Issuu on Google+

เว็บไซต

READ...

www.guardian.co.uk/world/2002/may/08/books.booksnews www.rif.org/us/literacy-resources/articles/sources-of-award-winning-childrensbooks.htm www.oxfordowl.co.uk/Question/Index/6 www.rif.org/assets/Documents/parents/choosing_books.pdf www.americanlibrariesmagazine.org/news/ala/alsc-announces-2012-notablechildrens-books

TO UPGRADE , YOUR CHILD S BRAIN

จะอานอะไร? ในวัยนี้ พรพิไล เลิศวิชา

โครงการ : หนังสือดี 100 ชื่อเรื่อง เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย บทความประกอบการอภิปราย เรือ่ ง ความสําคัญของการคัดเลือก และสงเสริมหนังสือดีสาํ หรับเด็กและเยาวชน ณ ศูนยประชุมแหงชาติสริ กิ ติ ์ิ กรุงเทพฯ วันที่ 8 เมษายน 2555 สงวนลิขสิทธิ์ © 2555

ไดรับทุนสนับสนุนจาก สํานักงานสงเสริมสังคมแหงการเรียนรู และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) คณะนักวิจัย รศ.วิทยากร เชียงกูล อาจารยพรพิไล เลิศวิชา ผศ.จินดา จําเจริญ อาจารยปรีดา ปญญาจันทร รศ.เกริก ยุน พันธ ผศ.รพินทร คงสมบูรณ ●


หนังสืออางอิง

สมองวัย 0-3 ขวบ อานอะไรดี? ควรจะอานอะไรใหทารกนอยฟง

ทารกนŒอยจะเปšนอย‹างไรนัน้ ขึน้ อยูก‹ บั พัฒนาการ ซึง่ เริม่ ตŒนมาแลŒวตัง้ แต‹ยงั อยูใ‹ นครรภ มารดา นักจิตวิทยาไดŒทําการทดลองใหŒแม‹เปดเพลงที่ตัวเองชอบซ้ําๆ และอ‹านหนังสือเล‹ม เดิมซ้ําๆ เปšนเวลานาน ผลปรากฏว‹า ภายในขวบแรก ทารกนŒอยก็แสดงออกใหŒรูŒว‹า ชอบ บทเพลงและเรื่องราวในหนังสือที่แม‹เคยอ‹านขณะยังอุŒมทŒองอยู‹นั้น ยิ่งกว‹าบทเพลงและ หนังสือเล‹มอื่นๆ ใครจะรูŒว‹ารสนิยมของเด็กเมื่อโตขึ้นนั้น สามารถปลูกฝ˜งมาตั้งแต‹ยังไม‹ คลอด เซลลประสาทในสมองหรือเซลลสมอง ถูกสรŒางตัง้ แต‹เด็กอยูใ‹ นครรภมารดา ดŒวยอัตรา สูงสุดถึง 250,000 เซลลต‹อนาที เซลลสมองในทารกถูกสรŒางขึ้นพรŒอมกับวงจร (neuron circuit) ซึ่งเชื่อมโยงการทํางานของเซลลเหล‹านั้นจํานวนมาก ไม‹ว‹าคุณพ‹อคุณแม‹จะอ‹าน อะไรใหŒทารกฟ˜ง เสียงอ‹านทั้งหลายเหล‹านี้จะเดินทางเขŒาไปสู‹สมอง และมีส‹วนสําคัญเปšน ตัวกําหนดว‹าเซลลใด การเชื่อมโยงใด จะถูกใชŒงานและพัฒนาใหŒมีศักยภาพต‹อไป เนือ่ งจากการรับรูเŒ สียงและภาษา เปšนพืน้ ฐานของพัฒนาการดŒานการอ‹าน เราจึงสนใจ กระตุŒนพัฒนาการดŒานภาษาของเด็กเล็กมาก สองขวบแรกเปšนช‹วงวัยที่ทารกนŒอยจะมี พัฒนาการทางภาษาอย‹างรวดเร็ว การที่ยังไม‹พูดเพราะพูดไม‹ไดŒนั้น ไม‹ไดŒแปลว‹าไม‹รูŒเรื่อง [ 2]

อัครภูมิ จารุภากร และพรพิไล เลิศวิชา. สมอง เรียน รูŒ. กรุงเทพฯ : สถาบันวิทยาการการเรียนรูŒ, 2550. รายงานการวิจยั พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูใŒ นโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : สถาบัน วิทยาการการเรียนรูŒ (National Institute for Brain-based Learning) ป˜จจุบันคือ สํานักงานบริหารและพัฒนาองคความรูŒ สํานักงานโครงการและจัดการความรูŒ พรพิไล เลิศวิชา และอัครภูมิ จารุภากร. สมองอนุบาล. กรุงเทพฯ : ธารป˜ญญา, 2551. พรพิไล เลิศวิชา และอัครภูมิ จารุภากร. สมองวัยเริ่มเรียนรูŒ. กรุงเทพฯ : สถาบันวิทยาการการเรียนรูŒ, 2550. พรพิไล เลิศวิชา. ความลับสมองลูก. กรุงเทพฯ : สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2552. พรพิไล เลิศวิชา. สมองวัยทีน. กรุงเทพฯ : สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2552. พรพิไล เลิศวิชา. สอนภาษาไทย ตามแนวคิด Brain-based Learning. กรุงเทพฯ : สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2552. พรพิไล เลิศวิชา. โรงเรียนอนุบาลตามแนวคิด Brain-based Learning. กรุงเทพฯ : สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2552. พรพิไล เลิศวิชา. สอนภาษาไทยตŒองเขŒาใจสมองเด็ก เล‹ม 1. กรุงเทพฯ : สถาบันส‹งเสริมอัจฉริยภาพ และนวัตกรรมการเรีียนรูŒ (สสอน.), 2551. พรพิไล เลิศวิชา. สอนภาษาไทยตŒองเขŒาใจสมองเด็ก เล‹ม 2. กรุงเทพฯ : สถาบันส‹งเสริมอัจฉริยภาพ และนวัตกรรมการเรีียนรูŒ (สสอน.), 2551. ฉัตรียา เลิศวิชา. “ทําไมจึงตŒองอ‹านวรรณกรรม ทัง้ ของโลกตะวันตกและตะวันออก” บทความยังไม‹ตพี มิ พ, 2555. Giedd JN. Linking adolescent sleep, brain maturation, and behavior. J Adolesc Health. 45(4): 319-20. 2009. Hollich, G., & Houston, D.. Language Development: From speech perception to first words. In A. Slater & M. Lewis (Eds.) Introduction to Infant Development (Second edition). New York, NY: Oxford Universtiry Press. Hollich, G., Jusczyk, P., & Brent, M.. How infants use the words they know to learn new words. Proceedings of the 25th annual Boston University Conference on Language Development. Boston, MA: Cascadilla Press. Huttenlocher, J.. Language input and language growth. Preventive Medicine, 27, 195-199. Pinker, Steven. Words and Rules: The Ingredients of Language. New York:Basic Books, 1999. Pinker, Steven. The Stuff of Thought: Language as a Window into Human Nature, New York:Penguin Group, 2007. Winston, Robert. The Human Mind and How to Make the Most of It. Berkshire:Bantam Books, 2003.

[39]


6. เนือ้ หาในหนังสือ ผูเŒ ขียนมักใชŒวธิ บี รรยายเนือ้ เรือ่ งไดŒจากหลายมุม (point

7.

8. 9. 10. 11. 12.

[38]

of view) ผูŒเขียนอาจใชŒสรรพนามแทนตัวเองว‹า “ผม” หรือ “ฉัน” ใน บางเล‹มผูŒเขียนอาจพูดผ‹านตัวละคร เช‹น “เขาก็เหมือนเด็กทั่วไป ที่นึก อยากลองดี” แบบนีห้ มายความว‹า ผูเŒ ขียนพูดผ‹านตัวละคร วิธเี ขียนแบบ นี้ไม‹เหมาะสมกับเด็กวัยก‹อนหนŒานี้ แต‹กลับน‹าสนใจสําหรับวัยรุ‹น หนังสือของวัยรุ‹น มักไม‹บอกเหตุการณและขŒอมูลตรงไปตรงมา แต‹ แสดงผ‹านเหตุการณ หรือความคิดของตัวละคร และใหŒผอูŒ า‹ นคิดเอาเอง ตีความเอง มักมีการใชŒถอŒ ยคําสํานวน และคําอุปมาอุปไมย เปšนจํานวน มาก ฉากในทŒองเรือ่ งมีทงั้ ทีเ่ ปšนจริง และทีจ่ นิ ตนาการ หนังสือทีว่ ยั รุน‹ อ‹านมัก มีฉากหลากหลายกระจายทั่วโลก ไม‹มีขŒอจํากัด หนังสือแต‹ละเล‹ม เริ่มเจาะกลุ‹มผูŒอ‹านของตน ดังนั้น จึงมักมีคําศัพท เฉพาะทาง เช‹น ถŒาเปšนหนังสือที่เหตุการณเกิดขึ้นในทะเล คําศัพทก็ผูก โยงอยู‹กับเหตุการณในทŒองทะเล เปšนตŒน ถŒาเปšนหนังสือสารคดี เรือ่ งราวทีน่ าํ เสนอมักมีขอŒ มูลมาก มีเรือ่ งราวบริบท กวŒางขวาง ความหนาของหนังสือไม‹จํากัด ถŒาเรื่องสนุกมาก อาจเปšนหนังสือหลาย เล‹มจบ หนังสือที่ไดŒรับความนิยมมายาวนาน หลายยุคหลายสมัยสําหรับวัยรุ‹น ยังคงควรแนะนําใหŒวัยรุ‹นอ‹าน รายชื่อหนังสือมักหาไดŒจากประกาศของ หน‹วยงานและ website ต‹างๆ ทีเ่ กีย่ วขŒองกับการอ‹าน เช‹น นิทานทีม่ ชี อื่ เสียง วรรณกรรมเยาวชนที่มีชื่อเสียง เปšนตŒน

และไม‹เขŒาใจอะไรเลย ทารกรับรูŒเและบันทึก เสียงทัง้ หลายนีไ้ วŒในสมอง สมองจะเก็บสิง่ ทีร่ บั รูนŒ เี้ อาไวŒกอ‹ น พอพูดไดŒเมือ่ ไหร‹ คุณพ‹อคุณแม‹ก็ จะพบว‹า สิ่งที่ไดŒอ‹านใหŒฟ˜งมาสองป‚นั้น ปรากฏออกมาใน ภาษาพูดของเด็กเอง ในระยะเริ่มแรกสําหรับวัยทารก การไดŒยิน ไดŒฟ˜ง มี ความสําคัญต‹อการรูŒภาษา ดร.จอรจ โฮลิช (George Hollich) นักจิตวิทยาผูŒสนใจศึกษาพัฒนาการทางภาษา ของทารกและเด็ก จากมหาวิทยาลัย Purdue แนะนํา ว‹า อากัปกิริยาของผูŒใหญ‹ โดยเฉพาะแม‹ ในขณะที่พูด และอ‹านหนังสือใหŒทารกฟ˜ง ช‹วยเสริมใหŒมีกระบวนการ เรียนรูŒหน‹วยเสียงในภาษาแม‹ไดŒดี วลีต‹างๆ เช‹น “จี จ‹อ เจี๊ยบ มะรุม มะเรี้ยบ แช‹ วับ…” “โยก เยก เอย น้ํา ท‹วม เมฆ กระต‹าย ลอย คอ…” เปšนภาษาของแม‹ (mother’s language) ที่แม‹คิดคŒนขึ้นมาแลŒวหลายชั่วคน มันเปšน เสียงพูดในภาษาซึ่งง‹ายและเนŒนจังหวะ บ‹อยครั้งฟ˜งดูไรŒ สาระ แต‹นี่เปšนวิธีที่สําคัญ เพราะมันช‹วยใหŒทารกไดŒฟ˜ง เสียงทุกเสียงสารพัน โดยไรŒขŒอจํากัด ไม‹มี “เนื้อหา” มา บังคับคํา ซึ่งช‹วยใหŒการเรียนรูŒทําไดŒมากขึ้น ภาษาใน ทํานองเดียวกันนี้จะพบในหลายทŒองถิ่น และในประเทศ ต‹างๆ ทั่วโลก เช‹นของฝรั่งเรียกว‹า Nursery Rhyme

ใคร ตด กน เนา กน หนอน ใคร ยิง ฟน กอน คน นั้น... ตด

[ 3]


4. ถŒาไม‹แนะนําใหŒเด็กรูจŒ กั วรรณกรรมไทยและวรรณกรรมตะวันออก มาตัง้ แต‹

จอรจ โฮลิช กล‹าวต‹อไปอีกว‹า ทารกมีความสามารถในการเขŒาใจ มากกว‹าที่เราคิด ลองคิดดูว‹า จํานวนคํามากมายมหาศาล ที่จะตŒองนํามา จับคู‹กับความหมายของมันนั้น เมื่อไหร‹เล‹าเด็กถึงจะเรียนรูŒไดŒหมด และจะ เปšนไปไดŒอย‹างไรที่เด็กจะเรียนรูŒคําทั้งหมดเล‹านี้ แ���‹ดŒวยวิธีการที่พ‹อแม‹พูด กับลูก รŒองเพลงและอ‹านหนังสือใหŒเด็กฟ˜ง ภาษานับพันนับหมื่นคําที่ว‹านั้น กลับสามารถกระตุŒนใหŒเด็กเรียนรูŒไดŒเองอย‹างเปšนธรรมชาติ ความสัมพันธระหว‹างแม‹กบั ลูก เปšนหัวใจสําคัญสําหรับการพัฒนาภาษา อย‹างยิ่ง แมŒแต‹ตําแหน‹งที่แม‹โอบลูกไวŒกับอก อุŒมไวŒในวงแขนนั้นก็มีความ หมาย โรเบิรต วินสตัน (Robert Winston) เจŒาของผลงานอันมีชื่อเสียง “The Human Mind and How to Make the Most of It” (2003) กล‹าวว‹า มารดารŒอยละ 80 อุมŒ ลูกพาดขึน้ บ‹าซŒายและอกซŒาย ทําใหŒเสียงพูดของมารดา เขŒาสูก‹ ารรับรูขŒ องทารกทางหูขาŒ งซŒาย ซึง่ เปšนการกระตุนŒ การทํางานของสมอง ซีกขวา สมองซีกนีเ้ ปšนส‹วนทีพ่ ฒั นาไปก‹อนซีกซŒาย และทําหนŒาทีห่ ลักในการ รับรูŒจังหวะ (rhythm) ทํานอง (melody) รวมทั้งแบบแผนของเสียง (pattern) ที่มารดาพูดคุย หรือรŒองเพลงขับกล‹อม ท‹าอุŒมของมารดา จึงนับว‹าเอื้อ ประโยชนต‹อการเรียนรูŒภาษาของทารกอยู‹แลŒวตามธรรมชาติ [ 4]

เด็ก และสนับสนุนใหŒเด็กอ‹านหนังสือแปล จากโลกตะวันตกมากเกินไป ถึง ตอนนี้เด็กจะหันไปอ‹านหนังสือแปลเปšนพายุบุแคม วรรณกรรมแปลและวรรณกรรมของไทย มีความแตกต‹างในมุมมองต‹อ ป˜ญหาต‹างๆ ในชีวติ มนุษย ซึง่ ความแตกต‹างนี้ แสดงออกทางองคประกอบ ของฉาก ความคิดของตัวละคร ความเห็นของผูŒเขียน และวิธีที่ตัวละครแกŒ ป˜ญหาหรือมีปฏิกิริยาโตŒตอบต‹อเหตุการณต‹างๆ วิธที ตี่ วั ละครแกŒปญ˜ หาต‹างๆ หรือวิธคี ดิ ทีม่ ลี กั ษณะเฉพาะในแต‹ละวัฒนธรรม เปšนเพียง template (ชุดการคิดหรือศีลธรรม) ที่ผูŒคนในวัฒนธรรมนั้นๆ ไดŒ พัฒนาขึน้ จากการอยูร‹ ว‹ มกัน และผูเŒ ขียนไดŒสะทŒอนวิธคี ดิ เหล‹านี้ ออกมาทาง หนังสือของเขานัน่ เอง เมือ่ วัยรุน‹ อ‹านหนังสือ เขาก็สามารถเขŒาใจวิธคี ดิ และ ความคาดหวังของสังคม ว‹าตŒองการใหŒเขาปฏิบัติตัวอย‹างไร คนอื่นๆ คิด อย‹างไร และมีวิธีการ (pattern) ในการรับมือกับป˜ญหาอย‹างไรบŒาง การอ‹านวรรณกรรมแนวเดียว จึงเปšนการจํากัดการเรียนรูŒชีวิตอยู‹เพียง pattern เดียว ถŒาอ‹านเฉพาะวรรณกรรมแปล ก็จะไดŒเรียนรูŒชีวิตในบริบท ที่ไม‹ใช‹สังคมไทย วัยรุ‹นอาจจะรูŒจักเด็กแบบแฮรรี่ พอตเตอร แต‹ไม‹รูŒจัก ฟ˜ก ในคําพิพากษา ไม‹รูŒจักเด็กแบบ เดือนและดํา ในเรื่องขŒาวนอกนา ซึ่ง เปšนการถ‹ายทอดทัง้ ป˜ญหาสีผวิ ป˜ญหาเมียเช‹า และป˜ญหาวัยรุน‹ ไปพรŒอมกัน เปšนองคประกอบของวรรณกรรมที่ไม‹มีในวรรณกรรมแปล 5. หนังสือสําหรับวัยรุ‹น มักมีการบรรยายตัวละครในเรื่องอย‹างละเอียด ตัว ละครทุกตัวมีบุคลิกซับซŒอน ถŒาบุคลิกง‹ายเกินไปแบบหนังสือเด็ก วัยรุ‹นไม‹ ชอบอ‹าน และเปšนหนังสือที่ดึงศักยภาพการอ‹านใหŒตกลง [37]


ลักษณะเดนที่สําคัญของหนังสือสําหรับเด็กวัย 13-18 ป

1. เด็กอายุ 13-18 ป‚ ที่จริงแลŒวแตกต‹างกันมาก เด็กวัย 13-15 ป‚ ยังอาจมี

ลักษณะเปšนเด็กที่ย‹างเขŒาสู‹วัยรุ‹น แต‹เด็กวัย 15-18 ป‚ อาจมีบุคลิกลักษณะ เปšนเด็กโตที่เตรียมจะออกอยู‹ในโลกกวŒาง ดังนั้น หนังสือสําหรับเด็กวัยนี้ จึงมีลักษณะแตกต‹างกันในระยะตŒนและปลายของช‹วงวัย ในระยะแรกของวัยนี้ เด็กบางส‹วนอาจยังอ‹านหนังสือทีเ่ ด็กวัยประถมปลาย อ‹าน กล‹าวคือ สามารถยŒอนไปดูลักษณะเด‹นของหนังสือวัยประถม (ระยะ ที่สอง) มาใชŒกับเด็กวัยนี้ไดŒ แต‹เมื่อถึงช‹วงสุดทŒายของวัยนี้ ลักษณะของ หนังสือควรจะกŒาวหนŒาขึ้นมาก 2. เด็กวัยรุ‹นอ‹านหนังสือหลากหลายแนว ทั้งเนื้อเรื่องและสไตลการเขียน บางคนชอบแนวรักโรแมนติก บางคนชอบแนวผจญภัย บางคนชอบแนว Fantasy ที่สําคัญก็คือ วัยรุ‹นตŒองการอ‹านหนังสือที่จําลองภาพสังคมอัน ซับซŒอน เนื้อหาของเรื่องเต็มไปดŒวยความเปลี่ยนแปลง ภาวะทŒาทŒาย และ การแกŒป˜ญหา หนังสือตŒองมีกลวิธีเสนอที่แหลมคม น‹าสนใจ ถŒาเปšนเรื่อง จืดๆ แบนๆ วัยรุ‹นมักไม‹อ‹าน 3. หนังสือที่จะช‹วยพัฒนาการของสมองวัยรุ‹น ควรเปดเผยภาพความเปšนไป ของโลกที่สอดคลŒองและขัดแยŒงกัน เปดเผยใหŒเห็นโฉมหนŒาของความจริง ทุกดŒาน โดยนักเขียนหลายแนว หลายสไตล ไม‹ควรยัดเยียดหนังสือประเภท ทีเ่ อาแต‹จะอบรมสัง่ สอน ตŒองใหŒวยั รุน‹ ไดŒรบั รูคŒ วามขัดแยŒง และการคลีค่ ลาย ความขัดแยŒงแบบต‹างๆ ทีม่ อี ยูใ‹ นสังคม ใหŒรวูŒ า‹ มนุษยมหี ลายประเภท ควร แนะนําใหŒอ‹านวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง เช‹น รวมเรื่องสั้นของ รพินทรนาฐ หลูซ‹ นิ่ อ.อุดากร หรือแนะใหŒอา‹ นเรือ่ งยาว ประเภทนวนิยายต‹างๆ ไดŒแลŒว [36]

น‹าประหลาดใจมากที่นักวิจัยไดŒคŒนพบว‹า 2 ขวบแรกนี้ เปšนช‹วงเวลาอันสําคัญสําหรับการรับรูŒภาษา การพูดคุยกับ ทารก รŒองเพลงขับกล‹อม รวมทั้งการอ‹านหนังสือใหŒทารกฟ˜ง จึงกลายเปšนดัชนีทจี่ ะบ‹งชีแ้ นวโนŒมของความสามารถทางภาษา และการเรียนรูŒของเด็กในอนาคต ศาสตราจารยเจเนเลียน ฮุตเตนลอคเชอร (Janellen Huttenlocher) นักจิตวิทยาผูŒมีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยชิคาโก ไดŒพิสูจนใหŒเห็นว‹า จํานวนครั้งหรือความถี่ที่พ‹อแม‹พูดกับลูก ภายใน 2 ขวบแรก จะมีผลตามมาอย‹างยิ่งต‹อภาษาของเด็ก ตลอดชีวิตที่เหลือ นั่นคือ ยิ่งเด็กไดŒยินเสียงพูดคุยของแม‹ เสียงรŒองเพลง และเสียงที่อ‹านหนังสือใหŒเขาฟ˜งมากเท‹าไหร‹ ก็จะยิ่งสะสมคําศัพทไวŒมากเท‹านั้น ไม‹ว‹าทารกนŒอยจะเขŒาใจ หรือไม‹เขŒาใจความหมายก็ตาม ความรูŒเหล‹านี้ช‹วยบอกเราว‹า หนังสือเล‹มแรกๆ สําหรับ ทารกก็คือหนังสือเพลงกล‹อมเด็ก บทรŒองเล‹นของเด็ก และ บทคลŒองจองง‹ายๆ ที่พ‹อแม‹มักใชŒเปšนประจํานั่นเอง หนังสือ ประเภทนี้มีกระจายอยู‹ในทŒองตลาดอยู‹บŒาง แต‹ก็ยังอาจกล‹าว ไดŒวา‹ มีหนังสือสําหรับมารดาอ‹านใหŒทารกฟ˜งอยูน‹ อŒ ยเกินไปใน ตลาดหนังสือเมืองไทย [ 5]


คัดจาก : ไมŒอ‹อนย‹อมดัดไดŒดั่งใจ. ธารป˜ญญา, 2551.

หนังสือบทรŒองเล‹น บทกล‹อมเด็ก และเพลงสําหรับเด็ก รวมทั้งนิทาน ง‹ายๆ นี้ หากมีภาพประกอบก็จะช‹วยใหŒการอ‹านและรŒองใหŒเด็กฟ˜งมีรสชาติ มากขึน้ เพราะเด็กจะดูภาพในขณะทีพ่ อ‹ แม‹รอŒ งขับกล‹อม หรืออ‹านใหŒฟง˜ ทําใหŒ การรับรูŒมีความสมบูรณมากขึ้น เนื่องจากสมองส‹วนที่ทําหนŒาที่รับภาพ และ ส‹วนที่รับเสียงทํางานประสานกัน แมŒงานวิจัยจะชี้ว‹า บทบาทของแม‹มีความสําคัญยิ่งยวด แต‹ในชีวิตจริง ทารกอาจอยู‹กับพ‹อ หรือแม‹มีเวลานŒอยเกินไป ดังนั้น บทบาทของพ‹อย‹อม ตŒองเพิ่มมากขึ้นทดแทนกัน หรือพ‹อกับแม‹ตŒองร‹วมมือกันดูแลลูก ตŒองไม‹ลืม ว‹า เวลาที่พ‹อแม‹อยู‹กับลูกนั้น ไม‹ไดŒมีหนŒาที่เพียงพัฒนาภาษา หากแต‹สิ่งที่ สําคัญพอๆ กันก็คอื การพัฒนาความมัน่ คงทางจิตใจ และอารมณของลูกนŒอย อันที่จริงยังมีประสบการณของพ‹อแม‹ที่น‹าทึ่งมากมายยิ่งกว‹านี้ พ‹อแม‹ จํานวนไม‹นอŒ ยทีท่ มุ‹ เทอ‹านหนังสือใหŒลกู ฟ˜ง ไดŒพบว‹า หลังจากอ‹านใหŒฟง˜ อย‹าง ต‹อเนื่องภายในอายุ 2-3 ขวบ เด็กสามารถจดจําบทเพลง บทรŒองเล‹น และ บทคลŒองจอง ไดŒเปšนจํานวนนับรŒอยบท ขึ้นอยู‹กับว‹า คุณพ‹อคุณแม‹ใหŒเวลา กับลูกมากขนาดไหน เมื่อย‹างเขŒาขวบที่สาม เวลาที่ผูŒใหญ‹อ‹านหนังสือใหŒเด็กฟ˜ง มักอยากจะ อ‹านหนังสือที่ช‹วยปลูกฝ˜งใหŒเด็กเปšนคนดีและมีเหตุผล แต‹ทว‹าในวัยเด็กนั้น [ 6]

โอกาสทองนี้ไป เซลลสมองที่ไม‹ไดŒใชŒก็จะถูก ใชŒ ก‹อนที่กระบวนการลิดทอนจะเริ่มตŒนในวัย ราว 16 ป‚ และดําเนินต‹อไปจนวัยผูŒใหญ‹ หลัง จากการลิดทอนในช‹วงนี้แลŒว ก็ไม‹ใช‹ว‹าสมอง จะหวนกลับไปลอง “เรียนรูŒ” สิ่งที่ผ‹านมาแลŒว ไม‹ไดŒอีก แต‹การกลับไปทําใหม‹ หรือลองทําสิ่ง ใหม‹หลังวัยรุ‹��� จะสรŒางความยากลําบากใหŒแก‹ สมองมากกว‹าเดิม คือ ยากที่จะปลี่ยนนั่นเอง วัยรุน‹ เปšนวัยทีผ่ า‹ นการรูจŒ กั ความคิดความรูสŒ กึ ของตัวเองมาแลŒวขัน้ หนึง่ บัดนี้ เขาโตมากขึ้น ศักยภาพของร‹างกายทําใหŒเขŒาร‹วมกิจกรรมสังคมไดŒ หลากหลายขึ้น มีสมรรถนะที่จะใชŒสมองสนใจสิ่งนั้นสิ่งนี้มากมาย วัยนี้เริ่ม สนใจจริงจังมากขึ้นแลŒวว‹า คนอื่นกําลังคิดอะไรกันอยู‹? วัยรุ‹นจึงเปšนวัยที่ พยายามเปดมุมมองใหม‹คือ มองโลกจากมุมของคนอื่นมากขึ้น การมองโลกจากมุมมองของตัวเอง ทําใหŒเด็กเล็กๆ ดูมคี วามมัน่ ใจในตัว เอง หรือบางทีดคู ลŒายเห็นแก‹ตวั ในขณะทีก่ ารมองโลกจากมุมมองของคนอืน่ จะทําใหŒวัยรุ‹นเริ่มมีท‹าทางไม‹แน‹ใจ ลังเล และไม‹เชื่อมั่นใจตัวเอง ช‹วงนี้จึงเปšนช‹วงที่สําคัญ ที่จะแนะใหŒวัยรุ‹นอ‹านหนังสือหลากหลายแนว อย‹างแทŒจริง จับประเด็นที่เขาสนใจและสงสัยใหŒไดŒ แนะใหŒเขาอ‹านหนังสือดี ที่ตอบ “โจทย” ของเขาจริงๆ แลŒวเขาจะอ‹านเปšนพายุบุแคม เราจะไดŒเห็น เด็กวัยรุ‹นอ‹านหนังสือแนว “ซีรี่ส” หนังสือ 10 เล‹มจบ หนังสือประเภท “How to” ทีต่ อบคําถามคาใจ ประเภททําอย‹างไรจะเรียนเก‹ง ทําอย‹างไรจะไม‹อวŒ น ทําอย‹างไรจะเปšนที่รักของคนอื่น ดŒวยเหตุผลนี้ หนังสือแนวสารคดีชีวิต และ สารคดีเชิงจิตวิทยา จึงไดŒรบั ความนิยมจากวัยรุน‹ อย‹างมาก เพราะวัยรุน‹ กําลัง มีป˜ญหาอย‹างหนัก ที่ตŒองการคําตอบ [35]


เดนไดรท (dendrite)

เซลลสมอง (cell)

ใยประสาท (axon)

[34]

ผูŒใหญ‹ควรคิดดูว‹า มีสิ่งใดบŒางที่พลาดไป ไม‹ไดŒเปดโอกาส ใหŒวัยรุ‹นไดŒมีประสบการณเรื่องนั้นๆ ไม‹ไดŒแนะนําใหŒรูŒจักหนังสือ หลายแนว ไม‹ไดŒแนะใหŒอ‹านบทวิจารณหนังสือ (ซึ่งจริงๆ ควร แนะนําใหŒรูŒจักตั้งแต‹วัยประถมปลาย) ไม‹ไดŒแนะนําใหŒรูŒจักงาน ของนักเขียนบางคน ช‹วงวัยรุ‹นแมŒจะเปšนช‹วงสุดทŒายที่สําคัญของ การพัฒนาเด็ก แต‹ก็เปšนช‹วงที่มีเวลายาวมาก จึงยังไม‹สายที่จะ เปดโอกาสใหŒไดŒทาํ เพือ่ ทีว่ า‹ กลุม‹ เซลลในสมองทีย่ งั ไม‹ไดŒสรŒางหรือ สรŒางไวŒนอŒ ย จะไดŒทาํ การเชือ่ มโยงสรŒางวงจรขึน้ มา หรือสรŒางมาก ยิ่งขึ้น จนมีผลเปลี่ยนแปลงคุณภาพของเขาเอง ดร.กีดด อธิบายว‹า สมองวัยรุ‹นกําลังสาละวนอยู‹กับการ ทําใหŒใยประสาท (axon) ในบริเวณต‹างๆ หนาขึ้น และลิดทอน เซลลสมองทีไ่ ม‹ใชŒทงิ้ ไป หมายความว‹า แมŒวยั รุน‹ จะเรียนรูสŒ งิ่ ต‹างๆ มามาก แต‹ในช‹วงนี้ เขากําลังเลือกทางที่เปšนตัวของเขาจริงๆ วัยรุ‹นจะเลือกอ‹านสิ่งที่ชื่นชอบ และสนใจบ‹อยขึ้นมาก จนถึงขั้น หมกมุ‹น ผลดีของมันก็คือ มันกระตุŒนการทํางานของกลุ‹มเซลล และใยประสาทกลุ‹มนั้นๆ อย‹างจริงจัง แต‹ขŒอเสียก็คือ มันจะ เริ่มปดโอกาสต‹างๆ แห‹งการอ‹านหนังสือแนวอื่น ที่เคยเปดมาถึง เกือบ 15 ป‚เต็ม การที่สมองวัยรุ‹นเปšนเช‹นนี้ ก็เพื่อเตรียมตัวกŒาวสู‹การเปšน ผูŒใหญ‹ อันเปšนวัยที่เขากําลังจะกลายเปšน “ใคร” ขึ้นมาจริงๆ สัก อย‹างหนึ่ง เช‹น เขาจะกลายเปšนแพทย เปšนนักรŒอง เปšนศิลปน เปšนช‹าง เปšนนักออกแบบ เปšนนักแต‹งเพลง ในอนาคตอันไม‹ไกล นี้ วัยรุ‹นที่ยังคŒนหาตัวเองไม‹พบ (ซึ่งส‹วนใหญ‹อยู‹ระหว‹างกําลัง คŒนหา) จึงมักอยากลองของใหม‹ ลองทําโน‹น ลองทํานี่ เพราะ เปšนโอกาสสําคัญที่สมองจะไดŒลองเสี่ยงอีกที ก‹อนที่จะสูญเสีย

สมองส‹วนที่ยังพัฒนานŒอยที่สุดก็คือ สมองส‹วนหนŒา ซึ่ง ทํางานดŒานการคิด ไตร‹ตรอง การแยกแยะขŒอมูล และ การใชŒเหตุผล ขณะที่สมองส‹วนอารมณกลับพัฒนาก‹อน และทํางานไดŒดกี ว‹า เด็กเล็กจึงมีความถนัดทีจ่ ะใชŒอารมณ มากกว‹า ความทรงจําในวัยเด็กจึงมีอารมณเปšนตัวขับ เคลื่อนที่สําคัญ ฝ˜งอยู‹ในความคิดและจิตใจของตัวเอง ดŒวยเหตุนี้ การปลูกฝ˜งทีด่ ที สี่ ดุ จึงเปšนการปลูกฝ˜ง โดยผ‹าน เรื่องราวที่ทําใหŒเด็กรูŒสึกสนุก ดีใจ พอใจ สะเทือนใจ หรือ เศรŒาใจ เปšนตŒน นิทานและเรื่องเล‹าในวัยเด็กมีความหมายมาก ก็ เพราะว‹ามันทําใหŒเด็กใหŒความสนใจตรึกตรองต‹อเรื่อง เหล‹านั้น โดยอาศัยแรงจูงใจของวงจรอารมณ ซึ่งพรŒอม ก‹อนสมองส‹วนอืน่ นิทานและเรือ่ งเล‹าจึงซึมซ‹านเขŒาสูว‹ ธิ คี ดิ และความเชื่อของเด็กไดŒง‹าย ขณะที่การสอนและปลูกฝ˜ง แบบตรงไปตรงมา กลับมีผลต‹อการเรียนรูขŒ องเด็กนŒอยกว‹า มีเรื่องเล‹ามากมายที่พ‹อแม‹ ควรจะไดŒเล‹าและอ‹าน ใหŒเด็กฟ˜ง เมื่อย‹างเขŒาสู‹ขวบที่สาม เช‹น เรื่องเล‹าเกี่ยวกับ ตํานานต‹างๆ ของทŒองถิน่ เจดียห ลังโรงเรียน วัดทีม่ มุ ถนน ภูเขาที่ทอดยาวเปšนฉากหลังของเมือง นั่นถือว‹ามีความ สําคัญมากที่จะปลูกฝ˜ง ใหŒเด็กกลายเปšนคนมีรากเหงŒา ไม‹ หลุดลอยจากทŒองถิ่นของตัวเอง

สมองส‹วนหนŒา (frontal lobe) มีหนŒาที่คิด ตัดสินใจ ใชŒเหตุผล

สมองส‹วนอารมณ (limbic system)

[ 7]


นิทานและเรื่องเลาที่สําคัญมีดังนี้ ❀ เรื่องเลาเกี่ยวกับบุคคลที่มีบทบาทอยูในหมูบาน ในตําบล ในอําเภอ อยาง เชน เรื่องของพรานบุญ พันทายนรสิงห ครูบาศรีวิชัย ชาวบานบางระจัน หลวงปูทวดเหยียบนําทะเลจืด เปนตน ❀ เรื่องเลาเกี่ยวกับเหตุการณตางๆ ที่นาตื่นเตน เศราสลด หรืออื่นๆ เชน ไฟ ที่เคยไหมตลาดในเมืองจนวอดวาย จระเขกินคนที่พิจิตร เปนตน ❀ เรือ่ งเลาไมจาํ เปนตองปรากฏอยูใ นหนังสือเทานัน้ มีเรือ่ งราวตางๆ จํานวนมาก ทีถ่ า ยทอดเลาสูก นั มา เรือ่ งของปูย า ตายาย เรือ่ งของบานเมือง สังคม ชุมชน ในสมัยกอน เลากันสดๆ จากความทรงจํา จากคนรุนหนึ่งสูคนอีกรุนหนึ่ง นาเสียดายมากทีป่ จ จุบนั นี้ ผูใ หญสนใจเลาเรือ่ งราวในอดีตใหเด็กฟงนอยลง

เรื่องเล‹าทั้งหลายนั้น มักมีแง‹มุมของความตื่นเตŒน แปลก หรือชวนใหŒ ประทับใจ ซึ่งนอกจากกระตุŒนสมองส‹วนอารมณแลŒว ยังกระตุŒนการทํางาน ของสมองซีกขวา สมองซีกขวาเปšนสมองที่เกี่ยวกับความรูŒสึก และประมวล ผลแบบรวมๆ บางคนกล‹าวว‹า สมองซีกขวาเปšนสมองแห‹งการหยั่งรูŒ ถŒาเรา ตŒองการสอนใหŒเด็กซึมซับสิง่ ใด ตŒองกระตุนŒ ใหŒเกิดความสนใจเนือ้ หาของเรือ่ ง นั้น ผ‹านการทํางานของสมองซีกขวา ผูŒใหญ‹มักคิดว‹าเรื่องเล‹าต‹างๆ นั้น รอใหŒเด็กโตก‹อนค‹อยเล‹าหรืออ‹านใหŒ ฟ˜ง โดยไม‹ทราบว‹า พอเด็กโตแลŒวเรือ่ งเล‹าแบบนีเ้ ด็กกลับสนใจนŒอยลง เพราะ โลกของเด็กทีโ่ ตแลŒวนัน้ กวŒางใหญ‹ เรือ่ งราวพืน้ ๆ ในทŒองถิน่ กลับไม‹นา‹ สนใจ สําหรับพวกเขาเท‹าไหร‹นกั หน‹วยงานทีท่ าํ หนŒาทีผ่ ลิตตําราเรียน ควรพิจารณา ทบทวนว‹า การนําเอานิทานและตํานานไปบรรจุไวŒในชั้นประถมปลาย และ มัธยมตŒนนั้นสายไปแลŒวหรือยัง ตัวอย‹างเช‹น คํากลอน “พ‹อแม‹รังแกฉัน” ที่ หลักสูตรกําหนดใหŒเรียนชัน้ มัธยมนัน้ ทีจ่ ริงเหมาะกับเด็กวัยประถมต‹างหาก [ 8]

แอกซอน (axon)

เมือ่ เรายุตกิ ารเรียนรูบŒ างอย‹าง เพราะเราไม‹ ชอบ ไม‹มีโอกาส หรือรูŒสึกว‹ายาก เซลล สมองที่เคยเชื่อมต‹อกันมาก‹อน ก็จะไม‹ถูก ใชŒงานซ้ํา ไม‹มีการส‹งสัญญาณมาซŒําๆ ที่ เซลลกลุ‹มนี้ ในที่สุด สมองก็จะตัดวงจรที่ ไม‹ไดŒ ใชŒนี้ทิ้งไป

เซลลสมอง (neuron)

เดนไดรท (dendrite)

วงจรที่ถูกตัดทิ้ง (pruning)

วงจร (neuron circuits) ที่ว‹านี้ก็คือ ประสบการณ ความรูŒสึกนึกคิด ความรูŒ ความ ชํานาญ ที่อยู‹ในสมองนั่นเอง ดังนั้น ถŒาเด็กวัยรุ‹นสะสมประสบการณใดมามาก ก็มีโอกาส ที่สมองจะเก็บวงจรนั้นไวŒมากขึ้น ถŒาใครสะสมมานŒอย หรือไม‹ไดŒใชŒความรูŒนั้นบ‹อยๆ วงจร ที่ไม‹ค‹อยไดŒใชŒนั้น ก็จะถูกตั���ทิ้งไป ทางเลือกต‹างๆ ที่วัยรุ‹นเลือกทําในวัยนี้ จะมีผลต‹อ สมองของเขาไปชั่วชีวิต เพราะเขากําลังเลือกว‹า สิ่งไหนที่เขาชอบ และสิ่งไหนเขาตŒองการ ยกเลิก สมองของวัยรุ‹น มิไดŒอยู‹ภายใตŒการบังคับบัญชาของผูŒใหญ‹เหมือนวัยเด็ก สมอง วัยรุ‹นตŒองการทางเลือกของตัวเอง ในระยะนีจ้ ะสังเกตไดŒวา‹ วัยรุน‹ เริม่ แสดงออกมาใหŒเห็นชัดเจนว‹า เขาชอบคณิตศาสตร ไม‹ชอบภาษา ชอบกีฬาว‹ายน้ํา แต‹ไม‹ชอบแบดมินตัน ชอบเทควันโด แต‹ไม‹ชอบเทนนิส บางคนชอบทดลองนี่ทดลองนั่น บางคนไม‹ชอบเลย บางคนชอบอ‹านสารคดีวิทยาศาสตร บางคนกลับชอบสารคดีประวัติศาสตร บางคนเอาแต‹อ‹านนิยายรักเกาหลี บางคนชอบอ‹าน วรรณคดีคลาสสิก สมองกําลังเลือกทําสิง่ ทีถ่ นัดและพอใจ สมองกําลังลิดทอนสิง่ ทีไ่ ม‹ไดŒทาํ บ‹อย ไม‹ถนัด ไม‹ชอบ แมŒว‹าจะเคยพยายามทดลองทําทุกสิ่งมาก‹อนหนŒานี้ [33]


ลักษณะเดนที่สําคัญของหนังสือสําหรับเด็กวัย 0-3 ขวบ

1. เด็กวัยนี้ชอบหนังสือที่มีคําคลŒองจองกัน มีสีสันดึงดูด การที่เด็กวัยนี้

สมองส‹วนหนŒา (frontal lobe)

[32]

สมองวัยรุน‹ ยังอยูใ‹ นระหว‹างการพัฒนาโครงสรŒาง ภายใน สมัยก‹อนเราคิดว‹าวัยรุน‹ มีลกั ษณะเฉพาะ เนือ่ ง มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอรโมน แต‹ป˜จจุบันเรา รูŒแลŒวว‹า นอกเหนือจากฮอรโมนแลŒว สิ่งที่สําคัญก็คือ โครงสรŒางการทํางานของสมองวัยรุ‹นก็ไม‹เหมือนวัย อื่น นั่นคือ สมองส‹วนหนŒา (frontal lobe) ที่ควบคุม การใชŒเหตุผลและการคิด อยู‹ในช‹วงวิกฤตของการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ‹ ซึ่งอาจเรียกไดŒว‹ายังพัฒนาไม‹ สมบูรณ ในขณะทีส่ ว‹ นอารมณหรือระบบลิมบิก (limbic system) ทํางานของมันเต็มอัตรา อีกทั้งศักยภาพทาง กายก็พัฒนาล้ําหนŒาความสามารถทางการคิด (thinking) ไปแลŒว ดร.กีดด อธิบายว‹า แทนทีส่ มองเด็กจะเปลีย่ นแปลง เปšนสมองผูŒใหญ‹ หรือพรŒอมจะเปšนผูŒใหญ‹ สมองกลับมี “ระยะผ‹าน” เขŒาสู‹วัยรุ‹นก‹อนที่จะเปšนผูŒใหญ‹ ในช‹วงวัยรุ‹น ซึ่งเปšนระยะผ‹านนี้ สมองจะอยู‹ใน ระยะที่จะลิดทอน (pruning) วงจรเก‹าๆ ที่ไม‹ไดŒใชŒ บ‹อยในสมองทิ้ง และเพิ่มความเร็วของวงจรที่ใชŒงาน มากหรือใชŒงานบ‹อยๆ ใหŒมีประสิทธิภาพ

ชอบคําคลŒองจอง อาจอธิบายไดŒว‹าเพราะสนุก แต‹เราอาจอธิบายไดŒต‹อ ไปว‹า ลักษณะเด‹นของ บทคลŒองจองก็คือ เมื่อไดŒยินวรรคที่หนึ่ง ก็พอ จะเดาไดŒวา‹ วรรคต‹อไปจะว‹าอะไร และเมือ่ คุณแม‹อา‹ นวรรคต‹อไป เปšนไป ตามที่สมองคิดไวŒ สมองก็จะรับรูŒถึงความสําเร็จ หมายความว‹า เดาถูก ความสําเร็จเช‹นนี้จะเกิดขึ้นซ้ําๆ จนกว‹าบทกลอนจะจบลง เปšนความ สําเร็จแรกๆ ของการเรียนรูŒภาษาที่สําคัญยิ่ง ในแง‹ของทฤษฎีสมอง ถือว‹า รางวัล (reward) ที่เด็กรูŒสึกว‹าไดŒรับจากการ “เดา” นี้แหละ คือ สิ่งกระตุŒนใหŒตŒองการทําพฤติกรรมการฟ˜ง-การอ‹านบทคลŒองจองต‹อไป 2. เด็กชอบเรื่องราวใกลŒตัว เรื่องเกี่ยวกับสัตว พอใกลŒ 3 ขวบ จะเริ่มชอบ เทพนิยายต‹างๆ การที่เด็กชอบเทพนิยาย เพราะเทพนิยายเปดทางใหŒ สมองจินตนาการไดŒทุกสิ่ง ไม‹จํากัดอยู‹กับสิ่งที่เห็น มีเทวดา มีนางฟ‡า มีแม‹มด และมีสัตวพูดไดŒ สิ่งต‹างๆ เกิดขึ้นไดŒดŒวยคาถาและเวทมนตร ความชัว่ หายไปไดŒในพริบตา ถŒาทําดีกม็ สี งิ่ ศักดิส์ ทิ ธิบ์ นฟากฟ‡าคุมŒ ครอง อยู‹ ความรูŒสึกเช‹นนี้ คือความรูŒสึกที่เด็กมีเสรีภาพในการคิดอย‹างเต็มที่ และรูŒสึกปลอดภัยอยู‹เสมอ 3. ตŒองมีภาพประกอบทีด่ งึ ดูดใจเปšนพิเศษ ภาพมีขนาดใหญ‹ เห็นไดŒชดั เจน ว‹าเปšนภาพอะไร ภาพมีลกั ษณะใกลŒเคียงกับภาพจริง ยังไม‹ควรเนŒนภาพ การตูนลายเสŒนในวัยนี้ เนื่องจากภาพการตูนยากที่จะเชื่อมโยงกับสิ่งที่ เปšนจริง เด็กควรไดŒใกลŒชดิ กับภาพทีแ่ ทนเหตุการณจริง เช‹น ตาของสิงโต ขนของมัน ขาของมัน ฟ˜นของมัน ลŒวนเปšนสิ่งที่น‹าสนใจสําหรับเด็กวัยนี้ [ 9]


4. หนังสือที่สัมผัส บีบ และจับเล‹นไดŒ คลŒายของเล‹น มีประโยชนต‹อเด็กวัย

นี้เช‹นกัน เพราะนอกจากจะช‹วยพัฒนาระบบประสาทสัมผัส (sensorimoter) แลŒว ยังช‹วยใหŒเด็กเกิดทัศนคติที่ดีต‹อหนังสือดŒวย 5. ถŒาเปšนหนังสือทีต่ อŒ งการทีจ่ ะใหŒเด็กเล็กวัย 3 ขวบ เร่มิ ลองอ‹านจากความ จํา ในหนึ่งหนŒาไม‹ควรมีคํายากเกินสองหรือสามคํา แต‹ถŒาเปšนหนังสือ ประเภทบทเพลง หรือบทกล‹อมเด็ก อาจมีคํายากมากกว‹านี้ เพราะเนŒน ใหŒเพลิดเพลินมากกว‹าใหŒหัดอ‹าน และเขŒาใจคํา 6. หนังสือที่อ‹านใหŒทารกฟ˜งใน 3 ขวบแรก มีหลากหลายมาก เนื้อหาและ ภาษาอาจซับซŒอนขึ้นบŒางในขวบที่สาม เพราะเด็กเขŒาใจภาษาและฟ˜ง เขŒาใจดีแลŒว ไม‹ควรอ‹านแต‹หนังสือประเภทหนŒาละบรรทัดเดียวใหŒเด็ก ฟ˜ง ควรค‹อยๆ ต‹อยอดจากบรรทัดเดียว เปšน 2-3 บรรทัด โดยพิจารณา ดูตามความพรŒอมของเด็ก หนังสือในระยะนี้มักเปšนนิทาน บทเพลงเด็ก บทรŒองเล‹น และเรื่องราวตํานานง‹ายๆ และแนะนําใหŒรูŒจักกับสิ่งต‹างๆ ในบŒาน รูŒจักสัตว รูŒจักสิ่งแวดลŒอมรอบตัว เปšนตŒน

[10]

ผูใหญตองตั้งสติคิดกันวา ทําอยางไรจึงจะชวยประคับประคองเด็ก ใหผานวัยรุนไปไดอยางปลอดภัย และกาวหนาในพัฒนาการ ทามกลางสังคมที่เต็มไปดวยปญหารายแรงเกือบทุกดาน อยางเชนในปจจุบัน

สิ่งที่น‹าสนใจในการศึกษาสมองวัยรุ‹นก็คือ ขŒอคŒนพบของ ดร.กีดด ที่ว‹า แมŒสมอง ส‹วนต‹างๆ ของวัยรุ‹น จะมีพัฒนาการอย‹างน‹าตื่นเตŒนตลอดช‹วงวัย แต‹สมองส‹วนหนŒาสุด (prefrontal cortex) ของวัยรุ‹น ซึ่งทําหนŒาที่ควบคุมการใชŒเหตุผล การยั้งคิด การจําแนก แยกแยะ จัดระบบขŒอมูลต‹างๆ นั้น กลับพัฒนาชŒากว‹าส‹วนอื่นๆ และจะเปšนส‹วนสุดทŒายที่ กว‹าจะทํางานไดŒสมบูรณ ก็ตŒองรอจนอายุย‹างเขŒา 25 ป‚ ขŒอคŒนพบเหล‹านีช้ ว‹ ยใหŒเขŒาใจว‹า เหตุใดวัยรุน‹ จึงดูเปšนช‹วงวัยทีห่ วือหวา ใชŒอารมณมาก ชอบเสี่ยง และดูมีความยากลําบากที่จะยืนอยู‹บนสติ และความมีเหตุมีผล กระบวนการ คิดที่ตŒองใชŒลําดับขั้นตอน และการเรียบเรียงขŒอมูล เช‹น การวางแผน การใชŒเหตุผล และ การตัดสินใจ เพิ่งจะเริ่มตŒนอย‹างจริงจัง และพัฒนาขึ้นในวัยนี้ ความรูŒเช‹นนี้ควรทําใหŒ ผูใŒ หญ‹ตอŒ งตัง้ สติคดิ กันว‹า ทําอย‹างไรจึงจะช‹วยประคับประคองเด็ก ใหŒผา‹ นวัยรุน‹ ไปไดŒอย‹าง ปลอดภัย และกŒาวหนŒาในพัฒนาการ ท‹ามกลางสังคมที่เต็มไปดŒวยป˜ญหารŒายแรงเกือบทุก ดŒาน อย‹างเช‹นในป˜จจุบัน [31]


หนังสือแบบไหนเหมาะกับเด็กวัย 3-6 ขวบ? วัย 13 ปขึ้นไป (สมองวัยรุน) อานหนังสือแบบไหน?

สมองวัยรุน เหมาะจะอานหนังสือประเภทไหน?

เมื่อกล‹าวถึงเด็กวัยรุ‹น เราหมายถึงเด็กอายุเท‹าไหร‹? เราอาจนับว‹าเด็กเขŒาสูว‹ ยั รุน‹ เมือ่ ร‹างกายมีความเปลีย่ นแปลง หรือมีบคุ ลิกและอารมณ เปลี่ยนไป หรือถŒาจะใชŒวิธีดูตัวเลข ก็จะเริ่มตŒนราวๆ อายุ 12-13 ป‚ขึ้นไป แต‹วัยรุ‹นจะเปšน วัยรุ‹นถึงเมื่อไหร‹? จากการศึกษาสมองของเด็กวัยรุน‹ 1,800 คน โดยใชŒเครือ่ งมือพิเศษสําหรับการคŒนควŒา วิจัยวิทยาการดŒานสมอง ดร.เจย กีดด (Dr.Jay Giedd) แห‹ง Unit on Brain Imaging in the Child Psychiatry. NIMH ไดŒพบว‹า สมองเด็กวัยุร‹นนั้นมีช‹วงพัฒนาการยาวนานกว‹าที่ เคยคิดไวŒ กล‹าวคือ ความเปšนวัยรุ‹นไม‹ไดŒหยุดลงที่อายุ 18 ป‚ แต‹สมองวัยรุ‹นจะโตเต็มที่ต‹อ เมื่ออายุใกลŒ 25 ป‚ นั่นคือ หลังจบมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีแลŒวหลายป‚ เด็กวัยรุ‹นก็ยัง ไม‹ไดŒเปšน “ผูŒใหญ‹” อย‹างที่เราคิด (ในที่นี้คงหมายถึงสมองเด็กยุคป˜จจุบัน) [30]

สมองอนุบาลควรจะอานอะไร

เปšนเวลานานมาแลŒว ทีผ่ ใูŒ หญ‹มกั เขŒาใจว‹า หนังสือทีเ่ หมาะกับเด็กอนุบาลก็คอื หนังสือ ทีม่ ตี วั หนังสือ 3-4 บรรทัด ง‹าย และเนŒนภาพ ครอบครัวทีเ่ อาใจใส‹เด็กคงจะไดŒพบว‹า ความ จริงมิไดŒเปšนเช‹นนั้น เมื่อถึงวัยอนุบาลแลŒวเด็กชอบหนังสือหลากหลายมาก ตั้งแต‹หนังสือ ที่ไม‹มีตัวหนังสือเลย หนังสือภาพ หนังสือเพลง บทคลŒองจอง หนังสือเล‹าเรื่องจริง หรือ หนังสือนิทานยาว 20-30 หนŒา เด็กก็ชอบทั้งนั้น ประเด็นอยู‹ที่ว‹า หนังสือที่มีขŒอความเนื้อ หายาวๆ หรือเปšนบทกลอนยาวๆ นั้น เนื้อหาตŒองเขŒาใจง‹าย คําศัพทไม‹ยากเกินไป และมี เรื่องราวที่น‹าสนใจ ลองอ‹านนิทานคํากลอนหนŒาเดียวจบขŒางล‹างนี้ แลŒวลองคิดดูว‹า เปšนนิทานที่สนุกและ ฟ˜งง‹ายใช‹ไหม ถŒาคุณแม‹หรือคุณครูอ‹าน (รŒอง) ใหŒเด็กฟ˜ง นอกจากเด็กจะฟ˜งหูผึ่ง จŒองตา ไม‹กระพริบแลŒว เด็กยังไดŒคุŒนเคยกับคําศัพทใหม‹ๆ ถึงประมาณ 50 คํา ที่สําคัญมีคําศัพท ยากถึง 11 คํา ไดŒแก‹ ประสม ตระหนก กรูเกรียว รังควาน สถาน ตรวจตรา รับประทาน สาวใชŒ กลางแจŒง จิกตี ผีสิง แต‹เด็กก็ฟ˜งไดŒ และรับรูŒโดยไม‹ปฏิเสธ เพราะเนื้อหาของเรื่อง จูงใจใหŒฟง˜ และการเรียนรูศŒ พั ทยากเหล‹านี้ ก็แทรกตัวเขŒาไปในสมองไดŒไม‹ยากเย็นอะไรเลย จะเอŽยจะเล‹า มีแม‹ครัวทําขนมใหŒเจŒานาย แต‹พอสุกเปดออกมาน‹าตระหนก ต‹างบินออกกรูเกรียวเที่ยวรังควาน พระเอŽยพระราชา ราชินีอีกคนหนอรอรับประทาน นางสาวใชŒตากผŒาอยู‹กลางแจŒง ต‹างตกใจกันทั่วกลัวจริงจริง

คัดจาก ดอกสรŒอยสอนเด็ก. ไทยวัฒนาพานิช, 2539.

นิทานเก‹าใหŒฟ˜งหนูทั้งหลาย เขาใชŒไข‹ประสมแป‡งและน้ําตาล เกิดเปšนนกแทนจะเปšนขนมหวาน ทุกสถานทั่วไปในวังเอย นั่งตรวจตราเงินทองคอยของหวาน นกบินผ‹านหนŒาไปตกใจจริง นกก็แกลŒงจิกตีตŒองหนีวิ่ง นกผีสิงหรืออะไรไม‹รูŒเอย

[11]


ดŒวยเหตุผลดังกรณีตวั อย‹างนี้ เวลา เลือกหนังสือใหŒเด็กวัย 3 ขวบขึน้ ไป ตŒอง แยกแยะใหŒดีว‹า เปšนหนังสือที่ อ‹านใหŒ ฟ˜ง เปšนสําคัญ หรือว‹า ตŒองการกระตุŒน ใหŒเด็กหัดอ‹านเองไปดŒวย ถŒาเปšนอย‹าง หลัง ตŒองเลือกหนังสือที่มีตัวหนังสือ นŒอยบรรทัด และความหนาเริ่มตŒนที่ หลักสิบหนŒาเสียก‹อน บทรองเลน บทคลองจอง และเพลงเด็ก หนังสือเลม แรกๆ ที่เด็กอานได และอยากจะอาน

เด็กๆ เขŒาใจความรูŒสึกและความหมายของมันชัดเจน เวลา ที่คุณแม‹เล‹นจับปูดํามาตั้งแต‹ยังแบเบาะ เด็กอนุบาลจําไดŒดีว‹า มันเปšนความสนุกสนานที่มาพรŒอมกับเสียงที่คลŒองจอง ฟ˜งเพราะ อีกทั้งยังมีความอบอุ‹นที่ไดŒอยู‹ใกลŒคนที่ตัวเองไวŒวางใจ จึงเกิด บรรยากาศทีเ่ รียกว‹า “ปลอดภัย” (safety) ยังผลใหŒเด็กรูสŒ กึ มัน่ ใจ ทีจ่ ะเล‹น และรŒองตะโกนบทคลŒองจองพรŒอมกับเพือ่ นๆ ดŒวยความ รูŒสึกมั่นใจ นอกจากนี้ เด็กยังพยายามจะ “อ‹าน” ซ้ําบทรŒองเล‹น ดŒวยตัวเอง โดยอาศัยความจําจากการทีค่ ณุ พ‹อคุณแม‹อา‹ นใหŒฟง˜ มา ตัง้ แต‹ยงั อยูใ‹ นวัยทารก ดŒวยวิธกี ารเช‹นนี้ บทรŒองเล‹น บทคลŒองจอง และเพลงเด็ก ซึง่ เคยเปšนเพียงหนังสือทีอ่ า‹ นเพือ่ ขับกล‹อมใหŒทารก ฟ˜งในวัย 0-3 ขวบ มาบัดนี้ กลับกลายมาเปšนเครื่องมือกระตุŒนที่ วิเศษมาก ที่จะทําใหŒเด็กเริ่มพัฒนาความตŒองการอ‹านของตัวเอง ขึ้นมา ดังนั้น หนังสือที่อ‹านใหŒฟ˜งต‹อเนื่องมาตั้งแต‹วัยทารก จึง ยังคงเปšนหนังสือทีเ่ ด็กจะยังคงใชŒตอ‹ ไป จนกว‹าจะกŒาวสูว‹ ยั ประถม [12]

5. ควรยังเลือกหนังสือที่ไดŒรับความนิยมมายาวนาน เช‹น นิทานที่

มีชื่อเสียง วรรณกรรมเยาวชนที่มีชื่อเสียง เพราะหนังสือกลุ‹มนี้ ผ‹านการพิสูจนจากผูŒอ‹านมาหลายยุคหลายสมัย รายชื่อหนังสือ มักหาไดŒจากประกาศของหน‹วยงานและ website ต‹างๆ ที่ เกี่ยวขŒองกับการอ‹าน 6. ถŒากระตุนŒ พัฒนาการมาดีตงั้ แต‹ตนŒ เด็กจะกลายเปšนนักอ‹านในช‹วง นี้ การอ‹านอาจพัฒนาขึน้ ไปจนถึงขัน้ อ‹านหนังสือคลŒายผูใŒ หญ‹ เช‹น บางคนอ‹านหนังสือชุด พล นิกร กิมหงวน เพชรพระอุมา อ‹านงาน ของไมŒเมืองเดิม หรืออ‹านงานแนวศาสนาของ ธรรมโฆษ เปšนตŒน

[29]


ยืนหยัดอานนิทานใหเด็กฟงตอไปในวัยอนุบาล ลักษณะเดนที่สําคัญของหนังสือสําหรับเด็กวัย 7-12 ป ระยะที่สอง

1. เด็กวัย 7-12 ป‚ ที่ไดŒรับการส‹งเสริมการอ‹านมาดีแลŒว จะพัฒนา

กŒาวหนŒาสู‹ระยะที่สอง เด็กๆ ยังคงชอบนิทาน และเรื่องราวต‹างๆ ที่สนุกสนาน ผูกเรื่องดŒวยวิธีการต‹างๆ ที่น‹าสนใจ เด็กจะชอบแนว เรื่องที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งนิทานเก‹า นิทานคติธรรม นิทาน แปล เรื่องราวสืบสวน ผจญภัย สารคดี ฯลฯ สรุปว‹า แนวเรื่อง จะมีความหลากหลายมากขึ้น 2. เนือ้ หาในเรือ่ งมักมีการบรรยายเหตุการณละเอียดมากขึน้ เพือ่ สรŒาง เรือ่ งราวขึน้ สนับสนุนเนือ้ หาใหŒเด็กจมลงไปในหนังสือเรือ่ งนัน้ จริงๆ 3. มีถอŒ ยคําสํานวนลูกเล‹นมากขึน้ เนือ้ เรือ่ งหรือตัวหนังสือ มีตงั้ แต‹ครึง่ หนŒา ถึงเต็มหนŒา ภาพประกอบยังคงมีความสําคัญอยู‹ 4. เด็กจะเริ่มอ‹านหนังสือที่แบ‹งออกไดŒเปšนหลายบท ตัวละครในเรื่อง มักมีเอกลักษณโดดเด‹น เปšนตัวของตัวเอง และมีบคุ ลิกหลากหลาย ไม‹ใช‹แบ‹งดีกบั ชัว่ ขาวกับดํา เหมือนวัยก‹อนหนŒานี้ เพราะบัดนีเ้ ด็กรูŒ แลŒวว‹า ในโลกนีไ้ ม‹มใี ครเกิดมาเพือ่ เปšนพระเอก นางเอก และผูรŒ าŒ ย โดยตรง เด็กยังรูŒอีกดŒวยว‹า ในโลกนี้มีชะตากรรมที่อาจไม‹เหมือน ในเทพนิยายอีกต‹อไป

[28]

นิทานและตํานานโบราณต‹างๆ นั้น สืบทอดผ‹านมาจาก รุ‹นหนึ่งสู‹อีกรุ‹นหนึ่งโดยผ‹านการเล‹าปากเปล‹า ที่เปšนเช‹นนี้ก็ เพราะนิทานมีลักษณะเด‹น คือ มีโครงสรŒางของเรื่องชัดเจน เนื้อหาจดจําไดŒง‹าย มีแนวเรื่องน‹าประทับใจ มีลักษณะสรŒางสรรค พล็อตเรื่องในนิทานนั้น มาจากชีวิตของทุกผูŒคน ทุก ชนชั้น นําเสนอลักษณะหรือนิสัยของผูŒคนและสัตวใน แต‹ละแบบอย‹างหลากหลาย มาจากฉากสารพัน ไม‹ว‹า จะในวัง ในทŒองนา ในโลกนี้ บนสวรรค ในนรก นิทาน ย‹อโลกทุกชนิดลงมาไวŒเบื้องหนŒาเรา นิทานมักมีจุดแห‹งเงื่อนงําบางอย‹าง ที่ชวนใหŒสงสัย และอยากทํานายตอนจบ อยากจะคาดเดาว‹าอะไรจะ เกิดขึ้นต‹อไปอีก นอกจากบทรŒองเล‹น บทคลŒองจองต‹างๆ แลŒว ผูŒใหญ‹จึง ควรอ‹านนิทานใหŒเด็กอนุบาลฟ˜งต‹อไป โดยคัดเลือกนิทานใหŒ หลากหลาย และมีระดับความซับซŒอนกว‹าเดิม มีเนื้อหายาว ขึน้ และคําศัพท ถŒอยคําสํานวนอาจพลิกแพลงยิง่ ขึน้ กว‹านิทาน ง‹ายๆ สําหรับวัย 0-3 ขวบ ● ● ●

[13]


ไซอิ๋ว ตอน...เหงเจียถือกําเนิด

“…..มวลหมู‹วานรไดŒจัดโตะเลี้ยง เพือ่ อวยชัยใหŒพรตŒอนรับการกลับมาของ ซุงหงอคง ส‹วนซุงหงอคงก็รสูŒ กึ ดีอกดีใจ และเล‹าถึงเรือ่ งราวการเดินทางท‹องเทีย่ ว ไปทัว่ 4 คาบสมุทร เพือ่ ติดตามหาเซียน ผูวŒ เิ ศษขอเรียนวิทยาอาคม ตลอดจนการ ต‹อสูŒกับพญาป‚ศาจเพื่อช‹วยพวกพŒองลูก หลานของตน ใหŒบรรดาวานรทั้งหลาย ฟ˜ง แลŒวพญาวานรก็รŒองขึ้นดŒวยความ ดีใจว‹า “ลูกหลานทั้งหลาย บัดนี้ตระกูล ของเรามีนามสกุลแลŒว ตัวขŒาแซ‹ซุง ชื่อ หงอคง พวกเจŒาทั้งหลายก็แซ‹ซุงเหมือน กัน” พวกหมูเ‹ หล‹าเผ‹ากอวานรพากันปรบ มือดŒวยความชื่นชมยินดี…”

[14]

นิ ท านพื้ น บŒ า นและนิ ท านจากวรรณคดี จํานวนไม‹นอŒ ย มีวธิ กี ารบอกเล‹าเรือ่ งราว โดยใชŒ แบบแผนของภาษาที่น‹าสนใจ และทําใหŒจดจํา แลŒวเล‹าซ้ําไดŒง‹าย ป‚แลŒวป‚เล‹า รุ‹นแลŒวรุ‹นเล‹า เด็กๆ ที่ฟ˜งนิทานประเภทนี้ จะรูŒสึกว‹าตนเอง จดจํานิทานไดŒง‹าย และวันหนึ่งเมื่อเขาเห็นมัน ถูกตีพิมพ เขาก็สนใจที่จะอ‹าน เด็กเล็กๆ ทีค่ นุŒ เคยกับนิทานเหล‹านีม้ าแลŒว จะรูสŒ กึ ตืน่ เตŒน ดีใจทีเ่ ห็นสิง่ ทีเ่ คยไดŒยน��� ปรากฏ ออกมาเปšนภาพและตัวหนังสือ หรือกล‹าวใหŒชดั ก็คือ เปšนหนังสือ และที่สาํ คัญคือ เขาอ‹านไดŒ เขาอ‹านไดŒทงั้ ๆ ทีอ่ าจจะยังสะกดไม‹เปšน ชีย้ งั ไม‹ ถูกตําแหน‹ง พ‹อแม‹ที่อ‹านนิทานใหŒลูกฟ˜ง คง จําไดŒวา‹ เมือ่ อ‹านนิทานใหŒลกู ฟ˜งบ‹อยๆ เขŒา เด็ก จํานิทานไดŒทุกคํา ราวกับท‹องจําไวŒ เวลาว‹างๆ เด็กจะเปดอ‹านเอง อ‹านถูกตŒองหมด แต‹ชี้ไม‹ ถูกเลย นั่นก็ไม‹สําคัญ เพราะการจําไดŒทั้งหมด แสดงความสามารถของสมองในการเก็บขŒอมูล นี่เปšนบันไดขั้นแรก ที่จะนําเด็กไปสู‹การเปšนนัก อ‹านในอนาคต

5. หนังสือยังคงมีความหนาตัง้ แต‹ 10-20 หนŒา ในแต‹ละหนŒาอาจมีตวั หนังสือ

ไดŒถึง 8 บรรทัด ถŒาเด็กยังคงอ‹านหนังสือที่มีตัวหนังสือเพียงหนŒาละ 2-3 บรรทัด แสดงว‹า ขาดการกระตุŒนพัฒนาการมาจากวัย 0-6 ขวบ 6. นิทานทีน่ ยิ มอ‹านเปšนนิทานทีม่ เี หตุการณจาํ นวนมากขึน้ ถŒาไม‹ใช‹นทิ านอาจ เริ่มมีคําใหม‹ๆ ที่เด็กไม‹คุŒนเคย เช‹น ฟาโรห ปรามิด อวกาศ ดาวเทียม เปšนตŒน เนือ่ งจากหนังสือสําหรับเด็กวัยนี้ จําเปšนตŒองรองรับการทีเ่ ด็กกŒาว เขŒาไปอยู‹ในโลกกวŒาง และเปšนโลกแห‹งการสื่อสารที่ท‹วมทŒนไปดŒวยขŒอมูล 7. เด็กยังคงชอบหนังสือที่มีรูปภาพที่สนับสนุน (support) เนื้อหา ยังไม‹ควร ใชŒภาพประกอบที่มีลักษณะกราฟกมากเกินไป เนื่องจากโลกของกราฟก กําลังขยายตัว แต‹เปšนโลกที่ห‹างจากธรรมชาติ และจากความเปšนจริงใน ชีวิต ควรใหŒโอกาสเด็กไดŒผูกโยงอยู‹กับโลกธรรมชาติที่เปšนจริงเสียก‹อนใน วัยประถม 8. สัดส‹วนของตัวหนังสือควรเริม่ มีมากกว‹ารูปภาพ ถŒาเด็กไม‹ยอมอ‹านหนังสือ ที่มีรูปภาพนŒอย แสดงว‹า การกระตุŒนพัฒนาการการอ‹านในวัยก‹อนหนŒานี้ เตรียมมานŒอยเกินไป [27]


ลักษณะเดนที่สําคัญของหนังสือสําหรับเด็กวัย 7-12 ป ระยะแรก

1. หนังสือทีเ่ ด็กวัย 7-12 ป‚อา‹ น ครอบคลุมตัง้ แต‹หนังสือบทคลŒองจอง

สนุกสนานที่ชื่นชอบมาจากวัยอนุบาล ไม‹ว‹าจะเปšนกลอนตลก สนุกสนาน เรื่องของสัตว นิทานคํากลอน นิทานชาดก เปšนตŒน เด็กกŒาวขึ้นสู‹การอ‹านเรื่องราวยาวๆ ประเภทวรรณกรรมเยาวชน นิทาน ตํานาน เรื่องเล‹าต‹างๆ สนใจอ‹านหนังสือแปลจากทั่วโลก โดยเฉพาะเทพนิยายและหนังสือแนว Fantasy เด็กทีฝ่ ก˜ ใฝ†วชิ าการ จะเริ่มอ‹านหนังสือสารคดี ส‹วนเด็กที่สนใจวรรณกรรม มักจะเริ่ม อ‹านวรรณกรรมของผูŒใหญ‹เมื่ออายุย‹างเขŒา 11-12 ป‚ 2. หนังสือที่เด็กอ‹านในระยะแรกของวัยนี้ มักมีทั้งภาษาเขียนและ ภาษาพูด อาจมีถŒอยคําสํานวนที่ใชŒเฉพาะในวรรณกรรมมากขึ้น กว‹าวัยก‹อนหนŒานี้ ถŒาคุณพ‹อคุณแม‹อ‹านหนังสือใหŒเด็กฟ˜งมากๆ เรื่อยมาตั้งแต‹วัยอนุบาล ถึงวัยนี้เด็กจะรับรูŒคําศัพทวรรณกรรมไดŒ อย‹างดี แต‹ถŒาไม‹ไดŒเตรียมมาก‹อน จะเริ่มมีความยากลําบากใน การอ‹านหนังสือยิ่งขึ้น 3. รูปแบบประโยคและเนื้อหามีความหลากหลายมากขึ้น ในแต‹ละ หนŒามีตัวหนังสือหลายบรรทัด 4. หนังสือที่เด็กวัยนี้ชอบ อาจมีถŒอยคําสํานวน มีภาษาที่ใชŒลูกเล‹น มากขึ้น [26]

ลักษณะเดนที่สําคัญของหนังสือสําหรับเด็กวัย 3-6 ขวบ ระยะแรก

1. เด็กยังคงชื่นชอบหนังสือที่ใชŒคําคลŒองจองกัน ถŒาคําสัมผัสไม‹ดี เด็กรับรูŒ

ไดŒ และมักไม‹ชอบหนังสือเล‹มนั้น บทคลŒองจองที่ใชŒกับวัยนี้มีจํานวนบท มากกว‹าวัย 0-3 ขวบ อาจมีหลายเหตุการณต‹อเนื่องกันไดŒ เพราะเด็กมี ความสามารถในการจําเรื่องราวยาวขึ้นกว‹าวัย 0-3 ขวบ 2. ในช‹วง 3 ขวบ เด็กบางส‹วนยังอาจชอบหนังสือที่บีบหรือจับเล‹นไดŒ 3. เด็กยังคงสนใจหนŒาปกที่ดึงดูด และยังคงตŒองมีภาพประกอบขนาดใหญ‹ แลŒวค‹อยเล็กลงไดŒบŒางเมื่อกŒาวสู‹วัย 6 ขวบ 4. ถŒาเด็กไม‹ไดŒรบั การกระตุนŒ การอ‹านมาตัง้ แต‹วยั ทารก อาจตŒองจัดหาหนังสือ เรื่องสั้นๆ และเรื่องตลกมาใหŒอ‹านมากเปšนพิเศษ 5. เด็กวัยนี้มักนิยมหนังสือที่ใชŒรูปประโยคเดิมซ้ําไปมา ภาษาที่ใชŒควรเปšน ธรรมชาติ มีลักษณะคลŒายภาษาพูดของเด็ก นอกจากนี้ หนังสือที่เล‹น กับคํา เล‹นกับเสียง มักไดŒรับความนิยมเปšนพิเศษ ที่เปšนเช‹นนี้ เพราะ เด็กเริม่ มีความสามารถในการใชŒภาษามากขึน้ สิง่ ทีส่ มองตŒองการก็คอื นํา เสียงและภาษาที่ตัวเองรับรูŒมา มาฝƒกใชŒงานใหŒเกิดความคล‹องแคล‹ว แต‹ การที่จะเกิดความคล‹องดŒวยวิธีทางวิชาการนั้นเปšนไปไดŒยาก สมองจึง นําเสียงและคําที่รูŒจักมาเล‹น “การเล‹นกับเสียง” แทŒจริงก็คือ การทดลอง สรŒางวงจรทุกอย‹างที่เปšนไปไดŒในการเรียนรูŒภาษา เช‹น “กรรไกร ไข‹ ผŒาไหม ไข‹หนึ่งใบ สองบาท หŒาสิบ หŒาสิบ สองบาท หนึ่งใบ ไข‹ ผŒาไหม ไข‹ กรรไกร” นี่เปšนการเล‹นกับคํายŒอนไปมาที่วิเศษมากสําหรับสมองของเด็ก [15]


6. หนังสือที่เด็กวัยนี้ทั่วโลกชอบอ‹านเหมือนกันหมด คือ เทพนิยายและ 7. 8. 9.

10.

[16]

นิทาน เด็กควรฟ˜งนิทานไทย และนิทานจากหลายชาติ ถŒาเปšนนิทาน ยาวมาก ในระยะแรกอาจเลือกฉบับย‹อ (simplify) มาอ‹านใหŒเด็กฟ˜ง เนือ้ หาของหนังสือเด็กวัยนี้ แมŒเนือ้ เรือ่ งจะเรียบง‹าย แต‹ตอŒ งผูกเรือ่ งใหŒ น‹าสนใจ หนังสือที่ผูกเรื่องแบบทื่อๆ ตรงไปตรงมา ไม‹ไดŒรับความ สนใจจากเด็กวัยนี้ และยังไม‹ควรเนŒนสารคดี ตŒองมีภาพประกอบทีช่ ว‹ ยใหŒเขŒาใจเนือ้ เรือ่ งไดŒดขี นึ้ ไม‹ใช‹เปšนภาพทีเ่ ขŒา มาประกอบเฉยๆ หลีกเลี่ยงภาพการตูนลายเสŒนหยาบๆ ควรเนŒน ภาพคลŒายจริง หรือจินตนาการที่อิงอยู‹กับความจริง ถŒาเปšนหนังสือที่เด็กอ‹านเองไดŒแลŒว อาจมีความหนาประมาณ 10-15 หนŒา แต‹ละหนŒาอาจมีคํา 5-10 คํา ถŒาเปšนหนังสือที่‹ผูŒใหญ‹อ‹านใหŒฟ˜ง อาจมีเนื้อหายาวมากก็ไดŒ ส‹วนจะยาวเท‹าไหร‹นั้น ขึ้นอยู‹กับว‹าผูŒใหญ‹ อ‹านหนังสือใหŒเด็กฟ˜งบ‹อยแค‹ไหน และเลือกหนังสือไดŒสอดคลŒองกับ วัยของเขาหรือเปล‹า ขนาดตัวหนังสือตŒองใหญ‹และอ‹านง‹าย มีการแบ‹งวรรคตอนหรือช‹อง ว‹างระหว‹างคําชัดเจน เพื่อกระตุŒนใหŒกŒาวสู‹การอ‹านดŒวยตัวเอง

ชอบ นี่ก็คือ ธรรมชาติของการอ‹านวรรณคดี และงานวรรณกรรม ผูŒเขียนพยายามที่จะควบคุม ตะล‹อมใหŒผูŒอ‹านคิดอย‹างที่ตน ตŒองการ แต‹ผูŒเขียนก็รูŒดีว‹าผูŒอ‹านแต‹ละคนเปšนตัวของเขาเอง ไม‹มี ใครเหมือนกัน สิ่งที่คุณพ‹อคุณแม‹และคุณครูไม‹ควรทําคือ บังคับใหŒเด็กทํา บันทึกการอ‹าน จากหนังสือทุกเล‹มทีอ่ า‹ น ในวัยนีอ้ ย‹าทําใหŒการอ‹าน กลายเปšน “วิชา” และเปšน “งาน” ควรทําใหŒการอ‹านเปšนเรือ่ งสนุก ถŒาอยากใหŒบันทึกการอ‹าน ควรเลือกเพียงบางเล‹ม และตŒองหาวิธี ใหŒอยากจะทําบันทึก วรรณกรรมมีผลต‹อการพัฒนาทางจิตใจ และอารมณของเด็ก อย‹างมาก เพราะมันเกี่ยวขŒองกับประสบการณของตัวละคร แรง จูงใจ ความใฝ†ฝ˜น ป˜ญหาที่ตัวละครเผชิญในวรรณกรรม เช‹น รัก พี่เสียดายนŒอง หรือสถานการณที่บังคับใหŒเลือกทางใดทางหนึ่ง มักจะเปดโอกาสใหŒเด็กอภิปรายและวิเคราะหถงึ ลักษณะนิสยั แบบ ต‹างๆ ของคน และวิธีการอยู‹ร‹วมกับผูŒอื่น เช‹น ความสัมพันธฉัน มิตร ครอบครัว คนเกเร นักเลงหัวไมŒ ความเชื่อส‹วนบุคคล และ ความใฝ†ฝ˜น การวิจารณหนังสือ หรือการสะทŒอนความเขŒาใจในเรือ่ งทีอ่ า‹ น นั้น แตกต‹างในเด็กแต‹ละคน และความลึกซึ้งก็ไม‹เท‹ากันดŒวย แต‹ ทักษะเหล‹านี้ลŒวนเปšนทักษะที่สามารถฝƒกฝนและพัฒนาไดŒ ดัง นั้น เราจึงตŒองตระหนักอยู‹ตลอดเวลาว‹า เด็กทุกคนมีระดับทักษะ และความรูสŒ กึ นึกคิดทีแ่ ตกต‹างกัน เด็กทุกคนมีลกั ษณะของตนเอง ซึ่งตŒองไดŒรับการดูแลและพัฒนาดŒวยวิธีการที่เหมาะสม ถŒาพ‹อ แม‹มีความพรŒอม ควรทําใหŒถึงขั้นที่แนะนําใหŒเด็กอ‹านบทวิจารณ หนังสือจากนิตยสารในช‹วงทŒายๆ ของวัยนี้ [25]


เด็กวัย 9-12 ป‚ อาจพัฒนาขึ้นจนกลายเปšนเด็กขี้สงสัย สนใจคŒนควŒานี่นั่นอย‹างไม‹รูŒจักเหน็ดเหนื่อย ความสงสัยของ เด็กวัยนี้ ต‹างกับความสงสัยของเด็กอนุบาล เด็กอนุบาลสงสัย แลŒวสักพักก็ลืมไป ไม‹จริงจังในการหาคําตอบ ถŒาคําตอบฟ˜งดู ยาก เด็กก็จะผละไปสนใจอย‹างอืน่ ต‹อ แต‹เด็กวัยประถมปลาย สงสัยแลŒวพยายามจะรูคŒ าํ ตอบ หาวิธตี า‹ งๆ มาตอบคําถามของ ตนเอง การแนะนําแนวทางในการหาคําตอบ โดยผ‹านการอ‹าน ในวัยนี้ จึงเปšนสิ่งสําคัญมาก แมŒว‹าเด็กจะมีครูอยู‹แลŒวก็ตาม เด็กเริ่มสนใจความเห็นของคนอื่น พรŒอมๆ กันนั้น ก็สนใจ คŒนควŒาหาความเปšนตนเอง อารมณเปšนส่ิงขับเคลื่อนสําคัญ ที่จะทําใหŒเด็กวัยนี้ทุ‹มเท เวลากับสิ่งหนึ่งสิ่งใดเปšนพิเศษ ควรสังเกตว‹า เด็กมีนิสัย อย‹างไร ชอบหนังสือแนวไหน กําลังสงสัยเรือ่ งอะไร แลŒวจัดหา หนังสือใหŒเหมาะสม ทีส่ าํ คัญคือ ความไม‹รอูŒ าจทําใหŒเด็กเกาะ ติดกับหนังสือแนวเดียว เช‹น บางคนอ‹านแต‹นทิ าน บางคนอ‹าน แต‹แนวผจญภัย จําเปšนอย‹างยิง่ ทีจ่ ะตŒองแนะนําใหŒ รูŒจักกับหนังสือหลายแนว นอกจากจะแนะนําหนังสือใหŒเด็กรูŒจักแลŒว ควรสนใจพูดคุยกับเด็ก ฝƒกใหŒเด็กๆ แสดงความ คิดเห็น รูŒจักการคิดโตŒแยŒง เด็กแต‹ละคนอ‹านเรื่อง เดียวกัน แต‹ไม‹เคยมีใครคิดหรือรูŒสึกเหมือนกัน เด็กตอบสนองต‹อเรื่องที่อ‹านโดยผ‹านจินตนาการ เด็กตŒองรูŒสึกเอง เขŒาใจผ‹านสมองของตัวเอง ตาม แบบที่เปšนตัวเขาเอง บางคนชอบขุนแผน บางคน เกลียดขุนแผน บางคนชอบศรีธนญชัย บางคนไม‹ [24]

ลักษณะเดนที่สําคัญของหนังสือสําหรับเด็กวัย 3-6 ขวบ ระยะที่สอง

1. เด็กยังคงชื่นชอบหนังสือที่ใชŒ pattern ประโยค ความคิด และ

คําศัพทซ้ําไปมา เช‹น ยายเชŒากลืนชŒาง อีเลŒงเคŒงโคŒง ราชากับษี เปšนตŒน ทีเ่ ปšนเช‹นนีเ้ พราะว‹าเด็กยังไม‹ไดŒกาŒ วขึน้ สูว‹ ยั ประถม อันเปšน วัยทีภ่ าษาพัฒนามากกว‹านี้ การคิดเริม่ ผูกโยงอยูก‹ บั ความจริงมากขึน้ 2. ถŒาอยากจะใหŒพัฒนาการของเด็กในวัยนี้ไดŒรับการส‹งเสริมอย‹างเต็ม ที่ ควรอ‹านหรือจัดหานิทานหลายชาติมาอ‹านใหŒเด็กฟ˜ง ถŒาอ‹านเอง ไดŒก็ใหŒเด็กอ‹านเอง เช‹น นิทานลาว นิทานเวียดนาม นิทานอินเดีย นิทานรุสเซีย นิทานญี่ปุ†น ฯลฯ เหตุที่ควรนํานิทานจากหลายชาติ มาใหŒเด็กไดŒสมั ผัสล้มิ รส ก็เพราะว‹าวิธคี ดิ ของตัวละครในนิทานแต‹ละ ชาตินนั้ แตกต‹างกันอย‹างยิง่ เด็กควรไดŒรบั การปลูกฝ˜งวิธคี ดิ อันหลาก หลายนี้ตั้งแต‹วัยอนุบาล ก‹อนที่จะถูกตีกรอบดŒวยการคิดแบบเดียว แนวเดียว เพราะป˜ญหาของระบบการศึกษาไทยในวัยถัดๆ ไป 3. เริ่มใชŒภาษาเขียนในหนังสือสําหรับเด็กวัยนี้ไดŒมากขึ้น แต‹หนังสือที่ มีภาษาพูดรวมอยู‹ดŒวย จะเขŒาถึงเด็กวัยนี้ไดŒดีกว‹า เนื่องจากภาษา เขียนเปšนภาษาที่เปšนทางการ ไม‹ใช‹ภาษาที่เด็กคุŒนเคยและใชŒอยู‹ ในชีวิตประจําวัน การใชŒภาษาพูดรวมเขŒามา จะทําใหŒสมองไดŒใชŒ วงจรง‹ายสลับกับวงจรยาก ทําใหŒสมองไม‹ตŒองเสียเวลาแบกภาระใน การแปลความภาษามากเกินไป และจะไดŒใชŒสมองไปคิดเกี่ยวกับ เรื่องราวที่กําลังฟ˜งหรืออ‹านนั้นแทน

[17]


4. เด็กในวัย 3-6 ขวบ ที่ผ‹านการพัฒนาขั้นตŒนในระยะแรกมาแลŒว จะเริ่ม

อ‹านหนังสือที่มีเนื้อหายาวกว‹าเดิม แต‹ประโยคที่ใชŒยังคงเปšนประโยคที่ สั้น สื่อใจความชัดเจน 5. เนื้อหาเรื่องราว (story) ในหนังสือที่อ‹าน เริ่มมีความต‹อเนื่องยาวขึ้น หนังสือในวัยนี้อาจหนาตั้งแต‹ 10-20 หนŒา แต‹ละหนŒาไม‹ควรมีจํานวน ประโยคมากเกินไป และยังไม‹ควรใชŒ font แปลกๆ สําหรับวัยนี้ 6. เนื้อเรื่องอาจเริ่มมีหลายตอนก็ไดŒ เช‹น ตอนที่ 1 ในถ้ํา ตอนที่ 2 จระเขŒ กินคน การที่มีเนื้อหาหลายตอนไดŒ ก็เนื่องมาจากสมองไดŒสะสมวงจร ภาษามาเปšนเวลาหลายป‚ มาบัดนี้ สมองมีความสามารถในการลําดับ เรื่องราว (sequence) เขŒาใจเรื่องลําดับเวลา (time line) มากขึ้น ซึ่ง ทําไม‹ไดŒในระยะแรกของวัยนี้ 7. เด็กที่พัฒนาการการอ‹านกŒาวขึ้นมาไม‹ถึงระยะที่สองนี้ มักเกิดจากการ ถูกทอดทิ้ง ไม‹มีโอกาสพัฒนาภาษา เช‹น ผูŒใหญ‹ไม‹มีเวลาอ‹านหนังสือ ใหŒเด็กฟ˜ง เปšนตŒน

[18]

การฟ˜งและเริม่ สนใจอ‹านหนังสือหลากหลายขึน้ จะช‹วยใหŒเด็กเตรียม ตัวเขŒาสู‹พัฒนาการทางภาษา ระดับกŒาวหนŒาขึ้นหลายอย‹าง ดังนี้ 1. เด็กจะรูŒจักลีลาการเขียนหลายแบบของนักเขียน ที่ใชŒลีลาการ เขียนและการนําเสนอต‹างกัน 2. เด็กเริ่มคุŒนเคยกับการฟ˜งและเขŒาสู‹การอ‹านเนื้อหา ที่เสนอดŒวย เทคนิคต‹างๆ กัน 3. เด็กจะรูŒจักคุŒนเคยกับบทรŒอยกรองหลายแบบ เช‹น บทดอกสรŒอย กลอน กาพย ฉันท สักวา ฯลฯ 4. เด็กจะกŒาวสูโ‹ ลกกวŒาง รูจŒ กั หนังสือแทบทุกประเภท ตัง้ แต‹ตาํ นาน นิทาน นิทานภาพ การตนู เทพนิยาย จนถึงหนังสือทีม่ จี นิ ตนาการ เหนือจริง และหนังสือแนววิทยาศาสตรแห‹งโลกอนาคต เมื่อกŒาวสู‹ช‹วงทŒายของวัยประถม คือ วัย 9-12 ป‚ เด็กวัยนี้ยังคง วุ‹นวายอยู‹กับการลงมือทําโน‹นทํานี่มิไดŒหยุด เริ่มมีสัญญาณบ‹งชี้ว‹า การ คิดแบบนามธรรมเริ่มพัฒนาชัดเจน ถึงเวลาที่จะมีพัฒนาการเรียนรูŒสูง ขึ้น และเพิ่มทางเลือกสําหรับเด็กที่จะเลือกความสนใจตามแบบของ ตน และนี่ก็เปšนจุดสําคัญที่จะนําเขาไปสู‹ความแตกต‹างกับผูŒอื่น เด็ก บางส‹วนจะสามารถคŒนควŒาทดลอง ศึกษาเรื่องราวต‹างๆ อย‹างลึกซึ้ง มากกว‹าการคิดแบบเด็กๆ เด็กตŒองการโอกาสที่จะแบ‹งป˜น แลกเปลี่ยน ความรูŒและประสบการณกับเพื่อนฝูง ในระยะนี้ถŒาปล‹อยใหŒสื่อ “ตาม กระแส” และสื่อที่เนŒนความรุนแรง มอมเมาความคิดของเด็ก การคŒนหา อัตลักษณกลับจะถูกชี้ไปในทางลบ จึงปรากฏเสมอว‹า เด็กวัยนี้ “ไหล” ไปตามกระแสหลักของสังคม [23]


หนังสือแบบไหน เหมาะกับเด็กวัย 7-12 ป? เลือกหนังสือใหเด็กประถมตนอาน

ทําอยางไรจะกระตุนเด็กวัย 7-12 ป ใหอานหนังสือหลากหลาย?

กระบวนการก‹อนที่เด็กจะกŒาวไปสู‹การอ‹านหนังสือหลากหลายชนิด ขึ้นอยู‹กับกระบวนการฟ˜งที่เด็กไดŒรับมาก‹อนหนŒานี้ กุญแจอยู‹ที่ตŒองอ‹าน หนังสือใหŒฟ˜งหลายๆ แนว และเลือกหนังสือหลายแนวมาใหŒเด็กๆ อ‹าน อย‹าเนŒนหนังสือการตนู เพราะหนังสือการตนู มีภาพประกอบอย‹างละเอียด ทุกบทสนทนา ทําใหŒสมองของเด็กขาดพัฒนาการในการจินตนาการ สมองคุŒนเคยกับการใชŒวงจรง‹ายๆ ในการอ‹านหนังสือ เปšนการกดใหŒ สมองพัฒนาชŒาลง และไม‹ใชŒสมองตามศักยภาพทีต่ วั เองมี เมือ่ ไม‹ใชŒความ สามารถในการคิดและจินตนาการนานเขŒา กลุ‹มเซลลสมองในวงจรนั้นก็ จะถูกลิดทอน (lose) ไปจากสมองอย‹างน‹าเสียดายยิ่ง และกลายเปšนเด็ก ที่ไม‹ยอมอ‹านหนังสือประเภทอื่นนอกจากการตูน อย‹างไรก็ดี ควรย้ําว‹าพยายามอย‹าเนŒนหนังสือแนววิชาการมากเกิน ไป เวŒนแต‹เด็กจะสนใจเปšนพิเศษ เด็กในวัยประถมตŒองการฟ˜งและอ‹าน เรื่องหลากหลายอย‹างไม‹น‹าเชื่อ พวกเขาสามารถจะฟ˜งและอ‹านอย‹าง ต‹อเนื่อง ฟ˜งไดŒครั้งละนานๆ และมีจินตนาการอันบรรเจิด [22]

ศาสตราจารยสตีเฟน พิงเคอร (Steven Pinker) ผูŒอํานวยการศูนย Cognitive Neuroscience แห‹งสถาบัน MIT ไดŒเปšนผูŒประเมินเอาไวŒว‹า เมื่ออายุ 6 ขวบ เด็กจะรูจŒ กั คําต‹างๆ ในสมองของตัวเองประมาณ 13,000 คํา และเมือ่ จบชัน้ มัธยม ปลายนั้น ขึ้นอยู‹กับว‹าแต‹ละคนมีประสบการณมากหรือนŒอย โดยเฉลี่ยแลŒวเด็กก็ จะมีคําใชŒราวๆ 60,000-120,000 คํา ผูŒใหญ‹มักจะเขŒาใจว‹าเด็กเล็กๆ ควรฟ˜งนิทานสั้นๆ ไม‹กี่หนŒาจบ เช‹น น���ทาน อีสป หรือนิทานง‹ายๆ ที่มีโครงเรื่องไม‹ซับซŒอนนัก แต‹ความจริงแลŒว เมื่อถึงวัย ประถม เด็กสามารถฟ˜งนิทานทีม่ โี ครงเรือ่ งซับซŒอน และมีคาํ ศัพทยากไดŒ ถŒาโครง เรื่องมีความสนุกสนาน ทŒาทาย ตื่นเตŒน หรือมีเรื่องราวแปลกชวนใหŒติดตาม ที่ สําคัญคือ เราตŒองแยกแยะใหŒดีว‹า หนังสือเล‹มไหนเหมาะกับการอ‹านใหŒฟ˜ง และ เล‹มไหนเหมาะจะใหŒอ‹านเอง ถŒาพูดรวมๆ แบบปะปนกัน จะเปšนการถ‹วงใหŒสติ ป˜ญญาของเด็กพัฒนาชŒาลง ตัวอย‹างเช‹น หนังสือวรรณคดีคลาสสิคของไทย เช‹น พระอภัยมณี สังขทอง รามเกียรติ์ นัน้ ถŒาเลือกอ‹านบาง ตอนใหŒเด็กฟ˜ง เด็กก็สนใจมาก สําหรับหนังสือที่ตŒองการกระตุŒนใหŒเด็กอ‹านเอง การเพิ่มระดับความยากง‹าย และจํานวนคําขึ้นอย‹าง ชŒาๆ ช‹วยใหŒเด็กประสบความสําเร็จในการเรียนรูŒ ไม‹ จําเปšนตŒองเร‹งรัดใหŒอ‹านเรื่องยาวๆ ถŒาอ‹านเรื่องสั้นๆ แลŒวจับใจความไดŒดี พออ‹านเรื่องยาวขึ้น ก็จะถอดรหัส กระบวนการเรียนรูŒที่ไดŒจากการอ‹านเรื่องง‹ายๆ ไปใชŒ การไดŒ [19]


ยังจําเปนตองอานหนังสือใหเด็กวัย 7-12 ปฟงเปนประจํา

ผูŒใหญ‹ควรค‹อยๆ ยกระดับการอ‹านหนังสือใหŒเด็กฟ˜ง หรือ จัดหาหนังสือใหŒเด็กอ‹าน จากหนังสือภาพ หนังสือนิทาน ขึ้น สู‹หนังสือประเภทอื่นๆ พยายามกระจายประเภทของหนังสือ ที่อ‹านใหŒฟ˜งใหŒกวŒางขวาง เช‹น หนังสือประเภทนิทาน ตํานาน วรรณกรรมเยาวชน สารคดี ที่สอดคลŒองกับวัยของเด็ก แมŒมีศัพท ยากปนบŒางก็อย‹ากังวล ถŒาหนังสือน‹าสนใจ เด็กจะอยากฟ˜ง และ จะเรียนรูŒคําศัพทยากโดยวิธีลัด คือ เทียบเคียง ถอดความเขŒาใจ จากบริบทเรื่องที่ไดŒฟ˜ง ยิ่งอ‹านมากเด็กจะยิ่งมีคลังคําศัพท (word bank) อยู‹ในสมอง และพัฒนาการดŒานการคิดจะดีขึ้น เพราะ สมองจะคิดไดŒมากขึ้น ก็ต‹อเมื่อมี “ภาษา” ใชŒมากเพียงพอ การอ‹านหนังสือใหŒเด็กฟ˜ง ควรทําไปจนกระทั่งเด็กอยู‹ชั้น ประถมปลาย เพียงแต‹ลดความถี่ลงไดŒเมื่อโตขึ้น หนังสือบางเล‹ม อ‹านใหŒฟ˜งเพียงบทเดียว เด็กสนใจก็อ‹านต‹อไดŒดŒวยตัวเอง นั่นคือ การอ‹านหนังสือใหŒเด็กฟ˜งในวัยนี้ อาจมีทั้งอ‹านจนจบ หรืออ‹านใหŒ ฟ˜งเพื่อกระตุŒนใหŒอ‹านเอง

[20]

กระตุนใหอานหนังสือเอง และอานหนังสือหลากหลาย

ในช‹วงวัย 7-9 ป‚ เด็กๆ จะสนใจอ‹านหนังสือทั้ง แบบง‹ายและแบบยากขึ้น เด็กอาจจะยังอ‹านหนังสือ เล‹มที่ชื่นชอบเปšนพิเศษตอน 5-6 ขวบต‹อไปอีกระยะ หนึ่ง และกŒาวสู‹การอ‹านหนังสือที่ยากขึ้นในเวลาต‹อ มา การที่เด็กอ‹านหนังสือเล‹มใดซ้ําๆ บ‹อยๆ แสดงใหŒเห็นว‹า สมองตŒองการตอกย้าํ สิง่ นัน้ เอาไวŒ ถŒาหนังสือเล‹มนัน้ ไม‹มปี ญ˜ หา อะไร ไม‹ควรบังคับใหŒหยุดอ‹าน ความหลากหลายของหนังสือสําหรับเด็กประถม จะช‹วย ใหŒเด็กๆ รูŒจักโลกรอบตัวไดŒดียิ่ง เด็กๆ จะค‹อยๆ เรียนรูŒจัก เรือ่ งราว ความคิดของผูคŒ น สถานที่ และบทบาทของสิง่ ต‹างๆ ที่ทําใหŒโลกเปšนอย‹างที่เห็นอยู‹ เพราะหนังสือไดŒจําลองโลก ใบใหญ‹ลงมาไวŒไดŒอย‹างแยบยล เมื่อเด็กฟ˜งเรื่องราวและอ‹าน ต‹อเนื่องหลายป‚เขŒา พวกเขาก็จะรูŒจักโลกแห‹งความคิดของ มนุษย ที่สลับซับซŒอนไดŒอย‹างไม‹น‹าเชื่อ เพราะหนังสือที่เด็กๆ อ‹าน จะจําลองบุคลิก วีธีคิด วิธีตัดสินใจ และผลแห‹งการตัด สินใจนานาชนิดลงมาไวŒ หนังสือที่แนะนําชีวิตของผูŒคนใน นานาประเทศ หนังสือที่แนะนําใหŒเด็กๆ รูŒจักกับโลกที่แตก ต‹างออกไป หนังสือทําใหŒเด็กรูจŒ กั โลกของไดโนเสาร ดวงจันทร ดาวอังคาร ใตŒดิน รูŒจักบŒานเมืองของตนในเขตรŒอน บŒานเมือง อื่นในเขตหนาว หนังสือจึงย‹อโลกลงมาไวŒในมือของเด็ก [21]


จะอ่านอะไรในวัยนี้