Page 1

ยินดีต้อนรับ

เข้าสู่จังหวัดระยอง


ลักษณะทั่วไปของจังหวัดระยอง ลักษณะทางกายภาพ

จังหวัดระยองมีพื้นที่ประมาณ 3,552 ตารางกิโลเมตรหรือ ประมาณ 2,220,000 ไร่ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทยระหว่าง เส้นรุ้งที่ 12-13 องศาเหนือและเส้นแวงที่ 101 - 102 องศาตะวันออก ห่าง จากกรุงเทพฯ ประมาณ 179 กิโลเมตร อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอำ�เภอหนองใหญ่ อำ�เภอบ่อทอง และอำ�เภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ทิศใต้ ติดต่อฝั่งทะเลยาวประมาณ 100 กิโลเมตรของอ่าวไทย ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตอำ�เภอนายายอาม และอำ�เภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำ�เภอสัตหีบและอำ�เภอบางละมุงจังหวัดชลบุรี


การปกครอง

แบ่งออกเป็น 8 อำ�เภอ ได้แก่ อำ�เภอเมืองระยอง อำ�เภอแกลง อำ�เภอบ้านค่าย อำ�เภอปลวกแดง อำ�เภอบ้านฉาง อำ�เภอวังจันทร์ อำ�เภอเขาชะเมา อำ�เภอนิคมพัฒนา ประกอบด้วย 58 ตำ�บล 438 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 2 แห่ง เทศบาลตำ�บล 27 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำ�บล 42 แห่ง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ข้อมูลณ วันที่ 31ธันวาคม 2551 มีประชากรทั้งสิ้น 598,664 คน ชาย 295,424 คน หญิง 303,240 คน อำ�เภอที่มีประชากรมากที่สุดคือ อำ�เภอเมืองระยอง จำ�นวน 231,670 คน อำ�เภอทีมีประชากรน้อยที่สุดคืออำ�เภอเขาชะเมา มีประชากร 23,183 คน ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ยต่อพื้นที่ทั้งหมด 161.56 คน

ลักษณะภูมิประเทศ

ประกอบด้วยที่ราบชายฝั่งเกิดจากการทับถมของตะกอนบริเ วณ แอ่งลุ่มน้ำ�ระยองและที่ราบสลับเนินเขาและภูเขา มีลักษณะเป็นลอนลูกคลื่นสูง ต่ำ�สลับกัน ไปรวมกับพื้นที่ทิวเขา 2 แนว คือ ทิวเขาชะเมาทางทิศตะวันออก สูงจากระดับน้ำ�ทะเล 1,035 เมตร และทิวเขาที่อยู่ประมาณกึ่งกลางของตัว จังหวัด เป็นแนวยาวจากอำ�เภอเมืองขึ้น ไปทางเหนือจนสุดเขตจังหวัด ซึ่ง เป็นเนินเขาที่เตี้ยๆ คือ เขาขุนอิน เขาจอมแห เขางวงช้าง ในเขตอำ�เภอบ้าน ค่าย และเขาท่าฉุด เขายายดา เขาตะเภาคว่ำ�ในเขตอำ�เภอเมืองระยอง มี แม่น้ำ�สำ�คัญ 2 สาย คือ แม่นํ้าระยองยาวประมาณ 50 กิโลเมตรไหลผ่าน ท้องที่อำ�เภอปลวกแดง อำ�เภอบ้านค่าย อำ�เภอเมืองระยอง ไหลลงสู่ทะเลที่ ตำ�บลปากน้ำ�อำ�เภอเมืองระยอง และแม่น้ำ�ประแสร์ยาวประมาณ 25 กิโลเมตร มีต้นกำ�เนิดจากทิวเขาในจังหวัดจันทบุรี ไหลผ่านท้องที่ของอำ�เภอเขาชะเมา อำ�เภอแกลง ลงสู่ทะเลที่ตำ�บลปากน้ำ�ประแสร์


ลักษณะภูมิอากาศ

มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน ลมทะเลพัดผ่านตลอดปีอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนจัด บริเ วณชายฝั่งทะเลเย็นสบาย ฤดูฝนมีฝนตกชุกระหว่างเดือน พฤษภาคมถึงตุลาคม ในปี 2551 มีฝนตก 115 วัน ปริมาณฝนตกวัดรวมได้ 1,201.2 มิลลิเมตร ปริมาณฝนตกมากที่สุด คือ เดือนกรกฎาคม 2551 วัดได้ 235.3 มิลลิเมตร อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 28.2 องศเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดในเดือนมกราคม 2551 วัดได้ 33.2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำ�สุดในเดือนมกราคม 2551 วัดได้ 19.8 องศาเซลเซียสป่าไม้ จังหวัดระยองมีเนื้อที่ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.ฎ. กำ�หนดเขตอุทยานแห่งชาติ แยกเป็นป่าสงวนแห่งชาติ 8 แห่ง เนื้อที่ 821.99 ตารางกิโลเมตร หรือ 513,743 ไร่ อุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง คือ อุทยานแห่ง ชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พื้นที่ 81,875 ไร่ และอุทยานแห่งชาติเขา ชะเมา-เขาวง พื้นที่ 42,400 ไร่ รวมทั้งสิ้นจำ�นวน 198.84 ตาราง กิโลเมตร หรือ 124,275 ไร่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พื้นที่ 32,875 ไร่ และสวนรุกขชาติ 2 แห่ง คือ สวน รุกขชาติเพ และสวนรุกขชาติหนองสนม จากข้อมูลล่าสุดพบว่าพื้นที่ป่าไม้ของ จังหวัด เหลือประมาณ 313.21 ตารางกิโลเมตร หรือ 195,760 ไร่ ร้อยละ 9 ของพื้นที่จังหวัด โดยป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้ง นอกจากนี้ยังมีป่าชายเลน ป่าเบญจพรรณ และ ป่าละเมาะ


สภาพทางเศรษฐกิจ

ระยองเป็นจังหวัดที่มีสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างดี จากข้อมูลของ สำ� นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดปี 2550 มีมูลค่า 567,961 ล้านบาท เป็นผลจากการผลิตด้านอุตสาหกรรมเป็นส่วน ใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเลียม และปิโตรเคมี มูลค่า ผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคนเท่ากับ 972,306 บาท/คน/ปี เป็นลำ�ดับ ที่ 1 ของประเทศ โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง (ปี พ.ศ. 2550) สาขาการผลิตนอกภาคเกษตรกรรม มีมูลค่ารวมสูงถึง 550,490 ล้านบาท การผลิตสาขาอุตสาหกรรมมีมูลค่าสูงสุด คือ 275,973 ล้านบาท สาขาการทำ�เหมืองแร่และเหมืองหินมี มูลค่า191,163 ล้านบาท ในขณะที่การผลิตภาคเกษตรกรรมสาขา เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้สาขาการประมง มีมูลค่า รวมเพียง17,471 ล้านบาท


สาขาการผลิตที่สำ�คัญ

1. เกษตรกรรมมีพื้นที่เกษตรกรรม 1,526,846 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 68.78 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด มีครัวเรือนเกษตรกร 49,289 ครัวเรือน พืชเศรษฐกิจที่สำ�คัญ ได้แก่ ยางพารา มันสำ�ปะหลัง สับปะรด อ้อย ข้าว ผลไม้ต่างๆ เช่น ทุเรียน เงาะ และ มังคุด พื้นที่เพาะปลูกพืชมีแนวโน้มลดลงเกือบทุกชนิด ยกเว้น ยางพารา และมังคุด โดยมีรายละเอียดในปี 2551 ดังนี้ 1.1 ยางพารา เป็นพืชที่เพาะปลูกมากที่สุด มีพื้นที่เพาะปลูกจำ�นวน 722,425 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 125,098 ตัน 1.2 มันสำ�ปะหลัง ปลูกมากที่สุดในพื้นที่อำ�เภอแกลง อำ�เภอวัง จันทร์ และอำ�เภอเมือง พื้นที่เพาะปลูกจำ�นวน 97,355 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 393,472 ตัน 1.3 สัปปะรด มีผลผลิตร้อยละ 20 ของผลผลิตทั้งประเทศ เป็น อันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่เพาะปลูกจำ�นวน 164,677 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 685,678 ตัน


1.4 ทุเรียน ปลูกมากในพื้นที่อำ�เภอแกลง อำ�เภอวังจันทร์ อำ�เภอ เมืองระยอง อำ�เภอเขาชะเมา อำ�เภอบ้านค่าย พื้นที่เพาะปลูกจำ�นวน 92,185 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 117,317 ตัน 1.5 เงาะ นิยมปลูกเคียงคู่กบั การทุเรียนโดยพันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่ เงาะพันธุ์โรงเรียน พื้นที่เพาะปลูกจำ�นวน 14,414 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 20,199 ตัน 1.6 มังคุด ได้รบั ฉายาว่าเป็น “THE QUEEN OF FRUIT” มี แนวโน้มการเพาะปลูกเพิ่มขึ้น พื้นที่เพาะปลูกจำ�นวน 24,723 ไร่ ให้ผลผลิต รวม 11,474 ตัน


3. การอุตสาหกรรม

นับจากปี 2524 รัฐบาลได้ดำ� เนิน โครงการพัฒนาพื้นที่ บริเ วณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก จังหวัดระยองถูกกำ�หนดให้เป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการพัฒนาพื้นที่บริเ วณชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นประตูทางออก ให้กบั ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการส่งสิน ค้าออกไปจำ�หน่ายต่างประเทศ ไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ซึ่งรัฐบาลได้จัดเตรียมระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไว้อย่างสมบูรณ์ และกำ�หนดพื้นที่บริเ วณมาบตาพุด อำ�เภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรก และเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมที่สำ�คัญ คือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรม ปุ๋ยเคมี การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นผลให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้น ต่อเนื่องเกิดขึ้น เกิดนิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรม ชุมชน อุตสาหกรรมหรือสวนอุตสาหกรรม รวม 19 แห่ง การพัฒนาตามโครงการ Eastern Seaboard ส่งผลให้เป็น ศูนย์กลางในการส่งออก โดยเฉพาะท่าเรือน้ำ�ลึกที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จัดเป็นท่าเรือที่สำ�คัญที่เปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการทั้งในนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดและนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ สิน ค้าที่นำ�เข้าส่วนใหญ่เป็นจำ�พวก น้ำ�มันดิบและน้ำ�มันปิโตรเลียม ส่วนสิน ค้าที่ส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์มาแปรูปจาก น้ำ�มันดิบ เช่น น้ำ�มันดีเซลหมุนเร็วและเม็ดพลาสติก เป็นต้น


4. การท่องเที่ยวและการบริการ

จังหวัดระยองมีศักยภาพและความพร้อมทางการท่องเที่ยวสูง มี แหล่งทรัพยากรท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ มีความหลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ อุทยานแห่งชาติ ภูเขา น้ำ�ตก ชายหาดทะเลที่ยาวไกล และหมู่เกาะที่สวยงาม โดยเฉพาะเกาะเสม็ด ที่มีหาดทรายขาวสวยงามเลื่องชื่อไปทั่ว โลก มีสวนผลไม้ให้เยี่ยมชมและชิมรสชาติที่สดอร่อย เป็นที่ชื่นชอบและรู้จัก ของบุคคลทั่วไป ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนจำ�นวนมากมาย


สภาพทางสังคม ลักษณะทางสังคม

เดิมชาวระยองส่วนใหญ่อาศัยตามบริเ วณชายฝั่งทะเลและแม่น้ำ� ประกอบอาชีพประมง ต่อมามีการขยายตัวขึ้น ในบริเ วณที่ราบชายฝั่งเพื่อ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการตั้งบ้านเรือนตามลักษณะของผู้ประกอบ อาชีพเกษตรกรรม หลังจากที่จังหวัดระยองถูกกำ� หนดให้เป็นที่ตั้งของ โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นศูนย์ปิโตรเคมีที่สำ�คัญของ ชาติ มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นจำ�นวนมาก ทั้งในเขตนิคมอุตสาหกรรม และนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม มีแรงงานจากต่างจังหวัดเข้ามาในแต่ละปีเป็น จำ�นวนมาก ลักษณะทางสังคมได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากสังคมเกษตรกรรม

การศึกษา

การจัดการศึกษาของจังหวัดระยอง ตามพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติพ.ศ. 2542 และ ตามโครงสร้างใหม่ ของการปฎิรูปกระทรวงศึกษา พ.ศ. 2546 มีการจัดการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ การศึกษาใน ระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย มีหน่วยงานรับผิด ชอบการดำ�เนินงานด้านการศึกษา มีสถานศึกษาทั้งสิ้น 275 แห่ง


ศาสนา

ประชาชนในจังหวัดระยอง มีความยึดมั่นในศาสนาและวัฒนธรรม อยู่ตลอดมา ส่วนใหญ่ ประมาณร้อยละ 95 นับถือศาสนาพุทธ รองลงมาคือ ศาสนาอิสลามร้อยละ 4 และศาสนาคริสต์ร้อยละ 1 ตามลำ�ดับ

วัฒนธรรม

จากการที่ประชาชนส่วนใหญ่นบั ถือศาสนาพุทธจึงมี พิธีกรรมทางศาสนาและประเพณีจะคล้ายคลึงกันกับ ชาวพุทธในจังหวัดอื่นๆ แต่วัฒนธรรมท้องถิ่นยังคงมีอยู่ ชาวพื้นเมืองยังมีการ พูดสำ� เนียงภาษาท้องถิ่น และมีการละเล่นที่เป็น พื้นเมืองเดิม


การสาธารณสุข

การสาธารณสุข แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการรักษาพยาบาลและ การส่งเสริมสุขภาพและ ป้องกัน โรค มีสถานพยาบาลที่เป็น โรงพยาบาล ศูนย์ 1 แห่ง ระดับอำ�เภอ มีโรงพยาบาล ชุมชน 7 แห่งโรงพยาบาลเอกชน 8 แห่ง สถานีอนามัยครบทุกตำ�บล จำ�นวน 94 แห่ง คลินิกแพทย์ 195 แห่ง


การคมนาคมขนส่ง

จังหวัดระยองมีความเพียบพร้อมทางด้านการคมนาคมขนส่งทั้ง ทางด้านทางถนน ทางน้ำ� ทางรถไฟ และทางอากาศ 1. ถนน เป็นระบบการคมนาคมทางบกที่สำ�คัญที่สุด มีการตัด ถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดเข้าสู่อำ�เภอ ตำ�บลและหมู่บ้าน ทำ�ให้การสัญจรและ การขนส่งสิน ค้ามีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งถนนสายสำ�คัญในจังหวัด ระยอง ได้แก่ (1) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (สุขุมวิท) (2) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (บางละมุง- ระยอง ) (3) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) (4) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3138 (บ้านค่าย-บ้านบึง) (5) ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (สายมอเตอร์เ วย์)


2. รถไฟ

มีเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัด ฉะเชิงเทรา นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ถึงนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด เป็นเส้นทางที่ใช้ขนส่งวัตถุดิบผลิตภัณฑ์ และสิน ค้าของ โรงงานในบริเ วณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและนิคมอุตสาหกรรม แหลมฉบัง

3. สนามบิน

สนามบินอู่ตะเภา เดิมเป็นสนามบินทหารขนาดใหญ่ ซึ่ง สหรัฐอเมริกาก่อสร้างไว้สมัยสงครามเวียดนาม ได้พัฒนาให้เป็นสนาม บินพาณิชย์ในเวลาต่อมา ตั้งอยู่ที่ตำ�บลพลา อำ�เภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดระยอง 30 กิโลเมตรห่างจาก กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ190 กิโลเมตร(ทางรถยนต์) และ 135 กิโลเมตร(ทางอากาศ)


4. ท่าเรือ

มีท่าเรือน้ำ�ลึกที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรองรับการ พัฒนาด้านอุตสาหกรรม และการขนส่งที่เกิดขึ้นตามแผนพัฒนาพื้นที่บริเ วณ ชายฝั่งทะเลทะเลตะวันออกในปัจจุบัน จัดเป็นท่าเรือที่สำ�คัญที่สุด ที่เปิด บริการให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและนิคม อุตสาหกรรมอื่น ท่าเทียบเรือสำ�หรับการขนถ่ายผู้โดยสาร เนื่องจากในแต่ละปีมีจำ�นวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะ แก่ง ต่างๆ ในเขตจังหวัดระยองเป็นจำ�นวนมาก ทำ�ให้มีการสร้างท่าเทียบเรือเพื่อ ให้บริการนักท่องเที่ยวสำ�หรับให้บริการนักท่องเที่ยวที่ข้ามไปยังเกาะเสม็ดและ บริเ วณอ่าวมะขามป้อมและหมู่เกาะมัน ปัจจุบันในบริเ วณตำ�บลเพ มีท่าเทียบ เรือโดยสาร จำ�นวน 8 ท่า และบริเ วณอ่าว มะขามป้อม มีท่าเรือโดยสารจำ�นวน 1 ท่า


สภาพการบริการขั้นพื้นฐานและสาธารณูปโภค

ไปรษณีย์

จังหวัดระยองมีข่ายการสื่อสารไปรษณีย์ สามารถติดต่อได้ทุก อำ�เภอ ทุกตำ�บล มีที่ทำ�การไปรษณีย์ระดับจังหวัด 1 แห่ง ที่ทำ�การไปรษณีย์ ระดับอำ�เภอ 7 แห่ง ที่ทำ�การไปรษณีย์ประเภทรับฝาก 2 แห่ง และสถานที่ บริการไปรษณีย์เอกชนอีกเป็นจำ�นวนมาก


โทรศัพท์

ในปี 2550 จังหวัดระยองมีโครงข่ายการให้บริการโทรศัพท์ ใน ความรับผิดชอบของ บริษัท ทศท. คอร์ปอเรชั่น จำ� กัด(มหาชน) จำ� นวน 60,449 เลขหมาย และในส่วนรับผิดชอบของ บริษัท TT&T จำ�นวน 27,032 เลขหมาย ครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัด มีโทรศัพท์สาธารณะที่ ให้บริการทั้งเครื่องใช้บัตร เครื่องหยอดเหรียญ และโทรศัพท์ทางไกลชนบท ธรรมดาและดาวเทียม รวม 3,389 เครื่อง

การประปา

มีการประปาจำ�นวน แห่ง คือ การประปาส่วนภูมิภาค 3 แห่ง ประกอบด้วย การประปาระยอง การประปาปากน้ำ�ประแสร์ และการประปา บ้านฉาง นอกจากนี้ยังมีการประปาเทศบาล 2 แห่ง คือเทศบาลตำ�บลเมืองแก ลง และการประปาเทศบาลตำ�บลปลวกแดง จำ�นวนผู้ใช้น้ำ�รวม 67,530 ราย


ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดระยอง รับผิดชอบในการจ่าย กระแสไฟฟ้าให้ จำ�นวน 8 อำ�เภอ มีการไฟฟ้าในสังกัด 5 หน่วยงาน มี ผู้ใช้ไฟฟ้า 196,165 ราย ดังนี้ (1) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดระยอง รับผิดชอบจ่าย กระแสไฟฟ้าในพื้นที่อำ�เภอเมืองระยอง และอำ�เภอบ้านค่าย (2) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำ� เภอปลวกแดง รับผิดชอบจ่าย กระแสไฟฟ้าพื้นที่อำ�เภอปลวกแดง (3) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำ� เภอบ้านฉาง รับผิดชอบจ่าย กระแสไฟฟ้าในพื้นที่อำ�เภอบ้านฉาง (4) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำ�เภอแกลงรับผิดชอบจ่าย กระแสไฟฟ้าในพื้นที่อำ�เภอแกลง อำ�เภอวังจันทร์ และ อำ�เภอเขาชะเมา (5) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาบตาพุดรับผิดชอบจ่าย กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ตำ�บลมาบตาพุด อำ�เภอเมืองระยอง และอำ�เภอนิคม พัฒนา


แหล่งน้ำ�และการชลประทาน แม่น้ำ� จังหวัดระยองมีแม่น้ำ�ที่สำ�คัญ 2 สาย ได้แก่

- แม่น้ำ� ระยอง หรือคลองใหญ่ ความยาวประมาณ 50 กิโลเมตร มีต้นน้ำ�เกิดจากเทือกเขากองซองและเขาพนมศาสตร์ ซึ่งไหลมา ตามคลองต่างๆ แล้วมารวมกัน เรียกว่า คลองใหญ่และไหลลงสู่ทะเลที่ตำ�บล ปากน้ำ� อำ�เภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง - แม่น้ำ�ประแสร์ มีต้นกำ�เนิดจากเขาใหญ่ เขาอ่างฤาไน เขา หิน โรง เขาอ่าง กระเด็น ซึ่งไหลมาตามห้วยและคลองต่าง ๆ หลายสาย เช่น คลองประแสร์ คลองปลิง คลองบ่อทอง ห้วยหินคม คลองเจว็ด คลองตากล้วยคลองชุมแสง คลองไผ่เหนือ - ใต้ คลองตวาด คลองพัง หวาย คลองจำ�กา คลองใช้ คลองแหวน คลองโพล้ คลองทาสีแก้ว และคลองหนองพลง แล้ว ไหลมารวมกัน เรียกว่า แม่น้ำ�ประแสร์ มีความยาวประมาณ 120 กิโลเมตร และไหลลงสู่ทะเลที่บ้านปากน้ำ� ตำ�บลปากน้ำ�ประแสร์ อำ�เภอแกลง จังหวัด ระยอง


การชลประทาน

มีการพัฒนาแหล่งน้ำ�เพื่อใช้สำ�หรับการ

เกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และการอุตสาหกรรม สำ�หรับปี พ.ศ.2551 มีโครงการขนาดใหญ่และขนาดกลาง จำ�นวน 5 โครงการสามารถเก็บกักน้ำ�ได้ 542.65 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทานได้รบั ประโยชน์ 201,700 ไร่

Rayong  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you