Page 1

ติดปีกโบยบินสู่ฝัน สร้างสรรค์มวลชน | หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติการประจำ�เดือนตุลาคม 2556

หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ส ย า ม เ พ ร ส ฉ บั บ นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการ เรียนการสอนรูปแบบ Block Learning ภาค วิ ช าหนั ง สื อ พิ ม พ์ แ ละ สิ่งพิมพ์์ มหาวิทยาลัย สยาม

JOURNALISM

สารคดีเรื่องเก่าเล่าใหม่ ถนนเยาวราช 6-7 | เปิดโลกนิยายเพศทางเลือก หน้า 12

คณะน้องใหม่นิเทศฯ ภาคการแสดง ม.สยาม

เสี่ยงถึงตาย“แก้ไอ ผสม แก้ปวด” สารเสพติดใหม่ ทำ�หลอนกดประสาท

สาขาการแสดง มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิต ให้เรา เห็นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังละครเวที และละคร บนจอแก้วโทรทัศน์ u ต่อหน้า 2

ชาวสวนตื่นตัว มะนาวหน้าแล้ง

มะนาว พืชเศรษฐกิจใหม่ที่กำ�ลังมาแรงในขณะนี้ เพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่ เดือนก็สามารถทำ�ให้ชาวสวนกลายเป็นเศรษฐีได้   u ต่อหน้า 2

ย้ อ นเล่ า เรื่ อ งราวในอดี ต  จวบจน ปัจจุบันของถนนเยาวราช รอยอดีตที่ คึกคักจากการค้าขายจวบจนปัจจุบัน ภาพความประทับใจและเรื่องราวอัน หลากหลาย “เบ้ า หลอมแห่ ง วั ฒ นธรรมไทย-จีน” ถนนสายเศรษฐกิจ

คนกรุงผวาภัยร้ายจากภูมิแพ้  

พบคนกรุงเทพฯป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อากาศมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรคภูมิแพ้ เป็นโรคยอดฮิตที่พบมากที่สุดผลมาจากมลภาวะทางอากาศควันท่อไอเสียรถยนต์ ฝุ่นจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าBTSและMRTก่อสร้างตึกอาคารสำ�นักงาน บ้านที่พัก อาศัยก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจอย่างภูมิแพ้อากาศ

u ต่อหน้า 2


2 ข่าวต่อหน้า 1   ท่ามกลางสังคมและสภาพแวดล้อมที่เจริญเติบโต มากขึ้น ยาเสพติดเป็นปัญหาที่หลายๆ ฝ่ายต่างพยายาม จะแก้ไข ด้วยการใช้งานผิดวิธีและเกินขนาด “ยาแก้ไอ” ถือเป็นหนึ่งในยาเสพติดชนิดใหม่ที่แพร่ระบาดในหมู่วัย รุ่นยุคนี้ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556 พญ. วรัญญา เลิศ ไพฑู ร ย์  แพทย์ ป ระจำ � โรงพยาบาลวชิ ร พยาบาล กล่ า ว ว่ า  ปั จ จุ บั น ผู้ ป่ ว ยที่ เข้ า มารั บ การรั ก ษาเกี่ ย วกั บ การใช้ ยาประเภทนี้ มี อ ยู่ บ่ อ ยครั้ ง  ส่ ว นใหญ่ มั ก มี อ าการชั ก เนื่องจากการใช้ยา ทั้งนี้อาจไม่ได้เกิดจากการใช้ยาเพียง ตัวเดียว แต่เกิดจากการนำ�ยาหลายตัวมาผสมกันแล้ว รั บ ประทานเข้ า ไปในปริ ม าณที่ ม าก ทำ � ให้ เ กิ ด อาการ ข้างเคียงของยาเกิดขึ้นมากกว่าปกติ กลุ่มวัยรุ่นมักรับ ประทานยาแก้ไอเพื่อหวังผลจากฤทธิ์ของยา โดยตัวยา จะมี ส่ ว นผสมของ “โคเดอี น ” ซึ่ ง เป็ น อนุ พั น ธ์ ข องสาร เสพติด ถ้าหากรับประทานน้อย ก็จะช่วยบรรเทาอาการ เจ็ บ ปวดหรื อ การไอ แต่ ถ้ า หากรั บ ประทานในปริ ม าณ มาก ก็ จ ะทำ � ให้ เ กิ ด อาการเสพติ ด  จนถึ ง ขึ้ น ทำ � ให้ เ กิ ด อาการชัก ประสาทหลอน อารมณ์แปรปรวน เฉื่อยชา ไม่ กระตือรือร้น จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ขณะนี้ ร้ า นขายยาต่ า งๆ อย่ า ง จรั ญ สนิ ท วงศ์ ห้ ว ยขวาง ประชาสงเคราะห์  อิ น ทามระ พหลโยธิ น บางเขน และรามคำ�แหง พบว่า ร้านขายยาเหล่านี้มีการ จำ�หน่ายยาแก้ไอจริง และเกือบทุกร้านจะมีการจำ�หน่าย ยาแก้เป็นชุดๆ สำ�หรับขายให้กลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ ใน หนึ่ ง ชุ ด ประกอบด้ ว ย ยานํ้ า แก้ ไ อ 1 ขวด และยาเม็ ด จำ � นวนหนึ่ ง  การซื้ อ ขายไม่ ไ ด้ ข ายให้ เ พี ย งแต่ ข อซื้ อ ได้ ง่ายๆ จะต้องเป็นคนรู้จักหรือไม่ก็ลูกค้าประจำ�เท่านั้นที่ จะซื้อได้ สั่งซื้อครั้งละจำ�นวนมาก ๆ จากร้ายขายยา ย่าน จรัญสนิทวงศ์ เพื่อรับประทานเองและนำ�ไปจำ�หน่ายด้วย เหตุที่ซื้อร้านนี้เพราะยามีราคาถูก การซื้อสั่งเป็นลังราคา จะถูกลง โดยยานํ้า 1 ลัง ราคาจะอยู่ที่ 4.800 บาท มี 48 ขวด ส่วนยาเม็ดแผงละ 25 บาท ทำ�มาแบ่งขายราคาชุด ละ 140 บาท ซึ่งมียานํ้า 1 ขวด และยาเม็ดอีก 1 แผง อีก ทั้งระบุว่าจะไม่ขายให้กับคนแปลกหน้าเกิน 2 ชุด ส่วน ลูกค้าประจำ�ซื้อมากเท่าไรก็ซ้ือได้ ข้อมูลนี้ทราบมาจาก แหล่งข่าวคนหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนาม พร้ อ มกั น นี้  นายวราวุ ธ  เสริ ม สิ น สิ ริ  เภสั ช กร ชำ�นาญสำ�นักยา สำ�นักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุขกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วน ของยาแก้ไอและยาทรามาดอลอยู่ในมาตรการในการ จับตามองและควบคุม อย่างเช่น ยาแก้ไอกับตอนนี้ ทาง อย. ก็ได้ใช้มาตรฐานการควบคุมการจำ�หน่ายแก่ร้าน ขายยา โดยร้านขายยาร้านหนึ่งจะสามารถซื้อยาแก้ไป ได้เพียง 300 ขวดต่อเดือนเท่านั้น ไม่สามารถซื้อเกินกว่า นี้ได้ แต่ในทางด้านกฎหมายหากพบว่าฝ่าฝืน จะมีการ ลงโทษไม่หนัก เพราะอยู่ในกลุ่มของยาอันตรายจ่ายโดย เภสัชกร โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ก็จริง แต่ยาพวกนี้ไม่มี สถานภาพเป็นยาเสพติด แต่กลุ่มวัยรุ่น นำ�ไปใช้โดยหวัง ผลอาการข้างเคียงจากการใช้ยา โทษจึงไม่หนักเหมือนยา เสพติดให้โทษ ซึ่ง “ยาแก้ปวดทรามาดอล” จะมีลักษณะ ให้เกิดอาการเคลิ้ม มึนงง เมื่อทานร่วมกับยานํ้าแก้ไอที่มี “แอนตี้ฮอสตาน” (Anithistamine) จะทำ�ให้เกิดอาการ เสริม ฤทธิ์ กั น ของยาทำ �ให้อาการข้างเคียงเพิ่มมากขึ้ น เท่านั้น

u

zนัฐ ชัยสิทธิ์สงวน y

ข่าวต่อหน้า 1   คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการแสดง มหาวิทยาลัย สยาม เป็นสาขาหนึ่งทางด้านการผลิตงานเบื้องหลังการ แสดง เวที ฉาก แสง สีและเสียง รวมไปถึงการออกแบบ เครื่องแต่งกายการแสดงการแต่งหน้าเพื่อการแสดง วิชาที่เปิดสอนมีทั้งหมด 6 วิชาได้แก่ วรรณกรรม การแสดง , Movement หรือ การเคลื่อนไหว , เสียงใน การสื่อสารการแสดง , Acting หรือ การแสดง , ออกแบบ เพื่อการแสดง และ กำ�กับการแสดง วรรณกรรมการแสดง เปิดสอนเกี่ยวกับลักษณะ และความเป็ น มาของวรรณคดี ที่ เ กี่ ย วกั บ การแสดง เฉพาะประเภท ความสัมพันธ์ระหว่างการแสดงกับตัวบท  วรรณกรรม ประเภทบทละคร หรือ บทสำ�หรับใช้เพื่อการ แสดง การเตรียมความพร้อมของร่างกายการเต้น ท่วงท่า ลีลาในการสื่อความหมาย, การออกแบบเพื่อการแสดง  เรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบทัศนศิลป์เพื่อการแสดงอัน ได้แก่ เสื้อผ้า แสงฉากรวมถึงองค์ประกอบต่างๆ ของฉาก และการออกแบบเสียงประกอบการแสดง อันได้ แก่ดนตรี  เพลง รวมถึงเสียงประกอบต่างๆ เสียงในการสื่อสารการ แสดงเรียนรู้เกี่ยวกับเสียงในละครทั้งหมด ได้แก่ เสียงพูด สนทนา เสียงเพลง ดนตรี เสียงประกอบ หรือเสียงจากสิ่ง แวดล้อมอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาโครงเรื่อง และ สาระของเรื่อง เสียงที่นำ�เสนอในละครจะถูกเลือกเพื่อ ให้เกิดการกระตุ้นอารมณ์ และสร้างจินตนาการของคน ดู Acting หรือ การแสดง เรียนรู้เกี่ยวกับหลักการพื้นฐา นที่มีความสำ�คัญทางด้านการแสดงเพื่อให้ผู้เรียนได้มีค วามรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการแสดง รวมไปจนถึงการเตรียมความพร้อมทางการแสดงของ นักแสดงผ่านกระบวนการของแบบฝึกหัด เกม และการ แสดงสด เพื่อสร้างความเชื่อ การรู้จักตนเองและการสร้าง จินตนาการ, กำ�กับการแสดง ศึกษาค้นคว้า และฝึกปฏิบัติ เกี่ยวกับการกำ�กับการแสดงขั้นพื้นฐาน ทฤษฎี แนวคิดใน การกำ�กับการแสดง วิธีการ เทคนิคต่างๆ ปัจจัยและองค์ ประกอบบนเวที รวมทั้งการวิเคราะห์ศึกษาบท เพื่อให้ บรรลุผลในการกำ�กับการแสดง โดยเน้นการกำ�กับละคร แนวสมจริง จากการให้สัมภาษณ์ของนาย ยุรนันท์ ดินดำ� ซึ่ง เป็นนักศึกษาในสาขาวิชาการแสดงของ มหาวิทยาลัย สยาม ให้สัมภาษณ์ว่า สาชาวิชาการแสดงนี้ เพิ่งเปิดการ เรียนการสอนในปีนี้เป็นปีแรก ซึ่งมีนักศึกษาอยู่จำ�นวน 29 คน ก่อนที่จะเข้ามาเรียนคิดว่าเรียนยากแต่พอได้เข้า มาเรียนจริงๆแล้วรู้สึกว่ามันไม่ยากอย่างที่เราคิดไว้ รู้สึก สนุกไปกับการเรียน อาจารย์สอนแบบเป็นกันเองทำ�ให้ เวลาเรียนไม่เครียดมีความสุขในการเรียน สำ�หรับน้องๆนักศึกษาที่สนใจทางด้านการแสดง หรือจะเกี่ยวกับการออกแบบ การเขียนบท ใฝ่ฝันอยากที่ จะทำ�งาน ตั้งแต่เบื้องหน้าและเบื้องหลังการแสดง วงการ บันเทิง สถานีโทรทัศน์ และ ภาพยนตร์ได้ สาขาวิชาการแสดงนี้เมื่อเรียนจบไปแล้วสามารถที่จะนำ� ความรู้เหล่านี้ไปประกอบอาชีพต่างๆได้อย่างมากมาย  อาทิเช่น นักแสดง ศิลปิน ผู้กำ�กับการแสดง ผู้กำ�กับละคร เวที ผู้อำ�นวยการผลิต โปรดิวเซอร นักประพันธ์ คอสตูม  นักเขียนบท นักสร้างสรรค์งานโฆษณา ผู้ออกแบบฉาก และอาชีพอิสระ ฯลฯ

u

zธนพัฒน์ นาคผดุงสุขy

u ข่าวต่อหน้า

1 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2556 สอบถามผู้ที่ประสบ ความสำ�เร็จจากการปลูกมะนาวนอกฤดูท่านหนึ่งคือ คุณ วันชัย ฐิติพันธ์รังสฤต เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวใน อำ�เภอ บ้ า นแพ้ ว  จั ง หวั ด สมุ ท รสาคร เกี่ ย วกั บ ผลผลิ ต และผล ตอบแทนที่ได้รับจากการเก็บผลผลิตมะนาวในช่วงกลาง ปีท่ีผ่านมาพบว่า คุณวันชัย มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก กับผลตอบแทนที่ได้รับ โดยกล่าวว่า “ ผมถือว่าเป็นช่วง เวลาที่สุดๆ จริงๆ ครับ เพราะมะนาวเป็นที่ต้องการของ ตลาดเป็นอย่างมาก และก็ได้ในราคาที่สูงช่วงนั้นเรียก ได้ว่ามีมะนาวอะไร ตลาดก็เอาหมด นับเป็นช่วงเวลาที่ ค่อนข้างเหนื่อยกับการเก็บมะนาวให้เพียงพอต่อต้องการ ของแม่ค้า แต่เม็ดเงินและเห็นผลตอบแทนที่ได้รับ ความ เหนื่ อ ยทั้ ง หมดก็ ห าย ถ้ า เป็ น ไปได้ ก็ อ ยากจะเหนื่ อ ย ตลอดทั้งปี เพราะได้ผลตอบแทนขนาดนี้ถือว่าคุ้มยิ่งกว่า คุ้มครับ เพราะช่วงแล้งที่ผ่านมาค่าตอบแทนที่ได้จากการ เก็บผลมะนาวขายอยู่ที่ประมาณ 250,000 บาท/เดือน  ต่อพื้นที่ 20 ไร่ ทำ�ให้มีเงินเก็บสำ�รองเพียงพอสำ�หรับการ ลงทุนในครั้งต่อไปและสามารถใช้จ่ายได้ตลอดทั้งปี เห็น ผลกำ � ไรชั ด เจน ทำ � ให้ มี ค นรู้ จั ก จำ � นวนไม่ น้ อ ยที่ ม า ขอ คำ�แนะนำ�เกี่ยวกับการปลูก ดูแลต้นมะนาวอย่างไรให้มี ผลผลิตให้เราเก็บได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูแล้ง ผมจึงได้ให้เคล็ดลับในการปลูกมะนาวไป คือ เริ่ม แรกเราจะต้องมีการเตรียมดินให้ร่วนซุยและยกร่องเป็น ร่องลูกฟูก เลือกสายพันธุ์ที่ดี โดยตัวผมเลือกที่จะปลูก มะนาวพันธุ์แป้น เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ออกดอกติดผล ตลอดทั้งปี และที่สำ�คัญคือเป็นที่ต้องการของตลาด และ เทคนิคการผลิตมะนาวฤดูแล้ง คือ ผมจะสะสมอาหาร และสะสมตาดอกด้วยการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 ทาง ดิ น  และทางใบจะฉี ด สะสมอาหารด้ ว ยปุ๋ ย เกล็ ด  สู ต ร  0-52-34 จะฉีดพ่นช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน จนใบ มะนาวเริ่ ม แก่ จั ด  ใบมี สี เข้ ม  ใบกรอบ นั้ น แสดงว่ า ต้ น มะนาวมีความพร้อมที่จะเปิดตาดอก ช่วง 2 เดือนนี้ เรา จะต้องดูต้นมะนาวอย่าให้แตกใบอ่อน เราต้องบังคับให้ แตกใบอ่ อ นพร้ อ มดอกในเดื อ นตุ ล าคมเท่ านั้ น  จากคำ � แนะนำ�ที่ผมได้ให้ไป ก็ทำ�ให้ผู้ที่สนใจติดต่อขอซื้อพันธุ์ ทำ�ให้ผมมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ราคามะนาวในช่วงกลางปีที่ผ่านมา สามารถทำ� รายได้ที่สร้างความพึงพอใจกับเกษตรกรชาวสวนที่ปลูก มะนาวเป็นอย่างมาก เพราะราคามะนาวสูงถึงลูกละ 5 – 10 บาท และเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ถึง ขนาดมีแม่ค้าทั้งรายเล็กและรายใหญ่เข้ามาติดต่อซื้อขาย กันที่สวน นับว่าเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สวนทางกับ เศรษฐกิจในปัจจุบันที่กำ�ลังตกต่ำ�และประสบปัญหาอยู่ ในขณะนี้ ซึ่งความจริงแล้วราคาซื้อ – ขายมะนาว จะเป็น วงจรเช่นนี้มานานแล้ว เพราะมะนาวจะมีราคาแพงสุดใน ช่วงฤดูแล้ง ราคาในช่วงต้นปีที่ผ่านมมะนาวมีราคาแพง ที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว ด้วยเหตุที่มะนาว มีราคาแพงเช่นนี้ได้สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรสนใจที่จะ ปลูกมะนาวกันมากขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ลืมว่าจะทำ�สวน มะนาวให้ได้กำ�ไรสูงสุด จะต้องมีความรู้และเทคนิคใน การผลิตมะนาวนอกฤดูเป็นอย่างดี ด้ ว ยเหตุ ผ ลนี้ เ องจึ ง ทำ � ให้ ม ะนาวกลั บ มาเป็ น ที่ สนใจสำ�หรับเกษตรกรในหลายพื้นที่ อย่างไรก็แล้วแต่ถ้า ขึ้นชื่อว่าเศรษฐกิจแล้ว ย่อมมีขึ้นมีลงอยู่เสมอ

zกานต์ ฐิติพันธ์รังสฤตy


3

บทบรรณาธิการ

“ภู มิ แ พ้ ”  ภั ย เงี ย บที่ ม ากั บ ควั น และฝุ่ น ละออง ปัจจุบันสิ่งปลูกสร้างในกรุงเทพฯ ที่ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าบี ทีเอส (BTS)  เอ็มอาร์ที (MRT) ตึก อาคาร สำ�นักงาน บ้านและคอนโดมีเมียม ต่างล้วน แล้ ว แต่ ส ร้ า งมลภาวะทางอากาศให้ กั บ กรุงเทพฯเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นสาเหตุ หลักที่ทำ�ให้จำ�นวนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เพิ่มสูง ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโรคภูมิแพ้นั้นส่วนใหญ่มักมีอาการ จาม คัด จมูก นํ้ามูกไหล นอกจากนั้นอาจจะมีอาการทางเยื่อบุ ตาอักเสบ ไซนัสอักเสบหรือคออักเสบ กลไกการเกิดโรค  เมื่อร่างกายได้รับสารภูมิแพ้เข้าไปซึ่งจะเข้าไปกระตุ้น ให้ ร่ า งกายทำ � ให้ ร่ า งกายหลั่ ง สารเคมี ห ลายชนิ ด ออก มา สารเหล่านี้ทำ�ให้เกิดอาการคัดจมูก นํ้ามูกไหล ผล ของโรคภูมิแพ้ แม้ว่าโรคนี้จะไม่ทำ�ให้ผู้ป่วยเสียชีวิตแต่ หากเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้แบบรุนแรง อาจจะพบโรคร่วม  เช่น ไซนัสอักเสบ โรคหอบหืด หูชั้นกลางอักเสบ ผิวหนัง อักเสบหรือเกิดอาการช็อกได้ ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับสิ่งเหล่านี้ได้ ควรรู้จัก ป้องกันตนเองให้รอดพ้นจากควันพิษและฝุ่นละออง  ใน ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อช่วยให้ หลีกเลี่ยงหรือป้องกันตนเองจากสิ่งเหล่านี้ได้ วิธีป้องกัน ตนเองเป็นวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำ�ได้ด้วยตนเอง เช่น ใส่ หน้ า กากอนามั ย เวลาที่ ต้ อ งออกจากบ้ า น ก่ อ นทาน อาหารควรล้างมือให้สะอาดก่อน เวลาจับสิ่งของต่างๆ ที่ ใช้ร่วมกันควรล้างมือด้วยแอกฮอล์ล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อโรค การรั ก ษาสุ ข ภาวะของร่ า งกายเป็ น สิ่ ง สำ � คั ญ  ได้แก่ การพักผ่อนที่เพียงพอ การรับประทานอาหารเพื่อ สุขภาพ การออกกำ�ลังกาย การดูแลเรื่องจิตใจ ซึ่งจะช่วย ส่งเสริม สุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์ และจะช่วยป้องกัน ต้านทานมลพิษ สารก่อภูมิแพ้ หรือจุลชีพจากภายนอก  เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำ�งานของร่างกาย ซึ่ง รวมถึงระบบ ภูมิคุ้มกันของเราให้สมบูรณ์พร้อมต่อการ เผชิญของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปัจจุบัน การใช้ชีวิตในปัจจุบันไม่ควรมองข้ามในสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา เพราะภัยร้ายแฝงมาได้กับทุกสิ่งที่อยู่ รอบตัวเราเช่นกัน การป้องกันตัวเองก่อนเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะถ้าเป็นโรคภูมิแพ้แล้วไม่มีทางรักษาให้หายได้ มี แต่การรักษาไปตามอาการเท่านั้น เหมือนที่มีสุภาษิต กล่าวได้ว่า กันไว้ดีกว่าแก้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าโรคภูมิแพ้ดูเหมือนไม่มี อะไรให้วิตกกังวลหรือน่าหวาดกลัว แต่ก็มีผู้ป่วยจำ�นวน หนึ่งที่เป็นโรคภูมิแพ้อย่างรุนแรงจนทำ�ให้เกิดอาการ ช็อคอย่างเฉียบพลัน นั้นก็แสดงให้เห็นว่าเราไม่ควรมอง ข้ามการใส่ใจดูแลสุขภาพ อย่าคิดแค่ว่าร่างกายแข็งแรง จะกลัวอะไร ผ้าปิดปากใส่ไปก็ร้อน เรื่องเล็กน้อย ที่มอง ข้ามไปในวันนี้อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว เมื่อถึงวันนั้นจะมานั่งเสียใจก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

อ่านแปดบรรทัด ตกตะกอนชีวิต ก่ อ นที่ ป ระเทศไทยจะได้ ก ารยอมรั บ ให้ เ ป็ น “เมืองหลวงหนังสือโลกของปี 2013” อย่างภาคภูมิใจ นั้นได้มีการวิเคราะห์และคำ�นึงถึงสถิติการอ่านที่แท้จริง ของคนไทยทั้งประเทศอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามความเป็น จริงกันบ้างหรือเปล่าว่าคนไทยนั้นอ่านหนังสือแค่แปด บรรทัด โดยเฉลี่ยของประชากรทั้งประเทศเป็นค่าเฉลี่ยที่ ตํ่าแสนตํ่ามากๆหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ของเราอย่างประเทศเวียดนามที่อัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 60 เล่ม ต่อปีต่อคนเป็นตัวเลขที่มากกว่าอัตราการอ่านหนังสือ ของคนไทยมากถึง 10 เท่า คนไทยอ่านหนังสือแปดบรรทัดได้กลายมาเป็น บรรทัดฐานของอัตราการอ่านหนังสือของคนไทย ทั้งที่ จริงตามสถิติของสำ�นักงานสถิติแห่งชาตินั้น มีตัวเลขชี้วัด การอ่านหนังสือเฉลี่ยของคนไทยมากกว่า 8 บรรทัด ในปี 2546 คนไทยอ่านหนังสือเพียง 2.59 นาทีต่อวัน โดยอ่าน ทุกๆ วัน มีเพียง 4% เท่านั้น ใน 365 วัน คิดจากเวลาต่อ วัน อ่านมากกว่าแปดบรรทัด ในปี 2548 อัตราการอ่าน โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1.59 ชั่วโมง เฉลี่ยต่อปีต่อคน แปดบรรทั ด  เป็ นการจั ด สำ � รวจเมื่ อ ประมาณ 5 ปี ที่ ผ่ า นมา ในปั จ จุ บั น นี้ ยั ง ไม่ มี ก ารจั ด สำ � รวจตั ว เลขที่ ชัดเจนในเรื่องของการอ่านหนังสือของคนไทยใหม่ ยัง คงยึดติด แปดบรรทัดเป็นมาตรฐานการจัดทำ�โครงการ ต่างๆ เกี่ยวกับการอ่านหนังสือ ทั้งๆ ที่การอ่านหนังสือแค่ แปดบรรทัดเป็นเพียงแค่การอ่านในอดีต แต่ถึงอย่างไร ตามสถิติที่ปรากฏขึ้นผ่านๆ มายังแสดงให้เห็นว่าการอ่าน หนังสือของคนไทยก็ยังมากกว่าแปดบรรทัดและมีแนว โน้มเพิ่มมากขึ้น วัดได้จากตัวเลขการเข้าอ่านเว็บไซต์ที่ ลงงานเขียนของนักเขียน อย่างเว็บไซต์ Dek-D.com Writer มีคนเยี่ยมชมคอมเมนต์และอ่านนิยาย บทความ เรื่องสั้น สารคดี ต่างๆ ในหนึ่งวันเป็นหมื่นๆ คนหรือจะ

วัดการอ่านของคนไทยจากงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ  ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ก็ยังได้ แต่ สิ่ ง หนึ่ ง ที่ ต้ อ งการชี้ ใ ห้ เ ห็ น  คื อ  หากคนไทย อ่านหนังสือแค่แปดบรรทัดจริงๆ ทำ�ไมเราไม่พลิกแปด บรรทั ด ให้ เป็ น โอกาสทางการอ่ านและการเรี ย นรู้ ที่ใ ห้ เกิ ด ประโยชน์ ม ากที่ สุ ด  บางที การอ่ านแค่ แปดบรรทั ด อาจมีคุณค่าให้ได้คิดคำ�นึงถึงสาระประโยชน์ จินตนาการ ได้มากมายก็เป็นได้ เพราะข้อเขียนยิ่งกระชับ คนอ่าน เข้าใจง่าย ก็สามารถนำ�เอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำ�วัน ได้ง่ายดายและเข้าใจได้ลึกซึ้งในความหมายมากกว่าข้อ เขียนยาวๆ แต่ไม่สามารถนำ�กลับไปต่อยอดรังสรรค์ความ คิดของผู้อ่านได้ ข้อเขียนแค่แปดบรรทัดสั้นๆ อาจจะมี คุณค่าให้น่าจดจำ�และนำ�ไปใช้ได้มากกว่าก็เป็นได้ ท้ายที่สุดแล้วการอ่านหนังสือแค่แปดบรรทัดหรือ จะมากกว่าแปดบรรทัด ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าคนไทยไม่ ชอบการอ่ านหนั ง สื อ หรื อ อ่ านหนั ง สื อ ลดน้ อ ยลงอย่ าง ใด แต่ เ ป็ น เพี ย งแค่ ข้ อ สมมติ ฐ านที่ ก ล่ า วขึ้ น มาเท่ า นั้ น  การอ่านหนังสือนั้นไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยว กับเรื่องอะไรหรือจะกี่บรรทัดก็ตามล้วนแต่จะให้เนื้อหา ความรู้ ความบันเทิงและสิ่งดีๆ แก่ผู้อ่านทั้งนั้น เพราะ ฉะนั้ น จงอย่ า คิ ด กั น ไปเองว่ า คนไทยอ่ า นหนั ง สื อ ไปได้ อย่างไรแค่แปดบรรทัดหรือจะโต้เถียงกันไปทำ�ไมว่าอ่าน หนั ง สื อ แบบนี้ ใ ห้ อ ะไรกลั บ มาแก่ ตั ว ของผู้ อ่ า นหนั ง สื อ แต่เราควรหันไปใส่ใจและให้กำ�ลังใจ เพื่อให้พวกเรากลับ มาสนใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น อย่ามัวแต่เพียงมอง มโนภาพแค่ ก ารอ่ า นหนั ง สื อ แค่ แ ปดบรรทั ด หรื อ อ่ า น หนังสือที่เราไม่ได้ให้ความสนใจเพราะกลัวว่าเมื่ออ่าน หนังสือไปแล้วจะได้อะไรกลับมาจากการอ่าน

zจิรศักย์ ฉัตรมงคลนิมิตy

กองบรรณาธิการ อาจารย์ประกิจ อาษา อาจารย์จารุณี วรรณศิริกุล อาจารย์สุธาวัลย์ ธรรมสังวาลย์ อาจารย์กิตติธัช ศรีฟ้า นางสาวอนงค์นาถ สุทธิสุข : บทความยาย้อมผม นางสาวสุนันทา รุ่งรังษี : บทความ นักเรียนนักเลง นางสาวจิรพร ต่วนเวช : ข่าวบันเทิง   นางสาวกาญจนา แช่มช้อย : ข่าวสิ่ง แวดล้อม นาวสาววัชรี ภูรักษา : สารคดีเรื่องเก่าเล่าใหม่ (เยาวราช) นางสาววรัญญา ฟักบาง : ข่าวการศึกษา นางสาวนิภาพร ราชนุวงค์ : บทความสุขภาพ ชาเขียว นางสาว เพ็ญพร พาทรัพย์มา : บทความ นิยายเพศทางเลือก นายศุภโชค เนตสกุณี : สารคดี ขนมเบื้อง นายกานต์ ฐิติพันธ์รังสฤต : ข่าวเศรษฐกิจ ชาวสวนตื่นตัวมะนาวหน้าแลง นายวศิน โยมา : สารคดี ขนมเบื้อง นายธนพัฒน์ นาคผดุงสุข : ข่าวประชาสัมพันธ์มหาวิยาลัย นายเปรมวศิน ฉินทองประเสริฐ : บทความรอยสักกับค่านิยม นายจิรศักย์ ฉัตรมงคล นิมิต : บทความอ่านหนังสือแปดบรรทัด นายสิทธิพงษ์ ตั้งเทียมพงษ์ : ข่าวกีฬา นัฐ ชัยสิทธิ์สงวน : ข่าวสังคม


4 1 วันที่ 17 กันยายน 56 นายแพทย์ นครัช พฤทธิ์รัตภา โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่าโรคภูมิแพ้อากาศหรือ อาการแพ้อากาศหมายถึงการที่เยื่อบุจมูกอักเสบและ บวมทำ�ให้เกิดอาการ จาม คัดจมูก คันจมูก นํ้ามูกไหล นอกจากนั้นอาจจะมีอาการทางเยื่อบุตาอักเสบ ไซนัส อักเสบ หรือคออักเสบ กลไกการเกิดโรคเมื่อร่างกายได้ รับสารภูมิแพ้เข้าไป ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายทำ�ให้ ร่างกายหลั่งสารเคมีหลายชนิดออกมาสารเหล่านี้ทำ�ให้ เกิดอาการคัดจมูก นํ้ามูกไหล ผลของโรคภูมิแพ้แม้ว่าโรค นี้จะไม่ทำ�ให้ผู้ป่วยเสียชีวิตแต่หากเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ แบบรุนแรงอาจจะพบโรคร่วมเช่น ไซนัสอักเสบ โรคหอบ หืด หูชั้นกลางอักเสบ ผิวหนังอักเสบคนที่เป็นภูมิแพ้จะมี ลักษณะผู้ที่เป็นภูมิแพ้จะมีขอบตาดำ�เนื่องจากการขยาย ของเส้นเลือดรอบดวงตาเนื่องจากจะคันจมูกบ่อย ผู้ป่วย จะขยี้จมูกทำ�ให้เกิดรอยขวางส่วนปลายจมูกเมื่อส่องดูรูจ มูกจะพบว่าเยื่อจมูกบวมสีแดง บางคนอาจจะซีดหรือสี ม่วงคลํ้า ลักษณะนํ้ามูกก็ช่วยบอกโรคได้เช่น หากนํ้ามูก ใสก็น่าจะเป็นภูมิแพ้ หากมีนํ้ามูกข้างเดียวสีเหมือนหนอง ก็น่าจะเป็นไซนัสอักเสบอาจจะมีการอักเสบของหู แก้วหู อาจจะทะลุทำ�ให้ผู้ป่วยได้ยินไม่ชัดเยื่อบุตาอาจจะแดง และบวมเนื่องจากภูมิแพ้ น า ย แ พ ท ย์ น ค รั ช  ยั ง เ ผ ย อี ก ว่ า มี ผู้ ป่ ว ย โ ร ค ภู มิ แ พ้ อ า ก า ศ  เ ข้ า ม า รั บ ก า ร รั ก ษ า เ ป็ น จำ � นวนมาก ตั้ ง แต่ ต้ น ปี ม ามี จำ � นวนผู้ ป่ ว ยเพิ่ ม ขึ้ น อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง เข้ า มารั ก ษาในรู ป แบบเดี ย วกั น การหลี ก เลี่ ย งในสภาวะอากาศปั จ จุ บั น เป็ น ไป ได้ ย ากมากขึ้ น  เนื่ อ งจากการจราจรที่ ติ ด ขั ด  ทำ � ให้ ผู้ ใช้ ร ถใช้ ถ นนต้ อ งสู ด ดมควั น จากท่ อ ไอเสี ย ของรถยนต์ บนถนนสู ด ดมฝุ่ น ละอองจากการก่ อ สร้ า งรถไฟฟ้ า ที่ ทำ � อยู่ ทั่ ว กรุ ง เทพฯ จึ ง ทำ � ให้ เ กิ ด ภาวะ การจราจรที่ ติดขัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได ความเสี่ยงในการได้รับควัน พิ ษ  และฝุ่ น ละอองเพิ่ ม สู ง มากยิ่ ง ขึ้ น  ก่ อ ให้ เ กิ ด แนว โน้มการเพิ่มขึ้นของโรคภูมิแพ้อากาศสูงขึ้นตามลำ�ดับ จากสถิ ติ พ บว่ าประเทศไทยมีจำ�นวนผู้ป่วยโรค ภูมิแพ้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้อากาศ ที่พบในเด็ก และผู้ใหญ่ถึงร้อยละ 20 ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำ�นวน ขึ้ น อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง พบมากที่ สุ ด คื อ ในกรุ ง เทพมหานคร ปั จ จุ บั น นี้ ก รุ ง เ ท พ ฯ  มี ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง รถไฟฟ้าBTSและMRTเพื่อทำ�ให้สะดวกสบายในการเดิน ทางของคนในเมืองหลวงทำ�ให้เกิดตึกอาคารสำ�นักงาน คอนโดมิเนียม บ้านที่พักอาศัยที่อยู่และห้างสรรพสินค้า ที่มีพื้นที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าBTS และMRT รวมถึงควัน จากท่ อ ไอเสี ย รถยนต์ ที่ มี จำ � นวนเพิ่ ม ขึ้ น จากโครงการ รถคั น แรกของรั ฐ บาล จึ ง ทำ � ให้ เ กิ ด การปนเปื้ อ นใน อากาศ มีทั้งฝุ่นละอองและก๊าซไฮโดรคาร์บอนเพิ่มมาก ขึ้ น นี่ คื อ สาเหตุ ห ลั ก ที่ ทำ � ให้ เ กิ ด มลภาวะทางอากาศ ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับสิ่งเหล่านี้ได้ ควรรู้จัก ป้องกันตนเองให้รอดพ้นจากควันพิษและฝุ่นละออง วิธี ป้องกันตนเองแบบง่ายๆ มีหลายวิธี ใช้หน้ากากอนามัย ปิ ด ปากปิ ด จมู ก เวลาเดิ น ทางโดยใช้ ร ถประจำ � ทาง สาธารณะ ล้างมือก่อนทานอาหารเป็นประจำ� กลับถึง บ้านควรรีบอาบนํ้าเพราะฝุ่นละอองติดมากับพวกเสื้อผ้า ด้วย ซักทำ�ความสะอาดหมอน ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มเป็น ประจำ�อย่างน้อยเดือนละ 2-4  ครั้ง และควรตรวจสุขภาพ ประจำ�ปี 1-2ครั้งต่อปี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ภูมิแพ้ทางอากาศ zกาญจนา แช่มช้อยy

u ข่าวต่อหน้า

Love Syndrome รักโง่ๆ เตรียมลงจอฉาย 10 ตุลาคมนี้ ภาพยนตร์เรื่อง รักโง่ๆ Love Syndrome เป็นผล งานการกำ�กับของ พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ ครั้งนี้เป็นการหยิบ เอาเรื่องราวความรักออกมาถ่ายทอดผ่านตัวละครแต่ละ ตัว นำ�แสดงโดย โตโน่ เดอะสตาร์ ภาคิน คำ�วิลัยศักดิ์ ซึ่ง เป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของเขา พร้อมด้วย ยิปซี คี รติ มหาฤกษ์พงศ์ และนักแสดงอีกมากมาย Love Syndrome รักโง่ๆ เตรียมจ่อคิวฉายในวันที่ 10 ตุลาคม 2556 นี้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2556 ผู้กำ�กับภาพยนตร์ นายพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับผลงานหนังเรื่องล่าสุด “Love Syndrome รักโง่ๆ” ที่ มหาวิทยาลัยสยาม อาคาร 19 ชั้น 19 ห้อง แอดิ ทอเรียมนำ�แสดงโดย โตโน่ เดอะสตาร์ ภาคิน คำ�วิลัย ศักดิ์ พร้อมด้วย ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ “รักโง่ๆ Love Syndrome” เป็นเรื่องราวความรักโรแมนติก คอม เมดี้ของคน 4 คู่ 4 วัย ที่ต่างใช้ชีวิตลอยคว้างอยู่ในจักรวาล เดียวกัน แต่แล้ววันนึงความรักก็มาทำ�ให้พวกเขาป่วน มาทำ�ให้พวกเขาป่วยจนชีวิตต้องวายป่วง ประกอบด้วย อาร์ม (โตโน่ ภาคิน คำ�วิลัยศักดิ์) ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นรักแท้ เขาไม่สามารถลืม พลอยพิณ (นํ้าผึ้ง กานต์พิชชา พิชยศ) แฟนเก่าที่รักกันมาตั้งแต่ ม.4 ยัน ปี 4 ได้ แม้เธอจะเล่น หนีเขาไปเมืองนอกเอาดื้อๆ เมื่อเขาขอเธอแต่งงาน แล้ว วันนึงเธอก็กลับมาเมืองไทย แม้เธอจะดูเหมือนเปลี่ยนไป เป็นคนละคน แต่อาร์มก็เชื่อว่าพลอยยังรักเขาอยู่จนนำ� มาซึ่งเงื่อนไขที่ต้องทดสอบรักแท้ของเขา โจ (ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์) สาวมหาลัยใจ หิน เธอคิดเสมอว่าความรักไม่จำ�เป็นต่อชีวิต แต่อยู่ๆเธอ ดันมาตกหลุมรัก ฟอง (เลโอ โซสเซย์) หนุ่มต่างคณะที่มา จีบรุ่นน้องนางเอกละครของเธอเข้าเต็มเปา สิ่งที่เธอเลือก ทำ�เพื่อแก้ไขปัญหานี้คือ การกระทำ�ซึนเดเระใส่เขาเพื่อ พิสูจน์ว่าเธอไม่ได้รักไม่ได้อะไรกับเขาจริงๆ พริกแกง (มิ้น ธิติรัตน์ โรจน์แสงรัตน์) สาวออฟฟิศขี้เหงา เธอแอบหลง รัก เต็งหนึ่ง (ตั้ม อดุล เจริญรัศมีเกียรติ) หนุ่มหล่อมีระดับ แม้เพื่อนเก้งของเธอจะเตือนว่าเต็งหนึ่งเป็นเกย์ระดับพรี เมี่ยมที่มาหลอกให้พริกแกงไปขายตรง เธอก็เลือกที่จะไม่ รับรู้และคู่สุดท้าย เปตอง (โก โกเมนทร์ สวนสมัย) หนุ่ม มัธยมสุดเสี่ยว ที่แอบชอบเพื่อนสาวอย่าง อิงลิช (มายด์ วิรพร จิรเวชสุนทรกุล) มาตลอดแต่เธอดันเป็นทอม เมื่อ วันที่อาการแอบรักมันสุดทางเขาเลยประกาศว่าเขานี่ล่ะ

จะเปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ เป็นผู้กำ�กับภาพยนตร์ “Love Syndrome รักโง่ๆ” มีโอกาสเข้ามาร่วมงานกับแกรมมี่ ตั้งแต่ยังเป็นนิสิตคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ เป็นเด็กฝึกงาน ทำ�รายการเพลง เรียนไปทำ�งานไป และเมื่อจบก็ทำ�งาน ด้ า นรายการเพลง คอนเสิ ร์ ต ที่ แ กรมมี่  ต่ อ จากนั้ น ก็ ล า ไปศึกษาต่อในหลักสูตรพิเศษในด้าน Film Television and Video จาก UCLA EXTENTION โดยได้รับเงินทุน ช่วยเหลือจากมูลนิธิ ร๊อคกี้เฟลเลอร์ และกลับมาทำ�งาน ที่แกรมมี่อีกครั้งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแกรมมี่ฟิล์ม และ ผลงานการกำ�กับที่สร้างชื่อเสียงให้แก่เขาคือ เรื่อง ไอ้ฟัก 2004 , มะหมา 4 ขา ครับ และมะหมา 2 พั น ธุ์ ธั ม ม์  ให้ สั ม ภาษณ์ ว่ า ที่ คิ ด ทำ � หนั ง เรื่ อ งนี้ ก็ เพราะว่าอยากจะมองย้อนกลับไปสมัยที่เรายังเป็นวัยรุ่น เรามักจะทำ�อะไรโง่ๆกับความรักกับคนที่เราตกหลุมรัก โดยไม่คำ�นึงถึงถึงผลลัพธ์ที่จะได้ หนังเรื่องนี้จะไม่เหมือน หนั ง รั ก เรื่ อ งอื่ น ๆ จะมี ค วามตลกดราม่ า เข้ า ด้ ว ยกั น  มี การหักมุมอะไรบางอย่างและเหตุผลที่เลือกนักแสดงนำ� อย่าง โตโน่ ภาคิน คำ�วิลัยศักดิ์ และ ยิปซี คีรติ มหา ฤกษ์พงศ์ มาแสดงนำ�ก็เพราะ โตโน่ มีความตลก ทะเล้น และสามารถเล่นดราม่าได้อีกด้วย ซึ่งตรงกับคาแรคเตอร์ ในเรื่อง ส่วนยิปซีที่เลือกมาเล่นก็เพราะยิปซีเป็นสาวที่ สามารถเล่นบทห้าวๆ ได้ดี แล้วก็เล่นดราม่าได้ดีอีกด้วย จึงตัดสินใจเอาสองนักแสดงนี้มาแสดงนำ�ในภาพยนตร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของ โตโน่ ภาคิน นอกจากจะเป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์ เรื่องแรกแล้ว โตโน่ยังร่วมทำ�เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ มีชื่อว่า L-O-V-E ถ้าคุณเป็นอีกคนที่เคยโง่เพราะความรักหนังไม่รัก เรื่องนี้จะทำ�ให้คุณหลงรักจนหมดใจติดตามผลงานการ กำ �กั บ ของ พั น ธุ์ ธั ม ม์  ทองสั ง ข์  และที ม งานนั ก แสดงใน ภาพยนตร์เรื่อง Love Syndrome รักโง่ๆ ได้ในวันที่ 10 ตุลาคม 2556 นี้ทุกโรงภาพยนตร์และติดตามความ เคลื่ อ นไหวได้ ท างwww.facebook.com/lovesyndromemovie

zจิรพร ต่วนเวชy


5

“อันตรายจากยาย้อมผม”

ช็อค! เด็กไทยไม่ใส่ใจ พึ่งสมาร์ทโฟนเรียนหนังสือ ปัจจุบันโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเปรียบเสมือนเป็น ปัจจัย 5 นักศึกษาสมัยนี้ส่วนใหญ่จะมีโทรศัพท์สมาร์ท โฟนเกือบทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เป็ น เทคโนโลยี สื่ อ สารพั ฒ นา ถ่ า ยรู ป  ถ่ า ยวิ ดี โ อและ อัพเดทเข้าสู่บนโลกออนไลน์ ได้อย่างรวดเร็ว เหมือนโลก ไร้พรมแดน ก้าวหน้าทันสมัย ตอบสนองความต้องการ ของนักศึกษา ซึ่งสมัยนี้จะพบเห็นนักศึกษาได้ใช้โทรศัพท์ สมาร์ทโฟนโดยถ่ายรูปเนื้อหาบนกระดานหรือเนื้อหา ส่วนที่อาจารย์สั่งการบ้าน รายงาน ขณะที่กำ�ลังเรียนอยู่ ในคาบเรียน แต่การกระทำ�นักศึกษาส่วนใหญ่ยังมองว่า เป็นข้อดี รวดเร็ว และไม่มองถึงกระบวนการพัฒนาการ กลไกของการรับรู้ ผ่านตา จดจำ� ว่าส่งผลเสียยังไงกับตัว เราเอง นายทศพร แย้มโภคา นักศึกษาคณะเทคโนโลยี สารสนเทศ มหาวิทยาลัยสยาม ให้สัมภาษณ์ การที่เอา โทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปเวลาอาจารย์สั่งงาน หรือสั่งการบ้านเพราะมันรวดเร็วดี ไม่ต้องจดให้เมื่อย แต่ ความคิดและการทำ�แบบนี้เป็นเฉพาะช่วงที่อาจารย์สั่ง งาน ส่วนเวลาอาจารย์สอน เนื้อหาที่เรียนใช้จดบ้าง แต่ ถ้าวิชาไหนเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง อาจารย์สอนไม่ค่อยเข้าใจ จะถ่ า ยรู ป  แต่ ผ มรู้ ก ารที่ ถ่ า ยรู ป เนื้ อ หาเรี ย น เนื้ อ หาที่ อาจารย์สั่งการบ้าน ทำ�ให้ไม่สามารถจำ�ได้ คือ ต้องจดไป อ่านไป และทราบว่ามันส่งผลกระทบต่อนักศึกษา กระทำ� แบบหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปเนื้อหาเรียน หรือการบ้านที่อาจารย์สั่งเป็นแค่สิ่งที่ทำ�ได้แค่ว่ารับรู้ ไม่ ได้จำ� ผมก็มีมาตรการที่จะห้ามการกระทำ�แบบนี้บ้างเป็น บางครั้งบางคราว คือ เก็บโทรศัพท์ไว้ ไม่เอาขึ้นมาเล่นทั้ง คาบที่กำ�ลังเรียน เพิ่มความขยัน ความกระตือรือร้นของ ตัวเอง ทำ�ให้เป็นความเคยชิน ส่วนใหญ่อาจารย์เขาก็จะ ไม่ชอบกันหรอกที่เห็นนักศึกษาไม่จดโน้ต จากการสัมภาษณ์ ภญ. วิริยาพร ศิริกุล อาจารย์ ประจำ�คณะเภสัช มหาวิทยาลัยสยาม อาจารย์ท่านนี้ได้ กล่าวว่า การกระทำ�ที่ได้กล่าวถึง ได้พบเจอบ่อยแถบทุก ครั้งที่เขาสอน จะตำ�หนิ กล่าวตักเตือน การที่ใช้โทรศัพท์ สมาร์ ท โฟนถ่ า ยรู ป เนื้ อ หาที่ เรี ย น หรื อ  การสั่ ง งานบน กระดาษ หรือสไลด์

อาจารย์วิริยาพรยังกล่าวว่า กลไกกระบวนการ การรับรู้ ผ่านตา และจดจำ� คือ อ่านแล้ว เขียน จดโน้ต ทำ�ให้จำ�ได้ดีย่ิงขึ้น สำ�หรับกลไกการรับรู้จะต้อง จดจ่อ มี สมาธิต่อ การพูดของผู้พู คิดตาม และจากนั้นก็จด ทำ�ให้ จำ�ได้ ส่วนกระบวนการผ่านตา ตาดู หูฟัง สำ�หรับกลไก การรับรู้จะต้อง จดจ่อ มีสมาธิต่อ การพูดของผู้พูด คิด ตาม และจากนั้นก็จด ทำ�ให้จำ�ได้ ส่วนกระบวนการผ่าน ตา ตาดู หูฟัง และกระบวนการจำ� เวลาอาจารย์สอน มี เอกสารประกอบการเรี ย น หรื อ  สไลด์  ก็ ค วรอ่ า นและ ทำ�ความเข้าใจ พร้อมยังทำ�ให้เราได้จำ�อีกด้วย คำ�ที่ว่า นักศึกษาปัจจุบันแตกต่างกับอดีตมาก อาจารย์ ไ ด้ คิ ด ว่ า นั ก ศึ ก ษาสมั ย ก่ อ นจะเรี ย น เพราะความอยากรู้ ความอยากเข้าใจ แต่นักศึกษาสมัย นี้จะเรียนเพียงเพราะให้ได้ปริญญา จึงไม่ได้ใส่ใจในราย ละเอียด เลยลืมง่ายกับสิ่งที่เรียน ทำ�ให้มีการใช้อุปกรณ์ เทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องช่วยเอื้ออำ�นวยความสะดวก เพียงเพราะตัดปัญหานิดหน่อย แต่กับส่งผลระยะยาวได้ แต่อาจารย์ก็ยอมรับว่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมีข้อดีถ้าใช้ ให้ถูกต้อง ข้อดี คือ สะดวก สามารถถ่ายรูปสิ่งที่เรียน อัด เสียง อัดคลิป ได้หลากหลาย เก็บรายละเอียดได้ครบทั้ง รูปและเสียง ส่วนข้อเสียคือ ขาดความตั้งใจสิ่งที่อาจารย์ กำ�ลังสอน เพราะเพียงหวังแต่พึ่งสมาร์ทโฟน ขาดทักษะ ทั้งการเขียน การฟัง การเรี ย นหนั ง สื อ ต้ อ งพึ่ ง ตั ว เราเอง ไม่ ใ ช่ พึ่ ง เทคโนโลยีของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ถ้าไม่มีอุปกรณ์สิ่ง เหล่านี้มาเอื้ออำ�นวยความสะดวกแล้ว ตัวเราจะพึ่งตัว เองไม่ ไ ด้ แ ละส่ ง ผลกระทบต่ อ กระบวนการรั บ รู้  ผ่ า น ตา การฟัง การคิด การถาม การเขียนหรือจดบันทึก ใน ขณะที่นักเรียน นักศึกษาได้เรียนหนังสืออยู่ก็ต้องตั้งใจ ฟั ง  อาจารย์ ส อน ฟั ง อาจารย์ บ รรยาย ก็ จ ะเกิ ด การคิ ด ตาม ถ้ามีข้อสงสัยก็ถามเนื้อหาเรียนที่เราไม่เข้าใจ พร้อม จดบั น ทึ ก ทั้ ง เนื้ อ หาเรี ย นและเนื้ อ หาเพิ่ ม เติ ม ที่ เราได้ ถามอาจารย์จะทำ�ให้จำ�เนื้อหาหรือข้อมูลต่างๆ การจด เป็น กระบวนการป้องกันการลืม ฉะนั้นการจดจึงเป็นสิ่ง สำ�คัญในการเรียนหนังสือเพื่อให้เกิดกระบวนการจำ�ได้ มากกว่าการถ่ายรูปแค่รับรู้ชั่วขณะ zวรัญญา ฟักบางy

เรื่ อ งแฟชั่ น กั บ วั ย รุ่ น ในปั จ จุ บั น นั้ น เป็ น ของคู่ กัน โดยเฉพาะแฟชั่นการทำ�สีผมที่ได้รับความนิยมเพิ่ม มากขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น โดยจะสังเกตได้จากการที่วัยรุ่นมี การหาสีผมที่มีสีสันแปลกใหม่รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทำ�สี ผมยี่ห้อต่างๆ ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบไม่ว่าจะเป็นในรูป แบบนํ้าและโฟมที่เห็นผลทันทีหลังการทำ�สีผม อย่างไร ก็ตามแม้ว่าการทำ�สีผมนั้นจะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดี แต่ น้ อ ยคนนั กที่ เลื อ กจะไม่ ศึ กษาให้ ดี ก่อ นเปลี่ ย นสี ผ ม รู้ หรือไม่ว่าสารเคมีในนํ้ายาเปลี่ยนสีผมนั้นสามารถก่อให้้ เกิดโรคมะเร็งหนังศีรษะ โรคภูมิแพ้ หรือแม้แต่โรคผม ร่วงได้ การทำ�สีผมบ่อย ๆ นั้นอาจทำ�ให้เส้นผมที่ผ่าน สารเคมีนั้นไม่แข็งแรงหลุดร่วงได้ง่ายและยังทำ�ให้เกิด อันตรายต่อใบหน้าหรือระคายเคืองต่อหนังศีรษะส่งผล ให้ ผิว หนั ง เป็ น แผลได้ รวมทั้ ง ก่ อ ให้ เกิ ด โรคหนั ง ศี รษะ แห้ ง และที่ สำ � คั ญ อาจทำ � ให้ เ ป็ น โรคมะเร็ ง หนั ง ศี ร ษะ ได้ เนื่องจากในนํ้ายาย้อมผมนั้นประกอบด้วยสารเคมี ที่มีฤทธิ์เป็นกรดและด่าง 5 ตัวหลักๆ ด้วยกัน เช่น สาร ไฮโดรเจนเปอร์ออกไชด์ ซึ่งเป็นสารฟอกสีผมและฆ่าเชื้อ โรค จึงมีฤทธิ์ในการทำ�ลายเส้นผมกัดสีผมและหนังศีรษะ ก่อให้เกิดอาการอักเสบและระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ตลอดจนทำ�ให้เส้นผมแห้งเสีย สารฟีนิลินไดอะมี หรือสี ย้อมผมชนิดถาวรนั้นเป็นสารเคมีอันตรายเมื่อดูดซึมเข้า สู่หนังศีรษะแล้ว อาจทำ�ให้เกิดอาการระคายเคืองและ หากสะสมอยู่ในหนังศรีษะ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งหนัง ศีรษะได้ แอมโมเนีย ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สีย้อมผมติดผมมี ฤทธิ์เป็นกรดและด่างสามารถกัดเส้นผมและหนังศีรษะ เป็นต้นเหตุที่ทำ�ให้ผมเสียและผมร่วงรากผมอ่อนแอลง หรือ สารซิลเวอร์ไนเตรต ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติใน การปกปิดผมขาวโดยตัวสารนี้เมื่ออยู่บนหนังศีรษะจะ ทำ�ปฏิกิริยากับอากาศแล้วเปลี่ยนให้เส้นผมกลายเป็นสี ดำ�ซึ่งสารตัวดังกล่าวมีคุณสมบัติที่ทำ�ให้เกิดการระคาย หากเข้าตาอาจทำ�ให้ตาบอดได้ สารตัวสุดท้ายคือเลดอะ ซีเตดเป็นสารตะกั่วที่ใช้ในครีมปกปิดผมขาว ชนิดที่ไม่ ต้องล้างออกเนื่องจากสารตะกั่วนี้มีคุณสมบัติคล้ายกับ สารตะกั่วที่ผสมในนํ้ามันในอดีต ที่สำ�คัญสารนี้ยังจัดอยู่ ในสารก่อมะเร็งด้วยเช่นกันยาย้อมสีผมที่อยู่ในรูปของ นํ้ากับยาย้อมสีผมที่มีลักษณะเป็นโฟมนั้น สามารถก่อให้ เกิดอันตรายต่อหนังศีรษะได้เท่า ๆ กัน แต่ตัวที่ก่อให้เกิด อันตรายต่อหนังศีรษะน้อยที่สุดนั้นเป็นนํ้ายาย้อมสีผมที่ อยู่ในรูปแบบโฟม เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารเคมี น้อยกว่านํ้ายาย้อมสีผมที่อยู่ในรูปแบบนํ้าและขั้นตอน ในการหมักผมนั้นใช้เวลาน้อยกว่ายาย้อมสีผมรูปแบบ เดิมดังนั้นทำ�ให้เส้นผมผ่านสารเคมีน้อยลงโอกาสเกิด สารตกค้างบนเส้นผมและหนังศีรษะน้อยลงกว่ายาย้อม สีผมที่อยู่ในรูปของนํ้า  การเลื อ กซื้ อ และใช้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ เ ปลี่ ย นสี ผ มข้ อ สำ � คั ญ ควรทดสอบการแพ้ ก่ อ นใช้ ต ามฉลากทุ ก ครั้ ง ปฏิบัติตามคำ�แนะนำ�อย่างเคร่งครัด หากมีความผิดปกติ เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการทดสอบอาการแพ้ ระหว่างการ ย้ อ มสี ห รื อ หลั ง ย้ อ มสี ใ ห้ รี บ ล้ า งออกแล้ ว ไปพบแพทย์ ทันทีและควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากได้รับการอนุญาต จากสำ � นั ก งานคณะกรรมการอาหารสำ � คั ญ ควรดู แ ล เส้นผมไปพร้อมกับการบำ�รุง วิธีนี้จะช่วยให้เส้นผมอยู่คู่ กับหนังศีรษะของเราได้ตลอดไปzอนงค์นาถ สุทธิสุขy


6

สารคดีเรื่องเก่าเล่าใหม่ ถนนเยาวราช

หากลองทอดสายตามองไปบนถนนเยาวราช จะได้กลิ่นอายของวัฒนธรรมไทย-จีน ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จาก วันเวลาอันยาวนาน ที่ผันผ่านและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบข้าง ที่มีผลให้ถนนเยาวราชสายนี้เป็นถนนสาย เศรษฐกิจอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ความกลมกลืนนี้ เราอาจเรียกได้ว่า “เบ้าหล่อหลอมแห่งวัฒนธรรม ไทย-จีน” วิถีชีวิตหรือการดำ�เนินชีวิต ไม่เพียงแต่หมายถึงการใช้ชีวิตจนเกิดเป็นความเคยชิน จนทำ�ให้เราทำ�กิจกรรมนั้นๆ โดยปกติสุข แต่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวไปด้วย ทั้งประเพณี วัฒนธรรม จารีตหรือ บรรทัดฐานของสังคมเหล่านั้น ที่ผสมผสานเข้าไปอยู่ร่วมกับการดำ�เนินชีวิตของผู้คนด้วยเช่นกัน ความวุ่นวายที่คราครํ่าไปด้วยผู้คนที่เข้ามาทำ�การค้า บนถนนสายเศรษฐกิจแห่งนี้ ทำ�ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สำ�คัญ โดยได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์แห่งกรุงเทพมหานคร” จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวใน ประเทศไทย ซึ่งจุดสำ�คัญที่ทำ�ให้ถนนเยาวราชได้รับความนิยมท่องเที่ยว อาจเนื่องมาจากเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนสาย สำ�คัญอีกหลายสายในกรุงเทพมหานคร จุดสำ�คัญอย่าง วงเวียนโอเดียน ถนนเจริญกรุง ซึ่งอยู่ในท้องที่แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของถนนเยาวราชตัดกับถนนทรงสวัสดิ์ (สี่แยกเฉลิมบุรี) ถนนราชวงศ์ (สี่แยก

ภาพบน : เส้นทางสายเยาวราช ถนนเศรษฐกิจที่รุ่งเรื่องในอดีต ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน สร้างวัฒนธรรมไทยจีน ให้เป็นส่วนหนึ่งกับวิถีการดำ�เนินชีวิต ภาพล่าง : การเปลี่ยนของเวลาทำ�ให้ลักษณะทางกายภาพของเยาวราชเปลี่ยนตามไปด้วย สถาปัตยกรรมสร้่างเพื่อ ตอบรับการใช้งานในปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกับอดีตคือ ถนนสายเยาวราชยังคงเป็นถนนสายเศรษฐกิจดั่ง เช่นอดีต

ราชวงศ์) และถนนจักรวรรดิ (สี่แยกวัดตึก) ข้ามคลอง รอบกรุง (สะพานภาณุพันธุ์) เข้าสู่ท้องที่แขวงวังบูรพา ภิรมย์ เขตพระนคร สิ้นสุดที่แยกถนนพีระพงษ์ตัดกับ ถนนมหาไชยและถนนจักรเพชร ยังผลให้เกิดการเดินทาง ติดต่อค้าขายสะดวกกับนักลงทุนทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตลอดระยะทาง 1 กิโลเมตรของถนนเยาวราช หรื อ ที่ ช าวไทยเชื้ อ สายจี น  เรี ย กขานว่ า  ‘ถนนสาย มังกร’ โดยจุดเริ่มต้นของหัวมังกรนั้น จะอยู่ที่ซุ้มประตู เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณวงเวียนโอเดียน ท้อง มังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราชและสิ้นสุดปลายหาง มังกรที่บริเวณปลายสุดของถนน ซึ่งถนนสายนี้ ถูกสร้าง ขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้โดยระยะเวลาในการตัดถนนนานถึง 8 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2434 - พ.ศ. 2443 เพื่อให้เยาวราชกลายเป็นสถานที่ สำ�หรับส่งเสริมการค้าขาย เดิมชื่อ “ถนนยุพราช” ก่อน จะโปรดเกล้าพระราชทานนามใหม่ว่า “ถนนเยาวราช” จวบจนถึงปัจจุบัน หากย้ อ นนึ ก ถึ ง เมื่ อ ครั้ ง อดี ต  ถนนสายนี้ เ ป็ น ที่ ประจักษ์ว่าเป็นถนนสายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานั น ทมหิ ด ล พร้ อ มด้ ว ยสมเด็ จ พระเจ้ า น้ อ งยาเธอ  เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช ในปั จ จุ บั น ) เสด็ จ เยี่ ย มเยี ย นราษฎร ด้วยการพระราชดำ�เนินที่เยาวราช สำ�เพ็ง เนื่องด้วยใน เวลานั้นมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างคนไทยกับ คนไทยเชื้อสายจีนหรือชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านเยาวราช ถึงขึ้นมีการทำ�ร้าย ร่างกายคนไทยที่เข้าไปในบริเวณนี้ อันเนื่องมาจากความ ฮึ ก เหิ ม ในเชื้ อ ชาติ นิ ย ม หลั ง จากการที่ จี น เป็ น หนึ่ ง ใน ชาติมหาอำ�นาจ หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองการ เสด็ จ พระราชดำ � เนิ น เยี่ ย มเยี ย นราษฎรครั้ ง นี้ นั บ เป็ น ประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งที่ต้องจารึกไว้ อันเป็นการสลาย ความขั ด แย้ ง ทั้ ง หมดไปได้  ชาวเยาวราช ซึ่ ง ได้ จั ด ซุ้ ม เฉลิมพระเกียรติถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ใน ครั้งนั้นพระองค์ได้เสด็จเข้าไปเยี่ยมเยียนถึงในบ้านพัก และร้ านค้ าของราษฎรอย่ างใกล้ ชิด  และในเวลาเที่ ย ง  ก็ ไ ด้ ท รงเสวยพระกระยาหารเที่ ย งที่ ช าวเยาวราชจั ด ถวาย ที่สมาคมพ่อค้าไทย-จีน ถนนสาทร เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2489 นับเป็นระยะ เวลาหลายสิบปีล่วงมาแล้ว เบ้ า หล่ อ หลอมของวั ฒ นธรรมไทย-จี น ของ เยาวราชที่ มี ม าช้ า นานทำ � ให้ นั ก ท่ อ งเที่ ย วอยากแวะ เข้ า มาสั ม ผั ส เพราะได้ มี ก ารอ้ า งถึ ง และกล่ า วผ่ า นสื่ อ ต่างๆ อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรม, ละคร โทรทัศน์ หรือภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ อาทิ เยาวราชในพายุ ฝน ละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2538 ทางช่อง 3, เป็น ฉากในภาพยนตร์ไทยเรื่อง เด็กเสเพล ในปี พ.ศ. 2539, อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร ในปี พ.ศ. 2543, เยาวราช ใน ปี พ.ศ. 2546 และ อันธพาล ในปี พ.ศ. 2555 รวมถึง ในภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง The Legend of Speed ใน ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้น ทำ�ให้หลายคนที่ได้ชมสื่อเหล่า นั้น จึงอยากเข้ามาสัมผัสความเป็นเยาวราชที่มีทั้งเรื่อง ราวมากมายและวัฒนธรรมที่หลากหลาย จนกลายเป็น เอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ไปเสียแล้ว โดยอย่างน้อยก็ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจดจำ�ภาพเยาวราชในวันนี้ เพื่อ บอกเล่าเรื่องราวต่อไปในอนาคตให้กับลูกหลานอีกหลาย ชั่วอายุคนได้รู้ถึงความสำ�คัญของถนนเยาวราช ถนนที่ เป็นเบ้าหลอมของวัฒนธรรมไทย-จีน ให้เกิดเป็นความ


7 สัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชน จีนอย่างแน่นเฟ้นจนถึงทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของจุดเปลี่ยนทุกสิ่งบนโลกนี้ มักเกิด ขึ้นพร้อมๆ กับความเสื่อมสลาย ไม่ว่าจะเป็นการสลาย ตามธรรมชาติ  อุ บั ต ติ เ หตุ ห รื อ การกระทำ � ของมนุ ษ ย์ การเปลี่ ย นแปลงของถนนเยาวราชก็ เช่ น เดี ย วกั น กั บ การเสื่อมสลายของยุคสมัยต่างๆ ผลจากอุบัติเหตุเมื่อ ครั้ ง อดี ต ที่ เ กิ ด ไฟไหม้ บ่ อ ยครั้ ง บนถนนสายเศรษฐกิ จ เส้น นี้ ยั ง ผลให้ เกิ ค วามเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาค มากมายและเปลี่ยนไปพร้อมกับยุคสมัยของเวลาที่ล่วง เลยผ่านไป สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากกิจกรรมของชาว บ้ า น ที่ มั ก จะจุ ด ธู ป  เที ย นหอม บู ช าสิ่ ง ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ที่ ต น เคารพ อย่ า งปวงเทพ เทพเจ้ า ทั้ ง หลายที่ เ ป็ น ที่ นั บ ถื อ ของชาวจีน ด้วยเหตุนี้ เยาวราชจึงมักเกิดเหตุการณ์ไฟ ไหม้บ่อยครั้ง ยังผลให้สถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้าง  อาคารบ้ า นเรื อ นต่ า งๆ จำ � เป็ น ต้ อ งเปลี่ ย นจากงานไม้   เป็น อิฐ ปู น แทน สถาปัตยกรรมในสมัยอดีตจากเนื้อไม้ ลวดลายวิ จิ ต รบรรจง งดงาม อ่ อ นช้ อ ยจึ ง ได้ ก ลายมา เป็นลวดลายบนก้อนอิฐก้อนปูนแทนที่ทั้งแข็งแกร่งและ ผสมผสานเอาความงดงามตามแบบฉบับความทนของ อิฐปูนแทน แต่ทั้งนี้ ความงามที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นของ บรรพบุรุษที่สืบทอดมายังลูกหลานก็ยังมีให้พบเห็น แม้ จะเป็นแบบร่วมสมัยมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังคงความเป็น เอกลักษณ์ของชาวจีนไว้อย่างสร้างสรรค์ร่วมกับความ เป็ น เอกลั ก ษณ์ ข องชาวไทยได้ อ ย่ า งกลมกลื น  อาคาร และสถาปัตยกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปบนถนนเยาวราช เต็ ม ไปด้ ว ยเส้ น สี ข องความเชื่ อ และความศรั ท ธาตาม แบบฉบั บ ของชาวจี น ในเรื่ อ งของห้ ว งจุ้ ย และโชคลาภ วาสนา สถาปัตยกรรมของชุมชนแถบนี้เต็มไปด้วยความ เป็นเอกลักษณ์ของลวดลายอันเต็มไปด้วยความหมาย อย่าง ลวดลายหลังเต่า มีความหมายว่า อายุยืน ลวดลาย สายฟ้ า  มี ค วามหมายว่ า  เหตุ แ ห่ ง ความรํ่ า รวยที่ โ ปรย ลงมา ลวดลายขนมเปียกปูน มีความหมายว่าชัยชนะที่ ถาวรหรือเพชรที่เจิดจรัส ลวดลายดอกบัว มีความหมาย ว่า ความบริสุทธิ์และความดี ลวดลายเหล่านี้มักเข้าไป ปรากฏในบ้านเรือน งานมงคลและพิธีกรรมทางความเชื่อ นอกจากลวดลายที่เต็มไปด้วยความหมายมากมายแล้ว นั้ น  สี ก็ เ ปรี ย บเสมื อ นการใช้ ภ าษาอี ก ทางหนึ่ ง  การจะ เลือกใช้สีใดๆ ก็เปรียบเสมือนเป็นการบอกกล่าวความ หมายของสิ่งนั้นๆ ไปด้วย ชาวจีนนิยมใช้สีแดงมาแต่โบ ร่ำ�โบราณและสืบทอดต่อๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน สีแดง จึงเปรียบเหมือนแสงสว่าง ความอบอุ่น พละกำ�ลัง ความ รุ่งโรจน์อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นสิริมงคล อำ�นาจบารมีและ ความกล้าหาญ บนถนนเยาวราชจึงเต็มไปด้วยสีแดง ไม่ ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับตกแต่งหน้าร้าน ค้า ป้ายหรือธงหน้าร้านก็ใช้สีแดงเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น แม้ ว่ า ถนนเยาวราชในอดี ต ได้ ก ลายเป็ น เพี ย ง หมอกควันจางๆ แห่งความทรงจำ� ของผู้คนในย่านนี้และ เป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีตของคนรุ่นหลัง ที่เพียงแต่เข้าไป ศึกษาประวัติของถนนสายนี้เท่านั้น แต่เรื่องราวในอดีต ที่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ภาษา วิถีการดำ�เนินชีวิตของคนไทยและจีน ของแผ่นดิน ไทยยังคงทำ�ให้ชนรุ่นหลังได้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรือง และมั่ ง คั่ ง ของถนนสายนี้  จนมาถึ ง ทุ ก วั น นี้ เ ยาวราชก็ ยั ง เป็ น ถนนอี ก สายหนึ่ ง ในประเทศไทยที่ มี ชื่ อ เสี ย งใน เรื่องการค้าทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและ ชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในประเทศ สร้างรายได้ให้กับ

ประเทศได้ไม่น้อยในแต่ละปี เส้ น ทางสายนี้ ใ นอดี ต และปั จ จุ บั น  ยั ง คงความ เป็นเอกลักษณ์ซึ่งจะมีเพียงที่แห่งนี้เท่านั้น ที่เราจะได้เห็น การผสมผสานของสถาปัตยกรรมไทยและจีน ย่านการ ค้าขายศูนย์รวม เศรษฐกิจของชาวไทยเชื้อสายจีน ภาษา และวั ฒ นธรรม ก่ อ ให้ เ กิ ด ความงามตามแบบฉบั บ อั น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละถิ่นฐานเกิดเป็นรูปแบบ เฉพาะด้านของวัฒนธรรมอันยาวนานและฝังรากลึกลง ไปในจิตวิญญาณของทุกชีวิตบนถนนสายนี้ให้เกิดเป็น สายสัมพันธ์ที่แนบแน่นของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของ ชาวไทยเชื้อสายจีน จนแทบจะไม่สามารถแบ่งแยกซึ่ง ความแตกต่างของผู้คนทั้งสองวัฒนธรรม ไทย- จีน ได้ ความงามยามโพล้เพล้ของเยาวราชไม่เพียงแต่ ประกอบแค่ เ ส้ น ลายและสี สั น เท่ า นั้ น  หากแสงไฟและ ความคึกคักของเหล่านักท่องเที่ยวก็ทำ�ให้บรรยากาศยาม เย็นของที่นี้ไม่เงียบเหงาเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มื่อเวลาใกล้คํ่ามาเยือน ร้านค้ามากมายเปิดให้บริการ ตั้งแต่รุ่งเช้ายันดึก เพื่อเชิญชวนเหล่านักชิมจากทุกที่เข้า มาลิ้มรสชาติอาหารทั้งไทย-จีน แสงไฟตามรายทางส่อง กระทบสิ่งก่อสร้างที่เบียดเสียดยัดเยียดกันผุดขึ้นบนถนน สายนี้ ผุดขึ้นเพื่อแข่งขันกับความเจริญของโลกสังคมที่ นั บ วั น ยิ่ ง มี ค วามสลั บ ซั บ ซ้ อ นมากยิ่ ง ขึ้ น  มองดู ตึ ก ราม บ้านช่องเทียบกับการดำ�เนินชีวิตของมนุษย์ว่าสิ่งใดกัน หนอที่มีพัฒนาการรวดเร็วกว่ากันระหว่างก้อนอิฐก้อน ปูนหรือก้อนเนื้อในใจของมนุษย์เรา คำ�ตอบอยู่ภายในใจ ของมนุษย์ทุกคน หากแต่เราจะมองเห็นแท้จริงประการ ใดก็ล้วนเป็นเรื่องของทัศนคติของแต่ละบุคคล เราพัฒนา สิ่งก่อสร้างผ่านสมองอันชาญฉลาดที่นับวันจะเพิ่มการ พัฒนาอย่างก้าวลํ้า แต่การพัฒนาจิตใจของคนจะต้อง อาศัยวันเวลา ประสบการณ์และรากฐานของการเลี้ยงดู ทั้งสองสิ่งนี้พัฒนากันคนละด้านหากแต่ควรจะได้รับการ  

พัฒนาไปพร้อมๆ กันถึงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เมื่ อ เวลาผั น ผ่ า นไป ความทรงจำ � ในยุ ค สมั ย ต่ า งๆ ของเยาวราชก็ จ ะเปลี่ ย นแปลงตามไปด้ ว ย จาก ยุคสมัยหนึ่งไปสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง เมื่อความเจริญและการ พั ฒ นาระบบสาธารณู ป โภค ระบบขนส่ ง  ได้ ถู ก พั ฒ นา และเปลี่ ย นแปลงเพื่ อ รองรั บ ความเจริ ญ ก้ า วหน้ า ของ ประเทศไทยที่กำ�ลังก้าวเข้าสู่โลกเสรีของการค้า นั่นคือ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน ผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้า มาทั้งเพื่อลงทุนทางธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ อีก มากมายสิ่งหนึ่งที่เข้ามาพร้อมกับผู้คนที่หลากหลายเชื้อ ชาติคือ วัฒนธรรม วิถีชีวิตและภาษา ความเจริญรุ่งเรือง มั ก ส่ ง ผลให้ เ กิ ด การเปลี่ ย นแปลงวิ ถี ก ารดำ � เนิ น ชี วิ ต วั ฒ นธรรมอั น เป็ น เอกลั ก ษณ์ ข องที่ แ ห่ ง นั้ น เสมอ การ รักษาและดำ�รงไว้ซึ่งสิ่งเก่าอาจจะกลายเป็นเรื่องยากเย็น เหลือแสน วันเวลาไม่อาจลืมเลือนความเป็นเอกลักษณ์ ของชนชาติ ไ ทยได้ ห ากคนในชาติ ซึ ม ซั บ และระลึ ก รั ก ความเป็นชาติไทยเอาไว้เสมอในห้วงหนึ่งของความรู้สึก นึกคิด ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรม จารีตหรือภาษา ของชาติ สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลา แม้ว่าจะเกิดการพัฒนาไปรวดเร็วก้าวหน้าเพียงใด เพียง เชื่อมต่อความเป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกหลานสืบไป รักษา ความเป็นชาติไทยเอาไว้ให้ยืนยาวตราบนานเท่านาน เยาวราชยังคงเป็นถนนสายเศรษฐกิจ ที่ยังคร่า ครํ่าไปด้วย ผู้คนหลากหลายที่เข้ามาติดต่อค้า ไม่ว่าจะใน อดีตหรือปัจจุบันถนนสายนี้ก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยมนตร์ คลังแห่งอำ�นาจทางการค้าและวัฒนธรรมไทย-จีน ที่เป็น จุดเชื่อมโยงและเป็นเบ้าหล่อหลอมแห่งวัฒนธรรมไปจีน ตราบนานเท่านาน

zวัชรี ภูรักษาy


8

AD & JR คว้าแชมป์ฟุตซอลและแชร์บอล งานกีฬานิเทศฯ สัมพันธ์ 56

ภาคโฆษณา คว้ า แชมป์ ฟุ ต ซอลในการแข่ ง ขั น กีฬานิเทศศาสตร์สัมพันธ์ ประจำ�ปี 2556 ครั้งนี้ด้วยการ เอาชนะ ภาคภาควิทยุ-โทรทัศน์-ภาพยนตร์ ในรอบชิง ชนะเลิศไปได้ด้วยสกอร์ 6-3 ขณะที่การแข่งขันแชร์บอล ในรอบชิงชนะเลิศ ภาคหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ เอาชนะ ภาคสื่อดิจิทัล มีเดีย ขาดลอยด้วยสกอร์ 56-10 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์กีฬา มหาวิทยาลัยสยาม คณะนิเทศศาสตร์ได้จัดการแข่งขัน กีฬานิเทศศาสตร์สัมพันธ์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้กับ ทุกคนในคณะ โดยมีการแข่งขันกีฬา 2 ประเภท ประเภท แรกฟุตซอล สำ�หรับฝ่ายชาย มีทีมจากภาคหนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ (JR) ภาคโฆษณา (AD) ภาคการแสดง (PAC) ภาควิทยุ-โทรทัศน์-ภาพยนตร์ (RTF) และ ภาคสื่อดิจิทัล มีเดีย (DM) เข้าร่วมกับการแข่งขันในครั้งนี้ ส่วนกีฬาประ เภทที่สองแชร์บอล สำ�หรับฝ่ายหญิง มีทีมจากป.โท ภาค หนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์(JR) ภาคโฆษณา (AD) ภาคการ แสดง (PAC) และ ภาคสื่อดิจิทัล มีเดีย (DM)เข้าร่วมกับ การแข่งขันเช่นกัน ผลการแข่งขันกีฬาแชร์บอล รอบแรก ป.โท เสมอ ภาคโฆษณา (AD) 24-24 (ภาคโฆษณาชนะ ลูกโทษ 2-0 ภาคการประชาสัมพันธ์ (PR) แพ้ ภาคหนังสือพิมพ์และ สิ่งพิมพ์(JR) 12-32 รอบรองชนะเลิศ ภาคสื่อดิจิทัลมีเดีย (DM) ชนะ ภาคโฆษณา (AD) 22-14 ภาคหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ (JR) ชนะ ภาคการแสดง (PAC) 30-2 รอบชิงอันดับที่3 ภาคการแสดง (PAC) ชนะ ภาคโฆษณา (AD) 22-8 รอบชิงชนะเลิศ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง ภาคหนังสือพิมพ์และสิ่ง พิมพ์ (JR) กับ ภาคสื่อดิจิทัล (DM) ครึ่ ง แรกในนั ด ชิ ง ชนะเลิ ศ การแข่ ง ขั น แชร์ บ อล นาทีที่ 1-3 รูปเกมสูสีกันมาก พลัดกันทำ�สกอร์อย่างต่อ เนื่องแต้มต่อแต้ม แต่พอเข้าสู่นาทีที่ 4 เป็นต้นมากลับ

เป็นทางฝ่ายภาคหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ (JR) ที่เล่นได้ดี กว่าด้วยการส่งบอลแบบโยนยาวจากหลังมาด้านข้างแล้ว โยนบอลเข้าด้านในให้กองหน้าทำ�ประตู และสามารถทำ� คะแนนทิ้งห่าง ภาคสื่อดิจิทัล มีเดีย (DM) ได้ถึง 24-6 คะแนน และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลัง ภาคสื่อดิจิทัล มีเดียรูปเกมยังไม่ดีขึ้น เล่นไม่เข้าขากัน และส่งบอลผิดพลาดไม่สามารถส่งบอล ไม่ยังกองหน้าได้ และ เมื่อจบสกอร์ก็ยังไม่สามารถทำ�ได้ เนื่องจากติดตัวป้องกันของทางภาคหนังสือพิมพ์และสิ่ง พิมพ์และทำ�เพิ่มได้เพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น ส่วนทาง ฝ่ า ยภาคหนั ง สื อ พิ ม พ์ แ ละสิ่ ง พิ ม พ์  ก็ ยั ง คงเหนื อ ชั้ น อยู่ และสามารถทำ�คะแนนทิ้งห่างภาคสื่อดิจิทัลมีเดีย ไปได้ อีกหลายคะแนนจบเกม ภาคหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ เอาชนะ ภาคสื่อดิจิทัล มีเดีย ไปได้ด้วยสกอร์ 56-10 สำ�หรับ Man Of The Match ได้แก่ เวย์ กองหน้าภาค หนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ ผลการแข่งขันกีฬาฟุตซอล รอบแรก ภาคสื่ อ ดิ จิ ทั ล  มี เ ดี ย  (DM) ชนะ ภาควิ ท ยุ - โทรทั ศ น์ ภาพยนตร์ (RTF) 2-0 ภาคหนั ง สื อ พิ ม พ์ แ ละสิ่ ง พิ ม พ์ ( JR)ชนะภาคการ แสดง(PAC) 7-0 รอบรองชนะเลิศ ภาคหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ (JR) แพ้ ภาคโฆษณา (AD) 1-4 ภาคสื่ อ ดิ จิ ทั ล  มี เ ดี ย  (DM) เสมอ ภาควิ ท ยุ - โทรทั ศ น์ ภาพยนตร์  (RTF) 3-3 ภาควิ ท ยุ - โทรทั ศ น์ - ภาพยนตร์ (RTF) ชนะลูกโทษ 2-1 รอบชิงที่ 3 ภาคหนั ง สื อ พิ ม พ์ แ ละสิ่ ง พิ ม พ (JR) แพ้  ภาคสื่ อ ดิ จิ ทั ล มีเดีย (DM) 2-1 รอบชิงชนะเลิศ เป็ นการโคจรมาพบกั นระหว่ า ง ภาคโฆษณา (AD) กั บ ภาควิทยุ-โทรทัศน์-ภาพยนตร์ (RTF) ครึ่งแรกในนัดชิงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาฟุตซอลภาค โฆษณา (AD) เป็นฝ่ายที่ครองเกมได้อย่างชัดเจน ด้วย

ลักษณะการเล่นที่เน้นการเคาะบอลสั้นแล้วจ่ายบอลตาม ช่องอย่างรวดเร็วทำ�ให้ 5 นาทีแรกของเกม ภาคโฆษณา (AD) ทำ � ประตู  ทิ้ ง ห่ า ง ภาควิ ท ยุ - โทรทั ศ น์ - ภาพยนตร์ (RTF)ไปถึง 3-0 ประตู หลังจากที่ ภาควิทยุ-โทรทัศน์ภาพยนตร์ (RTF) เริ่มตั้งเกมได้ และมาตีไข่แตกได้ใน นาทีที่ 7 ไล่มาเป็น 3-1 ท้ายเกมครึ่งแรก ภาคโฆษณา (AD) มากดสกอร์เพิ่มได้อีก 1 ประตู ก่อนที่จะจบครึ่ง แรกด้วยสกอร์ 4-1 ครึ่งหลังเริ่มมาได้ 4 นาที ภาควิทยุโทรทัศน์-ภาพยนตร์ (RTF) กลับมาเริ่มมีความหวังหลัง จากทีมมาได้สกอร์ตีตื้นเป็น 2-4 นาทีที่14 หลังจาก นั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็เล่นกันได้อย่างสูสี และภาคโฆษณา(AD) ก็ ม าดั บ ความหวั ง ของภาควิ ท ยุ - โทรทั ศ น์ - ภาพยนตร์   (RTF) ด้วยการซัดเพิ่มอีก 2 ประตู ในนาทีที่ 17 และ 18 ทำ�ให้สกอร์หนีห่างออกไปอีก เป็น 6-2 ท้ายเกมภาควิทยุโทรทัศน์-ภาพยนตร์ (RTF) มาได้อีก 1 ประตูปลอบใจใน นาทีที่ 19 จบเกมภาคโฆษณา (AD) เอาชนะ ภาควิทยุโทรทัศน์-ภาพยนตร์(RTF) ไปได้ด้วยสกอร์ 6-3 สำ�หรับ Man Of The Matchได้แก่ผู้เลนหมายเลข 11 ของทาง ฝ่ายภาคโฆษณา(AD) สำ�หรับทางฝ่ายกองเชียร์นั้นปีนี้ ภาคหนังสือพิมพ์ และสิ่ ง พิ ม พ์  (JR) ศึ ก คั ก เป็ น พิ เ ศษ เนื่ อ งจากนั ก ศึ ก ษา จากภาควิชานี้มาร่วมส่งเสียงเชียร์ภาควิชาตนเองอย่าง พร้ อ มเพี ย งกั น  ประกอบด้ ว ยกองเชี ย ร์ ที่ ใ ส่ เ สื้ อ คณะสี ดำ � ปกนํ้ า เงิ น มา เชี ย ร์ ลี ด เดอร์ ที่ น่ า รั ก  ผู้ นำ � เชี ย ร์ อ ย่ า ง อาจารย์สุธาวัลย์ คนตีกลอง และมีการตกแต่งอัฒจรรย์ที่ สวยงาม ส่วนทางฝั่งภาควิชาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาควิชา โฆษณา ภาควิชาประชาสัมพันธ์ ภาควิชาสื่อดิจิทัล ภาค วิชาวิทยุ-โทรทัศน์-ภาพยนตร์ และ ภาควิชาการแสดง ก็ มีนักศึกษามาร่วมงานเช่นกันซึ่งเหตุนี้จากเสียงเชียร์ ส่ง ผลให้กีฬาแชร์บอลหญิงของภาควิชาหนังสือพิมพ์และสิ่ง พิมพ์คว้าชัยชนะไป อาจารย์ ปิ ย ศั ก ดิ์  ชมจั น ทร์  หั ว หน้ า ภาควิ ช า โฆษณา ได้ ใ ห้ สั ม ภาษณ์ ว่ า  กิ จ กรรมเชื่ อ มสั ม พั น ธ์ ข อง คณะเป็นเรื่องที่ดี และอยากให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมใน กิจกรรม ฟุตบอล และปีนี้ก็ได้เพิ่มแชร์บอลมาเพื่อเพศ ทางเลือกให้ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมเช่นเดียวกัน นายอั จ ริ น ทร์  ดวงแจ่ ม ใส นั ก ศึ ก ษาคณะ นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ได้ให้สัมภาษณ์ว่าการ แข่งขันกีฬานิเทศศาสตร์สัมพันธ์ ครั้งเดียวในหนึ่งปีการ ที่มีโอกาสในการเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นฟุตซอล แชร์บอล หรือแม้กระทั่งกองเชียร์ เราจะได้พบมิตรภาพใหม่ ที่นอก เหนือจากการที่เราอยู่แต่ในชั้นเรียน และการรู้จักนํ้าใจ นักกีฬาที่อยู่เหนือคำ�ว่าชัยชนะ สุดท้ายการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภท ใดก็ตาม มันก็คือเครื่องมือที่จะทำ�ให้คนนั้นรู้จักสมัคร สมานสามัคคี ชัยชนะนั้นไม่ได้มีความสำ�คัญไปมากกว่า คำ � ว่ า นํ้ า ใจนั ก กี ฬ า การเล่ น กี ฬ าจะได้ มิ ต รใหม่  ทำ � ให้ ร่างกายแข็งแรงปลอดภัยจากโรคร้าย และดูกีฬานั้นเรา ต้องดูให้เป็นกีฬาดูเพื่อความสนุกสนานหรือไม่ก็ดูเพื่อ การศึกษาหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาประเภทต่างๆ ว่า กีฬาประเภทนั้น มีกฏกติกาและการเล่นอย่างไร ห้ามนำ� กีฬาไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันเป็นอันขาด เพราะการพนัน นั้ น นอกจากที่ จ ะไม่ ทำ � ให้ เรารวยแล้ ว อาจจะทำ � ให้ เรา หมดเนื้อหมดตัวไปเลยก็ได้ zสิทธิพงษ์ ตั้งเทียมพงษ์y


9

ขนมเบื้องไทยโบราณ ขนมหวานที่ต้องลิ้มลอง

หากนึ ก ถึ ง ขนมไทยโบราณที่ เราเคยเห็ น มาจน ชิ น ตารู้ จั ก กั น ตั้ ง แต่ เ ด็ ก เล็ ก ๆ จนโตเป็ น หนุ่ ม เป็ น สาว ด้วยภาพ ควันร้อนๆ ที่ลอยออกมาจากเตา ขณะที่คนทำ� บรรจงสร้างสรรค์ละเลงแป้งลงบนเตาที่ร้อนระอุ หลัง จากแป้งเหลืองหอมราวทองทาเราจึงนำ�ไส้ทั้งหวาน เค็ม ตามความต้องการฉาบลงบนแป้ง ก่อนจะพับครึ่งหนึ่งลง ปิดเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวตามแบบฉบับ “ขนมเบื้อง ไทย” ขนมเบื้ อ งไทยมี ม าแต่ โ บราณ มี ห ลั ก ฐานตาม คำ � บอกเล่ า ของ คุ ณ หลวงหาวั ด  หรื อ  สมเด็ จ พระบรม ราชาธิ ร าชที่  4 ขึ้ น ครองราชย์ เ มื่ อ ปี  พ.ศ. 2301 ว่ า “บ้ า นหม้ อ ปั้ น หม้ อ ข้ า วหม้ อ แกงใหญ่ เ ล็ ก และกระทะ เตาขนมครกขนมเบื้อง” ตามความเป็นจริงขนมเบื้องมี ต้นตำ�รับเดิมมาจากประเทศอินเดีย โดยพวกพราหมณ์ นำ�เข้ามา ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังปรากฏเป็นหลักฐานจาก หนั ง สื อ  “ธรรมบทเสด็ จ ” ว่ า  ขนมเบื้ อ งเกิ ด จากความ ตระหนี่ถี่เหนี่ยวของเศรษฐีที่ชื่อว่า โกศิยะ ที่ไม่ต้องการ ถวายขนมเบื้องชิ้นใหญ่ให้แก่พระพุทธเจ้า แต่ทำ�อย่างไร การละเลงแป้ ง ลงบนเตาก็ ยิ่ ง ฟู ใ หญ่ ขึ้ น  เป็ น เหตุ ใ ห้ ไ ม่ อยากถวายเพราะความตระหนี่ สุดท้ายตนก็หมดความ อยากกิน และยอมถวายขนมเบื้องไป ขนมเบื้องไทยโดย ทั่วไปมี 2 ไส้ คือ ไส้เค็มซึ่งทำ�มาจาก กุ้งสด รากผักชี พริก ไทยดำ�และมะพร้าว นำ�มาโขลกรวมกันจนละเอียด นำ� ทั้งหมดมาผัดรวมกันกับนํ้าและนํ้าตาล และไส้หวานทำ� มาจากฝอยทอง มะพร้าวทึนทึก ลูกเกด ฟักเชื่อม นํ้าตาล ทราย งาขาว ส่วนผสมของไส้หวานมักจะนำ�มาวางเรียง กันเป็นชั้นๆ ความอร่อยของทั้งสองไส้นี้ แยกออกจากกัน ได้ยาก เนื่องจากความหอมมันและรสชาติที่กลมกล่อม แตกต่างกันไปในแต่ละไส้ เราจะมาเล่าถึงไส้หวานเป็น อั น ดั บ แรกเนื่ อ งจากความชอบส่ ว นตั ว  ความอร่ อ ยอยู่ ของไส้หวานตรงที่ความหวานของฝอยทองและความมัน ของมะพร้าวทึนทึก เวลาที่ลิ้มรสทำ�ให้นึกถึงวันที่อากาศ สดใสเต็มไปด้วยแสงอาทิตย์ ในขณะที่ไส้เค็มหรือหน้า กุ้งอีกหนึ่งความนิยมนั้น เป็นความอร่อยที่เกิดจากการ ผสมผสานที่ลงตัว นำ�มาซึ่งความอร่อยยิ่งมีเนื้อมะพร้าว ขูดฝอยเส้นสีขาวนวลตาโรยหน้า ยิ่งเพิ่มความหอมมันให้ กับไส้เค็มยิ่งขึ้น ความอร่อยของขนมเบื้องไทย หากได้ลิ้ม

ลองสักครั้งเป็นต้องหวนกลับมาลิ้มลองซํ้าอีกเป็นครั้งที่ สองกับรสชาติท่ีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของขนมเบื้อง ไทย ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ขนมไทยโบราณที่เป็นที่รู้จักกัน อย่างแพร่หลายในทุกยุคทุกสมัย ขนมเบื้องไทย ขนมเบื้องญวน โดยขนมเบื้องไทย นั้ น จะขายอยู่ ห น้ า หลั ก ๆ ก็ คื อ  หน้ า กุ้ ง และหน้ า หวาน โดยหน้ากุ้งนั้นจะใช้กุ้งแม่นํ้าตัวโตๆ สับอย่างละเอียดมา ผสมกับพริกไทยและผักชีตำ�พร้อมมันกุ้ง นำ�ไปผัดใส่นํ้า ตาล นํ้าปลา หรือเกลือให้มีความหอม ส่วนขนมเบื้องหน้า หวานจะมีส่วนผสมของฟักเชื่อม ฝอยทองและพลับแห้ง  ที่หั่นบางๆ มาผสมเข้ากับครีม ทั้งสองหน้านี้จะนำ�มาป้าย ลงบนแผ่นแป้งบางๆ ที่อยู่บนกระทะสี่เหลี่ยมร้อนๆ แล้ว นำ�กระจ่าแซ่ะขึ้นมาพับครึ่งแล้วนำ�ไปวางแท่นรอลูกค้า มาซื้อ ในส่วนขนมเบื้องญวนนั้น โดยการทำ�เริ่มจาก ตั้ง กระทะกลมๆ ลงบนเตาร้อนๆ แล้วนำ�นํ้ามันทาลงไปใน กระทะอย่ า งบางๆ ตั ก แป้ ง ที่ ผ สมกั บ ไข่ สี เ หลื อ งนวลๆ อ่ อ นๆ เทลงไปในกระทะ แล้ ว ร่ อ นกระทะด้ ว ยความ รวดเร็วเพื่อให้แป้งนั้นติดกระทะและมีความบางเสมอ กั น ต่ อ มาเมื่ อ แป้ ง เริ่ ม สุ ก ให้ ไ ส่ ถั่ วงอกเส้ นขาว หั ว กลม สั้นๆ งอๆ ลงไป ตามด้วยผักกาดหวานสับสีเขียว เต้าหู้ สี ข าวเหลื อ งหั่ น พร้ อ มกั บ กุ้ ง แห้ ง สี ส้ ม ตั ว เล็ ก ๆ ถั่ ว ลิ ส ง ป่น มะพร้าวเส้นขาวๆ ผัด และผักชีซอยสีเขียวลงในแป้ง หลังจากที่ใส่ไส้ครบแล้ว ก็ทำ�การพับแผ่นแป้งให้เป็นรูป สี่เหลี่ยมจัตุรัสเสร็จแล้วเสร็จแล้วนำ�ตักขึ้นไว้บนใบตองสี เขียวรูปสี่เหลี่ยมพร้อมขาย ซึ่ ง ร้ า นขายขนมเบื้ อ งในทุ ก วั นนี้  เริ่ ม ลดน้ อ ยลง

ทำ�ให้แหล่งในการหาซื้อขนมเบื้องลดน้อยลง และด้วย วัฒนธรรมที่เข้ามาจากนานาชาติทำ�ให้มีขนมหวานเข้ามา อย่างหลากหลาย อย่าง โดนัท ลูกกลมๆ ที่ขายอยู่ในร้าน มิสเตอร์โดนัทตามห้างสรรพสินค้า ซาลาเปา ลูกกลมมีจุด สีชมพูอยู่ด้านบนพร้อมใส่ไส้หมูแดง ชิ้นหมูโตๆชวนน่า กิน และครัวซ็อง ที่มีลักษณะเป็นขนมปังแผ่นแป้งบางๆ โค้งๆ สีเหลืองครีม โดยการเข้ามาของขนมหวานเหล่า นี้เป็นเสมือนตัวฉุดความนิยมของการรับประทานขนม เบื้องไทยลดน้อยลงไปอย่างมาก แม้ว่าในปัจจุบันนี้ ขนมเบื้องไทยจะได้รับความ นิยมน้อยลงก็ตามแต่ด้วยคุณค่าและเสน่ห์ของขนมไทย จึงทำ�ให้ใครหลายคนต่างเสาะแสวงหาเพื่อให้ได้ลิ้มลอง รสชาติต้นตำ�รับแบบโบราณ ทั้งๆ ที่เป็นการสวนกระแส ค่านิยมที่เปลี่ยนไปของคนไทย ที่หันไปนิยมชมชอบขนม ต่างประเทศ อันเป็นเรื่องน่าน้อยใจสำ�หรับขนมเบื้องไทย ที่กำ�ลังจะเลือนหายไปตามกาลเวลา ดังนั้น คนไทยรุ่น ใหม่ควรจะหันหลังกลับมามองความเป็นเอกลักษณ์ของ ขนมไทยให้มีคุณค่าสืบต่อไปไม่สูญหายลบเลือนไปจาก สังคมไทย ซึ่งปัจจุบันขนมเบื้องได้พัฒนามีหลากหลายหน้า มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำ�ลูกเย็นสีหลากหลายสี ไม่ ว่าจะเป็นสีแดง สีเขียวและสีส้ม มาวางบนหน้าขนมเบื้อง เพื่ อ ให้ มี ค วามสวยงามน่ า รั บ ประทานมากยิ่ ง ขึ้ น  และ ยังทำ�ผลให้เพิ่มราคาเพิ่มมากยิ่งขึ้น และยังมีการทำ�ใส้ หมูหยองที่โรยเป็นเส้นๆสีนํ้าตาลมีกลิ่นหอมชวนให้อยาก ลิ่มลองน่ารับประทาน แหล่งที่หารับประทานได้ง่ายและมีหน้าของขนม เบื้องให้เลือกหลากหลายให้ได้ลองชิมลิ่มรสตั้งอยู่ห้างมา บุญคลองชั้น 5 เดินขึ้นไปจะได้กลิ่นหอมของขนมเบื้อง เลยทีเดียว ซึ่งถือได้ว่าตรงนี้เป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อของขนมเบื้อง ในปัจจุบัน เพราะเป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง อีก ทั้งยังถือเป็นเรื่องที่ดี การที่มีจุดจำ�หน่ายในแหล่งที่มีนัก ท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาตินั้น ถือได้ว่าเป็นโอกาส ที่จะได้นำ�เสนอขนมเบื้องของหวาน ยอดฮิตของคนไทย ให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลองรสชาติขนมหวานของชาวไทย ถือเป็นเรื่องที่ยากมากที่ชาวต่างชาติจะมีโอกาสไปแวะ เยี่ยมเยียนงานวัดที่ถือเป็นแหล่งที่หารับประทานขนม เบื้องได้ง่ายกว่าในใจกลางเมือง zวศิน โยมาy zศุภโชค เนตสกุนี y


10

รอยสัก คือ อะไร ในสายตาของคนทั่วไปมองว่า รอยสัก คือ ลวดลายที่ถูกสลักลงบนเรือนร่าง เพื่อให้เกิด ลายเส้ น เป็ น งานศิ ล ปะที่ บุ ค คลที่ สั ก นั้ น ชื่ น ชอบ หรื อ ความพึ่งพอใจที่ต้องการให้มีลายเส้นเหล่านั้นอยู่บนเรือน ร่ า งไปตลอดทั้ ง ชี วิ ต  โดยไม่ ส ามารถลบเลื อ นไปได้  แต่ ความหมายจริงๆ ของรอยสักนั้นคืออะไร สามารถแบ่ง แยกออกไปได้หลากหลายประเภท สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจ เกี่ยวกับรอยสักนั้นถูกต้องหรือเปล่า การสัก คือ การเขียนสีหรือลวดลายต่างๆลงบน ร่ า งกาย ซึ่ ง รอยสั ก นั้ น จะคงอยู่ ถ าวร และ การสั ก ของ แต่ ล ะวั ฒ นธรรมก็ มี ค วามหมายเฉพาะตั ว แตกต่ า งกั น ออกไป ในสมัยก่อน การสักเริ่มต้นมาจากกรีก เป็นการ ทำ�สัญลักษณ์ลงบนใบหน้าของทาส หรือ อาชญากร ต่อ มาการสักเริ่มมีแพร่หลายในทวีปยุโรป ต่อมา ประมาณ ค.ศ. 787 การสักบนใบหน้าถือว่าเป็นการลบหลู่พระเจ้า ในญี่ปุ่น การสักเรียกว่า Irezumi ซึ่งมีความหมายว่าการ เติมหมึก คาดว่าเริ่มปรากฏในประมาณศตวรรษที่ 3 ก่อน คริสตกาล ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 8 การสักจะประทับ ตราคนกลุ่มต่างๆ เพื่อแบ่งแยก เช่น เพชฌฆาต สัปเหร่อ อาชญากร จนกระทั่งเริ่มมีการสักแบบ Horibari ที่มักจะ สักลวดลายต่างๆทั่วร่างกาย และเริ่มแพร่หลายในปี ค.ศ. 1750 โดยนิยมมากในหมู่ Eta ซึ่งเป็นกลุ่มคมฐานะชั้นตํ่า ที่สุด ลวดลายต่างๆ มักเป็นจิตรกรรมที่มีชื่อเสียง ตลอด จนเทพเจ้า ตามความเชื่อทางศาสนา และนิทานพื้นบ้าน สำ�หรับในประเทศไทย การสัก คาดว่าจะมาจากขอม โดย เน้นไปที่การสักยันต์เพื่อใช้เป็นเครื่องรางของขลัง สำ�หรับ ทหาร ยามออกศึก และในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการสักอีก แบบ เรียกว่า สักเลก นั้นเป็นการทำ�เครื่องหมายที่ข้อมือ เพื่อแสดงการขึ้นทะเบียนไพร่หลวงที่มีสังกัดกรมกอง แต่ ถูกยกเลิกไปในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนที่หน้าผาก หรือ การสั ก ท้ อ งแขนใช้ กั บ ผู้ ต้ อ งโทษจำ � คุ ก  แต่ ย กเลิ ก ในปี พ.ศ. 2475 รวมทั้งการสักยันต์เป็นเหมือนเครื่องรางของ ขลังตามความเชื่อ ในปั จ จุ บั น  การสั ก นั้ น ได้ มี ก ารแพร่ ห ลายมาก ขึ้น จนกลายเป็นทั้งแฟชั่น รสนิยม ความประทับใจ หรือ สามารถนำ�รอยสักนั้นบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเอง ผ่านลวดลายต่างๆ ซึ่งการสักนั้นก็มีหลากหลายประเภท เช่น แฟนตาซี สไตล์ การสักหลายรูปแบบ เป็นภาพใน จินตนาการ เทพนิยาย, ทริบอล สไตล์ เป็นลวดลาย เช่น เถาวัลย์ ใบไม้ หรือลายกราฟิก, เจแปน สไตล์ มีลวดลายที่ บ่งบอกความเป็นตะวันออก เช่น ปลาคาร์พ มังกร, เวิร์ด สไตล์  มี ตั ว อั ก ษรที่ มี ค วามหมาย หรื อ ไม่ มี ค วามหมาย ก็ได้, อินดี้ สไตล์ ไม่มีแนวทางชัดเจน ขึ้นอยู่กับรสนิยม ส่วนตัว, ยุโรป สไตล เป็นภาพเหมือนลงแสงเงา คล้ายกับ ภาพเหมือนบุคคล, ไกเกอร์ สไตล์ ลวดลายนามธรรม รวมถึงเฉพาะกลุ่มเช่นฮิปฮอป, พังค์ สไตล์ ลายสักไม่เน้น สีสัน ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำ�, ฮาร์ดคอร์ สไตล์ ใกล้เคียงกับ พังค์ สไตล์แต่จะมีความเหมือนจริงมากกว่า และ ยังมี การสักประเภทอื่นๆ อีกหลายประเภท ตามแต่รูปที่ได้ วาดลงไปบนเรือนร่าง หรือ แม้แต่การสักยันต์ก็ถือได้ว่า เป็นการสักอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีต มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ ในปั จ จุ บั น รอยสั ก มี ค วามแตกต่ า งกั น ด้ ว ยยุ ค สมัย เส้น สี การลงเงา ที่มีความสวยงามสมจริงมากยิ่งขึ้น ทำ�ให้ยิ่งได้รับความนิยมมากกว่าในสมัยก่อน โดยการสัก

รอยสักกับค่านิยม

ภาพซ้าย : ช่างสักหญิงที่มีจุดเริ่มจากความชอบ เริ่มจากลายเพียงลายเดียวต่อยอดจนตอนนี้มีลายสักเกือบทั่วทั้งตัว ภาพขวา : เป็นการสักตามความนิยม และ ความชอบ โดยไม่ได้นึกถึงผลกระทบในภายหลัง นั้นมีการพัฒนาไปมาก เครื่องมือที่เป็นที่นิยมที่สุดเป็น เข็ ม ที่ ใช้ ม อเตอร์ ใ นการทำ � ให้ ข ยั บ แทงในผิ ว หนั ง ลึ ก ระหว่ า ง 0.6-22 มิ ล ลิ เ มตร เมื่ อ แทงลงไปหมึ ก จะแพร่ กระจายไปสู่เนื้อเยื่อ ดูดซึมเก็บสะสมไว้ โอกาสที่จะเกิด ปฏิ กิ ริ ย าที่ เ ป็ น เชิ ง ลบจากหมึ ก ที่ ใช้ สั ก มี น้ อ ยมาก โดย ปกติแล้วสิ่งแปลกปลอมจะถูกขจัดจากร่างกายโดยใช้ กลไกป้องกันตามธรรมชาติ แต่อนุภาคของหมึกนั้นใหญ่ เกินกว่าที่จะถูกขจัดออกไปด้วยกลไกนี้ได้ ขณะเดี ย วกั น การสั ก อาจจะก่ อ ให้ เ กิ ด อั น ตราย จากการติดเชื้อโรคชนิดต่างๆ เช่น impetigo, staph infection, cellulitis ตลอดจนปฏิกิริยาจากสีซึ่งสักลงไ ปปัจจุบันใช้สารที่นิยมใช้เป็นสีหลายชนิดมักเป็นโลหะ หนัก เช่น สารปรอท แร่เหล็ก แร่โคบอลด์ สารเหล่านี้ ทำ�ให้เกิดปัญหาบางอย่างโดยเฉพาะสารสีแดง (cinnabar) ของโลหะจะพบได้บ่อยที่สุด ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีการสักกันอย่างแพร่หลาย ทั้ ง ในไทยและต่ า งประเทศ แต่ ก็ ยั ง มี ค นบางกลุ่ ม ที่ มี ทัศนคติในทางลบกับการสักหรือคนที่สัก โดยที่คนเหล่า นี้จะมองคนที่สักว่า เป็นคนก้าวร้าวหรือชอบความรุนแรง เพราะ คนที่สักส่วนใหญ่มักจะเป็นอาชญากรบ้าง นักเลง บ้าง เมื่อมองไปยังอนาคต โอกาสในการทำ�งานมีตัว เลือกน้อยลงเนื่องจากบางองค์กร บริษัท หรือ สถานที่ ราชการ บางแห่ ง  จำ � เป็ น ที่ ต้ อ งรั ก ษาภาพลั ก ษณ์ ข อง องค์กร ทำ�ให้เลือกที่จะปฎิเสธผู้ที่มีรอยสักที่สมารถมอง เห็นได้โดยง่าย แต่ ห ากมองย้ อ นไป คนที่ ไ ม่ สั ก แต่ หั วรุ นแรงก็ มี เยอะ หรื อ  อาจจะเยอะกว่ า ด้ ว ยซ้ำ � ที่ เ ห็ น ได้ ง่ า ยก็ เ ด็ ก ช่างกล หรือ เยาวชนที่ขาดการศึกษาจำ�นวนหนึ่งที่ไม่ได้ สักก็มีเยอะแยะไป แต่บางกลุ่มกลับมองว่าการสักเป็น งานศิลปะ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการสักค่อนข้างสูง ดังนั้นคน ที่สักส่วนมากจึงมักจะอยู่ในวัยทำ�งานซึ่งมีรายได้แล้ว การสักถือได้ว่าเป็นงานศิลปะที่มีความหมาย บาง คนก่อนจะสักจะต้องประดิษฐ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตให้

เป็นงานศิลปะบนผิวหนัง และอยู่กับมัน ให้เป็นความทรง จำ�ของคนๆ นั้นตลอดไป หรือ เพื่อเตือนสติตัวเอง มักเป็น เรื่องที่เกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำ�วัน ที่ผ่านมา ที่ได้ พบเจอ และต้องการถ่ายทอดมันนำ�เสนอเป็นงานศิลปะ บนผิวหนัง บางคนเลือกลายจากความชอบของตัวเอง  เช่น คนที่ชอบและรักในดนตรีก็เลือกลายที่มีความหมาย เกี่ยวกับดนตรี เป็นต้น แม้ ว่ า จะมี ก ลุ่ ม คนที่ ต่ อ ต้ า นและมี อ คติ  แต่ ใ น ทางกลับกันก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ยอมรับว่าการสักเป็น ศิลปะแขนงหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นสิทธิและความชอบส่วน บุคคล ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้สัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ฝากฝั่งตะวันตกที่มีการสักกันอย่างแพร่หลาย และ เปิด เสรี ม ากกว่ า ในประเทศไทย แต่ ทั้ ง ๆที่ ไ ทยเราการสั ก ยันต์ได้รับการยอมรับกันมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ดังนั้น หากมองว่าการสักแฟชั่นเป็นการสักของคนที่ไม่ดี เป็น อาชญากรแล้ว ก็ต้องมองว่าคนที่สักยันต์นั้นเป็นคนที่ไม่ ดีไปด้วยหรือ? ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลมากสำ�หรับโลกใน ปัจจุบันนี้ แม้การสักจะเป็นการเติมเต็มความชื่นชอบ แต่ ลวดลายเหล่านั้นจะต้องติดตัวของเราไปตลอด เพราะ ฉะนั้น การที่จะมีลายสักควรศึกษา และ ไตร่ตรองให้ ดี ก่อนที่จะทำ�การสัก เพราะหากผิดพลาดไปแล้ว อาจจะ ทำ�ให้แก้ไขได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นลวดลายที่สัก ค่าใช้จ่าย  คนรอบข้าง หากการสักที่ได้สักไปแล้วมันออกมาไม่ตรง ใจ ผิดพลาด หรือที่เรียกว่างานพลาด ก็ต้องทำ�ให้ไปสัก ใหม่ ถมทับใหม่ หรือ อาจจะถึงขั้นต้องไปทำ�การลบรอย สัก ซึ่งก่อให้เกิดแผลเป็นไม่ว่าจะกับร่างกายหรือเป็นแผล ต่อจิตใจ และ เราไม่มีวันที่จะได้เนื้อหนังเดิมของเรากลับ คืนมา สุดท้าย การสักไม่ได้เป็นเครื่องหมายที่แสดงให้ เห็นว่าคนนั้นจำ�เป็นที่จะต้องเป็นคนที่ไม่ดีเสมอไป มันขึ้น อยู่กับการกระทำ�ของคนๆ นั้นมากกว่า ว่าเขาเลือกที่จะ เป็นคนประเภทไหน zเปรมวศิน ฉินทองประเสริฐ y


11

“ชา”อีกด้านที่คุณควรรู้

ในปัจจุบันผู้คนเริ่มให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพ มากขึ้น การเลือกอาหารและเครื่องดื่มก็มีความพิถีพิถัน มากขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่ดีจึงได้เลือกเฟ้นสิ่งที่ดี ให้กับตนเอง “ชา” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำ�หรับคนที่รัก สุขภาพอีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ชา เป็ น ผลผลิ ต ทางการเกษตร ทั้ ง จากใบ ยอด อ่อน กิ่งของต้นชา ที่นำ�มาผ่านการแปรรูป เมื่อนำ�มาต้ม หรือชงกับนํ้าร้อนจะได้เครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอมและรสชาติ ที่เป็นเอกลักษณ์อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยม ในการบริโภคเป็นอันดับ 2 รองจากนํ้าเปล่า ชาที่นิยม บริ โ ภคในปั จ จุ บั น  มี ห ลายประเภท มั ก จะจำ � แนกตาม กรรมวิธีการแปรรูป เช่น ชาเขียว, ชาขาว, ชาเหลือง, ชา แดง, ชาอู่หลง และ  ชาหมัก Alyse Levine นักโภชนาการได้ลำ�ดับประโยชน์ ของชาไว้  แต่ ช าในที่ นี้ ห มายถึ ง ชาที่ เ ป็ น ใบชาจากต้ น เท่านั้น ไม่รวมชาที่ได้มาจากดอกไม้ ใบไม้ เปลือกไม้ หรือ รากไม้บางชนิด ที่เรียกว่าHerbal Tea หรือชาสมุนไพร ตามที่นักวิชาการได้ศึกษาและแยกแยะประโยชน์ของชา โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้ ก า ร บำ � รุ ง หั ว ใจ  ใ บ ช า มี ส า ร  p o l y p h e nols ซึ่ ง เป็ น ตั ว ต่ อ ต้ า นและดั ก จั บ ไขมั น  ป้ อ งกั น ไม่ ใ ห้ cholestol รวมตัวกับออกซิเจน และทำ�ร้ายเส้นโลหิต โดยเฉพาะ ชาเขียว ที่ช่วยบำ�รุงเซลล์ที่บุผนังเส้นโลหิต ซึ่งผลที่ได้ตามมาคือลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ อีก ทั้ ง ชายั ง ช่ ว ยป้ อ งกั น โรคมะเร็ ง ได้ ด้ ว ยสาร polyphenols และสาร catechins ช่วยลดการเจริญเติบโตและ การแพร่ขยายมะเร็งบางประเภท ผลการศึกษากับหนูใน ห้องทดลองพบว่าชาเขียวและชาดำ�ลดโอกาสที่จะเป็น เนื้ อ งอกในตั บ  กระเพาะ และ ผิ ว หนั ง  นอกจากนี้ ยั ง มี คุณสมบัติช่วยสกัดกั้นการทำ�งานของเอ็นไซม์สองชนิดใน สมองที่เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม ซึ่งสารประกอบในชาช่วย ต่อต้านกรดที่ทำ�ลายเคลือบฟันช่วยต่อต้านแบคทีเรีย อีก ทั้งยังมีสารฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุอีกด้วย ส่วนของ ผิ ว หนั ง  บริ ษั ท ผู้ ผ ลิ ต เครื่ อ งสำ � อางเริ่ ม ผสมชาเขี ย วกั บ ผลิตภัณฑ์บำ�รุงผิวมากขึ้น จากผลการศึกษาที่ทดลองใช้ ชาเขียวกับผิวหนังในบริเวณที่ถูกแดดเผาพบว่าช่วยลด โอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ถึงแม้ว่าชาจะมีประโยชน์มากมาย แต่ถึงอย่างไร การดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไปส่งผลเสียได้เช่นกัน โดย เฉพาะหญิงมีครรภ์ซึ่งไม่ควรดื่มชาเพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ ในการขับปัสสาวะ โดยขับนํ้าและแคลเซียมออกจากร่าง การ ส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ และ ผู้ป่วยที่เป็น โรคหัวใจ ควรงดดื่มชาเพราะคาเฟอีนในชาจะทำ�ให้หัวใจ ทำ�งานไม่ปกติและหัวใจเต้นเร็วขึ้น สำ�หรับผู้ที่เป็นโรค กระเพาะอาหารอักเสบ จะไปกระตุ้นให้ผนังกระเพาะอา หารหลั่งนํ้าย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมากกว่าปกติ ทำ�ให้ เกิดอาการอักเสบรุนแรงยิ่งกว่าเดิม การดื่มชาในปริมาณ ที่ เข้ ม ข้ น มากๆ จะทำ � ให้ เ กิ ด อาการนอนไม่ ห ลั บ และ อาการท้องผูกได้ อาจมีผลทำ�ให้ลดการดูดซึมวิตามิน B1 และธาตุเหล็กซึ่งเป็นสารอาหารที่จำ�เป็นต่อร่างกาย จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่า “ชา” เครื่องดื่ม ยอดนิยมที่ใครๆ ก็ชื่นชอบจนทำ�ให้เกิดธุรกิจชาพร้อม ดื่มที่บรรจุขวดวางขายกันอย่างแพร่หลายเป็นเครื่องดื่ม ธรรมดาที่มีทั้งคุณและโทษ ดังนั้นดื่มด้วยความพอดี เพื่อ ให้เกิดความสมดุลก็พอ zนิภาพร ราชนุวงค์y

ข่ า วที่ เ ป็ น ปั ญ หาทางสั ง คมที่ เราได้ พ บเห็ น กั น บ่อยๆ ก็คือข่าวนักเรียนยกพวกตีกันหรือใช้อาวุธทำ�ร้าย นักเรียนต่างสถาบันที่ไม่ถูกกันโดยไม่เลือกคนนั้น มีให้ เห็นอยู่บ่อยครั้ง ค่านิยมผิดๆ ที่นักเรียนนักเลงได้ถ่ายทอด จากรุ่นสู่รุ่น ปลูกฝังให้รักสถาบันด้วยวิธีที่ผิดเพี้ยน ของ บรรดาช่างกล-อาชีวะ-นักเรียนขาสั้นเลือดร้อนจำ�นวน หนึ่ง แม้ทางการจะพยายามป้องกันและปราบปรามแต่ก็ ไม่สามารถยุติปัญหาลงได้ “มันคือความเท่ห์” ค่านิยมผิดๆ ที่เด็กส่วนใหญ่ มักเห็นพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่านับถือ น่าสนใจ น่า ลอกเลียนแบบ การใช้ความรุนแรงจึงกลายเป็นทางออกที่ ได้รับความนิยมสำ�หรับวัยรุ่นเพราะความสะใจ ซึ่งถ้าเรา พิจารณาให้ดีก็จะเห็นว่าการใช้ความรุนแรงเป็นทางออก ของคนป่าเถื่อน ด้อยการศึกษา วันที่ 17 มิ.ย. ชาวเฟสบุ๊คได้แชร์คลิปชื่อ น้องชาย เพื่อนโดนฟัน โดยคลิปนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บริเวณ หน้าร้านค้าแห่งหนึ่งมีกลุ่มวัยรุ่น 4-5 คนสวมหมวกกัน น็ อ กรุ ม ทำ � ร้ า ยเด็ ก วั ย รุ่ น อี ก คนหนึ่ ง โดยใช้ ไ ม้ ก ระหนํ่ า ฟาด รวมทั้งทำ�ร้ายร่างกายอีกหลายจุดจนเลือดกระจาย เต็มบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าของคลิปที่ดูกล้องวงจรปิด ได้บรรยายว่า เด็กนักเลงกลุ่มดังกล่าวเข้ามารุมเพื่อที่จะ มายึดแหวนที่เป็นหวนตราสถาบันของโรงเรียนคู่อริ เพื่อ แสดงให้เห็นว่าตนเหนือกว่า นอกจากนี้เจ้าของคลิปยังได้ บรรยายอีกว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังลั่นหลายนัด คาดว่าจะมีการยิงกันมาก่อนด้วย หลังจากเกิดเหตุผู้ก่อ เหตุและพวกได้ขับรถจักรยานยนต์หนีไป ปล่อยให้ผู้ได้รับ บาดเจ็บนอนอยู่ตรงที่เกิดเหตุ ตัวอย่างที่ยกมาก็เป็นคนที่อยู่ในช่วงวัยแห่งการเรียน รู้ ทำ�ให้กลุ่มวัยรุ่นที่เป็นคนในวัยดังกล่าวกลับไปสู่การ กระทำ�ของคนที่ไร้ความอดทนและการยับยั้งชั่งใจ ปัญหา นี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจของ กลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่เพราะการขาดความรักความเอาใจ ใส่จากครอบครัว เนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเวลาอบรม สั่งสอน ลูกๆ วัยรุ่นจึงหันไปพึ่งสารเสพติดเพราะหลงเชื่อว่าเป็น ทางออกที่ ดี ที่ ทำ � ให้ ลื ม ความทุ ก ข์ แ ละเพื่ อ สนองความ ต้ อ งการของวั ย รุ่ น ซึ่ ง แตกต่ า งจากวั ย อื่ น ๆ เช่ น  ความ ต้องการอิสระ ความเป็นตัวของตัวเอง เป็นที่ยอมรับ มี ความสนใจกิจกรรมที่ทำ�เป็นกลุ่ม การมีประสบการณ์ แปลกใหม่  และความท้ า ทาย ฯลฯ ซึ่ ง ความต้ อ งการ

นักเรียนนักเลง

เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผลักดันให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ ของวัย รุ่ น มี อิ ท ธิ พ ลต่ อ การกำ � หนดพฤติ ก รรมการเรี ย นรู้ ข อง บุคคล อย่างไรก็ตามอิทธิพลที่มีต่อวัยรุ่นมากที่สุดคงหนี ไม่พ้น “เพื่อน” เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการแสดงออก  ทัศนคติและพฤติกรรมที่ของกลุ่มวัยรุ่นอย่างมาก เพียง เพื่อความต้องการให้เพื่อนพ้องยอมรับ เพื่อต้องการเป็น ผู้นำ�และเข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อน ในความเป็ น จริ ง แล้ ว ปั ญ หาเหล่ า นี้ ก็ ไ ม่ ใช่ สิ่ ง ที่ ยากเกิ น แก้ ไข หากทางโรงเรี ย น หน่ ว ยงานราชการที่ เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ปกครองหันมาเอาจริงเอาจังกับเรื่อง นี้ ก็จะสามารถควบคุมพฤติกรรมความรุนแรงของเด็ก เหล่านี้ได้ จากการสัมภาษณ์ พ.ต.ท ณัฏฐ์พัชร ผดุงจันทร์ รอง ผกก.จร.สน.บุคคโล กล่าวว่า ปัญหาเด็กนักเรียนตี กั น เป็ น ปั ญ หาที่ ม านานแล้ ว  แต่ ยั ง ไม่ ห น่ ว ยงานไหน ที่ จะสนใจและลงมาแก้ ปั ญ หาอย่ า งจริ ง จั ง เสี ย ที  ทางผู้ บังคับบัญชาการ สน.บุคคโล ก็ได้เริ่มออกมาตรการใน การจับกุมเด็กเหล่านี้ที่พกอาวุธขึ้นมาบนรถเมล์ เช่น มีด  ดาบ ปื น  ฯลฯ  ซึ่ ง ถ้ า พู ด ไปถึ ง กฎหมายในปั จ จุ บั น ก็ ยั ง ไม่เข้มงวดพอที่จะทำ�ให้เด็กเหล่านี้ ตระหนักถึงผลที่จะ กระทำ�ลงไป บทลงโทษก็เพียงแค่จับปรับ พร้อมทั้งโทรให้ อาจารย์ฝ่ายปกครองของสถานศึกษาหรือผู้ปกครองมา รับตัวไป ตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงปัจจุบันมีการตรวจจับ และยึดอาวุธเด็กเหล่านี้ได้มากกว่าร้อยเล่มแสดงให้เห็น สภาพเสื่อมโทรมของสังคม ชี้ชัดได้ว่าเด็กเหล่านี้ไม่ได้ เกรงกลัวต่อกฎหมายเลย  ข้อมูลจากสำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติพบ 3 จุดเสี่ยง  ที่มีสถิติการทะเลาะวิวาทสูงสุด ในช่วงเดือน มิถุนายนสิ ง หาคม ตั้ ง แต่ เวลา 15.00-19.00 น. วั น จั น ทร์ - ศุ ก ร์   แนะนำ � วิ ธี ร ะวั ง ตั ว หากจำ � เป็ น ต้ อ งนั่ ง รถเมล์  เริ่ ม กั น ที่ พื้นที่จุดเสี่ยง 3 จุดที่มีสถิติการทะเลาะวิวาทสูงสุด 1.) พื้ น ที่ ทิ ศ เหนื อ  คั น นายาว ดอนเมื อ ง เชื่ อ มต่ อ ลำ � ลู ก กา จ.ปทุมธานี 2.) ทิศใต้ มีนบุรี บางนา เชื่อมต่อสำ�โรง บางพลี จ.สมุทรปราการ 3.) พื้นที่บางแค ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ในเมื่อปัญหานักเรียนนักเลงที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับ แก้ไขอย่างจริงจัง ประชาชนคนสัญจรอย่างเราๆ ที่ต้อง พึ่งการขนส่งสาธารณะอยู่ก็ต้องรู้จักระวังตัวระวังภัยที่จะ เกิดขึ้นกับตัวเองตนเป็นถือพึ่งแห่งตนสำ�หรับการใช้ชีวิต zสุนันทา รุ่งรังษีy


12

เปิดโลกนิยายเพศทางเลือก

วรรณกรรมประเภทนิยายเพศทางเลือก ซี่รี่ย์แรกที่ออกในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายก็คือ “Gay Diary” ต่อ มาเปลี่ยนชื่อเป็น “Boy’s Love” และ ตามมาด้วยซี่รีย์ Girls’s Love ที่วางขายในปัจจุบัน ในทุกวันนี้เมื่อเรามองไปทางไหนเราอาจจะชิน และคุ้นตากับบุคคลที่มีความผิดแปลกทางเพศ ไม่ว่าเรา จะเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า เพศที่สาม หรือ เพศทางเลือก ก็ ต าม ในปั จ จุ บั น เพศที่ ส ามได้ รั บ การยอมรั บ มากขึ้ น ทำ � ให้ พ วกเขาเหล่ า นั้ น กล้ า ที่ จ ะเปิ ด เผยตั ว ตนมากขึ้ น แล้วอย่างไรเราถึงจะเรียกว่าเพศทางเลือก จาก  http://www.dek-d.com ได้ จำ � แนกกลุ่ ม เพศทาง เลือกไว้มากมาย เช่น เกย์ กะเทย ดี้ ทอม เลสเบี้ยน คิง ควีน โบท หรือ ไบ และ อื่นๆ ซึ่งเพศเหล่านี้จะมีความ มั่นใจในตัวเองสูง แต่ในกรณีของบางคนที่มีความมั่นใจ ในตัวเองน้อยก็อาจจะเป็นได้ว่า ผู้คนทางบ้านหรือพ่อ แม่ ไม่ยอมรับกับการที่ลูกของตนเองเป็นแบบน ซึ่งคน กลุ่ ม นี้ มั ก จะมี ลั ก ษณะที่ เ งี ย บๆ และมี โ ลกส่ ว นตั ว สู ง ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว เลยทำ�ให้พวกเค้ามีความกดดัน สู ง  ส่ ว นประเภทที่ มี ค วามมั่ น ใจในตั ว เองสู ง ก็ มั ก จะมี กริยา ลักษณะที่บ่งบอกชัดเจนว่าเค้าเป็นอะไร ซึ่งอาจ จะตรงข้ า มกั บ กลุ่ ม แรกที่ มี ค วามมั่ น ใจในตั ว เองน้ อ ย แต่ในสังคมไทยส่วนน้อยที่จะยอมรับเพศที่สามได้ เพราะสังคมไทยยังเป็นสังคมที่ยึดถือในวัฒนธรรมสมัย ก่อน ซึ่งแตกต่างจากหลายๆประเทศที่ยอมรับในเพศที่ สาม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีในประเทศนั้นๆ เพราะเพศที่สามก็ ไม่ได้แตกต่างอะไรจากชายแท้ หรือหญิงแท้ ก็มีความรัก มีความรู้สึก ร้องให้ เสียใจ มีความสุข มีความทุกข์ หิว ร้อน หนาว และ อื่นๆ อีกมากมายต่างก็มีความรู้สึกเหมือนๆ กัน ก็แค่แตกต่างตรงที่พวกเขารักเพศเดียวกัน เท่านั้นเอง เมื่ อ เพศทางเลื อ กนั้ น ได้ รั บ การยอมรั บ ใน สั ง คมมากขึ้ น  สิ่ ง ต่ า งๆ  กลุ่ ม คนเหล่ า นี้ ต่ า งก็ ท ยอยถู ก สร้ า งสรรค์ อ อกมา ไม่ ว่ า จะเป็ น  นิ ต ยสาร ภาพยนตร์ หรื อ  แม้ แ ต่ ว รรณกรรม ที่ ใ นปั จ จุ บั น นั้ น ถื อ ได้ ว่ า เป็ น กระแสที่ ไ ด้ รั บ ความสนใจจากกลุ่ ม เพศทาง เลื อ กเป็ น อย่ า งมาก เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ ในสมั ย ก่ อ น วรรณกรรมสำ � หรั บ เพศทางเลื อ ก เราจะเรี ย ก กั น โดยทั่ ว ไปว่ า  นิ ย ายเพศทางเลื อ ก หรื อ  นิ ย ายเกย์ นิ ย ายทอมดี้  ซึ่ ง ปั จ จุ บั น มี ก ารจั ด จำ � หน่ า ยกั น อย่ า ง แพร่ ห ลาย และ ถู ก ต้ อ งตามกฎหมาย เราสามารถ พบเห็ น หนั ง สื อ เหล่ า นี้ ไ ด้ ต ามร้ า นหนั ง สื อ ชั้ น นำ � หรื อ

แม้ แ ต่ ใ นงานสั ป ดาห์ ห นั ง สื อ ที่ เ ป็ น แหล่ ง รวมพลของ นั ก อ่ า น นิ ย ายเหล่ า นี้ จ ะมี คำ � เฉพาะในการจำ � แนก ประเภทนิ ย าย อย่ า งนิ ย ายชายรั ก ชายก็ จ ะเรี ย ก   Boy’s Love นิยายหญิงรักหญิงก็จะเรียก Girl’s Love หากมองย้อนไปประมาณ 10 ปีที่แล้ว วรรณกรรม ประเภทนี้ ค นทั่ ว ไปแทบจะไม่ รู้ จั ก  คนที่ รู้ จั ก จริ ง ๆ จะ เป็ น แค่ ก ลุ่ ม สั ง คมของเพศทางเลื อ กเท่ า นั้ น  หรื อ  บาง คนอาจจะไม่ รู้ ด้ ว ยซ้ำ � ว่ า มี ห นั ง สื อ ประเภทนี้  ในสมั ย ก่อนหนังสือประเภทนี้จะถูกจัดอยู่ในหนังสือใต้ดิน หรือ หนังสือที่จัดจำ�หน่ายกันโดยไม่มีลิขสิทธิ์ตามที่กฎหมาย กำ � หนด ซึ่ ง อาจจะเป็ น หนั ง สื อ แปล หรื อ  หนั ง สื อ ที่ ค น ไทยแต่ง และจำ�หน่ายในเว็บไซต์เท่านั้น  แต่ในปัจจุบัน นี้ เ มื่ อ ความเสมอภาคในสั ง คมมี ม ากขึ้ น  เหล่ า บุ ค คล เพศทางเลื อ กได้ รั บ การยอมรั บ มากขึ้ น  ทำ � ให้ มี สำ � นั ก พิ ม พ์ ห ลายๆ สำ � นั ก พิ ม พ์ ห ยิ บ เอาจุ ด ๆ นี้ ม าสร้ า งเป็ น เรื่ อ งราวโดยเฉพาะวรรณกรรมประเภทนิ ย าย มาจั ด ทำ �และออกตี พิ มพ์ เ ป็ นหนั ง สื อ ที่ถู กกฎหมาย โดยผ่ าน การคั ด กรองหรื อ เซ็ น เซอร์ เ พื่ อ ให้ ส ามารถนำ � มาวาง จำ � หน่ า ยได้ โ ดยทั่ ว ไป และ มี ก ารจั ด แบ่ ง ประเภทของ หนังสือตามอายุของผู้อ่าน ให้มีตั้งแต่อายุ 13 ปี 15 ปี 18 ปี และ 25 ปี นอกจากนี้ยังมีสำ�นักพิมพ์ที่เปิดตลาด ขายหนั ง สื อ วรรณกรรมเพศทางเลื อ กโดยเฉพาะ เช่ น สำ � นั ก พิ ม พ์  2BLOVE ที่ จั ด จำ � หน่ า ยหนั ง สื อ เน้ น ที่ ก ลุ่ ม เพศทางเลือก ชายรักชาย (Boy’s Love) และ สำ�นัก พิมพ์สะพาน ที่เน้นในกลุ่มหญิงรักหญิง (Girl’s Love) ถึงแม้ว่าเพศทางเลือกจะได้รับการยอมรับมาก ขึ้น แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ยังไม่ยอมรับกับเรื่องแบบนี้ โดย วรรณกรรมเพศทางเลื อ กถู ก มองว่ า เป็ น ต้ น เหตุ ห รื อ สาเหตุที่ทำ�ให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทาง เพศมากขึ้น ซึ่งถ้ามองในมุมมองของผู้ปกครองแล้วก็จะ ได้มุมมองอีกแบบหนึ่ง อย่างเช่นในสมัยรุ่นของพ่อของ แม่ พ วกเราเขาจะใช้ วรรณกรรมพวกนี้ เ พื่ อ การระบาย ทางเพศและมี ส่วนที่ ก ระตุ้ นให้ เ กิ ดความอยากรู้ อ ยาก เห็นอยากทดลองในสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความ แปลกใหม่ในเรื่องเกี่ยวกับ “เพศ” ซึ่งรวมไปถึงการมีเพศ สัมพันธ์ เพราะฉะนั้นเขาก็จะไม่แยกว่าวรรณกรรมนั้น

จะเป็นผู้ชายกับผู้ชายหรือเป็นผู้หญิงกับผู้หญิง แต่เขา จะมองที่เนื้อหาที่ล่อแหลมและคำ�พูดที่ส่อไปในทางร่วม เพศ เพราะในสมัยนั้น ผู้ชายจะมีความรู้สึกที่ไวต่อคำ�พูด เพี ย งไม่ กี่ คำ � จำ � พวกนี้  สมั ย ก่ อ นหนั ง สื อ โป้ ไ ม่ มี เ กลื่ อ น ตลาดเหมื อ นทุ ก วั น นี้  ส่ ว นผู้ ห ญิ ง มี ค วามรู้ สึ ก ทางเพศ ด้วยการจินตนาการตามเนื้อหาในนิยายเรื่องนั้นๆ โดย เฉพาะนิยายแปลในสมัยก่อนนั้นมีฉากโจ่งครึ้มมาก จึง ทำ�ให้บรรดาผู้ปกครองฝังใจว่า นิยายสมัยนี้ถ้าเด็กอ่าน แล้วก็จะไปมีเพศสัมพันธ์ในลักษณะรักร่วมเพศ เหมือน กั บ ในนิ ย าย แต่ ใ นทางกลั บ กั น  พวกเขากลั บ ปล่ อ ยปะ ละเลยที่จะให้ความสำ�คัญต่อการอ่านนิยายรักระหว่าง ชายหญิงของลูกหลานตนเอง ก็เพียงแค่เหตุผลที่ว่ามัน เป็นเรื่องธรรมชาติ และ ไม่เป็นสิ่งที่ผิดปกติก็เท่านั้นเอง พอมาถึงตอนนี้แล้วถ้าจะโทษก็คงต้องโทษสำ�นักพิมพ์ ที่เป็นต้นตอหลักในการสร้างความสับสนให้แก่ผู้อ่านที่ เป็นเยาวชน เพราะบางสำ�นักพิมพ์ทำ�หน้าปกออกมาน่า รักดูใสๆ แต่เนื้อหาข้างในรุนแรงในเรื่องเพศอย่างมาก ทุ ก วั น นี้ ด้ ว ยความทั น สมั ย และเทคโนโลยี การสื่ อ สารที่ ก้ า วลํ้ า  ทำ � ให้ เ ด็ ก ๆและเยาวชนสามารถ หาหนั ง สื อ หรื อ เรื่ อ งราวประเภทนี้ ม าอ่ า นได้ อ ย่ า ง ง่ า ยดาย เพี ย งแค่ ค ลิ๊ ก เข้ า ท่ อ งโลกอิ น เทอร์ เ น็ ต ก็ สามารถหาอ่ า นได้ ช นิ ด ที่ เรี ย กว่ า พบเจอหลากหลาย ประเภทเลยที เ ดี ย ว และ ด้ ว ยเหตุ นี้ เ องที่ ทำ � ให้ ผู้ ห ลั ก ผู้ ใ หญ่ ห ลายๆ คนเกิ ด ความหวาดระแวงในพฤติ ก รรม ของลู ก หลานที่ จ ะเบี่ ย งเบนทางเพศ ซึ่ ง เป็ น ปั จ จั ย สำ � คั ญ ที่ จ ะทำ � ให้ เ กิ ด พฤติ ก รรมรั ก ร่ ว มเพศนั้ น เอง นิ ย ายเพศทางเลื อ กถื อ ได้ ว่ า เป็ น นิ ย ายที่ ตอบสนองความต้ อ งการของเพศที่ ส ามได้ เ ป็ น อย่ า งดี  โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง นิ ย ายหญิ ง รั ก หญิ ง  ที่ ไ ด้ รั บ การยอมรั บ ว่ า เป็ น เครื่ อ งช่ ว ยทำ � ให้ ชี วิ ต รั ก ของ ทอม ดี้  และ เลสเบี้ ย นนั้ น  มี ค วามสุ ข มากยิ่ ง ขึ้ น  รวม ถึ ง นิ ย ายชายรั ก ชายที่ ช่ ว ยให้ ข องชาวชายรั ก ชาย ได้ โ ลดแล่ น ไปกั บ โลกของความฝั น  ซึ่ ง บางคนไม่ มี โอกาสได้ เ ปิ ด เผยตั ว เองมากนั ก การอ่ า นนิ ย ายเหล่ า นี้ จึ ง เป็ น เครื่ อ งช่ ว ยให้ พ วกเขารู้ สึ ก ผ่ อ นคลายมากขึ้ น สำ � หรั บ วรรณกรรมเพศทางเลื อ กแม้ จ ะมี กระแสต่ อ ต้ า นบ้ า ง แต่ ก็ ยั ง คงเป็ น ทางเลื อ กหนึ่ ง ของ เพศที่ ส ามที่ ไ ด้ รั บ การตอบรั บ เป็ น อย่ า งดี  ซึ่ ง สามารถ ดู ไ ด้ จ ากยอดขายในงานสั ป ดาห์ ห นั ง สื อ จากสำ � นั ก พิมพ์ 2BLOVE ในสัปดาห์หนังสือจะมีหนังสือออกใหม่ ประมาณ 1-4 เล่ ม  ยอดขายจะตกอยู่ ที่  5 แสน ต่ อ การ ออกบู ท ในงานสั ป ดาห์ ห นั ง สื อ  1 ครั้ ง  เพราะนอกจาก จะได้รับความสนใจจากกลุ่มเพศทางเลือกแล้วยังได้รับ ความสนใจจากบุคคลธรรมดาทั่วไปที่เปิดใจยอมรับใน เพศทางเลื อ กเหล่ า นี้ ม ากขึ้ น สไตล์ ข องนั ก เขี ย นแต่ ล ะ คนก็ มี ค วามแตกต่ า งกั น มุ ม มองความรั ก ในแบบของ ผู้ ห ญิ ง และแบบเพศทางเลื อ กก็ มี ค วามแตกต่ า งกั น ซึ่ ง สามารถดึงดูดนักอ่านทั้งเพศหญิงและเพศทางเลือกได้ ดั ง นั้ น หากคุ ณ ลองเปิ ด ใจกั บ เพศทางเลื อ ก  ลองหยิ บ หนั ง สื อ วรรณกรรมเหล่ า นี้ ม าอ่ า น คุ ณ อาจจะเข้ า ใจและยอมรั บ โลกของพวกเขาได้ ม ากยิ่ ง ขึ้ น  รวมถึ ง เหล่ า เพศทางเลื อ กทั้ ง หลายที่ ต้ อ งการหา สิ่ ง จรรโลงใจจากความเหนื่ อ ยล้ า จากการเรี ย นการ ทำ � งาน หรื อ แม้ แ ต่ ก ารใช้ ชี วิ ต ปกติ อ ยู่ ใ นครอบครั ว zเพ็ญพร พาทรัพย์มา y

สยามเพรส2  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you