Page 1

ปีที่ 10 เล่มที่ 144 ประจ�ำวันที่ 5 ธันวาคม 2562 - 5 มกราคม 2563 ราคา 10 บาท

ติดตามอ่านได้ทางทางเว็บไซต์ www.การเมืองชุมชน.com

อ่านต่อหน้า 6

อ่านต่อหน้า 10

อ่านต่อหน้า 3

อ่านต่อหน้า 4


หน้า 2

^อุปสมบท : นายชูศักดิ์ วรรณสินธ์ บก.ข่าวภูมิภาค นสพ.การเมือง ชุมชน ร่วมงานอุปสมบท นายโชติวุฒิ พันเดช บุตร คุณพ่อชูชาติ-คุณแม่ล�ำใย พันเดช ณ บ้านเลขที่191 หมู่13 บ้านจาร พัฒนา ต.เสือเฒ่า อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เมื่อ 3 พ.ค.62

^อวยพร : บก.ปราโมทย์ ทองกุญชร มอบหมายให้ทมี งาน นสพ.การเมืองชุมชน ร่วมแสดงความ ยินดีในวันคล้ายวันเกิดพ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล(ตุ๋ย ท่าแซะ) ผกก.ฝอ.2.บก.อก.บช.ก.ที่ บ้านทรงไทย เขตคลองสามวา กทม. เมื่อ10 พ.ย.62

^เทศบาลต�ำบลไทรม้า : โดยจ่าสิบเอกมงคล อัศวนิโครธร นายกเทศมนตรีต�ำบลไทรม้าจัดงาน

^สวดอภิธรรม : นายบัณฑิตย์ พันธ์พลากร บก.ข่าวจังหวัดเชียงราย ร่วมงานฟังสวดอภิธรรม

และแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ นายเกษม อ�ำพรไพ ณ มูลนิธกวงเม็ง ต�ำบลแม่สาย อ�ำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

^ สุขสันต์วันเกิด : พ.ต.อ.โกสิต กาจนะโกมล (ตุ๋ย ท่าแซะ) ผกก.ฝอ.2 บช.ก. มอบกระเช้าร่วม

แสดงความยิ น ดี พ.อ.พิ เ ศษ ประกาศิ ต สาคุ ณ (เสธ.หน่ ว ย) เนื่ อ งวั น คล้ า ยวั น เกิ ด โดยมี พล.ท.ไกรเทพ อนุศกั ดิ์ พล.ต.ชวการ คมคาย พล.ต.สหรัตน์ อุทธโยธา พล.ต.วรวุฒิ ทองศรีงาม พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง และเพื่อนๆ เตรียมทหารรุ่น 26 ร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ สโมสรทหาร บก วิภาวดี กทม.

ประเพณีลอยกระทง ประจ�ำปี ๒๕๖๒ มีการแสดง แสง สี เสียง และสื่อประสม เรื่อง “ไทรม้า มาหารัก” ทีส่ ะท้อนวัฒนธรรมประเพณีแบบไทย ในงานยังมีตลาดโบราณให้ผเู้ ข้าร่วมงานได้ชมิ อาหารไทยๆอีกด้วย

^ออกหน่วยเคลือ่ นที่ : กาญจนบุรี ส�ำนักทะเบียนอ�ำเภอท่ามะกา นางสาวมารินี น้อยนวลปลัด

^กิจกรรม : พ.ต.อ..วันชัย อ่อนละออ ผกก.สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้น�ำข้าราชการต�ำรวจ

^รับมอบ : นายอนันต์ นาคนิคม ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ได้เป็นประธานเปิดและรับมอบ

สภ.ไทรโยค ท�ำ กิจกรรมจิตอาสา พัฒนาวัดวังโพธิการาม ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อ เร็วๆ นี้

อ�ำเภอท่ามะการ่วมกับ ศบท.ภาค7 ก�ำนัน ปราโมทย์ จิตนิยม ผู้ใหญ่ยุทธนา จงศิริ ออกท�ำบัตร ประชาชน เคลือ่ นที่ ให้กบั ผูป้ ว่ ยติดเตียงนางเล็ก แซ่ตนั อายุ103ปีพร้อมมอบสิงของให้ผสู้ งู อายุ

แบมบลู สคลู เป็นโครงการลดขยะที่ย่อยสลายยาก โดยมีนายสรรเสริญ ค�ำทอง ปลัดอาวุโส อ�ำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วยส่วนราชการต่างให้การต้อนรับ ณ ที่บริเวณอ่างเก็บน�้ำ ม.3 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อเร็วๆ นี้


หน้า 3

“เศรษฐกิจขาเดียว” เสียวสันหลัง

ส่งสัญญาณถามไถ่ถึงหายนะในปีชวด “การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นจะอยู่ในส่วนที่เฉพาะ กระทรวงการคลังท�ำได้ แต่ในส่วนอื่นก็คงต้องไปถามผู้ที่รับผิด ชอบ ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายได้พยายามอย่างเต็มที่ในภาพรวมของ เศรษฐกิจ ที่ปกติจะมี 4 ขา ในเวลาเหลือเพียงขาเดียวจะให้ท�ำ อย่างไร?” เพราะตัวเลขที่ออกมาจาก สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. อาจแรงจนต้องออกมายอมรับ ตรงๆ ถึงภาวะเศรษฐกิจและสังคมไทย ทีก่ อ่ นหน้านี้ “นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี รวมถึง ตัว “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เน้นย�ำ้ เสมอ ว่า “ยังเอาอยู่ ยังไปได้” แต่เอาเข้าจริง ตัวเลขจาก สศช. อาจก�ำลังบ่งชี้ถึง “หายนะ” จน สุดท้าย “หนีความจริงไปไม่พน้ ” วนอยูก่ บั การโยนใส่กนั ไปกัน มา ตัวเลขแบบไหน? ท�ำให้ จนมุม ลองดูจากถ้อยแถลงของ “นาย ทศพร ศิรสิ มั พันธ์” เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ (สศช.) พร้อมด้วยผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวภาวะ สังคมไทยในไตรมาสที่สามของปี 2562 โดยระบุว่า ในไตรมาส 3 /2562 จ�ำนวนผู้มีงานท�ำลดลง 2.1 % จากช่วงเดียวกันของปี ก่อน โดยช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว จ�ำนวนผู้มีงานท�ำอยู่ที่ 38.7 ล้านคน และในปัจจุบันอยู่ที่ 38 ล้านคน มีสัดส่วนผู้มีงาน ท�ำหายไปกว่า 7 แสนคน ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลงเหลือเพียง 24.9 ล้านคน จาก 25.5 ล้านคน หรือลดลงราว 2.3% ภาคเกษตรมีการ จ้างงานลดลง 1.8% จากเดิมจ้างงาน 12.8 ล้านคน เหลือเพียง 12.6 ล้านคน ซึ่งอัตราการว่างงานโดยรวมของประเทศ เมื่อเทียบกับ

ปีทแี่ ล้ว เพิม่ ขึน้ 1.04% โดยผูว้ า่ งงานส่วนใหญ่อยูใ่ นกลุม่ ผูท้ เี่ พิง่ จบการศึกษา โดยเฉพาะในระดับปริญญาตรี ทีม่ อี ตั ราการว่างงาน สูงสุดถึง 2.15% ส่วนภาวะหนี้สินครัวเรือน ไตรมาสล่าสุดนี้มี การขยายตัวกว่า 5.8% รวมถึงตัวเลขคดีอาญาโดยรวมสูงขึ้น 27.7% คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์และคดีปล้นเพิ่มขึ้นที่ 6.6%” ทีแ่ รงๆ และหลายคนในสังคมใช้คำ� ว่าน่าตกใจ น่าจะอยู่ กับตัวเลขการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากคิดตามตัวเลขนี้ จะมี ผู้ต้องว่างงานกว่า 7 แสนคน ซึ่งยังไม่รวมที่ “ตกส�ำรวจ” และ ส่วนที่ก�ำลังจะว่างงานในอนาคตอีก ที่น่าสังเกตุว่าอาจแตะถึง 1 ล้านคนหรือไม่?!!! ไม่ใช่เรื่องไกลตัวซะด้วย เพราะตัวเลขนี้ บ่ง ชี้ไปถึงทิศทางอื่นๆ เช่น ปัญหาด้านสังคม คดีอาชญากรรมต่อ ทรัพย์ พุ่งพรวด ไปพร้อมๆ กับหนี้ครัวเรือนที่พุ่งปรี๊ดตามๆ กัน มา ทั้งหมดนี้คือปัญหาตรงหน้าของรัฐบาล ที่คนอย่าง “นาย สมคิด” และ ทีมงาน ต้องท�ำการบ้าน แม้ว่าจะไม่ใช่ฐานะของ “รองนายกฯ ที่คุมเศรษฐกิจ” ดังที่ ปฏิเสธมาก่อนหน้านี้ แต่ น ายสมคิ ด ปฏิ เ สธความรั บ ผิ ด ชอบต่ อ สภาวะ เศรษฐกิจและปัญหาสังคมแบบนี้ได้เหรอ? เพราะเกือบตลอด 7 ปีทผี่ า่ นมา ต่อเนือ่ งจากรัฐบาล คสช.ก็มนี ายสมคิด ดูแลเศรษฐกิจ ของประเทศมาโดยตลอด คราวนีล้ องหวนกลับมาฟังค�ำตอบจาก นายสมคิด เกี่ยวกับ ตัวเลขนี้จาก สศช.ดูบ้าง ว่าออกมาเป็น อย่างไร? หลังรับรู้ถึงภาวะความน่าสะพรึงที่เกิดขึ้น โดย รอง นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยยอมรับว่า “ขณะนี้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นจะอยู่ในส่วนที่เฉพาะ

กระทรวงการคลังท�ำได้ แต่ในส่วนอื่นก็คงต้องไปถามผู้ที่รับผิด ชอบ ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายได้พยายามอย่างเต็มที่ในภาพรวมของ เศรษฐกิจ ที่ปกติจะมี 4 ขา ในเวลาเหลือเพียงขาเดียวจะให้ท�ำ อย่างไร? ซึ่งทุกอย่างเป็นการท�ำงานร่วมกัน ในรายละเอียดก็คง ต้องลงไปตั้งค�ำถามไปดูในแต่ละกระทรวง” แปลความกันแบบตามเข้าใจ “เศรษฐกิจขาเดียว” ของ นายสมคิด ตีความได้สองมุมๆ แรกคือขาของเศรษฐกิจ ที่เปรียบ เทียบไปถึงขาของ จีดีพี เหลือเพียงขาเดียว คือเน้นเรื่องการกระ ตุ้นเม็ดเงินลงไปในระบบ สร้างความเชื่อมั่นและก�ำลังซื้อจาก ภายใน ในขณะที่ขาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นส่งออกการลงทุนในภาค รัฐ อาจเผชิญกับภาวะ “เครื่องยนต์ดับ” เลยต้องเหลือเพียงขาด เดียว ความเข้าใจแบบนี้ ถ้าไม่ผิดก็ส่งเค้าลางหายนะ! ในอีกมุมออกแนวการเมืองซักหน่อย แปลความจากค�ำ ว่า “การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนัน้ จะอยูใ่ นส่วนทีเ่ ฉพาะกระทรวง การคลังท�ำได้” นั่นก�ำลังบ่งบอกถึง กระทรวงเศรษฐกิจอื่นๆ ทั้ง พาณิชย์ เกษตร และอีกหลายๆ กระทรวง ที่อยู่ในภาวะ “เอาท์ ออฟ คอนโทรล” คือคุมอะไรไม่ได้ สั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ เพราะอยู่ในมือพรรคร่วม หรืออาจเป็นพรรคเดียวกันอย่างพลัง ประชารัฐ ที่มีกลิ่นของปัญหาภายใน แยกแตกออกเป็นสองทาง ที่ชัดเจนขึ้นทุกวัน โยนกองกลับไปบ่งบอกเป็นนัยๆ ว่าเวลาใคร กันแน่คอื ตัวจริงทีน่ งั่ หัวโต๊ะ “คุมเศรษฐกิจประเทศไทย” เพราะ เวลานี้ “นายสมคิด” คุมได้เพียง “กระทรวงการคลัง” กับนโยบาย แจกแหลกกระตุ้นหนี้ ก็คงอาจได้เพียงเท่านี้? ส่วนคนที่คุมได้กระทรวงได้ทั้งหมดจริงๆ คือหัวโต๊ะ เศรษฐกิจ ซึ่งในความหมายของ “เศรษฐกิจขาเดียว” นั้น ส่ง สัญญาณบ่งบอกเป็นนัยๆ หมายถึงตัวของ “พล.อ.ประยุทธ์” นายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่? เพราะอาจเป็นคนเดียวที่สั่งซ้ายหัน ขวาหันทุกกระทรวงได้ แม้จะเป็นกระทรวงในมือพรรคร่วม รัฐบาลก็ตาม และเป็นคนเดียว ที่กุมเสียงจากคนในพรรคพลัง ประชารัฐ (มุ้งอดีตกปปส.) เอาไว้ส่วนหนึ่ง และเป็นซีกที่ก่อน หน้านี้เคยมีข่าวความขัดแย้งกับ พลังประชารัฐ (มุ้งอดีตนปช.) กรณีโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีกันมาแล้ว ล้วงลึกลงไปอีก พรรคพลังประชารัฐ ยังมี “มุ้งสมคิด” ที่เป็นอีกมุ้งส�ำคัญ หลายๆ ครั้ง ก็ยังมีข่าวแบบลือๆ ว่ากินใจกับ อีกทั้งสองซีก เอาว่า คล้ายๆ กับ พรรคพลังประชารัฐ ในปัจจุบัน อาจมีภาพของ “สามก๊ก” อยู่ภายในพรรค จริงไม่จริงเรื่องนี้ อาจ แคะคุ้ยต่อความปะติดปะต่อเลโก้กันได้ไม่ยากนัก กลับมาสรุป ความ “เศรษฐกิจขาเดียว” ความเสียว ความเสี่ยง ทั้งมวล อาจตก อยู่กับ ประชาชน ที่ปีหน้า 2563 หลายคนคงไม่ได้หวังให้ดีขึ้น แต่ลุ้นเพียงว่า คงไม่มีอะไรที่จะแย่ลงไปกว่าเดิม แย่ไปกว่านี้ เพราะสัญญาเศรษฐกิจขาเดียวที่ “นายสมคิด” ก�ำลังส่งสัญญาณ อาจเป็นจุดเริม่ ต้นสูห่ ายนะในอนาคตจริงหรือไม่? ไม่กเี่ ดือนหลัง จากนี้ มีค�ำตอบ รอฟังสรุปตัวเลขเศรษฐกิจทั้งปีอีกครั้ง ขณะที่ ป ี ก การเมื อ งร้ อ นๆ ผลพวงที่ เ กี่ ย วเนื่ อ งจาก “เศรษฐกิจขาเดียว” อาจต้องรอฟังสัญญาณ “ปรับครม.” !! งาน นี้ใครจะอยู่ใครจะไปคงได้เห็นกันชัดๆ ทีมเฉพาักิจพิเศษ...

ผู้อ�ำนวยการ นายธีรยุทธ ผู้พัฒน์.....บรรณาธิการบริหาร นายปราโมทย์ ทองกุญชร.....ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นายสุนทร ช่วยตระกูล(ทอนส์ 79) นายอนันต์ นิลมานนท์ (นายกสมาคม หนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย).....นายจรัญ รุ่งมณี (นายกสมาคมสื่อท้องถิ่นไทย).....นายปรีดา มากมูลผล นายภากร ยังแจ่ม นายบัญชา อ�ำนาจรุ่งเจริญ (หญิงอรชร) ดร.สุชิต ผลเจริญ นายชาติชาย สุขสมนึก นายธนกร มณีโชติ ประจ�ำกองบรรณาธิการ.....นายชนะชัย ศรีไชนัยนต์ นายอนุชา ทองกุญชร นายวัชระ ชูทอง นายพิศิษฐ์ ภู่พันธ์ศรี ที่ปรึกษาส่วนตัว บก. .....นายชูศักดิ์ วรรณสินธิ์ บก.ข่าวภูมิภาค.....นายสุวิทย์ กองแก้ว บก. ผู้สื่อข่าวพิเศษ.....นายเอนกพงศ์ เทียนสว่าง บก.ข่าวกรม.....นายราเชนทร์ พูนมา บก.ททท. .....นายนิวัฒน์ จุ้ยเส็ง บก. ข่าวตะเวน.....นายนพรัตน์ หลิมสุนทร บก.อาชญากรรม.....นายโกศล ลาวิรัตน์ บก.ข่าวชุมชน.....นายนาวิน เกตุแก้วเจริญ หัวหน้าข่าว กทม. นายวัชรินทร์ แสงภู่ จ.นนทบุรี......นางการย์สิริ ยั่งยืนเตชา จ.สมุทรปราการ......นายธีระวิทย์ ก�๋ำรามัญ จ.สมุทรสาคร.....นายณรงค์ฤทธิ์ กิจเจริญ จ.นครปฐม.....นายชวลิต บุญปาน นายทอง บ�ำรุงผล จ.ราชบุรี.....นายวันชัย แก้ววิลัย จ.กาญจนบุรี......นายวันพจน์ คล้ายใจดี ข่าวไทรโยค จ.กาญจนบุรี.....นิติธาดารัตน์ เคนจิ จังหวัดกาญจนบุรี..... นายกษาปณ์ พูลสวัสดิ์ จ.ชลบุรี......นายราเชนทร์ พูนมา จ.ขอนแก่น......นายสมปอง สกุลทับ หัวหน้าข่าว จ.ภูเก็ต ผู้ช่วย บก. ......นายสหภาพ โพธิ์เงิน นายจิระชัย เกษมพิมลพร นายวิชิต สุริวงศ์ นายธนินโชติ กิตติรัตน์ธนาโชติ ผู้ช่วย บก.ฝ่ายอาชญากรรม..... ติดต่อได้ที่ 089-690-5214, 094-786-9441 บก. pramot_thong@hotmail.com


หน้า 4

การเมืองร้อนฉ่า...

ทั้งฝ่ายค้าน&รัฐบาล

การเมืองเป็นเรื่องของประชาชน ล้วนแล้วแต่อยู่ใน ความสนใจและในสายตา วิพากษ์ วิเคราะห์ วิจารณ์ ไปตามความ รู้ ความชอบ ความศรัทธา ด้วยเหตุวา่ ปัจจุบนั นีน้ ทุกคนเป็น”นัก สือ่ สาร”กันได้หมดทุกคน ทัง้ นีท้ งั้ นัน้ สิง่ ที”่ นักสือ่ สาร”พึงมีคอื “ความเป็นธรรม” ที่มีให้แก่ผู้ที่ “ถูกการเมืองเล่นงาน” “ธนาธร จึงรุง่ เรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หนุม่ ใหญ่หัวก้าวหน้า ชัดเจน ไม่เอา “เผด็จการ” เรียกว่าเป็นยาด�ำ ยา ขม เสี้ยนหนาม กรวดในรองเท้าของรัฐบาล”ประยุทธ”ยังไงๆ ย่อมถูกก�ำจัด พลันทีถ่ กู ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินหลุดจากความเป็น ส.ส ทวิตเตอร์ ของเหล่าฟ้ารักพ่อ Gen x Gen y ถล่มทลายด้วย Content Save Thanathon กับก�ำลังใจสู้ๆ ล้นหลาม ขณะที่เจ้าตัว สื่อสารตอบว่าไม่กลัว ไม่ท้อ พร้อมเดินหน้าต่อ ยังบอกด้วยว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี!!! เขาจะต้องไปรอลุ้น “คุก” ทางการเมือง 20 ปี อีกครั้ง เรียกได้ว่า เวทีการเมือง ส�ำหรับ “ธนาธร” เต็มไปด้วยอุปสรรค ใหญ่หลวง หนักยิ่งกว่าขุนเขา..เราขออย่าให้หนทางของเขาต้อง จบลงแบบ”ทักษิณ”ซึ่งหากว่าเป็นเช่นนั้น...ก็ประมาทไม่ได้ว่า อาจะเป็นน�ำ้ ผึง้ เพียงหยดทีส่ ง่ ผลให้ นักเลงทวิตเตอร์ ชึงชัง ผูค้ น รุ่น Baby Boom มากขึ้น อย่าประมาทคิดว่าพวกเขาเอาแต่จิ้มมือ ถือ...อย่าลืมว่าม็อบมือถือในอดีต ยังเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ส�ำหรับเผือกร้อนในฟากฝัง่ ของรัฐบาล กับเรือ่ งการงาบ ที่ สปก.ของส.ส.สาวดาวเด่นของพรรคพลังประชารัฐทีน่ างชอบ ไลฟ์สด สร้างข่าวกัดจิก ส.ส สาวของพรรคอนาคตใหม่ บ้าง กับ “ลุงเสรีพิสุทธิ์” บ้าง ดื้อกับ “ลุงชวน”บ้าง จนสะดุดขาตัวเองหัว ทิ่ม ร่วงไม่เป็นท่า..แต่ยังไปต่อ “ปาขี้”ใส่นักข่าว เมื่อวันที่ถูกสื่อ รัฐสภา ล้อมกรอบจ่อไมค์ให้ตอบค�ำถามปัญหาที่ดิน สปก.ที่ ครอบครอง เลีย้ งไก่อยูวา่ เป็นไง..อุมามิ นางกดไมค์ลงต�ำ่ เลยปาก แล้วสบตามายัง นักข่าว TV 9 เอ่ยว่า “ลงMOUกับสื่อไว้แล้วค่ะ” ????สื่องงกันละซีปี้น้อง...เสียงเซ็งแซ่บวกอื้ออึง อาราย MOU อะไรค่ะ นางไม่ตอบหายไป..พักนึงพิมพ์ข้อความมาแจก อ้างว้า จะไม่ขอตอบหรือแสดงความเห็นใดๆ เพราะอยู่ระหว่างการ ตรวจสอบของกระทรวงเกษตรฯแบบนี้ก็มีแฮะ อีกกรณี “เทพไท” ถีบ“สิระ” “ส.ส.แดดเดียว”ผู้ใหญ่ คุยกัน เด็กอย่ามาสอดว่างั้น อะจ๊ากกก เหตุก็มาจากการวิพากษ์ วิจารณ์การท�ำงานของพลเอกประยุทธ์ และรัฐบาลยาวไปถึง ต�ำแหน่งประธานกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไข รัฐธรรมนูญ​ว่า”การทีผ่ มให้สมั ภาษณ์ถงึ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการ แสดงความเห็ นทางการเมือง เป็นเรื่องของผู้ใหญ่คุยกัน เด็กๆ อย่างนายสิระไม่ควรมายุ่งเกี่ยว เหมือนกับการที่แม่ทัพ นายกอง เขาเจรจากัน ทหารเลวหน้าค่ายไม่ควรมาสอดรูส้ อดเห็น นายสิระ

ร้องกองปราบถูกสถาบันสอนการแสดง

ไม่จ�ำเป็นต้องมาสอนมารยาททางการเมืองกับผม เพราะผมเป็น ส.ส.มาหลายสมัยต่างกับนายสิระที่เป็นส.ส.สมัยแรก และไม่ แน่ใจว่าเลือ กตั้งครั้งหน้าจะได้เข้ามาในสภาฯอีกหรือไม่ คุณก็ เป็นได้แค่ส.ส.แดดเดียว ที่อาศัยใบบุญ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาใน สภา ผมอยากจะบอกให้นายสิระ เอาเวลาไปเตรียมตัว แก้ขอ้ กล่าว หาที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)กรณีทไี่ ปแสดงพฤติกรรม ใส่ต�ำรวจที่ภูเก็ต และเตรียมตัวขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ ด�ำรงต�ำแหน่งทางการเมืองจะดีกว่า” ชัดๆ เน้นๆ ล่ า สุ ด เรื่ อ งนี้ น ายราเมศ รั ต นเชวง โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ แถลงที่รัฐสภา ยืนยันมติที่ประชุม ส.ส.ของพรรค ประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ต่อการเสนอชื่อ ส.ส.​ของ พรรคเข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ​สภาผู้แทนราษฎร​ว่า มีโควต้า ส.ส.​4 คน คือ นายบัญญั ติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีร ายชื่อ, นายสุทัศน์ เงิ น หมื่ น ส.ส.บั ญ ชี ร าย ชื่ อ , นายเทพไท เ สนพงษ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช และ นายนิพฎิ ฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และโควต้าจากคณะรัฐมนตรี คือ นายชินวรณ์​บุณยเกียรติ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์​แจ้งเหตุผลที่พรรคไม่มีชื่อ ของ นายอภิสทิ ธิ์ เวชชาชีวะ ซึง่ พรรคฯมีทา่ ทีสนับสนุนให้ดำ� รง ต�ำแหน่ง ประธานกมธ.ฯ เพราะเป็นผลมาจากคณะกรรม การ ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มที า่ ทีสนับสนุนให้นายอภิสทิ ธิ์ ด�ำรงต�ำแหน่ง ประธานกมธ.ฯ อ้าววว แสดงว่าหนังม้วนนีย้ งั ไม่จบ...มีให้ตดิ ตามกันต่อ...นาทีนี้ ลุงตู่ ไม่ปวดกบาลให้รู้ไป...

เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นได้ เนื่องจาก น.ส.นวรัตน์ ไม่ได้มีการจอง ตั๋วเครื่องบินเดินทางไปที่ประเทศดังกล่าวตามที่กล่าวอ้างไว้ ทั้งๆที่ ตุ๋นเอาเงินอ้างพาไปถ่ายโฆษณาต่างประเทศ ก่อนหน้านัน้ ได้มกี ารเรียกเก็บเงินกับตนเพิม่ เติมอีกจ�ำนวนกว่า 4 หมืน่ บาท เพือ่ เป็นค่าเดินทางและค่าทีพ่ กั ตนจึงเริม่ เอะใจและพยายามตรวจ เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 28 พ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม สอบจนทราบความจริงว่าผลิตภัณฑ์น�้ำดื่มดังกล่าวไม่ได้มีการว่าจ้าง (บก.ป.) นางณัฐชยาญ์ เบอร์ทัน อายุ 47 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย บุตรชายตนให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายโฆษณาแต่อย่างใด รวมไปถึง ผู้เสียหายคนอื่นๆในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ประมาณ 10 คน เดินทางเข้า งานเดินแบบต่างๆก็ไม่ได้มกี ารจัดงานขึน้ จริง ซึง่ เป็นเพียงการกุเรือ่ ง พบ พ.ต.ท.ศราวุธ โชติสวุ รรณ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ป. เพือ่ ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเอาเงินค่าประกันจากตน และที่ผ่านมายังมีผู้เสีย แจ้งความเอาผิดกับ น.ส.นวรัตน์ วรสิงห์ อายุ 42 ปี เจ้าของสถาบัน หายตกเป็นเหยื่อถูกหลอกในลักษณะเดียวกับตนอีกหลายราย จึงได้ สอนการแสดง Rosaaa Actor Studio91 หลังแอบอ้างว่าเป็นโมเดลลิ่ง รวมตัวกันมาเข้าแจ้งความกับทางกองปราบในวันนี้ ป้อนงานให้กับผู้ก�ำกับหนังชื่อดังต่างๆ ก่อนจะหลอกเอาเงินค่า ด้านพนักงานสอบสวนได้ท�ำการสอบปากค�ำผู้ร้องทุกข์ไว้ ประกันจากผู้เสียหาย โดยน�ำหลักฐานเป็นหลักฐานการโอนเงินและ ข้อความบทสนทนามามอบให้กับพนักงานสอบสวนประกอบการ ประเทศญี่ปุ่นไหม แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องยอมจ่ายเงินในจ�ำนวนครึ่ง ในเบื้องต้นเพื่อน�ำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานต่างๆก่อนจะ พิจารณา หนึ่งของเงินค่าตัวหรือเงินค่าจ้างแต่ละงาน ให้กับน.ส.นวรัตน์ เพื่อ ส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป นางณัฐชยาญ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านีต้ นได้รบั การแนะน�ำจาก เป็นค่าประกันการท�ำงาน และจะคืนเงินในส่วนนี้พร้อมกับจ่ายเงิน เพือ่ นว่าสถาบันสอนการแสดงดังกล่าวได้มาเปิดทีเ่ ชียงใหม่จงึ พาบุตร ค่าตัวเมื่องานเสร็จสิ้น ด้วยความที่อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีจึงตอบ ชาย ไปสมั ค รเรี ย น แต่ เ มื่ อ บุ ต รชายเข้ า เรี ย นได้ สั ก ระยะหนึ่ ง ตกลงรับงานถ่ายโฆษณาดังกล่าวและรับงานเดินแบบทีต่ า่ งๆล่วงหน้า น.ส.นวรัตน์ ก็ได้มาเข้ามาท�ำทีตสี นิทกับตนก่อนจะอ้างตนเองว่ารูจ้ กั จ� ำ นวนหลายงาน พร้ อ มกั บ จ่ า ยเงิ น ค่ า ประกั น งานต่ า งๆห้ กั บ กับ พจน์ อานนท์ ผู้ก�ำกับหนังชื่อดังและบุคคลในวงการเมืองบันเทิง น.ส.นวรัตน์ เป็นจ�ำนวนเงินกว่า 8 หมื่นบาท อีกมากมายและสามารถผลักดันให้บุตรชายของตนเข้าวงการบันเทิง นางณัฐชยาญ์ กล่าวต่อว่า กระทัง่ เมือ่ ถึงก�ำหนดจะต้องเดิน ได้ รวมถึงยังบอกอีกว่าลูกชายตนเป็นเด็กลูกครึง่ บุคลิกรูปร่างดี สนใจ ทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปถ่ายโฆษณาซึ่งเป็นงานชิ้นแรก เมื่อวัน จะรับงานถ่ายโฆษณาผลิตภัณฑ์น�้ำดื่มยี่ห้อหนึ่งที่เมืองซัปโปโร ที่ 15 พ.ย. ทีผ่ า่ นมา กลับปรากฏว่า บุตรชายรวมถึงตนกลับไม่สามารถ


หน้า 5

บทบาทใหม่

“บิ๊กศรี”

บทบาทใหม่ “บิ๊ ก ศรี ” ที่ ป ระชุ ม ครม.เที่ ย วล่ า สุ ด (26 พ.ย.) ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ จั น ทร์ โ อชา เสนอแต่ ง ตั้ ง “บิ๊ ก ศรี ” พล.ต.อ.ศรี ว ราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรอง ผบ.ตร.ทีเ่ พิง่ จะเกษียณอายุราชการไป เมื่อสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ให้เข้ามารับหน้าที่ข้าราชการ การเมืองในต�ำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มีนยั ยะ เพือ่ มาท�ำหน้าทีเ่ ป็นทีป่ รึกษาเรือ่ งกฏหมายและ ความมัน่ คงในห้วงภาวะ การจัดท�ำบัญชีแต่งตัง้ ข้าราชการต�ำรวจ ระดับรองผู้บังคับการลงไปถึงสารวัตร พอดิบพอดี อีกทั้งพลัง กระแทกไม่หยุดหย่อนจาก พล.ต.อ.เสรีพศิ ทุ ธ์ เตมียาเวส หัวหน้า พรรคเสรีรวมไทยและยังเป็นอดีต ผบ.ตร. ทีถ่ กู มองว่ามีเป้าหมาย จ้องเล่นงาน “ลุงตู”่ และ “ลุงป้อม” โดยเฉพาะจึงอาจเป็นเหตุให้ 2 ลุงคนโตของรัฐบาล จ�ำเป็นต้องเรียกใช้บริการจาก “บิ๊กศรี” เซอร์ไพรซ์วงการต�ำรวจทั้งกรม คนทีน่ า่ สะดุง้ ทีส่ ดุ หนีไม่พน้ เบอร์หนึง่ อย่าง “บิก๊ แป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ก�ำลังก้าวสู่ปีอ�ำนาจเที่ยว

ล่าสุดที่เหลืออายุราชการอีกเพียงปีเดียว หลังครองเก้าอี้ “พิทักษ์ 1 “เข้าสู่ปีที่ 5 หลังจากครองอ�ำนาจบริหารต�ำรวจมายาวนาน ทั้ง ในอดีต “บิ๊กศรี” ยังเคยถูกจัดวางให้เป็นแคนดิเดทชิงบัลลังก์ ผบ.ตร.มาก่อน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เพียงยังไม่ทันข้ามวัน “บิ๊กแป๊ะ” ผบ.ตร. ก็สะบัดปากกาลงนามตั้ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ฯ ให้เข้ามารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ผบ.ตร.ฝ่ายกฏหมาย ในฐานะ คนคุ้นเคย และเป็นลูกน้องเก่า แม้จะเป็นรุ่นพี่ นรต. เรื่องนี้ถูกมองจากสายตาคนภายนอกที่ติดตามความ เคลื่อนไหววงการต�ำรวจ รวมทั้งข้าราชการต�ำรวจทั่วไปเอง เป็นการบลัฟ แก้เกมส์ หรือไม่ น่าสนใจยิง่ หากได้รบั การยอมรับ เข้าท�ำหน้าที่จริงจาก “บิ๊กศรี” ถือว่าแปลก ด้วยเพราะหากยึดค�ำ สั่งแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กับที่ปรึกษา ผบ.ตร.มัน ถูกลดระดับเห็นๆ การเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สามารถ ประสานและเรียกข้อมูลใดๆ ที่ต้องการ จากทุกหน่วยงานรัฐ ในทุกประเด็น หากนายกรัฐมนตรีสงั่ ไม่เว้นต�ำแหน่ง ผบ.ตร. ต้อง สามารถประสานสั่งการตามค�ำสั่งนายกรัฐมนตรีได้ หากมารับต�ำแหน่งเป็นทีป่ รึกษาฝ่ายกฏหมายให้ผบ.ตร. จะดูแปลกไป อาจมีผลต่อการประสานสัง่ การ เชือ่ แน่วา่ “บิก๊ ศรี” ไม่น่ารับเทียบเชิญจาก ตร.เป็นแน่แท้ ส�ำคัญยิ่งต้องยึดค�ำสั่งแต่ง ตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและยึดถือมติ ครม.เป็นที่ตั้ง

น่าจับตาบทบาท ท่านที่ปรึกษา สร.1คนใหม่ อย่าง “บิ๊กศรี” เป็น อย่างยิ่ง การเข้ามาท�ำหน้าที่นี้ จะประคอง “ลุงตู่” และ “ลุงป้อม “ ได้มากน้อยเพียงไร ?? ฝีมอื และผลงานเท่านัน้ เป็นเครือ่ งพิสจู น์ โปรดติดตาม ทุกขั้นตอน ห้ามลดสายตา. อิทธิเดช ลุย.

มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับ ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุภาครัฐ ภาคเอกชน วันนี้ 17 พฤศจิกายน 2562 มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับ ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคี เครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุภาครัฐ ภาคเอกชน จัดกิจกรรมวัน โลกร�ำลึกถึงผูส้ ญ ู เสียจากอุบตั เิ หตุทางถนน โดยมีนายสุรชัย เลีย้ ง บุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา และประธานเครือข่ายนิติบัญญัติเพื่อ ถนนปลอดภั ย ในภู มิ ภ าคอาเซี ย น ฯพณฯ ฟิ ล ลิ ป คริ เ ดลก้ า เอกอัครราชทูตเบลเยี่ยมประจ�ำประเทศไทย Dr Liviu Vedrasco ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ประจ�ำประเทศไทย Dr. Ishtiaque Ahmed ผู้แทนยูเอ็นเอสแครป ประจ�ำ ประเทศไทย แขกผู้มีเกียรติ พร้อมด้วยเหยื่อเมาแล้วขับผู้สูญเสีย ร่ ว มงานด้ ว ยเป็ น จ� ำ นวนมาก นายแพทย์ แ ท้ จ ริ ง ศิ ริ พ านิ ช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า องค์การสหประชาชาติ UNITED NATIONS (UN) ได้เล็งเห็นถึงความส�ำคัญของปัญหา อุบตั เิ หตุจราจร ซึง่ คร่าชีวติ ประชากรทัว่ โลกมากถึงปีละ 1.3 ล้าน คน บาดเจ็บและพิการอีกประมาณปีละ 50 ล้านคน ผู้ที่เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นประชากรวัยหนุม่ สาว ซึง่ มีอายุระหว่าง 15-29 ปี ปี พ.ศ.2548 จึงได้ก�ำหนดให้วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันโลกร�ำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุ ทางถนน ( WORLD DAY OF REMEMBRANCE FOR ROAD CRASH VICTIMS ) โดยในปี นี้ ต รงกั บ วั น อาทิ ต ย์ ที่ 17

พฤศจิกายน 2562 ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้เชิญชวนให้ ประเทศสมาชิกทัว่ โลกจัดกิจกรรมเพือ่ สร้างการรับรูใ้ ห้สงั คมได้ ตระหนักถึงผลกระทบอันเกิดจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้เกิด มาตรการในการป้องกันและควบคุมปัญหา ตลอดจนมาตรการ ในการดูแลช่วยเหลือเหยือ่ หรือผูท้ ไี่ ด้รบั ผลกระทบให้ดำ� รงชีวติ อยู่ในสังคมอย่างมีคุณภาพ ทัง้ นีจ้ ากสถิตพิ บว่าประเทศไทยมีจำ� นวนผูเ้ สียชีวติ จาก อุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยประมาณ ปีละ 22,000 คน มีผู้บาดเจ็บ เฉลีย่ กว่า 1 ล้านคน ติดอันดับประเทศทีม่ คี วามเสีย่ งสูงเป็นอันดับ 1ในทวีปเอเชีย และอันดับ 9 ของโลก ส�ำหรับกิจกรรมเนื่องใน วันโลกร�ำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนในปีนี้ มูลนิธิเมา ไม่ขบั ได้จดั ให้มกี จิ กรรมยืนไว้อาลัยและวางดอกกุหลาบต่อหน้า รูปเหยื่อผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อเตือนใจประชาชน ให้ตระหนักถึงพฤติกรรมเสีย่ งในการใช้รถใช้ถนน และเป็นการ ร่วมกันร�ำลึกถึงเหยื่ออุบัติเหตุทางถนนที่จากไป มู ล นิ ธิ เ มาไม่ ขั บ ได้ ท� ำ หนั ง สื อ ถึ ง พลเอกประยุ ท ธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธาน ศาลฏีกา เพือ่ ขอเสนอให้พจิ ารณาแก้ไขบทลงโทษผูท้ เี่ มาแล้วขับ ชนคนตาย จากจ�ำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี เป็นจ�ำคุกตั้งแต่ 12-15 ปี แม้ ผูก้ อ่ เหตุรบั สารภาพ และศาลลดโทษให้กงึ่ หนึง่ ก็ยงั ต้องถูกจ�ำคุก

อย่างน้อย 5 ปี ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถรอลงอาญาได้ อันจะ ส่งผลให้ผู้ขับเมาแล้วขับเกิดความเกรงกลัวมากกว่าปัจจุบัน เนื่องจากมีบทลงโทษที่รุนแรง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีฐานะเข่นไร จะยากดีมีจน หรือร�่ำรวยปานใด ก็จะได้รับโทษที่รุนแรง คือ โทษจ�ำคุกเสมอหน้ากัน นอกจากนั้นแล้วในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2563 ก�ำลงจะเวียนมาถึง ได้เสนอให้สำ� นักงานต�ำรวจแห่งชาติ ด�ำเนินการกับสถานประกอบการ ร้านค้าที่จ�ำหน่ายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ให้กับเด็กที่อายุต�่ำกว่า 20 ปี ดื่มกินแล้วไปเกิด อุบัติเหตุเสียชีวิต ที่ผ่านมาสถานประกอบการ ร้านค้า เหล่านี้จะ ไม่ได้รับบทลงโทษใด ๆ ทั้ง ๆที่กฎหมายห้ามจ�ำหน่ายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ให้กบั เด็กทีอ่ ายุตำ�่ กว่า 20 ปี ปีใหม่ พ.ศ.2563 นี้ มูลนิธิ เมาไม่ขบั จึงขอเสนอให้กรณีทมี่ เี ด็กอายุตำ�่ กว่า 20 ปี เสียชีวติ ต้อง มีการสอบสวนด�ำเนินคดีกบั สถานประกอบการ และร้านค้าด้วย

“สังคมต�ำรวจ”by”ลอย เสาหิน”รายงานตัวครับ ***คลอดแล้วตามก�ำหนดไร้โรคเลือ่ นให้รำ� คาญใจค�ำสัง่ แต่ง ตัง้ สว.-รอง ผบก.ประจ�ำปี62..แถมโผนีเ้ งียบกริบไม่มขี า่ วลือ ข่าวปล่อยเลี่อยขาเก้าอี้คนกันเอง...เหตุเพราะ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สัง่ รูดซิปปิดปากชือ่ หลุด ออก “สื่ อ ”โดนแน่ * **ขยั บ ขึ้ น หลายต� ำ แหน่ ง เช่ น พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.ปทุมวันขยับเป็น รอง ผบก.อคฝ., พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.เมืองปทุมธานี เป็น รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี,พ.ต.อ.สุรพงษ์ ธรรมพิทักษ์ ผกก.สน.พระราชวัง เป็น รองผบก.น1,พ.ต.อ.อภิรฐั พุม่ กุมาร ผกก.สน.บางมด เป็ น รอง ผบก.อก.ภ1,พ.ต.อ.นคริ น

สุคนธวิท รอง ผบก.น1 เป็นรอง ผบก.น9***กลับมาถิ่นเก่า พ.ต.อ.โชติวฒ ั น์ เหลืองวิลยั รอง ผบก.ภ.จ.พัทลุง กลับมาเป็น รอง ชชผบก.ภ.จ.นนทบุรี,พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี เป็น รอง ผบก ภ.จ.อยุธยา***พ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล ผกก.ฝอ2.บก.อก.บช.ก. เป็น ผกก.สภ.นาสัก จ.ชุมพร,พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนธิเบศ จ.นนทบุรี เป็น ผกก.สส.ภ.จ.อ่างทอง***มาถึงตรงนีต้ อ้ งขอ

แสดงความยินดีกบั ผกก.คนใหม่พ.ต.ท.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม เป็น ผกก.ควบคุมฝูงชน1.บก. อคฝ.***ชาวบ้ า นฝากชื่ น ชมเจ้ า หน้ า ที่ ต� ำ รวจจราจร สน.บางมด ประจ�ำตู้อ�ำนวยการจราจรโพธิ์ทอง ถ.พระราม2 เขตจอมทอง กทม.ที่ปฏิบัติหน้าที่วยเหลือประชาชนอย่างดี และพูดจากับประชาชนอย่างเป็นกันเอง***ฉบับนี้ขอลาไป ก่อนพบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีครับ....


หน้า 6

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จพระ สังฆราช ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สืบสาน สัมพันธ์มิตรภาพ 2 ศาสนา เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2562 สมเด็จพระอริยวง ศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระ อุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงรับสมเด็จพระสันตะปา ปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก และ นครรัฐวาติกัน ซึ่งเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ โอกาสนี้ สมเด็จพระสังฆราชมีพระด�ำรัสรับเสด็จความว่า “ขอถวายพระพร มหาบพิตรสมเด็จพระสันตะปาปา ผู้ทรง สมณคุณอันประเสริฐ อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ไทย ขอถวาย อนุโมทนาสาธุการ ในโอกาสที่มหาบพิตร เสด็จเยือนราชอาณาจักร ไทย และเสด็จมาทรงเยี่ยมอาตมภาพในวาระนี้ นับเป็นเหตุการณ์ ส�ำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพึงจดจารึกไว้เป็นศุภนิมิต แห่งน�้ำใจไมตรีที่ศาสนจักรโรมันคาทอลิกกับพุทธจักรไทย มีสืบ เนื่องกันมาอย่างแน่นแฟ้น ราบรื่น และงดงาม เป็นเวลาเนิ่นนานนับ แต่ครัง้ กรุงศรีอยุธยา เมือ่ 35 ปี ล่วงมาแล้ว ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธ สถิตมหาสีมาราม เฉพาะพระพักตร์พระพุทธอังคีรส ประธานพระ อุโบสถแห่งนี้ สมเด็จพระอุปัชฌายะของอาตมภาพ คือสมเด็จพระ สังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ได้เสด็จลงทรงรับสมเด็จพระ สันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่ ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก เสด็จมาทรงเยี่ยมประมุขแห่ง พุทธจักรไทย ณ ราชอาณาจักรไทย ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น ยังคง ประทับอยู่ในความทรงจ�ำของอาตมภาพ ผู้มีโอกาสได้เฝ้าอยู่ในการ ดังกล่าวด้วย ทัง้ สองพระองค์ทรงปราศรัยกัน ทรงแสดงพระอัธยาศัย อันงามต่อกัน บนพื้นฐานแห่งพระเมตตาจิตอย่างแท้จริง ในฐานะ นักบุญผู้ประเสริฐแห่งสองศาสนา ซึ่งมุ่งหมายจะแผ่ความปรารถนา ดีอย่างจริงใจ ไปสู่ทุกชีวิตอย่างไม่มีประมาณ เป็นอุดมการณ์ร่วมกัน ขอถวายพระพรให้ทรงทราบว่า ใต้ฐานพระพุทธอังคีรส ยังเป็นที่ บรรจุพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้เคย เสด็จพระราชด�ำเนินไปเฝ้า สมเด็จพระสันตะปาปา เลโอที่ 13 เมื่อ พุทธศักราช 2440, เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั และพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนาง เจ้าร�ำไพพรรณี พระบรมราชินี ผูเ้ คยเสด็จพระราชด�ำเนินไปเฝ้าสมเด็จ พระสันตะปาปา ปีโอที่ 11 เมื่อพุทธศักราช 2477 อีกทั้งเป็นที่บรรจุ พระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหา ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้เคยเสด็จพระราชด�ำเนิน ไปเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์นที่ 23 เมื่อพุทธศักราช 2503 และ

ทรงเคยรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ซึง่ เสด็จเยือน ราชอาณาจักรไทยเมือ่ พุทธศักราช 2527 ณ สถานทีแ่ ห่งนี้ จึงเป็นมงคล สถานส�ำหรับการพบกันของเราทัง้ สอง ด้วยส่วนแห่งพระวรกายของ ทุกๆ พระองค์ ยังคงประดิษฐานเป็นสักขีพยานแห่งมิตรภาพ ซึ่งได้ ทรงสร้างสรรค์ไว้นับแต่อดีตสมัย หากแต่ละพระองค์มีพระญาณวิถี ใดที่จะทรงหยั่งทราบ คงจะทรงโสมนัสพระราชหฤทัยไม่น้อย ที่ได้ ทอดพระเนตรเห็นความเจริญงอกงามแห่งทางพระราชไมตรี เป็นภาพ อันน่าประทับใจอีกครัง้ ในวันนี้ การเสด็จมาครัง้ นีข้ องมหาบพิตร จึง ไม่ใช่การมาของมิตรใหม่ หากแต่เป็นการมาเยือนของมิตรแท้อนั เก่า แก่ของคนไทย ระยะทางทีห่ า่ งไกลกันหาใช่อปุ สรรคของความสนิท สนมกลมเกลียวกัน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนไว้ว่า ‘ผู้ไม่ ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผบู้ ชู าในทีท่ งั้ ปวง.’ ‘ผูไ้ ม่ประทุษร้ายมิตร ย่อม ผ่านพ้นศัตรูทั้งปวง.’ บัดนี้ มหาบพิตร ทรงพระอุตสาหะตรากตร�ำ พระวรกายบนหนทางแสนไกล เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย และ มาทรงเยี่ยมอาตมภาพด้วยน�้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยมิตรภาพถึงที่น้ี อาตมภาพขอสนองน�้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยมิตรภาพนั้นๆ ตอบถวาย เป็นหลายเท่าทวีคณ ู ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตาธรรม ซึง่ มหาบพิตร ทรงเจริญมั่นอยู่ในพระหฤทัย และด้วยศุภผลแห่งกุศลเหตุ คือความ ไม่ประทุษร้ายมิตร ขอมหาบพิตร ทรงสถิตสถาพร เป็นปูชนียฐาน อันประเสริฐของศาสนิกบริษทั และทรงพระเจริญในสมณคุณ ค�ำ้ จุน ให้ทรงผ่องแผ้วผ่านพ้นภัยพิบตั ทิ งั้ ปวง สมตามพระพุทธานุศาสนีดงั อาตมภาพอัญเชิญมาอ้าง เป็นสัจจวาจาข้างต้นนีท้ กุ ประการ ขอถวาย พระพร” พระสันตะปาปาฟรานซิส มีพระด�ำรัสกราบทูลสมเด็จพระ สังฆราชว่า “หม่อมฉันรูส้ กึ ซาบซึง้ ในพระด�ำรัสของฝ่าพระบาท และ ปิติอย่างยิ่งที่ได้เริ่มต้นภารกิจแรกของการมาเยือนราชอาณาจักรนี้ โดยการมาเฝ้าฝ่าพระบาท ณ วัดราชบพิธฯ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่ง คุณค่าอันประเสริฐ อีกทัง้ ได้เรียนรูค้ ำ� สอนในพระพุทธศาสนาทีแ่ สดง ถึงคุณลักษณะของปวงชนอันเป็นทีร่ กั ผูเ้ ป็นศาสนิกชนส่วนใหญ่ของ ประเทศไทย พระพุทธศาสนาเกื้อกูลให้เคารพต่อชีวิต ดูแลผู้อาวุโส ด�ำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย บนพื้นฐานความตั้งมั่นแห่งจิต การปล่อย วาง ความเพียร และความมีวินัย นี้เป็นลักษณะที่เพาะบ่มอัตลักษณ์ พิเศษคนไทย ท�ำให้ผืนแผ่นดินนี้เป็นที่รู้จักในนามของประเทศแห่ง รอยยิม้ การพบกันระหว่างฝ่าพระบาทและหม่อมฉันในวันนี้ เป็นส่วน หนึ่งของวิถีแห่งความชื่นชม และการยอมรับซึ่งกันและกันที่บรรดา ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งก่อนหน้าเราได้เริ่มต้นไว้ หม่อมฉันปรารถนาที่จะ ให้การพบปะกันในวันนี้ เป็นการเจริญรอยตาม พร้อมทั้งกระชับ สัมพันธไมตรีระหว่างศาสนิกชนของเรา โดยเฉพาะเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จพระ สังฆราชพระองค์ที่ 17 เมื่อครั้งด�ำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระวันรัต เสด็จพร้อมด้วยคณะพระเถระ ไปเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา เปาโล ที่ 6 ณ นครรัฐวาติกนั อันเป็นเหตุการณ์สำ� คัญในการพัฒนาการเสวนา ระหว่างศาสนาทั้งสอง น�ำไปสู่การที่สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 เสด็จมาเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 18 และในกาลต่อมา ฝ่าพระบาท ยังยังทรงพระกรุณาโปรดประทานพระอนุญาตให้คณะพุทธบริษัท จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม น�ำบทแปลพระคัมภีรท์ างพระพุทธ

ผู้ว่านนท์ลงพื้นที่พบผู้ส่งออกกล้วยไม้รายใหญ่ของประเทศ เตรียมดันสินค้าคุณภาพ ตีตรานนทบุรีการันตี รับรองมาตราฐานขั้นสูง นนทบุรี : วันที่ 27 พ.ย.62 นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางมาเยี่ยมชมบริษัทเควี ออคิด จ�ำกัด เลขที่ 44/3 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบริษัทที่ส่ง ออกดอกกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีนายชุ้น ณัฐเดช กังสุกลุ นายอ�ำเภอบางใหญ่ และนายพนม พึง่ สุขแดง ก�ำนันต�ำบลบาง แม่นาง ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชมสวนปลูกดอกกล้วยไม้ขนาด ใหญ่ ตั้งแต่ขั้นตอนเก็บเกี่ยว คัดแยก บรรจุลงห่อ น�ำเข้าห้องเย็นเพื่อ เตรียมส่งออกไปจ�ำหน่ายยังต่างประเทศ นายชุน้ ณัฐเดช กังสุกลุ นายอ�ำเภอบางใหญ่ กล่าวว่า บริษทั แห่งนี้เกิดความร่วมมือของกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะปลูกดอกกล้วยไม้ ทั้ ง หมดในจั ง หวั ด นนทบุ รี แ ละจั ง หวั ด ข้ า งเคี ย ง น� ำ ผลผลิ ต ดอก กล้วยไม้ที่ได้มารวมตัวกันจัดตั้งในนามบริษัทเพื่อจ�ำหน่ายและส่ง ออกดอกกล้วยไม้ทั้งในและนอกประเทศ จนกลายเป็นแหล่งส่ง ออกดอกกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สามารถสร้างรายได้เข้า ประเทศได้ปีละหลายๆล้านบาท สร้างรายได้และผลตอบแทนให้กับ

เกษตรกรผู้เพาะปลูกเป็นอย่างดี จนกลายเป็นตัวอย่างของการรวม กลุม่ เกษตรกรทีม่ คี วามเข้มแข็งจนสามารถบริการจัดการและดูแลตัว เองได้อย่างน่าชื่นชม ด้านนายพนม พึ่งสุขแดง ก�ำนันต�ำบลบางแม่นาง ซึ่งเป็นผู้ จัดการบริษัทแห่งนี้ กล่าวว่า เกษตรกรผู้เพาะปลูกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับหรือชนิดใดก็ตาม ควรแสวงหาความร่วม มือกันและผลักดันจัดตั้งเป็นองค์กรให้ส�ำเร็จ ซึ่งเมื่อจัดตั้งองค์กรได้ แล้ว การจะขอการสนับสนุนหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐจะเป็น เรื่องที่ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเงินทุนหรือแหล่งกู้ยืมใน อัตราดอกเบีย้ ราคาถูก ซึง่ เป็นปัจจัยหลักของเกษตรกรในยุคนี้ แต่หาก

ศาสนาทีเ่ ก่าแก่ซงึ่ จารึกเป็นภาษาบาลี และถูกเก็บรักษาอยูใ่ นหอสมุด วาติกัน เดินทางไปมอบให้หม่อมฉันเป็นโอกาสให้หม่อมฉันได้ ต้อนรับด้วยความชืน่ ชมยินดี นับเป็นก้าวส�ำคัญอันเป็นประจักษ์พยาน ว่า วัฒนธรรมแห่งการพบปะกันฉันมิตร เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่เพียง แต่ศาสนิกชนของเรา แต่ยงั พึงเป็นไปสูช่ าวโลก ซึง่ นับวันมีแนวโน้ม จะยุยงให้เกิดความแตกแยก เมื่อเรามีโอกาสที่จะได้เข้าใจและให้ เกียรติซึ่งกันและกัน แม้ว่ามีความแตกต่างกันบ้าง แต่ในที่สุดก็จะ บังเกิดผลอันดีงามสูช่ าวโลก วาจาแห่งความหวังย่อมสามารถให้กำ� ลัง ใจและพลิกฟื้นบุคคลผู้ท่ีตกเป็นเหยื่อของความแตกแยกได้ ในศุภ วาระเช่นนีเ้ ตือนสติพวกเราให้เข้าใจความส�ำคัญของศาสนา ในฐานะ ที่เป็นประภาคารแห่งความหวัง และเป็นดวงประทีปที่ส่งเสริม สนับสนุนและเป็นหลักประกันแห่งภราดรภาพ หม่อมฉันขอขอบใจ ปวงชนชาวไทย ที่ ใ ห้ โ อกาสศาสนิ ก ชนคาทอลิ ก ผู ้ เ ข้ า มาใน ประเทศไทยกว่าสี่สตวรรษที่แล้ว ถึงแม้ว่าชาวคาทอลิกจะเป็นเพียง กลุม่ ศาสนิกอันน้อยนิด แต่กไ็ ด้รบั เสรีภาพในการนับถือศาสนาอย่าง เต็มเปี่ยม และได้ด�ำเนินชีวิตอย่างสันติสุขกับพี่น้องพุทธศาสนิกชน ทัง้ ชายหญิงมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ในการเดินทางมาและก้าวเดินต่อ ไปด้วยความไว้วางใจกัน และภราดรภาพต่อกันเช่นนี้ หม่อมฉัน ปรารถนาที่จะเน้นย�้ำความตั้งใจจริงส่วนตัวของหม่อมฉัน และของ พระศาสนจักรคาทอลิกโดยส่วนรวม ในการที่จะเสริมสร้างให้เกิด การเสวนาที่ เ ปิ ด เผยและเคารพซึ่ ง กั น และกั น ในการรั บ ใช้ เ พื่ อ สันติภาพ ตลอดจนความผาสุกของศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าโดยอาศัย การเสวนาในระดับวิชาการที่ช่วยให้เกิดความเข้าใจกันที่ลึกซึ้งมาก ขึ้น รวมทั้งการปฏิบัติสมาธิ การแสดงความเมตตา และการศึกษา ใคร่ครวญอย่างละเอียด ซึ่งล้วนเป็นคุณธรรมที่เรายึดถือร่วมกันใน ศาสนาของสองเราก็จะสามารถ “เจริญเติบโต” ในการเป็น “เพื่อน บ้านแบบมิตรแท้” ทีด่ ีตอ่ กัน เราจะสนับสนุนให้ศาสนิกชนได้ค้นหา วิธกี ารแสดงความเมตตาในรูปแบบใหม่ๆ เพือ่ จะได้เป็นการส่งเสริม ให้พวกเขาด�ำเนินชีวิตในความเป็นพี่น้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ บรรดาผู้ที่ยากจนที่สุด และกับโลกอันเป็นบ้านส่วนรวมของเราที่ ก�ำลังถูกท�ำลาย ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถสร้างวัฒนธรรมแห่งความ เมตตา ภราดรภาพ และการพบปะกันทั้งที่นี้และที่อื่นๆ ในโลกนี้ หม่อมฉันมั่นใจว่าวิธีการเช่นนี้จะเกิดผลอย่างบริบูรณ์ในอนาคต หม่อมฉันขอขอบพระทัยฝ่าพระบาทอีกครัง้ หนึง่ ทีป่ ระทาน โอกาสให้เราทั้งสองได้พบกัน หม่อมฉันขออธิษฐานวิงวอนต่อ อานุภาพอันสูงสุดเพื่อถวายพระพรแด่ฝ่าพระบาท ขอฝ่าพระบาทมี พลานามัยแข็งแรง และเปีย่ มด้วยพระเกษมสุข อีกทัง้ ขอถวายพระพร ให้ฝ่าพระบาท มีพระก�ำลังที่จะทรงน�ำพาพุทธศาสนิกชนให้ประสบ สันติสุขสืบไป ขอขอบพระทัย” ไม่เกิดการร่วมกลุ่มแล้วจะไปหวังพึ่งพาเงินทุนดอกเบี้ยราคาถูกก็จะ ท�ำให้เข้าถึงได้ยาก และความส�ำเร็จก็จะไม่เกิดขึ้น ติดอยู่ในรูปแบบ การเกษตรแบบเดิมๆ เพราะฉะนั้นการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรใน ยุคนี้จึงมีความส�ำคัญเป็นอย่างมาก นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่า ราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า นนทบุรีจะเป็นเมืองที่อยู่อาศัยชั้นดี และแหล่งจ�ำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ จะต้องด�ำเนินการควบคู่กันไป อย่างสอดคล้องประสานกัน ซึ่งทางจังหวัดก�ำลังจะมีนโยบายในการ สร้างมาตราฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงพืชผัก ผลไม้ และ ไม้ดอกไม้ประดับ ที่เรียกว่า นนทบุรีการันตี เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม ต่อยอดเพิ่มมูลค่าสินค้าต่างๆ ที่ผ่านมาตราฐานการตรวจสอบอย่าง เข้มข้นของทางจังหวัดก่อนที่จะถูกจ�ำหน่ายไปถึงมือผู้บริโภค ว่า สินค้าที่มีใบมีตราประทับรับรอง นนทบุรีการันตี เป็นสินค้าที่มี คุณภาพ มีแหล่งที่มาชัดเจน ปลอดสารเคมีสารพิษ และมีความ ปลอดภัยกับผูบ้ ริโภคสูงสุด จึงจะผ่านการรับรองจากทางจังหวัดและ ได้รับตรานนทบุรีการันตีไปประทับสินค้านั้น และทางจังหวัดจะ ขยายตลาดด้วยการหารือน�ำสินค้าทีไ่ ด้คณ ุ ภาพเหล่านีเ้ ข้าไปจ�ำหน่าย ในห้างสรรพสินค้าต่างๆที่มีอ ยู่ในนนทบุรีเ พื่อ เพิ่มช่อ งทางการ จ�ำหน่ายให้กับเกษตรกรต่อไป


หน้า 7

ประวัติ

คุณพ่อเกษม อ�ำพรไพ

คุณพ่อเกษม อ�ำพรไพ เกิดเมือ่ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ปีมะโรง เกิดทีบ่ า้ นกาดใต้ ต�ำบลปงแสนทอง อ�ำเภอเมือง จังหวัดล�ำปาง เป็นบุตร คนทีส่ อง ของ คุณแม่บวั บาน คุณพ่อหลัง่ อ�ำพรไพ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา จ�ำนวน ๗ คน ได้แก่ ๑. นายเกษม อ�ำพรไพ ผู้วายชนม์ ๒. นางนวพัชร จันทร์วัฒนพงษ์ ๓. อาจารย์ประเสริฐ อ�ำพรไพ ๔. นางทองสาย พัชรรินทร์ศักดิ์ ๕. ดร. เฉลิมชนม์ อ�ำพรไพ ๖. นายชาคริต อ�ำพรไพ ๗. พันโททันตแพทย์หญิง ณุจิเรจ อรรคค�ำ คุณพ่อเกษม ได้สมรส กับ คุณแม่ลำ� ยง อ�ำพรไพ ซึง่ เป็น ชาวอ�ำเภอ ประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อ ปี พ.ศ. ขณะนั้น คุณ พ่อเกษม อายุ ปี มีบุตร ธิดา รวม ๒ คน ได้แก่ ๑. นางสาว ธนัญญ์พัฒน์ อ�ำพรไพ ส�ำเร็จการศึกษา ปริญญาโท หลักสูตร บริหารมหาบัณฑิต สาขาวิชา การจัดการ ฟุตบอลอาชีพ วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัย ราชภัฎสวนสุนันทา ปัจจุบัน ประกอบธุรกิจ จ�ำหน่ายผลิตภัณณ์ จากผ้าพื้นเมือง แบรนด์ ณัฐธยาน์ ผ้าทอ อยู่ใน ตลาดดอยเวา อ� ำ เภอแม่ ส าย จั ง หวั ด เชี ย งราย , บริ ห าร คลิ นิ ก ทั น ตกรรม ออร์โธสไมล์ จังหวัด นครราชสีมา ,ประธาน เขต (แม่สาย) สภา อุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย

ย้อนรอย 5 คดีดัง ลูกคนรวย

ซิ่งรถชนคนตายสยอง!

จากกรณีสะเทือนขวัญ คดีของนายเจนภพ ทายาทพัน ล้าน ซิ่งเบนซ์ชน 2 นิสิตป.โท เสียชีวิต ที่เรื่องเกือบจะเงียบไป แต่ทนเสียงวิจารณ์จากคนไทยทั้งประเทศไม่ไหว ทางเจ้าหน้าที่ ต�ำรวจต้องเร่งสืบสวนหาพยานหลักฐานมาลงโทษเอาผิดให้ได้ วันนี้เราลองมาย้อนรอยคดี คนดัง-ไฮโซขับรถชนคนตายที่โดน สังคมวิพากษ์อย่างหนักหลายชีวิตที่ต้องสูญเสีย ส่วนใหญ่รับ โทษแค่รอลงอาญา ขณะที่บางรายยื้อคดียาวหลายปี จนเรือ่ งเงียบหาย และถูกลืมไปในทีส่ ดุ ด้วยเหตุนจี้ งึ ขอ ย้อน 5 คดีดัง ที่เกิดจากการขับรถโดยประมาทของเหล่าคนดังที่ เกิดขึ้นให้อดีตให้รับทราบดัง นี้ 1. นายวรายุทธ อยู่วิทยา ลูกชาย นายเฉลิม อยูว่ ทิ ยา เจ้าของเครือ่ งดืม่ กระทิงแดงซิง่ รถหรูเฟอร์รา รี่ ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ งานป. สน.ทองหล่อ เสีย ชีวิตระหว่างการปฏิบัติงาน บริเวณซอยสุขุมวิท 47 แล้วขับรถ เข้าไปในบ้านพัก จากนัน้ ถูกสังคมกดดันพ.ต.ท. ปัณณ์ณภณ นาม เมือง สวป.สน.ทองหล่อ ได้น�ำตัว นายสุเวศ หอมอุบลพ่อบ้าน ของตระกูลอยู่วิทยา เข้ามอบตัวแทนนายวรายุทธจนเกิดเสียง วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ต่อมานายวรายุทธได้เข้ามอบตัว แจ้ง ข้อต่อ นายวรยุทธ 2 ข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย และท�ำให้ทรัพย์สินเสียหาย และข้อหาไม่หยุด รถให้ความช่วยเหลือผูถ้ กู ชน และอัยการพิจารณาฟ้องฐานขับรถ เร็วเกินกว่าทีก่ ฎหมายก�ำหนด อีก 1 ข้อหา และหลังจากนัน้ อัยการ

๒. นายเกรียงศักดิ์ อ�ำพรไพ ส�ำเร็จการศึกษา มัธยมศึกษา และได้ บวชเรียน ที่จังหวัดสกล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และได้ ลาสิขาบท เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๗ และได้มาช่วยดูแลธุรกิจของ ครอบครัว อีกทัง้ ยังได้เป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมในด้านต่าง ๆ เช่น มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัย คุณพ่อเกษม อ�ำพรไพ เมื่อครั้งมี ชีวติ อยู่ ท่านได้รว่ มกันสร้างครอบครัว และเป็นคนทีม่ ี วิสยั ทัศน์ กว้างไกล ท่านสร้างความมัน่ คงให้แก่ครอบครัว กับ คุณแม่ลำ� ยง อ�ำพรไพ เพื่อให้ครอบครัวมีความสุขสมบูรณ์พร้อมใน ทุก ๆ ด้าน ในฐานะ พ่อคนหนึ่งที่จะท�ำให้ลูกได้ ท่านได้ท�ำธุรกิจ ใน ตลาดดอยเวา โดย เปิดร้านจ�ำหน่าย สินค้าพื้นเมือง ในตลาดดอย เวา ตั้งแต่ยังมีร้านค้า ไม่ถึง สิบร้าน ท่านท�ำมาหากินด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต มาโดยตลอดท่านอบรมลูกๆ ทุกคน ให้รู้จักการ เสียสละ การเคารพในสิทธิของผู้อื่น ท่านสอนเสมอว่าการรู้จัก ให้ผอู้ นื่ ก่อนโดยไม่หวังสิง่ ตอบแทน ถ้าให้ได้ไม่เดือดร้อน ก็ให้ ไป จึงมักจะมีคน มาหาท่านและขอความช่วยเหลืออยูบ่ อ่ ย ๆ ท่าน ได้ น�ำลูก ๆ ปฏิบัติตนด้วยดีเสมอมา ด้วยการพาลูกและหลาน ๆ ไปเคารพ ผู้ใหญ่ในโอกาสส�ำคัญ นอกจากอบรมลูก ๆ แล้ว ท่าน ยังได้ให้ความรัก แก่หลานๆ เป็นอย่างดี คุณพ่อเกษม ได้เป็น ผูน้ ำ� ครอบครัว ทีเ่ ป็นแบบอย่างของ ความถูกต้อง ความยุตธิ รรม ความ เอื้ อ เฟื ้ อ เผื่ อ แผ่ แ ก่ เ พื่ อ นมนุ ษ ย์ พ่ อ เกษม อ� ำ พรไพ ถื อ เป็ น

ได้เลื่อนสั่งคดีหลายครั้ง และไม่สามารถติดตามตัวนายวรายุทธ ได้ จนกระทั่งมีข่าวว่านายวรายุทธได้เดินทางออกนอกประเทศ ไป จนขณะนี้เรื่องนี้ได้เงียบหายไปในที่สุด 2. นายพีรพล ทักษิณทวีทรัพย์ ทายาทนักธุรกิจชื่อดัง ซิ่งรถยนต์ปอร์เช่ป้ายแดง พุ่งชน น.ส.ค�ำใบ อินทิลาด อายุ 17 สัญชาติลาวจนร่างขาดสองท่อน บนถนนย่านนนทบุรีต่อมาได้ เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจ ให้การกับเจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจ ว่า ก่อนเกิดเหตุหญิงคนดังกล่าวได้วิ่งข้ามถนน รถของตนวิ่งมา ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง ไม่ทนั สังเกตุเห็น เบรกรถ ไม่ทนั จึงได้ชนร่างหญิงสาวกระทบกระจกหน้าแตก เป็นเหตุให้ กระจกและขอบหลังคาตัดร่างขาด 2 ท่อน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ขับรถชนแล้วหลบหนีและได้รบั การปล่อยตัวชัว่ คราวโดยไม่ตอ้ ง มีการประกันตัวเนือ่ งจากผูต้ อ้ งหาเข้ามอบตัว และมีการชดใช้คา่ เสียให้กับญาติผู้เสียชีวิต เป็นจ�ำนวนเงิน 50,000 บาท พร้อมเงิน สินไหมทดแทน 2 แสนบาท และมอบเงินช่วยเหลือให้อกี จ�ำนวน หนึ่ง ญาติผู้ตายจึงไม่เอาความต่อ 3. นายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์หรือ หมูแฮม ที่ลงมือ ก่อเหตุใช้ก้อนหินทุบใบหน้านายสถาพร อรุณศิริ พนักงานขับ รถโดยสาร สาย 513 และขับรถเบนซ์ พุ่งชนผู้โดยสารที่ยืนบน ทางเท้า และพนักงานเก็บเงินรถเมล์สาย 513 เสียชีวิต เหตุเพราะ ไม่พอใจทีร่ ถเมล์คนั ดังกล่าวขับปาดหน้าหลังเกิดเหตุครอบครัว ของหมูแฮม เข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเจ้าตัวเป็น บุคคลที่มีโรคประจ�ำตัว เป็นอาการทางจิต ต้องได้รับยาอย่างต่อ เนื่อง ทางศาลพิจารณาเห็นว่า ไม่น่าเชื่อว่ามีสติฟั่นเฟือน และมี อาการเกร็งขณะเกิดเหตุศาลตัดสินให้จ�ำคุก 15 ปี 2 เดือน โดยไม่ รอลงอาญา ในปี 2552 ต่อมาจ�ำเลยรับสารภาพลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจ�ำคุก 10 ปี 1 เดือนพร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ได้รับบาด เจ็บ2 ราย เป็นเงิน 8 แสนบาท และ 1 แสนบาทและให้ชดใช้ค่า เสียหายแก่ผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท แต่ทางครอบครัวได้วาง ประกัน 5 ล้านบาท โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์คดี 4. น.ส.แพรวา ทายาทนามสกุลดัง ซิ่งซีวิคเฉี่ยวชนรถ ตู้โดยสารเสียหลักหมุนไปชนขอบกั้นบนทางด่วนยกระ ดับ โทลล์เวย์ บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จนพลิกคว�่ำจนมีผู้

ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า เพราะท่านถือว่าเป็นตัวแทนของ พ่อค้า แม่ค้าในตลาดดอยเวา ที่มีส่วนท�ำให้ตลาดได้เติบโตมา จนถึงทุกวันนี้เพราะเมื่ออดีตมักมีลานกว้าง ๆ และต้นดอก พิกุล มีรถนักท่องเที่ยวมาจอดและยังไม่มีร้านค้า มากนัก จนกระทั่ง ร้านระเบียงทอง เป็นร้าน เริม่ ต้นแรก ๆ ทีเ่ กิดขึน้ ในตลาดดอยเวา ในหน้าที่ ของความเป็นลูกกตัญญู ต่อบุพการี ท่าน เป็นแบบอย่าง ให้แก่ลูกหลานได้เป็นอย่างดี พาลูกหลานไปเคารพ บุพการี ใน โอกาสส�ำคัญ เสมอในหน้าที่ สามีต่อภรรยา ท่านทั้งสอง เกิดมา เพื่อเป็นเนื้อคู่กัน โดยแท้ เพราะอยู่คนละทิศ คนละทาง ยังมาส ร้างครอบครัว ด้วยกันได้ และได้ ช่วยกัน สร้างครอบครัว และ ความมัน่ คง ให้แก่ ลูก ๆ และหลาน สร้างรายได้ ให้กบั ครอบครัว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านจะเป็นผู้น�ำที่มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ เพื่อการพัฒนาต่างๆ ในหน้าที่ คุณตา ท่านท�ำหน้าที่ ได้อย่าง ดีเยี่ยมมาโดยตลอดหลาน ๆ ทุกคน ท่านจะท�ำการดูแล เอาใจใส่เป็นอย่างดี อยากได้อะไร ท่านจะจัดหาให้โดยไม่มี เงื่อนไข ท่านสนับสนุนให้ หลาน ๆ ทุกคน ได้ เรียนในสิ่งที่ชอบ และสนับสนุนทุก ๆ ด้านให้อภัยหลานเสมอมา เสียชีวติ 9 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย เมือ่ วันที่ 31 ส.ค. 55 ศาลเยาว ชนฯ ได้มีค�ำพิพากษาให้จ�ำคุก 3 ปี ฐานขับรถประมาทเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ค�ำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ ลดโทษให้จำ� คุกเป็นเวลา 2 ปี โดยให้รอลงอาญาก�ำหนด 3 ปี และ ให้คมุ ประพฤติกรรมจ�ำเลยโดยให้รายงานตัวทุก ๆ 3 เดือนท�ำงาน บริการสังคมเป็นเวลา 48 ชัว่ โมง ห้ามจ�ำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะ มีอายุครบ 25 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์มีค�ำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2557 เช่นเดียวกับศาลชัน้ ต้น แต่ให้เพิม่ ระยะเวลาการรอ ลง อาญาเป็น 4 ปี และให้บ�ำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี ใน ช่วงเวลารอลงอาญา 4 ปี ขณะที่ น.ส.แพรวา ได้ยื่นฎีกาสู้คดี แต่ ศาลไม่รับฎีกา จึงท�ำให้คดีสิ้นสุดตามค�ำพิพากษาดังกล่าว 5. นายเจนภพ วีรพร ทายาทนักธุรกิจกลุ่ม เลนโซ่กรุ๊ป เจ้าของธุรกิจเคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ อุบัติเหตุครั้ง ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมาซิ่งเบนซ์พุ่งชนรถยนต์ ฟอร์ด เฟียสต้าเป็นเหตุให้นายกฤษณะ ถาวร และนางสาวธันฐ ภัทร ฮ้อแสงชัยเสียชีวิต2 ราย ล่าสุดทางต�ำรวจได้แจ้งข้อหาขับ รถโดยประมาท ท�ำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขัดขวางการปฎิบัติ หน้าที่ของเจ้าพนักงาน และขับรถยนต์ในลักษณะมึนเมาพร้อม คุมตัวฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 12 วัน แต่ผู้ต้องหา ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวจากศาลเป็นเงิน 2 แสนบาท ศาล จึงพิจารณาให้ประกันตัวเพื่อให้ผู้ต้องหาได้กลับไปพักรักษาตัว ต่อทีโ่ รง พยาบาลทัง้ นีอ้ ยูใ่ น 4 เงือ่ นไข คือ ห้ามเดินทางออกนอก ประเทศ ห้ามขับขี่รถทุกประเภท ให้ยึดใบอนุญาตใบขับขี่ และ ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุกครัง้ เมือ่ มีหมายศาล ทัง้ ทางบังคับการ ต�ำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีค�ำสั่งย้ายผู้ก�ำกับและ พนักงานสอบสวน สถานีต�ำรวจภูธรพระอินทร์ราชา ไปช่วย ราชการศูนย์ปฏิบัติการต�ำรวจภูธรภาค 1 เป็นเวลา 15 วัน และ มอบหมายให้ทีมสอบสวนชุดใหม่ดูคดีแทนทั้งหมด หลังเกิด ค�ำถามค้างคาใจชองสังคม เกีย่ วกับการปฏิเสธการตรวจวัดระดับ แอลกอฮอล์แต่ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธการ ตรวจ ขณะที่ฝ่ายบิดา ของนายเจนภพก็ได้ออกมาให้ขอ้ มูลว่า ลูกชายจ�ำเหตุการณ์ทเี่ กิด ขึ้นไม่ได้ และวอนสังคมอย่าซ�้ำเติมอีกเลย ทีมข่าวอาชญากรรม........................รายงาน


หน้า 8

บทสรุป คดีลูกฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น หลังต�ำรวจยืนยันฝีมือลูกชายคือฆาตกร เปิดปริศนา กาย ศิระ ฆ่าแม่ยัดตู้เย็น ทั้งห้องน�้ำโชกไป ด้วยเลือด ท�ำความสะอาดแล้วแต่ใช้ลูมินอลส่องจนเห็น ส่วน ปังตอก็มีรอยบิ่น ผลจากการใช้ค้อนตอกตัดกระดูก จากกรณีที่ พล.ต.ต. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. ได้ออกมายืนยัน ว่า ผู้ที่ลงมือฆ่า น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี คือ นายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี ลูกชาย หลังจากที่มีความเคลือบแคลงสงสัยในเรื่องนี้ เพราะมีขอ้ พิรธุ หลายจุด (เพือ่ นบ้านเผยนาทีสยอง ได้ยนิ เสียงสับ ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก จากบ้านกาย-บ้านติดกันหนีแล้ว) ทั้งนี้คาดว่าอาวุธที่กายใช้หั่นศพนั้น คือ ปังตอ มีด และ ค้อน ส่วนในห้องน�้ำ จุดที่เป็นชักโครกนั้น มีคราบเลือดอยู่เต็ม ห้อง โดยต�ำรวจใช้ บลูสตาร์ ลูมินอล ในการตรวจ ซึ่งลูมินอลจะ เป็นสารเคมีทจี่ ะท�ำปฏิกริ ยิ ากับฮีโมโกลบินในเลือด หากลูมนิ อล ถูกเลือดแล้วจะกลายเป็นสีฟา้ เรืองแสง แม้วา่ เลือดจะถูกล้างออก แล้วก็ตาม และในชักโครกก็มี เต้านม ล�ำไส้ บางส่วนของ น.ส.ยุ รีย์ ส่วนที่เลือดไม่หยดตามพื้นบ้าน เพราะคาดว่านายศิระฆ่าแม่ ในห้องน�ำ้ โดยมีการเอามีดปังตอสับ แล้วใช้คอ้ นทุบตามเมือ่ เจอ ชิ้นส่วนที่หนา จากนั้นนายศิระเอาอวัยวะบางส่วนทิ้งลงไปใน ชักโครกก่อน แต่ชักโครกตัน จึงเอาอวัยวะที่เหลือยัดตู้เย็น ส่วน ปังตอทีม่ คี นมองว่าถ้าฆ่าคนแล้ว เหตุใดปังตอถึงสะอาดมากนัน้ แท้ที่จริงแล้ว ตรงขอบสันปังตอจะมีรอยบิ่นอยู่ อันเนื่องมาจาก การที่นายศิระใช้ค้อนทุบปังตอ เพื่อให้เกิดแรงจนสามารถตัด กระดูกแม่ได้ โดยเพื่อนของแม่คือ นายโจ๊กและนางนุช เผยว่า ที่ เข้าไปในบ้านนัน้ เพราะมัน่ ใจว่า น.ส.ยุรยี ์ อยูใ่ นบ้าน พอเข้าบ้าน ก็เจอทั้งกระเป๋า กุญแจรถ แต่นายศิระมาอาละวาด ท�ำให้ต้องไป ตามนายชัย นายดาบที่เป็นเพื่อนกัน มาดูจากนั้นนางนุชกับนาย ชัยจึงเข้าไปในบ้าน ส่วนนายโจ๊กอยูห่ น้าบ้าน และพบว่านายศิระ ได้เปลี่ยนชุดเป็นชุดนักศึกษา ก�ำลังจะเอากระเป๋าเป้ออกไป โดย ในกระเป๋าเป้มีทั้งเงินสด สร้อยคอทองค�ำ กระสุนปืน ส่วนเรื่อง ทีเ่ ปิดตูเ้ ย็นหาคนนัน้ เป็นเพราะทัง้ หมดค้นทัง้ บ้านแล้วไม่เจอตัว น.ส.ยุรยี ์ เหลือแค่หอ้ งครัว จึงพยายามไปค้นโน่นนีว่ า่ มีอะไรหาย ไปไหม จนนายชัยไปเปิดตู้เย็น และนางนุชเป็นคนเห็น ท�ำให้ นางนุชกรี๊ดลั่นแล้ววิ่งหนี และได้ยินเสียงปืนดังตามมา จากเหตุ สยองขวัญปนปริศนาฆาตกรรม เมื่อ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี ถู ก ลู ก ชายคื อ นายศิ ร ะ สมเดช วัย 20 ปี นักศึก ษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ป่วยซึมเศร้าลงมือฆ่า ก่อนหั่นศพเป็นท่อนๆยัดตู้เย็นไว้ในบ้านย่านซอยท่าข้าม 28 กระทั่ง น.ส.วรนุช วงษ์ชัย อายุ 35 ปี เพื่อนสนิทร่วมธุรกิจ ไฟแนนซ์ผู้ตายติดต่อไม่ได้ เกิดสงสัยชวนนายบุญชัย ฐิติณรงค์ อายุ 42 ปี ลูกน้องไปหาที่บ้านพบนายศิระ ลูกชาย แต่เมื่อถามถึง แม่ นายศิระอ้างไม่เห็น ทั้งๆที่รถยนต์ผู้ตายจอดอยู่ ประกอบกับ นายศิระมีพฤติกรรมน่าสงสัย เลยเข้าไปตะโกนเรียกหาในบ้าน แต่ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเปิดตู้เย็นเจอชิ้นส่วนนางยุรีย์ถูกแช่ไว้ ก่อนจะตกใจซ�้ำสอง เมื่อนายศิระชักปืนจ่อขมับยิงตัวเองไป เสีย ชีวิตที่โรงพยาบาล เหตุเกิดและพบศพเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ขณะที่ โลกโซเชี ย ลตั้ ง ปมสงสั ย ลู ก ฆ่ า แม่ จ ริ ง หรื อ ที่ สน.ท่ า ข้ า ม พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 เปิดเผยว่า คดีนี้ต้องอาศัยเวลา และพยานหลักฐานทีจ่ ะท�ำให้พสิ จู น์ทราบได้วา่ การเสียชีวติ ของ ผู้ตายที่ถูกหั่นศพนั้นเกิดจากผู้ใด ส่วนกระแสสังคมตัง้ ข้อสังเกตอาจจะมีบคุ คลทีส่ ามเข้า มาเกีย่ วข้องกับการเสียชีวติ ของทัง้ สองคนนัน้ จะรวบรวมพยาน หลักฐานและรับฟังอยู่โดยยังไม่ได้ตัดประเด็น เรารู้แต่ว่ามี เหตุการณ์นเี้ กิดขึน้ แต่ยงั ไม่มอี ะไรมาตอบข้อสงสัยต้องหาพยาน หลักฐานทุกอย่างทั้งจากกล้องวงจรปิด โทรศัพท์และพยาน แวดล้อม ต้องให้แพทย์รายงานผลการชันสูตรว่า เขาตายกีช่ วั่ โมง ผูต้ ายติดต่อกับใครครัง้ สุดท้าย มีพยานหลักฐานอะไรจะเชือ่ มโยง ว่าเป็นเรือ่ งทีพ่ อจะยืนยันได้วา่ ผูต้ ายจะมีชวี ติ อยูต่ อนนัน้ หรือไม่ ทั้งนี้ ได้เก็บดีเอ็นเอคราบเขม่า ปืนจากพยาน 2 คนที่พบศพ รวม

ทัง้ สอบปากค�ำแพทย์ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ทีจ่ า่ ยยาว่าอาการป่วย ของลู ก ชายผู ้ ต ายถึ ง ขั้ น ไหนจะต้ อ งพิ สู จ น์ ท ราบต่ อ มานาย มนต์ชัย ฉิมเอี่ยม นายจ้างของ น.ส.ยุรีย์ เข้าให้ปากค�ำพนักงาน สอบสวน สน.ท่าข้าม โดยเผยว่า รู้จักกับ น.ส.ยุรีย์ มา 9-10 ปี ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 24 พ.ย.62ช่วงเวลา 20.00 น. ได้โทรศัพท์ หาผู้ตายเพื่อคอนเฟิร์มงาน ผู้ตายรับโทรศัพท์ตามปกติ กระทั่ง สายวันที่ 25 พ.ย. ได้ติดต่อ น.ส.ยุรีย์อีกครั้ง ไม่สามารถติดต่อได้ เกรงจะเสียงาน ได้วานให้ น.ส.วรนุช วงษ์ชัย เพื่อนผู้ตายท�ำงาน อยู่ร้านเสริมสวยใกล้บ้านผู้ตายไปดูที่บ้าน ระหว่างนั้นขับรถมา ทีบ่ า้ นผูต้ ายด้วยเช่นกัน เมือ่ ไปถึงพบ น.ส.วรนุชนัง่ ร�ำ่ ไห้อยูห่ น้า บ้าน มีต�ำรวจสายตรวจอยู่ด้วยเช่นเดียวกับ น.ส.บี (นามสมมติ) ครูสอนพิเศษ เป็นเพื่อน น.ส.ยุรีย์เข้าให้การพร้อมกล่าวว่า รู้จัก นายศิระ หรือกาย ตัง้ แต่เด็กเพราะเป็นครูสอนพิเศษ น้องกายเขียน หนังสือได้ทั้งซ้ายและขวา ส่วนตัวที่รู้จัก น้องกายเป็นคนน่ารัก อุปนิสัยดี ไม่ก้าวร้าวแต่เพิ่งเข้ารักษาโรคในช่วงหลัง เพราะไม่ สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ มีอาการขว้างปาข้าวของ แต่ ไม่มพี ฤติกรรมท�ำร้ายผูอ้ นื่ ส่วนความสัมพันธ์แม่ลกู คูน่ ที้ ราบว่า มีคนมาจีบ น.ส.ยุรีย์ หากถามว่าน้องกายหวงแม่หรือไม่นั้น น่า จะหวงเป็นเรือ่ งปกติ เพราะทัง้ คูร่ ักกันดูแลกันตลอด ส่วนตนไม่ เชื่อว่าน้องกายจะก่อเหตุในครั้งนี้ ด้านการคลี่คลายปมสงสัย มีบุคคลอื่นใดเกี่ยวข้องกับ การเสียชีวิตของ 2 แม่ลูกคู่นี้หรือไม่ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะ ประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก. สส.บช.น. เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ เลขที่ 17 ถนนท่าข้าม ซอย 28 แยก 6 แขวงแสมด�ำ เขตบางขุนเทียน กทม. อีกครั้ง โดย ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ารวบรวมพยานหลักฐานและ ตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติม รื้อชักโครกในห้องน�้ำจุดที่พบ อวัยวะชิน้ เนือ้ ของผูต้ ายซ�ำ้ อีกครัง้ ใช้เวลานานประมาณ 30 นาที พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุลูกฆ่าหั่นศพ แม่ยัดตู้เย็นว่า นิติเวชยืนยันมีกระสุนปืน 1 นัดบริเวณศีรษะ ลูกชาย ตรวจสอบในบ้านพบหัวกระสุนที่ทะลุจากศีรษะไปตก อยู่ใต้บันไดเพียงนัดเดียวเช่นกัน ส�ำหรับปืนของกลางเป็นของ น.ส.ยุรีย์ผู้ตาย มีใบ ป.4 ยืนยันการครอบครอง เนื่องจากงานที่ ต้องพกเงินไปมาและเก็บทีบ่ า้ นด้วยจ�ำนวนมาก กลัวอันตรายจน ต้องหาปืนมาไว้ปอ้ งกันตัว ทัง้ นี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 พ.ย. พบภาพนายศิระและ น.ส.ยุรีย์เข้ามาที่ บ้าน จากนั้นไม่พบว่ามีใครเข้ามาในบ้านอีก กระทั่งวันจันทร์ที่ 25 พ.ย. ช่วงบ่าย มีดาบต�ำรวจ สน.ท่าข้าม ชื่อหน่อง และ น.ส.ว รนุช วงษ์ชัย ผู้พบศพ เข้ามาที่บ้าน เพราะนายจ้างพยายามติดต่อ น.ส.ยุ รี ย ์ แต่ ติ ด ต่ อ ไม่ ไ ด้ จ นต้ อ งตามมาหาตั ว ที่ บ ้ า น รอง ผบช.น.ดูแลฝ่ายสืบสวนกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ดาบหน่องมาด้วย เพราะรูจ้ กั กับ น.ส.วรนุช และพักอยูห่ มูบ่ า้ นเดียวกัน ตอน น.ส.ว รนุชเข้าไปเจอลูกผูต้ ายพูดไม่รเู้ รือ่ ง และพยายามทีจ่ ะหนี เมือ่ รูส้ กึ ผิดสังเกต ได้โทร.ตามดาบหน่องให้เข้ามาช่วยดูเหตุการณ์ ทั้งนี้ ต�ำรวจยืนยันว่าเห็นลูกชายใช้ปืนจ่อศีรษะบริเวณบันได และยิง ตัวตายเอง ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ลูกชายเป็นคนฆ่าแม่ คาดว่ามี การทะเลาะกันก่อน เพราะผู้เสียชีวิตมีรอยแผลที่คิ้วด้านขวา แต่ ยังไม่ทราบสาเหตุการทะเลาะ พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวต่อว่า “นอก จากนีพ้ ฐ.ได้ตรวจทีเ่ กิดเหตุ ใช้นำ�้ ยาหาคราบเลือดในห้องน�ำ้ พบ รอยเรืองแสงรอยเลือดจ�ำนวนมาก คาดว่า เป็นจุดทีใ่ ช้หนั่ ศพ แต่ มีการล้างจนสะอาด พฐ.ได้เก็บมีด ค้อน ที่เชื่อว่าใช้เป็นอาวุธใน การช�ำแหละไปตรวจสอบ มีพยานหลักฐานค่อนข้างแน่ชัด ลูกชาย ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวก่อเหตุ พบรอยตอกบนพื้น คาดว่าใช้ มีดวางบนร่างก่อนเอาค้อนตอกด้านบนให้ชิ้นส่วนขาดออกจาก กัน จากนั้นล้างคราบเลือดในห้องน�้ำแล้วเอาชิ้นส่วนใส่ในถุง ก่อนแช่ชอ่ งฟรีซ ทีส่ ำ� คัญมีเวลาค่อนข้างเยอะตัง้ แต่เวลา20.00 น. วันอาทิตย์ จนถึง 12.00 น.วันจันทร์ มันพอมีเวลา ส�ำหรับเด็กที่

อายุ 20 ปี สามารถท�ำได้ อยากตอบกระแสโซเชียลว่า การพิสูจน์ หลักฐานต้องใช้เวลา ก่อนเกิดเหตุจนถึง หลังเกิดเหตุเป็นอย่างไร” พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าว มีรายงานแนวทางการสืบสวนล่าสุดขณะ พบพยานเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับผู้ตายและบุตรชาย ให้ข้อมูล ว่า ในช่วงหัวค�่ำวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปั๊มน�้ำของบ้าน ที่เกิดเหตุดังตลอดเวลาคล้ายเปิดน�้ำทิ้งไว้ จนกระทั่งเสียงปั๊มน�้ำ สงบลงในช่วงเทีย่ งคืนวันที่ 25 พ.ย. ส่วนเจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจ ชือ่ ดาบ หน่อง ต�ำรวจสายตรวจ สน.ท่าข้ามนั้น เป็นเพื่อนสนิทกับ น.ส. วรนุช เพื่อน น.ส.ยุรีย์ผู้ตาย ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือทาง โทรศัพท์จาก น.ส.วรนุช ขณะไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ เพราะเชื่อว่า จะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับ น.ส.ยุรีย์ เจ้าของบ้าน ขณะนั้น นายศิระลูก น.ส.ยุรีย์ มีอาการคล้ายคนคลุ้มคลั่ง อ้างจะออกจากบ้านไปตาม หาแม่ตลอดเวลา หลังรับแจ้ง ดาบหน่องขณะนัน้ ไม่ได้เข้าเวร ได้ ประสานสายตรวจ สน.ท่าข้าม ทีเ่ ข้าเวรอยู่ 2 นาย และรุดไปตรวจ สอบร่วมกัน ขณะที่มาถึง ยังไม่ทันเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน ปรากฏว่า นายศิระเดินกลับ เข้าไปและใช้ปนื ยิงตัวเองจนเสียชีวติ เป็นจังหวะเดียวกับที่ น.ส.วรนุช และนายบุญชัยเปิดตูเ้ ย็นพบศพ น.ส.ยุรีย์ ผู้ตายพอดี เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ต�ำรวจทั้ง 3 นายได้ รายงานข้อเท็จจริงให้ผบู้ งั คับบัญชาทราบแล้ว และอยูร่ ะหว่างรอ พนักงานสอบสวนเรียกเข้าสอบปากค�ำประกอบส�ำนวนคดี ส่วน ศพของแม่ลกู ทีถ่ กู น�ำเก็บไว้ทภ่ี าควิชานิตเิ วชศาสตร์ โรงพยาบาล ศิริราช แพทย์ระบุสาเหตุการตายของ น.ส.ยุรีย์ เนื่องจากมี บาดแผลถูกแทงเข้าช่องอกถูกปอด ท�ำให้เสียเลือดมาก ส่วนนาย ศิระสาเหตุการตายคือกระสุนปืนท�ำลายสมองต่อมาเวลา10.30 น. วันเดียวกัน นายลอน เถาวัลย์ อายุ 63 ปี อาของ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ และนายวีระศักดิ์ เขียวมงคล อายุ 50 ปี ลูกพี่ลูกน้อง น.ส.ยุรีย์ เข้า ติดต่อขอรับศพ น.ส.ยุรีย์ โดยจะน�ำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ วัดบ้านไร่ อ.ศรีส�ำโรง จ.สุโขทัย นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ได้ชวน น.ส.ยุรีย์ มาท�ำงานเป็นเสมียนที่บริษัทที่ตนเป็นผู้จัดการอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ แต่มาเริ่มห่างกันตอนที่ น.ส.ยุรีย์มีครอบครัว และมีลูกชาย ไม่ค่อยได้คลุกคลีกับหลานชายมากนัก เพียงแต่ น.ส.ยุรีย์เคยบอกว่า ลูกป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามา 2 ปีแล้ว รักษาอยู่ ทีโ่ รงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยเห็นอาการ ของหลานชาย เจอกันก็ปกติดี แต่คนใกล้ชิดน่าจะรู้ดี จ�ำได้ว่า หลานชายถนัดมือขวา กินข้าว เขียนหนังสือมือขวา ส่วนสาเหตุ ของเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ทราบ ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ ส่วนศพนายศิระทราบว่าญาติทางฝ่ายพ่อจะมารับไปบ�ำเพ็ญกุศล ที่วัดย่านดอนเมือง จากนั้นไม่นานมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kritsana Panyapoon อ้างเป็นเพือ่ นสนิทนายศิระ โพสต์ขอ้ ความระบุวา่ “กาย (นายศิระ) ใช้มือขวาได้ครับ เค้าเพิ่งหัดใช้มือขวาตอนเรียนปี 1” รวมถึงมี การน�ำภาพและคลิปวิดโี อทีน่ ายศิระใช้มอื ขวาเขียนหนังสือ และ ท�ำกิจกรรมต่างๆมาโพสต์ลงไว้ด้วยเช่นกัน ท�ำให้สาวกโซเชียล แห่ไปคอมเมนต์ข้อความต่างๆ กันเป็น จ�ำนวนมาก ต่อมาช่วง เทีย่ ง ญาติฝง่ั พ่อของนายศิระ หรือ กาย สมเดช เข้ามาติดต่อขอรับ ศพ แต่เห็นผู้สื่อข่าวจ�ำนวนมากที่มารอท�ำข่าว ก่อนจะพูดสั้นๆ ขอร้องไม่ให้ใส่ชอื่ และถ่ายภาพ แล้วรีบเดินหลบกลุม่ ผูส้ อื่ ข่าวไป ทีมข่าวอาชญากรรม........................รายงาน


หน้า 9

กรมธนารักษ์ เดินหน้ามอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ จ.กาญจนบุรี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการ คลัง เป็นประธานในพิธมี อบสัญญาเช่าทีร่ าชพัสดุ ตามโครงการ ธนารักษ์ประชารัฐ โดยมีนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรม ธนารักษ์ กล่าวรายงาน และนายจ�ำเริญ โพธิยอด หัวหน้าผู้ตรวจ ราชการกระทรวงการคลัง ร่วมในพิธี ณ บ้านพุน�้ำร้อน จังหวัด กาญจนบุรี นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย

ว่า ตามนโยบายของนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในการลดความเหลื่อมล�้ำของสังคมและการ สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ การแก้ปญ ั หาด้านทีอ่ ยูอ่ าศัย และไร้ทดี่ นิ ท�ำกินของเกษตรกร โดยกรมธนารักษ์ได้ดำ� เนินการ ตามนโยบายดังกล่าว ผ่านโครงการธนารักษ์ประชารัฐ ด�ำเนิน

การส�ำรวจรังวัดและท�ำแผนทีผ่ คู้ รอบครองทีร่ าชพัสดุทไี่ ม่โต้แย้ง กรรมสิทธิ์ ซึง่ ครอบครองอยูก่ อ่ นวันที่ 4 ตุลาคม 2546 และด�ำเนิน การมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุให้กับประชาชน ซึ่งเป็นการ สร้างความมัน่ คงด้านทีอ่ ยูอ่ าศัยและทีท่ ำ� กิน เพิม่ คุณภาพชีวติ ของ ประชาชนให้ดีขึ้น อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิม่ เติมว่า วันนีไ้ ด้ลงพืน้ ทีใ่ น จั ง หวั ด กาญจนบุ รี เพื่ อ มอบสั ญ ญาเช่ า ที่ ดิ น ราชพั ส ดุ แ ปลง หมายเลขทะเบียนที่ กจ. 209 (บางส่วน) ณ อาคารห้องประชุม หมู่ที่ 12 ต�ำบลบ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งมี ประชาชน จ�ำนวน 100 ราย 141 สัญญา เนื้อที่ประมาณ 845 - 1 - 20 ไร่ และมีเจ้าหน้าทีห่ น่วยงานภาครัฐในพืน้ ทีร่ ว่ มมอบสัญญา เช่าที่ราชพัสดุเพื่อการเกษตรให้ประชาชนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งการ มอบสัญญาเช่าทีด่ นิ ราชพัสดุ สามารถท�ำให้ประชาชนจากเดิมที่ เป็น “ผู้บุกรุก” มาเป็น “ผู้เช่า” ที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

คณะกรรมการบริหารสมัชชาสุขภาพจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดการประชุมสมัชชาเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย 3 ปี นวัตวิถีสร้างสุข คนกาญจน์ เพื่อร่วมกันพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งความสุข ประจ�ำปี 2562 นายแพทย์นิพนธ์ พัฒนกิจเรือง นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาจังหวัด กาญจนบุ รี ณ ห้ อ งประชุ ม อรพิ น อาคารบริ ก ารวิ ช าการ มหาวิ ท ยาลั ย ราชภั ฏ กาญจนบุ รี โดยมี ผู ้ แ ทนอธิ ก ารบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี กล่าวต้อนรับ,นายจักรกฤษ โพธิ์ แพงพุ ่ ม ประธานกรรมการบริ ห ารสมั ช ชาสุ ข ภาพจั ง หวั ด กาญจนบุรี กล่าวรายงาน นอกจากนั้นยังมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสมัชชา

สุขภาพจังหวัด,คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวติ อ�ำเภอ,สมาชิก ชมรมผู้สูงอายุ,อสม.,สมาชิกสภาองค์กรเด็ก เยาวชนและภาค ส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ตามที่ จังหวัดกาญจนบุรี พัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมี ส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ ในปีงบประมาณ 2557 เป็นต้นมา และ ในปีงบประมาณ 2560 ได้มีการทบทวนประเด็นในการพัฒนา และขับเคลือ่ นนโยบายสาธารณะสุขเพือ่ สุขภาพแบบมีสว่ นร่วม ผ่ า นกระบวนการสมั ช ชาสุ ข ภาพรวม 3 ประเด็ น ในขาขึ้ น ประกอบด้วยประเด็นการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพือ่ การดู แ ลสุ ข ภาพชี วิ ต ผู ้ สู ง อายุ , ประเด็ น อาหรปลอดภั ย และ ประเด็นการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อการจัดการ ขยะ โดยในปี 2561-2562 ทางคณะกรรมการได้มกี ารทบทวนรูป แบบการขับเคลื่อนโดยใช้เครื่องมือธรรมนูญชุมชนขับเคลื่อน น�ำร่องในพื้นที่ต�ำบลหนองสาหร่าย,ต�ำบลท่าเสา,ชุมชนต�ำบล

จังหวัดกาญจนบุรีประชุมติดตามการด�ำเนินงานของส่วนราชการ พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติฯ ในที่ ป ระชุ ม หั ว หน้ า ส่ ว นราชการประจ� ำ เดื อ น พฤศจิกายน พ.ศ.2562 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีประชุม หัวหน้าส่วนราชการประจ�ำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562 ในการ สรุปผลการด�ำเนินงานใน 1 เดือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบเกียรติ บัตรให้กับหน่วยงาน บริษัท จากกิจกรรมของส่วนราชการ เมื่อวันที่ 28 พ.ย.62 เวลา 10.00 น.ที่ ห้องประชุมแคว ใหญ่ ชัน้ 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายบวรศักดิ์ วานิช รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้า ส่วนราชการและนายอ�ำเภอ ประจ�ำเดือนพฤศจิกายน ประจ�ำปี 2562 พร้อมด้วย นายสมยศ ศิลปีโยดม รองผู้ว่าราชการจังหวัด กาญจนบุรี นายธงชัย รักกาญจนนันท์ ประธานผูป้ ระนีประนอม ประจ�ำศาลจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ นายอ�ำเภอ และภาคเอกชนในจังหวัดกาญจนบุรีเข้าร่วมประชุมฯ จังหวัดกาญจนบุรไี ด้มกี ารประชุมหัวหน้าส่วนราชการ

ในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสรุปผลการด�ำเนินงาน ในโครงการ ต่างๆที่ได้ด�ำเนินการใน 1 เดือนที่ผ่านมา โดยในการประชุมได้ มี ก ารมอบเกี ย รติ บั ต รให้ ส หกรณ์ อ อมทรั พ ย์ ค รู จ� ำ กั ด จาก กิจกรรมส่งเสริมสหกรณ์สีขาวด้วยธรรมาภิบาล ประจ�ำปี 2562 โดยส� ำ นั ก งานสหกรณ์ จั ง หวั ด กาญจนบุ รี และ มอบป้ า ย เครื่ อ งหมายมาตรฐานฝี มื อ แรงงานแห่ ง ชาติ ใ ห้ แ ก่ บริ ษั ท

ปากแพรก,ต�ำบลดอนแสลบ,ต�ำบลท่ามะขาม,และบ้านรางจิก ต�ำบลหนองขาว ทัง้ นีก้ ารจัดการประชุมดังกล่าวเพือ่ เป็นการขับ เคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมแก่ภาคี เครือข่าย รวมทั้งรับข้อเสนอเพื่อพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะ เพือ่ สุขภาพแบบมีสว่ นร่วมทีจ่ ะบูรณาการเครือข่าย กระบวนการ และงบประมาณตามนโยบายขับเคลือ่ น 3 ปี นวัตวิถสี ร้างสุข คน กาญจน์ เพื่อร่วมกันพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งความสุข เมืองน่าอยู่ ประชาชนมีคณ ุ ภาพชีวติ ทีด่ ี ส�ำหรับกิจกรรมครัง้ นีป้ ระกอบด้วย การเรียนรู้จากวีดิทัศน์การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมี ส่วนร่วม,เวทีเสวนาการขับเคลือ่ นนโยบายสาธารณะเพือ่ นวัตวิถี สร้างสุขคนกาญจน์กบั พืน้ ทีต่ น้ แบบและการออกบูธนิทรรศการ จากภาคีเครือข่ายเป็นต้น

อุตสาหกรรมมิตรเกษตร จ�ำกัด อ�ำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ต่อจากนัน้ ชมวีดที ศั น์สรุปข่าวทีน่ า่ สนใจและสกูป๊ พิเศษ ในรอบ เดือนพฤศจิกายน 2562 โดยส�ำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด กาญจนบุรี และได้มีการแนะน�ำหัวหน้าส่วนราชการ จ�ำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.นายประหยัด ตะคอนรัมย์ โยธาธิการและผังเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 2.นายวิมล์ อินทปัชฌาย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัด กาญจนบุรี 3.นายสุรตั น์ นุย้ ป้อม ธนารักษ์พนื้ ทีก่ าญจนบุรี 4.นาย ขวัญเพชร ถนอมนาม ผูอ้ ำ� นวยการส�ำนักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจ�ำจังหวัดกาญจนบุรี 5.นายสาธิต อ�ำลอย ผู้อ�ำนวย การส�ำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 13 6.นางนวพร รอดคุ้ม ผู้อ�ำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ต่อ จากนัน้ ได้ประชุมติดตามการด�ำเนินงานต่างๆ พร้อมทัง้ กิจกรรม ของส่วนราชการในจังหวัดกาญจนบุรี อาทิ การประชาสัมพันธ์ แนวทางการอ�ำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผูม้ อี รรถคดีในการ เข้าร่วมเจรจาไกล่เกลีย่ ประนอมข้อพิพาทคดีกองทุนเงินให้กยู้ มื เพือ่ การศึกษา การประชาสัมพันธ์การสนับสนุนกระเช้าของขวัญ จากผลิตภัณฑ์ OTOP เป็นต้น


หน้า 10

สัมภาษณ์พิเศษคนท�ำงาน ดัชนีชี้วัดผลของงาน ภารกิจอันหนักอึ้งของคนราชทัณช์ ภายใต้การก�ำกับดูแลของกระทรวงยุติธรรม การขับ เคลื่อนของ พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ “เรือนจ�ำ” เป็นสถานที่ ซึ่งไม่มีใครอยากพูดถึง..!!อย่างเช่นเรือน จ�ำจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 117/9 ม.3 ถนนประชาราษฎร์ ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี บนเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่เศษ รองรับ ผู้ต้องขังได้จ�ำนวน 1,800 คน แต่ปัจจุบันมีนักโทษมากถึง 2,800 คน ท�ำให้เกิดความแออัดของผูต้ อ้ งขัง ไม่นา่ แปลกใจการท�ำงาน ของ ผบ.เรือนจ�ำจังหวัดนนทบุรี อย่าง กรีฑา แก้วเทศ มาดูประวัติ ส่วนตัว ต้องยอมรับว่าเป็นสายเลือดราชทัณฑ์เต็มตัว คุณพ่อคุณ แม่อดีต ผบ.เรือนจ�ำ น้าสาวเป็นผบ.เรือนจ�ำ น้องชายเป็นผบ.เรือน จ�ำ น้องชายอีกคนอยู่กรมราชทัณฑ์ น้องสาวอยู่สถานพินิจ เหมือนเป็นพันธสัญญาเราต้องปฎิบัติตนให้ดี มีพี่น้อง 5 คน คุณ พ่อชื่อ นายทวี แก้วเทศ คุณแม่ชื่อนางลัดดาวัลย์ แก้วเทศ คนที่1

นายกรีฑา แก้วเทศ ผู้บัญชาการเรือนจ�ำจังหวัดนนทบุรี คนที่2 นายนฤพนธ์ แก้วเทศ ผู้ บั ญ ช า ก า ร เ รื อ น จ� ำ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คนที่ 3 วิ ศ วกรออกมา ค้าขาย คนที่4 เจ้าหน้าที่ ราชทั ณ ฑ์ ป ระจ� ำ กรม ราชทั ณ ฑ์ คนที่ 5 อยู ่ สถานพินิจ นายกรีฑา แก้ ว เทศ ผู ้ บั ญ ชาการ เรือนจ�ำจังหวัดนนทบุรี เข้าถึงผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ถูกคุมขัง “ผบ.กรีฑา กล่าว ถึงแท็ คนิค การดูแลนักโทษว่าอย่างแรกตืน่ เช้ามาเราต้องฟังข่าวสารว่า มีคดี ร้ายแรงในพื้นที่เรามีหรือเปล่า ถ้ามีก็ต้องเช็คว่าคนก่อเหตุ พืน้ เพอยูแ่ ถวไหน เป็นคนในพืน้ ทีเ่ ปล่า เพือ่ หาวิธปี อ้ งกันเมือ่ เข้า มาอยู่เรือนจ�ำอาจจะเจอคู่อริเก่าจนเกิดการก่อเกิดเหตุทะเลาะ วิวาทได้ และที่ส�ำคัญเมื่อผู้ต้องขังเข้ามาใหม่ ทางเรือนจ�ำจะ ท�ำการตรวจเช็คร่างกายสกรีนทั้งตัวว่ามีร่องรอยบาดแผลหรือ เป็นอะไรตรงไหน หลังจากนั้นท�ำการจดบันทึกถ่ายรูปไว้เป็น หลักฐานว่านักโทษมีสุขภาพและร่างกายก่อนเข้ามาในเรือนจ�ำ ว่าเป็นอย่างไร ผมใช้หลักการบริหารแบบเป็นพี่เป็นน้อง เวลา เข้าไปตรวจในเรือนจ�ำเราก็จะคอยถามสารทุกข์สขุ ดิบเหมือนเขา เป็นญาติเรา ผมจะบอกเจ้าหน้าทีผ่ มทุกคนว่าให้มองนักโทษพวก

นีเ้ ป็นเหมือนญาติเรา การปฎิบตั ติ อ่ ผูต้ อ้ งขังเราต้องเข้าใจเค้าก็จบ การพูดคุยกับเค้านีแ่ หละดีเค้าก็รเู้ รือ่ ง การลงโทษไปไม่มอี ะไรดีขนึ้ มาเช่น เค้าเจ็บป่วยเราจะท�ำไง ถ้าเราคิดว่า เขาเป็นญาติเราเป็นพีเ่ ป็นน้องเป็นลูก เราจะท�ำอย่างไร ค�ำตอบคือก็ตอ้ งพา ไปหาหมอเพราะมันก็คือหน้าที่ของ เรา บางคนขาหักใส่เหล็กมาตัง้ แต่อยู่ ข้างนอก แต่ไม่เคยดูแลมาอยูใ่ นเรือน จ�ำเหล็กโผล่ก็พาไปรักษาเพราะผู้ ต้องขังเค้ามีสิทธิ 30 รักษาทุกโรค ของรัฐบาล อย่างเวลาผู้ต้องเจ็บป่วยเราต้องพาไปหาหมอผู้ต้อง ขัง 1 คนจะต้องใช้เจ้าหน้าทีถ่ งึ 2 คน เพราะเรามีเจ้าหน้าทีจ่ ำ� นวน 82 คน ข้าราชการ 75 คน ลูกจ้าง 7 คน ต้องดูแลควบคุมนักโทษ ถึง 2,800 คน ถามว่าพอมัย้ ผมต้องตอบว่าไม่พอ ทีเ่ รือนจ�ำจังหวัด นนทบุรีมีคดียาเสพติด 75% ที่เหลือเป็นคดีอื่นๆ 25%” เมื่อผู้พ้น โทษออกไปแล้วไม่มงี านท�ำ เราก็ให้เขาฝึกอาชีพตัดผม เพราะไม่ ต้องลงทุนอะไรมากอยู่ที่บ้านก็ท�ำได้มีเก้าอี้ 1 ตัว กระจกบาน 1 บาน แบตเตอร์เลี่ยน ตัดหัวละ 30 บาท รับรองมีงานท�ำมีเงินซื้อ ข้าวมีเงินดูแลตัวเอง ท้ายนี้..กรีฑา แก้วเทศ ฝากถึงผู้ประกอบการให้โอกาส รับผู้พ้นโทษเข้าท�ำงาน..หลายคนไม่มีงานท�ำจึงต้องเข้าวงจรยา เสพติด! เอนกพงศ์ เที่ยงสว่าง (บก.ข่าว)

พิธีเปิดโครงการการเรียนการสอนบาลีศึกษาให้ผู้ต้องขังในเรือนจ�ำกลางระยอง ประจ�ำปี 2563 ส่วนบริหารทัว่ ไป แขกผูม้ เี กียรติ และเจ้าหน้าทีร่ าชทัณฑ์ ให้การ ต้อนรับ และร่วมในพิธีฯ โดยมีผู้ต้องขังเข้ารับการศึกษาทั้งสิ้น จ�ำนวน 150 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 100 คน และผู้ต้องขัง หญิง 50 คน โดยเริ่มด�ำเนินการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 62 เป็นต้นไป นายกิตติพฒ ั น์ เดชะพหุล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราช ทัณฑ์ได้ตระหนักถึงความส�ำคัญและเล็งเห็น คุณประโยชน์ด้านการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีความรู้ ความเข้าใจ ภาษาบาลี สามารถเข้าใจหลักค�ำสอนของพระพุทธเจ้าอย่าง ถ่ อ งแท้ น� ำ ไปเป็ น แนวทางในการประพฤติ ป ฏิ บั ติ ต นเป็ น พลเมืองดี โดยร่วมกับ สถาบันมหาบาลีวิชชาลัย วัดโมลีโลกยา ราม ราชวรวิหาร เข้าด�ำเนินการจัดการเรียนการสอนให้กบั ผูต้ อ้ ง ขังในเรือนจ�ำ เรียนภาษาบาลีอย่างเต็มรูปแบบ 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 พ.ย.62 ที่ เรือนจ�ำกลางระยอง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พระคุณเจ้า พระเทพ ปริยัติโมลี ประธานมหาบาลีวิชชาลัย เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยา รามวรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะ จังหวัดระยอง เจ้าอาวาสวัดเนินพระ และคณะสงฆ์ พร้อมทั้งให้ โอวาท โดยมีนายกิตติพัฒน์ เดชะพหุล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ประธานฝ่ายฆราวาส และประธานในพิธเี ปิด “โครงการการเรียน การสอนบาลีศึกษา ประจ�ำปีงบประมาณ 2563” พร้อมด้วย นาง สาวปรียธ์ ดิ า สมจิตร ผูอ้ ำ� นวยการกองพัฒนาพฤตินสิ ยั และคณะ ร่วมในพิธีในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ นายนัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการ เรือนจ�ำกลางระยอง นายกิตติพงษ์ ละชั่ว ผู้อ�ำนวยการส่วน ควบคุมและทัณฑปฎิบัติ นายประเสริฐ แก้วรักษ์ ผู้อ�ำนวยการ

กรมราชทัณฑ์ขยายการเรียนการสอนบาลีศึกษาแก่ผู้ต้องขัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดเสมียนนารี พระอารามหลวง จตุจักร กรุงเทพฯ พระพรหมโมลี กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองบาลีสนามหลวง ประธานสงฆ์ พร้อมพระเทพวรสิทธา จารย์ เจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี พระอารามหลวง พระเทพปริยัติ โมลี เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม พระอารามหลวง ประธานมหา บาลีวชิ ชาลัย และพระคุณเจ้าทุกรูป พร้อมกล่าวสัมโมทนียคาถา แสดงปาฐกถา และให้โอวาทแก่ผเู้ ข้าร่วมสัมมนา โดยมีนายกิตติ พัฒน์ เดชะพหุล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนาพฤตินิสัย ประธานฝ่ายฆราวาส และ เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา บุคลากรด้านการเรียนการสอนบาลีศึกษาในเรือนจ�ำ ประจ�ำปี พ.ศ.2563 ซึง่ มี นางสาวปรียธ์ ดิ า สมจิตร ผูอ้ ำ� นวยการกองพัฒนา พฤตินิสัย ผู้ตรวจการส�ำนักพุทธศาสนา เลขาธิการพุทธสมาคม แห่ ง ประเทศไทยในพระบรมราชู ป ถั ม ภ์ ผู ้ แ ทนสมาคม มหาวิทยาลัย และผู้เข้าร่วมสัมมนา ร่วมพิธี นายกิตติพฒ ั น์ เดชะพหุล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่าย พัฒนาพฤตินิสัย กล่าวว่า สืบเนื่องจาก การที่กรมราชทัณฑ์ ได้ น้อมน�ำแนวพระราชด�ำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านการส่ง

เสริมให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาเรียนรู้หลักธรรมค�ำสอนทางศาสนา อบรม กล่อมเกลาพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อให้เขาสามารถ ด�ำเนินชีวิตในภาวะวิกฤตของชีวิต ให้เป็นไปอย่างปกติสุขตาม อัตภาพ มีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ ส�ำนึกในบาปบุญคุณโทษ การส่ง เสริมให้ผตู้ อ้ งขังได้ปฏิบตั ติ ามหลักธรรมค�ำสอนของศาสนา เพือ่ ให้เขาเหล่านี้กลับสู่สังคมได้อย่างปกติสุข และไม่หวนกลับไป กระท�ำผิดซ�้ำอีก “ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 กรมราชทัณฑ์

พิจารณาเห็นสมควร ที่จะขยายผลการจัดการเรียนการสอนบาลี ศึกษาไปยังเรือนจ�ำ/ทัณฑสถานทัว่ ประเทศ พบว่า มีเรือนจ�ำกว่า 80 แห่ง ได้พิจารณาคัดเลือกไว้เพียง 48 แห่ง มีอนุศาสนาจารย์ ประจ�ำเรือนจ�ำ มีอาคารสถานที่จัดการเรียนการสอน พร้อม ให้การสนับสนุนและมีผู้ต้องขังแจ้งความประสงค์สมัครเรียน รวมกับเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ซึ่งเปิดก่อนหน้าแล้ว 4 แห่ง เป็น จ�ำนวนทั้งสิ้น 51 แห่ง และขยายการเรียนการสอนบาลีศึกษา ประสบผลส�ำเร็จ และสนองต่อพระราชกระแสรับสัง่ สมเด็จพระ กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม ราชกุมาลี ด้านการส่งเสริมผูต้ อ้ งขังให้ได้เรียนธรรมะอย่างจริงจัง น�ำไปสูก่ ารเปลีย่ นแปลงตนเองให้เป็นคนดี มีคณ ุ ธรรมได้ตอ่ ไป”


หน้า 11


Profile for Pramot

การเมืองชุมชน ประจำเดือน 5 ธันวาคม 2562 - 5 มกราคม 2563  

การเมืองชุมชน ประจำเดือน 5 ธันวาคม 2562 - 5 มกราคม 2563  

Profile for pramot4
Advertisement