Page 1

ART-LAEMKOM SUMMER CAMP 2010

ºบÑั¹น·ท∙Öึ¡ก¤คè่ÒาÂยÈศÔิÅล»ปÐะ ¡ก Åล âโ ¹น ãใ ´ด Øุ Êส è่ Õี ·ท∙ ¡ก Øุ ¹น Êส ¢ข Øุ Êส Áม Òา Çว ¤ค Õี Áม Çว é้ àเÃรÕีÂย¹นáแÅล

Áม ¤ค Áม Åล Ëห áแ Ðะ »ป Åล Ôิ Èศ ¹น Âย Õี Ãร àเ §ง âโÃร

[1]


ไปดูเต่าที่สัตหีบ วันจันทร์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ เช้าวันจันทร์วันแรกของการเข้าค่ายค้างคืนที่ สอรฝ.สัตหีบ ครูแหลมนัดกับ เด็กๆทุกคนก่อน ๗ โมงเช้าให้มาเจอกันที่ลานจอดรถพิพิธภัณฑ์เด็กฯ จตุจักร เด็กๆทยอยกันมาแต่เช้า คุณพ่อ คุณแม่มาส่งยืนมองลูกด้วยความเป็นห่วง อยู่ไม่ห่างเมื่อครูแหลมเรียกเด็กๆมารวมแถว น้องซันร้องไห้เหมือนทุกๆค่ายที่ผ่านมา เราตกลงกันว่าให้อนุญาตร้องไห้ได้ วันละ ๓ เวลาหลังอาหาร เมื่อมาครบกันทุกคน ๘ โมงเช้าเด็กๆและคณะครูพี่เลี้ยงก็ลากกระเป๋าขึ้นรถ ลุงตี๋ เตรียมตัวออกเดินสู่สัตหีบ จ.ชลบุรี เช้านี้บนรถเรามีสมาชิกทั้งใหม่และเก่ารวมกัน ๓๓ ชีวิต อีก ๒ ชีวิตนัดเจอ กันที่ค่าย พอรถออกคุณครูก็แจกนมกับขนมปังให้เด็กๆทานลองท้องกันก่อน ลุงตี๋ขับ รถไม่รีบ ช้าๆค่อยๆไป “คุณครูหนูปวดฉี”่ น้องเอิงวิ่งมาบอกคุณครูที่หน้ารถ “แวะปั๊มได้มั๊ยลุง” ครูแป๋มหันไปถามลุงตี๋ “แถวนี้ไม่มีปั๊มเลยครับอาจารย์” ลุงตี๋บอก มองไปข้างหน้าสองข้างทางไม่มีวี แววของปั๊มน้ํามันเลย เราวิ่งอยู่บนทางด่วนและลงทางด่วนมาก็ยังอีกไกล กว่าจะถึงปั๊ม “อดทนไว้ก่อนนะ...อีกนานกว่าจะถึง” ครูแป๋มบอก “ข้างหน้ามีปั๊มแล้วครับอาจารย์” ลุงตี๋ตะโกนบอกมา “เย้...” เด็กๆเฮกันลั่นรถ จะได้ไปเข้าห้องน้ํากันสักที

[2]


เกือบ ๑๑ โมงลุงตี๋ก็ขับรถพาพวกเรามาถึงที่ค่ายอย่างปลอดภัย ครูแหลมพาเด็กๆไปดูเต่าทะเลเป็นอย่าง แรกเมื่อพวกเราลงจากรถ วันนี้มีเด็กๆจากโรงเรียนอื่นๆมาเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธ์ุเต่าทะเลเหมือนกับพวก เราอีกหลายคณะ

[3]


เกือบ ๑๑ โมงลุงตี๋ก็ขับรถพาพวกเรามาถึงที่ค่ายอย่างปลอดภัย ครูแหลม พาเด็กๆไปดูเต่าทะเลเป็นอย่างแรกเมื่อพวกเราลงจากรถ วันนี้มีเด็กๆจาก โรงเรียนอื่นๆมาเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธ์ุเต่าทะเลเหมือนกับพวกเราอีก หลายคณะ ครูแหลมพาเด็กๆเข้าไปศูนย์อนุรักษ์พันธ์ุเต่าทะเลกันก่อน ด้านในมีความ รู้มากมายเกี่ยวกับเต่าทะเลหลากหลายสายพันธ์ุให้เด็กๆได้ศึกษา อย่างเช่น วิธีดูเต่าตัวผู้ ตัวเมีย เด็กๆได้เรียนรู้ว่าเต่าทะเลตัวผู้หางจะยาวกว่าตัวเมีย และเต่าจะสามารถดูเพศได้ก็ต่อเมื่อต่อมีอายุ ๓ ปีขึ้นไป ฯลฯ ระหว่างรอเข้าห้องชมวีดีทัศน์ครูแหลมก็เล่านิทานเป็นการขั้นเวลาให้เด็กๆ จนเจ้าหน้าที่มาเรียกเด็กๆจึงเดินเข้าไปในห้องชมวีดีทัศน์ ในห้องนี้บอกเล่า เรื่องราวชีวิตของเต่ามากมายให้เด็กๆ ตั้งแต่แม่เต่ามาออกไข่ จนถึงการ ออกจากไข่ แต่ถ้าใช้วิธีธรรมชาติเต่าทะเลจะมีโอกาสรอดชีวิตได้แค่ ๑ ใน ๑๐๐๐ ตัว ด้วยเหตุนี้เองจึงต้องมีศูนย์อนุรักษ์พันธ์ุเต่าทะเลขึ้นมาเพื่อเพาะ และขยายพันธ์ุเต่าทะเลไม่ให้ศูนย์พันธ์ุไป

[4]

เต่าทะเล


จากนั้นเราก็ไปดูบ่อเลี้ยงเต่ากันค่ะ มีตั้งแต่เต่าตัวเล็กจนไปถึงตัวใหญ่ และตัวใหญ่มากๆ เต่าถูกแยกออกเป็น บ่อๆตามอายุของมัน ตัวเล็กๆน่ารักมากเลยค่ะ บางบ่อเจ้าหน้าอนุญาตให้จับได้ด้วยค่ะ เด็กๆตื่นเต้ากันใหญ่ วิ่งตามเต่ากันรอบบ่อโดยเฉพาะพอใจ “หนูยังไม่ได้จับเต่าเลย” พอใจบอก “โน่นมันว่ายไปทางโน้นแล้ว” ครูแป๋มบอก แล้วพอใจก็วิ่งปู๊ดไป แต่พอไปถึงเต่าก็ว่ายหนีไปทางอื่นแล้ว ครั้น พอเต่าว่ายมาให้จับถึงที่พอใจก็มีปัญหาอีกครั้ง “หนูจับไม่ถึง” พี่ช่วยกันอุ้มน้องให้สูงพ้นขอบบ่อในที่สุดพอใจ ก็ได้จับเต่าสักทีหลังจากวิ่งวนรอบบ่อเต่าไป ๓ รอบ

[5]


ดูเต่ากันเสร็จก็มารวมตัวกันที่ เรือนพัก อาหารกลางวันเตรียมไว้ พร้อมแล้ว ครูแหลมให้เด็กๆ ขอบคุณอาหารกลางวันกันก่อน แล้วจึงลุกมาหยิบจานตักข้าวตัก กับมานั่งทาน

[6]


อาหารอร่อยมากเด็กๆทางกันจนอิ่มแล้วไปล้างจานด้วยตัว เอง เสร็จแล้วก็มารวมที่ด้านบนแล้วนั่งต่อกันเป็นวงกลมวงเดียว คุณครูพี่เลี้ยงช่วยกันยกอุปการณ์เช่นดินสอ ยางลบแจกให้เด็กๆ ครูแหลมสอนเด็กๆขึงกระดาษ แล้วให้เด็กๆวาดภาพในหัวข้อ “เต่าทะเล” ติดสก็อตเทปเสร็จเด็กๆก็แยกย้ายกันไปนั่งทํางานอย่างเงียบๆ (ในตอนแรก) ต่างคนต่างทํางาน พูดคุยกันบ้างแต่มือทํางานก็ไม่ ได้ว่าอะไร งานศิลปะวันนี้ดีเป็นที่น่าพอใจมากเลยทีเดียว แต่ก็ยัง คงต้องมีแก้ไขเพิ่มเติมในบางคน

[7]


คนที่ทํางานเสร็จแล้วครูแหลมอนุญาตให้เด็กๆไปเดินเล่นริม ชายหาดได้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามเปียก พี่นพพาน้องไปดินเล่น ที่ชายหาด เด็กๆมีความสุขกันมากเลยค่ะ ๖ โมงกว่าเด็กๆก็ทะยอยกันกลับมาอาบน้ํากัน เวลา ๖ โมง ๒๕ นาที มองออกไปที่ทะเลพระอาทิตย์กําลังจะตกดินสวย มากเลย วงกลมของพระอาทิตย์กลมเป๊ะเหมือนกับไข่แดง

[8]


๗ ทุ่มตรงเด็กๆทานอาหารเย็น วันนี้ ทานกันช้าหน่อยนะคะ อาหารอร่อย ถูกปากเด็กๆอีกแล้ว ทานเสร็จก็ไป ล้างจานแล้วมารวมตัวกันที่ด้านบนเหมือนเดิม คืนนี้ครูแหลมดูงานและวิจารณ์ภาพของเด็กๆทุกคน ว่าสิ่งไหนดี สิ่ง ไหนควรปรับปรุง จากนั้นก็ให้เด็กๆสวดมนต์ และนั่งสมาธิก่อนเข้า นอน

[9]


นอนกลางดิน กินข้างถนน สนุกกลางทะเล วันอังคารที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๓

ตี ๕ ครูแหลมเดินปลุกเด็กๆทุกห้องให้ตื่น บางคนงัวเงียตื่นแล้วก็ นอนต่อ บางคนกระเด้งวิ่งเข้าห้องน้ําไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วไป นั่งรอครูแหลม เช้านี้พี่นพพาน้องไปออกกําลังกายยืดเส้นยืดสายเล็กๆน้อย เล่น เกมส์กันนิดหน่อยพอให้หายงัวเงีย แล้วก็ไปอาบน้ําแต่งตัว

[10]


๗ โมงครึ่งทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร เช้านี้มีข้าวต้มกุ๋ย ผัดผักบุ้ง(หมดเร็วมาก) ไข่เจียว และปลาเล็ก ปลาน้อยทอด ทานข้าวเสร็จเด็กๆก็ไปล้างจานแล้วเตรียมตัวออกเดินทางไปเกาะนางรํา

[11]


เกาะนางรําอยู่ไม่ไกลจากที่พัก ลุงตี๋พาเด็กๆนั่งรถไปแป๊บเดียว ก็ถึงแล้ว เด็กๆใจจดใจจ่ออยู่ที่น้ําทะเล แต่ยังไม่ได้เล่นหรอกค่ะ เพราะเราต้องทํางานกันก่อน วันนี้ครูแหลมสอนเด็กๆเขียนรูปแบบ Sea Scape หรือการ เขียนภาพทะเล ครูแหลมสอนเด็กๆให้เรียนรู้ถึงเรื่องของระยะ ใกล้...ใหญ่...ไกล...เล็ก แล้วพาเด็กสํารวจทะเล ๑ รอบก่อน ปล่อยให้เด็กๆทํางานศิลปะ เด็กๆเลือกที่จะนั่งทํางานด้านในสุดของหาด ซึ่งวิวดีมากค่ะ มองไปทางซ้ายเห็นโขดหินที่มีรูปปั้นพระอภัยมณี นางผีเสื้อ สมุทร ด้านขวาเป็นสะพานยาวสุดลูกหูลูกตา ด้านหน้าเป็นเกาะ ขนาดย่อมหลายลูกเรียงรายกันอยู่ ทุกทํางานกันอย่างมีสมาธินั่งบนทรายแบบไม่กลัวเลอะ บางคน ถึงกับนอนราบบนผืนทรายนุ่มๆ เด็กๆมีความสุขกับการทํางาน ศิลปะ เมื่อร่างภาพเสร็จก็นํามาส่งครูแหลมให้ครูแหลมตรวจ ก่อนลงสี “ทะเลก็คือทะเล...ไม่มีอะไรมาก แต่จะทํายังไงให้ทะเลเป็นทะเล” โจทย์ข้อนี้ยากสําหรับเด็กๆ แต่ก็ไม่ยากไปทั้งหมดค่ะ ครูแหลม เฉยเด็กๆด้วยการสอนเทคนิคการระบายสีน้ําทะให้สวยงาม เด็กๆต้องสังเกตุดีๆค่ะ ทะเลไม่ได้มีสีเดียว บางช่วงเป็นสีฟ้า บางช่วงเป็นสีเขียว ทั้งอ่อนและเข้ม บางช่วงมีสีดําผสมเข้าไป ด้วย เด็กๆมองทะเลสลับกับที่ครูแหลมสอนก็เข้าใจได้ไม่ยาก ภาพของเด็ๆจึงเป็นภาพทะเลที่สมบูรณ์ สวยงามและมากไป ด้วยจินตนาการที่ไร้ขีดจํากัด

[12]


[13]


ใกล้เที่ยงแล้วคุณจ่ามานพที่ดูแลเราตลอดการพักอยู่ที่บ้านพักใน สอ.รฝ ก็ขับรถเอาข้าวกล่อง และน้ําดื่มมา ส่งให้พวกเราถึงที่ เด็กๆรีบไปล้างมือแล้วมานั่งทานอาหารกัน“หนูยังไม่ได้จับเต่าเลย” พอใจบอก โต๊ะทานข้าวไม่มี มองไปทางไหนก็มีแต่ผืนทราย “นั่งตรงนี้ก็แล้วกัน” ครูแหลมบอกแล้วจัดที่ให้เด็กๆนั่งที่ขอบ ของถนน ปลอดภัยค่ะเพราะถนนเส้นนี้ไม่อนุญาตให้รถแล่นเข้ามา นอกรถของจากเจ้าหน้าที่ วันนี้เด็กๆจะได้ นั่งทานข้าวข้างถนนกัน

ทานข้าวเสร็จก็นั่ง ไปนอนทํางานกันต่อ เด็กๆค่อยๆทยอยทํางานกันเสร็จทละคน ๒ คน แต่ครูแหลมยังไม่ อนุญาตให้เล่นน้ําหรอกค่ะ ต้องรอให้เพื่อนๆทํางานเสร็จแล้วอย่างน้อย ๒๐ คนก่อน เด็กๆที่ทํางานเสร็จแล้วจึง ช่วยกันนับจํานวนเพื่อนที่ทํางานเสร็จแล้ว และไปช่วยลุ้น ช่วยเร่งเพื่อนที่ทํางานช้าให้ทํางานเร็วๆ กว่าจะได้ครบ ถึง ๒๐ คนก็บ่าย ๒ โมงพอดี

[14]


พอเปลี่ยนชุดเก็บของให้เรียบร้อยแล้ว เด็กๆก็วิ่งลงน้ําทะเลกันทันที เสื้อสีชมพู สะดุดตาลอยอยู่ในทะเล มองไกลๆก็เห็นได้ชัด พี่นพ พี่เอิร์ธลงไป ดูแลน้องๆในทะเล เด็กสนุกจนลืมร้อน เดี๋ยววิ่งลงน้ํา ก่อกองทราย หมดแรงหิวก็วิ่งมาหาอะไรทานกัน แล้วไปเล่นน้ํากันต่อ สนุกจน คุณครูไล่ให้ขึ้นก็เฉไฉทําเป็นตัวเลอะแล้ววิ่งลงน้ําท้ิงท้ายกันอีกรอบ จึงยอมขึ้นมาอาบน้ําเปลี่ยนชุดกัน

[15]


กลับมาถึงที่พักก็เกือบๆ ๖ โมง เด็กๆต่างพากันไปเก็บของ ซักผ้า ตากผ้าที่เปียก และยังมีแรงไปดูพระอาทิตย์ตกดินกับ คุณครูที่ริมทะเลกันอีก พระอาทิตย์ตกดินที่ค่ายสอ.รฝ. สวยมากเลยค่ะ ดวงโตกลม เหมือนไข่แดง เด็กๆคจะได้ดูกันทุกๆวันจนวันที่เราต้องกลับ

[16]


๖ โมงครึ่งแล้วทุกคนหิวข้าวต่างพากันมานั่งรอที่โต๊ะ อาหาร ขอบคุณจบก็ลุกมาตักอาหารไปทานกัน อาหารมื้อเย็นวันนี้มีต้มจืดสาหร่าย ผัดผัก ปลาดผัด เปรี้ยวหวาน เด็กๆคงหมดแรงไปเยอะลุกมาเติมข้าว กันคนละ ๒ จาน ทานข้าวเสร็จแล้วก็ไปล้างจาน แล้วไปนั่งรอครูแหลมที่โถงด้านบน ครูแหลมดูงานเด็กๆและชื่นชมทุกผลงานทีละภาพ เด็กๆนั่งยิ้มภูมิใจกับคําชม และฟังคําแนะนําดีๆจาก ครูแหลมเพื่อนําไปใช้เขียนรูปในวันต่อๆไป ครูแหลมนําเด็กๆสวดมนต์ และนั่งสมาธิก่อนที่จะ ปล่อยให้เด็กๆไปรับนมมาดื่มและเข้านอน วันนี้ทุก อย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เด็กๆเหนื่อยเพราะเล่นกัน มาทั้งวัน คืนนี้คงจะได้พักผ่อนกันเต็มที่ ขณะที่นั่ง เขียนบันทึกเป็นเวลา ๑๐ นาฬิกา ๑๑ นาที คุณครู ออกไปเดินตรวจดูทุกห้อง เสียงเงียบสนิท หลับกัน หมดทุกคน

[17]


เขียนรูปที่เขาชีจรรย์ และสนุกสุดเหวี่ยงที่พัทยาปาร์ค วันพุธที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓ เมื่อคืนครูแป๋มโดนปลุกให้ตื่น ๒ รอบโดยน้องซัน รอบแรกร้องไห้เดินมาบอกว่าปวดท้องขอยาทาท้องหน่อย ไม่ต้อง เป็นห่วงค่ะน้องซันเป็นโรคคิดถึงแม่ค่ะ ร้องไห้ทุกวันแต่ก็สนุกทุกครั้งที่มาค่าย ร้องมากๆก็เลยปวดท้อง บางทีก็ แกล้งปวดท้องหาเรื่องร้องไห้คิดถึงแม่ ตี ๑ ครูแป๋มได้ยินเสียงเคาะประตู พอลุกขึ้นมาเปิดก็เจอหน้าน้องซันอีกแล้ว “ครูแป๋มซันฉี่รดที่นอน” เอาแล้วสิดึก ป่านนี้จะไปหาที่นอนที่ไหนมาเปลี่ยนให้ ครูแป๋มเดินไปดูในห้องวงน้ําแผ่กระจายเป็นรัศมีวงกว้าง ไม่สามารถหลบ แทรกกายเข้าไปนอนได้อีกแล้ว “ทําไงดี” ครูแป๋มคิดหนัก และแล้วก็คิดออกคุณครูเดินไปหยิบเบารองนั่งที่โซฟามา ๒ อันปูทับไปบนที่นอนน้องซัน คราวนี้น้องซันยิ้มได้ ได้นอนกันสักที ตี ๕ ครูแหลมเป็นนาฬิกาปลุกเดินปลุกเด็กๆทุกห้องเหมือนเคย เด็กๆรีบตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันแล้วไปรวมกลุ่ม กันเพื่อออกกําลังกายตอนเช้า พี่นพพาน้องๆยืดเส้นยืดสาย และเล่นเกมส์สนุกๆตอนเช้าเด็กๆติดใจไม่ยอมเลิก แต่ไม่ได้แล้วค่ะเดี๋ยวไปเขียนรูปที่ เขาชีจรรย์ไม่ทัน

เด็กๆไปอาบน้ํา เตรียมชุดที่จะไปเล่นน้ําวันนี้ ให้เรียบร้อย และไปขึงกระดานเก็บอุปกรณ์ กระเป๋างาน แล้วลงไปรวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร เช้านี้มีข้าวสวย ไข่พะโล้ ผัดวุ้นเส้น โอวัลติน แสนอร่อย ทานข้าวเช้าล้างจานกันเสร็จก็เตรียมตัวออก เดินทางทันที เช้านี้อากาศไม่สดชื่นเลยค่ะ ฟ้ามืดผิดปกติเหมือนฝนจะตก เด็กๆเป็น กังวลเล็กน้อยเป็นห่วงกลัวไม่ได้ไปเล่นน้ํา

[18]


๘ โมง ๔๐ นาทีพวกเราทุกคนก็มาถึงที่เขาชีจรรย์ครูแหลม เดินไปที่ศาลานั่งหน้าเข้าหาพระพุทธรูปแกะสลัก และเล่า เรื่องวิธีการสร้างพระพุทธรูปด้วยการเลเซอร์ และสอนเรื่อง มุม Ant eye view หรือการมองในมุมของมด แล้วนําเด็กๆ กราบพระสวดมนต์ วันนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ทุกคนที่ผ่านไปต้องแวะมาชื่นชมความน่ารักของเด็กๆ บ้าง คนก็พนมมือและสวดมนต์ตาม จากนั้นเด็กๆก็เริ่มนั่งทํางานกัน ตอนนี้ฝนก็เริ่มโปรยลงมา บางๆแล้ว มองในแง่ดีวันนี้เราจะไม่ร้อน เย็นสบายกันทั้ง วัน แต่ในใจขอให้หยุดสักทีเดี๋ยวไม่ได้ไปเล่นน้ํากัน ไม่นานครูนกครูต้นก็พาเด็กๆจากสวนสมเด็จฯ และ พระราม ๙ มาสมทบ และตามมาด้วยเด็กๆจากเจริญพาศน์ วันนี้ทั้งหมดแล้วรวมกันเด็กๆ ๖๙ ซน ศาลาขนาดใหญ่ แคบลงไปถนัดตาเมื่อทุกคนมารวมตัวกันบนศาลา ฝนตกหนัก และเบาเป็นระยะๆ การทํางานเป็นไปด้วย ความยากลําบากหนีทั้งฝน และนักท่องเที่ยวก็เยอะ แต่ทุก คนมีความมุ่งมั่น ความอดทนสูงค่ะ ไม่วอกแวกกับส่ิง รบกวนรอบด้าน นั่งทํางานกันอย่างมีสมาธิ

[19]


[20]


เที่ยงแล้วฝนหยุดตกพอดี แดดเริ่มออกเด็กๆไปล้างมือแล้วมานั่งเป็นแถวรอทานข้าวกลางวันกัน อาหาร กลางวันวันนี้มีข้าวมันไก่ที่หอบหิ้วมาไกลจากกรุงเทพฯ ทานข้าวเสร็จก็ไปทํางานกันต่อ ส่วนคนที่ทํางานเสร็จ แล้วพี่ๆพาไปเดินเล่นชมความงานของพระพุทธอย่างใกล้ เด็กๆวิ่งเล่นกันสนุก

[21]


[22]


พวกเราอยู่ที่เขาชีจรรย์จนถึงบ่าย ๒ โมงก็เริ่ม เคลื่อนกองกําลังออกเดินทางไปยังพัทยาปาร์ค มา ถึงเด็กๆตื่นเต้นกับสไลเดอร์หลากสีหลากความสูง ทุกคนรีบไปเปลี่ยนชุดแล้วลงเล่นน้ํากันอย่างสนุก เด็กๆส่วนใหญ่อยู่ที่สไลด์เดอร์ มีน้องเล็กๆอยู่ไม่กี่ คนที่อยู่ที่สระเด็ก ทุกเล่นสไลด์เดอร์นับครั้งไม่ถ้วน ขึ้นแล้วลง...ลงแล้วขึ้น...ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ๔ โมงเย็นครูนิดครูแจงก็พาเพื่อนๆจากเจริญพาศน์ ขึ้นจากน้ําไปอาบน้ําแต่งตัวเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ ครูนกกับครูต้นด้วยเช่นกัน ส่วนเด็กๆค่ายสัตหีบ คุณครูยังปล่อยเล่นน้ําต่อเต็มที่เลยค่ะ

[23]


[24]


๕ โมงเย็นคุณครูเริ่มทยอยเรียกเด็กขึ้นมาอาบน้ํา เตรียมตัวกลับที่พัก เด็กเดินบ่นกันว่าอยากเล่นต่อกําลัง สนุกเลย อาบน้ํากันเสร็จก็มารับไอติมเย็นชื่นใจไปนั่งทานและเดินทางกลับทันที กลับมาถึงค่ายเกือบ ๑ ทุ่มครูแหลม ให้เด็กๆทุกคนไปล้างมือแล้วมาทานข้าวทันที มื้อเย็นวันนี้มี ผัดผักบล็อกเคอรี่ ต้มจืดตําลึงเต้าหู้ไข่ และกุ้งชุบ แป้งทอด ตบท้ายด้วยผลไม้แสนอร่อยอย่างสับปะรดและแคนตาลูป ขณะนั่งทานข้าวอยู่เสียงโทรศัพท์ครูแป๋มก็ดังขึ้น วินาทีแห่งความเงียบก็มาเยือนเด็กๆค่อยฟังว่าคุณครูจะพูด ว่าแม่ใครโทรมา และผู้โชคดีของวันนี้ก็คือ “น้องแป้งคุณแม่โทรมา” น้องแป้งหันมามองหน้าครูแป๋มอย่างไม่ เชื่อหูตัวเอง เพื่อนๆคนอื่นๆต่างโล่งอกกันไปเป็นแถบๆ “ล้างจานนะคะ” ครูแป๋มบอก กฎของค่ายมีอยู่ว่า พ่อแม่ใครโทรมาหาคนนั้นต้องล้างจานทั้งค่าย แต่ครูแป๋มจะหาผู้ช่วยให้น้องแป้งค่ะ “ณัช...วันนี้ช่วยแป้งล้าง จานนะครับ” ครูแป๋มบอกเพราะว่าเมื่อวานคุณแม่น้องณัชโทรมา แล้วณัชยังไม่ได้ล้างจานเลย แต่ครูแหลมก็ จัดโปรโมชั่นสุดวิเศษให้ทั้ง ๒ คนอีก “โต๊ะคนแคระช่วยกันนะครับ โต๊ะสุภาพบุรุษด้วย” เป็นอันว่านั่งโต๊ะ เดียวกันต้องช่วยกันล้างจานด้วย แต่ทุกคนยิ้มรับด้วยความยินดีแล้วไปช่วยกันล้างจานทันที “เฮ้...เฮ้...” เสียงเด็กๆเฮเมื่อล้างจานใบสุดท้ายหมด แต่ยังขยันกันอยู่คุณครูเลยให้ช่วยกันเช็ดโต๊ะเก็บแก้วอีก เด็กทําด้วยความสนุกมากเลยค่ะ

[25]


ทานข้าวเสร็จทุกคนก็ไปจัดดารกับข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองแล้วมารวมตัวกันที่โถง รอครูแหลม มาดูผลงานของทุกคน วันนี้งานสวยทุกคนเลยค่ะ ก่อนปล่อยให้ไปเข้านอนวันนี้ครูแหลมสอนเด็กๆทําสมาธิท่านอน เด็กๆนอนราบไปกับพื้น เอามือประสานกันไว้ที่ หน้าท้อง แล้วกําหนดลมหายใจเข้าออก ไม่นานนักเด็กๆก็เริ่มมีสมาธิที่ดี...ดีมากจนหลับไปเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็น น้องเล็กๆค่ะ ที่สมาธิดีเรียกแล้วไม่ยอมตื่นจนพี่ๆต้องเขย่าตัวถึงจะตื่น ตื่นมาก็ไปรับนมมาดื่มแล้วไปเข้านอนกัน

[26]


ไปศึกษาชีวิตใต้ทะเล เขียนรูปเรือประมง จ.ระยอง วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๓ เช้านี้ครูแหลมให้เด็กๆตื่นนอนกันเองโดไม่ต้อง ไปปลุก เด็กๆพร้อมใจตื่นมารวมกันตอนตี ๕ ครึ่ง ครูแหลมพูดคุยกับเด็กๆเล่าโน่น เล่าน่ีให้ฟังอยู่ พักใหญ่ก็ปล่อยให้ไปออกกําลังกายกับพี่ๆ เช้านี้เด็กๆเล่นเกมส์กันสนุกมากๆเลยค่ะ สนุกจน ไม่อยากเลิกแต่ก็ต้องเลิกเล่นไปอาบน้ําเตรียมตัว วันนี้ครูแหลมจะพาเด็กๆไปศึกษาโลกใต้้ท้อง ทะเลที่สถานแสดงพันธ์ุสัตว์น้ําระยอง

หลังจากทานข้าวต้มทะเลมื้อเช้าเสร็จแล้วเด็กๆก็ เดินขึ้นรถลุงตี๋แล้วออกเดินทางสู่จังหวัดระยอง ใช้เวลานั่งรถนานพอสมควรค่ะ

[27]


ไปถึงก็ ๑๐ โมงพอดี เจ้าหน้าที่พาเข้าห้องบรรยาย และสอนเด็กๆให้ได้รู้จักกับสัตว์น้ําทุกตัวที่จัดแสดงอยู่สถาน ที่แห่งนี้ เด็กๆได้รับความรู้มากมายภายในเวลาครึ่งชั่วโมง รวมทั้งคุณครูก็ได้รับความรู้ไปพร้อมเด็กๆด้วย อย่าง เช่นเรื่องปลาการ์ตูนที่ตัวเมียจะเป็นจ่าฝูง และถ้าตัวเมียตายตัวผู้ที่เหลือก็จะแย่งชิงกันเป็นจ่าฝูง และกลายเพศไป เป็นตัวเมียในที่สุด

ออกจากห้องบรรยายเด็กๆก็เข้าชมในส่วนของตู้ปลาที่จัดแสดงไว้มาหมาย พวกเราเดินไปช้า ครูแหลมสอให้ เด็กๆอ่านตามป้ายความรู้ที่มีอยู่ ทุกคนจึงเดินไปอย่างช้าๆไม่รีบร้อน เพราะเรามาเพื่อเอาความรู้กลับบ้านไม่ได้ มาสนุกอย่างเดียว

[28]


ตู้ปลาแต่ละตู้มีปลาที่สวยงามมากมาย บางตัวมีพิษ บางตัวเป็นปลาเศรฐกิจ เจ้าหน้าที่บอกกับเด็กๆว่า “ยิ่ง สวยยิ่งอันตราย” สังเกตุดูค่ะปลาสวยๆมีพิษทั้งนั้น และ วิธีแก้พิษก็คือ ให้ใช้น้ําอุ่นราดบริเวณที่ถูกพิษจะช่วย บรรเทาอาการปวดได้ ส่วนที่เด็กๆชอบมากก็คือบ่อเต่า ทั้งเต่าตัวเล็กตัวใหญ่ มากมายออกมาว่ายน้ําโฉบไปมาคล้ายกับยกมือโบก บ๊ายบายให้เด็กๆ

[29]


[30]


เดินออกมาด้านนอกมีบ่อปลิง ปลาดาวให้เด็กๆดูเด็กๆได้ทดลองจับปลาดาวและปลิงทะเลกัน ด้วยค่ะ

[31]


ต่อมาครูแหลมพาเด็กๆ เดินไปด้านนอกอาคาร ใกล้ๆมีเรือประมงจอดอยู่ มากมาย และนี่คือหัวข้อ วันนี้ที่เด็กๆจะต้องทํา “เรือประมง”

[32]


ก่อนทํางานเราต้องไปเติมพลังเอาแรงกันก่อนค่ะ ครูแหลมพาเด็กๆเดินไปที่ศาลาแล้วแจกข้าวกล่องให้เด็กๆ มื้อนี้เป็นข้าวผัดปูกับน่องไก่ ทานข้าวกันเสร็จทุกคนก็ไปหยิบอุปกรณ์แล้วไปนั่งสเก็ตภาพเรือประมงแล้วกลับมานั่ง ลงสีกันในศาลา

[33]


“มีมี่ นินนี่ นินี่...แม่โทรมา” ครูแป๋มบอก เพื่อนเฮ กันลั่นศาลา “วันนี้ไม่ต้องล้างจานกันแล้ว” เพราะ ว่าวันนี้สามสาวจะช่วยกันล้างจานให้เพื่อนๆทั้ง ค่าย คนพี่นั่งซึมร้องไห้คุยโทรศัพท์กับคุณแม่ด้วย ความคิดถึง (หรือเสียใจที่ได้ล้างจานก็ไม่ทราบ) ส่วนคนเล็กดีใจอย่างออกนอกหน้าที่ได้ล้างจาน ทั้งค่ายเย็นนี้

EGESTA QUIS SET AHMET LOREM

[34]


๔ โมงเย็นเด็กๆส่วนใหญ่ทํางานกันเสร็จแล้วยังคงเหลือแต่พวก พี่โตๆที่ยังทํางานไม่เสร็จ ครูแป๋มกับพี่พลอยก็เลยพาเด็กๆเดิน ไปตามหาร้านขายไอติมกัน เดินกันไปไกลพอสมควรค่ะ พอไป ถึงร้านดันปิดเด็กๆร้องโอดโอย อุตส่าห์เดินมาตั้งไกลแต่ก็ไม่ได้ กินไอติม ครูแป๋มปลอบใจโดยการไปซื้อกล้วยมาให้เด็กๆกินให้ หายเหนื่อยแล้วพากันเดินกลับ ระหว่างทางเจอร้านขายน้ํา หวานพอดี เลยซื้อให้เด็กๆกินแทนไอติม ได้ครบหมดทุกคนก็ เดินทางกันต่อ และแล้วรถไอติมก็แล่นสวนมา “ไอติม...โธ่...อดกินเลย” รถไอติมแล่นผ่านเด็กๆไปทุกคนได้แต่ มองตามตาปริบๆ เดินกลับไปถึงรถก็ ๕ โมงพอดีครูแหลมกําลังเอาเด็กๆอีกกลุ่ม ขึ้นรถกลับ ออกมาได้สักพักลุงตี๋แวะปั๊มเพื่อให้เด็กๆเข้าห้องน้ํา ครูแป๋มวิ่ง ไปซื้อไอติมมาแจกเด็กๆ ทุกคนดีใจกันใหญ่ได้กินไอติมกันสักที กินไอติมเสร็จก็เล่นเกมส์กันอยู่บนรถไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย “ครูคะจีนปวดฉี”่ ปุ๊กวิ่งมารายงานครูแป๋ม “อดทนไปก่อน” ครูแหลมบอกเพราะไม่มีห้องน้ําให้เข้าและที่ สําคัญเราจอดให้เข้าห้องน้ําที่ปั๊มแล้วจีนไม่ยอมลงไปเข้าห้องน้ํา ๖ โมงครึ่งลุงตี่ก็พาเด็กๆมาถึงค่าย “เย้ได้เข้าห้องน้ําแล้ว” เด็กๆ บอก แต่จีนมากระซิบกับพี่นพว่า “หนูไม่ต้องไปเข้าห้องน้ําแล้ว ค่ะเพราะว่ามันออกมาหมดแล้ว” พี่นพมองไปที่กางเกงของจีน เปียกไปหมดทั้งตัว คืนนี้ลุงตี๋ต้องล้างรถขนานใหญ่แน่ๆเลย

[35]


กลับมาถึงเด็กๆก็ไปล้างมือแล้วมาทานข้าวเย็น กัน มื้อเย็นวันนี้มี ต้มยําทะเล ผัดผัก ปลาทูทอด ทาน ข้าวกันเสร็จเด็กๆเอาจานไปวางไว้ให้สามพี่น้องช่วย กันล้างแล้วไปอาบน้ํากัน

คืนนี้หลังจากดูผลงานของทุกคนเสร็จแล้วครู แหลมให้พี่นพจัดเกมส์สนุกๆไว้ให้เด็กๆเล่น “เกมส์ ตามล่าหาพี่เลี้ยง” โดยให้พี่เลี้ยงไปซ่อนแล้วให้ น้องๆตามหา เด็กๆสนุกกันใหญ่เลยค่ะ กว่าจะได้ นอนคืนนี้ก็ ๔ ทุ่มพอดี “ครูแป๋มเมื่อกี้พายร้องไห้” พี่เอิร์ธเล่าให้ครูแป๋มฟัง “พายเก็บลูกมะไฟมาเรียงไว้บนหัวนอน ๔ ลูก บอก ว่าจะเอาไปฝากพ่อกับ แม่ พอดีปั้นเดินมาไม่เห็น เหยียบเละไป ๑ ลูก พายเลยร้องไห้ใหญ่เลย” มะไฟตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ผลเป็นสีดําปี๊ดปี๋แต่ พายก็ยังเก็บไว้เพราะอยากเอาไปฝากพ่อกับแม่ โดนพี่ปั้นเหยียบไปโดยไม่ได้ตั้งใจหนึ่งลูกแต่ก็ยัง เหลืออีก ๓ ลูกนะ อีกวันเดียวค่ะเด็กๆจะได้กลับบ้านไปพบกับคุณ พ่อคุณแม่แล้วค่ะ

[36]


เย้...ได้กลับบ้านแล้ว...ปิดค่ายสัตหีบ วันศุกร์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ๖ โมงเช้าเด็กๆค่อยๆขุดตัวเองออกจากที่นอนมาออกกําลังกายและเล่นเกมส์สนุกๆกัน หลังจากนั้นทุกคนก็ ไปอาบน้ําแต่งตัว เก็บกระเป๋า สัมภาระทุกๆอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงมาทานอาหารเช้ากัน

[37]


เช้านี้เราทานอาหารแบบฝรั่ง กันเลยค่ะ อาหารมื้อเช้าวันนี้มี ขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก โอวัล ติน เด็กๆทานกันอย่างอร่อย และวันนี้เหล่าพี่โตในนามของ ป้าๆ ลุงๆของค่ายรับอาสา (จําใจ) ล้างจานทั้งค่ายให้ น้องๆ ไม่ใช่เพราะพ่อแม่โทร มาหานะคะ แต่เพื่อนโทรมาใน เวลาเรียน ฮ่าๆๆๆ

[38]


ทานข้าวกันเสร็จทุกๆคนก็รีบเตรียมอุปกรณ์ลงมือ ทํางานกันทันทีเลย วันนี้เด็กๆได้หัวข้อ “ฉันกับเพื่อนๆ ที่ค่าย” เด็กๆแยกย้ายกันไปทํางานตามที่ร่มๆ ทุกคน ตั้งใจกันเป็นพิเศษเพราะกลัวไม่ได้กลับบ้าน “ซัน...วันนี้ไม่ปวดท้องเหรอ” ครูแป๋มถามเมื่อเห็นน้อง ซันสดใสร่าเริงกว่าทุกๆวัน “ไม่ครับ...ซันจะได้กลับบ้านแล้ว” ซันตอบ มาทีไร ร้องไห้ทุกที แต่ถามว่าจะมาอีกมั๊ย ก็ตอบว่ามาทุกที แต่ต้องอนุญาตให้ซันร้องไห้คิดถึงแม่นะ... ครูแป๋ม ใจดีให้ร้องไห้ได้วันละ ๓ เวลาหลังอาหารค่ะ

EGESTA QUIS SET AHMET LOREM

[39]


เมื่อเช้าเราทานอาหารฝรั่ง พอเที่ยงเราเปลี่ยน บรรยากาศเป็นอาหารอีสานค่ะ มื้อเที่ยงวันนี้มีข้าว เหนียว ส้มตํา ไก่ทอด ลาบวุ้นเส้น มีทั้งแบบเผ็ดและ แบบไม่เผ็ด งานนี้ช้อนแทบไม่ต้องใช้ ลูกอีสานต้อง ใช้มือเปิบ ทานเสร็จ ล้างจานเสร็จก็ต่างคนต่างแยก ย้ายกันไปทํางาน ครูแหลมมีขนมแจกเด็กๆเป็นระยะ

บ่าย ๒ โมงแล้วเด็กๆเริ่มทยอยทํางานกันเสร็จ เกือบหมดทุกคน คุณพ่อ คุณแม่น้องมิว พาย มารอ รับกลับแล้ว เพราะบ้านอยู่ที่ชลบุรี และน้องเอก คุณย่าก็มารอรับกลับบ้านด้วยเช่นกัน

[40]


ครูแหลมรวบรวมทุกคนมาถ่ายรูปพร้อมกันเป็นที่ระลึก แล้วให้เด็กๆแยกย้ายกันไปเก็บของขึ้นรถกลับบ้าน

[41]


“เก็บของเสร็จขึ้นรถไปเลยนะครับ” ครูแหลม ประกาศ เด็กๆดีใจวิ่งไปขนกระเป๋าแล้วจะไปขึ้นรถ “อย่าเพิ่งขึ้น รถเสียให้ลุงซ่อมรถก่อน” ลุงตี๋บอก เด็กๆหน้าเสียเมื่อลุงตี๋บอกว่ารถเสียต้องซ่อม ว่า แล้วลุงตี๋ก็มุดเข้ามุดออกใต้ท้องรถจนตัวดําปิ๊ดปี๋ ระหว่างรอลุงตี๋ซ่อมรถเราก็ประกาศหาเจ้าของ สัมภาระที่เด็กๆลืมทิ้งไว้กัน ทั้งผ้าเช็ดตัว กระติกน้ํา หมวก เยอะแยะจิปาถะ งวดนี้ได้มา ๒๐๐ กว่าบาท ค่ะ จะเอาเงินไปทําบุญ

[42]


บ่าย ๓ โมงกว่าลุงตี๋ก็แจ้งข่าวดีแก่เด็กๆ “อ้าว...กลับบ้านได้...ขึ้นรถ” เด็กร้อง “เย้...” แล้ว วิ่งขึ้นรถทันที ครูแหลมขับรถอีกคันตามติดตลอด ทาง พอออกมาถึงถนนใหญ่ลุงตีแวะที่อู่ซ่อมรถอีก ครั้งเพื่อตรวจเช็คให้แน่ใจว่า รถแล่นได้ดีจริง มี ช่างมาตรวจดู ๒ คนช่วยกันแป๊บเดียว ลุงตี๋ก็ขับ รถพาเด็กๆมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ คุณครูเปิดหนังให้เด็กๆดูเพื่อให้เกิดความสงบ ภายในรถ แต่พอหนังจบเด็กๆก็เจี๊ยวจ๊าวกันอย่าง สนุก ทั้งร้องเพลง เล่นเกมส์มือสนุกสนาน รถค่อนข้างติดทั้งขาเข้าและขาออก ๕ โมงกว่า แล้วเรายังติดแหงกกันอยู่บนทางด่วน ผู้ปกครอง ต่างพากันโทรหาครูแป๋มด้วยความเป็นห่วงลูก เพราะเราผิดเวลานัด ถึงแม้จะรีบแต่ลุงตี๋ก็ไม่เร่ง รถให้แล่นเร็วกว่าปกติเพราะมีเด็กๆอยู่เต็มคันรถ “ค่อยๆไปเดี๋ยวก็ถึง” ลุงตี๋ว่าอย่างนั้น

[43]


๖ โมงเย็น รสบัสสีเขียวขจีก็แล่นลงจากทางด่วนและเลี้ยวเข้ามาจอดที่สวนสมเด็จฯ ประตู ๔ อย่างปลอดภัย ผู้ ปกครองมารอลูกๆอยู่นานแล้ว เด็กๆลงจากรถโชว์ความเป็นระเบียบให้คุณพ่อ คุณแม่ดู ด้วยการไปเข้าแถวรอ ครูแป๋ม คุณพ่อ คุณแม่ยืนมองลูกๆด้วยความคิดถึงและชื่นชม เมื่อครูแป๋มบอกว่าให้หยิบกระเป๋าแล้วไปหาคุณพ่อคุณแม่ได้ ทุกๆคนก็โผล่เข้ากอดกันด้วยความคิดถึง คุณครู ได้แต่มองแล้วอมยิ้มตื้นตัน คุณครูส่งลูกๆถึงมือคุณพ่อ คุณแม่อย่างปลอดภัย สารภาพจากใจจริงค่ะว่าตลอดเวลาของการอยู่ค่ายในแต่ละ วัน คุณครูกินไม่ได้ (น้อย) นอนไม่หลับ (จริงๆ) เพราะต้องคอยมอง คอยดูลูกๆแทนคุณพ่อ คุณแม่ทุกคน แต่ เมื่อส่งลูกๆคืนสู่อ้อมอกคุณพ่อ คุณแม่อย่างปลอดภัยแล้วคุณครูรู้สึกโล่งใจอย่างเป็นที่สุด และเมื่อเขียนบันทึกมาถึงวันสุดท้าย คุณครูเพิ่งรู้สึกว่าการอยู่ค่าย ๕ วันกับเด็กๆนั้นมันทําให้คุณครูมีความสุข และสนุกมากๆ เมื่อได้คิดถึงและเล่าเรื่องราวทุกๆอย่างให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง ความสุขและควาสนุกก็เพิ่มขึ้น อย่างทวีคูณ ขอบพระคุณทุกความไว้วางใจที่คุณพ่อ คุณแม่มอบให้คุณครูได้ดูแลลูกๆ ขอบพระคุณที่ส่งเด็กๆเข้ามาสร้าง ความสุข ความสนุก และเติมเต็มบางช่วงของความสุขที่ขาดหายไป

คิดถึงเด็กๆนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ ครูแป๋ม

[44]


áแÅลŒŒÇว¾พºบ¡กÑั¹นãใËหÁม‹‹ [45]

Sattaheeb Camp 2010  

Art Laemkom Camp