Issuu on Google+

ข่าวสารสิง่ แวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี สำ�นักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๑ ประจำ�เดือน ตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๕๔

บทบรรณาธิการ ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ ฉบับนี้ ก็เป็นฉบับส่งท้าย ปีเก่า ๒๕๕๔ (ปีเถาะ) เพื่อต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๕ (ปีมะโรง) พวกเราชาว สสภ.๑๒ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและ อำ�นาจสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิท์ งั้ หลาย จงดลบันดาลให้ สมาชิกชาวข่าวสาร สิง่ แวดล้อมภาคที่ ๑๒ ทุกท่าน จงประสพแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง เงินทองไหลมาเทมา และขยันขันแข็งทำ�งาน ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ พร้อมกับหวังว่าจะได้ยินเสียงหัวเราะ แห่งความสุข (ห้าห้า) กันตลอดทั้งปีนี้ด้วยครับ ในปี พ.ศ.๒๕๕๔ ปี (เถาะ) ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ ความรุนแรงของภัยธรรมชาติขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง ปลายปี ที่ เ กิ ด เหตุ ก ารณ์ นํ้ า ท่ ว มครั้ ง ใหญ่ ใ นประเทศไทย นำ�มาซึง่ ความเสียหายต่อชีวติ และทรัพย์สนิ ทีไ่ ม่อาจจะประเมิน ค่าได้ และหากจะถามถึงสาเหตุของภัยธรรมชาติครั้งนี้ ก็คงมี ความคิดเห็นที่แตกต่างกันจากนักวิชาการหลายสาขา ไม่ว่าจะ เป็นการตัดไม้ทำ�ลายป่า การสร้างสิ่งกีดขวางเส้นทางการไหล ของนํ้า และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามเมื่อมองดูดีๆ แล้ว เหตุผลต่างๆ เหล่านี้ ก็เป็นผลมาจากการกระทำ�ของมนุษย์ แทบทั้งสิ้น เมื่อมนุษย์ทำ�ลายหรือเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ย่อมจะส่งผลกระทบกลับคืนมาสูม่ นุษย์ในรูปแบบเดียวกันเสมอ เพียงแต่จะเร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำ�จากมนุษย์เท่านั้น ดังนัน้ ปีใหม่นี้ ชาว สสภ.๑๒ ก็หวังว่า กระแสการอนุรกั ษ์ สิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศไทย และในโลกจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น การทำ�ลายสิ่งแวดล้อมจะค่อยๆ ลดน้อยลง จนกระทั่งไม่มีการ ทำ�ลายเลย และ ชาว สสภ.๑๒ ก็จะเป็นกลไกหนึง่ ทีจ่ ะขับเคลือ่ น งานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง สรรหาเคล็บลับการรักษาสิ่งแวดล้อมมาฝากสมาชิกทุกท่าน ให้ได้รับข้อมูลและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อร่วมกันเป็น พลังสำ�คัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน ตลอดไป

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ โครงการสัมมนาการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ สว.

นายเฉลียว ลีสง่า ผู้อำ�นวยการสำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี รับมอบของที่ระลึกจากประธานคณะกรรมมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ในวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมลายทอง จังหวัดอุบลราชธานี

สารบัญ

การพัฒนาจริยธรรมข้าราชการไทยให้ยงั่ ยืน............................................๒ ชุมชนกับการอนุรกั ษ์แหล่งนํา้ ฯ...........................................................................๓ วิธีดูแลสุขภาพใจให้คลายทุกข์.............................................................................๔ การจัดการปัญหาสิง่ แวดล้อมในสถานการณ์อทุ กภัย........................๕ สิ่งแวดล้อมออนไลน์ สาย ๑๒....................................................................๖-๑๑

นํ้าท่วมกำ�ลังจะผ่านพ้นไป ด้วยนํ้าใจของคนไทยทุกคน สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี เลขที่ ๔๓๐ ถ.คลังอาวุธ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ๓๔๐๐๐ โทรศัพท์/โทรสาร ๐๔๕-๒๘๕ ๐๗๑-๓


การพัฒนาจริยธรรมข้าราชการไทยให้ยั่งยืน นายเฉลียว ลีสง่า ผอ.สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี

“ข้าพเจ้ามีความเต็มใจทีจ่ ะสละอำ�นาจอันเป็นของ ข้าพเจ้าอยูแ่ ต่เดิมให้ แก่ราษฎรโดยทัว่ ไป แต่ขา้ พเจ้าไม่ยนิ ยอมยกอำ�นาจทัง้ หลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ ใด คณะใดโดยเฉพาะเพือ่ ใช้อ�ำ นาจนัน้ โดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟงั เสียงอันแท้จริง ของราษฎร” พระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า อยู่หัว เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๗๗ แสดงให้เห็นถึงพระเนตรที่ยาวไกลมองเห็น อนาคตของประเทศไทย ภายใต้การปกครองแบบทีเ่ รียกกันว่าประชาธิปไตย ทรง มองเห็นและรับทราบถึงจิตสำ�นึกที่ ฝังแน่นอยู่ในคนไทย หนึ่งในจิตสำ�นึกนั้นคือ ความไร้จริยธรรม ความเสือ่ มจริยธรรมของข้าราชการไทย ทัง้ ข้าราชการการเมือง ข้าราชการ ประจำ� พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ นับเป็นเชือ้ โรคร้ายทีบ่ นั่ ทอนความ ผาสุกของประชาชนชาวไทย เชือ้ โรคร้ายสายพันธ์นุ ไี้ ด้ฝงั ตัวอยูใ่ นข้าราชการไทย ตัง้ แต่เมือ่ ไหร่คงไม่มใี ครทราบ แต่เริม่ ออกอาการอย่างเห็นได้ชดั เมือ่ คณะราษฎร ดำ�เนินการปฏิวตั สิ ยามในวันที่ ๒๔ มิถนุ ายน พ.ศ.๒๔๗๕ ยึดอำ�นาจจากพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั และเปลีย่ นแปลงระบอบการปกครองของประเทศ สยาม จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นประชาธิปไตย อาการของโรคร้ายขยายตัว ลุกลามแบบลูกโซ่ แพร่ขยายรวดเร็วอย่างไม่มีขีดจำ�กัด ไม่มียาชนิดใดหยุดยั้งได้ ตรงกันข้ามยาที่นำ�มาใช้กลับเสริมความแข็งแกร่งให้กับเชื้อโรคตัวนี้ กำ�แพงของ ข้าราชการไทยกับจริยธรรมที่ดีงามจึงหนาขึ้นหนาขึ้นๆ พิจารณาจากความเป็นจริงโดยไม่ตอ้ งใช้ทฤษฎีใดๆ ก็สามารถบอกได้วา่ ความเสื่อมจริยธรรมของข้าราชการไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องนั้นเกิดมาจาก การรวมกันของปัจจัย สี่ประการ คือ ความมีตัณหา ความขี้เกียจ ความเห็นแก่ ตัว และความกลัว ตัณหาก่อให้เกิดความอยากในหลายๆ ด้าน อยากมีอำ�นาจ อยากมียศถาบรรดาศักดิ์ อยากมีทรัพย์สนิ เงินทอง ความขีเ้ กียจส่งผลให้เกิดการ หาวิธกี ารทางลัดทีจ่ ะไปสนองความอยากโดยทีไ่ ม่ตอ้ งใช้แรงกายสร้างผลงาน ไม่ ต้องเหนื่อยยากกับการทำ�งาน ไม่ต้องเปลืองสมองคิด ผู้ที่สามารถนำ�วิธีการทาง ลัดไปใช้ได้ จะต้องเป็นคนทีม่ คี วามเห็นแก่ตวั ทีฝ่ งั แน่นอยูใ่ นจิตสำ�นึก เพราะทาง ลัดที่นำ�ไปใช้จะต้องไม่คำ�นึงถึงความเดือดร้อนของเพื่อนร่วมชาติว่าจะได้รับผล กระทบอย่างไร มีความอำ�มหิตที่จะเหยียบยํ่าคนอื่นๆ เพื่อให้ตนเองได้สิ่งที่ ต้องการมาสนองความอยาก ผู้ไร้จริยธรรมเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วสิ่งที่เกิดขึ้น กั บ เขาเหล่ า นั้ น คื อ ความกลัว ที่จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ทั้งอำ�นาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สินเงินทอง เขาจึงปกป้องสิ่งเหล่านั้นอย่างเต็มที่ โดยไม่ คำ�นึงถึงสิง่ ใดๆ วงจรแห่งความมีตณ ั หา ความขีเ้ กียจ ความเห็นแก่ตวั และความกลัว จึงวนเวียนเสริมต่ออย่างไม่ขาดสาย คำ�สอนตามหลักพุทธศาสนา อันเป็นศาสนาประจำ�ชาติไทยไม่มีผล ต่อการขจัดความมีตัณหา ความขี้เกียจ ความเห็นแก่ตัว และความกลัวของ ข้าราชการไทย ตรงกันข้ามความเชื่อที่สังคมไม่พึงประสงค์กลับถูกนำ�มาใช้ เช่น “ผู้ประสบความสำ�เร็จในการแสวงหาอำ�นาจจะต้องเรียนรู้การเป็นนักต้มตุ๋น ทีช่ าญฉลาด” หรือ “ฝ่ายบริหารหากจะรักษาอำ�นาจไว้พงึ เรียนรูว้ า่ จะไม่ท�ำ ความดี อย่างไร” หรือ “ผูท้ ตี่ อ้ งการอำ�นาจและรักษาอำ�นาจไว้จะต้องแสดงออกภายนอก ให้เห็นว่าเป็นผูม้ คี ณ ุ ธรรม เป็นคนมีจติ ใจซือ่ สัตย์ มีนาํ้ ใจ จริงใจ และมีความเทีย่ ง ธรรม แต่เมือ่ สถานการณ์ให้กส็ ามารถทำ�ความชัว่ ได้โดยไม่รงั้ รอ” ปรัชญาทีม่ นุษย์ ไม่พึงประสงค์ ศาสนาทุกศาสนากำ�หนดไว้เป็นข้อห้ามกลับถูกข้าราชการไทย ส่วนหนึ่งนำ�ไปใช้เพื่อสนองตัณหาตัวเอง ลูกโซ่ของความเสื่อมทางจริยธรรมจึง แพร่กระจายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ๒ ข่าวส���รสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒

จากปัจจัยทีเ่ ป็นบ่อเกิดของความเสือ่ มทางด้านจริยธรรมของข้าราชการ ไทยทีก่ ล่าวข้างต้น จะพบว่าได้ฝงั แน่นอยูใ่ นจิตสำ�นึกของข้าราชการ การจะพัฒนา จริยธรรมของข้าราชการไทยให้ยั่งยืนจึงไม่สามารถใช้ทฤษฎีใดๆ มาพัฒนาให้ เปลี่ยนแปลงแนวความคิดที่ฝังแน่นในจิตใจได้ วิธีที่ดีที่สุดที่ทำ�ได้ในวันนี้คือ การป้องกันและพัฒนาตามบริบทที่เกิดขึ้น ทำ�นองเดียวกับการรักษาโรคที่เกิด จากเชื้อไวรัส นั่นคือเมื่อไม่มียากำ�จัดเชื้อไวรัส ก็เน้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และ รักษาโรคตามอาการของผู้ป่วย  เมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อประเทศอย่างรุนแรงด้วยนํา้ มือของข้าราชการและมีความจำ�เป็นต้อง ดำ�เนินการป้องกันอย่างเร่งด่วน มีดว้ ยกันสองประการ ประการแรกคือพฤติกรรม การแต่งตัง้ การโอนย้ายไม่มคี วามเป็นธรรมมีผลประโยชน์แอบแฝง  และไม่ได้นำ� เอาความมีจริยธรรมมาเป็นปัจจัยหนึง่ ในการพิจารณา ประการทีส่ องพฤติกรรม การใช้อำ�นาจและการแสวงหาผลประโยชน์จากตำ�แหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ ทั้งสองประการถือว่าเป็นประเด็นสำ�คัญที่สุดที่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันโดยด่วนและ ภูมิคุ้มกันที่สามารถนำ�มาใช้ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์นี้  นั่นคือ การกำ�หนดมาตรการที่ตรงประเด็นและบังคับใช้อย่างจริงจัง ภูมคิ มุ้ กันเพือ่ ให้การแต่งตัง้ การเลือ่ นตำ�แหน่ง และโอนย้ายให้มคี วาม เป็นธรรม การดำ�เนินการในปัจจุบนั โดยส่วนใหญ่ ผูม้ อี �ำ นาจแต่งตัง้ ได้กำ�หนดตัว บุคคลไว้แล้วว่าตำ�แหน่งไหนจะให้ผู้ใดจึงทำ�การประกาศรับสมัครและกำ�หนด เกณฑ์ในการพิจารณา การแต่งตัง้ คณะกรรมการพิจารณาฯ มีวตั ถุประสงค์เพียง เพื่อสร้างเกราะให้ผมู้ ีอำ�นาจแต่งตัง้ ฯ ดังนัน้ หากผู้มอี ำ�นาจแต่งตัง้ ยกเลิกวิธีการ แบบเดิมๆ หันมาดำ�เนินการประกาศรับสมัครด้วยความโปร่งใสและเปิดเผย ทั้งการกำ�หนดคุณสมบัติ และวิธีการพิจารณา ผลการพิจารณาจะต้องประกาศ เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในที่เปิดเผยลักษณะเดียวกับการวินิจฉัยของศาล ส่วน ราชการจะก็ได้ข้าราชการที่มีจริยธรรมมาพัฒนาประเทศมากกว่าที่เป็นอยู่ ภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการใช้อ�ำ นาจ และการแสวงหาผลประโยชน์จาก ตำ�แหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ เมื่อมีเรื่องร้องเรียนหรือมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่ามีการ ใช้อำ�นาจหรือการแสวงหาผลประโยชน์จากตำ�แหน่งหน้าที่ การแต่งตั้งคณะ กรรมการสอบสวนสมควรตั้งบุคคลจากภายนอกกระทรวงฯ ทั้งคณะฯ เพื่อ หลีกเลี่ยงบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยบุคคลที่มีความใกล้ชิด และความเอื้อ อาทรตามอุปนิสัยคนไทยผลการพิจารณาของคณะกรรมการต้องประกาศใน ที่เปิดเผย กรณีเมื่อพบว่ามีความผิดจริงต้องลงโทษอย่างจริงจังทั้งทางวินัย และอาญา ผู้มีอำ�นาจสั่งลงโทษต้องตัดความสัมพันธ์ส่วนตัวออก นอกจากนี้ หากเพิ่มการประกาศให้รางวัลสำ�หรับผู้แจ้งเบาะแสข้าราชการที่ใช้อำ�นาจและ การแสวงหาผลประโยชน์จากตำ�แหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ แม้จะไม่มีผู้แจ้ง เบาะแสแต่สิ่งที่จะได้นั่นคือเป็นการป้องปราม ภูมคิ มุ้ กันนีใ้ ช้เพือ่ ป้องปราม ไม่สามารถปลูกฝังจริยธรรมทีด่ งี ามลงในตัว ข้าราชการได้ การปลูกฝังจริยธรรมทีด่ งี ามให้แก่ตวั ข้าราชการ จะต้องกำ�จัดปัจจัย ทีก่ อ่ ให้จริยธรรมเสือ่ มคือ ความมีตณ ั หา ความขีเ้ กียจ ความเห็นแก่ตวั และความ กลัวให้หมดไป ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ยาก แต่ไม่ใช่ไม่มีหนทาง ในทางวิทยาศาสตร์ การกำ�จัดสารพิษ นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีเติมสารอื่นลงไปผสมสารพิษเพื่อให้สาร พิษนัน้ กลายเป็นสารเฉือ่ ย ในทำ�นองเดียวกันกับข้าราชการเมือ่ ไม่สามารถกำ�จัด ปัจจัยทีเ่ ป็นบ่อเกิดแห่งความเสือ่ มทางจริยธรรมได้ รัฐก็สามารถปลูกฝังจิตสำ�นึก ความทีด่ งี าม เช่น ความรักชาติ ความเอือ้ อาทร ความมีนาํ้ ใจ ความเสียสละให้แก่ ข้าราชการ เพือ่ เป็นอาวุธต่อสูก้ บั ความเสือ่ มจริยธรรมของข้าราชการไทย  เชือ่ ว่า ผูบ้ ริหารประเทศ หัวหน้าส่วนราชการ ผูบ้ งั คับบัญชาทุกระดับหากมีความมุง่ มัน่ ที่จะการพัฒนาจริยธรรมข้าราชการไทยให้ยั่งยืนด้วยความจริงใจ ความเสื่อม ด้านจริยธรรมก็จะไม่ใช่ปัญหาของข้าราชการไทยอีกต่อไป ปัญหาอยู่ที่ว่าจะมี ผู้บริหารประเทศ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชาคนไหนจะยอมกระโดด ออกมาจากวงเวียนของความมีตัณหา ความขี้เกียจ ความเห็นแก่ตัว และความ กลัว จะมีผบู้ ริหารประเทศ หัวหน้าส่วนราชการ ผูบ้ งั คับบัญชาคนไหน น้อมเกล้า ถวายตัวเพือ่ สนองพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัตพิ ระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗


ชุมชนกับการอนุรักษ์แหล่งนํ้า

กรณีลำ�ห้วยตองแวด จังหวัดอุบลราชธานี นายประดิษฐ สุดชาดา นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำ�นาญการ

ลำ�ห้วยตองแวด เคยเป็นฐานทรัพยากรทีอ่ ดุ มสมบูรณ์

ของชุมชนในพื้นที่ตำ�บลโพธิ์ใหญ่ อำ�เภอวารินชำ�ราบ จังหวัด อุบลราชธานี ซึง่ ได้ใช้ประโยชน์มาโดยตลอด ทัง้ นีเ้ มือ่ พ.ศ.๒๕๓๓ ได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในพื้นที่ตำ�บลเมือง ศรีไค ซึง่ เป็นบริเวณพืน้ ทีต่ น้ นํา้ ของลุม่ นํา้ ห้วยตองแวด ทำ�ให้พนื้ ที่ บริเวณดั ง กล่ า วมี ก ารเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ ดิ น เพิ่ ม มากขึน้ จนกลายสภาพเป็นชุมชนเมือง และมีกจิ การหอพัก ห้องเช่า ตลาดสด อาคารพานิ ช กรรม ร้ า นอาหาร อู่ ซ่ อ มรถ เป็ น จำ�นวนมาก ซึ่งอาจจะส่งผลดีในทางเศรษฐกิจและทำ�ให้ราคา ที่ดินของตำ�บลศรีไคเพิ่มสูงขึ้นเป็นหลายสิบเท่าในระยะเวลา ไม่ กี่ ปี อย่ า งไรก็ ดี เ นื่ อ งจากยั ง ไม่ มี ร ะยะการจั ด การนํ้ า เสี ย จึ ง ทำ � ให้ มี ก ารระบายนํ้ า เสี ย ลงสู่ ลำ � ห้ ว ยตองแวดจนมี ส ภาพ เสื่ อ มโทรม และส่ ง กระทบต่ อ คุ ณ ค่ า การใช้ ป ระโยชน์ ข อง ตำ � บลโพธิ์ ใ หญ่ ซึ่ ง เป็ น ชุ ม ชนท้ า ยนํ้ า ทั้ ง ที่ ไ ม่ มี ส่ ว นทำ � ให้ เ กิ ด นํ้ า เสี ย เพราะยั ง มี ส ภาพเป็ น ชุ ม ชนชนบทและไม่ ไ ด้ อ านิ ส งค์ จากราคาที่ดินเลย ซึ่งถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิชุมชนในการ เข้าถึงการใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรชุมชน และเป็นการ รุกลํ้าสิทธิมนุษยชนที่จะอาศัยอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี ทั้งนี้ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงได้จดั ทำ�โครงการวิจยั ชุมชนกับรูปแบบการฟื้นฟูและอนุรักษ์ห้วยตองแวด บ้านโพธิ์ตก ตำ�บลโพธิ์ใหญ่ อำ�เภอวารินชำ�ราบ จังหวัดอุบลราชธานี และได้ เชิญ สสภ.๑๒ เข้าร่วมเพือ่ ให้ความรูท้ างวิชาการ และจัดฝึกปฏิบตั ิ วิธีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพนํ้าเบื้องต้นให้แก่ผู้นำ�ชุมชน เมื่อ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ ศาลาชุมชนบ้านโพธิ์ตก

การให้ความรู้และฝึกอบรมตรวจวัดคุณภาพนํ้าเบื้องต้น

ในการนี้ ผูเ้ ขียนจึงได้บรรยายให้ความรูเ้ กีย่ วกับสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มนํ้าห้วยตองแวดและหลักการเฝ้าระวัง คุ ณ ภาพแหล่ ง นํ้ า พารามิ เ ตอร์ ที่ บ่ ง ชี้ ถึ ง สภาวะคุ ณ ภาพนํ้ า วิธีการเก็บตัวอย่างนํ้าเพื่อให้สามารถเก็บและรักษานํ้าตัวอย่าง ได้ถูกต้องตามหลักวิชาการก่อนนำ�ส่งเพื่อตรวจวิเคราะห์ในห้อง ปฏิบัติการเมื่อมีกรณีเหตุฉุกเฉิน และฝึกปฏิบัติการตรวจวัด คุณภาพนํ้าเบื้องต้นเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งนํ้า ได้แก่ การวัด อุณหภูมิของนํ้าโดยใช้เทอร์โมมิเตอร์ การวัดความเป็นกรดและ

ฝายนํ้าล้น หรือ ฝายนํ้าลอดพื้น

ด่างของนํ้าโดยใช้กระดาษลิตมัส และการวัดปริมาณออกซิเจน ละลายในนํ้า (DO) โดยใช้ DO Test Kits พร้อมนี้จึงได้มอบชุด อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์คณ ุ ภาพนํา้ เบือ้ งต้น เพือ่ สนับสนุนให้ชมุ ชน ได้ใช้ประโยชน์ในการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังแหล่งนํ้าของ ชุมชน เพือ่ จะมีน�ำ ข้อมูลเข้าสูเ่ วทีชมุ ชนในการทีจ่ ะลุกขึน้ ทวงถาม สิ ท ธิ ข องชุ ม ชนจากหน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งให้ กำ� หนดนโยบาย สาธารณะและยุทธศาสตร์การพัฒนา ให้มีความยั่งยืนสามารถ ตอบสนองความต้องการและสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนใน การดำ�รงชีวิตอาศัยอยู่ในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี และภาย หลังจากเสร็จสิ้นการจัดฝึกอบรมดังกล่าวแล้ว ท่านผู้นำ�ชุมชนได้ พาคณะเจ้าหน้าที่ สสภ.๑๒ ไปศึกษาดูสิ่งมหัศจรรย์ คือ ฝายนํ้า ลอดของลำ�ห้วยตองแวด ซึ่งเป็นโครงการของรัฐแต่การก่อสร้าง ไม่ได้มาตรฐานแทนที่ชุมชนจะได้ฝายนํ้าล้นที่สามารถกักเก็บนํ้า ไว้ใช้ในฤดูแล้งแต่กลับได้ฝายนํ้าลอดและลำ�ห้วยแห้งเหือดหาย นอกจากนี้ท่านผู้นำ�ชุมชนยังพาดูรอบหมู่บ้าน ซึ่งถูกห้อมล้อมไป ด้วยกอไผ่สูงเด่น และได้อธิบายถึงอานิสงค์ของก่อไผ่ว่าเปรียบ เหมือนกำ�แพงธรรมชาติทดี่ ที สี่ ดุ แต่มรี าคา ถูกทีส่ ดุ เพราะเมือ่ เกิด ลมพายุจะลดแรงพายุลงได้จึงทำ�ให้อาคารบ้านเรือนของราษฎร ในหมู่บ้านไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งกอไผ่จะลู่ลมไม่หักโค่นเป็น อันตรายเหมือนต้นไม้ชนิดอื่นๆ ทั่วไป ดังนั้นน่าจะเป็นการดี ถ้า ทุกท้องถิ่นส่งเสริมให้ทุกหมู่บ้านในชนบทปลูกต้นไผ่ล้อมหมู่บ้าน ซึง่ นอกจากหน่อไผ่จะสามารถทำ�อาหารได้ ลำ�ต้นไผ่กม็ รี าคาและ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งเมื่อมีการปลูกจนทั่ว หมู่บ้านก็จะเป็นกำ�แพงป้องกันลมพายุโดยเฉพาะพายุฤดูร้อนซึ่ง สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนของประชาชนตามที่เป็นข่าว ทุกๆ ปี “สิง่ นีถ้ อื ว่าเป็นภูมปิ ญ ั ญาของคนโบราณซึง่ เคารพและ พึง่ พาธรรมชาติ แต่คนปัจจุบนั ได้ถอื ดีวา่ ตนฉลาดทีส่ ดุ แต่กลับ ทำ�ลายธรรมชาติ จนธรรมชาติต้องหวนกลับมาทำ�ร้ายคืน” ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒


วิธีดูแลสุขภาพใจให้คลายทุกข์ นางสาวพจนีย์ โลมรัตน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ

คำ�กล่าวที่ว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” คงจะเป็นเรื่องจริง เพราะเป็นสัจธรรมที่แน่นอนว่า ร่างกายกับจิตใจไม่สามารถแยกจาก กันได้ สังเกตได้จากเมื่อถึงคราวจิตตกเมื่อไหร่ ร่างกายก็จะแสดง การเจ็บป่วยสามารถล้มหมอนนอนเสื่อเอาง่ายๆ ได้เช่นกัน ยิ่งใน สังคมปัจจุบันที่มีความวุ่นวายต่างๆ เกิดขึ้นอย่างทุกวันนี้ เราต้องยิ่ง ประคบประหงม ดูแลจิตใจเป็นพิเศษ เพราะต้องมีเรื่องคอยบั่นทอน จิตใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อันเป็นสาเหตุให้เกิดความโกรธ ความเครียด ความกังวล และอาจนำ�ไปสู่ปัญหาสุขภาพของร่างกาย จนก่อให้เกิด โรคภัยต่างๆ มากมาย เช่น โรคเครียด โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาทุกอย่างมีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้แบกรับไว้ หรือหนีปญ ั หาไปไหน จริงไหมคะ ดังนัน้ ทางออกทีจ่ ะช่วยแก้ปญ ั หาได้ คือ การเป็นคนทีม่ คี วามคิดในเชิงบวก (Positive Thinking) เช่น ให้คดิ เสียว่า “เมือ่ มีความทุกข์ ให้คดิ ว่าทุกข์อยูก่ บั เราไม่นาน เดีย๋ วสุขก็ตาม มา ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” หรือ “ความสุข ความทุกข์ เป็นธรรมชาติของชีวิต ยิ่งปฏิเสธความทุกข์ ใจเราจะยิ่งทุกข์ จงรัก และเมตตาต่อความทุกข์ เพราะความทุกข์ คือ เพื่อนที่อยู่กับเรามา ทัง้ ชีวติ ” ถ้าคิดบวกได้แบบนี้ เราก็จะไม่ทกุ ข์ หรือมีความทุกข์นอ้ ยลง เห็นไหมคะว่า “สุ ข ภาพทางกายจะดีได้ สุขภาพทางใจต้องไม่ ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน” เพื่อเป็นการสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ควบคูก่ นั ไป จึงมีวธิ งี า่ ยๆ ในการดูแลสุขภาพใจคลายทุกข์ มาฝากทุกๆ ท่าน ค่ะ ๑. ปล่อยวางความโกรธ วิธปี ล่อยวางและสร้างความสงบทีใ่ ช้ได้ ผลอย่างดี และทำ�ได้ง่าย คือ การทำ�สมาธิและการสวดมนต์ภาวนา ซึ่งนอกจากจะช่วยผ่อนคลายแล้ว ยังส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง และเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้นด้วย ๒. ทำ�งานอย่างมีความสุขและสนุกไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพใด ๓. หัวเราะเป็นยา เพราะการมีอารมณ์ขันจะช่วยลดความดัน โลหิต ลดระดับความเครียด ช่วยให้สมองหลัง่ เอนดอร์ฟนิ หรือสารแห่ง ความสุข ช่วยกระตุน้ ระบบประสาท ทำ�ให้หวั ใจแข็งแรงขึน้ อีกทัง้ ช่วย เพิม่ ภูมชิ วี ติ ด้วย รูอ้ ย่างนีแ้ ล้วจะมาอมยิม้ อยูท่ �ำ ไม หัวเราะออกมาดังๆ เลยค่ะ ๔. มองโลกในแง่ดี ชีวยี นื ยาวเพราะการเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีผลต่อชีวิตยืนยาวได้ ดังนี้

ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒

- คนที่มองโลกในแง่ดีมีแนวโน้มที่จะพัฒนาตน เพื่อทำ�ให้ตัว เองดีขึ้น มากกว่า คนที่มองโลกในแง่ร้าย และพร้อมที่จะยอมรับสิ่งที่ เกิดขึ้นกับตนได้ดีกว่า - คนทีม่ องโลกในแง่ดมี แี นวโน้มทีจ่ ะระวังรักษาสุขภาพมากกว่า - คนทีม่ องโลกในแง่ดจี ะมีภมู ชิ วี ติ แข็งแรงกว่าคนมองโลกในแง่รา้ ย ทัง้ นี้ เราสามารถเปลีย่ นทัศนคติตวั เองให้กลาย เป็นคนมองโลก ในแง่ดี อารมณ์แจ่มใสได้ไม่ยาก ดังนี้ค่ะ - คิดให้กว้าง เมือ่ เกิดเหตุการณ์ใดๆ ลองลดความคิดเห็นส่วนตัว แต่พยายามคิดถึงเหตุผล หรือทางเลือกอืน่ ๆ ทีอ่ ธิบายสถานการณ์นนั้ ๆ ได้กว้างขึ้น - เปรียบเทียบกับเบือ้ งหลัง คือ เปรียบเทียบตัวเองกับคนทีอ่ ยูใ่ น สถานการณ์ทแี่ ย่กว่า หรือด้อยกว่า ซึง่ จะช่วยให้คณ ุ รูส้ กึ มีก�ำ ลังใจดีขนึ้ - ผ่อนคลาย โดยใช้การออกกำ�ลัง โยคะ หรือกิจกรรมใดๆ ก็ได้ เพือ่ การผ่อนคลายและช่วยทำ�ให้อารมณ์ดขี นึ้ ไม่เก็บกดความเครียดไว้ กับตัว ๕. คิดดีทำ�ดี ชีวีมีสุข เพราะคนที่สามารถหาวิธีสร้างความสุข ให้ตัวเองได้ทั้งๆ ที่อยู่ท่ามกลางสังคมที่วุ่นวายนั้นน่าอิจฉาเป็นที่สุด ๖. หล่อเลีย้ งจิตใจให้มคี วามสุข เพราะ การสร้างความสุขก็อยู่ ทีค่ วามคิดของเราทีจ่ ะมีผลไปกระตุน้ ให้สมอง เกิดปฏิกริ ยิ าแห่งความ สุขและความพึงพอใจขึน้ มาได้ เรียกได้วา่ คนทีม่ คี วามสุขนัน้ นอกจาก ต้อง “พันธ์ดุ ”ี (พันธุกรรม) แล้ว ยังอยูท่ กี่ าร “หล่อเลีย้ ง” ทีด่ อี กี ด้วยค่ะ โดยมีเคล็ดไม่ลับวิธีหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความสุขที่นำ�มาฝาก มีดังนี้ค่ะ ๑. รักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับคนรักหรือ ถ้าไม่มี คู่ใจก็หันหน้าเข้าหาเพื่อนได้เลยค่ะ ๒. ทำ�กิจกรรมทีม่ กี ารเคลือ่ นไหวร่างกาย เช่น เต้นแอโรบิกเพือ่ ให้มีสุขภาพดี ๓. ไม่วา่ จะทำ�อะไร ขอทำ�ให้อย่างมีความสุข สัน้ ๆ ง่ายๆ ไม่ยาก อย่างที่คิดค่ะ ๔. ให้คุณค่าและความสำ�คัญกับจิตวิญญาณ เพราะมีงานวิจัย ยืนยันว่า คนที่ปฏิบัติตามหลักศาสนานั้นมักจะเป็นคนที่มีความสุข ดังนั้น ขอเชิญชวนทุกๆ ท่านที่รู้สึกว่าไม่ค่อยมีความสุข ลอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูนะคะ บางทีชีวิตอาจจะมีความสุขเพิ่มมาก ขึน้ กว่าทีเ่ ป็นอยูก่ ไ็ ด้คะ่ ส่วนคนทีม่ คี วามสุขอยูแ่ ล้ว ก็ขอให้รกั ษาและ สั่งสมความสุขไว้หล่อเลี้ยงชีวิตของทุกคนต่อไปนะคะ


การจัดการปัญหาสิง่ แวดล้อมในสถานการณ์อทุ กภัย นายมนต์ชัย จันทร์ศิริ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ

จากสถานการณ์นาํ้ ท่วมครัง้ ใหญ่ในประเทศไทย ทีเ่ ป็นข่าวครึกโครม เมื่อปลายปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ทุกท่านคงจะทราบกันแล้วว่าผลกระทบ ที่เกิดขึ้นตามมานั้น ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและ ทรัพย์สินของพี่น้องชาวไทยเท่านั้น แต่ยังทำ�ให้เกิดปัญหานํ้าเน่าเสียด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีชุมชนอยู่กันอย่างแออัด นํ้าไม่สามารถระบายได้ทัน เมื่อขังอยู่นานๆ และรองรับของเสียจำ�นวนมาก นํ้าจึงเน่า ส่งกลิ่นเหม็น และเป็นแหล่งเพาะพันธ์ุเชื้อโรคได้ ทำ�ไมนํ้าถึงเน่าได้?? หลายๆ ท่าน ก็คง สงสัยใช่ไหมครับ ผูเ้ ขียน ก็จะขออธิบายกลไกลการเกิดนํา้ เน่าเสีย ไว้คร่าวๆ ดังนี้ครับ ในแหล่งนํ้าปกติที่มีปริมาณออกซิเจนละลายที่เพียงพอจะอยู่ ในสภาพที่เรียกว่าแอโรบิก (Aerobic) สภาพนี้จะทำ�ให้แม่นํ้าลำ�คลองคง ความสะอาดอยูไ่ ด้ โดยหากมีสารอินทรียร์ ะบายลงสูแ่ หล่งนํา้ ก็จะถูกกำ�จัด โดยแบคทีเรียที่ใช้อากาศ ในทางตรงกันข้าม หากค่าออกซิเจนละลาย ไม่เพียงพอ สิ่งมีชีวิตจำ�พวกแอโรบิกก็จะไม่สามารถดำ�รงชีวิตได้ สภาพนี้ เรียกว่า แอนแอโรบิก (Anaerobic) ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ ๑) ในแหล่งนํ้ามีปริมาณสารอินทรีย์เป็นจำ�นวนมาก ๒) ขาดแคลนการได้รับออกซิเจน เนื่องจากนํ้าหยุดนิ่ง ๓) การละลายตัวได้ของออกซิเจนตํ่า เนื่องจากนํ้ามีอุณหภูมิสูง ดังนั้นเมื่อเกิดสภาวะเช่นนี้ แบคทีเรียที่ต้องใช้อากาศไม่สามารถ เจริญเติบโตได้ ดังนั้นแหล่งนํ้าจึงถูกแทนที่ด้วยแบคทีเรียที่ไม่ใช้อากาศ ทำ�ให้ในแหล่งนํ้าที่มีสารอินทรีย์จำ�นวนมาก จะเกิดการย่อยสลายแบบไม่ ใช้ออกซิเจน (Reductive Degradation) หรือการเน่าเปื่อย ซึ่งจะปล่อย ก๊าซมีเทน แอมโมเนีย ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (ก๊าซไข่เน่า) เมอร์แคปแทน และ ก๊าซอื่นๆ พื้นนํ้าจะดำ�เนื่องจากเกิดสาร Iron Sulfide ทำ�ให้สิ่งมีชีวิตในนํ้า ขาดอากาศหายใจ และตายในทีส่ ดุ จากเหตุผลข้างต้น พอจะสรุปได้วา่ จาก เหตุการณ์นาํ้ ท่วมทีผ่ า่ นมา มีหลายพืน้ ทีม่ นี าํ้ ท่วมขังและหยุดนิง่ เนือ่ งจาก ระบบการระบายนํา้ ยังไม่ดพี อ ทำ�ให้การละลายตัวได้ของออกซิเจนในนํา้ ตํา่ ประกอบกับปริมาณสารอินทรีย์ที่ถูกปล่อยลงสู่แหล่งนํ้ามีปริมาณมาก จึงทำ�ให้แหล่งนํ้าเกิดกระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน เกิดการ เน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็น และพื้นนํ้ากลายเป็นสีดำ� ดังนั้นเพื่อเป็นการจัดการกับปัญหานํ้าเน่าเสียจากภาวะอุทกภัย ดังกล่าว ผู้เขียนจึงขอนำ�วิธีการจัดการสิ่งแวดล้อมในช่วงก่อนนํ้าท่วม ระหว่างสถานการณ์นํ้าท่วม และหลังนํ้าท่วม ซึ่งจัดทำ�โดยสำ�นักงานปลัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม มาเผยแพร่ให้กบั ท่านผูอ้ า่ น ทุกท่านดังนี้

การจัดการสิ่งแวดล้อมก่อนนํ้าท่วม

๑.กำ�จัดขยะมูลฝอย โดยการฝัง หรือรวบรวมในถุงขยะขนาดใหญ่ เพือ่ ให้งา่ ยต่อการจัดเก็บและป้องกันการลอยกระจาย หากเกิดนํา้ ท่วมรอบ บริเวณและภายในบ้านพักอาศัย รวมทั้งพื้นที่ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ ๒.ทำ �ความสะอาดท่อระบายนํ้าภายในบ้านและท่อระบายนํ้า สาธารณะ เพื่อไม่ให้มีสิ่งอุดตัน ซึ่งจะเป็นการช่วยให้ระบายนํ้าได้เร็วยิ่งขึ้น ๓. เก็บยกสิง่ ของขึน้ ทีส่ งู หรือปิดผนึกวัตถุ สารอันตราย สารพิษ ให้ พ้นจากระดับนํ้าที่อาจท่วมถึง เพื่อป้องกันการปนเปื้อน หรือแพร่กระจาย

การจัดการสิ่งแวดล้อมระหว่างเกิดสถานการณ์นํ้าท่วม

๑. ห้ามทิ้งขยะมูลฝอยลงในนํ้าโดยตรง เมือ่ มีขยะในทีพ่ กั อาศัยขณะนํา้ ท่วม ให้รวบรวมใส่ถงุ ขยะไว้ ไม่ควร ทิง้ ขยะในนํา้ เพราะจะทำ�ให้เกิดการแพร่กระจายของเชือ้ โรค และควรผูกถุง ขยะให้มิดชิด เพื่อลดปัญหาเรื่องกลิ่น ๒.การขับถ่าย ไม่ควรขับถ่ายลงนํา้ หากส้วมใช้การไม่ได้ ควรถ่ายลงในถุงพลาสติก แล้วใส่ปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรค มัดปากถุงให้แน่นแล้วใส่ลงถุงขยะอีกครั้ง แล้วนำ�ไปทิ้งบริเวณที่จัดไว้ หรือรวบรวมไว้เพื่อรอการกำ�จัดอย่างถูกวิธี ๓. การกำ�จัดขยะอันตราย ขยะอันตรายที่พบในบ้านเรือนควรมีการกำ�จัดอย่างถูกวิธี ได้แก่ ถ่านไฟฉาย สารเคมีทำ�ความสะอาดทุกชนิด นํ้ามันประเภทต่างๆ เป็นต้น โดยควรแยกเก็บขยะอันตรายจากขยะประเภทอืน่ ๆ โดยรวบรวมใส่ถงุ ขยะ ทีส่ แี ตกต่างจากขยะประเภทอืน่ หรือเขียนป้ายติดไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นขยะ อันตราย เก็บรวบรวมไว้ให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง จากนั้นแจ้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งดำ�เนินการนำ�ไปกำ�จัดต่อไป ข้อควรระวัง สารเคมีหรือสารทำ�ความสะอาดต่างๆ ที่ยังตกค้าง ในภาชนะ ไม่ควรเทลงแหล่งนํ้า และภายหลังจากการสัมผัสให้ล้างมือ ให้สะอาด หากสัมผัสกับสารโดยตรง ควรล้างด้วยนํ้าสะอาดผ่านนํ้าไหล อย่างน้อย ๒๐ นาที และหากมีอาการรุนแรง รีบพบแพทย์โดยด่วน

การจัดการสิ่งแวดล้อมหลังนํ้าท่วม

๑. การบำ�บัดนํ้าเสียจากแหล่งนํ้าท่วมขัง ทำ�ได้โดยใช้จลุ นิ ทรียท์ มี่ ปี ระสิทธิภาพ (EM) ทัง้ ในรูปแบบนํา้ ก้อน หรือผงก็ได้ ใส่ลงไปในนํ้าเสีย โดยอาจใช้ครั้งเดียว หรือใช้ซ้ำ�ได้ทุก ๗ วัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ๒. การจัดการขยะ เก็บรวบรวมขยะที่ถูกนํ้าท่วมพัดเข้ามาในบ้านเรือนขณะนํ้าท่วม รวมทั้งสิ่งของในบ้านเรือนที่เสียหายจากนํ้าท่วม เพื่อไม่ให้เป็นแหล่ง สะสมเชื้อโรค และเพาะพันธ์ุสัตว์และแมลงนำ�โรค ควรกำ�หนดสถานที่ เก็บรวบรวมขยะในชุมชนและประสานงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน การนำ�ไปกำ�จัด จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนั้น เป็นวิธีการง่ายๆ ที่ทุกท่านสามารถ ทำ�ได้ ก็จะช่วยให้การแก้ไขปัญหานํา้ เน่าเสียจากอุทกภัยนัน้ ง่ายขึน้ อย่างไร ก็ ต าม ผู้ เขี ย นก็ ห วั ง ว่ า จะไม่ เ กิ ด เหตุ ก ารณ์ นํ้ า ท่ ว มครั้ ง ใหญ่ แ บบนี้ ใ น ประเทศไทยอีก และขอให้การเกิดอุทกภัยครั้งนี้เป็นบทเรียนที่พวกเรา ทุกคนจะช่วยกันหาทางป้องกันการเกิดอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒


สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม

O n l i n e ๑๒ วันปิยะมหาราช

สาย

คณะเจ้าหน้าที่ สสภ.๑๒ นำ�โดย นายเฉลียว ลีสง่า ผู้อำ�นวยการสำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ นำ�พวงมาลาไปถวายบังคมพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เนื่องในวันปิยะมหาราช ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ ณ บริเวณสนามหน้าอาคารโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (หลังเก่า)

นักเรียนโรงเรียนศรีปทุมพิยาคาร ฝึกอบรมเสริมสร้างประสบการณ์ การทำ�งานด้านสิ่งแวดล้อม

คณะเจ้าหน้าที่สำ�นักงานสิ่งแวดเล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี เป็นวิทยากร ฝึกอบรมเสริมสร้างประสบการณ์ การทำ�งานด้านสิ่งแวดล้อม และการทำ�จัดกิจกรรมธนาคารขยะรีไซเคิล การทำ�นํ้าหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ การทำ� EM BALL พร้อมด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในโครงการ “ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์สู่มาตรฐานสากล” ให้กับนักเรียนโรงเรียนศรีปทุมพิทยาคาร จ.อุบลราชธานี ในระหว่างวันที่ ๑๐ - ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ณ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี

ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒


สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม

O n l i n e ๑๒ สาย

โครงการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยนํ้า���่วมด้วย EM BALL และปล่อยคาราวานเครื่องสูบนํ้าไปยังกรุงเทพมหานคร

นายเฉลียว  ลีสง่า  ผู้อำ�นวยการสำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ และเจ้าหน้าที่สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒  เข้าร่วมพิธีเปิดตัวโครงการฟื้นฟู พื้นที่ประสบอุทกภัยนํ้าท่วมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ศูนย์แสดงสินค้า หนึ่งตำ�บลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP CENTER) ในครั้งนี้สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ ได้ร่วมสนับสนุน นํ้าหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ จำ�นวน ๖๐,๐๐๐ ลิตร และร่วมปั้น EM BALL เพื่อนำ�ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยนํ้าท่วมภาคกลาง เช่น กรุงเทพมหานคร อยุธยา ปทุมธานี สระบุรี ลพบุรี

สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี ร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยนํ้าท่วม จังหวัดร้อยเอ็ด

คณะเจ้าหน้าที่สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี และสำ�นักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำ� EM Ball จำ�นวน ๑,๗๐๐ ก้อน และนํ้าหมักชีวภาพ จำ�นวน ๒,๖๘๒ ลิตร แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ อบต.ดินดำ� อำ�เภอจังหาร อบต.เชียงขวัญ อำ�เภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เพื่อใช้ในการบำ�บัดนํ้าเน่าเสียในพื้นที่ประสบอุทกภัยจากนํ้าในแม่นํ้าชีนํ้าท่วมขัง ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒


สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม

O n l i n e ๑๒ สาย

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์

กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง การรักษาสิ่งแวดล้อม คัดแยกขยะแบบครบวงจร และการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล โดยมีนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ เข้ารับการอบรม ในวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง การรักษาสิ่งแวดล้อม คัดแยกขยะแบบครบวงจร และการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล โดยมีบุคคลากรและคณาจารย์วิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ เข้ารับการอบรม ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔  ณ ห้องประชุมวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

จัดฝึกอบรม หลักสูตร ความรู้พื้นฐานกลไลการพัฒนาที่สะอาด (CDM)

กลุ่มงานวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดฝึกอบรม หลักสูตร ความรู้พื้นฐานกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Basic CDM) วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ ห้องบัวทิพย์ ๒ ชั้น ๔ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒

กลุ่มงานวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดฝึกอบรม หลักสูตร ความรู้พื้นฐานกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Basic CDM) วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ ห้องเพทาย โรงแรมเพชรรัชต์ การ์เด้น จังหวัดร้อยเอ็ด


สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม

O n l i n e ๑๒ สาย

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์

งานมหกรรมรวมพลคนฮักหนามแท่ง

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี  ได้นำ�คณะนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต ชั้นปีที่ ๑ จำ�นวน ๑๐ คน เข้าศึกษาดูงานธนาคารขยะรีไซเคิล สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ เป็นผู้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ การคัดแยกขยะรีไซเคิล และอธิบายขั้นตอนการดำ�เนินกิจกรรมธนาคารขยะรีไซเคิล ในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี ได้เข้าร่วมจัดกิจกรรม จัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิลแบบครบวงจร ร่วมทั้งให้ความรู้ วิธีทำ�ถังดักไขมันไว้ใช้ตามครัวเรือนและยังแจกนํ้าจุลินทรีย์ชีวภาพ  ให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการในครั้งนี้ ในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ อบต.หนามแท่ง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี

โครงการ “EM BALL ๘๔ พันก้อน เฉลิมพระเกียรติ

การบริหารจัดการขยะมูลฝอยจังหวัดร้อยเอ็ด

คณะเจ้าหน้าที่สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี ร่วมเป็นวิทยากร ฝึกอบรมให้กับนักโทษชาย เพื่อร่วมกันปั้น EM BALL ในพิธีเปิดโครงการ “EM BALL ๘๔ พันก้อน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔” โดยมีนายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี ณ ศาลาเอนกประสงค์ เรือนจำ�กลางจังหวัดอุบลราชธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สำ�นักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดร้อยเอ็ดได้ออกให้คำ�ปรึกษา แนะนำ�วิชาการในการดำ�เนินงานบริหารจัดการขยะมูลฝอย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของจังหวัดร้อยเอ็ด ในวันที่ ๗-๘ ธันวาคม ๒๕๕๔

ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒


สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม

O n l i n e ๑๒ ห้าธันวามหาราช

สาย

ในช่วงเช้าคณะเจ้าหน้าที่ สสภ.๑๒ นำ�โดยนายเฉลียว ลีสง่า ผู้อำ�นวยการสำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวันห้าธันวามหาราช ในวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๔ ณ หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และในช่วงเย็นร่วม พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ ทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วิทยากรชุมชนวัดป่าแสนอุดม เทศบาลนครอุบลราชธานี

สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำ�ปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ในวันศุกร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๖.๓๐ น. - ๐๘.๓๐ น.    ณ หอประชุมไพรพยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง การรักษาสิ่งแวดล้อม คัดแยกขยะแบบครบวงจร และการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล โดยมีผู้นำ�ชุมชน อสม.ชมรมผู้สูงอายุ ประชาชน ชุมชนวัดป่าแสนอุดม จำ�นวน ๕๐ คน เข้ารับการอบรม ในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔   ณ อาคารชมรมผู้สูงอายุวัดป่าแสนอุดม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

๑๐

ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒


สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม

O n l i n e ๑๒ สาย

วิทยากรชุมชนหลังสำ�นักงานขนส่งจังหวัด (เก่า) เทศบาลนครอุบลราชธานี

วิทยากรชุมชนวัดสารพัฒนึก เทศบาลนครอุบลราชธานี

กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง รักษาสิ่งแวดล้อม คัดแยกขยะแบบครบวงจร และการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล โดยมีประชาชน จำ�นวน ๕๐ คน เข้ารับการอบรม ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔   ณ ลานจอดรถบ้านเลขที่ ๓๕ ถ.อุปลีสาน ๖ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง รักษาสิ่งแวดล้อม คัดแยกขยะแบบครบวงจร และการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล โดยมีนักเรียนในเขตชุมชนฯ และผู้ปกครองนักเรียนพร้อมด้วยผู้นำ�ชุมชนวัดสารพัฒนึก จำ�นวน ๕๐ คน เข้ารับก���รอบรม ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔  ณ ศาลาเอนกประสงค์ วัดสารพัฒนึก อำ�เภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

วิทยากรชุมชนหนองนาควาย เทศบาลนครอุบลราชธานี

บริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ เป็นวิทยากรบรรยาย เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม คัดแยกขยะแบบครบวงจร และการจัดตั้งธนาคารขยะ รีไซเคิล โดยมีผู้นำ�ชุมชน ชมรมผู้สูงอายุ ประชาชนชุมชนหนองนาควาย จำ�นวน ๕๐ คน เข้ารับการอบรมในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ ศาลาประชาคมชุมชนหนองนาควาย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

เจ้าหน้าที่สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี   ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในวันศุกร์ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ที่ ๗ จังหวัดอุบลราชธานี สภากาชาดไทย

ข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒

๑๑


ชำ�ระค่าฝากส่งเป็นรายเดือน ใบอนุญาตที่ ๑๗/๒๕๕๑ ปณฝ.วนารมย์

สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี ๔๓๐ หมู่ที่ ถนนคลังอาวุธ ตำ�บลขามใหญ่ อำ�เภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

นํ้าตกห้วยหลวง (อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย)

ที่ปรึกษา

โชติ ตราชู สุรพล ปัตตานี

บรรณาธิการ เฉลียว ลีสง่า

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้อำ�นวยการสำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒

กองบรรณาธิการ

ประเดิม ภาคแก้ว ประดิษฐ สุดชาดา มนต์ชัย จันทร์ศิริ พจนีย์ โลมรัตน์ สัมพันธ์ แหวนหล่อ

จัดพิมพ์ และเผยแพร่

กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี www.reo12ubon.go.th หรือ e-mail: reo12ubon@hotmail.com และ reo12ubon@yahoo.com

ท่านที่สนใจจะสมัครเป็นสมาชิกข่าวสารสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ สามารถติดต่อได้ที่ กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่ สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๒ อุบลราชธานี โทร ๐๔๕-๒๘๕๐๗๑-๓ โทรสาร ๐๔๕-๒๘๕๐๗-๓ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

คัดแยกขยะรี ไซเคิล สามารถเพิ่มมูลค่า มุ่งรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการออม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต


10-1