Page 1

หน่วยที่ 1

ความรู้เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์

1


สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ : ความหมาย คำ�ว่า “พิมพ์” ตรงกับคำ�ในภาษาอังกฤษว่า “print” ซึ่งหมายความถึง “การผลิตข้อความและภาพ โดยใช้ตัวพิมพ์ แม่พิมพ์ หรือ แบบพิมพ์ ซึ่งถูกทาหรือฉาบด้วยหมึกแล้วกดทับลงบนวัสดุที่ต้องการพิมพ์ เช่น กระดาษ ผ้า” พจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายคำ�ว่า พิมพ์ หมายถึง รูป รูป ร่าง แบบ เช่น หยอดวุ้นลงในพิมพ์ หน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกัน ถ่ายแบบ, ใช้เครื่องจักรกดตัวหนังสือหรือภาพ เป็นต้นให้ติดบนวัตถุ เช่นแผ่นกระดาษ ผ้า เช่น พิมพ์ผ้า พิมพ์ขนมเป็นรูปต่าง ๆ ส่วนคำ�ว่า “การพิมพ์” ตรง กับคำ�ในภาษาอังกฤษว่า “printing” ซึ่งหมายความถึง“การผลิตสำ�เนาข้อความและภาพลงบนวัสดุที่ต้องการ พิมพ์ เช่น กระดาษ ผ้า” กำ�ธร สถิรกุล (2515) ให้ความหมายคำ�ว่า “การพิมพ์” หมายถึง การจำ�ลองต้นฉบับอันหนึ่งจะเป็น ภาพหรือตัวหนังสือก็ตาม ออกเป็นจำ�นวนมาก ๆ เหมือนกัน บนวัสดุที่เป็นพื้นแบน หรือใกล้เคียงกับพื้นแบน ด้วยการใช้เครื่องมือกล” 2


จากความหมายของ การพิมพ์ ที่กล่าวมา จะเห็นได้ ว่า งานด้านการพิมพ์เป็นกระบวนการ ซึ่งมุ่งหมายในการ จำ�ลองภาพจากต้นฉบับ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพถ่าย ตัว อักษร เพื่อให้เกิดเป็นชิ้นงานที่มีลักษณะเหมือนภาพต้นฉบับ เดิมทุกประการ ในปริมาณที่มากตามความต้องการบนพื้นผิว ของวัสดุชนิดต่าง ๆ สำ�หรับคำ�ว่า “สิ่งพิมพ์” นั้น พจนานุกรมไทย ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้ความหมายว่าหมาย ถึง “สมุด แผ่นกระดาษหรือวัตถุใด ๆ ที่พิมพ์ขึ้น รวมตลอด ทั้งบทเพลง แผนที่ แผนผังภาพ ภาพวาด ภาพระบายสี ใบ ประกาศ แผ่นเสียง หรือสิ่งอื่นใดอันมีลักษณะเช่นเดียวกัน” ส่วนคำ�ว่า “สื่อ” หมายถึง “การติดต่อให้ถึงกันชักนำ� ให้รู้จักกัน หรือตัวกลางที่ทำ�การติดต่อ ให้ถึงกัน” “สื่อสิ่งพิมพ์” จึงมีความหมายว่า “เป็นแผ่นกระดาษ หรือวัตถุใด ๆ ที่มีกระบวนการจัดทำ�ขึ้นจากการสำ�เนามาจากต้นฉบับเกิดเป็นชิ้นงานที่มีลักษณะเหมือนกัน ขึ้นหลายสำ�เนา ใน ปริมาณมาก มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการติดต่อหรือชักนำ�ให้บุคคลอื่นให้เห็นหรือทราบ ข้อมูลต่าง ๆ”

3


พัฒนาการของการพิมพ์ ในยุคโบราณมนุษย์รู้จักการสื่อสารกันด้วยการวาดภาพ การเขียนสัญลักษณ์ เป็นรูป ซึ่งต่อมา ได้พัฒนาเป็นตัวอักษรภาพ แล้วจึงเป็นตัวอักษร การพิมพ์เริ่มขึ้นในประเทศจีน ชาวจีนรู้จักการสร้างแม่พิมพ์อย่างง่าย โดยการแกะ สลักตัวอักษรหรือภาพลงบนท่อนไม้ ก้อนหิน งาช้าง หรือกระดูกสัตว์ แล้วนำ�แม่พิมพ์นั้น ไปกดลงบนก้อนดินเหนียว ขี้ผึ้ง หรือครั่ง ปรากฏเป็นตัวอักษร หรือภาพตามแม่พิมพ์ การพิมพ์ลักษณะดังกล่าว เรียกว่า แม่พิมพ์นูน (Relief Printing) ประมาณปี ค.ศ. 170 ชาวจีนได้มีการคัดลอกตำ�รา และรูปโดยแกะสลักตัวอักษรและรูปบนแผ่นหินขนาดใหญ่ ให้ส่วนที่เป็นตัวอักษรหรือลายเส้นนูนขึ้น แล้วนำ� เอากระดาษมาทาบ ใช้ถ่านมาถูจนเกิดภาพตัวอักษรบนกระดาษ ประมาณปี ค.ศ. 400 ชาวจีนรู้วิธีการคิดค้นทำ�หมึกได้สำ�เร็จ จึงมีการนำ�ตราประทับซึ่งทำ�โดยไม้หรือ หินที่แกะเป็นแม่พิมพ์ จุ่มหมึกแล้วประทับบนกระดาษ หรือวัสดุอื่น ๆ แทนการฝนด้วยถ่าน ต่อมาจึงมีการ ทำ�แม่พิมพ์ที่แกะบนแผ่นไม้เป็นข้อความและภาพ มาประทับบนหมึก แล้วจึงนำ�แม่พิมพ์ที่มีหมึกติดอยู่ไป ประทับบนวัสดุแผ่นเรียบ เช่น หนังสัตว์ เสื่อ และกระดาษ ได้สำ�เนาเหมือนต้นฉบับเป็นจำ�นวนหลาย ๆ ชุด การพิมพ์ลักษณะนี้ เรียกว่า การพิมพ์บล็อกไม้ (Wood Block Printing)

4


ต่อมาในปี ค.ศ. 1040 มีชาวจีน ชื่อ ไป่เช็ง ได้คิดค้นแกะตัวอักษรบนแท่งดิน เหนียวเป็นตัว ๆ แล้วทำ�ให้แข็งโดยการผึ่ง แดดแล้วนำ�ไปเผา เมื่อต้องการใช้ จึงนำ�แท่ง ดินเหนียวที่มีตัวอักษรตามความหมายมา เรียงเป็นข้อความที่ต้องการ ใช้เป็นแม่พิมพ์ สำ�หรับพิมพ์ ต่อมา ในปี ค.ศ. 1400 ชาวเกาหลี จึงได้คิดค้นประดิษฐ์ตัวพิมพ์ทำ�จากโลหะ ผสมระหว่างทองแดงกับดีบุกได้สำ�เร็จ ทำ�ให้ ตัวพิมพ์มีความแข็งแรงมากขึ้น ค.ศ. 1455 โยฮัน กูเตนเบิร์ก (Johann Gutenberg) ชาวเยอรมัน ได้ประดิษฐ์ตัวพิมพ์ โลหะเครื่องพิมพ์ หมึกพิมพ์ กระดาษและกรรมวิธีในการพิมพ์ได้สำ�เร็จและมีการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง เป็นการพิมพ์แบบพื้นนูน เรียกว่า เล็ตเตอร์เพรสส์ (Letter Press) เป็นที่นิยมกันแพร่หลาย มากจนถึงปัจจุบัน ในเวลาต่อมาเขาได้รับการยกย่องเป็น “บิดาแห่งการพิมพ์”

5


การพิมพ์เลตเตอร์เพรสนั้น เรียกว่า ตัวพิมพ์ร้อน เป็นการใช้ความร้อนในการหล่อตัวพิมพ์ของตัวอักษรแต่ละ ตัวด้วยโลหะ ได้ตัวอักษรจำ�นวนมาก นำ�มาเก็บไว้ในช่องตัวพิมพ์แต่ละตัวในกระบะ เมื่อต้องการนำ�ไปสร้างแม่พิมพ์ จะ มีผู้เรียงพิมพ์นำ�เอาตัวพิมพ์จากกระบะมาเรียงสะกดคำ�เป็นข้อความลงในรางเรียงพิมพ์เป็นข้อความแต่ละบรรทัด จน ครบเป็นหน้า จากนั้นจึงนำ�ไปเข้าเครื่องพิมพ์ออกมาบนกระดาษ การเรียงพิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ร้อนนี้ ได้มีการปรับปรุง ใช้เครื่องจักรมาเรียงพิมพ์แทนคน เรียกว่า เครื่องเรียงพิมพ์แบบ โมโนไทป์ (Monotype) ซึ่งเป็นเครื่องจักรทำ�การ หล่อตัวพิมพ์เป็นตัว ๆ มาเรียงกันเป็นคำ�เป็นข้อความแต่ละบรรทัด และพัฒนามาเป็นเครื่องเรียงพิมพ์แบบ ไลโนไทป์ (Linotype) ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่สามารถหล่อตัวพิมพ์ออกมาได้ครั้งละหลายบรรทัด ปัจจุบันการใช้ตัวพิมพ์ร้อน นิยม ใช้น้อยลง เนื่องจากมีระบบการพิมพ์ที่ทันสมัยแบบต่าง ๆ เข้ามาแทน ค.ศ. 1898 ได้มีการประดิษฐ์ เครื่องเรียงพิมพ์ด้วยแสง (Phototypesetting) ขึ้น ใช้สร้างตัวพิมพ์แบบ “ตัว พิมพ์เย็น” (Cold Type) นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแม่พิมพ์พื้นนูนแบบแผ่นด้วย การใช้วิธีฉายแสงโดยใช้น้ำ�ยาไวแสง ฉาบลงบนแผ่นโลหะที่ใช้เป็นแม่พิมพ์ ทำ�ให้การทำ�แม่พิมพ์สะดวกขึ้น

6


พัฒนาการของการพิมพ์ในประเทศไทย การพิมพ์ในประเทศไทยได้รับอารยธรรมจากชาวตะวันตกตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช โดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศส ชื่อ หลุยส์ ลาโน (Loius Laneau) ได้มาตั้งโรงพิมพ์แห่ง แรกขึ้น ในปี พ.ศ. 2205 เพื่อพิมพ์คำ�สอนศาสนาคริสต์ในเมืองไทย ต่อมา จึงได้มีการตั้งโรงพิมพ์หลวงขึ้น ในพระราชวังที่ลพบุรี การพิมพ์ในสมัยนั้นยังไม่มีการหล่อตัวพิมพ์อักษรไทย จึงใช้ตัวอักษรโรมันมาเรียง พิมพ์ทับศัพท์ตามการออกเสียงภาษาไทยแทน ส่วนสิ่งพิมพ์ที่ต้องการพิมพ์เป็นภาษาไทยจะใช้บล็อกไม้แกะ เป็นแม่พิมพ์ข้อความทั้งหน้า เพื่อใช้เป็นแม่พิมพ์ และใน พ.ศ. 2229 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ ส่งคณะทูตนำ�โดย เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ไปเจริญสัมพันธไมตรี ยังประเทศฝรั่งเศส เจ้าพระ ยาโกษาธิบดี (ปาน) ได้มีโอกาสศึกษางานที่โรงพิมพ์หลวงของฝรั่งเศส และได้กลับมาพัฒนาการพิมพ์ใน เมืองไทย จนรัชสมัย สมเด็จพระเพทราชา กิจการพิมพ์ในเมืองไทย จึงได้หยุดชะงักไป จนสิ้นสุดสมัยกรุง ศรีอยุธยา เมื่อไทยเสียกรุงให้แก่พม่า ก็ไม่พบหลักฐานใด ๆ อีก

7


จนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2339 กิจการพิมพ์จึงมีการริเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในรัชสมัย สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้มีคณะเผยแพร่ศาสนา จากฝรั่งเศสนำ�โดย บาทหลวง การ์โนลต์ (Arnoud Antioine Garnault) เข้ามาประเทศไทย มีการตั้งโรงพิมพ์ ขึ้นอีกครั้งที่ โบสถ์ ซังตาครูส ฝั่งธนบุรี มีการพิมพ์สิ่ง พิมพ์สำ�คัญ คือ หนังสือคำ�สอนคริสตัง เป็นหนังสือคำ� สอนศาสนาที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรโรมันทับศัพท์ภาษาไทย จากหลักฐานชิ้นดังกล่าวในเวลาต่อมา ใน พ.ศ. 2525 ม.ล.มานิจ ชุมสาย ได้แถลงข่าวว่าพบหลักฐานหนังสือ และจดหมายยืนยันระบุว่าหนังสือคำ�สอนคริสตังเป็นการ พิมพ์หนังสือครั้งแรกในประเทศไทย (อ้างอิงมาจาก ประวัติการพิมพ์ในประเทศไทย : http:// haab.Catholic . or.th/churchbkk/sarasat/sarasat4/sara sat4.html)

8


จากจุดเริ่มต้นครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นกิจการพิมพ์ของไทยที่มีความก้าวหน้าอย่างแพร่หลายใน รัชกาลต่อ ๆ มา โดยส่วนใหญ่ชาวตะวันตกเป็นเจ้าของกิจการ การพิมพ์ในยุคสมัยนั้น ยังไม่พบหลัก ฐานการพิมพ์หนังสือไทย ทั้งนี้ เนื่องจากเครื่องพิมพ์ที่ชาวต่างชาตินำ�เข้ามา ยังไม่มีตัวอักษรไทย สำ�หรับตัวอักษรไทยนั้น พบว่ากำ�เนิดขึ้นที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ในปี พ.ศ. 2356 โดยมิชชันนารีชาวอเมริกัน ชื่อบาทหลวง จัดสัน (Reverend Adoniram Judson) และภริยา นาง จัดสัน (Ann Hazeltine Judson) ที่เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาในเมืองย่างกุ้ง และได้ศึกษา ภาษาไทยจาก เชลยศึกไทย และเมื่อนาย ฮัพ (George H. Hough) ตำ�แหน่งช่างพิมพ์ได้นำ�แท่นพิมพ์ และตัวพิมพ์ภาษาอังกฤษมาตั้งโรงพิมพ์ในเมืองย่างกรุง บาทหลวงจัดสันจึงได้ออกแบบตัวพิมพ์ภาษา พม่า และนางจัดสันได้ออกแบบตัวพิมพ์ภาษาไทยขึ้นเช่นกัน โดยออกแบบขึ้นจากลายมือเชลยศึกไทย ที่มีลายมือดี เป็นแบบ ทำ�การหล่อตัวพิมพ์ที่ออกแบบขึ้นนั้น และทำ�การพิมพ์หนังสือไทยขึ้น ในปี พ.ศ. 2359 ถือว่าเป็นการพิมพ์ที่ใช้ตัวอักษรไทยเป็นครั้งแรก ส่วนหนังสือที่พิมพ์ในครั้งนั้น เป็นหนังสือเรื่องใดบ้าง ไม่มีหลักฐานให้ตรวจสอบ ในปี พ.ศ. 2362 เมื่อพม่าเปลี่ยนแผ่นดิน ไม่สนับสนุนให้ชาวต่างชาติเผยแพร่ศาสนา เหล่ามิชชันนารีอพยพไปอาศัยที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย และได้นำ�ตัวพิมพ์ภาษาต่าง ๆ ไปทั้งหมด จนถึง พ.ศ. 2371 ร.อ. เจมส์ โลว์ (James Low) กัปตันเรือชาวอังกฤษ ได้ใช้ตัวพิมพ์ไทย พิมพ์หนังสือชื่อ A Grammar of The Thai or Siamese Languaga มีความหนา 102 หน้า ขนาดใหญ่กว่าหนังสือ 8 หน้า ยกเล็กน้อย เนื้อเรื่องส่วนใหญ่พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ มี อักษรไทยประกอบเพียงไม่กี่หน้า เนื้อหาหนังสือเป็นภาษา อังกฤษที่สอนไวยากรณ์ไทยแก่ชาวต่างชาติ หนังสือเล่ม นี้ ปัจจุบันยังมีปรากฏหลักฐานเหลืออยู่ และได้รับการ ยอมรับว่าเป็น “หนังสือที่มีตัวพิมพ์อักษรไทยพิมพ์เป็นครั้งแรก”

9


ต่อมา ตัวพิมพ์อักษรภาษาไทย ของนางจัดสัน ได้ถูกมิชชันนารีที่ต้องการเข้ามาเผยแพร่ศาสนาใน แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขอซื้อเพื่อนำ�มาตั้งโรงพิมพ์ที่สิงคโปร์ มีการหล่อตัวพิมพ์ไทยเพิ่มอีกหนึ่งแบบ (เป็นแบบที่นำ�มาใช้พิมพ์หมายประกาศห้ามสูบฝิ่น ในสมัยรัชกาลที่ 3) หลังจากนั้น ตัวพิมพ์ไทยมีการขายทอดต่อๆไปยังมิชชันนารีอีกหลายคณะ จนเมื่อ วันที่ 18 กรกฏาคม 2378 หมอ แดน บีช บลัดเลย์ (Dan Beach Bradley) และภรรยาที่มีพำ�นักในสิงคโปร์ ต้องการ ย้ายถิ่นฐานมายังประเทศไทย ได้ซื้อตัวพิมพ์ไทยและแท่นพิมพ์แบบเก่าทำ�ด้วยไม้เข้ามาด้วย มีการจัดติดตั้ง และเตรียมการพิมพ์ มีการสั่งช่างพิมพ์ชาวอเมริกัน แท่นพิมพ์โลหะและกระดาษจำ�นวน 100 รีม เข้ามา เพิ่มอีก ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจการพิมพ์ของไทย ริเริ่มขึ้นโดยมิชชันนารีผู้รู้วิชาการพิมพ์ พร้อมมีเครื่องมือที่ ทันสมัยในครั้งนั้น สำ�หรับหลักฐานด้านสิ่งพิมพ์ของไทย ได้รับการจารึกประวัติศาสตร์ที่สำ�คัญขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีการจ้างโรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ ให้พิมพ์พระบรมราชโองการ หมายประกาศห้ามสูบ ฝิ่น จำ�นวน 9,000 ฉบับ ซึ่งถือว่าเป็น สิ่งพิมพ์ราชการชิ้นแรกของไทย

10


11


หมอบรัดเลย์ ได้สร้างคุณุปการด้านต่าง ๆ ให้ กับเมืองไทยนานัปการ เช่น ทำ�การผ่าตัดแขนพระ ภิกษุที่ประสบอุบัติเหตุจากกระบอกบรรจุดินดำ�ทำ�พลุ แตกโดยตัดแขนทิ้งเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ได้มีการริเริ่ม พิมพ์ ปฏิทินไทย พิมพ์ ตำ�ราปืนใหญ่ พิมพ์ หนังสือ คัมภีร์ครรภ์ทรักษา มีการออกหนังสือข่าวเป็นราย ปักษ์ขึ้นครั้งแรก ชื่อว่า บางกอกรีคอเดอร์ (The Bangkok Recorder) มีทั้งฉบับภาษาอังกฤษและ ภาษาไทย โดยออกฉบับปฐมฤกษ์ใน วันที่ 4 กรกฎาคม 2398 ทำ�ให้เมืองไทยมีหนังสือพิมพ์ฉบับแรกกำ�เนิด ขึ้น หมอบรัดเลย์เรียกหนังสือพิมพ์ฉบับนี้หลายชื่อ ด้วยกัน เช่น “จดหมายเหตุ” “นิวสะเปเปอ” และ “หนังสือพิมพ์” ต่อมาคำ�ว่า “หนังสือพิมพ์” ได้รับ การยอมรับจนใช้มาถึงปัจจุบัน

12


ส่วนกิจการพิมพ์ของคนไทย บุคคลสำ�คัญผู้บุกเบิกริเริ่มเรื่องนี้ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดให้ตั้งโรงพิมพ์ขึ้นที่ วัดบวร นิเวศวิหาร ในขณะที่พระองค์ทรงผนวช โดยได้รับคำ�ปรึกษาจากหมอบรัดเลย์ ซึ่งถือเป็นพระสหาย และเมื่อลาสิกขาบทแล้ว พระองค์ได้ทรงตั้งโรงพิมพ์อีก แห่งหนึ่ง ในพระบรมมหาราชวัง ทรงตั้งชื่อว่า “โรงอักษรพิมพการ” ถือเป็น โรงพิมพ์หลวงในสมัยนั้น พระองค์เป็นผู้นำ�การพิมพ์ที่ใช้ แม่พิมพ์หิน (Lithography) มาใช้ในเมืองไทยครั้งแรก ทำ�ให้การพิมพ์ในเมืองไทยมีความก้าวหน้า ทัดเทียมต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2435 ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว มีการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยขึ้น และในรัชสมัยของ พระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการตั้งโรงงานผลิตกระดาษในเชิงอุตสาหกรรม ขึ้น แสดงให้เห็นถึงกิจการด้านการพิมพ์เจริญเติบโตมาเป็นลำ�ดับตั้ง ยุคสมัย รัตนโกสินทร์มาจนถึงปัจจุบัน กิจการพิมพ์ประเทศไทยในปัจจุบัน นับว่ามีเทคโนโลยีที่ทัดเทียมกับ ต่างประเทศ มีเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทันสมัย คุณภาพของงานพิมพ์สูง ระยะเวลาในการผลิตสั้น การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างแพร่หลาย

13


บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ นักวิชาการหลายท่านได้ให้ทัศนะถึงบทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ไว้ (อ้างอิงมาจาก http://course wares. mju.ac.th:81/e-learning49/ca519/Chapter5/unit2.htm) ดังนี้ วิชัย พยัคฆโส (2542) “สื่อสิ่งพิมพ์มีบทบาทที่สำ�คัญต่อการพัฒนาประเทศเพราะสื่อสิ่งพิมพ์ ได้ เสริมสร้างบทบาทพื้นฐานด้านการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองควบคู่กันไป บางครั้งมีผู้กล่าว ว่า ความเจริญ ของประเทศใดอาจวัดได้จากปริมาณการบริโภคกระดาษของชนในชาตินั้นเป็นองค์ประกอบ หนึ่ง สำ�หรับประเทศไทย เช่นเดียวกัน บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ได้มีบทบาทสูงยิ่งในการพัฒนาประเทศ มาจน ปัจจุบันและในอนาคตต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” สิ่งพิมพ์จึงถือว่าเป็นสื่อที่มีอิทธิพลในวงการต่างๆ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถเผยแพร่ได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ใน งานสื่อมวลชนสามารถนำ�เสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระ และ ความบันเทิงเผยแพร่ถึงมวลชนได้อย่างแพร่หลาย ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร บทบาทสื่อสิ่งพิมพ์ใน วงการศึกษา จัดว่าเป็นสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนมาอย่าง ยาวนาน และคงอยู่ต่อไป แม้จะมีสื่อในระบบออนไลน์ ที่ทันสมัยมากขึ้น แต่สื่อสิ่งพิมพ์ก็ยังคงเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพล มาได้ตลอดกาล สามารถทำ�ให้ผู้เรียน ผู้สอนเข้าใจเนื้อหา มากขึ้น เช่น หนังสือ ตำ�รา แบบเรียน แบบฝึกหัด และ สามารถพัฒนาเป็นเนื้อหาในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในงานด้านธุรกิจประเภทต่าง ๆ เช่น งานโฆษณา ได้แก่ การผลิต หัวจดหมาย ซองจดหมาย ใบ เสร็จรับเงิน ใบส่งของ โฆษณาหน้าเดียว นามบัตร เป็นต้น สิ่งพิมพ์นอกจากจะมีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำ�วันระดับบุคคลแล้ว ยังมีบทบาทอย่างมากต่อ การพัฒนาบ้านเมือง ต่อความเจริญทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมด้วย (จันทนา ทองประยูร : 2537) 14


บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ อาจจำ�แนกได้ 6 ประการ กล่าวคือ 1. บทบาทด้านการดำ�เนินงานของรัฐ การใช้สื่อสิ่งพิมพ์ในการ ดำ�เนินงานของรัฐ หมายถึง การที่ผู้ปกครองประเทศใช้สื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อชี้แจงนโยบายและการดำ�เนินงานของรัฐ วางแผนเพื่อพัฒนาชาติ สร้างความรู้สึก เรื่องความเป็นชาติในหมู่ประชาชน ตลอดจนใช้สื่อสิ่ง พิมพ์ตอบโต้กับฝ่ายที่ขัดขวาง การดำ�เนินงานของรัฐ ไปสู่เป้าหมายที่ วางไว้ รวมทั้งใช้สื่อสิ่งพิมพ์ในการเร่งเร้าให้ประชาชนดำ�เนินการต่าง ๆ ไปตามแนวทางที่รัฐกำ�หนด

2. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในงานสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์มี ความสำ�คัญในด้านการเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระ และ ความบันเทิง ซึ่งเมื่องานสื่อมวลชนต้องเผยแพร่ จึงต้องผลิต สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร เป็นต้น

3. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์กับการศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ถูกนำ�ไปใช้ใน สถานศึกษาโดยทั่วไป ซึ่งทำ�ให้ผู้เรียน ผู้สอนเข้าใจในเนื้อหามาก ขึ้น เช่น หนังสือ ตำ�รา แบบเรียน แบบฝึกหัดสามารถพัฒนาได้เป็น เนื้อหาในระบบ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้

15


4. บทบาทสิ่งพิมพ์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและดำ�เนิน ธุรกิจ การใช้ผลิตภัณฑ์ทาง การพิมพ์ เพื่อการพัฒนา เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์ ซองป้ายปิด (ฉลาก) และสื่อสิ่งพิมพ์ ประเภท คู่มือการใช้ แคตตะล๊ อก (catalog) บทบาทในงานด้านธุรกิจ เช่น งานโฆษณา ได้แก่ การผลิต หัวจดหมาย/ซองจดหมาย, ใบเสร็จรับ เงิน/ใบส่งของ, โฆษณาหน้าเดียว นามบัตร เป็นต้น

5. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในงานที่เกี่ยวกับหลักฐานทาง กฎหมาย ได้นำ�สื่อสิ่งพิมพ์หลาย ๆ ประเภทมาใช้ในการ ดำ�เนินงาน เช่น ใบสำ�คัญธนาคาร ธนบัตร เช็คธนาคาร ตั๋วแลกเงิน และหนังสือเดินทาง

6. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในด้านการค้าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีก สื่อสิ่งพิมพ์ที่ทางห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้า ปลีก ใช้ในการดำ�เนินธุรกิจ ได้แก่ ใบปิดโฆษณาต่าง ๆ ใบปลิว, แผ่นพับ, จุลสาร

16


บทสรุป “สื่อสิ่งพิมพ์” หมายถึง “เป็นแผ่นกระดาษหรือวัตถุใด ๆ ที่มีกระบวนการจัดทำ�ขึ้นจาก การสำ�เนามาจากต้นฉบับเกิดเป็นชิ้นงานที่มีลักษณะเหมือนกันขึ้นหลายสำ�เนา ในปริมาณมาก มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการติดต่อหรือชักนำ�ให้บุคคลอื่นให้เห็นหรือทราบข้อมูลต่าง ๆ” สื่อสิ่ง พิมพ์ เป็นสื่อที่กำ�เนิดขึ้นและมีการใช้ในอดีตมาอย่างยาวนาน และมีพัฒนาการก้าวหน้ามาเป็น ลำ�ดับ สื่อสิ่งพิมพ์มีบทบาทกับทุกวงการ เป็นสื่อที่เข้าถึงได้ง่าย มีราคาประหยัด และยังเป็นสื่อ ที่ได้รับความนิยมกับประชาชนทั่วไป แม้จะมีสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้าทดแทนในหลายภาคส่วน แต่ สื่อสิ่งพิมพ์ยังได้รับความนิยมตลอดมาอย่างไม่เสื่อมคลาย

17


บรรณานุกรม กำ�ธร สถิรกุล. ประวัติหนังสือและการพิมพ์. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : รุ่งศิลป์การพิมพ์, 2528. “ความหมายการพิมพ์” ความรู้เบื้องต้นการพิมพ์. สืบค้นมาจาก http://thanetnetwork.com/ wbiprinting /WBI/wbi_6/lesson/basic_2.html เมื่อ 19 กรกฏาคม 2557. จันทนา ทองประยูร. การออกแบบและจัดหน้าสิ่งพิมพ์. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2537. -----------. “เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์.” เอกสารการสอนชุดวิชาความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ หน่วยที่ 8-15. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี. : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2546. นันทา วิทวุฒิศักดิ์. หนังสือและการพิมพ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ศิลปาบรรณาคาร, 2529. พจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ : นานมีบุคส์, 2554. วันชัย ศิริชนะ. “กระบวนการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์.” เอกสารการสอนชุดวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ หน่วยที่ 7 กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2539. วัลลภ สวัสดิวัลลภ. หนังสือและการพิมพ์. พิมพ์ครั้งที่ 2. ลพบุรี : วิทยาลัยครูเทพสตรี,2532. วิชัย พยัคฆโส. สูจิบัตรงานวันการพิมพ์ไทย. กรุงเทพฯ : ม.ป.ท., 2543. วิษณุ สุวรรณเพิ่ม. การตกแต่งต้นฉบับ. กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองการพิมพ์, 2524. ศักดิ์ชัย เกียรตินาคินทร์. “การออกแบบสิ่งพิมพ์ทั่วไป.” เอกสารการสอนชุดวิชาการออกแบบทางการพิมพ์ หน่วยที่ 8. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2539. ศิริพงศ์ พยอมแย้ม. การพิมพ์เบื้องต้น. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2530. ส.พลายน้อย, นามปากกา. “200ปี หมอบรัดเลย์ชีวิตและงานอันยิ่งใหญ่ของชายผู้หนึ่ง.” สารคดี. 20 ; 233 (กรกฎาคม 254) สกนธ์ ภู่งามดี. การออกแบบและผลิตโฆษณา. กรุงเทพฯ : แซทโฟร์พริ้นติ้ง, 2546. สมาคมแยกสีแม่พิมพ์เพื่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย. ระบบการพิมพ์แบบต่างๆ. กรุงเทพ : ม.ป.ม.,2545. สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ. การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือสวนสุนันทา, 2546. อารยะ ศรีกัลยาณบุตร. “การสร้างสรรค์และการออกแบบสิ่งพิมพ์.” เอกสารการสอนชุดวิชาความรู้เบื้อง ต้นเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ หน่วยที่ 1-7. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี. : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2546. หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑล กรุงเทพฯ. “ประวัติการพิมพ์ ในประเทศไทย.” จาก หนังสืองานแสดงการ พิมพ์แห่งประเทศไทย ครั้ง 5 หน้า 1-15 สืบค้นมาจาก http://haab.catholic.or. th/churchbkk/ sarasat/sarasat4/sarasat4.html เมื่อ 19 กรกฏาคม 2557. 18

Profile for walan

สื่อสิ่งพิมพ์  

สื่อสิ่งพิมพ์  

Advertisement