Issuu on Google+

สานต่ อ ที่ พ่ อ ทา "ดอยคา"โรงงานหลวงเพื่ อ คนไทย กาเนิดดอยคา

จากการเสด็จประพาสทางภาคเหนือของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระองค์ทอดพระเนตรความทุกข์ ยากลาบากของราษฎร และปัญหาการปลูกฝิ่น อันเป็ นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นการ ทาลายทรัพยากรธรรมชาติ จึงพระราชทานแนวพระราชดาริ ให้จัดตั้ง “โครงการพระบรมรา ชานุเคราะห์ชาวเขา” ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการปลูกฝิ่นและการทาไร่เลื่อนลอย โดยโครงการฯมี จัดทำโดย พิชญ์สินี อะมะมูล สำนักหอสมุด มหำวิทยำลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำธนบุรี

1


วัตถุประสงค์ให้ส่งเสริมปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาวหลากชนิดทดแทน ได้แก่ ท้อ ลิ้นจี่ แอปเปิล้ มันฝรั่ง ถั่วแดงหลวง ข้าวโพดหวาน และมะเขือเทศ เป็นต้น เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูก ที่ได้รับการส่งเสริมอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและแหล่งรับซื้ อจึง เกิดปัญหาการถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ประกอบกับในบางช่วงฤดูจะมีผลผลิตที่ล้นตลาด หรือ บางครั้งอาจไม่ได้ขนาดที่เหมาะสมสาหรับการจาหน่ายสด ดังนั้น ในปีพุทธศักราช 2515 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดาริให้จัดตั้ ง “สหกรณ์ชาวเขา” และ “โรงงานหลวงอาหารสาเร็จรูป ” แห่งแรกขึ้น เพื่อช่วยในการพยุง ราคาผลผลิตและป้องกันการเอาเปรียบจากโรงงานอื่น โดยมีศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ใน นามสถาบันค้นคว้ าและผลิตภัณฑ์อาหารสาเร็จรูป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และภาควิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเกษตร (ปัจจุบันสัง กัดคณะอุตสาหกรรมเกษตร) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่ปรึกษาในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ดาเนินการอยู่ ภายใต้การควบคุมดูแลของหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ซึ่งทรงเป็นประธานโครงการฯในขณะนั้น ในเวลาต่อมา โรงงานหลวงอาหารสาเร็จรูปถือกาเนิดขึ้นอีก 2 แห่ง รวมเป็น 3 แห่ง ด้ ว ยวั ต ถุ ป ระสงค์ ใ กล้ เ คี ย งกั น (ก าเนิ ด ดอยค า, สื บ ค้ น เมื่ อ 29 พฤศจิ ก ายน, 2559, จาก http://www.doikham.co.th/about.php?id=1)

ความร่วมมือของ มจธ. ที่มีต่อโรงงานหลวง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2523 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จ พระราชดาเนินไปยังหมู่บ้านนางอย-โพนปลาโหล กิ่งอาเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร โดยมิได้ มีหมายกาหนดการ พระองค์ทอดพระเนตรความทุกข์ยากของชาวบ้าน จึงมีพระราชดาริที่จะ ช่วยให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากนั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ได้นาพระราชดาริมาแจ้งแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ให้ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ไปช่วยดาเนินการ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เข้าเฝ้าสมเด็จ พระเทพรั ต นราชสุด าฯ สยามบรมราชกุม ารี เมื่ อ วั น ที่ 23 พฤศจิ ก ายน 2523 ณ พระ ตาหนักภูพานราชนิเวศน์ เพื่อรับพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาดาเนินการ จัดทำโดย พิชญ์สินี อะมะมูล สำนักหอสมุด มหำวิทยำลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำธนบุรี

2


โดยมี พระเจ้ า วรวงศ์ เ ธอ พระองค์ เ จ้ า จั ก รพั น ธ์ เ พ็ ญ ศิ ริ เป็ น ผู้ ค วบคุ ม โครงการ และ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เป็นผู้ดาเนินการ สภาพหมู่บ้านในขณะนั้น เป็นหมู่บ้าน 2 หมู่บ้านขนาดกลาง มีส้วมอยู่เพียงแห่งเดียว เท่านั้น ส่วนน้าที่นามาใช้สอยมาจากการขุดบ่อดินซึ่งมีเพียงไม่กี่บ่อ ชาวบ้านในพื้นที่ทานาปลูก ข้าว เด็กในหมู่บ้านส่วนใหญ่ขาดสารอาหาร ที่สาคัญพื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ทางานของ คอมมิวนิสต์ การแก้ไขปัญหาในระยะแรกเริ่มจากการทาให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น มีการ จัดตั้งสถานีอนามัย ศูนย์เด็กขึ้น ต่อมาเมื่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น จึงส่งเสริมให้ ชาวบ้านมีอาชีพ ตามพระราชปณิธานของพระองค์ที่ต้องการให้ประชาชนมีอาชีพสามารถเลี้ยงดู ตนเองได้ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตนได้ศึกษาว่าจะทาอย่างไรให้ชาวบ้านมี ความเป็นอยู่ที่ดี จึงได้นาแนวคิดทางด้านเกษตรอุตสาหกรรมเข้ามา เนื่องจากพื้นฐานชาวบ้านก็ปลูกข้าวกันอยู่ แล้ว จึงคิดว่าจะนาพืชชนิดใดมาปลูกหลังจากการทานา และสามารถขายได้ ต่อมาได้เริ่มนามะเขือเทศเข้ามาปลูก เพราะสภาพอากาศบริเวณนั้นเหมาะแก่การปลูก จากนั้นแปรรูปเป็นมะเขือเทศเข้มข้น ส่งให้โรงงานทาปลากระป๋อง ในปี 2524-2525 เริ่ม ตั ด สิ น ใจสร้ า งโรงงาน ซึ่ ง มีค วามจ าเป็ น ที่ ต้ อ งมี วิศ วกรเข้ า มาช่ ว ยทางด้ า นวิ ศ วกรรมและ เทคโนโลยี จึงได้ทีมงานที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เข้าไปช่วยตั้งโรงงาน ดูแลในส่วนเครื่องจักรทั้ งหมด แต่การที่ จะตั้งโรงงานเฉยๆไม่ได้ ต้องพัฒนาเกษตรกรให้มี ความรู้ มีวินัย สามารถจัดระบบการทางาน ดูแลเรื่องคุณภาพของผลผลิต ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี ต่อมาจึงนาทีมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันอาหาร เข้าไปช่วยทาเรื่องสภาพความ เป็นอยู่ สร้างแหล่งน้า สร้างส้วม และดูเรื่องของโภชนาการของชาวบ้านด้วย โรงงานหลวงอาหารสาเร็จรูปมีทั้งหมด 5 แห่ง 1 แห่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่ ว นทาง มจธ. ดู แ ลโรงงาน 4 แห่ ง แบ่ ง ออกเป็ น ภาคเหนื อ 2 แห่ ง และภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง อยู่ภายใต้โครงการหลวง มู ล นิ ธิ โ ครงการหลวงมีส่ วนส าคั ญ อย่ า งมากในการสร้ างความมั่ น คงให้ กั บประเทศ เพราะช่วยแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดจากการปลูกฝิ่นของชาวบ้าน จัดทำโดย พิชญ์สินี อะมะมูล สำนักหอสมุด มหำวิทยำลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำธนบุรี

3


แหล่งข้อมูลอ้างอิง 1. TNN24, ขยายข่าว: สานต่อที่พ่อทา "ดอยคา โรงงานหลวงเพื่อคนไทย”, สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน, 2559, จาก https://youtu.be/rftKq1OEeIA 2. วันใหม่ ไทยพีบีเอส, “โครงการหลวงเต่างอย” จุดเริ่มต้นพัฒนาคนพื้นที่สีชมพู, สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน, 2559, จาก https://www.facebook.com/WanMaiThaiPBS/videos/1060935087352964/ 3. ดอยคา, กาเนิดดอยคา, สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน, 2559, จาก http://www.doikham.co.th/about.php?id=1 4. ประวัติศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน, สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน, 2559, จาก http://archives.psd.ku.ac.th/kuout/p491.html

จัดทำโดย พิชญ์สินี อะมะมูล สำนักหอสมุด มหำวิทยำลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำธนบุรี

4


สานต่อที่พ่อทำ ดอยคำโรงงานหลวงเพื่อคนไทย