Page 1

เรื่องอินเตอร์ เน็ต เสนอ

อาจารย์ สุจติ ตรา จันทร์ ลอย จัดทำโดย นำงสำวพรทิพย์

เอียดเหิน 544148117

นำงสำววรรณนิษำ

ต้นสิ งห์

นำงสำวพอหทัย

ชำนำญ 544148147

นำงสำว สุ ลำวัลย์

สิ ลำ

544148142

544148170

สำขำวิชำวิทยำศำสตร์ทวั่ ไป ปี 2

รายงานเล่ มนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่ อสารสาหรับครู(PC54504)

ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2555


มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

คานา รายงานเล่มนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารสาหรับครู (PC54504)ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2555 กลุ่มของข้ าพเจ้ าได้ จะทารางานเรื่องอินเทอร์ เน็ต (Internet) เพือ่ เป็ นสื่ อในการเรียนการสอนทีส่ อดคล้องกับรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารสาหรับครู เอกสารประกอบการสอนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารสาหรับครู (PC54504)นี้ เป็ นเอกสารที่ มุ่งเน้ นให้ นักศึกษามีความรู้ ความเข้ าใจเรื่องอินเทอร์ เน็ต (Internet) เนือ้ หาในเอกสารประกอบการสอนได้ แบ่ งออก4หัวเรื่อง คือความหมายของอินเทอร์ เน็ต ,ความสาคัญของอินเทอร์ เน็ต , ประโยชน์ ของ อินเทอร์ เน็ต , โทษของอินเทอร์ เน็ต , อินเทอร์ เน็ตในโลกอนาคต แนวคิดต่ างๆทีเ่ สนอไว้สามารถนาไป ประยุกต์ ใช้ ได้ และยังได้ รับความรู้ ได้ ผู้เขียนหวังว่ าเอกสารประกอบการสอนนีค้ งอานวยประโยชน์ ต่อทุก ท่านทีต่ ้ องการจะศึกษา หากท่านที่นาไปใช้ มีข้อเสนอแนะประการใด ผู้เขียนขอน้ อมรับและขอขอบคุณ ณ โอกาสนีด้ ้ วย

คณะผู้จกั ทา 6 กุมภาพันธ์ 2556


สารบัญ เรื่อง

หน้ า

ความหมาย

1

ประวัติของอินเตอร์ เน็ต

2

ความสาคัญของอินเตอร์ เน็ต

3

ประโยชน์ ของอินเทอร์ เน็ต

11

โทษของอินเตอร์ เน็ต

12

อินเทอร์ เน็ตในโลกอนาคต

14


1

ความหมาย อินเตอร์เน็ต ( Internet ) คือ เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ทเ่ี ชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทวั ่ โลกเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นตัวเชื่อมเครือข่าย ภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยง ด้วยโปรโตคอลเดียวกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เพื่อให้ คอมพิวเตอร์ทุกเครือ่ งในอินเทอร์เน็ตสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ นับว่าเป็นเครือข่ายทีก่ ว้างขวางทีส่ ุด ในปจั จุบนั เนื่องจากมีผนู้ ิยมใช้ โปรโตคอลอินเทอร์เน็ตจากทัวโลกมากที ่ ส่ ุด

อินเทอร์เน็ตจึงมีรปู แบบคล้ายกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบ WAN แต่มโี ครงสร้างการทางานทีแ่ ตกต่างกันมาก พอสมควร เนื่องจากระบบ WAN เป็ นเครือข่ายทีถ่ ูกสร้างโดยองค์กรๆ เดียวหรือกลุม่ องค์กร เพือ่ วัตถุประสงค์ ด้านใดด้านหนึ่ง และมีผดู้ แู ลระบบทีร่ บั ผิดชอบแน่นอน แต่อนิ เทอร์เน็ตจะเป็ นการเชือ่ มโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ นับล้านๆ เครือ่ งแบบไม่ถาวรขึน้ อยูก่ บั เวลานัน้ ๆ ว่าใครต้องการเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตบ้าง ใครจะติดต่อสือ่ สารกับ ใครก็ได้ จึงทาให้ระบบอินเทอร์เน็ตไม่มผี ใู้ ดรับผิดชอบหรือดูแลทัง้ ระบบ


2

ประวัตขิ องอินเตอร์ เน็ต อินเตอร์เน็ต มีพฒั นำกำรมำจำก อำร์พำเน็ต (Arp Anet เรี ยกสั้น ๆ ว่ำ อำร์พำ) ที่ต้ งั ขึ้นในปี 2512 เป็ นเครื อข่ำยคอมพิวเตอร์ของกระทรวงกลำโหม สหรัฐอเมริ กำ ที่ใช้ในงำนวิจยั ด้ำนทหำร (ARP : Advanced Research Project Agency) มำถึงปี 2515 หลังจำกที่เครื อข่ำยทดลองอำร์ พำประสบควำมสำเร็ จอย่ำงสู ง และได้มีกำรปรับปรุ ง หน่วยงำนจำกอำร์ พำมำเป็ นดำร์ พำ (Defense Advanced Research Project Agency: DARPA) และในที่สุดปี 2518 อำร์ พำเน็ตก็ข้ ึนตรงกับหน่วยกำรสื่ อสำรของกองทัพ (Defense Communication Agency) ในปี 2526 อำร์ พำเน็ตก็ได้แบ่งเป็ น 2 เครื อข่ำยด้ำนงำนวิจยั ใช้ชื่ออำร์ พำเน็ตเหมือนเดิม ส่ วน เครื อข่ำยของกองทัพใช้ชื่อว่ำ มิลเน็ต (MILNET : Millitary Network) ซึ่ งมีกำรเชื่อมต่อโดยใช้ โพรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet) เป็ นครั้งแรก ในปี 2528 มูลนิธิวทิ ยำศำสตร์ แห่งชำติของอเมริ กำ (NSF) ได้ ให้เงินทุนในกำรสร้ำงศูนย์ซูเปอร์ คอมพิวเตอร์ 6 แห่ง และใช้ชื่อว่ำ NSFNETและพอมำถึงปี 2533 อำร์พำรองรับภำระที่เป็ นกระดูกสันหลัง (Backbone) ของระบบไม่ได้ จึงได้ยตุ ิอำร์ พำเน็ต และเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครื อข่ำยขนำดมหึ มำ จนถึงทุกวันนี้ และเรี ยกเครื อข่ำยนี้วำ่ อินเตอร์ เน็ต โดยเครื อข่ำยส่ วนใหญ่จะอยูใ่ นอเมริ กำ และปั จจุบนั นี้มี เครื อข่ำยย่อยมำกถึง 50,000 เครื อข่ำยทีเดียว และคำดว่ำ ภำยในปี 2543 จะมีผใู ้ ช้อินเตอร์ เน็ตทั้งโลกประมำณ 100 ล้ำนคน หรื อใกล้เคียงกับประชำกรในโลกทั้งหมด สำหรับประเทศไทยนั้น อินเตอร์ เน็ตเริ่ มมีบทบำทอย่ำงมำกในช่วงปี 2530-2535 โดยเริ่ มจำกกำร เป็ นเครื อข่ำยในระบบคอมพิวเตอร์ ระดับมหำวิทยำลัย (Campus Network) แล้วจึงเชื่อมต่อเข้ำสู่ อินเตอร์ เน็ต อย่ำงสมบูรณ์เมื่อเดือนสิ งหำคม 2535และ ในปี 2538 ก็มี กำรเปิ ดให้ บริ กำรอินเตอร์ เน็ตในเชิงพำณิ ชย์ (รำย แรก คือ อินเตอร์ เน็ตเคเอสซี ) ซึ่ งขณะนั้น เวิร์ลด์ไวด์เว็บกำลังได้รับควำมนิยมอย่ำงมำกในอเมริ กำ อย่ำงไรก็ตำม อินเตอร์ เน็ต บำงครั้งก็มีกำรเรี ยกย่อเป็ น เน็ต (Net) หรื อ The Net ด้วยเช่นเดียวกัน อีก คำหนึ่งที่หมำยถึงอินเตอร์ เน็ตก็คือ เว็บ (Web) และ เวิร์ลด์ไวด์เว็บ (World – Wide Web) (จริ ง ๆ แล้ว เว็บ เป็ นเพียงบริ กำรหนึ่งของอินเตอร์ เน็ตเท่ำนั้น แต่บริ กำรนี้ ถือว่ำเป็ นบริ กำรที่มีผนู ้ ิยมใช้มำกที่สุด


3

ความสาคัญของอินเตอร์ เน็ต 1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail=E-mail) เป็ นกำรส่ งจดหมำยอิเล็กทรอนิกส์ผำ่ นเครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ตโดยผูส้ ่ งจะต้องส่ งข้อควำมไปยังที่ อยูข่ องผูร้ ับ และแนบไฟล์ไปได้

ความสาคัญและความหมายของไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์ ไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ เป็ นเทคโนโลยี กำรสื่ อสำรอย่ำงหนึ่งที่เกิดจำกกำรเชื่อมต่อเครื อข่ำยคอมพิวเตอร์ นิยมเรี ยกสั้นๆ ว่ำ อีเมล์ มำจำก ภำษำอังกฤษคำว่ำ อิเล็กทรอนิกส์เมล์(E-mail = Electronic Mail) หรื อเรี ยกว่ำ จดหมำย อิเล็กทรอนิกส์มีลกั ษณะกำรรับและส่ งข้อมูลเหมือนกับกำรติดต่อสื่ อสำรประเภทจดหมำย คือ มีกำรพิมพ์ ข้อควำมผ่ำนทำงหน้ำจอคอมพิวเตอร์ แล้วแปลงเป็ นสัญญำณอิเล็กทรอนิกส์แทนกำรเขียนข้อควำมลงใน กระดำษแล้วใช้กำรส่ งข้อมูลผ่ำนทำงระบบเครื อข่ำยจำกเครื่ องคอมพิวเตอร์ หนึ่งไปยังเครื่ องคอมพิวเตอร์อีก เครื่ องหนึ่งแทนกำรส่ งจดหมำยผ่ำนทำงไปรษณี ยไ์ ปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ยงั สำมำรถใช้ในเครื อข่ำย คอมพิวเตอร์ ภำยในบริ ษทั หรื อสำนักงำนโดยใช้โปรแกรมไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ที่สร้ำงขึ้นเพื่อใช้เฉพำะ ภำย ในบริ ษทั หรื อสำนักงำน ซึ่ งจะเชื่อมต่อกับระบบเครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ตหรื อไม่ก็ได้


4

2. เทลเน็ต (Telnet) กำรใช้งำนคอมพิวเตอร์ อีกเครื่ องหนึ่งที่อยูไ่ กล ๆ ได้ดว้ ยตนเอง เช่น สำมำรถเรี ยกข้อมูลจำกโรงเรี ยน มำทำที่บำ้ นได้

บริ กำรทำงอินเทอร์ เน็ตรู ปแบบหนึ่ง ซึ่ งเป็ นกำรขอเข้ำใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ จำกระยะไกล ผูใ้ ช้น้ นั สำมำรถขอเข้ำใช้ได้ขอแค่ติดต่อเครื อข่ำยที่ได้รับอนุ ญำต โดยไม่จำเป็ นว่ำต้องนัง่ อยูห่ น้ำเครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่ องนั้น กำรขอใช้น้ นั ผูใ้ ช้จะป้ อนคำสั่งที่เครื่ องของตัวเองไปยังเครื่ องที่เรำขอเข้ำใช้ แล้วผลก็จะกลับมำ แสดงที่หน้ำจอเรำ เทลเน็ตเป็ นชื่อของ โพรโทคอลที่ใช้ในกำรจำลองเทอร์มินลั ผ่ำนระบบเครื อข่ำย อินเทอร์ เน็ต เป็ นโพรโทคอลในชุด TCP/IP และ เทลเน็ตก็เป็ นชื่อของโปรแกรมที่ให้เรำสำมำรถใช้ คอมพิวเตอร์จำกระยะไกลได้ ถ้ำเรำได้รับอนุญำตจำกเจ้ำของเครื่ อง นอกจำกนี้ OPACก็สำมำรถนำ เทลเน็ต มำใช้ได้


5

3. การโอนถ่ ายข้ อมูล (File Transfer Protocol ) ค้นหำและเรี ยกข้อมูลจำกแหล่งต่ำงๆมำเก็บไว้ในเครื่ องของ เรำได้ ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสื อ รู ปภำพและเสี ยง

3.1 การถ่ ายโอนข้ อมูลแบบขนาน กำรถ่ำยโอนข้อมูลแบบขนำน ทำได้โดยกำรส่ งข้อมูลออกทีละ 1 ไบต์ หรื อ 8 บิตจำกอุปกรณ์ส่งไปยัง อุปกรณ์รับ อุปกรณ์ตวั กลำงระหว่ำงสองเครื่ องจึงต้องมีช่องทำงให้ขอ้ มูลเดินทำงอย่ำงน้อย 8 ช่องทำง เพื่อให้กระแสไฟฟ้ ำผ่ำนโดยมำกจะเป็ นสำยสัญญำณแบบขนำน ระยะทำงของสำยสัญญำณแบบขนำน ระหว่ำงสองเครื่ องไม่ควรยำวเกิน 100 ฟุต เพรำะอำจทำให้เกิดปั ญหำสัญญำณสู ญหำยไปกับควำมต้ำนทำน ของสำย นอกจำกนี้ อำจมีปัญหำที่เกิดจำกระดับไฟฟ้ ำสำยดินที่จุดรับผิดไปจำกจุดส่ ง ทำให้เกิดกำรผิดพลำด ในกำรรับสัญญำณทำงฝ่ ำยรับ นอกจำกแกนหลักแล้วอำจจะมีทำงเดินของสัญญำณควบคุมอื่น ๆ อีก เช่น บิตพำริ ตี ที่ใช้ในกำร ตรวจสอบควำมผิดพลำดของกำรรับสัญญำณที่ปลำยทำงหรื อสำยที่ควบคุมกำรโต้ตอบ (hand-shake)


6

3.2 การถ่ ายโอนข้ อมูลแบบอนุกรม ในกำรถ่ำยโอนข้อมูลแบบอนุกรม ข้อมูลจะถูกส่ งออกมำทีละบิต ระหว่ำงจุดส่ งและจุดรับ กำรส่ ง ข้อมูลแบบนี้จะช้ำกว่ำแบบขนำน กำรถ่ำยโอนข้อมูลแบบอนุกรมต้องกำรตัวกลำงสำหรับกำร สื่ อสำรเพียงช่องเดียวหรื อสำยเพียงคู่เดียว ค่ำใช้จ่ำยจะถูกกว่ำแบบขนำนสำหรับกำรส่ งระยะ ทำงไกลๆ โดยเฉพำะเมื่อเรำมีระบบกำรสื่ อสำร ทำงโทรศัพท์ไว้ใช้งำนอยูแ่ ล้ว ย่อมจะเป็ นกำร ประหยัดกว่ำที่จะทำกำรติดต่อสื่ อสำรทีละ 8 ช่อง เพื่อกำรถ่ำยโอนข้อมูลแบบขนำน กำรถ่ำยโอนข้อมูลแบบอนุกรมจะเริ่ มโดยข้อมูล จำกจุดส่ งจะถูกเปลี่ยนให้เป็ นสัญญำณอนุกรม เสี ยก่อน แล้วคอยทยอยส่ งออกทีละบิตไปยังจุด รับ และที่จุดรับจะต้องมีกลไกในกำรเปลี่ยน ข้อมูลที่ส่งมำทีละบิต ให้เป็ นสัญญำณแบบขนำน ซึ่ งลงตัวพอดี เช่น บิตที่ 1 ลงที่บสั ข้อมูลที่ส่งมำที ละบิต ให้เป็ นสัญญำณแบบขนำนซึ่งลงตัวพอดี เช่น บิตที่ 1 ลงที่บสั ข้อมูลเส้นที่ 1 ดังแสดงในรู ป 4. การสื บค้ นข้ อมูล (Gopher,Archie,World wide Web) กำรใช้เครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ตในกำรค้นหำ ข่ำวสำรที่มีอยูม่ ำกมำย ใช้สืบค้นข้อมูลจำกแหล่งข้อมูลต่ำงๆ ทัว่ โลกได้


7

กำรใช้งำนงำนอินเทอร์ เน็ตที่นิยมใช้กนั อย่ำงมำก จะได้แก่กำรเข้ำเยีย่ มชมเว็บไซต์ต่ำงๆ เพื่อหำควำมรู ้ แต่ กำรเข้ำเยีย่ มชมนั้น ในกรณี ที่เรำรู ้วำ่ เว็บไซต์เหล่ำนั้นมีชื่อว่ำอะไร เนื้อหำของเว็บ มุ่งเน้นเกี่ยวกับสิ่ งใด เรำ สำสำมำรถที่จะเข้ำเยีย่ มชมได้ทนั ที่ แต่ในกรณี ที่เรำไม่ทรำบชื่อเว็บเหล่ำนั้น แต่เรำมีควำมต้องกำรที่จะค้นหำ เนื้อหำบำงอย่ำง มีวธิ ี กำรจะเข้ำสื บค้นข้อมูลได้ โดยกำรใช้ควำมสำมำรถของ Search Engine Search Engine จะมีหน้ำที่รวบรวมรำยชื่อเว็บไซต์ต่ำงๆ เอำไว้ โดยจัดแยกเป็ นหมวดหมู่ ผูใ้ ช้งำนเพียงแต่ทรำบหัวข้อที่ ต้องกำรค้นหำแล้วป้ อน คำหรื อข้อควำมของหัวข้อนั้นๆ ลงไปในช่องที่กำหนด คลิกปุ่ มค้นหำ เท่ำนั้น ข้อมูล อย่ำงย่อๆ และรำยชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องจะปรำกฏให้เรำเข้ำไปศึกษำเพิ่มเติมได้ทนั ทีSearch Engine แต่ละ แห่งมีวธิ ี กำรและกำรจัดเก็บฐำนข้อมูลที่แตกต่ำงกันไปตำมประเภทของ Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์ นำมำใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ดังนั้นกำรที่จะเข้ำไปหำข้อโดยวิธีกำร Search นั้น อย่ำงน้อยเรำจะต้องทรำบว่ำ เว็บไซต์ที่จะเข้ำไปใช้บริ กำร ใช้วธิ ีกำรหรื อ ประเภทของ Search Engine อะไร เนื่ องจำกแต่ละประเภทมี ควำมละเอียดในกำรจัดเก็บข้อมูลต่ำงกันไ 5. การแลกเปลีย่ นข่ าวสารและความคิดเห็น (Usenet) เป็ นกำรบริ กำรแลกเปลี่ยนข่ำวสำรและแสดง ควำมคิดเห็นที่ผใู ้ ช้บริ กำรอินเทอร์ เน็ตทัว่ โลก แสดงควำมคิดเห็นของตน โดยกลุ่มข่ำวหรื อนิวกรุ๊ ป (Newgroup)แลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นกัน


8

Usenet มำจำกคำว่ำ "User's Network" คือ ระบบนิวส์กรุ๊ ป (newsgroup) หนึ่ง ที่มีส่วนให้อภิปรำยมำกกว่ำ 14,000 หัวข้อ เปรี ยบเสมือนบอร์ ดข่ำวสำรบนอินเตอร์ เน็ต ที่ผใู ้ ช้ทวั่ โลกสำมำรถนำวำรสำร หรื อควำม คิดเห็นของตนเองมำใส่ ไว้ เพื่อให้ผอู ้ ื่นได้อ่ำน โดย Usenet จะมีกลุ่มสนทนำและเปลี่ยนข้อมูลในหัวข้อต่ำง ๆ ที่เรี ยกว่ำ กลุ่มข่ำว หรื อ นิ วส์กรุ๊ ป (Newsgroup) และเพื่อสะดวกในกำรใช้งำนของผูใ้ ช้ usenet จึงทำกำร แบ่งหมวดหมู่ โดยใช้ชื่อของกลุ่มข่ำว เพื่อสื่ อควำมหมำย เช่น comp เป็ นประเภทกลุ่มข่ำวคอมพิวเตอร์ , misc เป็ นประเภทกลุ่มข่ำวสัพเพเหระทัว่ ไป ที่จดั กลุ่มไม่ได้ เป็ นต้น 6. การสื่ อสารด้ วยข้ อความ (Chat,IRC-Internet Relay chat) เป็ นกำรพูดคุย โดยพิมพ์ขอ้ ควำม ตอบกัน ซึ่ งเป็ นวิธีกำรสื่ อสำรที่ได้รับควำมนิยมมำกอีกวิธีหนึ่ง กำรสนทนำกันผ่ำนอินเทอร์ เน็ต เปรี ยบเสมือนเรำนัง่ อยูใ่ นห้องสนทนำเดียวกัน แม้จะอยูค่ นละประเทศหรื อคนละซี กโลกก็ตำม แชท (Chat) คือกำรพูดคุยออนไลน์ผำ่ นอินเทอร์ เน็ต โดยอำจใช้โปรแกรมแตกต่ำงกันไปค่ะ เช่น MSN, Google talk, Yahoo Messenger, Skype Chat Room (ห้องสนทนำ) คือ กำรสนทนำออนไลน์อีกประเภทหนึ่ง ที่มีกำรส่ งข้อควำมถึงกัน โต้ตอบ กันได้อย่ำงรวดเร็ วแม้ไม่ได้อยูใ่ นสถำนที่เดียวกัน แลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นกันได้ในทันที ไม่จำกัดอำยุและ เพศ ซึ่งกำรเข้ำไปสนทนำเรำจำเป็ นต้องเข้ำไปในเว็บไซต์ที่ให้บริ กำรห้องสนทนำ เช่น www.sanook.com, www.pantip.com เรำสำมำรถแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นกับเพื่อนได้ ไม่วำ่ จะเพื่อ ควำมรู้ หรื อบันเทิง


9

7. การซื้อขายสิ นค้ าและบริการ (E-Commerce = Electronic Commerce) เป็ นกำรซื้ อ - สิ นค้ำและบริ กำร ผ่ำนอินเทอร์ เน็ต

จำกข้อมูลกำรสำรวจพฤติกรรมกำรใช้อินเตอร์ เน็ตของสำนักงำนสถิติแห่งชำติ พบข้อมูลที่น่ำสนใจว่ำ กิจกรรมที่กำลังได้รับควำมนิ ยมจำกผูใ้ ช้อินเตอร์ เน็ตอย่ำงต่อเนื่องคือ กำรซื้ อสิ นค้ำออนไลน์ ตั้งแต่ปี 2549 2554 มีจำนวนผูใ้ ช้อินเตอร์ เน็ตซื้ อสิ นค้ำและบริ กำรออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็ น 64% แสดงให้เห็นถึงกำรเติบโตขึ้น มำก ด้วยกำรขยำยตัวของอินเตอร์ เน็ตที่เพิ่มมำกขึ้น กำรพัฒนำเว็บไซต์ขำยสิ นค้ำที่มีหลำกหลำยประเภทให้ เลือก ควำมปลอดภัยของกำรชำระเงินออนไลน์ รวมถึงกำรที่ผบู ้ ริ โภคส่ วนใหญ่มกั ใช้เสิ ร์ชเอนจินและโซ เชียลเน็ตเวิร์กต่ำงๆเป็ นช่องทำงในกำรค้นหำสิ นค้ำและบริ กำร สิ่ งที่กล่ำวมำทั้งหมดนั้นเป็ นกำรเปิ ด โอกำสให้ผผู ้ ลิตหรื อพ่อค้ำมีช่องทำงกำรในกำรค้ำขำยที่ท้ งั ง่ำย สะดวก และเข้ำถึงผูบ้ ริ โภคมำกขึ้น


10

8. การให้ ความบันเทิง (Entertain) บนอินเทอร์ เน็ตมีบริ กำรด้ำนควำมบันเทิงหลำยรู ปแบบต่ำงๆ เช่น รำยกำรโทรทัศน์ เกม เพลง รำยกำรวิทยุ เป็ นต้น เรำสำมำรถเลือกใช้บริ กำรเพื่อควำมบันเทิงได้ตลอด 24 ชัว่ โมง

ในอินเทอร์ เน็ตมีบริ กำรด้ำนควำมบันเทิงในรู ปแบบต่ำงๆ เช่น เกมส์ เพลง รำยกำรโทรทัศน์ รำยกำรวิทยุ เป็ นต้น เรำสำมำรถเลือกใช้บริ กำรเพื่อควำมบันเทิงได้ตลอด 24 ชัว่ โมง และจำกแหล่งต่ำงๆ ทัว่ ทุกมุมโลก ทั้งจำกประเทศไทย อเมริ กำ ยุโรป และออสเตรเลีย เป็ นต้น กำรใช้บริ กำรอินเทอร์เน็ตจำเป็ นต้องมีควำมรู้ ภำษำอังกฤษดีพอสมควร เพรำะโลกของอินเทอร์ เน็ต ข้อมูลส่ วนใหญ่จะใช้ภำษำอังกฤษเป็ นหลัก ถ้ำเรำไม่ เก่งภำษำอังกฤษก็ขอให้เตรี ยมพจนำนุกรมไว้ เพื่อค้นคว้ำศัพท์หรื อข้อควำมที่เรำต้องกำรรู ้ควำมหมำย เป็ น กำรฝึ กภำษำอังกฤษไปในตัวด้วย


11

ประโยชน์ ของอินเทอร์ เน็ต ปั จจุบนั อินเทอร์ เน็ต มีควำมสำคัญต่อชี วติ ประจำวันของคนเรำ หลำยๆ ด้ำน ทั้งกำรศึกษำ พำณิ ชย์ ธุ รกรรม วรรณกรรม และอื่นๆ ดังนี้ ด้ านการศึกษา - สามารถใช้ เป็ นแหล่ งค้ นคว้ าหาข้ อมูล ไม่วำ่ จะเป็ นข้อมูลทำงวิชำกำร ข้อมูลด้ำนกำรบันเทิง ด้ำน กำรแพทย์ และอื่นๆ ที่น่ำสนใจ - ระบบเครือข่ ายอินเทอร์ เน็ต จะทำหน้ำที่เสมือนเป็ นห้องสมุดขนำดใหญ่ - นักศึกษาในมหาวิทยาลัย สำมำรถใช้อินเทอร์ เน็ต ติดต่อกับมหำวิทยำลัยอื่น ๆ เพื่อค้นหำข้อมูลที่ กำลังศึกษำอยูไ่ ด้ ทั้งที่ขอ้ มูลที่เป็ น ข้อควำม เสี ยง ภำพเคลื่อนไหวต่ำงๆ เป็ นต้น ด้ านธุรกิจและการพาณิชย์ - ค้ นหาข้ อมูลต่ าง ๆ เพื่อช่วยในกำรตัดสิ นใจทำงธุ รกิจ - สามารถซื้อขายสิ นค้ า ผ่ำนระบบเครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ต - ผู้ใช้ ทเี่ ป็ นบริษัท หรื อองค์กรต่ำง ๆ ก็สำมำรถเปิ ดให้บริ กำร และสนับสนุนลูกค้ำของตน ผ่ำนระบบ เครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ตได้ เช่น กำรให้คำแนะนำ สอบถำมปั ญหำต่ำง ๆ ให้แก่ลูกค้ำ แจกจ่ำยตัวโปรแกรม ทดลองใช้ (Shareware) หรื อโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็ นต้น ด้ านการบันเทิง - การพักผ่อนหย่อนใจ นันทนากำร เช่น กำรค้นหำวำรสำรต่ำง ๆ ผ่ำนระบบเครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ต ที่ เรี ยกว่ำ Magazine online รวมทั้งหนังสื อพิมพ์และข่ำวสำรอื่นๆ โดยมีภำพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์ เหมือนกับวำรสำร ตำมร้ำนหนังสื อทัว่ ๆ ไป - สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครือข่ ายอินเทอร์ เน็ตได้ - สามารถฟังดูโทรทัศน์ ผ่านระบบเครือข่ ายอินเทอร์ เน็ตได้ - สามารถดึงข้ อมูล (Download) ภำพยนตร์ ตวั อย่ำงทั้งภำพยนตร์ ใหม่ และเก่ำ มำดูได้


12

โทษของอินเตอร์ เน็ต โทษเฉพาะที่เป็ นภัยต่อเด็ก 1. กำรแพร่ สื่อลำมก มีท้ งั ที่เผยแพร่ ภำพลำมกอนำจำร ภำพกำรสมสู่ ภำพตัดต่อลำมก 2. กำรล่อลวง โดยปล่อยให้เด็กและเยำวชนเข้ำไปพูดคุยกันใน Chat จนเกิดกำรล่อลวงนัดหมำยไป ข่มขืนหรื อทำในสิ่ งที่เลวร้ำย 3. กำรค้ำประเวณี มีกำรโฆษณำเพื่อขำยบริ กำร รวมทั้งชักชวนให้เข้ำมำสมัครขำยบริ กำร 4. กำรขำยสิ นค้ำอันตรำย มีต้ งั แต่ยำสลบยำปลุกเซ็กซ์ ปื น เครื่ องช็อตไฟฟ้ ำ 5. กำรเผยแพร่ กำรทำระเบิด โดยอธิ บำยขั้นตอนกำรทำอย่ำงละเอียด 6. กำรพนัน มีให้เข้ำไปเล่นได้ในหลำยรู ปแบบ 7. กำรเล่นเกม มีท้ งั เกมที่รุนแรงไล่ฆ่ำฟันและเกมละเมิดทำงเพศ

อนาจารผิดศีลธรรม(Pornography/Indecent Content) เรื่ องของข้อมูลต่ำงๆที่มีเนื้ อหำไปในทำงขัดต่อศีลธรรม ลำมกอนำจำร หรื อรวมถึงภำพโป๊ เปลือย ต่ำงๆนั้นเป็ น เรื่ องที่มีมำนำนพอสมควรแล้วบนโลกอินเทอร์ เน็ต แต่ไม่โจ่งแจ้งเนื่ องจำกสมัยก่อน เป็ นยุคที่ WWW ยังไม่พฒั นำ มำกนักทำให้ไม่มีภำพออกมำ แต่ในปั จจุบนั ภำยเหล่ำนี้ เป็ นที่โจ่งแจ้ง บนอินเทอร์ เน็ตและสิ่ งเหล่ำนี้สำมำรถเข้ำสู่ เด็ก และเยำวชนได้ง่ำยโดยผูป้ กครองไม่สำมำรถที่จะ ให้ควำมดูแลได้เต็มที่ เพรำะว่ำอินเทอร์ เน็ตนั้นเป็ นโลกที่ไร้พรมแดนและเปิ ดกว้ำงทำให้สื่อเหล่ำนี้ สำมรถเผยแพร่ ไปได้รวดเร็ วจนเรำ ไม่สำมำรถจับกุมหรื อเอำผิดผูท้ ี่ทำสิ่ งเหล่ำนี้ข้ ึนมำได้

ไวรัสม้ าโทรจัน หนอนอินเตอร์ เน็ต และระเบิดเวลา ไวรัสม้ าโทรจัน : เป็ นโปรแกรมอิสระ ซึ่ งจะสื บพันธุ์โดยกำรจำลองตัวเองให้มำกขึ้น เรื่ อยๆ เพื่อที่จะทำลำยข้อมูล หรื ออำจทำให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ทำงำนช้ำลงโดยกำรแอบใช้สอย หน่วยควำมจำหรื อพื้นที่วำ่ งบนดิสก์โดยพลกำร หนอนอินเตอร์ เน็ต : ถูกสร้ำงขึ้นโดย Robert Morris, Jr. จนดังกระฉ่อนไปทัว่ โลก มันคือ โปรแกรมที่จะสื บพันธุ์โดยกำรจำลองตัวเองมำกขึ้นเรื่ อยๆ จำกระบบหนึ่ง ครอบครองทรัพยำกร และทำให้ระบบช้ำลง ระเบิดเวลา : คือรหัสซึ่ งจะทำหน้ำที่เป็ นตัวกระตุน้ รู ปแบบเฉพำะของกำรโจมตีน้ นั ๆ ทำงำนเมื่อสภำพกำรโจมตีน้ นั ๆมำถึง ยกตัวอย่ำงเช่น ระเบิดเวลำจะทำลำยไฟล์ท้ งั หมดในวันที่ 31 กรกฎำคม 2542


13

โรคติดอินเทอเน็ต(Webaholic) อินเตอร์ เน็ตก็เป็ นสิ่ งเสพติดหำกกำรเล่นอินเตอร์ เน็ต ทำให้คุณเสี ยงำน หรื อแม้แต่ทำลำย นักจิตวิทยำชื่อ Kimberly S. Young ได้ศึกษำพฤติกรรม ของผูใ้ ช้อินเตอร์ เน็ตอย่ำงมำกเป็ นจำนวน 496 คน โดยเปรี ยบเทียบ กับบรรทัดฐำน ซึ่ งใช้ในกำรจัดว่ำ ผูใ้ ดเป็ นผูท้ ี่ติดกำรพนัน กำรติดกำรพนันประเภทที่ถอน ตัวไม่ข้ ึน มีลกั ษณะคล้ำยคลึงกับ กำรติดอินเตอร์ เน็ต เพรำะทั้งสองอย่ำง เกี่ยวข้องกับกำรล้มเหลว ในกำร ควบคุมควำมต้องกำรของตนเอง โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำรเคมีใดๆ (อย่ำงสุ รำ หรื อยำเสพติด) คำว่ำ อินเตอร์ เน็ต ในกำรศึกษำวิจยั เรื่ องนี้ หมำยรวมถึง ตัวอินเตอร์เน็ตเอง ระบบออนไลน์ (อย่ำงเช่น AmericaOn-line, Compuserve, Prodigy) หรื อระบบ BBS (Bulletin Board Systems) และกำรศึกษำวิจยั ครั้ง นี้ ได้ระบุวำ่ ผูท้ ี่มีคุณสมบัติดงั ต่อไปนี้ อย่ำงน้อย 4 อย่ำง เป็ นเวลำนำนอย่ำงน้อย 1 ปี ถือได้วำ่ มีอำกำรติด อินเตอร์เน็ต - รู ้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์ เน็ต แม้ในเวลำที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์ เน็ต - มีควำมต้องกำรใช้อินเตอร์ เน็ตเป็ นเวลำนำนขึ้น - ไม่สำมำรถควบคุมกำรใช้อินเตอร์ เน็ตได้ - รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรื อหยุดใช้ - ใช้อินเตอร์เน็ตเป็ นวิธีในกำรหลีกเลี่ยงปัญหำหรื อคิดว่ำกำรใชอินเตอร์ เน็ตทำให้ตนเองรู ้สึกดีข้ ึน - หลอกคนในครอบครัวหรื อเพื่อน เรื่ องกำรใช้อินเตอร์ เน็ตของตัวเอง - กำรใช้อินเตอร์ เน็ตทำให้เกิดกำรเสี่ ยงต่อกำรสู ญเสี ยงำน กำรเรี ยน และควำมสัมพันธ์ยงั ใช้ อินเตอร์ เน็ตถึงแม้วำ่ ต้องเสี ยค่ำใช้จ่ำยมำก - มีอำกำรผิดปกติ อย่ำงเช่น หดหู่ กระวนกระวำยเมื่อเลิกใช้อินเตอร์ เน็ต - ใช้เวลำในกำรใช้อินเตอร์ เน็ตนำนกว่ำที่ตวั เองได้ต้ งั ใจไว้ สำหรับผูใ้ ช้อินเตอร์ เน็ต ที่ไม่เข้ำข่ำยข้ำงต้นเกิน 3 ข้อในช่วงเวลำ 1 ปี ถือว่ำยังเป็ นปกติ จำกกำร ศึกษำวิจยั ผูท้ ี่ใช้อินเตอร์ เน็ตอย่ำงหนัก 496 คน มี 396 คนซึ่งประกอบไปด้วย เพศชำย 157 คน และเพศ หญิง 239 คน เป็ นผูท้ ี่เรี ยกได้วำ่ "ติดอินเตอร์เน็ต" ในขณะที่อีก 100 คนยังนับเป็ นปกติ ประกอบด้วย เพศชำย และเพศหญิง 46 และ 54 คนตำมลำดับ สำหรับผูท้ ี่จดั ว่ำ "ติดอินเตอร์ เน็ต" นั้นได้แสดงลักษณะ อำกำรของกำรติด (คล้ำยกับกำรติดกำรพนัน) และกำรใช้อินเตอร์ เน็ต อย่ำงหนักเหมือนกับ กำรเล่นกำร พนัน ควำมผิดปกติในกำรกินอำหำร หรื อสุ รำเรื้ อรัง มีผล กระทบต่อกำรเรี ยน อำชีพ สภำพทำงสังคม และเศรษฐกิจของคนคนนั้น ถึงแม้วำ่ กำรวิจยั ที่ผำ่ นมำได้แสดงให้เห็นว่ำ กำรติดเทคโนโลยีอย่ำงเช่น กำรติดเล่นเกมส์ ส่ วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเพศชำยแต่ผลลัพธ์ขำ้ งต้น แสดงให้เห็นว่ำ ผูท้ ี่ติดอินเตอร์ เน็ต ส่ วนใหญ่เป็ นเพศหญิง วัยกลำงคนและไม่มีงำนทำ


14

อินเทอร์ เน็ตในโลกอนาคต แนวโน้มกำรใช้อินเตอร์ เน็ตในอนำคตเป็ นที่แน่นอนแล้วว่ำในอนำคต อินเทอร์ เน็ตจะเข้ำมำมีส่วนร่ วมกับชีวติ ประจำวัน ของคนเรำมำกขึ้น และจะช่วยอำนวยควำมสะดวกในกำรทำงำนได้อย่ำงมีประสิ ทธิ ภำพ โดยมีรูปแบบใหม่ ดังนี้ 1. การประยุกต์ ใช้ อนิ เทอร์ เน็ตกับเครื่องใช้ ต่างๆ ในชีวติ ประจาวัน (Internet Device) จนถึงขั้นสำมำรถ ควบคุมรถทั้งคันได้ดว้ ยระบบอินเทอร์ เน็ต

2. มีการประชุ มทาง VoIP กันจนเป็ นเรื่องปกติทวั่ ไป เพรำะน้ ำมันมีรำคำแพง กำรเดินทำงไปประชุมจะ เป็ นเรื่ องที่ไม่คุม้ ค่ำ จนต้องประชุมผ่ำนเครื อข่ำย เนื่องจำกปัจจุบนั อินเทอร์ เน็ตควำมเร็ วสู งรำคำถูกลงมำกแล้ว และสำมำรถติดตั้งตำมบ้ำนที่พกั อำศัยทัว่ ไปได้

3. นักธุรกิจรายย่ อย จะมีการใช้ เว็บไซต์ สาเร็จรู ป (DIY Website) ในกำรประชำสัมพันธ์ธุรกิจให้เป็ นที่ รู้จกั ของคนที่ใช้งำนอินเทอร์ เน็ต เพรำะทำได้ง่ำยและประหยัดค่ำใช้จ่ำย แม้แต่ร้ำนขำยขนมร้ำนเล็กๆ ก็ยงั มี เว็บไซต์ประชำสัมพันธ์ตนเอง


15

4. มีอนิ เทอร์ เน็ตไร้ สาย (Wi-Fi) ให้ บริการทัว่ ไปตามร้ านสะดวกซื้อ อินเทอร์ เน็ตจะมอบอำนำจสื่ อให้แก่ คนทัว่ ไป ทั้งเรื่ องข่ำวสำร วิทยุ โทรทัศน์ จนถึงขั้นที่ขอ้ มูลต่ำงๆ ไม่ได้ตกอยูก่ บั กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งดังในอดีต เห็นได้จำกเว็บไซต์ http://www.myspace.com ที่ทำให้กำรทำเว็บไซต์ทำได้ง่ำยขึ้น สำมำรถใส่ ภำพ ใส่ เพลง และเขียนบันทึกที่เรี ยกว่ำ Blog เพื่อกำรแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นกันได้อย่ำงกว้ำงขวำง และเว็บ http://www.youtube.com ที่ให้คนสำมำรถอัพโหลดไฟล์วีดิโอไปแบ่งปั นกันดูอย่ำงง่ำยดำย แม้แต่อินเทอร์ เน็ต ควำมเร็ ว 56 K ก็สำมำรถดูได้ แต่วำ่ ควำมถูกต้องของสื่ ออำจจะยังเป็ นเรื่ องที่เชื่อถือไม่ได้ท้ งั หมด


16

5. จะมีการละเมิดลิขสิ ทธิ์ผ่านทางอินเทอร์ เน็ตมากยิ่งขึน้ เพรำะสำมำรถแลกเปลี่ยนไฟล์กนั ทำงโปรแกรม สำหรับดำวน์โหลดไฟล์ เช่น โปรแกรม Bitcomet, ABC, Azureus, BitTorrent ฯลฯ ได้ง่ำย

6. อินเทอร์ เน็ตจะกลายเป็ นแหล่งก่ออาชญากรรมแหล่งใหม่ เนื่องจำกคนใช้งำนมำกขึ้น เมื่อเกิดปั ญหำ ใด ๆ ขึ้นก็ตำม จะส่ งผลกระทบในวงกว้ำงและก่อให้เกิดควำมสู ญเสี ยเป็ นมูลค่ำมหำศำลไม่ต่ำงจำกกำรก่ออำชญำ กรรมทำงอื่น


17

อ้ างอิง http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/nakhonsithamrat/nittaya_c/meaow2/page04_2.htm22-01-2556 http://tc.mengrai.ac.th/paisan/e-learning/internet/page24.htm22-01-2556 http://www.lawyerthai.com/articles/it/043.php26-01-2556 http://wise.swu.ac.th/technology001.htm27-01-2556 https://report.thaihotline.org/inform.php?act=ls&dontHeader=127-01-2556 http://www.school.net.th/library/snet1/hardware/ftp/ftp.html02-02-2556


การนำเสนองาน  

การนำเสนองาน

Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you