Issuu on Google+

การพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ โครงงานคอมพิวเตอร์เป็ นการนาเอาความรู ้ในด้านการเขียนโปรแกรม มาใช้ร่วมกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวมถึง อุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลิตผลงานสาหรับแก้ปัญหา หรื อนาผลงานมาประยุกต์ในงานจริ ง นักเรี ยนต้องใช้ ความรู ้และประสบการณ์ เพื่อวางแผนการพัฒนาโครงงาน โดยอาจขอคาปรึ กษาจากอาจารย์ผสู ้ อน หรื อ ผูท้ รงคุณวุฒิอื่น เป้ าหมายสูงสุ ดของการจัดทาโครงงาน คือ การที่โคงงานได้ถกู นาไปใช้งานจริ งและก่อให้เกิด ประโยชน์ในชีวิตจริ งของผูน้ าไปใช้ ในการเลือกหัวข้อโครงงานนั้นผูพ้ ฒั นาอาจเริ่ มจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ร่ วมกับประสบการณ์ในการคิดค้น ถึงสิ่ งที่เป็ นปัญหา และความเป็ นไปได้ในการนาเอาระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยงาน โดยทัว่ ไปแล้วโครงงาน คอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็ น 5 ประเภท คือ 1. โครงงานพัฒนาสื่ อเพือ่ การศึกษา เป็ นการสร้างบทเรี ยนที่อาจมีแบบฝึ กหัดหรื อคาถามเพื่อทดสอบด้วย 2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ เป็ นการพัฒนาโปรแกรมช่วยงานในด้านต่างๆ 3. โครงงานจาลองทฤษฎี เป็ นการพัฒนาโปรแกรมเพื่อจาลองการทดลองในด้านต่างๆ ที่ไม่สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริ งได้ 4. โครงงานประยุกต์ เป็ นการนาเอาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ร่วมกับอุปกรณ์อื่นในการประดิษฐ์สิ่งของหรื อปรับปรุ งเครื่ องมือที่มีอยูเ่ ดิม ให้มีประสิ ทธิ ภาพสูงขึ้น 5. โครงงานพัฒนาเกม เป็ นการสร้างเกมเพื่อการศึกษาหรื อความบันเทิง การพัฒนาโครงงานเป็ นกิจกรรมที่มีกระบวนการย่อยหลายขั้นตอน อีกทั้งยังต้องใช้เวลาความคิดสร้างสรรค์ และ ความอดทนเป็ นอย่างสูง จาเป็ นต้องวางแผนอย่างเป็ นระบบ นักเรี ยนอาจยึดถือขั้นตอนต่อไปนี้เป็ นแนวทางใน การพัฒนาโครงงาน คือ 1. การเลือกหัวข้ อโครงงาน เรื่ องทัว่ ไปหรื อเรื่ องที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินชีวิตประจาวันสามารถนามาเป็ นหัวข้อพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ได้ท้ งั สิ้ น เช่น การนาคอมพิวเตอร์มาใช้เตือนเมื่อระดับน้ าฝนตกหนักเกินระดับที่ปลอดภัย หรื อไว้ใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์ร่วมกับกล้องเว็บแคมตรวจจับความเคลื่อนไหวของผูบ้ ุกรุ ก เป็ นต้น นักเรี ยนจะสามารถค้นหาหัวข้อ ของโครงงานได้มากมาย ด้วยการเริ่ มต้นสังเกตสิ่ งรอบๆตัวนัน่ เอง 2. การศึกษาค้ นคว้ าหาข้ อมูลเกีย่ วกับโครงงาน เมื่อได้หวั ข้อโครงงานแล้ว นักเรี ยนจาเป็ นต้องหาข้อมูลและความรู ้เพิ่มเติมเกี่ยวกับงานที่ตอ้ งการจะ จัดทา แหล่งข้อมูลอาจเป็ นหนังสื อ หรื อวารสารที่มีผใู ้ ห้ขอ้ มูลไว้ก่อนหน้า หรื ออาจเป็ นการขอข้อมูลจากผูท้ ี่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจศึกษาระบบซึ่ งคล้ายกันที่มีผพู ้ ฒั นามาก่อนหน้าแล้ว 3. การจัดทาข้ อเสนอโครงงาน


เมื่อได้ขอ้ มูลเกี่ยวกับโครงงาน และพบว่าโครงงานมีความเป็ นไปได้แล้ว นักเรี ยนควรเขียนข้อเสนอโครงงานเพื่อ นาเสนอกับอาจารย์ผสู ้ อน การเขียนข้อเสนอจะเป็ นการรวบรวมข้อมูลและความคิดให้เป็ นระบบในขั้นตอนนี้ จาเป็ นอย่างยิ่งที่จะต้องบันทึกรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยงข้องรวมถึงตารางกาหนดการทางานและกาหนดระยะเวลา ที่ตอ้ งทางานแต่ละขั้นตอนให้สาเร็ จด้วย 4. การจัดทาโครงงาน ในขั้นนี้ตอ้ งมีการรวบรวมอุปกรณ์ที่ตอ้ งใช้ให้ครบถ้วนมีการดาเนินงานตามตารางเวลาการทางานอย่างเคร่ งครัด เมื่อมีความก้าวหน้าในงาน จาเป็ นต้องตรวจสอบความถูกต้องของผลที่ได้อย่างสม่าเสมอ และควรจดบันทึก ความก้าวหน้า รวมถึงอุปสรรค์ที่ได้พบ และวิธีแก้ไขด้วย 5. การเขียนรายงาน ในขั้นตอนนี้เป็ นการรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดมาเขียนไว้เป็ นลายลักษณ์อกั ษร เพื่อประโยชน์ในการพัฒนา โครงงานเดิมต่อไปอีก ซึ่ งจะเป็ นประโยชน์มากในกรณี ที่มีผอู ้ ื่นต้องการทาโครงงานที่คล้ายกันก็จะสามารถเรี ยนรู ้ จากประสบการณ์ที่เราได้บนั ทึกไว้โดยทันที 6. การนาเสนอและแสดงผลของโครงงาน โดยทัว่ ไปเมื่อโครงงานเสร็ จสิ้ นแล้ว นักเรี ยนจาเป็ นต้องมีการนาเสนอโครงงานให้กบั ผูท้ ี่ตอ้ งการใช้งาน ผูส้ นใจ หรื ออาจารย์ผรู ้ ับผิดชอบโครงงาน ควรเตรี ยมเอกสารนาเสนอให้สมบูรณ์ โดยอาจจะปรับย่อข้อความที่สาคัญมา จากรายงานก็ได้ นอกจากนี้ยงั จะต้องวางแผนในการสาธิ ตการทางานของโครงงานด้วย และควรฝึ กหัดอธิ บายการ ทางานของโครงงานรวมถึงฝึ กหัดตอบคาถามที่เกี่ยวข้องไว้ดว้ ย



โครงงานคอมพิวเตอร์