.สุราษฎร์ธานี ศึกษาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ประจÓชุมชนบ้านลีเล็ด จ.สุราษฎร์ธานี สร้างพลังชุมชนเพื่อสุขภาวะชุมชนบ้านเฉงอะ จ.สุราษฎร์ธานี ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและภูมิ ปั ญญาท้องถิ่นสÓหรับเยาวชนเชิงบูรณาการของชุมชน บ้านดอนหาร จ.สุราษฎร์ธานี การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นบ้านเกาะแรต จ.สุราษฎร์ธานี บูรณาการกองทุนชุมชนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชาวประมง พื้นบ้าน จ.สุราษฎร์ธานี ศึกษาพัฒนาและสืบสานภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากต้นเตย ปาหนัน จ.กระบี่ เสริมศักยภาพกลุ่มทÓขนมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ชุมชนบ้านขุนสมุทร จ.กระบี่

8

ดังนัน้ ในฉบับนีจ้ งึ ขอนำาเสนอรายชือ่ โครงการต่างๆ ซึง่ บัณฑิตอาสาได้กาำ หนดร่วมกับชุมชนและจะเริม่ ดำาเนินการในช่วง เดือนพฤศจิกายน 2552 - มีนาคม 2553 ร่วมเป็นแรงใจ พร้อมทัง้ ร่วมให้ขอ้ เสนอแนะ/สนับสนุน การทำาโครงการแก่บัณฑิตอาสาและชุมชน ได้ที่ โทร. 074455149 หรือ http://volunteer.psu.ac.th

âครงการ¢องบั³±ิตอาสา â«นภาคใต้ตอนกลาง ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุชุมชนมุสลิม เทศบาลนครหาดให ญ่ การส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป†วยโรคเรื้อรังในชุมชน แฟลตการเคหะแห่งชาติ จ.สงขลา การมีส่วนร่วมจัดการขยะของชุมชนบ้านปากบางและบ้าน พระพุทธ จ.สงขลา พัฒนาการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการศูนย์ OTOP จ.สตูล ส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กเล็กบ้านบุโบย จ.สตูล ถ่ายทอดความรู้ภูมิปั ญญาท้องถิ่นสู่เยาวชน จ.ตรัง ศึกษาและส่งเสริมการทÓผลิตภัณฑ์กระดาษÏ จ.ตรัง พัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบโÎมสเตย์ เกาะมุกด์ จ.ตรัง การจัดการขยะของชุมชนเขตเทศบาลตÓบลปากพะยูน จ.พัทลุง แนวทางวิถีชีวิตการเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพของคนในชุมชนÏ จ.นครศรีธรรมราช ส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กก่อนปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านสระบัว จ.นครศรีธรรมราช

âครงการ¢องบั³±ิตอาสา â«นภาคใต้ตอนล่าง ส่งเสริมและติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป†วยที่เป็น ความดันและเบาหวาน จ.ปัตตานี ส่งเสริมและป้องกันปั ญหาสุขภาพปากและฟันของเด็กปฐมวัย (ช่วงอายุ 3-5 ปี) จ.ปัตตานี ส่งเสริมการออกกÓลังกายเพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุ (โดยใช้ ไม้พลอง) จ.ปัตตานี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการป¯ิบัติตัวของกลุ่มเสี่ยงต่อโรค ความดันโลหิตสูงในระยะเริ่มต้น จ.ปัตตานี เสริมสร้างการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุด้วยการเดินกะลา จ.ยะลา ศึกษาปัจจัยส่งเสริมภาวะโภชนาการเด็กเล็กบ้านบาลาสมิแล จ.ยะลา ศึกษาสาเหตุการทÓให้เกิดโรคเบาหวานในกลุ่มมุสลิม จ.ปัตตานี ศึกษากาบมะพร้าวเพื่อเกิดผลประโยชน์ในชุมชน จ.ปัตตานี ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จ.นราธิวาส ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อห่างไกลโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูง จ.นราธิวาส ศึกษาเด็กขาดสารอาหารของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนูรุลยาบาล จ.นราธิวาส ศึกษาการคัดกรองความดันเบาหวานและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพกลุ่มเสี่ยงในผู้ป†วยความดันโลหิตสูง จ.นราธิวาส


âครงการบั³±ิตอาสา มหาวิทยาลัยสง¢ลานครินทร์ (บอ. มอ.)

ความสÓเรçจอย่างยัèงยืน ¢Íง ‘กลุ่ม¼Ñก»ลÍ´สารพิษ’ ·ีèพÑ·ลุง

4 รุ ่ น ของโครงการบั ณ ฑิ ต อาสา มหาวิ ท ยาลั ย สงขลานครินทร์ (บอ. มอ.) มีบัณฑิตอาสาสÓเร็จหลักสูตรไป แล้ว 64 คน และมีโครงการพัฒนาร่วมกับชุมชนจÓนวนมากทั่ว ภาคใต้ ซึง่ โครงการส่วนมากได้รบั การสานต่อโดยแกนนÓและคน ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง และบางโครงการสามารถดÓเนินการได้ อย่างยัง่ ยืน ตลอดจนสามารถขยายผลเป็นแหล่งเรียนรูข้ องชุมชน อื่น ๆ ได้ หนึ่งในโครงการที่บัณฑิตอาสาทÓงานอย่างแข็งขันร่วม กับคนในพืน้ ที ่ ประสานงานเพือ่ เชือ่ มโยงองค์ความรูจ้ ากมหาวิทยาลัย อีกทั้งสานสัมพันธ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนเสริมความ แข็งแกร่งของกลุ่มอาชีพได้อย่างเข้มแข็งมั่นคง ได้แก่ โครงการ พั ฒ นาความเข้ ม แขç ง ของกลุ ่ ม ปลู ก พื ช ผั ก ปลอดสารพิ ษ บ้ า นคลองให Þ่ ใ ต้ ต.คลองเฉลิ ม อ.กงหรา จ.พั ท ลุ ง โดยบัณฑิตอาสารุ่นที่ 1 อย่าง ‘อา«ี«ะ และมินา’ อาซี ซ ๊ ะ หรื อ ช ะ ลู ก หลานชาวอÓเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่พลัดถิ่นมาทÓหน้าที่บัณฑิตอาสาข้ามจังหวัด เมื่อปี 2547 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกของโครงการน���้ ช๊ะเลือกทÓโครงการพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่มปลูก พืชผักปลอดสารพิษ ร่วมกับเกษตรกรแกนนÓในช่วงแรกอีก 3-4 คน โดยเธอมีบทบาทสÓคั ญในเรือ่ งการช่วยคิด ช่วยสนับสนุนเรือ่ ง ระบบบริหารจัดการ ไม่ว่าจะในรูปการลงมาทÓงานร่วมกับกลุ่ม เลย เพื่อช่วยคิด ช่วยตั้งคÓถาม ช่วยจัดระบบ หรือการติดต่อ ประสานงานให้บุคคลภายนอกเข้ามาหนุนเสริมกลุ่ม นอกจากนี้ ยังร่วมพัฒนาศักยภาพของกลุ่มนี้ให้มีความเข้มแข็งรอบด้าน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การจÓหน่าย การบั ญชี ตลอดจน การจัดการภายใน ผ่านการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น

ประสานงานกับ อ.ธวัช นุ้ยผอม จากวิทยาลัยอิสลามศึกษา มอ.ปัตตานี เพือ่ จัดอบรมการทÓบัญชี ประสานงานกับงานบริการ วิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อจัดอบรมเรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษ และการกÓจัดศัตรู พืช โดยใช้แมลงแก่กลุ่มเกษตรกร การเชื่อมโยงประสานงาน ชี้นÓปั ญหาและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นของบัณฑิตอาสาตลอดหนึง่ ปีของการทÓงานในชุมชน ส่งผลให้กลุ่มปลูกผักสามารถยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน สร้างอาชีพ เสริมรายได้บนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรของชุมชนอย่างรู้ คุณค่า จนกลุ่มนี้เป็นที่ยอมรับของชาวบ้านอื่น ๆ และทÓให้กลุ่ม ปลูกผักสามารถขยายตัวได้ถงึ 3 ตÓบล และเป็นทีร่ จู้ กั ของหน่วยงาน ราชการทั้งระดับอÓเภอและระดับจังหวัด จนปัจจุบนั มีการจัดตัง้ ศูนย์จÓหน่ายสินค้า มีโรงปุย‰ ชุมชน จนกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ดูงานจากชุมชนอื่นอย่างสม่Óเสมอ แต่สÓหรับอาซีซ๊ะ เธอบอกว่าเธอได้เรียนรู้มากมายจาก 1 ปี ในชุมชนกับโครงการปลูกผักปลอดสารพิษนี้ เธอได้ค้นพบ ตัวเอง ค้นพบศักยภาพของเธอในการทÓงานพัฒนาเช่นกัน ภารกิจในฐานะบัณฑิตอาสา ทÓให้เธอต้องกล้าคิด กล้าตัดสินใจ เรียนรู้ ปรับตัว และเข้าใจการทÓงานกับคนอื่นมากขึ้นเธอจะเก่ง กล้ามากน้อยแค่ไหนนั้น ยังไม่สÓคั ญเท่าการพบว่า “©Ñ¹·Óä´Œ!” แม้ 4 ปี ผ่านไป หลังจากที่บัณฑิตอาสาถอนตัวออก จากชุมชน ความสัมพันธ์ทางใจยังมีอยู่ และการติดต่อสื่อสาร ระหว่างเธอและคนในชุมชนยังมีอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการ เติบโตอย่างมัน่ คงของกลุม่ ปลูกผักปลอดสารพิษทีส่ ามารถดÓเนิน งานได้อย่างเข้มแข็ง และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

9


ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ (ศวชต.)

กรÐสุนนÑ´เ´ียว เ»ลีèยนไ´้·Ñéงªีวิต “ÃѺ¨ŒÒ§¡ÃÕ´ÂÒ§ÁÒ¹Ò¹ ¨¹à¡çºà§Ô¹ä´Œ 80,000 ºÒ· ตั้งใจไว้ว่าจะเก็บเ»šนทØนไ»»ระกอบพÔ¸ีÎัจޏ พอลÙกมาโดนยÔง จÖง ต้องเอาเงÔนที่เก็บออกมารักÉาลÙกจนหมด ใ¤รบอกว่าหมอไหนดีก็ ไ»หาหมด เ»ลี่ยนหมอมาเกือบ 40 กว่า¤นแล้ว” นี่คือเสียงโอด ครวญของผู้เป็นแม่ ประโยคที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยใน ตัวลูกชายผู้เคราะห์ร้ายอย่างนายกอเดร์ นายกอเดร์ (นามสมมติ) หนุ่มใหญ่วัย 33 พร้อมด้วย ภรรยา ลูก และแม่วยั ชราอาศัยอยูใ่ นบ้านหลังเล็ก ในชุมชนแห่ง หนึ่งของจังหวัดปัตตานี ทั้งสี่คนใช้ชีวิตอย่างราบรื่นมีความสุข ตามอัตภาพเยี่ยงชีวิตชนบท โดยมีนายกอเดร์ที่ทำาอาชีพรับจ้าง แบกไม้ยางเป็นกำาลังสำาคัญของบ้าน ในขณะที่มารดารับจ้างกรีด ยางหวังเก็บเงินไปประกอบพิธีÎัจญ์ที่เมืองเมกกะห์ แต่อนาคตของครอบครัวนี้ต้องเปลี่ยนไป ด้วยกระสุน เพียงนัดเดียว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2550 ขณะที่นายกอเดร์ขี่รถ จั ก รยานยนต์ ก ลั บ จากทำ า งาน ระหว่ า งทางมี ค นร้ า ยขั บ รถ จักรยานยนต์ตามประกบแล้วใช้อาวุธปืนยิง กระสุนหนึ่งนัดถูกที่ แผ่นหลังทำาให้รถของเขาเสียหลักพุง่ เข้าข้างทาง เขาจึงหลบซ่อน อยูใ่ นป†า ก่อนออกมาขอความช่วยเหลือแล้วถูกนำาส่งโรงพยาบาล ในเวลาต่อมา เขาใช้เวลารักษาตัวนานถึง 3 เดือน โดยมีแม่คอย ดูแลอยู่เคียงข้างตลอดเวลา เคราะห์กรรมเริม่ ซ้าำ เติมเมือ่ ภรรยาเริม่ ตีตวั ออกห่างและ หนีจากไปอยู่กินกับชายอื่น ความเจ็บปวดในใจบั่นทอนกำาลังใจ ของเขา รุนแรงพอ ๆ กับเมื่อต้องรู้ว่าแรงของกระสุนส่งผลให้ เขากลายเป็นอัมพาต ซ้ำาบางครั้งมีอาการปวดร้อน เจ็บปวด เหมือนถูกแทงด้วยเข็ม จนปัจจุบันอาการเหล่านั้นก็ยังไม่หาย ในขณะทีน่ ายกอเดร์ป†วย แม่กต็ อ้ งดูแลอยูไ่ ม่หา่ ง ทำาให้ ทัง้ สองขาดรายได้ทคี่ วรจะเป็น เงินทองทีเ่ ก็บออมของครอบครัว หมดไปกับค่ารักษาพยาบาล และค่าเดินทาง เหตุการณ์เช่นนีท้ เี่ กิดขึน้ ในจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนใหญ่ แล้วจะถูกตัดสินว่าเป็นเหตุความไม่สงบ ซึง่ จะได้รบั ช่วยเหลือจาก ภาครัฐตามทีก่ าำ หนด และเขาก็หวังไว้เช่นนัน้ แต่จากการสืบสวน ของภาครัฐปราก¯ว่าเหตุดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว เขาจึงไม่มี โอกาสได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานต่าง ๆ มีเพียง หน่วยงานเดียวที่เขาก็ไม่แน่ใจว่าเป็นหน่วยงานใด มอบเงินช่วย 10

เหลือให้จำานวนหนึ่ง จึงเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ทั้งนี้ยังได้รับเบี้ย ยังชีพเพือ่ คนพิการรายเดือนจาก อบต. จำานวนไม่มาก พอประทัง ชีวิตได้อีกทางหนึ่ง ทีมงานของศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ หรือ ศวชต. ได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนครอบครัวเคราะห์ร้ายรายนี้เมื่อ กลางเดือนกันยายนทีผ่ า่ นมา การพบปะในครัง้ แรกนี ้ สร้างความ ดีใจแก่นายกอเดร์และมารดาอย่างยิ่ง โดยหนุ่มใหญ่คนนี้บอก ความรู้สึกในขณะที่พลิกตัวอย่างยากลำาบากว่า “µÑé§áµ‹à¡Ô´à˵ءNjÒÊͧ»‚ ÁÕ˹‹Ç§ҹÁÒàÂÕèÂÁ¹Ò¹ÁÒ áÅŒÇà¾Õ§¤ÃÑé§à´ÕÂÇ áŌǡçà§ÕÂºä» áÅФÃÑ駹ÕéáËÅзÕè໚¹Ë¹‹Ç §Ò¹·ÕèÊͧ ´Õã¨ÁÒ¡ ÃÙŒÊÖ¡´Õ ÍÂÒ¡ãËŒÁÒÍÕ¡º‹ÍÂ æ” นายกอเดร์ พูดอย่างตื่นเต้น และบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้หมดกำาลังใจ เคยคิด ¦่าตัวตายหลายครั้ง แต่มีมารดาและลูกเป็นกำาลังใจมาตลอด ที่ สำาคัญใช้การรำาลึกถึงอัลลอÎÚโดยการกล่าวนามพระองค์และ ละหมาดเป็นสิง่ ยึดเหนีย่ วจิตใจให้รสู้ กึ ใกล้ชดิ กับอัลลอÎÚ จึงมีกาำ ลัง ใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ในขณะทีม่ ารดาทีน่ งั่ ดูแลอยูข่ า้ ง ๆ เธอได้ราำ พันถึงความ เป็นอยู่หลังจากเกิดเหตุว่า “à§Ô¹ËÁ´¡ç¨íҹͧ·Õè´Ô¹ äÁ‹à¤Â¤Ô´ àÊÕ´ÒÂà§Ô¹àÅ à¾Õ§ᤋÅÙ¡ËÒÂà¨çº¡çÂÍÁ à¾ÃÒÐʧÊÒ÷ÕèàËç¹ ÅÙ¡µŒÍ§·¹à¨çº»Ç´ÍÂÙ‹µÅÍ´àÇÅÒ ¡Ô¹¡çäÁ‹ä´Œ ¡ÅÒ§¤×¹¡çäÁ‹ä´Œ ¹Í¹” ปัจจุบันครอบครัวนี้เปดร้านขายของชำาเล็ก ๆ พอมีราย ได้ยังชีพ และเป็นช่องทางเดียวที่ผู้เป็นแม่จะสามารถดูแลลูกไป ด้วยในคราวเดียวกัน ความเป็นอยูอ่ าจไม่สะดวกสบายเท่าวันเก่า ก่อน แต่ทงั้ คูย่ งั สูช้ วี ติ กันอย่างเต็มทีด่ ว้ ยความอบอุน่ จากความรัก ระหว่างกัน จากครอบครั ว ที่ เ คยอยู่ ด้ ว ยกั น อย่ า งมี ค วามสุ ข ตาม ประสาคนชนบทกลับเปลี่ยนไปและตกอับด้วยกระสุนเพียงนัด เดียว ชะตากรรมในลักษณะคล้ายกันนีย้ งั มีอกี หลายกรณีในพืน้ ที่ ที่มีเหตุการณ์ความรุนแรง แต่พวกเขาทั้งหมดยังเชื่อมั่นว่า นี่คือ บททดสอบจากเบื้องบน


ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ (ศวชต.)

ร่วมเติมแรงใจสู่โรงเรียนกลางกรุ่นไฟใต้

“พวกเราโรงเรียนบ้านตันหยงไม่เหลืออะไรแล้ว กำ�ลังใจ ก็หมดแล้ว ทำ�ไมต้องมาทำ�อย่างนีก้ บั เรา ผมไม่เหลือแม้กระทัง่ ช๊อก เขียนกระดานดำ� แล้วเด็ก ๆ จะเรียนกันอย่างไร” เสียงร่�ำ ไห้ลอดผ่านสายโทรศัพท์ มาจ���กครูทา่ นหนึง่ ของ โรงเรียนบ้านตันหยง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โรงเรียนเคราะห์ ร้ายที่ถูกผู้ไม่หวังดีลอบวางเพลิงถึงสองครั้งในชั่วข้ามปี การลอบวางเพลิงโรงเรียนหรือสถานทีร่ าชการเป็นหนึง่ ในหลายเหตุการณ์ความไม่สงบที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง ห้าปีที่ผ่านมาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์แต่ละครัง้ ไม่เพียงทำ�ลายอาคารและอุปกรณ์ การเรียนเท่านั้น แต่ยังแผดเผากำ�ลังใจของครูและเด็กนักเรียน ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังบั่นทอนโอกาสในการเรียนรู้ของ เยาวชนด้วย

ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผูไ้ ด้รบั ผล กระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ หรือ ศวชต. เป็นหนึ่งในหลายหน่วยงานที่เข้าถึงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้น พร้อมทั้งประสานงานเพื่อรับความช่วยเหลือจากหน่วย งานหรือบุคคลต่าง ๆ เช่นในกรณีของโรงเรียนบ้านตันหยง ซึง่ ถูกลอบวางเพลิง ครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 และเกิดเหตุอีกครั้งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2552 เป็นผลให้อาคารเรียนของเด็กชั้นอนุบาลถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 กว่า 250 คน เสียหายทั้งหลัง ตัดโอกาส ทางการศึกษาของเด็กในพื้นที่ หลังเหตุการณ์วางเพลิงครั้งล่าสุด ศวชต. ร่วมกับ นั ก ศึ ก ษาชุ ม นุ ม จิ ต อาสา ชั้ น ปี ที่ 3 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมด้วยบุคลากรและเจ้า หน้าที่ของมหาวิทยาลัยนำ�สิ่งของเครื่องใช้ที่จำ�เป็นมอบแก่ทาง โรงเรียน สร้างความปลาบปลืม้ ใจแก่นกั เรียน ครูและคนในชุมชน เป็นอย่างมาก ทุกท่านสามารถร่วมเป็นกำ�ลังใจและมอบสิง่ ของทีจ่ �ำ เป็น เช่น หนังสือเรียน หนังสือทั่วไป สื่อนันทนาการ อุปกรณ์การ เรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทุน ทรัพย์ตามจิตศรัทธา ที่สำ �คัญทุกท่านสามารถส่ง กำ � ลั งใจให้ นั ก เรี ย น ครู และผู้ ป กครองของโรงเรี ย นบ้ า นตั น หยงได้ ที่ หมายเลข 084-0678959 หรือ 085-6544561 ติดตามรายละเอียดการร่วมสนับสนุนการเยียวยาได้ที่ www.dscc.pnu.ac.th หรือ อีเมล์ dsccnarathiwat@hotmail.com

11


“การทÓงานให้สÓเรçจ¢Öéนอยู่กับความสามาร¶ สองอย่างเปšนสÓคัÞ คือสามาร¶ใช้วิชาความรู้อย่างหนÖèง สามาร¶ในการประสานสัมพัน¸์กับผู้อืèนอÕกอย่างหนÖèง ทัéงสองประการนÕéต้องดÓเนินคู่กันไป และจÓเปšนต้องกระทÓ ด้วยความสุจริตกาย สุจริตใจ ด้วยความคิดความเหçนทÕèเปšน อิสระปราศจากอคติและด้วยความ¶ูกต้องตามเหตุตามผลด้วย จÖงจะช่วยให้งานบรรลุจุดหมายและประâยชน์ทÕèพÖงประสงค์ âดยครบ¶้วนแท้จริง” ¾ÃÐÃÒª´íÒÃÑÊ ¾ÃкҷÊÁà´ç¨¾ÃÐ਌ÒÍÂÙ‹ËÑÇ

จ´Ëมาย¢่าวรͺรู้สุ¢ÀาวÐ กองบรร³า¸ิการ นิพน¸์ รัตนาคม, รัตติกาล ¢นานแก้ว, ทิพย์วดÕ มากแก้ว, หงส์ แ«่ลิéม, ¸นัชตา นันทดุสิต

·ีè»รÖกษา ศ.นพ.วÕระศักดิì จงสู่วิวั²น์วงศ์, ผศ.ทพÞ.อังค³า เ¸ÕยรมนตรÕ นพ.วรสิท¸ิì ศรศรÕวิชัย, กิติวรร³ เดชวายุกุล, วัลภา °าน์กาÞจน์

กรุ³าส่ง

ส¶าบันวิจัยและพั²นาสุ¢ภาพภาคใต้ (วพส.) ชัéน 6 อาคารบริหาร ค³ะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสง¢ลานครินทร์ วิทยาเ¢ตหาดใหÞ่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหÞ่ จ.สง¢ลา 90110

! w

Ne สืèอความรู้

âทร./แ¿ก«์ 074-455150 อÕเมล์ ird_south@yahoo.co.th ติดตาม¢่าวสารหรือดาวน์âหลดจดหมาย¢่าวนÕéได้ทÕè WWW.RDH.PSU.AC.TH

วÕ«ÕดÕสา¸ิตการออกกำาลังกาย ´้วยการใª้ยางย×´

วÕ«ÕดÕเชิดชูแนวทางการทำางาน นายแพทย์สุรินทร์ จุติดำารงค์พัน¸์

เพ×èÍสุ¢Àาพ ´ูรายลÐเÍีย´ไ´้ ในเวบไ«ต์ วพส.

12

วÕ«ÕดÕสา¸ิตการรำาตะบองชÕวจิต


รอบรู้สุขภาวะใต้ ฉบับที่ 7