Issuu on Google+

Reptile’s word

Free

poster !!!

d o o f d n home a our pet for y


จากความมุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานการรักษาพยาบาล และการให้บริการแก่ลูกค้าให้ดีที่สุดด้วยตระหนัก ถึง ความรัก และความผูกพันระหว่างเจ้าของสัตว์ และเพื่อนของเขาเป็นอย่างดี ดั่งเจตนารมณ์ ที่บุคลากรของ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ได้ยึดถือและปฏิบัติต่อลูกค้าในวันนั้นว่า

3 สายพันธ์ุ สุดฮิต เวลคามิลเลี่ยน

คอร์นสเน็ค

“Choose the best for your pet” จนถึงวันนี้ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ลูกค้าได้เลือกสิ่งที่ดี ที่สุดสำ�หรับเพื่อนที่ซื่อสัตย์ของเขาอย่างต่อเนื่อง ต่อไปด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของการดูแลและรักษาสัตว์ทั้งในด้านบุคลากร และเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงการให้บริการเพื่อให้สามารถตอบสนองความพึง พอใจของลูกค้าได้มากที่สุด

เต่าชูคาต้า


เวลคามิลเลี่ยน

การเลือกซื้อคาร์เมเลี่ยน 1. ขั้นแรกเลยต้องเลือกชนิดคาร์เมเลี่ยนตามความเหมาะสมและความต้องการของผู้ซื้อ โดยคาร์เมเลี่ยนแต่ละชนิดมีความต้องการแตกต่างกัน ผู้เลี้ยงมีความสามารถในการจัดการ ดูแลคาร์เมเลี่ยนชนิดไหน ได้ดีที่สุด โดยปัจจัยหลักๆจะอยู่ที่ อุณหภูมิและความชื้น สำ�หรับผู้ เลี้ยงมือใหม่นั้นควรจะเริ่มต้นจาก แพนเทอร์และเวลล์ จะดีที่สุด เนื่องจากเลี้ยงง่ายและทนทาน ในสภาพแวดล้อมของบ้านเรา ส่วนชนิดอื่นจำ�เป็นต้องเลี้ยงในห้องแอร์ หรือห้องที่สามารถ ควบคุมอุณหภูมิได้ แต่ส่วนใหญ่ผู้เลี้ยงมักเลือกตามความชอบของตัวเองเสียส่วนใหญ่ 2. เลือกคาร์เมเลี่ยนที่สุขภาพแข็งแรงดี ประการนี้ดูยากขึ้นอยู่กับความชำ�นาญของผู้ ซื้อ โดยส่วนใหญ่แล้วกิ้งก่าที่สุขภาพดีจะไม่มีอาการขาดน้ำ� ตาไม่ลึกโหล ก็ใช้ได้แล้วครับ ส่วนสีสันนั้นไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ เพราะว่ากิ้งก่านั้นจะเปลี่ยนสีลำ�ตัวได้ตลอดเวลา แต่จาก ประสบการณ์ของผู้เขียนที่เลี้ยงเองนั้นพบว่ากิ้งก่าก่อนตายจะแสดงสีที่สดและสวยงามที่สุดใน ชีวิตของมัน อีกอย่างหนึ่งครับ ผิวหนังไม่ควรแห้ง หยาบ แสดงถึงการขาดน้ำ�ด้วยเช่นกัน 3. เลือกกิ้งก่าตัวที่สมบูรณ์ ไม่ผอมจนเห็นซี่โครง ไม่พิการ ควรมีอวัยวะทุกอย่างครบ สมบูรณ์ กิ้งก่าที่สุขภาพดีจะกินอาหาร ควรสังเกตที่ท้องไม่ควรคอดกิ่ว 4. กิ้งก่าไม่ควรมีบาดแผล หรือเป็นตุ่ม ตามลำ�ตัว 5. ไม่ควรเลือกกิ้งก่าที่ป่วยหรือเป็นโรค อันนี้สังเกตยากครับ ซึ่งสัตว์ที่ป่วยจะมีสีซีด และ มีอาการเซื่องซึม ต้องดูกันดีๆ อาจดูได้จากการเคลื่อนที่ ปีนป่ายของมันว่าดูแข็งแรงหรือ เปล่าก็ได้ครับ ราคากลางอยู่ที่ 2000 – 3000 บาท

เต่าชูคาต้า การเลือกลูกเต่าสักตัวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ จากประสบการณ์ที่ศึกษามา นั้น ในเบื้องต้น จะแนะนำ�ให้เลือกลูกเต่าที่Active เดินเก่ง กินเก่ง มีการตอบ สนองที่ดี เพราะนั่นหมายถึงสุขภาพที่ดีของเต่า ซึ่งมีหลายคนชอบไปเลือก ตัวที่สีกระดองเหลืองสวย แต่เต่านอนนิ่งไม่ค่อยกระดุกกระดิก ส่วนใหญ่ ที่ได้พบมาก็มักจะไม่ค่อยมีชีวิตรอด ทำ�ให้ผู้ที่เริ่มเลี้ยงใหม่ๆ อาจจะถอดใจ และไม่กล้าเลี้ยงอีกต่อไป ซึ่งอันที่จริงแล้วเต่าซูคาต้าเป็นเต่าที่ค่อนข้างแข็ง แรง อดทน และอึด เป็นอย่างมาก ซึ่งร้านแต่ละร้านที่ขายก็มีวิธีการดูแลที่ไม่ เหมือนกัน อาหารที่ให้ก็ต่างกัน ความเอาใจใส่ก็ต่างกัน การให้ความรู้ที่ถูก ต้องก็ต่างกัน ดังนั้นควรเลือกดูให้ดีสักนิดก่อนคิดที่จะซื้อ บางร้านอาจจะ ราคาแพงกว่าเล็กน้อย แต่การดูแลเอาใจใส่ทำ�ได้อย่างดีมาก เป็นผลให้ลูกมี สุขภาพที่แข็งแรง และอยู่กับเราไปได้อีกนาน ราคากลาง 2000-3000


คอร์นสเน็ก

ดวงตา นั้นสำ�คัญแค่ไหน? ...อย่าปล่อยให้ดับไป 3 ขั้นตอนล้างตา

ขนาดตัวของงูคอร์น เมื่อโตเต็มที่ นั้น โดยเฉลี่ย มีตั้งแต่ 120-180 เซนติเมตร ส่วน นำ�หนัก ประมาณ 400 - 800 กรัม แต่สามารถพบขนาดตัวที่ใหญ่ และน้ำ�หนักเกิน 1 กิโลกรัม ได้บ้าง แต่นับว่าพบน้อยมาก อายุเฉลี่ย 8 - 10 ปี แต่ในสภาพที่ เลี้ยง สามารถ มีอายุได้ถึง 20 กว่าปี เลยทีเดียว วงจรชีวิตของงูคอร์น เมื่อนับตั้งแต่เริ่มแรก หลังจากเจาะเปลือกไข่ออกมาสู่ โลกภายนอก ลูกงูคอร์นยังไม่กินอาหาร เนื่องจากมีอาหารสะสมมาด้วยในรูปของไข่แดงใน ท้อง หลังจากนี้ ประมาณ 7 - 12 วัน ลูกงูน้อยก็จะลอกคราบครั้งแรก และพร้อมเข้าสู่ ขบวนการกิน หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือน ลูกงูก็จะลอกคราบอีกครั้ง แล้วก็กิน แล้ว ก็ลอกคราบ เป็นไปเช่นนี้ จนกระทั่ง อายุ ได้ 2 - 3 ปี ขึ้นไป ลูกงูก็เติบใหญ่ พร้อมที่จะ ขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป หลังจากได้รับการผสมพันธุ์ แม่งู จะตั้งท้อง และคลอดไข่ออกมา ไข่ จะใช้เวลาประมาณ 55 - 60 วันในการฟัก เมื่อครบเวลา ไข่ที่ได้รับการผสม ก็จะปริออก มี ร่างรอยคล้าย โดนมีดกรีด ลูกงูน้อยก็จะค่อยๆโผล่หัวออกมา หัดหายใจ และรอให้สภาพ ร่างกายพร้อม เต็มที่ ราคากลาง 1000 – 2000บาท

1 ทำ�ความสะอาดตา เพราะขี้ตาที่เราเห็น ประกอบไปด้วยเซลล์ที่เกี่ยวกับการอักเสบ สารสื่อการ อักเสบต่างๆ มีความเป็นพิษ มีน้ำ�ย่อยโปรตีน ซึ่งจะก่อความระคายเคืองและทำ�ลายดวงตาได้มากยิ่งขึ้น ทำ�การ ล้างตาด้วยน้ำ�ยาล้างตาที่มีขายทั่วไป เป็นพวก Benzalkonium chloride หรือจะใช้น้ำ�เกลือ 0.9% NaCl ล้าง กา 2 ป้องกันและกำ�จัดสาเหตุของการเกิด ต้องแยกให้ออกว่าเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัส กันแน่ แต่มีข้อสังเกตง่ายๆ เชื้อรามักจะไม่ค่อยพบง่ายๆ ถ้ามีจะพบรอยกลากรอบดวงตาหรือผิวหนังใกล้เคียงได้ เชื้อไวรัสมักจะเป็นพวกหายได้เอง (self limiting) เชื้อส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาสำ�คัญจึงเป็นแบคทีเรีย ยาหยอดตา มักจะมีองค์ประกอบของยาต่อต้านเชื้อแบบกว้างหรือยาอย่างน้อย 2 ชนิดรวมกัน เช่นนีโอไมซิน ร่วมกับโพลีมิก ซิน บี และยังเพิ่มพวกสเตียรอยด์ต่อต้านการอักเสบ เช่น เดซ่าเมธาโซล เอาไว้ด้วย (ซึ่งอาจจะต้องระวังในการ เลือกใช้) หมอจะใช้ยาพวกนี้เป็นเบื้องต้น ขณะที่รอผลการตรวจชนิดของเชื้อ และความไวต่อชนิดยา ซึ่งใช้เวลา หลายวัน แนะนำ�ให้ใช้ชนิดน้ำ� ก่อนการใช้ออยเมนท์ครับ 3 ลดการอักเสบ อย่างที่บอกครับ ยาหยอดตาส่วนใหญ่จะผสมยาต้านการอักเสบ ทั้งแบบส เตียรอยด์และแบบไม่ใช่สเตียรอยด์ ได้แก่ prednisolone hydrocortisone dexamethasone betamethasone isoflupredone และ fluoromethorone เป็นต้น นอกจากลดการอักเสบแล้ว ยังลดอาการแพ้ ยับยั้ง การก่อตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งจะไม่แนะนำ�ให้ใช้ในกรณีเกิดแผลที่ดวงตา จะทำ�ให้แผลสมานช้า และเกิดการ แทรกซ้อนของเชื้ออื่นได้ ซึ่งหากเจ้าของจะรักษาด้วยตัวเอง ต้องส่องที่ดวงตาให้แน่ใจว่าไม่มีแผลจริงๆ เพราะมี ขนาดเล็กมาก ไปจนถึงมองเห็น และมักพบว่าตาจะขุ่น หากเป็นไปได้ จึงอาจจะเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาที่ผสมยา ต้านการอักเสบ หรือไปหาหมอให้ตรวจให้แน่ใจ


chameleon..



Untitled 3