Issuu on Google+

รายงาน เรื่อ ง ระบบเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ เสนอ อาจารย์ สุ จิตตรา จันทร์ ลอย จัดทำาโดย 1.นาย สุ ทธิพงษ์ มะลินิน 544148069 2.นาย นราธิป จันทะบูรณ์ 544148076 3.นางสาว รัตนาภรณ์ ภูวงศ์ 544148177 สาขาวิชา วิทยาศาสตร์ ทวั่ ไป หมู่2 รายงานเล่ มนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของการศึกษารายวิชาสารสนเทศสำ ากรับครู ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง


คำา นำา ปั จจุบนั นี้ถือได้วา่ ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ มีความจำาเป็ นสำาหรับการดำาเนินชีวิตแต่ส่วนใหญ่คน ทัว่ ไปจะไม่คาำ นึงถึงความระมัดระวังในการใช้คอมพิวเตอร์ จึงทำาให้เกิดผลเสี ยและอันตรายแก่ผใู ้ ช้ระบบเครื อ ข่ายคอมพิวเตอร์ดงั นั้นผูท้ ี่ใช้ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ทุกคนต้องรู ้จกั กับระบบรักษาความปลอดภัยของการ ใช้คอมพิวเตอร์จึงมีการคิดค้นระบบรักษาความปลอดภัยขึ้นเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการใช้เครื อข่าย รายงานฉบับนี้ เป็ นรายงานที่จดั ทำาขึ้นเพื่อเป็ นสื่ อในการเรี ยนการสอนวิชาสารสนเทศสำาหรับครู สามารถที่จะนำา มาใช้เป็ นแหล่งศึกษาค้นคว้าหาความรู้แก่ผสู้ นใจ หากรายงายฉบับนี้ มีขอ้ บกพร่ องประการใด ทางคณะผูจ้ ดั ทำาก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ ดว้ ย

คณะผู้จัดทำา


สารบัญ เรื่อ ง หน้า

ความหมายและความสำ าคัญของ

1

เครือข่ ายคอมพิวเตอร์ องค์ ประกอบพืน้ ฐานของ 2 ระบบเครือข่ ายคอมพิว เตอร์ การจำาแนกประเภทของเครือ ช่ องทางการสื่ อสารในระบบเครือข่ าย คอมพิวเตอร์

3-7 7-11


1 เทคโนโลยีส ารสนเทศกับ ชีว ต ิ ประจำา วัน การกำาเนิดของคอมพิวเตอร์เมือ ่ ประมาณห้าสิบกว่าปีที่แล้ว เป็นก้าวสำาคัญที่นำาไปสู่ยุคสารสนเทศ ในช่วงแรกมีการนำาเอา คอมพิวเตอร์มาใช้เป็นเครื่องคำานวณ แต่ต่อมาได้มีความพยายาม พัฒนาให้คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำาคัญสำาหรับการ จัดการข้อมูล เมื่อเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ได้ก้าวหน้ามากขึ้น ทำาให้สามารถ สร้างคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลง แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น สภาพ การใช้งานจึงใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ผลของเทคโนโลยี สารสนเทศทีม ่ ีต่อชีวิตความเป็นอยู่และสังคมจึงมีมาก มีการเรียนรู้ และใช้สารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง ผลของเทคโนโลยี สารสนเทศโดยรวมกล่าวได้ดังนี้ 1. การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดข ี ึ้น สภาพความเป็นอยู่ของสังคม เมือง มีการพัฒนาใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อติดต่อสื่อสาร ให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอำานวยความสะดวก ภายในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ใช้ควมคุมระบบ ไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น 2. เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศทำาให้เกิดการกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง แม้แต่ถิ่นทุรกันดาร ทำาให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้ มีการ ใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกล เสริมสร้างการเรียนรู้ เพราะ


ปัจจุบันมีสื่อการศึกษาที่ทันสมัยมากขึ้นนอกจากหนังสือเรียน ธรรมดาแล้ว ยังมี วีดีทัศน์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น ทีช ่ ่วยเสริมสร้าง การเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน 3. สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน การเรียนการสอน ในโรงเรียนมีการนำาคอมพิวเตอร์และเครื่องมือประกอบช่วยในการ เรียนรู้ เช่น วีดีทัศน์ เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษา จัดตารางสอน คำานวณระดับ คะแนน หรืออย่างที่ครูเป๋งให้เราฝึกทำา Blog ไงล่ะคะ ปัจจุบันมีการ เรียนการสอนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนจึงมาก ขึ้น 4.เทคโนโลยี สารสนเทศกับสิ่งแวดล้อม การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่างจำาเป็นต้องใช้สารสนเทศ เช่น การ ดูแลรักษาป่า จำาเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การ ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ การจำาลองรูป แบบสภาวะสิ่งแวดล้อมเพื่อปรับปรุงแก้ไข การเก็บรวมรวมข้อมูล คุณภาพนำ้าในแม่นำ้าต่าง ๆ การตรวจวัดมลภาวะ ตลอดจนการใช้ ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วย ที่เรียกว่าโทรมาตร เป็นต้น เทคโนโลยี สารสนเทศกับการป้องกันประเทศ กิจการ 2 ทางด้านการทหารมีการใช้เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบควบคุม มีการใช้ระบบ


ป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำางาน 5. การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม การแข่งขัน ทางด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจำาเป็นต้องหาวิธีการในการ ผลิตให้ ได้มาก ราคาถูกลงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามี บทบาทมาก มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ การดำาเนินการและยังรวมไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให สินค้าได้สะดวกขึ้น http://basilius-technology.blogspot.com/ การนำาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิผล มีมากมายหลายด้าน ได้แก่ 1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานสำานักงาน ปัจจุบัน สำานักงานได้นำาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างแพร่ หลาย เพื่อให้งานในสำานักงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น กล่าวคือ ทำาให้งานมีความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำา อุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำามาใช้ในงานสำานักงาน ได้แก่ เครื่องพิมพ์ดีด อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ เครื่องถ่ายเอกสาร ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นำาไปประยุกต์ใช้กับงานสำานักงานได้หลาย ลักษณะ เช่น 1.1 งานจัดเตรียมเอกสาร เป็นการใช้เครื่องประมวลผลคำาหรือ เครื่องประมวลผลเนื้อหา เป็นเครื่องมือในการจัดเตรียม อุปกรณ์ ประกอบการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ โมเด็ม


และช่องทางการสื่อสาร ระบบประมวลผลคำา แบ่งออกได้ 2 ระบบ คือ 1.1.1 ระบบเดี่ยว (Stand – alone) เป็นระบบที่สามารถประมวลผล ได้ภายในคอมพิวเตอร์ชด ุ เดียว หรือจะเชือ ่ มโยงไปยังคอมพิวเตอร์ อื่น ๆ 1.1.2 ระบบเชือ ่ มโยงกับข่ายการสื่อสาร เป็นระบบที่มีการเชื่อมโยง สารสนเทศซึ่งกันและกันผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม เช่น เครือ ข่ายโทรศัพท์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 1.2 งานกระจายเอกสาร เป็นการกระจายข้อมูลสารสนเทศไปยังผู้ ใช้ ณ จุดต่าง ๆ อาจกระทำาโดยการเชือ ่ มโยงผ่านเครือข่าย โทรคมนาคม อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถปฏิบัติงาน กระจายเอกสารได้โดยอัตโนมัติ ได้แก่ ระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ 3 1.3 งานจัดเก็บและค้นคืนเอกสาร สามารถทำาได้ทั้งระบบออฟไลน์ และระบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือผ่านเครือข่าย โทคมนาคมรูปแบบอื่น เช่นระบบฐานข้อมูลเป็นต้น


1.4 งานจัดเตรียมสารสนเทศในลักษณะภาพ เทคโนโลยี สารสนเทศทีใ ่ ช้ดำาเนินงานดังกล่าว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนเนอร์ โทรทัศน์ 1.5 งานสื่อสารสนเทศด้วยเสียง เช่น โทรศัพท์ การประชุมทาง โทรศัพท์ 1.6 งานสื่อสารสนเทศด้วยภาพและเสียง เช่น ระบบมัลติมีเดีย ระบบการประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง เป็นต้น 2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมนำาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเข้า มาช่วยในการจัดการระบบงานการผลิต การสั่งซื้อ การพัสดุการ เงิน บุคลากร และงานด้านอื่น ๆ ในโรงงาน


4

3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการเงินและการ พาณิชย์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบของเครื่องเบิกถอน เงินอัตโนมัติ เพื่ออำานวยความสะดวกในการฝาก ถอน โอนเงิน และนำาคอมพิวเตอร์ระบบออนไลน์และออฟไลน์เข้ามาช่วยในการ ทำางานประจำาวันของธนาคารด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลของธนาคาร ต่างสาขา ต่างธนาคาร ทำาให้ผู้ใช้บริการสามารถเบิก ถอน โอน เงินชำาระเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้โดยสะดวก

เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในชีวิตประจำาวัน คนเราทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ไม่ สามารถจะอยู่ได้โดยไม่มีการติดต่อกับโลกภายนอก การรับรู้


ข่าวสาร เช่น การอ่านหนังสือพิมพ์ การฟังวิทยุหรือดู โทรทัศน์ ก็ เป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแบบหนึ่ง การใช้โทรศัพท์ โทรสาร ก็เป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนั้น การถอน เงินจากเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ (ตู้ เอ ที เอ็ม) ก็เป็นอีกตัวอย่าง หนึ่งของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำาวันไม่แต่ เฉพาะคนในเมืองเท่านั้น แม้แต่คนในชนบทก็มีส่วนต้องใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำาวันด้วย เช่น เมื่อไปทำาบัตร ประชาชนที่อำาเภอ ทางอำาเภอจะเรียกดูข้อมูลจากฐานข้อมูล กลาง ของสำานักทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งต่อเชื่อมกันเป็นเครือ ข่ายที่สามารถเรียกใช้งานได้ทันที เช่นนี้ เรียกว่า ระบบออนไลน์ (หรือสายตรง) ระบบเช่นนี้มีประโยชน์มาก เพราะจำาทำาให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกัน และที่เราจะ พบได้อีกที่คือระบบเวชระเบียนการค้นหาประวัติผู้ป่วย 5 เทคโนโลยีสารสนเทศกับชีวิตประจำาวัน ในชีวิตประจำาวันเราต้องเจอกับเทคโนโลยีสารสนเทศมากมายเลย ครับ ดังนั้นเทคโนโลยีจึงมีผลกับเรา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอน ในโรงเรียนจะมีการนำาคอมพิวเตอร์และเครื่องมือประกอบช่วยใน การเรียนรู้ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่างจำาเป็นต้อง ใช้สารสนเทศ เช่น การดูแลรักษาป่า จำาเป็นต้องใช้ขอ ้ มูล มีการ


ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การ พยากรณ์อากาศ การจำาลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อมเพื่อปรับปรุง แก้ไข การเก็บรวมรวมข้อมูลคุณภาพนำ้าในแม่นำ้าต่าง ๆ การตรวจ วัดมลภาวะ เป็นต้น ในการแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้า อุตสาหกรรมก็จำาเป็นต้องหาวิธีการในการผลิตให้ได้มาก ราคาถูก ลงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ข้อมูล ข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ การดำาเนินการและยังรวม ไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น จะเห็น ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำา วัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำาคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชน คนรุ่นใหม่จงึ ควรเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกำาลังสำาคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ ก้าวหน้าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป บทบาทความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำาให้มีการ พัฒนาคิดค้นสิ่งอำานวยความสะดวกสบายต่อการดำาชีวิตเป็นอัน มาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำารงชีวิตได้เป็น อย่างดี เทคโนโลยีทำาให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความ


ต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำาให้ระบบการผลิต สามารถผลิต สินค้าได้เป็นจำานวนมากมีราคาถูกลง สินค้าได้คุณภาพ เทคโนโลยีทำาให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทาง เชื่อมโยงถึงกันทำาให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ ตลอดเวลา พัฒนาการของเทคโนโลยีทำาให้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปมาก ลองย้อนไปในอดีตโลกมีกำาเนินมาประมาณ 4600 ล้านปี เชือ ่ กันว่า พัฒนาการตามธรรมชาติทำาให้เกิดสิ่งมีชีวิตถือกำาเนินบนโลก 6 ประมาณ 500 ล้านปีที่แล้ว ยุคไดโนเสาร์มีอายุอยู่ในช่วง 200 ล้าน ปี สิ่งมีชีวิตที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ ค่อย ๆ พัฒนามา คาดคะเนว่าเมื่อ ห้าแสนปีที่แล้วมนุษย์สามารถส่งสัญญาณท่าทางสื่อสารระหว่าง กันและพัฒนามาเป็นภาษา มนุษย์สามารถสร้างตัวหนังสือ และ จารึกไว้ตามผนึกถำ้า เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่ามนุษย์ ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการพัฒนาตัวหนังสือที่ใช้แทนภาษา พูด และจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัด พิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่าฐานทาง ประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 500 ถึง 800 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาช่วยในการพิมพ์ ทำาให้


การสื่อสารด้วยข้อความและภาษาเพิ่มขึ้นมาก เทคโนโลยีพัฒนา มาจนถึงการสื่อสารกัน โดยส่งข้อความเป็นเสียงทางสายโทรศัพท์ ได้ประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว และเมื่อประมาณห้าสิบปีที่แล้ว ก็มีการ ส่งภาพโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ทำาให้มีการใช้สารสนเทศในรูป แบบข่าวสารมากขึ้น ในปัจจุบันมีสถานที่วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แ ละสื่อต่าง ๆ ที่ใช้ในการกระจ่ายข่าวสาร มีการ แพร่ภาพทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อรายงานเหตุการณ์สด เห็นได้ชด ั ว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก บทบาทของ การพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วขึ้นเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้าน คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ จะเห็นได้ว่าในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึง่ มีคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้องให้เห็นอยู่ ตลอดเวลา http://kewalinkaewwijit.wordpress.com/

7 เทคโนโลยีสารสนเทศกับชีวติ ประจำาวัน


มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มีการตั้งถิ่นฐานอยู่กันเป็นหมู่เหล่าตั้งแต่ โบราณกาลมาแล้ว กลุ่มเล็กที่สุดเรียกว่าครอบครัว ถัดขึ้นมาเป็น หมู่บ้าน ตำาบล ฯลฯ จนในที่สุดเป็นเมือง เป็นประเทศ มนุษย์แต่ละ หมู่เหล่ามีการติดต่อพบปะกัน เพื่อแลกเปลี่ยนอาหาร สิ่งของเครื่อง ใช้ ยารักษาโรค ฯลฯ ที่ชม ุ ชนตนไม่สามารถผลิตได้หรือผลิตได้ไม่ เพียงพอ จนเกิดเป็นการค้าขายระหว่างหมู่บ้าน ระหว่างตำาบล เมือง และประเทศ การติดต่อเช่นนี้ ทำาให้เกิดการส่งและรับ ข้อมูล ข่าวสารถึงกัน แรก ๆ ก็เป็นการบอกกันปากต่อปาก ต่อมามีการ สื่อสารกันด้วยตัวอักษรที่จารึกบนวัสดุต่าง ๆ ซึง่ ต่อมากลาย เป็นการส่งจดหมายถึงกันความต้องการการสื่อสารด้วยวิธีการที่ หลากหลายขึ้นมีความรวมเร็วมากขึ้น ทำาให้เกิดการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่องของเทคโนโลยีโทรคมนาคม ซึ่งอาศัยหลักวิชาทาง วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนคำาพูด ข้อความหรือภาพ เป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปตามสาย หรือเปลี่ยนเป็น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เรียกว่า คลื่นวิทยุ) กระจายไปในอากาศ เมือ ่ ถึงปลายทาง สัญญาณหรือคลื่นที่ส่งไปนั้นก็จะถูกคืนสภาพให้กลับ เป็นคำาพูด ข้อความหรือภาพเหมือนกับที่ส่งออกไปจากต้นทาง ทำาให้ที่อยู่คนละซีกโลกกันสามารถรับรู้ ข้อมูลข่าวของกันและกัน ได้ภายในชั่วพริบตา เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งมีขึ้นในช่วงเวลา


ประมาณ 20 ปี ที่ผ่านมานี้เอง เป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากการรวม สองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน คือ เทคโนโลยีโทรคมนาคมกับ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คำาว่า สารสนเทศ หมายถึงตัวเนื้อหาของ ข้อมูลข่าวสาร เราใช้คอมพิวเตอร์ทำาหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ ปรับ เปลี่ยนรูปแบบของสารสนเทศ และเทคโนโลยีโทรคมนาคมซึ่ง พัฒนาเครือข่ายโทรศัพท์และเครือข่ายวิทยุมาสร้างระบบเครือ���่าย คอมพิวเตอร์ขึ้น เป็นการนำาเอาความสามารถของคอมพิวเตอร์ (คำานวณ เปรียบเทียบ และตรวจสอบได้รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำา) มารวมกับความสามารถของระบบโทรคมนาคม (ติดต่อได้รวดเร็ว และกว้างไกล) ดังนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงหมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาจัดการกับ สารสนเทศนั่นเอง http://krumaew.wordpress.com

8 ความหมายของเทคโนโลยีส ารสนเทศ Information Technology หรือ IT คือ การประยุกต์ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์มาใช้ในระบบสารสนเทศ ตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บ ประมวลผล และการเผยแพร่สารสนเทศ เพื่อช่วยให้ได้สารสนเทศ ที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ โดยเทคโนโลยี


สารสนเทศ อาจประกอบด้วย 1. เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ สำานักงาน อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมต่างๆ รวมทั้งซอฟท์แวร์ทั้ง แบบสำาเร็จรูปและแบบพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในงานเฉพาะด้าน ซึ่ง เครื่องมือเหล่านี้จัดเป็นเครื่องมือทันสมัย และใช้เทคโนโลยีระดับ สูง (High Technology) 2. กระบวนการในการนำาอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ข้างต้นมาใช้งาน เพื่อรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์เป็นสารสนเทศ ในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถนำาไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป เช่น การ จัดเก็บข้อมูลในลักษณะของฐานข้อมูล เป็นต้น ความสำา คัญ ของเทคโนโลยีส ารสนเทศ สามารถอธิบายความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศใน ด้านที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของ ผู้คนไว้หลายประการดังต่อไปนี้ ประการที่ห นึ่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำาให้สังคมเปลี่ยน จากสังคมอุตสาหกรรมมาเป็นสังคมสารสนเทศ ประการที่ส อง เทคโนโลยีสารสนเทศทำาให้ระบบเศรษฐกิจ เปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็นเศรษฐกิจโลก ที่ทำาให้ระบบ เศรษฐกิจของโลกผูกพันกับทุกประเทศ ความเชื่อมโยงของเครือ ข่ายสารสนเทศทำาให้เกิดสังคมโลกาภิวัฒน์


ประการที่ส าม เทคโนโลยีสารสนเทศทำาให้องค์กรมี ลักษณะผูกพัน มีการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึ้น หน่วย ธุรกิจมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหน่วยธุรกิจอื่นเป็นเครือ ข่าย การดำาเนินธุรกิจมีการแข่งขันกันในด้านความเร็ว โดยอาศัย การใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และการสื่อสารโทรคมนาคม เป็นตัวสนับสนุน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายและ รวดเร็ว 9 ประการที่ส ี่ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีแบบ สุนทรียสัมผัส และสามารถตอบสนองตามความต้องการการใช้ เทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ที่เลือกได้เอง ประการที่ห ้า เทคโนโลยีสารสนเทศทำาให้เกิดสภาพ ทางการทำางานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา ประการที่ห ก เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผน การดำาเนินการระยะยาวขึ้น อีกทั้งยังทำาให้วิถีการตัดสินใจ หรือ เลือกทางเลือกได้ละเอียดขึ้น กล่าวโดยสรุปแล้ว เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทที่สำาคัญในทุก วงการ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกด้านความเป็นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัยและการพัฒนาต่าง ๆ


http://www.kmitl.ac.th/ คำาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ มาจากคำา 2 คำานำามารวมกัน คือ คำาว่า เทคโนโลยี และสารสนเทศ เทคโนโลยี + สารสนเทศ = เทคโนโลยีสารสนเทศ เมื่อพิจารณาความหมายของแต่ละคำาจะมีความหมายดังนี้ เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มาทำาให้เกิด ประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ เทคโนโลยีจึงเป็นวิธีการในการสร้าง มูลค่าเพิ่มของสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำาเนินชีวิตของ มนุษย์ ข้อมูลดังกล่าวต้องผ่านการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ตรวจสอบ ความถูกต้อง แบ่งกลุ่มจัดประเภทของข้อมูล และสรุปออกมาเป็น สารสนเทศ และมนุษย์นำาเอาสารสนเทศนั้นไปใช้ในชีวิตประจำาวัน ได้ เช่น รายงาน ผลงานการวิจัย ข่าวสารต่าง ๆ 10 เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT)หมายถึง การนำาเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทำาให้


สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่จะ รวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกัน เทคโนโลยี สารสนเทศเกี่ยวข้องโดยตรงกับเครื่องมือเครื่องใช้ในการจัดการ สารสนเทศ ซึง่ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้าง ขัน ้ ตอน วิธีการดำาเนินการ ซึง่ เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ เกี่ยวข้องกับตัว ข้อมูล เกี่ยวข้องกับบุคลากร เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการดำาเนินงาน เพื่อให้ขอ ้ มูลเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้แล้วยังรวมไปถึง โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ โทรสาร หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่าง ๆ ฯลฯ ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถอธิบายความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านที่มี ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของผู้คนไว้ หลายประการดังต่อไปนี้ ประการที่หนึ่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำาให้สังคมเปลี่ยนจากสังคม อุตสาหกรรมมาเป็นสังคมสารสนเทศ ประการที่สอง เทคโนโลยีสารสนเทศทำาให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยน จากระบบแห่งชาติไปเป็นเศรษฐกิจโลก ที่ทำาให้ระบบเศรษฐกิจ


ของโลกผูกพันกับทุกประเทศ ความเชื่อมโยงของเครือข่าย สารสนเทศทำาให้เกิดสังคมโลกาภิวัฒน์ ประการที่สาม เทคโนโลยีสารสนเทศทำาให้องค์กรมีลักษณะผูกพัน มีการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึ้น หน่วยธุรกิจมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหน่วยธุรกิจอื่นเป็นเครือข่าย การดำาเนินธุรกิจ มีการแข่งขันกันในด้านความเร็ว โดยอาศัยการใช้ระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ และการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นตัวสนับสนุน เพื่อให้ เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว 11 ประการที่สี่ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีแบบสุนทรีย สัมผัส และสามารถตอบสนองตามความต้องการการใช้เทคโนโลยี ในรูปแบบใหม่ที่เลือกได้เอง ประการที่ห้า เทคโนโลยีสารสนเทศทำาให้เกิดสภาพทางการ ทำางานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา ประการที่หกเทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผนการ ดำาเนินการระยะยาวขึ้น อีกทั้งยังทำาให้วิถีการตัดสินใจ หรือเลือก ทางเลือกได้ละเอียดขึ้น


กล่าวโดยสรุปแล้ว เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทที่สำาคัญในทุก วงการ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกด้านความเป็นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัยและการพัฒนาต่าง ๆ แหล่งทีม ่ า 1. http://203.154.140.2/ict1/1/page_2.htm 2. http://www.kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/04093009_2204/isweb/Lesson%2022.htm


เครอืข่าย