Issuu on Google+

สํานักจัดการทรัพยากรปาไมที่ 13 (สงขลา)

ส ว น จั ด ก า ร ป า ชุ ม ช น

สรุปผลการฝกอบรม

โครงการฝกอบรมราษฎรหลักสูตร การบริหารจัดการพื้นที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ

ประจําปงบประมาณ พ.ศ.2555

Community forestry is a broad term used to describe models of forest management that give local people the majority say in ki d i i

• โครงการฝกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพื้นที่โดยการ สนับสนุนจากภาครัฐ


คํานํา สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) ได้ดําเนินการจัดกิจกรรม ฝึ ก อบรมราษฎร หลั ก สู ต ร “การบริ ห ารจั ด การพื้ น ที่ โ ดยการสนั บ สนุ น จากภาครั ฐ ” ระหว่ า งวั น ที่ 20 – 22 มี น าคม 2555 ณ ศู น ย์ ส าธิ ต ฝึก อาชี พ เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ตําบลท่าชะมวง อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา โดยเป็นกิจกรรมตามแผนงานอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ผลผลิตที่ 1 พื้นที่ ป่าไม้ได้รับการบริหารจัดการ กิจกรรมหลักส่งเสริมและพัฒนาการป่าไม้ กิจกรรมส่งเสริม การจัดการป่าชุมชน การดําเนินกิจกรรมในครั้งนี้สําเร็จลุล่วงลงด้วยดีและได้รับผลตอบรับ เป็นที่น่าพอใจ การสร้ า งความเข้ ม แข็ ง ให้ กั บ องค์ ก รชุ ม ชนทั้ ง การสร้ า งองค์ ค วามรู้ ที่หลากหลาย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดําเนินงานป่าชุมชนของทุกชุมชนที่เข้าร่วม การฝึกอบรมครั้งนี้ คาดหวังได้ว่าจะเกิดประโยชน์ท้ังต่อชุมชนเอง และต่อการปฏิบัติงาน ส่ ง เสริ ม การจั ด การป่ า ชุ ม ชนของเจ้ า หน้ า ที่ ป่ า ไม้ ให้ เ ป็ น ไปอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและ ประสิทธิผลต่อไปในอนาคต สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) ยินดีน้อมรับ ทุกความคิดเห็นเพื่อจะนําไปแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา และผลักดันการปฏิบัติงานทุกภารกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับป่าชุมชนให้ประสบผลสําเร็จ อํานวยประโยชน์ ตอบสนองต่อความต้องการ ของประชาชน โดยมุ่ง มั่น ปฏิบัติ ภารกิจ อยู่บนพื้ นฐานวิ สั ยทัศน์ของกรมป่าไม้ ที่มุ่ง เน้ น เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ

สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) พฤษภาคม 2555


สารบัญ เรื่อง

หน้า

- สรุปผลการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร “การบริหารจัดการพื้นที่ โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ” - สรุปผลการระดมความคิดการจัดทําแผนการบริหารจัดการป่าชุมชน - ภาพถ่ายสรุปผลการฝึกอบรม

1-3

สรุปผลการฝึกอบรม

4-5 6-15

เอกสารประกอบการบรรยาย ภาคการบรรยาย - หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง - ภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ในการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพร ภาคการศึกษาดูงาน - เกษตรธาตุ 4 แนวทางสมดุลของปราชญ์เขาพระ

16-32 33-38 39-36

ภาคผนวก - รายชื่อผู้เข้าร่วมฝึกอบรม - กําหนดการ คําสั่งแต่งตั้งคณะทํางาน และโครงการฝึกอบรม

47-47 48-55


-1-

สรุปผลการฝึกอบรม โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร “การบริหารจัดการพื้นที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ” ประจําปี 2555 ................................................................. 1. ชื่อกิจกรรม

โครงการฝึกอบรมราษฎรหลักสูตร “การบริหารจัดการ พื้นทีโ่ ดยการสนับสนุนจากภาครัฐ”

2. หน่วยงาน

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา)

3. ผู้รับผิดชอบหลักของกิจกรรม

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา)

4. หลักการและเหตุผล กรมป่าไม้ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลบํารุงรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติอันยัง ประโยชน์แก่ราษฎรมาโดยตลอด เล็งเห็นว่าการมีส่วนร่วมองชุมชนต่อการจัดการทรัพยากร ป่าไม้ เป็นสิ่งที่มีความสําคัญอย่างยิ่งดังนั้น กรมป่าไม้จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชน ในท้องถิ่นต่าง ๆ เกิดความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของทรัพยากรป่าไม้และมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ ของรั ฐ ในการจั ด การป่ า ตลอดจนใช้ เ ป็น แหล่ ง อาหารและไม้ ใ ช้ ส อยตามธรรมชาติ ซึ่ ง เป็ น แนวทางที่ ส อดคล้ อ งและสนั บ สนุ น แนวทางเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ซึ่ ง แนวทางหนึ่ ง ที่ ส ามารถ เสริมสร้างให้สมาชิกชุมชนเหล่านั้นมีความผูกพันและสามารถพัฒนาภูมิปัญญา และศักยภาพ ของชุมชนในการจัดการป่าดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้สมาชิกชุมชนมีการพัฒนาภูมิปัญญา และศักยภาพของชุมชนในการจัดการป่า ให้ตอบสนองทั้งในด้านการอนุรักษ์และเอื้อต่อความ เป็ น อยู่ ที่ ดี ข้ึ น การฝึ ก อบรมให้ ค วามรู้ แ ก่ ชุ ม ชน ด้ า นวิ ช าการการบริ ห ารจั ด การป่ า และ การพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้จึงนับเป็นปัจจัยสําคัญของความสําเร็จดังกล่าว


-2-

5. กิจกรรม 5.1 วิธีดําเนินการ ดําเนินการฝึกอบรมตัวแทนราษฎรจากหมู่บ้านเป้าหมาย กิจกรรมส่งเสริมการจัดการ ป่าชุมชน ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2555 จํานวน 2 หมู่บ้าน ๆ ละ 10 คน รวม 20 คน ประกอบด้วยภาคบรรยาย ภาคศึกษาดูงาน และภาคการระดมความคิด ดังนี้ ภาคบรรยาย จั ด หลั ก สู ต รการบรรยายโดยเน้ น ให้ ผู้ เ ข้ า รั บ การฝึ ก อบรม มี ค วามรู้ ค วามเข้ า ใจเกี่ ย วกั บ หลั ก การใช้ ป รั ช ญาเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ภู มิ ปั ญ ญาท้ อ งถิ่ น การจัดทําแผนบริหารจัดการป่าชุมชน และแนะนําแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้ มี 3 วิชา ดังนี้ 1. หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2. ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพร 3. การจัดทําแผนบริหารจัดการป่าชุมชน ภาคการศึ ก ษาดู ง าน ศึ ก ษาดู ง าน ณ ศู น ย์ ก ารเรี ย นรู้ ค รู ภู มิ ปั ญ ญาไทย เกษตรธาตุ 4 ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในการทําเกษตรกรรมธรรมชาติที่ยั่งยืน สามารถพึ่งพา ตนเองได้ และการจัดการแปลงวนเกษตรพืชร่วมยางพารา ณ เครือข่ายอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ํา เขาพระ อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้วิธีการและ เทคนิคในการเสริมรายได้ การพึ่งพาตนเอง จากประสบการณ์ของปราชญ์ชาวบ้านที่ประสบ ความสําเร็จ ภาคการระดมความคิ ด ให้ ผู้ เ ข้ า รั บ การฝึ ก อบรมระดมความคิ ด ในการ วางแผนจัดการป่าชุมชน ด้านการบริหารจัดการป่าและการพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้ ในพื้นที่ หมู่บ้านตนเอง โดยสรุ ปปั ญหา สาเหตุ ความมุ่ง หวัง มาตรการหรือ แนวทางในการบรรลุ ความมุ่งหวัง


-3-

5.2 พื้นที่ดําเนินการ ภาคบรรยาย

ภาคการศึกษาดูงาน

ณ ศู น ย์ ส าธิ ต ฝึ ก อาชี พ เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง มู ล นิ ธิ สงเคราะห์ เ ด็ ก ของสภากาชาดไทย ตํ า บลท่ า ชะมวง อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุ 4 และ เครื อ ข่ า ยอนุ รั ก ษ์ พ้ื น ที่ ป่ า ต้ น น้ํ า เขาพระ หมู่ ที่ 6 บ้ า นบนควน ตํ า บลเขาพระ อํ า เภอรั ต ภู มิ จังหวัดสงขลา

5.3 ระยะเวลาดําเนินการ

20 – 22 มีนาคม 2555

5.4 ผลการดําเนินงาน

ผู้เข้ารับการฝึกอบรม จํานวน 25 คน เป็นตัวแทนจาก หมู่บ้านเป้าหมายกิจกรรมส่งเสริมการจัดการป่าชุมชน ประจําปี 2555 ในพื้นที่จงั หวัดสงขลา ดังนี้ 1. บ้านบ่อหว้า หมูท่ ี่ 11 ตําบลควนโส อําเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา 2. บ้านหนองอ้น หมู่ที่ 4 ตําบลกําแพงเพชร อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

5.5 วิทยากร ภาคบรรยาย 1. หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : นายธนศักดิ์ สุขสง ผู้อํานวยการศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง 2. ภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ในการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพร : นายหมีด บิลอะหลี ปราชญ์ชาวบ้าน 3. การจัดทําแผนบริหารจัดการป่าชุมชน : นายสมเกียรติ บัญชาพัฒนศักดา ศูนย์ศึกษาและพัฒนาวนศาสตร์ชุมชนที่ 12


สรุปผลการระดมความคิด


-4-

แผนการดําเนินงานโครงการป่าชุมชน ……………………. ในส่วนของภาคระดมความคิ���ในการวางแผนจัดการป่าชุมชนด้านการบริหาร จัดการป่าไม้ในพื้นที่หมู่บ้านของตนเอง ซึ่งทั้ง 2 หมู่บ้าน คือ บ้านหนองอ้นและบ้านบ่อหว้า พอจะสรุปได้ ดังนี้ 1. บ้านหนองอ้น หมู่ที่ 4 ตําบลกําแพงเพชร อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา มีแผนการดําเนินงานด้านป่าชุมชนดังนี้ - โครงการจัดทําฝายน้ําล้น จํานวน 1 ฝาย เพื่อกักเก็บน้ําและชะลอการ ไหลของน้ํา - โครงการปลูกต้นไม้เพื่อปรับภูมิทัศน์บริเวณสองฝั่งคลอง และบริเวณ แนวริมถนนรอบพื้นที่ป่าชุมชน - โครงการจัดสร้างโรงเรือนเพาะชํากล้าไม้จํานวน 1 หลัง เพื่อเพาะชํา กล้าไม้ สําหรับปลูกเสริมในป่าชุมชน - จัดกิจกรรมปลูกป่าในวันสําคัญ ๆ อาทิ วันที่ 12 สิงหาคม หรือ วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี - จัดทําป้ายแสดงแนวเขตป่าชุมชน - จัดซื้อชุดปฏิบัติงานภาคสนาม จํานวน 10 ชุด - โครงการจั ด ทํ า สวนสมุ น ไพร เพื่ อ รวบรวมพื ช สมุ น ไพรที่ ส ามารถ นํามาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน และเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงาน - นํ า คณะกรรมการป่ า ชุ ม ชน ศึ ก ษาดู ง านด้ า นป่ า ชุ ม ชนที่ ป ระสบ ผลสําเร็จ และนําความรู้ที่ได้มาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และจัดอบรมให้แก่ราษฎรภายใน หมู่บ้าน 2. บ้านบ่อหว้า หมู่ที่ 11 ตําบลควนโส อําเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา มีแผนการปฏิบัติงานด้านป่าชุมชน ดังนี้ - โครงการจั ด ทํ า ป้ า ยแนวเขตป่ า ชุ ม ชน ขนาด 1.00 x 1.20 เมตร จํานวน 1 แผ่นป้าย และแผ่นป้ายขนาด 30 x 100 เซนติเมตร จํานวน 9 แผ่นป้าย - โครงการปรับสภาพภูมิทัศน์บริเวณริมฝั่งคลองรอบแนวเขตป่าชุมชน - จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มเติมในพื้นที่ป่าชุมชน โดยเน้นปลูกไม้ยืนต้นที่ คนและสัตว์กินได้ เช่น ต้นหว้า


-5-

- จัดซื้อชุดปฏิบัติงานภาคสนาม จํานวน 12 ชุด ให้แก่ ตัวแทนราษฎร ภายในหมู่บ้าน เพื่อออกลาดตระเวนป้องกัน การลักลอบตัดไม้ในเขตป่าชุมชน - จัดทําเส้นทางศึกษาธรรมชาติในบริเวณป่าชุมชน


-6-


-7-


-8-


-9-


- 10 -


- 11 -


- 12 -


- 13 -


- 14 -


- 15 -


เอกสารประกอบ การบรรยาย


- 16 -

หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ttttt

บรรยายโดย นายธนศักดิ์ สุขสง ผู้อํานวยการศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี ๒๕๕๕ ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ ๒๐-๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕

หลักการเศรษฐกิจพอเพียง

- 17 หลักสูตรการเรี ยนรู้

๑. ความสํ ญของเศรษฐกิ จพอเพี หลักปรัาชคัญาเศรษฐกิ จพอเพี ยง ยง พระบรมราโชวาท

หลักั ปปรััชญาของเศรษฐกิิจพอเพีียง ค่ายฝึ กอบรม ๓ วัน ๒ คืน

๑.ความสําคัญของเศรษฐกิจพอเพียง พระบรมราโชวาท

“...คําว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไม่มใี นตํารา ไม่เคยมีระบบเศรษฐกิจพอเพียง. มี อย่างอืน ่ แต่ไม่ใช ้คํานี้. ปี ทีแ ่ ล ้วพูดว่า เศรษฐกิจพอเพียง เพราะหาคําอืน ่ ไม่ได ้. ั เิ พียงครึง่ เดียว คือ และได ้พูดอย่างหนึง่ ว่า เศรษฐกิจพอเพียงนี้ ให ้ปฏิบต ่ ็พอ. ในคราวนัน้ เมือ่ ปี ทีแ่ ล ้ว ไม่ต ้องทัง้ หมด หรือแม ้จะเศษหนึง่ ส่วนสีก นึกว่าเข ้าใจกัน แตเมอไมนานเดอนทแลว นกวาเขาใจกน แต่เมือ ่ ไม่นานเดือนทีแ ่ ล ้ว มี มผู ผท ้ทีค ควรจะรู ่ วรจะร ้ เพราะวาไดปฏบต เพราะว่าได ้ปฏิบัต ิ เกีย ่ วกับการพัฒนามาช ้านานแล ้วมาบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียง นี่ดม ี าก แล ้วก็ ่ ็พอนัน เข ้าใจว่าปฏิบัตเิ พียงเศษหนึง่ ส่วนสีก ้ หมายความว่า ถ ้าทําได ้เศษหนึง่ ส่วน ่ องประเทศก็จะพอ. ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง และทําได ้เพียงเศษ สีข ่ ็พอนัน ่ องพืน ่ อง หนึง่ ส่วนสีก ้ ไม่ได ้แปลว่าเศษหนึง่ ส่วนสีข ้ ที่ แต่เศษหนึง่ ส่วนสีข การกระทํา...” พระราชดํารัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้ าเฝ้ าถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตวันศุกร์ ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

๑. ความสําคัญของเศรษฐกิจพอเพียง • “...การพัฒนาประเทศจําเป็ นต้ องทําตามลําดับขัน.้ ต้ องสร้ างพื ้นฐานคือ ความ พอมีพอกินพอใช้ ของประชาชนส่ วนใหญ่ เป็ นเบื ้องต้ นก่อน โดยใช้ วิธีการและอุปกรณ์ที่ ประหยัด แต่ถกู ต้ องตามหลักวิชาการ เมื่อได้ พื ้นฐานมัน่ คงพร้ อมพอควรและปฏิบตั ไิ ด้ แล้ ว จึงค่อยเสริมความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจนันสู ้ งขึ ้นโดยลําดับต่อไป หากมุง่ แต่จะสร้ าง ความเจริญยกเศรษฐกิจขึ ้นให้ รวดเร็ วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้ แผนปฏิบตั กิ ารสัมพันธ์กบั สภาวะของประเทศและประชาชนโดยสอดคล้ องด้ วย ก็จะเกิดความไม่ สมดุุลในเรื่ องต่าง ๆ ขึ ้น้ ซึง่ อาจกลายเป็ นความยุ่งยาก ล้ มเหลวในที่สุด ดังเห็นได้ ท่ีอารยประเทศหลาย ประเทศกําลังประสบปั ญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอยูใ่ นเวลานี ้ พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริ ญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วนั พฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗

“...เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นเสมือน รากฐานของชีวต ิ รากฐานความมน รากฐานความมนคงของแผนดน ่ ั คงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม เปรยบเสมอนเสาเขม ทีถ ่ ก ู ตอกรองรับบ ้านเรือน ตัวอาคารไว ้นั่นเองสิง่ ก่อสร ้าง จะมัน ่ คงได ้ก็อยูท ่ เี่ สาเข็มแต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสียด ้วยซํา้ ไป...”

พระบรมราโชวาทพระราชทานผ่านมูลนิธิชยั พัฒนา

๑. ความสําคัญของเศรษฐกิจพอเพียง • “...สมัยก่อนนี ้พอมีพอกินสมัยนี ้ชักจะไม่พอมีพอกิน จึงต้ องมีนโยบายที่จะทําเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้ ทุกุ คนมีความพอเพียงได้ ...”

พระราชดํารัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ทีเ่ ข้ าเฝ้ าถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพฤหัสบดีที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖

๒.หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

“...ความพอเพียงนีก้ แ็ ปลว่ า ความ พอประมาณและความมีเหตผล พอประมาณและความมเหตุ ผล...” พระราชดํารัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้ าเฝ้าถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสติ วันศุกร์ ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๓ (สงขลา) ๐-๗๔๒๐-๕๙๗๔


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี ๒๕๕๕ ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ ๒๐-๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕

หลักการเศรษฐกิจพอเพียง

- 18 ๒.หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๒.หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

• “...คนเราถ้ าพอในความต้ องการ ก็มีความโลภน้ อย เมื่อมีความโลภน้ อย ก็ เบียดเบียนคนอื่นน้ อย. ถ้ าทุกประเทศมีความคิด อันนี ้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มี ความคิดว่าทําอะไรต้ องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สดุ โต่ง ไม่ โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็ นสุข. พอเพียงนี ้อาจจะมีมาก อาจจะมีของ หรหราก็ หรู หรากได ได้ แต่ แตวาตองไมไปเบยดเบยนคนอน. วา่ ต้ องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ตองใหพอประมาณตาม ต้ องให้ พอประมาณตาม อัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทําอะไรก็พอเพียง ปฏิบตั ิตนก็พอเพียง...”

“...ทุกคนจําเป็ นต้ องหมั่นใช้ ปัญญาพิจารณาการกระทําของตน ให้ รอบคอบอยู่เสมอ ระมัดระวังทําการทุกอย่ างด้ วยเหตุผล ด้ วย ความมีสติ และด้ วยความรู้ตวั เพื่อเอาชนะความชั่วร้ ายทัง้ มวลให้ ได้ โดยตลอด แล���สามารถก้ าวไปถึงความสําเร็จที่แท้ จริง ทัง้ ใน การงานและการครองชีวิต...”

พระราชดํารัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้ าเฝ้าถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษาณ ศาลาดุสดิ าลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสติ วันศุกร์ ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

1. ความพอประมาณ พอเหมาะ พอดี ไม่ สุดโต่ ง ไม่ โลภมาก 1. ความมีเหตุผล ใช้ สติปัญญา 2. ความไม่ ประมาท มีภมู คิ ้ ุมกัน

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริ ญญาบัตรและอนุปริญญาบัตร แก่ผ้ สู ําเร็จการศึกษาจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจําปี การศึกษา ๒๕๑๕ วันศุกร์ ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖

๓.แนวทางการดําเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง “...ราก ฐานที่นับว่ าสําคัญ คือรากฐานจิตใจ อันได้ แก่ ความหนักแน่ นมั่นคงในสุจริตธรรมอย่ างหนึ่ง ในความ มุ่งมั่นที่จะประกอบกิจการงานให้ ดีจนสําเร็จอีกอย่ าง หนึ่ง เหตุใดจึงต้ องมีความสุจริตและความมุ่งมั่น ก็เ็ พราะ ความสุจริตนัน้ ย่ อมกีดกัน้ บุคคลออกจากความชั่วและ ความเสื่อมเสียทัง้ หมดได้ ...” พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริ ญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคําแหง ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๒๔

๓.แนวทางการดําเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง “…การฝึ กหัดทางใจนีส้ าํ คัญอย่ างยิ่งยวด จําเป็ นที่ จะต้ องระมัดระวังฝึ กฝนอยู่เสมอตลอดชีวิต จึงจะคง ความสุจริต เข้ มแข็ง และเป็ นระเบียบไว้ ได้ ไม่ พ่ายแพ้ แก่ ความลุ่มหลงลืมตัว…” พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริ ญญาบัตรและอนุปริ ญญาบัตร แก่ผ้ สู าํ เร็ จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ประจําปี การศึกษา ๒๕๑๕ ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันศุกร์ ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖

๓.แนวทางการดําเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง “...ความเข้ มแข็งในจิตใจนีเ้ ป็ นสิ่งที่สาํ คัญที่จะต้ องฝึ กฝนแต่ เล็ก เพราะว่ าต่ อไปถ้ ามีชีวติ ที่ลาํ บาก ไปประสบอุปสรรคใด ๆ ถ้ าไม่ มี ความเข้ มแข็ง ไม่ มีความรู้ ไม่ มีทางที่จะผ่ านอุปสรรคนัน้ ได้ เพราะว่ า ถ้ าไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่ มีอะไรที่จะมาช่ วยเราได้ แต่ ถ้ามีความรู้ มีีอัธยาศัยที่ ดี ี และมีีความเข้้ มแข็็งใในกาย ใในใจ ใ ก็็สามารถที่ จี ะผ่ าน พ้ นอุปสรรคต่ าง ๆ นัน้ ได้ ...” พระราชดํารัส พระราชทานแก่คณะครูและนักเรี ยนโรงเรี ยนราชวินิต ณ พระตําหนักจิตรลดารโหฐาน วันศุกร์ ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๓ (สงขลา) ๐-๗๔๒๐-๕๙๗๔


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี ๒๕๕๕ ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ ๒๐-๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕

หลักการเศรษฐกิจพอเพียง

- 19 ๓.แนวทางการดําเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง

๓.แนวทางการดําเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง

• “...สภาวะที่บีบ รั ด ความเป็ นอยู่ของเราที่เกิดขึน้ นี ้ เป็ นผล กระเทือนมาจากความวิปริตของวิถีความเปลี่ยนแปรทาง เศรษฐกิจ การเมือง และทางอื่น ๆ ของโลก เราจึงไม่ สามารถที่ จะหลีกพ้ นได้ หากแต่ จะต้ องเผชิญปั ญหาอย่ างผู้มีสติ มีปัญญา มี ความเข้้ มแข็็งและกล้้ าหาญ เพื่ อื เราจักได้ ไ ้ รวมกันอยู่อย่ างมั่ นคง ไพบูลย์ ...” •

“...ความรู้นีห้ มายถึง ทางวัตถุ เพราะว่ าคนเราก็ต้องการที่จะมีวชิ าความรู้เพื่อที่จะทํา มาหากิน เลีย้ งชีพตัวเองเป็ นสําคัญ ในเวลาเดียวกันความรู้ทางวัตถุนัน้ ก็จะต้ อง ประสานด้ วยความรู้ทางจิตใจ หมายถึง วิธีท่ จี ะคุ้มกันป้องกันร่ างกายของตัว คือวัตถุ ต่ อสิ่งที่ไม่ เป็ นวัตถุ ต่ อนามธรรมที่เป็ นจิตใจ คือความโลภ ความโกรธ ความหลง ความ กระหายอํานาจอันเป็ นสิ่งที่ยากที่จะควบคุม เราต้ องสอน ทัง้ สองอย่ าง สอนวิทยาการ เพื่อให้ ทาํ มาหาเลีย้ งชีพ นี่หมายความว่ ามีอาชีพ มีความรูู้ทางวัตถุุ และต้ องรูู้ จักควบคุุม จิตใจ ควบคุมสติของตัวให้ สามารถใช้ ความรู้ทางวัตถุนีเ้ พื่อประโยชน์ ของตัวเอง ประโยชน์ ของตัวเองนีก้ ็อยู่ท่ ปี ระโยชน์ ของสังคมด้ วย ถ้ าไม่ ร้ ูจักควบคุมความรู้ท่ มี ี ในทางวัตถุก็อาจเกิดความเดือดร้ อนต่ อผู้อ่ ืน ในที่สุดก็เป็ นความเดือดร้ อนต่ อตนเอง ...”

พระราชดํารัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ ้นปี ใหม่ พุทธศักราช ๒๕๒๒ วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑

พระบรมราโชวาท ในโอกาสที่สถาบันและองค์การที่เกี่ยวกับศาสนาเข้ าเฝ้ าฯ ถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้ าฯ ถวายสิ่งของ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันพุธที่๔ธันวาคม๒๕๑๑

๓.แนวทางการดําเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง “...อันนีก้ ค็ วามหมายอีกอย่ างของเศรษฐกิจ หรื อระบบพอเพียง. เมื่อปี ที่แล้ วตอนที่พูดพอเพียง แปลในใจ แล้ วก็ได้ พูดออกมาด้ วย ว่ าจะแปล เป็ น Self‐sufficiency ( พึ่งตนเอง) ถึงได้ บอกว่ าพอเพียงแก่ ตนเอง แต่ ความจริง เศรษฐกิ ฐ จพอเพียงนี ้ กว้ างขวางกว่ า Self‐sufficiency.  y คือ Self‐sufficiency นัน้ หมายความว่ า ผลิตอะไร มีพอที่จะใช้ ไม่ ต้ องไปขอซือ้ คนอื่น อยู่ได้ ด้วยตนเอง (พึ่งตนเอง)...”  พระราชดํารัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้ าเฝ้าถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษาณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันศุกร์ ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

สรุ ปแนวทางการพัฒนาวิถีชีวติ พอเพียง ๑.

พัฒนาจิตใจเพื่อให้ ร้ ูเท่าทัน กิเลส ตัณหา สามารถ บริหารจัดการให้ พอเหมาะพอดี ๒. เพิ่มรายรั บ โดยเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิต ๓. ลดรายจ่ าย โดยเพิ่มประสิทธิภาพ การบริโภค ๔. มีรายเหลือ โดยรักษาดุลการผลิตการบริโภค อย่ าง ยั่งยืน

๓. การนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

๓. การนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

“...คนทุกคน ไม่วา่ ชาวกรุงหรื อชาวชนบท ไม่วา่ มีการศึกษามากหรื อน้ อยอย่างไร ย่อมมีจิตใจเป็ นอิสระ มี ความคิดเห็น มีความพอใจ มีรสนิยม เป็ นของตนเอง ไม่ ชอบการบังคับ นอกจากนัน้ ยังจะมีขนบธรรมเนียม มีแบบแผนในความประพฤติปฏิบตั ิเฉพาะเหล่าเฉพาะถิ่นอีกด้ วย การที่ทา่ นจะนําสิง่ ต่างๆ ไปมอบให้ หรื อไป แนะนํา สั่งสอนโดยรีบร้ อนให้ ได้ ผลทันใจ บางทีจะรู้สกึ ว่าขลุกขลักติดขัดไม่น้อย อย่างเช่น จะนําหลักวิชา โภชนาการไปแนะนําคนในชนบทอาจยังไม่ยอมรับ ไม่ยอมบริ โภคตามคําแนะนําของท่านทันทีทนั ใด ไม่ใช่ เพราะไม่เชื่อฟั งหรื อขัดขืน แต่อาจเป็ นการขัดกับความเคยชินและความนิยมของเขาที่มอี ยูก่ ่อน ท่ านไม่ ควร ให้ ปัญหาอย่างนี ้ เปนสาเหตุ ใหปญหาอยางน เป็ นสาเหตให้ ใหเกดความไมพอใจ เกิดความไม่ พอใจ ขัขดใจ ดใจ หรอทอถอยขน หรือท้ อถอยขึน้ เพราะจะทาใหงานทุ เพราะจะทําให้ งานทกอย่ กอยาง าง หยุดชะงักและล้ มเหลว ควรอย่างยิง่ ที่จะต้ องอดทดและพยายามทําหน้ าที่ต่อไป ด้ วยปั ญญา ด้ วยความ ปรารถนาดีและความรอยคอบสุขมุ เมือ่ ได้ ปฏิบตั ิอย่างเต็มที่ด้วยความหวังดีและบริ สทุ ธิ์ใจโดยถูกต้ องแล้ ว ถึง หากจะได้ ผลน้ อยไป ล่าช้ าไปบ้ าง ก็ควรจะพอใจแล้ ว คนทุกคน ตมปรกติยอ่ มมีความจริ งใจเชื่อใจในกันและ กัน ถ้ าท่ านปฏิบัติงานปฏิบัตติ นถูกต้ องโดยความบริสุทธิ์ใจและจริงใจต่ อผู้อ่ นื แล้ ว จะทํางานให้ บรรลุ ความสําเร็ จได้ แน่นอน...”

“...การพัฒนาชนบทเป็ นงานที่สาํ คัญ เป็ นงานที่ยาก เป็ นงานที่จะต้ องทํา ให้ ด้วยความสามารถ ด้ วยความเฉลียวฉลาด คือทังเฉลี ้ ยวและฉลาด ต้ องทํา ด้ วยความบริสุทธิ์ใจ มิใช่มงุ่ ที่จะหากินด้ วยวิธีการใดๆ ใครอยากหากินขอให้ ลาออกจากตําแหน่ งไปทําการค้ าดีกว่ า เพราะว่าถ้ าทําผิดพลาดไปแล้ ว บ้ านเมืองเราล่ มจม และเมอบานเมองของเราลมจมแลว บานเมองเราลมจม และเมื่อบ้ านเมืองของเราล่มจมแล้ ว เราอยู เราอย่ไม่มได ได้ ก็กเทากบ เท่ากับ เสียหมดทุกอย่าง...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริ ญญาบัตร ประกาศนียบัตร และอนุปริ ญญาบัตร แก่นกั ศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล วันเสาร์ ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๒๐

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะผู้บริหารงานเร่งรัดพัฒนาชนบทระดับผู้วา่ ราชการจังหวัด ณ พระที่นงั่ อัมพรสถานวันศุกร์ ที่ ๑๓ มิถนุ ายน พุทธศักราช ๒๕๑๒

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๓ (สงขลา) ๐-๗๔๒๐-๕๙๗๔


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี ๒๕๕๕ ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ ๒๐-๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕

หลักการเศรษฐกิจพอเพียง

- 20 ๓. การนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ • “... การคิดการปฏิบตั ใิ ห้ ถกู ให้ ดีนนั ้ ก็คือการคิดและปฏิบัติให้ ถกู ต้ องตามหลักการ หลักวิชา หลัก เหตุผลและหลักสุจริตธรรม ผู้มิ่งหมายจะสร้ างสรรค์ประโยชน์และความเจริ ญ จึงควรพยายามปฏิบตั ิ ฝึ กฝนตนเองให้ มคี วามคิดจิตใจที่เที่ยงตรง และความมั่นคงเป็ นกลาง เป็ นอิสระจากอคติ ซึง่ มี หลักฝึ กหัดที่สาํ คัญประกอบส่งเสริ มกันอยูส่ องข้ อ ข้ อแรก ให้ หดั พูดหัดทําหัดคิดด้ วยสติร้ ูตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยังและป ้ ้ องกันความประมาทพลาดผิด และอคติตา่ งๆ มิให้ เกิดขึ ้น. ข้ อสอง ให้ หดั ใช้ ปัญญา ความฉลาดรู้เป็ นเครื่ องวิเคราะห์และวินจิ ฉัยเรื่ องราว ปั ญหาต่างๆ ทุกอย่างที่จะต้ องขบคิดแก้ ไข เพื่อ ช่วยให้ เห็นเหตุ เห็นสาระได้ ชดั และวินจิ ฉัยได้ ถกต้ ู องเทีย่ งตรงว่าข้ อที่เท็จ ทีจ่ ริ ง ทีถ่ กู ที่ผิด ที่เป็ น ประโยชน์ ที่มใิ ช่ประโยชน์อยูต่ รงไหน. สติ และปั ญญาที่ได้ ฝึกฝนใช้ จนคล่ องแคล่ วเคยชินแล้ ว จะ รวมเข้ าเป็ นสติปัญญาที่จะส่งเสริมให้ บคุ คลสามารถคิดอ่านและประพฤติปฏิบตั ิ ได้ ถกู ได้ ดี ให้ เกิด ประโยชน์แก่ตน แก่สว่ นรวมได้ สมบูรณ์พร้ อมทุกส่วน...” พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริ ญญาบัตรแก่ผ้ สู าํ เร็จการศึกษา จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วันเสาร์ ที่ 21 กรกฎาคม 2533

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๓ (สงขลา) ๐-๗๔๒๐-๕๙๗๔


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 21 -

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อาํ นวยการสภากาชาดไทย

มูลนิธิสงเคราะห์ เด็กของสภากาชาดไทย

ประวัติความเป็ นมา มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทยจัดตังขึนโดยพระ ราชดําริ ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อํานวยการสภากาชาดไทย ซึงทรง ห่วงใยเด็กกําพร้ าทีมารดาคลอดแล้ วทิงไว้ ทีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ใน โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรี ราชา และหน่วยงานอืนๆของสภากาชาดไทยมูลนิธิฯ จะรับอุปการะเลียงดูและหาครอบครัวทีเหมาะสมให้ เพือให้ เด็กได้ รับความรัก ความอบอุน่ และมี อนาคตทีดีตอ่ ไป

มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย (Thai Red Cross Children Home) จัดตังขึนเมือวันที 17 กันยายน 2524 โดยมีสาํ นักงานและสถานสงเคราะห์เด็กอยู่ ทีีตึกวชิิราลงกรณ์์ โรงพยาบาลจุ โ ฬาลงกรณ์์ และได้ ไ ร้ ับอนุญาตให้ ใ ด้ าํ เนิินการ จัดหาครอบครัวบุญธรรมให้แก่เด็กอย่าง

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 22 -

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

วัตถุประสงค์ มูลนิธิฯ มีวตั ถุประสงค์ เพือให้ การสงเคราะห์ แก่เด็กและผู้เยาว์ทีถูกทอดทิงดังต่ อไปนี 1. สื บหาบิดามารดาทีแท้ จริงของเด็กหรือผู้เยาว์และช่ วยเหลือเด็กหรือผู้เยาว์ ให้ มชี ีวติ ทีอบอุ่นใน ครอบครัวของตนเอง 2. จัดหาครอบครัวทดแทนให้ แก่ เด็กหรือผู้เยาว์ในกรณีทีไม่ สามารถสื บหาบิดามารดา ได้ หรือในกรณีที เด็กหรือผ้ เยาวไมอาจอยู เดกหรอผู ยาว์ไม่ อาจอย่ กบบครอบครวของตนเองได ั ครอบครัวของตนเองได้ โดยจั โดยจดบรการบุ ดบริการบตรบญธรรมอย่ ตรบุญธรรมอยางถู างถกต้ กตองตาม องตาม กฎหมาย 3. ให้ การอุปการะเลียงดูเด็กหรือผู้เยาว์ ทีอยู่หรือเคยอยู่ในสถานสงเคราะห์ ของมูลนิธิฯ รวมทังให้ การศึกษา การฝึ กวิชาชีพ การอบรมทางศาสนาและจริยธรรม การรักษาพยาบาล การจัดหางาน และ การใช่ เวลาว่างให้ เป็ นประโยชน์ ตามความสามารถ และความต้ องการของเด็กหรือผู้เยาว์ แต่ ละราย 4. ส่ งเสริมการศึกษาและวิจัยเกียวกับงานสวัสดิภาพเด็ก และครอบครัว

1. งานสถานสงเคราะห์ อบรมเลียงดูเด็กทีถูกทอดทิงไว้ กบั สภากาชาดไทยให้ เจริญเติบโต และมีพฒ ั นาการที สมบูรณ์ทังด้านร่ างกาย จิตใจ และสั งคม โดยได้รับการดูแลอย่ างใกล้ชิดจากพีเลียง พยาบาล และกุมารแพทย์ เพือให้ เด็กมีความพร้ อมทีจะไปอยู่กบั ครอบครั วบุญธรรมและ เติบโตเป็ นพลเมือง ทีมีคุณภาพต่ อไป มูลนิธิฯ สามารถเลียงดูเด็กได้ ทังหมดประมาณ 50 คน

หน้ าทีความรั บผิดชอบ หนาทความรบผดชอบ

2. งานสวัสดิภาพเด็ก - จัดหาครอบครั วบุญธรรม ทังชาวไทยและต่ างประเทศทีมีคุณสมบัติเหมาะสม พร้ อมทีจะ รับเด็กไปเลียงดู เป็ นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย - ติดตามครอบครัวทีรับเด็กไปเป็ นบุตรบุญธรรมอย่ างใกล้ ชิด เพือให้ ความช่ วยเหลือและแก้ไข ปัญหาทีอาจเกิดขึนกับครอบครัวและเด็ก ปญหาทอาจเกดขนกบครอบครวและเดก - ให้ การสงเคราะห์ แก่เด็กทีเคยอยู่ในมูลนิธิฯ และกลับไปอยู่กบั ครอบครั วเดิมในกรณี ทีจําเป็ น

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 23 -

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

3. ฝ่ ายบริหารงานทัวไป มีบุคลากรรับผิดชอบงานบริหารงานทัวไป ทังหมด 13 คน โดยแบ่ งการทํางาน ออกเป็ น 6 ฝ่ าย ดังนี คือ 1. งานพัสดุ มีหน้ าทีในการดูแลรับผิดชอบ และจ่ ายของใช้ ต่าง ๆ ในมูลนิธิฯ เช่ น เครืองเขียน เครืองใช้ สํานักงาน และของใช้ เบ็ดเตล็ดต่ าง ๆ ในมูลนิธิ เป็ นต้ น ���วมถึงการรับเงินบริจาคจากผู้มจี ิตศรัทธาและหน่ วยงานต่ าง ๆ 2. งานสารบัญ มีหน้ าทีรับผิดชอบในการรับเรือง/ส่ งเรือง ของมูลนิธิฯ ทําการออกหนังสื อต่ าง ๆ และยังมีหน้ าที ในการจัดเก็บเอกสารต่ าง ๆ ของมูลนิธิฯ ด้ วย 3. การเงิน - บัญชี มีหน้ าทีรับผิดชอบดูแลในเรือง การเงิน การบัญชี รายรับ-รายจ่ ายของมูลนิธิฯ 4. งานประชาสั มพันธ์ รับผิดชอบในเรืองการเผยแพร่ ข่าวสารของมูลนิธิฯ 5. งานบุคลากร มีหน้ าทีรับผิดชอบในเงินเดือน การเลือนขัน การลาหยุด และการพักร้ อนของบุคลากรและ เจ้ าหน้ าที ในฝ่ ายต่ าง ๆ ของมูลนิธิฯ 6. งานบริการและยานพาหนะ รับผิดชอบเรืองการจัดรถรับ- ส่ งเด็กในมูลนิธิฯ ไปโรงพยาบาลจุฬาฯ และ โรงเรียน

ด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารีอุปนายิกาผู้อํานวยการสภากาชาด ไทย และ องค์ประทานคณะกรรมการอํานวยการมูลนิธิฯ ทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้าฯให้ มูลนิธิฯ จัดตังศูนย์ สาธิตฝึ กอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงเพือใช้ เป็ นศูนย์ กลางการเรียนรู้ ด้านอาชีพแก่เด็ก กําพร้ าทีได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติคลืน สึ นามิ ทีมูลนิธิฯ ให้ การดูแลอยู่ซึงไม่ สามารถเรียน ต่ อสายสามัญและประสงค์จะเรียนรู้ ด้านอาชีพเพือช่ วยเหลือตนเองและครอบครัวได้รวดเร็ วขึน การจัดตังศูนย์ สาธิตฝึ กอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงจะจัดตังทีบ้ านเลขที 111 หมู่ 14ตําบล ท่ า ชะมวง อําํ เภอรัั ตภูมิ จัังหวัดั สงขลาซึึง นางสาว สุ ประภา แก้้วแสงอ่่ อนพร้้ อมครอบครััวได้ ไ ้น้อม เกล้ าน้ อมถวายทีดินซึงมีเนือทีประมาณ 10 ไร่ โดยได้รับความร่ วมมือจากหน่ วยราชการและ หน่ วยงานเอกชนเพือพัฒนาทีดินและวางหลักสู ตรการฝึ กอาชีพด้านการเกษตรด้ านพืช สมุนไพร ด้านการแพทย์ แผนโบราณ, ด้านคอมพิวเตอร์ และ การช่ างสาขาต่ างๆ

ประวัตคิ วามเป็ นมาศูนย์ สาธิต ฝึ กอาชีีพเศรษฐกิจิ พอเพียี ง

ผังองค์ กร สภากาชาดไทย

ศูนย์ สาธิตฝึ กอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 24 -

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

สถานทีตังและลักษณะภูมิประเทศ

ผังองค์ กรศูนย์ สาธิตฝึ กอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง คณะกรรมการพัฒนา ศูนย์ สาธิตฯ

ตังอยู่เลขที 111 หมู่14 ตําบลท่ าชะมวง อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา พืนที 9 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา ติดกับถนนเพชรเกษม ห่ างจาก 3 แยกท่ าชะมวง ประมาณ 3 กิโลเมตร

ผู้อาํ นวยการศูนย์

ผู้ช่วยผู้อาํ นวยการ

เจ้ าหน้ าที ธุรการ/การเงิน

แม่ บ้าน

เจ้ าหน้ าที ประชาสัมพันธ์/พัสดุ

คนสวน

คนสวน

คนสวน

อาณาเขตติดต่ อ

ลักษณะทางภูมศิ าสตร์ และลักษณะทางภูมอิ ากาศ มีลกั ษณะเป็ นทีราบ มีลาํ นําหลายสายไหลผ่ านอันเกิดจากเทือกเขาซึงอยู่ทางด้ านตะวันตก สภาพภูมอิ ากาศ โดยทัวไป เป็ นแบบมรสุ ม มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน ก.พ.-ก.ย. / ฤดูฝน ต.ค.-ก.ย. ลักษณะชุมชนรอบนอก เป็ นชาวไทยนับถือศาสนาพุทธและอิสลาม

ภาพแผนทีโดยรวมของอําเภอรัตภูมิ

ทิศเหนือ ติดกับตําบลทุ่งนารี อําเภอป่ าบอน จังหวัดพัทลุง ทิศใต้ ติดกับตําบลเขาพระ อําเภอรัตภูมิ และตําบลฉลุง อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทิศตะวันออก ตดตอกบตาบลกาแพงเพชร ทศตะวนออก ติดต่ อกับตําบลกําแพงเพชร อาเภอรตภู อําเภอรัตภมิม จังหวัดสงขลา ทิศตะวันตก ติดต่ อกับตําบลเขาพระ อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 25 -

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

สภาพอาคารสถานทีก่ อนดําเนินการ

สภาพบริเวณรอบๆก่ อนการดําเนินการ

สถานทีหลังการดําเนินการ

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 26 -

ภาพอาคารประชุม

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

ภาพอาคารหอพัก

การปรับปรุ งพืนทีภายในบริเวณศูนย์ สาธิตตังแต่ เดือน มิถุนายน - สิงหาคม 2553 การปรับทีถมหน้ าดินเพือใช้ ในการทําแปลงสาธิต หน้ าดินซึงได้ จากการอนุเคราะห์ จากผู้นําชุมชนในท้ องถิน เช่ น สมาชกองคการบรหารสวนตาบล เชน สมาชิกองค์ การบริหารส่ วนตําบล ผูผ้ ใหญ่ หญบาน บ้าน ผ้ผูนําชุ าชมชน มชน ในท้ องถิน และ ชาวบ้ านเป็ นต้ น เครืองจักร สนับสนุนโดย กรมทางหลวงชนบท และ องค์ การบริ หารส่ วนจังหวัดสงขลา

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 27 -

ขุดลอกบ่ อเลียงปลา

ภาพการขุดเจาะนําบาดาล สนับสนุนโดย กรมทรัพยากรนําบาดาล สงขลา

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

โรงเรื อนเลียงไก่ ไข่ สนับสนุนโดย มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท (CP)

การดําเนินการปรับหน้ าดินเพือทําแปลง เกษตร

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 28 -

การดําเนินงาน ในปี 2554

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

โครงการสวนสมุนไพรไทย โดยการสนับสนุนจาก วิทยาลัยรัตภูมิ มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย ร่ วมมือกับ สํานักงานสาธารณสุขสงขลา

การดําเนินงาน ในปี 2554 โดยได้ รับการสนับสนุนจาก หน่่ วยงานทังั ภาครััฐ และเอกชน ได้ ไ ้ ให้้ ความร่่ วมมือื ดังั นีี

โครงการการฝึ กอบรมการกรี ดยางพารา และการติดตายางพารา สนับสนุนโดย สํานักงานกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง รั ตภูมิ

โครงการชีววิถเี พือการพัฒนาอย่ างยังยืน และการรวบรวมพันธุ์กล้ วย สาย พันธุ์ต่างๆ สนับสนุนโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 29 -

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

โครงการแปลงสาธิตฝึ กอบรมเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนโดยศูนย์ สาธิตฝึ กอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง และปราชญ์ ชาวบ้ าน นายชิต ขวัญคํา

โครงการฝึ กอบรมในปี 2554

วัตถุประสงค์ โครงการฝึ กอบรมการทําความสะอาดรังนกอีแอ่นด้วย ฐ จพอเพียง วิถีชีวิตเศรษฐกิ

1. เพือศึกษาพัฒนากระบวนการฝึ กอบรมวิถีชีวิตพอเพียงอย่ าง ยังยืนสําหรั บเยาวชน 2. เพือื ปลู ป กฝัฝงลกษณะนิ ั ิสัย วิธิ ีคิดและวิถิ ีชีวติ แบบพอเพียี งแก่ เยาวชน ผู้เข้ ารั บการอบรม 3. เพือผลิตผู้มีทกั ษะการทําความสะอาดรั งนกอีแอ่ นและเผยแพร่ ระบบเศรษฐกิจพอเพียงสู่ภาคธุรกิจการค้ าและอุตสาหกรรม

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 30 -

การฝึ กอบรมระยะเวลา 12 สั ปดาห์ ประกอบด้ วย 1. ช่ วง 4 สัปดาห์ แรก สัปดาห์ ท1ี ฐานการฝึ กการพัฒนาจิต สัปดาห์ ท2ี ฐานการเรี ยนรู้วิถชี ีวิตปราชญ์ ชาวบ้ าน สัปดาห์ ท3ี ฐานการประกอบอาหาร และการทําบัญชี รายวัน สัปดาห์ ท4ี ฐานการฝึ กอาชีพทําความสะอาดรั งนก อีแอ่ น

1.2 การเรียนรู้ วถิ ชี ีวติ ปราชญ์ ชาวบ้ าน1 สั ปดาห์ แบ่ งกลุ่มผู้เข้ าอบรมไปอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวของปราชญ์ ชาวบ้ าน (นายชิต ขวัญคํา) เพือศึกษาเรียนรู้ และได้ สัมผัสประสบการณ์ ตรงของวิถีแบบพอเพียง โดย ประเมินทัศนคติของผู้เข้ ารับการฝึ กอบรมเป็ นรายบุคคล

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

1.1 การอบรมพัฒนาจิต 1 สั ปดาห์ ผู้เข้ าฝึ กอบรมเข้ ารับการฝึ กพัฒนาจิตตามหลักธรรมของศาสนาทีนับถือ โดย แบ่ งกลุ่มเข้ าค่ ายตาม ศาสนสถานทีจัดเตรียมไว้ และประเมินผลการพัฒนาจิตเป็ น รายบุคคล

1.3 การประกอบอาหาร และบัญชีรายวัน โดยแบ่ งกลุ่มผู้เข้ าฝึ กอบรมเข้ าร่ วมฝึ กการประกอบอาหารกับกลุ่มแม่ บ้าน บ้ านกัน ใหญ่ เป็ นระยะเวลา 1 สั ปดาห์

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 31 -

1.4 ฐานการฝึ กทักษะการทําความสะอาดรังนกอีแอ่ น

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

สัปดาห์ ที 5 - 12 การฝึ กอบรมเทคนิคการทําความสะอาดรังนกอีแอ่ นด้ วยวิถชี ีวิต เศรษฐกิจ พอเพียง ผู้เข้ าอบรมเข้ าพักประจําอยู่ในศูนย์ สาธิตฯ เพือฝึ กอบรมทักษะวิชาชีพการทําความ สะอาดรังนกอีแอ่ น และปลูกผักสวนครัวกินเอง

พิธีเปิ ดศูนย์ฯ เป็ นทางการ เมือวันที 24 สิ งหาคม 2554 โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานกรรมการ อํานวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดําเนินทรงเปิ ด ศูนย์ฯ

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


เอกสารประกอบการบรรยาย โครงการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร การบริหารจัดการพืน้ ที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ประจําปี 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย วันที่ 20-22 มีนาคม 2555

- 32 -

แนะนําศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

ส่วนจัดการป่าชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) 0-7420-5974


- 33 -

ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพร ÛÛÛÛÛ

บรรยายโดย นายหมีด บิลอะหลี ปราชญ์ชาวบ้าน

“ปลูกป่าคืนให้กับน้ํา คืนน้ําให้กับปลา คืนป่าให้กับนก คืนมรดกให้กับแผ่นดิน”


- 34 -

ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพร นายหมีด บิลอะหลี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ําคลองลําแซง 2553 ……………………………………………………………… โซนป่าต้นน้ําพื้นที่ลุ่มน้ําทะเลสาบสงขลา เป็นพื้นที่สําคัญที่เป็นต้นกําเนิด ของสรรพชี วิต ก่ อ เกิ ด พรรณพื ช พัน ธุ์สัต ว์ และสายน้ําหล่ อเลี้ย งชาวลุ่ม น้ํ า มาเนิ่น นาน ปั จ จุ บั น การใช้ ท รั พ ยากรและการบุ ก รุ ก พื้ น ที่ ป่ า ได้ นํ า มาซึ่ ง การเปลี่ ย นแปลงของ สิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน การลดลงของป่าไม้ ปริมาณน้ํา สัตว์น้ํา และความอุดมสมบูรณ์ ของดิน ตลอดจนความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้วยเหตุดังกล่าวภาคประชาชนในพื้นที่โซนป่าต้นน้ํา จึงเริ่มตื่นตัวและ เกิดการรวมกลุ่มขึ้นหลายพื้นที่ เช่น เครือข่ายชุมชนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาโซนป่าต้นน้ํา (ตะโหมด) ศู น ย์ เ รี ย นรู้ โ รงเรี ย นร้ อ ยหวั น พั น ธุ์ ป่ า อํ า เภอป่ า พะยอม จั ง หวั ด พั ท ลุ ง ประชาคมรักษ์ป่าต้นน้ําผาดํา กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูคลองจําไหร อําเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา และหนึ่งในนั้น คือ “กลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ําคลองลําแซง” หมู่ที่ 6 ตําบล เขาพระ อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา โดยมีนายหมีด บิลอะหลี เป็นประธานกลุ่มร่วมกับ ประชาชนในพื้ น ที่ ตํ า บลเขาพระ ผู้ เ สี ย สละแรงกาย แรงใจ ในการอนุ รั ก ษ์ แ ละฟื้ น ฟู ป่าต้นน้ําคลองลําแซง ที่เป็นลําน้ําสายสําคัญในลุ่มน้ําย่อยคลองรัตภูมิและยังได้ดําเนินงาน ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้าํ รัตภูมิด้วย พั น ธกิ จ ของกลุ่ ม อนุ รั ก ษ์ ป่ า ต้ น น้ํ า คลองลํ า แซง คื อ การดํ า รงไว้ ซึ่ ง ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในพื้นที่ป่าต้นน้ําทั้งป่าไม้ สัตว์ป่า และดิน โดยอาศัย ความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก และได้รับการหนุนเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่ม โดยกลุ่มได้ดําเนินการอนุรักษ์ และฟื้ น ฟู ป่ า ต้ น น้ํ า เช่ น การปลู ก ป่ า ชายแดน ป่ า ชายคลอง ปลู ก พื ช ร่ ว มยาง การทํ า เกษตรธาตุ 4 ฝายชะลอน้ํ า เขตอภั ย ทาน รวมถึ ง การกํ า หนดกติ ก าร่ ว มกั น ในการใช้ ทรัพยากรเพื่อป้องกันความเสื่อมโทรมที่จะเกิดป่าต้นน้ําคลองลําแซง


- 35 -

ป่าชายคลอง การปลูกป่าชายคลองเป็นอีกวิธี หนึ่ง ที่จะช่ วยอนุ รัก ษ์ ไ ว้ท้ังผื นป่าและ ลําน้ํา สมาชิ ก กลุ่ ม ได้ กํ า หนดกติ ก าร่ ว มกั น ว่ า พื้ น ที่ ของสองข้ างคลองข้ า งละ 8 เมตร เป็นพื้นที่สงวนไว้สําหรับการปลูกต้นไม้ ที่เรียกว่า ป่าชายคลอง เพื่อป้องกันการรุกล้ํา ลําน้ํา รักษาหน้าดินและแนวตลิ่ง การปลูกป่าชายคลองสามารถปลูกได้ทุกที่ เพียงแต่ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่ทน ต่อการกัดเซาะของน้ํา ชอบบริเวณที่มีน้ํามาก รากค้ํายันแข็งแรง ทั้งนี้ ต้องพิจารณาถึง ชนิดของดินและลักษณะภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ สํ า หรั บ ไม้ ที่ เ ลื อ กปลู ก มั ก เป็ น ไม้ ยื น ต้ น เช่ น ตะเคี ย นทอง หยี หว้ า มะฮอกกานี เป็นต้น ป่าชายแดน การปลู ก ป่ า ชายแดน คื อ การปลู ก ป่ า บริ เ วณริ ม เขตแดน เพื่ อ แสดง แนวเขตการถือครองที่ดินของตน แต่ให้ผลประโยชน์มากกว่า คือ สามารถใช้ประโยชน์จาก พั น ธุ์ ไ ม้ ที่ ป ลู ก ทั้ ง ในส่ ว นของเนื้ อ ไม้ การบริ โ ภค การให้ ร่ ม เงา และยั ง เป็ น การแสดง ความสามัคคีระหว่างเจ้าของที่ดินแต่ละแปลง ซึ่งสามารถร่วมกันปลูก หรือแลกเปลี่ยน กันใช้ประโยชน์จากไม้ที่ปลูกไว้และยังเป็นการเพิ่มพ���้นที่ป่าไม้ให้แก่ท้องถิ่นด้วย การปลูกป่าชายแดนไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่หาพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมหรือ ตรงกับความต้องการ เช่น สะตอ ทุเรียน ลองกอง สะเดา ตะเคียน เทพธาโร โดยพิจารณา ถึงชนิดดินและลักษณะภูมิประเทศด้วย เกษตรธาตุ 4 นายหรน หมัดหลี หรื อ ที่ช าวบ้ านเรีย กว่า “ป๊ะหรน” เป็นปราชญ์ ชุม ชนแห่ง ศูนย์การเรียนรู้ครู ภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุ 4 ผู้พัฒนาด้านเกษตรกรรม ภายใต้แนวคิด เกษตรธาตุ 4 ค้นพบว่าต้นไม้มีธาตุธรรมชาติเช่นเดียวกับมนุษย์ คือ ธาตุดิน น้ํา ลม ไฟ หากธาตุท้ังสี่มีความสมดุลก็จะเติบโต แข็งแรง การทดสอบธาตุ ของพืชทําได้โดยนําส่วนใดส่วนหนึ่งของลําต้นมาเคี้ยว พืชที่มีรสฝาดแสดงว่าเป็นธาตุลม


- 36 -

รสจื ด เป็ น ธาตุ น้ํ า รสเผ็ ด หรื อ ร้ อ นเป็ น ธาตุ ไ ฟ และรสขมเป็ น ธาตุ ดิ น หลั ก การปลู ก มีข้อคํานึง 2 ประการ คือ 1. ความต่ า งของระดั บ พื ช เช่ น ในหลุ ม หนึ่ ง จะปลู ก ไม้ ผ ลหลั ก ลงไป 3 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน ลางสาด มังคุด เมื่อโตเต็มที่แล้วทุเรียนจะอยู่สูงสุดถัดลงมา คือ ลางสาดและมังคุดตามลําดับ โดยลางสาดแม้จะมีธาตุใกล้เคียงกับมังคุด แต่ให้ผล ในส่วนที่แตกต่างกัน จึงไม่เกิดผลกระทบกัน ประกอบกับมังคุดเป็นพืชที่มีธาตุน้ําและ ธาตุดินมาก จึงเอื้อต่อการให้ผลของต้นลางสาดและทุเรียน 2. การให้ดอกผลของพืช ซึ่งไม้ผลทั่วไปจะออกผล 2 ลักษณะ คือ - ไม้ให้ผลบริเวณปลายกิง่ เช่น มังคุด เงาะ สะตอ หากนํามา ปลูกรวมกัน จะต้องจัดระยะให้เหมาะสม ไม่ให้ทรงพุ่มของไม้อยู่ติดหรือซ้อนกัน - ไม้ให้ผลบริเวณลําต้นหรือกิ่ง เช่น ทุเรียน จําปาดะ ลางสาด สามารถปลูกต้นติดกันได้ ถ้าเราปลูกพืชเชิงเดี่ยว เมื่อตายไปก็จะต้องปลูกใหม่ ทําให้เกษตรกร ขาดรายได้ ร ะยะหนึ่ ง แต่ ถ้ า เราปลู ก รวมกั น ต้ น หนึ่ ง ตายยั ง เหลื อ อี ก ต้ น หนึ่ ง ซึ่ ง ถ้ า เปรี ย บเที ย บกั บ เกษตรธาตุ 4 ไม้ จ ะอายุ ยื น กว่ า และช่ ว ยให้ เ กษตรกรสามารถปลู ก พืชผลได้หลายชนิดได้ผลผลิตดีกว่า การเก็บเกี่ยวง่ายกว่า ช่วยให้เกิดความสมดุล ทําให้ ดินอุดมสมบูรณ์มากกว่าเลือกปลูกเพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง ฝายชะลอน้าํ ฝายชะลอน้ํา คือ สิ่งที่ก่อสร้างขวางกั้นการไหลของลําน้ํา มักสร้างกั้น ลําธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ําหรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ทําให้พืชสามารถ ดํารงชีพอยู่ได้ หากช่วงที่น้ําไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของน้ํา และกักเก็บตะกอน ไม่ให้ไหลลงไปในที่ล่มุ การก่อสร้างในบริเวณตอนบนของลําห้วยหรือร่องน้ํา สามารถดักตะกอน ชะลอการไหลของน้ํา และเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณรอบฝายเป็นอย่างดี ส่วนการก่อสร้าง บริเวณตอนกลางและตอนล่างของลําห้วยหรือร่องน้ํา จะสามารถดักตะกอนและเก็บกัก น้ําในฤดูแล้งได้ดี


- 37 -

ทั้ ง นี้ การเลื อ กรู ป แบบและวั ส ดุ ต้ อ งพิ จ ารณาลั ก ษณะภู มิ ป ระเทศ ปริมาณตะกอน ปริมาณน้ํา และความเร็วของน้ําในช่วงฤดูฝนด้วย ส่วนแรงงานในการ ก่อสร้างอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนเป็นหลัก เขตอภัยทาน การกํ า หนดพื้ น ที่ บ ริ เ วณแหล่ ง น้ํ าให้ เ ป็น เขตอภัย ทาน เป็ น การกํ า หนด กติกาในการอยู่ร่วมกันของชาวบ้านที่พึ่งพาคลองลําแซง เขตอภัยทานเป็นเขตเพาะและ ขยายพั น ธุ์สัต ว์ น้ํ า ตามธรรมชาติ หากปล่ อยให้ มี ก ารจับ สั ต ว์ น้ํา มากเกิ น ไปในอนาคต สัตว์น้ําก็จะลดจํานวนลง ไม่มีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เพื่อขยายต่อไป สัตว์น้ําวัยอ่อน หรือที่มี ขนาดโตไม่เต็มที่ก็อาจถูกจับไปบริโภค เช่น ปลาซิว ปลาแก้มช้ํา ปลาบังโห้ (ปลาลายเสือ) ปลาหยา ปลาทวด ปลาโทง เมื่อมีเขตอภัยทานสัตว์น้ําเหล่านี้จึงมีที่เพาะพันธุ์ วางไข่ และเติบโตได้ พืชร่วมยาง พืชร่วมยาง หมายถึง พืชที่สามารถปลูกร่วมกับยางพาราได้ และให้ผล ผลิ ต ควบคู่ กั น ไป พื ช ร่ ว มยางที่ ป ลู ก ควรเป็ น พื ช ยื น ต้ น หรื อ ล้ ม ลุ ก ที่ มี อ ายุ ย าวและพื ช ที่จะปลูกต้องทนทานต่อโรคที่เกิดกับยางพารา เช่น โรครากขาว โรคเส้นดํา โรคเปลือยดํา เป็นต้น ชนิดของพืชร่วมยางสามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ 1. ไม้ป่าเศรษฐกิจ เช่น สะเดาเทียม (เทียม) 2. ไม้ผล เช่น มังคุด ลองกอง ขนุน จําปาดะ ระกํา 3. ไม้ยืนต้น เช่น หวาย สะตอ เนียง เหมียง (บริโภคใบอ่อน บางถิ่น อาจเรียก เหลียง) 4. พืชสมุนไพรและเครื่องเทศ เช่น กระวาน ขิง 5. ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ดาหลา หน้าวัว จั๋ง หมากแดง การปลูกและการดูแลรักษาพืชร่วมยาง 1. ดินควรมีความอุดมสมบูรณ์ หน้าดินลึก 2. ไม้ยืนต้นสามารถปลูกพร้อมกับการปลูกยาง ส่วนในระยะแรกควร ปลูกกล้วย


- 38 -

3. ส่วนใหญ่ปลูกเป็นแถวเดี่ยว อยู่กึง่ กลางระหว่างแถวยาง บางชนิด อาจปลูกแถวคู่ แต่ต้องปลูกห่างจากแถวยางไม่น้อยกว่าข้างละ 2 เมตร 4. หลังปลูกควรใส่ป๋ยุ ตามคําแนะนํา รดน้ําและกําจัดวัชพืช 5. แรงงาน ควรใช้แรงงานในครอบครัวเพื่อลดต้นทุนการผลิต

ประโยชน์ของพืชร่วมยาง 1. เพิม่ รายได้เนื่องจากผลตอบแทนจากยางอย่างเดียวไม่เพียงพอ 2. ต้องการผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือน 3. ลดความเสี่ยงด้านการตลาดในช่วงราคายางตกต่าํ 4. ใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวยางให้มีประสิทธิภาพมากทีส่ ุด 5. ทําให้มีรายได้ในช่วงวันฝนตกซึ่งไม่สามารถกรีดยางได้ 6. ช่วยอนุรกั ษ์สิ่งแวดล้อมและเพิ่มพืน้ ที่ป่าแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว


- 39 -

ศึกษาดูงาน

เกษตรธาตุ 4 ณ ศูนย์การเรียนรู้ครูภมู ิปัญญาไทยเกษตรธาตุ 4


- 40 -

เกษตรธาตุ 4 แนวทางสมดุลของปราชญ์เขาพระ ป๊ะหรน หมัดหลี ปราชญ์ชาวบ้าน ......................................................................................................................................... “การทําเกษตรธาตุ 4 ไม่ใช่การทําสวน แบบปริมาณเยอะ ๆ ปรัชญา ของมันคือทําเอง ทําเล็ก ๆ พอกินและมีความสุข ไม่ต้องเร่งร้อน ไม่ต้องลงทุนมากมาย ไม่ต้องขึ้นกับตลาดมากนัก เพราะเกษตรธาตุ 4 คือเกษตรที่ให้ความสุข กลับบ้านมานอน ก็ไม่ต้องคิดมาก ว่าราคาเท่าไหร่ ใช้หนี้เท่าไหร่ ค่าปุ๋ย ค่าแรงเท่าไหร่” ในประวั ติศ าสตร์ม นุษยชาติ องค์ ความรู้ของมนุษย์ ซึ่งเป็ นสั ตว์สั งคม มาจากการสั่ ง สมรวบรวมสั ง เกต วิ เ คราะห์ แ ล้ ว ถ่ า ยทอด กว่ า จะเป็ น ตํ า รั บ ตํ า ราเป็ น วิทยากร อันน่าเชื่อถือ ลึกซึ้งและงดงามด้วยพลังแห่งภูมิปัญญาอันมีคุณค่าแก่มนุษย์น้ัน ผ่านกาลเวลามานานนับศตวรรษ มิว่าจะเป็นตําราอาหรับ ตําราจีน หรือว่าตําราไทย ล้วนเก็บเกี่ ยวรวบรวมจากคําบอกเล่าจดจํ าและบันทึกไว้ จากประสบการณ์ตรงทั้งสิ้น โดยเฉพาะปรัชญาการวิเคราะห์และปฏิบัติต่อชีวิต ต่อสังคม อันสัมพันธ์กันอย่างเป็น แนวทางไปสู่ความงดงามสมดุลของชีวิตและสังคม เมื่อทุกสรรพสิ่งมีสองด้านที่สัมพันธ์กัน ประหนึ่งหยิน-หยาง ที่ต่างเอื้อเฟื้อกัน มิว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ พืช หรือองค์ประกอบ ในสากลโลก ก็ล้วนเป็นเฉกเช่นนี้ท้ังนั้น จึงเป็นแนวทางไปสู่การดําเนินชีวิตการรักษา ยามป่วยไข้ การประกอบสัมมาชีพ การอยู่ร่วมกันของสังคมหรือแม้แต่การเกษตรก็ตาม ก็นําปรัชญาหยิน-หยาง ธาตุ 4 มาอธิบายว่า พืชนั้นมีท้ังรากกว้างย่อมสอดประสานกับ พื ช รากแก้ ว ลึ ก ไม้ พุ่ ม เตี้ ย พึ ง รั ก ไม้ พุ่ ม สู ง ไม้ เ ล็ ก พึ่ ง พาอาศั ย ไม้ ใ หญ่ และไม้ เ นื้ อ ร้ อ น ชอบที่จะอิงอาศัยไม้เนื้อเย็นหรือไม้รําไรแดด ย่อมงามได้ใต้ร่มไม้กลางแจ้ง “ป๊ ะ หรน หมั ด หลี ” นั ก วิ ท ยาศาสตร์ ก ารเกษตร ผู้ นํ า ตํ า ราสอนชี วิ ต มาเรียนรู้และหาความเข้าใจถึงแนวทางการปลูกพืชที่ผสมผสาน บนจุดความสมดุลเพราะ เมื่อพืชผลการเกษตรมีดุลยภาพต่อกันทุกสรรพสิ่งก็มีดุลยภาพชีวิตก็ดุลยภาพ การเกษตร ในมุมมองป๊ะหรน มิใช่การเกษตรเพื่อการผลิตสู่ตลาด แต่เป็นการเกษตรเพื่อความงาม ความสงบสุขและเอื้ออาทรของชีวิต


- 41 -

“สวนนี้ เราเรี ย กว่ าสวนผสมผสาน มัน เป็น แนวคิ ด แบบของดั้ง ของเดิ ม แต่ว่าเรานําแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ ซึ่งก่อนหน้านี้เราจะปลูกพืชชนิดเดียว อย่างเดียว ต่อมาเราเริ่มมาคิดแล้วก็ปลูกร่วมกัน จึงกลายมาเป็นเกษตรธาตุ 4 ที่งอกงามอยู่ในหลุม เดียวกัน ที่นี่ใส่อะไรไปหลายอย่างในหลุมเดียว ข้อดีคือ หนึ่งทําให้เราปลูกอะไรได้หลาย สิ่ ง หลายอย่ า งมาก ซึ่ ง ถ้ า เราปลู ก อย่ า งเดี ย วเราก็ กิ น อย่ า งเดี ย ว ข้ อ ดี ที่ ส องของมั น คื อ มัน จะไม่ ห มด เวลาตายไปต้ น หนึ่ง ก็ เ หลื อ อี ก ต้ น หนึ่ ง ข้ อดี ข้อ ที่ส าม คื อ มัน สามารถ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ สมมุติว่าต้นหนึ่งมีธาตุหนึ่งเช่นธาตุร้อน อีกต้นมีธาตุเย็น ก็จะทําให้ เกิดการสมดุลต่อกัน และทําให้ดินสมบูรณ์มากขึ้น มันทําให้ดินปรับตัวสามารถเข้ากัน ได้มากขึ้น เช่น ปลูก 3 อย่าง อย่างละต้นมี มังคุด ได้ผล 10กก. ทุเรียน 10 กก. ลองกอง 10 กก. ซึ่ ง ถ้ า เราปลู ก ต้ น เดี ย วโดด ๆ หากได้ ทุเ รี ย น 10 กก.ก็ จ ะได้ แ ค่ 10กก. หรื อ ลองกอง 10 กก. เท่านั้น เราจะไม่ได้อย่างอื่นเลย แต่ถ้าเราปลูกรวมกันอาจจะได้อย่างใด อย่ า งหนึ่ ง น้ อ ยลงไปนิ ด แต่ เ ราได้ ถึ ง 3 อย่ า ง ซึ่ ง มาเปรี ย บเที ย บรวมแล้ ว จะเยอะกว่ า แต่ไม่ควรลงหลุมหนึ่งเกิน 3 ต้น จะดีมาก 4 ต้นก็ได้แต่ 3 ต้นจะดีกว่านะครับ” เรื่องการดูว่าต้นไหนเป็นธาตุไหนนั้น เราต้องเรียนเอา เพราะตรงนี้ผมเอง ก็ไปเรียนมาจากมาเลเซียบ้าง จากคนเฒ่าคนแก่บ้างและเก็บสะสมประสบการณ์ตัวเองบ้าง ถึงจะเข้าใจธาตุของต้นไม้ ว่าต้นไหนเป็นธาตุเย็น ต้นไหนเป็นธาตุร้อน ซึ่งที่นี่เราก็จัดสอน ให้อยู่บ้างนะครับ ส่วนการเรียนรู้อย่างแรกเลยเราต้องรู้จักรสของพืช ซึ่งก็ทําได้ด้วยการ ชิมรสของพืชทุก ๆ ตัว ชิมตั้งแต่ ราก ใบ ผล เปลือก ลําต้น ชิมให้หมดเลยครับ แล้วจากนั้น เราก็เอาต้นไม้รสเย็นมาเป็นตัวตั้ง หรือเป็นประธานปลูก จากนั้นก็เอาไม้ธาตุอื่น รสอื่น มาประกอบกันปลูก สรุปง่าย ๆ เกษตรธาตุ 4 นั้นทําสบาย ๆ ทําแบบเดินหน้า ไม่ใช่ทําแบบ ถอยหลัง ซึ่ ง ก็ คือ ฝนตกก็ ทํา แดดออกก็ทํา ทําทุก วัน แต่ ไ ม่ จําเป็น ต้ อ งทํามากอะไร ทําพอดี ๆ เน้ น ความสุ ข เน้ น การพึ่ง ตนเอง พอเพี ย งอยู่กั บ ธรรมชาติ อี ก อย่ างเกษตร ธาตุ 4 ไม่มีสูตรสําเร็จตายตัวว่าต้องเป็นรูปแบบใด เพราะรูปแบบที่ดีที่สุด คือเราต้องไป คิดค้นประยุกต์หาลักษณะที่ดีที่สุดของพืชเอาเองว่าแบบใดเหมาะสมกับเรา กับพืช กับดิน และกับธรรมชาติ


- 42 -

ภูมิปัญญาด้านการทําเกษตรธาตุ 4 นิยามเกษตรธาตุ 4 คือ คน พืช สัตว์ มีธาตุท้ัง 4 คือ ดิน น้ํา ลม ไฟ มากน้อยต่างกัน การทําเกษตรธาตุ 4 จะต้องมีความรู้เรื่องธาตุ และสามารถ แยกแยะความเหมาะสมของพืช ที่จะนํามาปลูกในหลุมเดียวกันและดําเนินชีวิตตามหลัก ศาสนา ปรัชญาเกษตรธาตุ 4 เราต้องทําด้วยตนเองทําในปริมาณที่น้อยๆ ทําเพื่อพอกิน และมีความสุข เราต้องทําไปข้างหน้าอย่าทําถอยหลังและก็ไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องคิดไปถึงค่าอาหาร ค่าปุ๋ย ค่าแรง หรือแม้แต่ค่าหนี้ มีเงิน เราก็กิน ไม่มีเงินเราก็กิน ความรู้เรื่องธาตุ และธาตุของต้นไม้แต่ละชนิด ธาตุน้ํา รสจืด เช่น มังคุด กล้วย จําปาดะ อ้อย มะม่วง ชมพู่ ธาตุดิน รสฝาดขม เช่น ละมุด สะตอ เหรียง ใบยาสูบ ธาตุลม รสหื่น เฝื่อน เช่น ลองกอง ลางสาด ผักเสี้ยนผี ธาตุไฟ รสเผ็ดร้อน เช่น ทุเรียน พริก ส้ม ฝนแสนห่า ไฟเดือนห้า พาหมี เทคนิคการเกษตรธาตุ 4 การขยายพันธุ์พืช ปลูกด้วยเมล็ดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากเราจะได้ต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง ทนต่อโรค ทนต่อสภาพภูมิอากาศ ระบบรากก็สมบูรณ์และที่สําคัญก็คือประหยัดเงิน ซึ่งบางครั้งเราอาจจะได้ ต้นพันธุ์ที่ดีกว่าต้นแม่ ในการที่จะเอาเมล็ดมาปลูกควรเอามาปลูก ให้หลายเมล็ดหรือหลากหลาย ถ้าหากเราปลูกเพียงไม่กี่เมล็ดบางครั้งอาจตายไป การปลูกพืชโดยคํานึงถึงระบบรากพืช มีการดัดแปลงพื้นที่การปลูกและกระบวนการปลูก โดยคํานึงถึงระบบราก เป็นหลัก เช่น มังคุด จะเป็นพืชที่มีระบบราก การหาอาหารจะอยู่ลึกต่างกับพืชชนิดอื่น จึงได้นําไปปลูกร่วมกับทุเรียน ซึ่งมีระบบรากที่ต้ืนแต่การหาอาหารของทุเรียนจะชอบหา อาหารบริเวณไกลจากต้นคือ บริเวณปลายเงาของทรงพุ่มของพืช ซึ่งหากทดลองขุดดู จะเห็นได้อย่างชัดเจน สําหรับต้นลองกอง ลางสาด นั้นจะชอบกินอาหารบริเวณใกล้ ๆ กับลําต้น ซึ่งไม้ผลเหล่านี้มีระบบรากฝอยอยู่มาก ดังนั้นเราไม่ต้องกังวลเลยว่าหากปลูก ร่วมกันแล้วต้นไม้มันจะแย่งอาหารกัน


- 43 -

วิถีชีวิตในเกษตรธาตุ 4 การเกษตรในปัจจุบัน ถ้าเราปลูกต้นใดแบบเดี่ยว ๆ หรือเชิงเดี่ยว ถ้ามัน ตายก็ จ ะตายไปเลย การปลู ก ใหม่ ก็ โ ตไม่ ทั น แต่ ถ้ า เราปลู ก แบบรวมหรื อ หลุ ม เดี ย ว 3 – 4 ต้น ต้นหนึ่งตายยังเหลืออีก 2 ต้น ซึ่งหากเรานําสวนเหล่านั้นมาเทียบกับสวน เกษตรธาตุ 4 ไม้จะอายุยืนกว่าและได้ผลผลิตที่คุ้มค่ากว่าและลงทุนน้อยกว่า แทบจะ กล่าวได้ว่า ไม่ต้องออกเงินเลยไม่เหมือนกับการปลูกพืช แบบเชิงเดี่ยวซึ่งจะต้องใช้ทุน เยอะมาก เกษตรธาตุ 4 นั้น สําคัญเราต้องทําทุกวัน วันละนิด แบบพอดี เน้นความสุข เน้นการพึ่งพาตนเองแบบพอเพียง และที่สําคัญในการปลูกพืชเราจะต้องดูลักษณะของ พื้นที่เป็นหลักว่าควรจะเพิ่มเติมหรือลดอะไร การปลูกพืชโดยคํานึงถึงระบบธาตุ 4 มีความเชื่อว่าไม้ทุกชนิดมีธาตุท้ัง 4 อยู่ในตัว แต่จะมีธาตุใดธาตุหนึ่ง ในแต่ละต้นมากน้อยแตกต่างกัน เช่น ต้นมังคุด มีธาตุดินกับธาตุน้ํามาก ธาตุไฟและธาตุ ลมน้ อ ย ยางพารา มี ธ าตุ ไ ฟมาก ต้ น กล้ ว ยมี ธ าตุ น้ํ า มาก เป็ น ต้ น จากการทดลอง เอาไม้ผลชนิดต่าง ๆ มาทดลองปลูกรวมกันในสวนพบว่า ต้นไม้ที่มีธาตุเหมือนกันไม่ควร ปลูกร่วมกัน แต่ถ้าจะปลูกร่วมกันต้องเอาไม้ผลอย่างอื่นมาร่วมด้วย หรือไม้ผลที่มีธาตุ ต่างกันมาร่วมกันได้ เช่น ถ้ามีธาตุไฟมาก ก็นําพืชที่มีธาตุน้ํามาปลูกใกล้กัน เพื่อได้พึ่งพา ต่อกัน ทําให้ออกดอกออกผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย รูปแบบการทําเกษตรคนจน หลักการทําสวนเพื่อการเลี้ยงชีพด้วยการปลูกพืชหลายชนิด การปลูกพืช ก็ควรจะมีความรู้เรื่องการให้ผลผลิตของพืชแต่ละชนิ ด เพราะว่าการทําเกษตรแบบนี้ ต้องให้ได้รับผลในช่วงระยะเวลาภายใน 3 เดือน ต้องการใช้ประโยชน์จากพืชชนิดใด ก็ปลูกลงไปแล้วค่อยเพิ่มชนิดของพืชที่ปลูก เพื่อให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลายาว ตัวอย่าง มีที่ดินเพียง 2 ไร่ ในที่ดินผืนนี้เราอยาก จะปลูกทุเรียน ลองกอง มังคุด สะตอ เราก็ไปซื้อกิ่งพันธุ์มาปลูก โดยเราต้องเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีกิ่งมาก ๆ แต่ถ้าเราสังเกตให้ดีว่า ในการซื้อกิ่งพันธุ์คนจะไม่ชอบซื้อ เนื่องจากมันยุ่งยากและดูเกะกะในการขนส่ง เมื่อเอาไป ปลูกมันจะแย่งอาหาร หลังจากที่ได้กิ่งพันธุ์มาแล้ว เมื่อเรานําไปปลูกเราก็เตรียมกิ่งพันธุ์ไว้ หลังจาก���ั้นก็นําต้นที่ใส่ถุงไว้นําเอาไปทาบกิ่งพันธุ์ที่เราซื้อมา เราไม่ต้องทาบมากเอาเพียง ว่าต้นละ 2 กิ่งก็พอ ทาบให้หมดทุกต้น พอได้ประมาณ 3 เดือน ก็ตัดกิ่งเหล่านั้นออกแล้ว


- 44 -

นํากิ่งนั้นไปขายเอากําไรเพียงต้นละ 10 บาทก็พอ เอาเงินที่ขายกิ่งพันธุ์ไปซื้อผลไม้ที่ขาย อยู่ในตลาด รับรองว่าได้กินอย่างแน่นอน ปั ญ หาและวิ ก ฤตที่ ทํ า ให้ ก ารพั ฒ นาทางด้ า นเศรษฐกิ จ สั ง คม และ การเมือง ไม่สามารถพัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่อง สาเหตุหนึ่งมาจากการที่คนไทย ถู ก ครอบงํ า จากอิ ท ธิ พ ลด้ า นวิ ท ยาการตะวั น ตก จนส่ ง ผลกระทบความระส่ํ า ของมิ ติ ทางด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิม ทําให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ ในสังคมไทยเรื่อยมา แต่ เ มื่ อ ใช้ ภู มิ ปั ญ ญาตะวั น ตกเข้ า มาแก้ บางครั้ ง ก็ ยิ่ ง ก่ อ ให้ เ กิ ด ปั ญ หาเพิ่ ม ขึ้ น เป็ น การ พึ่งตนเองในการแก้ปัญหาไม่ได้ ปัญหาทางการเกษตรในการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ที่สะสม มานาน จนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา การแก้ปัญญาโดยใช้ภูมิปัญญาไทย จึงเป็น ทางเลือกหนึ่งที่ปัจจุบัน เกษตรกรให้ความสนใจและเป็นที่ยอมรับ ภูมิปัญญาไทยจึงเป็น องค์ ค วามรู้ ค วามสามารถ และทั ก ษะของคนไทยอั น เกิ ด จากการสั่ ง สมประสบการณ์ ที่ผ่านมา กระบวนการเรียนรู้ เลือกสรร ปรุงแต่ง พัฒนา และถูกถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพื่อใช้แก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตของคนไทยให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมและเหมาะสมกับยุค ปัจจุบัน “ป๊ะหรน หมัดหลี” ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 2 ด้านเกษตรกรรม ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 13 บ้านบนควน หมู่ที่ 6 ตําบลเขาพระ อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เป็นบุคคลที่มีความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ ทักษะและเทคนิคด้านการเกษตร โดยการพั ฒ นาบนพื้ น ฐานของคุ ณ ค่ า ดั้ ง เดิ ม ซึ่ ง สามารถพึ่ ง พาตนเองในสภาวการณ์ ต่าง ๆ ได้ เป็นเจ้าของแนวคิดเกษตรกรรมธรรมชาติยั่งยืนที่เรียกว่า “เกษตรธาตุ 4” “เกษตรธาตุ 4” หลายคนคงจะแปลกใจ หากมีการกล่าวว่า ต้นไม้ก็มีธาตุ 4 คือ ธาตุน้ํา ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุไฟ เช่นเดียวกันมนุษย์เรา แต่ท่านอาจจะหายข้องใจ หากได้ศึกษา ถึงวิธีการทําสวนเกษตรธาตุ 4 ของป๊ะหรน หมัดหลี ในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ป๊ะหรน ทํ า การเกษตรธาตุ 4 ที่ มี ค วามสมดุ ล และเกื้ อ กู ล กั น เกิ ด การพึ่ ง พาอาศั ย ของต้ น ไม้ ต่างชนิดกัน ปลูกในหลุมเดียวกัน เช่น ทุเรียน สะตอ ลองกอง ป๊ะหรนให้เหตุผลว่า ต้นไม้แต่ละชนิดจะมีธาตุที่ต่างกัน ย่อมไม่แย่งอาหารซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของความเชื่อ ที่ว่า พืชทุกชนิดประกอบขึ้นด้วยธาตุ 4 แต่พืชแต่ละชนิดจะมีองค์ประกอบธาตุท้ัง 4 ไม่เท่าเทียมกัน พืชที่มีธาตุมากอย่างเดียวกัน ปลูกร่วมกันจะแย่งแข่งขันกัน แต่ถ้ามีธาตุ


- 45 -

ตรงกันข้ามก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี เพราะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่น พืชที่มีธาตุน้ํามาก จะต้องปลูกร่วมกับพืชที่มีธาตุไฟมาก เพื่อให้เกิดดุลยภาพและทําให้พืชแต่ละชนิดออกดอก ออกผลเต็มที่ ป๊ะหรน ให้เหตุผลอธิบายถึงเกษตรธาตุ 4 การรวมเอาต้นไม้ต่างชนิดกัน 3-4 ชนิดปลูกรวมกันแต่ต้นไม้น้นั ๆ ต้องมีธาตุน้ํา ดิน ลม ไฟ อยู่ในหลุมนั้น ๆ ที่สําหรับ ต้องเอาธาตุดินเป็นหลักตามด้วยธาตุลม เมื่อปลูกรวมกันแล้วเราต้องรู้ได้ว่า ดิน น้ํา ลม ไฟ นั้น มันจะให้คุณค่ากับพืชที่เราร่วมปลูกกันซึ่งเราสามารถรู้ได้ทันที ป๊ ะ หรน เริ่ ม ต้ น การทํ า สวนผลไม้ บ นพื้ น ที่ 10 ไร่ ในขณะที่ ต้ อ ง รั บ ผิ ด ชอบดู แ ลลู ก ๆ ถึ ง 11 คน จึ ง ต้ อ งคิ ด หาวิ ธี เพี่ อ ให้ มี ร ายได้ ม าเลี้ ย งลู ก เลี้ยงครอบครัวอย่างพอเพียง การปลูกพืชชนิดเดียวกันให้เต็มพื้นที่ ในปีหนึ่ง ๆ ก็จะเก็บ ผลไม้ได้เพียงครั้งเดียวเฉพาะฤดูกาลเท่านั้น ป๊ะหรน จึงหาวิธีปลูกไม้ผลที่ให้ผลไม้ต่างกัน เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลไม้ตลอดทั้งปี ทําให้มีรายได้ไม่ขาดตอนในระหว่างที่สวนยาง ยังไม่ให้น้ํายาง ป๊ะหรน กล่าวว่าได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการปลูกพืชที่ให้ผลในช่วง ระยะสั้น เช่น กล้วย สับปะรด พริก ฯลฯ จากความคิดดังกล่าว จึงทําให้ ป๊ะหรน ตัดสินใจปลูกไม้ผลหลายชนิดในพื้นที่เกษตรแทนการปลูกไม้ผลอย่างเดียว “ที่เน้นปลูกใน หลุมเดียวกันเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์ เพราะการปลูกไม้ผลแบบสวนสมรมนั้น จะต้องคํานึงถึงทรงพุ่มและระยะห่างของไม้ผลที่ปลูกด้วย รวมทั้งการผลิตดอกออกผล ของไม้ ผ ลแต่ ล ะชนิ ด เป็ น หลั ก ไม้ ผ ลออกผลตามลํ า ต้ น หรื อ กิ่ ง เช่ น ทุ เ รี ย น จํ า ปาดะ ลองกอง สามารถปลู ก ใกล้ กันได้ ” ป๊ ะหรนกล่ าวและว่ า “ไม้ ผลที่ ออกผลปลายกิ่ง เช่ น มังคุด สะตอ จะต้องจัดวางระยะไม่ให้กิ่งติดหรือซ้อนกันมาก การปลูกจึงต้องคํานึงถึง การมีเรือนยอดที่สูงต่ําแตกต่างกัน และเป็นพืชที่มีธาตุหลักและธาตุมากต่างกันเพื่อให้ ผลไม้ทุกชนิดเติบโตและออกดอกออกผลในลักษณะที่สมดุลกัน และอยู่ร่วมกันแบบสังคม พืชที่เอื้ออาทรต่อกัน” ป๊ะหรน ใช้ชีวิตเกษตรกรมาอย่างยาวนาน ได้รับรางวัลมากมาย ผู้คน จากต่างประเทศมาศึกษาวิจัยรวมทั้งนักวิชาการเกษตรและผู้ที่สนใจ สํานักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ “ครูภูมิปัญญาไทย” รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2545


- 46 -

“ป๊ ะ ภู มิ ใ จมาก เมื่ อ ก่ อ นเพื่ อ น ๆ ต่ อ ว่ า ป๊ ะ ว่ า ทํ า สวนแบบนี้ ไ ม่ เ ข้ า ท่ า ไม่เข้าเรื่อง แต่พอสวนของป๊ะได้รับผลดี ผลไม้ทุกอย่างออกผลผลิต จนเป็นที่ยอมรับของ เกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐ จนป๊ะได้รับรางวัลมากมาย ป๊ะจึงอยากจะฝากถึงพี่น้อง เกษตรกรที่ทําสวนแบบเชิงเดี่ยวว่าจะไม่ได้กินทุกอย่าง แต่หากว่าปลูกแบบของป๊ะ มันจะ กิ น ได้ ทุ ก อย่ า ง ถ้ า ผู้ ที่ ส นใจเข้ า มาศึ ก ษาในสวนของป๊ ะ ทุ ก คนจะได้ กิ น ผลไม้ ทุ ก ชนิ ด ในที่เดียวกัน” ป๊ะหรน กล่าวสรุป


ภาคผนวก


- 47 -

รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม บ้านบ่อหว้า หมู่ที่ 11 ตําบลควนโส อําเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา 1. นายประถม พาหุมนั โต 2. นายทวัฒ โอสถวิสทุ ธิ์ 3. นายอนุวฒ ั น์ จินดาวงศ์ 4. นายคเณค์ สุพกิจ 5. นายสมนึก เตชะวรรณโต 6. นายธีรพงษ์ เตชะวรรณโต 7. นายสมชาติ แก้วมณีโชติ 8. นายจรูญ สุพกิจ 9. นายสุรินทร์ แก้วชูศรี 10. นายสัญญา พาหุมนั โต 11. นายจําศิล คําแก้ว 12. นายประเจียด พาหุมันโต รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม บ้านหนองอ้น หมู่ที่ 4 ตําบลกําแพงเพชร อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา 1. นายวิเชียร ขันทอง 2. นายโกมล ปานดํา 3. นายสุพล สุวรรณโณ 4. นายอนุชา ขันทอง 5. นายพีรพงษ์ หนุนชู 6. นายจักรพันธ์ ขันทอง 7. นายจรัล ชูหะรัญ 8. นายพันธ์ หนูเช้า 9. นายเรืองกูล กลกิจ 10. นายกิตติพนธ์ กาญจนะ 11. นายมนพ ชูหะรัญ 12. นายเอกชัย ขันทอง 13. นายพร บัวแก้ว


- 48 -

กําหนดการฝึกอบรมราษฎร หลักสูตร “การบริหารจัดการพื้นที่โดยการสนับสนุน จากภาครัฐ” ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2555 ณ ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ตําบลท่าชะมวง อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา วันที่ 20 มีนาคม 2555 13.00 น. - 18.00 น. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมลงทะเบียน 18.00 น. - 19.00 น. ปฐมนิเทศน์ 19.00 น. - 20.00 น. รับประทานอาหารเย็น ,เข้าที่พัก วันที่ 21 มีนาคม 2555 07.00 น. - 08.00 น. 08.00 น. - 09.30 น. 09.30 น. - 10.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ลงทะเบียน (ต่อ) พิธีเปิดการฝึกอบรม

10.00 น. - 11.00 น.

หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

11.00 น. - 11.10 น. 11.10 น. - 12.00 น.

รับประทานอาหารว่าง ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์ พืชสมุนไพร รับประทานอาหารกลางวัน การจัดทําแผนบริหารจัดการป่า ชุมชน

12.00 น. - 13.00 น. 13.00 น. - 14.30 น.

14.30 น. - 14.45 น. 14.45 น. - 17.00 น.

รับประทานอาหารว่าง แบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดในการ จัดทําแผนบริหารจัดการป่าชุมชน

17.00 น. - 18.00 น. 18.00 น. - 19.00 น. 19.00 น. - 21.00 น.

พักผ่อนตามอัธยาศัย รับประทานอาหารเย็น กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์,เข้าที่พัก

ผู้อํานวยการสํานักจัดการทรัพยากร ป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) ผู้อํานวยการศูนย์สาธิตฝึกอาชีพ เศรษฐกิจพอเพียง นายนเรศน์ อุสมา : ผู้อํานวยการ ส่วนจัดการป่าชุมชน นายสมเกียรติ บัญชาพัฒนศักดา : ศูนย์ศึกษาและพัฒนาวนศาสตร์ชุมชน ที่ 12 นายสมเกียรติ บัญชาพัฒนศักดา : ศูนย์ศึกษาและพัฒนาวนศาสตร์ชุมชน ที่ 12 และเจ้าหน้าที่ส่วนจัดการป่า ชุมชน


- 49 วันที่ 22 มีนาคม 2555 07.00 น. - 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า 08.00 น. - 09.00 น. เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การ เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุ 4 บ้านบนควน ม.6 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา 09.00 น. - 12.00 น. - การจัดการแปลงวนเกษตรพืชร่วม ยางพารา - ศึกษาดูงาน ณ เครือข่ายอนุรักษ์ พื้นที่ต้นน้ําเขาพระ 12.00 น. - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน 13.00 น. - 14.00 น. เดินทางกลับสถานที่ฝึกอบรมฯ 14.00 น. - 14.15 น. รับประทานอาหารว่าง 14.15 น. - 16.00 น. นําเสนอระดมความคิด หัวข้อ “แบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิด ด้านการจัดทําแผนบริหารจัดการ ป่าชุมชน” 16.00 น. - 16.30 น. พิธีปดิ

นายสัน เส็นหล๊ะ

เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม

หมายเหตุ : กําหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


- 50 -


- 51 -

c. R

~ULB~WU~V A' A 0

~~~~wusi~~5~inw~~~iu~i(iw~iufi~n55~d~~~~~lni-r~mn 89ZIal ~ ~ Z ~ I % ~ ~ ~ Z U W.W. I MbCCC4'1tl1'ld b 9 9 d f i l ~ ~~ Za o

518-1bo


- 52 -


- 53 -


- 54 -


- 55 -


สํานักจัดการทรัพยากรปาไมที่ 13 (สงขลา) ม.1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ จ.สงขลา โทรศัพท/โทรสาร 0 7420 5990 สวนจัดการปาชุมชน โทรศัพท/โทรสาร 0 7420 5974 http://www.forest.go.th/songkhla_13


สรุปผลโครงการฝึกอบรม หลักสูตร การบริหารจัดการพื้นที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ