Page 1

เรื่อง คอมพิวเตอร์ และระบบคอมพิวเตอร์

จัดทำำโดย

นำงสำววิไลลักษณ์

โพธิ์เงิน 544148065

นำงสำววันทนี

สุ ทน

544148077

เสนอ อำจำรย์สุจติ ตรำ

จันทร์ ลอย

รำยงำนนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของวิชำเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่ อสำรสำ ำหรับครู ภำคเรียนที่ 2 ปี กำรศึกษำ 2555 มหำวิทยำลัยรำชภัฎหมู่บ้ำนจอมบึง


คำำนำำ

รำยงำนนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของวิชำเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่ อสำรสำ ำหรับครู (PC54504) คณะผู้จัดทำำได้ จดั ทำำขึน้ จุดประสงค์ เพือ่ ศึกษำเกีย่ วกับควำมรู้ ด้ำนคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน รู้ จักองค์ ประกอบ และกระบวนกำรทำำงำนของคอมพิวเตอร์ รวมถึงกำรนำำคอมพิวเตอร์ มำใช้ ประโยชน์ ในยุคปัจจุบนั ใน ยุคของ สั งคมในโลกำภิวฒ ั น์ รำยงำนนีย้ งั สำมำรถใช้ เป็ นเอกสำรประกอบกำรเรียนรู้ รำยวิชำนี้ คณะผู้จัดทำำ หวังเป็ น อย่ ำงยิง่ ว่ ำรำยงำนฉบับนีจ้ ะเป็ นประโยชน์ แก่ ผ้ อู ่ ำนไม่ มำกก็น้อย ถ้ ำหำกรำยงำนฉบับนี้ มีข้อผิดพลำดประกำรใดทำงคณะผู้จัดทำำต้ องขออภัยมำ ณ ทีน่ ีด้ ้ วย

คณะผู้จัดทำำ


สำรบัญ หน้ ำ

ควำมหมำยคอมพิวเตอร์

1

คุณสมบัตพิ นื้ ฐำนของคอมพิวเตอร์

1-2

ส่ วนประกอบคอมพิวเตอร์

3-4

องค์ ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

4-24

ประโยชน์ ของคอมพิวเตอร์

24-28

บรรณำนุกรม

29


1

ความหมายของคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ (Computer) คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic device) ที่มนุษย์ใช้เป็ น เครื่ องมือในการจัดการกับข้อมูล (Data) ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรื อสัญลักษณ์อื่นที่ใช้แทนความหมายใน สิ่ งต่าง ๆ โดยปฏิบตั ิงานภายใต้การควบคุมของชุดคำาสัง่ ที่อยูใ่ นหน่วยความจำาของคอมพิวเตอร์ เอง เพื่อทำาการคำานวณและแสดงผลลัพธ์ออกทางอุปกรณ์แสดงผล ผลลัพธ์เหล่านี้ จดั ว่าเป็ นข้อมูลที่ผา่ นการประมวลผลและเรี ยบเรี ยงแล้ว จะเรี ยกผลลัพธ์น้ ีวา่ “สารสนเทศ (Information)” คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ มีข้อดีอย่ ำงไร? คุณสมบัติพนื้ ฐำนของคอมพิวเตอร์ มีอยู่ 5 ประกำรที่สำำคัญดังนี้ 1. ทำำงำนด้ วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic machine) คอมพิวเตอร์เป็ นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการบันทึกข้อมูล ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ การจัดเก็บข้อมูลที่บนั ทึกผ่านทางแป้ นพิมพ์หรื ออุปกรณ์อื่นๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงให้เป็ น สัญญาณไฟฟ้ าเพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจและสามารถประมวลผลได้ และเมื่อคอมพิวเตอร์ ประมวลผล เรี ยบร้อยแล้ว ข้อมูลที่เป็ นสัญญาณไฟฟ้ าจะถูกแปลงกลับให้เป็ นรู ปแบบที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้ 2. กำรทำำงำนด้วยควำมเร็วสู ง (speed)


เนื่องจากการทำางานของคอมพิวเตอร์ เป็ นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นการดำาเนินงานต่างๆ จึงสามารถกระทำาได้อย่างรวดเร็ ว (มากกว่าพันล้านคำาสัง่ ในหนึ่งวินาที)

2

3. ควำมถูกต้ องแม่ นยำำเชื่อถือได้ (accuracy and reliability) คอมพิวเตอร์จะทำางานตามคำาสัง่ ที่มนุษย์เขียนโปรแกรมหรื อคำาสัง่ ไว้ ถ้าผูใ้ ช้ป้อนข้อมูลและ ชุดคำาสัง่ มีความถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก็จะมีความถูกต้องเชื่อถือได้ 4

. กำรเก็บข้ อมูลได้ ในปริมำณมำก (storage)

คอมพิวเตอร์มีหน่วยความจำาที่ทาำ หน้าที่เก็บข้อมูลที่บนั ทึกเข้าไป ความสามารถในการจัดเก็บ ข้อมูลนี้จะขึ้นอยูก่ บั ขนาดของคอมพิวเตอร์ เช่น เครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์ ในปั จจุบนั จะมีหน่วยเก็บ ข้อมูลสำารอง ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งล้านตัวอักษร

5. กำรสื่ อสำรเชื่อมโยงข้อมูล (communication) คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อกับเครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่ องอื่นๆ และสามารถทำางานทหลาก หลายมากขึ้นกว่าการใช้คอมพิวเตอร์แบบระบบเดี่ยว ตัวอย่างเช่น การนำาคอมพิวเตอร์ เชื่อมต่อระบบ อินเตอร์ เน็ต เพื่อการสื บค้นข้อมูลจากเครื่ องคอมพิวเตอร์อื่น (remote computer)


จากคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์เราจะเห็นได้วา่ คอมพิวเตอร์ สามารถทำางานหลายๆ อย่างที่ มนุษย์ไม่สามารถทำาได้ หรื อถ้ามนุษย์ทาำ ได้ ก็จะใช้เวลามากและมีขอ้ ผิดพลาดมากมาย เช่น การ ำ หลายล้าน คำานวณตัวเลขหลายหลักเป็ นจำานวนมากภายในเวลาจำากัด , การทำางานในแบบเดียวกันซ้าๆ ครั้ง หรื อการจดจำาข้อมูลตัวเลขและตัวหนังสื อหลายหมื่นหน้าโดยไม่มีการลืม งานที่น่าเบื่อและยุง่ ยาก เหล่านี้เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ทาำ งานแทนได้ โดยเรามีหน้าที่เพียงเป็ นผูส้ ัง่ การเท่านั้น

3

ส่ วนประกอบของคอมพิวเตอร์

เครื่ องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานอยูใ่ นสำานักงานในบ้านนั้นเรี ยกว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ มีแบบ ตั้งโต๊ะ(Desktop) แบบพกพา (Notebook) และ พาล์มทอป(Palmtop) ไมโครคอมพิวเตอร์ มีส่วน ประกอบหลัก ๆ ดังนี้ 1) เคส (Case) คือ ส่วนที่บรรจุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น แผงวงจนหลัก ฮาร์ ดดิสก์ หน่วยความ จำา หน่วยประมวลผล เคสมีท้ งั แบบแนวนอนและแนวตั้ง 2) มำเธอร์ บอร์ ด (Motherboard) หรื อเรี ยกกันว่าเมนบอร์ ด (Mainboard) แผงวงจรหลัก หรื อ เมนบอร์ด (Mainboard) ทำาหน้าที่เป็ นจุดเชื่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น ฮาร์ ดดิสก์ ฟล็อปปี้ ดิสก์ หน่วยความจำา หน่วยประมวลผลกลาง 3) ฮำร์ ดดิสก์ (Hard Disk) เป็ นอุปกรณ์เก็บข้อมูลและโปรแกรม ภายในจะมีขอ้ มูลและ โปรแกรมต่างๆ บรรจุอยู่ 4) ซีดีรอม (CD - ROM) เครื่ องขับคอมแพคดิสก์ หรื อซีดีรอม (CD-ROM) เป็ นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านข้อมูล บนแผ่น 5) ซีดี มีความสามารถเก็บข้อมูลได้เป็ นจำานวนมาก


6) แรม (RAM) เป็ นอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลและโปแกรมขณะที่คอมพิวเตอร์ ทาำ การประมวลผล CPU หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยประมวลผลกลาง หรื อ CPU (Central Processing Unit) เป็ นอุปกรณ์ที่ทาำ หน้าที่ควบคุมการทำางานของเครื่ องคอมพิวเตอร์ และทำาการประมวลผล ข้อมูล 7) ดิสก์ ไดรฟ์ (Disk Drive) หน่วยขับดิสก์ หรื อดิสก์ไดรฟ์ (Disk Drive) เป็ นอุปกรณ์สาำ หรับ อ่าน และเขียนข้อมูลลงบนแผ่นดิสก์ มีขนาด 3.5 นิ้ว 8) แป้นพิมพ์ (Keyboard) แป้ นพิมพ์ หรือ คีย์บอร์ ด เป็ นอุปกรณ์ทาำ หน้าที่รับข้อมูลเข้าสู่เครื่ องคอมพิวเตอร์ 4

9) เมำส์ (Mouse) เป็ นอุปกรณ์ที่ทาำ หน้าที่ช้ ีส่วนต่าง ๆ บนจอภาพ และเรี ยกโปรแกรมโดยการใช้ เมาส์คลิกที่สญ ั รู ปหรื อไอคอน (Icon) ที่เป็ นตัวแทนของโปรแกรมที่ตอ้ งการ 10) จอภำพ (Monitor) จอภาพ หรื อมอนิเตอร์ เป็ นอุปกรณ์ทาำ หน้าที่แสดงผลการประมวล ในรู ปของภาพ หรื อข้อความ 11) เครื่องพิมพ์ หรือ พริ้นเตอร์ (Printer) เป็ นอุปกรณ์หน่วยแสดงผลโดยการพิมพ์ขอ้ มูลออก เป็ นตัวอักษร ตัวเลขและรู ปภาพ 12) ลำำโพง (Speaker) หรือสปี คเกอร์ เป็ นอุปกรณ์หน่วยสดงผลในรู ปของเสี ยง เช่น เสี ยงพูด เสี ยงดนตรี มีในคอมพิวเตอร์ที่เป็ นระบบสื่ อประสม หรื อมัลติมีเดีย (Multiedia) องค์ ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยส่วนสำาคัญ 4 ส่วนด้วยกัน คือ 1.ฮาร์ ดแวร์ (Hardware)


2.ซอฟต์แวร์ (Software) 3.บุคลากร (Peopleware) 4.ข้อมูลและสารสนเทศ (Data / Information)

1.ฮำร์ ดแวร์ (Hardware) หมายถึง สิ่ งที่มองเห็นและจับต้องสัมผัสได้ท้ งั หมดที่เกี่ยวข้องกับ คอมพิวเตอร์ ไม่วา่ จะเป็ นตัวเครื่ องคอมพิวเตอร์ (Case) เมนบอร์ ด (Mainboard) และอุปกรณ์ต่อพ่วง รอบข้าง (Peripheral) ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฮาร์ดดิสก์ แป้ นพิมพ์ เม้าส์ หน่วยประมวลผลกลาง จอภาพ เครื่ องพิมพ์ และอุปกรณ์ อื่นๆ ฮาร์ ดแวร์จะไม่สามารถทำางานด้วยตัวเองเดี่ยว ๆ ได้ จะต้องนำามาต่อเชื่อมเพื่อทำางานร่ วมกันเป็ น ระบบ ที่เรี ยกว่า “ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System)” ที่มีโครงสร้างของระบบจะทำางานตามโปรแกรม หรื อซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้น

5

จำาแนกหน้าที่ของฮาร์ดแวร์ต่างๆ สามารถแบ่งเป็ นส่ วนสำาคัญ 4 ส่ วน คือ • หน่ วยรั บข้ อมูล (Input Unit) ทำาหน้าที่รับโปรแกรมคำาสัง่ และข้อมูลเข้าสู่เครื่ องคอมพิวเตอร์ หน่ วยประมวลผลกลำง (Central Processing Unit – CPU) ทำาหน้าที่เกี่ยวกับการคำานวณทั้งทางตรรกะและคณิ ตศาสตร์ รวมทั้งการประมวลข้อมูลตามคำาสัง่ ที่ได้ รับ •

หน่ วยควำมจำำ (Memory Unit) ทำาหน้าที่เก็บข้อมูลหรื อคำาสัง่ ที่ส่งมาจากหน่วยรับข้อมูล เพื่อเตรี ยมส่ งไปประมวลผลยัง หน่วยประมวลผลกลาง และเก็บผลลัพธ์ที่ได้มาจากการประมวลผลแล้วเพื่อเตรี ยมส่ งไปยังหน่วย แสดงผล •

INPUT

หน่ วยแสดงผล (Output Unit)


ทำาหน้าที่แสดงผลข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ทาำ การประมวลผลหรื อผ่านการคำานวณแล้ว ให้มากยิง่ ขึ้น เช่น โมเด็ม แผงวงจรเชื่อมต่อเครื อข่าย เป็ นต้น

กลไกการทำางานของคอมพิวเตอร์ ที่เกิดจากองค์ประกอบต่างๆ เริ่ มด้วย เมื่อมีการกดปุ่ มเครื่ องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหรื อชุดคำาสัง่ ที่อยูใ่ นหน่วยความจำาหลัก จะทำาการ ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมที่จะทำางาน เมื่อตรวจสอบเสร็ จคอมพิวเตอร์ จะแสดงให้เห็นว่า พร้อมที่จะทำางาน ก็จะมีการป้ อนคำาสัง่ หรื อโปรแกรมหรื อข้อมูลโดยผ่านหน่วยรับข้อมูล แล้วนำาไป เก็บไว้ที่หน่วยความจำาหลัก ต่อจากนั้น หน่วยประมวลผลกลางก็จะทำาการตามคำาสัง่ ของโปรแกรมซึ่ ง เรี ยกว่า การประมวลผล แล้วนำาผลลัพธ์ที่ได้เก็บไว้ที่ หน่วยความจำา และจะแสดงผลลัพธ์ผา่ นหน่วยแสดงผล เมื่อมีคาำ สัง่ ให้แสดงผลลัพธ์ 6

• หน่ วยรับข้อมูล (Input Unit) เป็ นส่วนแรกทีต่ ดิ ต่อกับผูใ้ ช้ หน้าทีห่ ลักคือ รับโปรแกรมคำาสัง่ ตอบสนองการสังงานจากผู ่ ใ้ ช้ แล้วรับเป็ นสัญญาณข้อมูลส่งต่อไปจัดเก็บหรือพักไว้ทห่ี น่ วยความจำา ฮาร์ ดแวร์ ที่ทาำ หน้าที่เป็ น หน่วยรับข้อมูล มีหลากหลายอุปกรณ์ ได้แก่ 1) คีย์บอร์ ด (Keyboard)


อุปกรณ์รับข้อมูลจากการกดแป้ นแล้วทำาการเปลี่ยนเป็ นรหัส เพื่อบอกให้คอมพิวเตอร์ รู้วา่ มี การกดตัวอักษรอะไร แผงแป้ นอักขระส่วนใหญ่เป็ นไปตามมาตรฐานของเครื่ องพิมพ์ดีด ซึ่งระบบรับ รหัสตัวอักขระที่ใช้ในทางคอมพิวเตอร์เป็ นรหัส 7 หรื อ 8 บิต (Operator) 2) เมำส์ (Mouse)

อุปกรณ์นาำ เข้าข้อมูลโดยการเลื่อนเมาส์เพื่อบังคับตัวชี้ ไปยังตำาแหน่งต่างๆ บนหน้าจอ เมาส์ที่นิยมใช้มีดว้ ยกัน 3 ประเภท ได้แก่ -แบบทางกล (Mechanical) ใช้ลูกกลิ้งกลม -แบบใช้แสง (Optical mouse) -แบบไร้สาย (Wireless Mouse) 3) OCR (Optical Character Reader)

7


อุปกรณ์นาำ เข้าข้อมูล โดยใช้วิธีการอ่านข้อมูลด้วยลำาแสงในลักษณะพาดขวางบนเอกสารที่มี ข้อมูลอยู่ แล้วแปลงรหัสเป็ นสัญญาณไฟฟ้ าเข้าไปเก็บในเครื่ องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โอซีอาร์ ที่เรา สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำาวัน ได้แก่ เครื่ องอ่านรหัสแท่ง (Barcode reader) 4) OMR (Optical Mark Reader)

อุปกรณ์นาำ เข้าที่ทาำ งานโดยการอ่านข้อมูลจากการทำาเครื่ องหมายด้วยดินสอและปากกาลงบน กระดาษคำาตอบ (Answer sheet) ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ 5) เครื่องอ่ ำนพิกดั (Digitizer) เป็ นอุปกรณ์รับข้อมูล มีลกั ษณะเป็ นแผ่นกระดานสี่ เหลี่ยม มีสายไฟฟ้ า และอุปกรณ์คล้ายแว่นขยายที่มีเครื่ องหมายกากบาทตรงกลาง พร้อมกับปุ่ มสำาหรับกด โดยปกติมกั ใช้ ในการอ่านจุดพิกดั ของแผนที่ หรื อตำาแหน่งของภาพกราฟิ กต่างๆ 6) สแกนเนอร์ (Scanner) เป็ นอุปกรณ์นาำ เข้าข้อมูลที่เป็ นเอกสาร รู ปภาพ หรื อ รู ปถ่าย สแกนเนอร์ สามารถ

8


แบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ - แบบเลื่อนกระดาษ (Sheet-Fed Scanner) สแกนเนอร์ แบบนี้ จะรับกระดาษแล้วค่อยๆ เลื่อนหน้า กระดาษให้ผา่ นหัวสแกนซึ่งอยูก่ บั ที่ - แบบแท่นนอน (Flatbed scanner) สแกนเนอร์ แบบนี้ จะมีกลไกคล้ายกับเครื่ องถ่ายเอกสาร เหมาะ สำาหรับใช้กบั เอกสารทั้งที่เป็ นแผ่นเดียวและเอกสารที่เป็ นเล่ม - แบบมือถือ (Hand-held Scanner) สแกนเนอร์ แบบมือถือได้รวมเอาข้อดีของสแกนเนอร์ ทั้งสองแบบเข้าไว้ดว้ ยกัน 7) ปำกกำแสง (Light Pen)

เป็ นอุปกรณ์ทาำ งานคล้ายกับเมาส์ในการติดต่อกับคอมพิวเตอร์ เป็ นอุปกรณ์ที่เหมาะสำาหรับงานวาด ภาพ


9

จอยสติก (Joy Sticks)

อุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมทิศทางของวัตถุบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ส่ วนใหญ่จะใช้ในการเล่นเกม คอมพิวเตอร์ มีท้ งั ที่เป็ นแบบแบน แบบคันโยก หรื อ แบบพวงมาลัย 9) จอสั มผัส (Touch Screen)

เป็ นจอภาพชนิดพิเศษที่ใช้ระบบสัมผัสแทนการใช้คียบ์ อร์ ดและเมาส์ นิยมนำามาใช้กบั งาน 10) เครื่องเทอร์ มินัล (Point of Sale Terminal)

อุปกรณ์รับข้อมูลอีกอย่างหนึ่งที่นิยมใช้ในร้านค้า เครื่ องเทอร์ มินลั นี้ จะมีแป้ นพิมพ์สาำ หรับ กรอกข้อมูล มีจอภาพเล็กๆ เพื่อใช้แสดงผลต่างๆ และมีเครื่ องพิมพ์สาำ หรับพิมพ์รายการ ทั้งนี้สามารถ นำาเครื่ องอ่านรหัสบาร์โค๊ดเข้ามาช่วยในการรับข้อมูลได้ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดอันอาจเกิดจากการก รอกข้อมูลที่มีจาำ นวนมาก


10

11) แผ่ นสัมผัส (Touch Pads)

ำ กที่กดลงไปจะถูกเปลี่ยน เป็ นอุปกรณ์รับข้อมูลโดยการใช้นิ้วสัมผัสลงบนแผ่นสัมผัส น้าหนั เป็ นสัญญาณไฟฟ้ า มักเห็นอยูใ่ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก 12) กล้ องดิจทิ ัล (Digital Camera)

เป็ นอุปกรณ์รับข้อมูลเข้าสู่เครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่สามารถแปลงข้อมูลภาพเป็ นสัญญาณดิจิทลั มีลกั ษณะการใช้งานเหมือนกล้องถ่ายภาพทัว่ ไป แต่ต่างกันตรงที่ไม่ตอ้ งใช้ฟิล์มในการบันทึกข้อมูล ข้อมูลภาพที่ได้สามารถถ่ายลงสู่เครื่ องคอมพิวเตอร์ และสามารถเรี ยกดูได้ทนั ที หรื อจะใช้โปรแกรม ช่วยตกแต่งภาพให้ดูสวยงามขึ้นก็ได้


11

13) อุปกรณ์ รับข้อมูลเสียง (Voice Input Devices) หรือเรียกอีกอย่ ำงหนึ่งว่ ำ ไมโครโฟน

อุปกรณ์รับข้อมูลในรู ปแบบเสี ยง โดยจะทำาการแปลงสัญญาณเสี ยงเป็ นสัญญาณดิจิทลั แล้วจึงส่ งไปยังคอมพิวเตอร์ •

หน่ วยควำมจำำ (Memory Unit)

เป็ นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ทาำ งานได้รวดเร็ วที่สุด ซึ่งสามารถจำาแนกตามลักษณะการใช้งานได้ 2 ประเภท คือ 1) หน่ วยควำมจำำหลัก (Main Memory) หรื อเรี ยกว่า หน่วยความจำาภายใน (Internal Memory) สามารถแบ่งออกเป็ น 2 ประเภท ได้แก่ -รอม (Read Only Memory – ROM)


หน่วยความจำาที่มีโปรแกรมหรื อข้อมูลอยูแ่ ล้ว สามารถเรี ยกออกมาใช้งานได้แต่จะไม่สามารถ เขียนเพิ่มเติมได้ และแม้วา่ จะไม่มีกระแสไฟฟ้ าไปเลี้ยงให้แก่ระบบข้อมูลก็ไม่สูญหายไป - แรม (Random Access Memory)

หน่วยความจำาที่สามารถเก็บข้อมูลได้เมื่อมีกระแสไฟฟ้ าหล่อเลี้ ยงเท่านั้น เมื่อใดไม่มีกระแส ไฟฟ้ ามาเลี้ยงข้อมูลที่อยูใ่ นหน่วยความจำาชนิดนี้ จะหายไปทันที 2) หน่ วยควำมจำำรอง (Second Memory) หรื อหน่วยความจำาภายนอก (External Memory) เป็ นหน่วยความจำาที่ตอ้ งอาศัยสื่ อบันทึกข้อมูลและอุปกรณ์รับ -ส่ งข้อมูลชนิดต่างๆ ได้แก่ - ฮำร์ ดดิสก์ (Hard Disk)

ฮาร์ ดแวร์ที่ทาำ หน้าที่เก็บข้อมูลในเครื่ องคอมพิวเตอร์ ทั้งโปรแกรมใช้งานต่างๆ ไฟล์เอกสาร รวมทั้งเป็ นที่เก็บระบบปฏิบตั ิการที่เป็ นโปรแกรมควบคุมการทำางานของเครื่ องคอมพิวเตอร์ ดว้ ย

12


- ฟล็อบปี้ ดิสก์ (Floppy Disk)

อุปกรณ์บนั ทึกข้อมูลที่มีขนาด 3.5 นิ้ว มีลกั ษณะเป็ นแผ่นกลมบางทำาจากไมลาร์ (Mylar) สามารถบรรจุขอ้ มูลได้เพียง 1.44 เมกะไบต์ เท่านั้น - ซีดี (Compact Disk – CD)

อุปกรณ์บนั ทึกข้อมูลแบบดิจิทลั เป็ นสื่ อที่มีขนาดความจุสูง เหมาะสำาหรับบันทึกข้อมูลแบบ มัลติมีเดีย ซีดีรอมทำามาจากแผ่นพลาสติกกลมบางที่เคลือบด้วยสารโพลีคาร์ บอเนต (Poly Carbonate) ทำาให้ผิวหน้าเป็ นมันสะท้อนแสง โดยมีการบันทึกข้อมูลเป็ นสายเดียว (Single Track) มีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลางประมาณ 120 มิลลิเมตร ปัจจุบนั มีซีดีอยูห่ ลายประเภท ได้แก่ ซีดีเพลง (Audio CD) วีซีดี (Video CD – VCD) ซีดี-อาร์ (CD Recordable – CD-R) ซีดี-อาร์ ดบั บลิว (CD-Rewritable – CDRW) และ ดีวีดี (Digital Video Disk – DVD) 3) รีมูฟเอเบิลไดร์ ฟ (Removable Drive)

อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ไม่ตอ้ งมีตวั ขับเคลื่อน (Drive) สามารถพกพาไปไหนได้โดยต่อเข้ากับ เครื่ องคอมพิวเตอร์ดว้ ย Port USB ปัจจุบนั ความจุของรี มูฟเอเบิลไดร์ ฟมีต้ งั แต่ 8 , 16 , 32 , 64 , 128 จนถึง 1024 เมกะไบต์ ทั้งนี้ยงั มีไดร์ฟลักษณะเดียวกัน เรี ยกในชื่ออื่นๆ ได้แก่ Pen Drive , Thump Drive , Flash Drive

13


4 )กำร์ ดเมมโมรี (Memory Card)

เป็ นอุปกรณ์บนั ทึกข้อมูลที่มีขนาดเล็ก พัฒนาขึ้น เพื่อนำาไปใช้กบั อุปกรณ์เทคโนโลยีแบบ ต่างๆ เช่น กล้องดิจิทลั คอมพิวเตอร์มือถือ (Personal Data Assistant – PDA) โทรศัพท์มือถือ เป็ นต้น 5 ) ซิบไดร์ ฟ (Zip Drive)

สื่ อบันทึกข้อมูลที่จะมาแทนแผ่นฟล็อปปี้ ดิสก์ มีขนาดความจุ 100 เมกะไบต์ ซึ่งการใช้งานซิป ไดร์ ฟจะต้องใช้งานกับซิปดิสก์ (Zip Disk) ความสามารถในการเก็บข้อมูลของซิปดิสก์จะเก็บข้อมูลได้ มากกว่าฟล็อปปี้ ดิสก์ 6) Magnetic optical Disk Drive

สื่ อเก็บข้อมูลขนาด 3.5 นิ้ว ซึ่งมีขนาดพอๆ กับฟล็อบปี้ ดิสก์ แต่ขนาดความจุมากกว่า เพราะว่า MO Disk drive 1 แผ่นสามารถบันทึกขัอมูลได้ต้ งั แต่ 128 เมกะไบต์ จนถึงระดับ 5.2 กิกะไบต์

7) เทปแบ็คอัพ (Tape Backup)

14


อุปกรณ์สาำ หรับการสำารองข้อมูล ซึ่งเหมาะกับการสำารองข้อมูลขนาดใหญ่มากๆ ขนาดระดับ 10-100 กิกะไบต์

15

หน่ วยประมวลผลกลำง (Central Processing Unit – CPU)

หน่วยประมวลผลกลางหรื อซีพียู เรี ยกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ (Processor) หรื อ ชิป (chip) นับเป็ นอุปกรณ์ที่มีความสำาคัญมากที่สุดของฮาร์ ดแวร์ เพราะมีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลที่ ผูใ้ ช้ป้อน เข้ามาทางอุปกรณ์นาำ เข้าข้อมูลตามชุดคำาสัง่ หรื อโปรแกรมที่ผใู ้ ช้ตอ้ งการใช้งาน หน่วย ประมวลผลกลาง ประกอบด้วยส่วนสำาคัญ 2 ส่ วน คือ 1)หน่ วยคำำนวณและตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU) หน่วยคำานวณตรรกะ ทำาหน้าที่เหมือนกับเครื่ องคำานวณอยูใ่ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ โดยทำางานเกี่ยวกับ การคำานวณทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร อีกทั้งยังมีความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่เครื่ อง คำานวณธรรมดาไม่มี คือ ความสามารถในเชิงตรรกะศาสตร์ หมายถึง ความสามารถในการเปรี ยบเทียบ


ตามเงื่อนไข และกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้ได้คาำ ตอบออกมาว่าเงื่อนไข นั้นเป็ น จริ ง หรื อ เท็จ ได้ 2) หน่ วยควบคุม (Control Unit) หน่วยควบคุม ทำาหน้าที่ควบคุมลำาดับขั้นตอนการประมวลผล รวมไปถึงการประสานงานกับอุปกรณ์ นำาเข้าข้อมูล อุปกรณ์แสดงผล และหน่วยความจำาสำารองด้วย ซีพียทู ี่มีจาำ หน่ายในท้องตลาด ได้แก่ Pentium III , Pentium 4 , Pentium M (Centrino) , Celeron , Dulon , Athlon

16

• หน่ วยแสดงผล (Output Unit) เป็ นอุปกรณ์ส่งออก (Output device) ทำาหน้าที่แสดงผลลัพธ์เมื่อซี พียทู าำ การประมวลผล

1) จอภำพ (Monitor)

จอซีอาร์ ที (CRT)

จอแอลซีดี (LCD)

อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ที่เป็ นภาพ ปัจจุบนั แบ่งออกเป็ น 2 ชนิด คือ จอภาพแบบ CRT (Cathode Ray Tube) และ จอภาพแบบ LCD (Liquid Crystal Display)


2) เครื่องพิมพ์ (Printer)

อุปกรณ์ที่ทาำ หน้าที่แสดงผลลัพธ์ในรู ปของอักขระหรื อรู ปภาพที่จะไปปรากฏอยูบ่ นกระดาษ แบ่งออกเป็ น 4 ประเภท ได้แก่ เครื่ องพิมพ์ดอตเมตทริ กซ์ (Dot Matrix Printer) เครื่ องพิมพ์แบบพ่น หมึก (Ink-Jet Printer) เครื่ องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer) และ พล็อตเตอร์ (Plotter) 3) ลำำโพง (Speaker)

อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ที่อยูใ่ นรู ปของเสี ยง สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ผา่ นแผงวงจรเกี่ยว กับเสี ยง (Sound card) ซึ่งมีหน้าที่แปลงข้อมูลดิจิทลั ไปเป็ นเสี ยง อุปกรณ์ ต่อพ่ วงอืน่ ๆ 1) โมเด็ม (Modem) มาจากคำาว่า (modulate/demodulate)

17


อุปกรณ์ที่ช่วยให้ติดต่อกับโลกภายนอกได้อย่างง่ายดาย ปั จจุบนั โมเด็มมีท้ งั แบบติดตั้งภายใน เครื่ องคอมพิวเตอร์ เรี ยกว่า Internal Modem และ แบบภายนอกเครื่ องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเรี ยกว่า External Modem 2) แผงวงจรเชื่อมต่ อเครือข่ำย (LAN card)

อุปกรณ์ที่ทาำ หน้าที่ในการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่ องคอมพิวเตอร์ หรื อเวิร์คสเตชั้น (Workstation) และเครื่ องให้บริ การข้อมูล (Server) ดังนั้นเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่ตอ้ งการเชื่อมต่อกับ เครื่ องคอมพิวเตอร์อื่นๆ จำาเป็ นต้องติดตั้งแลนการ์ ด 2. ซอฟต์ แวร์ (Software) ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรม (program) หรื อชุดคำาสัง่ ที่ควบคุมให้เครื่ อง คอมพิวเตอร์ ทาำ งานให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ตอ้ งการ ซึ่งคอมพิวเตอร์ ฮาร์ ดแวร์ ที่ประกอบออกมาจาก โรงงานจะยังไม่สามารถทำางานได้ในทันที ต้องมีซอฟต์แวร์ ซ่ ึ งเป็ นโปรแกรมหรื อชุดคำาสัง่ ที่สัง่ ให้ ฮาร์ ดแวร์ทาำ งานตามต้องการได้ โดยโปรแกรมหรื อชุดคำาสัง่ นั้นจะเขียนจากภาษาต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้าง ขึ้น เรี ยกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ (Programming Language) ภาษาใดภาษาหนึ่ง และมีโปรแกรมเมอร์ (Programmer) หรื อนักเขียนโปรแกรมเป็ นผูใ้ ช้ภาษาคอมพิวเตอร์ เหล่านั้นเขียนซอฟต์แวร์ แบบต่าง ๆ ซอฟต์ แวร์ สำมำรถแบ่ งออกเป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

18


1) ซอฟต์ แวร์ ระบบ (System Software) คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย หน่วยรับเข้า หน่วยส่ งออก หน่วยความจำา และหน่วยประมวลผล ในการทำางานของคอมพิวเตอร์จาำ เป็ นต้องมีการดำาเนินงานกับอุปกรณ์พื้นฐานที่จาำ เป็ น ดังนั้นจึง ต้องมีซอฟต์แวร์ระบบเพื่อใช้ในการจัดการระบบ หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ ระบบประกอบด้วย - ใช้ในการจัดการหน่วยรับเข้าและหน่วยส่งออก เช่น รับการกดแป้ นต่าง ๆ บนแผงแป้ นอักขระ ส่ งรหัสตัวอักษรออกทางจอภาพหรื อเครื่ องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้า และส่ งออกอื่น ๆ เช่น เมาส์ อุปกรณ์สงั เคราะห์เสี ยง - ใช้ในการจัดการหน่วยความจำา เพื่อนำาข้อมูลจากแผ่นบันทึกมาบรรจุยงั หน่วยความจำาหลัก หรื อในทำานองกลับกัน คือนำาข้อมูลจากหน่วยความจำาหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก - ใช้เป็ นตัวเชื่อมต่อระหว่างผูใ้ ช้งานกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น การขอดูรายการในแผ่นบันทึก การทำาสำาเนาแฟ้ มข้อมูล ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทัว่ ไป แบ่งออกเป็ น ระบบปฏิบตั ิการ และ ตัวแปลภาษา ซอฟต์แวร์ ทงั่ สองประเภทนี้ ทาำ ให้เกิดพัฒนาการประยุกต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น 19

ระบบปฏิบัติกำร ระบบปฏิบตั ิการ หรื อที่เรี ยกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็ นซอฟต์แวร์ ใช้ในการดูแล ระบบคอมพิวเตอร์ เครื่ องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่ องจะต้องมีซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบตั ิการนี้ ระบบปฏิบตั ิ การที่นิยมใช้กนั มากและเป็ นที่รู้จกั กันดี เช่น 1) ดอส (Disk Operating System : DOS) 2) วินโดวส์ (Windows) 3) โอเอสทู (OS/2) 4) ยูนิกซ์ (UNIX)


1)ดอส

ซอฟต์แวร์จดั ระบบงานที่พฒั นามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คาำ สัง่ เป็ นตัวอักษร ดอสเป็ นซอฟต์แวร์ที่รู้จกั กันดีในหมู่ผใู้ ช้ไมโครคอมพิวเตอร์ 2) วินโดวส์ ระบบปฏิบตั ิการที่พฒั นาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทำางานหลายงาน พร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยูใ่ นกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรู ป แบบกราฟิ ก ผูใ้ ช้งานสามารถใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ ตาำ แหน่งเพื่อเลือกตำาแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ ทำาให้ ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความนิยมในปั จจุบนั 3) โอเอสทู ระบบปฏิบตั ิการแบบเดียวกับวินโดว์ส แต่บริ ษทั ผูพ้ ฒั นาคือ บริ ษทั ไอบีเอ็ม เป็ นระบบปฏิบตั ิ การที่ให้ผใู ้ ช้สามารถใช้ทาำ งานได้หลายงานพร้อมกัน และการใช้งานก็เป็ นแบบกราฟิ กเช่นเดียวกับ วินโดวส์ 4) ยูนิกซ์ ระบบปฏิบตั ิการที่พฒั นามาตั้งแต่ครั้งใช้กบั เครื่ องมินิคอมพิวเตอร์ ระบบปฎิบตั ิการยูนิกซ์เป็ น ระบบปฏิบตั ิการที่สามารถใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทำางานได้หลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กบั เครื่ องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่ องปลายทางได้หลายเครื่ องพร้อมกัน ระบบปฏิบตั ิการที่ใช้ในเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ทาำ งานร่ วมกันเป็ นระบบ เช่น ระบบปฏิบตั ิการเน็ตแวร์ วินโดว์สเอ็นที 2) ซอฟต์ แวร์ ประยุกต์ (Application Software) หมำยถึง ซอฟต์แวร์ที่สร้างหรื อพัฒนาขึ้น เพื่อใช้งานด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะตามที่ผใู ้ ช้ตอ้ งการ เช่น งานด้านการจัดทำาเอกสาร การทำาบัญชี การจัดเก็บข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนงานด้านอื่น ๆ ตามแต่ผใู ้ ช้ตอ้ งการ

20


ลักษณะสำ ำคัญของซอฟต์ แวร์ ประยุกต์ การที่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ได้พฒั นาก้าวหน้า อย่างรวดเร็ ว โดยเฉพาะการที่มีคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก ทำาให้มี การใช้งานคล่อง ตัวขึ้น จนในปั จจุบนั สามารถนำา คอมพิวเตอร์ ขนาดเล็กติดตัว ไป ใช้งานใน ที่ต่างๆ ได้สะดวกการใช้งาน คอมพิวเตอร์ ต้องมี ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ ซึ่งอาจเป็ น ซอฟต์แวร์ สำาเร็ จ ที่มีผพู ้ ฒั นา เพื่อใช้งานทัว่ ไป ทำาให้ทาำ งาน ได้สะดวกขึ้น หรื ออาจเป็ น ซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะ ซึ่งผูใ้ ช้เป็ น ผูพ้ ฒั นาขึ้นเอง เพื่อให้เหมาะสม กับสภาพการ ทำางานของตนในบรรดา ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ ที่มีใช้กนั ทัว่ ไป ซอฟต์แวร์สาำ เร็ จ (package) เป็ นซอฟต์แวร์ ที่มีความนิยม ใช้กนั สูงมาก ซอฟต์แวร์ สำาเร็ จเป็ น ซอฟต์แวร์ ที่บริ ษทั พัฒนา ขึ้นแล้วนำา ออกมาจำาหน่าย เพื่อให้ผใู ้ ช้ง านซื้อไป ใช้ได้ โดยตรง ไม่ตอ้ งเสี ยเวลา ในการพัฒนา ซอฟต์แวร์ อีก ซอฟต์แวร์ สาำ เร็ จ ที่มีจาำ หน่าย ในท้อง ตลาดทัว่ ไป และเป็ นที่ นิยมของ ผูใ้ ช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ประเภทของซอฟต์ แวร์ ประยุกต์ (1) ซอฟต์ แวร์ สำำเร็จ (package) : 1) ซอฟต์ แวร์ ประมวลคำำ (word processing software) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ใช้สาำ หรับ การพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และจัดรู ป แบบเอกสาร ได้อย่างดี เอกสารที่ พิมพ์ไว้ จัดเป็ น แฟ้ มข้อมูล เรี ยกมา พิมพ์หรื อ แก้ไข ใหม่ได้ การ พิมพ์ ออกทาง เครื่ องพิมพ์ ก็มีรูปแบบ ตัวอักษร ให้เลือกหลาย รู ปแบบ เอกสารจึงด ูเรี ยบร้อย สวยงาม ปั จจุบนั ม ีการเพิ่มขีด ความสามารถของ ซอฟต์แวร์ ประมวลคำา อีกมากมาย ซอฟต์แวร์ ประมวลคำา ที่ นิยม อยูใ่ นปั จจุบนั เช่น วินส์เวิร์ด จุฬาจารึ ก โลตัสเอมิโปร

21

2) ซอฟต์ แวร์ ตำรำงทำำงำน (spread sheet software) ซอฟต์แวร์ ที่ช่วยในการ คิดคำานวณ การทำางานของซอฟต์แวร์ ตารางทำางาน ใช้หลักการ เสมือน มีโต๊ะ ทำางานที่มีกระดาษ ขนาดใหญ่ วางไว้ มีเครื่ องมือ คล้ายปากกา ยางลบ และเครื่ องคำานวณ เตรี ยม


ไว้ ให้เสร็ จ บนกระดาษมีช่อง ให้ใส่ตวั เลข ข้อความ หรื อสูตร สามารถ สัง่ ให้ คำานวณ ตามสูตร หรื อ เงื่อนไข ที่กาำ หนด ผูใ้ ช้ซอฟต์แวร์ ตารางทำางาน สามารถประยุกต์ ใช้งานประมวลผล ตัวเลขอื่นๆ ได้กว้างขวาง ซอฟต์แวร์ ตารางทำางาน ที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล โลตัส

3) ซอฟต์ แวร์ จัดกำรฐำนข้อมูล (data base management software) การใช้งาน คอมพิวเตอร์ อย่างหนึ่ง คือการใช้ เก็บข้อมูล และจัดการ กับข้อมูลที่ จัดเก็บใน คอมพิวเตอร์ จึงจำาเป็ น ต้องมี ซอฟต์แวร์ จัดการข้อมูล การรวบรวม ข้อมูลหลายๆ เรื่ องที่ เกี่ยวข้องกัน ไว้ใน คอมพิวเตอร์ เราก็เรี ยกว่า ฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์ จัดการฐานข้อมูล จึงหมายถึง ซอฟต์แวร์ ที่ช่วย ใน การเก็บ การเรี ยกค้น มาใช้งาน การทำารายงาน การสรุ ปผล จากข้อมูล ซอฟต์แวร์ จัดการฐานข้อมูล ที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล ดีเบส พาราด็อก ฟ๊ อกเบส 4) ซอฟต์ แวร์ นำำเสนอ (presentation software) ซอฟต์แวร์ ที่ใช้สาำ หรับ นำาเสนอข้อมูล การแสดงผล ต้องสามารถ ดึงดูด ความสนใจ ซอฟต์แวร์ เหล่านี้จึง เป็ นซอฟต์แวร์ ที่นอกจาก สามารถแสดง ข้อความ ในลักษณะ ที่จะสื่ อ ความ หมาย ได้ง่ายแล้ว จะต้องสร้าง แผนภูมิ กราฟ และรู ปภาพ ได้ ตัวอย่างของ ซอฟต์แวร์ นาำ เสนอ เช่น เพาเวอร์ พอยด์ โลตัสฟรี แลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิ ก

5) ซอฟต์ แวร์ สื่อสำรข้อมูล (data communication software) ซอฟต์แวร์ สื่ อสารข้อมูล นี้หมายถึง ซอฟต์แวร์ ที่จะช่วยให้ ไมโครคอมพิวเตอร์ ติดต่อ สื่ อสาร กับเครื่ อง คอมพิวเตอร์ อื่นในที่ห่างไกล โดยผ่านทาง สายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์ สื่ อสารใช้ เชื่อมโยงต่อเข้ากับ ระบบเครื อ ข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์ เน็ต ทำาให้สามารถ ใช้บริ การอื่นๆ เพิ่ม เติมได้ สามารถ ใช้รับส่งไปรษณียอ์ ิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้าย แฟ้ มข้อมูล ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่าน ข่าวสาร นอกจากนี้ยงั ใช้ในการเชื่อมเข้าหา มินิคอมพิวเตอร์ หรื อเมนเฟรม เพื่อเรี ยก ใช้งานจาก


เครื่ องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์ สื่ อสารข้อมูล ที่นิยม มีมากมาย หลายซอฟต์แวร์ เช่น โปรคอม ครอส ทอล์คเทลิก (2) ซอฟต์ แวร์ ใช้ งำนเฉพำะ : การประยุกต์ ใช้งานด้วย ซอฟต์แวร์ สาำ เร็ จ มักจะเน้น การใช้งานทัว่ ไป แต่อาจจะนำามา ประยุกต์ โดยตรงกับงาน ทางธุรกิจบาง อย่างไม่ได้ เช่น ในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทาง ด้านบัญชี หรื อใน ห้างสรรพสิ นค้า ก็มีงาน การขายสิ นค้า การออกใบเสร็ จรับเงิน การควบคุม สิ นค้า คงคลัง ดังนั้น จึงต้องมีการ พัฒนาซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะ สำาหรับงาน แต่ละประเภท ให้ตรงกับ ความต้องการ ของผูใ้ ช้แต่ละราย ซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะ มักเป็ นซอฟต์แวร์ที่ผพู ้ ฒั นาต้องเข้าไปศึกษารู ปแบบการทำางาน หรื อความ ต้องการ ของธุรกิจนั้นๆ แล้วจัดทำาขึ้น โดยทัว่ ไปจะเป็ น ซอฟต์แวร์ ที่มีหลาย ส่ วนรวมกัน เพื่อร่ วมกัน ทำางาน ซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะที่ใช้กนั ในทางธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัด จำาหน่าย ระบบงานใน โรงงานอุตสาหกรรม บริ หารการเงิน และการเช่าซื้อ ความต้องการของการใช้ คอมพิวเตอร์ ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึง ยังมีความต้องการ ผูพ้ ฒั นาซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ ใช้ งานเฉพาะต่างๆ อีกมากมาย 3. ข้ อมูล/สำรสนเทศ (Data/Information) ข้อมูลต่างๆ ที่เรานำามาให้คอมพิวเตอร์ทาำ การประมวลผลคำานวณ หรื อกระทำาการอย่างใด อย่างหนึ่งให้ได้มาเป็ นผลลัพธ์ที่เราต้องการ ยกตัวอย่ ำง เช่น ข้อมูลบุคลากรเกี่ยวกับรายละเอียดประวัติ ส่ วนตัว ประวัติการศึกษาหรื อ ประวัติการทำางาน ซึ่งอาจนำามาจำาแนกเป็ นรายงานต่างๆ เกี่ยวกับ บุคลากรในหน่วยงานได้ หรื อข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขมาตรๆ ไฟฟ้ าของบ้านแต่ละหลัง ก็ใช้สาำ หรับ คำานวณเป็ นปริ มาณไฟฟ้ า ที่ใช้ใน แต่ละเดือน แล้วคิดเป็ นเงิน ที่จะต้องชำาระให้กบั การไฟฟ้ า

22


23

4. บุคคลำกร (Peopleware) บุคคลำกร คือ ผูป้ ฏิบตั ิงานตามกระบวนวิธีการในกิจกรรมต่างๆ อันได้แก่ การสร้างหรื อเก็บ รวบรวมข้อมูล บางกลุ่มอาจทำาหน้าที่ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ ข้ ึนมาใหม่ๆ ตามความต้องการและใน การประมาลผล และอาจเปลี่ยนแปลงโปรแกรมที่มีอยูแ่ ล้วให้สอดคล้องตามความต้องการที่ เปลี่ยนแปลงในโอกาสต่างๆ จะเห็นว่าบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ บางกลุ่มทำาหน้าที่สร้างกระบวนการ วิธีการให้แก่บุคลากรทางคอมพิวเตอร์กลุ่มอื่นๆ ได้เพื่อให้การทำางานหรื อใช้งานด้วยคอมพิวเตอร์ ที่มี ประสิ ทธิ ภาพ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบ แตกต่างกันไปดังนี้ ผู้ใช้ งำนคอมพิวเตอร์ (User) หมายถึงผูใ้ ช้งานคอมพิวเตอร์ ทวั่ ไป สามารถทำางานตามหน้าที่ใน หน่วยงานนั้นๆ เช่น การพิมพ์งาน การป้ อนข้อมูลเข้าเครื่ องคอมพิวเตอร์ การส่ งจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ เป็ นต้น ผูใ้ ช้คอมพิวเตอร์ไม่จาำ เป็ นต้องมีความรู ้ดา้ นเทคนิคต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ก็ได้ ผู้ดูแลและซ่ อมบำำรุ งเครื่องคอมพิวเตอร์ (Supporter) หมายถึงผูด้ ูแลและคอยตรวจสอบสภาพ เครื่ องคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีสภาพความพร้อมที่จะทำางานได้ตลอดเวลา กลุ่มนี้จะเรี ยนรู ้เทคนิคการ รักษา ดูแลเครื่ องคอมพิวเตอร์ ตลอดการต่อเชื่อม ตลอดจนการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ค่อนข้างดี ผู้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Programmer) หมายถึงผูเ้ ขียนโปรแกรมตามผูอ้ อกแบบและ วิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์เป็ นผูก้ าำ หนด เพื่อให้ได้โปรแกรมที่ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานใน


องค์กร กลุ่มนี้จะศึกษามาทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะ สามารถเขียนคำาสัง่ คอมพิวเตอร์ โดย ภาษาต่างๆ ได้ และเป็ นนักพัฒนาโปรแกรมให้คนอื่นเอาไปใช้งาน ผู้ออกแบบและวิเครำะห์ ระบบคอมพิวเตอร์ (System Analysis) เป็ นผูท้ ี่มีหน้าที่พิจารณาว่า องค์กรควรจะใช้คอมพิวเตอร์ในลักษณะใดจึงจะเหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุ ดและได้คุณภาพดี เป็ นผูอ้ อกแบบโปรแกรมก่อนส่ งงานไปให้โปรแกรมเมอร์ ทาำ งานในส่ วนต่อไป ผู้บริหำรระบบคอมพิวเตอร์ (System Manager) เป็ นผูม้ ีหน้าที่บริ หารทรัพยากรทุกชนิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุ ดแก่องค์กร ผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ (computer user) แบ่งได้เป็ นหลายระดับ เพราะผูใ้ ช้คอมพิวเตอร์ บางส่ วนก็ทาำ งาน พื้นฐานของคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่บางส่วนก็พยายามศึกษาโปรแกรมประยุกต์ในขั้นที่สูงขึ้น ทำาให้มี ความชำานาญในการใช้โปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ นิยมเรี ยกกลุ่มนี้วา่ เพำเวอร์ ยูสเซอร์ (power user) บุคลากรก็เป็ นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่การพัฒนาเครื่ องคอมพิวเตอร์ ตลอดจนถึงการนำาคอมพิวเตอร์ มาใช้งานต่าง ๆ ซึ่งสามารถสรุ ป ลักษณะงานได้ดงั นี้ •

การดำาเนินงานและเครื่ องอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น การบันทึกข้อมูลลงสื่ อ หรื อส่ งข้อมูลเข้า ประมวล หรื อควบคุมการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น เจ้ ำหน้ ำที่บนั ทึกข้ อมูล (Data Entry Operator)

การพัฒนาและบำารุ งรักษาโปรแกรม เช่น เจ้ ำหน้ ำที่พฒ ั นำโปรแกรมประยุกต์ (Application Programmer) เจ้ ำหน้ ำที่พฒ ั นำโปรแกรม (System Programmer) เป็ นต้น

การวิเคราะห์และออกแบบระบบงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ ประมวลผล เช่น เจ้ ำหน้ ำที่วเิ ครำะห์ และออกแบบระบบงำน (System Analyst and Administrator)

24


วิศวกรระบบ (System Engineer) เจ้ ำหน้ ำทีจ่ ัดกำรฐำนข้อมูล (Database Adminstrator) เป็ นต้น

การพัฒนาและบำารุ งรักษาระบบทางฮาร์ ดแวร์ เช่น เจ้ ำหน้ ำทีค่ วบคุมกำรทำำงำนระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Operator) เป็ นต้น

การบริ หารในหน่วยประมวลผลข้อมูล เช่น ผู้บริหำรศูนย์ประมวลผลข้อมูลด้ วยคอมพิวเตอร์ (EDP Manager) เป็ นต้น 25

ประโยชน์ ของคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ถูกนำามาใช้ประโยชน์ต่อการดำาเนินชีวิตประจำาวันในสังคมเป็ นอย่างมาก ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็คือ การใช้ในการพิมพ์เอกสารต่างๆ เช่น พิมพ์จดหมาย รายงาน เอกสารต่างๆ ซึ่งเรี ยกว่างานประมวลผล ( word processing ) นอกจากนี้ยงั มีการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ ในด้าน ต่างๆ อีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้ 1. งำนธุรกิจ เช่น บริ ษทั ร้านค้า ห้างสรรพสิ นค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ ในการ ทำาบัญชี งานประมวลคำา และติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม นอกจากนี้งาน อุตสาหกรรม ส่วนใหญ่กใ็ ช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่ วนของ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งทำาให้การผลิตมีคุณภาพดีข้ ึนบริ ษทั ยังสามารถรับ หรื อ งานธนาคาร ที่ให้บริ การถอนเงินผ่านตูฝ้ ากถอนเงินอัตโนมัติ ( ATM ) และใช้คอมพิวเตอร์ คิดดอกเบี้ย ให้กบั ผูฝ้ ากเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี เชื่อมโยงกันเป็ นระบบเครื อข่าย


2. งำนวิทยำศำสตร์ กำรแพทย์ และงำนสำธำรณสุ ข สามารถนำาคอมพิวเตอร์ มาใช้ในนำามาใช้ ในส่ วนของการคำานวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี วิถีการโคจรของการส่ ง จรวดไปสู่อวกาศ หรื องานทะเบียน การเงิน สถิติ และเป็ นอุปกรณ์สาำ หรับการตรวจรักษาโรคได้ ซึ่ง จะให้ผลที่แม่นยำากว่าการตรวจด้วยวิธีเคมีแบบเดิม และให้การรักษาได้รวดเร็ วขึ้น 3. งำนคมนำคมและสื่อสำร ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ ในการจองวัน เวลา ที่นงั่ ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปยังทุกสถานีหรื อทุกสายการบินได้ ทำาให้สะดวกต่อผูเ้ ดินทางที่ไม่ตอ้ ง เสี ยเวลารอ อีกทั้งยังใช้ในการควบคุมระบบการจราจร เช่น ไฟสัญญาณจราจร และ การจราจรทาง อากาศ หรื อในการสื่ อสารก็ใช้ควบคุมวงโคจรของดาวเทียมเพื่อให้อยูใ่ นวงโคจร ซึ่งจะช่วยส่ งผลต่อ การส่ งสัญญาณให้ระบบการสื่ อสารมีความชัดเจน 26

4. งำนวิศวกรรมและสถำปัตยกรรม สถำปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ ในการ ออกแบบ หรื อ จำาลอง ภาวการณ์ ต่างๆ เช่น การรับแรงสัน่ สะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยคอมพิวเตอร์จะคำานวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริ ง รวมทั้งการใช้ควบคุมและ ติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ เช่น คนงาน เครื่ องมือ ผลการทำางาน 5. งำนรำชกำร เป็ นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์ มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรู ปแบบ ทั้งนี้ ขึ้นอยูก่ บั บทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิ การ มีการใช้ระบบประชุมทาง ไกลผ่านคอมพิวเตอร์ , กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ได้จดั ระบบเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตเพื่อ เชื่อมโยงไปยังสถาบันต่างๆ , กรมสรรพากร ใช้จดั ในการจัดเก็บภาษี บันทึกการเสี ยภาษี เป็ นต้น 6. กำรศึกษำ ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ ทางด้านการเรี ยนการสอน ซึ่งมีการนำาคอมพิวเตอร์ มา ช่วยการสอนในลักษณะบทเรี ยน CAI หรื องานด้านทะเบียน ซึ่งทำาให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูล นักเรี ยน การเก็บข้อมูลยืมและการส่ งคืนหนังสื อห้องสมุด


7.คอมพิวเตอร์ ในร้ ำนค้ ำปลีก ปั จจุบนั ร้านสรรพสิ นค้าใหญ่ๆ หลายแห่ ง ได้ติดตั้งเครื่ องคอมพิวเตอร์ แทนเครื่ องคิดเลขที่จุด ขาย เครื่ องเหล่านี้ จะเป็ นเครื่ องปลายทาง (Terminal) พ่วงต่อเข้ากับเครื่ องคอมพิวเตอร์ หลัก พนักงานขาย เพียงแต่ ป้ อนข้อมูลสิ นค้าด้วยการพิมพ์หรื อการอ่านรหัสด้วยเครื่ องอ่าน เครื่ องจะพิมพ์ใบเสร็ จพร้อมกับบันทึก การ ขายให้โดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันข้อมูลของสิ นค้าจะเปลี่ยนแปลงไปตามจำานวนการขายทันที ทำาให้ ผูจ้ ดั การรู ้ปริ มาณการเคลื่อนไหวของสิ นค้าตลอดเวลา และสามารถสัง่ สิ นค้ามาขายได้อย่างเพียงพอ

27

8.คอมพิวเตอร์ ในงำนด้ ำนอุตสำหกรรม ความเจริ ญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มีส่วนช่วยพัฒนางานต้านอุตสาหกรรมเป็ น อย่างมาก โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยงานทั้งระบบ ตั้งแต่การวางแผนการผลิตการกำาหนดเวลา การวางแผนด้านการใช้จ่ายเงิน วางแผนการปฏิบตั ิงาน การควบคุมระบบการผลิต. ในกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์ เข้ามามีบทบาทในการปรับเครื่ องมือให้ กลับคืนสู่การควบคุาปกติได้ถา้ ผลิตผลนั้นเกิดผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานการผลิต ดังจะเห็นได้วา่ ำ นใช้คอมพิวเตอร์ช่วยตรวจวัดการส่ งน้ามั ำ นดิบ วัดค่าอุณหภูมิและความดันตลอดเวลา โรงงานกลัน่ น้ามั เพื่อตรวจปรับสภาพการทำางาน ในประเทศไทยเองก็มีโรงงานแยกแก๊สที่จงั หวัดระยองได้นาำ คอมพิวเตอร์ มาช่วยในการนำาแก๊สมาแยกเป็ นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมทั้งแก๊สหุ งต้มและควบคุมการส่ ง


แก๊สธรรมชาติไปตามท่อจากจังหวัดระยองไปกรุ งเทพและสระบุรี โดยมีระบบควบคุมความดันของ แก๊สในท่อเป็ นระยะ ๆ ในกระบวนการอุตสาหกรรมแบบอัตโนมัติมีการนำาคอมพิวเตอร์ มาควบคุมการทำางานของ เครื่ องเจาะ ตัด ไส กลึง และเชื่อมโลหะ เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ใช้หุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ ในการทาสี พ่นสี เชื่อมโลหะ ติดกระจกหน้ารถยนต์ เป็ นต้น

9.คอมพิวเตอร์ ในงำนสังคมศำสตร์ นักวิจยั นำาคอมพิวเตอร์ไปใช้ในงานสังคมศาสตร์ เช่น ในงานจิตวิทยาและสังคมสงเคราะห์ คอมพิวเตอร์ ช่วยให้นกั วิจยั ทราบข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตความเป็ นอยูข่ องสังคมต่างๆ จากงานสถิติ เพราะ คอมพิวเตอร์ สามารถให้คาำ ตอบออกมาอย่างรวดเร็ ว และถูกต้อง

28

10.คอมพิวเตอร์ ในงำนวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ช่วยงานวิศวกรรมได้เกือบทุกขั้นตอน เริ่ มตั้งแต่ใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยในการเขียน แบบ ซึ่งทำาให้สามารถเขียนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบได้ตลอดเวลาและบ่อยครั้ งวิศวกรจึงมีอิสระใน การคิด สามารถทบทวนความคิดเพื่อปรับปรุ งสิ่ งประดิษฐ์ให้ดีข้ ึน โดยคอมพิวเตอร์ ไม่แสดงความเบื่อ หน่าย หลังจากที่วิศวกรพอใจในแบบแล้วก็จะสร้างเครื่ องต้นแบบขึ้ นมาเพื่อใช้ในการทดสอบตาม สภาพต่างๆ ว่า สามารถทำางานตามที่ออกแบบไว้หรื อไม่ บางครั้งวิศวกรจะใช้คอมพิวเตอร์ สร้างแบบ จำาลองขึ้นมาเพื่อทำาการทดสอบ เช่น รถยนต์ เครื่ องบิน เป็ นต้น นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ยงั ช่วยวิศวกรในการสร้างเครื่ องจักร สรรหากระบวนการที่มี ประสิ ทธิ ภาพสูงสุด ช่วยในการคำานวณหาจำานวนชิ้นส่ วน ช่วยในการจัดหาวัสดุในขบวนการผลิต


คอมพิวเตอร์ จะควบคุมหุ่นยนต์ให้ทาำ งาน เช่น การประกอบ การพ่นสี และเมื่อผลิตภัณฑ์สาำ เร็ จ คอมพิวเตอร์ จะช่วยในการจัดการเกี่ยวกับสิ นค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ในงานวิศวกรรมโยธา คอมพิวเตอร์ช่วยในการคำานวณโครงสร้าง ช่วยในการวางแผนและการ ควบคุมการก่อสร้าง การประมาณราคา การจัดหาวัสดุ การทำารายงาน การเขียนแบบต่างๆ

29

บรรณำนุกรม

พีรพัฒน์ ขุนซำง(2008).คอมพิวเตอร์ ซอฟต์ แวร์ .วันที่ค้นข้ อมูล.16 มกรำคม 2556, จำก Google เว็บไซต์ http://www.cai.net63.net/caicom/html/software.htm

รังสิ ต สิ งห์ มหำไชย(2550).ขั้นตอนกำรทำำงำนคอมพิวเตอร์ .วันที่ค้นข้ อมูล.21 มกรำคม 2556,


จำก Google เว็บไซต์ http://202.143.139.213/rungsit/node/334

วิโรจน์ ชุยมูล.ควำมรู้ เบือ้ งต้ นเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสำรสนเทศ.กรุ งเทพฯ:โปร วิชั่น,2552.

Fangy(2555).คอมพิวเตอร์ เบือ้ งต้น.วันที่ค้นข้ อมูล.12 มกรำคม 2556, จำก Google เว็บไซต์ http://www.oknation.net/blog/patumnafang/2012/08/28/entry-3 http://sornmaneeread.blogspot.com/2010/01/computer-system.html Poonsak Sakkatatikakul(2547).ระบบทำำงำนของคอมพิวเตอร์ .16 มกรำคม 2556, จำก Google เว็บไซต์ http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/ubon/anocha_s/ipst2456/unit2.htm

Saraburi SuN (2552).ประโยชน์ คอมพิวเตอร์ . 20 มกรำคม 2556, จำก Google เว็บไซต์ http://www.gotoknow.org/posts/478617

Computer & Computer System P  

Computer & Computer System P

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you