Page 1

RATCHADAMNOEN DAILY

ราชดำ�เนินรายวัน

ฉบับที่ 139 : วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 http://www.facebook.com/RatchadamnoenToday

โค่นระบอบทักษิณ ปฎิรูปประเทศไทย เพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

เคลือ่ นทัพรุกคืบสูช่ ยั ชนะ ยึดทีม่ น่ั “ราชดำ�เนิน”สูศ้ กึ ใช้ท�ำ เนียบฯฐานบัญชาการ ราชดำ�เนินรายวัน - เลขาธิการ กปปส.ปราศรัยทิง้ ทวนอำ�ลาเวทีสวนลุมพินี ถือฤกษ์ 14.14 น.นำ�มวลชน ย้ายด้วยตัวเอง ไปตัง้ เวทีหน้ายูเอ็น ยึด “ราชดำ�เนิน” ที่ มัน่ สูศ้ กึ สุดท้าย ใช้ท�ำ เนียบรัฐบาลเป็นฐานบัญชาการ ลัน่ ชุมนุมจนกว่าประชาชนจะได้รบั ชัยชนะ หวังโค้งสุดท้าย มวลชนแห่รว่ มจนเต็มราชดำ�เนิน ให้ก�ำ ลังใจ “สุรชัย” ว่าที่ ปธ.วุฒฯิ ทำ�สิง่ ทีถ่ กู ต้อง พร้อมให้โอกาส “ผูห้ ลักผูใ้ หญ่” ทำ�เพือ่ บ้านเมือง เชิญทุกฝ่ายทีเ่ ห็นด้วยกับแนวทางหารือ ทีต่ กึ สันติไมตรีได้ทกุ วัน อ่านต่อหน้า 4

แจงปฏิบตั กิ ารเผด็จศึก ยันไม่เจตนาคุกคามสือ่ ขอบคุณทุกแห่งร่วมมือดี ราชดำ�เนินรายวัน - โฆษก กปปส.พร้อมแกนนำ�ร่วมแจง ภารกิจพิเศษวันเผด็จศึก ย้�ำ เยีย่ มเยือนสือ่ มวลชน ขอความ ร่วมมือในการเสนอข่าว หลังถูกรัฐเถือ่ น-ศอ.รส.ใช้อทิ ธิพล ข่มขูค่ กุ คามตลอด หวังเลิกให้ขอ้ มูลเท็จกับประชาชน พร้อม ขอบคุณทุกแห่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เตือนประชาชน ระวังข่าวปล่อย หวังใส่รา้ ย กปปส. อ่านต่อหน้า 4

อ่านต่อหน้า 4

ชีช้ อ่ ง“ปธ.วุฒฯิ ”กูว้ กิ ฤติ ต้องหานายกฯใหม่ทนั ที ตามจารีตการปกครองไทย

ราชดำ�เนินรายวัน - คณบดีนติ ฯิ นิดา้ ย้อนประวัตศิ าสตร์การเมืองไทยเทียบกรณี “ยิง่ ลักษณ์” ตกเก้าอี้ ชีน้ า ยกฯสิน้ สภาพเฉพาะตัวต้องหาคนใหม่ท�ำ หน้าทีแ่ ทนทันที ไร้ทางหลีกเลีย่ ง ระบุเป็นจารีตทางการปกครองไทย ชี้ ช่อง “ปธ.วุฒฯิ -ส.ว.” สวมบทวีรบุรษุ แก้วกิ ฤตการเมืองไทย หวังเปิดทางปฏิรปู ประเทศให้ส�ำ เร็จ อ่านต่อหน้า 4

จับตาวุฒสิ ภาถกนอกรอบ หาทางตัง้ นายกฯคนใหม่ ชีส้ ดุ ท้ายขึน้ อยูก่ บั “สุรชัย”

ราชดำ�เนินรายวัน - “กำ�นันสุเทพ” เตรียมนำ�มวลชนสังเกตการณ์ประชุมวุฒสิ ภานัดพิเศษ หวังติดตามข้อเสนอตัง้ รัฐบาล-สภาประชาชน ด้าน “ส.ว.ไพบูลย์” คาดเปิดโอกาสให้ ส.ว.ร่วม แสดงความเห็นแนวทางมวลมหาประชาชน ชีส้ ดุ ท้ายขึน้ อยูก่ บั การตัดสินใจของ “สุรชัย” ยัน อ่านต่อหน้า 4 ปธ.วุฒฯิ ทูลเกล้าฯ-รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตัง้ นายกฯได้

สุดเวทนา“ขีข้ า้ ธาริต”ดีแต่โม้ กลับสวนลุมรวมพลัง : แกนนำ�กปปส.ทีไ่ ด้แยกย้ายออกไปปฏิบตั ภิ ารกิจตามสถานีโทรทัศน์ชอ่ งต่างๆ กลับมา รวมพลกันทีส่ วนลุมพินี ก่อนทีจ่ ะย้ายทีช่ มุ นุมจากสวนลุมพินไี ปทีถ่ นนราชดำ�เนินและทำ�เนียบรัฐบาลซึง่ จะใช้เป็น ฐานทีม่ น่ั ใหม่ในการต่อสูเ้ ผด็จศึก

เตือนสหบาทารออยู่ อ่านต่อหน้า 4

ราชดำ�เนินรายวัน


อําลาเวทีสวนลุมฯ ดวยรักและคิดถึง มุงหนาราชดําเนินสูชัยชนะ

เก็บตกการเคลื่อนไหว

กปปส.นิวยอรก ตอนรับ ดร.เสรี วงษมณฑา และคณะ

กรรณิการ อารีสมาน ถายรูปหนาชอง 5 กอนยายกลับผานฟา

ฝนดี อะตอม และฝนเดน รวมลุยรับแกสน้ําตาที่หนา ศอ.รส.

สุชาติ ศรีสังขและทินกร ออนประทุม พรอมพี่นองจากมหาสารคาม ทามกลางฝน

การแสดงชุด เลาความเปนไทย กับบานนาฏดนตรีคีตศิลปไทย บนเวที คปท.

คุณถายเถา สุจริตกุลและ ดร.บอย กับหมอหุงขาวยักษทีละกระสอบ

หัวหนาการด คปท.นําตํารวจ ทหาร ตรวจจุดระเบิดเอ็ม 79 ตก กลางดึก

มหาสารคาม สงมา สนับสนุน กปปส.กรุงเทพเผด็จศึก ชุดแรก 60 คน

คารวะหัวใจพี่นองทุกคน นี่บนสะพานรถไฟฟาบีทีเอสคืนกอนยาย

กอนนอนในที่จอดรถ สถานีโทรทัศนชองหนึ่ง มีดนตรีขับกลอม


เสร็จภารกิจกลับที่มั่น

SHARE

นายอิสสระ สมชัย แกนนำ� กปปส. สักการะพระพิฆเนศ และพระภูมเิ จ้าที่ ทีส่ ถานีโทรทัศน์สกี องทัพบก ช่อง 7 รวมทัง้ ปราศรัยกล่าวขอบคุณทีเ่ ข้าใจมวลชน กปปส เปิดประตูให้เข้าตัง้ แต่วนั แรกก่อนทีจ่ ะย้ายไปฐานทีม่ น่ั สวนลุมพินี

ผูช้ มุ นุม กปปส. เก็บสิง่ ของเครือ่ งใช้ออกเดินทางจากสถานีโทรทัศน์สกี องทัพบก ช่อง 7 ย้ายไปฐานทีม่ น่ั สวนลุมพินี

นายชุมพล จุลใส และ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ� กปปส. ขอบคุณผูบ้ ริหาร อสมท. ที่ ให้ความร่วมมือและคอยอำ�นวย ความสะดวกให้กบั พีน่ อ้ งมวลมหาประชาชนตลอดระยะเวลา 2 วัน ก่อนกลับไปยังสวนลุมพินี

น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ� กปปส. ได้ประกาศให้ผชู้ มุ นุม กปปส. เก็บสิง่ ของเครือ่ งใช้ไปรวมตัวกันทีเ่ วทีใหญ่สวนลุมพินี

เชิญรวมแสดงความคิดเห็นแนวทางปฏิรูปประเทศไดที่ นายวิบลู ย์ ลีรตั นขจร ตัวแทนผูบ้ ริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวสี ชี อ่ ง 3 ขึน้ รถปราศรัยกล่าวขอโทษผูช้ มุ นุม กปปส. หลังพบ ว่าในช่วงทีผ่ า่ นมา ช่อง 3 ไม่เชือ่ มสัญญาณการแถลงของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และไม่อนุญาตให้ ผูช้ มุ นุมเข้าไปหลบฝนภายในอาคารหลังจากเมือ่ คืนทีผ่ า่ นมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำ�ให้ผชู้ มุ นุมหลายคนเจ็บป่วยเป็นไข้

“ตำ�นานโครงการจำ�นำ�ข้าว ในยุครัฐบาลปูเน่า ทักษิณคิด พรรคเพือ่ แม้วทำ� ต้องถูกบันทึกเป็นอภิมหาโคตรโกง ทัง้ ต้นน้�ำ กลางน้�ำ และปลาย น้�ำ ซึง่ เป็นการวางแผนโกงแบบครบวงจร ในทีน่ ้ี สมมุตวิ า่ ขบวนการ โกงจำ�นำ�ข้าว เสมือนแก๊งสิบแปดมงกุฎ ไม่ตอ้ งระบุวา่ มีใครร่วมแก๊งบ้าง เพราะรู้ ๆ กันอยูว่ า่ ใครเป็นหัวหน้าแก๊ง” นักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

www.reformthai.com

“มวลมหาประชาชนมีผนู้ �ำ ทีม่ ดี รี ะดับโลก เป็นลูกผูช้ าย ใจถึง กล้าหาญ แข็งแกร่งทัง้ ร่างกายและจิตใจ ลองเปรียบเทียบกับคนทัว่ ไปอย่างเราๆ ต้องยอมรับว่าท่านคนเหล็กตัวจริง กำ�นันยังมีไหวพริบฉลาด แม้จะไม่ได้ รอบรูม้ ากในทุกเรือ่ ง ทีส่ �ำ คัญทีส่ ดุ คือความเสียสละ ประเทศไทยกำ�ลังถึง จุดเปลีย่ นทีส่ �ำ คัญ ทุกนาทีก�ำ ลังจะได้รบั การบันทึกเป็นบทประวัตศิ าตร์ ทีส่ �ำ คัญของชาติและของโลก เราจะไม่ทง้ิ โอกาสในการเป็นส่วนหนึง่ ของ ประวัตศิ าสตร์ทเ่ี ราเคยต่อสูม้ าตัง้ แต่ยคุ พธม.”

“เห็นด้วยทีไ่ ม่เอาระบอบทักษิณ หน่วยราชการจะสิน้ คนดีหมดแล้ว ต้อง กำ�จัดให้สน้ิ ซาก ส่วนชาวบ้านก็เหมือนกันต้องปฏิวตั ใิ หม่ บ้านเมืองต้อง มีกฏ ระเบียบ เห็นเล่หค์ นไทยมาพอสมควร เช่น เขาจัดทีใ่ ห้ท�ำ มาหากิน ห้ามขาย ก็แอบขายสิทธิ์ แล้วก็เอาความยากจนมาอ้างตลอด ยังมีอกี เยอะ ปัญหาประเทศไทยจึงต้องหันมาแก้ไอ้เรือ่ งเก่าๆไม่จบไม่สน้ิ เพราะ ความเจ้าเล่หข์ องคนขีเ้ กียจ คนไทยไม่โง่จริง ฉลาดแบบโกง”

มวลชนจาก จ.สระบุรี

มวลชนจาก จ.สระแก้ว


RATCHADAMNOEN DAILY

เล่นไฟ

จะจุ ด ไฟ ให้ แ ดง แรงถึ ง ไหน ไม่ ช อบใจ ก็ ฮึ ด ฮั ด ถนั ด เผา เมื่ อ ผู้ ค น ทั้ ง หลาย เขาหายเมา เหลื อ แต่ พ วก เจ้ า เก่ า ไม่ ก่ี ค น

มีคนอยู่ นิดหน่อย เท่ามอยมด ก ล้ า กั้ น ร ถ ใ ห้ ติ ด ปิ ด ถ น น เปรียบแมลงเม่า เล่นไฟ ให้รอ้ นรน แล้วเปลีย่ นตน เป็นปลวก สะดวกใจ

““เงินจากงบประมาณแผ่นดิน ถูกนักการเมืองโกงกินไปปีละกว่า 2-3 แสนล้านบาท ทำ�ให้นายทุนมาซือ้ อำ�นาจทางการเมือง โกงกิน ภาษีจากพีน่ อ้ งประชาชน กลายเป็นวงจรอุบาวท์ นีเ่ ป็นปัญหาทีท่ �ำ ให้ เราต้องยืนต่อสูก้ ว่า 190 กว่าวัน”” รศ.ดร.สังศิต พิรยิ ะรังสรรค์ คณบดีวทิ ยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต เคลือ่ นทัพรุกคืบสูช่ ยั ชนะ

ต่อจากหน้า 1

วานนี้ (11 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนลุมพินีว่า บรรยากาศ การชุมนุมในช่วงค่ำ�คึกคักอย่างมาก มีผู้ชุมนุมที่เดินทางไปชุมนุมที่ สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เดินทางกลับมายังสวนลุมพินี ภายหลังแกน นำ�สั่งให้ถอนกำ�ลังกลับ เนื่องจากได้ทำ�ความเข้าใจกับผู้บริหารสถานี โทรทัศน์แต่ละแห่งแล้ว นอกจากนีย้ งั มีประชาชนทยอยเข้าร่วมกิจกรรม อำ�ลาเวทีปราศรัยสวนลุมพินี ก่อนที่ในวันที่ 12 พ.ค.นี้ กปปส.จะย้าย ไปชุมนุมที่ถนนราชดำ�เนิน ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมชุมนุมปักหลัก ด้านหน้าและหลังเวทีจนแน่นขนัดมากกว่าทุกวัน กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. แกนนำ�กปปส. อาทิ นายถาวร เสนเนียม นายวิทยา แก้วภ ราดัย นายอิสสระ สมชัย และแกนนำ�คนอื่นๆ ที่นำ�ผู้ชุมนุมไปปักหลัก ตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวอำ�ลาเวทีปราศรัย สวนลุมพินี ทำ�ให้บรรยากาศคึกคักอย่างมาก ผู้ชุมนุมต่างพากันโห่ ร้อง เป่านกหวีดทั่วพื้นที่ จากนั้น เมื่อเวลา 20.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีสวนลุมพินีเป็นครั้งสุดท้าย โดยระบุตอน หนึ่งว่า วันนี้จะเป็นการปราศรัยบนเวทีสวนลุมพินีครั้งสุดท้าย โดยหลัง จากคืนนี้จะเคลื่อนย้ายไปชุมนุมที่ทำ�เนียบรัฐบาล ซึ่งตนได้ไปดูทำ�เลที่ ทำ�เนียบมาก่อนแล้ว โดยจะตั้งเวทีการชุมนุม กปปส. บริเวณหน้าตึก ยูเอ็น ตึกสหประชาชาติ ให้หันหน้าไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่ง พรุง่ นีเ้ วลา 14.14 น. ตนจะเดินนำ�หน้าขบวนมวลมหาประชาชน กปปส. เคลื่อนย้ายยังทำ�เนียบ โดยจะชุมนุมที่ทำ�เนียบและถนนราชดำ�เนิน จนกว่าจะคว้าชัยชนะ เลขาธิการ กปปส. กล่าวต่อว่า นายนิวัฒน์ธำ�รง บุญทรงไพศาล คน ที่ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีนั้น ขาดคุณสมบัติ ซึ่งสมควร แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขึ้นมาจากการแต่งตั้งของประธานวุฒิสภา โดยตนได้เป็นตัวแทนยืน่ หนังสือให้ประธานวุฒสิ ภา ให้เร่งทูลเกล้าฯเลือก นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เนื่องจากประเทศชาติมีความจำ�เป็นที่จะต้องมี รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งตนขอเป็นกำ�ลังใจให้ นายสุรชัย เลี้ยง บุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภาคนใหม่ โดยกลุ่ม กปปส. ยินดี และ พร้อมจะสนับสนุน โดยการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน กปปส.ช่วงนี้ สำ�คัญที่สุด ซึ่งพรุ่งนี้ตนอยากขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาร่วม ชุมนุมเนื่องจากเป็นโค้งสุดท้ายแล้ว “ผมฝันจริงๆ อยากเห็นจริงๆ วันพรุ่งนี้จะมีมวลมหาประชาชนเต็มไป หมดทั้งถนนราชดำ�เนิน และในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเราจะได้จุดพลุกันให้ สว่างไสว วันนีผ้ มคุม้ แล้วทีไ่ ด้เกิดมาเป็นคนไทย ได้เป็นพีน่ อ้ งร่วมชาติกบั ผู้ร่วมอุดมการณ์เหล่านี้ ภูมิใจจริงๆ เราจะสู้ด้วยกันจนนาทีแห่งชัยชนะ ครับ” นายสุเทพ กล่าว เลขาธิการ กปปส.กล่าวอีกว่า มวลมหาประชาชนได้ตั้งสัตยาธิษฐาน แล้ว โดยกลุ่ม กปปส.จะต้อนรับทุกองค์กรที่จะออกมาร่วมต่อสู้ โดยจะ ไม่มีการแบ่งชนชั้น ซึ่งกลุ่ม กปปส.นั้น คำ�นึงเพียงแต่ผลประโยชน์ของ ประเทศ นอกจากนี้ ต้องขออภัยแทนการ์ด กปปส. ที่อาจจะกระทำ�การ ที่ไม่เหมาะสมต่อพี่น้องประชาชน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยึด สถานีโทรทัศน์ จึงอยากให้พนี่ อ้ งสือ่ มวลชนเข้าใจมวลมหาประชาชน หาก ยังมีข้อขุ่นข้องหมองใจ มีอะไรก็อยากให้ลงที่ตน “บางคนรูส้ กึ ไม่สบายใจ ทีผ่ มประกาศแทนมวลมหาประชาชนว่า ถ้าเรา ใช้วธิ กี ารตามระบอบกฎหมาย ระบอบรัฐธรรมนูญแล้ว ยังไม่ได้ผล ก็ตอ้ ง ใช้วิธีตามมวลมหาประชาชนเท่านั้น แต่ไม่ใช่การใช้กฎหมู่ ซึ่ง 6 เดือนที่ ผ่านมา เราก็ได้ให้โอกาสให้โอกาสวุฒสิ ภาให้โอกาสผูใ้ หญ่ในบ้านเมือง ให้ มาช่วยแก้ไข แต่ถา้ ท่านทำ�ไม่ได้ เราก็ตอ้ งทำ�ด้วยมือของมวลมหาประชาชน เอง ซึ่งไม่ใช่การข่มขู่ใดๆทั้งสิ้น” นายสุเทพ กล่าว เลขาธิการ กปปส. กล่าวต่อว่า เราจำ�เป็นต้องกำ�หนดวันสิ้นสุดของ การต่อสู้ พร้อมเชิญชวนให้ออกมาสู้ด้วยกัน เพราะเป็นยกสุดท้ายจริงๆ และกราบเรียนไปถึงพี่น้องข้าราชการทั้งหลาย ทั้งตำ�รวจ ทหาร ว่า การ ปราศรัยบนเวทีอาจจะกระทบกระทั่งไปบ้าง ซึ่งเรารู้สึกขอบคุณที่ท่านทั้ง หลายเข้าใจเรามากขึ้น แต่เราก็ให้เวลาท่านคิดมานานแล้ว จึงอยากให้ ตัดสินใจได้แล้วว่า จะยืนอยู่ข้างมวลมหาประชาชนหรือไม่ ตลอดเวลา ของการต่อสู้ ผมก็เชื่อมั่นว่า ยังไม่มีใครในประเทศไทย ไม่รู้ว่าพวกเรา สู้กับใคร และสู้เพื่อใคร ก็ขึ้นอยู่กับคนที่รู้แล้วว่า จะตัดสินใจอย่างไร สำ�หรับคนที่ตัดสินใจแล้ว ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้ ซึ่งเราเอาประโยชน์ ของประเทศ และอนาคตของลูกหลานเป็นที่ตั้ง ซึ่งเราต้องปฏิรูปประเทศ ให้สำ�เร็จ โดยไม่มีข้อต่อรองกับใครทั้งสิ้น เพราะนี่คือประโยชน์ของ ประเทศไทย “ในช่วงสุดท้ายของการต่อสู้ เราจะกอดคอ เดินเคียงข้างกันไป ผม ไม่ใช่ผู้นำ� เป็นเพียงแค่ร่างทรง และผมจะทำ�หน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เท่าที่ มวลมหาประชาชนไว้ใจ ส่วนใครที่จะมาเจรจากับผมมาพบผมได้ที่ตึก สันติไมตรี ทำ�เนียบรัฐบาล ได้ทุกเวลา ผมยินดีต้อนรับ เพียงแต่อย่า มาเกลี้ยกล่อม เพราะผมต้องทำ�ตามที่ประชาชนสั่งให้ผมคิด ให้ผมทำ� เท่านั้น เขาไม่ต้องการเห็นระบอบทักษิณอยู่ในแผ่นดินนี้ เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่จะมาคุย ต้องตัดสินใจว่า มาคุยแบบไม่ต้องเกรงใจหรือ

เกรงกลัวระบอบทักษิณ ถ้ามาเพราะมีความคิดที่เห็นแก่ประโยชน์ของ บ้านเมือง ก็ยินดีต้อนรับทุกคน ทุกกลุ่ม ใครที่จะไปร่วมต่อสู้ด้วยกัน ในวันพรุ่งนี้ ขอให้เตรียมของใช้ที่จำ�เป็นไว้ด้วย เราจะสู้จนกว่าชัยชนะ จะเป็นของประชาชนเราจะสู้ด้วยกันจนนาทีแห่งชัยชนะ” เลขาธิการ กปปส.กล่าวในตอนท้าย

ชีช้ อ่ ง“ปธ.วุฒฯิ ”กูว้ กิ ฤติ

ต่อจากหน้า 1

วานนี้ (11 พ.ค.) นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณะบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ได้เปิดเผยข้อมูลการลาออก จากตำ�แหน่งนายกรัฐมนตรีและการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายก รัฐมนตรีจะนำ�ไปสู่การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ทันที โดยระบุว่า หาก นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำ�แหน่ง หรือคณะรัฐมนตรีทงั้ คณะลาออก หรือ ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงจะต้องมีการแต่งตั้งนายก รัฐมนตรีใหม่ทันที ตั้งแต่ปี 2476 จนถึงปัจจุบันมีนายกรัฐมนตรีลาออก หรือ ครม.ทั้งคณะลาออก หรือความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้น สุดลง ทั้งสิ้น 12 ครั้ง โดยเป็นกรณีนายกฯลาออกจากตำ�แหน่ง 8 ครั้ง ครม.ลาออกทั้งคณะ 1 ครั้ง และความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯสิ้นสุดลง เฉพาะตัว 3 ครั้ง ตั้งแต่ครั้งที่ 1-11 จะมีการแต่งตั้งนายกฯใหม่ทันที จนอาจกล่าวได้ว่าหากนายกฯลาออกจากตำ�แหน่ง หรือ ครม.ทั้งคณะลา ออก หรือความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯสิ้นสุดลงจะต้องมีการแต่งตั้งนา ยกฯใหม่ทันที ซึ่งนอกจากจะโดยผลของกฎหมายจะต้องมีนายกฯใหม่ แล้ว ยังอาจถือได้ว่า หลักการดังกล่าวได้รับการปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2476 จนกลายเป็นจารีตประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทยไปแล้ว “ในครั้งล่าสุดเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้น สุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะ ต้องแต่งตัง้ นายกฯใหม่ทนั ที ส่วนการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรเป็น จุดเชื่อมจากการยุบสภาผู้แทนฯหรืออายุของสภาผู้แทนฯสิ้นสุดลงไม่ใช่ กรณีนายกฯลาออกจากตำ�แหน่ง หรือครม.ทัง้ คณะลาออก หรือความเป็น รัฐมนตรีของนายกฯสิน้ สุดลง กรณีดงั กล่าวจึงมีหนทางเดียวคือตัง้ นายกฯ ใหม่ทันที โดยสรุปเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สิ้นสุดลง เฉพาะตัว ตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) สถาบันการเมืองเดียวที่เหลือ อยู่คือวุฒิสภาจะต้องเป็นองค์กรที่รับผิดชอบหลัก ในการหาทางออกจาก วิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เพราะสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอยู่ ภาระทั้งหมดจึง ตกอยูท่ ปี่ ระธานวุฒสิ ภาและวุฒสิ ภาทีจ่ ะต้องคลีค่ ลายวิกฤตดังกล่าว เพือ่ หาแนวทางในการปฏิรูปประเทศและหาผู้รับผิดชอบในการปฏิรูปประเทศ ต่อไป”นายบรรเจิด ระบุ

จับตาวุฒสิ ภาถกนอกรอบ

ต่อจากหน้า 1

วานนี้ (11 พ.ค.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำ�กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ที่ประชุมวุฒิสภาจะหารือนอกรอบตามที่ นายสุรชัย เลี้ยง บุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ในฐานะว่าที่ประธานวุฒิสภา นัดหมาย ในวันที่ 12 พ.ค.นั้น ประเด็นหลักใหญ่คงจะได้หารือในกรณีที่ นายสุ เทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ยื่นหนังสือให้แก่วุฒิสภาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. เรียกร้องให้ประธานวุฒสิ ภาดำ�เนินการหารือกับประธานศาล และ องค์กรอิสระทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทนตำ�แหน่งที่ว่างลงในทันที “ที่ผ่านมาวุฒิสภาก็เคยมีการหารือนอกรอบเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตบ้าน เมืองมาแล้ว โดยประธานจะรวบรวมความเห็นของสมาชิกเพือ่ ประกอบการ พิจารณาดำ�เนินการต่อไป เพียงแต่จะไม่สามารถอ้างเป็นมติของวุฒิสภา เพราะมีมติไม่ได้ ได้แค่ประเด็นแนวคิด ซึ่งจะต้องนำ�ไปพิจารณาในทาง ปฏิบตั อิ กี ครัง้ สุดท้ายก็อยูท่ ตี่ วั ว่าทีป่ ระธานวุฒสิ ภาเองทีจ่ ะตัดสินใจ และ รับผิดชอบการตัดสินใจนั้นเอง” นายไพบูลย์ ระบุ ทั้งนี้ นายไพบูลย์ กล่าวยืนยันด้วยว่า ที่ผ่านมามีความเข้าใจผิดว่าผู้ที่ ทูลเกล้าฯชือ่ นายกรัฐมนตรีคอื ประธานรัฐสภา แต่เมือ่ ได้ตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีทุกครั้ง คือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ประธานรัฐสภา ดังนั้นเมื่อไม่มีประธาน และรองประธานรัฐสภา เพราะเหตุยุบสภา แล้วเกิดเหตุว่างเว้นนายกฯลง

สมทบทุนสนับสนุน

ยอมทำ�งาน เป็นขีข้ า้ พญาปลวก พอมี พ วก นึ ก ว่ า พวกข้ า ใหญ่ ใ น วั น นี้ เ ห ลื อ มี ไ ม่ เ ท่ า ไ ร ยั ง มั ว เต้ น เล่ น ไฟ ไม่ ไ หวเลย : พีค่ นดี (P.khondee)

องค์กรฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำ�หน้าที่เทียบเคียงกันคือ วุฒิสภา โดยประธาน หรือรองประธานวุฒิสภา จึงสามารถทำ�หน้าที่แต่งตั้งบุคคลเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 แทนสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการเสนอชื่อ และลงมติด้วยการขานชื่อรายบุคคล “ฝ่ายรัฐบาลพยายามจะบิดเบือนว่าผูท้ นี่ �ำ ชือ่ ขึน้ ทูลเกล้าต้องเป็นประธาน รัฐสภา ซึง่ แท้จริงแล้วไม่วา่ การแต่งตัง้ นายอภิสทิ ธิ์ เวชชาชีวะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมัคร สุนทรเวช รวมทัง้ น.ส.ยิง่ ลักษณ์ ชินวัตร ประธาน สภาผู้แทนฯ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการทั้งสิ้น ดังนั้นนาย สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ในฐานะรองประธานวุฒิสภา สามารถทำ�หน้าที่ดัง กล่าว เมื่อนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาถูก ป.ป.ช. ชี้มูล ต้องงดเว้นการปฏิบตั หิ น้าที่ และทำ�หน้าทีด่ งั กล่าวได้โดยไม่จ�ำ เป็นต้องรอ การโปรดเกล้าฯเป็นประธานวุฒสิ ภาตามทีท่ ปี่ ระชุมวุฒสิ ภาได้ลงมติไปเมือ่ วันที่ 9 พ.ค. แต่อย่างใดเลย” นายไพบูลย์กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมนอกรอบของวุฒิสภาในวันที่ 12 พ.ค.นี้ นายสุเทพ จะนำ�มวลชนมาร่วมสังเกตการณ์และติดตามข้อ เสนอของมวลมหาประชาชนด้วย โดยได้ระบุว่า เมื่อนำ�มวลชนจาก สวนลุมพินีมาถึงทำ�เนียบรัฐบาลในวันที่ 12 พ.ค.แล้ว ก็จะนำ�มวลชน เดินทางไปติดตามการประชุมวุฒิสภานัดพิเศษ ที่หน้ารัฐสภาต่อทันที เพื่อติดตามและเรียกร้องให้ผู้มีอำ�นาจในบ้านเมือง ลุกขึ้นมาร่วมมือ กับมวลมหาประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศโดยเร็ว การบำ�เพ็ญ เพียรของเราในวันสองวันนี้จะมุ่งไปสู่การตั้งสภาประชาชน ซึ่งหากผู้ มีอำ�นาจในบ้านเมืองทำ�ไม่ได้หรือไม่ทำ� เราก็จะทำ�ด้วยมือของมวล มหาประชาชนเอง

แจงปฏิบตั กิ ารเผด็จศึก

ต่อจากหน้า 1

วานนี้ (11 พ.ค.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. พร้อมด้วย ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม นายวิทยา แก้วภ ราดัย นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ� กปสส. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังกลับจากการนำ� มวลชนไปชุมนุมสถานีโทรทัศน์ต่างๆ โดยนายเอกนัฏ กล่าวว่า ปฏิบัติ การดังกล่าว เรามีเจตนาดี ไม่มีเจตนาคุกคามสื่อมวลชน แต่ไปขอ ความร่วมมือให้สื่อมวลชนช่วยเสนอข่าวของเราอย่างเป็นธรรมเพราะที่ ผ่านมาศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้ใช้อำ�นาจ และใช้ อิทธิพลข่มขู่คุกคามสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์รวมการเฉพาะ กิจแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์หลายครั้งทั้งที่ไม่มีอำ�นาจ รวม ทั้งให้ข้อมูลเท็จกับประชาชน สร้างความสับสน แถลงการณ์จาบจ้วง สถาบันพระมหากษัตริย์ “กปปส.ขอขอบคุณสถานีโทรทัศน์ทกุ แห่งทีใ่ ห้ความร่วมมือ ดังนัน้ เพือ่ ไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และเพื่อรักษาสัมพันธไมตรีกับสื่อมวลชน จึง ย้ายกลับมาที่เวทีสวนลุมพินี เพื่อเตรียมพร้อมไปทำ�เนียบรัฐบาล ในวัน ที่ 12 พ.ค.หลังเวลา 12.00 น. โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะนำ�มวลชนไปด้วยตัวเอง” นายเอกนัฏ ระบุ นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า ตนขอเป็นตัวแทน กปปส. ขออภัยประชาชน และสื่อมวลชนด้วย หากการปฏิบัติการเคลื่อนไหวของ กปปส.ทำ�ให้ ประชาชนไม่พอใจ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ากลุ่มการ์ด กปปส.ที่เดินทางไปปิด สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ทำ�ร้ายร่างกายประชาชนนั้น เชื่อว่าเป็นการใส่ร้าย จึงขอให้สื่อมวลชนและประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล เพราะ ขณะนี้มีความพยายามใส่ร้าย กปปส.ตลอดเวลา

สุดเวทนา“ขีข้ า้ ธาริต”

ต่อจากหน้า 1

วานนี้ (11 พ.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน และ กรรมการ กปปส. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวถึงกรณีที่ นายธาริต เพ็ง ดิษฐ์ อธิบดีกรมสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อ่านแถลงการณ์ของ ศูนย์อำ�นวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ฉบับที่ 7 ระบุว่า เตรียมส่งกองกำ�ลังหน่วยอรินทราชบุกจับ 51 แกนนำ� กปปส. หากศาล ออกหมายจับแกนนำ� กปปส.ในข้อหากบฎ โดยนายสุริยะใสระบุว่า มาเลยธาริต อย่าดีแต่โม้ นายธาริต มีนิสัย ข่มขู่คุกคามแบบนี้ ตนไม่เคยกลัวยิ่งทำ�ให้กล้าแกร่ง และมุ่งมั่นมากขึ้น เพราะถ้ายอมและกลัวนิสัยเถื่อนๆ ของคนถืออำ�นาจสังคมจะเน่าฟอน เฟะไปมากกว่านี้ และที่เวทนาที่สุด คือ เวลาที่ต้องไปขึ้นศาล นายธาริต ในฐานะฝ่ายโจทก์ไม่เคยไปเลย บีบลูกน้องไปขึน้ ศาลสืบพยานแทนตลอด ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เต็มใจ “เคยมีโอกาสสนทนากับคนในดีเอสไออยากบอกว่า มีแต่คนส่ายหัว ส่ายหน้า ออกอาการเวทนาเวลาพูดถึงนายธาริต พวกเขาไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่ห่วงองค์กรอย่าง ดีเอสไอที่นับวันไม่มีอนาคต ความน่าเชื่อถือตกต่ำ� สุดขีดจนอาจต้องยุบทิ้งในที่สุดในยุคนายธาริต” นอกจากนี้ นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า นายธาริตอาจได้ใจนายใหญ่ที่ ดูไบ แต่ไม่เคยได้ใจลูกน้องและเพือ่ นร่วมงานเลย วันทีค่ ณ ุ ลงจากอำ�นาจ จำ�ไว้ว่า สหบาทารอคุณอยู่ทั้งคนใกล้ตัว และไกลตัว และกฎหมายอาจ ไม่ทำ�งานเสมอไป แต่กฎแห่งกรรมหนีกันไม่พ้น

ธนาคารกรุงเทพ กระแสรายวัน

“วันเผด็จศึก” เลขที่ 876-300-2758

ชือ่ บัญชี ธีราภา พร้อมพันธุ์

สถานภาพ ครม.?? “ราชดำ�เนินรายวัน” ขอนำ�บทคัดย่อของบทความทาง วิชาการหัวข้อเรื่อง “คณะรัฐมนตรีอยู่ในตำ�แหน่งเพื่อ ปฏิบตั หิ น้าทีต่ อ่ ไปอีกไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 27” โดย “ท่านยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ” อดีตผูพ้ พิ ากษา หัวหน้าคณะในศาลฎีกา มานำ�เสนอต่อผูอ้ า่ น เพือ่ ให้ เกิดความชัดเจนถึงสถานภาพของ “คณะรัฐมนตรี” ที่ พยายามอ้างสิทธิการปฏิบตั หิ น้าทีอ่ ยูใ่ นขณะนีว้ า่ ยังมี ศักดิแ์ ละสิทธิในการทำ�หน้าทีจ่ ริงหรือไม่ ภายหลังจากที่ ศษลรัฐธรรมนูญมีค�ำ วินจิ ฉัยให้ “ยิง่ ลักษณ์ ชินวัตร” พ้น สภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ใจความสรุปมีดงั นี้ คำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นคำ�วินจิ ฉัยทีเ่ กีย่ ว กับการใช้สทิ ธิและเสรีภาพของคณะรัฐมนตรีทจ่ี ะใช้อ�ำ นาจ ในการปกครองประเทศต่อไป และในขณะเดียวกันคำ� วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นคำ�วินิจฉัยที่เกี่ยวกับ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ จะต้องมีคณะรัฐมนตรี มาปกครองโดยเป็นคณะรัฐมนตรีท่มี ีคุณสมบัติตามที่ รัฐธรรมนูญได้บญ ั ญัตริ บั รองไว้หรือไม่ คำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่อาจนำ�มาใช้บงั คับ ให้คณะรัฐมนตรีอยูใ่ นตำ�แหน่งต่อไปได้โดยตรง โดย คณะรัฐมนตรีมคี วามผูกพันทีจ่ ะต้องใช้บงั คับกฎหมาย และตีความกฎหมายทัง้ ปวงว่า คณะรัฐมนตรีมสี ทิ ธิตาม คำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทีจ่ ะอยูใ่ นตำ�แหน่งต่อไป ได้ จริงหรือไม่ คณะรัฐมนตรีไม่อาจอ้างคำ�วินจิ ฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ เพือ่ ให้คณะรัฐมนตรีอยูใ่ นตำ�แหน่งต่อ ไป โดยไม่ตคี วามคำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและ กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องนัน้ ได้ แต่อย่างใดไม่ คำ�วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลต่อการอยู่ใน ตำ�แหน่งของคณะรัฐมนตรีทค่ี ณะรัฐมนตรีน�ำ มาอ้าง เพือ่ ใช้อ�ำ นาจหน้าทีใ่ นตำ�แหน่งทีจ่ ะจัดการเลือกตัง้ นัน้ จึง ผูกพันองค์กรตามรัฐธรรมนูญคือ คณะกรรมการการ เลือกตัง้ ทีจ่ ะต้องตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญเสียก่อน ว่า คณะรัฐมนตรีอยูใ่ นตำ�แหน่งตามคำ�วินจิ ฉัยของศาล รัฐธรรมนูญ จะจัดการเลือกตัง้ ได้จริงหรือไม่ รวมทัง้ ผูกพันหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการใช้บงั คับกฎหมาย และตีความกฎหมายว่า คณะรัฐมนตรีทจ่ี ะอยูใ่ นตำ�แหน่ง ตามคำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนัน้ มีสทิ ธิทจ่ี ะได้รบั เงิน เดือนได้หรือไม่ และฯลฯ การใช้บังคับกฎหมายและการตีความกฎหมายเป็น อำ�นาจหน้าทีข่ ององค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงาน ของรัฐโดยตรงทีจ่ ะใช้บงั คับกฎหมายและตีความกฎหมาย ทัง้ ปวงได้ แต่หากองค์กรหรือหน่วยงานดังกล่าวไม่กล้าใช้ บังคับกฎหมาย หรือตีความกฎหมายทัง้ ปวงได้กช็ อบทีจ่ ะ ร้องต่อศาล เพราะศาลก็มคี วามผูกพันทีจ่ ะต้องตีความการ ใช้บงั คับกฎหมายตามคำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย เช่นกัน ทัง้ นีเ้ ป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 27 คำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกีย่ วกับการกระทำ�ของ นายกรัฐมนตรีทใ่ี ช้อ�ำ นาจหน้าทีโ่ ดยมิชอบ โดยใช้สถานะ หรือตำ�แหน่งของความเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 266 , 267 ซึง่ เข้าหลักเกณฑ์ทท่ี �ำ ให้ความเป็นรัฐมนตรี ของนายกรัฐมนตรีส้นิ สุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึง่ (7) และทำ�ให้รฐั มนตรีทง้ั คณะพ้นจาก ตำ�แหน่งตามมาตรา 180 วรรคหนึง่ (1) นัน้ เป็นคำ�วินจิ ฉัย ทีเ่ กีย่ วกับสถานภาพในคุณสมบัตขิ องรัฐมนตรีทง้ั คณะ (Eligibility ) อันเป็นเหตุท�ำ ให้รฐั มนตรีทง้ั คณะต้องพ้น จากตำ�แหน่งตามทีบ่ ญ ั ญัตไิ ว้ในมาตรา 180 วรรคหนึง่ เมือ่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วนิ จิ ฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรี ของนายกรัฐมนตรีสน้ิ สุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 182 จึงเกิดผลในทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 วรรคแรก (1) ทำ�ให้รฐั มนตรีทง้ั คณะพ้นจากตำ�แหน่งใน ทันที เพราะสถาบันคณะรัฐมนตรีขาดคุณสมบัตทิ จ่ี ะเป็น “คณะรัฐมนตรี” ได้อกี ต่อไป การทีค่ ณะรัฐมนตรี (บาง คน) ประสงค์จะอยูใ่ นตำ�แหน่งเพือ่ ทีจ่ ะปฏิบตั หิ น้าทีต่ อ่ ไป จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีทต่ี ง้ั ขึน้ ใหม่เข้ารับหน้าทีแ่ ทนนัน้ คณะรัฐมนตรี (บางคน) จะต้องไปใช้สทิ ธิทางศาลเพือ่ ให้ วินจิ ฉัยก่อนว่า จะมีสทิ ธิทจ่ี ะอยูใ่ นตำ�แหน่งต่อไปได้หรือ ไม่ เพราะการอยูใ่ นตำ�แหน่งต่อไปของคณะรัฐมนตรีกจ็ ะ เป็นการกระทำ�ทีส่ มุ่ เสีย่ งต่อการกระทำ�อันเป็นความผิด ทัง้ ทางอาญาและทางแพ่ง ตลอดจนขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ได้ กล่าวโดยสรุป คำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจ ทำ�ให้คณะรัฐมนตรีอยูใ่ นตำ�แหน่งเพือ่ ปฏิบตั หิ น้าทีไ่ ด้ตอ่ ไป คณะรัฐมนตรีจะต้องไปใช้สทิ ธิทางศาลให้ตคี วาม คำ�วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเสียก่อนว่า คำ�วินจิ ฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญนัน้ ได้รบั รองและคุม้ ครองสิทธิและ เสรีภาพของคณะรัฐมนตรีให้อยูใ่ นตำ�แหน่งเพือ่ ปฏิบตั ิ หน้าทีต่ อ่ ไปได้หรือไม่ ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ อดีตผูพ้ พิ ากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

ผูจ้ ด ั ทำ�หนังสือพิมพ์ราชดำ�เนินรายวัน : ผูอ ้ �ำ นวยการ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ุ โฆษกคณะกรรมการ กปปส. บรรณาธิการ : แสงธรรม ชุนชฎาธาร, สำ�นักงานอนุสาวรียป ์ ระชาธิปไตย ถนนราชดำ�เนิน กทม. โทร. 094 073 0850 ถึง 2 E-mail : ratchadamnoendaily@gmail.com ดาวน์โหลดฉบับดิจิตอลได้ที่ http://www.facebook.com/RatchadamnoenToday ราชดำ�เนินรายวัน

ราชดำเนินรายวัน 12 พ..ค. 2557  

หนังสือพิมพ์ราชดำเนินรายวัน https://www.facebook.com/RatchadamnoenToday

Advertisement