Page 11

ทัศนะบทความ

เดอะพับลิกโพสต์

ปี ท่ี 8 ฉบับที่ 93 (ประจ�ำวันที่ 1-30 กันยายน พ.ศ. 2556)

ชาวหุยกับการพัฒนาชาติจีน (ตอนที่ 1) ในอำ�เภอจางเจียชวนของมณฑลกาน ซู หลั ง จากสำ�เร็ จ การศึ ก ษาระดั บ ปริญญาตรีทางด้านภาษาในปีพ.ศ. 2521 แล้ ว ได้ ศึ ก ษาเพิ่ ม เติ ม ที่ มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิง่ (สอง) เริ่ ม ต้ น ทำ�งานจากการเป็ น บรรณาธิการวารสารที่เกี่ยวกับทาง ด้านวิทยาศาสตร์ พลังงานและงาน บริหารทางด้านการวิจัยเป็นต้น โดย สะสมประสบการณ์ในการทำ�งานมา 20 กว่าปี ปัจจุบนั ดำ�รงตำ�แหน่งหัวหน้า ศูนย์วิจัยพลังงานธรรมชาติ ผู้อำ�นวย การศูนย์วิจัยและอบรมโซล่าเซลล์ใน เอเชียแปซิฟกิ เป็นต้น ตลอดระยะเวลา ที่ ผ่ า นมายั ง เป็ น บรรณาธิ ก ารของ วารสารต่างๆ มากมายเช่นวารสาร วิ ท ยาศาสตร์ ก านซู การวิ จั ย และ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ค ว า ม รู้ ท า ง ด้ า น วิทยาศาสตร์เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว นายซีเ่ หวินหวายังได้เสนอบทความที่ เกี่ยวข้อง 60 กว่าเรื่อง ซี่เหวินหวา เป็นนักพัฒนาความก้าวหน้าทางด้าน วิทยาศาสตร์ เคยได้รับรางวัลระดับ ประเทศมาแล้วหลายรางวัล ได้เดิน ทางไปเผยแพร่ความรูท้ เี่ กีย่ วกับโซล่า เซลส์ และนำ�เสนอผลงานที่เกี่ยวข้อง 40 กว่าประเทศทั่วโลก มณฑลกานซูของจีนตัง้ อยูต่ อน บ น ขอ ง แม่ นำ�้ ฮวงโห ลั ก ษณะ ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง สภาพภูมิ อากาศค่อนข้างแห้งแล้ง ปริมาณน้ำ� ไม่มาก จึงทำ�ให้การรวมตัวของเมฆ น้อย ช่วงเวลากลางวันที่พระอาทิตย์

สาดส่องค่อนข้างนาน จึงเป็นปัจจัย หลั ก ที่ เ อื้ อ ต่ อ การพั ฒ นาโซล่ า เซลส์ ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ยิ่งทำ�ให้ซี่เห วินฮวาเกิดแรงดลใจต่างๆ ในการสร้าง ผลงานใหม่ๆ ขึ้น เขาพยายามสร้าง โรงเรียน โรงพยาบาลทีอ่ าศัยการใช้โซ ล่าเซลล์ การเริม่ ต้นในช่วงค.ศ. 1980 ถือ เป็ น ก้ า วที่ สำ�คั ญ ที่ ซี่ เ หวิ น ฮวาเข้ า สู่ วงการดังกล่าว เขากล่าวว่า” ในช่วง นั้นการใช้แผงโซล่าเซลล์มาตรฐานสูง ทีแ่ ปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า ของประเทศจีนยังล้าหลังมาก เป็นช่วง ที่ เร า จ ะ ต้ อ ง ศึ ก ษ า เ ท ค นิ ค แ ล ะ ประสบการณ์จากประเทศตะวันตก ด้วยเหตุนจี้ งึ ทำ�ให้ขา้ พเจ้าและทีมงาน มีโอกาสในการพัฒนาผลงานอย่างเต็ม ที่ ” ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโซล่าเซลล์ ทีอ่ าศัยอยูท่ ว่ั ประเทศจีน ล้วนแต่ผา่ น การอบรมทีเ่ มืองหลานโจว มณฑลกาน ซู่ในปีค.ศ. 1980-1983 การอบรมครั้ง ดังกล่าวประกอบด้วยผูเ้ ชีย่ วชาญทีม่ า จากประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา

ญี่ปุ่นเป็นต้น ทว่าหลังจากผ่านการ อบรมนั้น การเรียนรู้ของผู้เชี่ยวชาญ ของจีนนัน้ มีความต่อเนือ่ ง จึงสามารถ พัฒนาให้เกิดความทันสมัยได้ตลอด เวลา ตั้งแต่ปีค.ศ. 2000 ทยอยมีผู้ เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ ที่คอย เดินทางศึกษาความก้าวหน้าของโซล่า เซลล์ในผืนแผ่นดินจีน การถ่า ยทอดความรู้ผ่า นการ อบรมและการเรียนหลักสูตรระยะสั้น จึงเป็นกระบวนการเรียนรูท้ เี่ ลีย่ งไม่ได้ นายซี่เหวินฮวากล่าวว่า ” ภายใต้กา สนั บ สนุ น ของกระทรวงพาณิ ช ย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ปีค.ศ. 1991 – 2008 พวกเราได้มกี ารจัดอบรม เทคนิคทางด้านโซล่าเซลล์ทงั้ หมด 28 รุ่ น โดยมี ผู้ เข้ า อบรมจาก 5 ทวี ป ทัง้ หมด 104 ประเทศ จำ�นวน 800 กว่า ราย” นอกจากการจัดการอบรมแล้ว การจัดส่งผู้เชียงชาญเพื่อเดินทางไป ช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในรูปแบบของ ทวิภาคี ยังมีอยูไ่ ม่นอ้ ย การช่วยเหลือก ลุม่ ประเทศต่างๆ ทางแอฟริกา ในการ

จัดวางรูปแบบของโซล่าเซลล์ การผลัก ดันการใช้โซล่ลา่ เซลล์ทวั่ ประเทศคูเวต ช่วยประเทศบราซิลในการวางแผน สร้างแหล่งกำ�เนิดพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น เมือ่ สภาวะโลกร้อนมีผลกระทบ ต่อสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและ คอยคุกคามความเป็นอยูข่ องผูค้ นทุก หย่อมหญ้า การประสบความสำ�เร็จ ของผลงานของด้านโซล่าเซลส์ของจีน จึงเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดแจ้ง นายซี่ เหวินหวากล่าวว่า ” การประสบความ สำ�เร็จทางด้านโซลาเซลล์ของจีน มา ควบคูก่ บั ผลงานต่างๆ แสดงให้เห็นถึง การสนับสนุนและยอมรับของสังคม โลกอย่างกว้างขวาง ” เมื่อเดือน ธันวาคม พ.ศ.2005 ตัวแทนหน่วยงาน พั ฒ นาทางด้ า นอุ ต สาหกรรมของ สหประชาชาติและตัวแทนของรัฐบาล จีนได้ลงนามพร้อมกัน ณ กรุงเวียนนา ว่ า ด้ ว ยการยอมรั บ ที่ จ ะสร้ า งศู น ย์ สนับสนุนเทคนิคการใช้โซล่าเซลล์ของ องค์กรสหประชาชาติ ณ มณฑลกาน ซู ปรากฎการณ์ดงั กล่าวจึงเป็นเหมือน

11

ทีน่ ายซีเ่ หวินหวากล่าวว่า” พัฒนาการ ของโซล่าเซลล์ในเมืองจีนนั้น เริ่มต้น พร้อมกับการปฎิรูปการเปิดประเทศ ของจีน ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่าน มา เกิดการเปลีย่ นแปลงทีเ่ รียกว่าพลิก แผ่นดิน เทคนิคทีเ่ รานำ�มาประยุกต์ใช้ เกิดการเปลีย่ นแปลง แนวความคิดใน การทำ�งานมีการเปลีย่ นแปลง ผลงาน และตำ�แหน่ ง ต่ า งๆ ก็ มี ก ารเปลี่ ย น แปลง ” ภายในปีค.ศ. 2007 การใช้โซล่า เซลล์ในประเทศจีน ครอบคลุมพืน้ ทีถ่ งึ 100 ล้านตารางเมตร สัดส่วนที่ใช้นั้น คิดเป็น 60% ของพื้นที่ทั้งหมดในโลก และจี น กลายเป็ น ประเทศที่ มี ค วาม สำ�คัญทางด้านฐานผลิตอันดับที่สอง ของโลก นายซี่เหวินหวากล่าวอย่าง ภาคภู มิ ใ จว่ า ” การยอมรั บ ของ สหประชาชาติ และโอกาสในการสะสม ประสบการณ์ในการทำ�งานนั้น เป้น เรือ่ งสำ�คัญ และการให้ความสำ�คัญของ รัฐบาลจีนก็เป็นกำ�ลังสำ�คัญในการผลัก ดันให้โวล่าเซลล์มีความก้าวหน้าขึ้น เรื่อยๆ ” นายซี่เหวินหวา เป็นอีกหนึ่ง ตัวอย่างของชาวหุยทีป่ ระสบความ สำ�เร็จในหน้าทีก่ ารงาน ทีค่ อยสร้าง ความภูมใิ จให้กบั กลุม่ ชาติพนั ธุข์ อง ชาวหุยและสังคมจีน ตัวอย่างดัง กล่าวจึงเป็นทีป่ ระจักษ์วา่ ชาวหุยใน ปัจจุบนั นี้ มิได้มอี าชีพขายเนือ้ แกะ เพียงอย่างเดียวอย่างเช่นในอดีต อีกต่อไป แหล่งข้อมูลอ้างอิง http://www.musilin.net. cn/2011/1214/92362.html http://th.wikipedia.org/wiki/

ไปประกอบพิธีอุมเราะฮ์ ณ ราชอาณาจักรซาอุ ฯ วันที่ 30 มิถุนายน 2556 เวลา 08.00 น. ทุกคนเดินทางพร้อมกันที่ สนามบิ น สุ ว รรณภู มิ และออกจาก สนามบิน เวลา 11.00 น. ถึงสนามบิน มัสกัต ประเทศโอมาน เวลา 15.30 น. และต่ อ เครื่ อ งบิ น ไปถึ ง สนามบิ น เจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดอิ าระเบีย เวลาประมาณ 20.30 น. เพื่อเดินทาง ต่อโดยรถบัสปรับอากาศ ไปยังเมือง มาดีนะห์ ถึงโรงแรมทีพ่ กั เวลาประมาณ 03.30 น. เมื่อถึงที่พักทุกคนจะเตรียม ไปยังมัสยิดฮารอม เพือ่ ประกอบศาสน กิจประจำ�วัน ทำ�การละหมาดซุบฮิ (เช้า มืด) และเยี่ยมสถานที่ฝังร่าง ท่าน ศาสดามูฮำ�มัด (ซล.) และบรรดาซอ ฮาบะฮ์ (สาวก) ของท่าน มุสลิมทุก คนจะแวะเยี่ยมเยียน และประกอบ

ศาสนกิจ(อามัล้ อิบาดะฮ์) ละหมาดฟัรดู (ประจำ�วันวันละ 5 เวลา) อยู่ที่เมือง นี้รวม 5 วัน และได้มีโอกาสไปเยี่ยม สถานที่สำ�คัญทางประวัติศาสตร์ เช่น มัสยิดกุบาฮ์ ซึง่ ถือเป็นมัสยิดแห่งแรก ของมุสลิม การไปดูภูเขาอูฮุด ซึ่งเป็น สมรภูมิรบครั้งสำ�คัญ และเยี่ยมชม สวนอินทผาลัม ตลาดซือ้ ขายอินทผาลัม ฯลฯ วันที่ 5 กรกฏาคม 2556 เวลา ประมาณ 16.30 น. ทั้งหมดเดินทาง โดยรถบั ส ปรั บ อากาศ ไปยั ง เมื อ ง เมกกะฮ์ ถึงโรงแรมทีพ่ กั เวลาประมาณ 21.30 น.(ที่พักอยู่ห่างจากมัสยิดอัล ฮารอมประมาณ 800 เมตร) ในขณะ เดินทางออกจากเมืองมาดีนะห์ ทุก คนต้องเตรียมเดินทางไปประกอบพิธี

อุ ม เราะฮ์ ผู้ ช ายต้ อ งแต่ ง ตั ว ครอง เอี๊ยะรอม ตลอดการเดินทางต้องตั้ง เจตนา(เหนี ย ต) การประกอบพิ ธี อุมเราะฮ์ เมือ่ ถึงเมืองเมกกะฮ์ทกุ คน จะเร่ ง รี บ ไปมั ส ยิ ด อั ล ฮารอม ที่ ตั้ ง บัยตุ้ลเลาะห์ (กะบะห์) เพื่อประกอบ พิธีอุมเราะฮ์ โดยการเดินตอวาฟ 7 รอบ (กุดูม) รอบกะบะห์ และเดิน สะแอ 7 เที่ยว ระหว่างภูเขาซอฟา และภูเขามัรวะ (ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร) เสร็จทำ�การตะฮัลล้น (ขลิบ ผมหรื อ โกนผม) เป็ น อั น เสร็ จ พิ ธี อุมเราะฮ์ให้กับตัวเอง หลังจากนั้นใน วันต่อไปทุกคนสามารถประกอบพิธี อุมเราะฮ์ได้ตลอด และทำ�การละหมาด ที่ มั ส ยิ ด อั ล ฮารอม ให้ ไ ด้ ม ากที่ สุ ด เนือ่ งจากการละหมาดทีม่ สั ยิดแห่งนีม้ ี

คุณค่าความดีมากถึง 1 หมืน่ เท่า และ ได้ถือศีลอดเริ่มเข้าสู่เดือนรอมฏอน ละหมาดตะรอเวีย๊ ะห์ทกุ ค่ำ�คืน จะมีผล บุญมากเท่ากับการได้ประกอบพิธฮี จั ญ์ วันที่ 14 กรกฏาคม 2556 เวลา ประมาณ 17.30 น. เดินทางออกจาก เมืองเมกกะห์ ไปยังสนามบินเจดดาห์ เพือ่ เดินทางกลับประเทศไทย ถึงสนาม บินสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 15 กรกฏาคม 2556 (ตาม เวลาไทย) และนำ�ลู ก ค้ า เข้ า ที่ พั ก โรงแรมรีเจ้นท์ รับประทานอาหารเลีย้ ง ละศีลอด ก่อนเข้าทีพ่ กั เพือ่ พักผ่อน และ เดินทางกลับมาตุภมู ใิ นวันถัดไป “อัล ฮัมดูลิ้ลลา”

การเดินทางไปประกอบพิธี อุมเราะฮ์ครัง้ นี้ ประสบความสำ�เร็จ ด้ ว ยดี จากความร่ ว มมื อ จาก พนักงานธนาคารหลายท่าน หลาย ส่วนงาน ถือเป็นการได้รับผลบุญ ความดีในส่วนนี้ “อัลฮัมดูลิ้ลลา” และโครงการดีๆอย่างนี้ หวังว่ายัง คงมีตอ่ ไป เพือ่ ส่งเสริมการทำ�ความ ดีในทุกภาคส่วน “อินชาอัลลอฮ์” รายงานโดย วันชัย พฤทธ์พจน์ (ฮัจญีมุสตอฟา) กลุ่มงานสินเชื่ออิสลาม กองทุนธนาคารอิสลาม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์

Thepublicpost Vol 93  

นสพ.ข่าวมุสลิมอันดับหนึ่ง

Advertisement