__MAIN_TEXT__
feature-image

Page 1


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

¤Ó¹Ó สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 (สสภ.8) สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ในพื้นที่ 3 ลุ่มน้ำหลัก คือ ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก (ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์) เพื่อติดตาม การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในรอบปีที่ผ่านมา สาระสำคัญในรายงานฉบับนี้ ประกอบด้วยประมวลผลการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวัง คุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม อันเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ปัญหาและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งนำผลการรายงานสถานการณ์ ไปสู่การกำหนดกรอบ และทิศทางในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัด สมุทรสงคราม และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติ ข้อมูล ด้านภาวะมลพิษ ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมมนุษย์ รวมถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ และการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งไว้ ณ โอกาสนี้ที่หน่วยงานต่างๆ ได้ สนับสนุนข้อมูลในการจัดทำรายงานครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ การดำเนินงานของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้เข้าใจและตระหนักในความสำคัญ ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

¤ำ¹ำ

(ดร.กฤษณา เชยพันธุ์) ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8

ก-1

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ÊÒúÑÞ

หน้า

คำนำ สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ บทสรุปสำหรับผู้บริหาร Executive Summary บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1.1 พื้นที่ลุ่มน้ำ 1.2 สภาพทางภูมิศาสตร์ 1.3 ลักษณะภูมิประเทศ 1.4 เขตการปกครองและประชากร 1.5 สภาพภูมิอากาศ

1-2 1-5 1-6 1-7 1-9

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ 2.1 ทรัพยากรป่าไม้ 2.2 ทรัพยากรสัตว์ป่า 2.3 ทรัพยากรน้ำ

2-2 2-6 2-7

บทที่ 3 ภาวะมลพิษ 3.1 สถานการณ์คุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน 3.2 สถานการณ์คุณภาพน้ำคลองที่สำคัญ 3.3 โครงการประเมินชายหาดท่องเที่ยว 3.4 สถานการณ์ระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสีย 3.5 สถานการณ์การจัดการมูลฝอย 3.6 สถานการณ์คุณภาพอากาศในบรรยากาศ

3-2 3-6 3-10 3-11 3-13 3-15

สารบัÞ

ก-1 ก-2 ก-4 ก-6 ก-9 ก-15

ก-2

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ÊÒúÑÞ (µ‹Í)

หน้า

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์ 4.1 สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ 4.2 สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม/วัฒนธรรม 4.3 แหล่งท่องเที่ยว 4.4 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

4-2 4-12 4-23 4-23

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ 5.1 อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร 5.2 สถานการณ์เรื่องร้องเรียน

5-2 5-6

บทที่ 6 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.1 แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค พ.ศ. 2550-2554 (จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์) 6.2 พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) 6.3 พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม 6.4 การมีส่วนร่วมภาคประชาชน

6-2 6-5 6-9 6-11

เอกสารอ้างอิง คณะผู้จัดทำ

******************************

สารบัÞ

ก-3

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ÊÒúÑÞµÒÃÒ§ ตารางที่ 1-1 พื้นที่ลุ่มน้ำหลักในเขตรับผิดชอบของ สสภ.8 ตารางที่ 1-2 พื้นที่รับผิดชอบของสสภ.8 ตารางที่ 1-3 แสดงประชากรและหลังคาเรือน ระหว่างปี 2547–2550 ตารางที่ 1-4 แสดงเขตการปกครองและประชากร ตารางที่ 1-5 แสดงอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือน ปี 2549–2550 ตารางที่ 2-1 พื้นที่ป่าไม้แบ่งตามประเภทเขตพื้นที่ป่าไม้แยกรายจังหวัด ตารางที่ 2-2 สถิติการเกิดไฟป่าในพื้นที่ภาคกลาง ตารางที่ 2-3 สถิติการเกิดไฟป่าแยกรายจังหวัดในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ตารางที่ 2-4 สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝน (ที่มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำท่าในปี 2550) ตารางที่ 2-5 สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำท่า (ที่มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำท่าในปี 2550) ตารางที่ 3-1 ค่าเฉลี่ยคุณภาพน้ำคลองดำเนินสะดวก ปี 2550 ตารางที่ 3-2 ชายหาดท่องเที่ยวในพื้นที่ความรับผิดชอบ สสภ.8 ที่เข้าร่วมกิจกรรม ตารางที่ 3-3 ระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ สสภ.8 ตารางที่ 3-4 ข้อมูลการบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่ สสภ.8 ตารางที่ 3-5 ข้อมูลคุณภาพอากาศบริเวณศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 1 เขตเทศบาลเมืองราชบุรี เดือนมกราคม–ธันวาคม 2550 ตารางที่ 4-1 ชนิดและที่ตั้งของแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของท้องถิ่น จังหวัดเพชรบุรี ปี พ.ศ. 2547 ตารางที่ 4-2 รายชื่อโบราณสถานจังหวัดเพชรบุรีที่ขึ้นทะเบียนแล้วกับกรมศิลปากร ระหว่างปี พ.ศ. 2478- 2548 ตารางที่ 4-3 แหล่งศิลปกรรมจังหวัดเพชรบุรีตามผลการสำรวจ ระหว่างปี พ.ศ. 2532-2535

สารบัÞตารา§

ก-4

หน้า 1-2 1-5 1-7 1-9 1-11 2-2 2-4 2-4 2-7 2-13 3-6 3-11 3-12 3-13 3-15 4-8 4-16 4-18

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ÊÒúÑÞµÒÃÒ§ (µ‹Í) ตารางที่ 5-1 สถิติข้อมูลเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหามลพิษ แยกตามประเภทมลพิษปี 2550 (ตุลาคม 2549 - ตุลาคม 2550) ตารางที่ 5-2 สถิติข้อมูลเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหามลพิษ แยกตามประเภทมลพิษปี 2550 (ตุลาคม 2549 - ตุลาคม 2550) ตารางที่ 5-3 สถิติร้องเรียนปัญหามลพิษแยกตามจังหวัด โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ที่ 8 ปี 2550 ตารางที่ 6-1 แบบสอบถามด้านการจัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2550- 2551

หน้า 5-6 5-8 5-9 6-3

*****************************

สารบัÞตารา§

ก-5

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ÊÒúÑÞÀÒ¾

หน้า

ภาพที่ 1-1 แผนที่แสดงพื้นที่ลุ่มน้ำหลักในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ภาพที่ 1-2 แผนที่แสดงพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ภาพที่ 1-3 กราฟแสดงขนาดพื้นที่ (ตารางกิโลเมตร) ทั้ง 5 จังหวัด ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ภาพที่ 1-4 แผนที่แสดงเส้นชั้นความสูงในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ภาพที่ 1-5 กราฟแสดงจำนวนประชากรรวม 5 จังหวัดระหว่างปี 2547-2550 ภาพที่ 1-6 กราฟแสดงจำนวนหลังคาเรือน 5 จังหวัด ระหว่างปี 2547-2550 ภาพที่ 1-7 กราฟแสดงอุณหภูมิเฉลี่ย ระหว่างปี 2549 และ 2550 ภาพที่ 2-1 จุดเกิดไฟป่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 – 31 ธันวาคม 2550 ภาพที่ 2-2 แผนที่แสดงที่ตั้งสถานีสำรวจปริมาณน้ำฝน ภาพที่ 2-3 กราฟแสดงปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำแม่กลองรายสถานี ในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51) ภาพที่ 2-4 กราฟแสดงปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำแม่เพชรบุรีรายสถานี ในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51) ภาพที่ 2-5 กราฟแสดงปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตกรายสถานี ในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51) ภาพที่ 2-6 แผนที่แสดงที่ตั้งสถานีสำรวจปริมาณน้ำท่า ภาพที่ 2-7 กราฟแสดงปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำแม่กลองรายสถานี ในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51) ภาพที่ 2-8 กราฟแสดงปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำเพชรบุรีรายสถานี ในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51) ภาพที่ 2-9 กราฟแสดงปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตกรายสถานี ในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51)

สารบัÞภาพ

ก-6

1-3 1-4 1-5 1-6 1-8 1-8 1-12 2-5 2-9 2-10 2-11 2-12 2-14 2-15 2-16 2-17

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ÊÒúÑÞÀÒ¾ (µ‹Í) ภาพที่ 3-1 กราฟแสดงการจำแนกประเภทแหล่งน้ำในทุกลุ่มน้ำในพื้นที่ สสภ.8 ปี 2550 ภาพที่ 3-2 กราฟแสดงการจำแนกประเภทแหล่งน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง 2550 ภาพที่ 3-3 กราฟแสดงการจำแนกประเภทแหล่งน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี 2550 ภาพที่ 3-4 กราฟแสดงการจำแนกประเภทแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก 2550 ภาพที่ 3-5 กราฟเปรียบเทียบปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำระหว่างปี 2549 – 2550 ภาพที่ 3-6 กราฟเปรียบเทียบค่าความสกปรกในรูปบีโอดี (BOD) คลองดำเนินสะดวก ระหว่างปี 2549–2550 ภาพที่ 3-7 กราฟปริมาณแบคทีเรียในรูปโคลิฟอร์มของคลองดำเนินสะดวก ระหว่างปี 2549-2550 ภาพที่ 3-8 กราฟเปรียบเทียบปริมาณแบคทีเรียในรูปฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ของคลองดำเนินสะดวก ปี 2549-2550 ภาพที่ 3-9 สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองหัวหิน ภาพที่ 4-1 แหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของจังหวัดเพชรบุรี จำนวน 5 แห่ง ตามมติ ครม.2532 ภาพที่ 4-2 ตัวอย่างแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของจังหวัดเพชรบุรี จากการสำรวจ ภาพที่ 4-3 ตัวอย่างแหล่งศิลปกรรมของอำเภอเมืองเพชรบุรี ภาพที่ 4-4 ขอบเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภาพที่ 4-5 พรรณไม้และสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภาพที่ 4-6 นกและผีเสื้อในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภาพที่ 4-7 บรรยากาศทะเลหมอกที่เห็นได้ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภาพที่ 4-8 เส้นทางท่องเที่ยวในฤดูฝนที่อาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว ภาพที่ 5-1 ภาชนะรองรับมูลฝอย ภาพที่ 5-2 ศึกษาองค์ประกอบของขยะ

สารบัÞภาพ

ก-7

หน้า 3-2 3-3 3-4 3-5 3-7 3-7 3-8 3-8 3-14 4-6 4-9 4-19 4-24 4-26 4-28 4-28 4-28 5-3 5-3

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ÊÒúÑÞÀÒ¾ (µ‹Í)

หน้า

ภาพที่ 5-3 บริเวณโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ภาพที่ 5-4 กิจกรรมการตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดิน ภาพที่ 5-5 กิจกรรมการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล ภาพที่ 5-6 กิจกรรมการตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียง ภาพที่ 5-7 กราฟแสดงปัญหามลพิษที่มีการร้องเรียนในพื้นที่ความรับผิดชอบ สสภ.8 จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาพที่ 5-8 กราฟแสดงแนวโน้มจำนวนประเด็นเรื่องร้องเรียน เปรียบเทียบระหว่างปี 2549-2550 ภาพที่ 6-1 แผนที่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอดจังหวัดสมุทรสงคราม ภาพที่ 6-2 พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอดจังหวัดสมุทรสงคราม ภาพที่ 6-3 แผนที่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาพที่ 6-4 พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาพที่ 6-5 อบรมการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ครั้งที่ 1 ภาพที่ 6-6 อบรมการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ครั้งที่ 2 ภาพที่ 6-7 กิจกรรมการจัดเตรียมและเปิดตัวโครงการถุงใหญ่ใบเดียว..ลดขยะ..ลดโลกร้อน ภาพที่ 6-8 กราฟแสดงร้านค้าที่เต็มใจจะแนะนำให้ลูกค้าใช้ถุงผ้า หรือตะกร้าแทนการใช้ถุงพลาสติก ภาพที่ 6-9 โครงการรณรงค์โพธารามเมืองสะอาด…ร่วมมือลดขยะ...ลดโลกร้อน

5-3 5-4 5-4 5-5 5-7 5-8 6-5 6-6 6-7 6-8 6-12 6-12 6-14 6-14 6-15

*********************************

สารบัÞภาพ

ก-8

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

º·ÊÃØ»ÊÓËÃѺ¼ÙŒºÃÔËÒà รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ. 2551 ฉบับนี้ มีเป้าหมายนำเสนอข้อมูล และสถิติพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ 5 จังหวัด (กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์) ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 (สสภ.8) ตลอดจนประเด็นหลักด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบที่เกิดขึ้น และผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปโดยย่อ ดังนี้ ข้อมูลทั่วไป

✰ ✰ ✰

ภาคตะวันตกของประเทศไทย ประกอบด้วย 3 พื้นที่ลุ่มน้ำหลัก คือ (1) ลุ่มน้ำแม่กลอง (จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม) มีพื้นที่ประมาณ 13.8 ล้านไร่ แม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำแควใหญ่ และ แม่น้ำแควน้อย (2) ลุ่มน้ำเพชรบุรี (จังหวัดเพชรบุรี) มีพื้นที่ประมาณ 3.9 ล้านไร่ แม่น้ำสำคัญ ที่ไหลผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี ได้แก่ แม่น้ำเพชรบุรี และ (3) ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ตะวันตก หรือเรียกว่าลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์ (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) มีพื้นที่ประมาณ 4.2 ล้านไร่ แม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก ได้แก่ แม่น้ำปราณบุรีและแม่น้ำกุยบุรี ในปี พ.ศ. 2550 ประชากรของ 5 จังหวัดในพื้นที่ สสภ.8 มีจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 2.8 ล้านคน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติในปีที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนประชากรรวมเพิ่มขึ้น ในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนจังหวัดเพชรบุรี และสมุทรสงคราม มีประชากรรวมลดลง และทุกจังหวัดในพื้นที่ สสภ.8 มีจำนวนครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นกว่า ปีที่ผ่านมา สภาพภูมิอากาศของ 4 จังหวัดในพื้นที่ สสภ.8 (ยกเว้นจังหวัดสมุทรสงครามเนื่องจาก ไม่มีสถานีอุตุนิยมวิทยาตั้งอยู่ในพื้นที่) ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม พ.ศ.2550 มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีระหว่าง 27.75-28.87 องศาเซลเซียส มีปริมาณฝนตกรวมทั้งปี

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ก-9

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

สูงสุดประมาณ 1,591 มิลลิเมตร วัดได้ที่สถานีอุตุนิยมวิทยาทองผาภูมิ และมีปริมาณ น้ำฝนรวมทั้งปีน้อยที่สุดประมาณ 1,091 มิลลิเมตร วัดได้ที่สถานีอุตุนิยมวิทยากาญจนบุรี

ทรัพยากรธรรมชาติ

✰ ✰ ✰

ทรัพยากรป่าไม้ของพื้นที่ สสภ. 8 ประกอบด้วยป่าบกในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนจังหวัดสมุทรสงครามมีเฉพาะ พื้นที่ป่าชายเลน ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ คือ การบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ ส่วนสถานการณ์ด้านไฟป่าจากข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 - เมษายน 2551 ในพื้นที่ สสภ. 8 เกิดไฟป่าจำนวน 312 ครั้ง ได้รับความเสียหายประมาณ 7,293 ไร่ สถานการณ์ทรัพยากรสัตว์ป่า ปี 2550 พบเหตุการณ์ช้างบุกรุกทำลายพืชไร่ของเกษตรกร ในจังหวัดกาญจนบุรีและประจวบคีรีขันธ์ การรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัยของลิงกว่า 3,000 ตัว

ที่จังหวัดกาญจนบุรีอันเนื่องมาจากโรงโม่หิน และมีการจับกุมการลักลอบล่าสัตว์ป่าใน จังหวัดราชบุรีได้ของกลางเป็นสัตว์ป่ากว่า 64 ชนิด รวมประมาณกว่า 500 ตัว ข้อมูลสภาพฝนและสภาพน้ำท่า จากศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันตก พบว่า ปริมาณน้ำฝนรายปีเฉลี่ยทั้ง 3 ลุ่มน้ำหลักของ สสภ.8 ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ตะวันตกมีปริมาณน้ำฝนรายปีเฉลี่ย 0-464.7 มิลลิเมตร ลุ่มน้ำเพชรบุรีปริมาณฝนรายปี

เฉลี่ย 0-400.3 มิลลิเมตรและลุ่มน้ำแม่กลองปริมาณฝนรายปีเฉลี่ย 0-326.7 มิลลิเมตร ส่วนปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยลุ่มน้ำแม่กลอง 0.22-1,127.7 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย ลุ่มน้ำเพชรบุรี 0-268.2 ลูกบาศก์เมตร และปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ตะวันตกมีปริมาณ 0.01-22.05 ลูกบาศก์เมตร

ภาวะมลพิษ

แหล่งน้ำธรรมชาติของพื้นที่ สสภ. 8 มีคุณภาพน้ำที่แตกต่างกันในแต่ละลุ่มน้ำ โดยพบว่า

ส่วนใหญ่มีผลคุณภาพน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และมีคุณภาพน้ำจัดอยู่ในประเภทที่ 4 (ต่ำ) โดยพารามิเตอร์ที่เป็นปัญหาหลัก คือ ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (ฺBOD) ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (TCB) และปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB)

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ก - 10

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

✰ ✰ ✰ ✰ ✰

คลองที่สำคัญในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำของ สสภ.8 ในปี 2550 จำนวน 2 คลอง คือ คลองดำเนินสะดวก ยังคงมีความเสื่อมโทรมเช่นเดี่ยวกับปีที่ผ่านมา โดยจัดอยู่ใน คุณภาพน้ำประเภทที่ 4 (ต่ำ) และคลองวัดประดู่ พบว่าร้อยละ 50 จากสถานีตรวจวัดทั้งหมด จัดอยู่ในประเภทที่ 5 (เสื่อมโทรมมาก) พารามิเตอร์ที่เป็นปัญหาหลักของทั้ง 2 คลอง คือ ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (ฺBOD) ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (TCB) และปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB) สสภ.8 ได้เข้าร่วมกิจกรรมการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดท่องเที่ยว หรือ “เติมดาวให้หาดเดิม” ภายใต้โครงการชายหาดติดดาว เพื่อสนับสนุนให้ทุก ภาคส่วนร่วมกันพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณชายหาดและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ชายหาดท่องเที่ยว โดย สสภ.8 เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 4 หาด ผลการประเมินได้ระดับ 4 ดาว จำนวนทั้งสิ้น 3 หาด ยกเว้นหาดหน้าวัดสมุทรธาราม จังหวัดเพชรบุรี ได้รับ ประเมินระดับ 3 ดาว ในพื้นที่ของ สสภ.8 มีเทศบาลที่มีระบบรวบรวมและบัดน้ำเสียจำนวนรวม 9 แห่ง ใน 8 เทศบาล โดยปี 2550 เทศบาลที่มีระบบรวบรวมน้ำเสียคลอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของ เทศบาลแล้ว มีจำนวน 4 เทศบาล คือ เทศบาลเมืองราชบุรี เทศบาลเมืองบ้านโป่ง เทศบาลเมืองโพธาราม และเทศบาลเมืองเพชรบุรี และระบบบำบัดน้ำเสียเกือบทุกแห่ง

มีความสามารถในการรองรับน้ำเสียได้มากกว่าปริมาณน้ำเสียที่เข้าจริงในแต่ละวัน ทำให้ เกิดปัญหาประสิทธิภาพของระบบไม่ได้ตามเงื่อนไขที่ออกแบบไว้ เทศบาลในพื้นที่ สสภ.8 ทุกเทศบาลมีระบบการเก็บขนขยะมูลฝอยเป็นของตนเอง โดย สามารถเก็บขนขยะมูลฝอยในพื้นที่ชุมชนหนาแน่นได้ทั้งหมด แต่บางเทศบาลที่มีพื้นที่ใหญ่ จะมีขยะมูลฝอยตกค้างบ้างในพื้นที่ที่มีประชากรอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย ซึ่งประชากร กลุ่มนี้จะกำจัดขยะมูลฝอยเอง จากข้อมูลคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดอัตโนมัติในเขตเทศบาลเมืองราชบุรีในปี พ.ศ.2550 (มกราคม-ธันวาคม 2550) พบว่ามีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pM10) สูงเกินมาตรฐาน จำนวน 16 ครั้ง ในเดือนพฤศจิกายนและกุมภาพันธ์ (จากข้อมูลการตรวจวัดตลอดทั้งปี

จำนวน 332 ครั้ง) อาจเนื่องมาจากความกดอากาศสูง สภาพอากาศไม่นิ่ง และไม่เอื้ออำนวย ต่อการกระจายตัวของสารมลพิษ ส่วนพารามิเตอร์อื่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ก - 11

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

✰ ✰ ✰ ✰

แหล่งธรรมชาติในจังหวัดเพชรบุรีจากการสำรวจตามโครงการจัดทำข้อมูลสิ่งแวดล้อม รายสาขาแหล่งธรรมชาติและแหล่งศิลปกรรมอันควรอนุรักษ์ มี 4 ชนิด คือ ภูเขา ถ้ำ แหล่งน้ำ และหาด รวมทั้งสิ้น 37 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในสถานภาพระดับเตือนภัย (การมีปรากฏการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมโทรม) เนื่องจากการใช้ประโยชน์ใน กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ส่งผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพทางธรรมชาติ ซึ่งหาก มีการดูแลรักษาและบริหารจัดการที่ดีจะช่วยฟื้นสภาพได้โดยเร็ว แหล่งศิลปกรรมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีจากการสำรวจตามโครงการจัดทำข้อมูลสิ่งแวดล้อม รายสาขาแหล่งธรรมชาติและแหล่งศิลปกรรมอันควรอนุรักษ์ มีทั้งสิ้น 38 แห่ง โดยส่วนใหญ่ อยู่ในสถานภาพระดับเตือนภัย ซึ่งมีสาเหตุทั้งจากธรรมชาติและมนุษย์ จึงควรส่งเสริม ให้ช่วยกันอนุรักษ์แหล่งศิลปกรรมอันเป็นมรดกตกทอดมาช้านานให้คงอยู่ต่อไปนานที่สุด เท่าที่จะทำได้ จากข้อมูลการประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรี การประเมิน หาดชะอำในปี 2550 ซึ่งจัดอยู่ในประเภทหาดที่มีการพัฒนาแล้ว ได้มาตรฐานคุณภาพ ระดับ 3 ดาว โดยมีด้านคุณค่าของแหล่งธรรมชาติและความเสี่ยงต่อการถูกทำลาย ที่ได้รับ

คะแนนน้อย กล่าวคือ มีสิ่งก่อสร้างบุกรุกชายหาดทั้งแบบชั่วคราวและถาวรตลอด แนวชายหาดมากกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีการถมและขุดชายหาดไปแล้วเป็น โครงการใหญ่ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างและอาจมีการขยายโครงการต่อไปอีก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 28 ของ ประเทศไทย คลอบคลุมพื้นที่กว่า 2,915 ตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีพื้นที่กว้างที่สุดในระบบอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย โดยปัญหาที่สำคัญภายใน อุทยานฯ คือ ปัญหาการบุกรุกทำลายป่า ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย และปัญหา การตรวจสอบและรังวัดขอบเขตพื้นที่ที่ราษฎรถือครองทำกินในเขตอุทยานฯ

ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

✰ สถานการณ์ ด ้ า นการจั ด การมู ล ฝอยภายในอุ ท ยานสิ ่ ง แวดล้ อ มนานาชาติ ส ิ ร ิ น ธร มีการจัดเตรียมภาชนะพลาสติกสำหรับรองรับมูลฝอยกระจายอยู่ทุกพื้นที่ มีอัตราการผลิต

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ก - 12

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ขยะมูลฝอยเฉลี่ยวันละ 0.45 กิโลกรัม/คน/วัน โดยองค์ประกอบขยะมูลฝอยประเภท เศษอาหารมีมากที่สุดประมาณร้อยละ 64.2 รองลงมาได้แก่ พลาสติก แก้ว และกระดาษ ด้านการจัดการน้ำเสียมีโครงการก่อสร้างระบบบัดน้ำเสียคลอบคลุมพื้นที่บ้านพักและ อุทยานฯ โดยสามารถรองรับน้ำเสียได้วันละประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตร/วัน ด้านแหล่งน้ำ

พบปัญหาคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมเนื่องจากปนเปื้อนความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (ฺBOD) สูงมาก รวมทั้งน้ำทะเลอยู่ในระดับเสื่อมโทรมมาก เนื่องจากมีปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์ม แบคทีเรีย (FCB) ค่อนข้างสูง ส่วนด้านมลพิษอากาศและเสียง สถานการณ์ยังอยู่ใน เกณฑ์มาตรฐาน ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ.2549 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 ข้อมูลเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ สสภ.8 ที่รวบรวมจากหน่วยงานอื่น จำนวน 6 แห่ง มีประมาณ 141 เรื่อง โดยส่วนใหญ่ จะเป็นปัญหาด้านมลพิษทางอากาศและเสียง รองลงมาเป็นมลพิษน้ำและกากของเสีย ส่วนเรื่องร้องเรียนที่ สสภ.8 ได้รับเรื่องร้องเรียนโดยตรงมีทั้งสิ้น 59 เรื่อง ปัญหาสามอันดับแรก คือ ปัญหาด้านมลพิษอากาศ ปัญหาด้านมลพิษน้ำ และปัญหาด้านขยะมูลฝอย โดยจังหวัดที่มีการร้องเรียนมากที่สุด คือ จังหวัดราชบุรี รองลงมาคือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ตามลำดับ

การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

✰ ✰

ในปีงบประมาณ 2551 สสภ.8 ได้ดำเนินการติดตามประเมินผลการแปลงแผนและ มาตรการต่างๆ ของแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค พ.ศ.2550-2554 ไปสู ่

การปฏิบัติ โดยจัดทำแบบสอบถามด้านการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปี 2550-2551 ของหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ สสภ.8 ร้อยละ 98.1 เห็นว่าแผนฯ สอดคล้อง กับการจัดการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ที่รับผิดชอบ และ สิ่งที่ต้องการได้รับการสนับสนุนมากที่สุด คือ ข้อมูลวิชาการในรูปแบบต่างๆ พื้นที่รับผิดชอบของ สสภ.8 มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศตามอนุสัญญา แรมซาร์ 2 แห่ง คือ พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม และพื้นที่ชุ่มน้ำ

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยในปี 2551 สำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพ

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ก - 13

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

✰ ✰

สิ่งแวดล้อม จัดทำโครงการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนด้วยสันติวิธี (ดอนหอยหลอด) ขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด เพื่อรับทราบถึงสภาพปัญหาและ ความต้องการของชุมชน การดำเนินงานภายใต้ประกาศกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่อำเภอ บ้านแหลม อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอท่ายาง และอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหินและอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2547 มีความก้าวหน้า ในการพิจารณาเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบเบื้องต้น (IEE) ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จำนวนทั้งสิ้น 67 โครงการ จากจำนวนโครงการทั้งสิ้น 78 โครงการ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2547 - 15 มิถุนายน 2551 สสภ.8 มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อม โดยการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมของโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ อบรมสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ โครงการถุงใหญ่ใบเดียว ลดขยะ..ลดโลกร้อนภายใต้

โครงการชุมชนสีเขียว ปี 2551 โครงการรณรงค์โพธารามเมืองสะอาด ร่วมมือลดขยะ.. ลดโลกร้อน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกปี 2551 เป็นต้น

**************************

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ก - 14

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


Thailand’s Western Regionสิ่งState the Environment Report 2008 รายงานสถานการณ์ แวดล้อofมภาคตะวั นตก พ.ศ.2551

Executive Summary The Thailand’s Western Region State of the Environment Report 2008 aims at presenting a portrait of Thailand’s western region environment, including baseline data, emerging environmental problems, as well as the current public responses and mitigation. The report covers 5 provinces under the responsibility of the Regional Environmental Office 8 (REO 8), namely Kanchanaburi, Ratchaburi, Phetchaburi, Prachuap Khiri Khan, and Samut Songkhram.

Regional Context ✰ Thailand’s western region comprises three river basins/watershed areas, namely the Mae Klong River Basin, the Phetchaburi River Basin, and the Western Gulf of Thailand Coastal Watershed (or Prachuap Khiri Khan Coastal Watershed). The Mae Klong River Basin is drained by the Mae Klong River, the Kaew Yai River, and the Kaew Noi River. With a total drainage area of about 13.8 million rai, the basin drains parts of Kanchanaburi, Ratchaburi, and Samut Songkhram provinces. The Phetchaburi River Basin, with a total area of about 3.9 million rai in Phetchaburi Province, is drained by the Phetchaburi River. The Western Gulf of Thailand Coastal Watershed, covering the total drainage area of about 4.2 million rai in Prachuap Khiri Khan Province, is drained by the Pranburi River and the Kuiburi River. ✰ In 2007, the total population of the five provinces was approximately 2.8 million. The annual growth in the number population has increased in Kanchanaburi, Ratchaburi, and Prachuap Khiri Khan Provinces, decreased in Phetchaburi and Samut Songkhram provinces. The household numbers in all REO 8 provinces have increased compared to the same period last year.

Executive Summary

ก - 15

Regional Environment Office 8


Thailand’s Western Regionสิ่งState the Environment Report 2008 รายงานสถานการณ์ แวดล้อofมภาคตะวั นตก พ.ศ.2551 ✰ During the months of January to December 2007, average annual temperatures in the 4 provinces where weather stations are located (except for Samut Songkhram Province) ranged from a low of 27.75 to a high of 28.87 degrees Celsius. The highest precipitation was recorded at the Thongphaphum station (approx. 1,591 mm). The lowest precipitation was recorded at the Kanchanaburi station (approx. 1,091 mm).

Natural Resources

✰ There are two types of forests in the ROE 8, namely inland forests (in Kanchanaburi, Ratchaburi, Phetchaburi, and Prachuap Khiri Khan) and coastal forests (in Phetchaburi, Prachuap Khiri Khan, and Samut Songkhram). Changes in the region’s forest lands have been observed over time. Forest covers in Kanchanaburi, Phetchaburi, and Prachuap Khiri Khan have been declining during the last couple of years due to both anthropogenic (logging and human-caused forest fires) and natural (wildfires) factors. It was reported that the total number of 312 forest fires occurred within the area of REO 8 during the period of October 2007 to April 2008, recording a burnt area estimate of 7,293 rai. ✰ The REO 8 region has been wrestling with water threat. In Phetchaburi and Prachuap Khiri Khan in particular, water supplies are one of the major issues that the provinces face. This is due largely to low precipitation, low flows in major rivers, and low-quality groundwater supplies. In 2004, about 500 water-related projects were developed in the two provinces in order to cope with increasing water demand in the areas. In addition to water shortage, the region is also facing with an issue of water-induced disasters such as floods. ✰ In 2007, elephant crop raiding was reported in Kanchanaburi and Prachuap Khiri Khan Provinces. Gravel factories in Kanchanaburi disturbed more than 3,000 wild monkeys and their habitats. In Ratchaburi Province, up to 64 species with a total number of 500 wild animals experienced illegal hunting and were confiscated by the authorities. Executive Summary

ก - 16

Regional Environment Office 8


Thailand’s Western Regionสิ่งState the Environment Report 2008 รายงานสถานการณ์ แวดล้อofมภาคตะวั นตก พ.ศ.2551 ✰ According to the Western Region Hydrographic and Water Management Center, annual average rainfall in 2008 varied from 0 to 464.7 mm in western coast of Gulf of Thailand, 0 to 400.3 mm in Phetchaburi River Basin, and 0 to 326.7 mm in Mae Klong River Basin. In 2008, annual average runoff in the Mae Klong River Basin varied from 0.22 to 1,127.7 cubic meters, 0 to 268.2 cubic meters in Phetchaburi River Basin, and 0.01 to 22.05 cubic meters in western coast of Gulf of Thailand.

Wastes and Pollution

✰ Water quality in natural sources varied from place to place across the REO 8 basins. In most rivers basins, the water quality was reported Class 4 on the Surface Water Quality Standard and its Classification scale, which means water is fairly clean. Water quality parameters measured were biochemical oxygen demand (BOD), total coli form bacteria (TCB), and fecal coli form bacteria (FCB). ✰ Two major inland waterways located in the REO 8 area, Dhumnern-saduak and Wat Pradoo canals, were monitored in 2007. The results indicated that the water quality of Dhumnern-saduak canal was classified on level 4 of the Standard, whereas the water quality in Wat Pradoo canal was Class 5 (used for navigation only). The most alarming parameters in these waterways included dissolved oxygen (DO), biochemical oxygen demand (BOD), total coli form bacteria (TCB), and fecal coli form bacteria (FCB). ✰ Under the clean beach contest project on “Give a Star to the Beach,” three out of four beaches nominated from the REO 8 area were rated 4 starts, the other rated 3 stars. The project was organized by the Pollution Control Department aiming to promote collaboration between local governments and coastal communities in managing their beaches to ensure clean, beautiful and safe environments for beach goers as well as coastal ecosystems. The activity also aimed at playing a tribute to H.M. the King.

Executive Summary

ก - 17

Regional Environment Office 8


Thailand’s Western Regionสิ่งState the Environment Report 2008 รายงานสถานการณ์ แวดล้อofมภาคตะวั นตก พ.ศ.2551 ✰ Nine (9) major cities in the REO 8 have implemented the central wastewater treat ment projects to improve water quality. In 2007, four out of nine operated full-scale wastewater treatment plants, including Muang Baan Pong Municipality, Muang Podharam Municipality, Muang Ratchaburi Municipality, and Muang Phetchaburi Municipality. In most cases, the treatment facilities and their management schemes have faced with the problem of an insufficient quantity of waste water. ✰ All municipalities within the REO 8 area have established a system of solid waste collection. Most of them effectively operate refuse collection services, with the exception of those municipalities that are sizable and have scattered households where people basically manage their own waste disposal. ✰ Concentrations of particulate matter 10 micrometers in aerodynamic diameter and under (pM10) that exceeded the national air quality standards were reported 16 times (out of 332 year-round monitoring) for the period of November 2007 to February 2008 in Ratchaburi municipal area. Many factors caused air pollution concentration in this area at a particular point in time, including air pressure and steady wind. Other parameters were well below the standards.

Human Environment

✰ According to the recent survey, Phetchaburi Province presents 37 natural areas that are worth conserving. These are characterized into 4 types of natural environment: mountains, caves, water resources, and coastal beach. This natural environment has been under threat from human intervention. Effective management and conservation strategies are urgently needed to make a difference. ✰ There are 38 cultural environment sites in Phetchaburi Province that are worth conserving, based on information from the recent survey. Most of them are in alarming condition due to both natural and man-made causes. Effective conservation and management of cultural environment is required. Executive Summary

ก - 18

Regional Environment Office 8


Thailand’s Western Regionสิ่งState the Environment Report 2008 รายงานสถานการณ์ แวดล้อofมภาคตะวั นตก พ.ศ.2551 ✰ According to the 2007 survey, beach encroachment and property development on public land were reported critical at Cha-um beach in Phetchaburi Province. Human impact on the coasts was well reported and trends were increasing. ✰ Kaeng Krachan in Phetchaburi Province was designated Thailand’s 28th nationalpark, covering a total area of over 2,915 kilometers. There are a number of issues that affect the Park, including forest encroachment, waste management problems, and conflicts over new land demarcation.

Major Issues

✰ There are a number of environmental issues with significant emphasis on the Sirindhorn International Environmental Park in Amphoe Cha-um, Phetchaburi Province. The waste produced by visitors includes approximately 0.45 kilogram/day/head of solid wastes, comprising 64.2 percent of food waste. The sewage treatment plant at the Park operates at the capacity of 200 cu.m/day. The most alarming parameters in Park’s water resources include biochemical oxygen demand (BOD); whereas the concentration of fecal coli form bacteria (FCB) is reported high in coastal waters. Both air and noise pollution in the Park do not exceed the standards. ✰ During the period of October 2006 to October 2007, a total of 141 cases of environmental complaints (concerning air and noise pollution, wastewater, and solid wastes) were reported by concerned agencies in the REO 8 zone, of which 59 cases were received by the REO 8. The top 3 complaints included air quality, water quality, and solid waste disposal. Ratchaburi Province had the highest complaints, followed by Prachuap Khiri Khan, Kanchanaburi, Samut Songkhram, and Phetchaburi, respectively.

Executive Summary

ก - 19

Regional Environment Office 8


Thailand’s Western Regionสิ่งState the Environment Report 2008 รายงานสถานการณ์ แวดล้อofมภาคตะวั นตก พ.ศ.2551 Environmental Management ✰ REO 8 conducted a questionnaire survey to monitor and evaluate the 2007-2011 Regional Environmental Quality Management Plan implementation for FY 2008. The survey revealed that over 98.1% of respondents felt the Plan was in line with their respective responsibilities. The survey result also showed that technical assistance is most needed for effective implementation of the Plan. ✰ There are two Ramsar sites situated within the REO 8 jurisdiction: Don Hoy Lord in Samut Songkhram Province, and Khao Sam Roi Yod National Park in Prachuap Khiri Khan Province. In 2008, a series of participation, communication, and awareness activities were undertaken in the coastal area of Don Hoy Lord by the REO 8 in collaboration with the Department of Environmental Quality and Promotion. ✰ Considerable progress was made in implementing environmental impact assessment and reporting in the areas under the REO 8 jurisdiction (namely, Phetchaburi and Prachuap Khiri Khan) that are designated as the Environmental Protection Zone under the 2004 Public Announcement. During the period of 1 August 2004 to 15 June 2008, there were 78 EIA/IEE reports reviewed, 67 of which were approved. ✰ The REO 8 emphasizes the importance of public participation in management of natural resources and the environment within its jurisdiction. The efforts to promote participatory approaches focus on a variety of project activities, including the Reuse/Recycle Project, the Project on “One Bag, Help Reducing Global Warming” under the 2008 Green Community Project, and the “Cleaner Photaram City, Reduce Wastes…Reduce Global Warming” Project in celebration of 2008 World Environment Day. *************************

Executive Summary

ก - 20

Regional Environment Office 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

º··Õè 1

¢ŒÍÁÙÅ·ÑèÇä»

ข้อมูลทั่วไปในรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ. 2551 เป็นการรายงาน สภาพพื้นที่ของจังหวัดในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 (สสภ.8) ที่ได้จาก การรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญๆ ประกอบด้วย 5 หัวข้อ ดังนี้ 1.1 พื้นที่ลุ่มน้ำ (BASINS) พื้นที่ลุ่มน้ำในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ประกอบด้วย 3 ลุ่มน้ำหลัก คือ ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก (ลุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์) 1.2 สภาพทางภูมิศาสตร์ พื้นที่ในความรับผิดชอบของ สสภ.8 ประกอบด้วย 5 จังหวัด ในภาคตะวันตก ดังนี้ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 37,660.32 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 23,537,693.33 ไร่ 1.3 ลักษณะภูมิประเทศ (Slope, Contour) แสดงรายละเอียดความลาดชันและเส้นชั้นความสูง ของจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 1.4 เขตการปกครองและประชากร แสดงรายละเอียดขอบเขตการปกครอง และ จำนวนประชากรทั้งหมดใน ปี 2550 ของจังหวัดในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 1.5 สภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วยการรายงานสรุปผลสภาพอากาศ และปริมาณน้ำฝน ของปี 2550 (เดือนมกราคม – ธันวาคม 2550) ของสถานีอุตุนิยมวิทยาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ สสภ.8 ทั้ง 4 จังหวัด ยกเว้นจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งไม่มีสถานีอุตุนิยมวิทยาตั้งอยู่ในพื้นที่

บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1-1

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

1.1 พื้นที่ลุ่มน้ำ (Basins) สสภ.8 มีพื้นที่ดำเนินงานตามการจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำ 3 ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก (ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์) ทั้งนี้ ยึดขอบเขตการปกครอง 5 จังหวัด เพื่อครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำดังกล่าวให้มากที่สุด ✰ ลุ่มน้ำแม่กลอง ประกอบด้วย จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัด

สมุทรสงคราม ซึ่งพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ด้านตะวันออกบางส่วนครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน โดย ประกอบไปด้วย 3 แม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแควน้อย ✰ ลุ่มน้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีส่วนใหญ่อยู่ในลุ่มน้ำนี้ และมีแม่น้ำเพชรบุรีเป็นแม่น้ำ

สายหลัก ✰ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก หรือลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยส่วนใหญ่อยู่ในลุ่มน้ำนี้ และมีพื้นที่บางส่วนครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำ ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ซึ่งลุ่มน้ำนี้ประกอบด้วยแม่น้ำสายหลักจำนวน 2 สาย คือ แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำกุยบุรี โดยมีรายละเอียดพื้นที่ลุ่มน้ำหลักและลุ่มน้ำสาขา ดังตารางที่ 1-1 และตารางภาคผนวกที่ 1-1 ตามลำดับ ตารางที่ 1-1 พื้นที่ลุ่มน้ำหลักในเขตรับผิดชอบของ สสภ.8 ชื่อลุ่มน้ำหลัก พื้นที่ (ตร.ม.) พื้นที่ (ตร.กม.) 22,074,465,262.42 22,074.47 ลุ่มน้ำแม่กลอง 6,247,777,007.70 6,247.78 ลุ่มน้ำเพชรบุรี ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก 6,781.74 หรือลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์ 6,781,735,441.54 รวม 35,103,977,711.66 35,103.99

พื้นที่ (ไร่) 13,796,540.79 3,904,860.63 4,238,584.65 21,939,986.07

ที่มา : วิเคราะห์พื้นที่จากข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ กรมทรัพยากรน้ำ, 2548

บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 2

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 1-1 แผนที่แสดงพื้นที่ลุ่มน้ำหลักในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 3

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 1-2 แผนที่แสดงพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 4

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

1.2 สภาพทางภูมิศาสตร์ พื้นที่รับผิดชอบของ สสภ.8 ตามขอบเขตการปกครอง มีทั้งหมด 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 37,660.32 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 23,537,698.33 ไร่ จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด คือจังหวัด

กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ตามลำดับ รายละเอียด ดังตารางที่ 1-2 ตารางที่ 1-2 พื้นที่รับผิดชอบของสสภ.8 ลำดับ

1 2 3 4 5

จังหวัด กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม รวม

พื้นที่ (ตร.ม.) พื้นที่ (ตร.กม.) 19,369,928,440.87 19,369.92 6,400,030,226.97 6,400.03 6,250,551,890.53 6,250.55 5,247,980,889.88 5,247.98 391,825,894.84 391.82 37,660,317,343.09 37,660.32

พื้นที่ (ไร่) 12,106,205.27 4,000,018.89 3,906,594.93 3,279,988.05 244,891.18 23,537,698.33

ที่มา : วิเคราะห์พื้นที่จากข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ กรมการปกครอง, 2547

ภาพที่ 1-3 กราฟแสดงขนาดพื้นที่ (ตารางกิโลเมตร) ทั้ง 5 จังหวัด ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 1 - 5 บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

1.3 ลักษณะภูมิประเทศ (Slope, Contour) ลักษณะพื้นที่ด้านตะวันตกเป็นพื้นที่ภูเขาและที่สูง ตอนกลางเป็นที่ราบสลับกับภูเขา ลูกโดด ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ และที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล โดยจังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนใหญ่เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันตั้งแต่ 0-5 % รองลงมามีความลาดชัน

มากกว่า 35% ในด้านตะวันตกของพื้นที่ โดยพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 0-1,700 เมตร

ภาพที่ 1-4 แผนที่แสดงเส้นชั้นความสูงในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 6

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

1.4 ประชากรและขอบเขตการปกครอง ประชากรในปี 2550 มีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากรรวมเพิ่มมากขึ้นในจังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ มีเพียงจังหวัดเพชรบุรี และสมุทรสงครามที่มีประชากร รวมลดลง รายละเอียดดังตารางที่ 1-3 ตารางที่ 1-3 แสดงประชากรและหลังคาเรือน ระหว่างปี 2547–2550

จังหวัด

ปี

2547 2548 2549 2550 2547 2548 2549 2550 2547 2548 2549 2550 2547 2548 2549 2550 2547 2548 2549 2550

กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์

ประชากรชาย ประชากรหญิง ประชากรรวม จำนวน (คน) (คน) (คน) (หลังคาเรียน)

401,874 409,677 431,310 413,575 415,783 420,276 423,078 424,100 101,152 101,175 101,143 100,686 232,531 234,097 235,346 235,214 238,399 234,227 244,402 246,298

408,391 416,492 421,137 421,707 399,294 403,218 405,852 407,338 94,060 93,894 93,847 93,526 218,498 219,885 221,335 220,847 241,289 245,570 250,014 248,296

810,265 826,169 834,447 835,282 815,077 823,494 828,930 831,438 195,218 195,068 194,990 194,212 451,029 453,982 456,681 456,061 479,688 486,797 494,416 494,588

248,238 257,048 264,028 269,173 231,865 238,990 244,562 250,076 50,892 51,964 53,083 55,121 145,066 149,442 153,100 156,457 158,372 165,927 173,027 179,802

ที่มา : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550

บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 7

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 จากตารางที่ 1-3 ในปี 2550 ทั้ง 5 จังหวัด มีประชากรรวมทั้งสิ้น จำนวน 2,811,581 คน แบ่งเป็นประชากรชาย 1,391,708 คน ประชากรหญิง 1,419,873 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา จำนวน 2,117 คน

ภาพที่ 1-5 กราฟแสดงจำนวนประชากรรวม 5 จังหวัดระหว่างปี 2547-2550

ภาพที่ 1-6 กราฟแสดงจำนวนหลังคาเรือน 5 จังหวัด ระหว่างปี 2547-2550 บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 8

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ทั้ง 5 จังหวัด ประกอบด้วย เทศบาลเมือง 10 แห่ง เทศบาลตำบล 79 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 322 แห่ง รายละเอียดดังตารางที่ 1-4 ตารางที่ 1-4 แสดงเขตการปกครองและประชากร จังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ รวม

เขต 2/ ประชากร (คน) 1/ อำเภอ/กิ่ง ทม. ทต. อบต. ชาย หญิง รวม 13/- 2 28 91 421,707 413,575 835,282 10/- 3 25 83 407,338 424,100 831,438 3/- 1 4 30 93,526 100,686 194,212 8/- 2 9 73 220,847 235,214 456,061 7/1 2 13 45 248,290 246,298 494,588 41/1 10 79 322 1,391,708 1,419,87 2,811,581

ที่มา : 1/ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลสำนักทะเบียนกลาง ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2550 2/ มี 6 องค์การบริหารส่วนตำบล ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล

1.5 สภาพภูมิอากาศ ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 มี 4 จังหวัดที่มีสถานีอุตุนิยมวิทยาตั้งอยู่ในพื้นที่ ยกเว้นจังหวัดสมุทรสงคราม ข้อมูลจากการตรวจวัดสภาพอากาศของสถานีอุตุนิยมวิทยา ระหว่าง เดือนมกราคม-ธันวาคม 2550 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.5.1 จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วยสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้ ✰ สถานีอุตุนิยมวิทยากาญจนบุรี - อุณหภูมิ ในปี 2550 อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีวัดได้ 28.87 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ เฉลี่ยทั้งเดือนสูงสุด คือเดือนมีนาคม วัดได้ 30.75 องศาเซลเซียส เฉลี่ยทั้งเดือนต่ำสุด คือเดือน พฤศจิกายน วัดได้ 25.09 องศาเซลเซียส โดยเดือนเมษายน มีอุณหภูมิสูงสุด 41.90 องศาเซลเซียส และเดือนกุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิต่ำสุด 14.30 องศาเซลเซียส - ปริมาณฝน ปริมาณฝนรวมทั้งปีวัดได้ 1,091 มม. โดยเดือนพฤษภาคม มีปริมาณ ฝนรวมสูงสุด 306.6 มม. ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ และธันวาคม ไม่มีฝนตก บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 9

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ✰ สถานีวิทยาอุตุนิยมวิทยาทองผาภูมิ - อุณหภูมิ ในปี 2550 อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีวัดได้ 27.75 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ เฉลี่ยทั้งเดือนสูงสุด คือเดือนมีนาคม วัดได้ 38.16 องศาเซลเซียส เฉลี่ยทั้งเดือนต่ำสุด คือเดือน กุมภาพันธ์วัดได้ 18.59 องศาเซลเซียส โดยเดือนเมษายน มีอุณหภูมิสูงสุด 41.30 องศาเซลเซียส และเดือนกุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิต่ำสุด 12.20 องศาเซลเซียส - ปริมาณฝน ปริมาณฝนรวมทั้งปี 1,591 มม. โดยเดือนสิงหาคม มีปริมาณ ฝนรวมสูงสุด 366.8 มม. ส่วนเดือนมกราคม และธันวาคม ไม่มีฝนตก 1.5.2 จังหวัดราชบุร ี ประกอบด้วยสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ จำนวน 1 แห่ง ดังนี้ ✰ สถานีวิทยาอุตุนิยมวิทยาราชบุรี - อุณหภูมิ ในปี 2550 อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีวัดได้ 28.4 องศาเซลเซียส อุณหภูม ิ

เฉลี่ยทั้งเดือนสูงสุด คือเดือนมีนาคม วัดได้ 36.7 องศาเซลเซียส เฉลี่ยทั้งเดือนต่ำสุด คือเดือน มกราคมวัดได้ 20.4 องศาเซลเซียส โดยเดือนมีนาคม มีอุณหภูมิสูงสุด 39.5 องศาเซลเซียส และ เดือนกุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิต่ำสุด 14.4 องศาเซลเซียส - ปริมาณฝน ปริมาณฝนรวมทั้งปีวัดได้ 1,284 มม. โดยเดือนพฤษภาคม มีปริมาณฝนรวมสูงสุด 335.2 มม. ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ และธันวาคม ไม่มีฝนตก 1.5.3 จังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วยสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ จำนวน 1 แห่ง ดังนี้ ✰ สถานีวิทยาอุตุนิยมวิทยาเพชรบุรี - อุณหภูมิ ในปี 2550 อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีวัดได้ 28.12 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ

เฉลี่ยทั้งเดือนสูงสุด คือเดือนเมษายน วัดได้ 33.7 องศาเซลเซียส เฉลี่ยทั้งเดือนต่ำสุดคือเดือน มกราคมวัดได้ 21.4 องศาเซลเซียส โดยเดือนเมษายน มีอุณหภูมิสูงสุด 36.2 องศาเซลเซียส และ เดือนกุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิต่ำสุด 17.4 องศาเซลเซียส - ปริมาณฝน ปริมาณฝนรวมทั้งปี 1,134 มม. โดยเดือนพฤษภาคม มีปริมาณฝน รวมสูงสุด 274.3 มม. ส่วนเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และธันวาคม ไม่มีฝนตก

บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 10

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 1.5.4 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วยสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้ ✰ สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - อุณหภูมิ ในปี 2550 มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีวัดได้ 28.16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ

เฉลี่ยทั้งเดือนสูงสุด คือเดือนเมษายน วัดได้ 34.77 องศาเซลเซียส เฉลี่ยทั้งเดือนต่ำสุด คือเดือน มกราคม วัดได้ 21.15 องศาเซลเซียส - ปริมาณฝน ปริมาณฝนรวมทั้งปี วัดได้ 1,408 มม. โดยเดือนพฤษภาคม มีปริมาณฝนรวมสูงสุด 581.1 มม. ✰ สถานีอุตุนิยมวิทยาหัวหิน - อุณหภูมิ ในปี 2550 มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีวัดได้ 27.87 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งเดือนสูงสุด คือเดือนกันยายน วัดได้ 27.9 องศาเซลเซียส เฉลี่ยทั้งเดือนต่ำสุด คือเดือนพฤศจิกายน วัดได้ 26.2 องศาเซลเซียส - ปริมาณฝน ปริมาณฝนรวมทั้งปี วัดได้ 1,240 มม. โดยเดือนพฤษภาคม มีปริมาณฝนรวมสูงสุด 376.4 มม. ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ ไม่มีฝนตก ตารางที่ 1-5 แสดงอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือน ปี 2549–2550 สถานี อุตุนิยมวิทยา รี กาญจนบุ

ทองผาภูมิ ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ หัวหิน

ปี 2549 2550 2549 2550 2549 2550 2549 2550 2549 2550 2549 2550

ม.ค. 25.2 26.1 34.3 27.0 26.4 26.4 25.3 26.2 25.6 26.2 26.0 26.4

ก.พ. 28.8 27.5 35.7 27.0 28.4 27.6 27.5 26.6 28.2 26.5 27.6 26.6

มี.ค. 30.9 30.7 37.3 29.4 31.0 30.4 29.2 29.2 29.0 29.4 28.2 29.0

เม.ย. 31.1 30.5 36.3 30.8 30.6 30.9 29.8 29.9 29.8 30.0 28.8 29.6

พ.ค. 29.6 28.7 33.2 28.1 29.3 29.3 29.4 28.8 29.4 29.2 28.5 28.3

เดือน มิ.ย. ก.ค. 29.8 29.4 29.6 28.1 32.4 30.2 29.4 27.7 29.2 29.1 30.2 28.8 29.2 29.5 29.6 28.7 29.5 28.6 30.2 28.3 28.6 28.1 29.3 28.4

ส.ค. 29.2 28.3 29.9 27.6 29.0 29.0 29.3 28.8 28.0 28.5 27.7 28.4

ก.ย. 29.3 28.4 33.0 27.9 28.7 28.6 28.6 28.4 28.9 28.8 28.1 27.9

ต.ค. 28.7 27.4 33.1 27.3 28.3 27.8 28.5 27.8 28.1 27.8 28.3 27.6

พ.ย. 28.6 25.1 34.6 25.3 28.1 25.3 28.1 26.1 28.2 26.2 26.3 26.2

ธ.ค. 25.9 26.9 32.9 26.2 25.6 26.9 25.9 26.9 26.3 26.5 25.5 26.7

ที่มา : สถานีอุตุนิยมวิทยากาญจนบุรี ทองผาภูมิ ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และหัวหิน ปี 2549-2550. กรมอุตุนิยมวิทยา บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 11

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 1-7 กราฟแสดงอุณหภูมิเฉลี่ย ระหว่างปี 2549 และ 2550

บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1 - 12

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

º··Õè 2

·ÃѾÂҡøÃÃÁªÒµÔ พื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 นับว่ามีความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากมีทั้งจังหวัดที่อุดมไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ฯลฯ หรือพื้นที่ ชายฝั่งทะเล เช่น จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ระดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมของประเทศ สถานการณ์สิ่งแวดล้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติในปี 2550 แบ่งออกเป็น 5 หัวข้อ คือ 2.1 ทรัพยากรป่าไม้ ประกอบด้วยสถานการณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้ในปัจจุบัน เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ และสถานการณ์การเกิดไฟป่า ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 2.2 ทรัพยากรสัตว์ป่า ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านทรัพยากรสัตว์ป่าในพื้นที่ ความรับผิดชอบของ สสภ.8 2.3 ทรัพยากรน้ำ ประกอบไปด้วยข้อมูลปริมาณน้ำท่าและปริมาณน้ำฝน ในพื้นที่ 3 ลุ่มน้ำหลัก คือ ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก (ลุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์) ที่รวบรวมจากศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันตก กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2550 (ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2550 – วันที่ 31 มีนาคม 2551)

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2-1

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

2.1 ทรัพยากรป่าไม้ “ป่าไม้” เป็นทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าของสรรพชีวิต สถานการณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นๆ สถานการณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้

ในปัจจุบันทำให้เราต้องช่วยกันตระหนักว่าในการกระทำการใดๆ ลงไปนั้นต้องคำนึงถึงผลดี และผลเสียที่ อาจจะตามมา อีกทั้งผลของการกระทำนั้นย่อมส่งผลกระทบถึงตัวเราเองเช่นกัน 2.1.1 สถานการณ์ทรัพยากรป่าไม้ สถานการณ์ทางด้านทรัพยากรป่าไม้ของ 5 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของ สสภ.8 (กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์) ในปี 2550 จากฐานข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด (Provincial Operation Center : POC) และข้อมูลพื้นที่ป่าชายเลนจากสถิติป่าไม้ กรมป่าไม้ ดังตารางที่ 2-1 ตารางที่ 2-1 พื้นที่ป่าไม้แบ่งตามประเภทเขตพื้นที่ป่าไม้แยกรายจังหวัด ทะเบียนและเขตพื้นที่ป่าไม้ แบ่งตามประเภท 1. ป่าไม้ถาวรตามมติ คณะรัฐมนตรี 2. ป่าสงวนแห่งชาติ 3. อุทยานแห่งชาติ 4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 5. เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 6. วนอุทยาน 7. อัตราการขยายเพิ่มขึ้นของ พื้นที่ราชการที่มีการปลูกป่า 8. พื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ 9. พื้นที่ป่าชุมชน 10. พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 11. พื้นที่ป่าชายเลน 1/ รวม ข้อมูล ณ วันที่

กาญจนบุรี 252,805 2,157,864 2,872,500 2,104,381 56,250 1,344 - - - - - 7,445,151 31 ต.ค. 48

จังหวั ด ราชบุรี สมุทรสงคราม 1/ - 70,893 - 1,165,593.75 - - - 305,820 - - - - - 8,880 - - - - - - 8,000 - 8,000 1,004,369 2547 5 ต.ค. 50

เพชรบุรี 35,118 2,397,600 1,548,750 - 4,850 1,978 - - - - - 3,890,711 2548

ประจวบคีรีขันธ์ 46,868.75 1,760,395 92,378.12 195,000 - 9,029 - 1,124,376 487.04 516,650 - 1,974,088.75 11 ต.ค. 49

ที่มา : ระบบฐานข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด 4 จังหวัด (จังหวัดกาญจนบุรี http://61.7.153.155/kanchanaburi_poc/report/sar/support_management.php), (จังหวัดราชบุรี http://www.ratchaburi.go.th), (จังหวัดเพชรบุรี http://61.7.152.210/phetchaburi_poc/report/index.php), (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ http://61.7.153.171/prachuapkhirikhan_poc/report/sar/support_management.php) หมายเหตุ 1/ (http://www.forest.go.th/stat/stat50/tab6.html) บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 2

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 2.1.2 เหตุการณ์ในปี 2550 ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรป่าไม้ ตามประเด็นข่าวต่างๆ จากหนังสือพิมพ์ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รวบรวมไว้ในเว็บไซด์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น มีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับป่าไม้ ตลอดปี 2550 ในหลายๆ พื้นที่ด้วยกัน ซึ่งแต่ละพื้นที่มีสภาพปัญหาที่พบแตกต่างกันออกไป โดยภาพรวมแล้วจังหวัดในพื้นที่ของ สสภ.8 มีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้แยกรายจังหวัด ดังนี้ ✰ จังหวัดกาญจนบุรี เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรป่าไม้ อาทิ การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อถือครองกรรมสิทธิ์ ทั้งเพื่อทำการเกษตร ธุรกิจ และลักลอบตัดไม้ไปขาย รวมถึงการขออนุญาตทำเหมืองแต่งแร่ตะกั่ว

ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ นอกจากนี้แล้วยังมีผลกระทบด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามมาอีก อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี คือ โรงโม่หิน ในพื้นที่อำเภอท่าม่วง ซึ่งได้ขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ แต่มีผลกระทบที่เกี่ยวเนื่อง คือ ฝูงลิง และชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง เหตุการณ์การลักลอบตัดไม้ในที่ดินของรัฐ เป็นเหตุการณ์หนึ่ง

ที่เกิดขึ้นในปี 2550 โดยมีการลักลอบตัดไม้ในหลายๆ พื้นที่ด้วยกันโดยมีการลักลอบตัดไม้เศรษฐกิจ ขนาดใหญ่นำไปแปรรูป และเป็นการบุกรุกที่ดินป่าไม้ไปในตัวด้วย ✰ จังหวัดราชบุรี จังหวัดราชบุรี มีพื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันตั้งอยู่ในพื้นที่ แต่การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติทับซ้อนกับการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการปฏิรูปที่ดิน ทำให้มีราษฎรเข้าไปถือเอกสารสิทธิ์ครอบครอง (ส.ป.ก.) รวมถึงเหตุการณ์การบุกรุกพื้นที่ป่า ในพื้นที่

อำเภอสวนผึ้ง ✰ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่ไม่มีพื้นที่ป่าบก ดังนั้นพื้นที่ป่าทั้งหมดจะเป็น พื้นที่ป่าชายเลน สถานการณ์ทางด้านทรัพยากรป่าไม้ของจังหวัดสมุทรสงคราม ปี 2550 ตามสถิติ

ข้อมูลป่าไม้ของกรมป่าไม้ พบว่าจังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 7,000 ไร่ มีกิจกรรมในการปลูกป่าชายเลนของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ ป่าชายเลน ลดปัญหาการกัดเซาะตลิ่งและชายฝั่ง รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มถิ่นอาศัยของหิ่งห้อย ซึ่งนับเป็นสิ่งดึงดูดใจของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากนี้ทางจังหวัดได้ จัดสรรงบประมาณบูรณาการเพื่อส่งเสริม การปลูกป่าชายเลน อาทิ โครงการปลูกป่าชายเลน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นต้น บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 3

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

✰ จังหวัดเพชรบุรี พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ปี 2550 เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า ในหลายๆท้องที่ เพื่อถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อทำการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกพืชเศรษฐกิจ รวมถึงการบุกรุกป่าที่มีกลุ่มนายทุนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพื่อทำธุรกิจ อาทิ การสร้างรีสอร์ท เป็นต้น ✰ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ปี 2550 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นการบุกรุก

พื้นที่ป่า เพื่อทำการเกษตร ถือครองกรรมสิทธิ์ รวมถึงทำธุรกิจ อาทิ รีสอร์ท พื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุก

พื้นที่หนึ่ง คือ พื้นที่ป่าห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2.1.3 สถานการณ์ไฟป่า สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดทำข้อมูลด้านสถานการณ์ไฟป่า โดยมีสถิติการเกิดไฟป่าในภาคกลาง ดังนี้ ตารางที่ 2-2 สถิติการเกิดไฟป่าในพื้นที่ภาคกลาง วันที่เกิดไฟป่า 1 ตุลาคม 2549 – 30 กันยายน 2550 1 ตุลาคม 2550 – 30 เมษายน 2551

ความถี่ (ครั้ง) พื้นที่เสียหาย (ไร่) 824 18,974 568 14,356

สำหรับสถิติตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2550 – 30 เมษายน 2551 เฉพาะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เกิดไฟป่าจำนวนทั้งสิ้น 312 ครั้ง มีพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 7,293 ไร่ รายละเอียดดังตารางที่ 2-3 ตารางที่ 2-3 สถิติการเกิดไฟป่าแยกรายจังหวัดในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 จังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ รวม บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

1 ต.ค. 50 – 30 เม.ย. 51 ความถี่ (ครั้ง) พื้นที่เสียหาย (ไร่) 92 2,861 37 544 - - 79 930 104 2,958 312 7,293 2 - 4

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 2-1 จุดเกิดไฟป่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 – 31 ธันวาคม 2550 บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 5

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

2.2 ทรัพยากรสัตว์ป่า “สัตว์ป่า” โดยธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในแม่น้ำตามธรรมชาติ เป็นทรัพยากร ที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศและมีความสลับซับซ้อน สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้ทรัพยากรสัตว์ป่า จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาวะแวดล้อมและธรรมชาติ

ที่เปลี่ยนแปลงไป 2.2.1 สถานการณ์ทรัพยากรสัตว์ป่า สถานการณ์สัตว์ป่า ปี 2550 ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ข้อมูลที่ได้เป็น

สถานการณ์เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากในการศึกษางานวิจัยทางด้านสัตว์ป่าในธรรมชาติโดยแท้จริงแล้ว ค่อนข้างจะทำได้ยากเนื่องจากสัตว์ป่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งงบประมาณและผู้ชำนาญการ ทางด้านที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่ามีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งสามารถสรุปรายละเอียดได้ดังนี้ ✰ จังหวัดกาญจนบุรี สถานการณ์สัตว์ป่าในจังหวัดกาญจนบุรี ตามที่ได้มีการรวบรวมข่าวของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าในปี 2250 จังหวัดกาญจนบุรีมีช้างป่าบุกรุกทำลายพืชไร่ของเกษตรกร และได้มีการขอใช้พื้นที่เพื่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย รวมถึงสัตว์ในสวนสัตว์เปิดซาฟารี อำเภอบ่อพลอย รวมถึงโรงโม่หิน ได้รบกวนถิ่นที่อยู่อาศัยของฝูงลิงกว่า 3,000 ตัว ✰ จังหวัดราชบุร ี จังหวัดราชบุรี มีโครงการเตรียมสร้างสวนสัตว์เพื่อรองรับการท่องเที่ยว โดยมีพื้นที่

ที่คัดเลือกไว้ คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประทับช้าง เนื้อที่กว่าหนึ่งหมื่นไร่ มีสัตว์ป่าในพื้นที่กว่า 60 ชนิด ประมาณ 700 ตัว ส่วนใหญ่เป็นเสือโคร่ง เก้ง กวาง กว่า 200 ตัว และพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน เนื้อที่ 2,180 ไร่ มีสัตว์ป่าของกลางที่ได้จากการกักกันหรือจับกุม กว่า 64 ชนิด กว่า 500 ตัว เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ เหยี่ยวแดง นกเงือก เสือโคร่ง แมวดาว หมีขอ ลิงอุรังอุตัง เป็นต้น ✰ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวนช้างป่าในเขตพื้นป่ากุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามรายงานของมูลนิธิ WWF (World Wildlife Fund) ประเทศไทย พบว่ามีช้างป่าในพื้นป่ากุยบุรีประมาณ 120 ตัว ซึ่งมีปัญหาช้างป่า

บุกรุกเข้ามากัดกิน ทำลายพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกร นอกจากนี้แล้วยังมีนกอพยพตามฤดูกาล บริเวณทุ่งสามร้อยยอด และพื้นที่อื่นๆ บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 6

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

2.3 ทรัพยากรน้ำ ในพื้นที่ สสภ.8 ประกอบด้วย 3 ลุ่มน้ำหลัก คือ ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก (ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์) จากสภาพฝนและสภาพน้ำท่า ระหว่าง วันที่ 1 เมษายน 2550 – วันที่ 31 มีนาคม 2551 ของศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันตก กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถสรุปปริมาณน้ำฝน และปริมาณน้ำท่า ได้ดังนี้ 2.3.1 ปริมาณน้ำฝน ภาคตะวันตกมีจำนวนสถานีสำรวจปริมาณน้ำฝน จำนวนทั้งสิ้น 24 สถานี โดยแยกเป็น สถานีสำรวจปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง จำนวน 13 สถานี ลุ่มน้ำเพชรบุรี จำนวน 3 สถานี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก (ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์) จำนวน 8 สถานี โดยใน ปี 2550 มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำฝน จำนวนทั้งสิ้น 23 สถานี รายละเอียดดังตารางที่ 2-4 ตารางที่ 2-4 สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝน (ที่มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำท่าในปี 2550) วันที่เกิดไฟป่า

ความถี่ (ครั้ง) 13511 (HYDO7) 13211 (K.10) 13231 (K.12) 47161 (K.17) 13221 (K.22A) ลุ่มน้ำแม่กลอง 47271 (K.25) 13561 (K.32A) 13630 (K.37) 13571 (K.44) 13640 (K.53) 13650 (K.54) 47420 (K.61) 13851

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

พื้นที่เสียหาย (ไร่) ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันตก อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี บ้านลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี บ้านทุ่งนานางหรอก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ต.บ้านบ่อ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี บ้านห้วยแม่น้ำน้อย อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี อ.บ้านคา จ.ราชบุรี บ้านบ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี บ้านวังเย็น อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บ้านทุ่งโป่ง อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี บ้านศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี บ้านลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี บ้านด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี อบต.หนองรี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

2 - 7

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 2-4 (ต่อ) สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝน (ที่มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำท่าในปี 2550) วันที่เกิดไฟป่า ลุ่มน้ำเพชรบุรี ลุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเล อ่าวไทยตะวันตก

ความถี่ (ครั้ง) B.5 B.8A B.11 45171 (Gt.6) 45221 (Gt.7) 45231 (Gt.9) 45181 (Ky.2) 45290 45300 45370

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

พื้นที่เสียหาย (ไร่) อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี บ้านในล็อค อ.ร่อนทอง จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ บ้านหาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โครงการประจวบฯ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดงไม้งาม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

2 - 8

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 2-2 แผนที่แสดงที่ตั้งสถานีสำรวจปริมาณน้ำฝน บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 9

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ✰ ลุ่มน้ำแม่กลอง สถานีสำรวจปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำแม่กลองจำนวนทั้งสิ้น 13 สถานี โดยข้อมูลในปี 2550 พบว่าปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปี 2550 (เมษายน 2550 - มีนาคม 2551) อยู่ในช่วง 0–326.7 มม. โดย ปริมาณน้ำฝนแต่ละสถานีสำรวจจะมีปริมาณน้ำฝนหนาแน่นในเดือนพฤษภาคม 2550 และช่วงเดือน กรกฎาคม-ตุลาคม 2550 ส่วนปริมาณน้ำฝนน้อยหรือไม่มีวันฝนตกจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 2550 และ มกราคม 2551

ภาพที่ 2-3 กราฟแสดงปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำแม่กลองรายสถานีในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51)

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 10

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ✰ ลุ่มน้ำเพชรบุรี สถานีสำรวจปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำเพชรบุรีจำนวนทั้งสิ้น 3 สถานี ในปี 2550 พบว่า ปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปี 2550 (เมษายน 2550 - มีนาคม 2551) อยู่ในช่วง 0.00 – 400.3 มม. โดยปริมาณน้ำฝนแต่ละสถานีสำรวจจะมีปริมาณน้ำฝนหนาแน่นในเดือนพฤษภาคม 2550 ส่วนปริมาณ น้ำฝนน้อยหรือไม่มีวันฝนตกจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 2550 - มกราคม 2551 และเดือนมีนาคม 2551 ของสถานีตรวจวัด B.8A

ภาพที่ 2-4 กราฟแสดงปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำแม่เพชรบุรีรายสถานีในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51)

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 11

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ✰ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก สถานีสำรวจปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก จำนวนทั้งสิ้น 8 สถานี โดยในปี 2550 มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำฝนจำนวนทั้งสิ้น 7 สถานี (ยกเว้นสถานี 45121) พบว่า ปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปี 2550 (เมษายน 2550 - มีนาคม 2551) อยู่ในช่วง 0 – 464.7 มม. โดย ปริมาณน้ำฝนแต่ละสถานีสำรวจจะมีปริมาณน้ำฝนหนาแน่นในเดือนพฤษภาคม 2550 ส่วนปริมาณ น้ำฝนน้อยหรือไม่มีวันฝนตกจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 2550 และ มกราคม 2551

ภาพที่ 2-5 กราฟแสดงปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก รายสถานีในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51)

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 12

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 2.3.2 ปริมาณน้ำท่า ภาคตะวันตกมีจำนวนสถานีสำรวจปริมาณน้ำท่า จำนวนทั้งสิ้น 40 สถานี โดยแยก เป็นสถานีสำรวจปริมาณน้ำท่าในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง จำนวน 21 สถานี ลุ่มน้ำเพชรบุรี จำนวน 8 สถานี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก (ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์) จำนวน 11 สถานี โดย ในปี 2550 มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำท่าจำนวนทั้งสิ้น 36 สถานี รายละเอียดดังตารางที่ 2-5 ตารางที่ 2-5 สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำท่า (ที่มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำท่าในปี 2550) ลุ่มน้ำ สถานี บริเวณ K.10 แม่น้ำแควน้อย อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี K.11A แม่น้ำแม่กลอง บ้านวังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี K.12 ลำตะเพิน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี K.17 ลำภาชี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี K.22B ห้วยแม่น้ำน้อย อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ลุ่มน้ำ K.25A ห้วยท่าเคย อ.บ้านคา จ.ราชบุรี แม่กลอง K.30 ห้วยแม่เลาะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี K.31 ห้วยแม่น้ำน้อย อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี K.32A ห้วยบ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี K.35A แม่น้ำแควใหญ่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ลุ่มน้ำ B.3A แม่น้ำเพชรบุรี อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพชรบุรี B.6 ห้วยแม่ประจันต์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี B.8A ห้วยผาก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ลุ่มน้ำ Ky.3 แม่น้ำกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชายฝั่งทะเล Gt.8 คลองหว้าโทน อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ่าวไทย Gt.9 แม่น้ำทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตะวันตก Gt.10 คลองกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ Gt.11 คลองใหญ่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 13

สถานี K.37 K.38A K.39 K.50 K.53 K.54 K.58 K.60 K.61 K.62 B.9 B.10 B.11 Gt.15 Gt.16 Gt.17 Gt.18 Gt.19

บริเวณ แม่น้ำแควน้อย อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ห้วยลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ห้วยองทิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ห้วยดิโส อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ห้วยแม่กระบาล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี แม่น้ำแควน้อย อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี แม่น้ำแควน้อย บ้านปากแซง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ห้วยกุยมั่ง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อ.จอมบึง จ.ราชบุรี อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี แม่น้ำเพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ห้วยแม่ประจันต์ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ คลองหินจวง อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ คลองจะกระ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ คลองอ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 2-6 แผนที่แสดงที่ตั้งสถานีสำรวจปริมาณน้ำท่า บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 14

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ✰ ลุ่มน้ำแม่กลอง สถานีสำรวจปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำแม่กลองจำนวนทั้งสิ้น 21 สถานี โดยในปี 2550 มีข้อมูล การสำรวจปริมาณน้ำท่าจำนวนทั้งสิ้น 20 สถานี (ยกเว้นสถานี K.36 แควใหญ่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี) พบว่าปริมาณน้ำท่าตลอดทั้งปี 2550 (เมษายน 2550 - มีนาคม 2551) อยู่ในช่วง 0.22 – 1,121.7 ลบ.ม. โดยปริมาณน้ำท่ารายเดือนตลอดทั้งปีมีปริมาณมากกว่า 200 ลบ.ม. จำนวน 6 สถานี บริเวณสถานี K.10, K.11A, K.35A, K.37, K.54 และ K.58 นอกเหนือจากสถานีที่กล่าวมาแล้วนี้มีปริมาณน้ำรายเดือน ตลอดทั้งปี ต่ำกว่า 200 ลบ.ม.

ภาพที่ 2-7 กราฟแสดงปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำแม่กลองรายสถานีในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51) หมายเหตุ : สถานี K.36 ไม่มีข้อมูลในปี 2550

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 15

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

✰ ลุ่มน้ำเพชรบุรี

สถานีสำรวจปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำเพชรบุรีจำนวนทั้งสิ้น 8 สถานี โดยในปี 2550 มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำท่าจำนวนทั้งสิ้น 6 สถานี (ยกเว้นสถานี B.12 และ B.13) พบว่า ปริมาณน้ำท่าตลอดทั้งปี 2550 (เมษายน 2550 - มีนาคม 2551) อยู่ในช่วง 0.00 – 268.20 ลบ.ม.

ภาพที่ 2-8 กราฟแสดงปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำเพชรบุรีรายสถานีในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51) หมายเหตุ : สถานี B.12 , B.13 ไม่มีข้อมูลในปี 2550

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 16

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

✰ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก

สถานีสำรวจปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก จำนวนทั้งสิ้น 11 สถานี โดยในปี 2550 มีข้อมูลการสำรวจปริมาณน้ำท่าจำนวนทั้งสิ้น 10 สถานี (ยกเว้นสถานี GT.7) พบว่า ปริมาณน้ำท่าตลอดทั้งปี 2550 (เมษายน 2550 - มีนาคม 2551) อยู่ในช่วง 0.01 – 22.05 ลบ.ม.

ภาพที่ 2-9 กราฟแสดงปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก รายสถานีในปี 2550 (เม.ย. 50-มี.ค.51) หมายเหตุ : สถานี Gt.7 ไม่มีข้อมูลในปี 2550

บทที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติ

2 - 17

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

º··Õè 3

ÀÒÇÐÁžÔÉ

สถานการณ์ภาวะมลพิษ ปี 2550 เป็นการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังและควบคุม คุณภาพสิ่งแวดล้อม อาทิ การตรวจวัดปริมาณมลพิษด้านน้ำและอากาศ แล้วนำข้อมูลการตรวจวัด มาเรียบเรียง วิเคราะห์ แปลผล เปรียบเทียบกับมาตรฐาน และสรุปรายงานเป็นสถานการณ์ด้าน ภาวะมลพิษ ในพื้นที่ 5 จังหวัดในความรับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 (สสภ.8) คือ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ แบ่งออกเป็น 5 หัวข้อ ดังนี้ 3.1 สถานการณ์คุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน ได้แก่ ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก ซึ่งประกอบไปด้วยแม่น้ำสายหลัก จำนวน 6 สาย คือ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำกุยบุรี 3.2 สถานการณ์คุณภาพน้ำคลองที่สำคัญ ได้แก่ คลองดำเนินสะดวก และคลองวัดประดู่ จังหวัดราชบุรี 3.3 โครงการประเมินชายหาดท่องเที่ยว ประกอบด้วยผลการประเมินชายหาดตาม กิจกรรมการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดท่องเที่ยวหรือ “เติมดาวให้หาดเดิม” ภายใต้โครงการชายหาดติดดาว ของกรมควบคุมมลพิษ 3.4 สถานการณ์ระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสีย ประกอบด้วยข้อมูล เกี่ยวกับระบบรวมรวมน้ำเสียในพื้นที่รับผิดชอบและปัญหาเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสีย ทั้ง 9 แห่ง จากจำนวน 8 เทศบาล ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 3.5 สถานการณ์การจัดการขยะมูลฝอย ประกอบด้วยข้อมูลการจัดการขยะมูลฝอย ของเทศบาลในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสภ.8 รวมทั้งปัญหาในด้านการจัดการขยะมูลฝอย 3.6 สถานการณ์คุณภาพอากาศในบรรยากาศ ประกอบด้วยข้อมูลคุณภาพอากาศ ในบรรยากาศที่ได้จากเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ บริเวณศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 1 เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2550 บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3-1

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

3.1 สถานการณ์คุณภาพน้ำแหล่งน้ำºิวดิน สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ได้รับมอบภารกิจให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ แหล่งน้ำผิวดิน ประเภทแหล่งน้ำจืด ที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบ จำนวน 3 ลุ่มน้ำ คือ

✰ ลุ่มน้ำแม่กลอง จำนวนสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ รวม 24 สถานี ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง

จำนวน 12 สถานี แม่น้ำแควน้อย จำนวน 7 สถานี และ แม่น้ำแควใหญ่ จำนวน สถานี ✰ ลุ่มน้ำเพชรบุรี จำนวนสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ รวม 10 สถานี ✰ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก จำนวนสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ รวม 7 สถานี ได้แก่ แม่น้ำปราณบุรี จำนวน 5 สถานี และแม่น้ำกุยบุรี จำนวน 2 สถานี คุณภาพน้ำในภาพรวมทุกลุ่มน้ำในพื้นที่ สสภ.8 ในปี 2550 นั้น จำแนกประเภทตามมาตรฐาน คุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน ได้ดังภาพที่ 3-1

ภาพที่ 3-1 กราฟแสดงการจำแนกประเภทแหล่งน้ำในทุกลุ่มน้ำในพื้นที่ สสภ.8 ปี 2550

บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3-2

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 3.1.1 ลุ่มน้ำแม่กลอง ✰ แม่น้ำแม่กลอง ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำแม่กลอง จำนวน 12 สถานี พบว่า คุณภาพน้ำเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ (กรมควบคุมมลพิษ ประกาศให้แม่น้ำแม่กลองตลอดทั้งสายเป็นแหล่งน้ำประเภทที่ 3) จำนวน 9 สถานี คิดเป็นร้อยละ 75.0 โดยดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญคือ ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (ฺBOD) ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (TCB) และปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB)

ภาพที่ 3-2 กราฟแสดงการจำแนกประเภทแหล่งน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง 2550

✰ แม่น้ำแควน้อย ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำแควน้อย จำนวน 7 สถานี พบว่า คุณภาพน้ำเฉลี่ยจัดอยู่ในประเภทต่ำ (ประเภทที่ 4) จำนวน 2 สถานี คิดเป็นร้อยละ 28.6 โดยดัชนี ชี้วัดคุณภาพน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญคือ ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (ฺBOD) ปริมาณ โคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (TCB) และปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB) ✰ แม่น้ำแควใหญ่ ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำแควน้อย จำนวน 7 สถานี พบว่า คุณภาพน้ำเฉลี่ยจัดอยู่ในประเภทต่ำ (ประเภทที่ 4) จำนวน 3 สถานี คิดเป็นร้อยละ 60.0 โดยดัชนี ชี้วัดคุณภาพน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญคือ ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD) บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3-3

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 3.1.2 ลุ่มน้ำเพชรบุรี ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำเพชรบุรี จำนวน 10 สถานี พบว่า แม่น้ำ เพชรบุรีตอนบน จำนวน 3 สถานี คุณภาพน้ำเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกรมควบคุม มลพิษ (กรมควบคุมมลพิษประกาศให้แม่น้ำแม่น้ำเพชรบุรีตอนบน ตั้งแต่ท้ายเขื่อนแก่งกระจานถึง ท้ายเขื่อนเพชรบุรี เป็นแหล่งน้ำประเภทที่ 2) จำนวน 3 สถานี คิดเป็นร้อยละ 100.0 และแม่น้ำ เพชรบุรีตอนล่าง จำนวน 7 สถานี คุณภาพน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกรมควบคุม มลพิษ (กรมควบคุมมลพิษประกาศให้แม่น้ำแม่น้ำเพชรบุรีตอนล่าง ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเพชรบุรีถึง ปากแม่น้ำเพชรบุรี เป็นแหล่งน้ำประเภทที่ 3) จำนวน 6 สถานี คิดเป็นร้อยละ 85.7 เมื่อพิจารณา ภาพรวมแล้วพบว่าคุณภาพน้ำเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึง 9 สถานี คิดเป็นร้อยละ 90.0 โดย ดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญ คือ ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (ฺBOD) ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (TCB) และปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB)

ภาพที่ 3-3 กราฟแสดงการจำแนกประเภทแหล่งน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี 2550

บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3-4

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 3.1.3 ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก ✰ แม่น้ำปราณบุรี ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำปราณบุรี จำนวน 5 สถานี พบว่า คุณภาพน้ำเฉลี่ยจัดอยู่ในประเภทต่ำ (ประเภทที่ 4) จำนวน 9 สถานี คิดเป็นร้อยละ 80.0 โดย ดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญ คือ ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD) ✰ แม่น้ำกุยบุรี ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำกุยบุรี จำนวน 2 สถานี พบว่า คุณภาพน้ำ เฉลี่ยจัดอยู่ในประเภทต่ำ (ประเภทที่ 4) จำนวน 1 สถานี คิดเป็นร้อยละ 50.0 โดยดัชนีชี้วัด คุณภาพน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญ คือ ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD)

ภาพที่ 3-4 กราฟแสดงการจำแนกประเภทแหล่งน้ำลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก 2550

บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3-5

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

3.2 สถานการณ์คุณภาพน้ำคลองที่สำคัญ

3.2.1 คลองดำเนินสะดวก

ในปี 2550 คุณภาพน้ำคลองดำเนินสะดวก ยังคงมีความเสื่อมโทรม เช่นเดียวกับ ปี 2549 จากค่าเฉลี่ยการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ของ สสภ.8 จำนวน 4 ครั้ง และนำมาเปรียบเทียบ กับมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2537) พบว่า คุณภาพน้ำส่วนใหญ่ จัดเป็นแหล่งน้ำที่มีคุณภาพประเภทที่ 4 ซึ่งเป็นแหล่งน้ำ ที่มีคุณภาพต่ำ สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการอุตสาหกรรมเท่านั้น ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้เพื่อ การอุปโภคและบริโภค แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภค เนื่องจากไม่สามารถ หาแหล่งน้ำอื่นได้ จะต้องมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำเป็นพิเศษ และฆ่าเชื้อโรคก่อน ตารางที่ 3-1 ค่าเฉลี่ยคุณภาพน้ำคลองดำเนินสะดวก ปี 2550

ปัญหาคุณภาพน้ำที่สำคัญของคลองดำเนินสะดวก ได้แก่ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD) ปริมาณการปนเปื้อนของแบคทีเรียประเภท โคลิฟอร์ม (TCB) และปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB)

บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3 - 6

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 3-5 กราฟเปรียบเทียบปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำระหว่างปี 2549 - 2550 2549 - 2550

ภาพที่ 3-6 กราฟเปรียบเทียบค่าความสกปรกในรูปบีโอดี (BOD) คลองดำเนินสะดวก ระหว่างปี 2549 – 2550 บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3-7

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 3-7 กราฟปริมาณแบคทีเรียในรูปโคลิฟอร์มของคลองดำเนินสะดวกระหว่างปี 2549 - 2550 2549 - 2550

ภาพที่ 3-8 กราฟเปรียบเทียบปริมาณแบคทีเรียในรูปฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ของคลองดำเนินสะดวก ปี 2549 - 2550 2549 - 2550 บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3-8

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 3.2.2 คลองวัดประดู่ จากข้อมูลการสำรวจภาคสนามตามโครงการศึกษาปัญหาการจัดการน้ำเสียเพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนพื้นที่คลองวัดประดู่และคลองสาขา จังหวัดราชบุรี โดยบริษัท อีแพค จำกัด ซึ่งติดตามตรวจวัดคุณภาพน้ำจำนวน 2 ครั้ง จากสถานีตรวจวัดทั้งสิ้น 12 สถานี สามารถแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำได้ดังนี้ ✰ ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำครั้งที่ 1 วันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2550 (ฤดูแล้ง) คุณภาพน้ำจากการตรวจวัดทั้ง 12 แห่ง จัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 4 จำนวน 6 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 50 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด และ จัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 5 จำนวน 6 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 50 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด โดยมีระดับความรุนแรง ของปัญหาคุณภาพน้ำ คือ ปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB) ปริมาณความสกปรกในรูป

สารอินทรีย์ (BOD) ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) และ ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (TCB) ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ - FCB (มากกว่า 4,000 เอ็มพีเอ็นต่อ 100 มิลลิลิตร) เป็นตัวบ่งชี้สาเหตุการปนเปื้อน จากสิ่งขับถ่ายจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น มนุษย์ วัว สุกร ฯลฯ อันจะส่งผลให้มีความเสี่ยง ที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหารมากขึ้น จำนวน 7 สถานี คิดเป็นร้อยละ 58.3 - BOD (มากกว่า 4 มิลลิกรัมต่อลิตร) ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง เนื่องจากถูกจุลินทรีย์นำไปใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ส่งผลให้น้ำมีความสกปรกมากขึ้น จำนวน 6 สถานี คิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด - DO (ต่ำกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร)จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ จำนวน 2 สถานี คิดเป็นร้อยละ 10 ของจำนวนสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด - TCB (มากกว่า 20,000 เอ็มพีเอ็นต่อ 100 มิลลิลิตร) ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่ก่อให้เกิด

โรคทางเดิ นอาหารมากขึ้น จำนวน 1 สถานี คิดเป็นร้อยละ 8.3 ของจำนวนสถานีตรวจวัด คุณภาพน้ำทั้งหมด ✰ ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำครั้งที่ 2 วันที่ 1-2 สิงหาคม 2550 (ฤดูฝน) คุณภาพน้ำจากการตรวจวัดทั้ง 12 แห่ง จัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 3 จำนวน 2 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด จัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 4 จำนวน 4 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 33.3 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด และจัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 5 บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3 - 9

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

จำนวน 6 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 50 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด โดยมีระดับความรุนแรง ของปัญหาคุณภาพน้ำ คือ ปริมาณความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ (BOD) โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ - BOD (มากกว่า 4 มิลลิกรัมต่อลิตร) ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง เนื่องจากถูกจุลินทรีย์นำไปใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ส่งผลให้น้ำมีความสกปรกมากขึ้น จำนวน 6 สถานี คิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด ✰ สรุปผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำคลองวัดประดู่ ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในฤดูฝนมีแนวโน้มคุณภาพน้ำดี เนื่องจากประเภทน้ำ แหล่งน้ำจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น และระดับความรุนแรงปัญหาคุณภาพน้ำลดลง แต่อย่างไรก็ตาม สังเกตได้ว่าปริมาณความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ (BOD) ยังอยู่ในระดับเดิม ซึ่งส่งผลให้จำนวน ประเภทแหล่งน้ำประเภทที่ 5 (เสื่อมโทรมมาก) ยังอยู่ในระดับเดิม คือ จำนวน 6 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 50 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งหมด 3.3 โครงการประเมินชายหาดท่องเที่ยว เนื ่ อ งด้ ว ยปี 2550 เป็ น ปี ม หามงคลที ่ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ ห ั ว ฯ ทรงเจริ ญ พระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดกิจกรรมการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมชายหาดท่องเที่ยวหรือ “เติมดาวให้หาดเดิม” ขึ้น ภายใต้โครงการชายหาดติดดาว เพื่อสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณชายหาด และเพื่อให้การรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกถึงความสำนึกใน

พระมหากรุณาธิคุณ และถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กรมควบคุมมลพิษ

ได้เชิญชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาชายหาด เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีชายหาดที่เข้าร่วม กิจกรรมทั้งสิ้น 74 หาดทั่วประเทศ โดยในพื้นที่ สสภ.8 นั้น เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 4 หาด ซึ่งมีผล การประเมินดังตารางที่ 3-2

บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3 - 10

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 3-2 ชายหาดท่องเที่ยวในพื้นที่ความรับผิดชอบ สสภ.8 ที่เข้าร่วมกิจกรรม ลำดับที่ 1 2 3 4

จังหวัด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ประจวบคีรีขันธ์ ประจวบคีรีขันธ์

ชื่อหาด หาดหน้าวัดสมุทรธาราม หาดหัวหิน หาดนเรศวร (บางสะพาน) หาดนเรศวร (ปราณบุรี)

ผลการประเมิน ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★

3.4 สถานการณ์ระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสีย เทศบาลในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ที่มีระบบบำบัดน้ำเสีย

ชุมชนขนาดใหญ่ รวม 8 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เทศบาล เมืองราชบุรี เทศบาลเมืองบ้านโป่ง เทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี เทศบาลเมืองเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และเทศบาลเมืองหัวหิน (ระยะที่ 1 และระยะที่ 2) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการดำเนินงานติดตามตรวจสอบประเมินระบบบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่ความรับผิดชอบ ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ทั้ง 9 แห่ง ใน 8 เทศบาล ปี 2550 มีเทศบาลที่มีระบบรวบรวม น้ำเสียคลอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของเทศบาลแล้ว จำนวน 4 เทศบาล คือ เทศบาลเมืองราชบุรี เทศบาลเมืองบ้านโป่ง เทศบาลเมืองโพธาราม และเทศบาลเมืองเพชรบุรี ส่วนอีก 4 เทศบาล มีระบบรวบรวมน้ำเสียคลอบคลุมพื้นที่ ดังนี้ เทศบาลเมืองกาญจนบุรี คลอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 90 เทศบาลเมืองชะอำ คลอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 7.27 เทศบาลเมืองหัวหิน คลอบคลุมพื้นที่ 26.6 และ เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ คลอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 57.14 ซึ่งสามารถสรุปสภาพปัญหาที่สำคัญ และข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขตามสภาพปัญหาของระบบบำบัดน้ำเสีย ดังนี้ ✰ ระบบบำบัดน้ำเสียเกือบทุกแห่ง มีความสามารถในการรองรับน้ำเสียได้มากกว่า ปริมาณน้ำเสียที่เข้าจริงในแต่ละวัน ทำให้เกิดปัญหาประสิทธิภาพของระบบไม่ได้ตามเงื่อนไข ที่ออกแบบไว้ จึงควรให้มีการศึกษาความเหมาะสมในการรวบรวมน้ำเสียบริเวณใกล้เคียง เพื่อนำมา บำบัดในระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งมีความสามารถในการรองรับน้ำเสียได้เพียงพอ ✰ คุณภาพน้ำทิ้งของระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อผึ่ง และบ่อเติมอากาศ มีปัญหาน้ำ มีสีเขียว ความเป็นกรด - ด่าง (pH) และปริมาณของแข็งแขวนลอย (SS) สูง จึงควรให้มีการศึกษา การกำจัดสาหร่ายในบ่อสุดท้ายของระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อผึ่ง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3 - 11

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ✰ จากการสอบถามผู้ดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย พบว่าส่วนใหญ่ผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียน้อยกว่า ระบบรวบรวมน้ำเสียและผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มักจะให้ลดค่าใช้จ่ายของระบบบำบัดน้ำเสีย ลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามาก ดังนั้นควรให้มีการพิจารณา จัดเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับการเดินระบบบำบัดน้ำเสียให้ อปท. ตามความเหมาะสม ✰ ควรมีการเปลี่ยน วัสดุ - อุปกรณ์ของระบบบำบัดน้ำเสียที่มีอายุการใช้งานมานาน หรือหมดสภาพ และควรจัดให้มีการซ่อมบำรุง กรณี วัสดุ – อุปกรณ์ ที่ชำรุดบ่อย รวมทั้งควรมี

การจัดเตรียมเครื่องจักร วัสดุ – อุปกรณ์สำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน ตารางที่ 3-3 ระบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ สสภ.8 เทศบาล เทศบาลเมืองกาญจนบุรี เทศบาลเมืองบ้านโป่ง เทศบาลเมืองโพธาราม เทศบาลเมืองเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน (ระยะที่ 1) เทศบาลเมืองหัวหิน (ระยะที่ 2) เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลเมืองราชบุรี

บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

ระบบบำบัดน้ำเสีย บ่อเติมอากาศแบบคลองวนเวียน บ่อปรับเสถียร บ่อเติมอากาศแบบคลองวนเวียน บ่อปรับเสถียร บ่อเติมอากาศ จานหมุนชีวภาพ บ่อเติมอากาศแบบคลองวนเวียน บ่อเติมอากาศ บ่อปรับเสถียร

3 - 12

พื้นที่ ร้อยละ พื้นที ่ ให้บริการ พืน้ ที่ ตร.กม ตร.กม. ให้บริการ 9.16 8.2 90 2.91 2.91 100 2.6 2.6 100 5.4 5.4 100 110 8 7.27 86.36 23 26.6 14 7.8 57.14 8.7 8.7 100

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 3-4 ข้อมูลการบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่ สสภ.8 ปริมาณ ความสามารถ น้ำเสีย เทศบาล ในการรองรับ เข้าระบบ น้ำเสีย (ลบ.ม.) (ลบ.ม.) เทศบาลเมืองกาญจนบุรี 24,000 8,000 เทศบาลเมืองบ้านโป่ง 5,000 2,500 เทศบาลเมืองโพธาราม 5,000 2,200 เทศบาลเมืองเพชรบุรี 10,000 4,000 เทศบาลเมืองชะอำ 17,000 3,500 เทศบาลเมืองหัวหิน (ระยะที่ 1) 8,000 8,000 เทศบาลเมืองหัวหิน (ระยะที่ 2) 17,000 5,000 เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ 8,500 2,500 เทศบาลเมืองราชบุรี 20,000 -

ค่าใช้จ่าย ในการ บำบัดเฉลี่ย (บาท/ลบ.ม.) 1.72 0.77 3.18 0.77 3.36 1.98 2.07 -

เกณฑ์ประสิทธิภาพ ของระบบ บำบัดน้ำเสีย ดี ต้องปรับปรุง (ในส่วนของระบบ รวบรวมน้ำเสีย) ดี ปานกลาง ระดับดี ดี (มีปัญหาเกี่ยวกับ อุปกรณ์ชำรุด) ดี ดี พอใช้

3.5 สถานการณ์การจัดการมูลฝอย จากการสำรวจของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 เมื่อปี พ.ศ.2549 พบว่าประชากรใน เขตเทศบาลผลิตขยะมูลฝอยเฉลี่ยวันละ 0.96 กิโลกรัม/คน ดังนั้นขยะมูลฝอยของเทศบาลทั้งหมด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 จำนวน 84 แห่ง จะมีปริมาณขยะมูลฝอย รวม 741.32 ตัน/วัน ในด้านการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาล พบว่าทุกเทศบาลมีระบบการเก็บขนของตนเอง โดยสามารถดำเนินการเก็บขนขยะมูลฝอยในพื้นที่ชุมชนหนาแน่นได้ทั้งหมด แต่บางเทศบาลซึ่งมี พื้นที่ขนาดใหญ่จะมีขยะมูลฝอยตกค้างบ้างในพื้นที่ที่มีประชากรอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย ซึ่งประชากร กลุ่มนี้จะดำเนินการกำจัดขยะมูลฝอยเอง โดยวิธีการกองเผากลางแจ้ง หรือกองทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3 - 13

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ส่วนวิธีการกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลส่วนใหญ่ใช้วิธีเทกองบนพื้นแล้วฝังกลบเป็นครั้งคราว ปีละ 1-2 ครั้ง นอกจากนั้นจะมีบางเทศบาลใช้วิธีการกองแล้วเผากลางแจ้ง เนื่องจากมีพื้นที่สำหรับกำจัด ขยะมูลฝอยน้อยจึงเผาเพื่อลดปริมาณขยะ ในเขตพื้นที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 มีเทศบาลที่มีระบบกำจัดขยะมูลฝอยที่ถูก หลักสุขาภิบาลเพียง 3 แห่ง คือ เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และเทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง 3 แห่งนี้เป็นระบบกำจัด ขยะมูลฝอยแบบฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล แต่สำหรับเทศบาลเมืองสมุทรสงครามขณะนี้ ระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลเองไม่สามารถเปิดดำเนินการได้เนื่องจากพื้นที่กำจัดขยะมูลฝอย อยู่นอกเขตเทศบาล และได้รับการต่อต้านจากประชาชนเจ้าของพื้นที่ เทศบาลจึงต้องใช้วิธีจ้าง เอกชนนำขยะไปกำจัด ส่วนของเทศบาลเมืองชะอำ และเทศบาลเมืองหัวหิน ระบบกำจัดขยะ ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ปัญหาสำคัญของการกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สสภ.8 คือ การจัดหาพื้นที่สำหรับก่อสร้างระบบการกำจัดขยะมูลฝอยแบบถูกหลักสุขาภิบาล เนื่องจาก ประชาชน ขาดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการกำจัดขยะมูลฝอยอย่างถูกหลักวิชาการ จึงเกิด กระแสต่อต้านจากมวลชนที่ตั้งอยู่ข้างเคียงสถานีที่ที่จะถูกใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างโครงการกำจัด ขยะมูลฝอย จึงทำให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลไม่สามารถดำเนินโครงการจัดการ มูลฝอยแบบถูกหลักวิชาการได้

ภาพที่ 3-9 สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองหัวหิน บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3 - 14

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

3.6 สถานการณ์คุณภาพอากาศในบรรยากาศ กรมควบคุมมลพิษ โดย สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง ได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัด คุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ บริเวณศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 1 เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ผลการตรวจวัด

คุณภาพอากาศ ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2550 พบว่ามีปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก (PM10) สูงเกินมาตรฐาน โดยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศ 12 เดือนใน ปี 2550 จำนวน 332 ข้อมูล โดยพบว่ามีจำนวนวันที่เกินมาตรฐาน รวมทั้งสิ้น 16 วัน คิดเป็นร้อยละ 4.8 ของข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศตลอดทั้งปี และพบว่าในเดือนพฤศจิกายน กุมภาพันธ์ มีจำนวนวันที่เกินมาตรฐานมากที่สุด คือ 5 และ 4 วันตามลำดับ สาเหตุเนื่องมาจากในช่วงนี ้

จะมีความกดอากาศสูง สภาพอากาศนิ่ง ไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของสารมลพิษทางอากาศ แต่อย่างไรก็ตามใน ปีนี้ก๊าซโอโซน (O3) ไม่พบว่ามีค่าเกินมาตรฐานเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 รวมถึง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ที่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตารางที่ 3-5 ข้อมูลคุณภาพอากาศบริเวณศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 1 เขตเทศบาลเมืองราชบุรี เดือนมกราคม – ธันวาคม 2550 ช่วงค่า เปอร์เซ็นต์ ค่า ค่าเฉลี่ย สารมลพิษ หน่วย จำนวน 1/ ที่วัดได้ ไทล์ที่ 95 มาตรฐาน 1 ปี ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า (ไมโครกรัม/ 10 ไมครอน (PM10) ลูกบาศก์ 13.2- 144.9 119.7 120 16/331(4.8) 60.0 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เมตร) 0.1 -26.8 9.54 300 0/325(0) 3.0 ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เฉลี่ย 1ชั่วโมง ppb 0.6- 35.4 20.7 170 0/281(0) 8.1 ก๊าซไนโตรเจน (NO2) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง ppb 0-3.7 1.2 30 0/314(0) 0.6 ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ppm เฉลี่ย 1 ชั่วโมง 1 ppb ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ppm 0- 3.6 1.2 9 0/307(0) 0.6 เฉลี่ย 8 ชั่วโมง 1 ppb ก๊าซโอโซน (O3) ppb 2.9-53.6 43.8 100 0/304(0) 24.5 เฉลี่ย 1 ชั่วโมง 1 ppb ที่มา : กรมควบคุมมลพิษ ( http://www.aqnis.pcd.go.th) หมายเหตุ 1/ จำนวนครั้งที่เกินมาตรฐาน/จำนวนครั้งที่ตรวจวัด (ร้อยละ) บทที่ 3 ภาวะมลพิษ

3 - 15

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

º··Õè 4

ÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁÁ¹Øɏ

สิ่งแวดล้อมมนุษย์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และส่งผลต่อไปในอนาคต สิ่งแวดล้อมมนุษย์มักขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากร ค่านิยม ทัศนคติ และพฤติกรรมของมนุษย์เป็นสำคัญ ดังนั้นหากปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นเปลี่ยนไป อย่างรวดเร็วและขาดการจัดการที่เหมาะสม จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้โดยตรง สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมมนุษย์ พ.ศ.2551 เป็นการนำเสนอข้อมูลของจังหวัดเพชรบุรี ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ได้ดำเนินการโครงการจัดทำข้อมูลสิ่งแวดล้อมรายสาขาแหล่งธรรมชาติ และแหล่งศิลปกรรมอันควรอนุรักษ์ กรณีศึกษาจังหวัดเพชรบุรี โดยเนื้อหาประกอบไปด้วย 4.1 สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ประกอบด้วย ความหมายของแหล่งธรรมชาติ ประเภท คุณค่า หรือความสำคัญของแหล่งธรรมชาติ และสถานการณ์ของแหล่งธรรมชาติในจังหวัดเพชรบุรี 4.2 สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม/วัฒนธรรม ประกอบด้วย ความหมายของแหล่งศิลปกรรม/ วัฒนาธรรม ประเภท คุณค่าหรือความสำคัญของแหล่งศิลปกรรม/วัฒนาธรรม สถานการณ์ของ แหล่งศิลปกรรม/วัฒนาธรรมในจังหวัดเพชรบุรี การอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม และการจัดการ ทรัพยากรวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน 4.3 แหล่งท่องเที่ยว ประกอบด้วย ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีตามข้อมูลของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 4.4 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประกอบด้วย ประวัติความเป็นมา จุดเด่นที่น่าสนใจ ในอุทยาน ปัญหาที่สำคัญในอุทยาน เป็นต้น ซึ่งนับว่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ สำคัญอันดับต้นๆ ของจังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดเริ่มต้นโครงการที่สำนักงาน ได้ดำเนินงานใน ปี 2551 เนื่องจากพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีมรดกทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมหลากหลาย ประเภท บางแห่งมีคุณค่าความสำคัญในระดับประเทศ บางแห่งมีความสำคัญเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น รวมทั้งพื้นที่บางส่วนได้ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องจัดทำรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนการดำเนินการ โครงการใดๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4-1

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

4.1 สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ

4.1.1 ความหมายและประเภทของธรรมชาติ

✩ ธรรมชาติ (ในเชิงของการอนุรักษ์) หมายถึง สิ่งที่มีอยู่และเกิดขึ้นเองมีคุณค่าทาง

วิทยาการและสุนทรียภาพ เป็นสัณฐานที่สำคัญทางธรณีวิทยาและภูมิศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์หรือ สั ญ ลั ก ษณ์ ข องท้ อ งถิ ่ น นั ้ น ๆ สามารถแบ่ ง กลุ ่ ม ธรรมชาติ ต ามลั ก ษณะหรื อ คุ ณ สมบั ต ิ ท ี ่ แ ตกต่ า งกั น

โดยทั่วไปเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ธรรมชาติที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูสู่สภาพเดิมได้โดย ระบบของตัวเอง เช่น ป่าไม้ สัตว์ป่ากับธรรมชาติที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหรือฟื้นฟูสู่

สภาพเดิมได้ เมื่อถูกทำลายจะหมดสภาพไป เช่น ภูเขา ถ้ำ น้ำตก ชายหาด แหล่งน้ำ ธรณีสัณฐานต่างๆ

เป็นต้น ✩ แหล่งธรรมชาติ (ซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ) หมายถึง สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มีสภาพและ

เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา มีระบบความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในตัวเอง เมื่อมนุษย์ใช้แหล่งธรรมชาติ

บางประเภทให้เกิดประโยชน์ มักเรียกแหล่งธรรมชาติดังกล่าวว่า ทรัพยากรธรรมชาติ และให้ความสนใจ กับสิ่งที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากจนละเลยแหล่งธรรมชาติอื่นๆ จนบางครั้งทำลายแหล่งธรรมชาติ นั้นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ✩ แหล่งธรรมชาติ (ตามเกณฑ์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อมได้แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ แหล่งธรรมชาติประเภทเกาะและแก่ง แหล่งธรรมชาติ ประเภทภูเขา ถ้ำ น้ำตก และโป่งพุร้อน แหล่งธรรมชาติประเภทแหล่งน้ำ แหล่งธรรมชาติประเภทชายหาด แหล่ ง ธรรมชาติประเภทซากดึกดำบรรพ์ และแหล่ ง ธรรมชาติ ป ระเภทธรณี ส ั ณ ฐานและภู ม ิ ล ั ก ษณะ (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม, 2548.) ✩ แหล่งธรรมชาติ (เพื่อการท่องเที่ยว) จำแนกได้เป็น 11 ชนิด ประกอบด้วย ชายหาด

เกาะ แก่ง น้ำตก แหล่งน้ำ ถ้ำ ภูเขา โป่งพุร้อน ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีสัณฐานและภูมิประเทศที่มี ลักษณะพิเศษ รวมทั้งต้นไม้และสัตว์ป่าที่มีลักษณะพิเศษ (สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวและสถาบันวิจัย สภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551.) แหล่งธรรมชาติตามนิยามหรือความหมายดังกล่าวข้างต้น จึงสรุปประเภทตามลักษณะเฉพาะ

ที่โดดเด่นได้ 11 ประเภท ดังนี้ - เกาะ (Island) หมายถึง ส่วนของแผ่นดินที่มีน้ำล้อมรอบตลอดเวลา โดยตัวเกาะ

จะต้องอยู่เหนือน้ำในขณะที่น้ำขึ้นสูงสุด ระบบนิเวศบกบนเกาะจะไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศบก

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 2

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ของเกาะอื่นหรือแผ่นดินใหญ่ได้ นอกจากอาศัยการเชื่อมต่อทางน้ำ หรือทางอากาศเท่านั้น ทั้งนี้เกาะอาจ

อยู่ในทะเล แม่น้ำ หรือที่ลุ่มน้ำ เช่น บึงหรือทะเลสาบก็ได้ เกาะที่พึงพิจารณาเพื่อการอนุรักษ์เป็น

แหล่งธรรมชาติประเภทเกาะ ต้องมีการใช้พื้นที่เพื่อตั้งถิ่นฐานเพียงบางส่วนของเกาะ โดยไม่กระจายกันจนทั่ว

ทั้งเกาะ และจะต้องมีโครงสร้างการปกครองไม่ซับซ้อน เช่น มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงองค์กร เดียวในการดูแลเกาะ - แก่ง (Rapid) หมายถึง บริเวณลำน้ำที่มีพืดหินหรือโขดหินที่อยู่กลางลำน้ำ โดยอาจ

ถูกท่วมได้ในฤดูที่มีปริมาณน้ำมาก - ชายหาด (Beach) หมายถึง พื้นที่ระหว่างแนวน้ำขึ้นกับน้ำลงมีลักษณะเป็นแถบยาว

ไปตามริมฝั่งเกิดขึ้น เนื่องจากการกระทำของคลื่นและกระแสน้ำในทะเล หรือทะเลสาบ หรือแม่น้ำ

ความกว้างของชายหาดนี้จะขึ้นอยู่กับการขึ้นลงของกระแสน้ำและความลาดชันของหาด เช่น ถ้าความชัน ของพื ้ น ที ่ ม ี น ้ อ ยและระยะระหว่ า งระดั บ น้ ำ ขึ ้ น สู ง สุ ด และลงต่ ำ สุ ด ต่ า งกั น มาก ชายหาดนี ้ ก ็ จ ะมี

ความกว้างมาก ในทางตรงกันข้ามถ้าตัวหาดมีความชันมากแต่ระดับระหว่างน้ำขึ้นสูงสุด และลงต่ำสุด

ต่างกันน้อยจะทำให้ชายหาดนั้นแคบและน้อยตามกันด้วย นอกจากพื้นที่ในบริเวณที่น้ำสามารถท่วมถึงในบาง

ชายหาดอาจมี พ ื ้ น ที ่ ห ลั ง ชายหาดบริ เ วณกว้ า งอี ก ด้ ว ย ทั ้ ง นี ้ ข ึ ้ น กั บ วิ ว ั ฒ นาการของชายหาดนั ้ น ๆ

ซึ่งองค์ประกอบของชาดหาดนี้จะประกอบด้วย หาดทราย หาดกรวด หาดโคลน ป่าชายเลน หาดดอน และหาดสันดอน - ภูเขา (Mountain) หมายถึง เนินที่สูงขึ้นไป เป็นจอมเด่นหรือเป็นเขาขนาดใหญ่และ

สูง โดยแต่ละภาคมักจะมีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น ภาคเหนือจะเรียกว่า “ดอย” เช่น ดอยสุเทพ

ดอยอินทนนท์ ภาคอีสานจะเรียกว่า “ภู” เช่น ภูกระดึง ส่วนภาคใต้จะเรียกว่า “เขา” เช่น เขาหลวง เขานางหงส์ เป็นต้น - ถ้ำ (Cave) หมายถึง ช่องที่เป็นโพรงลึกเข้าไปในพื้นดินหรือภูเขา มีขนาดใหญ่พอ

ที่มนุษย์สามารถเข้าไปได้และเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ทั้งที่เป็นถ้ำภูเขาหินปูนและถ้ำหินชายฝั่งทะเล - น้ ำ ตก (Waterfall) หมายถึ ง ธารน้ ำ ธรรมชาติ ท ี ่ ไ หลผ่ า นภู ม ิ ป ระเทศ ที ่ ม ี

ความลาดชันจากที่สูงไปที่ต่ำ - ซากดึกดำบรรพ์ (Fossil) หมายถึง บริเวณที่มีซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิต

ที่ตายมาเป็นเวลายาวนาน และยังคงรูปร่างอยู่โดยไม่สลาย หรือเปลี่ยนรูปเป็นอย่างอื่น เช่น หอยน้ำจืดที่ สุสานหอย จังหวัดกระบี่ หรือ รอยเท้าไดโนเสาร์บนภูหลวง จังหวัดเลย เป็นต้น แหล่งธรรมชาติประเภท นี้จะไม่นับรวมเอาซากโครงกระดูกมนุษย์และร่องรอยการตั้งถิ่นฐาน ทั้งนี้เนื่องจากสถานที่ประเภทนี้มี หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอยู่แล้วคือ กรมศิลปากร

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 3

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 - ธรณีสัณฐานและภูมิลักษณวรรณา (Geomorphology and Physiography)

ธรณีสัณฐานวิทยา (Geomorphology) คือ สาขาวิชาธรณีวิทยา ว่าด้วยผิวพื้นของโลก ซึ่งประมวลเอาทั้ง รูปร่างธรรมชาติ กระบวนการเกิด และการพัฒนาตัว ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงที่ประสบ ในปัจจุบัน

ภูมิลักษณวรรณา (Psysiography) คือ วิชาว่าด้วยลักษณะภูมิประเทศเกี่ยวกับการภาวะธรรมชาติของ

พื้นดิน เช่นเดียวกับวิชาภูมิศาสตร์กายภาพ ดังนั้นแหล่งธรรมชาติในกลุ่มนี้จึงมักจะมีโครงสร้างที่มีลักษณะ เด่น แปลกตามหาได้ยาก เช่น หอนางอุษา (อุดรธานี) แพะเมืองผี (แพร่) เป็นต้น - โป่งพุร้อน (Thermal Spring) หมายถึง น้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ จนอาจ มีอุณหภูมิถึงจุดเดือด โป่งพุร้อนแต่ละแห่งมีแรงดันไม่เท่ากัน บางแห่งพุ่งขึ้นมาเพียงเบาๆ บางแห่งก็พุ่งสูง

ซึ่งโป่งพุร้อนบางแห่งอาจมีแรงดันไม่เท่ากันตลอดเวลา เป็นช่วงเวลา เมื่อมีแรงดันจากใต้พื้นโลกมากก็จะ ดันน้ำพุ่งขึ้นสูง แต่ถ้ามีแรงดันน้อยก็จะพุ่งขึ้นน้อย - แหล่งน้ำ (Natural Water Resource) หมายถึง พรุ หนอง บึงทะเลสาบ และบาง ส่วนของคลอง ลำธาร และแม่น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ อาจเป็นแหล่งน้ำจืดหรือน้ำเค็ม เป็นแหล่งน้ำนิ่งหรือน้ำไหลก็ได้ และอาจถูกดัดแปลงหรือพัฒนาไปบ้างโดยมนุษย์ แต่ทั้งนี้ยังต้องคงสภาพ ธรรมชาติ เ ดิ มไว้เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี ้ อ าจรวมถึ ง แหล่ ง น้ ำ ที ่ เ กิ ด ขึ ้ น จากการดั ด แปลงสภาพทาง ภูมิศาสตร์ของมนุษย์ เช่น คลองที่ถูกขุดขึ้น - ต้นไม้และสัตว์ป่าที่มีลักษณะพิเศษ (Special Plant and Wildlife) หมายถึง พื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งรวมพืชหรือสัตว์ที่มีลักษณะโดดเด่น หายาก ใกล้สูญพันธุ์ หรือมีจำนวนมาก เช่น

ต้นชมพูภูคา หิ่งห้อย เป็นต้น นอกเหนื อ จากแหล่ ง ธรรมชาติ ต ่ า งๆ ดั ง กล่ า วแล้ ว บางแห่ ง มี ล ั ก ษณะพิ เ ศษที ่ โ ดดเด่ น

มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาได้ยาก เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นหรือประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้ถูกนำมาใช้ ประโยชน์ในหลายด้าน เช่น นันทนาการ การศึกษา และการท่องเที่ยว เป็นต้น

คุณค่าหรือความสำคัญของแหล่งธรรมชาติ

คุณค่าหรือความสำคัญของแหล่งธรรมชาติ เกิดจากองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งในด้าน

ความสำคัญของแหล่งธรรมชาติที่มีต่อระบบนิเวศ และความสำคัญต่อมนุษย์ที่เข้าไปใช้ประโยชน์ทางด้าน การเรียนรู้และทางด้านจิตใจ การประเมินคุณค่าของแหล่งธรรมชาติประกอบไปด้วยปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ - คุณค่าทางกายภาพ พิจารณาจากจำนวนชนิด/ประเภทของแหล่งธรรมชาติอันควร อนุรักษ์ ขนาดของแหล่งธรรมชาติ สภาพความสวยงามทางกายภาพและภูมิทัศน์ ตลอดจนความเป็น เอกลักษณ์และโดดเด่นเฉพาะตัวทางกายภาพ กายภาพของพื้นที่

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 4

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 - คุณค่าทางกายภาพ พิจารณาจากจำนวนชนิด/ประเภทของแหล่งธรรมชาติอันควร อนุรักษ์ ขนาดของแหล่งธรรมชาติ สภาพความสวยงามทางกายภาพและภูมิทัศน์ ตลอดจนความเป็น เอกลักษณ์และโดดเด่นเฉพาะตัวทางกายภาพ กายภาพของพื้นที่ - คุณค่าทางชีวภาพ พิจารณาจากความหลากหลายของระบบนิเวศในแหล่งธรรมชาติ

ความสมบู ร ณ์ ข องแหล่ ง ธรรมชาติ ความเป็ น แหล่ ง รวมพื ช หรื อ สั ต ว์ ท ี ่ ม ี ล ั ก ษณ์ โ ดดเด่ น หายาก

ใกล้สูญพันธุ์หรือมีจำนวนมาก รวมทั้งความโดดเด่นเฉพาะของระบบนิเวศในแหล่งธรรมชาติ - คุณค่าทางสังคม พิจารณาจากคุณค่าต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น คุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี ตลอดจนความเสี่ยงต่อการถูกทำลายจากมนุษย์ และภัยธรรมชาติ 4.1.2 สถานการณ์ของแหล่งธรรมชาติจังหวัดเพชรบุร ี ในจั ง หวั ด เพชรบุ ร ี พ ื ้ น ที ่ แ หล่ ง ธรรมชาติ ท ี ่ เ ป็ น ทรั พ ยากรธรรมชาติ จะมี ห น่ ว ยงานของรั ฐ

รับผิดชอบดูแลและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอนุรักษ์ อาทิ ป่าไม้และสัตว์ป่าจะอยู่ในความดูแล

ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นต้น แต่ยังมีแหล่งธรรมชาติอีกจำนวนมากไม่ได้อยู่ภายใต้ การดูแลของหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ และไม่มีกฎหมายคุ้มครองโดยตรง การสำรวจแหล่ ง ธรรมชาติ อ ย่ า งเป็ น ทางการได้ ด ำเนิ น การในปี พ.ศ. 2526 พบว่ า

มีแหล่งธรรมชาติกระจายตัวอยู่ทุกภาคของประเทศ จำนวน 2,362 แห่ง และ ในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 รัฐบาลได้ประกาศแหล่งธรรมชาติให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของท้องถิ่นอันควรอนุรักษ์ทั่ว ประเทศ จำนวน 263 แห่ง จำนวนดังกล่าว จังหวัดเพชรบุรีมีแหล่งธรรมชาติ 3 ชนิด จำนวน 5 แห่ง ที่เป็นมรดกทางธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ ได้แก่ เขาวัง เขาเจ้าลาย ถ้ำเขาหลวง หาดเจ้าสำราญ และ หาดชะอำ สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาแหล่งธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จะต้องมีความสำคัญ เกี่ยวข้องกับข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ✩ เป็นเอกลักษณ์หรือเป็นสัญลักษณ์ของท้องถิ่น ✩ มีความสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และนิทานพื้นบ้าน ✩ มีประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางด้านวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และโบราณคดี ✩ เป็นโครงสร้างทางธรรมชาติที่ดี หายาก หรือมีทัศนียภาพที่สวยงาม ✩ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือที่เคารพบูชา

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 5

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

เขาวัง

เขาเจ้าลาย

หาดเจ้าสำราญ

หาดชะอำ

ถ้ำเขาหลวง

ภาพที่ 4-1 แหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของจังหวัดเพชรบุรี จำนวน 5 แห่ง ตามมติ ครม.2532

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4-6

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ต่อมาในปี พ.ศ.2534 ได้มีโครงการจัดทำแผนปฏิบัติการ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ชายฝั่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (หาดนเรศวร) จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้กำหนดบทบาทของพื้นที่ชาดหาด 6 แห่ง ในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการพื้นที่ ได้แก่ ✩ หาดแหลมหลวง จัดเป็นพื้นที่สงวนหรือไม่ให้มีการพัฒนา เพื่อรักษาสภาพธรรมชาติ

ของป่าชายเลนที่ยังคงสมบูรณ์ ✩ หาดเจ้าสำราญ จัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ หรือพัฒนาด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษา

การตั้งถิ่นฐานหมู่บ้านประมง การนันทนาการ และการท่องเที่ยว ✩ หาดปึ ก เตี ย น จั ด เป็ น พื ้ น ที ่ พ ั ฒ นา โดยมี ก ฎเกณฑ์ ข ้ อ บั ง คั บ เพื ่ อ ควบคุ ม

พื้นที่โล่ง และรักษาภูมิทัศน์ของชายหาด ✩ หาดทวีสุข จัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ หรือพัฒนาด้วยความระมัดระวัง เพื่อการนันทนาการ และการท่องเที่ยว ✩ หาดชะอำ จัดเป็นพื้นที่พัฒนา โดยมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับในด้านพาณิชยกรรม และ

การท่องเที่ยว ✩ หาดพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ หรือพัฒนาด้วยความระมัด

ระวังเพื่อรักษาคุณค่าด้านประวัติศาสตร์และภูมิทัศน์เดิม การท่องเที่ยวและการปฏิบัติงานของส่วนราชการ ในพื้นที่ (มหาวิทยาลัยมหิดล,2534.) ภาพรวมของการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์แหล่งธรรมชาติในระดับประเทศ ได้มี โครงการเพิ่ม ศักยภาพบุคลากรในด้านการจัดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ โครงการประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อม แหล่ ง ธรรมชาติ ท ี ่ เ ป็ น แหล่ ง ท่ อ งเที ่ ย ว คู ่ ม ื อ การจั ด การแหล่ ง ธรรมชาติ ป ระเภทภู เ ขา เกาะ บึ ง

หนอง ทะเลสาบ และชายหาด เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการกำหนด และควบคุมการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่ให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม ระยะต่อมาในปี พ.ศ.2547 มีการสำรวจแหล่งธรรมชาติเพิ่มเติมทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 2

โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า มีแหล่งธรรมชาติประมาณ 4,707 แห่ง จากแหล่งธรรมชาติประเภทต่างๆ 10 ประเภท โดยภาคใต้มีแหล่งธรรมชาติมากที่สุด

(1,556 แห่ง) รองลงมาตามลำดับ คือภาคเหนือ (1,201 แห่ง) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (1,017 แห่ง) ภาคตะวันออก (443 แห่ง) ภาคตะวันตก (362 แห่ง) และภาคกลางมีน้อยที่สุด (128 แห่ง) สำหรับจังหวัดเพชรบุรีซึ่งอยู่ในภาคตะวันตก ผลการสำรวจสรุปได้ว่า มีแหล่งธรรมชาติ

ที่สำคัญ 4 ชนิด คือ ภูเขา ถ้ำ แหล่งน้ำ และหาด รวมทั้งสิ้นจำนวน 37 แห่ง รายละเอียด

ดังตารางที่ 4-1

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 7

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 4-1 ชนิดและที่ตั้งของแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของท้องถิ่น จังหวัดเพชรบุรี ปี พ.ศ.2547 ลำดับที่

1 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 1.8 1.9 1.10 1.11 1.12 1.13 1.14 1.15 1.16 1.17 1.18 2 2.1 2.2 2.3 2.4

ชื่อ ภูเขา เขามไหศวรรย์ เขาบันไดอิฐ เขากิ่ว เขาหลวง เขาพนมขวด เขากระทิง เขาลูกช้าง เขาใหญ่ เขานาขวาง เขาตาจีน เขานางพันธุรัต เขาเจ้าลาย เขาปราสาท เขาย้อย เขาสมอระบัง เขาลักษณ์ เขาตะเครา เขาบันได ถ้ำ ถ้ำเขาย้อย ถ้ำเขาหลวง ถ้ำเขาบันไดอิฐ ถ้ำเขาอีโก้

ที่ตั้ง (อำเภอ)

ลำดับที่

ชื่อ

ที่ตั้ง (อำเภอ)

เมืองเพชรบุรี เมืองเพชรบุรี เมืองเพชรบุรี เมืองเพชรบุรี เมืองเพชรบุรี หนองหญ้าปล้อง ท่ายาง ชะอำ ชะอำ ชะอำ ชะอำ ชะอำ ชะอำ เขาย้อย เขาย้อย หนองหญ้าปล้อง บ้านแหลม แก่งกระจาน เขาย้อย เมืองเพชรบุรี เมืองเพชรบุรี บ้านลาด

2.5 2.6 2.7 2.8 2.9 2.10 3 3.1 3.2 3.3 4 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6

ถ้ำรงค์ ถ้ำเขาเตาหม้อ ถ้ำเขากระปุก ถ้ำค้างคาวนายาง ถ้ำนางฟ้า ถ้ำเขาตาจีน แหล่งน้ำ แม่น้ำเพชรบุรีตอนบน แม่น้ำเพชรบุรีตอนล่าง ห้วยแม่ประจันต์ หาด หาดแหลมหลวง หาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียน หาดเพชร หาดบางเก่า หาดชะอำ

บ้านลาด ท่ายาง ท่ายาง ชะอำ ชะอำ ชะอำ แก่งกระจาน หนองหญ้าปล้อง ท่ายาง เขาย้อย บ้านลาด เมืองเพชรบุรี บ้านแหลม หนองหญ้าปล้อง บ้านลาด ท่ายาง บ้านแหลม เมืองเพชรบุรี ท่ายาง ท่ายาง ชะอำ ชะอำ

ที่มา : สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อมจุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย,2547

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 8

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 การประเมินสถานภาพโดยรวมของแหล่งธรรมชาติที่สำคัญทั้ง 37 แห่ง สรุปได้ว่าส่วนใหญ่ อยู ่ ใ นระดั บ เตื อ นภั ย เนื ่ อ งมาจากการใช้ ป ระโยชน์ ใ นกิ จ กรรมต่ า งๆของมนุ ษ ย์ ไ ด้ ส ่ ง ผลกระทบกั บ การเปลี่ยนแปลงสภาพทางธรรมชาติอยู่บ้าง ซึ่งถ้ามีการดูแลรักษาและการบริหารจัดการที่ดีจะช่วยให้ ฟื้นสภาพได้โดยเร็ว แนวการคิดในการจัดการแหล่งธรรมชาติ จึงมีความจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับ หลักวิชาการและขีดความสามารถในการรองรับของธรรมชาติแต่ละประเภท ซึ่งมีแนวทางดังนี้ ✩ การเร่ ง ค้ น หาแหล่ ง ธรรมชาติ อ ั น ควรอนุ ร ั ก ษ์ ท ี ่ ย ั ง ไม่ ไ ด้ ป ระกาศในพื ้ น ที ่ ต ่ า งๆ เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนโดยมีหน่วยที่ดูแลรักษาอย่างชัดเจน ✩ การกระตุ ้ น /ส่ ง เสริ ม ให้ ช ุ ม ชนท้ อ งถิ ่ น ได้ เ ป็ น ผู ้ ใ ห้ ข ้ อ มู ล และรั บ รู ้ ค ุ ณ ค่ า ความสำคั ญ ของแหล่งธรรมชาติในชุมชนของตน เพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพัน ตลอดจนการดูแลรักษาไม่ให้เกิด ความเสื ่ อ มโทรมหรื อ การทำลายให้ เ สี ย หาย ทั ้ ง นี ้ ร วมทั ้ ง หน่ ว ยงานที ่ เ กี ่ ย วข้ อ งกั บ การใช้ พ ื ้ น ที ่ ใ น แหล่งธรรมชาติด้วย ✩ การให้ ช ุ ม ชนท้ อ งถิ ่ น ร่ ว มมื อ กั บ นั ก วิ ช าการศึ ก ษาแหล่ ง ธรรมชาติ อ ั น ควรอนุ ร ั ก ษ์ เพิ่มเติมแล้วประกาศให้มีผลใช้บังคับ ตลอดจนกำหนดมาตรการการจัดการให้ชัดเจน ✩ สร้างเครือข่ายองค์กรในพื้นที่เพื่อให้ดูแลแหล่งธรรมชาติ การรวบรวมข้อมูลอย่างเป็น ระบบและต่อเนื่อง การเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลง การใช้ประโยชน์ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

เขาแด่น

ป่ายางนาเขาถ้ำรงค์

ภาพที่ 4-2 ตัวอย่างแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของจังหวัดเพชรบุรี จากการสำรวจ

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4-9

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

เกาะท่าไทร (ชะอำ)

ป่าชายเลนปากทะเล

ซากหอยดึกดำบรรพ์ถ้ำเขาย้อย

หาดเลนบางขุนไทร

แหลมหลวง (บ้านแหลม)

ถ้ำเขาเตาหม้อ

ภาพที่ 4-2 (ต่อ) ตัวอย่างแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของจังหวัดเพชรบุรี จากการสำรวจ บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 10

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

แม่น้ำเพชรบุรีบริเวณวัดท่าไชยศิริ

พุน้ำร้อนหนองหญ้าปล้อง

แหล่งพืชและสัตว์เด่น (ลำพูและหิ่งห้อย)

ภาพที่ 4-2 (ต่อ) ตัวอย่างแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของจังหวัดเพชรบุรี จากการสำรวจ

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 11

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

4.2 สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม/วัฒนธรรม

4.2.1 ความหมายและประเภทของวัฒนธรรม

✩ วัฒนธรรม หมายถึง วิถีการดำเนินชีวิตของหมู่คณะหรือกลุ่มชนกลุ่มหนึ่ง เป็นแบบอย่าง

มาตรฐานเดียวกับที่สมาชิกในกลุ่มสังคมนั้นรู้และเข้าใจ และยอมรับใช้ด้วยกัน วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์ สร้ า งสรรค์ ข ึ ้ น ย่ อ มมี ก ารเปลี ่ ย นแปลง ไม่ ค งที ่ การเปลี ่ ย นแปลงของวั ฒ นธรรมคื อ ภาพสะท้ อ น

การเปลี่ยนแปลงในสังคมที่เป็นผู้สร้างสรรค์วัฒนธรรมนั้นๆ (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม

ราชกุมารี,2544) ✩ สำหรั บ สิ่ ง แวดล้ อ มศิ ล ปกรรม หมายถึ ง มรดกทางวั ฒ นธรรม ซึ ่ ง เป็ น หลั ก ฐาน

ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่มีความสำคัญต่อสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศชาติ ประกอบด้วยตัวศิลปกรรม คือ โบราณสถาน อนุสรณ์สถาน แหล่งประวัติศาสตร์ และแหล่งโบราณคดี

กั บ สภาพแวดล้ อ มที ่ อ ยู ่ โ ดยรอบและที ่ เ กี ่ ย วข้ อ งกั บ ตั ว ศิ ล ปกรรม (สำนั ก งานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2539.) ✩ มรดกทางวัฒนธรรม องค์กรยูเนสโก (UNESCO) ได้ให้ความหมายของมรดกทาง

วัฒนธรรมว่า มีคุณลักษณะ 3 ประการ ได้แก่ อนุสรณ์สถาน (Monument) กลุ่มอาคาร (Group of Building) และย่านหรือ สถานที่ (Site) ส่วนสภาพแวดล้อม หมายถึง สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศรอบๆ สิ่งแวดล้อม ศิลปกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้นทั้งในระยะใกล้ และระยะไกล (สำนักงานคณะ กรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ,2530.) ✩ ทรั พ ยากรวั ฒ นธรรม คือ ผลิตผลของวัฒนธรรมของมนุษย์ที่มีค่า เป็นตัวแทน

หรือสามารถสื่อถึงวัฒนธรรมของมนุษย์ได้ ดังนั้นทรัพยากรทางวัฒนธรรมจึงรวมถึงซากสิ่งของที่มนุษย์

ทำขึ้น แหล่งโบราณคดี โบราณสถาน ศาสนสถาน เอกสารทางประวัติศาสตร์ ภาษา พิธีกรรม

ความเชื่อ และภูมิปัญญาพื้นบ้าน (ธนิก เลิศชาญฤทธิ์,2551.) กล่าวโดยสรุป แหล่งศิลปกรรม/สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม/ทรัพยากรวัฒนธรรม หมายถึงมรดกทาง วัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นครอบคลุมทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ และนามธรรมที่ ไม่สามารถ

จับต้องได้ มีการเปลี่ยนแปลงได้ และส่งผลต่อวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ในสังคม ✩ ประเภททรัพยากรวัฒนธรรม มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับวิธีการจัดแบ่ง ตัวอย่างเช่น ถ้าจัดแบ่งตามสาขาวิชา หรือตามศาสตร์ทางการศึกษา (Discipline) ทรัพยากรวัฒนธรรมก็อาจแบ่งเป็น ทรัพยากรทางโบราณคดี ทรัพยากรทางสถาปัตยกรรม ทรัพยากรทางประวัติศาสตร์

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 12

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ทรัพยากรทางประวัติศาสตร์ศิลปะและทรัพยากรทางศิลปะ เป็นต้น ซึ่งการจัดแบ่งดังกล่าวอาจสามารถ กำหนดประเภททรัพยากรวัฒนธรรมได้ไม่มีที่สิ้นสุด และสิ่งของที่เป็นทรัพยากรวัฒนธรรมอย่างหนึ่งอาจ เป็นได้ทั้งทรัพยากรทางโบราณคดี ทรัพยากรทางประวัติศาสตร์ และทรัพยากรทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ในการศึกษาในศาสตร์สาขาใด นอกจากนี้ หากใช้แนวคิดสำดับความสำคัญและบทบาทเชิงการบริหารจัดการ เราก็อาจแบ่ง ทรัพยากรวัฒนธรรมออกเป็นทรัพยากรวัฒนธรรมท้องถิ่น/พื้นบ้าน (local/indigenous cultural resource) ทรัพยากรวัฒนธรรมของชาติ/ประเทศ (national cultural resource) และทรัพยากรวัฒนธรรมโลกหรือ

มรดกโลก (world cultural resource/heritage) เป็นต้น หรือหากจัดจำแนกทรัพยากรวัฒนธรรมตามลักษณะ ความเป็นเจ้าของ (ownership) ก็อาจแบ่งอาจออกเป็นทรัพยากรวัฒนธรรมสาธารณะ (public cultural resource/property) และทรัพยากรวัฒนธรรมส่วนบุคคล (private cultural resource/property) อย่างไรก็ตาม ในที่นี้จะใช้วิธีการแบ่งประเภทของทรัพยากรวัฒนธรรม โดยอิงกับนิยามของ ทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่กล่าวมาข้างต้นและอิงกับนิยามที่องค์กรยูเนสโกกำหนดไว้ เพราะครอบคลุม ลักษณะกว้างๆ และเห็นภาพชัดเจน กล่าวคือ ทรัพยากรหรือมรดกวัฒนธรรมมีอยู่สองประเภทหลัก

ตามการจัดจำแนกขององค์การยูเนสโก ซึ่งแบ่งตามลักษณะที่ปรากฏหรือที่มีอยู่ (existence) ได้แก่ ทรัพยากร/มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (intangible cultural resource) ดังเช่น ประเพณี มุขปาฐะ ศิลปะการแสดง พิธีกรรม เทศกาล ทักษะในงานฝีมือเชิงช่าง ชีวิตครอบครัว นิทานปรัมปรา คติชาวบ้าน เพลงพื้นบ้าน เป็นต้น และทรัพยากร/มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องได้ (tangible cultural resource) หมายถึง ซากสิ่งของ สิ่งก่อสร้างและวัตถุที่จับต้องได้ ได้แก่ แหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ ย่านหรือสถานที่ เป็นต้น ✩ คุ ณ ค่ า ของทรั พ ยากรวั ฒ นธรรม เป็นสิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ให้ค่า

แก่ ส ิ ่ ง ที ่ ม นุ ษ ย์ ส ร้ า งขึ ้ น มาฉะนั ้ น คุ ณ ค่ า จึ ง อาจแตกต่ า งกั น ไปตามพื ้ น ฐานทางสั ง คม วั ฒ นธรรม

ทางประวัติศาสตร์ (เช่น ของอย่างเดียวกันในบางสังคมอาจเห็นว่ามีคุณค่า มีความหมายมาก แต่ในบาง สังคมก็ไม่น่าสนใจ) และทางสติปัญญาของแต่ละคนแต่สังคม นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับบริบทอื่นๆ หรือ เงื่อนไขทางสังคมและเศรษฐกิจด้วย ทรัพยากรวัฒนธรรมทุกประเภทมีคุณค่าหรือมีประโยชน์ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต คุ ณ ค่ า ของทรั พ ยากรวั ฒ นธรรมมี ห ลากหลาย ขึ ้ น อยู ่ ก ั บ มุ ม มองและวั ต ถุ ป ระสงค์ ใ น

การนำไปใช้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ - คุณค่าเชิงสัญลักษณ์ ทรัพยากรวัฒนธรรมเป็นเสมือนเครื่องเตือนความทรงจำ

หรือสัญลักษณ์แห่งอดีตซึ่งแต่ละคนอาจจะมองต่างกัน คุณค่าเชิงสัญลักษณ์หรือคุณค่าที่ติดมากับ ทรัพยากรทางวัฒนธรรมนั้น ยากที่เลือนหายตามกาลเวลา แม้ว่าจะมีการลอกเลียน ทำปลอมขึ้น หรือใช้ วัสดุใหม่ เช่น นักโบราณคดีเห็นขวานหินยุคหินเก่าจากความรู้และประสบการณ์ก็พอจะเห็นความสำคัญ

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 13

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 แต่สำหรับคนทั่วไปอาจจะนึกว่าเป็นก้อนหินธรรมดา อย่างไรก็ตามคุณค่าเชิงสัญลักษณ์เป็นสื่อบอก

ความหมายอะไรบางอย่างแก่เรา - คุณค่าเชิงวิชาการ ทรัพยากรวัฒนธรรมเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษา หาความรู ้ ด ้ า นต่ า งๆ เช่ น โบราณคดี ประวั ต ิ ศ าสตร์ ประวั ต ิ ศ าสตร์ ศ ิ ล ปะ สถาปั ต ยกรรม ฯลฯ

ผ่านการวิจัยอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการและวิธีการศึกษาที่เหมาะสมและน่าเชื่อถือ - คุณค่าเชิงสุนทรียะ คุณลักษณะบางอย่างของทรัพยากร เช่น รูปทรง ลวดลาย เนื้อ (textures) วัตถุดิบ และคุณภาพ เป็นต้น มีคุณค่าเชิงความงาม หรือศิลปะ หรือจิตใจ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ กับพื้นฐานทางวัฒนธรรม ความชอบ มาตรฐาน และจินตนาการของแต่ละบุคคลหรือแต่ละวัฒนธรรม - คุ ณ ค่ า เชิ ง ความงาม เป็ น แรงบั น ดาลใจ หรื อ แรงกระตุ ้ น ให้ ม ี ก ารสร้ า งสรรค์

สิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป เช่น การทำงานจิตรกรรมฝาผนังของศิลปินชื่อดังหลายท่าน

ที่มีแรงบันดาลใจจากหัตถกรรมพื้นบ้าน เป็นต้น - คุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ทรัพยากรวัฒนธรรมมีคุณค่าในการใช้สอยโดยตรง (utilitarian function) เช่น ใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร เครื่องมือเครื่องใช้เป็นสถานที่ทำงาน ที่พักอาศัย เป็นที่พักผ่อนหย่อน ใจและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เข้าประเทศสำหรับหลายประเทศในโลก เช่น ในประเทศไทย

รายได้จากการท่องเที่ยวสูงขึ้นมาก เช่น ในปี 2523 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ

17 พันล้านบาท และต่อมาในปี 2533 เพิ่มเป็น 110 พันล้านบาท เป็นต้น - คุณค่าเชิงจิตวิญญาณ ทรัพยากรวัฒนธรรมถูกนำมาใช้เป็นเสมือนเครื่องแสดง

อัตลักษณ์ของชุมชน เช่น สัตว์สัญลักษณ์ประจำเผ่า หรือตราประจำจังหวัด เป็นต้น ทรัพยากรวัฒนธรรม มีคุณค่าในการสร้างความเป็นปึกแผ่นของกลุ่มชนต่างๆ ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ตัวอย่างเช่น รัฐบาลกัมพูชาได้ใช้โบราณสถานต่างๆ โดยเฉพาะนครวัดเป็นเสมือนตัวแทนของ ชาวกัมพูชาทั้งมวลและ ใช้แสดงความเป็นชาติที่มีอารยธรรมเก่าแก่ชาติหนึ่งของโลก นอกจากนี้ เราอาจมองคุณค่าของทรัพยากรต่อมนุษย์ในลักษณะเป็นกลุ่มใหญ่ หรือลักษณะ ร่วมได้ อาทิ - คุ ณ ค่ า เชิ ง การตลาด เช่ น เก็ บ ไว้ ท ำมาหากิ น เป็ น ที ่ อ ยู ่ อ าศั ย ค้ า ขายลงทุ น

หรือให้เช่า เป็นคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ – พาณิชย์ เป็นต้น - คุณค่าสำหรับชุมชน เช่น ประโยชน์ทางการเมือง ประโยชน์หรือค่า สำหรับ

ชนบางกลุ่ม หรือของกลุ่มชาติพันธุ์ หรือคุณค่าสำหรับท้องถิ่น - คุณค่าสำหรับความเป็นมนุษย์ เช่น คุณค่าเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของมนุษย์ และคุณค่าเชิงโบราณคดี หรือการศึกษาเรื่องราวในอดีตของมนุษยชาติ

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 14

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 4.2.2 สถานการณ์ของสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม/ทรัพยากรวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี ชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศไทยรวมทั้งจังหวัดเพชรบุรี มีแหล่งศิลปกรรม/วัฒนธรรม

อยู ่ ม ากมาย แต่ ค วามสำคั ญ ดั ง กล่ า วที ่ ผ ่ า นมาถู ก มองข้ า ม เพราะประชาชนในท้ อ งถิ ่ น ขาดความรู ้

ความเข้าใจและความตะหนักในคุณค่าของแหล่งศิลปกรรมนั้นๆ แหล่งศิลปกรรมเป็นจำนวนมากอยู่ใน สภาพเสื่อมโทรมและ เสื่อมสลาย รวมทั้งการทำลายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การเปลี่ยนแปลง รื้อถอน ลั ก ลอบขุ ด เจาะ การทำลายอาคารและพื ้ น ที ่ จ ากโครงการพั ฒ นาต่ า งๆ จนอาจกล่ า วได้ ว ่ า การที ่

แหล่งศิลปกรรมเสื่อมโทรมนั้น มีสาเหตุมาจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ดูแลปกป้องคุ้มครอง อนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมทั้งใน ระดั บ ประเทศและภู ม ิ ภ าค ได้ แ ก่ กรมศิ ล ปากร ซึ ่ ง ถื อ กำเนิ ด มาด้ ว ยพระมหากรุ ณ าธิ ค ุ ณ ของ

พระบาทสมเด็ จ พระมงกุ ฎ เกล้ า เจ้ า อยู ่ ห ั ว และทุ ก พระองค์ ใ นรั ช กาลต่ อ มา โดยเฉพาะพระบาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำริและพระราชดำรัสที่แสดงความสนพระทัยใน

ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมอยู่เสมอ พระองค์ได้ทรงวางแนวพระราชดำรินี้

แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น ซึ่งได้ถวายงานด้านมรดกทางวัฒนธรรมของชาติเป็นที่ประจักษ์ อยู่ในปัจจุบัน นับว่าแหล่งศิลปกรรม/แหล่งวัฒนธรรม ที่เป็นมรดกไทยและท้องถิ่น เจริญก้าวหน้า

งดงามล้ำค่าภายใต้ร่มฉัตรแห่งพระราชวงศ์จักรีโดยแท้ ระยะต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรีภายใต้การเสนอข้อมูลของสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติจัดตั้ง ศูนย์วัฒนธรรมประจำจังหวัดในปี พ.ศ. 2526 และมีหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่นในศูนย์ฯ ดังกล่าวดำเนินงานโดยคณะกรรมการประจำหน่วยอนุรักษ์ฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในสถานศึกษา เจ้าหน้าที่ส่วนราชการ และตัวแทนประชาชนทีมีความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพ

สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่น ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณของสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม

มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ผลการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมของจังหวัดเพชรบุรีอย่างเป็นทางการ

ที่ผ่านมา มีหน่วยงานภาครัฐได้แก่ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้สำรวจโบราณสถานและประกาศ

ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 จนถึงปี พ.ศ. 2548 มีจำนวน 38 แห่ง ใน 6 อำเภอ ประกอบด้ ว ย อำเภอเมื อ งเพชรบุ ร ี 23 แห่ ง อำเภอบ้ า นลาด 5 แห่ ง อำเภอชะอำ 3 แห่ ง

อำเภอเขาย้อย 3 แห่ง อำเภอท่ายาง 2 แห่ง และอำเภอบ้านแหลม 2 แห่ง รายละเอียดดังตารางที่ 4-2

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 15

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 4-2 รายชื่อโบราณสถานจังหวัดเพชรบุรีที่ขึ้นทะเบียนแล้วกับกรมศิลปากร ระหว่างปี พ.ศ.2478-2548 ชื่อแหล่ง

ลำดับที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28

อำเภอเมืองเพชรบุรี 23 แห่ง วัดกำแพงแลง วัดใหญ่สุวรรณาราม หลักเมือง เชาวัง (พระนครคีรี) วัดโคก วัดพระนอน (พระพุทธไสยาสน์) วัดมหาธาตุ วัดถ้ำแกลบ (บุญทวี) วัดเขาหลวง เจดีย์แดง วัดเกาะแก้วสุทธาราม วัดมหาสมณาราม วัดสระบัว เสาชิงช้า วัดไผ่ล้อม (ร้าง) วัดเพชรพลี วัดธ่อเจริญธรรม พระรามราชนิเวศน์ สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี (หลังเก่า) วัดโรงเข้ วัดหนองควง วัดลาด วัดสนามพราหมณ์ อำเภอบ้านลาด 5 แห่ง วัดท่าไชยศิริ วัดโพธิ์เรียง วัดกลาง (ร้าง) วัดเขาน้อย โบราณสถานเนินดินแดง

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 16

ที่ตั้ง

ปีที่ขึ้นทะเบียน

อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอเมืองฯ อำเภอบ้านลาด อำเภอบ้านลาด อำเภอบ้านลาด อำเภอบ้านลาด อำเภอบ้านลาด

2478 2478 2478 2478 2478 2478 2478 2478 2478 2481 2497 2497 2497 2498 2502 2520 2520 2524 2538 2541 2541 2542 2545 2539 2541 2542 2543 2545 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 4-2 (ต่อ) รายชื่อโบราณสถานจังหวัดเพชรบุรีที่ขึ้นทะเบียนแล้วกับกรมศิลปากร ระหว่างปี พ.ศ.2478-2548 ชื่อแหล่ง

ลำดับที่ 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38

อำเภอชะอำ 3 แห่ง ถ้ำพระเขานาขวาง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โบราณสถานทุ่งเศรษฐี อำเภอเขาย้อย 3 แห่ง วัดกุฎิบางเค็ม วัดห้วยโรง วัดห้วยหลวง อำเภอท่ายาง 2 แห่ง พระบาทเขาลูกช้าง วัดท่าคอย อำเภอบ้านแหลม 2 แห่ง วัดกุฎิท่าแร้ง วัดในกลาง

ที่ตั้ง

ปีที่ขึ้นทะเบียน

อำเภอชะอำ อำเภอชะอำ อำเภอชะอำ อำเภอเขาย้อย อำเภอเขาย้อย อำเภอเขาย้อย อำเภอท่ายาง อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม

2518 2524 2548 2518 2539 2539 2498 2526 2541 2543

ที่มา : สำนักโบราณคดีที่ 1 ราชบุรี, 2543

จากผลการสำรวจแหล่งศิลปกรรมที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรีของสำนักงานนโยบายและ

แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างปี พ.ศ. 2532-2535 ได้เสนอแหล่งศิลปกรรมที่ควรอนุรักษ์ของจังหวัดเพชรบุรี ใน 4 อำเภอ

จำนวน 20 แห่ง ประกอบด้วย อำเภอเมืองเพชรบุรี 16 แห่ง อำเภอเขาย้อย 2 แห่ง อำเภอชะอำ

1 แห่ง และอำเภอบ้านแหลม 1 แห่ง (สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547.)

ดังข้อสรุปต่อไปนี้

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 17

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 4-3 แหล่งศิลปกรรมจังหวัดเพชรบุรีตามผลการสำรวจ ระหว่างปี พ.ศ.2532-2535 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20

ที่ตั้ง

ชื่อแหล่ง

ลำดับที่

วัดกำแพงแลง วัดใหญ่สุวรรณาราม พระนครคีรี วัดไผ่ล้อม วัดเขาบันไดอิฐ วัดสระบัว วัดนาค วัดเกาะ วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดนาพรม วัดมหาสมณาราม พระรามราชนิเวศน์ วัดพลับพลาชัย วัดชมพูพน วัดพระรูป วัดโรงเข้ วัดกุฎิบางเค็ม วัดท้ายตลาด พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วัดปากคลอง

อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเขาย้อย อำเภอเขาย้อย อำเภอชะอำ อำเภอบ้านแหลม

นอกจากนี้ ได้มีการเตรียมประกาศแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ โดยสำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ พระนครคีรี พระรามราชนิเวศน์ พระราชวัง

มฤคทายวัน วัดใหญ่สุวรรณราม ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ตามที่ คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งปี พ.ศ. 2533 รวมทั้งเพิ่มบทบาทหน้าที่การดูแลแหล่งธรรมชาติให้กับหน่วยอนุรักษ์ ศิ ล ปกรรมท้ อ งถิ ่ น ตามมติ ค ณะกรรมการสิ ่ ง แวดล้ อ มแห่ ง ชาติ ครั ้ ง ที ่ 2/2545 (สำนั ก งาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี, 2551.) บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 18

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

แหล่งโบราณคดีวัดค้างคาวร้าง

ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม

ปรางค์ 5 ยอดวัดมหาธาตุ

จิตรกรรมฝาผนังวัดมหาสมณาราม

กุฏิเรือนไทยโบราณวัดสนามพราหมณ์

ตึกเก่าริมถนนพานิชเจริญ

ภาพที่ 4-3 ตัวอย่างแหล่งศิลปกรรมของอำเภอเมืองเพชรบุรี บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 19

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

4. ลวดลายปูนปัôนวัดโคก

ภาพที่ 4-3 (ต่อ) ตัวอย่างแหล่งศิลปกรรมของอำเภอเมืองเพชรบุรี จากการประเมินสถานภาพของแหล่งศิลปกรรมทั้ง 38 แห่ง สถานภาพที่พบมากที่สุด ได้แก่ ระดับเตือนภัย หมายความถึง การมีปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมโทรม ซึ่งอาจ มีสาเหตุทั้งจาก ธรรมชาติและมนุษย์ ในส่วนของธรรมชาติที่ประกอบด้วยความเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ลมฟ้าอากาศหรือ ภัยธรรมชาติ อาทิ ฝน ความชื้น ความร้อน/แสงแดด มลภาวะทางอากาศ จากต้นไม้และจุลินทรีย์ที่ แทรกตัวทำให้เกิดรอยแตกร้าวหรือรอยด่าง จากสัตว์ทั้งสัตว์ใหญ่และสัตว์เล็ก อาทิ ช้าง ม้า วัว ควาย ที่อาจเหยียบย่ำให้แตกหัก หรือลิง นก หมู มด ปลวก ที่ถ่ายมูลและอาศัยอยู่ตามโบราณสถานทำให้ผุกร่อน และเกิดความสกปรก ตลอดจนเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนสาเหตุจากมนุษย์ที่ทำลาย แหล่งศิลปกรรมต่างๆ พบว่ามีทั้งที่เกิดจากจงใจ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สาเหตุจากความจงใจ ได้แก่ การลั ก ลอบขุดโบราณสถาน การขโมยวั ต ถุ ท ี ่ มี ค ่ า และการปลู ก สร้ า งอาคารรุ ก ล้ ำ โบราณสถาน ส่วนที่เกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางครั้งจากปรับสภาพพื้นที่ไร่ การตัดถนน ขุดคลอง การปลูกสร้าง อาคารบดบัง ตลอดจนการซ่อมแซมที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

4.2.3 การอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม การอนุ ร ั ก ษ์ ม รดกทางศิ ล ปวั ฒ นธรรม หมายถึ ง การรั ก ษาโบราณสถาน โบราณวั ต ถุ ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม อันเป็นมรดกตกทอดมาช้านานให้คงอยู่ต่อไปนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ (สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร,2549.) บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 20

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

แนวทางการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ควรปฏิบัติ มีดังนี้ ✩ ส่งเสริมให้การศึกษาเกี่ยวกับประเภท ความสำคัญ คุณค่าของมรดกทางศิลปวัฒนธรรม ในระบบโรงเรียนทุกระดับ ✩ ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัย เรียนรู้ และสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรม โดยการปฏิบัติ โดยเฉพาะในด้านงานฝีมือ เช่น การทอผ้าพื้นเมือง การทำเครื่องปั้นดินเผา ทำร่ม เครื่องเงิน เครื่องเขิน ทำขนม และงานฝีมือที่เป็นแบบอย่างเฉพาะท้องถิ่นต่างๆ โดยเน้นให้มีการดำเนินการเป็นอาชีพหรืออาชีพ เสริมของประชาชนในหมู่บ้าน เพื่อให้มีคนสืบทอดไม่ขาดสาย ✩ ส่งเสริมให้มีการนำเอาประเพณีสำคัญๆ ของชาติ และของท้องถิ่นมาปฏิบัติในวาระ

อันสมควรอย่างสม่ำเสมอ และเหมะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ✩ เปิดโอกาสให้ประชาชน องค์กรเอกชน ได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษา บูรณ ปฏิสังขรณ์

โบราณสถาน โบราณวัตถุสำคัญๆ ในท้องถิ่น หรือโบราณสถานสำคัญระดับชาติ และสนับสนุนให้

มีการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศ จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน รวมทั้งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

ทางวัฒนธรรม ✩ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ทางสื่อมวลชนต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์

ภาพยนตร์ และสื่ออื่นๆ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญ คุณค่าของมรดกทางศิลปวัฒนธรรม และให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ ✩ ดำเนินการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมประเภทโบราณวัตถุ โบราณสถาน ตามหลักวิชาการ

4.2.4 การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

การจัดการทรัพยากรเป็นศาสตร์และศิลป์แห่งการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิด ประโยชน์ ในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ตามแนวคิดของ รศ.ดร.ธนิก เลิศชาญฤทธิ์

แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร มีข้อสรุปดังนี้ (ธนิก เลิศชาญฤทธิ์,2551 อ้างถึงใน Malliet,1998.) ✩ เราไม่ควรใช้ทรัพยากรของคนรุ่นหลัง ในคนรุ่นเราควรให้ความเคารพและใส่ใจเรื่อง ชีวิตชุมชน เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ดังนั้น เราจึงต้องคิดถึงคนอื่นและคนรุ่นอื่นด้วย ฉะนั้น การใช้ ทรัพยากรวัฒนธรรมควรพิจารณาถึง คุณค่า ประเภทและลักษณะบางประการของทรัพยากรวัฒนธรรมที่ แตกต่างจากทรัพยากรธรรมชาติ ✩ การพัฒนาอย่างยั่งยืนควรคำนึงถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีเป็น

วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการพัฒนา คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ใช่การ

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 21

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 เจริ ญ เติ บ โตทางเศรษฐกิ จ เพี ย งอย่ า งเดี ย ว แต่ ร วมถึ ง การมี ส ่ ว นร่ ว มในการเมื อ ง มี โ อกาสเข้ า ถึ ง

แหล่งทรัพยากรอย่างเท่าเทียม มีอิสรภาพในการคิด การสร้างสรรค์ มีอิสรภาพทางความคิด การนับถือ ตัวเองและมีสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม เราจึงควรดำเนินการในลักษณะ

ที่ให้ทุกคนสามารถหาความรู้และเข้าถึงแหล่งทรัพยากรอย่างเท่าเทียม (equal access) ✩ เราต้องช่วยกันรักษาอนุรักษ์ความหลายหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นทรัพยากรพื้นฐาน

ของวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตแต่ละสายพันธุ์ และควรส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์เพื่อให้ชีวิตดำเนิน

ต่อไปได้ ความหลากหลายจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต ให้ชุมชน ให้สังคม และให้ โลกของเรา ทรัพยากรวัฒนธรรมบนโลกนี้มีความหลากหลายอยู่แล้ว และเราควรช่วยกันปกป้องรักษาไม่ให้สูญหายไป ก่อนเวลาอันควร ✩ เราต้องช่วยกันลด (minimize) การทำลายหรือการกระทำใด ๆ ที่จะทำให้ทรัพยากร

วัฒนธรรมบางประเภท ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ไม่มีทางจะนำกลับมาใหม่ได้หมดไปอย่างรวดเร็ว ทรัพยากร วัฒนธรรม โดยลักษณะทางกายภาพและการก่อเกิดแล้วเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทดแทน ทำขึ้นใหม่ได้มีจำกัด (finite) นอกจากนี้วัตถุแต่ละชิ้นหรือสถานที่แต่ละแห่งถูกสร้างขึ้นภายใต้เงื่อนไขสภาพแวดล้อมทางสังคม วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ และเวลาเฉพาะไม่เหมือนกัน ซึ่งแสดงออกหรือเป็นประจักษ์พยานบ่งบอกถึงความรู้ ประสบการณ์ พฤติกรรม และวัฒนธรรมของผู้สร้าง ฉะนั้นถ้าทรัพยากรวัฒนธรรมถูกทำลายก็เท่ากับว่า ประจักษ์พยานดังกล่าวได้สูญหายไปจากโลกด้วย ✩ เราต้ อ งช่ ว ยกั น รั ก ษาสมดุ ล หรื อ ความสามารถในการรองรั บ ของโลก (earth’s carrying capacity) ความสามารถในการรองรับบนโลก ส่วนมากเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อม การอุตสาหกรรมได้ใช้ทรัพยากรจนเกินความสามารถที่โลกมีแล้ว และในอนาคตระบบต่างๆ

ก็จะล้มเหลวหรือล้มละลายได้ ถ้าพวกเราไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เช่น การหันมาใช้ชีวิตสีเขียว มากขึ้นการลด/ละ/เลิกพฤติกรรมแบบบริโภคนิยมและการนำสิ่งของบางอย่างกลับมาใช้ใหม่ (recycling and reusing) เป็นต้น ทรัพยากรวัฒนธรรมก็เผชิญปัญหาเดียวกันถ้าหากมีการใช้อย่างไม่ระมัดระวังและ

ไม่เข้าใจ ✩ เราต้องช่วยกันส่งเสริมให้ชุมชนใส่ใจสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนมากขึ้น รวมทั้ง

เปลี่ยนทัศนคติและการปฏิบัติบางอย่างที่ไม่สร้างสรรค์ต่อชุมชนของตัวเอง ✩ เราต้องสร้างพันธมิตรระดับโลก (create a global alliance) เพื่อช่วยกันสงวนรักษา และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรวัฒนธรรมต่อไป

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 22

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

4.3 แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ของสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เว็บไซต์ http://61.19.236.136/tourrist/user/result.php เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2551) ประกอบด้วย แหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม ทางประวัติศาสตร์ เพื่อนันทนาการ ประเภทน้ำพุร้อนธรรมชาติ เชิงนิเวศ ทางศิลปะวิทยาการ ซึ่งมีการประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว โดยพิจารณาจากองค์ประกอบ

3 ด้าน ได้แก่ คุณค่าของแหล่งธรรมชาติและความเสี่ยงต่อการถูกทำลาย ศักยภาพในการพัฒนาการ

ท่องเที่ยว และการบริหารจัดการ ซึ่งประเมินให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตั้งแต่ระดับมาตรฐาน

1 ดาว(ต่ำ) ถึง 5 ดาว(ดีเยี่ยม) ดังตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ในจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ วนอุทยานเขานางพันธุรัต ได้มาตรฐานคุณภาพระดับ 1 ดาว โดยไม่มีคะแนนองค์ประกอบด้านบริหาร จัดการ ศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย ได้มาตรฐานคุณภาพระดับ 1 ดาว อุทยาน ศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม ได้มาตรฐานคุณภาพระดับ 3 ดาว ตัวอย่างจากการประเมิน หาดชะอำ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2550 โดยสถาบันวิจัยสภาวะ แวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเป็นประเภทชายหาดที่มีการพัฒนาแล้ว ซึ่งผลการประเมินได้ มาตรฐานคุณภาพระดับ 3 ดาว ได้คะแนนรวมองค์ประกอบ คุณค่าด้านการท่องเที่ยวและความเสี่ยง

ต่อการถูกทำลายน้อย กล่าวคือ มีสิ่งก่อสร้างบุกรุกชายหาดทั้งแบบชั่วคราวและถาวรตลอดแนวชายหาด มากกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีการถมและขุดชายหาดไปแล้วเป็นโครงการใหญ่ครอบคลุมพื้นที่เป็น บริเวณกว้างและอาจมีการขยายโครงการต่อไปอีก

4.4 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ประธาน สังวร, 2551) แก่งกระจานได้รับการกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2524 เป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 28 ของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี

มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,821,875 ไร่ (2,915 ตารางกิโลเมตร) ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอ

แก่งกระจาน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับว่าเป็นอุทยาน

แห่งชาติที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดในระบบอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 23

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 4-4 ขอบเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

4.4.1 ประวัติความเป็นมา

เขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดินแห่งแรกของประเทศไทย สภาพป่าเหนืออ่างเก็บน้ำยังคงสภาพ ที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในภาคตะวันตก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงแปรพระราชฐาน ณ ที่แห่งนี้ หลายครั ้ ง ทั ้ ง ก่ อ นสร้ า งอ่ า งเก็ บ น้ ำ และภายหลั ง การสร้ า งอ่ า งเก็ บ น้ ำ แล้ ว และพระองค์ ท ่ า นทรงมี

ความห่วงใยต้นน้ำลำธารแห่งนี้มาก โดยได้มีพระราชดำรัสแก่ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม

พ.ศ. 2522 ว่า “เรื่องป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลอย่าให้มีการลักลอบตัดไม้

ถางป่า ทำไร่ ในป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรี เพราจะทำให้เกิดความแห้งแล้ง แม้จะได้มีการให้ สัมปทานป่าแปลงนี้ไปบ้างแล้ว ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราดูแลการทำไม้ อย่าให้เป็นการทำลายป่าเกิดขึ้น” ต่อมาทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกหลายครั้ง บริเวณแก่งกระจานมีทะเลสาบ ทิวทัศน์สวยงาม น้ำตก พันธุ์ไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและมี สัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่มากมาย โดยเฉพาะช้างป่าซึ่งเป็น สัตว์คู่บ้านคู่เมืองมีอยู่ปริมาณมากพอสมควร จึงเหมาะสมที่จัดให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและศึกษา หาความรู ้ ใ นด้ า นต่ า งๆ ซึ ่ ง จะเป็ น ผลดี ต ่ อ การรั ก ษาสภาพป่ า ให้ ค งอยู ่ ส ื บ ไป ดั ง ความประสงค์ ข อง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อันจะอำนวยประโยชน์ในทางตรงและทางอ้อมแก่รัฐบาลและประชาชน

มีการสำรวจจัดตั้งพื้นที่

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 24

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ดังกล่าว เป็นอุทยานแห่งชาติและได้ประกาศ ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 92 ลงวันที่

12 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ต่อมาทางราชการได้ทำพิธีเปิดอุทยานแห่งชาติแห่งนี้อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันสืบไป เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2526 โดยมีนายเถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ ปลั ด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็ น ประธานในพิ ธ ี ต่ อ มากลุ ่ ม อนุ ร ั ก ษ์ ธ รรมชาติ แ ละสิ ่ ง แวดล้ อ ม

ชาวอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ขอให้ทางราชการประกาศบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติด้วย ซึ่งทางราชการได้สนองตอบความต้องการของ ประชาชน จึงได้ทำการขยายเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้ครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าว และได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 101 ตอนที่ 194 ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2527

4.4.2 สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิประเทศทั้งส่วนที่เป็นพื้นดิน และส่วนที่เป็นอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ประกอบด้วย เทือกเขาสลับซับซ้อนติดต่อกันเป็นอาณาเขตกว้างยอดสูงสุดประมาณ 1,200 เมตร โดยเฉลี่ยสูงประมาณ 500 เมตรจากระดับน้ำทะเลส่วนใหญ่เป็นเขาหินแกรนิต บางแห่งเป็นเขาหินปูน ในหลายแห่งอุดมไปด้วย

แร่ฟลูออไรน์ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี เนื่องจากสภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบจึงมีความชื้นสูง ทำให้ฝนตกในฤดูฝนและอากาศเย็นตลอดปี

4.4.3 พรรณไม้และสัตว์ป่า

สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบชื้นยังคงความบริสุทธิ์อยู่ มีพื้นที่มากกว่า 90 % ของพื้นที่โดยทั่วไป เป็นป่าดิบเขา 70 % และป่าเบญจพรรณมากกว่า 20 % โดยมีไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น

มะค่าโมง ตะเคียน จันทนา ยาง ตะแบก ประดู่ กฤษณา ฯลฯ สำหรับสัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ ช้าง กระทิง

วัวแดง เลียงผา เสือโคร่ง เสือดำ เสือดาว เก้ง กวาง เก้ง เก้งหม้อ สมเสร็จ ค่าง ชะนี หมูป่า ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า นกกาฮัง นกเก๊ก นกกระลิงเขียดหางหนาม นกขุนทอง และนกต่างๆ อีกมากกว่า 450 ชนิด

โดยเฉพาะช้ า งที ่ เ คยจั บ ได้ ใ นป่ า นี ้ ม ั ก จะเป็ น ช้ า งเผื อ ก ซึ ่ ง ราษฎรชาวจั ง หวั ด เพชรบุ ร ี ได้ น ้ อ มเกล้ า

น้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ไปแล้วรวม 4 เชือก

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 25

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 4-5 พรรณไม้และสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

4.4.4 จุดเด่นที่น่าสนใจ

จุดเด่นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญมี หลายแห่ง คือ ✩ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 46.5 ตารางกิโลเมตร มีความจุ 710 ลูกบาศก์เมตร เป็นผลจ ากการสร้างเขื่อนดินปิดกั้นแม่น้ำเพชรบุรี ทะเลสาบนี้เรียกว่า อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน มีเกาะกลางน้ำ จำนวน 30-40 เกาะ และเกาะแห่ ง หนึ ่ ง ในจำนวนนี ้ ค ื อ ที ่ ต ั ้ ง ของพลั บ พลาที ่ ป ระทั บ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเสด็จประทับเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2516 สำหรับเกาะที่ใหญ่ที่สุดนั้นมี เนื้อที่ประมาณ 300-400 ไร่ ✩ เขาพะเนิ น ทุ่ ง เป็ น เขาที ่ สู ง ที ่ ส ุ ด ของอุ ท ยานแห่ ง ชาติ แ ก่ ง กระจาน สู ง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนยอดเขาพะเนินทุ่งมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าและป่าดิบ อากาศหนาวเย็นตลอดปี ซึ่งเหมาะแก่การพักแรม ในยามที่ไม่มีสายตามนุษย์สัตว์ป่ามักจะเดินกินหญ้าบริเวณทุ่งหญ้า จึงเป็นภาพ ที่น่าดูยิ่งนัก ✩ น้ำตกทอทิพย์ มีความสูง 9 ชั้นติดต่อกัน สามารถมองเห็นจากจุดชมวิว (บริเวณ ก ม. 38.5) ถนนสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ มีน้ำไหลตลอดปี อยู่ห่างจากถนนประมาณ 4 กิโลเมตร (กม.36) ✩ น้ ำ ตกธารทิ พ ย์ มี ค วามสู ง 7 ชั ้ น มี น ้ ำ ไหลตลอดปี อ ยู ่ ใ กล้ ก ั บ น้ ำ ตกทอทิ พ ย์ แ ละ น้ำตกหินลาด ✩ น้ ำ ตกหิ น ลาด มี ค วามสู ง 5 ชั ้ น มี น ้ ำ ไหลตลอดปี อ ยู ่ ใ กล้ ก ั บ น้ ำ ตกทอทิ พ ย์ แ ละ น้ำตกธารทิพย์

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 26

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

✩ น้ ำ ตกปราณบุ รี มี ค วามสู ง 3 ชั ้ น อยู ่ ใ กล้ ก ั บ เส้ น ทางสายวั ง วน-น้ ำ ตกทอทิ พ ย์

(บริเวณ กม.23) มีน้ำไหลตลอดปี ✩ น้ ำ ตกแม่ ส ะเลี ย ง มี ค วามสู ง 3 ชั ้ น น้ ำ ไหลตลอดปี อ ยู ่ ห ่ า งจากที ่ ท ำการอุ ท ยานฯ

ประมาณ 34 กิโลเมตร ถึงทางแยกตรง กม.27 แล้วเดินทางไปทางทิศตะวันตก อีก 5 กิโลเมตร เหมาะแก่ การท่องเที่ยว แบบแค้มป์ปิ้งและเดินป่า ✩ น้ ำ ตกกระดั ง ลา อยู ่ ท างตอนเหนื อ ของอุ ท ยานแห่ ง ชาติ แ ก่ ง กระจาน ท้ อ งที ่

อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี มีความสูง 3 ชั้น ✩ ถ้ำค้างคาว มีหลืบหินและปล่องถ้ำสวยงามระหว่างการเดินทางเข้าถ้ำ สามารถชมทิวทัศน์

ของป่าและภูเขาได้ ✩ ถ้ำวิมาน มีหินงอกหินย้อยสวยงาม อากาศเย็นสบายภายในถ้ำพบร่องรอยของมนุษย์โบราณ

เช่น เศษกระเบื้อง และขวานหินใกล้ถ้ำ บริเวณใกล้ถ้ำมีน้ำตกห้วยปลาก้าง มีความสูง 3 ชั้น ✩ ผาน้ำหยด อยู่บริเวณริมแม่น้ำเพชรบุรี มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันมีความงดงามมาก

น้ำจาก หน้าผาจะไหลหยดลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีตลอดปี อยู่ใกล้กับแม่น้ำบางกลอย ✩ ชมความงามสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำบางกลอย มีทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำงาม

ตลอดสาย หากมีการล่องแก่งสามารถเห็นความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด ✩ ชมความงามริมทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ เป็นเส้นทางเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว

โดยเฉพาะ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติประมาณ 34.5 กิโลเมตร ระหว่างทางสามารถชมทิวทัศน์ได้ตลอดสาย เห็นภูเขา ทะเลหมอก ป่าเขียวขจี และพบเห็นสัตว์นานาชนิด ✩ ลานหนุมานหรือเขาปะการัง ลักษณะของภูเขาเป็นหินที่มีรูปร่างลักษณะแปลกตาคล้าย

ปะการัง บริเวณนี้มีลิง ค่าง และชะนีเป็นจำนวนมาก และยังเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ✩ น้ำตกป่าละอู อยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในท้องที่อำเภอหัวหิน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความสูง 16 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ✩ น้ ำ ตกห้ ว ยป่ า เลา มี ท ั ้ ง หมด 7 ชั ้ น อยู ่ ใ กล้ เ คี ย งกั บ น้ ำ ตกป่ า ละอู อยู ่ ใ นท้ อ งที ่

อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ✩ น้ ำ ตกชลนาฏ มี ค วามสู ง 3 ชั ้ น เป็ น น้ ำ ตกที ่ ม ี ผ าน้ ำ ตกสู ง ที ่ ส ุ ด ของอุ ท ยาน

แห่งชาติแก่งกระจาน สูงประมาณ 150-200 เมตร อยู่ใกล้เคียงกับน้ำตกป่าละอู ในท้องที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 27

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 นอกจากนี้ยังมีเทศกาลทางธรรมชาติที่น่าสนใจ ได้แก่ ✩ เทศกาลดูนก ผีเสื้อ บ้านกร่าง (เดือนเมษายน ของทุกปี)

ภาพที่ 4-6 นกและผีเสื้อในเขตอุทยานแห่งชาติิแก่งกระจาน ✩ เทศกาลส่งตะวัน นอนนับดาว เฝÑาชมหมอก ออกดูนก (เดือนมกราคม ของทุกปี)

ภาพที่ 4-7 บรรยากาศทะเลหมอกที่เห็นได้ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ✩

ปîดการท่องเที่ยว 3 เดือน ช่วงฤดูฝน (สิงหาคม-ตุลาคม ของทุกปี)

ภาพที่ 4-8 เส้นทางท่องเที่ยวในฤดูฝนที่อาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 28

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

4.4.5 ปัญหาที่สำคัญในเขตอุทยานฯ

✩ สถิติคดีปีงบประมาณ 2551 ในพื้นที่อุทยานฯ

ในปีงบประมาณ 2551 มีจำนวนคดีรวมทั้งสิ้น 30 คดี พบผู้ต้องหา 11 คน ซึ่งมีคดี

ทำไม้จำนวน 4 คดี โดยไม้ของกลาง 0.90 ม.3 ไม้รวก 1,000 ลำ คดีบุกรุกป่า 20 คดี โดยป่าถูกบุกรุก ไปจำนวน 86 ไร่ 1 งาน คดีล่าสัต ว์ ป ่ า 5 คดี เหตุ เ กิ ด ท้ อ งที ่ อ.แก่ ง กระจาน 12 คดี อ.หนองหญ้าปล้อง 15 คดี และ อ.หัวหิน 3 คดี ✩ ปัญหาการจัดการขยะในพื้นที่อุทยาน ✩ การตรวจสอบและรั ง วั ด ขอบเขตพื ้ น ที ่ ท ี ่ ร าษฎรถื อ ครองทำกิ น ในเขตอุ ท ยานแห่ ง ชาติ

บ้านโป่งลึก-บางกลอย

บทที่ 4 สิ่งแวดล้อมมนุษย์

4 - 29

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

º··Õè 5

»ÃÐà´ç¹ÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁ·ÕèÊÓ¤ÑÞ

ประเด็นสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในปี 2550 ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 มีทั้งหมด 2 ประเด็นสำคัญๆ คือ 5.1 อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร สถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จากการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมของ สสภ.8 ประกอบไปด้วย สถานการณ์ด้านการจัดการมูลฝอย สถานการณ์ด้านการจัดการน้ำเสีย สถานการณ์ด้านคุณภาพแหล่งน้ำ และสถานการณ์ด้านคุณภาพอากาศและเสียง

5.2 สถานการณ์เรื่องร้องเรียน ประกอบด้วยสถิติเรื่องร้องเรียนที่ สสภ.8 ได้รับตั้งแต่ ตุลาคม 2549-ตุลาคม 2550 รวมทั้งข้อมูลสถานการณ์เรื่องร้องเรียนปี 2550 ที่รวบรวมจากกรมควบคุม มลพิษ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของ สสภ.8 ตั้งแต่ ตุลาคม 2549-กันยายน 2550

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

5-1

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

5.1 อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร สสภ.8 ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ซึ่งตั้งอยู่ในค่ายพระรามหก ในนามคณะทำงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ สิรินธร โดยผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ดร.กฤษณา เชยพันธุ์ เป็นประธานคณะทำงาน และนายประสาท ฉัตรไชยรัชต์ หัวหน้ากลุ่มงานเฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงาน

สิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 เป็นคณะทำงานและเลขานุการ ในปี 2550 สามารถสรุปสถานการณ์คุณภาพ

สิ่งแวดล้อมที่สำคัญของอุทยานฯ ได้ทั้งสิ้น 4 ประเด็น คือ 5.1.1 สถานการณ์การจัดการมูลฝอย แหล่งกำเนิดมูลฝอยที่สำคัญในค่ายพระรามหก ที่ สสภ.8 ได้ดำเนินการสำรวจ จำนวน

3 พื้นที่ คือ มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรฯ กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พบว่า ✩ ระบบการจัดการมูลฝอย ในแต่ละพื้นที่มีการจัดเตรียมภาชนะพลาสติกสำหรับรองรับมูลฝอย ✩ อั ต ราการผลิ ต มู ล ฝอย ในส่ว นของอุ ทยานฯ และพระราชนิ เวศน์ม ฤคทายวัน นั ้น

ปริมาณมูลฝอยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวและกิจกรรม ส่วนของกองกำกับการ 1ฯ

พบว่ามีปริมาณไม่มากนักเมื่อเทียบกับบ้านพักและร้านค้า ซึ่งมีอัตราการผลิตมูลฝอยเฉลี่ยวันละประมาณ 0.45 กิโลกรัม/คน ✩ องค์ ป ระกอบมู ล ฝอย จากการสำรวจข้ อ มู ล องค์ ป ระกอบมู ล ฝอยชุ ม ชน ร้ า นค้ า

และสำนักงาน พบว่า ประเภทมูลฝอยที่พบมาก ได้แก่ เศษอาหาร ซึ่งมีมากถึงร้อยละ 64.2 , 71.1 และ 40.4 ของน้ำหนักมูลฝอยทั้งหมด ตามลำดับ รองลงมาได้แก่ พลาสติก แก้ว และกระดาษ เป็นต้น

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

5 - 2

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 5-1 ภาชนะรองรับมูลฝอย

ภาพที่ 5-2 ศึกษาองค์ประกอบของขยะ

5.1.2 สถานการณ์การจัดการน้ำเสีย

แหล่งกำเนิดน้ำเสียอุทยานฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ อาคารศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อาคารปฏิบัติการห้องประชุมค่ายสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ค่ายอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ค่าย สิ่งแวดล้อมนานาชาติ ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวจะมี การติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียแบบติดกับที่ (Onsite Treatment) แบบถังสำเร็จรูปร่วมกับวิธีการซึมลง ดิน ในส่วนการจัดการน้ำเสียพื้นที่ความรับผิด ชอบกองกำกั บ การ 1 ฯ นั ้ น ได้ ม ี โ ครงการ การก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ครอบคลุมพื้นที่ บ้านพักราชการค่ายพระรามหก และอุทยานฯ ขนาดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียได้วันละ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ภาพที่ 5-3 บริเวณโครงการก่อสร้าง ระบบบำบัดน้ำเสีย

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

5-3

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

5.1.3 สถานการณ์คุณภาพแหล่งน้ำ

แหล่งน้ำจืด ซึ่งแบ่งแหล่งน้ำเป็น 2 ประเภทตามแหล่งกำเนิด คือ แหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำ ที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยทำการสำรวจแหล่งน้ำจำนวน 9 สถานี รวม 2 ครั้ง ซึ่งพบว่าน้ำในบริเวณสวน นกน้ ำ มี ค ุ ณ ภาพเสื ่ อ มโทรมมาก ซึ ่ ง น่ า จะเกิ ด จากน้ ำ จากชุ ม ชนภายนอก บริ เ วณคลองขุ ด เชื ่ อ ม บางตราน้อยและบางตราใหญ่ ซึ่งแหล่งน้ำติดกับ ร้านค้าและแหล่งท่องเที่ยว คุณภาพน้ำจัดอยู่ใน เกณฑ์ ต ่ ำ มากเนื ่ อ งจากมี ก ารปนเปื ้ อ นของสาร อินทรีย์ในรูปบีโอดีสูงมาก และในส่วนของศูนย์กีฬา ทางน้ำซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีคุณภาพดีที่สุดเมื่อเทียบ กั บ บริ เ วณอื ่ น ๆ แต่ ก ็ ย ั ง มี ก ารปนเปื ้ อ นของสาร อินทรีย์ในรูปบีโอดีเช่นกัน

ภาพที่ 5-4 กิจกรรมการตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดิน

น้ำทะเล โดยดำเนินการสำรวจคุณภาพน้ำชายฝั่งครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลภายในพื้นที่ศึกษา จำนวน 3 สถานี ได้แก่ หาดด้านเหนือปากคลองบางตราน้อย หาดหน้าบ้านเจ้าพระยารามรา¶พ และ หาดด้านทิศใต้ปากคลองบางตราใหญ่ ซึ่งสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ได้ว่า ชายหาดด้านทิศเหนือบริเวณ ปากคลองบางตราน้อยมีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมมาก เนื่องจากมีปริมาณของแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิ ฟอร์มสูงทั้งนี้เนื่องจากชายหาดด้านนี้อยู่ใกล้เคียง กับชุมชนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมทะเล และชุมชนนี้ไม่มี ระบบบำบัดน้ำเสียจึงทำให้น้ำทะเลบริเวณนี้สกปรก ส่วนน้ำทะเลบริเวณหน้าบ้านพระยารามรา¶พ และ บริเวณปากคลองบางตราใหญ่คุณภาพน้ำยังอยู่ใน เกณฑ์ประเภทที่ 3 (ใช้ประโยชน์เพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำ) และประเภทที่ 4 (ใช้ประโยชน์เพื่อการนันทนาการ)

ภาพที่ 5-5 กิจกรรมการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

5-4

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

5.1.4 สถานการณ์คุณภาพอากาศและเสียง

จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง จำนวน 2 สถานี คือ พื้นที่ด้านหน้าอาคารศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ทางเข้า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งพบว่าปริมาณของฝุ่นละอองน้อยมาก ในส่วนของการตรวจวัดคุณภาพเสียง ซึ่งตรวจวัด 2 สถานี คือพื้นที่ด้านหน้าอาคารศูนย์ พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ทางเข้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวันซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับการตรวจวัด คุณภาพอากาศ พบว่า ระดับเสียงเฉลี่ยเท่ากับ 61.2 และ 57.2 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีระดับเสียงดังมากที่สุดในเวลากลางวันโดยมีแหล่งกำเนิดเสียงที่สำคัญคือ เสียงเครื่องยนต์รถของ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาบริเวณค่ายพระรามหก

ภาพที่ 5-6 กิจกรรมการตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียง

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

5-5

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

5.2 สถานการณ์เรื่องร้องเรียน

5.2.1 สถานการณ์เรื่องร้องเรียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จากการรวบรวมข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบัญหาสิ่งแวดล้อมจากส่วน ราชการซึ่งให้บริการรับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก 6 แหล่ง คือ กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี สำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเพชรบุรี และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่าปัญหา มลพิษที่มีจำนวนผู้ร้องเรียนมากที่สุด คือ มลพิษทางด้านอากาศและเสียง มลพิษทางด้านน้ำเสีย และ มลพิษทางด้านกากของเสีย ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 5-1

ตารางที่ 5-1 สถิติข้อมูลเรื่องร้องเกี่ยวกับปัญหามลพิษ แยกตามประเภทมลพิษปี 2550 (ตุลาคม 2549 - ตุลาคม 2550) ลำดับที่

1 2 3 4

จำนวน (ครั้ง)

ประเด็นปัญหามลพิษ มลพิษทางอากาศและเสียง กลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง/เขม่าควัน เสียงดัง/เสียงรบกวน มลพิษทางน้ำ กากของเสีย อื่นๆ รวมทั้งหมด

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

72 28 34 11 52 10 6 141

5 - 6

ร้อยละ 52 20 24 8 37 7 4 100

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 5-7 กราøแสดงปัญหามลพิษที่มีการร้องเรียนในพื้นที่ความรับผิดชอบ สสภ.8 จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5.2.2 สถานการณ์เรื่องร้องเรียนโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 แนวโน้มปัญหามลพิษในปี 2550 เพิ่มขึ้นจากประเด็นร้องเรียนในปี 2549 ทุกประเด็น โดย ปัญหาเรื่องน้ำเสียมีเพิ่มขึ้น จำนวน 21 เรื่อง ปัญหาเรื่องฝุ่นละออง/เขม่าเพิ่มขึ้นจำนวน 14 เรื่อง ปัญหาเรื่องกากของเสียเพิ่มขึ้นจากปี 2549 จำนวน 1 เรื่อง ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นเพิ่มขึ้นจากปี 2549 จำนวน 10 เรื่อง และประเด็นเสียงดังเพิ่มขึ้น 6 เรื่อง ปัญหามลพิษที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด สามอันดับแรกยังคงเหมือน ปี 2549 นั่นคือ ประเด็นร้องเรียนด้านอากาศ(ปัญหากลิ่นเหม็น ปัญหา ฝุ่นละออง/เขม่าควัน ปัญหาเสียงดัง/เสียงรบกวน) ประเด็นร้องเรียนเรื่องน้ำเสีย และ ปัญหาขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล (ตารางที่ 5-2)

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

5-7

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 5-8 กราøแสดงแนวโน้มจำนวนประเด็นเรื่องร้องเรียนเปรียบเทียบ ระหว่างปี 2549-2550

ตารางที่ 5-2 สถิติข้อมูลเรื่องร้องเกี่ยวกับปัญหามลพิษ แยกตามประเภทมลพิษปี 2550 (ตุลาคม 2549 - ตุลาคม 2550) ปีที่ ดำเนินการ ปี 2549 ปี 2550

จำนวน เรื่อง 27 48

น้ำ ฝุ่นละออง กาก /เขม่า ของเสีย เสีย 11 7 4 25 9 5

กลิ่น เหม็น 4 14

เสียงดัง 0 6

รวมประเด็น เรื่องร้องเรียน 26 59

จากสถิติของกลุ่มงานเฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 พบว่าพื้นที่ที่ประสบกับปัญหามลพิษมากที่สุดเป็นพื้นที่ในเขตจังหวัดราชบุรี มีจำนวนเรื่องร้องเรียน 17 เรื่อง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีจำนวนเรื่องร้องเรียน 12 เรื่อง จังหวัดกาญจนบุรี มีจำนวนเรื่อง ร้องเรียน 11 เรื่อง จังหวัดสมุทรสงคราม มีจำนวนเรื่องร้องเรียน 5 เรื่อง และ จังหวัดเพชรบุรี มีจำนวน เรื่องร้องเรียน 5 เรื่อง ตามลำดับ (ตารางที่ 5-3) บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

5-8

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 5-3 สถิตร้องเรียนปัญหามลพิษแยกตามจังหวัด โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ปี 2550 จังหวัด

ลำดับที่ 1 2 3 4 5

ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี

บทที่ 5 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

5 - 9

จำนวนเรื่อง

ร้อยละ

17 12 11 5 3

35 25 23 10 6

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

º··Õè 6

¡ÒúÃÔËÒèѴ¡Òà ·ÃѾÂҡøÃÃÁªÒµÔáÅÐÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁ สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2550 ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 (สสภ.8) ได้ดำเนินการ มีดังนี้ 6.1 แผนจั ด การคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล้ อ มระดั บ ภาค พ.ศ.2550-2554 (จั ง หวั ด ราชบุ รี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์) ในปีงบประมาณ 2551 สสภ.8 ได้ดำเนินการ ติดตามประเมินผลการแปลงแผนและมาตรการต่างๆ ของแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค พ.ศ.2550-2554 ไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนปัญหา อุปสรรค กระบวนการกำหนดแผนงานโครงการและการมี ส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยจัดทำแบบสอบถามด้านการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปี 2550- 2551 ของหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ สสภ.8 6.2 พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) พื้นที่รับผิดชอบของ สสภ.8 มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศตามอนุสัญญาแรมซาร์ 2 แห่ง คือ พื้นที่ชุ่มน้ำ ดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม และพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ 6.3 พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสถานการณ์ด้านการดำเนินการพิจารณารายงาน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในเขตพื้นที่ คุ้มครองสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานและแนวทางการแก้ไขปัญหา 6.4 การมี ส่ ว นร่ ว มภาคประชาชน การมี ส ่ ว นร่ ว มมี ค วามสำคั ญ ในการบริ ห ารจั ด การ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน สสภ.8 ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยอาศัยทุกภาคส่วนใน การร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการอบรมสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุ เหลือใช้ โครงการถุงใหญ่ใบเดียวÇลดขยะ...ลดโลกร้อนภายใต้โครงการชุมชนสีเขียว ปี 2551 โครงการ รณรงค์โพธารามเมืองสะอาดÇร่วมมือลดขยะ...ลดโลกร้อน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกปี 2551 เป็นต้น

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6-1

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

6.1 แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค พ.ศ.2550-2554 (จั ง หวั ด ราชบุ รี กาญจนบุ รี สมุ ท รสงคราม เพชรบุ รี

ประจวบคีรีขันธ์) สสภ.8 ได้ดำเนินการจัดทำแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค พ.ศ. 2550-2554 ขึ้น โดยกระบวนการมี ส ่ ว นร่ ว มจากทุ ก ภาคส่ ว น และยึ ด พื ้ น ที ่ ล ุ ่ ม น้ ำ หลั ก เป็ น สำคั ญ ซึ ่ ง ประกอบด้ ว ย ยุทธศาสตร์หลัก 4 ยุทธศาสตร์ 6 กลยุทธ์ 119 มาตรการ (รายละเอียดเบื้องต้นสามารถดาวน์โหลด แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่ www.reo08.mnre.go.th หรือ www.envwest.com) เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการป้องกัน ฟื้นฟู และดูแลรักษาให้การใช้ประโยชน์อยู่บน พื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในลักษณะพื้นที่ – ภารกิจ – การมีส่วนร่วม (Area-Function -Participation หรือ AFP) อย่างทั่วถึงทุกภูมิภาคควบคู่กับการพัฒนาข้อมูลให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้หน่วยงานและประชาชน เข้าถึงการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้และเพื่อให้แผนฯ ดังกล่าว สามารถนำไปสู่ การปฏิ บ ั ต ิ ไ ด้ อ ย่ า งเป็ น รู ป ธรรม และสามารถเกิ ด ผลสั ม ฤทธิ ์ ข องแผนฯ ตามเป้ า หมายได้ อ ย่ า งมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล สสภ.8 จึงได้ดำเนินการเผยแพร่แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค พ.ศ. 2550 – 2554 ไปยังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 621 แห่ง รวมทั้งได้จัดทำข้อมูลสารสนเทศ

สิ ่ ง แวดล้ อ ม และได้ ป ระสานความร่ ว มมื อ กั บ สำนั ก งานทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ ่ ง แวดล้ อ มจั ง หวั ด

ในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัดในพื้นที่

ความรับผิดชอบของ สสภ.8 ทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดทำแผนดังกล่าว และนอกจาก นี้ยังได้ดำเนินการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ ในการจัดทำ

แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีความรู้ความสามารถใน

การจัดทำแผนฯ และมีความพร้อมในการจัดเตรียมโครงการได้ ในปีงบประมาณ 2551 สสภ.8 ได้ดำเนินการติดตามประเมินผลการแปลงแผนและมาตรการ ต่างๆ ของแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค พ.ศ. 2550-2554 ไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนปัญหา อุปสรรค กระบวนการกำหนดแผนงาน โครงการและการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยได้จัดทำ แบบสอบถามด้านการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2550- 2551

ของหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาค 8 รวม 564 แห่ง ได้รับแบบสอบถามกลับคืนมาทั้งสิ้น 272 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 48.23 ดังรายละเอียดที่ แสดงในตารางที่ 6-1

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 2

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ตารางที่ 6-1 แบบสอบถามด้านการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ปี 2550-2551

ประเภท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน/ภาคประชาชน รวม

จำนวน (แห่ง) 416 120 28 564

จำนวนตอบกลับ (แห่ง) 202 68 2 272

ร้อยละ 74.3 25.0 0.7 100.0

และเมื่อสอบถามถึงความสอดคล้องของแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาคในการนำไป ใช้ประโยชน์ ร้อยละ 98.1 เห็นว่าแผนฯ มีสอดคล้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน ระดับพื้นที่ที่รับผิดชอบ และมีระดับความสอดคล้องในระดับปานกลาง ร้อยละ 60.5 รองลงมาคือ ระดับ มาก ร้อยละ 26.5 และระดับน้อยร้อยละ 13.0 โดยที่หน่วยงาน/องค์กร ร้อยละ 82.8 ได้นำแผนจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค ไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการวางแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ อีกร้อยละ 17.2 ยังไม่ได้นำไปใช้เนื่องจาก ระยะเวลาของแผนยังไม่สอดคล้องกัน และใช้แผนของหน่วยงานในระดับ กรม ยุทธศาสตร์จังหวัดเป็นกรอบแนวทาง ร่วมกับนโยบายรัฐบาล และสภาพปัญหาของประชาชนใน พื้นที่ สำหรับช่วงเวลาในการจัดทำแผนปฏิบัติการนั้น หน่วยงาน/องค์กรส่วนใหญ่จะทำในช่วงเดือน ตุลาคม ถึ ง พฤศจิ ก ายนของทุกปี โดยรูปแบบในการจั ด ทำแผนที ่ ใ ช้ น ั ้ น ส่ ว นใหญ่ จ ะดำเนิ น การในรู ป แบบของ

การมี ส ่ ว นร่ ว มร้ อ ยละ 80.1 รวมทั ้ ง มี ก ารวิ เ คราะห์ ส ถานการณ์ แ ละสภาพปั ญ หา ร้ อ ยละ 74.2

และพิจารณาถึงเป้าหมาย นโยบาย ร้อยละ 59.6 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาถึงแผนปฏิบัติการของหน่วยงาน/องค์กรที่ได้จัดทำขึ้นว่ามีความสอดคล้องกับ มาตรการ แนวทางในการแก้ไขปัญหาตามแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค โดยมีแผนงาน/ โครงการที่ส่งผลให้บรรลุต่อตัวชี้วัดในแต่ละด้าน พบว่า ในทุกยุทธศาสตร์จะมีแผนงาน/โครงการที่สอดรับ ตามตั ว ชี ้ ว ั ด ในแต่ ล ะกลยุ ท ธ์ มาก น้ อ ย ตามสภาพปั ญ หาในแต่ ล ะด้ า นของแต่ ล ะพื ้ น ที ่ โดยมี

ความสอดคล้องมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อันดับที่ 1 ด้านบริหารจัดการมีความสอดคล้องมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 88.0 โดยมีแผนงาน ที่ตอบสนองต่อตัวชี้วัด 3 ลำดับแรก คือ ✩ การสร้างความร่วมมือในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 81.8 ✩ การจัดทำสื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 44.5 ✩ การจัดค่ายเยาวชนและอาสาสมัครสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 35.3

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 3

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 อันดับที่ 2 ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ในส่วนของทรัพยากรน้ำ ร้อยละ 87.1 โดยมีแผนงานที ่

ตอบสนองต่อตัวชี้วัด 3 ลำดับแรก คือ ✩ การจัดทำแผนป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ร้อยละ 62.9 ✩ การจัดทำแผน อนุรักษ์ ฟื้นฟู แหล่งน้ำ ร้อยละ 49.6 ✩ การรณรงค์สร้างจิตสำนึกถึงความสำคัญของระบบนิเวศน้ำ ร้อยละ 48.5 อันดับที่ 3 ด้านภาวะมลพิษ ร้อยละ 81.2 โดยมีแผนงานที่ตอบสนองต่อตัวชี้วัด 3 ลำดับแรก คือ ✩ การส่งเสริมการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วม ร้อยละ 63.7 ✩ การให้ความรู้สร้างจิตสำนึกให้ประชาชน ผู้ประกอบการในการจัดการขยะ น้ำเสีย ร้อยละ 57.4 ✩ การจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอันตรายที่ถูกหลักสุขาภิบาล ร้อยละ 45.9 ในการดำเนินการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัตินั้นมีปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ คือ ขาดงบประมาณ ร้อยละ 72.9 ศักยภาพขององค์กร/บุคลากรยังไม่เพียงพอ ร้อยละ 61.7 และขาดข้อมูลวิชาการ ร้อยละ 52.3 ตามลำดับ สำหรับสิ่งที่ต้องการได้รับการสนับสนุนมากที่สุด คือ ข้อมูลวิชาการ ทั้งในรูปแบบของ การจัดทำคู่มือ การอบรมให้ความรู้ ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ คิดเป็นร้อยละ 51.3 รองลงมาคือ การบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ร้อยละ 27.0 และความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผน ร้อยละ 21.7 ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับ ภู ม ิ ภ าค ระดั บ จั ง หวั ด และระดั บ ท้ อ งถิ ่ น ได้ ม ี ก ารดำเนิ น การในการป้ อ งกั น ฟื ้ น ฟู และดู แ ลรั ก ษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามบทบาท หน้าที่ และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องการ

การสนับสนุน และความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการดำเนินงานบรรลุตาม วัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างทั่วถึง

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 4

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

6.2 พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) พื ้ น ที ่ ร ั บ ผิ ด ชอบของ สสภ.8 มี พ ื ้ น ที ่ ช ุ ่ ม น้ ำ ที ่ ม ี ค วามสำคั ญ ระหว่ า งประเทศตาม อนุสัญญาแรมซาร์ จำนวน 2 แห่ง คือ พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม และพื้นที่ชุ่มน้ำ

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 6.2.1 พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2544 เป็นลำดับที่ 3 ของประเทศไทย และเป็นลำดับที่ 1,099 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่ มีความสำคัญระหว่างประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 547,000 ไร่ ในพื้นที่ 4 ตำบล คือ ตำบล

บางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลบางแก้ว และตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม และพื้นที่ในทะเลจากระดับน้ำทะเลต่ำสุดลงไป 3,000 เมตร ตั้งอยู่ในพิกัดทางภูมิศาสตร์ 13 องศาเหนือ 17 ลิปดา 25 ฟิลิปดา และ 99 องศาตะวันออก 55 ลิปดา ถึง 10 องศาตะวันออก

ภาพที่ 6-1 แผนที่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอดจังหวัดสมุทรสงคราม บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 5

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ในปี 2548 จังหวัดสมุทรสงครามได้มี การแต่ ง ตั ้ ง คณะกรรมการจั ด การพื ้ น ที ่ ช ุ ่ ม น้ ำ ดอนหอยหลอดขึ ้ น ใหม่ แ ทนกรรมการชุ ด เดิ ม เนื่องจากมีการปฏิรูประบบราชการใหม่ และตั้งแต่ ปี 2548 – 2550 ประชาชนในพื้นที่ได้ประสานทาง จังหวัดสมุทรสงครามหลายครั้ง ให้มีการทบทวน การประกาศเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยประชาชนในพื้นที่ บางส่ ว นต้ อ งการที ่ จ ะให้ ม ี ก ารพั ฒ นาที ่ ด ิ น ใน การครอบครองกรรมสิทธิ์ของตนเองได้

ภาพที่ 6-2 พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอดจังหวัด สมุทรสงคราม

ซึ่งคณะกรรมการได้มีการประชุมเพื่อ หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอย หลอดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่มีความเห็นชอบในการประกาศเป็นพื้นที่แรมซาร์ไซด์ โดยบางฝ่ายเห็นว่า เหมาะสมแล้ว แต่บางฝ่ายเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนขนาดพื้นที่ โดยลดพื้นที่บนบกและเพิ่มพื้นที่ในทะเล ที ่ ป ระชุ ม จึ ง ได้ ม ี ม ติ ใ ห้ แ ต่ ง ตั ้ ง คณะทำงานโดยสำนั ก งานทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ ่ ง แวดล้ อ มจั ง หวั ด สมุทรสงคราม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และกำนันทั้ง 4 ตำบล ร่วมกันจัดทำประชาคมเพื่อหารือ และหาข้อสรุปเรื่องอาณาเขตของพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่บนบกประมาณห้าหมื่นกว่าไร่ ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลง ขนาดพื้นที่ต้องได้คะแนนเกินกว่าร้อยละ 60 ถ้าคะแนนไม่ถึงถือว่าอนุสัญญาเดิมเหมาะสมแล้ว ในปี 2551 นี้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำโครงการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนด้วยสันติวิธี (ดอนหอย หลอด) ขึ้นเพื่อทราบถึงสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ ชุ่มน้ำดอนหอยหลอดอย่างสันติวิธี และให้เกิดความเชื่อมั่นระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน โดยได้ มีการสำรวจพื้นที่ทั้ง 4 ตำบล และสอบถามความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในแต่ละตำบล ดำเนิน การรวบรวม ข้อมูลความคิดเห็นต่อพื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด ทั้งในส่วนของ ข้อมูลทั่วไป ความเห็นต่อ นุสัญญาแรมซาร์ ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ความเห็นต่อการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ การทำประมง การเมืองท้องถิ่น และจะได้มีการจัดสัมมนาเวทีประชาคมรวมทั้งจังหวัด เพื่อหาข้อสรุปใน ภาพรวมแต่ละด้าน และใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินการเพื่อหาข้อยุติในส่วนของอาณาเขตพื้นที่ที่ประกาศ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศต่อไป

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6-6

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 6.2.2 พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื ้ น ที ่ ช ุ ่ ม น้ ำ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ เ ขาสามร้ อ ยยอด จั ง หวั ด ประจวบคี ร ี ข ั น ธ์ ได้ ร ั บ

การประกาศเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2551 เป็นลำดับที่ 31 ของประเทศไทย และเป็นลำดับที่ 1,734 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 130.0048 ตาราง กิโลเมตร หรือ 81,253 ไร่ ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ในกิ่งอำเภอสามร้อยยอด และ อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ในพิกัดทางภูมิศาสตร์ระหว่างเส้นรุ้งที่ 12 องศา 5 ลิปดา ถึง 12 องศา 20 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศาตะวันออก 52 ลิปดา ถึง 100 องศา

2 ลิปดาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 605 เมตร และอยู่บนระวางแผนที่ 4933 I, II

ของกรมแผนที่ทหาร ลักษณะทั่วไปประกอบด้วยระบบนิเวศที่หลากหลาย ระบบนิเวศบกเป็นเทือกเขาและป่าเขาหิน ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้แก่ บึงน้ำจืด ป่าชายเลน หาดโคลน และหาดทรายชายทะเล รวมถึงนาข้าวซึ่งอยู่ บริเวณใกล้เคียง ป่าชายเลนพบบริเวณปากคลอง พันธุ์ไม้ขึ้นอยู่เป็นแนวแคบๆตามชายคลองบริเวณ ทางออกทะเล รวมทั้งยังพบนกประจำถิ่นและนกอพยพย้ายถิ่นหลากหลายชนิด พันธุ์ปลาธรรมชาติ พืชน้ำ และสัตว์นานาชนิด ใช้พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งดำรงชีวิต

ภาพที่ 6-3 แผนที่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 7

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ทุ่งสามร้อยยอด กิ่งอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความสำคัญต่อการ ดำรงชีวิตอย่างมหาศาลเพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่หลากหลาย ก่อเกิดเป็นห่วงโซ่ อาหารที่สำคัญ เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีใจรัก ธรรมชาติ เป็นระบบนิเวศที่มีคุณค่าและความสำคัญต่อวิถีชีวิตทั้งมนุษย์ พืช และสัตว์ ทั้งทาง นิเวศวิทยา เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ คุณประโยชน์ที่พึงมีพึงได้รับจากพื้นที่ชุ่มน้ำนั้นจึงมีคุณค่ามหาศาล

ภาพที่ 6-4 พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในอดีตทุ่งสามร้อยยอดจะใช้เป็นแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตของคนในชุมชน ในฤดูแล้งน้ำลด ชาวบ้านใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นอาชีพดั่งเดิมมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนฤดูฝนชาวบ้านจะมีอาชีพจับปลาขาย และทำนาโดยอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติ ความลงตัวระหว่างชุมชนกับทรัพยากรธรรมชาติดำเนินไปได้อย่าง กลมกลืนมายาวนาน ทั้งวิถีชีวิตการทำมาหากิน ที่อยู่อาศัย วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของชุมชน แต่วันนี้ ทุ่งสามร้อยยอดเปลี่ยนไป เป็นเพราะชุมชนเติบโตมากขึ้นจึงเกิดเป็นชุมชนขยายต้องใช้ประโยชน์ในที่ดิน ทำให้ชาวบ้านรุกที่เข้ามาสร้างที่อยู่อาศัยกันมาก อีกทั้งมีนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านเสนอ ราคาแพงๆ แล้วนำเอาเอกสารสิทธิ์เข้ามาครอบครองกันเองโดยไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาคัดค้านการกระทำ ของนายทุ น กลุ่มนี้ ทำให้พื้นที่ทุ่งสามร้ อ ยยอดลดน้ อ ยลง ทั ้ ง ๆที ่ เ มื ่ อ ก่ อ นทุ ่ ง สามร้ อ ยยอดคื อ เป็ น ทุ่งสาธารณะก็ว่าได้ ส่วนการทำนากุ้งที่เข้ามาตามกระแส เมื่อจับกุ้งแล้วการปล่อยน้ำเสียลงทุ่ง ทำให้น้ำ มีระดับความเค็มมากกว่าธรรมชาติกำหนดไว้ จึงเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังมีการลักลอบ ปล่อยน้ำเสียของโรงงานใกล้เคียงลงสู่ทุ่ง ทำให้ปู ปลาและพืชบางชนิดตายลงไป ทุกปัญหาทั้งหมดนี้จึง จำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6-8

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

6.3 พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม นับจากการบังคับใช้ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่ คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่อำเภอบ้านแหลม อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอท่ายาง และอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหิน และอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ. ศ.2547 ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2547 จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2551 พบว่า มีโครงการประเภทที่พักอาศัยใน เขตพื ้ น ที ่ ค ุ ้ ม ครองสิ ่ ง แวดล้ อ มจั ง หวั ด เพชรบุ ร ี แ ละจั ง หวั ด ประจวบคี ร ี ข ั น ธ์ ท ี ่ เ สนอรายงานผลกระทบ

สิ่งแวดล้อมเบื้องต้นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จำนวน 78 โครงการ คือ

6.3.1 พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุร ี

มีจำนวนโครงการ จำนวน 34 โครงการ เป็นโครงการที่ได้รับความเห็นชอบใน รายงานฯ จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ แล้ว จำนวน 31 โครงการ ยังไม่ได้รับความเห็นชอบใน รายงานฯ จำนวน 2 โครงการ และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายงานฯ จำนวน 1 โครงการ ✩ โครงการโรงแรมสถานที่ พั ก ตากอากาศ จำนวนทั ้ ง สิ ้ น 11 โครงการ

โดยจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น จำนวน 10 โครงการ และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 โครงการ ✩ โครงการอาคารอยู่อาศัยรวม จำนวนทั้งสิ้น 15 โครงการ โดยจัดทำรายงาน

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น จำนวน 10 โครงการ และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ

สิ่งแวดล้อม จำนวน 5 โครงการ ✩ โครงการจั ด สรรที่ ดิ น จำนวนทั ้ ง สิ ้ น 7 โครงการ โดยจั ด ทำรายงาน

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นทั้งหมด ✩ โครงการจัดสรรที่ดินและอาคารชุดพักอาศัย (รวมอยู่ในโครงการเดียวกัน)

จำนวนทั้งสิ้น 1 โครงการ โดยจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 9

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 6.3.2 พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีจำนวนโครงการ 44 โครงการ เป็นโครงการที่ได้รับความเห็นชอบในรายงานฯ

จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ แล้ว จำนวน 36 โครงการ ยังไม่ได้รับความเห็นชอบในรายงานฯ จำนวน 7 โครงการ และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายงานฯ จำนวน 1 โครงการ ✩ โครงการโรงแรมหรือสถานที่พักตากอากาศ จำนวนทั้งสิ้น 15 โครงการ

โดยจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น จำนวน 12 โครงการ และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จำนวน 3 โครงการ ✩ โครงการอาคารอยู่อาศัยรวม จำนวนทั้งสิ้น 27 โครงการ โดยจัดทำรายงาน

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น จำนวน 14 โครงการ และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ

สิ่งแวดล้อม จำนวน 13 โครงการ ✩ โครงการจั ด สรรที่ ดิ น จำนวนทั ้ ง สิ ้ น 2 โครงการ โดยจั ด ทำรายงาน

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นทั้งหมด

6.3.3 ปัญหาอุปสรรค

ในการพิจารณารายงานฯ ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเพชรบุรีและ ประจวบคีรีขันธ์ มีปัญหาอุปสรรคที่สำคัญหลายประการ ดังนี้ ✩ การไม่เสนอรายงานฯตามขั้นตอนของกฎหมายจากการพิจารณารายงานฯ มีโครงการจำนวนมากที่ก่อสร้างไปก่อน แล้วจึงเสนอรายงานฯ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอชะอำ

จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหินและอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยท้องถิ่นยังไม่เห็น

ความสำคัญที่จะต้องกำกับดูแลให้ถูกต้องตามกฎหมาย ✩ ความไม่เพียงพอของระบบสาธารณูปโภคของท้องถิ่น จากการพิจารณารายงานฯ

พบว่า ในการสำรวจสภาพปัญหาของประชาชนในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชาชนมีปัญหาที่สำคัญในเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ทั้งในด้านของการขาดแคลน น้ำและคุณภาพของน้ำ โดยท้องถิ่นยังไม่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของประชาชนเท่าที่ควร เนื่องจาก ยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ และการรองรับการพัฒนาของโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ✩ การขาดการศึกษาความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) มีโครงการพัฒนาจำนวนมากที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหิน และอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยยังไม่มีนโยบายในการกำหนดกรอบการพัฒนาที่เหมาะสม

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 10

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

6.3.4 แนวทางการแก้ไข

✩ เร่งดำเนินการศึกษาศักยภาพของพื้นที่ให้ทันกับการเติบโตของเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพื่อมิให้เมืองเติบโตเกินกว่าที่ศักยภาพของพื้นที่จะรองรับได้ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัด เพชรบุรี อำเภอหัวหินและอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ✩ การพิ จ ารณารายงานฯ ของโครงการที ่ ม ี ข นาดใหญ่ ท ี ่ ต ้ อ งจั ด ทำรายงาน

การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมหรือมีผลกระทบทาง

สิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก ควรพิจารณารายงานฯ โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาวิชาการ เพื่อให้การพิจารณา

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการในแต่ละด้านเป็นไปด้วยความรอบคอบมากที่สุด ✩ มีการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองอย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับการรักษา

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ✩ สร้างความเข้าใจให้กับท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานผู้ให้อนุญาต ให้เห็นความสำคัญของ

การรอความเห็นชอบในรายงานฯ ก่อนการให้อนุญาตโครงการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ✩ สร้างจิตสำนึกให้กับเจ้าของโครงการ ให้เห็นความสำคัญของการรักษาทรัพยากร

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ✩ สร้างความเข้มแข็งของประชาชน โดยต้องให้การศึกษาที่ดีแก่ประชาชน เพื่อส่งเสริม

บทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

6.4 การมีส่วนร่วมภาคประชาชน 6.4.1 โครงการอบรมสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ การดำเนินงานตามแผนงานโครงการชุมชนสีเขียวเข้าสู่แผนการดำเนินงานปีที่ 2

โดยเน้นการนำความรู้สู่การปฏิบัติ และสิ่งแวดล้อมได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ สสภ.8 ได้จัดให้มี โครงการรณรงค์ให้ความรู้ด้านการจัดการขยะโดยการบรรยาย สาธิตการคัดแยกขยะ รวมถึงการนำขยะ หรือสิ่งของเหลือใช้ภายในบ้านเรือน มาประดิษฐ์เป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมหรือคิดค้น เป็นสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ เพื่อให้เกิดการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด รวมทั้ง เป็นการ

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 11

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551 ลดปริมาณขยะ และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ รวมไปถึงการสร้างกลุ่มและเครือข่ายในการทำ สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อนำไปสู่การเป็นต้นแบบของ ชุมชนสีเขียวที่เข้มแข็งต่อไป ✩ อบรมการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ครั้งที่ 1 วันที่ 25 มีนาคม 2551 ณ อาคารศูนย์ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรตำบลกระดังงา โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรใน การบรรยาย สาธิต และฝึกปฏิบัติจากโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์ (มณีวิทยา) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี รวมทั้งวิทยากรจาก สสภ.8 โดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

ภาพที่ 6-5 อบรมการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ครั้งที่ 1

✩ อบรมการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ครั้งที่ 2 วันที่ 28 มีนาคม 2551

ณ อาคารศูนย์ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรตำบลกระดังงา โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรใน การบรรยาย สาธิต และฝึกปฏิบัติจากโรงเรียนเทศบาล 3 อัมพวันเจติการาม จังหวัดสมุทรสงคราม รวมถึงวิทยากรจาก สสภ.8 โดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

ภาพที่ 6-6 อบรมการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ครั้งที่ 2

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 12

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

6.4.2 โครงการถุงใหญ่ใบเดียว…ลดขยะ...ลดโลกร้อน ภายใต้โครงการชุมชนสีเขียว ปี 2551

โครงการถุงใหญ่ใบเดียว...ลดขยะ...ลดโลกร้อน ในพื้นที่เทศบาลตำบลกระดังงา

เป็นโครงการหนึ่งที่ สสภ.8 สำนักการมีส่วนร่วมภาคประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เทศบาล ตำบลกระดังงา และชาวชุมชนในเขตเทศบาลกระดังงา ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน คือบริษัท สมรไพบูลย์ (บางคนที) 2002 จำกัด ร่วมดำเนินการแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการลดปริมาณ

การใช้ด้วยวิธีการใช้ถุงใหญ่ใบเดียว หรือตะกร้าจ่ายตลาด ร่วมกับวิธีลดการทิ้งถุงพลาสติกเป็นขยะ และ ส่งเสริมให้นำกลับมาใช้ใหม่ให้มากและนานที่สุดตามความจำเป็นและเพื่อเป็นการรณรงค์ปรับเปลี่ยน พฤติกรรมลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว (ถุงก๊อบแก๊บ) และเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2551 เป็นวันงาน

เปิดตัวโครงการฯ มีประชาชนในชุมชนประมาณ 1,000 คน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งได้มีการรับสมัคร สมาชิกเข้าร่วมโครงการฯ โดยแบ่งประเภทการรับสมัครสมาชิกเป็น ประเภทประชาชนทั่วไป และประเภท ร้านค้า และจากใบสมัครสมาชิกสามารถสรุปผลการสมัครเข้าร่วมโครงการถุงใหญ่ใบเดียว...ลดขยะ...

ลดโลกร้อน ได้ดังนี้ ✩ ใบสมัครสมาชิกประเภทประชาชน จำนวนใบสมัครสมาชิกที่สมัครเข้าร่วมโครงการที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตเทศบาลตำบลกระดังงา มีจำนวน 298 ใบสมัคร นอกเขตพื้นที่เทศบาลตำบลกระดังงา จำนวน 48 รวมทั้งสิ้น 346 ใบสมัคร จากจำนวน ประชากร 3,472 คน (ที่มา : กรมการปกครอง ธันวาคม 2550) คิดเป็นร้อยละ 9.96 ทั้งนี้ในการประชุม ชี้แจ้งรายละเอียดโครงการให้แก่ชุมชน ได้มีข้อกำหนดในการรับสมัครโดย หนึ่งครอบครัวสามารถยื่น

ใบสมัครเพียงหนึ่งใบได้ ซึ่งมีผู้มาลงทะเบียนตามบ้านเลขที่ จำนวน 261 หลังคาเรือน จากจำนวน ทั้งหมด 743 หลังคาเรือน (ตามทะเบียนราษฎร) หรือคิดเป็นร้อยละ 35.13 ✩ ใบสมัครสมาชิกประเภทร้านค้า ร้านค้าในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลกระดังงาที่สมัครเข้าร่วมโครงการถุงใหญ่ใบเดียว...ลดขยะ...ลดโลกร้อน

มีจำนวน 38 ร้าน โดยแบ่งเป็นประเภทสถานประกอบการที่เป็นร้านค้าในคูหา จำนวน 21 ร้าน ประเภทร้านค้าแผงลอย จำนวน 13 ร้าน ประเภทหาบเร่/รถเข็ญ จำนวน 3 ร้าน และประเภทอื่นๆ จำนวน 1 ร้าน โดยมีจำนวนร้านค้าที่เต็มใจจะแนะนำให้ลูกค้าใช้ถุงผ้า/ตะกร้า แทนการใช้ถุงพลาสติก ร้อยละ 94.7

บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 13

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

ภาพที่ 6-7 กิจกรรมการจัดเตรียมและเปîดตัวโครงการถุงใหญ่ใบเดียว...ลดขยะ..ลดโลกร้อน

ภาพที่ 6-8 กราøแสดงร้านค้าที่เต็มใจจะแนะนำให้ลูกค้าใช้ถุงผ้าหรือตะกร้า แทนการใช้ถุงพลาสติก บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 14

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

6.4.3 โครงการรณรงค์โพธารามเมืองสะอาด…ร่วมมือลดขยะ...ลดโลกร้อน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกปี 2551

โครงการรณรงค์โพธารามเมืองสะอาด..ร่วมมือลดขยะ..ลดโลกร้อน จัดขึ้นเนื่องในวัน ที่ 5 มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลก และดังคำขวัญประจำปี 2551 ที่ว่า “CO2 Kick the Habit! Towards a Low Carbon Economy” หรือ “เปลี่ยนพฤติกรรม ปรับแนวคิด สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” สสภ.8 จึงได้ประสานความร่วมมือกับเทศบาลเมืองโพธาราม และโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์ (มณีวิทยา) โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนบางส่วนจาก บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด รวมทั้งได้รับ ความร่วมมือจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี และสื่อมวลชนท้องถิ่นด้านการประชาสัมพันธ์เป็น อย่างดี โดยจัดกิจกรรมรณรงค์ในวันที่ 16 มิถุนายน 2551 ณ บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลอง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในงาน และดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นเกียรติในการรณรงค์ฯ ครั้งนี้ โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 800 คน จาก 10 ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลโพธาราม

ภาพที่ 6-9 โครงการรณรงค์โพธารามเมืองสะอาด..ร่วมมือลดขยะ..ลดโลกร้อน บทที่ 6 การบริหารจัดการ ฯ

6 - 15

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

àÍ¡ÊÒÃ͌ҧÍÔ§ กรมทรั พ ยากรน้ ำ . 2548. ข้ อ มู ล สารสนเทศภู มิ ศ าสตร์ จั ง หวั ด กาญจนบุ รี ราชบุ รี เพชรบุ รี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ (ขอบเขตลุ่มน้ำ). กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม. กรมการปกครอง. 2547. ข้ อ มู ล สารสนเทศภู มิ ศ าสตร์ จั ง หวั ด กาญจนบุ รี ราชบุ รี เพชรบุ รี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ (พื้นที่จังหวัด). กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม. กรมการปกครอง. 2550. จำนวนประชากรและบ้าน ณ ฐานข้อมูลปีปัจจุบัน. กระทรวงมหาดไทย. (http://www.dopa.go.th/) สถานี อ ุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยาทองผาภู ม ิ . 2550. ข้ อ มู ล อุ ตุ นิ ย มวิ ท ยา ปี 2550. กรมอุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยา. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สถานี อ ุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยากาญจนบุ ร ี . 2550. ข้ อ มู ล อุ ตุ นิ ย มวิ ท ยา ปี 2550. กรมอุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยา. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สถานี อ ุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยาราชบุ ร ี . 2550. ข้ อ มู ล อุ ตุ นิ ย มวิ ท ยา ปี 2550. กรมอุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยา. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สถานี อ ุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยาเพชรบุ ร ี . 2550. ข้ อ มู ล อุ ตุ นิ ย มวิ ท ยา ปี 2550. กรมอุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยา. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สถานี อ ุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยาหั ว หิ น . 2550. ข้ อ มู ล อุ ตุ นิ ย มวิ ท ยา ปี 2550. กรมอุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยา. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สถานี อ ุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยาประจวบคี ร ี ข ั น ธ์ . 2550. ข้ อ มู ล อุ ตุ นิ ย มวิ ท ยา ปี 2550. กรมอุ ต ุ น ิ ย มวิ ท ยา. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด (Provincial Operation Center : POC) 4 จังหวัด (กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์) .ข้อมูลพื้นที่ป่าไม้. กรมป่าไม้.2550.สถิติการป่าไม้ของประเทศไทย ปี 2550.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า. สถานการณ์ไøป่า. กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันตก พ.ศ.2551

àÍ¡ÊÒÃ͌ҧÍÔ§ (µ‹Í) ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันตก. 2550. รายงานสภาพน้ำฝน-น้ำท่าและตะกอนภาคตะวันตก. กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนั ก พั ฒ นาการท่ อ งเที ่ ย ว. 2551. ข้ อ มู ล แหล่ ง ท่ อ งเที่ ย ว. กระทรวงการท่ อ งเที ่ ย วและกี ฬ า (http://61.19.236.136/tourrist/user/result.php ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2551) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติ เขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8. 2550. สถานการณ์คุณภาพแหล่งน้ำผิวดิน ปี 2550 พื้นที่ ความรับผิดชอบ สสภ.8. สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8. 2549. แผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค พ.ศ. 2550-2554. สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

************************************

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8


Profile for Prajakchai Adkonghand

/reporWest51  

http://lib.mnre.go.th/lib/reporWest/reporWest51.pdf

/reporWest51  

http://lib.mnre.go.th/lib/reporWest/reporWest51.pdf

Advertisement

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded