Page 1

รายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๑ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

กลุ่มอำนวยกำร สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร


2

คานา สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธ ำนี เขต ๑ ดำเนินกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ ยง เกี่ยวกับกำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน โดยวิเครำะห์ ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับกำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิด ผลประโยชน์ทับซ้อน ตำมมำตรฐำน COSO (The Committee of Sponsoring Organizations of the Tread way Commission) เพื่ อ ก ำหนดมำตรกำรส ำคั ญ เร่ ง ด่ ว น เชิ ง รุ ก ในกำรป้ อ งกั น กำรทุ จ ริ ต กำรบริ ห ำรงำน ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และกำรแก้ไขปั ญหำกำรกระทำผิดวินัยของเจ้ำหน้ำที่รัฐ ที่เป็นปัญหำสำคัญและพบบ่ อย นอกจำกนี้ ยังนำควำมเสี่ยงเกี่ยวกับกำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนที่ได้นี้มำกำหนดเป็นคู่มือป้ องกัน ผลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ น ส ำนั ก งำนเขตพื้ น ที่ ก ำรศึ ก ษำอี ก ด้ ว ย เพื่ อ บรรลุ เ ป้ ำ หมำยตำมยุ ท ธศำสตร์ ช ำติ ว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564)

สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ ๒ มีนำคม 2561


3

สารบัญ หน้า คานา สารบัญ ส่วนที่ ๑ บทนา

๕ 1. หลักกำรและเหตุผล 2. วัตถุประสงค์

ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน ๘ 1. กำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงด้ำนผลประโยชน์ทับซ้อน (Risk Assessment for Conflict of Interest) 2. กำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงด้ำนผลประโยชน์ทับซ้อน (Risk Assessment for Conflict of Interest) สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ 3. แผนจัดกำรควำมเสี่ยงป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ส่วนที่ 3 ภาคผนวก คณะทำงำนวิเครำะห์ควำมเสี่ยงด้ำนผลประโยชน์ทับซ้อน ๑๗


4


5

ส่วนที่ 1 บทนา 1. หลักการและเหตุผล กำรมี ผ ลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ นถื อ เป็ น กำรทุ จ ริ ต คอร์ รั ป ชั่ น ประเภทหนึ่ ง เพรำะเป็ น กำรแสวงหำ ประโยชน์ส่วนบุคคลโดยกำรละเมิดต่อกฎหมำยหรือจริยธรรมด้วยกำรใช้อำนำจในตำแหน่งหน้ำที่ไปแทรกแซง กำรใช้ ดุลยพินิจในกระบวนกำรตัดสินใจของเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ จนทำให้เกิดกำรละทิ้งคุณธรรมในกำรปฏิบัติหน้ำที่สำธำรณะ ขำดควำมเป็นอิสระ ควำมเป็นกลำง และควำมเป็นธรรม จนส่งผลกระทบต่อประโยชน์สำธำรณะของส่วนรวม และทำ ให้ผลประโยชน์หลักขององค์กร หน่วยงำน สถำบันและสังคมต้องสูญเสียไป โดยผลประโยชน์ที่สูญเสียไปอำจอยู่ในรูป ของผลประโยชน์ทำงกำรเงิน คุณภำพกำรให้บริกำร ควำมเป็นธรรมในสังคม รวมถึงคุณค่ำอื่น ๆ ตลอดจนโอกำส ในอนำคตตั้งแต่ร ะดับ องค์กรจนถึงระดับสั งคม อย่ำงไรก็ตำมท่ำมกลำงผู้ ที่จงใจกระทำควำมผิด ยังพบผู้ กระทำ ควำมผิดโดยไม่เจตนำหรือไม่มีควำมรู้ในเรื่องดังกล่ำวอีกเป็นจำนวนมำก จนนำไปสู่กำรถูกกล่ำวหำร้องเรียนเรื่องทุจริต หรือถูกลงโทษทำงอำญำ ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือควำมขัดแย้งกัน ระหว่ำงผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม (Conflict of interest : COI) เป็นประเด็นปัญหำทำงกำรบริหำรภำครัฐในปัจจุบันที่เป็นบ่อเกิดของปัญหำ กำรทุจริตประพฤติมิชอบในระดับที่รุนแรงขึ้น และยังสะท้อนปัญหำกำรขำดหลักธรรมำภิบำลและเป็นอุปสรรคต่อกำร พัฒนำประเทศ อีกด้วย สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธ ำนี เขต ๑ ดำเนินกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ ยง เกี่ยวกับกำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน โดยวิเครำะห์ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับกำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิด ผลประโยชน์ทับซ้อนตำมมำตรฐำน COSO (The Committee of Sponsoring Organizations of the Tread way Commission) เป็นกรอบกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับผลประโยชน์ ทับซ้อน การวิเคราะห์ความเสี่ยง หมำยถึง กระบวนกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงที่เป็นระบบในกำรบริหำรปัจจัย และควบคุมกระบวนกำรปฏิบัติงำนเพื่อลดมูลเหตุของโอกำสที่จะทำให้เกิดควำมเสียหำยจำก กำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิด ผลประโยชน์ทับซ้อน ประเภทของควำมเสี่ยง แบ่งออกเป็น ๔ ด้ำน ดังนี้ 1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk: S) หมำยถึง ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับกำรบรรลุเป้ำหมำย และพั น ธกิ จ ในภำพรวมที่ เ กิ ด จำกเปลี่ ย นแปลงของสถำนกำรณ์ แ ละเหตุ ก ำรณ์ ภำยนอกที่ ส่ ง ผลต่ อ กลยุ ทธ์ที่กำหนดไว้ และกำรปฏิบั ติตำมแผนกลยุทธ์ไม่เหมำะสม รวมถึงควำมไม่ส อดคล้ องกันระหว่ำงนโยบำย เป้ ำ หมำยกลยุ ท ธ์ โครงสร้ ำ งองค์ ก ร ภำวกำรณ์ แ ข่ ง ขั น ทรั พ ยำกรและสภำพแวดล้ อ ม อั น ส่ ง ผลกระทบ ต่อวัตถุประสงค์หรือเป้ำหมำยขององค์กร 2. ความเสี่ยงด้านการดาเนินงาน (Operational Risk: O) เกี่ยวข้องกับประสิทธิภำพประสิทธิผล หรือผลกำรปฏิบัติงำน โดยควำมเสี่ยงที่อำจเกิดขึ้นเป็นควำมเสี่ยงเนื่องจำกระบบงำนภำยในขององค์กร/กระบวนกำร เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่ใช้/บุคลำกร/ควำมเพียงพอของข้อมูล ส่งผลต่อประสิทธิภำพ ประสิทธิ ผลในกำรดำเนิน โครงกำร 3. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk: F) เป็นควำมเสี่ยงเกี่ยวกับกำรบริหำรงบประมำณ และกำรเงิน เช่น กำรบริหำรกำรเงินที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมำะสม ทำให้ขำดประสิทธิภำพ และไม่ทันต่อสถำนกำรณ์ หรือ เป็นควำมเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกำรเงินขององค์ กำร เช่นกำรประมำณกำรงบประมำณไม่เพียงพอ และ ไม่สอดคล้องกับ


6 ขั้นตอนกำรดำเนินกำร เป็นต้น เนื่องจำกขำดกำรจัดหำข้อมูล กำรวิเครำะห์ กำรวำงแผน กำรควบคุม และกำรจัดทำ รำยงำนเพื่อนำมำใช้ในกำรบริหำรงบประมำณ และกำรเงินดังกล่ำว 4. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย/กฎระเบียบ (Compliance Risk: C) เกี่ยวข้องกับ กำรปฏิบัติตำมกฎระเบียบต่ำงๆ โดยควำมเสี่ยงที่อำจเกิดขึ้นเป็นควำมเสี่ยง เนื่องจำกควำมไม่ชัดเจน ควำมไม่ทันสมัย หรื อควำมไม่ครอบคลุ มของกฎหมำย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่ำงๆ รวมถึงกำรทำนิติกรรมสั ญญำ กำรร่ ำงสั ญญำ ที่ไม่ครอบคลุมกำรดำเนินงำน สำเหตุของกำรเกิดควำมเสี่ยง อำจเกิดจำกปัจจัยหลัก ๒ ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยภายใน เช่น นโยบำยของผู้บริหำร ควำมซื่อสัตย์ จริยธรรม คุณภำพของบุคลำกร และกำร เปลี่ ย นแปลงระบบงำนควำมเชื่ อ ถือ ได้ข องระบบสำรสนเทศ กำรเปลี่ ยนแปลงผู้ บริห ำรและเจ้ำ หน้ำ ที่บ่ อ ยครั้ ง กำรควบคุม กำกับดูแลไม่ทั่วถึง และกำรไม่ปฏิบัติตำมกฎหมำย ระเบียบหรือข้อบังคับของหน่วยงำน เป็นต้น 2) ปั จ จั ย ภายนอก เช่ น กฎหมำย ระเบี ย บ ข้ อ บั ง คั บ ของทำงรำชกำร กำรเปลี่ ย นแปลงทำง เทคโนโลยี หรือ สภำพกำรแข่งขัน สภำวะแวดล้อมทั้งทำงเศรษฐกิจและกำรเมือง เป็นต้น ผลประโยชน์ทับซ้อน หมำยถึง สภำวกำรณ์ หรือข้อเท็จจริงที่บุคคล ไม่ว่ำจะเป็นนักกำรเมือง ข้ำรำชกำร พนักงำนบริษัท หรือผู้บริหำรซึ่งมีอำนำจหน้ำที่เจ้ำหน้ำที่ของรัฐ ปฏิบัติหน้ำที่ในตำแหน่งหน้ำที่ ที่บุคคล นั้ น รั บ ผิ ดชอบอยู่ และส่ งผลกระทบต่อประโยชน์ส่ ว นรวม ซึ่งกำรกระทำนั้นอำจจะเกิดขึ้นอย่ำงรู้ตัว หรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนำและไม่เจตนำ และมีรู ป แบบที่ห ลำกหลำยไม่จำกัดอยู่ในรูปของตัวเงินหรือทรัพย์สินเท่ำนั้น แต่รวมถึง ผลประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ในรูปตัวเงินหรือทรัพย์สินก็ได้ อำทิ กำรแต่งตั้งพรรคพวกเข้ำไปดำรงตำแหน่งในองค์กรต่ำงๆ ทั้งในหน่วยงำนรำชกำร รัฐวิสำหกิจ และบริษัทจำกัดหรือกำรที่บุคคลผู้มีอำนำจหน้ำที่ตัดสินใจให้ญำติพี่น้องหรือ บริษัทที่ตนมีส่วนได้ส่วนเสียได้รับสัมปทำนหรือผลประโยชน์ จำกทำงรำชกำรโดยมิชอบ ส่งผลให้บุคคลนั้นขำดกำร ตัดสินใจที่เที่ยงธรรม เนื่องจำกยึดผลประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ผลเสีย จึงเกิดขึ้นกับประเทศชำติ กำรกระทำแบบนี้ เป็นกำรกระทำที่ผิดทำงจริยธรรมและจรรยำบรรณ การวิ เ คราะห์ ค วามเสี่ ย งเกี่ ย วกั บ ผลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ น จึ ง หมำยถึ ง กระบวนกำรวิ เ ครำะห์ ควำมเสี่ยงที่เป็นระบบในกำรบริหำรปัจจัยและควบคุมกระบวนกำรปฏิบัติงำนเพื่อลดมูลเหตุของโอกำส ที่จะทำให้เกิด ควำมเสียหำยจำกกำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน หรือควำมขัดแย้งระหว่ำงผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ อันเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงอย่ำงใกล้ชิดกับกำรทุจริต กล่ำวคือ ยิ่งมี สถำนกำรณ์หรือ สภำวกำรณ์ของกำรขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม มำกเท่ำใด ก็ยิ่งมีโอกำสก่อให้เกิดหรือ นำไปสู่กำรทุจริตมำกเท่ำนั้น กำรวิ เ ครำะห์ ค วำมเสี่ ย งเกี่ ย วกั บ ผลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ นในครั้ ง นี้ น ำเอำควำมเสี่ ย งในด้ ำ นต่ ำ งๆ มำด ำเนิ น กำรวิ เ ครำะห์ ต ำมกรอบมำตรฐำน COSO (The Committee of Sponsoring Organizations of the Tread way Commission) และตำมบริบทควำมเสี่ยงด้ำนผลประโยชน์ทับซ้อนของสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ กำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนนี้ จะช่วยให้ สำนักงำนเขต พื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ ทรำบถึงควำมเสี่ยงด้ำนผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดขึ้น และปัจจัย เสี่ยงที่อำจเป็นเหตุทำให้ 1. กำรปฏิบัติรำชกำรตำมอำนำจหน้ำที่ของข้ำรำชกำรเป็นไปในลักษณะที่ขำดหรือมีควำมรับผิดชอบ ไม่เพียงพอ 2. กำรปฏิบัติหน้ำที่ไปในทำงที่ท่ำให้ประชำชนขำดควำมเชื่อถือในควำมมีคุณธรรมควำมมีจริยธรรม 3. กำรปฏิบัติหน้ำที่โดยกำรขำดกำรคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมำกกว่ำประโยชน์ส่วนตน และกำร ยึดมั่นในหลักธรรมำภิบำล


7 พร้อมกันนี้ ยังสำมำรถกำหนดมำตรกำรแนวทำงกำรป้องกัน ยับยั้งกำรทุจริต ปิดโอกำสกำรทุจริต และเพื่อกำหนด มำตรกำรหรือแนวทำงกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำกำรทุจริตประพฤติมิชอบ กำรกระทำผิดวินัยของเจ้ำหน้ำที่รัฐที่เป็น ปัญหำสำคัญและพบบ่อยอีกด้วย 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่ อ สร้ ำ ง สื บ ทอดวั ฒ นธรรมสุ จริ ต และแสดงเจตจ ำนงสุ จ ริต ในกำรบริ ห ำรรำชกำรให้ เกิด ควำมคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ๒. เพื่อแสดงควำมมุ่งมั่นในกำรบริหำรรำชกำรโดยใช้หลักธรรมำภิบำล ๓. เพื่อตรวจสอบกำรบริหำรงำนและกำรปฏิบัติรำชกำรของเจ้ำหน้ำที่ รัฐ ไม่ให้เกิดกำรแสวงหำ ผลประโยชน์ส่วนตัวในตำแหน่งหน้ำที่อันมิควรได้โดยชอบตำมกฎหมำย ให้ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม เป็นแบบอย่ำง ที่ดียืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม ถูกกฎหมำย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ๔. เพื่อสร้ำงควำมเชื่อมั่นศรัทธำต่อกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน แก่ผู้รับบริกำร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชำชน


8

ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน 1. การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน (Risk Assessment for Conflict of Interest) กำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงด้ำนผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นกำรวิเครำะห์ระดับโอกำสที่จะเกิดผลกระทบของ ควำมเสี่ยงต่ำงๆ เพื่อประเมินโอกำสและผลกระทบของควำมเสี่ยง และดำเนินกำรวิเครำะห์ และจัดลำดับควำมเสี่ยง โดยก ำหนดเกณฑ์ ก ำรประเมิ น มำตรฐำนที่ จ ะใช้ ใ นกำรประเมิ น ควำมเสี่ ย ง ด้ ำ น ผลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ น ได้ แ ก่ ระดับโอกำสที่จะเกิดควำมเสี่ยง (Likelihood) และควำมรุนแรงของ ผลกระทบ (Impact) และระดับควำมเสี่ยง ทั้งนี้ กำหนดเกณฑ์ในเชิงคุณภำพเนื่องจำกเป็นข้อมูลเชิงพรรณำ ที่ไม่สำมำรถระบุเป็นตัวเลข หรือจำนวนเงินที่ชัดเจนได้ เกณฑ์ระดับโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง (Likelihood) เชิงคุณภาพ ระดับ 5 4 3 2 1

โอกาสที่เกิด สูงมำก สูง ปำนกลำง น้อย น้อยมำก

คาอธิบาย มีโอกำสเกิดขึ้นเป็นประจำ มีโอกำสเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มีโอกำสเกิดขึ้นบำงครั้ง มีโอกำสเกิดขึ้นน้อยครั้ง มีโอกำสเกิดขึ้นยำก

เกณฑ์ระดับความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) เชิงคุณภาพ ที่ส่งผลกระทบด้านการดาเนินงาน (บุคลากร) ระดับ 5 4 3 2 1

โอกาสที่เกิด สูงมำก สูง ปำนกลำง น้อย น้อยมำก

คาอธิบาย ถูกลงโทษทำงวินัยร้ำยแรง ถูกลงโทษทำงวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรง สร้ำงบรรยำกำศในกำรทำงำนที่ไม่เหมำะสม สร้ำงควำมไม่สะดวกต่อกำรปฏิบัติงำนบ่อยครั้ง สร้ำงควำมไม่สะดวกต่อกำรปฏิบัติงำนนำนๆ ครั้ง

ระดับของควำมเสี่ยง (Degree of Risk) แสดงถึงระดับควำมสำคัญในกำรบริหำรควำมเสี่ยง โดยพิจำรณำ จำกผลคู ณ ของระดั บ โอกำสที่ จ ะเกิ ด ควำมเสี่ ย ง (Likelihood) กั บ ระดั บ ควำมรุ น แรงของผลกระทบ (Impact) ของควำมเสี่ยงแต่ละสำเหตุ (โอกำส × ผลกระทบ) กำหนดเกณฑ์ไว้ 4 ระดับ ดังนี้ ระดับของความเสี่ยง (Degree of Risk) ลาดับ 1 2 3 4

ระดับความเสี่ยง ควำมเสี่ยงระดับสูงมำก (Extreme Risk : E) ควำมเสี่ยงระดับสูง (High Risk : H) ควำมเสี่ยงระดับปำนกลำง (Moderate Risk : M) ควำมเสี่ยงระดับต่ำ (Low Risk : L)

ช่วงคะแนน 15-25 คะแนน 9-14 คะแนน 4-8 คะแนน 1-3 คะแนน


9 ในกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงจะต้องมีกำรกำหนดแผนภูมิควำมเสี่ยง (Risk Profile) ที่ได้จำก กำรพิจำรณำ จัดระดับควำมสำคัญของควำมเสี่ยงจำกโอกำสที่จะเกิดควำมเสี่ยง (Likelihood) และผลกระทบ ที่เกิดขึ้น (Impact) และขอบเขตของระดับควำมเสี่ยงที่สำมำรถยอมรับได้ (Risk Appetite Boundary) โดยที่ ระดับความเสี่ยง = โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ x ความรุนแรงของเหตุการณ์ต่างๆ (Likelihood x Impact) ซึ่งจัดแบ่งเป็น 4 ระดับ สำมำรถแสดงเป็น Risk Profile แบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน (4 Quadrant) ใช้เกณฑ์ในกำร จัดแบ่ง ดังนี้ ระดับความเสี่ยง

ค ะ แ น น ร ะ ดั บ ค ว า ม มาตรการกาหนด เสี่ยง เสี่ยงสูงมำก (Extreme) 15-25 คะแนน มีมำตรกำรลด และประเมินซ้ำ หรือถ่ำยโอนควำมเสี่ยง เสี่ยงสูง (High) 9-14 คะแนน มีมำตรกำรลดควำมเสี่ยง ปำนกลำง (Medium) 4–8 คะแนน ยอมรับควำมเสี่ยง แต่มีมำตรกำร ควบคุมควำมเสี่ยง ต่ำ (Low) 1–3 คะแนน ยอมรับควำมเสี่ยง ตารางระดับของความเสี่ยง (Degree of Risk) ควำม รุนแรง ของ ผลกระ ทบ (Impa ct)

5

5

10

15

20

25

4

4

8

12

16

20

3

3

6

9

12

15

2

2

4

6

8

10

1

1

2

3

4

5

1

2

3

4

5

โอกำสที่จะเกิดควำมเสียหำย (Likelihood)

การแสดงสีสัญลักษณ์ สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว


10 2. การวิ เ คราะห์ ค วามเสี่ ย งด้ า นผลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ น ( Risk Assessment for Conflict of Interest) สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ มีกำรดำเนินกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับ กำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ดังนี้ 1) การพิจารณากระบวนงานที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการทุจริต หรือที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน - กระบวนงำนที่เกี่ยวข้องกับกำรใช้เงิน และมีช่องทำงที่จะทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง - กระบวนงำนที่เกี่ย วข้องกับ กำรใช้ดุล ยพินิจของเจ้ำหน้ำที่ ซึ่งมีโ อกำสใช้อย่ำงไม่เหมำะสม คือ มีกำร เอื้อประโยชน์หรือให้ควำมช่วยเหลือพวกพ้อง กำรกีดกัน กำรสร้ำงอุปสรรค - กระบวนงำนที่มีช่องทำงเรีย กร้ องหรือรับผลประโยชน์จำกผู้ ที่มีส่ว นเกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลทำงลบต่อผู้ อื่น ที่เกี่ยวข้อง 2) โดยมีกระบวนงานที่เข้าข่ายมีโอกาสเสี่ยงต่อการทุจริต หรือที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน - กำรรับ – จ่ำยเงิน - กำรบันทึกบัญชีรับ – จ่ำย / กำรจัดทำบัญชีทำงกำรเงิน - กำรจัดซื้อจัดจ้ำง และกำรจ้ำงบริกำร - กำรตรวจรับวัสดุ ครุภัณฑ์ - กำรปฏิบัติงำนของเจ้ำหน้ำที่ไม่เป็นไปตำมขั้นตอนและระเบียบกำรจัดซื้อจัดจ้ำง - กำรคัดเลือกบุคคลเข้ำรับรำชกำรหรือลูกจ้ำง - กำรจัดหำพัสดุ - กำรจัดทำโครงกำรฝึกอบรม ศึกษำดูงำน ประชุม และสัมมนำ - กำรเบิกค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปรำชกำร - กำรใช้รถรำชกำร - ฯลฯ 3) ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม - สูญเสียงบประมำณ - ควำมเหลื่อมล้ำ - เสียชื่อเสียงและควำมน่ำเชื่อถือของหน่วยงำน - ฯลฯ 4) แนวทางการป้องความเสี่ยงเกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (1) การเสริมสร้างจิตสานึกให้บุคลากรของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ ธานี เขต ๑ ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ เช่น - กำรส่งเสริมกำรปฏิบัติตำมจรรยำบรรณของบุคลำกรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ - เผยแพร่ค่ำนิยมสร้ำงสรรค์ให้แก่เจ้ำหน้ำที่ - จัดโครงกำรฝึกอบรม ด้ำนคุณธรรม จริยธรรม ให้กับเจ้ำหน้ำที่ - กำรส่งเสริมให้ผู้บังคับบัญชำและบุคลำกรเป็นตัวอย่ำงที่ดี


11 (2) การป้องกันเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่อาจเป็นภัยต่อหน่วยงาน เช่น - กำรแจ้งเวียนหลักเกณฑ์และวิธีกำรบริหำรงำนบุคคลที่โปร่งใสและเป็นธรรม - กำรเผยแพร่หลักเกณฑ์กำรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด - กำรกำกับ ติดตำมกำรปฏิบัติงำนของบุคลำกรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ อย่ำงสม่ำเสมอและ ต่อเนื่อง - จัดช่องทำงกำรร้องเรียนเกี่ยวกับกำรทุจริตและประพฤติมิชอบ สรุปผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ ธานี เขต ๑ ประจาปี พ.ศ. 2561 สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ กำหนดควำมเสี่ยงที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ ทับซ้อน จำนวน 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1. กระบวนกำรจัดซื้อจัดจ้ำงไม่เป็นไปตำมพระรำชบัญญัติกำรจัดซื้อจัดจ้ำง และระเบียบกระทรวงกำรคลัง ว่ำด้วย พัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๐ 2. กำรใช้อำนำจหน้ำที่เรียกรับผลประโยชน์ 3. กำรเบิกจ่ำยงบประมำณที่ไม่ถูกต้องตำมระเบียบ 4. กำรเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องในกำรจัดซื้อจัดจ้ำง เมื่อพิจำรณำโอกำส/ควำมถี่ที่จะเกิดเหตุกำรณ์ (Likelihood) และควำมรุนแรงของผลกระทบ (Impact) ของแต่ละปัจจัยเสี่ยงแล้ว จึงนำผลที่ได้มำพิจำรณำควำมสัมพันธ์ระหว่ำงโอกำสที่จะเกิดควำมเสี่ยง และผลกระทบ ของควำมเสี่ยงต่อกิจกรรม หรือภำรกิจของหน่วยงำนว่ำ ก่อให้เกิดระดับของควำมเสี่ยงในระดับใดในตำรำงควำมเสี่ยง ซึ่งจะทำให้ทรำบว่ำมีควำมเสี่ยงใดเป็นควำมเสี่ยงสูงสุดที่จะต้องบริหำรจัดกำรก่อน ระดับ ลาดับ ลาดับ ปัจจัยความเสี่ยงในการเกิดทุจริต โอกาส ผลกระทบ ความเสี่ยง ความเสี่ยง 1 กำรเบิกจ่ำยงบประมำณที่ไม่ถูกต้องตำมระเบียบ ๕ ๕ ๒๕ (๑) 2 กำรเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องในกำรจัดซื้อจัดจ้ำง ๔ ๕ ๒๐ (๒) 3 กระบวนกำรจัดซื้อจัดจ้ำงไม่เป็นไปตำมระเบียบ ๓ 5 ๑5 (๓) 4 กำรใช้อำนำจหน้ำที่เรียกรับผลประโยชน์ ๒ 5 1๐ (๔) แผนภูมิความเสี่ยง (Risk Map) ควำม รุนแรง ของ ผลกระทบ (Impact)

5

(4)

(3)

(2)

(1)

2

3

4

5

4 3 2 1 1


12 โอกำสที่จะเกิดควำมเสียหำย (Likelihood) จำกแผนภูมิควำมเสี่ยง (Risk Map) ที่ได้จำกกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงและจัดลำดับควำมสำคัญของควำมเสี่ยง ด้ ำ นผลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ น สำมำรถสรุ ป กำรวิ เ ครำะห์ ค วำมเสี่ ย งและจั ด ล ำดั บ ควำมส ำคั ญ ของควำมเสี่ ย งด้ ำน ผลประโยชน์ทับซ้อนได้ ดังนี้ ผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงและจัดลาดับความสาคัญของความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน ผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน กำรเบิกจ่ำยงบประมำณที่ไม่ถูกต้องตำมระเบียบ กำรเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องในกำรจัดซื้อจัดจ้ำง กระบวนกำรจัดซื้อจัดจ้ำงไม่เป็นไปตำมระเบียบ กำรใช้อำนำจหน้ำที่เรียกรับผลประโยชน์

จัดลาดับความสาคัญของความเสี่ยง ลำดับ 1 (สูงมำก = 25 คะแนน) ลำดับ 2 (สูงมำก = ๒๐ คะแนน) ลำดับ 3 (สูง = 1๕ คะแนน) ลำดับ 4 (สูง = ๑๐ คะแนน)

จำกตำรำงวิเครำะห์ควำมเสี่ยง สำมำรถจำแนกระดับควำมเสี่ยงออกเป็น ๒ ระดับ คือ สูงมำก สูง โดย สำมำรถสรุปข้อมูลกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับกำรปฏิบัติงำนที่อำจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน สำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ ประจำปีงบประมำณ 2561 มี ดังนี้ ระดับความเสี่ยง เ เสี่ยงสูงมำก (Extreme)

เสี่ยงสูง (High)

ปำนกลำง (Medium) ต่ำ (Low)

มาตรการกาหนด จำเป็นต้องเร่งจัดกำรควำมเสี่ยง มีมำตรกำรลด และประเมินซ้ำ หรือถ่ำย โอนควำมเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง - กำรเบิ ก จ่ ำ ยงบประมำณที่ ไ ม่ ถูกต้องตำมระเบียบ - กำรเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องใน กำรจัดซื้อจัดจ้ำง จำเป็นต้องเร่งจัดกำรควำมเสี่ยง - กระบวนกำรจั ด ซื้ อ จั ด จ้ ำ งไม่ และมีมำตรกำรลดควำมเสี่ยง เพื่อให้อยู่ใน เป็นไปตำมระเบียบ ระดับที่ยอมรับได้ - กำรใช้ อ ำนำจหน้ ำ ที่ เ รี ย กรั บ ผลประโยชน์ -


13 ๓. แผนจัดการความเสี่ยงป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน โอกาสและผลกระทบ ปัจจัยที่ จะเกิดความเสี่ยง

ระยะเวลาดาเนินการ

ผล กระทบ

ระดับ ความ เสี่ยง

๑ . ก า ร เ บิ ก จ่ า ย ๕ งบประมาณที่ไม่ถูกต้อง ตามระเบียบ

๒๕

1. ควบคุ ม ก ำกั บ ดู แ ลให้ ข้ ำ รำชกำร และ บุ ค ลำกร ปฏิ บั ติ ต ำมระเบี ย บกำรเบิ ก จ่ ำ ย กำรเงินและกำรคลัง อย่ำงเคร่งครัด

๒. การเอื้อประโยชน์ต่อ ๔ พวกพ้องในการจั ด ซื้ อ จัดจ้าง

๒๐

1. ควบคุ ม ก ำกั บ ดู แ ลให้ ข้ ำ รำชกำร และ บุคลำกร ปฏิบัติตำมนโยบำยเกี่ยวกับควำม โปร่งใส กำรเสริมสร้ำง คุณ ธรรม จริย ธรรม เพื่อให้ข้ำรำชกำรถือปฏิบัติอย่ำงเคร่งครัด 2. ค ว บ คุ ม ก ำ กั บ ดู แ ล ก ำ ร ป ร ะ ก ำ ศ หลั ก เกณฑ์ ก ำรปฏิ บั ติ เ กี่ ย วกั บ ข้ อ ร้ อ งเรี ย น กำรละเว้นกำรปฏิบัติหน้ำที่และกำร ประพฤติมิชอบ เพื่อให้ยึดถือปฏิบัติ 3. ควบคุ ม ก ำกั บ ดู แ ลให้ ข้ ำ รำชกำร และ บุคลำกร ปฏิบัติตำมคู่มือผลประโยชน์ทับซ้อน 4. ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมในกำรดำเนิน กำร ป้องกั นปรำบปรำมกำรทุจ ริ ตและประพฤติ มิชอบ ให้ครอบคลุม และทั่วถึงมำกยิ่งขึ้น เพื่อ ร่วมสร้ำงแนวทำงและมำตรกำรในดำเนินกำร ส ร้ ำ ง จิ ต ส ำ นึ ก ใ ห้ ข้ ำ ร ำ ช ก ำ ร ต่ อ ต้ ำ น กำรทุจริตทุกรูปแบบ

โอกาส

ไตรมาส 2

มาตรการจัดการความเสี่ยง ม.ค. 61

ก.พ. 61

มี.ค. 61

ไตรมาส 3 เม.ย. 61

พ.ค. 61

ไตรมาส 4 มิ.ย. 61

ก.ค. 61

ส.ค. 61

ผู้รับผิดชอบ

ก.ย. 61 กลุ่มบริหารงาน การเงินและ สินทรัพย์และ ทุกกลุ่มที่เกี่ยง ข้อง กลุ่มบริหารงาน ก า ร เ งิ น แ ล ะ สิ นท รั พย์ แ ล ะ ทุ ก กลุ่ ม ที่ เ กี่ ย ง ข้อง


14 โอกาสและผลกระทบ ปัจจัยที่ จะเกิดความเสี่ยง

๓. กระบวนกำรจั ด ซื้ อ 3 จั ด จ้ ำ งไม่ เ ป็ น ไปตำม ระเบียบ

ระดับ ความ เสี่ยง 1๕

๔. กำรใช้อ ำนำจหน้ำที่ 2 รับผลประโยชน์

๑๐

โอกาส

ผล กระทบ

ระยะเวลาดาเนินการ

ไตรมาส 2

มาตรการจัดการความเสี่ยง ม.ค. 61

๑.ควบคุ ม ก ำกั บ ดู แ ลให้ ข้ ำ รำชกำรและ บุ ค ลำกร ปฏิ บั ติ ต ำมหลั ก เกณฑ์ แ ละแนว ทำงกำรจั ด ซื้ อ จั ด จ้ ำ งโดยวิ ธี พิ เ ศษอย่ ำ ง เคร่งครัด ๒.ควบคุมกำกับดูแลให้เจ้ำหน้ำที่ผู้รับผิดชอบ ด้ำนกำรจัดซื้อจัดจ้ำงรำยไตรมำสและเสนอให้ ผอ.สพป.สฎ.๑ รับทรำบทุกครั้ง ๓.ควบคุมกำกับดูแลให้เจ้ำหน้ำที่ ผู้ปฏิบัติงำน ด้ ำ นพั ส ดุ แ ละบุ ค ลำกรที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ กำร จัดซื้อจัดจ้ำง รับรองถึงควำมสัมพันธ์กั บผ฿ เสนองำนในกำรจัดซื้อจัดจ้ำง ๔.ควบคุมกำกับดูแลข้ำรำชกำรและบุคลำกร ให้ปฏิบัติตำม พ.ร.บ. กำรจัดซื้อจัดจ้ำง อย่ ำง เคร่งครัด 1. ควบคุ ม ก ำกั บ ดู แ ลให้ ข้ ำ รำชกำร และ บุคลำกร ปฏิบัติตำมมำตรกำรป้องกั นและ แก้ไขปัญหำกำรทุจริตของสำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ อย่ำงเคร่งครัด 2. ควบคุม กำกับ ดูแลให้ข้ำรำชกำรบุคลำกร ให้ปฏิบัติตำม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เรื่องกำร รับของขวัญสินน้ำใจ อย่ำงเคร่งครัด

ก.พ. 61

มี.ค. 61

ไตรมาส 3 เม.ย. 61

พ.ค. 61

ไตรมาส 4 มิ.ย. 61

ก.ค. 61

ส.ค. 61

ผู้รับผิดชอบ

ก.ย. 61 กลุ่มบริหารงาน ก า ร เ งิ น แ ล ะ สิ นท รั พย์ แ ล ะ ทุ ก กลุ่ ม ที่ เ กี่ ย ง ข้อง

กลุ่มบริหารงาน ก า ร เ งิ น แ ล ะ สิ นท รั พย์ แ ล ะ ทุ ก กลุ่ ม ที่ เ กี่ ย ง ข้อง


15 โอกาสและผลกระทบ ปัจจัยที่ จะเกิดความเสี่ยง

โอกาส

ผล กระทบ

ระดับ ความ เสี่ยง

ระยะเวลาดาเนินการ

ไตรมาส 2

มาตรการจัดการความเสี่ยง ม.ค. 61

3. ควบคุ ม ก ำกั บ ดู แ ลให้ ข้ ำ รำชกำร และ บุคลำกร ปฏิบัติตำมคู่มือผลประโยชน์ทับซ้อน สพป.สุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ 4. ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมในกำรดำเนิน กำร ป้องกั นปรำบปรำมกำรทุจ ริ ตและประพฤติ มิชอบ ให้ครอบคลุม และทั่วถึงมำกยิ่งขึ้น เพื่อ ร่วมสร้ำงแนวทำงและมำตรกำรในดำเนินกำร ส ร้ ำ ง จิ ต ส ำ นึ ก ใ ห้ ข้ ำ ร ำ ช ก ำ ร ต่ อ ต้ ำ น กำรทุจริตทุกรูปแบบ

ก.พ. 61

มี.ค. 61

ไตรมาส 3 เม.ย. 61

พ.ค. 61

ไตรมาส 4 มิ.ย. 61

ก.ค. 61

ส.ค. 61

ก.ย. 61

ผู้รับผิดชอบ


16

ภำคผนวก


17

คณะทางาน ประธำนคณะทำงำน นำยชูศักดิ์ ชูช่วย

ผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑

รองประธำนคณะทำงำน นำยสัญญำนนท์ พรหมมณี

รองผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑

นำยผัน หอมเกตุ

รองผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑

นำยสุมนต์ ศิริธรรม

รองผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑

นำยไพจิตร รักษำสรณ์

รองผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑

นำยมนต์ชัย วุฒิพงศ์

รองผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑

นำยสมชำย สำอำงค์กำย

ผู้อำนวยกำรกลุ่มอำนวยกำร

นำงศิริพร หนูช่วย

รักษำกำรผู้อำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนบุคคล

นำยชูศักดิ์ แก้วนุ่น

ผู้อำนวยกำรกลุ่มนโยบำยและแผน

นำงสำวประภำพรรณ รอบคอบ

ผู้อำนวยกำรกลุ่มส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำ

นำงอำรีย์ นิลเอก

รักษำกำรผู้อำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนกำรเงินและสินทรัพย์

นำงสำวพิณิวรรณ อินทเชื้อ

รักษำกำรผู้อำนวยกำรกลุ่มนิเทศติดตำมและประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำ

นำงนิภำพร ประพันธ์

รักษำกำรผู้อำนวยกำรหน่วยตรวจสอบภำยใน

นำงสำยตำ แก้วศรีมนต์

ศึกษำนิเทศก์วิทยฐำนะชำนำญกำรพิเศษ

นำยเจด็จ หนูแกล้ว

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนชำนำญกำรพิเศษ

คณะทำงำน

ส.ต.ต.ยุทธนำ บุณยะตุลำนนท์ นักวิชำกำรศึกษำชำนำญกำรพิเศษ นำงดวงมณี ฉิมพลี

นักจัดกำรงำนทั่วไปชำนำญกำรพิเศษ

นำงนันทรัตน์ แกมทอง

นักวิชำกำรกำรพัสดุชำนำญกำรพิเศษ

นำยสมชำย คชไพร

นักทรัพยำกรบุคคลชำนำญกำร


18

บันทึกข้อความ ส่วนราชการ สพป.สุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ กลุ่มอำนวยกำร ที่ ศธ ๐๔๑๖๓/ วันที่ ๒๖ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๑ เรื่อง กำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรจัดทำแผนปฏิบัติกำรกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต ของสำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำ ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๑ (กิจกรรมสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำสุจริต) เรียน ผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ ความเป็นมา ตำมที่ได้พิจำรณำอนุญำตให้ข้ำพเจ้ำนำยสมชำย สำอำงค์กำย นักจัดกำรงำนทั่วไปชำนำญกำร พิเศษ และนำยเจด็จ หนูแกล้ว นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนชำนำญกำรพิเศษ ไปรำชกำรกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำร จัดทำแผนปฏิบัติกำรกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต ของสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๑ (กิจกรรมสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำสุจริจ) ในระหว่ำงวันที่ ๒๑ - ๒๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๑ ณ โรงแรมริเวอร์ ไซต์ กรุงเทพมหำนคร นั้น ข้อเท็จจริง จากการประชุมดังกล่าว สิ่งที่สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องดาเนินการในการจัดทาแผนปฏิบัติ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดังนี้ ๑.จัดทารายงานสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการประชุมนาเสนอต่อผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาเพื่อมอบหมายผู้รับผิดชอบ และให้ทุกกลุ่มงานมีส่วนร่วมในการทางาน (รายละเอียดในเอกสาร ดังแนบ) ๒. ผู้รับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายตามข้อ ๑ จัดประชุม และเชิญทุกกลุ่มงานในสานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ว่างานใดมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องใดของแต่ละกลุ่ม งาน ๓. เรียงลาดับความสาคัญของความรุนแรงของผลประโยชนทับซ้อนขององค์กร จากมากไปหาน้อย (ตามที่ได้รับการอบรมจากสานักงาน ป.ป.ช. ในวันที่ ๒๑ - ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร) ๔. ระดมความคิดทุกกลุ่มงานเพื่อวิเคราะห์หาค่าความเสี่ยงของปัญหาที่เรียงลาดับไว้จากข้อ ๓ และ นาผลการประเมิน ITA ของปีงบประมาณ ๒๕๖๐ มาเป็นข้อมูลในการร่วมวิเคราะห์ ๕. นาข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงมาร่วมกันจัดทาแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม การทุจริตของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งนาข้อมูลการวิเคราะห์ผลการดาเนินการตามแผนปฏิบัติการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตของหน่วยงาน ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาใช้เป็นแนวทางในการจัดทา ๖. สิ่งที่ต้องส่งให้ สานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน ภายในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๑ ที่อยู่จัดส่งเอกสาร โครงกำรโรงเรียนสุจริต สำนักพัฒนำนวัตกรรมกำรจัดกำรศึกษำ อำคำร สพฐ.5 ชั้น 10 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน แขวงดุสิต เขตดุสิต กระทรวงศึกษำธิกำร 10300 ๖.๑ แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ (ตามแบบฟอร์ม) เอกสาร จานวน ๑ เล่ม


19 ๖.๒ รายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงเกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ตามแบบฟอร์ม) เอกสาร จานวน ๑ เล่ม ๖.๓ ขอให้สแกนเอกสารตามข้อ ๖.๑ - ๖.๒ ส่ง E-mail : ra@pracharath.ac.th ๗. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โอนจัดสรรงบประมาณไปให้สานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาดาเนินการ ๘. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษารายงานผลหลังจากที่ได้รับงบประมาณและดาเนินการตามโครงการ เรียบร้อยแล้ว (ตามแบบฟอร์มออนไลน์) จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและเห็นควร ๑. จัดประชุมเพื่อดำเนินกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับ ซ้อน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ โดยดำเนินกำรจัด ประชุมดังกล่ำวในวันที่ ๒ มีนำคม ๒๕๖๑ เวลำ ๑๓.๐๐ น.เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมมนินทร์ – ชูศรี ปัจจักขะภัติ ๒. ขอเรียนเชิญ ท่ำนเป็นประธำนกำรประชุมในวันเวลำและสถำนที่ดังกล่ำว ๓. ขอเรียนเชิญ รอง ผอ.สพป.สฎ.๑ ทุกคน ,ผู้อำนวยกำรกลุ่ม ทุกกลุ่ม และรำชกำรทุกกลุ่มๆละ ๑ คน รวม ๒๓ คน เข้ำร่วมประชุมในวันเวลำและสถำนที่ดังกล่ำวข้ำงต้น ๔. เห็นควรแจ้งผู้เกี่ยวข้องทรำบ ๕. ขออนุมัติเบิกอำหำรว่ำงและเครื่องดื่ม จำนวน ๒๓ คน


20 ระเบียบวาระการประชุม คณะทางานปฏิบัติการจัดทาแผนปฏิบัติการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๑ (กิจกรรมสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำสุจริต) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ วันที่ ๒ มีนำคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมมนินทร์ - ชูศรี ปัจจักขะภัติ ...................................................................................................................... ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ .......................................................................................................................................................... ................. ........................................................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................... ................. ........................................................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องรับรองการประชุมครั้งที่แล้ว ไม่มี ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องแจ้งที่ประชุมทราบ ๓.๑ สพป.สฎ.๑ ได้พิจำรณำอนุญำตให้นำยสมชำย สำอำงค์กำย นักจัดกำรงำนทั่วไปชำนำญกำร พิเศษ และนำยเจด็จ หนู แกล้ ว นั กวิเครำะห์ นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ ไปรำชกำร ร่วมกำรประชุมเชิ ง ปฏิบัติกำรจัดทำแผนปฏิบั ติกำรกำรป้ องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต ของสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ประจำปี งบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๑ (กิจกรรมสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำสุจริจ) ในระหว่ำงวันที่ ๒๑ - ๒๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๑ ณ โรงแรมริเวอร์ไซต์ กรุงเทพมหำนคร ๓.๒ ในวันต่อต้ำนคอร์รัปชันสำกลเมื่อวันที่ 9 ธันวำคม ที่ผ่ำนมำนี้ มีกำร ยกแนวควำมคิด "Zero Tolerance คนไทย ไม่ทนต่อการทุจริต" มำเป็นคำขวัญประกำศควำมตั้งใจอย่ำงหนักแน่นและเอำจริงเอำจังในกำร ต่อต้ำนกับกำรทุจริตถึงขั้นสูงสุด หมำยควำมว่ำ คนไทยจะมีควำมอดทนเป็นศูนย์(Zero tolerance) ต่อกำรทุจริตเป็น เช่นนี้ คงจะทำให้ชำวต่ำงชำติมองไทยดีขึ้นด้วยหรือไม่ว่ำเรำเอำจริงแล้วนะจะมีผลทำให้ปีนี้คะแนนดัชนีภำพลักษณ์ ควำมโปร่งใสของไทยขยับสูงขึ้น ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลก ปี 2560 คะแนนไทยเพิ่มจาก 35 เป็น 37 อันดับขยับมาที่ 96 จาก 101 ใน 180 ประเทศ ๓.๓ ปฏิญญาเขตสุจริต (Upright Office Area) คณะผู้บริหำรกำรศึกษำ ครู และบุคลำกรทำงกำรศึกษำทุกคน ขอให้คำมั่นสัญญำต่อพันธกรณี ใน กำรต่อต้ำนกำรทุจริตทุกรูปแบบ ด้วยกำรขับเคลื่อนโครงกำร เสริมสร้ำงคุณธรรม จริยธรรมและธรรมำภิบำล ในเขต พื้นที่กำรศึกษำ ดังนี้ ๑. เรำจะร่วมป้องกันและต่อต้ำนกำรทุจริตทุกรูปแบบ ๒. เรำจะปลูกฝังค่ำนิยมควำมซื่อสัตย์สุจริต ให้เป็นวิถีชีวิต ในสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ สถำนศึกษำ สังคมและชุมชน ๓. เรำจะสร้ำงเครือข่ำยควำมซื่อสัตย์สุจริต ระหว่ำงสถำนศึกษำ องค์กรและหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นรูปธรรมและมีควำมยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อธำรงชำติไทยให้สถิตเสถียรสถำพร ตลอด จิรัฐิติกำล


21 ๓.๔ จำกกำรประชุ ม ดัง กล่ ำ ว สิ่ ง ที่ ส ำนั ก งำนเขตพื้ นที่ ก ำรศึ ก ษำต้อ งด ำเนิน กำร คื อ กำรจั ด ทำ แผนปฏิบัติกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตของสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ และกำรวิเครำะห์หำค่ำควำมเสี่ยง ผลประโยชนทับซ้อนขององค์กร และจัดส่งให้ สำนักพัฒนำนวัตกรรมกำรจัดกำรศึกษำ สำนักงำนคณะกรรมกำร กำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ภายในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๑ ระเบียบวาระที่ ๔ ๔.๑ จัดทำรำยงำนกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงเกี่ยวกับกำรปฏิบัติงำน ที่อำจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 .......................................................................................................................................................... ................. ........................................................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................... ................. ........................................................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. มติที่ประชุม ................................................................................................... ๔.๒ จัดทำรำยงำนแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 .......................................................................................................................................................... ................. ........................................................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................... ................. ........................................................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. มติที่ประชุม ................................................................................................... ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องอื่นๆ .......................................................................................................................................................... ................. ........................................................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................... ................. ................................................................................................................................................................................


22 แบบระดมควำมคิด หัวข้อ “การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม” สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต ๑ ๒ มีนำคม ๒๕๖๑ ............................................................................................................................................ ๑. ท่ำนเคยพบเห็นรูปแบบหรือลักษณะกำรขัดกันระหว่ำงประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่ อย่ำงไร ๒. จำกคำตอบ ข้อ ๑ ให้ท่ำนเลือก รูปแบบหรือลักษณะ ที่เป็นกำรขัดกันระหว่ำงประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ ส่วนรวม เฉพำะที่เกี่ยวกับกำรปฏิบัติหน้ำที่ของเจ้ำหน้ำที่ หรือกำรบริหำรงำนในเขตพื้นที่กำรศึกษำ ๓. จำกคำตอบ ข้อ ๒ ให้เรียงลำดับควำมสำคัญของปัญหำและวิเครำะห์สถำนะควำมเสี่ยง ๔. จำกคำตอบ ข้อ ๓ ให้หำแนวทำงหรือมำตรกำรในกำรแก้ไข หรือป้องกันกำรขัดกันระหว่ำงประโยชน์ส่วนตนกับ ประโยชน์ส่วนรวม ๕ จำกคำตอบ ข้อ ๔ ให้เลือกแนวทำงหรือมำตรกำร จำนวน ๑ รูปแบบ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติกำรหรือโครงกำรหรือ กิจกรรม หรือข้อเสนอมำตรกำร ที่เป็นรูปธรรม .......................................................................................................................................... ........................... วิธีคานวณค่าสถานะความเสี่ยง (ใช้กับข้อ ๓) โอกำสในกำรเกิด ต่ำ ปำนกลำง สูง สูงมำก x ๑ ๒ ๓ ๔

ควำมรุนแรงของผลกระทบ ต่ำ ปำนกลำง สูง สูงมำก = ค่ำสถำนะควำมเสี่ยง ๑ ๒ ๓ ๔

เกณฑ์กำรแปลงคะแนน “สถำนะควำมเสี่ยง” เป็น “ลำดับสี” คะแนนสถำนะควำมเสี่ยง ๑-๔ ๕-๘ ๙ - ๑๒ ๑๓ - ๑๖

ลำดับสี สีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง


23 "Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต"

ในวันต่อต้านคอร์ รัปชันสากลเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ๒๕๖๐ มีการยกแนวความคิด "Zero Tolerance คนไทย ไม่ ทนต่ อการทุจริต" มาเป็ นคาขวัญประกาศความ ตั้งใจอย่างหนักแน่นและเอาจริ งเอาจังในการต่อต้านกับการทุจริ ตถึงขั้นสู งสุ ด หมายความว่า คนไทยจะมีความอดทนเป็ นศูนย์(Zero tolerance) ต่อการทุจริ ต ดัชนีชี้วดั ภาพลักษณ์ คอร์ รัปชันโลก ปี 2560 คะแนนไทยเพิม่ จาก 35 เป็ น 37 อันดับขยับมาที่ 96 จาก 101 ใน 180 ประเทศ

องค์กรเพื่อควำมโปร่งใสนำนำชำติ (Transparency International) ได้ประกำศ ค่ำคะแนนดัชนีกำร รับรู้กำรทุจริต ปี 2017 ปรำกฏว่ำ 2 ใน 3 จำก 180 ประเทศทั่วโลกยังคงได้คะแนนต่ำกว่ำ 50 คะแนน เช่นเดียวกับปีก่อน และมีค่ำคะแนนเฉลี่ยที่ 43 คะแนน สำหรับประเทศที่ได้อันดับหนึ่ง คือ นิวซีแลนด์ ด้วยคะแนน 89 คะแนน เอำชนะเดนมำร์กไปได้ หลังจำกที่ในปี 2016 ครองอันดับหนึ่งร่วมกันเพรำะมี 90 คะแนนเท่ำกัน โดยเดนมำร์กที่ครองอันดับสองของปีนี้ได้ 88 คะแนน อย่ำงไรก็ตำม สองประเทศมีคะแนนที่ลดลง ในปีนี้สิงคโปร์ยังคงทำชื่อเสียงให้กับประเทศจำกทวีปเอเชีย เพรำะแม้ได้คะแนน 84 เท่ำปีก่อน แต่ อันดับเลื่อนขึ้นมำอยู่ที่ 6 จำกอันดับที่ 7 ส่วนของประเทศไทยได้เพิ่มขึ้น 2 คะแนนเป็น 37 คะแนน จำกคะแนนเต็ม 100 คะแนน ส่งผลให้ลำดับเลื่อนขึ้นมำอยู่ที่ 96 ใน 180 ประเทศจำกอันดับที่ 101 ในปี 2559 จำก 176 ประเทศ ในกำรให้ค่ำคะแนน CPI ปี 2017 นี้ องค์กรเพื่อควำมโปร่งใสนำนำชำติให้คะแนนและจัดอันดับ ประเทศไทยโดยพิจำรณำข้อมูลจำกแหล่งข้อมูล 9 แหล่งเท่ำกับปี 2016 อย่ำงไรก็ตำม กลับมีคะแนนปรำกฏอยู่ เพียง 8 แหล่ง โดยมี 3 แหล่งที่ให้คะแนนไทยเพิ่มขึ้น คะแนนลดลง 3 แหล่ง ให้คะแนนเท่ำเดิม 2 แหล่ง สำมำรถ สรุปแต่ละแหล่งข้อมูลได้ ดังนี้


24 1. แหล่งข้อมูลที่ประเทศไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้นจำกปีก่อนมี 3 แหล่ง คือ 1.1 World Justice Project (WJP): Rule of Law Index ได้คะแนน 40 คะแนน เพิ่มขึ้นจำก 37 คะแนนใน ปีที่ผ่ำนมำ โดย WJP ประเมินค่ำควำมโปร่งใสโดยใช้หลักนิติรัฐ 1.2 Global Insight Country Risk Rating (GI) ได้ 35 คะแนน จำก 22 คะแนนปีที่ผ่ำนมำ โดย GI ประเมิน ปัจจัยเกี่ยวกับกำรดำเนินธุรกิจที่ต้องเกี่ยวกับคอร์รัปชัน กำรแทรกแซงของเจ้ำหน้ำที่รัฐในกำรดำเนินธุรกิจ กำรให้สินบนและสิ่งตอบแทนสำหรับพิจำรณำสัญญำและขอใบอนุญำต 1.3. World Economic Forum Executive Opinion Survey 2017 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 42 จำก 37 คะแนน โดยเป็นกำรสำรวจควำมคิดเห็นเกี่ยวกำรจ่ำยสินบนในเรื่องกำรส่งออกและนำเข้ำ สำธำรณูปโภค ภำษี กำรจัดซื้อจัดจ้ำงภำครัฐ และคำตัดสินคดีของศำล รวมถึงกำรยักย้ำยถ่ำยเทเงินจำกภำครัฐไปสู่เอกชน 2. แหล่งข้อมูลที่ประเทศไทยได้คะแนนลดลงกว่ำปีก่อนมี 3 แหล่ง คือ 2.1 IMD World Competitiveness Yearbook 2017 วัดภำพลักษณ์เกี่ยวกับกำรติดสินบนและกำรคอร์รัป ชัน คะแนนลดลงจำก 44 คะแนน เป็น 43 คะแนน 2.2 Bertelsmann Foundation Transformation Index (BF-BTI) ได้คะแนน 37 คะแนน ลดลงจำก 40 คะแนนในปีก่อน โดย BF-BTI ใช้ผู้เชี่ยวชำญวิเครำะห์และประเมินกระบวนกำรเปลี่ยนแปลงไปสู่ ประชำธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบตลำดเสรี และดูควำมเปลี่ยนแปลง 3 ด้ำน คือ 1. ด้ำนกำรเมือง 2. ด้ำนเศรษฐกิจ 3. ด้ำนกำรจัดกำรของรัฐบำล 2.3 Varieties of Democracy Project แหล่งข้อมูลใหม่ในปีที่แล้ว ให้คะแนนไทย 23 คะแนน ลดลงจำก 24 คะแนนในปีที่ผ่ำนมำ โดยวัดเกี่ยวกับควำมหลำกหลำยของประชำธิปไตย กำรเลือกตั้ง เสรีภำพ กำรเปิดให้ มีกำรแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็น ควำมเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่ำย 3. แหล่งข้อมูลที่ประเทศไทยได้คะแนนเท่ำกับปีก่อน มี 2 แหล่ง คือ 3.1 International Country Risk Guide (ICRG): Political Risk services ได้ 32 คะแนนเท่ำกับปีก่อน โดย ICRG เป็นองค์กรแสวงหำกำไร ให้บริกำรวิเครำะห์วิจัยและจัดอันดับสภำวะควำมเสี่ยงระดับประเทศ ประเมิน ควำมเสี่ยงด้ำนกำรเมือง ด้ำนเศรษฐกิจ และด้ำนกำรเงิน 3.2 Economist intelligence Unit (EIU): Country Risk Rating ได้ 37 คะแนนเท่ำกับปีก่อน โดย EIU วิเครำะห์ เชิงลึกเกี่ยวกับควำมเสี่ยงที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศต้องเผชิญ

ผลประโยชน์ทบั ซ้อน (ConflictOf Interests) ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่ว นรวม (Conflict of interest : COI) เป็นประเด็นปัญหาทางการบริหารภาครัฐ ในปัจจุบันที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาการทุจริต


25 ประพฤติ มิชอบในระดับที่รุนแรงขึ้น และยังสะท้อนปัญหาการขาดหลักธรรมาภิบาลและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ประเทศ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ได้กาหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการในการป้องกันปัญหา ผลประโยชน์ทับซ้อนในการปฏิบัติราชการหลายประการ ดังปรากฏในหมวด ๒ ข้อ ๓ (๓) ข้อ ๕(๑),(๒),(๓),(๔) ข้อ ๖ (๑),(๒),(๓) ข้อ ๗(๔),(๕) ข้อ ๘(๕) ข้อ ๙(๑) เป็นต้น ความหมาย : สานักงาน ก.พ. สถานการณ์หรือการกระทาของบุคคล (ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองข้าราชการ พนักงานบริษัท ผู้บริหาร) มี ผลประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเกี่ยวข้อง จนส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจหรือการปฏิบัติหน้าที่ในตาแหน่งนั้น การกระทา ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาหรือไม่เจตนาหรือบางเรื่องเป็นการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนไม่เห็นว่า จะเป็นสิ่งผิดแต่อย่างใดพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นการกระทาความผิดทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ต้องคานึงถึง ผลประโยชน์สาธารณะ (ประโยชน์ของส่วนรวม) แต่กลับตัดสินใจปฏิบัติหน้าที่โดยคานึงถึงประโยชน์ของตนเองหรือ พวกพ้อง

มูลเหตุปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดจากการพัฒนาการทางการเมืองไทยเปลี่ยนไป จากเดิมที่นักการเมือง และ นักธุรกิจเป็นบุคคลคนละกลุ่มกัน กล่าวคือในอดีต นักธุรกิจต้องพึ่งพิงนักการเมือง เพื่อให้นักการเมืองช่วยเหลือ สนับสนุนธุรกิจของตน ซึ่งในบางครั้งสิ่งที่นักธุรกิจต้องการนั้น มิได้รับการตอบสนองจากนักการเมืองทุกครั้งเสมอไป นักธุรกิจก็ต้องจ่ายเงินจานวนมากแก่นักการเมือง ในปัจจุบันนักธุรกิจจึงใช้วิธีการเข้ามาเล่นการเมืองเองเพื่อให้ตนเอง สามารถเข้ามาเป็นผู้กาหนดนโยบายและออกกฎเกณฑ์ต่างๆ ในสังคมได้ และที่สาคัญคือทาให้ข้าราชการต่างๆ ต้อง ปฏิบัติตามคาสั่ง

ผลประโยชน์ทับซ้อน ภาษาไทยใช้อยู่ ๓ อย่าง ๑. ความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒. ผลประโยชน์ทับซ้อน ๓. ผลประโยชน์ขัดกัน

นิยามศัพท์และแนวคิดสาคัญ ผลประโยชน์ส่วนตน (private interest) “ผลประโยชน์ ” คือ สิ่งใดๆ ที่มีผลต่อบุคคล/กลุ่ม ไม่ว่าใน ทางบวกหรือลบ “ผลประโยชน์ส่วนตน” ไม่ได้ครอบคลุมเพียงผลประโยชน์ด้านการงานหรือธุรกิจของเจ้าหน้าที่ แต่ รวมถึงคนที่ติดต่อสัมพันธ์ด้วย เช่น เพื่อน ญาติ คู่แข่ง ศัตรู เมื่อใดเจ้าหน้าที่ประสงค์จะให้ คนเหล่านี้ไ ด้หรื อเสี ย ประโยชน์ เมื่อนั้นก็ถือว่ามีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนมาเกี่ยวข้อง


26 ผลประโยชน์ส่วนตน มี ๒ ประเภท คือ ที่เกี่ยวกับเงิน (pecuniary) และที่ไม่เกี่ยวกับเงิน (non-pecuniary) ๑. ผลประโยชน์ส่วนตนที่เกี่ยวกับเงิน ไม่ได้เกี่ยวกับการได้มาซึ่งเงินทองเท่านั้ น แต่ยังเกี่ยวกับการเพิ่มพูน ประโยชน์หรือปกป้องการสูญเสียของสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น ที่ดิน หุ้น ตาแหน่งในบริษัทที่รับงานจากหน่วยงาน รวมถึง การได้มาซึ่งผลประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในรูปตัวเงิน เช่น สัมปทาน ส่วนลดของขวัญ หรือของที่แสดงน้าใจไมตรีอื่นๆ ๒. ผลประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับเงิน เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ครอบครัว หรือกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรมอื่น ๆ เช่น สถาบันการศึกษา สมาคม ลัทธิ แนวคิด มักอยู่ในรูปความลาเอียง/อคติ/เลือกที่รักมักที่ชัง และมี ข้อสังเกตว่าแม้แต่ความเชื่อ/ความคิดเห็นส่วนตัวก็จัดอยู่ในประเภทนี้ หน้า ที่สาธารณะ (public duty) หน้ าที่ส าธารณะของผู้ ที่ทางานให้ ภาครัฐคือ การให้ ความส าคัญอันดับต้นแก่ ประโยชน์สาธารณะ (public interest) คนเหล่านี้ไม่จากัดเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนอื่น ๆ ที่ทางานให้ภาครัฐ เช่น ที่ปรึกษา อาสาสมัคร ผลประโยชน์สาธารณะ คือประโยชน์ของชุมชนโดยรวม ไม่ใช่ผลรวมของผลประโยชน์ของปัจเจกบุคคล และไม่ใช่ ผลประโยชน์ของกลุ่มคน การระบุผลประโยชน์สาธารณะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ภาครัฐสามารถให้ ความสาคัญอันดับต้นแก่สิ่งนี้ โดย - ทางานตามหน้าที่อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ - ทางานตามหน้าที่ตามกรอบและมาตรฐานทางจริยธรรม - ระบุผลประโยชน์ทับซ้อนที่ตนเองมีหรืออาจจะมีและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ - ให้ความสาคัญอันดับต้นแก่ผลประโยชน์สาธารณะ มีความคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ต้องจากัดขอบเขตที่ ประโยชน์ส่วนตนจะมามีผลต่อความเป็นกลางในการทาหน้าที่ - หลีกเลี่ยงการตัดสินใจหรือการทาหน้าที่ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน - หลีกเลี่ยงการกระทา/กิจกรรมส่วนตนที่อาจทาให้คนเห็นว่าได้ประโยชน์จากข้อมูลภายใน - หลีกเลี่ยงการใช้ตาแหน่งหน้าที่หรือทรัพยากรของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ส่วนตน - ป้องกันข้อครหาว่าได้รับผลประโยชน์ที่ไม่สมควรจากการใช้อานาจหน้าที่ - ไม่ใช้ประโยชน์จากตาแหน่งหรือข้อมูลภายในที่ได้ขณะอยู่ในตาแหน่ง ขณะที่ไปหาตาแหน่งงานใหม่ • ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests) องค์กรสากล คือ Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) นิยามว่าเป็นความทับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ทับซ้อน มี ๓ ประเภท คือ ๑. ผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดขึ้นจริง (actual) มีความทับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและสาธารณะ เกิดขึ้น ๒. ผลประโยชน์ทับซ้อนที่เห็น (perceived & apparent) เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่คนเห็นว่ามี แต่จริงๆ อาจไม่มีก็ได้ ถ้าจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนประเภทนี้อย่างขาดประสิทธิภาพ ก็อาจนามาซึ่งผลเสียไม่น้อยกว่าการ


27 จัดการผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดขึ้นจริง ข้อนี้แสดงว่าเจ้าหน้าที่ไม่เพียงแต่จะต้องประพฤติตนอย่างมีจริยธรรมเท่านั้น แต่ต้องทาให้คนอื่น ๆ รับรู้และเห็นด้วยว่าไม่ได้รับประโยชน์เช่นนั้นจริง ๓. ผลประโยชน์ทับซ้อนที่เป็นไปได้ (potential) ผลประโยชน์ส่วนตนที่มีในปัจจุบันอาจจะทับซ้อนกับ ผลประโยชน์สาธารณะได้ในอนาคต หน้าที่ทับซ้อน (conflict of duty) หรือผลประโยชน์เบียดซ้อนกัน (competing interests) มี ๒ ประเภท ๑. ประเภทแรก เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่มีบทบาทหน้าที่มากกว่าหนึ่ง เช่น เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานและ เป็นคณะกรรมการด้านระเบียบวินัยประจาหน่วยงานด้วย ปัญหาจะเกิดเมื่อไม่สามารถแยกแยะบทบาทหน้าที่ทั้งสอง ออกจากกันได้อาจทาให้ทางานไม่มีประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งเกิดความผิดพลาดหรือผิดกฎหมาย ปกติหน่วยงาน มักมีกลไกป้ องกัน ปั ญ หานี้ โ ดยแยกแยะบทบาทหน้า ที่ต่า งๆ ให้ ชัดเจน แต่ก็ยังมีปั ญหาได้โ ดยเฉพาะอย่างยิ่ ง ใน หน่วยงานที่มีกาลังคนน้อยหรือมีเจ้าหน้าที่บางคนเท่านั้นที่สามารถทางานบางอย่างที่คนอื่นๆ ทาไม่ได้ คนส่วนใหญ่ไม่ ค่อยห่วงปัญหานี้กันเพราะดูเหมือนไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนมาเกี่ยวข้อง ๒. ประเภทที่สอง เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่มีบทบาทหน้ าที่มากกว่าหนึ่งบทบาท และการทาบทบาทหน้าที่ ในหน่วยงานหนึ่งนั้น ทาให้ได้ข้อมูลภายในบางอย่างที่อาจนามาใช้เป็นประโยชน์แก่การทาบทบาทหน้าที่ให้แก่ อีก หน่วยงานหนึ่งได้ ผลเสียคือ ถ้านาข้อมูลมาใช้ก็อาจเกิดการประพฤติมิชอบหรือความลาเอียง/อคติต่อคนบางกลุ่ม ควร ถือว่าหน้าที่ทับซ้อนเป็นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย เพราะว่ามีหลักการจัดการแบบเดียวกัน นั่นคือ การตัดสินใจ ทาหน้าที่ต้องเป็นกลางและกลไกการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนก็สามารถนามาจัดการกับหน้าที่ทับซ้อนได้ ความหมายและประเภทของการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ความ ขัดแย้ง (Conflict) สถานการณ์ที่ขัดกัน ไม่ลงรอยเป็นเหตุการณ์อันเกิดขึ้นเมื่อบุคคลไม่สามารถตัดสินใจกระทาอย่างใดอย่าง หนึ่ง ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นได้จากความไม่ลงรอยกันในเรื่องความคิด แนวทางปฏิบัติ หรือผลประโยชน์ ผลประโยชน์ส่วนตน (Private Interests) เป็นผลตอบแทนที่บุคคลได้รับ โดยเห็นว่ำมีคุณค่ำที่จะสนองตอบควำมต้องกำรของตนเองหรือของกลุ่มที่ ตนเองเกี่ยวข้อง ผลประโยชน์เป็นสิ่งจูงใจให้คนเรำมีพฤติกรรมต่ำงๆ เพื่อสนองควำมต้องกำรทั้งหลำย (เพ็ญศรี วำยวำ นนท์,2527:154) ผลประโยชน์ส่วนรวมหรือผลประโยชน์สาธารณะ (Public Interests) หมำยถึง สิ่งใดก็ตำมที่ให้ประโยชน์สุขแก่บุคคลทั้งหลำยในสังคม ผลประโยชน์สำธำรณะ ยังหมำยรวมถึง หลักประโยชน์ต่อมวลสมำชิกในสังคม ความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (Conflict Of Interests) เป็นสถำนกำรณ์ที่บุคคลในฐำนะพนักงำนหรือเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ ใช้ตำแหน่งหรืออำนำจหน้ำที่ในกำรแสวง ประโยชน์แก่ตนเอง กลุ่มหรือพวกพ้อง ซึ่งเป็นกำรละเมิดทำงจริยธรรม และส่งผลกระทบหรือควำมเสียหำยต่อ ประโยชน์สำธำรณะ คำอื่นที่มีควำมหมำยถึงควำมขัดแย้งกันแห่งผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม ได้แก่ กำรมี


28 ผลประโยชน์ทับซ้อน ควำมขัดกันระหว่ำงผลประโยชน์ของผู้ดำรงตำแหน่งสำธำรณะ และรวมถึงคอร์รัปชั่นเชิง นโยบำย คอร์รัปชั่นสีเทำ ความหมายของ (Conflict Of Interestsกับ Corruption) Conflict of Interests เป็นรูปแบบหนึ่งของ Corruptionแต่ระดับหรือขนำด และขอบเขต ต่ำงกัน Conflict of Interests นำไปสู่ Corruption ที่รุนแรงขึ้น Conflict of Interests เกี่ยวกับกำรใช้อำนำจที่เป็นทำงกำร เชื่อมโยงกับกฎหมำย ระเบียบกำรปฏิบัติ และส่วนที่ไม่เป็นทำงกำร เป็นควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล ขยำยไปถึงเรื่องครอบครัว ต้องพิจำรณำควำมสัมพันธ์ เช่น คู่สมรส และคนในเครือญำติ รูปแบบ (Conflict Of Interests) การรับผลประโยชน์ (Accepting Benefits) ได้แก่ กำรรับของขวัญหรือของกำนัลที่มีค่ำอื่นๆ ซึ่งส่งผลต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่ กำรที่บริษัทสนับสนุนกำรเดินทำงไปประชุม/ดูงำนในต่ำงประเทศ ของผู้บริหำรและอำจรวมถึง ครอบครัว กำรที่หน่วยงำนรำชกำรรับเงินบริจำคสร้ำงสำนักงำนจำกบริษัทธุรกิจที่ติดต่อกับหน่วยงำน เจ้ำหน้ำที่ของรัฐรับของแถมหรือผลประโยชน์ในกำรปฏิบัติงำนที่เกี่ยวกับกำรจัดซื้อจัดจ้ำง กำรที่บุคคลปฏิบัติหน้ำที่เอำผลประโยชน์ส่วนตัวไปพัวพันในกำรตัดสินใจ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเอง และเป็นกำรเสียประโยชน์ของทำงรำชกำร การกระทาที่อยู่ในข่าย Conflict of Interests ความหมาย รับผลประโยชน์ (Accepting Benefits)คือ กำรรับสินบนหรือรับของขวัญ เช่น เป็นเจ้ำพนักงำนสรรพำกรแล้วรับ เงินจำกผู้มำเสียภำษี หรือเป็นเจ้ำหน้ำที่จัดซื้อแล้วไปรับไม้กอล์ฟจำกร้ำนค้ำ เป็นต้น ใช้อิทธิพล (Influence Peddling)เป็นกำรเรียกผลตอบแทนในกำรใช้อิทธิพลในตำแหน่งหน้ำที่เพื่อส่งผลที่เป็นคุณ แก่ฝ่ำยใด ฝ่ำยหนึ่งอย่ำงไม่เป็นธรรม ใช้ ท รั พ ย์ สิ น ของนายจ้ า งเพื่ อ ประโยชน์ ส่ ว นตน (Using employer’s property for private advantage) ได้แก่ กำรใช้รถรำชกำร หรือใช้คอมพิวเตอร์ของรำชกำรทำงำนส่วนตัว เป็นต้น ใช้ข้อมูลลับของราชการ (Using confidential information) เช่น รู้ว่ำรำชกำรจะตัดถนน แล้วรีบชิงไปซื้อที่ดัก หน้ำไว้ก่อน รับงานนอก (Outside employment or moonlighting) ได้แก่ กำรเปิดบริษัทหำกินซ้อนบริษัทที่ตนเองทำงำน เช่น เป็นพนักงำนขำยแอบเอำสินค้ำตัวเองมำขำยแข่ง หรือเช่นนักบัญชีที่รับงำนส่วนตัวจนไม่มีเวลำทำงำนบัญชีใน หน้ำที่ให้รำชกำร ทางานหลังออกจากตาแหน่ง (Post Employment) เป็นกำรไปทำงำนให้ผู้อื่นหลังออกจำกงำนเดิม โดยใช้ควำมรู้ หรืออิทธิพลที่เดิมมำชิงงำน หรือเอำประโยชน์โดยไม่ชอบธรรม เช่น เอำควำมรู้ ในนโยบำย และแผนของธนำคำรชำติ ไปช่วยธนำคำรเอกชนหลังเกษียณ ประเภทของผลประโยชน์ทับซ้อน กำรใช้ตำแหน่งไปดำเนินกำรเพื่อประโยชน์ทำงธุรกิจของตนเองโดยตรง


29 ใช้ตำแหน่งไปช่วยเหลือญำติสนิทมิตรสหำย กำรรับผลประโยชน์โดยตรง กำรแลกเปลี่ยนผลประโยชน์โดยใช้ตำแหน่งหน้ำที่กำรงำน กำรนำทรัพย์สินของหน่วยงำนไปใช้ส่วนตัว กำรนำข้อมูลอันเป็นควำมลับของหน่วยงำนมำใช้ประโยชน์ส่วนตัว กำรทำงำนอีกแห่งหนึ่ง ที่ขัดแย้งกับแห่งเดิม ผลประโยชน์ทับซ้อนจำกกำรเปลี่ยนสถำนที่ทำงำน กำรปิดบังควำมผิด ............................................................................................................................. .............................


30

ประมวลภำพกิจกรรมกำรประชุม

รายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน  
รายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน  
Advertisement