Issuu on Google+

เ พื่ อ ร า ย ง า น ค ว า ม เ ค ลื่ อ น ไ ห ว กิ จ ก ร ร ม มู ล นิ ธิ ร า ก แ ก ว

Çว Òา è่ ¢ข Âย Òา ¨จ´ดËหÁม การไปเยือนทีมรากแกวประจำ มหาวิทยาลัยขอนแกนครั้งนี้ ทำใหมีโอกาสไดแลกเปลี่ยน เรียนรูครั้งสำคัญกับ สำนักงาน โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ซึ่งเปนหนวยงาน ระดับสถาบันอุดมศึกษาแหงแรก ของประเทศในดานนี้ (หนา ๘)

มทร.ธัญบุรี พิชิตดอยตุง : การเรียนรูประสบการณ อันมีคาจากความสำเร็จของ โครงการพัฒนาดอยตุง (หนา ๔)

R A K K A E W

N E W S

จดหมายขาวรากแกว ฉบับที่ ๑ เดือน พฤษภาคม ๒๕๕๖G

“...ที่นักศึกษาวางงานนั้น ไมใชไมมีงานใหทำ

Issue No 1 May 2013

แตวิชาที่เรียนมานั้น เขากันไมไดกับงานที่ทำ”

รศ.ดร.นำยุทธ สงคธนาพิทักษ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พรอมคณาจารย และ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล

หองเรียนที่แทจริง ไมใชแคหองสี่เหลี่ยม ! อุดมศึกษาเปนสถาบันที่สังคมไทยคาดหวัง ใหผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเพื่อมารับใชสังคม สถาบันอุดมศึกษาจึงตองพัฒนาคุณภาพการ ศึกษาใหผลิตบัณฑิตที่สามารถเปน “ผูนำทาง ความคิด” ที่พึ่งพาและชี้แนะสังคมได สถาบัน อุดมศึกษายุคใหมจึงตองมองไกลกวายุคโลกา ภิวัตน พรอมเปดใจกวางสรางคานิยมใหมที่วา “หองเรียนที่แทจริงไมใชแคหองสี่เหลี่ยม”

!

ม.ร.ว. ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานมูลนิธิรากแกว กลาวบรรยายในหัวขอ “หลักการพัฒนาชุมชน บนความยั่งยืนและความสุข” ที่มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีวา “ปญหาของการ เรียนการสอนในสมัยปจจุบันคือ เนนวิชาการ

มากเกินไป นักศึกษาอาจจะเขียนไดดี วิจัยไดดี กิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูซึ่งกันและกัน แตจะทำไดจริงหรือไม ไมใชใหนักศึกษาไปสอนชาวบาน นักศึกษาตองไม ทำตัวเปน “ผูรู” แตตองเปน “ผูเรียนรู” ! ปญหานักศึกษาวางงานนั้น จึงไมใชไมมีงาน ใหทำ แตวิชาที่เรียนมานั้นเขากันไมไดกับงานที่ทำ ! ทั้งนี้ สิ่งสำคัญของการทำงานพัฒนาชุมชน ตางหาก” คือ เอาประโยชนของชุมชนเปนที่ตั้ง ใหชุมชน รูสึกเปนเจาของ โดยใช ห ลั ก การดำเนิ น งาน ! มหาวิทยาลัยยุคใหมควรเตรียมความพรอม แบบเรียบงาย (Simple) มีเหตุผล (Logical) และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาใหเปนผูนำรุนใหม และปฏิบัติไดจริง (Practical) และตองคำนึงอยู ที่มีความรับผิดชอบตอสังคม สงเสริมใหนักศึกษา เสมอวา “ชาวบานไดอะไร” หันมาทำประโยชนเพื่อสังคม โดยใหนักศึกษาเรียนรู ปญหาและความตองการที่แทจริงของชุมชนและนำ พลั งความรู  ความสามารถมาแก ป  ญ หาชุ ม ชน และประเทศชาติใหได การนำนั ก ศึ ก ษาออกนอกห อ งเรี ย นเพื ่ อ ไปเรียนรูและลงมือปฏิบัติรวมกับชุมชนในพื้นที่ จะชวยสรางใหนักศึกษาเกิดกระบวนการเรียนรู ที่แทจริง เปนแนวทางการเรียนรูแบบ interactive learning through action โดยการรวมกันทำ


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

สัมมนาครูรากแกว ประจำป ๒๕๕๖ ! มูลนิธิรากแกวจัดสัมมนาครูรากแกวประจำป ๒๕๕๖ ระหวางวันที่ ๒๖-๒๗ มกราคม ๒๕๕๖ ณ ศูนยฝกอบรมและ สัมมนาสำนักงานสลากกินแบงรัฐบาล จังหวัดประจวบคีรีขันธ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการบริหารจัดการโครงการ รากแก ว ให ส ามารถแก ไ ขป ญ หาของชุ ม ชนอย า งแท จ ริ ง และเกิดประโยชนสูงสุดตอนิสิตนักศึกษา อาจารยที่ปรึกษา และสถาบันการศึกษา ตลอดจนเปนการเสริมสรางความ สัมพันธระหวางครูรากแกวจากทุกสถาบัน ! ในโอกาสนี้ ทานผูหญิงบุตรี วีระไวทยะ รองประธานกรรมการ มูลนิธิรากแกว ให เ กี ย รติ จ ั ด เลี ้ ย งอาหารกลางวั น และนำ ครูรากแกว ๗๙ ทาน จาก ๔๘ สถาบันการศึกษาเยี่ยมชม พระราชนิเวศนมฤคทายวัน สถานที่ที่ไดนำหลักการตามแนว พระราชดำริมาใชในการดำเนินงาน ! คณะอาจารย ไ ด ร  ว มแสดงความคิ ด เห็ น และเสนอแนะ แนวทางพัฒนาโครงการรากแกวใหเกิดประโยชนตอทุกฝาย และได แ ลกเปลี ่ ย นประสบการณ ก ารดำเนิ น โครงการใน การประชุมกลุมยอย โดยมี ศ.ดร.ชาติ ช าย ณ เชี ย งใหม่ ศ.กิ ต ติ ค ุ ณ ดร. อัจฉรา จันทรฉาย กรรมการมูลนิธิรากแกว และคุณวรงค รุงรุจิไพศาล ที่ปรึกษาโครงการรากแกวเปนผูดำเนิน การประชุม

2

จดหมายข่าวรากแก้ว


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

บทบาทใหมของมูลนิธิรากแกว ! มูลนิธิรากแกวถือวาการสนับสนุนใหนิสิตนักศึกษานำองคความรูดานตางๆ มาประยุกตใชในการดำเนินโครงการพัฒนาชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของ ชุมชนใหดีขึ้นอยางยั่งยืนเปนงานหลัก ! แนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิรากแกวในป ๒๕๕๖ ยังคงใหความสำคัญกับ การพัฒนาโครงการเชิงคุณภาพ โดยคำนึงถึงความตอเนื่องและยั่งยืนของโครงการ มากยิ่งขึ้น มูลนิธิรากแกวพรอมจะใหการสนับสนุนสถาบันการศึกษาในดาน องคความรูและดานเงินทุนในการพัฒนาโครงการ โดยหาแนวทางความรวมมือกับ องคกรภาครัฐและเอกชน เพื่อสงเสริมใหสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศดำเนิน โครงการพัฒนาและเรียนรูจากหองเรียนในพื้นที่เพื่อนำความรูไปประยุกตใชใหเกิด ประโยชนสูงสุดตอชุมชนตอไป ! นอกเหนือไปจากนั้น มูลนิธิฯ ยังจะเพิ่มบทบาทในการคนพบโครงการพัฒนาหรือ บริการชุมชนที่นาสนใจที่มหาวิทยาลัยไดมีการดำเนินโครงการอยางตอเนื่อง ตอบโจทยความตองการของชุมชน และมีผลอยางเปนรูปธรรม ซึ่งโครงการตางๆ เหลานี้ยังมีอยูอีกมากมาย ! ในขณะที่คณะกรรมการมูลนิธิฯ เห็นควรที่จะชะลอการประกวดกับ SIFE-ENACTUS ไปสักระยะหนึ่ง เพื่อใหกรอบเวลาเปนปจจัยเกื้อหนุนมากกวาการเปนอุปสรรคของ นักศึกษาในการลงพื้นที่สำรวจ ลงมือทำ และนำเสนอ มูลนิธิฯ จึงเห็นควรที่จะเพิ่ม บทบาททั้งในดานสงเสริมและสนับสนุนดานอื่นๆ อันจะเปนการกระตุนบทบาทของ นักศึกษาตอสังคมใหมากขึ้นนั้น มูลนิธิฯ ก็จะเพิ่มบทบาทในการคนหาโครงการ ตางๆ ที่สถาบันที่ทำอยูแลวดังกลาวใหโดดเดนตอสังคมภายนอกตอไป ! จดหมายขาวรากแกว จะทำหนาที่รายงานความเคลื่อนไหวสำคัญๆ ใหทานไดทราบ เปนระยะตอไป

ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิรากแก้ว

จดหมายข่าวรากแก้ว

3


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

มทร.ธัญบุรี พิชิตดอยตุง เรงเรียนรูหลักการพัฒนาอยางยั่งยืน ! เมื่อยักษถูกปลุกใหตื่น ภายหลังจากไดรับ แรงบั น ดาลใจจากคุ ณ ชายดิ ศ นั ด ดา ดิ ศ กุ ล อยางเต็มเปยม ทำใหไฟในการสรางกระบวนทัศน ใหมในการดำเนินกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ที่แสดงความรับผิดชอบตอสังคม (USR) เพื่อ พัฒนาชุมชนและสังคมใหดีขึ้นอยางยั่งยืนของ คณะผูบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรีลุกโชติชวงขึ้นมาทันที หลายทานคันไม คันมือตองการที่จะสรางการเรียนรูภายนอก หองเรียนเพื่อสรางอนาคตของชาติสายพันธุ ใหมที่ตอบโจทยตอการสรางสังคมที่สงบสุข อยางยั่งยืนจึงไมรีรอใหเสียเวลา คณะผูบริหาร มหาวิทยาลัยโดยความรวมมือกับมูลนิธิรากแกว จึงไดรวมเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ โครงการ พั ฒ นาดอยตุ ง อั น เนื ่ อ งมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย เพื่อศึกษาตนแบบการพัฒนาอยาง ยั่งยืนตั้งแตตนน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดย เฉพาะอยางยิ่งการปลูกปาในใจคนใหมีจิตสำนึก รักษและหวงแหนธรรมชาติ รวมถึงการมีชีวิตอยู โดยคำนึงถึงประโยชนสวนรว���ใหมาก คิดถึง ประโยชนสวนตนใหนอย การมาครั้งนี้ คณะไม เพียงแตเรียนรูจากการดูเพียงอยางเดียว แตยัง

4

ไดลงมือปฏิบัติเพื่อใหเกิดประสบการณที่แทจริง ดั ง เช น ในภาพเป น ขั ้ น ตอนหนึ ่ ง ของการทำ กระดาษสาที่เปนที่นิยมในประเทศญี่ปุน โดยมี การสั่งซื้อลวงหนาเปนจำนวนมากที่ศูนยผลิต งานหั ต ถกรรมในโครงการพั ฒ นาดอยตุ ง ฯ คณะได เ รี ย นรู  แ นวทางการนำองค ค วามรู  ใ น ชุมชนมาตอยอดสรางมูลคาเพิ่มและสรางงาน ใหแกคนในชุมชน เนนการสรางการมีสวนรวม ในความเปนเจาของธุรกิจ โดยเปดโอกาสให แรงงานสามารถคิดคนนวัตกรรมใหมๆ ในการผลิต รวมทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ เปนการสราง กำลังใจและความภาคภูมิใจในงานไดอีกทาง หนึ่ง

บำรุงสุขใหแกปวงชนชาวไทย ถอยคำหนึ่งที่วา “เกียรติยศ ไมไดมาจากชาติกำเนิด แตเกิดจาก การกระทำ” ที ่ ป รากฏในนิ ท รรศการคงเป น แรงบันดาลใจไดอยางดียิ่งในการมุงมั่นทำความดี เพียรพยายามทำผลงานใหเกิดประโยชนอยาง แทจริง ดังเชนที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี ห รื อ สมเด็ จ ย า ของปวงชนชาวไทย ทรงไดปฏิบัติเปนแบบอยางไวแลว

! ในช วงบ ายได รั บการอำนวยความสะดวก จากทีมงานมูลนิธิแมฟาหลวงฯ นำชมนิทรรศการ ถาวร “หอแหงแรงบันดาลใจ” ซึ่งออกแบบโดย ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในสมเด็จพระเจา พี่นางเธอเจาฟากัลยานิวัฒนาฯ นิทรรศการนี้ได้ ถ ายทอดพระจริ ยวั ฒน อั นงดงามของราชสกุ ล มหิ ดลทั ้ งในบทบาทครอบครั วอั นอบอุ  นและ คุ ณ ู ป การอั น หาที ่ ส ุ ด มิ ไ ด ใ นการบำบั ด ทุ ก ข

จดหมายข่าวรากแก้ว


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

มิติที่ ๗ ของทาน ว.วชิรเมธี

โปงลึก-บางกลอย พื้นที่ซึ่งทาทายตอกิจกรรมนิสิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ! หากจะพูดถึงพื้นที่ซึ่งมีอุปสรรคในการพัฒนาสูงที่สุดแหงหนึ่งของประเทศ แลว นาจะยกใหกับบานโปงลึก-บางกลอย ซึ่งอยูในเขตอุทยานแหงชาติแกงกระจาน พื้นที่ซึ่งตามกฎหมายแลว ประชาชนไมอาจจะตั้งหลักแหลงหรือบุกรุกเขาไป ทำมาหากินไดเลย ในขณะที่ชนเผากะหรางซึ่งอยูบริเวณพรมแดนไทย-พมาก็เปน ผูที่อาศัยอยูมานานนับรอยป ! บานโปงลึก-บางกลอยเปนเสมือนรอยตอของมนุษยธรรมและความถูกตอง ตามกฎหมาย เปนเสมือนรอยตอการบุกรุกทำลายปาเพื่อความพอมีพอกิน และความสมดุลทางธรรมชาติที่ตองรักษาไวเพื่อการเปนตนน้ำที่อุดมสมบูรณ ของแมน้ำเพชรบุรี เปนเสมือนรอยตอของสิ่งท่ีมีอยางลนเหลือ น่ันก็คือ ‘น้ำ’ ที่ไม เคยขาดแคลนตลอดทั้งป แตไมสามารถผันขึ้นมาทำการเพาะปลูกใหพอกินได เพราะมีตนทุนคาใชจายดานน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไมคุมคา เปนเสมือนรอยตอของ ชุมชนที่อาจถูกรุกดวยความทันสมัยซึ่งอยูไมไกลจากตัวจังหวัดเพชรบุรีกับ ชุมชนที่พึงจะเห็นคุณคาของวิถีดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ซึ่งรอยตอนี้ถูกขีดกั้นไว ดวยความทุรกันดารของถนนสายหนึ่งซึ่งไมใชอุปสรรคอันหนักหนาหากจะ ลาดยางตลอดสายและลดระดับของความเขมงวดในกฎหมายปาไม ! พื้นที่โปงลึก-บางกลอยนาจะเปนคำถามที่ทาทายกับทุกฝายวา อะไรคือ ทิศทางแหงการพัฒนาที่ถูกตองและแทจริง รศ.ดร.ธนิต ธงทอง รองอธิการบดี ฝายกิจการนิสิต คณาจารยและเจาหนาที่ มีโอกาสไดแลกเปลี่ยนเรียนรูปญหา เหลานี้กับมูลนิธิปดทองหลังพระฯ และมีความสนใจพื้นที่แหงนี้เพราะอยูในวิสัย ที่นิสิตชาวจุฬาฯ จะเดินทางมาถึงไดภายใน ๓-๔ ชั่วโมง จากกรุงเทพมหานคร

ทางหลัก ทางเลือก (หรือ)...ทางรอด

! นั บ เป น จุ ด เด น อี ก เรื ่ อ งหนึ ่ ง ของการเดิ น ทาง ของ มทร.ธัญบุรีไปยังดอยตุงก็วาได ในการไดมี โอกาสมารับฟงโอวาทจากพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ณ มหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร (ศู น ย ว ิ ป  ส สนาสากลไร เ ชิ ญ ตะวั น ) ต.ห ว ยสั ก อ.เมือง จ.เชียงราย ที่ทานไดสละเวลาอันมีคาแม ภาระทานจะมีมากมายก็ตาม ทานไดกลาววา ทางหลัก ทางเลือก และทางรอดของมนุษยชาติในศตวรรษที่ ๒๑ คือการเจริญสติหรือการเดินทางสายกลางใน รูปแบบการบูรณาการเขากับทุกกิจกรรมของชีวิต หรือพูดงายๆ ก็คือ นอกจากจะนำองคความรูใน ๖ มิติของมูลนิธิปดทองหลังพระฯ มาใชในการพัฒนา ความเปนอยูทางกายแลว ตองมีธรรมะเปนมิติที่ ๗ ในการพัฒนาจิตใจดวยจึงจะมีความสุขสมบูรณ ยั่งยืนอยางแทจริง แตถึงอยางไรก็ตามการจะทำให ธรรมะซึมซาบเขาไปในจิตใจของคนไดนั้น ตอง ทำใหคนนั้นอยูรอด อยูดี เสียกอน ไมเชนนั้นถึง ธรรมะจะเป น ของวิ เ ศษแค ไ หนก็ ต ามก็ ไ ม ม ี ใ คร อยากจะลิ้มลอง ดังแงคิดที่ทาน ว.วชิรเมธี ไดทิ้งไว เปนปริศนาธรรมซึ่งถือเปนคุณคาปดทายสำหรับ การเดินทางในวันนี้วา “ทองไมอิ่ม ธรรมไมอุน”

! จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยจะตอบคำถามทิศทางการพัฒนาพื้นที่แหงนี้อยางไร จึงเปนเรื่องที่นาติดตามอยางยิ่งตอไป

จดหมายข่าวรากแก้ว

5


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

“TEACH LESS, LEARN MORE” ครึ่งวันกับปณิธานอันยิ่งใหญของ

ศ.นพ.วิจารณ พานิช

! การไดมีโอกาสเขาฟงบรรยายเรื่อง “ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒๑” โดย ศ.นพ. วิจารณ พาณิช ประธานสถาบันสงเสริมการจัดการ ความรูเพื่อสังคม (สคส.) แมจะมีโอกาสแคครึ่งวัน แตเปนครึ่งวัน ที่ยิ่งใหญ เพราะจากที่เราไดติดตามอาจารยหมอมาโดยตลอด ไม วาใน GotoKnow.org หรือ YouTube หรือสื่ออื่นๆ นั้น อาจารยหมอ จะตอกย้ำอยูเสมอวา หากเรายังไมปรับกระบวนการเรียนการสอนใน โรงเรียนของเราแลว ประเทศของเราก็จะตองพบกับจุดจบในที่สุด คุณภาพ ของเยาวชนนับวันแตจะดอยลงไปเรื่อยๆ เรากำลังเกี่ยวของกับความ เปนและความตายของชาติก็วาได ! “Teach Less, Learn More” จึงเปนประโยคแรกๆ และเปนประโยค ที่ถูกตอกย้ำทุกเวทีของอาจารยวา เรามีความจำเปนแคไหนที่จะตอง เปลี่ยนวิธีการสอน ใหเด็กและเยาวชนของเราทันกับความรูใหมๆ และ เทาทันการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ [ ทางออกคือ จัดการกับกระบวนการเรียนรูเสียใหมที่เรียกวา การเรียนรู ในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งใหความสำคัญกับการลงมือทำ หรือการปฏิบัติ เพราะมีแตการปฏิบัติเทานั้นที่จะใหความรูที่แทจริงและทักษะที่จำเปน และเทาทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก เราตองไมมองวาการเรียนรูเหมือน กับการเปดกระโหลกศรีษะ และเอาวิชาเทลงไปเหมือนน้ำ เราจะตอง มีการออกแบบกระบวนการเรียนรูเสียใหม่ เพื่อใหพื้นที่ความรูทั้งสาม ไมวาพื้นที่จากการลงมือทำ พื้นที่ใชงาน Working Memory และ พื้นที่ Long Term Memory ทำงานประสานกัน ประมวลความรูใหเปนระบบ เหมือนกับมีลิ้นชักในสมองที่จะถูกดึงออกมาใชงานอัตโนมัติอยาง รวดเร็ว คนเกงๆ ทั้งหลายจึงมีพื้นที่ Long Term Memory คอนขางใหญ ! มูลนิธิรากแกวพยายามสงเสริมศักยภาพและพัฒนาทักษะนักศึกษา โดยผานการเรียนรูแบบโครงงานรวมกับชุมชน เปดโอกาสใหนักศึกษา ไดฝกคิดวิเคราะห บริหารจัดการ และแกไขปญหาโดยรวมกันทั้ง นักศึกษาและชุมชนอันเปนสวนหนึ่งของการสงเสริมทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ ๒๑

6

ม.พะเยากับปณิธาน

“ปญญาเพื่อความเขมแข็งของชุมชน” ! “ปญญาเพื่อความเขมแข็งของชุมชน” ปณิธานแหงมหาวิทย���ลัยพะเยา ที่มิไดเปนเพียงตัวหนังสือเพื่อความโกหรู แตสัมผัสไดจริงจากพลัง ความคิ ดและการกระทำของอาจารย และนิ สิ ตที ่ ทีมงานรากแก วได รวม แลกเปลี่ยนเรียนรูในโอกาสที่ไดไปเยี่ยมเยือนฉันทพี่นอง โดยเฉพาะ อยางยิ่ง อาจารยพัชรินทร ตั้งชัยสุริยา (อ.เปล) อาจารยที่ปรึกษาทีม รากแกวรุนใหม่ไฟแรงที่สั่งสมประสบการณการทำกิจกรรมตั้งแตยังเปน นั กศึ กษา จึ งตระหนั กดี ในความสำคั ญของการได ฝกใช วิชาความรู  ดวย การลงมือปฏิบัติในพื้นที่จริง เปดโอกาสใหนิสิตไดมีโอกาสคิดเปน ทำเปน และแกปญหาเปน ซึ่งเปนคุณคาและประสบการณที่อาจารยไมสามารถ ใหนิสิตไดจากการสอนภายในหองเรียน แมมหาวิทยาลัยพะเยาเพิ่งเริ่มรูจัก มูลนิธิรากแกวในเบื้องตนเทานั้น แตใหความสนใจในโครงการรากแกวเปน อย างมากและจะผลั กดั นให โครงการรากแก วเป น ของดีของ ม.พะเยา ทั้งนี้ ภายหลังจากการรวมพูดคุย กลุมนิสิตซึ่งนำโดยนายกองคการนิสิตและประธาน สภานิ สิ ตต างกระตื อรื อร นที ่ จะปลุ กระดมความดี ที ่ ฝ งลึ กอยู  ในจิ ตใจของนิ สิ ตทุ กคนให ลุ กขึ ้ นมา มี ส วนร วมในการสร างสรรค สิ ่ งที ่ ดี แ ก ส ั ง คมไทย ดังโครงการ “สืบสานภูมิปญญาและสรางคุณคาผาทอ ไทลื้อ” ซึ่งเปนหนึ่งในโครงการ ๑ คณะ ๑ โมเดล ที ่ นาภาคภู มิใจของมหาวิ ทยาลั ยที ่ นิ สิ ตและอาจารย คณะวิทยาศาสตร ไดนำองคความรูทางดานวิทยาศาสตรไปชวยเหลือชุมชน ในการคิดคนสียอมผาที่มีคุณภาพเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม ถูกใจทั้งคนทอ และคนซื้อ สรางมูลคาเพิ่มและรายไดใหกับชุมชนอยางยั่งยืน ทั้งยังทำให ผูสูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดี มีการรวมกลุมกันสืบสานภูมิปญญาชาวบาน อนุรักษศิลปะดั้งเดิมในการทอผาไทลื้อตอไป นับเปนการสืบสานการทำงาน ตามแนวปณิธาน “ปญญาเพื่อความเขมแข็งของชุมชน” โดยแท

จดหมายข่าวรากแก้ว


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

ม.ราชภัฏอุดรฯ ที่บานโคกลาม -แสงอราม เรียนรูความสำเร็จของพลังความสามัคคี ! ทีมงานมูลนิธิรากแกวไดมีโอกาสนำคณะอาจารยและนักศึกษา ม.ราชภัฏอุดรธานี รวมเดินทางไปเรียนรู ณ หองเรียนในพื้นที่ชุมชน บานโคกล า ม-แสงอร าม จ.อุดรธานี ซึ่งแทจริงแลว ม.ราชภัฏอุดรธานี ก็มีความคุนเคยกับพื้นที่นี้เปนอยางดี เนื ่ อ งจากไดลงมารวมศึกษา และทำงานวิจัยเกี่ยวกับระบบบริหารจัดการเรื่องอื่นๆ ที่เปนประโยชนตอ การพัฒนาในพื้นที่ และครั ้ ง นี ้ ม.ราชภั ฏ อุ ด รธานีจะไดมาเรียนรู บทเรียนที่สำคัญอยางหนึ่งของชุมชนแหงนี้ในมุมมองที่ตางออกไปกับ คำถามชวนคิ ด ที ่ ว  า “อะไรเป น ป จ จั ย สำคั ญ ที ่ ท ำให ก ารพัฒนาใน ชุมชนแหงนี้ประสบความสำเร็จ” ! ! ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ ๑๗ ปกอน ชาวชุมชน “บานโคกลาม-แสงอราม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ตองตกอยูในสภาพกัดกอน เกลือกิน ดวยปญหาหนี้สินรุงรัง แมมีอางเก็บน้ำแตก็ใชประโยชนได ไมเต็มศักยภาพ ประกอบกับสภาพดินไมดีจากการใชสารเคมีเปนระยะ เวลานาน ทำใหผลผลิตตกต่ำ ชาวบานไมมีการจัดการทรัพยากรรวมกัน ตางคนตางอยู เมื่อไหรที่หมดหนานาก็ตองทิ้งบานไปหางานทำที่กรุงเทพฯ บางก็ตัดสินใจกู้หนี้ยืมสินไปทำงานตางประเทศ แลกกับเงินที่สงมาให ผูที่รอคอยอยูเบื้องหลัง พอบางไมพอบาง ถือไดวาเปนพื้นที่ที่ทาทาย เปนอยางมากแตก็ไมหมดหวังเสียทีเดียว เนือ่ งจากมีทุนธรรมชาติใน พื้นที่ซึ่งมีศักยภาพตอการพัฒนา และที่สำคัญ พวกเขามีทุนมนุษย ! ! ป พ.ศ. ๒๕๕๔ มูลนิธิปดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ไดเข้าไปสนับสนุนถายทอดองคความรูจากแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจ พอเพียง” ใหแกชาวบานในชุมชนไดเรียนรู กระทั่งลุกขึ้นมารวมกัน พัฒนาพื้นที่ของตนดวยตนเอง ในการแกไขปญหาตางๆ เพื่อยกระดับ ชีวิตความเปนอยู และสงเสริมอาชีพใหกับชาวบาน รวมทั้ง สงเสริม จดหมายข่าวรากแก้ว

ความรู ความเขาใจ กระตุนจิตสำนึกในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรม โดยใชการพัฒนารูปแบบใหมที่ไดบทเรียน มาจากความสำเร็จที่นาน คือ ทำเล็ก ประหยัด เกิดการขยายผลเร็ว ในวงกวาง และไดประโยชนสูงสุด ภายใตโครงการที่มีชื่อวา “โครงการ บริหารจัดการน้ำอยางยั่งยืน อางเก็บน้ำหวยคลาย อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ จ.อุดรธานี” ซึ่งถือเปนความสำเร็จจากความรวมมือของ ทุกภาคสวน ทั้งหนวยงานราชการ เอกชน โดยเฉพาะอยางยิ่งชาวบาน ในชุมชนที่ลุกขึ้นมาลงมือทำดวยตนเอง ! ปจจุบันแมเวลาจะผานไปเพียงปเศษๆ แตดวยพลังแหงความ สามัคคีและความเขมแข็งของชุมชน จากพื้นที่เกษตรตนแบบเพียง ๒ แปลง ไดขยายผลเปนพื้นที่รวม ๓๑ แปลง นอกจากนี้ ชาวบาน ยังรวมกลุมเปนกองทุนตางๆ เพื่อสรางความยั่งยืนมั่นคงในอนาคต เชน กองทุนเมล็ดพันธุผัก และการตลาดที่ทำกำไรเขากองทุนมากกวา เดือนละ ๑๔,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ ยังมีกองทุนสุกร กองทุนพันธุขา ว กองทุนปุย กองทุนเปด กองทุนการตลาด กองทุนยาและเวชภัณฑ กองทุนแมบาน ลาสุดชาวบานยังมีแนวคิดที่จะผลิตปุยอินทรียอัดเม็ด ขึ้นเองและจัดตั้งโรงสีขาวชุมชนอีกดวย ! หากจะกลาววา “ความสามัคคีเปนปจจัยสำคัญที่สุดปจจัยหนึ่งที่กอ ใหเกิดผลสำเร็จ” ชุมชนบานโคกลาม-แสงอราม ก็เปนอีกหนึ่งตัวอยาง ที่สะทอนภาพดังกลาวไดอยางชัดเจน ดังนั้น บทเรียนที่สำคัญของ ม.ราชภัฏอุดรธานี จะตองนำไปประยุกตใชเปนอยางแรกนั้น มิใชวาจะ เขาไปพัฒนาอะไรอยางไร แตตองมาคิดทบทวนวา จะทำอยางไรให ชาวบานลุกขึ้นมารวมแรงรวมใจกันลงมือทำใหโครงการนั้นประสบผล สำเร็จ

7


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

สำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มข. ตนแบบของสถาบันอุดมศึกษาในการตามรอยศาสตรพระราชา ! การมาเยือนสถาบันอุดมศึกษาแตละครั้ง มูลนิธิรากแกวมักคนพบ สิ่งที่นาสนใจนอกเหนือจากที่ตั้งใจเสมอ เชนเดียวกับการที่ทีมงานไดมี โอกาสไดพบพูดคุยกับ อาจารยเพ็ญประภา เพชระบูรณิน ผูจัดการ สำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มหาวิทยาลัยขอนแกน โดยอาจารยไดเลาใหเราฟงถึงที่มาของสำนักงานฯ แหงนี้วา ! “การสนั บ สนุ น และบู ร ณาการพั น ธกิ จ หลั ก ของมหาวิ ท ยาลั ย ขอนแกนในการดำเนินโครงการสนองพระราชดำริ และโครงการตามแนว พระราชดำริ ถือเปนวัตถุประสงคหลักในการจัดตั้งสำนักงานฯ แหงนี้ขึ้น ภายใตการกำกับดูแลของสำนักงานอธิการบดี ซึ ่ ง แต เ ดิ ม ม.ขอนแกน ดำเนิ นโครงการพั ฒ นาชนบทเชิ ง บู ร ณาการตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งมีการดำเนินงานมากอนแลวอยางตอเนื่อง ตั้งแต ปพ.ศ. ๒๕๔๔ และโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)ซึ่งมีการดำเนินงานมาแลวอยางตอเนื่องตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๓๙ สำนักงานฯ แหงนี้ จึงมีหนาที่บริหาร โครงการทั้งสอง รวบรวมและจัดการ องคความรูงานวิจัยจากการลงพื้นที่ พั ฒ นาชนบทและงานวิ ช าการด า น การพัฒนาของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ซึ ่ ง มี จ ำนวนมากแล���กระจั ด กระจาย นอกจากนี้ ยังมีทีมงานที่ทำหนาที่ให บริการวิชาการและพัฒนาชุมชนดวย”

! สำนักงานฯ แหงนี้ เคยรวมมือกับองคกรดานการพัฒนาหลายแหง อาทิ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิปดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และหนวยงานราชการอื่นๆ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาในพื้นที่ตางๆ โดยมี ดร.พงษศักดิ์ ยั่งยืน รองผูจัดการฝายปฏิบัติการ เปนเสมือนตัว หลักที่ดูแลการดำเนินการในพื้นที่ ทีมงานมูลนิธิฯ จึงถือโอกาสลงพื้นที่ เพื่อเยี่ยมชมโครงการพัฒนาที่ ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแกน ซึ่งใช เวลาเดินทางจาก ม.ขอนแกนประมาณ ๑ ชั่วโมง อ.พงษศักดิ์ เลาใหฟง ระหวางทางวา “เราไดลงไปพัฒนาเรื่องความมั่นคงทางการเกษตร โดย ประสานหนวยงานตางๆ เขาไปเสริมองคความรูเชิงเทคนิควิชาการ หลายดาน เชน การเกษตร การอนุรักษปาไม เพื่อชวยเหลือชาวบาน และสรางการเรียนรูในชุมชน สนับสนุนการมีสวนรวม เพื่อใหชาวบาน สามารถพึ่งพาตนเองได แตกวาจะทำไดขนาดนี้ก็ตองใชเวลาประมาณ ๓ - ๔ ปี แต เ ราก็ ห วั ง ว า จะสร า งให ท ี ่ น ี ่ เ ป น ศู น ย เ รี ย นรู  เ ป น หมู  บ  า น ตนแบบการพัฒนาใหคนมาศึกษาดูงานและนำไปใชกับชุมชนตนเอง”

!

8

จดหมายข่าวรากแก้ว


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

วิชาเศรษฐศาสตรชนบท...เพื่อชุมชน ที่มข. ! หากยังจำกันได มหาวิทยาลัยขอนแกนเปนมหาวิทยาลัยที่ใหการ สนับสนุนมูลนิธิรากแกวในการจัดกิจกรรมตางๆ หลายตอหลายครั้ง ทั ้ ง การจั ด การนำเสนอโครงการระดั บ ภาคและการจั ด กิ จ กรรม ประชาสัมพันธโครงการแกมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด ว ยความพร อ มและการสนั บ สนุ น อย า งดี ย ิ ่ ง จากผู  บ ริ ห ารและ คณาจารยรวมถึงการตอนรับจากนองๆ ทำให ม.ขอนแกน เปนเสมือน จุดนัดพบของพวกเรา และเปนสถานที่ที่คุนเคยของคณาจารยและ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ในโอกาสนี้ก็เชนกัน ทีมงานจาก มู ล นิ ธ ิ ร ากแก ว ได ม ี โ อกาสมาที ่ ม หาวิ ท ยาลั ย แห ง นี ้ อ ี ก ครั ้ ง เพื ่ อ เยี่ยมเยียนพูดคุยกับอาจารยและนักศึกษาทีมรากแกว ม.ขอนแกน ! “ตองขอบคุณผูบริหารมหาวิทยาลัยทั้งทานอธิการบดี(รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย) และทานรองอธิการบดีฝายพัฒนานักศึกษาฯ(ผศ.ลิขิต อมาตยคง) ที่มีความเขาใจและสนับสนุนการทำโครงการกับชุมชนมา โดยตลอด” คำพูดนี้ของ อ.ประเสริฐ วิจิตรนพรัตน รองคณบดีฝาย วิจยั และบริการวิชาการ คณะวิทยาการจัดการ สะทอนใหเห็นถึงบทบาท การสนับสนุนการบริการชุมชนของ ม.ขอนแกนเปนอยางดี อ.ประเสริฐ เปนอาจารยที่ปรึกษาใหกับทีมรากแกว ม.ขอนแกน ตั้งแตป ๒๕๕๓ โดยการสนั บ สนุ น ให น ั ก ศึ ก ษานำความรู  ด  า นเศรษฐศาสตร แ ละ การจัดการไปประยุกตใชดำเนินโครงการพัฒนาชุมชน สอดแทรกเปน กิจกรรมในรายวิชา “เศรษฐศาสตรชนบท” และนำหลักเกณฑโครงการ รากแกวมาใชในการเรียนการสอน แบงกลุม ใหนักศึกษาเลือกวางแผน ดำเนินโครงการ ๑ โครงการ ตอ ๑ ชุมชน ซึ่งโครงการตองตอบโจทย์ ชุมชนและสรางผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม ซึ่ง ถือเปนการเรียนรูแบบ Project Based Learning ที่ อ.ประเสริฐ เชื่อวา จะสามารถพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในดานตางๆ ไดดีนอกเหนือจาก วิชาการที่เรียนรูในหองเรียน ! “ราพลิกชีวิต” เปนโครงการที่พัฒนามาจากกิจกรรมในรายวิชา เศรษฐศาสตร ช นบท ซึ ่ ง ดำเนิ น โครงการโดยนั ก ศึ ก ษาจากคณะ วิทยาการจัดการและวิทยาลัยการปกครอง “ชอป” นายพัชระ โฆษาศรี

จดหมายข่าวรากแก้ว

ไดเลาใหฟงวา “เราเขาไปศึกษาชุมชนบานโคกสี อยูหางจากมหาวิทยาลัย ๑๘ กิโลเมตร ชาวบานที่บานโคกสีสวนใหญเปนเกษตรกรที่ใชสารเคมี ในการปลูกพืชซึ่งมีตนทุนการผลิตสูง ทำใหรายไดต่ำและมีหนี้สิน และเมื ่ อ ใช ส ารเคมี เ ป น ระยะเวลานานก็ ส  ง ผลให ดิ นเสื ่ อมสภาพ ผลผลิตลดลง ประกอบกับภาวะสิ่งแวดลอมที่เปนพิษสงผลตอสุขภาพ ของชาวบาน” ! เมื่อนองๆ เห็นปญหาดังกลาว ก็แบงกันคนควาขอมูลจากแหลงตางๆ และเสนอแกชุมชนวา จะเริ่มแกปญหาโดยการปรับปรุงดินดวยการ ปลูกปอเทืองและไถกลบเพื่อปรับสภาพดิน เมื่อสภาพดินดีขึ้นแลวก็จะ ส งเสริ มให ชาวบ านใช เชื ้ อราไตรโคเดอมาแทนการใช ส ารเคมี ใ น การกำจัดศัตรูพืชและชวยการงอกของเมล็ด ซึ่งเปนองคความรูที่ “เติ้ล” นายปรีดิวัฒน เสาโร และเพื่อนๆ ไดขอขอมูลจากสำนักงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ม.ขอนแกน และกรมการกำจัด ศัตรูพืช นอกจากนี้ ยังไดรับความรวมมือจากอาจารยในสาขาวิชาตางๆ เชน คณะเกษตรศาสตร คณะแพทยศาสตร และคณะสถาปตยกรรมศาสตร์ ในการสนับสนุนขอมูลความรูดานตางๆ ขณะนี้ มีชาวบานที่นำรองอยู ประมาณ ๒๐-๓๐ ครัวเรือน ยังไมขยายครอบคลุม เนื่องจากชาวบาน ยังไมเห็นผลชัดเจนจากการดำเนินโครงการดวยวิธีนี้ “เดียร” ลักษมณ สุพรรณโรจน เลาวา “ตอนที่เราไปคุยกับชาวบานเขายังคิดวาทำงาน ดวยวิธีใดก็ไดใหไดเงินมากที่สุด มาใชหนี้ ใชจายในครัวเรือน เลยใช สารเคมีเรงผลผลิตเพื่อนำมาขาย ไมไดคำนึงถึงผลเสียตอสุขภาพหรือ สิ่งแวดลอม ซึ่งถือเปนอุปสรรคสำคัญในการทำโครงการ แตเราก็ พยายามที่จะเขาไปสรางความเขาใจกับชุมชนอยางตอเนื่อง” ! จากการเรียนวิชาเศรษฐศาสตรชนบทในหองเรียนสูการประยุกตใช ในทางปฏิบัติผานการดำเนินโครงการกับชุมชน นอกจากจะชวย พัฒนาศักยภาพนักศึกษาแลว ยังเปนการปลูกฝงสำนึกจิตอาสาตอ สังคมใหนักศึกษาอีกดวย

9


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

“โชคดีที่มีในหลวง” โชคดีของ ม.แมฟาหลวง ! เมื่อกลาวถึงคำวา “ชนบท” หลายคนคงจะนึกถึงภาพของทองทุงนา ที่มีฉากหลังเปนภูเขา มีลำธารไหลผานหมูบาน ปาไมเขียวขจีอุดม สมบูรณ มีวัฒนธรรมดั้งเดิมอันทรงคุณคาที่ยังคงตกทอดมาจนรุนลูก รุนหลาน หางไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวก และความสับสนวุนวาย เฉกเชนในสังคมเมือง หากคนเมืองอยางพวกเราไดมีโอกาสเขาไป สัมผัสความเปนชนบทแบบนี้ คงเปนกำไรชีวิตที่ไมอาจหาซื้อไดในหาง สรรพสินคาทั่วไปอยางแนนอน แตในสภาพปจจุบันจะยังคงเหลือพื้นที่ ในอุดมคติเชนนี้อยูอีกสักกี่แหง จะยังคงมีพื้นที่ใดที่สามารถตานทาน กระแสทุนนิยมไมใหเขาไปทำลายจิตวิญญาณดั้งเดิมไดอยูอีกบาง ทีมรากแกวมหาวิทยาลัยแมฟาหลวงคงจะยืนยันคำตอบไดดีที่สุดวา “พื้นที่ในอุดมคติยังมีเหลืออยู” เพราะนั่นเปนพื้นที่ที่ทีมรากแกว ม.แมฟาหลวงไดเขาไปทำโครงการพัฒนาการผลิตชาพื้นเมืองตอเนื่อง มาเปนปที่สองแลว หมูบานนี้มีชื่อวา บานหวยหินลาดใน เปนหมูบาน ดั้งเดิมของชาวปะกาเกอะญอ ที ่ ม ี น ิ ส ั ย รั ก สงบ ชอบวิถีธรรมชาติ ไมใฝ ห าความฟุ  ง เฟ อ ตามกระแสโลกปจจุบัน แตในขณะเดียวกันก็ ไมลาหลัง รูเทาทันความเปนไปของสังคมภายนอกเปนอยางดี ไมตอตาน กระแสความเจริญดานวัตถุ แตรูจักเลือกวาสิ่งไหนเปนประโยชนหรือ โทษแกชุมชนของตนเอง คนในหมูบานนี้มีความเห็นพองตองกันวา จะไมไหมีกระแสไฟฟาไหลผานเขาไปในหมูบาน ดวยเกรงวาเมื่อมีไฟฟา ก็จะมีทีวี ตูเย็น เครื่องใชไฟฟาอื่นๆ ตามมาอีก จนอาจกอหนี้สิน พอกพูน จนเปนปญหาที่กลับมาทำรายตัวเองในที่สุด ดังนั้น ในปจจุบัน

จึงมีคนมากมายที่ตองการเขาไปศึกษาวา ชุมชนในบานหวยหินลาดใน สามารถคงความเป น อั ต ลั ก ษณ อ ยู  ไ ด อ ย า งไร ท า มกลางสิ ่ ง ยั ่ ว ยุ มากมาย อันเปนโจทยที่ทาทายทีมรากแกว ม.แมฟาหลวงเปนอยางยิ่ง ที ่ จ ะนำความเจริ ญ เข า ไปอย า งไรไม ใ ห เ กิ ด ความบอบช้ ำ ต อ วิ ถ ี ธรรมชาติดั้งเดิมที่ชาวบานสืบทอดกันมาอยางยาวนาน ! กำลังสำคัญในการสูกับความทาทายนี้คงเปนใครไปไมไดนอกจาก อ.ดร.สิริรุง และ อ.ดร.จุฑามาศ ที่ประสานมือกันดวยความทุมเทแรง กายและแรงใจ นำนักศึกษาที่มีจิตสำนึกรับใชสังคมใหนำความรูความ สามารถที่สั่งสมมาตลอดเวลาสี่ป มาใชใหเกิดประโยชนเพื่อตอบสนอง ตอความตองการของชุมชน ในการเปนชุมชนที่พึ่งตนเองได มีสังคมที่ ยังคงความสงบสุข รักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ไมเบียดเบียนใครแมกระทั่ง ธรรมชาติ

ทีมอาจารยที่ปรึกษา ม.แมฟาหลวง 10

จดหมายข่าวรากแก้ว


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

ม.สุรนารี เพชรน้ำงามแหงอีสาน และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ! มทส. หรือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สถาบันการศึกษาชั้นนำ แหงหนึ่งในการผลิตบัณฑิตนักวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ผูมีภูมิรู ภูมธิ รรม ภูมิปญญา เพื่อพัฒนาสังคมที่มีความสุขและยั่งยืน ดวย ปณิธานอันมั่นคงที่จะเปนมหาวิทยาลัยแหงการสรางสรรคนวัตกรรม และยืนหยัดเปนคูเคียงของสังคมไทย ! ตลอดระยะเวลากวา ๒ ทศวรรษ มทส. เปนผูนำและเปนตนแบบ นวัตกรรมทางการศึกษาหลากหลายดาน อาทิ การคิดกลไกการบริหาร งานบุคคล การเงินและทรัพยสิน การบริหารวิชาการขึ้นมาดวยตนเอง ภายใตปรัชญา “การรวมบริการ ประสานภารกิจ” เพื่อใหเกิดความ คลองตัวในการบริหารงาน โดยไมมีสิ่งที่เรียกวา “คณะ” เหมือนกับ มหาวิทยาลัยทั่วไปของประเทศไทย นักศึกษาที่มทส. จะเรียนรวมใน อาคารเดียวกัน มีการจัดการหองบรรยายเต็มศักยภาพ ในสวนของ อาจารย์ก็อยูรวมกัน นอกจากนี้ มทส. ยังเปนมหาวิทยาลัยแหงแรกที่ นำสหกิจศึกษามาใชในประเทศไทยและในทศวรรษที่ ๓ นี้เอง มทส. มุงมั่นจะเปนที่พึ่งของสังคมไทย เปนมหาวิทยาลัยแหงนวัตกรรม เลิศล้ำวิชาการ เชื่อมประสานสูสากล

กำเนิดวัฒนธรรม เปนพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตรที่ ทาวสุรนารีเคยกอบกูเมืองโคราชคืนมาจากกบฏเจาอนุวงศแหง เวียงจันทน และยังเปนพื้นที่ดั้งเดิมที่มีการปลูกขาวมากวา ๑,๐๐๐ ป ภู ม ิ ป  ญ ญาท อ งถิ ่ น ที ่ ส ำคั ญ ของชุ ม ชนคื อ การแปรรู ป ข า วไปเป น หมี่โคราช และจากคำบอกเลาของพอแกแมเฒาวา บานกุดจิกเปน พื้นที่แรกที่มีการทำหมี่โคราชกวา ๑๐๐ ปมาแลว จากอดีตที่มีการ ทำหมี่โคราชกันแทบทุกครัวเรือน แตเมื่อเวลาผานไป ชนบทปรับตัว ไปสูความเปนเมืองมากขึ้น มีโรงงานอุตสาหกรรมตางๆ เขามา ตั้งใกลๆ ชุมชน ทำใหปจจุบันจึงเหลือเพียงครัวเรือนเดียวที่ยังคงทำ หมี่โคราชอยู

! ด ว ยการสนั บ สนุ น จากเทศบาลตำบลกุ ด จิ ก และมหาวิ ท ยาลั ย ทีมรากแกว มทส. จึงเขาไปอนุรักษและสืบสานการทำหมี่โคราชของ บานกุดจิกใหดำรงอยู ต  อ ไป อย างไรก็ ต าม หมี่โคราชดั้งเดิมแบบ ทำมือของบานกุดจิก หากพูดถึงเรื่องตนทุนการผลิต คุณภาพและ มาตรฐานผลิตภัณฑ คงไมอาจตอกรกับหมี่โคราชอุตสาหกรรมที่อยู ในทองตลาดไดแนนอน คำถามสำคัญคือวา แลวทีม มทส. จะทำ อยางไร เพื่อใหบรรลุเปาหมายในการที่จะสืบสานวัฒนธรรมและ !มทส. เขารวมกับมูลนิธิรากแกวในป ๒๕๕๕ ในฐานะผูรวมเรียน ภูมิปญญาการทำหมี่โคราชของบานกุดจิกเอาไว ในขณะเดียวกันก็ รูและสังเกตการณ จนปจจุบัน มทส. เริ่มตนพัฒนาโครงการรวมอนุรักษ์ ตองเผชิญกับขอจำกัดและความเสี่ยงตางๆ ที่เกิดขึ้นอยู วิถีแหงชีวิตชุมชน “หมี่โคราช ๑๐๐ ป บานกุดจิก” โดยเลือกเขาไป ดำเนินโครงการที่บานกุดจิก อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งเปนแหลง

จดหมายข่าวรากแก้ว

11


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

หนึ่งวันอันคุมคาของ ม.อุบลฯ สำหรับการทบทวน

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในแบบฉบับของ ดร.ปรียานุช ธรรมปยา

! เมื่อมูลนิธิรากแกวไดรับขาวจาก อาจารย อุ ทั ย อัน พิม พ์ อาจารย ประจำสาขาวิชาเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วาจะนำ คณะนักศึกษาหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน ๑๖ คน มาทัศนศึกษาที่กรุงเทพฯ มูลนิธิรากแกวจึงอาสาจัด หลักสูตร ๑ วันกับการเรียนรูแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใหกับ คณะ โดยรวมมือกับโครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอ เพียงสูสถานศึกษา

ซึ่งทำใหนักศึกษาสามารถเขาใจหลักการเศรษฐกิจพอเพียงไดงายๆ ดวยตัวเอง และมองเห็นความสำคัญของการนำปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไปใชในชีวิตประจำวัน

! เชาตรูของวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ คณะนักศึกษาชั้นปที่ ๓ และ ๔ สาขาวิชาเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน ๑๖ คน นำทีมโดย อาจารยอุทัย อันพิมพ และ ดร. สุขวิทย โสภาพล เดินทางมา พร้อมกัน ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ป โรงพยาบาลศิริราช เพื่อรวมถวาย พระพรพระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู  ห ั ว และสมเด็ จ พระนางเจ า ฯ พระบรมราชินีนาถ ดวยความจงรักภักดี และขอใหทั้งสองพระองคทรง มีพระพลานามัยแข็งแรงและมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน

[ เกตุวดี นิละปะกะ นักศึกษาชั้นปที่ ๓ สาขาวิชาเศรษฐกิจพอเพียง และสมาชิกทีมรากแกวมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ไดขอสรุปจากสิ่งที่ ไดเรียนรูในวันนี้วา “กอนที่เราจะทำอะไร ควรคิดถึงผลจากการกระทำ ของเราตอสังคมและสิ่งแวดลอมเสมอ และการแกตนเหตุของปญหา ทุกอยาง ตองเริ่มแกจากวิธีคิดกอน”

! อาจารยอุทัย อันพิมพ กลาววา “สิ่งที่ผมสอนนักศึกษามาทั้ง ๔ ปนั้น ดร. ปรียานุช สามารถสรุปใหพวกเราเขาใจไดในวันเดียว ความรูท ี่ได จะเปนแรงบันดาลใจในการทำงานพัฒนานักศึกษาในสาขาตอไป”

! นอกจากนี้ คุณนำพล ลิ้มประเสริฐ ผูจัดการฝายพัฒนาอยางยั่งยืน บริษัท ปูนซีเมนตไทย จำกัด (มหาชน) ยังไดใหเกียรติมาถายทอด ! หลังจากนั้นคณะอาจารยและนักศึกษาไดเดินทางไปยังสำนักงาน ประสบการณ บ ริ ห ารองค ก รโดยใช ป รั ช ญาเศรษฐกิ จ พอเพี ย งมา ทรัพยสินสวนพระมหากษัตริย เพื่อฟงบรรยายเรื่อง “การเรียนรูตาม แกปญหาวิกฤตเศรษฐกิจป ๒๕๔๐ สงผลใหบริษัทเปนองคกรธุรกิจ แนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดย ดร.ปรียานุช ธรรมปยา เพื่อสังคมที่ยืนหยัดอยางมั่นคงมาจนถึงปจจุบัน อาจารยผูเชี่ยวชาญและทำงานเกี่ยวของกับสาขาเศรษฐกิจพอเพียงมา เกือบทศวรรษ เริ่มตั้งแตเปนหัวหนาโครงการวิจัยโครงการเศรษฐกิจ ! กิจกรรมในวันนี้ทำใหมูลนิธิรากแกวรูสึกยินดีอยางยิ่งที่ไดเปน พอเพียง ในป พ.ศ. ๒๕๔๘ ในปจจุบันดำรงตำแหนงเปนที่ปรึกษา สวนหนึ่งในการสนับสนุนใหนักศึกษาไดเกิดการเรียนรูตามแนวหลัก โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงดานการศึกษาและ ปรั ช ญาเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง โดยยึ ด หลั ก ทางสายกลางและความ เยาวชน นอกจากนี้ อาจารยยังทำงานเกี่ยวของกับการขับเ���ลื่อน ไมประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสราง เศรษฐกิจพอเพียงของอีกหลายหนวยงาน อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ ภู ม ิ ค ุ  ม กั น ที ่ ด ี ใ นตั ว ตลอดจนการใช ค วามรู  ด  ว ยความรอบคอบ สถาบั น พั ฒ นบริ ห ารศาสตร มู ล นิ ธ ิ ส ยามกั ม มาจล เป น ต น ระมัดระวัง และมีคุณธรรมเปนพื้นฐานในการตัดสินใจและการกระทำ สำหรับกระบวนการเรียนรูในวันนี้ ดร.ปรียานุช เนนใหนักศึกษาได ทั้งนี้ เพื่อสงเสริมใหนักศึกษานำหลักปรัชญานี้ไปเปนพื้นฐานและ ลงมือปฏิบัติจริงในการรวมคิด รวมทำ และรวมวิเคราะหผานกิจกรรม แนวทางในการดำเนินชีวิตอันจะนำไปสูการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ถอดบทเรียนจากประสบการณในชีวิตจริง การเลมเกมสผูนำพอเพียง 12

จดหมายข่าวรากแก้ว


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

เกษตรเพื่อชีวิตที่แมโจ ! ตลอดระยะเวลากวา ๗๗ ป นับตั้งแตกอรางสรางโรงเรียนฝกหัด ครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือ พัฒนาการของแมโจจากวันนั้น ถึงวันนี้ ไดกอกำเนิดมหาวิทยาลัยชั้นนำดานการเกษตรที่มีศักยภาพ ในการสรางบัณฑิตดีเอ็นเอแมโจ ที่จะเปนผูรูลึก รูจริง เชี่ยวชาญงาน ปฏิบัติ และอดทนกับทุกงานหนัก จึงกลาวไดวามหาวิทยาลัยแมโจเปน ผูนำในการมุงมั่นพัฒนาการศึกษาใหเปนเลิศทางการเกษตรในระดับ นานาชาติ อีกทั้งมุงสรางบัณฑิตใหมีความรูความสามารถดานวิชาการ และวิชาชีพเพื่อใหกาวไปเปนผูประกอบการมืออาชีพดานการเกษตร เพราะเกษตรกรรมคือรากฐานของชีวิตและเศรษฐกิจของชาติ ! ในการไปเยื อ นแม โ จ ค ราวนี ้ เราก็ ป ระจั ก ษ ถ ึ ง อุ ด มการณ อ ั น แรงกลาที่จะเปนผูนำการบริการวิชาการเกษตรรับใชสังคม ที่แมโจได จัดตั้งฐานการเรียนรูดานการเกษตรกวา ๑๐ ฐาน ใหเกษตรกรตลอด จนประชาชนที่สนใจเขามาศึกษา เชน ฐานการกำจัดขยะโดยใชไสเดือนดิน ฐานการเรียนรูพืชไรและการเกษตรผสมผสานสูชุมชน ฐานเทคโนโลยี การผลิตเห็ดเศรษฐกิจ พิพิธภัณฑแมลง เปนตน นอกจากนี้ แมโจยัง ทำงานรับใชสังคมเชิงรุกในการเดินออกไปสูชุมชนเพื่อรับปญหาของ ชุมชนเขามาเปนโจทยในการเรียนการสอน การทดลอง และการวิจัย เพื่อคิดหาแนวทางการแกไขปญหาใหกับชุมชน ดังกรณีตัวอยาง โครงการพลิกวิกฤตแมแจม ซึ่งสภาพพื้นที่มีการปลูกขาวโพดเชิงเดี่ยว และทำลายปา ทีมแมโจเขาไปแกไขปญหาดวยการสงเสริมการทำ เกษตรผสมผสาน และจัดหาน้ำมาใหชาวบานดวยวิธีการทำ บอพวง สันเขา ผลลัพธที่เกิดขึ้นคือ สิ่งแวดลอมเริ่มดีขึ้น ปาและความชุมชื้น ที่แมแจมเริ่มกลับคืนมา นอกจากนี้ยังมีการนำซังขาวโพดที่เปนขยะ จดหมายข่าวรากแก้ว

การเกษตรกลับมาวิจัยในมหาวิทยาลัยเพื่อใชทำเปนกอนเชื้อเห็ด กอนนำกลับไปสงเสริมการเพาะเห็ดเปนอาหารเพื่อลดรายจายใหกับ ชาวบานอีกดวย แนนอนวาการจัดการเรียนการสอนของแมโจนั้น จะตองมี “เกษตร” เปนแกนหลัก นักศึกษาที่เขามาเรียนที่แมโจทุกคน จะตองเรียนวิชา “เกษตรเพื่อชีวิต” ซึ่งเปนวิชาศึกษาทั่วไปที่มุงเนนให นักศึกษาไดรับประสบการณเกี่ยวกับการเกษตรในมุมกวาง และเห็น ถึงความสำคัญของการเกษตรที่อยูคูกับสังคมไทยตั้งแตในอดีตจนถึง ปจจุบัน ในมุมมองของคนภายนอกเชื่อวา “เกษตรเพื่อชีวิต” จะเปน ตัวจุดประกายและสรางโอกาสตางๆ ใหกับนักศึกษาแมโจ เพราะนับ จากนี้ตอไป คนที่จะมีความสุขและความมั่งคั่งบนโลกใบนี้อาจไมใชคน ที่มีทรัพยากรมากที่สุด หากแตเปนคนที่สามารถอยูอยางพอเพียงและ สามารถพึ่งตนเองไดอยางแทจริง การจะเดินไปสูจุดนั้นได “เกษตร เพื่อชีวิต” อาจเปนจุดเริ่มตนหนึ่งที่นาสนใจมากที่สุดในบริบทของ การศึกษาไทย ! เมื ่ อแม โ จ มี ข องดีอ ย า ง “เกษตรเพื่อ ชี ว ิต ” พรอมกับ บุ คลากร เครื่องไมเครื่องมือ และองคความรูที่สำคัญและจำเปนแลวนั้น คำถาม ชวนคิ ด สุ ด ท า ยคื อ แมโจ้จะเผยแพรคุณงามความดีนี้ใหกระจายไป ทั่วองคาพยพของการศึกษาไทยได้อยางไร มูลนิธิรากแกวขอเปนทั้ง แรงบันดาลใจ สงเสริม สนับสนุน หรือแมกระทั่งรวมมือกับแมโจ ที่จะพัฒนาหลักสูตรเกษตรเพื่อชีวิตใหเปนวิชาหลักของนักเรียนทุก ระดับชั้นในสังคมไทยใหตระหนักถึงคุณคาและความสำคัญตอหนึ่งใน ปจจัย ๔ ของทุกคน เรากำลังรอคำตอบดังกลาว...

13


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

ครูรากแกว...คือครูของแผนดิน เชาว อินทรศรี

พิราเชนทร มุสิกรังษี

เกษราภรณ นาคทอง

! ปราชญชาวบานดานการปลูกผักปลอดสาร พิษคนสำคัญแหงบานปรือวาย ลุงเชาวอายุกวา ๗๐ ปแลว นอกจากจะแข็งขันเรื่องการปลูกผัก แลว ลุงเชาวยังเปนมือหนึ่งของหมูบานเรื่องการ ทำปุยคอกชั้นดีอีกดวย สำหรับงานเพื่อสวนรวม นั้น ในฐานะที่เปนกรรมการกลุมออมทรัพย บานปรือวาย ลุงเชาวคือขุนคลังผูมัธยัสถเก็บ รายละเอียดทุกเม็ด จนทำใหเงินของกลุมฯ งอกเงยขึ้นหลักลานแลว

! เกษตรกรดีเดนระดับชาติ ดานการเลี้ยงสัตว์ แหงบานมะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎรธานี คือ ผูนำทางความคิดคนสำคัญของกลุมเกษตร รุนใหมหัวใจอินทรีย กับแนวคิด “คนเลี้ยงสัตว สัตวเลี้ยงดิน ดินเลี้ยงพืช พืชและสัตวเลี้ยงคน” โดยพี ่ พ ิ ร าเชนทร เ ลี ้ ย งหมู แ ละแพะในสวน ยางพารา นำเอามูลหมูและแพะมาทำปุยคอก บำรุงตนยางสวนหนึ่ง และอีกสวนหนึ่งนำไป ปลูกผักอินทรีย์ ผลผลิตที่ไดทั้งหมดขายเองใน ตลาดชุ ม ชน เน น เรื ่ อ งผลผลิ ต อิ น ทรี ย  แ ละ อาหารปลอดภัยเปนหัวใจสำคัญ

พี่ชมพูแหงสวนน้ำสวย ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎรธานี พยาบาลวิชาชีพที่หันมาเอาดี ทางดานการเกษตร พี่ชมพูมีความสนใจเรื่อง มะนาวเปนพิเศษ จึงเริ่มตนศึกษาอยางจริงจัง ปรึกษาผูรู ลองผิดลองถูก จนปจจุบันพี่ชมพูกลาย เปนผูรูเรื่องมะนาวมือตนๆ ของประเทศไปแลว พิ ส ู จ น จ ากการดำเนิ น งานในป ท ี ่ ผ  า นมาที ่ สามารถสร า งเงิ น จากมะนาวแป น รำไพได กวา ๓ ลานบาท ในพื้นที่ ๕ ไรเศษๆ แนวทาง ดำเนิ น งานของพี ่ ช มพู  ค ื อ แบ ง พื ้ น ที ่ บ ริ ห าร จัดการเปน ๓ แปลง แปลงแรกสำหรับทำมะนาว ขายทั้งป แปลงที่สองเนนทำมะนาวนอกฤดูและ แปลงที่สามสำหรับทำกิ่งพันธุขาย โดยมะนาว ทัง้ หมดขายเองที ่ แ ผงหน า สวน เนนคุณภาพ น้ำเยอะ ใหลูกคาบอกปากตอปาก และหากซื้อ ไปใชในงานศพหรืองานบุญก็จะลดราคามะนาว ใหเปนพิเศษ หลักคิดสำคัญที่ พี่ชมพูฝากไวคือ ทำสิ่งใดขอใหรูลึกรูจริง รูเพียงอยางเดียวแลว ทำใหสำเร็จ จึงคอยเปลี่ยนไปทำสิ่งอื่นๆ

14

จดหมายข่าวรากแก้ว


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

ผูถายทอดและแบงปนประสบการณชีวิตและการงาน นันทวิทย จักสาน

วรพงศ คงแกว

ลุงละมัย พังแสงสุ

! เกษตรกรรุนใหม หัวใจพอเพียง ผูหันเห ชีวิตจากการทำงานบริษัทเดินทางสูวิถีการทำ เกษตรแบบพอเพียง หลังจากที่ไดทำงานใน บริษัทมาระยะหนึ่ง พี่นันทตัดสินใจกลับมา อาศัยอยูที่บานเกิดที่กาญจนดิษฐ จ.สุราษฎรธานี ได ท ำสวนแบบผสมผสานที ่ ม ี ท ั ้ ง ยางพารา ปาลม เพาะเห็ด เลี้ยงไสเดือน แตสิ่งที่เปนจุด ขายของพี่นันทคือ “การปลูกไผกิมซุงในสวน ปาลม” ซึ่งสรางรายไดใหมอยา���นาประทับใจ จากการขายหนอไมและกิ่งพันธุ ทามกลาง วิกฤตการณราคาปาลมน้ำมันตกต่ำ สิ่งหนึ่งที่ น า สนใจคื อ พี ่ น ั น ท ใ ช ไ อโฟนเป น ช อ งทาง สำคัญในการขายกิ่งพันธุไผทำกำไรไดหลาย แสนบาทมาแล ว ซึ ่ ง เป น ตั ว อย า งชั ้ น ดี ข อง เกษตรกรรุนใหมที่นำเทคโนโลยีมาใชใหเกิด ประโยชนในการประกอบสัมมาอาชีพ

! พี่มอน บัณฑิตวิศวกรรมศาสตรที่ตัดสินใจ กลับมาทำการเกษตรที่บานเกิด บานนาเดิม จ.สุราษฎรธานี ภายใตพื้นที่สวนยางพาราเพียง ๕ ไร จึงเกิดคำถามขึ้นกับพี่มอนวาจะทำ อยางไรจึงจะสามารถใชพื้นที่ขนาดเล็กสราง อาชี พ สร า งรายได ห ล อ เลี ้ ย งคนในครอบครั ว จากที่เริ่มตนปลูกผักเหลียงเสริมในสวนยาง และขุดบอเลี้ยงปลา จนสุดทายก็ไปจบลงดวย การเพาะเห็ด ทุกวันนี้พี่มอนเพาะเห็ดอยาง ครบวงจรตั้งแตผลิตกอนเชื้อไปจนถึงการขาย ในตลาดที่สรางขึ้นเองจนมีรายไดเพียงพอที่จะ เลี้ยงครอบครัว แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงใน ทัศนะของพี่มอนคือ ทำเกษตรตองคิดถึงธุรกิจ หรือการขายเพื่อใหพึ่งตนเองไดดวย ใชความ รักความชอบเปนที่ตั้ง แลวเริ่มทำจากเล็กๆ ไม กูหนี้แตทำแบบทุนตอทุนไปเรื่อยๆ จึงจะมี ภูมิคุมกัน และรูจักแบงปนผูอื่น สิ่งสำคัญคือ เวลาทำสิ่งใดๆ จะตอง “มีเปาหมาย”

! เกษตรกรตนแบบในการสงเสริมของศูนย ศึ ก ษาพั ฒ นาภู พ าน อั น เนื ่ อ งมาจากพระ ราชดำริ ลุงละมัยทำการเกษตรภายใตแนวพระ ราชดำริ “เกษตรทฤษฎีใหม” บนพื้นที่ ๘ ไร การทำนาเปนอาชีพหลัก เสริมดวยการปลูกลิ้นจี่ มะมวง พืชสมุนไพร เลี้ยงปลาและกบ ดวยนิสัย การเป น เกษตรกรนั ก บั ญ ชี ทำให ล ุ ง ละมั ย รูรายรับ–รายจายทุกอยางรวมถึงสามารถวางแผน การใชจายและเงินออมไดเปนอยางดี ลุงละมัย คือเกษตรกรตนแบบตัวจริงเสียงจริงที่นอมนำ หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพอหลวงมาปฏิบัติ จนเกิด “ความพออยู พอกิน และสามารถนำ ความรูเผื่อแผใหกับผูอื่น”

จดหมายข่าวรากแก้ว

15


R

A

K

K

A

E

W

N

E

W

S

วารสารวิชาการรากแกว ! ๒๘ มกราคม ๒๕๕๖ กระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการขาราชการพลเรือนในสถาบัน อุดมศึ ก ษา (ก.พ.อ.) ไดประกาศหลักเกณฑและวิธีการพิจารณาแตงตั้งบุคคลใหดำรงตำแหนงผูชวย ศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย (ฉบับที่ ๙) เพื่อใหหลักเกณฑการเสนอผลงาน ครอบคลุมผลงานที่คณาจารยไดนำความรูความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาของตนมาใชในการแกไข ปญหาหรือพัฒนาชุมชน สังคม หรือประเทศ ซึ่งเปนภาระหนาที่หนึ่งของสถาบันอุดมศึกษา ! ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนและเผยแพรผลงานทางวิชาการรับใชสังคมของครูรากแกว ใหเปนไปตาม เกณฑที่สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนด และเพื่อยกระดับครูรากแกวที่ไดทำงาน รวมกับชุมชนใหไดรับการยอมรับในวงกวางมากขึ้น มูลนิธิรากแกวจะจัดทำวารสารวิชาการเพื่อ ตีพิมพและเผยแพรบทความวิชาการ/ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนอยางยั่งยืน และจะจัดงาน ประชุมสัมมนาวิชาการโดยรวมกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาภายในป ๒๕๕๖ นี้ดวย

“ ©ฉÑั¹น¨จÐะàเ»ปšš¹นàเªช‹‹¹น...ÃรÒา¡กáแ¡กŒŒÇว¢ขÍอ§งáแ¼ผ‹‹¹น´ดÔิ¹น ” “...¤คÃรÑัé้§งËห¹นÖึè่§ง Áม×ืÍอ¢ขÍอ§ง¼ผÁมàเ¤คÂยàเ»ปšš¹น “...¡กÒาÃร·ท∙Õีè่äไ´ดŒŒàเ¢ขŒŒÒาÁมÒาÃร‹‹ÇวÁม¡กÑัºบâโ¤คÃร§ง¡กÒาÃร ÃรÒา¡กáแ¡กŒŒÇว ·ท∙ÓำãใËหŒŒàเËหç็¹นÇว‹‹ÒาÂยÑั§งÁมÕี¤ค¹นÍอÕี¡ก áแµต‹‹Áม×ืÍอ¢ขÍอ§ง¼ผÙูŒŒÃรÑัºบ áแµต‹‹ËหÅลÑั§ง¨จÒา¡ก¹นÕีé้äไ»ป Áม×ืÍอ¼ผÙูŒŒÃรÑัºบ¹นÕีé้¨จÐะ¢ขÍอ ¨จÓำ¹นÇว¹นÁมÒา¡ก·ท∙ÕีÅลè่ ÓำºบÒา¡ก¡กÇว‹‹ÒาàเÃรÒา àเ»ปÅลÕีè่Âย¹นäไ»ปàเ»ปšš¹นÁม×ืÍอ¢ขÍอ§ง¼ผÙูŒŒãใËหŒŒ” ·ท∙ÓำãใËหŒŒËห¹นÙูÍอÂยÒา¡ก¶ถÕีºบµตÑัÇวàเÍอ§งãใËหŒŒÊสÙู§ง¢ขÖึé้¹น àเ¾พ×ืè่Íอ¨จÐะäไ´ดŒŒÊสÒาÁมÒาÃร¶ถÁมÒาªช‹‹ÇวÂยàเËหÅล×ืÍอ ÍอÑั°ฐ¾พÅล ºบØุ­Þญ¤ค‹‹ÓำªชÙู (äไ·ท∙àเ·ท∙‹‹) Áม.ÈศÃรÕี»ป·ท∙ØุÁม ªชÒาÇวºบŒŒÒา¹นãใËหŒŒäไ´ดŒŒÁมÒา¡ก¡กÇว‹‹Òา·ท∙Õีè่àเ»ปšš¹นÍอÂยÙู‹‹..”

ÊสâโÃรªชÒา àเ·ท∙‹‹§งÎฮÐะ (¼ผÖึé้§ง) Áม.áแÁม‹‹âโ¨จŒŒ

“..¡กÒาÃร·ท∙Õีè่¼ผÁมäไ´ดŒŒÁมÒาàเ¢ขŒŒÒาÃร‹‹ÇวÁม¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม ¡กÑัºบâโ¤คÃร§ง¡กÒาÃรÃรÒา¡กáแ¡กŒŒÇว ·ท∙ÓำãใËหŒŒ¼ผÁมäไ´ดŒŒ àเ»ป´ด¡กÐะÅลÒาÍอÍอ¡กÁมÒาÊสÙู‹‹âโÅล¡ก¡กÇวŒŒÒา§ง äไ´ดŒŒ àเËหç็¹นÇว‹‹ÒาâโÅล¡ก¹นÍอ¡ก¡กÐะÅลÒา¹นÕีé้ÂยÑั§งÁมÕีÊสÔิè่§ง·ท∙Õีè่ ¹น‹‹ÒาàเÃรÕีÂย¹นÃรÙูŒŒÍอÕี¡กÁมÒา¡ก..”

¡กÑัÁม»ป¹นÒา·ท∙ àเÀภ¡กÐะÊสØุµต (àเ»ปˆˆ¡ก) Áม.ÃรÒาªชÀภÑั¯ฏÃรÓำäไ¾พ¾พÃรÃร³ณÕี

“ÊสÔิè่§งÊสÓำ¤คÑั­Þญ·ท∙Õีè่¼ผÁมäไ´ดŒŒ¨จÒา¡กâโ¤คÃร§ง¡กÒาÃร ÃรÒา¡กáแ¡กŒŒÇว ¤ค×ืÍอ ¡กÒาÃรäไ´ดŒŒ·ท∙Óำàเ¾พ×ืè่ÍอªชØุÁมªช¹น àเ»ปšš¹น»ปÃรÐะÊสºบ¡กÒาÃร³ณ·ท∙Õีè่ËหÒาäไÁม‹‹äไ´ดŒŒ¨จÒา¡ก ·ท∙Õีè่Íอ×ืè่¹น ÁมÑั¹นÁมÕี¤ค‹‹ÒาÁมÒา¡ก¡กÇว‹‹ÒาÃรÒา§งÇวÑัÅลËหÃร×ืÍอ ¡กÒาÃร»ปÃรÐะ¡กÇว´ด”

ÈศÃรÒาÂยØุ·ท∙¸ธ ÊสØุ·ท∙¸ธ¨จÔิµตµต (ºบÔิÅลÅลÕีè่) ฀ Áม.àเªชÕีÂย§งãใËหÁม‹‹

กลุมบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุป จำกัด (มหาชน) บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิแมฟาหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ สถาบันสงเสริมและพัฒนากิจกรรมปดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ มูลนิธิสำนักงานทรัพยสินสวนพระมหากษัตริย บริษัท สปา-ฮาคูโฮโด จำกัด มูลนิธิรากแกว c/o กลุมบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย

อาคารเอ็มไพรทาวเวอร ชั้น ๔๘ ๑๙๕ สาทรใต ยานนาวา สาทร

กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๒๐ ๐ ๒๖๗๗๒๙๗๕ - ๗๗

contact@rakkaew.org www.rakkaew.org


จดหมายข่าวรากแก้ว