Issuu on Google+

“ ล่า”

ผ่าน

พระบฏ

วัดลำ�ปางกลางตะวันออก ตำ�บลชมพู อำ�เภอเมือง จังหวัดลำ�ปาง กัญญารัตน์ ดุเหว่า


วิหารวัดลำ�ปางกลางตะวันออก ตำ�บลชมพู อำ�เภอเมือง จังหวัดลำ�ปาง

ป้ายวัดลำ�ปางกลางตะวันออก ตำ�บลชมพู อำ�เภอเมือง จังหวัดลำ�ปาง 2

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


วัดลำ�ปางกลางตะวันออก วัดลำ�ปางกลางตะวันออกตั้งอยู่ที่ตำ�บลชมพู อำ�เภอเมือง จังหวัดลำ�ปาง เดิมชื่อวัดลำ�ปางกลางหางเมืองนคร ต่อมามีการเปลี่ยน ชื่อเป็นวัดลำ�ปางกลาง วัดลำ�ปางกลางสร้างเมื่อ พ.ศ. 2263 ตาม คำ�บอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่ถ่ายทอดสืบมาแบบมุขปาฐะ เล่าว่าสร้าง โดยการนำ�ของครูบามณีวณ ั เมือ่ ก่อนครูบาได้จ�ำ พรรษาอยูท่ วี่ ดั ดอกพร้าว (ปัจจุบันเป็นวัดร้าง) แต่ต่อมาแม่น้ำ�วังได้เปลี่ยนเส้นทาง ส่งผลให้ วัดดอกพร้าวถูกน้ำ�ท่วม ครูบามณีวัณจึงหาที่สร้างวัดใหม่ และครูบาจึง ได้ข้ามฝั่งมาสร้างวัดไว้ ณ ที่อยู่ปัจจุบัน

หอไตรวัดลำ�ปางกลาง : สถานที่เก็บผ้าพระบฏ “ เล่า ” ผ่านพระบฏ

3


ผ้าพระบฏเล่าเรื่องพระมาลัย : พระมาลัยรับดอกบัวจากนายพรานและเหาะขึ้นไปบนสวรรค์

ผ้าพระบฏเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก : กัณฑ์นครกัณฑ์ 4

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


ผ้าพระบฏกับพุทธศาสนา พระบฏ หมายถึง ผืนผ้าขนาดยาวที่เขียนภาพพระพุทธเจ้า พุทธประวัติ หรือทศชาติชาดก แขวนหรือห้อยอยู่ภายในอุโบสถ วิหาร หรือศาลาการเปรียญ มีขนาดแตกต่างกันไปตามคติและความนิยมใน แต่ละยุคสมัย นอกจากนี้ผ้าพระบฏยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง ภูมิปัญญาของคนไทย ในความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ ฝีมือช่างและ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ช่างเขียนโบราณบรรจงฝีมือวาดรูป ถวายเป็นพุทธบูชาหรืออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ ตลอดจนเป็น อานิสงส์ต่อตนเองและครอบครัว ผ้าพระบฏจึงทำ�หน้าที่เป็นตัวแทนของ ความศรัทธาของชาวพุทธ

ผ้าพระบฏเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก : กัณฑ์ทานกัณฑ์ “ เล่า ” ผ่านพระบฏ

5


ผ้าพระบฏเล่าเรื่องพระมาลัย : พระมาลัยไปสักการะพระเกศแก้วจุฬามณี

ผ้าพระบฏเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก : กัณฑ์ฉกษัตริย์ 6

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


ประเพณีตั้งธรรมหลวงกับการเล่าเรื่องผ่านผ้าพระบฏ ประเพณีตั้งธรรมหลวง เป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลวันเพ็ญเดือน 12 เป็นการฟังพระธรรมเทศนาเรื่องใหญ่ หรือเรื่องสำ�คัญและเพื่อให้ผู้ฟัง เกิดมโนคติทสี่ ร้างสรรค์จงึ เขียนจิตรกรรมประกอบการเล่าเรือ่ ง โดยภาพ เล่าเรื่องที่ปรากฏบนผ้าพระบฏ นิยมเล่าเรื่องพระมาลัยสูตร และมหา เวสสันดรชาดก เป็นการเล่าเรือ่ งเพือ่ สอนใจ ให้แง่คดิ แก่ชาวบ้าน โดยเรือ่ ง พระมาลัยมีอทิ ธิพลเป็นอย่างมากต่อความเชือ่ ของชาวพุทธ ในเรือ่ ง นรก สวรรค์ บาป บุญ คุณ โทษ ชาวพุทธเชื่อว่า เมื่อทำ�บาปก็จะได้รับผล ตอบแทนทีไ่ ม่ดคี อื ตกนรก ส่วนเมือ่ ทำ�บุญทำ�ทานอันเป็นความดีกจ็ ะได้รบั ผลตอบแทนทีด่ คี อื ได้ขนึ้ สวรรค์ เป็นต้น ส่วนเรือ่ งมหาเวสสันดรชาดกเป็น ชาดกทีพ่ ระสงฆ์นยิ มเทศน์แก่ญาติโยมมากทีส่ ดุ เป็นเรือ่ งของการบำ�เพ็ญ ทานบารมี หรือ “ทานปรมัถบารมี” ชาวพุทธถือเป็นตัวอย่างของการ ทำ�ความดีละเว้นความชั่ว โดยพระเวสสันดรถือเป็นตัวแทนของความดี เป็นบุคคลที่ประกอบด้วยพรหมวิหารมุ่งมั่นการให้ทานสงเคราะห์แก่ ปวงชนตลอดอายุขัย นางมัทรีถือเป็นแบบอย่างของสตรี การรู้จักวางตัว อยู่ในกรอบประเพณีและศีลธรรมเป็นมารดาที่ดี ซึ่งเปรียบเทียบกับ ชูชก ซึ่งเป็นตัวแทนของความชั่ว คนที่มีความอยากมักใหญ่ใฝ่สูง อัน นำ�ไปสู่จุดจบที่มิชอบ ดังนั้นเนื้อหาทั้งสองเรื่องนี้จึงเป็นหนทางพาให้ ชาวพุทธซึมซับความรู้สึก ผิด ชอบ ชั่ว ดี อันนำ�ไปสู่การครองตนอยู่ใน ศีลธรรม

ภาพงานจิตรกรรมบนผ้าพระบฏ วัดลำ�ปางกลางตะวันออกจึง ปรากฏเรือ่ งพระมาลัย และมหาเวสสันดรชาดก เพือ่ ตอบสนองต่อแนวคิด เป็นส่วนช่วยจรรโลงใจชาวบ้านนั่นเอง “ เล่า ” ผ่านพระบฏ

7


กัณฑ์วันประเวศน์ : การใช้เส้นเป็นไปอย่างอิสระของช่างผู้เขียนภาพ

กัณฑ์มหาพน : การใช้สีเฉพาะตัวภาพที่สำ�คัญ ภาพบุคคล และภาพสถาปัตยกรรม 8

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


งานจิตรกรรมบนผ้าพระบฏวัดลำ�ปางกลางตะวันออก วัดลำ�ปางกลางตะวันออกแห่งนี้ พบงานจิตรกรรมชุดหนึ่งเป็น งานจิตรกรรมบนผืนผ้า เรียกว่า “ผ้าพระบฏ” โดยเขียนภาพเล่าเรื่อง พระมาลัยสูตร และมหาเวสสันดรชาดก ใช้ในงานประเพณีตั้งธรรมหลวง ในเดือนยี่เป็ง หรือลอยกระทง เทคนิคที่ใช้เป็นการเขียนสีฝุ่นบนผืนผ้า สีที่ใช้ในภาพจะใช้สี ไม่หลากหลายมาก พื้นภาพส่วนใหญ่จะไม่ระบายสี เป็นพื้นภาพสี ขาว ใช้สีเฉพาะตัวภาพบุคคล และภาพอาคารสถาปัตยกรรม รวมถึง ภาพธรรมชาติทสี่ �ำ คัญๆเท่านัน้ สีทใี่ ช้เป็นแม่สหี ลักๆ ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำ�เงิน สีเขียว สีส้ม สีดำ� และสีขาว การจัดองค์ประกอบของภาพ เป็นภาพเล่าเรื่องไม่สลับซับซ้อน เป็นการจัดองค์ประกอบ ลักษณะสบายๆไม่บีบสายตา หรือบังคับความ รู้สึก เส้นที่ใช้ในงานจิตรกรรมมีลายเส้นไม่สม่ำ�เสมอ เป็นไปอย่างอิสระ ของช่างผูเ้ ขียนภาพ ลักษณะตัวภาพสะท้อนความเป็นพืน้ บ้าน ทัง้ อารมณ์ ที่แสดงออกผ่านทางใบหน้า และผ่านทางกิริยาท่าทาง ดั้ ง นั้ น ภาพจิตรกรรมบนผ้าพระบฏวั ด ลำ � ปางกลางตะวั น ออก จึงเรียกได้ว่าเป็นงานจิตรกรรมแบบพื้นบ้าน

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ

9


กัณฑ์หิมพานต์ : ตัวละครในเรื่องแสดงออกตามใจช่างผู้เขียนภาพ

กัณฑ์ชูชก : ภาพแสดงลักษณะตัวละครในเรื่องเดียวกันมีความแตกต่างกัน 10

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


เสน่ห์ความงามแบบพื้นบ้านในจิตรกรรมผ้ าพระบฏ วัดลำ�ปางกลางตะวันออก • ลักษณะตัวภาพที่แตกต่าง ลักษณะตัวภาพ ถือเป็นจุดเด่นเฉพาะของงานจิตรกรรมผ้าพระบฏ วัดลำ�ปางกลางตะวันออก มีความแตกต่างกัน แม้จะเป็นตัวละครในเรื่อง เดียวกัน กัณฑ์เดียวกัน หรือแม้กระทั่งในผ้าพระบฏผืนเดียวกัน ทั้ง ลักษณะลายเส้น การลงสี รวมทั้งใบหน้า และรูปร่างสัดส่วนของตัวละคร ล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

แสดงให้เห็นว่า เป็นงานจิตรกรรมที่ไม่ได้ใช้ชา่ งเขียนภาพเพียง คนเดียว ความแตกต่างของตัวภาพ จึงเป็นส่วนสะท้อนงานศิลปะแบบ พื้นบ้าน แสดงออกถึงความอิสระของช่าง ซึ่งเป็นไปตามรสนิยมของ ชาวบ้าน เป็นรูปแบบตามใจช่างผู้เขียน ไม่จำ�กัดการสร้างสรรค์งาน แต่ยังคงเคารพในกรอบเค้าโครงเรื่องเดิม สิ่งที่นา่ สนใจที่จะเห็นลักษณะเด่นของตัวภาพได้ชัดเจน คือภาพ บุคคลและภาพสัตว์ ตัวละครในเรื่องต่างแสดงออกแตกต่างกันมีรูปแบบ เฉพาะตัว เช่น ตัวภาพชูชก บางตัวภาพรูปร่างผอมแห้ง ไว้นวดเครา ยาวรุงรัง แต่บางตัวภาพรูปร่างอ้วนท้วน น่ารัก หรือภาพสัตว์ ตัวภาพ สุนัขบางภาพแสดงออกดุดัน ก้าวร้าว แต่ตัวภาพสุนัขบางภาพกลับ แสดงออก น่ารัก น่าเอ็นดู เป็นต้น

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ

11


กัณฑ์ชูชก : การจัดภาพเล่าเรื่องกระจายทั่วไปบนผืนผ้า 12

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


• การใช้พื้นที่ในภาพ งานจิตรกรรมบนผ้าพระบฏ แสดงออกถึงความงามแบบพื้นบ้าน กรอบความคิดในการวาดภาพจึงมีอสิ ระ การจัดองค์ประกอบในภาพจึงไม่ เคร่งครัด ช่างเขียนอยากจัดภาพไว้ส่วนไหนก็สามารถทำ�ได้ ลักษณะ การใช้พื้นที่ของผ้าพระบฏวัดลำ�ปางกลางตะวันออก จึงเป็นแบบง่ายๆ โดย���น้นเล่าเรื่องที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่สลับซับซ้อน การจัดภาพ จะแบ่งเรื่องราวเหตุการณ์ออกเป็นส่วนๆ เช่น ส่วนบน 1 เหตุการณ์ ส่วนล่าง 1 เหตุการณ์ ซ้อนเนือ้ หาเป็นชัน้ ๆ หรือบางภาพเล่าเรือ่ งกระจาย ทั่วไป โดยส่วนใหญ่จุดเล่าเรื่องนิยมจัดอยู่ส่วนกลางของภาพ ที่สำ�คัญ การใช้พื้นที่ จะไม่สนใจเรื่องของจุดนำ�สายตา (perspective) ไม่สนมิติ ระยะใกล้ไกล เป็นไปตามรสนิยมแบบชาวบ้าน

กัณฑ์ชูชก : การจัดภาพนิยมจัดเนื้อหาไว้กลางภาพ “ เล่า ” ผ่านพระบฏ

13


กัณฑ์ชูชก : ภาพสะท้อนวิถีชีวิตชาวล้านนา 14

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


การสะท้อนวิถีชีวิตชาวล้านนา

ภาพงานจิตรกรรมผ้าพระบฏวัดลำ�ปางกลางตะวันออก นอกจาก จะแสดงออกถึงเสน่หข์ องงานจิตรกรรมแบบพืน้ บ้านแล้ว ยังเป็นหลักฐาน สำ�คัญเกี่ยวกับศิลปกรรม และวัฒนธรรมของชาวล้านนาได้เป็นอย่างดี เช่น รูปแบบของอาคารสิ่งก่อสร้าง กิจกรรมประจำ�วันของชาวบ้าน เครือ่ งแต่งกาย ภาชนะของใช้ ตลอดจนพิธกี รรมต่างๆ ซึง่ ภาพจิตรกรรม บนผ้าพระบฏที่สะท้อนความเป็นล้านนา ได้แก่

การแต่งกายชาวบ้านหญิง ลักษณะการแต่งกายหญิงชาวบ้านที่ปรากฏบนผ้าพระบฏพบ ท่อนบนจะเปลือย บางภาพมีการใช้ผ้าพันรอบคอ หรือผ้าคลุมไหล่ ทิ้งชายไปด้านหลัง นิยมนุ่งซิ่นลายขวาง เกล้าผมเป็นมวย สวมใส่ตุ้มหู ทรงกระบอก ซึ่งตรงตามรูปแบบการแต่งกายของหญิงชาวล้านนา การแต่งกายของหญิงชาวล้านนา โดยทั่วไปจะนุ่งซิ่นลายขวาง กรอมเท้า เรียกว่า ซิ่นต่อตีนต่อเอว เป็นซิ่นสีพื้น มีลายสีเข้ม เช่น สีแดง สีส้ม สีดำ� เป็นลายขวางสลับเป็นริ้วขวางลำ�ตัว ที่ตีนซิ่นมีทั้งที่เป็นแถบ สีส้ม สีแดง เป็นแถบใหญ่ๆ ไม่มีลวดลายตีนจก ที่เรียกว่า ซิ่นต๋า ผู้หญิง สมัยโบราณนั้นจะไม่สวมเสื้อ เพราะโดยทั่วไปการเปลือยอกของผู้หญิง เป็นเรื่องธรรมดาเช่นเดียวกับผู้ชาย

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ

15


แต่อาจจะมีเพียงผ้าสีอ่อนใช้พันรอบอก หรือใช้ผ้าคล้องคอห้อย สองชายลงมาข้างหน้าปิดส่วนอก หรือห่มเฉียงแบบสไบ ทีเ่ รียกกันทัว่ ไปว่า “ สะหว้ายแล่ง ” หรือ “ เบีย่ งบ่าย ” นอกจากนีห้ ญิงล้านนาโบราณนิยมเจาะหู ใส่ลาน คือต่างหูขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นทรงกระบอกทำ�ด้วยเงินหรือ ทองคำ�ม้วน ดั ง นั้ น ลั ก ษณะการแต่ ง กายหญิ ง ชาวบ้ า นที่ พ บบนผ้ า พระบฏ วัดลำ�ปางกลางตะวันออก จึงแสดงออกถึงรูปแบบการแต่งกายของหญิง ชาวล้านนาเป็นอย่างดี

กัณฑ์ชูชก : การแต่งกายแบบหญิงชาวล้านนา (เกล้าผมเป็นมวย, เจาะหูใส่ลาน, เปลือยอก, นุ่งซิ่นต๋า)

16

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


การแต่งกายชาวบ้านชาย ลักษณะการแต่งกายของชายทีป่ รากฏในผ้าพระบฏ ส่วนมากจะพบ การแต่งกายแบบกษัตริย์ การแต่งกายแบบฤๅษี และการแต่งกายแบบ นักพรต เป็นไปตามกรอบเนื้อหาของเรื่อง ดังนั้นรูปแบบการแสดงออก การแต่งกายของชายในภาพ จึงเป็นไปอย่างจำ�กัด ไม่มลี กั ษณะทีบ่ ง่ บอก ความเป็นล้านนาที่ชัดเจน สิง่ ทีน่ า่ สนใจในภาพคือ การพยายามในการแสดงออกถึงความเป็น ชายล้านนา เข้าใจว่าช่างเขียนน่าจะเขียนรอยสักบริเวณขา เพราะในอดีต การสัก ผู้ชายชาวล้านนาจะนิยมกันมาก กล่าวกันว่าหญิงสาวจะเมิน ชายหนุ่มที่ปล่อยสะโพกขาว ถือว่าเป็นคนขี้ขลาด การสักในภาษา ท้องถิน่ เรียกว่า “สับหมึก” คือการสักยันต์ดว้ ยหมึกดำ� เมือ่ เริม่ เข้าสูว่ ยั หนุม่ แต่เพราะเป็นงานแบบพื้นบ้าน การสักในภาพที่ปรากฏบนผ้าพระบฏ จึงอาจจะไม่ชัดเจนนัก

กัณฑ์จุลพน : การแต่งกายแบบชาวบ้านชาย และการสับหมึก “ เล่า ” ผ่านพระบฏ

17


กัณฑ์มหาราช : ภาพแสดงการประกอบพิธีกรรม

กัณฑ์ชูชก : สถาปัตยกรรมเรือนพักอาศัย 18

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


พิธีกรรม พิธีกรรมที่ปรากฏในผ้าพระบฏ คืองานศพ เป็นพิธีกรรมที่มี รายละเอียดสอดคล้องกับประเพณีลา้ นนา กล่าวคือ งานศพในล้านนาจะมี พิธกี รรมการแห่ศพ อาจจะแยกตามลักษณะสถานะ ของแต่ละบุคคล จัดแบ่ง เป็น 2 แบบ คือศพคนสามัญชน และศพเจ้านายหรือภิกษุสงฆ์ ลักษณะ ตัวภาพปรากฏเกีย่ วกับพิธกี รรมงานศพสามัญชน มีลกั ษณะเป็นขบวนแห่ ยาวเรียงเป็นแถวต่อกัน มีพระสงฆ์รว่ มในขบวนแห่ โดยศพนอนบนโรงทีม่ ี ลักษณะเป็นรูปฝากระบานทรงบัวคว่�ำ บัวหงาย มีอกี า ก้มเกาะ จิกบริเวณ กลางลำ�ตัว มีคนแบกหาม 4 คน ซึ่งสอดคล้องกับประเพณีในล้านนา เป็นประเพณีแห่ศพแบบโบราณ นอกจากนี้การจิกกัดร่างศพของกา เป็นการแสดงความหมายโดยนัยสั่งสอนคนว่า ร่างกายเป็นของไม่จีรัง ยัง่ ยืน คนเราหนีไม่พน้ ความตาย การเวียนไหว้ตายเกิดเป็นเรือ่ งธรรมดา สถาปัตยกรรมเรือนพักอาศัย ลักษณะสถาปัตยกรรมเรือนพื้นถิ่นที่ปรากฏบนผ้าพระบฏ เป็น เรือนพักอาศัย มีหลังคาจัว่ เดียว เป็นเรือนไม้ ยกใต้ถนุ สูง มีเติน๋ บ้านหรือ ลานบ้าน และมีบันไดทอดขึ้นสู่เติ๋นบ้าน เป็นไปตามลักษณะของเรือนที่ นิยมของชาวล้านนาในอดีต นอกจากนีย้ งั พบรูปแบบกาแล หรือส่วนของไม้ เครือ่ งเรือนทีต่ อ่ ปัน้ ลมทัง้ สองด้านไขว้กนั อยูบ่ นหลังคา ชาวล้านนาเชือ่ ว่า กาแลจะช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้าย

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ

19


กัณฑ์ชูชก : บุง หรือ เปี้ยด

กัณฑ์ชูชก : หม้อน้ำ�ดินเผา

กัณฑ์ชูชก : กระบวยตักน้ำ� 20

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


สิ่งของเครื่องใช้ ในภาพผ้าพระบฏ ปรากฏภาพสิง่ ของเครือ่ งใช้ ได้แก่ หม้อน้�ำ ดินเผา กระบวยตักน้�ำ มีดพร้า และกระบุง ซึง่ สอดคล้องกับวัฒนธรรมชาวล้านนา ที่นิยมวางหม้อน้ำ�ดินเผาพร้อมกับกระบวยตักน้ำ�ไว้หน้าบ้าน หากคนที่ ผ่านไปมา รู้สึกกระหายน้ำ�สามารถดื่มกินได้ตามอัธยาศัย เป็นการแสดง ถึงความมีน้ำ�ใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของชาวบ้าน ส่วนกระบุงทางเหนือมักจะ เรียกว่า “บุง” หรือ “เพียด” หรือ “เปีย้ ด” จัดเป็นงานหัตถกรรมประเภท เครือ่ งจักสาน มีหลายขนาด ทำ�จากไม้ไผ่ โดยจักตอกเป็นเส้นเล็กๆ นำ�มา สานตามแบบ นิยมใช้สำ�หรับใส่สิ่งของต่างๆ โดยเฉพาะพืชผลทาง การเกษตร สตรีลา้ นนาจะนำ�บุงมาคล้องเชือก สอดด้วยไม้คานรับน้�ำ หนัก สำ�หรับหิ้วหรือหาบไว้บนบ่า ภายในบรรจุสิ่งของสำ�หรับมาขายในตลาด เช่น ผัก ผลไม้ เป็นต้น ดังนัน้ สิง่ ของเครือ่ งใช้ทปี่ รากฏบนผ้าพระบฏต่างเป็นส่วนสะท้อน งานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

กัณฑ์ชูชก : มีดพร้า “ เล่า ” ผ่านพระบฏ

21


ความสอดคล้องเชื่อมโยงของงานจิตรกรรมพื้นบ้าน ในงานจิตรกรรมบนผ้าพระบฏวัดลำ�ปางกลางตะวันออก นอกจาก จะพบว่าเป็นงานจิตรกรรมแบบพื้นบ้านแล้วนั้น สิ่งที่น่าสนใจคืองาน จิตรกรรมในบางภาพเป็นภาพที่มีลักษณะ และรูปแบบที่เป็นแบบแผน เดียวกับงานจิตรกรรมจากแหล่งอื่น ในเขตจังหวัดลำ�ปางด้วยกัน เช่น จิตรกรรมผ้าพระบฏวัดทุ่งคา อำ�เภอแจ้ห่ม จังหวัดลำ�ปาง จิตกรรม ผ้าพระบฏวัดปงสนุก อำ�เภอเมือง จังหวัดลำ�ปาง และภาพจิตรกรรม บนผนัง วัดบ้านก่อ อำ�เภอวังเหนือ จังหวัดลำ�ปาง โดยแบบแผนงาน จิตรกรรมที่พบมักปรากฏในภาพกัณฑ์ชูชก ในภาพเนื้อหาตอนแม่บ้าน รุมด่าทอนางอมิตดาด้วยความโมโห (ความขยันของนางอมิตดาทำ�ให้สามี ของแม่บา้ นแต่ละคนพากันชืน่ ชม และเปรียบเทียบความงาม พวกแม่บา้ น ไม่พอใจจึงรุมด่าทอ จนนางร้องไห้กลับบ้านไปอ้อนสามีให้หาเด็กรับใช้ให้) การแสดงออกที่เป็นแบบแผนเดียวกันในภาพกัณฑ์ชูชก เข้าใจว่าเพราะ เป็นฉากทีส่ ามารถถ่ายทอดลักษณะความเป็นพืน้ บ้านได้มากทีส่ ดุ ทำ�ให้ เกิดเป็นแบบแผนที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกันมาก

ภาพจิตรกรรมบนผนังวัดบ้านก่อ อำ�เภอวังเหนือ จังหวัดลำ�ปาง กัณฑ์ชูชก : งานจิตรกรรมแบบพื้นบ้าน 22

“ เล่า ” ผ่านพระบฏ


คุณค่าในงานจิตรกรรมบนผ้าพระบฏ จากการศึกษาในครั้งนี้ ทำ�ให้ทราบถึงความสำ�คัญของจิตรกรรม ผ้าพระบฏทราบถึงเอกลักษณ์ของการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมแบบ พื้นบ้าน ดังนั้นผ้าพระบฏจึงเป็นงานที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำ�คัญ โดยเฉพาะในดินแดนล้านนา ที่มีการสร้างสรรค์งานในรูปแบบของตน มีคุณค่าทั้งทางสุนทรียภาพ และการศึกษา ปัจจุบันจำ�นวนผ้าพระบฏ ที่พบมีจำ�นวนมากขึ้น แต่อยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งจากการเสื่อมตาม อายุเวลา และการเก็บรักษา รวมทั้งผู้ศึกษาวิจัยเรื่องผ้าพระบฏยัง ไม่แพร่หลาย ดังนัน้ จึงควรทำ�การอนุรกั ษ์ ศึกษา และเผยแพร่ความรูข้ อง ผ้าพระบฏต่อไป

ภาพงานจิตรกรรมบนผ้าพระบฏอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ “ เล่า ” ผ่านพระบฏ

23


ผ้าพระบฏเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทีส่ �ำ คัญ มีการสร้างสรรค์งานใน รูปแบบของตน มีคณ ุ ค่าทัง้ ทางสุนทรียภาพ และการศึกษา ร่วมช่วยกัน อนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ผ้าพระบฏให้อยู่คนไทยตลอดไป


..Phra Bot of Wat Lampang Klang Tawan-ok..