Page 9

ทัศนะบทความ

เดอะพับลิกโพสต์

ปี ท่ี 8 ฉบับที่ 93 (ประจ�ำวันที่ 1-30 กันยายน พ.ศ. 2556)

9

Opinion & Analysis

บทความพิเศษ

โดย : ดร.มาโนชญ์ อารีย์

“Drone Attacks”

ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ปฏิบัติการทางทหารหรืออาชญากรรมสงครามในโลกมุสลิม (2)

ปฏิบตั กิ ารโดรนกับความสูญเสีย ในปากีสถาน

หมายที่ ยื น ยั น ได้ ว่ า ไม่ ขั ด ต่ อ หลั ก กฎหมายมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ระหว่ า งประเทศ และชี้ ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง มาตรการหรือยุทธศาสตร์ที่สามารถ ป้องกันการเสียชีวิตและการบาดเจ็บ ตลอดจนมาตรการที่ ชั ด เจนซึ่ ง เปิ ด โอกาสให้หน่วยงานอิสระสามารถตรวจ สอบได้ทนั ทีโดยละเอียดในกรณีทพี่ บ ว่าอาจมีการละเมิดหลักดังกล่าว ในประเด็นการตรวจสอบด้าน สิทธิมนุษยชน Ben Emmerson ผู้ เสนอรายงานพิเศษว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และการต่อต้านการก่อการร้าย กล่าว ว่า การโจมตีดว้ ยโดรนของสหรัฐได้กอ่ ให้ เ กิ ด ปั ญ หารากฐานที่ สำ�คั ญ ซึ่ ง เกีย่ วข้องโดยตรงกับหน้าทีร่ บั ผิดชอบ ของข้าพเจ้า…. ถ้าพวกเขาไม่ตรวจ สอบตัวเอง (สหรัฐ) เราจะเข้าไปตรวจ สอบให้” ยิ่งไปกว่านั้น Emmerson ถึงกับกล่าวอย่างหนักแน่นและน่าสนใจ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาล สหรัฐอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันหมด เวลาแล้วที่ต้องยุติ “การสมคบคิดกัน ปกปิด” (conspiracy of silence) ต่อ กรณีการโจมตีของโดรน และเปิดให้มี การตรวจสอบกระบวนการอย่ า ง อิสระ...ไม่เฉพาะต่อกรณีการสังหาร เท่านั้นแต่รวมไปถึงการตรวจสอบใน ระบบกฎหมายระหว่างประเทศด้วย” กระแสการเรี ย กร้ อ งให้ มี ก าร ตรวจสอบการใช้โดรนเริม่ ปรากฏมาก ขึ้นและเป็นรูปธรรมขึ้นมา เมื่อมีการ แสดงความกังวลของประเทศสมาชิก ยูเอ็น โดยเฉพาะประเทศที่ถูกโจมตี อย่างปากีสถานที่ได้ยื่นคำ�ร้องอย่าง เป็นทางการ อีกทัง้ ยังมีประเทศสมาชิก สภาความมั่ น คงของยู เ อ็ น อี ก 2 ประเทศร่วมเรียกร้องด้วย ซึง่ แม้จะไม่ เปิดเผยว่าเป็นประเทศใดแต่กค็ าดกัน ว่าคือจีนกับรัสเซีย เนื่องจากประเทศ ที่ เ หลื อ ต่ า งเป็ น พั น ธมิ ต รของสหรั ฐ นอกจากนี้ นาย Ban Ki-moon เลขาธิการสหประชาชาติ และ Navi Pillay ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษย ชนก็แสดงความกังวลต่อประเด็นดัง กล่าวเป็นอย่างมาก ปฏิกริ ยิ าดังกล่าว จึงนำ�ไปสู่กระบวนการตรวจสอบที่ได้ เริม่ ขึน้ แล้วอย่างเป็นรูปธรรมตัง้ แต่ตน้ ปี 2013 การตรวจสอบทีก่ �ำ ลังดำ�เนิน อยู่จึงเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในแง่ของ กฎหมายระหว่ า งประเทศและ กฎบัตรสหประชาชาติ ที่สำ�คัญคือ บรรทัดฐานสากลกับอิทธิพลของ มหาอำ�นาจ ที่อาจเป็นตัวกำ�หนด แนวโน้มสถานการณ์ความรุนแรง ในอนาคต

นั บ ตั้ ง แต่ ส หรั ฐ ฯป ระ กาศ สงครามต่อต้านการก่อการร้ายในปี ค.ศ. 2001 อันมีปากีสถานเป็นพันธมิตร หลัก สหรัฐฯพยายามกดดันปากีสถาน ทุกวิถที างให้กวาดล้างกลุม่ ติดอาวุธใน ประเทศ โดยให้ ก ารสนั บ สนุ น ปากีสถานทั้งการเงิน การทหาร และ ค้ำ�จุนรัฐบาลปากีสถานมาโดยตลอด (สมั ย พลเอกมุ ช าร์ ร าฟ) ที่ สำ�คั ญ สหรั ฐ ฯยั ง ได้ เข้ า ไปปฏิ บั ติ ก ารทาง ทหารในปากีสถาน ผ่านฐานทัพของ ตั ว เองที่ ตั้ ง อยู่ บ ริ เ วณชายแดน อัฟกานิสถาน จนทำ�ให้สถานการณ์ใน ปากีสถานลุกเป็นไฟ และมีประชาชน บริสุทธิ์จำ�นวนหลายพันคนเสียชีวิต โดยเฉพาะจากการโจมตีทางอากาศ Rehman Malik รั ฐ มนตรี มหาดไทยของปากีสถาน ยืนยันว่านับ ตั้งแต่มีการโจมตีจนถึงกันยายน ปี 2012 มีการโจมตีด้วยโดรนถึง 336 ครัง้ มีผเู้ สียชีวติ ไปแล้วประมาณ 2,500 – 3,000 คน ส่วนใหญ่กว่า 80% เป็น พลเรือน ในจำ�นวนนี้ 174 คนเป็นเด็ก มีเพียง 2 % เท่านัน้ ทีเ่ ป็นแกนนำ�ระดับ สูง ส่วนข้อมูลจาก Drone Team รายงาน ณ วันที่ 3 มกราคม ค.ศ.2103 จำ�นวนผู้เสียชีวิตตั้งแต่ปีค.ศ.2004 – 2013 อยูท่ ปี่ ระมาณ 2,629 -3,461 คน

โ ด ร น กั บ สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น ใ น ปากีสถาน

ในรายงาน “Living Under Drones ของ Stanford University และ New York University’s School of Law ได้นำ�เสนอข้อมูลผลกระทบ จากปฏิ บั ติ ก ารของโดรนจากการ สัมภาษณ์ประชาชนในพื้นที่ชนเผ่าที่ ถูกโจมตี โดยสรุปเป็นข้อดังนี้ • ผู้ ป กครองไม่ ส่ ง เด็ ก ๆไป โรงเรียนเนือ่ งจากกลัวว่าจะได้รบั บาด เจ็บหรือเสียชีวิต อีกทั้งยังกระทบราย ได้และทำ�ให้ไม่สามารถส่งบุตรหลาน เรียนต่อได้ • มีปรากฏหลักฐานสำ�คัญว่ามี การโจมตี ใ นลั ก ษณะของโจมตี ซ้ำ� (double-tap strikes) ทำ�ให้ผทู้ เี่ ข้าไป ช่วยเหลือในที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ • ชุมชนมีความหวาดกลัวอยู่ ตลอดเวลาเมื่อเห็นโดรนบินอยู่เหนือ ท้องฟ้า • การโจมตีสง่ ผลให้พลเรือนเสีย ชีวติ และทรัพย์สนิ ระบบเศรษฐกิจได้ รั บ ผลกระทบ ตลอดจนความทุ ก ข์ ทรมานของผูไ้ ด้รบั บาดเจ็บและญาติผู้ เสียชีวิต • ประชาชนกลัวจนไม่กล้ารวม

ตัวกันในงานต่างๆ เช่น พิธีฝังศพ เพราะกลัวถูกโจมตี มีนกั ทำ�งานด้านมนุษยธรรมคน หนึ่งของสหรัฐ ได้เปรียบเทียบระดับ ความหวาดกลัวต่อการถูกโจมตีทาง อากาศของประชาชนชาวปากีสถาน ในพืน้ ทีว่ าซิรสิ ถาน (Waziristan) ว่า ไม่ต่างจากความหวาดกลัวของคนใน นิวยอร์กหลังเหตุการณ์ 9/11 จากข้อมูลหลักฐานต่างๆ ทำ�ให้ เห็นชัดว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในปากีสถานจากปฏิบตั กิ ารของสหรัฐ อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถานนายยูซฟุ ราซา กิ ล านี ได้ เ คยกล่ า วกั บ คณะ กรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนประจำ� สหประชาชาติ ว่า “ปฏิบัติการโดรน ของสหรั ฐ ในปากี ส ถานนั้ น เป็ น การ ละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนเพราะทำ�ให้ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ สตรี และเด็กที่ไม่ เกี่ยวข้องต้องเสียชีวิต” และเรียกร้อง ให้สหรัฐหยุดกระทำ�ดังกล่าวทีเ่ ป็นการ ละเมิ ด อธิ ป ไตยของประเทศ แต่ กลาโหมของสหรัฐกลับแสดงทีท่ า่ ตรง กันข้ามโดยย้ำ�ชัดว่า ไม่ว่าปากีสถาน จะร้องขออย่างไร สหรัฐก็จะไม่หยุด การปฏิบัติการ

การต่อต้านโดรนในปากีสถาน

การเคลื่อนไหวต่อต้านปฏิบัติ การโดรนของสหรัฐในปากีสถานเกิด ขึ้นเป็นระยะๆ พร้อมกับข้อเรียกร้อง ให้รฐั บาลอิสลามาบัดตัดความสัมพันธ์ กับสหรัฐ แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ นอกจากกลุม่ มวลชนในปากีสถานแล้ว ยังมีกลุ่มคนในสหรัฐอเมริกาเองที่ต่อ ต้านและเข้ามาร่วมเคลือ่ นไหวคัดค้าน ไปพร้อมๆกับมวลชนปากีสถาน โดย กลุ่มผู้ประท้วงอเมริกันมี 2 กลุ่มหลัก โดยกลุ่ ม แรกใช้ ชื่ อ เรี ย กตั ว เองว่ า "Code pink" เป็นกลุม่ ต่อต้านสงคราม

ของสหรัฐ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ หญิงชาวอเมริกัน ทำ�การประท้วงทั้ง ในอเมริกาและปากีสถาน ส่วนอีกกลุม่ ใช้ชื่อว่า "Christian Peace" กลุ่มนี้ เคยชุมนุมประท้วง ที่หน้าสำ�นักงาน ใหญ่ของ CIA เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2556 โดยมี เ ป้ า หมายต้ อ งการให้ อเมริกายุติการใช้โดรนโจมตีประเทศ ต่างๆ ในปลายปี 2012 กลุ่ม Code Pink 35 คนจากสหรัฐได้เดินทางมายัง ปากีสถาน เพื่อเข้าร่วมไปกับขบวน ประท้วงต่อต้านปฏิบัติการโดรน โดย นาง Medea Benjamin ผูก้ อ่ ตัง้ Code Pink กล่าวถึงความรูส้ กึ ต่อปฏิบตั กิ าร ของสหรัฐในปากีสถานไว้อย่างน่าสนใจ ว่า “พวกเราในนามของอเมริกนั ชน ที่มีสำ�นึกผิดชอบชั่วดี มาที่นี้เพื่อที่จะ บอกกับประชาชนชาวปากีสถานว่า พวกเราขอโทษต่อการสูญเสียชีวติ และ ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้น”

แนวโน้มของปัญหาการใช้โดรน

ภายใต้แนวโน้มของปัญหาและ ผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของ พลเรือนบริสุทธิ์จากปฏิบัติการโดรน ทำ�ให้เกิดความเคลือ่ นไหวเรียกร้องให้ มีการตรวจสอบความชอบธรรมมาก ขึ้น โดยเฉพาะในแง่กฎหมายระหว่าง ประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนสากล ซึง่ จะเห็นได้จากรายงานของ Christof Heyns ผูเ้ สนอรายงานพิเศษของยูเอ็น ว่าด้วยการก่อการร้ายและการฆ่านอก กระบวนการยุติธรรม ได้ตั้งข้อสังเกต ถึ ง การใช้ โ ดรนในรายงานเดื อ น มิถุนายน 2012 ว่า “หลายประเทศได้ กำ�หนดเป้าโจมตีตามใจชอบ ซึ่งอาจ ทำ�ให้ประเทศอืน่ ๆประพฤติในลักษณะ เดียวกันในอนาคต” และระบุวา่ “การ

โจมตีของสหรัฐในปากีสถาน เยเมน และที่อื่นๆ จะทำ�ให้นานาประเทศไม่ เคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชนที่มีมา อย่างยาวนาน” เมื่อเป็นเช่นนี้โจทย์ ใหญ่คือสหรัฐพร้อมที่จะให้อิสระกับ ปฏิบตั กิ ารโจมตีของโดรนกับประเทศ เหล่ า นั้ น หรื อ ไม่ เมื่ อ ประเทศอื่ น ๆ ประสบความสำ�เร็ จ ในการพั ฒ นา เทคโนโลยีนี้ ทั้งนี้ สำ�หรับเป้าหมายของการ โจมตีที่ผ่านมา Heyns มองว่า ค่อน ข้างขาดความชอบธรรมทางกฎหมาย โดยจะเห็นว่า “การโจมตีในบางพื้นที่ อาจชอบด้วยกฎหมาย (สหรัฐ) ใน พื้ น ที่ ที่ ถู ก จั ด เป็ น เขตสู้ ร บ (อย่ า ง อัฟกานิสถาน) แต่ในพื้นที่อื่นไม่ใช่ เพราะไม่ได้จดั อยูใ่ นลักษณะเดียวกัน” แต่เขายืนยันว่าพฤติกรรมทีเ่ กิดขึน้ ใน ลักษณะของการโจมตีซ้ำ�ในระหว่างที่ หน่วยให้ความช่วยเหลือกำ�ลังเข้าช่วย เหยือ่ คือ “อาชญากรรมสงคราม” ซึง่ กรณีนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในปากีสถาน ในประเด็นการสร้างความชอบ ธรรม สหรัฐอ้างเหตุผลของการพุง่ เป้า โจมตีกลุม่ อัลกออิดะห์และเครือข่าย ว่า เป็นการตอบโต้เหตุการณ์ 9/11 แต่ Heyns มองว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะ อ้างเหตุผลเดิมเพื่อสร้างความชอบ ธรรมต่อการสังหารชีวติ ผูค้ นในทีอ่ นื่ ๆ แต่บางประเทศกลับสร้างกฎหมายใหม่ ขึ้ น มาภายหลั ง เพื่ อ สร้ า งความชอบ ธรรมให้ กั บ ปฏิ บั ติ ก ารดั ง กล่ า ว นอกจากนีเ้ ขายังแสดงความกังวลเป็น พิเศษกับประเด็นการเลือกกลุ่มเป้า หมายของการโจมตี ที่กำ�หนดโดย หน่วยข่าวกรอง CIA และอนุมัติโดย ประธานาธิบดีนั้น เป็นกระบวนการที่ ไม่สามารถตรวจสอบได้ พร้อมทัง้ เรียก ร้องให้รฐั บาลสหรัฐให้ความกระจ่างชัด ถึงขั้นตอนของปฏิบัติการโจมตีเป้า

Thepublicpost Vol 93  

นสพ.ข่าวมุสลิมอันดับหนึ่ง

Advertisement