Page 1

โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

บทที่ 2 เส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา จังหวัดพะเยาถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานเกือบพันปี เรื่อยมาจนมาถึงยุค ปัจจุบัน เดิมทีจังหวัดพะเยามีชื่อว่าเมืองภูกามยาว หรือพยาว ถูกกล่าวถึงในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 2 ในช่วง ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพ่อขุนศรีนาวนาถมแห่งอาณาจักรสุโขทัย และมีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพระ ยางาเมืองปกครอง มีสัมพันธ์ไมตรีแนบแน่นกับพ่อขุนรามคาแหงแห่งอาณาจักรสุโขทัย และพระยามังรายแห่ง อาณาจักรล้านนาเชียงใหม่ มีการขุดพบโบราณสถาน โบราณวัตถุอายุหลายร้อยปี สื่อถึงอารยธรรมของคนในยุค นั้นที่เคยตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่จังหวัดพะเยา นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมไทลื้อ หรือไตลื้อ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่โดด เด่นของอาเภอเชียงคา สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดพะเยามีความหลากหลาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น น้าตก วนอุทยาน สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น วัดวาอารามต่างๆ หอวัฒนธรรม โบราณสถาน หรือ สถานที่ท่องเที่ยวยุคใหม่ เช่น ไร่องุ่น ฟาร์มแกะ แต่สถานที่ท่องเที่ยวในพะเยาหลายๆ แห่งยังไม่ถูกผลักดันให้ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก จึง เชื่อว่าหลายๆคนเมื่อเอ่ยถึงจังหวัดพะเยาจะเกิดความสงสัยว่าจังหวัดนี้มี สถานที่ท่องเที่ยวไหนที่สามารถไปเยี่ยมชมได้บ้าง หรือบางคนอาจจะนึกออกแค่กว๊านพะเยาเท่านั้น ขอเวลา อย่างน้อยเพียงแค่ 1 วันนักท่องเที่ยวก็จะสามารถท่องเที่ยวในเมืองพะเยาแบบ One day trip ได้แล้ว หรือหาก นักท่องเที่ยวมีเวลามากกว่านั้น จังหวัดพะเยาในมุมที่คนส่วนใหญ่ยัง ไม่ค่อยมีใครรู้จักก็พร้อมให้นักท่องเที่ยวไป เยี่ยมเยียน จากการสื บ ค้น และทบทวนข้ อ มูล สถานที่ ท่ องเที่ ย วต่ า งๆ ของจั ง หวัด พะเยาจากเว็ บไซต์ Search engine ตามที่ ไ ด้ก ล่ าวไว้ ใ นบทที่ 1 แล้ ว สามารถน าสถานที่ ท่อ งเที่ ยวที่ สื บ ค้ นมาจั ด แบ่ ง เป็ นเส้ นทางการ ท่องเที่ยวได้ 3 เส้นทาง คือ 1) เส้นทางท่องเที่ยวเมืองพะเยา : ถนนทางหลวงหมายเลข 1 2) เส้นทางท่องเที่ยวอาเภอดอกคาใต้-อาเภอภูซาง: ถนนทางหลวงหมายเลข 1021 3) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ : ถนนทางหลวง 1148 โดยได้วางแผนการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาออกเป็น 2 แผน คือแผนการท่องเที่ยวแบบวันเดียว ซึ่งจะเป็นการ ท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวเมืองพะเยา โดยจะนาเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นและน่าสนใจ เหมาะ ส าหรั บ นั ก ท่องเที่ ย วที่มีเ วลาเพีย งแค่ วัน เดีย ว หรื อต้ องการท่อ งเที่ ยวภายในตัว เมื องพะเยา และแผนการ ท่องเที่ย วแบบ 4 วัน 3 คืน จะท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวอาเภอดอกคาใต้ -อาเภอภูซาง และเส้นทาง ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ แผนการท่องเที่ยวนี้จึงเหมาะสาหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลา และต้องการพักผ่อน แบบใกล้ชิดธรรมชาติ อย่างไรก็ตามแผนการท่องเที่ยวที่นาเสนอนี้เป็นแค่แนวทาง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม ความสะดวกของนักท่องเที่ยว 2-1


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

รูปที่ 2.1 แผนที่แสดงเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาทั้ง 3 เส้นทาง

2-2


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

ตารางที่ 2.1 แผนการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาแบบ 4 วัน 3 คืน สถานที่ท่องเที่ยว คาอธิบาย วันที่ 1 - โบราณสถานร่องไฮ เยือนชุมชนโบราณริมกว๊านพะเยา สมัยเมืองภูกามยาว - เตาเผาโบราณเวียงบัว ชมเตาเผาโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในล้านนา อายุกว่า 300 ปี - ตลาดแม่ตา ช้อปชิมชิล อาหาร ของฝาก สินค้าหลากหลายมากมายที่ตลาดแม่ตา - วัดศรีโคมคา ไหว้พระเจ้าตนหลวง พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพะเยา - หอวัฒนธรรมนิทัศน์ ศึกษาปูมหลังของพะเยา และชมโบราณวัตถุต่างๆที่มีการจัดแสดงที่นี่ - อนุสาวรีย์พ่อขุนงาเมือง กราบสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนงาเมืองริมกว๊านพะเยา - วัดติโลกอาราม ล่องเรืองข้ามกว๊านไปไหว้หลวงพ่อศิลากลางน้า วันที่ 2 - หนองเล็งทราย ไปชมวิว ตากอากาศริมหนองน้าขนาดใหญ่ในยามเช้า - บ่อสิบสอง ชมบ่อหินสิบสองบ่อร่องรอยสมัยอาณาจักรภูกามยาว และชมวิวจากมุมสูง - น้าตกจาปาทอง แวะเล่นน้าตก ชื่นชมธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติดอยหลวง - วัดอนาลโยทิพยาราม ไหว้พระที่วัดบนดอยบุษราคัมที่มีศิลปะหลากหลายรูปแบบ - บ้านแกะนักขนาด ถ่ายรูปพร้อมให้อาหารแกะท่ามกลางแกะนับร้อย - ไร่องุ่นภูกลองฮิลล์ ชมไร่องุ่นและแปลงสตรอเบอร์รี่ และทากิจกรรมกลางแจ้ง วันที่ 3 - ข่วงนกยูง ศึกษาธรรมชาติของนกยูงอย่างใกล้ชิด - โบราณสถานเวียงลอ ศึกษาข้อมูลเมืองเวียงลอที่มีโบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นจานวนมาก - วัดพระนั่งดิน ไหว้พระนั่งดินซึ่งเป็นอันซ๊นไทยแลนด์ - วนอุทยานภูลังกา ชมวิวทิวทัศน์ของพะเยาจากจุดชมวิวต่างๆในวนอุทยาน - น้าตกภูลังกา พักผ่อนหย่อนใจ เล่นน้าคลายร้อนที่น้าตกภูลังกา - โครงการหลวงปังค่า ชมแปลงสาธิตเกษตรและเลือกซื้อสินค้าเกษตรของโครงการหลวง วันที่ 4 - วัดนันตาราม แวะไหว้พระวัดพม่าที่มีวิหารเป็นไม้สักทองทั้งหลัง - เฮินไตลื้อแม่แสงดา เยี่ยมชมบ้านไทลื้ออายุมากกว่า 70 ปีของแม่แสงดา - วัดพระธาตุสบแวน ไหว้พระวัดไทลื้ออีกหนึ่งแห่งของอาเภอเชียงเชียงคา - น้าตกภูซาง เยือนน้าตกอุ่นแห่งเดียวของไทยและเดินศึกษาธรรมชาติตามเส้นทาง

2-3


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

2.1 เส้นทางที่ 1 เส้นทางท่องเที่ยวเมืองพะเยา : ถนนทางหลวงหมายเลข 1 สถานที่ท่ องเที่ย วยอดนิ ย มในเว็บ ไซต์ต่ างๆ ในตั ว เมื องจั งหวัดพะเยาจะตั้ง อยู่ รอบๆ กว๊า นพะเยา สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวโดยใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 1 ซึ่งเป็นถนนที่ตัดผ่านใจกลางเมืองพะเยา เดินทาง ได้สะดวกสบาย โดยเดินทางเข้าสู่จังหวัดพะเยาจากอาเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรจะถึงตัวเมืองพะเยา หรือเดินทางจากอาเภองาว จังหวัดลาปาง ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตรก็ถึงตัว เมือ งพะเยาเช่ น กัน สถานที่ท่อ งเที่ย วที่ในตัว เมือ งนี้ มีความหลากหลาย ไม่ ว่าจะเป็ นสถานที่ท่อ งเที่ยวเชิ ง ศิลปวัฒนธรรม เช่น วัดศรีโคมคา วัดอนาลโยทิพยาราม ร่องรอยอารยธรรม เช่น บ่อสิบสอง โบราณสถานร่องไฮ หรือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่น หนองเล็งทราย กว๊านพะเยา

รูปที่ 2.2 แผนที่แสดงเส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางท่องเที่ยวเมืองพะเยา : ถนนทางหลวงหมายเลข 1

2-4


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 1 : หนองเล็งทราย หากท่านเดินทางเดิน ทางเข้าสู่จังหวัดพะเยา จาก ทางหลวงหมายเลข 1 ทางอ าเภอพาน จั ง หวั ด เชี ย งราย สามารถแวะท่องเที่ยวที่หนองเล็งทรายซึ่งตั้งอยู่ที่อาเภอศรี ถ้อย อาภอแม่ใจ โดยเลี้ยวซ้ายก่อนถึง หมวดการทางแม่ใจ ขับไปตามทางประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะถึงหนองเล็งทราย หรื อ ถ้ า หากเดิ น ทางมาจากตั ว เมื อ งพะเยา จะใช้ เ วลา ประมาณครึ่งชั่วโมง และมีระยะทางประมาณ 30 กิโ ลเมตร หนองเล็ ง ทรายมีลั ก ษณะเป็ น หนองน้ าขนาดใหญ่ กิน พื้ น ที่ รูปที่ 2.3 หนองเล็งทราย ประมาณ 5,500 ไร่ ชาวบ้านในละแวกนี้จึงใช้ประโยชน์จาก ที่มา : https://www.thainorthtour.com หนองน้าแห่งนี้ในการทาการเกษตรและทาการประมง นักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนหย่อนใจ รับประทาน อาหารริมหนองน้านี้ได้ สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 2 : น้าตกจาปาทอง น้าตกจาปาทอง ตั้งอยู่ที่ ตาบลบ้านตา อาเภอเมือง จังหวัดพะเยา ห่างจากหนองเล็งทรายประมาณ 40 กิโลเมตร อยู่ในเขตรับผิดชอบของ อุทยานแห่งชาติดอยหลวงที่ มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เชียงราย ลาปาง และพะเยา ซึ่งอุทยานแห่งชาตินี้ได้ยกฐานะ มาจากวนอุ ทยานน้าตกจาปาทอง วนอุทยานน้าตกผาเกล็ ดนาค วน อุทยานน้าตกปูแกง และวนอุทยานน้าตกวังแก้ว รวม 4 แห่ง น้าตกจาปา ทองเป็นแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2532 มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ลาดเทลงมาตามเชิงเขา และมีต้นน้ามาจากดอยหลวง ทาให้เกิดเป็นน้าตก 6 ชั้น ความสูงแต่ละ ชั้นประมาณ 20 เมตร ไหลลงสู่พื้นที่เชิงเขาทางด้านล่าง โดยหินที่รองรับ ล าน้ านี้ คื อ หิ น แกรนิ ต นอกจากนี้ ยั ง มี เ ส้ น ทางเดิ น ศึ ก ษาธรรมชาติ รูปที่ 2.4 น้าตกจาปาทอง ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางเดินผ่านป่าดิบแล้ง ใช้เวลาเดินศึกษา ที่มา : http://www.chiangraifocus.com ประมาณ 2 ชั่วโมง สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 3 : บ่อสิบสอง บ่อสิบสอง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 16 ตาบลบ้านต๋อม อาเภอเมืองพะเยา เดินทางจากหนองเล็งทรายโดยใช้ทาง หลวงหมายเลข 1 แล้วซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 1019 ที่มาของชื่อแหล่งท่องเที่ยวมาจากบริเวณนี้ พบบ่อบนหิน ทรายจานวนสิบสองบ่อ บนสันดอยด้วนที่เป็นดอยทราย เนื่องจากในสมัยอาณาจักรภูกามยาวได้ใช้หินทราย บริเวณนี้ไปก่อสร้างโบราณวัตถุและแกะสลักพระพุทธรูป ปากบ่อสิบสองมีลอยลับคม มีด หอก ดาบของไพร่พล สมัยนั้น พบก้อนหินใหญ่ตั้งตระหง่าน มีลักษณะคล้ายที่นั่งหรือบัลลังก์ซึ่งน่าจะเป็นที่นั่งของพระยาเจียง หรือพ่อ ขุนจอมธรรม และยังสันนิษฐานว่าบริเวณนี้อาจเป็นแหล่ งอาศัยของมนุษย์ยุคโบราณ เพราะพบขวานหินและ 2-5


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

ภาพเขียนบนแผ่นหิน นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่มีลักษณะเป็นหน้าผายื่นออกมา คล้ายภูชี้ฟ้า บางคนจึงเรียกว่าภู ชี้ฟ้าน้อย นักท่องเที่ยวนิยมมาชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแห่งนี้

รูปที่ 2.5 จุดชมวิวบ่อสิบสอง ที่มา : https://pantip.com/topic/34330542

รูปที่ 2.6 บ่อบนหินทราย ที่มา : https://www.thairath.co.th

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 4 : วัดอนาลโยทิพยาราม วัดอนาลโยทิพยาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตาบลสันป่าม่วง อาเภอเมืองพะเยา บน ดอยบุษราคัมทางด้านทิศตะวันตกของกว๊านพะเยา โดยมีระยะทางห่างจากตัวเมือง พะเยาประมาณ 15 กิโลเมตร เดินทางไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณ 7 กิ โ ลเมตร แล้ ว เลี้ ย วซ้ายเข้ าทางหลวงหมายเลข 1127 - 1193 อี ก ประมาณ 9 กิโลเมตร ถนนจะเป็นทางลาดยางตลอดสาย จะสังเกตเห็นลานจอดรถ ร้านค้า และซุ้มประตูวัดอนาลโยทิพยารามอยู่ทางซ้ายมือ มีบันไดพญานาคทอดยาว ไปยังซุ้มประตูที่สร้างเหมือนปราสาทหินโบราณ เมื่อผ่านซุ้มประตูมาแล้วจะเป็นป้าย ชื่อวัดและมีบันไดเดินต่อขึ้นไปประมาณ 200 กว่าขั้น หากนักท่องเที่ย วเป็นผู้สูงอายุ รูปที่ 2.7 ซุ้มทางเข้าวัด หรือมีเวลาไม่มากพอก็สามารถขับรถขึ้นไปได้ บนดอยบุษราคัมจะมีซุ้มประตูอีกแห่ง ลักษณะคล้ายซู้มประตู ข้างล่าง บนยอดซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนหันพระพักตร์ไปตรงข้ามกัน ด้านหลังซุ้มจะมีแท่น 12 นักษัตร มีลักษณะเป็นวงกลม นักท่องเที่ยวมักจะอธิษฐานแล้วตั้งเหรียญไว้บนนักษัตรของตัวเอง ภายในอาณา

รูปที่ 2.8 แท่น 12 นักษัตร

รูปที่ 2.9 พระพุทธรูปปางนาคปรก

2-6


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

เขตวัตมีอาคาร พระพุทธรูป และรูปจาลองต่างๆมากมาย เช่น วิหารพระพุทธชินราช ซึ่งมีพระพุทธชินราช จาลองประดิษฐานอยู่ พระพุทธรูปปางนาคปรก หอพระแก้วมรกต สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 5 : บ้านแกะนักขนาด บ้านแกะนักขนาด ตั้งอยู่ทางฟากตะวันตกของกว๊านพะเยา บริเวณบ้านทุ่งกิ่ว ตาบลบ้านตุ่น อาเภอ เมืองพะเยา มีระยะทางห่างจากกว๊านพะเยาเพียงแค่ 1 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากวัดอนาลโย 8 กิโลเมตร โดย เส้นทางเข้าถึงบ้านแกะนักขนาดนี้สามารถใช้เส้นทางทางหลวง 1193 หากเดินทางมาจากทิศเหนือให้เลี้ยวซ้าย ไปยังวัดตุ่นกลาง ซึ่งทางแยกไปวัดตุ่นกลางจะอยู่เยื้องกับทางแยกไปยังโฮมสเตย์บ้านบัว เมื่อเลี้ยวซ้ายแล้วตรง มาประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงศูนย์สงเคราะห์ราษฎรหมู่ที่ 2 ตรงไป 600 เมตร ให้เลี้ยวขวาตรงสาม แยก จากนั้นตรงไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรจึงจะถึงบ้านแกะนักขนาด ทางค่อนข้างดี เข้าถึงได้ง่าย ที่นี่มีสัตว์ อยู่ 5 ชนิด คือแกะ ม้า นกยูง ห่านและปลา แกะที่มีมากถึง 200 ตัวถูกเลี้ยงในลานโล่งๆ จึงทาให้สามารถเข้าไป ถ่ายรูป ป้อนนมแกะหรือป้อนหญ้าได้อย่างใกล้ชิด นอกจากการให้อาหารแกะแล้วที่นี่ยังมีกิจกรรมขี่ม้าและให้ อาหารปลาอีกด้วย หากอยากต้องการชมทิวทัศน์ในมุมกว้างของบ้านแกะนักขนาดและกว๊านพะเยาก็สามารถขี้น ไปบนหอประภาคารซึ่งอยู่ตรงข้ามกับลานเลี้ยงแกะ โดยมีบ่อปลาคั่นกลาง บ้านแกะนักขนาดนี้ไม่มีร้านอาหาร มี เพียงแค่ร้านขายเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ น้าหวานต่างๆ และมีห้องน้าสาหรับบริการนักท่องเที่ยว 2 ห้อง

รูปที่ 2.10 ฝูงแกะที่บ้านแกะนักขนาด

รูปที่ 2.11 รูปปั้นแกะในสวน

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 6 : ไร่ภูกลองฮิลล์ ไร่ ภู ก ลองฮิ ล ล์ ตั้ ง อยู่ พื้ น ที่ บ้ า นห้ ว ยลึ ก ต าบลบ้ า นตุ่ น อาเภอเมืองพะเยา สามารถเข้าถึงโดยใช้เส้ นทางทางหลวง 119 เดินทางมาจากทางทิศเหนือห่างจากทางแยกไปยังโฮมสเตย์บ้านบัว ประมาณ 2 กิโลเมตร แล้ว เลี้ ยวขวาไปยังบ้านห้ว ยลึ ก ตรงไปอีก ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ไร่ภูกลองฮิลล์มีอาณาบริเวณกว้างกว่า 700 ไร่ บริการที่พัก สวนน้าและศูนย์อาหารแบบครบวงจร เพื่อรองรับ รูปที่ 2.12 ไร่ภูกลองฮิลล์ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา เมื่อเข้ามาในไร่ภู กลองฮิลล์แล้ว จะพบกับสวนยางพารา ไร่องุ่น ไร่สตรอเบอร์รี่ ไร่เมล่อน ไร่ผลไม้เหล่านี้มื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเก็บผลสดๆจากต้นได้ สวนดอกไม้นานาพรรณที่เป็นจุดที่นิยมมาถ่ายรูปกับดอกไม้ในมุม 2-7


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

ต่างๆกันอย่างสม่าเสมอ คอกแกะที่สามารถซื้ออาหารและนมไปป้อนให้น้องแกะทั้งหลายได้ นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมอื่นให้ทา อาทิเช่น ขับ ATV ชมไร่ภูกลอง ปั่นเรือถีบ และการเล่นน้าที่สวนน้าซึ่ งเป็นโซนเปิดใหม่ของไร่ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 19.00 น. โดยเสียค่าเข้าสระในอัตราผู้ใหญ่ 120 บาท เด็ก 100 บาท

รูปที่ 2.14 สวนน้าแห่งใหม่ของจังหวัดพะเยา

รูปที่ 2.13 องุ่นในไร่ภูกลองฮิลล์

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 8 : วัดศรีโคมคา วัดศรีโคมคา หรือ วัดพระเจ้าตนหลวง ตั้งอยู่ใน ตาบลเวียง อาเภอเมืองพะเยา ติดกับกว๊านพะเยา โดยชื่อ วัด พระเจ้ าตนหลวงมาจากพระประธานของวั ดที่ เ ป็ น พระพุทธรูปสาริดปางมารวิชัย และเป็นพระพุทธรูปศิลป เชียงแสนองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนาไทย สร้างจากอิฐมอญ ผสมกับปูนขาว มีหน้าตักกว้าง 14x16 เมตร ประดิษฐาน อยู่ พระเจ้ า ตนหลวงนี้ ช าวพะเยาถือ เป็ น พระพุ ท ธรู ป ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ตามคาขวัญของจังหวัดพะเยาใน

รูปที่ 2.15 พระเจ้าตนหลวง

วรรคที่ว่า “ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง” วัดศรีโคมคามี การบูรณปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง เช่น สมัยเจ้าหลวงอิน ทะชมพู เจ้าหลวงขัติยะ เจ้าหลวงชัยวงศ์ และสมัยพระ เจ้าประเทศอุดร ซึ่งบ้านเมืองขณะนั้นอยู่ในช่วงของการ เปลี่ ย นแปลงการปกครอง พะเยาเป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของ มณฑลพายัพ ขึ้นอยู่กับจังหวัดเชียงราย สมัยนั้นมีนาย คลาย บุษยบรรณเป็นนายอาเภอ พระเจ้าประเทศอุดร รูปที่ 2.16 วิหารวัดศรีโคมคา และนายคลายได้ตระหนักถึงพระวิหารหลวงที่กาลังทรุด โทรม จึงได้ปรึกษากับพระครูวชิรปัญญา เจ้าแขวงเมืองพะเยา ไปอาราธนานิมนต์ครูบาศรีวิชัยมาเป็นประธานใน การก่อสร้างพระวิหารหลวงดังกล่าว บริเวณทางเข้าวัดจะมีดอกไม้ธูปเทียนจาหน่ายในราคา 20 บาท เพื่อนาไป สักการะพระเจ้าตนหลวงภายในวิหาร กาแพงรอบวิหารทางด้านทิศตะวันตกมีพระพุทธรูปแกะสลักประดิษฐาน 2-8


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

อยู่ตามแนวกาแพง นอกจากนี้ทางด้านหลังวัดยังมีจุดปล่อยปลาซึ่งอยู่ติดกับพระอุโบสถกลางน้าทีต่ ัวอุโบสถสร้าง ยื่นเข้าไปในกว๊านพะเยา มีศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ และภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังของอังคาร กัล ยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สถานที่ท่องเทีย่ วจุดที่ 9 : หอวัฒนธรรมนิทัศน์ หอวัฒนธรรมนิทัศน์ ตั้งอยู่ในตาบลเวียง อาเภอเมืองพะเยา หรืออยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของวัดศรี โคมคา ตัวอาคารของหอวัฒธรรมนิทัศน์เป็นอาคาร 2 ชั้น ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยม โดยเป็นส่วนจัดแสดงทั้ง 2 ชั้น พื้นที่ตรงกลางอาคารเปิดโล่งเพื่อเป็นพื้นจัดสวนหย่อมและจัดแสดงวัตถุโบราณ (รูปที่ 2.17) ส่วนจัดแสดงมี ทั้งหมด 13 ส่วน ดังนี้ ชั้นที่ 1 : 1) ห้องกว๊านพะเยา 2) ลานศิลาจารึก 3) คลังวัตถุโบราณ ชั้นที่ 2 : 4) พะเยาก่อนประวัติศาสตร์ 5) พะเยายุคต้ น 6) พะเยายุครุ่งเรือง 7) เครื่องปั้นดินเผา 8) พะเยายุค หลั ง 9) กบฏ งี้ย ว 10) ประวัติพระเจ้าตนหลวง 11) ภูมิปัญญาและปราชญ์ท้องถิ่ น 12) พะเยากับ ความหวัง 13) คนกับช้าง

รูปที่ 2.17 สวนหย่อมจัดแสดงวัตถุโบราณ

รูปที่ 2.18 วัตถุโบราณที่ถูกจัดแสดงในตู้กระจก

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 10 : อนุสาวรีย์พ่อขุนงาเมืองและกว๊านพะเยา อนุสาวรีย์พ่อขุนงาเมือง ตั้ง อยู่บริเวณสวนสาธารณะริมกว๊าน พะเยา ถูกสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสที่ จังหวัดพะเยาได้รับการยกฐานะให้ เป็นจังหวัดที่ 72 ในปี พ.ศ. 2520 อนุสาวรีย์นี้เป็นรูปปั้นสาริดความสูง เท่าครึ่งขององค์จริงในท่าประทับ ยืน ทรงชุดกษัตริย์สวมมงกุฎ พระ หัตถ์ถือดาบอาญาสิทธิ์ หันพระพักตร์ไปทางกว๊านพะเยา ประดิษฐาน บนแท่นสูง 2.50 เมตร (รูปที่ 2.19) จะมีผู้คนมาสักการะอนุสาวรีย์พ่อ ขุนงาเมืองอยู่ตลอดเวลา ในทุกปีจะมีงานบวงสรวงพ่อขุนงาเมือง จัด ขึ้นในวันที่ 5 มีนาคม บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงาเมือง รูปที่ 2.19 อนุสาวรีย์พ่อขุนงาเมือง

2-9


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

กว๊านพะเยา มีลักษณะเป็น อ่างเก็บน้าขนาดใหญ่ กว้างสุดลูกหูลูกตา มีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 17–18 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณกว่า 12,000 ไร่ เดิมทีบริเวณนี้เป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้าอิง เป็นแอ่งที่รวบรวมลา ห้วยต่างๆถึง 18 สาย ต่อมาในปีพ.ศ. 2478 กรมประมง ได้ ตั้ ง สถานี ป ระมงน้ าจื ด จั ง หวั ด พะเยาขึ้ น บริ เ วณต้ น แม่น้าอิงและสร้างฝายกั้นน้าทาให้เกิดเป็นบึงขนาดใหญ่ จึงทาให้เรือกสวนไร่นา บ้านเรือน ชุมชนต่างๆ ตลอดจน โบราณสถานต้องจมลงใต้ผืนน้า ปัจจุบันกว๊านพะเยาถือ เป็นแหล่งน้าที่ส าคัญของชาวจังหวัดพะเยา ทั้งการทา ประมง การเกษตรและใช้ในการอุปโภคบริโภค เลี ยบ กว๊านพะเยานั้นจะมีเส้นทางจักรยานเพื่อให้ประชาชนมา รูปที่ 2.20 กว๊านพะเยา ออกกาลังกายพร้อมกับชมทัศนียภาพของกว๊านพะเยาไป พร้อมๆกัน สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 11 : วัดติโลกอาราม วัดติโลกอาราม วัดหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่กลางกว๊านพะเยา เป็น โบราณสถานที่จมอยู่ใต้กว๊านพะเยาหลังจากกรมประมงได้ ทาประตูกั้นน้าไว้เพื่อกักเก็บน้า ซึ่งเป็นวัดที่พระเจ้าติโลก ราช แห่งราชอาณาจักรล้านนาโปรดให้พระยายุทธิษถิระ เจ้ า เมื อ งพะเยาสร้ า งขึ้ น ในราวปี พ.ศ. 2019-2029 ใน บริเวณที่เรียกว่าบวกสี่แจ่ง วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีชื่อปรากฏอยู่ ในศิลาจารึกซึ่งถูกค้นพบในวัดร้างกลางกว๊านพะเยา การ รูปที่ 2.21 การนั่งเรือข้ามไปวัดติโลกอาราม เดินทางไปวัดติโลกอารามนั้นต้องไปติดต่อที่ศาลาท่าเรือริม กว๊าน ซึ่งจะมีเรือแจวให้บริการอยู่ เรือจะออกเมื่อคนครบ 5 คนต่อลา โดยคิดค่าบริการคนละ 30 บาท และจะมี ดอกไม้ธูปเทียนสาหรับไหว้พระให้ด้วย แต่ถ้าหากไม่อยากเสียเวลารอให้คนครบ 5 คน สามารถเหมาเรือข้ามไป ได้ในอัตรา 150 บาทต่อลา ใช้เ วลาข้ามไปยังวัดติโลก อารามประมาณ 20 นาที (รูปที่ 3.21) เมื่อไปถึงวัดแล้ว จะพบกั บ หลวงพ่ อ ศิ ล าที่ ตั้ ง อยู่ ก ลางเกาะให้ ผู้ ค นมา สักการะ (รูปที่ 2.22) หลวงพ่อศิลานี้ถูกค้นพบใต้กว๊าน พะเยาในปี พ.ศ. 2526 เป็นพระพุทธรูปหินทราย ปาง มารวิ ชั ย ศิ ล ปะสกุ ล ช่ า งพะเยา หน้ า ตั ก กว้ า ง 105 เซนติเมตร ชาวบ้านได้อัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาจากน้า จากนั้นทางจังหวัดพะเยาได้เชิญไปประดิษฐานไว้ที่วัดศรี รูปที่ 2.22 หลวงพ่อศิลา โคมค า จนปี พ.ศ. 2550 จึ ง ได้ มี ก ารอั ญ เชิ ญ มา ประดิษฐานไว้บนฐานบุษบกที่วัดติโลกอาราม ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชาของทุกปี ที่วัดติ 2-10


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

โลกอารามจะมีการจัดกิจกรรมเวียนเทียนกลางน้า โดยผู้ที่มาเวียนเทียนจะนั่งอยู่บนเรือแจวเพื่อทาการเวียน เทียนรอบลานอิฐดินเผาและพระธาตุที่โผล่พ้นผิวน้า ถือเป็นการเวียนเทียนกลางน้าที่เดียวในโลก และยังเป็น กิจกรรมที่สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 12 : ตลาดแม่ตา ตลาดแม่ตา ตั้งอยู่ ที่ ตาบลแม่ตา อาเภอเมือง พะเยา เป็ น ตลาดขนาดใหญ่ ที่ เ ปิ ด ทุ ก วั น ตลอด 24 ชั่ ว โมงเมื่ อ เข้ า ไปในตลาดจะพบกั บ แผงขายสิ น ค้ า หลากหลายมากมาย ไม่ว่าจะเป็ นของสด อาหารแห้ ง ของฝากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ปลาส้ม แคบหมู ไส้อั่ว กาละแม หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้า โดยจะได้ ยิ น เสี ย งแม่ ค้ า เรี ย กลู ก ค้ า อยู่ เ ป็ น ระยะๆ ส าหรั บ รูปที่ 2.23 แผงขายของฝาก นักท่องเที่ยวที่ชอบช้อปปิ้ ง ตลาดแม่ตาถือเป็นตลาดที่ ห้ามพลาดในการเลือกซื้อสินค้า ของฝากต่างๆ สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 13 : โบราณสถานบ้านร่องไฮ โบราณสถานบ้านร่องไฮตั้งอยู่ที่ตาบลแม่ใส อาเภอเมืองพะเยา สามารถเข้าถึงได้โดยใช้เส้นทางทาง หลวงพหลโยธิน มุ่งหน้าทางไป เลี้ยวขวาที่สี่แยกแม่ตา ไปตามทางหลวงหมายเลข 1193 จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 2 เลยไปประมาณ 150 เมตร จะเป็นสายแยกให้เลี้ยวขวาทางไปบ้านร่องไฮ เดิมทีเคยเป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ ริมกว๊านพะเยา มีซากของกลุ่มวัดร้างในสมัยที่เมืองภูกามยาวเจริญรุ่งเรือง ประมาณ 900 ปีก่อน ซึ่งอยู่ในสมัย เดียวกันกับวัดติโลกอาราม จากการขุดค้นในปีพ.ศ.2545 โดยกรมศิลปากรพบโบราณสถานและโบราณวัตถุ จานวนมาก และยังพบพระพุทธรูปหินทรายสันนิษฐานว่ามีอายุราว 500 ปี ส่วนที่มาของชื่อบ้านร่องไฮนั้น คาด ว่าจะมาจากลักษณะพื้นที่ในอดีตที่มี ร่องน้าไหลผ่านกลางหมู่บ้านลงสู่แม่น้าอิง มีต้นไทรขึ้นเรียงตามสองฝั่งของ ร่องน้า และต้นไทรภาษาพื้นเมืองภาคเหนือเรียกว่า ต้นไฮ จึงน่าจะเป็นที่มาของชื่อบ้านร่องไฮ

รูปที่ 2.24 โบราณสถานบ้านร่องไฮ ที่มา : http://www.museumthailand.com

รูปที่ 2.25 พระพุทธรูปหินทราย ที่มา : http://www.tnews.co.th

2-11


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 14 : เตาเผาโบราณเวียงบัว เตาเผาโบราณเวียงบัว ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตาบลแม่กา อาเภอเมืองพะเยา อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยพะเยา ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 3 กิโลเมตร มีการค้นพบเตาเผาโบราณที่มีอายุมากกว่า 300 ปี เป็นเตาเผาโบราณ เก่าแก่ที่สุดในล้านนาที่ค้นพบในขณะนี้ การขุดพบหลักฐานการผลิตเครื่องจานชามเนื้อแกร่งชนิดเคลือบนี้อยู่ใน สมัยพระยางาเมือง พบลวดลายภูมิจักรวาลที่เป็นอัตลักษณ์ของเครื่องจานชามที่เวียงบัวหลายแบบ ซึ่งส่วนมาก เป็นลายลักษณ์แบบใหม่ที่ยังไม่เคยพบเครื่องจานชามของแหล่งเตาอื่นๆ ในประเทศไทยหรือต่างประเทศมาก่อน สีที่เคลือบส่วนมากเป็นโทนสีเขียว เช่น สีเขียวอ่อน สีเขียวแกมเหลือง และสีขาวนวล โดยวัตถุโบราณที่ขุดค้นพบ ถูกจัดแ สดงในพิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณเวียงบัว

รูปที่ 2.27 วัตถุโบราณที่ถูกค้นพบ ที่มา : http://www.museumthailand.com

รูปที่ 2.26 เตาเผาโบราณ ที่มา : http://www.museumthailand.com

สาหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจากัดเพียงแค่ 1 วัน สามารถเที่ยวตามสถานที่ที่โดดเด่นในตัวเมืองตาม แผนการท่องเที่ยวแบบ One day trip ที่จะนาเสนอ ดังนี้ ตารางที่ 2.2 แผนการท่องเที่ยวแบบ One day trip ในตัวเมือง ช่วงเช้า - วัดอนาลโยทิพยาราม - บ้านแกะนักขนาด - ไร่ภูกลองฮิลล์ ช่วงบ่าย - วัดศรีโคมคา - หอวัฒนธรรมนิทัศน์ - อนุสาวรีย์พ่อขุนงาเมืองและกว๊านพะเยา - วัดติโลกอาราม นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวเมืองพะเยา : ถนนทางหลวงหมายเลข 1 ที่ได้กล่าวมา นั้น ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีก 1 แห่ง คือโฮมสเตย์บ้านบัว ซึ่งเป็นหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ในชุมชน บ้านบัว ตาบลบ้านตุ่น อาเภอเมืองพะเยา โดยจะกล่าวถึงในบทถัดไป 2-12


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

2.2 เส้นทางที่ 2 เส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมอาเภอดอกคาใต้-อาเภอภูซาง: ถนนทางหลวงหมายเลข 1021 เส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่นาไปสู่อาเภอเชียงคา ซึ่งเป็นอาเภอที่มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นคือ วัฒนธรรมไทยลื้อ ระหว่างทางจะมีจุดท่องเที่ยวข่วงนกยูงเพื่อชมนกยูงป่า และโบราณสถานเวียงลอ เมืองโบราณ ขนาดใหญ่ ส่วนปลายทางของเส้นทางท่องเที่ยวนี้คือน้าตกภูซาง น้าตกที่เป็นน้าอุ่นแห่งเดียวของประเทศไทย

รูปที่ 2.28 แผนที่แสดงเส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมอาเภอดอกคาใต้-อาเภอภูซาง: ถนนทางหลวงหมายเลข 1021

2-13


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 1 : ข่วงนกยูง ข่วงนกยูงตั้งอยู่ที่ตาบลห้วยข้าวก่า อาเภอจุน เดินทางเข้าถึงได้สะดวกโดยใช้ เส้นทางดอกคาใต้-จุน ถ้า มาจากตัวเมืองพะเยา ข่วงนกยูงจะอยู่ก่อนถึงตัวอาเภอจุน นกยูงที่นี่อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยความเป็นมา ของข่วงนกยูงนี้เกิดจากฝูงนกยูงที่อาศัยอยู่ในป่าเวียงลอได้บินลงมาหาอาหาร พืชผลทางการเกษตรที่ชาวบ้าน ปลูกไว้จึงได้รับความเสียหาย ดังนั้นในปีพ.ศ. 2552 ชาวบ้านในชุมชนบ้านกิ่วแก้วได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งข่วงนกยูงบ้านกิ่วแก้วขึ้นมา เพื่อให้นกยูงที่ลงมาหากินอาหารไม่ให้ไปรบกวนพืชไร่ของชาวบ้าน โดยปลูก พืชที่นกยูงชอบกิน เช่น ถั่วชนิดต่างๆ ข้าวโพด เมื่อถึงเวลาหากินนกยูงก็ออกจากป่ามากินพืชที่ชาวบ้านปลูกไว้ ให้ และยังได้สร้างข่วงนกยูงกระจายไปตามแนวป่าเวียงลอ รวม 5 ข่วง ได้แก่ ลานรักษ์ข่วงนกยูง ชุมชนบ้านร่อง หาด ชุมชนศรีเมืองชุม ชุมชนบ้านเซี๊ยะ และชุมชนบ้านกิ่วแก้ว เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป สามารถ มาศึกษาและดูนกยูงที่ข่วงนกยูงได้ โดยนกยูงจะมาปรากฏตัวให้เห็นตั้งแต่เวลา 14.30 น.

รูปที่ 2.30 ตัวผู้ราแพนหาง ที่มา : http://www.thaibirder.com

รูปที่ 2.29 นกยูงออกหากินบริเวณข่วงนกยูง ที่มา : http://www.thaibirder.com

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 2 : โบราณสถานเวียงลอ โบราณสถานเวียงลอ อยู่ในเขตตาบลลอ อาเภอจุน สามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยเส้นทางจากอาเภอ เมืองพะเยาเข้าเขตอาเภอจุน เลี้ยวซ้าย ที่ตู้ยามกิ่วแก้ว อาเภอจุนไปถึงวัดศรีปิงเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร เวีย งลอเป็ น เมืองโบราณขนาดใหญ่ มีอายุมากกว่า 900 ปี ถูกสร้างขึ้นมา เมื่อไหร่ยังไม่ทราบแน่ชัด กรมศิลปากร ได้ร่วมมือกับชาวบ้านเทศบาลตาบล เวียงลอ และเทศบาลตาบลหงส์หิน ในการออกสารวจพื้นที่ตั้งแต่ปีพ.ศ.2536 พบโบราณสถานภายในเวียงกว่า 10 แห่ง นอกเวียง 33 แห่ง จึงได้เริ่มทยอย ขุดแต่งและบูรณะในปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา ปัจจุบันโบราณสถานเวียงลอที่ ได้ดาเนินการขุดแต่งและบูรณะไปแล้วทั้งสิ้น 16 แห่ง วัดศรีปิงเมืองเป็น 1 ใน วัดที่ได้รับการบูรณะแล้ว (รูปที่ 2.33) เป็นวัดที่สาคัญและเป็นศูนย์กลางของ ชุมชนเนื่องจากเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จาพรรษาอยู่ มีโบราณสถานที่สาคัญคือ เจดีย์ทรงระฆัง ศิลปะแบบล้านนา-สุโขทัย ที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ (รูปที่ 2.32) ภายในวั ด ยั ง มี อุ โ บสถขนาดเล็ ก ที่ ป ระดิ ษ ฐานพระสามพี่ น้ อ ง รูปที่ 2.31 เจดีย์ทรงระฆัง พระพุทธรูปหินทรายศิลปะล้านนาสกุลช่างพะเยาจานวน 3 องค์ (รูปที่ 2.34) 2-14


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

ซึ่งเคยเป็นพระพุทธรูปประจาอุโบสถหลังเก่ามาก่อน นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศึกษาข้อมูลเวียงลอ ซึ่งมีข้อมูลของ เวียงลอในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์เวียงลอจนถึงยุคปัจจุบันให้ได้ศึกษา มีการจัดแสดงวัตถุโบราณ ข้าวของเครื่องใช้ ที่ขุดพบในบริเวณโบราณสถานเวียงลอ โดยมีจิตอาสาคอยให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว

รูปที่ 2.33 พระสามพี่น้อง

รูปที่ 2.32 วัดศรีปิงเมือง

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 3 : วัดนันตาราม วัดนันตาราม ตั้งอยู่ที่หมู่ 13 ตาบลหย่วน อาเภอเชียงคา เป็นวัดที่มีศิลปะแบบไทยใหญ่ เดิมทีเป็นวิหาร ไม้ที่มุงด้วยหญ้าคา ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยใหญ่เป็นผู้สร้างให้พระภิกษุชาวไทยใหญ่ จากเมืองตองจี รัฐฉาน ประเทศพม่าให้จาพรรษา ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดจองคา ปัจจุบันวิหารของวัดนันตารามถูกสร้างโดยใช้ไม้สักทั้ง หลัง (รูปที่ 2.35) จึงทาให้วิหารหลังนี้ดูขรึมและขลังจากสีเข้มๆของไม้สัก ก่อนเดินขึ้นวิหารจะมีชั้นวางรองเท้า และผ้าซิ่นให้สาหรับนักท่องเที่ยวที่แต่งตัวไม่สุภาพได้สวมใส่เพื่อความเรียบร้อย เมื่อเข้าไปในวิหารแล้วต้องมี ความสารวมกาย วาจา ใจ ให้สมกับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีการแกะสลักลวดลาย ฉลุไม้ตามหน้าบัน หน้าต่าง ระเบียง หลังคามุงด้วยแป้นเกล็ด มีลักษณะซ้อนกันหลายๆชั้นลดหลั่นกันไป โดยตาแหน่งหลังคาที่ซ้อนกันสูง ที่สุดจะเป็นตาแหน่งที่พระประธานของวัดประดิษฐานอยู่ ตามความเชื่อของชาวไทยใหญ่ องค์พระประธาน แกะสลักจากไม้สักทองลงรักปิดทอง ทรงเครื่องแบบไทยใหญ่ (รูปที่ 2.36) สิ่งที่มีความโดดเด่น อีกอย่างของ วัดนันตารามก็ คือ ธรรมมาสน์สีทอง ที่ทาเลียนแบบมาจากราชบัลลังก์ของกษัตริย์พม่า

รูปที่ 2.34 วัดนันตาราม

รูปที่ 2.35 ภายในวิหารไม้สัก

2-15


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 4 : วัดพระธาตุสบแวน วัดพระธาตุสบแวน พุทธสถานคู่บ้านคู่เมืองของอาเภอเชียงคา ตั้งอยู่ในตาบลหย่วน อาเภอเชียงคา จั ห่างจากที่ว่าการอาเภอเชียงคาประมาณ 4 กิโลเมตร ภายในวัดพระธาตุสบแวนมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง มีสิ่ง น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น พระบรมธาตุเจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุริมฝีปากล่างขององค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระโคตมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) (รูปที่ 2.37) เฮินไทลื้อจาลองที่แสดง ให้เห็นถึงที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ ต้นจามจุรีขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี องค์พระธาตุสบแวนอายุ เก่าแก่กว่า 800 ปี นอกจากนี้ยังมีตลาดไทลื้อที่จัดขึ้นทุกวันพุธที่ 2 และ 3 ของทุกๆเดือน เวลา 15.00-18.00 น. ชาวบ้านในชุมชนจะมาขายสินค้า อาหารต่างๆ และยังมีการแสดงของชาวบ้านให้ชมอีกด้วย

รูปที่ 2.37 วิหารวัดพระธาตุสบแวน ที่มา : www.thainorthtour.com

รูปที่ 2.36 พระธาตุสบแวน ที่มา : www.thainorthtour.com

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 5 : เฮินไตลื้อแม่แสงดา เฮินไตลื้อแม่แสงดา ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตาบลหย่วน อาเภอเชียงคา เป็นบ้านไทลื้อที่มีอายุมากกว่า 70 ปี (รูป ที่ 2.39) โดยมีเจ้าของคือแม่แสงดา สมฤทธิ์ (รูปที่ 2.41) ตัวบ้านจะเป็นบ้านไม้ ยกใต้ถุนสูง หลังคามุงด้วยแผ่น ไม้เล็กๆ มีชานเรือนเชื่อมตัวบ้านทั้งสองฝั่ง ภายในตัวบ้านทางฝั่งขวาจะมีห้องอยู่ 2 ห้อง ได้แก่ ห้องครัวที่ยังมี อุปกรณ์เครื่องใช้ในอดีต เช่น เตาฟืน หม้อดินเผา เครื่องจักสานต่างๆ (รูปที่ 2.40) และอีกห้องเป็นห้องที่มีชุด เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายของชาวไทลื้อ ให้ชมและอุดหนุน ส่วนตัวบ้านอีกฝั่งนั้นเป็นที่พักของแม่แสงดา ใต้ถุนบ้าน นั้นยังมีการทอผ้าแบบไทลื้อให้คนมาเยี่ยมได้ชมการทอผ้า ไทลื้อ นอกจากนี้ยังมีเกวียนและรถสามล้อถีบจัดแสดงอยู่ ใต้ ถุ น บ้ า นอี ก ด้ ว ย เฮิ นไตลื้ อ แม่ แ สงดานี้ เ ปิ ด ให้ นักท่องเที่ยวเข้ามาพักค้างคืน โดยมีอัตราค่าพักอยู่ที่ 200 บาทต่อคน แต่ไม่มีอาหารบริการ นักท่องเที่ยวสามารถ ปั่นจักรยานไปซื้ออาหารได้ที่ตลาดสดบ้านธาตุซึ่งอยู่ใกล้ๆ แม่แ สงดาได้ อนุรั กษ์บ้ านหลั ง นี้ให้ คงสภาพเดิม เพราะ ต้องการให้คนรุ่นหลังได้มาเยี่ยมชมบ้านไทยลื้อหลังนี้ รูปที่ 2.38 เฮินไตลื้อแม่แสงดา 2-16


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

รูปที่ 2.40 แม่แสงดา สมฤทธิ์ เจ้าของบ้าน

รูปที่ 2.39 ห้องครัวภายในบ้าน

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 6 : น้าตกภูซาง น้าตกภูซาง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูซางซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของอาเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอาเภอภูซาง จั งหวัดพะเยา สามารถเดินทางจากตัว อาเภอเชียงคามายังน้าตกภูซางโดยใช้ทางหลวง 1021 ไป ทางทิศเหนือประมาณ 6 กิโลเมตร ก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่ทาง หลวง 4010 ประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตาม ทางหลวง 1093 อีก 5 กิโลเมตร จุดเด่นของน้าตกภูซางที่ เป็ น ลั ก ษณะเฉพาะ คื อ ความเป็ น น้ าตกอุ่ น แห่ ง เดี ย วใน ประเทศไทย (รูปที่ 2.42) ตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยผาหม่น มี อุณหภูมิประมาณ 35-36 องศาเซลเซียส แต่เราจะไม่รู้สึก รูปที่ 2.41 น้าตกภูซาง ถึงความอุ่นของน้า เพราะอุณหภูมิในร่างกายของเราสูงกว่า โดยมีบ่อซับน้าอุ่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเป็นต้นกาเนิดของน้าตก บ่อซับน้าอุ่นนี้เกิดจากน้าฝนและน้าผิวดินไหลลง สู่ ใ ต้ ดิ น ตามรอยแตก รู พ รุ น รอยเลื่ อ นของหิ น จนถึ ง ความลึกระดับหนึ่งจะมีการถ่ายเทความร้อนจากชั้นหิน ใต้ดินมาสู่น้า และน้าจะไหลกลับสู่ผิวโลก สามารถเดินไป ชมบ่อซับน้าอุ่นนี้ได้ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้าตกภู ซาง เป็นทางเดินยกระดับและเส้นทางบบนพื้นราบแบบ วงรอบ (รูปที่ 2.43) ระยะทางประมาณ 996 เมตร มี จุดเด่นที่ส าคัญคือบ่อซับน้าอุ่นและป่าพรุ ใช้เวลาเดิน รูปที่ 2.42 เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ศึกษาธรรมชาติประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง 2.3 เส้นทางที่ 3 เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ : ถนนทางหลวง 1148 นอกจากสถานที่ท่องเที่ย วรอบๆกว๊านพะเยาและในตัว เมืองพะเยาแล้ว จังหวัดพะเยายังมีส ถานที่ ท่องเที่ย วสาหรั บผู้ ที่ชื่น ชอบธรรมชาติ อยากหลบหนีจากความวุ่นวาย และชมวิว ทิว ทัศน์ป่าเขาล าเนาไพร สามารถมาท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวเส้นนี้ได้ โดยใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 1148 2-17


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

รูปที่ 2.43 แผนที่แสดงเส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ : ถนนทางหลวง 1148

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 1 : วัดพระนั่งดิน วัดพระนั่งดิน อยู่ในตาบลเวียง อาเภอเชียงคา สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางทางหลวง 1148 เดินทาง จากตัวอาเภอเชียงคาไปทางทิศใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร จะเจอวัดอยู่ทางขวามือ เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดแล้วจะ รู้สึกสงบ ค่อนข้างร่มรื่นเพราะมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่ตรงหน้าวิหาร วัดพระนั่งดินนี้ถือเป็นอันซีนไทยแลนด์แห่ง หนึ่ง เนื่องจากองค์พระประธานของวัดประดิษฐานอยู่กับพื้น ไม่มีฐานชุกชีมารองรับ (รูปที่ 2.45) เคยมีราษฎร สร้างฐานชุกชีเพื่ออัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐานบนฐานชุกชี แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึง 2-18


โครงการทบทวนและจัดทาเส้นทางการตลาดท่องเที่ยวประชารัฐ: จังหวัดพะเยา

เรียกสืบต่อกันมาว่า พระนั่งดิน ภายในวิหารยังมีบาตรให้ใส่เหรียญเป็นจานวนมาก (รูปที่ 2.46) โดยมีข้อความ ว่าให้ใส่บาตรละ 1 เหรียญ ถือเป็นการฝึกสมาธิของเราขณะใส่เหรียญในบาตรไปด้วย

รูปที่ 2.44 พระนั่งดิน

รูปที่ 2.45 บาตรเหรียญในวิหาร

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 2 : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ศูน ย์ พัฒ นาโครงการหลวงปั งค่า ตั้งอยู่ที่ 249 หมู่ 7 ต าบลผาช้ า งน้ อ ย อ าเภอปง เป็ น ศู น ย์ พั ฒ นา โครงการหลวง 1 ใน 38 แห่งของประเทศไทย และเป็น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งเดียวของจังหวัดพะเยา มี พื้ น ที่ อ ยู่ ใ นความดู แ ลกว่ า 20,000 ไร่ ลั ก ษณะภู มิ ประเทศเป็ น เนิ น เขาและภู เ ขาสู ง ท าให้ รู ป แบบ การเกษตรเป็นแบบเมืองหนาว ประชากรในบริเวณนี้เป็น ชาวเขาเผ่ า ม้ ง และเย้ า ดั ง นั้ น เป้ า หมายหลั ก ของ รูปที่ 2.46 ร้านอาหารศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า การก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าในปีพ.ศ.2530 คือการดูแลชาวบ้านใน บริเวณนี้ ทาระบบอนุรักษ์ดินและน้า จัดสรรพื้นที่ทามาหากินให้แก่ ชาวบ้าน คอย สอนการทาเกษตรกรรม ส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาว นักท่องเที่ยวสามารถแวะ เข้าไปชมแปลงเกษตรและซื้อสินค้าเกษตร หรือสินค้าแปรรูปต่างๆได้ นอกจากนี้ยัง มีที่พักและร้านอาหารของศูนย์ฯสาหรับบริการนักท่องเที่ ยวอีกด้วย โดยบ้านพักมี ความสะดวกสะบายราคา 800 บาทต่อคืน พักได้ถึง 3 คน เป็นห้องพักแบบพัด รูปที่ 2.47 แปลงเกษตร ลม และยังมีลานกางเต็นท์ ให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวเย็น

2-19


รายงานความก้าวหน้า (Progress report)

สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 3 : น้าตกภูลังกา น้ าตกภู ลั ง กาเป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของวนอุ ท ยานภู ลั ง กา ต าบลผาช้ า งน้ อ ย อ าเภอปง น้ าตกภู ลั ง กา เป็ น น้ าตกที่ น้ า ค่อนข้างใสและเย็น มี 2 ชั้น โดยชั้นที่ 1 มีความสูง 30 เมตร และชั้นที่ 2 มีความสูง 20 เมตร ชั้นหินที่รองรับน้าตกนี้เป็นหิน ตะกอน ซึ่งมีการวางตัวเป็นชั้นๆ ทาให้น้าตกนี้มีลักษณะที่ไหล ผ่านหินเป็นชั้นๆ น้าตกภูลังกามีความสวยงามมากในช่วงฤดูฝน จึงแนะนาให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในฤดูฝน เพราะฤดูอื่นน้าใน รูปที่ 2.48 น้าตกภูลังกา น้าตกค่อนข้างแห้ง ที่มา : https://khanista13.wordpress.com สถานที่ท่องเที่ยวจุดที่ 4 : วนอุทยานภูลังกา วนอุทยานภูลังกา อยู่ในเขตการปกครองของตาบลผาช้างน้อย อาเภอปง สามารถเดินทางโดยรถยนต์ จากอาเภอเชียงคา ใช้ทางหลวงหมายเลข 1148 เป็นระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร ทั้งนี้ควรใช้รถยนต์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ วนอุทยานภูลังกาเป็นผืนป่าที่มีขนาดประมาณ 7,800 ไร่และมีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วย พืชพรรณจานวนมากทั้งดอกไม้ป่าพันธุ์ไม้หายาก อย่างต้นชมพูภูพาน เนียมแดง เอื้องสีตาล เทียนธารา สัตฤาษี รวมถึงสัตว์ป่าที่มีอยู่กว่า 100 ชนิด วนอุทยานภูลังกามีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ ยอดดอยภูลังกา ยอดดอยภูนม ทุ่งดอกโคลงเคลง น้าตกภูลังกา ลานหินล้านปี หินแยงฟ้า ป่าก่อโบราณ ร่องรอยตานานผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในอดีต หากนั กท่องเที่ย วต้องการพักค้างคืน เพื่อชมทะเลหมอกในตอนเช้า ทางวนอุทยานฯ มีบ้านพักและ สถานที่กางเต็นท์รับรอง

รูปที่ 2.50 ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น ที่มา : https://www.ท่องทั่วไทย.com

รูปที่ 2.49 วนอุทยานภูลังกา ที่มา : https://travel.mthai.com

2-20

Ch2 เส้นทาง  
New
Advertisement