Page 1

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

1


บก.ทักทาย

สารบัญ

สวัสดีทุกทาน ฉบับเดือนกรกฎาคมนี้ มีเนื้อหาที่ อยากจะแนะนํา ในป 2558 หรือ ค.ศ.2015 ประเทศไทย เราเข า สู ป ระชาคมอาเซี ย น ครอบคลุ ม ทางด า น เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ฉบับนี้แนะนําภาษา อาเซียนของประเทศมาเลเซียและบรูไน 2 ประเทศนี้ เขาใชภาษาพูดเดียวกัน... มีความกาวหนาสําหรับผูนํา ชุ ม ชนในหลั ก สู ต รนวั ต กรรมการพั ฒ นา... ในฉบั บ นี้ เสนอแรงบันดาลใจของผูทํางานพัฒนาชุมชนในพื้นที่ หางไกลชายแดน ในพื้ น ที่เขตใกลเมือง ในพื้น ที่ทาง ภาคอีสาน เขาทั้ง 3 ทาน มีแรงบันดาลใจตอการทํางาน ที่ น า ศึ ก ษา อ า นดู น ะครั บ ... นอกจากนี้ มี ค อลั ม น บทบาทของตําแหนงพัฒนาการจังหวัด มีบทบาทหลัก ๆ 3 เรื่อง... ขอขอบคุณที่ติดตามอาน สวัสดีครับ!

ชัยยา ขําสะอาด บรรณาธิการ

บก.ทักทาย / สารบัญ แลหนา..เหลียวหลัง ความรูคูชุมชน (KM) เสนหชุมชน กถาพัฒนากร ทองทุงแหงความคิด หนึ่งวัน หนึ่งความคิด 50 ป กรมการพัฒนาชุมชน หัวโคง รูดวยกันงาน กจ. การพัฒนาระบบราชการบานเรา (พช.) วาทะเดน ภาพกิจกรรม ถางทางสรางสรรค ปกิณกะ

5 7 10 12 15 17 18 20 21 23 26 27 31 33

ประธานกรรมการอํานวยการ นายประภาศ บุญยินดี ทีป่ รึกษา นางกอบแกว จันทรดี นายพิสันติ์ ประทานชวโน นายนิสิต จันทรสมวงศ บรรณาธิการทีป่ รึกษา นางกอบแกว จันทรดี บรรณาธิการ นายชัยยา ขําสะอาด ผูช ว ยบรรณาธิการ นางรักใจ กาญจนะวีระ กองบรรณาธิการ นางสาวชณัทสรณ โพธิปน นางเพียงจิต บุญโต นางสาวเยาวนิจ กลั่นนุรักษ นายสรฤทธ จันสุข นายบรรลือ พลับพลึง นางสาวนวพร พิมพา นางสาวยอดขวัญ วานเครือ ฝายภาพ นายพีระ คําศรีจันทร นายจรูญศักดิ์ เขียวสุคนธ ออกแบบรูปเลม นางสาวนวพร พิมพา ออกแบบปก นางสาวศิริพร พรหมมา กองประชาสัมพันธ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ศูนยราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจงวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร. 0 2141 6271, 0 2141 6328 โทรสาร 0 2143 8922

บทความหรือขอเขียนในวารสารพัฒนาชุมชนเปนความเห็นสวนบุคคล กองบรรณาธิการไมจาํ เปนตองเห็นดวย และไมผกู พันกับกรมการพัฒนาชุมชนแตอยางใด วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

2


กระท่อมน้อย ๔ ป.

ตอนที่ 10 : การฝึกอบรมผู้นําชุมชน หลักสูตรนวัตกรรมการพัฒนา (Innovative Leader) ปีนี้เป็นปีแรกที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ดําเนินการฝึกอบรมผู้นําชุมชนหลักสูตรผู้นํานวัตกรรมการพัฒนา (Innovative Leader) ก่อนอื่น ขอย้อนความเดิมเกี่ยวกับโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นําชุมชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ได้ดําเนินการมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 โดยสํานักเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและได้มอบให้สถาบันการพัฒนา ชุมชนดําเนินการต่อเมื่อปี พ.ศ. 2553 ดํ าเนินการใน 3 กิจกรรม ประกอบด้ วย 1) การประชุม เชิงปฏิ บัติการ ทีมวิทยากร 2) การพัฒนาศักยภาพผู้นําหลักสูตรผู้นําการพัฒนา และ 3) การพัฒนาศักยภาพผู้นําหลักสูตรผู้นํา การเปลี่ยนแปลงชุมชน (Smart Leader) ต่อมา ในปี 2554 นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ สามารถเสริมสร้างให้ผู้นําชุมชนเป็นผู้มีความรู้คู่คุณธรรม มีทักษะ และสามารถบริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และสิ่งแวดล้อม ด้วยหลักปรัชญาการพัฒนาชุมชน ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรฝึกอบรมผู้นําชุมชนอย่างเป็นระบบและตามลําดับขั้น จึงได้มีดําริให้สร้างและพัฒนา หลักสูตรเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ คือ หลักสูตรการพัฒนา หลักสูตรผู้นําการเปลี่ยนแปลงชุมชน (Smart Leader) โดยกําหนดใหม่เป็น 4 ลําดับขั้นการพัฒนา ดังนี้ 1) ขั้นต้น - หลักสูตรผู้นําพื้นฐาน 2) ขั้นพื้นฐาน - หลักสูตรผู้นํา การเปลี่ยนแปลงชุมชน 3) ขั้นพัฒนา - หลักสูตรผู้นํานวัตกรรมการพัฒนา และ 4) ขั้นก้าวหน้า - หลักสูตรผู้นํา ยุทธศาสตร์การพัฒนา ตามภาพเส้นทางการพัฒนาผู้นําชุมชนที่ได้แสดงไว้

Roadmap การพัฒนาผู้นําชุมชน การวางยุทธศาสตร์/ การแปลง ยุทธศาสตร์ และการวางกลยุทธ การพัฒนาชุมชน การเป็นวิทยากร กระบวนการ/ การจัดการความรู้/ การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ

ผู้นําชุมชนมีความรู้ ทักษะ สามารถ กําหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ ชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ (๒๐ วัน)

ผู้นําชุมชนมีความรู้ ทักษะ ในการ สร้างสรรค์นวัตกรรมในการบริหาร จัดการชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ (๑๐ วัน)

ผู้นําการเปลีย่ นแปลงชุมชน Smart Leader

ผู้นําที่มีคณ ุ ธรรม ความรู้ ความสามารถ ทักษะในการบริหารจัดการชุมชนให้ เข้มแข็งพึ่งตนเองได้

ผู้นํายุทธศาสตร์การพัฒนา Strategic Leader (ขั้นก้าวหน้า)

ผู้นํานวัตกรรมการพัฒนา Innovative Leader (ขั้นพัฒนา) ผู้นําชุมชนมีความรู้คคู่ ณ ุ ธรรม สามารถบริหารจัดการชุมชนให้ เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ (๑๑ วัน)

การพัฒนาตนเอง/ การปรับ กระบวนทัศน์/ การปรับปรุง บุคลิกภาพ/ การพูด

(ขั้นพืน ้ ฐาน)

ผู้นําพื้นฐาน (ขั้นต้น)

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

ผู้นําชุมชนมีความรู้คคู่ ณ ุ ธรรม สามารถบริหารจัดการชุมชนให้ เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ (๓ วัน)

ความรู้ทั่วไป/ บทบาทของผูน ้ ํา ในงานพัฒนาชุมชน

3


จะเห็ น ได้ ว่ า มี ห ลั ก สู ต รการฝึ ก อบรมเพิ่ ม เติ ม จากเดิ ม อี ก 2 หลั ก สู ต ร คื อ หลั ก สู ต รผู้ นํ า นวั ต กรรมการพั ฒ นา (Innovative Leader) และหลักสูตรผู้นํายุทธศาสตร์การพัฒนา (Strategic Leader) ซึ่งทําให้เส้นทางการพัฒนา ศักยภาพผู้นําชุมชนเป็นไปอย่างมีทิศทาง เป็นระบบและมีขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในปี พ.ศ. 2555 กรมการพัฒนาชุมชน โดยสถาบันการพัฒนาชุมชนสร้างและพัฒนาหลักสูตร นวัตกรรมการพัฒนา (Innovative Leader) ขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นําชุมชน ด้วยการคัดเลือกผู้นําชุมชนที่ผ่านหลักสูตรผู้นําการเปลี่ยนแปลงชุมชน (Smart Leader) รุ่นที่ 1 - รุ่นที่ 11 (ปี 2551-2554) และสมัครเข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้นํานวัตกรรมการพัฒนา (Innovative Leader) จํานวน 35คน เข้ารับการอบรม จึงเปรียบเสมือนเป็นการทดลองหลักสูตรที่ถูกคาดหวังว่าจะเป็นหลักสูตรที่ดี สามารถตอบสนอง เป้าประสงค์ของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการสะท้อนความคิดเห็นของผู้อบรมทุกคนมีความพึงพอใจ ต่ อหลั กสูตรนี้ สูงและต้ อ งการโอกาสที่ จ ะได้รับ การคั ดเลือ กให้เ ข้ารับ การฝึ ก อบรมในหลักสู ต รผู้นํ า ยุท ธศาสตร์ การพัฒนาต่อไป ส่วนผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมครั้งนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่งซึ่งจะนําเรียน ให้ทราบในโอกาสต่อไป

นางสาวเพ็ญแข ศรีสทุ ธิกุล ผูอ้ ํานวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน รับฟังข้อเสนอนวัตกรรมการพัฒนาของผู้รับการกอบรม

นางกอบแก้ว จันทร์ดี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานมอบประกาศนียบัตร แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้นํานวัตกรรมการพัฒนา รุ่นที่ ๑ ปี พ.ศ.๒๕๕๕ ณ สถาบันการพัฒนาผู้นําชุมชนไทย จังหวัดนครนายก วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

4


นางนวลจันทร ศรีมงคล*

หลักธรรมาภิบาล กับ กองทุน กข.คจ. : โครงการสงเสริมสุขภาพทางการเงิน โครงการแกไขปญหาความยากจน

กรมการพัฒนาชุมชน เปนหนวยงานที่รับผิดชอบในการดําเนินงานโครงการแกไขปญหา ความยากจน(กข.คจ.) มาตั้งแตป พ.ศ.2536 งบประมาณหมวดเงินอุดหนุนที่จัดตั้งเปนเงินทุนเพื่อใช ในการดําเนินการ กรมการพัฒนาชุมชน รับผิดชอบในการควบคุมดูแลและตรวจสอบการใชเงินดังกลาว ใหเปนไปตามวัตถุประสงคของการตั้งงบประมาณและระเบียบของทางราชการ กอปรกับสํานักพัฒนา ทุนและองคกรการเงินชุมชนไดติดตามการดําเนินงาน ดานการพัฒนาทุนชุมชนในพื้นที่และผูปฏิบัติงาน ในระดับพื้นที่ไดสะทอนถึงปญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการดําเนินงานโครงการแกไขปญหาความยากจน (กข.คจ.) เนื่องจากบางพื้นที่ขาดการติดตาม สงเสริมและสนับสนุนอยางตอเนื่อง เกิดปญหาใน ขาดการตรวจสอบและควบคุม การบริหารจัดการเงินทุนของคณะกรรมการ กข.คจ.หมูบาน การดําเนินงานใหเกิดความโปรงใสเพื่อประโยชนแกประชาชนอยางแทจริง ตลอดจนการปองกันและ แกไขปญหาดังกลาวที่อาจจะเกิดขึ้นได การสรางกลไกธรรมาภิบาลทางการเงิน จึงมีความสําคัญเพื่อใหการบริหารจัดการเงิน กองทุนโครงการ กข.คจ.มีประสิทธิภาพเกิดประโยชนแกประชาชนอยางแทจริง กรมการพัฒนาชุมชน จึงมีวิธีการกําหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพทางการเงิน โดยใชเครื่องมือที่เรียกวา วิธีการตรวจสุขภาพทางการเงินนี้ เปรียบเสมือนการตรวจ “ปรอทวัดสุขภาพทางการเงิน” สุขภาพรางกายของมนุษย ซึ่งจะไดหาทางแกไขปรับปรุงและปองกันดวยวิธีการวางเปาหมายใน การพัฒนาแกองคกรการเงินชุมชนไดอยางเปนระบบและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ------------------------*พัฒนาการอําเภอเมืองรอยเอ็ด สํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอเมืองรอยเอ็ด จังหวัดรอยเอ็ด

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

5


กรมการพัฒนาชุมชน จึงจัดทําโครงการสงเสริมสุขภาพทางการเงินโครงการแกไขปญหา ความยากจน(กข.คจ.) ขึ้น โดยมีกิจกรรมสงเสริมสุขภาพทางการเงินกองทุนโครงการแกไขปญหา ความยากจน(กข.คจ.) และกิจกรรมสรางทีมผูตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. ไดรับการตรวจ สุขภาพทางการเงินและไดรับการแนะนําในการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อมิใหเกิดความ เสียหายแกเงินทุนโครงการ กข.คจ. บันทึกขุมความรู : 1. กรมการพัฒนาชุมชน ประชุม เชิงปฏิบัติการสรางทีมผูตรวจสุขภาพเงินทุน โครงการ กข.คจ. 2. จังหวัดแตงตั้งคณะทํางานโครงการ ตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. 3. จังหวัดประชุม ชี้แจง สรางความเขาใจ แกคณะทํางานโครงการตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. 4. ทีมผูตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. อําเภอเมืองรอยเอ็ด กําหนดแผนปฏิบัติการ ตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. 5. ทีมผูตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ.อําเภอเมืองรอยเอ็ด ประสานการจัดเวทีพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู ใหแนะนําแนวทางการพัฒนาตามประเด็นตัวชี้วัดตาง ๆ แกคณะกรรมการ กข.คจ. หมูบานและครัวเรือนเปาหมายที่ยืมเงินโครงการ กข.คจ. 6. ทีมผูตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. อําเภอเมืองรอยเอ็ด ติดตาม สนับสนุน การพัฒนาโดยยึดการมีสวนรวมของชุมชน 7. ทีมผูตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ.อําเภอเมืองรอยเอ็ด สรุป รายงานผลการตรวจ สุขภาพเงินทุนโครงการแกไขปญหาความยากจน(กข.คจ.) รอบที่ 1 แกนความรู 1. มีทีมผูตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ.อําเภอเมืองรอยเอ็ด เกิดองคความรูเกี่ยวกับ การสรางกลไกธรรมาภิบาลทางการเงิน 2. กองทุนโครงการแกไขปญหาความยากจน(กข.คจ.) ตามเปาหมายของอําเภอเมืองรอยเอ็ด ได รั บ การตรวจสุ ข ภาพทางการเงิ น และมี ก ารขยายผลให พั ฒ นากรประสานงานตํ า บลทุ ก คน ดําเนินการตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. ใหครบทุกหมูบาน ในปงบประมาณ 2555 3. ทีมผูตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. อําเภอเมืองรอยเอ็ด สามารถใหคําปรึกษา แนะนํา และรวมกําหนดแนวทางการพัฒนา การบริหารจัดการเงินทุนโครงการ กข.คจ.ตามหลัก ธรรมาภิบาล วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

6


4. ลดความเสียหายแกเงินทุนโครงการ กข.คจ.ในพื้นที่อําเภอเมืองรอยเอ็ด 5. มีการติดตาม ประเมินผล การบริหารจัดการเงินทุนโครงการ กข.คจ. อยางตอเนื่อง กลยุทธในการทํางาน 1. ใชเวทีประชาคมหมูบานในการตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. 2. สงเสริม สนับสนุน ใหคณะกรรมการ กข.คจ.หมูบาน ยึดหลักธรรมาภิบาล ในการบริหาร จัดการเงินทุนโครงการ กข.คจ. 3. สงเสริม สนับสนุน ใหคณะกรรมการ กข.คจ.หมูบาน ดําเนินงานตามแนวทางการพัฒนา ตามประเด็นตัวชี้วัด ที่รวมกันกําหนดไว เพื่อรับการตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการ กข.คจ. รอบที่ 2 4. พัฒนากรประสานงานตําบล ติดตาม สนับสนุน อยางตอเนื่อง กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวของ 1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการบริหารและการใชจายเงินโครงการแกไขปญหา ความยากจน พ.ศ.2536 ฉบับแกไขเพิ่มเติม พ.ศ.2539 และฉบับแกไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 2. การดําเนินงานตามโครงการสงเสริมสุขภาพทางการเงินโครงการแกไขปญหาความยากจน (กข.คจ.) พ.ศ.2555

...พบกันใหมฉบับหนาคะ..

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

7


เยี่ยม - กิน– ถิ่นชาวมอญ ที่เกาะเกร็ด นนทบุรี ตอนที่ 2 จากกลุมขนมมงคลเกาะเกร็ด พี่สุรัตนพาผูเขียน เขามาที่กลุมหัตถกรรมเครื่องปนดินเผา หมูที่ 1 รอยซาก ปรักหักพัง อันเปนผลจากน้าํ ทวมเมื่อชวงปลายปที่ผานมา ยังมีใหเห็นอยูอยางชัดเจน พี่สุรัตนถึงกับสายหนา “ไมไหว.... ไมรูจะเริ่มซอมอะไรตรงไหน เครื่องมือเครื่องไมราคาหลายตังค พังเสียหายหมด งบเราก็ไมมี ก็ตองปลอยไปอยางนี้กอน แตยังมีผลิตภัณฑที่ทําเสร็จแลวและเก็บหนี น้ําทัน ยังพอมีขายใหลูกคาขาประจําบาง นี่...สมาชิกกลุมบางคนถึงกับทอเลิกไปบางก็มี อืม....แตเรา ทอไมไดนะ เพราะเกาะเกร็ดนี่คือบานเรา งานเครื่องปนดินเผานี่เปนงานที่ถูกถายทอดกันมาตั้งแตปูยา ตายาย คนบนเกาะเกร็ดสวนใหญนี่คนมอญทั้งนั้น มันไปไหนไมไดหรอก ตองชวยกันใหถึงที่สุด เพื่ออนุรักษงานของเรา ชุมชนของเราไว” น้าํ เสียงพี่สุรัตน บงบอกถึงความภาคภูมิใจในที่มาของตนเองยิ่งนัก และเมื่อทอดสายตามองไป รอบ ๆ ภาพทิวทัศนของผลหมากรากไมบนเกาะเกร็ด ทําใหผูเขียนนึกถึงตนทุเรียน ที่นึกไดวา ดานหลังที่ตั้งกลุมหัตถกรรมเครื่องปนดินเผาเปนสวนทุเรียน นี่นา “เออ...! พี่ หนูนึกออกแลว” “ทุเรียนละ พี่...ทุเรียนเปน ยังงัยบาง” “โอ โฮ.... อยากรูใชมะ... ไป...จะพาไปดู” เมื่อเดิน ผานสะพานเล็กทะลุ ไปดานหลังของกลุมฯ ผูเขียนไดยินเสียง พี่สุรัตนรองเรียกใหดสู ิ่งที่อยูขางหนา “อะ!... โนนงัย สวน ทุเรียน” โห!.. คุณผูอานคะ ตอไมทั้งนั้นเลยคะ หลายสิบตน ทุเรียนที่พี่สุรัตนเคยเลาใหฟงวา แคติ่งมันงอกออกมานิดเดียว ก็มีคนจองแลว ไมตองเอาไปขายที่ไหนหรอก ลูกนึงราคา หลักพัน บางลูกหลายพันบาท ลาสุดกอนน้ําทวมนี่ สงไปญี่ปุนลูกนึงหลักหมื่น ตายๆๆๆๆๆ บัดนี้.... น้าํ ทวมตายหมดแลว โดนตัดทิ้งหมดเหลือแตตอ โอย...นี่ขนาดไมใชโดนกับตัวเราเอง ยังเศราเลยคะ... รายไดที่ปกติเคยมีแลวอยางนี้จะทํายังงัย แตคุณผูอานเชื่อมั๊ยคะ..... คนที่นี่ เคาทั้งเกง ทั้งสู ไมทอ ไมถอยจริง ๆ คะ เปนการพลิกวิกฤติใหเปนโอกาส หลังจากที่น้ําเริ่มลด พวกเคาเริ่มมองหาโอกาส ใหม ๆ ในการสรางรายได เพราะถาจะลงมือปลูกทุเรียนใหม กวาจะเก็บเกี่ยวผลผลิตไปขายได

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

8


ใชเวลานานหลายป พี่สุรัตนพาเดินเลาะจากรองสวนทุเรียนที่โดนตัดเหลือแตตอขามมายังรองสวน อีกฝงที่ทําใหผูเขียนเห็นถึงศักยภาพที่ซอนอยูในตัวมนุษย พลังใจที่ไมเคยหมด ทําใหคนในชุมชน ประสบความสําเร็จคะ

เบื้องหนาผูเขียนเปนรองสวนเมลอนเกือบ 5 ไร พี่สุรัตนเลาใหฟงวา ชาวบานเริ่มถากถางทันที หลังจากที่น้ําเริ่มลด เลือกปลูกพืชชนิดนี้เพราะไดแนวคิดมาจากจังหวัดนึงทางภาคกลางที่ไปดูงาน มา ไมกี่เดือนก็ตัดขายได และมาถึงตอนนี้ก็ตัดสงใหหางดังในกรุงเทพฯ ไปแลวหลายรุน ราคาผลผลิต ตอไรไดประมาณสามแสนบาทตอไร นี่ 5 ไร บวกลบคูณหารกันเองแลวกันนะคะ มีทั้งเมลอนสีเขียว และเมลอนสีทอง ปนึงก็ตัดไดสามรอบ 55555555 ดีใจจัง ทุกครั้งที่ผูเขียนลงชุมชนที่ไหนก็ตาม แลวได มี โ อกาสเห็ น ถึ ง วิ ธี แ ก ป ญ หาของชุ ม ชน บอกตรง ๆ ค ะ ว า พลอยมี ค วามสุ ข และมี พ ลั ง ไปกั บ เค า ดวย รวมทั้งตัวเราก็ไดเสพเรื่องราวในดานบวก เปนกําลังใจในแงที่วาขอใหมีสติอยูกับตัวเถอะ ไมมี ปญหาใดที่แกไขไมได บางครั้งในตัวปญหานี่แหละที่มักจะแอบซอนโอกาสดีดไี วเสมอ

..พบกันตอฉบับหนาคะ..

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

9


“ พัฒนากร ” บุคลากรชายขอบ : นักพัฒนาผู้ปิดทองหลังพระ รัชตา แย้มพุทธคุณ*

หากนิยามของ “ คนชายขอบ ” หมายถึง คนที่อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางความเจริญทั้งด้านภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ หรือสังคมแล้ว “ พัฒนากร” หรือ “นักพัฒนาชุมชน” หรือที่เรียกล่าสุด “นักวิชาการพัฒนาชุมชน” ก็ยังมีส่วนหนึ่ง ที่ มี สภาพการทํ างานอั นยากลํ าบาก อยู่ ห่ างไกล หรื ออาจไม่ ไกลแต่ ก็ มี สภาพการทํ างานที่ ยากลํ าบาก ที่ น่ าจะถื อ เป็น “บุคลากรชายขอบ” ของกรมการพัฒนาชุมชนได้เช่นกัน เพราะโดยสภาพการทํางานของบุคลากรกลุ่มนี้ถือเป็น “แนวหน้า” ที่ทํางานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดถึงระดับตําบล หมู่บ้าน และครัวเรือนในพื้นที่ชนบท โดยมีหน้าที่หลัก คือ “การทําให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและสภาพหมู่บ้านตําบลได้รับการยกระดับให้ดีขึ้นโดยประชาชนเอง” ผ่านการกระตุ้นความคิด สร้างจิตสํานึกให้ประชาชนรู้จักรวมพลังกันต่อสู้ปัญหาและตัดสินชะตาชีวิตด้วยตนเอง ด้วยหลักการมีส่วนร่วมและหลักการพึ่งตนเอง อันเป็นรากเหง้าสําคัญของระบบการพัฒนาชนบทในปัจจุบัน เสียงพัฒนากร : เสียงก้องจากบ้านไกล พีระ คําศรีจันทร์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชํานาญการ อําเภออุ้มผาง จั ง หวั ด ตาก เล่ า ประสบการณ์ ก ารทํ า งานเกื อ บ 25 ปี ข องตนว่ า ได้ ซึ ม ซั บ การทํางานเพื่อประชาชนในชนบทมาจากบิดา ซึ่งเป็นครูที่ร่วมทํางานในชนบทใน ฐานะคณะทํางานสนับสนุนการปฏิบัติงานระดับตําบล (คปต.) ส่วนการทํางาน แบบอุทิศตนและเข้าถึงประชาชนของ นายประดิษฐ์ หลวงจอก พัฒนากรตําบล ในสมัยนั้นของอําเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ได้เป็นที่ศรัทธาของชุมชนและ ครอบครัวมาก เมื่อตนจบการศึกษาจึงตัดสินใจอย่างไม่ลังเลในการเลือกเป็น “พัฒนากร” แม้ขณะนั้นจะยังมีทางเลือกอื่นอีกถึงสองทาง ส่วนประสบการณ์การทํางานที่ในพื้นที่ชนบทอันห่างไกลหรือ “พื้นที่ชายขอบ” ของเขานั้น เมื่อครั้งได้รับ คําสั่งให้ไปปฏิบัติงานที่ อําเภออุ้ม ผาง จัง หวั ดตาก ครั้งแรกเขารู้สึกว่า “ผมผิดอะไร” เพราะพื้นที่นี้นอกจาก นักท่องเที่ยวผู้ชอบผจญภัย คนธรรมดาทั่วไปแค่ได้ยินก็ไม่อยากไปแล้ว และสําหรับข้าราชการที่นี่น่าจะหมายถึง “แดนเนรเทศ” ของคนที่มีความผิด แต่พอตั้งสติได้จึงเปลี่ยนคําถามและมุมมองใหม่เป็น “อุ้มผางไปทางไหน” และ มองว่าที่นี่น่าจะเป็นสนามรบที่ท้าท้ายศักยภาพการทํางานของพัฒนากร และใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในการขับรถไต่ สันเขาบนถนนสายลอยฟ้า และในวันนั้นเขาไม่สามารถรายงานตัวได้ทันตามกําหนดเวลาด้วยการคาดการณ์สภาพ การเดินทางผิดนั่นเอง กว่า 3 ปีในการทํางานท่ามกลางประชาชนหลาย กลุ่มชาติพันธุ์ ทั้ง ไทย ม้ง ปกากะญอ (กะเหรี่ยง) ที่มี ความแตกต่ า งจากการทํ า งานพื้ น ราบมาก ทั้ ง ด้ า น วิถีชีวิต ความเชื่อ วัฒนธรรม และภาษาในการสื่อสาร หมู่บ้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนดอยการเดินทางเข้าหมู่บ้าน จึงค่อนข้างลําบากบางหมู่ บ้านไม่สามารถไปกลับในวั นเดียวได้ แถมอากาศที่นี่ใ นฤดูหนาวยังหนาวจับใจ ส่ วน หลักการทํางานของนักพัฒนาชุมชนในพื้นที่นี้จะยึด “หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบูรณาการการ ทํางานร่วมกันของทุกส่วนราชการ” ส่วนการสร้างการยอมรับจากประชาชนเขาได้น้อมนําหลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวคือการ “การเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา” มาปฏิบัติผ่านโครงการ “เยือนถิ่น กิน นอนในพื้นที่ ” เพราะระยะแรกของการทํางาน นักพัฒนาชุมชนต้องเข้าไปหาผู้นําในพื้นที่เพื่อสร้างความคุ้นเคยและ ---------------------------------*นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ กองแผนงาน : Yratchata@hotmail.com วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

10


สร้างศรัทธาให้ได้ก่อน เพราะโดยพื้นฐานของชนเผ่าที่เป็นปึกแผ่นนั้น จะไม่ไว้ใจคนภายนอกแต่จะเชื่อและทําตาม ผู้นํา ดังนั้น ผู้นําจึงมีความสําคัญและมีบทบาทสูงต่อการกําหนดทิศทางการพัฒนา หากนักพัฒนาได้รับการยอมรับ จากผู้นําก็จะทําให้ง่ายในการร่วมกันกําหนดทิศทางการทํางานร่วมกัน ความภาคภูมิใจ ที่เขาได้รับจากการทํางานในบทบาทของพัฒนากร คือ การมีโอกาสได้สร้างกลุ่ม/องค์กร ประชาชนที่เข้มแข็งไปพร้อม ๆ กับการเห็นพัฒนาการของผู้นําชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นพวกเขาเหล่านั้น ได้รับรางวัลนักพัฒนายอดเยี่ยมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ผู้ใหญ่บ้านดีเด่น กํานันแหนบทองคํา ผู้นําอาสาพัฒนาชุมชน ดีเด่น (รางวัลสิงห์ทอง) แล้วกล่าวถึงการได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองผ่านการส่งเสริมของพัฒนากร และครั้งหนึ่ง ตัวเขาก็เคยได้รับรางวัลข้าราชการดีเด่น ด้วยผลงานชนะเลิศการประกวดตําบลพัฒนาดีเด่นจากการตั้งกลุ่มออม ทรัพย์เพื่อการผลิตในภูมิลําเนาเกิด (อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์) และต่อมาได้รับการส่งเสริมเป็นเครือข่ายการเงิน ชุมชนระดับอําเภอที่เข้มแข็งและยังคงดําเนินกิจกรรมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ข้อคิดเห็นต่อการทํางานในพื้นที่พิเศษลักษณะนี้เขาเห็นว่า บุคลากรในพื้นที่นี้ควรได้รับการสนับสนุนเป็น พิเศษด้านความก้าวหน้าสายอาชีพราชการด้วย รวมถึงด้านสวัสดิการ หรือค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับสภาพ การทํางาน มิใช่ถูกปล่อยให้ทํางานตามยถากรรมเหมือนเป็น “เดือนหงายอยู่กลางป่า” ด้วยความรู้สึกเหมือนถูก ลงโทษโดยการเนรเทศให้อยู่ห่างไกล ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรในพื้นที่นี้มีขวัญกําลังใจในการทําหน้าที่ส่องสว่างเพื่อขับไล่ ความมืดมิดกลางป่าด้วยความรู้สึกมีคุณค่าและภาคภูมิใจ นรงค์ ยางงาม นั ก วิ ช าการพั ฒ นาชุ ม ชนชํ า นาญการ อํ า เภอเมือ งนครปฐม จังหวัดนครปฐม เล่าประสบการณ์กว่า 17 ปีของการทํางานว่า พื้นที่อําเภอเมืองนครปฐม เป็นพื้นที่การทํางานเขตกึ่งเมืองกึ่งชนบทที่ทําไม่ง่ายเลย รูปแบบการสร้างสรรค์งานจะ แตกต่างจากชนบทโดยทั่วไปมาก นักพัฒนาในพื้นที่นี้ต้องทุ่มเทและอุทิศตนจริง ๆ จึงจะ สามารถเข้าถึงประชาชนได้ การติดต่อ การประสานงาน หรือการประชุมสร้างความเข้าใจ กับชาวบ้านต้องใช้เวลาช่วงเย็น วันหยุดราชการหรือไม่ก็เวลาที่ “ชาวบ้านว่าง มิใช่เราว่าง” เขากล่าวว่า วันนี้แม้กรมการพัฒนาชุมชนจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 แล้ว แต่บุคลากรหลักก็ยังเป็น “พัฒนากร” ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าทํางาน ในพื้นที่ไม่ขาดสายเปรียบเหมือนนักเดินทนที่ต้อง “ถือเทียนส่องสว่าง” มีชาวบ้านเดินตามและระหว่างทาง ก็จะมีผู้คนเดินตามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และ ลึก ๆ ในใจเขาเชื่อมั่นว่า กระบวนการพัฒนาชุมชน วันนี้ยังเป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาคนที่ได้ผลดี เพียงแต่ต้องใช้เวลา ส่วนการทํางานพัฒนาชุมชน ในพื้นที่ไม่มีสูตรเบ็ดเสร็จตายตัว ต้องใช้รูปแบบการทํางานที่ผสมผสาน ยืดหยุ่น เข้าถึงและเข้าใจ “ต้องทํางานให้เหมือนไส้เดือน” (ติดพื้นที่เพื่อจะได้เข้าถึง) แต่เป้าหมายการทํางาน ยังเหมือนเดิมคือประชาชนได้ประโยชน์ โดยย้ําว่า เวลาการทํางานส่วนใหญ่ของพัฒนากรจะต้องอยู่ใกล้ชาวบ้าน ต้องใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทํางาน และทํางานในเวลาของประชาชน เพื่อให้เกิดการยอมรับ ศรัทธา และ ความไว้ใจ ส่วนแรงบันดาลใจในการทํางานของเขาคือ “การเห็นพ่อหลวงทํางานเหนื่อยเพื่อปวงชน จนเหงื่อไหลจาก พระพักตร์” ในการทํางานของเขายังไงก็อยากเห็นชาวบ้านยิ้มและหัวเราะด้วยความสุข และเห็นว่าการทํางาน บทบาทพัฒนากรนั้นไม่ยาก เพราะโดยพื้นฐานของตนเองก็เติบโตมาจากชนบท และรู้สึกดีใจที่ได้เปลี่ยนสายงาน มาทําหน้าที่เป็นพัฒนากรมีความสุขที่ได้ทํางานในบทบาทที่ตัวเองรัก จึงให้สัญญากับตัวเองว่าจะตั้งใจทุ่มเททํางาน ให้สุดความสามารถ โดยใช้ ข้อมูล ชุมชนที่มีอยู่ เช่น จปฐ, กชช ๒ ค, แผนชุม ชน และข้อเดือดร้อนต่าง ๆ ของ ประชาชนเป็นตัวตั้ง และคิดเสมอว่าทุกคําถามทุกความต้องการของชาวบ้านสําคัญเสมอ จะรีบให้บริการโดยมิรอช้า เพื่อให้เขารู้สึกดีกับเจ้าหน้ารัฐเสมอมา ผมมีความภูมิใจทุกครั้งที่ได้ทํางานเพื่อชาวบ้าน ได้แบ่งเบาและผ่อนคลาย ความเดือดร้อน และทุกครั้งที่ผู้นําชุมชน กลุ่ม องค์กร ชาวบ้าน มีข้อข้องใจจะนึกถึงเรา และ “ภูมิใจที่สุด” ที่เป็นคน ต้นคิดตั้งกองทุนสงเคราะห์ระดับตําบล ที่ขณะนี้มีสมาชิกกว่า 1,004 คน มีเงินสะสมเงินรายเดือน ๆ ละ 200,800 บาท วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

11


หากสมาชิกรายใดเสียชีวิตกองทุนจะจ่ายให้ถึง 90,000 บาท และรางวัลที่ภูมิใจสุด ๆ ในตําแหน่งพัฒนากรของเขา คือ “พัฒนากรขวัญใจชุมชน” ส่วนสิ่งที่ต้องการการสนับสนุนจากหน่วยงาน อยากให้มีการศึกษาและหาแนวทาง เพื่อกําหนดหลักเกณฑ์ในการสนับสนุนบุคลากรของกรม ในการสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับ และส่งเสริมให้บุคลากร รักษามาตรฐานการทํางานและทํางานอย่างมีอุดมการณ์ ภัทรณรินทร์ นิลวดีพุฒิพัชร นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ อําเภอชุมแพ จั ง หวั ด ขอนแก่ น อดี ต เคยทํ า งานที่ ก ระทรวงเทคโนโลยี ส ารสนเทศและการสื่ อ สาร กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยต้องการกลับมาดูแลครอบครัวที่บ้านเกิดจึงตัดสินใจขอโอนมา ปฏิ บั ติ ง านในบทบาทนี้ เ ล่ า ว่ า ก่ อ นหน้ า นี้ ไ ม่ มั่ น ใจว่ า จะสามารถปฏิ บั ติ ง านในบทบาท “พัฒนากร” ได้ เพราะโดยบุคลิกส่วนตัวจะค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ลุย และพูดไม่เก่งซึ่งต่าง จากภาพลั ก ษณ์ ข องพั ฒ นากรทั่ ว ไปมาก แต่ ห ลั ง จากได้ร่ ว มงานมากว่ า 2 ปี ในวั น นี้ มี ความรู้ สึ ก ว่า รู้ สึ ก ขอบคุณ กรมการพัฒ นาชุ ม ชนที่ รับ โอนมาร่ ว มงาน เพราะที่นี่ เป็ น เหมือนครอบครัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา และโดยเฉพาะชาวบ้าน ที่ไปร่วมทํางานในพื้นที่ จะให้ความรักความอบอุ่นเสมือนเราเป็นพี่น้องลูกหลานของเขาจริง ๆ การทํางานในบางครั้งมีท้อบ้าง แต่ก็ไม่เคยถอย ปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างเต็มความสามารถ และด้วยความรู้ด้าน เทคโนโลยีที่ติดตัวมาจากการทํางานเดิมนั้น สามารถนํามาปรับใช้ในงานพัฒนาชุมชนได้มาก เหมือนช่วยเติมเต็มใน ส่วนที่หน่วยงานขาด ส่วนสิ่งใดที่ไม่รู้จะขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม บางบทเรียนสามารถหาได้ในตํารา แต่บาง บทเรียนก็เรียนรู้ได้จากการปฏิบัติ ปัญหาความต้องการของชาวบ้านจะเป็นโจทย์ให้เราต้องตีให้ออกเพื่อหาทางแก้ไข ที่ถูกต้อง แต่ถ้าเราสามารถสร้างศรัทธากับชาวบ้านได้ การทํางานทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความราบรื่น แรงบันดาลใจในการทํางาน ได้มาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อเห็นพระองค์ท่านทรงงานหนัก เพื่อราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย สิ่งนี้เองทําให้ได้ยึดหลักของพระองค์และน้อมมาใส่ตัวเป็น ผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ และมีความตั้งใจจะส่งเสริมอาชีพ พัฒนาทุนชุมชนในชุมชนให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร เมื่อหมดฤดูเก็บเกี่ยวไม่มีอาชีพอื่นรองรับ อยู่กับความจนด้วยความเคยชิน ชาวบ้านบอกว่า “จะทํายังไงหัวหน้า...จนเหลือเกิน ยิ้มก็ ไม่กล้ายิ้ม หัวเราะก็ไม่เต็มเสียง” สิ่งนี้ทําให้เราคิดตลอด ว่าจะทําอย่างไรดี จึงจะช่วยเขาให้พออยู่พอกิน แม้ไม่ถึงกับ ร่ํารวย จึงอยากส่งเสริมอาชีพชาวบ้าน ฝึกให้ชาวบ้านเก็บ ออมเงิน จัดสรรเงินให้เป็นระบบ และทําบัญชีครัวเรือนให้ เป็นนิสัย ความภาคภูมิใจในการทํางานบทบาทนี้คือ ภูมิใจที่มีโอกาสให้ความรู้แก่ชาวบ้านอย่างเต็มที่ด้วยความ จริงใจ ไม่ใช่ทํางานตามหน้าที่ ทําให้ชาวบ้านได้แลกเปลี่ยนทัศนคติที่ดีระหว่างกันแล้วร่วมแรงรวมใจกันทํากิจกรรม ด้วยความรักความสามัคคีกัน สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีหลักในการทํางานร่วมกับชาวบ้านแบบ “เข้าถึง และ เข้าใจ” คนทําทาง : นักพัฒนาผู้ปิดทองหลังพระ วันนี้ 50 ปีแล้วที่ “พัฒนากร” ผู้อุทิศตนดุจดัง “คนทําทาง” ได้ร่วมกันสร้างฐานรากชุมชนให้พร้อมรองรับ การต่อยอดจากหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยความรักความศรัทธาในหน้าที่ตน แม้ภารกิจที่ทําจะเปรียบเหมือน “ปิดทอง หลังพระ” แต่พวกเขาก็พร้อมอุทิศตนทํางานอย่างมีศักดิ์ศรี บางคนเคยได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติเป็นของขวัญ แห่งความภาคภูมิใจ ส่วนเสียงเพรียกจาก “พัฒนากรชายขอบ” พวกเขาวาดหวังให้องค์กรเห็นความสําคัญใน การเสริมสร้างขวัญกําลังใจแก่บุคลากรกลุ่มนี้ โดยการจัดสวัสดิการและค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับสภาพการทํางาน การได้รับโอกาสในการเติบโตตามสายงาน และการได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองพร้อมสร้างสรรค์อุดมการณ์ นักพัฒนาผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรสําคัญต่าง ๆ ขององค์กร แต่จะย่างไรก็ตาม แม้ในแง่ภูมิศาสตร์และสังคมนั้น พื้นที่การทํางานแหงนี้อาจดูยากลําบากเปรียบดังพื้นที่ชายขอบ แต่ในแง่ของความรักและน้ําใจไมตรีแล้ว พื้นที่แห่งนี้ อาจน่าเป็นศูนย์กลางมากกว่าเมืองใหญ่ก็ได้ วันนี้ห้าสิบปีแล้วที่ดอกไม้พัฒนาชุมชนยังเบ่งบานสะพรั่งอยู่ทั่วทุก หัวระแหงและพร้อม “อุทิศตน พัฒนาคน สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” ..พบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ.. วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส 12


วาทกานต ชอแกว ศูนยสารสนเทศเพื่อการพัฒนา

สภาพปญหาของประชาชน ในสายตาของพัฒนากร ตําบลวาเลย อําเภอพบพระ จังหวัดตาก นางหัสตกมล นายอง พัฒนากรผูประสานงานตําบลวาเลย สภาพภูมปิ ระเทศของตําบลวาเลย พื้นที่สวนใหญเปนพื้นราบสูงสลับเขา ดินรวนปนทราย สลับกับพื้นที่ท่ีมีความลาดชันต่ําบางสวน ทิศตะวันออก เปนภูเขาและปาโปรง ทางทิศใตติดกับแมน้ําเมย ซึง่ ไหลผาทุกหมูบานไปทางทิศเหนือจดตําบลพบพระ อําเภอพบพระ

อาชีพหลัก/รองสวนใหญของชาวบาน อาชีพหลัก ทําการเกษตร : ปลูกขาวโพด ออย นาขาว ถัว่ เขียว ถัว่ เหลือง กลวยไข ผักกาด แตงกวา ถัว่ ฝกยาว หอม-กระเทียม อาชีพรอง : คาขาย อาชีพรับจาง อาชีพเสริม : อาชีพเลี้ยงหมู เลี้ยงโค-กระบือ ไก เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ และปลูกผักสวนครัว

สภาพปญหาทีช่ าวบานประสบอยู 1. ปญหาดานความเขมแข็งของชุมชน ขาดการบริหารจัดการชุมชน การเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน และการรักษาความสงบเรียบรอยของชุมชน 2. ปญหาดานการเรียนรู การจัดการความรูข องชุมชน และขาดศูนยเรียนรูช ุมชน 3. ปญหาการมีสว นรวมของประชาชนในกิจกรรมทางการเมือง 4. ปญหาขาดความเขาใจในการจัดเก็บ การใหขอ มูล จปฐ. ของประชาชนทีเ่ ปนชาวเขาเผากะเหรีย่ ง และ ชาวเขาเผามง 5. ปญหาดานการอนุรักษวฒ ั นธรรม/ประเพณีทอ งถิน่ ประชาชนใหความสําคัญตอการอนุรักษวัฒนธรรม/ ประเพณีทอ งถิ่นนอย 6. ปญหาการวางงานหลังจากฤดูเก็บเกีย่ วผลผลิต และไมมอี าชีพเสริม 7. ปญหาดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มีการลักลอบตัดไมทําลายปา และลุกล้ําเขตปา เพื่อหาแหลงทําการเกษตร 8. ปญหายาเสพติดใหโทษ วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

13


กรมการพัฒนาชุมชน หรือพัฒนากร มีบทบาทในการแกไขปญหาตาง ๆ ในพืน้ ที่ 1. สงเสริมกระบวนการเรียนรูแ บบมีสวนรวมของชุมชน โดยสงเสริมการจัดทําแผนชุมชน 2. สงเสริมการจัดทําศูนยเรียนรูชมุ ชนในอาคารอเนกประสงค การประชุมเพือ่ แลกเปลีย่ นเรียนรู การจัดทํา ขอมูลของชุมชน และการจัดการความรูช มุ ชน 3. สงเสริมใหมีกระบวนการเรียนรูและมีสวนรวมทางการเมือง บทบาทของผูนํา บทบาทของสมาชิกในชุมชน โดยใชหลักกระบวนการมีสวนรวม เชน การเลือกตั้งผูน ําชุมชน และผูน ําองคกรปกครองสวนทองถิน่ 4. ประชุมชีแ้ จงผูจัดเก็บขอมูล จปฐ. ในระดับตําบล ติดตามการจัดเก็บขอมูล จปฐ. ในระดับหมูบา น จัดหาผูจ ัดเก็บ ขอมูล จปฐ. ทีส่ ามารถถายทอดความรูใ นภาษาทองถิน่ ภาษามง และภาษากะเหรีย่ ง 5. สงเสริมกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีในหมูบ า น ทุกหมูบ า น รวมกับผูน ําชุมชน สมาชิกในชุมชน หนวยงาน องคกรปกครองสวนทองถิน่ และหนวยงานทีเ่ กีย่ วของ 6. สงเสริมอาชีพเสริมตามทีค่ นในชุมชนตองการ และจัดหาวิทยากรสนับสนุนเพือ่ นําไปประกอบอาชีพไดอยางมีประสิทธิภาพ

7. สง เสริ มการปลูกปา ในวั น สําคัญ เช น วัน เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม วันแมแหง ชาติ วันที่ 12 สิงหาคม และสงเสริมการบวชปาชุมชนอยางนอยปละ 1 ครั้ง 8. จัดประชาคมหมูบาน-ตําบลตอตานยาเสพติดรวมกับหนวยงานในพื้นที่ จัดเวทีประชาคมวิเคราะหและจัดทํา แผนการดําเนินงาน และติดตามผลการดําเนินงานในพื้นที่

พบกันใหมฉบับหนา

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

14


211. The more you read, the more you will be wise. ยิง่ อาน (หนังสือ) มากก็จะยิง่ ฉลาดมากขึ้น ใคร ๆ ก็รวู า การอานหนังสือทําใหคนฉลาด ยิง่ อาน (หนังสือ) มากก็จะยิง่ ฉลาดมากขึน้ แตก็ยังมีคนจํานวนไมนอ ย ไมยอมอานหนังสือ ปลอยเวลาใหผา นไปโดยไมอา นหนังสือแมแต บรรทัดเดียว ประเทศทีพ่ ฒ ั นาแลว คนจะมองเห็นคุณคาของการอานหนังสือ และคนทีอ่ า นหนังสือ จะมีจํานวนมากกวาคนที่ไมอานหนังสือ คนที่มองเห็นคุณคาของการอานหนังสือจะอานหนังสือทุกวัน วันละหลายหนา หรือหลายเลม เพราะจะทําใหมีความรูเพิ่มขึ้น รูจักคิดมากขึ้น ฉลาดมากขึ้น และมี สติปญญาเฉียบแหลมมากขึ้น หากชุมชนและสังคมใด มีคนทีม่ คี วามรูเ พิม่ ขึน้ รูจ กั คิดมากขึน้ ฉลาดมากขึน้ และมีสติปญ ญา เฉียบแหลมมากขึน้ ชุมชน และสังคมนัน้ ก็จะเปนชุมชนและสังคมแหงการเรียนรู อันจะนําไปสูช มุ ชน และสังคมเขมแข็งพึง่ ตนเองไดอยางมิตอ งสงสัย

212. Management in the ivory tower is easier than management in the real world. การบริหารงานบนหอคอยงาชาง งายกวาการบริหารงานในโลกแหงความเปนจริง การบริหารงานบนหอคอยงาชาง งายกวาการบริหารงานในโลกแหงความเปนจริง ผูน าํ ทัง้ หลายจึงชอบบริหารงานบนหอคอยงาชาง เพราะสะดวก สบาย ไมยุงยาก ไมตองลําบาก ไมตอ งเสียเวลา แมมีความรูค วามสามารถเพียงนอยนิดก็สามารถบริหารงานได ผูน าํ ทีม่ สี ายตากวางไกลจะชอบการบริหารงานในโลกแหงความเปนจริงมากกวา การบริหารงานบนหอคอยงาชาง เพราะตองไปหาขอมูลจากหลาย ๆ ฝาย ไปพูดคุยกับคน ในพื้นที่ ไปดูการทํางาน ไปสัมผัสกับปญหาและขอเท็จจริงโดยตรง แลวนํามาวิเคราะห เพือ่ ประกอบการตัดสินใจหรือการบริหารงานในเรือ่ งใดเรือ่ งหนึง่ ทุกวันนี้ ผูน าํ จํานวนไมนอ ยทีช่ อบบริหารงานบนหอคอยงาชาง จึงมักตัดสินใจหรือ บริหารงานผิดพลาด เนือ่ งจากอานแตรายงาน ฟงแตคนใกลชิดเพียงไมกคี่ น ทําใหไมไดขอ มูล ขอเท็จจริง และปญหาทีถ่ ูกตอง หากสังคมใดมีผนู าํ แบบนีม้ ากเทาใด สังคมนัน้ ก็จะเปนสังคม ทีล่ า หลังอยางแนนอน .............................................. ขอขอบคุณ Mr.Kim Robertson และ Mrs.Mary Robertson,Missionaries ชาวนิวซีแลนด ประจําจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ใหขอคิดและคําแนะนําทีเ่ ปนประโยชนในการเขียนบทความครั้งนี้เปนอยางดียงิ่ วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

15


งานพัฒนาเยาวชนจากอดีตสูปจจุบัน แ

*แสงเงิน ไกรนรา

“เราชาวพุทธบริสุทธิ์อันผองใส เราชาวไทยซึ้งตรึงใจในศาสนา เรามีองคกษัตรา ราชินีเปนศรีเมืองไทย ประเทศเรามีสิทธิเสรีทํามาหากิน มีทรัพยมากมายในดินไดทํากินจนแกเฒา” ไดยินเสียงเพลงนี้จากวิทยุในเชาวันหนึ่ง ทําใหหวนคิดถึงวันวานที่ไดรวมเปนวิทยากรในการจัดคาย เยาวชนที่จังหวัดชัยภูมิ เพราะเพลงนี้เปนหนึ่งในหลายเพลงที่ทีมวิทยากรใชในการเปดการกิจกรรมเลนรอบกอง ไฟ เปนเพลงปลุกใจใหเยาวชนรักแผนดิน รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริยและองคราชินี คอลัมน ๕๐ ปกรมฯ วารสารเดือนนี้จึงขอแสนองานพัฒนาเยาวชนที่เปนงานหนึ่งของกรมฯ แตไดถายโอนไปใหกับกระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย

ความเปนมาของงานพัฒนาเยาวชน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2518 อนุมัติมนหลักการตาม แผนเรงรัดปรับปรุงงานพัฒนาเยาวชน โดยมอบหมายใหกรมการพัฒนาชุมชน เปนผูจัดตั้งศูนยเยาวชนตําบลใหครบทุกตําบล ซึ่งจากนโยบายดังกลาวกรมการพัฒนาชุมชน ไดกําหนดแนวทางการพัฒนาเยาวชน ใหศูนยเยาวชนตําบลเปน ศูนยกลางประสานงานพัฒนาเยาวชนของหนวยราชการและองคกรเยาวชนตาง ๆ

วัตถุประสงคของงานพัฒนาเยาวชน 1. เพื่อเสริมสรางเยาวชนใหเปนพลเมืองดี มีจิตสํานึกในหนาที่ มีความรับผิดชอบตอตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ โดยมีสวนรวมในการพัฒนาทองถิ่น 2. เพื่อใหการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู โดยเฉพาะการปลูกฝงวิถีประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน --------------------------------*พัฒนาการอําเภอทาตะเกียบ สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

16


3. เพื่อปลูกฝงความมีระเบียบวินัย มีความรู ความสามารถในการประกอบอาชีพที่เหมาะสม สามารถพึ่งตนเองได 4. เพื่อใหเยาวชนมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณแข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 5. เพื่อใหเยาวชนสามารถพัฒนาตนเองไปสูการเปนผูนําทองถิ่นและผูนําในระดับตาง ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ กลุมเปาหมายหลัก เยาวชนนอกระบบโรงเรียน อายุระหวาง 15-25 ปที่อยูในหมูบาน ตําบล และเปนสมาชิกศูนยเยาวชนตําบลในพื้นที่ 75 จังหวัด เปาหมายรอง คือเด็กที่พนการศึกษาภาคบังคับอายุไมถึง15 ป และเยาวชนในระบบ โรงเรียนซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในหมูบาน ตําบลนั้น

ขั้นตอนการดําเนินงานพัฒนาเยาวชน 1. การรวมกลุมเยาวชนขั้นพื้นบาน โดยการรวมกลุม เยาวชนหมูบานเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการเยาวชนหมูบาน และการจัดกลุมกิจกรรมเยาวชนหมูบาน 2. การจัดตั้งศูนยเยาวชนตําบลโดยวิธีการจัดคายเยาวชนหรือการประชุมเชิงปฏิบัติการเยาวชนหมูบาน 3. การสนับสนุนศูนยเยาวชนตําบล ใหการจัดกิจกรรมเพื่อสมาชิก และจัดกิจกรรมเพื่อชุมชน 4. การพั ฒ นาศู น ย เ ยาวชนตํ า บล ด ว ยการส ง เสริ ม ความพร อ มด า นอาชี พ สมาชิ ก ศูน ย เ ยาวชนตํ า บล การชุมนุมผูนําและสมาชิกศูนยเยาวชนตําบล 5. การแสดงพลังศูนยเยาวชนตําบล ดวยการประชุมสัมมนาผูนํา และที่ปรึกษา ศูนยเยาวชนตําบล การชุมนุมผูนําและสมาชิกศูนยเยาวชนตําบล

ผลการดําเนินงานพัฒนายาวชน ผลการดําเนินงานพัฒนายาวชนตั้งแตป พ.ศ.2518 กรมฯ มิเพียงไดสรางใหมีศูนยเยาวชนตําบลและมีธง เยาวชนประจําศูนยทั่วทั้งประเทศ แตไดสรางเยาวชนใหเติบโตเปนผูใหญที่มีคุณภาพ มีหลายๆคนที่เติบโตไปเปน ผูนําของชุมชนรวมสรางชุมชนใหเขมแข็ง เมื่อไดยอนกลับไปพูดคุยกับพวกเขาเหลานั้นทุกคนตางพูดถึงความทรงจํา เมื่อครั้งเปนสมาชิกของศูนยเยาวชนดวยใบหนาและแววตาที่มีความสุข

ความเปลี่ยนแปลงที่มีอาจปฏิเสธ เมื่อมีการปฏิรูประบบราชการ กรมการพัฒนาชุมชนจําเปนตองถายโอนภารกิจในงานพัฒนาเยาวชน ใหกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ดังนั้น งานพัฒนาเยาวชนที่เราไดปฏิบัติกันมาตองมี อันสิ้นสุดลง แตกรมการพัฒนาชุมชนก็ไมไดทอดทิ้งงานพัฒนาเยาวชนไปเลย ยังคงมีโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน  ญา กับตางประเทศตอเนื่องมากอีกหลายป.....นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาเยาวชนเพื่อการอนุรักษและสืบสานภูมิปญ ทองถิ่น เพื่อสงเสริมใหเยาวชนจัดทําแผนการอนุรักษและพัฒนาภูมิปญญาทองถิ่น การดําเนินการเพื่อการ อนุรักษ สืบสาน รักษสิ่งแวดลอมของเยาวชน รวมทั้งสงเสริมใหเยาวชนออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ OTOP และบันทึกองคความรูเพื่อการเรียนรูตอไป ..¾º¡a¹ãËÁ‹©ºaºË¹ŒÒ... วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

17


ศรศิลป์ไม่กินกัน (เกาเหลา) (กลอน) ก. ทํ า อั น ตรายกั น ไม่ ไ ด้ ในที่ นี้ ศิ ล ป์ หมายถึ ง คั น ธนู ส่ ว น ศร คื อ ลู ก ธนู ศรศิ ล ป์ ไ ม่ กิ น กั น หมายความว่า ลูกธนูที่แต่ละฝ่ายยิงใส่กันนั้นไม่สามารถทําอันตรายกันได้ เช่น จากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ตอนที่ พระรามต่อสู้กับพระมงกุฎ (เป็นโอรสที่เกิดจากพระรามกับนางสีดาเมื่อครั้งที่นางสีดาถูกพระรามสั่งให้พระลักษณ์ นําไปประหารด้วยความหึง เนื่องจากนางสีดาแอบวาดภาพของทศกัณฐ์ ให้นางรับใช้ดู พระลักษณ์สงสารเลยปล่อย ตัวไป นางสีดาจึงไปอาศัยอยู่กับฤๅษีวัชมฤค) แต่ศรนั้นกลับกลายเป็นอาหารทิพย์ตกลงหน้าพระมงกุฎ และเมื่อ พระมงกุ ฎ แผลงศรไปยั ง พระราม ศรก็ ก ลายเป็ น ข้ า วตอกดอกไม้ แ สดงความเคารพพระราม สํ า นวนนี้ แ ต่ เ ดิ ม จึงหมายความว่าทําร้ายกันไม่ได้ แต่ต่อมาความหมายเปลี่ยนไปกลายเป็น ไม่ถูกกัน, ไม่ลงรอยกัน, ไม่ชอบหน้ากัน, เช่น สองคนนี้ศรศิลป์ไม่กินกัน เจอหน้ากันเมื่อใดต้องทะเลาะกันเมื่อนั้น เรื่องนี้มีตัวอย่าง มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่ใช่วรรณคดี เรื่องมีอยู่ว่า นายเป้ขับรถยนต์กระบะไปตามถนนสายเลียบคลองที่มีแต่ฝุ่น เพื่อกลับบ้าน โดยมีนายโดมนั่งคู่กันที่เบาะหน้า ขับตะลุยฝุ่นผ่านบ้านใครบ้างไม่ได้สนใจ เมื่อผ่านหน้าบ้านนายตูน มีสุนัขเห่าและวิ่งตามรถ นายเป้จึงหยุดรถและตะโกนด่าสุนัขว่ามึงดุนักหรือ จากนั้นก็ขับรถต่อไปผ่านหน้าบ้าน นายเสก จนมาถึงจุดที่มีรางรถไฟตัดผ่าน นายตูนขี่รถจักรยานยนต์ตามมาและปาดหน้าจอด จากนั้นลงจากรถมาถาม นายเป้ ว่ า เมื่ อ สั ก ครู่ มึ ง พู ด ว่ า ใคร นายเป้ ต อบว่ า ไม่ ไ ด้ ว่ า ใครแต่ ว่ า สุ นั ข ในช่ ว งเวลาเดี ย วกั น นายเสกได้ ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาจอดข้างนายเป้ โดยมีนายเสือน้องนายเสกขี่รถจักรยานยนต์ตามมาอีกคันแล้วจอดรถหลังรถ นายเสก (สองพี่น้องไม่กินเส้นกับนายเป้อยู่แล้ว) นายเสกพูดกับนายเป้ว่าเมื่อสักครู่ มึงขับรถเร็วฝุ่นเข้าบ้านกู แล้วนายเสกก็ชักอาวุธปืนออกมาเล็งไปที่นายเป้ นายเสือเห็นดังนั้น ก็พูดว่า “ยิงเลย ๆ” นายเสกไม่ใช่คนบ้าจี้ แต่ไม่ชอบหน้านายเป้อยู่แล้วจึงใช้อาวุธปืนยิงนายเป้ประมาณ 7 ถึง 8 นัด นายเป้ ฟุบคาพวงมาลัยรถเรียกว่า “คาที่” จากนั้นนายเสกผู้พี่และนายเสือผู้น้อง ก็ขี่รถจักรยานยนต์หนีไป นายโดมที่นั่งอยู่หน้าคู่กับนายเป้ก็ถูกลูกหลงไปด้วยแต่ไม่ “คาที่” แค่สาหัส จึงมีโอกาสที่จะโทรศัพท์เรียกให้ญาติมาช่วยนําส่งโรงพยาบาล ตํารวจตามจับพี่น้องสองศรีได้จึงส่งฟ้อง เรื่องมาถึงศาล นายเสกตกเป็นจําเลยที่ 1 ผิดเต็มประตูอยู่แล้ว เพราะฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่สําหรับนายเสือน้องชายนายเสก ซึ่งตกเป็นจําเลยที่ 2 จะผิดด้วยหรือไม่ โจทก์ฟ้อง นายเสือฐานยุยงส่งเสริมให้นายเสกกระทําความผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ไม่ผิด ต่อสู้ กันจนถึงศาลฎีกา และที่สุด ศาลฎีกามีคําพิพากษาสรุปได้ว่า ขณะที่ นายเสก(จําเลยที่ 1) ใช้อาวุธปืนเล็งไปที่ผู้ตาย นายเสือ (จําเลยที่ 2) พูดว่า “ยิงเลย ๆ” นายเสกจึงใช้อาวุธปืนยิงนายเป้ตาย การกระทําของจําเลยที่ 2 จึงเป็น การยุยงส่งเสริมให้ จําเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย เมื่อนายเสกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตายและกระสุนปืน ยังถูกผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส จําเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทําความผิดฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่า ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288 , 80 , 60 ประกอบ มาตรา 84 ให้จําคุกจําเลยที่ 2 ฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทําความผิด เป็นเวลา 15 ปี (แนวคําพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2745/2553)

เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า ไม่ชอบหน้าใคร ก็อยู่เฉย ๆ ดีกว่า จะได้ไม่เดือดร้อน วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

พบกันใหมฉบับหนา...

18


บทบาทของตําแหน่งพัฒนาการจังหวัด

ฉบั บนี้ นํ าเสนอเรื่ องบทบาทของตํ าแหน่ งพั ฒนาการจั งหวั ดที่ มี บางท่ านใคร่ อยากรู้ ว่ า กรมการพั ฒ นาชุ ม ชนเรา ได้ นํ า เสนอต่ อ คณะกรรมการการกํ า หนดตํ า แหน่ ง ระดั บ สู ง ของ กระทรวงมหาดไทย เมื่ อ คราวที่ ขอกํ า หนดตํ าแหน่ ง เป็ นประเภทอํ านวยการ ระดั บ สู ง เพื่ อเป็ น ประโยชน์สําหรับเรียนรู้ร่วมกันและนําไปปรับใช้ในการพัฒนางานต่อไปในอนาคตนะครับ ในภาพรวมนั้น กรมฯ ได้นําเสนอว่า ตําแหน่งพัฒนาการจังหวัด เป็นตําแหน่งหัวหน้าส่วน ราชการระดับจังหวัด ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติภารกิจที่หลากหลาย โดยจําลองภารกิจหลักเกือบทั้งหมด ของกรมฯ ไปปฏิบัติอย่างเบ็ดเสร็จในพื้นที่ อาจสรุปได้เป็น 3 บทบาทใหญ่ๆ คือ 1. บทบาทในฐานะ “นักยุทธศาสตร์ชุมชน” ที่จะต้องกําหนดและจัดวางยุทธศาสตร์ การพั ฒ นาเฉพาะพื้ น ที่ ใ นระดั บ จั ง หวั ด /กลุ่ ม จั ง หวั ด โดยต้ อ งมี ค วามเชื่ อ มโยงกั บ ยุ ท ธศาสตร์ การพัฒนาแต่ละระดับด้วย (งานระดับนโยบาย) 2. บทบาทในฐานะ “นั กบริ หารจั ดการการพั ฒนา” ที่ จะต้ องบริ หารจั ดการทั้ งแนวดิ่ ง/ แนวราบ เพื่อเชื่อมประสานให้หน่วยงาน กลุ่ม/องค์กร และภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน เกิดการบูรณาการ ข้อมูล / เป้าหมาย /แผนงาน /แผนปฏิบัติการ /แผนชุมชน และการทํางานเพื่อการพัฒนาชุมชนร่วมกันอย่าง สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน (งานระดับแผนงาน/โครงการ) 3. บทบาทในฐานะ “นักบริหารการจัดการชุมชน” ที่จะต้องคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการ พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการพัฒนาชุมชนเฉพาะพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนงานตามภารกิจของกรมฯ และ ภารกิจที่กรมฯ ได้รับมอบหมายตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นรูปธรรมไปสู่ภาค ประชาชนให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ (งานระดับปฏิบัติการ) ทั้งนี้ กรมฯ ได้ชี้ให้เห็นถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะความยุ่งยากซับซ้อนของงาน ปริมาณงานและคุณภาพงานที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ใน ว 17/2552 โดยสรุปคือ • ขอบเขตการกํากับดูแลงานและผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ จังหวัด อําเภอ ตําบล หมู่บ้าน ไปจนถึงระดับครัวเรือน ซึ่งมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และ การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับจังหวัด รวมครัวเรือนทั่วประเทศ จํานวน 8,927,866 ครัวเรือน ประชากร 32,626,524 คน แยกเป็นเขตเมืองจํานวน 1,201,558 ครัวเรือน ประชากร 3,250,816 คน 8,901 ชุมชน และเขตชนบทจํานวน 7,726,308 ครัวเรือน ประชากร 29,375,708 คน 69,120 หมู่บ้าน วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

19


• เป็นตําแหน่งที่ต้องสามารถแปลงและเชื่อมโยงนโยบาย/ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สําคัญ ระดับชาติในหลายเรื่องที่กรมฯ ได้รับมอบหมาย อาทิ การแก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สินภาค ครัวเรือน การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ ซึ่งล้วนมี ผลกระทบในวงกว้ า งต่ อ ประชาชนส่ ว นใหญ่ ข องประเทศ และมี ค วามยุ่ ง ยากซั บ ซ้ อ นอย่ า ง หลากหลาย ต้ อ งปฏิ บั ติ ใ ห้ เ หมาะสมสอดคล้ อ งกั บ สภาพปั ญ หาความต้ อ งการในแต่ ล ะพื้ น ที่ ใ ห้ เกิดผลสําเร็จ ภายใต้ข้อจํากัดและเงื่อนไขทางด้านเวลา ภูมิสังคม ภาวะทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง ทางสังคมและการเมือง • การปรับบทบาทภารกิจโครงสร้างครั้งล่าสุดเมื่อปี 2552 กรมฯ ได้ปรับเพิ่มบทบาท ภารกิจด้านวิชาการให้กับสํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด โดยตัดโอนบทบาทภารกิจด้านสนับสนุน ช่วยเหลือทางวิชาการของศูนย์ช่วยเหลือทางวิชาการพัฒนาชุมชนเขตเดิมมาให้จังหวัด เพื่อเพิ่ม สมรรถนะในการทํางานสนับสนุนยุทธศาสตร์กรมฯ / กลุ่มจังหวัดและจังหวัด และสามารถทํา หน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับสํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอในการสนับสนุนช่วยเหลือด้านวิชาการแก่ ชุมชน / ผู้นําชุมชน / กลุ่ม / องค์การชุมชน เครือข่ายองค์การชุมชน รวมทั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และเพิ่มกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน เพื่อรองรับภารกิจการพัฒนาระบบ สารสนเทศชุมชนและระบบการจัดการความรู้ของชุมชนอีกด้วย

อ่านต่อฉบับหน้า

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

20


ตัวชีว้ ัดที่เปลี่ยนไป (ตอนจบ) เยาวนิจ กลั่นนุรักษ์*

ตอนที่แล้วจบไว้ตรงที่ว่า จะมาคุยต่อในรายละเอียดเรื่องคะแนนประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคํารับรอง การปฏิบัติราชการของบ้านเรา (พช.) แต่พอดีเหลือบไปอ่านของเก่าแล้วเห็นว่า มีตกหล่นอยู่บางเรื่องและต่อเนื่อง กับเรื่องคะแนนการประเมินฯน่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเราที่อยู่จังหวัดบ้างไม่มากก็น้อย คือการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัด ส่วนที่เป็นมิติภายใน ซึ่งทําอยู่ในส่วนกลาง ก็เป็นปีแรก(เห็นว่าปีหน้าจะใช้กับภูมิภาคนะ)

การชี้แจงใหญ่ของสํานัก กอง ศูนย์ จัดโดย.. กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

ส่วนที่เคยเป็นตัวชี้วัดในมิติการพัฒนาองค์การนั้นคือ PMQA ถูกเปลี่ยนแปลงเช่นกันคือแทนที่จะวัด เรื่องระดับความสําเร็จของการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาพรัฐ ซึ่งวัดตั้งแต่ปี 2551 - 2554 ก็เปลี่ยนมา เป็ น การวั ด แบบบู ร ณาการ ที่ เ รี ย กว่ า ระบบการประเมิ น ผลภาคราชการแบบบู ร ณาการ (Government Evaluation System : GES) ซึ่งวัดผลเป็น 2 มิติ คือมิติภายในและมิติภายนอก ตามที่เล่าไว้ในตอนที่แล้ว ในส่วนของการพัฒนาองค์การถูกปรับเป็น ๓ ตัวชี้วัดด้วยกัน (ตัวชี้วัดที่ 13-15) ดังนี้ KPI13 ระดับความสําเร็จของการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร (ประเด็นการประเมินผลทุนมนุษย์ เรื่อง HRD & HRM) KPI14 ระดับความสําเร็จของการพัฒนาปรับปรุงสารสนเทศ(ประเด็นการประเมินผลทุนสารสนเทศ เรื่อง ความพึงพอใจของผู้ใช้สารสนเทศ และประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศ) และ KPI15 ระดับความสําเร็จของการพัฒนาปรับปรุงวัฒนธรรมองค์การ (ประเด็นการประเมินผลทุน องค์การ เรื่องวัฒนธรรมองค์การ ผู้นํา การอุทิศตนและความมุ่งมั่นในการทํางาน และการทํางานเป็นทีม) เปิดโอกาสให้จังหวัดซักถามข้อข้องใจ ในการปฏิบัติงานตามคํารับรองฯ

---------------------------------------*นักวิชาการพัฒนาชุมชนชํานาญการ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

21


ถามว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดนี้แล้ว กรมฯ จะดําเนินการอย่างไร และ สํานักงาน ก.พ.ร.นี้ มีวิธีการ ประเมินผลอย่างไร ตอบได้ดังนี้ค่ะ เนื่องจากสํานักงาน ก.พ.ร.เป็นผู้กําหนดตัวชี้วัด ทั้ง 3 ตัวนี้เอง ดังนั้น สํานักงาน ก.พ.ร.จึงเป็นผู้ออกแบบ สํารวจ Online โดยกําหนดห้วงเวลาให้ข้าราชการในส่วนกลางของแต่ละกรมเข้ามากรอกแบบสํารวจ แล้วสรุปผล การส่งคะแนนมาให้แต่ละกรมดูว่า ในแต่ละตัวชี้วัดนั้นมีเรื่องย่อยใดบ้างที่มี GAP ค่อนข้างสูง จากนั้นก็เป็นเรื่องที่แต่ ละกรมจะต้องไปคิดหากิจกรรม/โครงการเพื่อแก้ GAP ที่ว่าให้ลดลง ทั้งนี้จะรู้ว่าได้ผลจริงหรือไม่ก็ต่อเมื่อ สํานักงาน ก.พ.ร. ประเมินผลอีกครั้งตอนราว ๆ เดือนพฤศจิกายน 2555 ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาท กรมจึงต้องหามาตรการ ในการประเมินผลภายหลังการดําเนินกิจกรรมแก้ GAP ดังกล่าว อีกประการหนึ่งก็คือ แบบสํารวจ Online ของ สํานักงาน ก.พ.ร. ในบางประเด็นย่อยหลังจากผลคะแนนรอบแรกออกมา กรมฯ อาจต้องหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อทําให้สามารถคิดและทํากิจกรรมแก้ไขได้ตรงจุด เช่น ผลการสํารวจสถานะบรรยากาศภายในองค์การ ซึ่งอยู่ ภายใต้ตัวชี้วัดที่ 15 ข้อย่อยที่ 9 กล่าวถึง : สภาพแวดล้อมการทํางานทําให้การทํางานมีความสุข GAP=0.5 ข้อย่อย ที่ 10 กล่าวถึง : เชื่อมั่นว่ากรมฯ มีการทํางานซื่อตรง ไม่ทุจริต คอร์รัปชั่น GAP=0.5 ซึ่งถือว่าสูงกว่าข้อย่อยอื่น ๆ ทางกรมฯ โดย กพร.ต้องนัดผู้เกี่ยวข้องมานั่งคุยกัน แล้วสํารวจในลักษณะคําถามปลายเปิดเพื่อรวบรวมปัจจัยที่ เกี่ยวข้องที่ชัดเจนขึ้น จากนั้นจึงมาออกแบบกิจกรรมหรือโครงการเพื่อดําเนินการส่งผลให้ GAP ในประเด็นนั้น ๆ และภาพรวมลดลง ความยากมันอยู่ตรงนี้เอง Conference เป็นระยะ ๆ ทั้งก่อนและหลัง การชี้แจงใหญ่ประจําปี เป็นมาตรการอย่างหนึ่ง ของกรมการพัฒนาชุมชนในการกํากับดูแล

ซึ่งขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอันได้แก่ กองการเจ้าหน้าที่ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน และกลุ่ม พัฒนาระบบบริหาร ก็กําลังดําเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่คณะทํางานฯ ได้ร่วมกันกําหนดขึ้นมาอย่างขะมักเขม้น โดยความร่วมมือของทุกหน่วยในสังกัด พช. เพื่อให้คะแนนภาพรวมของการประเมินผลการปฏิบัติราชการของ กรมการพัฒนาชุมชนยังคงอยู่ในระดับแนวหน้าของกระทรวงมหาดไทย ลองมาดูสถิติผลคะแนนการประเมินผลการปฏิบัติราชการกรมการพัฒนาชุมชนกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ปัจจุบัน พ.ศ. 2548 - 4.9076 พ.ศ.2549 - 4.8081 พ.ศ.2550 - 4.9255 พ.ศ.2551 - 4.8172 พ.ศ.2552 - 4.7367 พ.ศ.2553 - 4.7715 พ.ศ.2554 - 4.6276 วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

22


กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ติดตามการดําเนินงานที่จังหวัด

เรื่องของคะแนนประเมินผลการปฏิบัติราชการ ทําไมถึงได้เดือดร้อนกันนักกันหนา นั่นเป็นเพราะว่ามติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2554 เห็นชอบให้มีการบูรณาการระบบการติดตามและประเมินผลภาครัฐให้มีความเป็น เอกภาพ โดยมีกรอบการประเมินเป็น 2 มิติ คือมิติภายนอกและมิติภายใน และการจัดระบบสารสนเทศฐานข้อมูล กลางของหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งแนวทางการใช้ประโยชน์จากระบบการประเมินผลราชการแบบบูรณการ โดย * นําผลคะแนนของระบบการประเมินผลภาคราชการแบบบูรณาการสามารถนําไปใช้ประกอบ การพิจารณา จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปี รวมถึงการเลื่อนขั้นเงินเดือนและการจัดสรรเงินรางวัลของส่วนราชการ * หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจัดทําข้อตกลงร่วมกันในการพัฒนาและใช้ระบบการประเมินผลภาคราชการแบบ บูรณาการรวมทั้งชี้แจงให้ส่วนราชการต่างๆได้รับทราบ * เริ่มการดําเนินงานเต็มรูปแบบในปี งบประมาณ พ.ศ.2555 * เมื่อดําเนินงานตามระบบประเมินผลดังกล่าวในส่วนราชการแล้ว ให้สํานักงาน ก.พ.ร. และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องไปพิจารณาปรับใช้ในการประเมินผลของจังหวัดและองค์การมหาชนต่อไป ที่ ทําตั วเอียงในข้อ แรก เพราะตรงนี้สํา คั ญ กับพี่ น้ องที่ อยู่ภูมิ ภ าค จะเห็ นว่าเราชวดเงิ นรางวัล ไป 2 ปี เนื่องจากเป็นการใช้เงินเหลือจ่ายและจังหวัดไม่มีเงินเหลือจ่ายจึงไม่มีเงินรางวัล แต่เมื่อใช้ระบบการประเมินผลนี้ทํา ให้ส่วนราชการสามารถนําผลการประเมินระดับองค์การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจําปี เพื่อให้ส่วนราชการที่มีผลการปฏิบัติงานดีได้รับการพิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นตามผล การประเมิน

ทีนี้รู้แล้วหรือยังว่าคะแนนนั้น...สําคัญฉะนี้... เพราะฉะนั้น ภูมิภาคจงเตรียมตัวไว้ปหี น้าเจอแน่

..อานตอฉบับหนาคะ..

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

23


ทุนมงคล ๐ กองทุนแม่ของแผ่นดิน ดุจฝนจากฟากฟ้า

น้ําพระทัยริน สู่พื้นหล้า เพื่อประชาพาร่มเย็น

๐ ปัญหายาเสพติด ฆ่าคนตายทั้งเป็น

เกิดวิกฤติทรงเล็งเห็น ธ ดับร้อน ช่วยผ่อนคลาย

๐ กองทุนคือทุนขวัญ ทุนเหนือทุนทั้งหลาย

สิริอันพรรณราย สู่หมู่บ้านและชุมชน

๐ เป็นขวัญกําลังใจ เป็นศรีมิ่งมงคล

ต่อสู้ภัยทีม่ ากล้น เพื่อชุมชนเข้มแข็งเอย...

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

24


ภาพกิจกรรม

นายประภาศ บุญยินดี อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พรอมดวยผูบริหารกรมฯ รวมเปดงาน ‘อลังการ OTOP ภูมภิ าค’ ณ สนามบริเวณหนาศาลากลางหลังเกา จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี...นายประวัติ รัฐิรมย รองผูวาราชการจังหวัดอุบลราชธานี และขาราชการพัฒนาชุมชน ใหการตอนรับ

นางกอบแกว จันทรดี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พรอมดวยนางคําแข ธรรมนิยาย ผูตรวจราชการกรม ติดตามผลการดําเนินงานตามยุทธศาสตรกรม สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ พรอมตรวจเยี่ยมกลุมผูประกอบการ OTOP อ.บางเสาธง (กลุมผูผลิตน้ําปลาหวานตนหอม) โดยมี. นางสงวน มะเสนา หัวหนากลุมสารสนเทศการพัฒนาชุมชน รักษาการพัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ และขาราชการพัฒนาชุมชน ใหการตอนรับ

นายพิสันติ์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน รวมพิธเี ปดงานและตรวจเยี่ยมการจัดแสดงและจําหนายสินคา OTOP ในงาน ‘OTOP สานสัมพันธสองแผนดิน นครพนม–คํามวน’ ณ ตลาดเพชรมณี เมืองทาแขก แขวงคํามวน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี...นายปรีชา กิตติสตั ยกุล พัฒนาการจังหวัดนครพนม ขาราชการพัฒนาชุมชน และผูผลิต/ผูประกอบการ OTOP ใหการตอนรับ

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

25


ภาพกิจกรรม

นายประภาศ บุญยินดี อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมฯ เปิดงาน ‘อลังการโอทอปภูมิภาค’ ณ บริเวณข้างห้างบิ๊กซีจังหวัดพิษณุโลก โดยมี...นายไพโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และข้าราชการพัฒนาชุมชน ให้การต้อนรับ นายวัลลภ พริ้งพงษ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบโล่รางวัล แก่ผู้เข้ารับรางวัลสตรีนักพัฒนาชุมชนดีเด่นในกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรสตรี ณ ห้องอารียา ชั้น ๕ โรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต ตําบลคูคต อําเภอลําลูกกา จังหวัดประทุมธานี โดยมี...นางกอบแก้ว จันทร์ดี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ให้การต้อนรับ

นายนิสิต จันทรสมวงศ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พรอมดวยขาราชการกรมการพัฒนาชุมชน รวมพิธีวางพานพุมถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และรวมรับเสด็จพระเจาวรวงศเธอ พระองคเจาศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในโอกาสเสด็จเปดนิทรรศการ เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนยราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

26


ภาพกิจกรรม

นายพิสันติ์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พรอมดวย นายเสง สิงหโตทอง ผูอํานวยการสํานักพัฒนาทุน และองคกรการเงินชุมชน มอบแนวทางการดําเนินงาน โครงการพัฒนากองทุนหมูบานและชุมชนเมือง ของกรมการพัฒนาชุมชน ณ หองประชุมวายุภักษ โรงแรมเซ็นทราศูนยราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร กรุงเทพมหานคร

¡o§»ÃaªÒÊaÁ¾a¹¸ ¨a´¡ÒÃoºÃÁo¤Ã§¡Òþa²¹Òºu¤Åi¡ÀÒ¾ e¾ืèoeÊÃiÁÊÌҧÀÒ¾Åa¡É³o§¤¡Ã ãˌ¡aº¾a²¹Ò¡Òèa§ËÇa´·Õè䴌Ãaº ¡ÒÃ测§µaé§ãËÁ‹ æÅa¼ÙŒoíҹǡÒÃÈٹÈึ¡ÉÒæÅa¾a²¹ÒªuÁª¹ o´ÂÇi·ÂҡèҡʶҺa¹¨oϹ oÃeºiϵ e¾ÒeÇoÏÊ

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

27


ภาพกิจกรรม

นายชัยยา ขําสะอาด ผูอํานวยการกองประชาสัมพันธ บรรยายใหความรูห ลักการประชาสัมพันธ งานพัฒนาชุมชน ในการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือขายประชาสัมพันธพัฒนาชุมชนบุรีรัมย ณ หองประชุมสํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย โดยมี...พัฒนาการจังหวัดบุรีรมั ย และผูบริหาร สวท.บุรีรัมย ที่ใหการตอนรับ

นายพิสนั ต์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธเี จริญพระพุทธมนต์ฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมี..สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีฝ่ายฆราวาส วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

28


ดร.สรฤทธ จันสุข

การดําเนินงาน PMQA หมวด 2 การวางแผนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน

หลายครั้งที่ผมมานั่งคิดว่าการวางแผนยุทธศาสตร์มันเริ่มต้นและสิ้นสุด ณ จุดใดของกระบวนการ ก็ยังหา คําตอบที่แน่ชัดไม่ได้ พอเราศึกษาการวางแผนยุทธศาสตร์ของแต่ละสํานักก็ไม่เหมือนกัน ก็เลยต้องกลับมาทบทวน กระบวนการวางแผนยุ ท ธศาสตร์ ข องกรมการพั ฒ นาชุ ม ชนที่ เ ราได้ อ ยู่ ใ นกระบวนการจั ด ทํ า มาโดยตลอดเป็ น กระบวนการที่เหมาะสมสําหรับเรา ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ดังนี้

การจัดทํายุทธศาสตร์ ก ร ม ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น ไ ด้ จั ด ทํ า คู่ มื อ ปฏิ บั ติ ง านการวางแผนยุ ท ธศาสตร์ ที่ มี ก ารจั ด ทํ า แผนภาพของกระบวนการจัดทําแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี แผนปฏิบัติราชการประจําปี โดยทําเป็นรูปเล่มที่ แสดงให้เห็นกิจกรรมที่สําคัญ โดยในแต่ละขั้นตอนมี การระบุระยะเวลา และผู้รับผิดชอบได้อย่างชัดเจน ในเอกสารแผนยุทธศาสตร์ มีการแสดงความเชื่อมโยง ข อ ง น โ ย บ า ย ข อ ง รั ฐ บ า ล ม า ยั ง น โ ย บ า ย กระทรวงมหาดไทย มายังยุทธศาสตร์ของกรมการ พัฒนาชุมชน และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์กลุ่มภารกิจมายังยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ภายในองค์กรกรมการ พัฒนาชุมชนได้นําเป้าหมายและตัวชี้วัดมากําหนดเป็นคํารับรองการปฏิบัติราชการจัดทําเป็นตัวชี้วัดของแผนปฏิบัติ ราชการ 4 ปี แผนปฏิบัติราชการประจําปี ในการจัดแผนยุทธศาสตร์ผู้บริหารทุกระดับได้ให้ความสําคัญในการ วางแผนยุทธศาสตร์โดยมีการแต่ งตั้งเป็นคณะกรรมการ และคณะทํางานในรูปแบบต่ าง ๆ หลายคณะ รวมถึ ง ผู้อํานวยการสํานัก กอง ที่แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชนทุกคน ในกระบวนการ จัดทําแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการของกรมการพัฒนาชุมชนได้ปรับปรุงกระบวนการ และวิธีการให้มี ความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีการรวบรวมข้อมูลจากผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ทั้งจากการติดตาม ประเมินผลของผู้บริหาร ผู้ตรวจราชการกรม ผู้รับผิดชอบหลัก และผู้ประเมินจากภายนอกโดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชดําเนินการประเมิน ข้อมูลความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ใช้ โ ปรแกรมคอมพิ ว เตอร์ ใ นการวิ เ คราะห์ ศั ก ยภาพองค์ ก ร มี ก ารนํ า นโยบายของรั ฐ บาล นโยบายของ กระทรวงมหาดไทยมาเป็นหลักในการวางแผนยุทธศาสตร์และจัดทําแผนปฏิบัติราชการ ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ได้ รองรับความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ในด้านการบริหารยุทธศาสตร์ให้บรรลุพันธกิจทั่งทั้งองค์กร การสื่อสารและ สร้างสัมพันธ์กับฝ่ายที่ดูแลกํากับนโยบาย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคีการทํางานให้เข้าถึงภาพลักษณ์ของกรมการ พั ฒ นาชุ ม ชนในฐานะหน่ ว ยงานนั ก จั ด การชุ ม ชน ด้ า นปฏิ บั ติ ก ารที่ ว างระบบงานเชื่ อ มต่ อ ยุ ท ธศาสตร์ ไ ปสู่ ก าร ปฏิบัติการในพื้นที่ มีการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานโดยการนําเทคโนโลยีมาเสริมการปฏิบัติงาน จัดทําและพัฒนา ฐานข้อมูลการปฏิบัติงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการบูรณาการภารกิจของหน่วยงานเข้าเป็นโครงการเดียวกัน มีการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามการกําหนดวิสัยทัศน์โดยการพัฒนาบุคลากรตามแผนพัฒนาสมรรถนะรายบุคคล ด้วยวิธีการจัดการองค์ความรู้ที่มีประสิทธิภาพ วางระบบเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพและการเตรียมผู้นํา วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

29


ในอนาคต รวมถึงการวางระบบการสร้างแรงจูงใจบุคลากรให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน และยังได้เชิญ ผู้รับบริการเข้ากิจกรรมการวางแผนยุทธศาสตร์ที่จะทําให้โครงการกิจกรรมสามารถสนองตอบความต้องการของ ผู้รับบริการ ก า ร จั ด ทํ า แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ แผนปฏิ บั ติ ร าชการ 4 ปี และแผนปฏิ บั ติ ราชการประจําปี ได้รวบรวมข้อมูลปัจจัยที่ เกี่ ย วข้ อ งกั บ ภารกิ จ กรมการพั ฒ นาชุ ม ชน และมี ก ารวิ เ คราะห์ ค วามสามารถในการ ดํ า เนิ น การความสั ม พั น ธ์ กั บ โครงการ กิจกรรมโดยตรงมาเป็นข้อมูลประกอบการ วางแผนยุ ท ธศาสตร์ ซึ่ ง ข้ อ มู ล ดั ง กล่ า ว รวบรวมมาจากหน่วยงานที่มีภารกิจแต่ละด้าน ข้ อ มู ล ระดั บ นโยบายของรั ฐ บาล และเป็ น ข้ อ มู ล ที่ ทั น สมั ย ตรงกั บ สถานการณ์ ปั จ จุ บั น นอกจากนี้ ปั จ จั ย ดั ง กล่ า วบางส่ ว นยั ง ใช้ เ ป็ น ปัจจัยในการจัดทํานโยบายการกํากับองค์กรที่ดีของกรมการพัฒนาชุมชนอีกด้วย สําหรับแผนกลยุทธ์ด้านการบริหาร ทรัพยากรบุคคล ได้วางระบบการสรรหาบุคลากร การพัฒนาบุคลากรให้เหมาะสมกับการทํางานให้บรรลุเป้าหมาย ตามแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี แผนปฏิบัติราชการประจําปี เพื่อให้บุคลากรมีทักษะในการงานที่มีประสิทธิภาพและ ประสิท ธิ ผ ล โดยการพั ฒ นาบุค ลากรได้ ดํ า เนิน การวางหลั ก สู ต รฝึ ก อบรม และสร้ า งความรู้ ค วามเข้ า ใจผู้ ที่ เกี่ยวข้องก่อนลงมือปฏิบัติจริง จึงทําให้การพัฒนาบุคคลากรมีความสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ นอกจากนี้กรมการ พัฒนาชุมชนยังได้ส่งเสริมให้บุคลากรมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ด้านตามความสนใจและความพร้อม เนื่ อ งจากภารกิ จ ของกรมการพั ฒ นาชุ ม ชนมี ค วามหลากหลายต้ อ งใช้ ส มรรถนะหลายด้ า นสอดคล้ อ งกั บ แผน ยุทธศาสตร์ของกรมการพัฒนาชุมชน “...รู้เขารู้เรารู้อนาคต รู้ทั้งหมดรอบด้านนักการบุ๋น วางแผนเลิศเลอชัยให้ค่าคุณ ประหยัดทุนออมทรัพย์รับผลงาน...”

..อ่านต่อฉบับหน้า..

วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

30


Welcome ASEAN Community *กนกนิจ พนาวาส สวัสดี...พี่น้องนักพัฒนาที่รัก หวังว่าทุกคนยังคงมีความสุข สนุก กับการทํางานพัฒนาร่วมกับพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ตําบล เฉกเช่นที่ เราเคยทํากันมานานนับสิบสิบปีแล้ว ณ วันนี้ คิดแล้วเหมือนตอนอบรมหลักสูตรก่อนประจําการที่อาจารย์จะให้ กรณีศึกษา (case) มาศึกษาว่า ....วันหนึ่งการเปลี่ยนแปลงก็มาเยือนหมู่บ้าน....เราในฐานะนักพัฒนาจะทําอย่างไร คําตอบสุดท้ายจริง ๆ ก็อยู่ที่หมู่บ้าน แต่กว่าที่จะได้คําตอบมา มันก็ต้องผ่านกระบวนการพัฒนาชุมชน (Community Development) การศึ ก ษา ค้ น หาความจริ ง โดยมี นั ก พั ฒ นาผู้ เ ชี่ ย วชาญในการเป็ น วิ ท ยากรกระบวนการ (facilitator) อย่างเราเข้าไปกระตุ้น ๆ ๆ แล้วการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ล่ะ มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (change) อะไรกันบ้าง แล้วเราจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ทั้งในแง่การเป็นประชาชนคนไทย ทั้งในแง่การ เป็นข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน หรือบางคนที่มีสถานภาพทางสังคม (social status) ที่มากกว่านี้ ก็ต้องเปิด มุมมองการปรับตัว (adaptation) ให้มากขึ้น จําเป็นมากน้อยแค่ไหน ก็อยู่ที่ว่าเราจะเอาตัวเราเข้าไปร่วมกับกิจกรรมใด แค่ไหน แต่โดยภารกิจการงานก็ต้องเป็นไปตามตําแหน่งหน้าที่ (position) คงยากที่จะปฏิเสธ ประโยชน์ของการรวมตัวกันเป็น ASEAN Community (Association of Southeast Asian Nations community) ก็เป็นหลักการง่าย ๆ ของการรวมกลุ่ม ซึ่ง พช. เป็นเจ้าหลักการนี้อยู่แล้ว คงไม่ต้องพูดถึง แล้วในเรื่อง ที่มาที่ไปของประชาคมอาเซียน แนวทางการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มีการ ศึ ก ษาวิ จั ย เป็ น ที่ เ รี ย บร้ อ ยแล้ ว ท่ า นที่ ส นใจสามารถเข้ า ไปดู ข้ อ มู ล ได้ ที่ การจั ด การความรู้ สป.มท. (http://km.moi.go.th) บทความเกี่ ย วกั บ การเตรี ย มความพร้ อ มสู่ ป ระชาคมอาเซี ย นของผู้ บ ริ ห ารของ กระทรวงมหาดไทยและนักวิชาการต่างๆ จาก สถาบันดํารงราชานุภาพ (www.stabundamrong.go.th) เรื่องราว ต่ า ง ๆ ของอาเซี ย น จากกรมอาเซี ย น ในฐานะสํ า นั ก เลขาธิ ก ารอาเซี ย นแห่ ง ชาติ กระทรวงการต่ า งประเทศ (www.mfa.go.th/asean/) ความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเข้าสู่ประชาคม อาเซียน ด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (www.nesac.go.th) มีเรื่องราว ประเด็นที่น่าสนใจ สามารถจุดประกายความคิดได้ดีทีเดียว อย่าลืมหาเวลาเข้าไปอ่านให้ได้เชียว มาถึงแค่นี้ จากเดิมโดยส่วนตัวที่คิดว่าความรู้ด้าน IT ไม่ค่อยจําเป็นเท่าไรในงานพัฒนาชุมชน เพราะส่วนใหญ่ เราก็จะไปพูดคุยกับชาวบ้าน ก็ต้องกลับมาทบทวน อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย เดี๋ยวนี้ชาวบ้านบางคนเขา high technology ยิ่งกว่าเราซะอีก อุปกรณ์เครื่องใช้สารพัด แล้วก็ว่ากันไม่ได้ซะด้วย เพราะเราต้องทํางานกับคน ทุกระดับของสังคมในพื้นที่ เอาแค่ข้อมูลอาเซียนนี่แหละ ถ้าใครคล่องในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ Wi-Fi อยากรู้เรื่องของประเทศไหนที่จะเกี่ยวข้องกับงานของเรา click เข้าไปหาข้อมูลได้ง่าย รวดเร็ว และมีให้เลือก หลากหลาย สําคัญที่ว่าต้องเทียบเคียงและวิเคราะห์ให้ได้ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถูกต้อง เชื่อถือได้มากแค่ไหน มาดูมุมมองขององค์กรหลักที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ อย่างเช่น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ได้ตระหนักถึงความสําคัญของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community: APSC) ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN SocioCultural Community: ASCC) ตามเป้าหมายที่อาเซียนได้กําหนดไว้ ภายในปี 2558 จะส่งผลกระทบด้านบวกและ ด้านลบต่อประเทศไทย เนื่องจาก ASCC มุ่งหวังที่จะเป็นประชาคมซึ่งมีประชาชนเป็น ------------------------------*นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานวิเทศสัมพันธ์ วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

31


ศูนย์กลาง มีสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี และมีการพัฒนาในทุกด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมอัตลักษณ์ ของอาเซียน สําหรับการเข้าสู่ AEC จะมีผลผูกพันให้ต้องเปิดเสรีในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้าสินค้า การค้า บริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายเงินทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ และการดําเนินงานตามความร่วมมือรายสาขา อื่น ๆ เช่น ความร่วมมือด้านการเกษตร อาหาร และป่าไม้ ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น จะเห็นว่า ที่สภาที่ปรึกษาฯ ได้กล่าวถึง ก็เป็น motto ของ AC ที่ว่า “One Vision, One Identity, One Community” นั่นเอง ดูไปแล้ว งาน พช. เกี่ยวข้องมิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็น ประชาชนเป็นศูนย์กลาง คุณภาพชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ สินค้าและบริการ ฯลฯ ข้อมูล จปฐ. กชช. 2 ค ที่เราดูแลอยู่ จะเป็นข้อมูลสําคัญที่ชี้วัดระดับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนของประเทศ เป็นข้อมูลสําคัญในการวางแผนการพัฒนาเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการ พัฒนาที่แท้จริง (ไม่ใช่คิดว่าจะทําโครงการ 1. 2. 3. ...แล้วเอามารวมกันทําเป็นรูปเล่มของแผน) ซึ่งจากเวทีการ ประชุ ม หรื อ ในการฝึ ก อบรมในต่ า งประเทศ หลายประเทศได้ ใ ห้ ค วามสนใจในการจั ด เก็ บ ข้ อ มู ล จปฐ. (Basic Minimum Needs Information) ของเรา นอกจากนี้การทํางานที่เรายึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน (People’s Participation) การเสริมสร้างความเข้มแข็ง (Empowerment) ให้กับกลุ่ม องค์กรต่าง ๆ การพัฒนา อาชีพ ผลิตภัณฑ์ OTOP การพัฒนาทุน และอื่นๆ ก็เป็นส่วนสําคัญทั้งนั้น แล้วเราต้องตอบโจทย์การพัฒนาชนบท และการขจัดความยากจน (Rural Development and Poverty Eradication) ในการประชุมในเวทีอาเซียนให้ได้ ที่แน่ ๆ เลย ถ้าดูจากที่กล่าว ๆ มา เห็นว่า.....ภาษา... โดยเฉพาะ ภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมตัว และพัฒนาตนเองขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ให้อยู่นิ่งๆ ทํางานที่สํานักงาน ถ้ามีใครสักคนที่เป็ น ชาวต่างชาติมาขอรับบริการจากเรา หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะไม่บริการและต้องใช้ภาษาต่างประเทศ ซึ่งอย่างน้อย ก็ภาษาอังกฤษที่เป็นภาษากลางที่ใช้กันโดยทั่วไป หรือแม้แต่ชาวบ้านของเราที่ต้องการมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ชาวต่างชาติ เราในฐานะเจ้าหน้าที่ที่ส่งเสริม สนับสนุนงานพัฒนาชุมชน ก็จะแปลงร่างกลายเป็นล่ามไปในทันที อีกแล้ว..เพราะตัวเองเชื่อเสมอว่าคนเราจะเอาตัวรอดได้เสมอ แม้ว่าจะชอบภาษาอังกฤษมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อแรก ก็คิดว่าไม่จําเป็นเท่าไรที่ทุกคนจะต้องมาพัฒนาทักษะด้านภาษา ถ้าเราไม่เข้าไปเกี่ยวเราก็ไม่ต้องใช้อะไรทํานองนั้น แต่ช่วงนี้ กลับเจอบ่อยมาก ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงที่ทํางาน ก็จะถูกถามว่า Can you speak English? แล้วก็ ตามมาเป็นชุดๆ แล้วคนที่ถามไม่ใช่ชาวยุโรป อังกฤษ อเมริกา อะไรหรอก หน้าตาก็เอเชียๆ อย่างเรานี่แหละ แล้วที่ ให้ยากไปกว่านั้นก็คือ สําเนียง อันนี้ของใครของมันอยู่แล้ว จะเป็นอังกฤษแบบไทยๆ อังกฤษแบบจีน อังกฤษแบบ ฟิลิปปินส์ อะไรก็แล้วแต่ ฟังยากจริง ๆ ให้พูดช้า ๆ....Please speak slowly. ก็แล้ว ลองสะกดตัวอักษร ....Please spell it. ก็แล้ว ก็ยังสื่อกันไม่ได้ ต้องอาศัยเดากันไปตามสถานการณ์ เพราะเราใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ให้เข้าใจกัน มากขึ้น ไวขึ้น ไม่ได้ถึงขนาดจะเอาไปสอบชิงทุนอะไร แค่สื่อสารกันได้รู้เรื่องก็ใช้ได้แล้ว แต่ถ้าใครถึงขั้น เก่งภาษาอังกฤษ ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ อย่างไรก็ตาม ใครที่ทํางานอยู่แถบจังหวัดชายแดน นับว่าเป็นโอกาสดีมากเลยที่จะเรียนรู้ภาษาของประเทศ เพื่อนบ้าน การร่วมมือทางด้านวิชาการต้องมีแน่ ๆ เพราะประเทศสมาชิกอาเซียน ณ ขณะนี้ ยังมีระดับการพัฒนาที่ แตกต่างกันพอสมควร ใครที่ตอนนี้พอรู้ภาษาประเทศเพื่อนบ้านบ้างแล้ว ก็พัฒนาทักษะให้มากขึ้นไปอีก อีกหน่อยกรมฯ ก็จะมีนักพัฒนาชุมชนระดับนานาชาติ รับรองเนื้อหอมแน่นอน เพราะแต่ละคนมีฝีมือในงานพัฒนาชนบทอยู่แล้ว ถ้าเพิ่มความสามารถด้านภาษาเข้าไปอีก …inter… แน่นอน ขอยกตัวอย่างพาดพิงหัวหน้าสรสาสน์ สีเพ็ง หัวหน้า กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด ที่มีความรู้ภาษาเขมรเป็นอย่างดี ได้ข่าวว่า มีโอกาสได้ทํางานสําคัญกับประเทศกัมพูชา แล้วยังเป็นที่ถามหาและขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ๆ ที่รู้เพราะมี ผู้ ส อบถามข้ อ มู ล มาที่ ก ลุ่ ม งานวิ เ ทศสั ม พั น ธ์ ต้ อ งการล่ า มแปลภาษาเขมรที่ เ ป็ น ทางการได้ ถ้ า ใครมี ข้ อ มู ล ความสามารถพิเศษด้านภาษาของชาวพัฒนาชุมชน ช่วยส่งข้อมูลให้ไปให้หน่อย จะขอบคุณอย่างยิ่ง จะทําเป็น ทะเบียนข้อมูลบุคลากรด้านภาษาของกรมฯ ไว้เลย (แต่ขอยกเว้นภาษาไทยจ้า....) หมายเหตุ ขอใช้ภาษาอังกฤษแทรกในบทความ เพื่อสอดแทรกการเรียนรู้ด้านภาษา วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

32


ภาษาอาเซียนพืน้ ฐานนารู เหลือเวลาอีกไมถึง 3 ปแลว ที่ประเทศไทยจะรวมกับประเทศเพื่อนบานอีก 9 ประเทศ เปนประชาคม อาเซียน สงผลใหการติดตอสื่อสารหรือการทําธุรกิจกับประเทศเพื่อนบานมีความสําคัญมากขึ้น ดังนั้น เราจึงพา ทุกทานมารูจักภาษาอาเซียนกันนะคะ ภาษาอาเซียน: บรูไน

ภาษาอาเซียน: มาเลเซีย

พบกันใหม ลากอน น้าํ กาแฟ นม เนื้อหมู ไก ปลา

คําศัพท ซาลามัด ดาตัง เตริมา กะชิ อาปา กาบา เจมบิรา ดาปด เบอเตมู อันดา (gembira dapat bertemu anda) เบอจัมปา ลากิ (berjumpa lagi) เซลามัต ติงกัล แอร (air) โคป (kopi) ซูซู (susu) ดาจิง บาบิ (daging babi) อายัม (ayam) อิคาน (ikan)

เนื้อวัว

ดาจิง (daging)

สวัสดี ขอบคุณ สบายดีไหม ยินดีที่ไดรูจกั

ผัก ผลไม อรอย วัน สัปดาห เดือน หองน้าํ โรงพยาบาล รายขายยา สถานีตาํ รวจ ธนาคาร สนามบิน ภัตตาคาร

คําศัพท ซาโย ซายูรัน (sayur-sayuran) บูอา บัวฮัน (buah-buahan) ลาซัท (lazat) ฮาริ (hari) มิงกุ (minggu) บูลาน (bulan) แทนดัส (tandas) ฮอสปตอล (hospital) เคได ยูบตั (kedai ubat) บาไล โปลิส (balai poliz) แบงค (bank) ลาปากัน เทอบัง (lapagan terbang) เรสโตรัน (restoran)

สกุลเงิน (บรูไน) : ดอลลารบรูไน สกุลเงิน (มาเลเซีย) : ริงกิต (Ringgit) *หมายเหตุ : มาเลเซีย และ บรูไน ใชภาษาเดียวกัน เปน อยางไรกันบางคะ ภาษาเพื่อนบานของเรา ไมยากเกินไปใชไหมค ะ หากทานผูอานเดินทางไป ทองเที่ยวหรือติดตอสื่อสารกับประเทศเพื่อนบานที่มาทองเที่ยวในประเทศไทย หรือนําไปฝกพูดคุยกับเพื่อน ๆ สวนภาษาอาเซียนพื้นฐานนารูฉบับหนา จะมาแนะนําภาษาของประเทศเพื่อนบานประเทศไหน โปรดติดตาม ฉบับหนานะคะ ที่มา : www.Thaifranchisecenter.com/AEC/language.pha วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

33


วารสารพัฒนาชุมชนอิเล็กทรอนิกส

34

varasan july_55  

varasan july_55

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you