Issuu on Google+

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 2556 ทั นประจำ ส �ถเดืาอนกรกฎาคม น ก า ร ณ์

ติ ด ต า ม ข่ า ว ส า ร ไ ด้ ที่

w w w . t h a i s a e r e e .หน้ c oาm1

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556 ราคา 10 บาท

นักธุรกิจขอนแก่นชีป้ รับครม.ปู5 แค่ลดขัดแย้งไม่ได้แก้วกิ ฤติชาติ เชือ่ ชายแดนใต้รนุ แรงเหมือนเดิม ตลาดก่อสร้างอุดรธานีระอุ ปรับ ครม.ปู 5 นักธุรกิจชี้ไม่มี อะไรดีขึ้น เชื่อปรับแล้วก็เหมือน เดิม ที่สำ�คัญใช้คนไม่ถูกกับงาน แค่ต้องการลดความขัดแย้ง แนะ เลิกนโยบายประชานิยม เร่งโชว์กึ๋น แก้ปัญหาแรงงาน “วิฑูรย์” เชื่อ นา ยกฯปูนั่งควบกลาโหม หวังผลโยก ย้ายนายทหารล๊อตใหญ่ อ่านต่อหน้า 11

เปิดรัฐสภาประจำ�จังหวัดขอนแก่น ; นายทวีเกียรติ เชาวลิตถวิล รองเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดขอนแก่น พล.ต ไชยพร รัตแพทย์  ผบ.มทบ.23  และ คุณสมิหลา หยกอุบล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานพัฒนาการเกษตรขอนแก่น ร่วมพิธี เปิดสำ�นักงานรัฐสภาประจำ� จังหวัดขอนแก่น ณ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556

ผู้ บ ริ โ ภ ค อี ส า น ค้ า น ขึ้ น ราคาก๊ า ซหุ ง ต้ ม LPG

เถ้าแก่โรงสี สอนมวยรัฐบาล จำ�นำ�ข้าว ยิ่งนานยิ่งขาดทุน ไทวัสดุรุกปักธงสาขาที่29 สดุก่อสร้างอุดรธานี ไม่ใช่ตลาดของพ่อค้าภูธรอีก กระทบธุรกิจค้าข้าวทั้งระบบ ตลาดวั ต่อไปแล้ว หลังจากถูกกลุ่มทุนต่างถิ่น บุกแย่งลูกค้าถึง “ไชยศิริ” งัดข้อมูล ตอกรัฐ จำ�นำ�ข้าวฝืนธรรมชาติ ธุรกิจค้าข้าว โรงสีขนาดกลาง-เล็ก ปิดกิจการ เหตุ ในบ้าน ขณะที่ร้านวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ยอมรับสภาพว่าสู้ ไม่มขี า้ วเปลือกป้อน โรงสีใหญ่ ยาก เพราะขาดสายป่าน หลายร้านมีการปรับโฉมใหม่ ไม่ ต้ อ งแบกภาระค่ า ใช้ จ่ า ยและ วางของรกๆ เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว ทำ � งานหนั ก มากขึ้ น ชี้ ใ ห้ นำ � เงินมาวิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าว เพิ่ม ผลผลิตให้มีคุณภาพ เป็นที่ ไชยศิริ ลีศิริกุล ยอมรับจากทั่วโลก อ่านต่อหน้า 11

“จำ�นำ�ข้าว”พ่นพิษ!

ชาวนาโวยถู ก หลอก

ชาวนาร้องรัฐบาลหลอกลวง ลดราคารับ จำ�นำ�ข้าวเหลือตันละ 12,000 บาท บีบ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคอีสาน ทนไม่ได้ จัดเวที สัมมนาสื่อมวลชนขอนแก่น ; นายสถาพร ชัยประสพ ผู้ช่วย ให้ตายทัง้ เป็น เหตุตน้ ทุนการผลิตสูงถึง ้จัดการใหญ่ ปฏิบัติการจัดหาและคลัง ปตท. และ คั ด ค้ า นการปรั บ ขึ้ น ราคาก๊ า ซหุ ง ต้ ม LPG กั บ กรรมการผู นายชยุต พันธุมิตร ผู้จัดการส่วนคลังปิโตรเลียมขอนแก่น นำ� ไร่ละ 8-9 พันบาท หากจำ�เป็นต้องปรับ ประชาชน เรียกร้องให้รฐั บาลเร่งออกกฎหมายองค์การ คณะสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น เยี่ยมชมการดำ�เนินงาน สถานี ลดจริง ขอให้รฐั บาลหาวิธชี ดเชยลดราคา การนํํ้ามัน ปตท.หนองแต่ง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว อ่านต่อหน้า 11 อิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคโดยเร็ว อ่านต่อหน้า 11 บริและศึ ปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์ กษาดูงาน ระหว่างวันที่ 5-7 ก.ค.56

เปิดคลังสินค้า ไทวัสดุ สาขาที่ 29 ; นายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.อุดรธานี พร้อม ด้วย นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี และนาย สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำ�กัด ร่วมกัน เปิดคลังสินค้าก่อสร้าง ไทวัสดุ สาขาที่ 29 ที่จังหวัดอุดรธานี อย่างเป็นทางการ โดย มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง


หน้า 2 เถ้าแก่โรงสี

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556 • ต่อจากหน้า 1

เมือ่ วันที่ 21 มิถนุ ายน 2556 นายเสนีย์ จิตต เกษม ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วย นายสวาท ธีระรัตน นุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี และ นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษทั ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำ�กัด ร่วมกันเปิดคลังสินค้า ก่อสร้าง ไทวัสดุ สาขาที่ 29 ทีจ่ งั หวัดอุดรธานี อย่าง เป็นทางการ โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธีดัง กล่าวอย่างคับคั่ง นายสุทธิสาร จิราธิวฒ ั น์ กรรมการผูจ้ ดั การ ใหญ่ บริษทั ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำ�กัด กล่าวถึงการเปิด “ไทวัสดุ” คลังวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่ง บ้านว่า ไทวัสดุ สาขาอุดรธานี นับเป็นสาขาที่ 29 โดยใช้งบประมาณการลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ด้วยเนื้อที่กว่า 48 ไร่ และที่จอดรถกว่า 114 คัน ตั้ง อยูบ่ นถนนรอบเมืองด้านสีแ่ ยกขอนแก่น-สกลนคร ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งจะสามารถรองรับ ความต้องการทางด้านสินค้า และการบริการเกี่ยว กับบ้านได้ครบวงจร ให้แก่ชาวจังหวัดอุดรธานี พร้ อ มครอบคลุ ม พื้ น ที่ จั ง หวั ด ใกล้ เ คี ย ง ได้ แ ก่ จังหวัดสกลนคร ,ขอนแก่น ,หนองบัวลำ�ภู และ จังหวัดหนองคาย “ด้วยจุดเด่นทางด้านราคาที่ถูกทุกวัน มี สิ น ค้ า ครบครั น ที่ ห ลากหลายเพี ย งพอกั บ ความ ต้องการของลูกค้ามากกว่า 1 แสนชิ้น สะดวกและ รวดเร็ว สามารถรับของได้ทันที ซึ่งได้มีการพัฒนา ให้มีการสอดรับกับความต้องการของลูกค้าภาย ใต้ จุดขาย “ครบ ถูก ดี ที่ไทวัสดุ” เพื่อตอบสนอง ความต้องการของผู้รับเหมา เจ้าของบ้าน เจ้าของ โครงการ ช่างในแต่ละประเภท รวมไปถึงกลุ่ม หน่วยงานอื่นๆ เช่น หน่วยงานราชการ และร้าน ค้าปลีกได้ครบทุกด้าน”นายสุทธิสารฯ กล่าวและว่า ไทวัสดุ สาขาอุดรธานีนี้ ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวม ของวัสดุกอ่ สร้าง และอุปกรณ์ตา่ งๆ อย่างสมบูรณ์ แบบและครบวงจรมากที่ สุ ด อาทิ กลุ่ ม งาน โครงสร้าง,กลุ่มตกแต่งและสถาปัตยกรรม,กลุ่ม งานเครื่องมือช่าง,กลุ่มงานโคมไฟ,กลุ่มงานด้าน อุ ป กรณ์ ก ารเกษตรและประปา,กลุ่ ม กระเบื้ อ ง และห้องนํ้า,กลุ่มงานเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัวและ อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งไทวัสดุมีเครื่องมืออุปกรณ์และ สิ น ค้ า ที่ ต อบรั บ ทุ ก ความต้ อ งการของช่ า งทุ ก ประเภทด้วยสินค้าที่ครบครัน และหลากหลาย เลือกเฟ้นสินค้ามาเป็นพิเศษ เน้นสินค้าสำ�หรับ งาน Professional เพื่อตอบสนองความต้องการ ของกลุม่ งานช่าง ไม่วา่ จะเป็นสินค้าประเภทเครือ่ ง มือช่าง สำ�หรับงานก่อสร้างทุกประเภท และสินค้า ที่หลากหลาย นายสุทธิสารฯ กล่าวต่อไปอีกว่า สำ�หรับ กลยุทธ์ทางด้านการตลาดในช่วงฉลองเปิดสาขา ใหม่ ไทวัสดุได้จัดแคมเปญใหญ่ในระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน – 14 สิงหาคม นี้ ด้วยโปรโมชั่นสุด พิเศษเอาใจพี่น้องชาวอุดรธานี โดยลูกค้าที่สมัคร และใช้บตั รไทการ์ดในการซือ้ สินค้าสามารถสะสม คะแนนเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้นาน ถึง 2 ปี  พร้อมกันนี้ยังได้จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการ ขายพิเศษเฉพาะสาขาอุดรธานีเท่านัน้ สำ�หรับลูกค้า กลุ่มช่างผู้รับเหมา เพียงสมัคร และซื้อสินค้าครบ 3,500 บาทขึ้นไปในครั้งแรก รับฟรี กระเป๋าเครื่อง มือช่างสุดเท่ห์   และสำ�หรับผู้มียอดซื้อผ่านบัตร ไทการ์ดครบ 500,000 บาทขึ้นไป ภายในวันและ สาขาเดียวกัน รับฟรี ทองคำ�หนัก 1 บาท โดยลูกค้า สามารถเช็คยอดคะแนนสะสมได้ทจี่ ดุ บริการลูกค้า ทุกสาขา หรือด้วยตนเองที่ www.thaiwatsadu.com นายสุทธิสารฯ ได้กล่าวถึงการเพิ่มช่องทางการ จำ�หน่ายสินค้าในท้องถิ่นไปทั่วประเทศว่า “การ เปิด ไทวัสดุ สาขาอุดรธานี จะเป็นส่วนหนึ่งใน การกระตุ้ น เศรษฐกิ จ ในภาพรวมของจั ง หวั ด อุดรธานี และพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเพิ่มการจ้าง

งานของคนในพื้นที่ได้กว่า 300 อัตรา ช่วยส่งเสริม และพัฒนาฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมการค้า ปลีกของคนในจังหวัดฯ นอกจากนี้ ด้วยนโยบาย ข���งไทวัสดุ ในการเพิ่มช่องทางการจำ�หน่ายสินค้า ในท้องถิน่ ให้ได้มโี อกาสขยายสินค้าไปทัว่ ประเทศ และทุกสาขาของไทวัสดุ  มีความยินดีทจี่ ะเปิดโอก าสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีสินค้าประเภทต่า งๆ ได้เข้าร่วมพบปะพูดคุยกับ ผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อ ของบริษัทฯ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และเจรจาการ ค้าร่วมกันต่อไป นายวรวิทย์ เจริญทอง กรรมการผู้จัดการ หจก.อุดรเจริญทองโลหะกิจ ซึ่งเป็นสมาชิกยังเอ๊ก ซ์คิวซีฟ (YEC) หอการค้าจังหวัดอุดรธานี และ เป็นตัวแทนจำ�หน่ายของเครือบริษัท ซีเมนต์ไทย หรือ โฮมมาร์ท ในพื้นที่เขตเทศบาลนครอุดรธานี เปิดเผยว่า กิจการของตนเป็นร้านขายส่งวัสดุพวก โครงสร้าง เป็นการขายส่งไปยังร้านค้าต่างอำ�เภอ โดยตรง  จึงมีผลกระทบน้อยกว่าร้านที่จำ�หน่าย สินค้าจำ�พวกแม็สท์ หรือสินค้าตกแต่งภายนอก และภายใน และพวกที่เป็นวัสดุก่อสร้างแบบครบ วงจร อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นการแข่งขันทางการ ค้า ผู้ประกอบการจะต้องหันมาให้ความสำ�คัญใน การพัฒนาปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรูปแบบของการ ทำ�ธุรกิจไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ด้วยการดึงเอาจุดเด่นของกิจการตัวเองออกมาให้ บริการกับลูกค้า คือการบริการหลังการขาย เช่น การขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าถึงบ้าน หรือการให้ ความสะดวกแก่ลกู ค้าในรูปแบบต่างๆ ซึง่ ถือว่าเป็น เรื่องสำ�คัญ นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบของกิจการธุรกิจ ตัวเองก็ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำ�คัญมาก จะต้องมีการปรับรูป แบบการวางสิ น ค้ า การให้ บ ริ ก ารแก่ ลู ก ทั้ ง อยู่ ในร้า นและนอกสถานที่ ที่สำ � คัญก็ คื อจะต้อ งมี ความเชี่ยวชาญ รู้ลึกในกิจการของตนเองให้เป็น ในลักษณะของผู้เชี่ยวชาญในสินค้าหรือกิจการที่ ตนเองทำ�อยู่ “ยอมรับว่ากิจการท้องถิ่นย่อมได้รับความ กระทบกระเทือน จากธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่เข้ามา ในท้องถิ่นแบบโมเดิร์นเทรด เพราะผู้ประกอบ การรายใหญ่ยอ่ มมีทนุ ทีเ่ หนือกว่าของท้องถิน่  สาย ป่านทีย่ าวกว่า โดยเฉพาะในปัจจุบนั นีต้ ลาดการค้า เป็นของผู้ซื้อ ที่สามารถเลือกซื้อได้มากขึ้น ดังนั้น กิจการหรือ ร้านจำ�หน่ายขนาดเล็ก จำ�เป็นทีจ่ ะต้อง มีพนั ธมิตร หรือเครือข่าย กับทัง้ ส่วนกลางและท้อง ถิน่ ให้มากขึน้ โดยเฉพาะร้านทีอ่ ยูใ่ นต่างอำ�เภอน่าที่ จะมีขอ้ ได้เปรียบทีม่ คี วามผูกพันกันในท้องถิน่ เพือ่ เป็นการสร้างจุดเด่นของตัวเอง” ซึ่งในอนาคตนั้นร้านจำ �หน่ายขนาดเล็ก หรื อ ร้ า นที่ ยั ง ไม่ คิ ด ว่ า จะทำ � อย่ า งไร ปรั บ ปรุ ง อย่างไร เพื่อให้ร้านอยู่ได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง ลำ�บาก และอาจจะถึงต้องเลิกกิจการไปเลยในทีส่ ดุ แต่ทจี่ ะสามารถอยูไ่ ด้กค็ อื ร้านทีอ่ ยูห่ า่ งออกไปไกล กว่า 50 ก.ม.และมีการบริหารจัดการที่ดีเหมาะสม กับพื้นที่ ก็จะอยู่ได้ จากการสำ � รวจพื้ น ที่ เ ขตเทศบาลนคร อุดรธานี ปรากฏว่ามีร้านและศูนย์จำ�หน่ายสินค้า วัสดุก่อสร้างขนาดต่างๆ ทั้งที่สังกัดอยู่กับ บริษัท ปูนซีเมนต์ (SCG) โดยใช้ชื่อว่า โฮมมาร์ท มีอยู่ จำ�นวนหลายแห่ง เช่น บริษัทอุดรนำ�ธงชัย จำ�กัด, หจก.อุดรเจริญทอง ฯลฯ และที่ไม่ได้สังกัดอยู่ใน เครือ SCG เช่น บริษัท ทูลโปร พลัส จำ�กัด พร้อม กับศูนย์คลังขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง เช่น อุบล วัสดุ (ดูโฮม), โฮมฮับ ทีต่ งั้ อยูร่ มิ ถนนสายอุดรธานีหนองคาย บริษัท โกลบอลล์เฮ้าส์ จำ�กัด ตั้งอยู่ริม ถนนสายอุดรธานี-ขอนแก่น ที่กำ�ลังเร่งก่อสร้าง

เ ปิ ด สำ � นั ก ง า น Grace House ; นายสุ ว รรณ ไตร ม า ลั ย น า ย ก สมาคมสื่อมวลชน จั ง หวั ด ขอนแก่ น พ ร้ อ ม ค ณ ะ กรรมการ มอบเงิน และกระเช้ า แสดง ความยินดีกับ นาย ประภาส เกี ย รติ วีรวัฒนา  ผู้บริหาร ดีไซน์งาม ครีเอชั่น Event Organize ในโอกาสเปิดสำ�นักงานแห่งใหม่ “Grace House” เพื่อ ใช้รองรับการจัดงานประชุมสัมมนาและสถานที่พักผ่อน ณ เกรซ เฮาส์ 321 ม. 21 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556

หมู่บ้านเอื้ออาทรศิลา ซ.1 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ออกแบบ/ผลิ ต ป้ายไวนิล ป้ายโฆษณา ธงญี่ปุ่น สติ๊กเกอร์ นามบัตร

ใบปลิว การ์ด ตรายาง แผ่นพับ โปสเตอร์ สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด ถ่ายเอกสาร ปริ๊นงาน รับ-ส่งแฟกซ์ ติดต่อ ยิ้ม 0834170363 E-mail : smile7738@gmail.com

คนดี เ มื อ งหมอแคน

อาสาตัวเป็น ป.ป.จ.ขอนแก่น

ผู้ ค นหลายสาขา อ า ชี พ ล ง ส มั ค ร เ ป็ น ป.ป.จ.ขอนแก่ น ด้ า น ป.ป.ช.เตรียมประกาศราย ชื่อผู้สมัคร ให้ประชาชน ตรวจสอบพฤติกรรมใน ทางไม่ ช อบ ก่ อ นให้ ทำ � หน้ า ที่ ต รวจสอบและ ปราบคนโกงชาติ นายประวิตร บุตร ศรี ผูอ้ �ำ นวยการสำ�นักงาน ป.ป.ช.ประจำ�จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตาม ที่สำ�นักงาน ป.ป.ช.ประจำ�จังหวัดขอนแก่น ได้ ดำ�เนินการรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็น กรรมการป้ อ งกั น และปราบปรามการ ทุ จ ริ ต ประจำ�จังหวัดขอนแก่น หรือ ป.ป.จ. ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน - วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 ปรากฏว่ามีผมู้ าสมัครเป็น ป.ป.จ.ขอนแก่น จากหลายสาขาอาชีพ อาทิ ข้าราชการบำ�นาญ ครู ตำ�รวจ ทหาร อัยการ ฝ่ายปกครอง นักวิชาการ อิสระ ทนายความ และสื่อมวลชน รวมทั้งสิ้น 35 คน แยกตามคุณสมบัติของสมัคร เป็นผู้รับหรือ เคยรับราชการ 26 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน และ องค์กรเอกชนจำ�นวน 5 คน ทัง้ นี้ คณะกรรมการสรรหาจาก 8 องค์กร ที่ผ่านการคัดเลือกมาก่อนหน้านี้ จะได้พิจารณา ตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติ และพฤติการณ์ ของผู้สมัครแต่ละคน และพิจารณาคัดเลือกผู้ สมัครที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.จ.ขอนแก่น ให้เหลือจำ�นวน 10 คน จากนัน้ จะนำ�รายชือ่ ทีผ่ า่ นการตรวจสอบ ว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง 10 คน ติดประกาศ ให้ประชาชนรับทราบเป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้ ประชาชนทราบและมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล เกี่ยวกับประวัติ และพฤติการณ์ของผู้ได้รับการ เสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.จ.ขอนแก่น ภายใน วันที่ 24-30 กรกฎาคม 2556 ซึง่ จะติดประกาศราย ชื่อ ณ สำ�นักงาน ปปช.ขอนแก่น และอำ�เภอทุก อำ�เภอในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากนั้นจะ นำ�รายชือ่ ส่งไปให้คณะกรรมการปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คัดเลือกให้เหลือเพียง 5 คนเพื่อเข้าทำ�หน้าที่ ป.ป.จ.เป็นเวลา 4 ปี “สำ�นักงาน ป.ป.จ.ขอนแก่น จึงขอความ

ร่ ว มมื อ ให้ ป ระชาชนที่ เ ห็ น รายชื่ อ และทราบ พฤติกรรมของผู้สมัครในทางไม่ชอบ ช่วยส่งราย ละเอียดทัง้ แบบเปิดเผยหรือในทางลับเพือ่ ใช้เป็น ข้อมูลคัดเลือกคนมือสะอาดเข้าไปจัดการกับการ ทุจริตที่เป็นภัยร้ายแรงต่อประเทศชาติด้วย” นาย ประวิตร กล่าว สำ�หรับ อำ�นาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.จ. มีอาทิ ส่งเสริมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริต พิจารณาเสนอมาตรการ ความ เห็น หรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้ อ เท็ จ จริ ง เพื่ อ กล่ า วหาเจ้ า หน้ า ที่ ของรัฐและรวบรวมพยานหลักฐานเสนอ คณะ กรรมการ ป.ป.ช. และปฏิบตั หิ น้าทีอ่ นื่ ตามทีค่ ณะ กรรมการ ป.ป.ช.มอบหมาย เว้นแต่การไต่สวน ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ในการเป็นคณะ กรรมการ ป.ป.จ. ประกอบด้วย ค่าตอบแทน รายเดือน ในตำ�แหน่งประธานกรรมการ ป.ป.จ. เดือนละ 57,650 บาท ตำ�แหน่งกรรมการ ป.ป.จ. เดือนละ 47,240 บาท ,บำ�เหน็จตอบแทน ,การ ประกันสุขภาพ ,ประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำ�หนด และมีสิทธิได้รับ การเสนอชื่อเพื่อขอรับพระราชทานเครื่องราช อิสริยาภรณ์ นายประวิ ต ร ���ล่ า วต่ อ อี ก ว่ า เมื่ อ ป.ป.ช.คัดเลือกกรรมการ ป.ป.จ. ครบทุกจังหวัด ทัว่ ประเทศแล้ว จะประกาศรายชือ่ ให้สาธารณชน ทราบ ระหว่างวันที่ 12-20 กันยายน 2556 และ เปิ ด ให้ ป ระชาชน ได้ แ สดงความคิ ด เห็ น กลั บ เข้ามายัง ป.ป.ช. ถึงคุณสมบัติ ความเหมาะสม ของกรรมการ ป.ป.จ.ในแต่ละจังหวัด เพราะจุด ประสงค์ต้องการได้กรรมการ ป.ป.จ.ที่เป็นคนดี โดยเฉพาะมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เข้ามาทำ�งานจริงๆ

เรื่องเล่าของในหลวง (7) : นํ้าท่วมครั้งนั้น

บอกกล่ า วเล่ า ขานขอนำ � เรื่ อ งราวดี ๆ เกี่ ย วกั บ พระจริ ย วั ต รอั น งดงามและพระราช อั ธ ยาศั ย อั น น่ า ประทั บ ใจของพระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่ได้รับการบอก เล่าจากข้าราชบริพาร ข้าราชการระดับสูง รวม ถึงผูต้ ดิ ตามเสด็จซึง่ ประชาชนโดยทัว่ ไปอาจจะไม่ ทราบถึงเรือ่ งราวต่างๆเหล่านีห้ ากไม่ได้ศกึ ษาหรือ ค้นหาข้อมูลจากที่ต่างๆ จึงขออนุญาตนำ�มาให้ ทุกท่านได้รับทราบเพื่อนำ�มาเป็นแนวทางในการ ปฏิบัติของตนเองตามที่พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติ ให้เป็นแบบอย่างที่เหมาะสมแก่ประชาชนของ พระองค์ท่าน โดยเรื่องที่เจ็ด คือ นํ้าท่วมครั้งนั้น วั น ที่ 7 พ ฤ ศ จิ ก า ย น 2 5 2 6 ข ณ ะ ที่ ช า ว กรุงเทพมหานครส่วนหนึ่ง กำ�ลังทนทุกข์หนัก กับสภาพนํ้าท่วมขัง น้อยคนที่จะรู้ว่าพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั กำ�ลังทรงพยายามหาหนทาง บรรเทาทุกข์ให้พวกเขาอยู่อย่างเงียบๆ วั น นั้ น รถพระที่ นั่ ง แวนแวคคอนเนี ย ร์ แล่นออกจากพระตำ�หนักจิตรลดารโหฐาน ราว บ่ า ยสองโมงเศษสู่ ถ นนศรี อ ยุ ธ ยาเลี้ ย วขวาเข้ า ถนนเพชรบุรี มุ่งสู่ถนนบางนาตราด ไม่มีหมาย กำ�หนดการไม่มีการปิดถนน แม้แต่ตำ�รวจท้องที่ ก็ไม่ทราบล่วงหน้า

รถยนต์พระที่นั่งชะลอเป็นระยะๆ เพื่อ ทรงตรวจดูระดับนํ้า จนเมื่อถึงคอสะพานสร้าง ใหม่ที่คลองลาดกระบัง จึงเสด็จลงจากรถยนต์ พระที่นั่งเพื่อทรงหารือกับเจ้าหน้าที่ที่ตามเสด็จ ทรงฉายภาพด้วยพระองค์เองทรงกางแผนที่ทอด พระเนตรจุดต่างๆจนถึงเวลาบ่ายคล้อย รถยนต์ พระที่นั่งจึงแล่นกลับเมื่อถึงสะพานคลองหนอง บอน รถพระที่นั่งหยุดเพื่อให้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ วั ทรงฉายภาพบริเวณนํา้ ท่วมและทรง ศึกษาแผนที่ร่องนํ้าอีกครั้ง ปรากฏว่า ชาวบ้านทราบข่าวว่า “ในหลวง มาดูนํ้าท่วม” ต่างก็พากันมาชมพระบารมีนับ ร้อยๆ คน จนทำ�ให้การจราจรบนสะพานเกิดการ ติดขัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทรง โบกพระหัตถ์ให้รถขบวนเสด็จผ่านไปจนเป็นที่ เรียบร้อยด้วยพระองค์เอง ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ นอกจากจะทรงหา แนวทางแก้ไขปัญหา เพือ่ บรรเทาความทุกข์ตา่ งๆ ให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนในกรณี ต่างๆแล้ว ยังทรงช่วยเหลือจัดการจราจรที่ติดขัด ด้วยพระองค์เอง นับเป็นพระมหากรุณาธิคณ ุ อย่าง ยิง่ และนำ�ความปลืม้ ปิตมิ าสูป่ ระชาชนชาวไทยทัง้ ปวง

ลดรายจ่ายครัวเรือนเกษตรกร น า ย ส ม ศั ก ดิ์ สุ ว ร ร ณ สุ จ ริ ต ผู้ ว่ า ร า ช ก า ร จั ง ห วั ด ข อ น แ ก่ น เ ปิ ด ตั ว โครงการลดรายจ่ า ย ครั ว เรื อ นเกษตรกร ต า ม แ น ว ป รั ช ญ า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง และพิ ธี ทำ � บั น ทึ ก ข้ อ ตกลงระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและ ตัวแทนเกษตรกรทั้ง 26 อำ�เภอ โดยมี นางวีรภ รณ์ บุญญานุสนธิ์ นักวิชาการตรวจสอบบัญชี ชำ�นาญการพิเศษ รักษาการในตำ�แหน่งหัวหน้า สำ�นักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ขอนแก่น ได้รว่ มจัด นิทรรศการและอบรมให้ความรูด้ า้ นบัญชีรบั -จ่าย ในครัวเรือน เพื่อให้เกษตรกรรู้รายรับ –รายจ่าย ส่งเสริมกระบวนการเรียนรูแ้ ละการพัฒนาอาชีพ การเกษตรภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ฉีกกฎความหวานแบบเดิมๆ  เพื่อลดรายจ่ายให้ครัวเรือน เสริมสร้างความเข้ม แข็งทางการเงินให้แก่ตนเองและครอบครัว ให้ ครัวเรือนเกษตรกรมีอาหารปลอดภัยไว้บริโภค อย่างเพียงพอ โดยเน้นการบันทึกบัญชีรับ-จ่าย ในครัวเรือน เป็นตัวชีว้ ดั ความสำ�เร็จ ซึง่ มีตวั แทน เกษตรกรทั้ง 26 อำ�เภอ จำ�นวน 260 คน เข้าร่วม รับฟังการอบรม ณ หอประชุมองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดขอนแก่น จ.ขอนแก่น

ที ม เชฟ รร พู ล แมน รับรางวัล ; ขอแสดงความ ยิ น ดี กั บ ที ม เ ช ฟ โ ร ง แ ร ม พู ล แ ม น ขอนแก่น ราชา ออ คิ ด ที่ ไ ด้ รั บ รางวั ล Esarn Culinary Cup 2013 จากงาน Food-Restaurant & Equipment 2013 ทั้ง 2 ประเภท ชนะเลิศคะแนนรวมสูงสุด (ประเภทอาชีพ) และการแข่งขัน ทำ�อาหารชุด ตะวันตกประยุกต์ (ประเภทอาชีพ) มุ ทิ ต าสาการะ ; คุ ณ วรโชติ พั ฒ น์ ดำ�รงจิตร กรรมการ ผู้ จั ด การโรงแรม เจริญธานี ขอนแก่น พ ร้ อ ม คุ ณ พ นิ ด า พัฒน์ดำ�รงจิตร และ เจ้ า หน้ า ที่ โ รงแรม เจริญธานี ขอนแก่น ร่วมถวายภัตราหาร เพล เนื่ อ งในพิ ธี มุทิตาสาการะฉลอง อายุ 66 ปี พระครู ศิริปริยัติสาร เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม ณ วัดบูรพาราม ต.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เมื่อวัน ที่ 27 มิถุนายน 2556

คุณจันทร์ฉาย ล้ อ ศิ ริ ผู้ จั ด การ ทั่วไป บริษัท เซ็น โทซ่า จำ�กัด แสดง ค ว า ม ยิ น ดี กั บ คุ ณ บุ๋ ม ปนั ด ดา วงษ์ ผู้ ดี เนื่ อ งใน โอกาสฉลองเปิ ด เ ค า น์ เ ต อ ร์ ใ ห ม่ เครื่ อ งสำ � อาง BSC PANADDA พร้ อ มจั ด ซื้อผลิตภัณฑ์ BSC PANADDA ที่ห้างเซ็นโทซ่า กิ จ กรรม “ฉี ก กฎความหวานแบบเดิ ม ๆ กั บ สาขากลางเมือง เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2556 ที่ CHOCO ROMANCE” มี Work Shop โดยคุณ ผ่านมา บุ๋ม สาธิตเทคนิควิธีแต่งหน้า พร้อมการตอบ คำ�ถามชิงรางวัล และรับสิทธิส่วนลดพิเศษเมื่อ

สัมมนา แนวทางการพัฒนาสื่อ

“ไบโอแก๊สเซฟตี้”

กรมพั ฒ นาพลั ง งาน ทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลั ง งาน ร่ ว มกั บ ศู น ย์ วิ จั ย เทคโนโลยี พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชี ย งใหม่ จั ด งานสั ม มนา แนวทางการพั ฒ นาสื่ อ ตาม โครงการรณรงค์ความปลอดภัย จากการผลิตและใช้กา๊ ซชีวภาพ “ไบโอแก๊สเซฟตี”้ เพือ่ พัฒนาสือ่ ประชาสัมพันธ์ พร้อมลงพืน้ ทีศ่ กึ ษา ดูงานระบบผลิตก๊าซชีวภาพที่มีความปลอดภัย และเข้าใจกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพ ณ โรงแรม ราชาวดีรีสอร์ทแอนด์ โฮเทล อำ�เภอเมือง จังหวัด ขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้ ก๊ า ซชี ว ภาพ เป็ น พลั ง งานทดแทนที่ ใ ห้ ประโยชน์อย่างมากไม่ว่าจะเป็นการช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม อีกทัง้ ยังช่วยประเทศในการลดการนำ�เข้าก๊าซ LPG อีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็มีโทษหรืออันตราย เช่นเดียวกัน หากผู้ผลิตหรือผู้ใช้ไม่มีความรู้ ความ

เข้ า ใจในการผลิ ต และการใส่ ใ จในเรื่ อ งความ ปลอดภัย ดังนั้น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและ อนุรักษ์พลังงาน จึงมีการจัดสัมมนาแนวทางการ พัฒนาสือ่ โครงการรณรงค์ความปลอดภัยจากการ ผลิตและใช้ก๊าซชีวภาพ “ไบโอแก๊สเซฟตี้” ในครั้ง นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการเผยแพร่ข้อมูล ด้านก๊าซชีวภาพ พร้อมทัง้ สร้างความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้เกิดการผลิตและใช้เทคโนโลยีแก๊สชีวภาพ อย่างถูกต้องและความปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุ การและเสียชีวิต รวมถึงเป็นการรวบรวมข้อมูล จากการสั ม มนาไปประกอบใช้ ใ นการผลิ ต สื่ อ ประชาสัมพันธ์ต่อไป


หน้า 3

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556

จากสถานการณ์ ความไม่ ส งบใน พื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ อันประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และบางอำ�เภอในจังหวัดสงขลา ได้ดำ�เนินมา อย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและ ทรัพย์���นิ ของประชาชน รวมทัง้ สร้างความเสียหาย แก่สถานทีร่ าชการ ทำ�ให้ขา้ ราชการทีป่ ฏิบตั งิ านใน พืน้ ทีด่ งั กล่าวเกิดความหวาดกลัว ความเครียดทีต่ อ้ ง เผชิญกับสภาวะบีบคั้น ทั้งด้านการทำ�งานและการ ดำ�เนินชีวติ ซึง่ ส่งผลต่อขวัญ กำ�ลังใจ ประสิทธิภาพ ในการทำ�งาน และคุณภาพชีวิตของข้าราชการเป็น อย่างมาก

ถวัลย์วงค์ รัตนศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ, ศ.นพ.วีรชัย โค วสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอด เทคโนโลยี, รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ� รองอธิการบดี ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กร, ผศ.ดร. อนุ ช า นิ ล ประพั น ธ์ รองอธิ ก ารบดี วิ ท ยาเขต หนองคาย, พ.อ.ชาญชัย เอมอ่อน ผบ. กรมทหาร ราบที่ 8 และหั ว หน้ า ส่ ว นราชการในจั ง หวั ด ขอนแก่น ร่วมเป็นเกียรติและให้กำ�ลังใจข้าราชการ จากจังหวัดชายแดนในภาคใต้ รศ.ดร.อำ � นวย คำ � ตื้ อ ผอ.ศู น ย์ บ ริ ก าร วิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การจัด อบรมหลักสูตรการเสริมสร้างประสิทธิภาพและ

“อยู่อย่างจงรัก...ตายอย่างภักดี” เพลงที่คนไทยต้องฟัง

เตรียมกิจกรรมไว้มากมาย ตลอดระยะเวลา 5 วัน จะหมดไปอย่างรวดเร็วแน่นอน เห็นบรรยากาศ การต้อนรับของ มข. แล้ว แต่ละคนสนุกสนาน และอบอุ่น ผลการประเมินของ สำ�นักงาน ก.พ. บอกว่า ทีมงาน มข. เข้มแข็งมาก จึงมัน่ ใจว่าจะช่วย ดูแลผูเ้ ข้าอบรมได้เป็นอย่างดี ขอให้ชว่ งเวลาทีพ่ วก

โดยเฉพาะเหตุการณ์ระเบิดเมื่อเร็วๆ นี้ที่ อ.นาทวี ได้ มีโอกาสให้ความช่วยเหลือคนไข้ในห้องฉุกเฉิน โรง พยาบาลสงขลานครินทร์ หากจะถามความรูส้ กึ ของผู้ ทีอ่ ยูท่ งั้ ในเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ หรือในฐานะ ของประชาชนชาวสงขลา ซึ่ง บุคคลภายนอกพื้นที่ อาจมองว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึน้ ทุกวัน แต่ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนต้องมีความพร้อม ที่จะรับมือให้ได้ ถึงแม้ จะรู้สึกถึงการบั่นทอน จิตใจบ้างในบางครั้ง แต่ ทุ ก คนต้ อ งเรี ย นรู้ ที่ จ ะ รักษาตัวเอง “การมีความสงบ สุ ข ไม่ ว่ า อยู่ ที่ ไ หนก็ สามารถมี ค วามสุ ข ได้

เ ส ริ ม ส ร้ า ง ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ แ ล ะ พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ของข้ า ราชการจากชายแดนใต้

สำ � นั ก งานคณะกรรมการข้ า ราชการพลเรื อ น (สำ�นักงาน ก.พ.) ในฐานะองค์กรกลางภาครัฐ ที่ รั บ ผิ ด ชอบการบริ ห ารทรั พ ยากรบุ ค คลของ ราชการพลเรือน ได้รบั มอบหมายให้จดั ทำ�โครงการ บำ�รุงขวัญ กำ�ลังใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มอบหมาย ให้ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำ�เนินการจัดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ขึ้ น ต่ อ เนื่ อ งเป็ น ปี ที่ 5 เพื่ อ ให้ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการครู และตำ�รวจ ที่ปฏิบัติงานอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เข้า ร่วมโครงการได้มีโอกาสพักและผ่อนคลายจากการ ปฏิบตั งิ านภายใต้สภาวะทีเ่ สีย่ งภัย เป็นการชัว่ คราว พร้อมทัง้ จัดกิจกรรมเพือ่ เป็นการเตรียมความพร้อม เข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ.2558 ตลอดจน เป็นการส่งเสริมความสมานฉันท์และความสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างข้าราชการ ด้วยกัน ตลอดจนกระตุ้นให้ เกิดการสร้างอาชีพและรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวติ ของประชาชนในเขตพืน้ ทีเ่ ป้าหมายการจัดโครงการ ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องมงกุฎ เพชร โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นางสาวนงนารถ เพชรสม ที่ปรึกษาระบบ ราชการ สำ�นักงาน ก.พ. เป็นประธานเปิดโครงการ เสริมสร้างประสิทธิภาพและพัฒนาคุณภาคชีวิต ข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รุน่ ที่ 8 ซึง่ เป็น รุน่ สุดท้ายของสำ�นักงาน ก.พ. ประจำ�ปีงบประมาณ 2556 จัดอบรมระหว่างวันที่ 1-6 กรกฎาคม 2556 ณ ห้องมงกุฎเพชร โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น, โรงแรม บ้านเชียง จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย การจัดอบรมครัง้ นีไ้ ด้รบั เกียรติจาก รศ.นพ.

พั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของข้ า ราชการในจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ จัดอบรม 6 วัน ระหว่างวันที่ 1 – 6 ก.ค.56 เพื่อให้ข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาค ใต้ ได้พักและผ่อนคลายจากสภาพการทำ �งานที่ กดดัน และสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงอันตรายจากการ ทำ�งานในพื้นที่เป็นการชั่วคราว ,เพิ่มพูนความรู้ และทักษะทีจ่ �ำ เป็นต่อการทำ�งาน ,เสริมสร้างความ รู้ และฝึกปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาพ รวมถึง แนวทางการจัดการกับความเครียดจากการทำ�งาน เพื่อการดำ�รงชีวิตประจำ�วันอย่างมีความสุข และ เพื่อส่งเสริมความสมานฉันท์ และความสัมพันธ์ที่ ดีระหว่างข้าราชการ นอกจากการให้ ค วามรู้ ต่ า งๆ แล้ ว ยั ง มี การนำ�ข้าราชการชายแดนใต้ไปเยีย่ มชม และศึกษา ดูงานสถานที่ตลอดต่างๆ เช่น งานศิลปวัฒนธรรม ในจังหวัดขอนแก่น, หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น, หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน บ้ า นนาข่ า อ.เมื อ ง จ.อุ ด รธานี , ล่ อ งแพแม่ นํ้ า โขงชมสภาพเศรษฐกิจของสองประเทศไทยลาว จ.หนองคาย เมืองน่าอยูอ่ นั ดับ 7 ของโลก การตรวจ สุขภาพร่างกายและกระดูก คณะเทคนิคการแพทย์, และดูงานแหล่งเศรษฐกิจและท่องเทีย่ วของอำ�เภอ เมืองขอนแก่นอีกด้วย “โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและ พั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของข้ า ราชการในจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ จะมีการให้ความรู้และทักษะที่ จำ�เป็นในการปฏิบตั งิ าน การดูแลรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ความผูกพัน และ การประสานงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อ สร้างความพร้อมเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558” นางสาวนงนารถ เพชรสม ที่ปรึกษาระบบ ราชการ สำ�นักงาน ก.พ. กล่าวว่า โครงการ สปชต. เริ่มจากเหตุการณ์ปี 2549 สำ�นักงาน ก.พ.เกิดแนวคิด ที่ จ ะดึ ง ข้ า ราชการใต้ อ อก จากพื้นที่เพื่อให้ผ่อนคลาย จาก ความไม่สงบเรียบร้อย รัฐบาลและ สำ�นักงาน ก.พ. จึงจัดทำ�โครงการ สปชต. นี้ ขึ้น เป้าหมายของโครงการ คือ ข้าราชการจากจังหวัด ชายแดนภาคใต้ จำ � นวน 50,000 คน ปัจจุบันอบรม ไปแล้ ว 18,709 คน คิ ด เป็ น 30 เปอร์ เ ซ็ น ต์ ข อง กลุ่มเป้าหมาย ขอขอบคุณ อธิ ก ารบดี มข., ผอ.ศู น ย์ บริ ก ารวิ ช าการ, ศอ.บต., สำ�นักงบประมาณ และขอ ขอบคุณรัฐบาลที่เห็นชอบ โครงการนี้ตลอดมา “ทีมงาน มข. ได้

เราอยู่ด้วยกัน เป็นช่วงเวลา แห่ ง ความประทั บ ใจ เป็ น ช่ ว งเวลาแห่ ง ความทรงจำ � ร่วมกันระหว่างผู้เข้าอบรม ด้วยกัน สำ�นักงาน ก.พ. และ ทีมงาน มข. ขอให้เป็นระยะ เวลาแห่งรอยยิ้ม ความสุข การเรี ย นรู้ และระยะเวลา แห่งการรู้จักกัน สร้างความ สัมพันธ์ มีกำ�ลังใจกลับไป รั บ ใช้ ป ระเทศของเราต่ อ ไป เลขาธิ ก าร สำ � นั ก งาน ก.พ. ฝากความห่วงใยและ ความปรารถนาดีมาให้พวก เราทุก ๆ คน ขอให้ทุกท่าน ได้รับรู้ และสัมผัสถึงความ จริงใจที่ สำ�นักงาน ก.พ.มีกบั ข้าราชการทุกคน” รศ.ดร.กิตติชัย กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดี ว่าพี่น้องในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กำ�ลังได้รับความ เดือดร้อนอย่างหนักจากเหตุการณ์ไม่สงบ ส่งผล ให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความยากลำ�บาก การ ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพที่ตึงเครียด รวมทั้งสร้างความ เสียหายแก่สถานทีร่ าชการ ทำ�ให้ขา้ ราชการทีป่ ฏิบตั ิ งานในพื้นที่ดังกล่าว ต้องเผชิญสภาวะบีบคั้นทั้ง ด้านการทำ�งานและการดำ�เนินชีวิต ซึ่งส่งผลต่อ ขวัญ กำ�ลังใจ และค���ณภาพชีวิตเป็นอันมาก การ จัดการอบรมในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เข้า รับการอบรมได้พัก และผ่อนคลายจากสถานการณ์ ในพื้นที่เป็นการชั่วคราว กิจกรรมมุ่งเน้นพัฒนา ประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ และพัฒนา คุณภาพชีวิตของข้าราชการให้สอดคล้องกับการ ปฏิบัติงานในสภาวะดังกล่าว บำ�รุงขวัญ กำ�ลังใจ และเสริมสร้างคุณภาพชีวติ ของข้าราชการในพืน้ ที่ ชายแดนภาคใต้ เป็นกรณีพิเศษด้วย “ตลอดระยะเวลา 5 วัน ที่ทุกท่านเข้ามา ร่วมอบรมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ๆ จะดูแลทุก ท่านให้ดีที่สุด มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  และเมื่อ กลับไปเรายังมีเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุก ๆ ท่าน จะมีความ สุขในจังหวัดขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ และเดินทางกลับภูมิลำ�เนา ด้วยสวัสดิภาพ” ด้ า น นายนั ฐ วุ ธ ละตะเต็ บ ชาวจั ง หวั ด สงขลา เปิดเผยว่า การได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ “เสริมสร้างประสิทธิภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของข้าราชการในจังหวัดชายแดนใต้” เป็นโครงการ ที่ดีมาก เพราะทำ�ให้รู้สึกว่าเรายังมีเพื่อนที่ให้ความ สนใจและห่วงใย ถือเป็นการผ่อนคลายที่ได้ออก มานอกพื้นที่จังหวัดที่อยู่ประจำ�บ้าง ทั้งยังเป็นการ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้วิถีชีวิตขนบธรรมเนียม ประเพณีระหว่างชาวใต้และชาวอีสาน สำ�หรับวิถชี วี ติ ความเป็นอยูใ่ นจังหวัดสงขลา

อยู่ที่ประชาชนต่างให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและ กัน ถึงแม้จะมีความรุนแรง แต่ทุกชีวิตต้องดำ�เนิน ต่อไป” ส่วน น.ส.จีอาวี บูดาตะ ชาวจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นคนจังหวัดยะลา และอยู่ กับเหตุการณ์ต่างๆ มานานหลายปี ส่วนใหญ่คน ที่อยู่นอกพื้นที่จะมองว่ามีความรุนแรง เป็นภาพ ลักษณ์ทไี่ ม่ดี จากภาพการนำ�เสนอข่าวทีเ่ กิดขึน้ แต่ ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้มีความรุนแรงมากอย่าง ทีเ่ ป็นข่าว เหตุการณ์ตา่ งๆ ความรุนแรงไม่ได้เกิดขึน้ ทั่วไป มีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น ซึ่งคนในจังหวัดจะรู้ ดีวา่ เมือ่ ไรจะมีเหตุการณ์ความรุนแรง ซึง่ ประชาชน ทุกคนในพืน้ ทีจ่ ะมีการปรับตัวและเรียนรูเ้ พือ่ ให้อยู่ รอดได้ในแต่ละวันอย่างไร ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ก็มีวิถีชีวิตที่มี ความสุขและเป็นปกติกันดีอยู่แล้ว การใช้ชีวิตก็ เหมือนกับทุกจังหวัดที่สามารถออกจากบ้านไป ธุระ หรือไหนมาไหนได้อย่างปกติ ไม่มีปัญหาอย่าง ทีภ่ ายนอกคิดว่าจะรุนแรงจนไม่นา่ อยู่ หรืออาจเป็น เพราะความเคยชินที่เราอยู่กับเหตุการณ์มานาน หลายปีก็เป็นได้ ทำ�ให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มิใช่เฉพาะที่จังหวัดชายแดนใต้เท่านั้น ที่ไหนก็เกิด ขึน้ ได้เช่นกัน อยูท่ เี่ ราจะเรียนรูแ้ ละมีการระมัดระวัง ตัวอย่างไร “ก่อนทีจ่ ะเกิดเหตุการณ์ จะมีสญ ั ญาณบอก เหตุถึงความเงียบสงบ ซึ่งประชาชนจะมีการบอก ต่อๆ กัน ในขณะที่เราทำ�งานอยู่ในสถานีอนามัย หากวั น ไหนที่ ไ ม่ มี ค นป่ ว ยมารั บ การรั ก ษา ไม่ มี ประชาชนออกจากบ้าน ไม่มีคนเดินบนท้องถนน เราก็ตอ้ งเก็บตัวด้วยเช่นกัน เพราะหมายถึงสัญญาณ อันตราย อาจเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติขึ้นได้ ทำ�ให้เรา ต้องระมัดระวังตัวเองมากกว่าวันอื่นๆ”

สุพัตรา ศุขโข ... รายงาน

“นครขอนแก่น” เปิดศูนย์บริการประชาชนแห่งที่ 2 เทศบาลนครขอนแก่น ให้บริการเชิงรุกที่ ทันสมัย เปิดให้บริการด้านทะเบียนและบัตร รับ เรื่องร้องทุกข์ด้านสาธารณูปโภค งานเทศกิจ-การ จราจร งานป้องกัน รวมถึงงานสวัสดิการสังคม เพื่อสนองตอบความต้องการแก่ประชาชนบนห้าง เซ็นทรัล ขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์  นายกเทศมนตรี นครขอนแก่น กล่าวว่า จากสถานการณ์บ้านเมือง ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำ�ให้การพัฒนา รูปแบบการให้บริการของระบบราชการต้องปรับ ให้ เ ข้ า กั บ ยุ ค สมั ย เช่ น กั น สิ่ ง ที่ ส ามารถพั ฒ นา ตนเองได้ คือ การบริการประชาชน โดยเทศบาล นครขอนแก่ น จะไม่ ย อมจำ � นนต่ อ ระบบงานที่ ล่าช้า ให้สามารถสนองตอบความต้องการของ ภาคประชาชนได้อย่างแท้จริง พนักงานมีจิตสำ�นึก ในการให้บริการทีก่ ระตือรือร้น สร้างการบริการที่ ประทับใจแก่ผทู้ มี่ าใช้บริการ ซึง่ อย่างน้อยเทศบาล นครขอนแก่ น ก็ แ สดงถึ ง ศั ก ยภาพขององค์ ก ร

ปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาการบริการที่ รวดเร็ว เข้าถึง เป็นธรรม เท่าเทียม และสานต่อ เจตนารมณ์ของการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในการให้ บริการทีท่ กุ ยูนติ ต้องแข่งขันการให้บริการเทียบเท่า ภาคเอกชน ดังนั้น เทศบาลนครขอนแก่น จึงได้เปิด ให้การบริการ “ศูนย์บริการประชาชนแห่งที่ 2 เทศบาลนครขอนแก่น” ทีบ่ ริเวณชัน้ G ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่น ซึ่งได้ทำ�พิธีเปิดในวัน ที่ 4 กรกฎาคม 2556 โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิก สภาเทศบาล หัวหน้าส่วนการงาน ตัวแทนจาก ศู น ย์ ก ารค้ า เซ็ น ทรั ล ฯ พี่ น้ อ งสื่ อ มวลชน และ ประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความยินดี สำ�หรับการให้บริการที่มีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที ่ 1 ด้านงานบัตรประจำ�ตัวประชาชน งานทะเบียนราษฎร ได้แก่ กรณีทำ�บัตรครั้งแรก บัตรหมดอายุ บัตรชำ�รุด การเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล การย้ายเข้า–ย้ายออกทั้งในและนอกเขตเทศบาล

การขอคัดสำ�เนา (ท.ร.14) พิมพ์ เล่มทะเบียนบ้านใหม่ การแก้ไข รายการ (ท.ร. 97)  ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00  น.  และส่วน ที่ 2 การบริ ก ารรั บ เรื่ อ งร้ อ ง ทุกข์  ได้แก่  ไฟฟ้า ถนน ท่อระ บายนํ้า ซ่อมแซมฝาพักบ่อ งาน สวนสาธารณะขนาดเล็ก งาน ป้ า ย งานอาคาร การก่ อ สร้ า ง การบุกรุกที่ดิน งานเทศกิจ-จราจร งานป้องกัน งานสวัสดิการสังคม เป็นต้น ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. สำ�หรับงานบริการทั้งสองส่วนเปิดให้บริ การตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ที่บริเวณชั้น G ของ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่น นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น  กล่าวใน ตอนท้ายว่า ศูนย์บริการประชาชนแห่งที่ 2 เทศบาล นครขอนแก่น นับเป็นอีกหนึง่ ทางเลือกของการให้ บริการที่สนองตอบความต้องการของประชาชน

ได้เป็นอย่างดี และใช้ระยะเวลาในการรับบริการ ที่สะดวก ประหยัดเวลา สามารถทำ�ภารกิจหลาย อย่างได้ในสถานทีเ่ ดียวกัน พร้อมทัง้ มีการพัฒนารูป แบบการให้บริการที่มีความทันสมัยเท่าทันกับการ เปลี่ยนแปลงของโลก  ซึ่งเป้าหมายของการดำ�เนิน งานครั้งนี้  คือ เสียงตอบรับจากภาคประชาชนใน การเข้าถึงการรับบริการที่ดี และมั่นใจในการรับ บริการของหน่วยงานภาครัฐต่อไป

หากเอ่ยถามเด็กผูช้ ายตัวเล็กๆ ว่า “โตขึน้ อยากเป็นอะไร?” คงมีเด็กจำ�นวนไม่นอ้ ยทีต่ อบอย่าง ภาคภูมใิ จว่า “อยากเป็นทหาร” แม้เด็กน้อยเหล่านัน้ อาจจะเข้าใจเพียงว่า “ทหาร” ในสายตาของเขาคือ ชายในเครื่องแบบที่ดูเท่ ดูแข็งแรง แข็งแกร่ง มีอาวุธประจำ�กาย แต่เมื่อพวกเขาเติบใหญ่ขึ้น พวกเขา ก็จะได้รู้ว่าหน้าที่ของทหารช่างยิ่งใหญ่และสำ�คัญกับชาติบ้านเมือง เพียงใด นั่นเพราะหากไม่มีทหาร แล้วใครจะช่วยมาดูแลความปลอดภัยให้ชาวบ้านในพืน้ ทีช่ ายแดน หรือใครจะลุกขึน้ จับปืนช่วยปกป้อง ผืนแผ่นดินไทยไม่ให้ชาติไหนมารุกราน ทหารทุกนายล้วนเป็นผู้เสียสละ พวกเขาต้องจากบ้านจากครอบครัวมาฝึกฝนตัวเองอย่าง หนัก เพื่อจะทำ�หน้าที่ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อันเป็นสิ่งที่ชาวไทยทุกคนรัก เทิดทูน เหนือชีว���ต และปณิธานอันแน่วแน่เช่นนี้ ก็ได้ถูกถ่ายทอดผ่านออกมาในบทเพลง “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” ทีแ่ สดงให้เห็นถึงความในใจของทหารไทยทุกนายว่า พวกเขาจะจงรักภักดีตอ่ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ จะไม่ให้ใครหน้าไหนมายํา่ ยีทงั้ 3 สถาบันทีค่ นไทยทุกคนรักอย่างเด็ดขาด แม้วา่ ตัวเองจะต้องสิน้ ชือ่ ก็ ยอม อยากให้เพลงนี้ ไม่ใช่แค่เพลงปลุกใจที่ซาบซึ้งเท่านั้น แต่อยากให้เป็นเพลงแทนกำ�ลังใจถึง ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบให้ ประเทศไทยที่รักของเรา และคนไทยที่รักชาติทุกคน ให้มี กำ�ลังใจ ไม่ท้อถอยที่จะทำ�สิ่งดี ๆ ให้แก่ชาติบ้านเมือง เกิดบนแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ในศรัทธา ภูมิพลพระราชา เทิดฟ้าพระราชินี พระองค์ท่านทรงงาน หนักและเหนื่อยอย่างนี้ เราคนไทยซาบซึ้งดี ท่านทรงมีเมตตาเพียงใด จากคนหนึ่งคน คนเล็ก ๆ ที่ไม่สำ�คัญ มีเพียงใจสำ�นึกมั่น ปลูกฝังความเป็นคนไทย รักชาติรักแดนดิน ศาสน์กษัตริย์เทิดทูนไว้ ปณิธานในหัวใจ ปกป้องไว้ไม่ให้ใครมายํ่ายี จะอยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี หนึ่งชีวิตนี้ขอยอมพลี ไม่เสียดาย ใจที่จงรักจะยืนหยัดอย่างท้าทาย ใครจ้องจะทำ�ลายเราไม่ยอม เกิดมาอย่างไทย อยู่ที่ไหนต้องมีศักดิ์ศรี มันจะจนหรือมัง่ มี แผ่นดินนีเ้ ท่าเทียมความเป็นไทย เลือดเคยไหลร่วงริน ทาแผ่นดินเอาไว้ ป่าวประกาศให้ก้องไกล ว่าคนไทยรักชาติยิ่งชีวี จะอยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี หนึ่งชีวิตนี้ ขอยอมพลีไม่เสียดาย ใจที่จงรักจะยืนหยัดอย่างท้าทาย ใครจ้องทำ�ลาย เราพร้อมจะยอมตาย เราไม่ยอม คำ�ร้อง/ทำ�นอง : เทพนม สุวรรณะบุณย์ เรียบเรียง : ศราวุธ ฤทธิ์นันท์ ขับร้อง : เทพนม สุวรรณะบุณย์,จุไรรัตน์ สุวรรณะบุณย์,กมลวรรณ ทศานนท์, สิริรัตน์ สุรมิตร,ศักดิ์ ดา มนีรัตนะพร

“เพื่อน”

“เพื่อน” เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของชีวิต ทุกคนต้องการเพื่อน บางคนโชคดีมีเพื่อนมาก บางคนมีพี่ มีน้อง มีลูก มีหลานเป็นเพื่อน บางคนมีลูกน้อง มีเจ้านายเป็นเพื่อน บางคนมีหมา มีแมวเป็นเพื่อน บางคนมีเมียเป็นเพื่อน และบางคนก็มีเพื่อนเป็นเมีย เดี๋ยวนี้ใครๆก็มี Line เป็นเพื่อน ทุกคนได้ยินในสิ่งที่คุณพูด แต่เพื่อนที่ดีจะได้ยินแม้ในสิ่งที่คุณไม่ได้พูด ไม่มีแฟนไม่เหงาเท่าไม่มีเพื่อน เพื่อนก็เหมือนดวงตะวัน แม้บางคราวจะมองไม่เห็น แต่ก็รู้ว่าอยู่ตรงนั้นเสมอ ยังไม่มีเพื่อนก็รีบหาเพื่อน มีเพื่อนแล้วก็รักษาเพื่อนไว้ อย่าให้มิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อนต้องสิ้นสุดลง ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ

เปิ ด สถานกงสุ ล ล า ว ป ร ะ จำ � จังหวัดขอนแก่น ; ฯพณฯ ดร. ทอง ลุ น สี สุ ลิ ด ร อ ง น า ย ก รั ฐ ม น ต รี แ ล ะ รั ฐ ม น ต รี ว่ า ก า ร ก ร ะ ท ร ว ง ต่างประเทศ สปป. ลาว พร้อมด้วยนาย สมศั ก ดิ์ สุ ว รรณ สุจริต ผู้ว่าราชการ จังหวัดขอนแก่น นำ�ชาวไทยและชาวลาวร่วมทำ�บุญตักบาตร ในโอกาสพิธีเปิดสถานกงสุล สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำ�จังหวัดขอนแก่น และทำ�พิธีเปิดป้ายสถาน กงสุล ที่ถนนมิตรภาพ บ้านหนองกุง ตำ�บลศิลา อำ�เภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 มหกรรมอาหาร และเครื่ อ งดื่ ม ; นายสมศักดิ์ สุวรรณ สุจริต ผู้ว่าราชการ จั ง หวั ด ขอนแก่ น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุ พันธุ์ นายกเทศบาล นครขอนแก่ น เชฟ จำ � นง นิ รั ง ค์ ส รรค์ นายกสมาคมพ่ อ ครั ว ไทย ร่ ว มเปิ ด งาน งานมหกรรม แสดงสินค้า อาหาร และเครื่องดื่ม (Food – Restaurant & Equipment Show 2013) ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างวันที่ 20 – 23 มิถุนายน 2556


หน้า 4

ปีปีทที่ ี่11 กรกฎาคม 2556 11ฉบั ฉบับบทีที่ ่111 111ประจำ ประจำ��เดื เดืออนนกรกฎาคม

โบว์ลิ่ง สภาอุตฯ ขอนแก่น 2013 ; นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานสภา อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยคณะกรรมการ มอบถ้วยรางวัลการ แข่งขันโบว์ลิ่ง F.T.I. BOWLING KHONKAEN 2013 ให้กับนักกีฬาผู้ชนะ เลิศ โดยมีผแู้ ทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสมาชิกสภาอุตสาหกรรม จังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมแข่งขัน ณ SF STRIKE BOWLING ชัน้ 5 CENTRAL PLAZA KHONKAEN

ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดสาขาใหม่ ; คุณสมิหลา หยกอุบล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานพัฒนาการเกษตรขอนแก่น จำ�กัด มอบ พระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคลกับ นายนพพร วรรณพงษ์ ผู้จัดการพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ นายประชา พิมพ์ดา ผู้จัดการ สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น เนื่องในโอกาสเปิดสาขาแห่งใหม่ ณ ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำ�กัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556

เปิดสาขาธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ; นายจิรวุฒิ คุวานันท์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำ�กัด และนายประยูร อังสนันท์ กรรมการผู้จัดการ มอบของที่ระลึกและร่วมในพิธีเปิด ธนาคาร ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำ�กัด (มหาชน) โดยมี นายนพพร วรรณพงษ์ ผู้จัดการ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ นายประชา พิมพ์ดา ผู้จัดการ สาขา เซ็นทรัล ขอนแก่น ร่วมให้การต้อนรับ ณ ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำ�กัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556

เปิดสาขาธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ; นายสายันต์ ทรัพย์ปัญญาดี ผู้ อำ�นวยการฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท โตโยต้าแก่นนคร จำ �กัด มอบ ของที่ระลึกและแสดงความยินดีกับ นายนพพร วรรณพงษ์ ผู้จัดการพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ นายประชา พิมพ์ดา ผู้จัดการ สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น เนื่องในโอกาสเปิดสาขาแห่งใหม่ ณ ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำ�กัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556

บริจาคสร้างโรงพยาบาลขอนแก่น 2 ; พระครูสิริสาธรรม เจ้าอาวาสวัดศิริธรรมิกาวาส เป็นประธานรับมอบเงินบริจาค สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลขอนแก่น สาขาศิรธิ รรมิกาวาส จากผูม้ จี ติ ศรัทธา ณ ห้องประชุมจำ�ลองมุง่ การดี โรงพยาบาล ขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2556


หน้า 5

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556

“รัตนชาติ ลิสซิ่ง” เปิดสถาบันการเงิน อาการปวดประสาทไทรเจมินัล (Idiopathic trigeminal neuralgia) (Tic douloureux)

สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งกับคอลัมน์ก้าว ทันโลก กับโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันต แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับนี้เรา จะพาท่านมารูจ้ กั อาการปวดประสาทไทรเจมินลั กันนะคะ มีลักษณะดังนี้ คือ 1. เป็ น อาการปวดแบบคล้ า ยถู ก ของ แหลมทิ่มแทงหรือช๊อตด้วยไฟฟ้า (Stabbing or electric shock like pain) โดยเกิดอย่างเฉียบพลัน (sudden) มีระยะเวลา 2-3 วินาที จนถึง 2 นาที ตามการกระจายของแขนงของเส้ น ประสาท สมองที่ 5 ตั้งแต่ 1 แขนง ขึ้นไป 2. โดยทั่วไปมักเกิดกับแขนงแมกซิลลารี หรือแมนดิบิวลาร์ เป็นข้างเดียวของใบหน้าหรือ 3% พบเป็น 2 ข้าง (bilateral) 3. มี บ ริ เ วณที่ เ ป็ น จุ ด กระตุ้ น (trigger zone) อยู่ในบริเวณที่ถูกเลี้ยงด้วยเส้นประสาท ไทรเจมินัล และสิ่งที่มากระตุ้น คือ การสัมผัส (touch) ความเย็น (cold) การพูด การหาว ลม สัมผัส หรือการแปรงฟัน 4. ไม่มีการสูญเสียความรู้สึกรับสัมผัส (no sensory loss) หรือไม่พบความผิดปกติใดๆ ของเส้นประสาทไทรเจมินัล (no neurological deficit) 5. พบได้ ไ ม่ บ่ อ ยนั ก และอุ บั ติ ก ารเกิ ด ชาย : หญิง ในสัดส่วน 2 : 3 ในช่วงอายุมากกว่า

50 ปี ในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยๆ ที่เป็นอาการปวด ประสาทไทรเจมินัล มักจะมี มัลติเปิล สเคลอโร ซิส (multiple sclerosis) ร่วมด้วย 6. มีอาการได้วันละหลายครั้ง ปวดเป็น พักๆ (paroxysmal) อาจจะมีช่วงที่ปลอดอาการ นานเป็นเดือนหรือเป็���ปี แล้วกลับมาเป็นซํ้าได้ อีก 7. ไม่ ท ราบสาเหตุ ที่ แ น่ น อนแต่ มี บ าง ทฤษฎี ที่ ก ล่ า วว่ า เกิ ด จากการถู ก กดของราก ประสาทของ (root trunk) เส้นประสาทไทรเจ มินัล โดย เส้นเลือดแดงหรือเส้นเลือดดำ�ทำ�ให้ เกิดการหลุดลอกของเยื่อไมอีลิน นำ�ไปสู่การเกิด จุดสัมผัสระหว่างเส้นประสาททีน่ �ำ การปวดและ ทีน่ �ำ สัมผัส (ephaptic cross talk) ทำ�ให้การสัมผัส บริเวณทีเ่ ลีย้ งด้วยประสาทไทรเจมินลั กระตุน้ ให้ ปวดได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดความไวต่อการกระ ตุ้นที่ประสาทส่วนกลาง การรักษา 1. การรักษาทางยา (Medical management) 2. การรักษาโดยการผ่าตัด (surgical management) ใช้กรณีที่การรักษาโดยยาไม่ได้ผล สอบถามรายละเอียดได้ที่ รศ ทพญ มุข ดา ศิริเทพทวีและอ ทพ ฑีฆายุ พลางกูร จอรนส์ โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร 043-202405

ส่งมอบ “โครงการห้องนํ้าแสนสุข” ม ร . โ อ เ ล่ นี ล เซ่ น ผู้ จั ด การ ใหญ่ โรงแรมพู ล แมน ขอนแก่ น ราชา ออคิด เป็น ประธานส่ ง มอบ ห้ อ งนํ้ า ภายใต้ “โครงการห้องนํ้า แสนสุข” ร่วมกับ ตัวแทนจากผูส้ นับ สนุนฯ และผู้บริหารโรงแรม ให้กับโรงเรียนบ้าน บ่อ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จำ�นวน 4 ห้อง ด้วยงบ ประมาณ 1 แสนบาท ซึง่ เป็นรายได้จากการจัดงาน คอนเสิรต์ การกุศลทีท่ างโรงแรมฯ เป็นเจ้าภาพจัด งาน โดยมีคณะครู นักเรียน และผู้นำ�ชุมชนร่วม ให้การต้อนรับ จากนั้ น ทางโรงแรมฯและตั ว แทนผู้ สนั บ สนุ น ยั ง ได้ จั ด เตรี ย มอาหาร ขนม และ ไอศกรีม มาจัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ นักเรียน เพื่อเป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้ม ให้กับนักเรียนและชุมชน คณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านบ่อ ขอ ขอบพระคุณผู้สนับสนุนใจดีที่ร่วมมอบความ

สุขให้กับนักเรียนในครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท ราชา มอเตอร์ ขอนแก่น จำ�กัด ผู้แทนจำ�หน่ายรถยนต์ ฮอนด้า เจ้าแรกในจังหวัดขอนแก่น ,บริษัท ฟิ นิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำ�กัด (มหาชน) ใน เครือ เอส ซี จี เปเปอร์ ,ร้าน รามา ก๊อปปี้ วัน ,โรง พยาบาลราชพฤกษ์ ,บริษัท เอสเอฟ ขอนแก่น จำ�กัด ในเครือศรีวโิ รจน์ฟาร์ม ,ร้านไฮคลาส เว็ดดิง้ แอนด์ ออกาไนซ์ ไฮ-คลาส เวดดิ้ง แพลนเนอร์ แอนด์ อีเว้นท์ ออแกไนเซอร์ ,ร้านเพ็ญ พริ้นท์ ติ้ง ,บริษัท บี เอ็น เค พัทยา ไวน์ แกลลอรี่ จำ�กัด ,บริษทั วานิชวัฒนา (กรุงเทพฯ) จำ�กัด ,บริษทั มัก๊ มั๊ก จำ�กัด ,สิงห์ขอนแก่น และโรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด

นํ้ า ใ จ โ ค้ ว ยู่ ฮ ะ ; นายจิ ร วุ ฒิ คุ ว านั น ท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำ � กั ด และนายประยู ร อั ง สนั น ท์ กรรมการผู้ จั ด การ มอบรถยนต์ อี ซูซุ จำ�นวน 2 คัน ให้กับ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และมูลนิธิมะเร็งท่อนํ้าดี เพื่อนำ�ไปใช้ในกิจกรรม สาธารณประโยชน์ โดย มี รศ.วิฑูรย์  ประเสริฐเจริญสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและวิเทศสัมพันธ์ เป็นผู้รับมอบ เมื่อวัน ที่ 28 มิถุนายน 2556 ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รองรั บ ความเจริ ญ ของเมื อ งขอนแก่ น

เมือ่ วันที่ 23 มิถนุ ายน 2556 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เป็นประธาน เปิ ด สำ � นั ก งาน “รั ต นชาติ ไฟแนนซ์ แอนด์ ลิสซิ่ง” โดยมี นายเอกคง ประภาศิริ ผู้จัดการ หจก. รัตนชาติ ไฟแนนซ์ แอนด์ ลิสซิ่ง พร้อม กรรมการบริหาร ร่วมพิธเี ปิด โดยมีนกั ธุรกิจและ ประชาชนร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง นายเอกคง ประภาศิริ กรรมการผูจ้ ดั การ หจก.รัตนชาติ ไฟแนนซ์ แอนด์ ลิสซิง่ เปิดเผยว่า รัตนชาติลสิ ซิง่ เป็นธุรกิจทีใ่ ห้บริการด้านสินเชือ่ โดยมีหุ้นส่วนที่ร่วมกันบริหารคือ นายโมริด ชลี เบ นายวรุณ สัจเดว และ นายนาวิน สัจเดว ซึ่งมี ความชำ�นาญในการบริหารจัดการกับความเสี่ยงทุกๆ ด้านภายใต้ โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็ง แต่หากมีการวางแผน ทีด่ ี จะทำ�ให้เกิดสภาพคล่องทัง้ ยังเป็นการช่วยบริหารด้านการเงิน ให้เกิดประโยชน์กบั ธุรกิจทีอ่ าจมีผลกระทบให้สามารถผ่านวิกฤต ไปได้เช่นกัน “รัตนชาติ ไฟแนนซ์ แอนด์ ลิสซิ่ง” สถาบันการเงินแห่ง ใหม่ของขอนแก่น ตั้งขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเมือง ขอนแก่นทีเ่ ป็นจุดยุทธศาสตร์ส�ำ คัญของภาคอีสาน เป็นศูนย์กลาง เส้นทางคมนาคมจากตะวันตกสูต่ ะวันออก จากเหนือถึงใต้ เส้นทา งอีสเวสอิคลอโดมิก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของอินโดจีน และในปัจจุบนั ถือว่าเมืองขอนแก่นมีความเจริญแบบก้าวกระโดด เป็นเมืองทีม่ ปี ระชาชนอยู่ 1.8 ล้านคน พืน้ ที่ 6.8 ล้านไร่รองรับการ เจริญเติบโตได้มาก มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่จำ�นวนมาก รวมทั้งมีสถานกงสุลที่ตั้งอยู่ในขอนแก่นถึง 4 ประเทศ ได้แก่ จีน เวียดนาม ลาว และเปรู มีสถาบันความร่วมมือศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ของอเมริกา และสถานทูตฝรัง่ เศส ประจำ�ประเทศไทย ก็มาดูลทู่ าง การตั้งสมาคมไทย-ฝรั่งเศส ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วย นับว่า

Just Jeans ; บรรยากาศการประกวดการแต่งกาย Just Jeans ของพนัก งานแฟรี่พลาซ่าใน concept Cowboy & Cowgirl เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2556 ณ แผนกยีนส์ชั้น 1 ขอนแก่นเป็นเมืองที่มีความพร้อมที่จะพัฒนาในทุกๆ ด้าน การ จัดตั้งสถาบันการเงินก็เป็นช่องทางให้กับประชาชนได้เข้าถึง แหล่งเงินทุน ตามนโยบายของรัฐบาลด้วย “รัตนชาติ ไฟแนนซ์ แอนด์ ลิสซิ่ง” เป็นบริษัทรับจัด ไฟแนนซ์รถยนต์ทกุ ประเภท รถเก๋ง รถปิกอัฟ รถ 6 ล้อ รถ 10 ล้อ รวมทัง้ ให้บริการโยกย้าย ไถ่ถอนรถยึด หรือท่านทีต่ ดิ Blacklist ก็ สามารถจัดไฟแนนซ์ได้เช่นกัน รัตนชาติลสิ ซิง่ ให้ยอดจัดรายการ สูง แต่ดอกเบี้ยตํ่า และพร้อมให้บริการกับประชาชนทั่วไปที่ ได้รับผลกระทบจากการขาดสภาพคล่องทางการเงิน โดยช่วย วางแผนกลยุทธ์ในการจัดการกับความเสี่ยง เพื่อมิให้ธุรกิจต้อง สะดุด ทัง้ เป็นการสร้างประโยชน์ให้เกิดกับธุรกิจในท้องถิน่ ภาย ใต้แนวคิดที่ว่า “รัตนชาติ ไฟแนนซ์ แอนด์ ลิสซิ่ง .. พร้อมดูแล คุณ” สำ�หรับท่านที่ต้องการทุนสำ�รอง รถยนต์แลกเงิน ติดต่อ สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำ�นักงาน หจก. รัตนชาติ ไฟแนนซ์ แอนด์ ลิสซิ่ง เลขที่ 67/10 บ้านศรีฐาน ถนนศรีจันทร์ อ. เมือง จ.ขอนแก่น หรือ โทรศัพท์ 043—235-099

Fairy Kids 2013 ; ศูนย์สรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่า ร่วมกับผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าเด็ก Puppet และ PJ Kids จัดการประกวดหนูน้อยแฟรี่คิดส์ 2013 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2556 ณ เวทีชั้น 2 ศูนย์อาหารแฟรี่ พลาซ่า

ออกกำ�ลังกับกรมพลศึกษา

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2556 ที่ลานหน้าศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซ่า นายชลิต เขียวพุ่มพวง ที่ปรึกษาอธิบดีกรม พละศึกษา นายนิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ผู้อำ�นวยการสำ�นักการ กีฬา กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา ร่วมมอบ อุปกรณ์กฬี าให้กบั โรงเรียนในพืน้ ทีโ่ ดยกรมพละศึกษา 4 โรง ในการจัดกิจกรรมโรดโชว์เชิญชวนชาว อีสานสร้างความสุขกาย สุขใจ พร้อม สนุก ในงาน “รัก..ออกกำ�ลังกาย กับ กรม พลศึกษา” นายชลิต เขียวพุ่มพวง ที่ปรึกษา อธิบดีกรมพละศึกษา เปิดเผยว่า กิจกรรม เพื่อสุขภาพที่จัดขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คน ไทยหั น มาใส่ ใ จดู แ ลสุ ข ภาพตนเองให้ มากขึ้น ทั้งช่วยปลูกฝังนิสัยให้เยาวชน ได้ ส นุ ก และรั ก ในการออกกำ � ลั ง กาย เป็นประจำ� การออกกำ�ลังกายคนที่ได้ ประโยชน์ มิ ใ ช่ ใ ครที่ จ ะได้ รั บ ผล แต่ เ ป็ น ตั ว เราเองที่ จ ะมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ และด้วยความห่วงใยในสุขภาพร่าย กายของประชาชน กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา จึงได้จดั กิจกรรมสัญจรไปตามภูมภิ าคต่างๆ สำ�หรับ ภาคอีสาน ได้จัดกิจกรรมที่ลานหน้าศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซ่า ตัง้ แต่เวลา 12.00 -20.00 น โดยมีการตรวจเช็คสุขภาพ

ทดสอบสมรรถภาพความแข็งแกร่งของร่างกาย พร้อมให้คำ� ปรึกษาแนะนำ�การออกกำ�ลังกายที่เหมาะสมกับสุขภาพและ อายุ นอกจากนี้ ยังเพลิดเพลินกับนิทรรศการแปลกใหม่ หัวใจการออกกำ�ลังกายจากกรมพลศึกษา การแสดงในรูป

แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นทางการค้า ; Mr.Niqman Rafaee M.Sahar Trade Commissioner พร้อมคณะผู้แทนการค้าฝ่ายการค้า สถานฑูตมาเลเซีย เข้า แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการร่วมลงทุนทางการค้าระหว่าง นักธุรกิจจังหวัด ขอนแก่น กับนักธุรกิจ ประเทศมาเลเซีย โดยมี นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ รอง ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ฝ่ายการค้าและการลงทุนต่างประเทศ แบบของการออกกำ�ลังกาย ร่วมพูดคุยกับศิลปินนักร้องชาว พร้อมคณะกรรมการ และ กลุ่ม Young K-com ร่วมให้การต้อนรับ ณ ขอนแก่น รุจ ศุภรุจ เตชะตานนท์ และ สมจิตร จงจอหอ นัก สำ�นักงานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อ ชกเหรียญทองโอลิมปิค ปี 2008 พร้อมรับของทีร่ ะลึกมากมาย วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 มอบให้กับทุกท่าน “อยากให้ทุกคนได้มีโอกาสออกกำ�ลังกาย แล้วจะรู้ว่า การออกกำ�ลังกายเป็นเรือ่ งน่าสนุก และสุขใจ” นายชลิต กล่าว

JAS หนุนเด็กไทยให้เก่งบอล

คุณวีรยุทธ โพธารามิก (ยืนกลาง) ผู้ อำ�นวยการสำ�นักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริ ษั ท จั ส มิ น อิ น เตอร์ เ นชั่ น แนล จำ � กั ด (มหาชน) และคุ ณ ประกิ ต หวั ง พั ฒ น์ ผู้ อำ � นวยการภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ ตอน บน บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำ�กัด (มหาชน) พร้ อ มด้ ว ย ตั ว แทนสำ � นั ก งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำ�นวยการ คณะครู อาจารย์และนักเรียนในจังหวัดขอนแก่น ร่วม งานแถลงข่าวโครงการ “JAS Youth Cup เพื่อส่งเสริมกีฬา ฟุตบอลกับเยาวชนในโรงเรียน” เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยเพิม่ ประสบการณ์และโลกทัศน์ในการเล่นกีฬาฟุตบอล เมือ่ วันที่ 13 มิถุนายน 2556 ณ โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น

ร่วมงานเปิดสถานกงสุล สปป. ลาว ; คุณบุศราภรณ์ ปลายชัยภูมิ รอง ผู้จัดการใหญ่ฯ และคุณนภาพร ถุนารินทร์ ผู้ช่วยผู้อำ�นวยการฝ่ายขายและ การตลาด โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด มอบกระเช้าดอกไม้แสดง ทัง้ นีจ้ ะจัดให้มกี ารแข่งขันฟุตบอลนักเรียน รุน่ อายุไม่เกิน ความยินดี แก่ ฯพณฯ สินใจ มณีวรรณ รักษาการกงสุลใหญ่ แห่งสาธารณรัฐ 15 ปี ในโรงเรียนขยายโอกาส ทัว่ ประเทศ ชิงถ้วยรางวัลพร้อมเงิน ประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำ�ขอนแก่น เนื่องในโอกาสพิธีเปิดสถาน สนับสนุนการศึกษากว่า 500,000 บาท เริ่มฤดูการแข่งขันเดือน กงสุลหลังใหม่ แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำ�ขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา มิถุนายน 2556 ที่ขอนแก่นเป็นจังหวัดแรก


หน้า 6

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556


ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556

หน้า 7


หน้า 8

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556

ไทยแอร์เอเชีย เตรียมเปิดบิน “สวัสดีค่ะ” หนังสือพิมพ์ไทยเสรี ขอต้อนรับ ทุกท่านเข้าสูค่ อลัมน์ “สายตรงโรงพัก” ฉบับประจำ� เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช 2556 ฉบับนี้เราขอ แนะนำ�ท่านผู้อ่านให้รู้จักกับคนในแวดวงสีกากี คือ “ตำ�รวจ” หรือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ในพื้นที่ภาค อีสานเช่นเคยค่ะ ในเดื อ นนี้ เ ราขอแนะนำ � ท่ า นให้ รู้ จั ก กั บ พ.ต.อ.เรืองยศ ภูพานเพชร ผู้กำ�กับการสถานีตำ�รวจ ภูธรท่าคันโท (ผกก.สภ.ท่าคันโท) จว.กาฬสินธุ์ นายตำ�รวจดีเด่นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นข้าราชการ พลเรือนดีเด่น “เข็มครุฑทองคำ�” และพนักงาน สอบสวนดีเด่น อันเป็นเครื่องการันตีได้ว่าเป็นนาย ตำ�รวจมืออาชีพอย่างแท้จริง “พ.ต.อ.เรืองยศ” เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2497 ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบการศึกษาระดับ ปริ ญ ญาตรี รั ฐ ศาสตร์ บั ณ ฑิ ต มหาวิ ท ยาลั ย รามคำ�แหง รุ่นที่ 8 ปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิ ท ยาลั ย สุ โ ขทั ย ธรรมาธิ ร าช รุ่ น ที่ 22 และ ปริญญาโทศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขาพัฒนา สังคม รุ่นที่ 3) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประวั ติ รั บ ราชการ เริ่ ม เข้ า รั บ ราชการใน ปี พ.ศ.2520 ตำ�แหน่งลูกแถว กก.ปจ.บก.สปพ. บชน. จากนั้ น ย้ า ยไปอยู่ ที่ แ ผนกศู น ย์ ร วมข่ า ว

ตำ�รวจนครบาล จนกระทั่งปี พ.ศ.2523 ย้ายมาเป็น ผบ.หมู่สถานีตำ�รวจทางหลวง 3 กก.4 ทล.อุดรธานี ปี พ.ศ.2525 ติดดาวเป็นนายตำ�รวจ ในตำ�แหน่งรอง สว.สภ.อ.หนองกุงศรี จว.กาฬสินธุ์ จากนัน้ ย้ายไปเป็น หน.สภ.ต.ม่วงนา อ.เมือง จว.กาฬสินธุ์ ในปี 2532 ขึน้ เป็น รอง สว.สภ.อ.ห้วยผึ้ง จว.กาฬสินธุ์ ปี 2534 เป็น สวส.สภ.อ.โพนสวรรค์ จว.นครพนม และปี 2538 เป็น สวส.(หัวหน้างานสอบสวน) สภ.อ.เมืองกาฬสินธุ์ ในปี 2541-2543 ขึ้ น เป็ น รอง ผกก.สส. สภ.อ.โพธิ์ชัย จว.ร้อยเอ็ด ย้ายไปเป็น รอง ผกก.สส. สภ.อ.ห้วยเม็ก จว.กาฬสินธุ์ ,รองผกก.สส.สภ.อ.เมือง สรวงจว.ร้ อ ยเอ็ ด รอง ผกก.สส. สภ.ยางตลาด จว.กาฬสิ น ธุ์ ก่ อ นจะขึ้ น เป็ น ผกก.สภ.ท่ า คั น โท จว.กาฬสินธุ์ ในปีพ.ศ.2553 จนถึงปัจจุบัน ต ล อ ด ชี วิ ต ก า ร รั บ ร า ช ก า ร ตำ � ร ว จ “พ.ต.อ.เรืองยศ ภูพานเพชร” ได้รับรางวัลเกียรติยศ มาแล้วหลายรางวัล นำ�ความภาคภูมใิ จมาสูค่ รอบครัววงศ์ตระกูล และข้าราชการตำ�รวจภูธรภาค 4 โดยได้รบั คัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นของ จ.นครพนม ประจำ�ปี 2534 ได้รับประกาศเกียรติบัตร และเข็ม ครุฑทองคำ�จากนายกรัฐมนตรี ต่อมา ได้รับคัดเลือก เป็นพนักงานสอบสวนดีเด่น ระดับสารวัตร ของ จว.กาฬสินธุ์ และตำ�รวจภูธรภาค 4 ประจำ�ปี พ.ศ.2540

นอกจากนั้นยังได้ รับบำ�เหน็จความ ชอบ 2 ขัน้ จำ�นวน 6 ครั้ ง และ 1.5 ขั้น จำ�นวน 5 ครั้ง พร้ อ มทั้ ง ได้ ใ บ พ.ต.อ.เรืองยศ ภูพานเพชร อนุญาตประกอบ วิชาชีพสอบสวน เลขที่ใบอนุญาต 6841 ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2545 รหัสพนักงานสอบสวน 520-0625-3 “พ.ต.อ.เรืองยศ” ได้กล่าวฝากถึงรุน่ น้อง-นาย ตำ�รวจ รวมถึงลูกน้อง-ผูใ้ ต้บงั คับบัญชาทัง้ หลายทีม่ งุ่ มั่นที่จะประสบความสำ�เร็จในการทำ�งานเช่นเดียว กับท่านผูก้ ำ�กับฯ ด้วยว่า “ขอให้ยดึ หลักการทำ�งานที่ จะไม่รงั เกียจคนมัง่ มี ไม่ยาํ่ ยีคนจน อดทน รอบคอบ รับผิดชอบต่องาน และประสานทุกฝ่ายแล้วรับรอง ได้ ว่า จะประสบความสำ �เร็ จ ในการทำ �งานอย่า ง แน่นอนครับ” สำ�หรับคอลัมน์สายตรงโรงพักฉบับนี้ต้อง ขอลาท่านผู้อ่านไปก่อน ไว้พบกันใหม่ฉบับหน้า เดือนสิงหาคม ซึ่งตรงกับ “วันแม่แห่งชาติ” นะคะ “สวัสดีค่ะ”

เพ็ญศิริ นาคทน ...รายงาน

ข อ น แ ก่ น – ก รุ ง เ ท พ

ว่าที่ ร้อยตรี อัธยา ลาภมาก ผู้อำ�นวยการท่า อากาศยานขอนแก่น เปิดเผยว่า สนามบินขอนแก่น ประกาศเป็ น สนามบิ น ศุ ล กากรตั้ ง แต่ ปี 2534 เป็นต้นมา สามารถใช้สนามบินขอนแก่นรองรับ สายการบินระหว่างประเทศบินได้ โดยไม่จำ�กัด เที่ยวบิน เพราะเป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารเข้ามา ใช้บริการมากกว่า 300,000 คนต่อปี เพียงแต่ยังไม่มี เที่ยวบินระหว่างประเทศบินประจำ� อาจเนื่องมา จากบริษัทที่ให้บริการสายการบินระหว่างประเทศ มองถึงปริมาณความต้องการของผู้โดยสารที่ยังไม่ เพียงพอกับจุดคุ้มทุน แต่เชื่อว่าในอนาคตจังหวัด ขอนแก่นน่าจะมีเที่ยวบินระหว่างประเทศ หากมี การเปิดเส้นทางการบินและมีความต้องการของ ประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเปิด AEC ซึ่งจังหวัดขอนแก่นเป็นยุทธศาสตร์เส้นทางการ คมนาคม และสนามบินขอนแก่นมีความพร้อมใน การรองรับเที่ยวบินในปริมาณที่ไม่จำ �กัดอยู่แล้ว “นโยบายของกรมการบินพลเรือน มีว่าหากเป็น สนามบินที่มีผู้โดยสารไม่เกิน 50,000 คนต่อปี ไม่ ควรมีสายการบินเกิน 2 สาย หรือถ้ามีผู้โดยสาร 50,000 คน แต่ไม่เกิน 300,000 คนต่อปี ไม่ควรมี สายการบินเกิน 3 สาย แต่ถ้าจำ�นวนผู้โดยสารเกิน

300,000 คนขึน้ ไป จะไม่มขี อ้ จำ�กัดเรือ่ งสายการบิน สามารถเปิ ด เที่ ย วบิ น ได้ ทั น ที สำ � หรั บ จั ง หวั ด ขอนแก่น จากปีทผี่ า่ นมามากกว่า 300,000 คน และ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีผู้โดยสารเข้ามาใช้ บริการปีละกว่า 500,000 คน ดังนั้น การที่สายการ บินจะมาเปิดให้บริการจึงสามารถทำ�ได้ทนั ทีหากมี ใบอนุญาตแล้ว” ปัจจุบนั สนามบินขอนแก่นรองรับเทีย่ วบิน ที่มาจากต่างประเทศบ่อยครั้ง แต่จะเป็นเครื่องบิน ส่วนตัว หรือการเช่าเหมาลำ� ในส่วนของสายการ บินระหว่างประเทศซึ่ง สปป.ลาว เปิดเที่ยวบินเส้น ทาง ขอนแก่น – หลวงพระบาง ของสายการบินลาว เซ็นทรัลแอร์ไลน์ ซึง่ หลังเปิดบินไปได้ระยะหนึง่ ได้ หยุดเพื่อปรับปรุงความพร้อมของเครื่องบิน และ จัดระบบเที่ยวบินเพื่อความเหมาะสมรวมทั้งการ บริหารภายในองค์กร ซึ่งอีกไม่นานจะเป็นเที่ยวบิน ประจำ�ระหว่างประเทศต่อไป ผู้อำ�นวยการท่าอากาศยานขอนแก่น กล่าว ต่อไปว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สายการบินไทยแอร์ เอเชีย ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอเช่าพื้นที่ในการเปิด จำ � หน่ า ยตั๋ ว และเปิ ด เที่ ย วบิ น เส้ น ทางระหว่ า ง ขอนแก่น – กรุงเทพฯ โดยใช้สนามบินดอนเมือง ซึง่

เป็นเครื่องบินขนาดกลาง 150-180 ที่นั่ง โดยมีการ เปิดเผยถึงการเช่าสถานที่ของท่าอากาศยานจังหวัด ขอนแก่นว่า สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย ได้ทำ�การ สำ�รวจความต้องการของผูบ้ ริโภคทีจ่ งั หวัดขอนแก่น ทีใ่ ช้เทีย่ วบินระหว่าง ขอนแก่น-กรุงเทพฯ ซึง่ พบว่า มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ทั้งสายการบินปัจจุบัน ไม่สารมารถรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นได้ จึงเตรียมเปิดเส้นทางการบินภายในประเทศ ขณะ นี้อยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อปรับเวลาและเที่ยว บินเพื่อให้มีความเหมาะสม สามารถรองรับตรง ตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดยคาด ว่าน่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2556 นี้ นอกจาก สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย แล้ว ยังมีสายการบินนก แอร์ ซึง่ ได้ประสานเพือ่ เปิดเทีย่ วบินเส้นทางระหว่าง ขอนแก่น – กรุงเทพฯ เช่นกัน แต่ยงั ไม่มคี วามชัดเจน อาจอยู่ระหว่างการสำ�รวจหรือวางแผนก็เป็นได้


ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556

ซื้อมาสด้า 2 ทุกรุ่น ดาวน์เพียง 2,222 บาทฟรี ประกันภัยชั้น 1 รับรถทันที ผ่อนนาน 84 งวด ซื้อมาสด้า 3 รุ่น 1600 CC รับส่วนลดทันที 75,000 บาท รับรถทันที ซื้อมาสด้า 3 รุ่น 2000 CC รับส่วนลดทันที 90,000 บาท BT-50 Pro ทุกรุ่น ดาวน์ 5% ผ่อนนาน 84 งวดฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี หรือรับส่วนลด ทันที 50,000 บาท

หน้า 9


หน้า 10

ปีปีทที่ ี่11 กรกฎาคม 2556 11ฉบั ฉบับบทีที่ ่111 111ประจำ ประจำ��เดื เดืออนนกรกฎาคม


หน้า 11

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556 นักธุรกิจขก.

• ต่อจากหน้า 1 นักการเมืองที่มีความรู้ มีความสามารถหลายท่าน จำ�นำ�ข้าวใน 3 ฤดูกาลรวม 2.2 แสนล้าน ยังไม่รวม ที่ภาคอุตสาหกรรมได้สะสมไว้

นายวิ ฑู ร ย์ กมลนฤเมธ ประธานสภา อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ บริหารงานมาแล้ว 2 ปี มีการปรับ ครม.แล้ว 5 ครั้ง และจากทีบ่ ริหารงานมาเราจะเห็นการทำ�งานทีส่ ร้าง ปัญหาได้ชดั เจนมาก 5 ประเด็นใหญ่ ประเด็นแรกคือ โครงการรับจำ�นำ�ข้าว ทีท่ �ำ ให้เกิดขาดทุนมากถึงสอง แสนกว่าล้านบาท ซึง่ เป็นตัวเลขทีช่ ดั เจนมากและยัง มีแนวโน้มที่จะขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก จากการดันให้ทำ� โครงการต่อไป ปัญหาต่อมาเป็นโครงการรถคันแรก ซึ่งบอกได้เลยว่ารัฐบาลไม่สามารถหาเงินมาชดเชย ได้ ต้องเป็นหน้าทีข่ องสรรพากรให้หาเงินมาชดเชย หรื อ ไม่ รั ฐ บาลต้ อ งกู้ เ งิ น มาชดเชยในโครงการนี้ ปัญหาค่าแรง 300 บาท และยังมีปญ ั หาจากโครงการ ป้องกันและบริหารนํา้ 3.35 ล้าน ซึง่ ศาลปกครองสัง่ ให้รฐั บาลต้องนำ�กลับไปทบทวนใหม่ เนือ่ งจากไม่มี การทำ�ประชาพิจารณ์ และโครงการเงินกู้ 2.2 ล้าน ล้าน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ของประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างปัญหาให้กับ ประเทศ ชั่วระยะเวลาเพียง 2 ปีที่บริหารงาน และเมื่อมีการปรับ ครม. ในครั้งนี้ จะเห็น ว่า มีรัฐมนตรีที่หลุดออกไปจากโผถึง 11 คน มีการ ปรับรัฐมนตรีเข้ามาดูแลในโครงการที่สร้างปัญหา ทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำ�รุง ไปเป็น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นงานที่ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่รเู้ รือ่ งแรงงานมาก่อนเลย จึงเป็นการ เริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ลดกระแสความขัดแย้งลงได้ นายวิ ฑู ร ย์ กล่ า วต่ อ ว่ า ส่ ว นปั ญ หาใหญ่ จากการรับจำ�นำ�ข้าว ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี เข้ามาใหม่แทนนายบุญทรงฯ แต่หากยังใช้นโยบาย เดิม รับจำ�นำ�เท่าเดิม ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แต่ที่น่าจับตาคือการที่ นายกรัฐมนตรี ลงมานั่ง ควบรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมด้วย เพราะทุกคน รู้ว่า นายกฯ ไม่มีความรู้เรื่องการทหารเลย ดังนั้น การนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหม จึงมองได้ประเด็น เดียวคือ ต้องการเป็นหนึง่ ในเจ็ดของคณะกรรมการ ที่แต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ ดูแลการแต่งตั้งโยกย้ายนายพล เป็นการรวบอำ�นาจ แบบเบ็ดเสร็จ และคาดว่าเหตุการณ์ความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนใต้ จะยังคงรุนแรงเหมือนเดิม ส่วนเรื่องของค่าแรงขั้นตํ่า 300 บาท เป็น เรื่องที่เกิดขึ้นและผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม เท่านั้น ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ว่าจะเดือดร้อน อย่ า งไร ก็ ไ ม่ ส ามารถแก้ ปั ญ หาอะไรได้ แ ล้ ว ใน ขณะที่ นักลงทุนและผู้ประกอบการต่างโยกย้าย ฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนที่เหลือใน ประเทศไทยเป็นเพียงโรงงานอุตสาหกรรมเดิมที่ไม่ ปิดแต่ลดกำ�ลังการผลิตลง เหลือเพียง 10-20 % อย่าง โรงงาน ซี เค ชูส์ ต.บ้านทุม่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ย้าย ฐานการผลิตไปที่ สปป.ลาว และโรงงานแหอวนที่ เตรียมย้ายไปด้วยเช่นกัน โดยมีผู้ประกอบการชาว ไทยได้ลงทุนเปิดนิคมอุตสาหกรรมที่ อ.ศรีโสภณ ประเทศกัมพูชา เพียงแค่ 3 เดือนที่เปิดนิคมฯ มีนักธุรกิจ จากไทยเข้าร่วมลงทุนจนเต็มพื้นที่ ขณะนี้เตรียม ขยายพื้ น ที่ เ พื่ อ รองรั บ ผู้ ป ระกอบการที่ ย้ า ยจาก ประเทศไทยไปลงทุ น ในประเทศเพื่ อ นบ้ า นเพิ่ ม มากขึ้น ซึ่งเป็นการบ่งชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการ ธุรกิจในไทย รวมทั้งที่จังหวัดขอนแก่น ได้ย้ายฐาน การผลิตไปเกือบหมดแล้ว โดยลดกำ�ลังการผลิตใน ไทยลงเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพของ ประเทศ “ธุรกิจ SME ซึ่งได้รับผลกระทบจากการ ขึน้ ค่าแรง ได้ปดิ ตัวลงและหันเข้าสูภ่ าคเกษตรกรรม หรือเปลี่ยนมาเป็นกิจการขายของเล็กๆ อย่างเปิด ท้าย หรือกาแฟโบราณ ซึ่งมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เพราะธุรกิจขนาดเล็กเมื่อเลิกกิจการ มักไม่มีข่าวให้ สังคมรับรู้มากเท่าไร ต่างจากโรงงานอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่” นายวิฑูรย์ กล่าว นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรม ราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ขอนแก่น เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ หรือใน ส่วนของภูมิภาค ล้วนมีผลกระ���บจากสถานการณ์ ทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะความเชือ่ มัน่ จากนักลงทุน ทัง้ ในและต่าง ประเทศ การที่ปรับ ครม. เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง ต้องย้อนกลับไปมองว่า จากอดีตที่ผ่านมา เรามี

แต่ผบู้ ริหารทีม่ อี ำ�นาจสัง่ การยังไม่นำ�บุคลากรมาใช้ ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งยังไม่ใช้คนให้ตรง กับความสามารถและตรงกับงาน ซึ่งการจะปรับ ครม. ให้รับผิดชอบการบริหารงาน ควรรู้ว่าใครที่ เหมาะกับงานด้านไหน แต่จากทีผ่ า่ นมาจะเห็นได้วา่ ยังไม่สามารถบริหารงานให้ประสบความสำ�เร็จ และ ตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิด ขึ้นจากการปรับ ครม. ในครั้งนี้ ก็ยังไม่มีความแตก ต่ า งจากอดี ต ที่ ผ่ า นมา แต่ มี แ นวทางว่ า น่ า จะล้ ม เหลวมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการที่แต่งตั้งผู้ที่ไม่มี ความชำ�นาญ ไม่มีความรู้เฉพาะด้านเข้ามาบริหาร งานในตำ�แหน่งสำ�คัญ ซึ่งการบริหารงานโดยไม่มี ความรู้และประสบการณ์ จะทำ�ให้ความน่าเชื่อถือ ของนักลงทุนจากนานาประเทศหมดไป และหมาย ถึงเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศชาติด้วยเช่น กัน จากอดีตที่เป็นบทเรียนถึงปัญหาต่างๆ มากมาย ที่เกิดขึ้นจากการทำ�หน้าที่บริหารประเทศชาติ ซึ่ง ผลที่ออกมาเบ่งชี้ให้เห็นชัดเจนถึงความล้มเหลว และสร้ า งความเสี ย หายอย่ า งไร ก็ ไ ด้ แ ต่ ห วั ง ให้ ท่านนักการเมืองได้มีความรู้สึกและรับผิดชอบต่อ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากผลงานที่ได้สร้างไว้ นายเข็มชาติ กล่าวต่อว่า การปรับ ครม. ใน ครั้งนี้ ไม่ว่าผลการบริหารงานจะออกมาในรูปแบบ ใด จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับนักลงทุน หรือการทำ�ให้เกษตรกรและประชาชนมีความอยู่ดี กินดี จะเกิดผลดีกับประเทศชาติในอนาคตหรือ ไม่ ผู้ประกอบการนักลงทุนภาคเอกชน ล้วนต้อง สร้างความเข้มแข็งและผนึกพลังเพื่อช่วยเหลือให้ นักธุรกิจอยู่ได้โดยไม่พึ่งองค์กรภาครัฐ โดยเฉพาะ ในสภาพแวดล้อมที่กำ�ลังมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ การเป็นประเทศอาเซียน นักธุรกิจต้องสร้างความ พร้อมให้กับบุคลากรในองค์กรมากที่สุด เพื่อให้มี ความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ “จากความไม่ แ น่ น อนทางการเมื อ งซึ่ ง มี การเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง นอกจากภาคเอกชนที่ ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันเองแล้ว ในส่วนของ ข้าราชการประจำ �ควรมีความเข้มแข็งมากกว่าที่ ผ่านมา โดยไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง ที่เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์มากกว่าการเข้ามา ร่วมกันบริหารให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง เชื่อว่า ข้าราชการน่าจะทำ�ได้ดีกว่าที่ผ่านมา” นายเข็มชาติ กล่าวและว่า นับเป็นโชคดีทนี่ กั ธุรกิจในจังหวัดขอนแก่น ทุ ก สาขาอาชี พ มี ค วามแข็ ง แกร่ ง ให้ ก ารร่ ว มมื อ ประสานเป็นพลังเพื่อให้เกิดความเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ และช่วยกันพัฒนาเพื่อให้ธุรกิจผ่านพ้น กระแสความไม่ แ น่ น อนที่ เ กิ ด จากการเมื อ งไทย โดยเฉพาะภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดเป็น มหานครแห่งการลงทุนเพือ่ รองรับการเป็นประเทศ อาเซียน และเป็นความได้เปรียบทีข่ อนแก่นเป็นเส้น ทางยุทธศาสตร์ทางการคมนาคมอยู่แล้ว จึงทำ�ให้ เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยกลไกตาม ระบบโดยไม่หวังพึง่ ความไม่แน่นอนจากภาครัฐและ นักการเมือง ด้ า น นายจั ก รกฤษณ์ ศิ ริ พ านิ ช ย์ นายก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น เปิด เผยว่า จากทีผ่ า่ นมาทำ�ให้เห็นว่า ด้วยเหตุผลทางการ เมืองในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีไม่ตรงกับความ ถนัดของการทำ�งาน ซึง่ ทำ�ให้ไม่มปี ระสิทธิภาพและ ไม่เกิดประโยชน์กบั ประชาชนแต่อย่างใด โดยเฉพาะ ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ คือการกำ�หนด ราคารับจำ�นำ�ข้าวเปลือกทุกเมล็ดทีส่ งู กว่าราคาของ ตลาดโลก และราคายังสูงเกินความเป็นจริง แต่ถึง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการกำ�หนดราคาข้าวประกาศ เป็นนโยบายไปแล้ว ดังนั้นควรมีการติดตามผลการ ดำ�เนินงานเพื่อไม่เกิดช่องว่าในการทุจริต หรือมี ปัญหาในการทุจริตน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสวม สิทธิ หรือกระบวนการที่ส่อเป็นการทุจริต ที่สำ�คัญ ต้องมีแผนรองรับก่อนที่จะประกาศเป็นนโยบาย รับจำ�นำ�ข้าว เพราะเมื่อรับจำ�นำ�ข้าวแล้ว ต้องมีแผน รองรับในการระบายข้าวออกอย่างเร่งด่วน ต้อง ดำ�เนินการระบายข้าวออกให้มากที่สุดเพื่อลดการ สูญเสีย ล่าสุดมีประกาศจาก น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัด กระทรวงการคลัง ถึงผลขาดทุนจากโครงการรับ

เดือนพฤษภา ซึ่งเมื่อรวมแล้วก็จะได้จำ�นวนตัวเลข ขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก นับเป็นผลกระทบที่นำ�เงินภาษี ของราษฎร์ทั้งประเทศไปใช้โดยไม่เกิดประโยชน์ ทั้งยังสร้างความเสียหายต่อส่วนรวม คณะรัฐบาล ควรแสดงความรับผิดชอบว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ ซึง่ นอกจากจำ�นำ�ข้าวแล้ว ต้องย้อนกลับมามองเรือ่ ง ค่าแรง 300 บาท โครงการรถคันแรก ล้วนเป็นผล งานที่สร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการและ ประชาชน เพราะเป็นการนำ�เงินภาษีของประชาชน ทั้งประเทศไปบริหารโดยไม่เกิดความเป็นธรรมต่อ ประชาชนโดยส่วนรวม ในภาคของธุ ร กิ จ ท่ อ งเที่ ย วเป็ น งานให้ บริ ก ารจำ � เป็ น ต้ อ งใช้ บุ ค ลากรเป็ น อย่ า งมาก ไม่ สามารถทดแทนได้ด้วยเครื่องจักร นอกจากต้อง ลดจำ�นวนคน แต่การลดอัตรากำ�ลังก็มีข้อจำ�กัด ด้วยเช่นกันว่าต้องลดเนื่องจากอะไร และลดได้มาก น้อยแค่ไหน จึงต้องทำ�งานให้มากขึ้น ในขณะที่ มีมาตรการออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบเป็นเพียง เพื่อลดแรงกดดัน แต่ไม่มีผลเป็นรูปธรรมที่จะช่วย เหลือผู้ประกอบการอย่างที่ควรจะเป็น อย่างการให้ ผูป้ ระกอบการยืน่ ขอเงินกูใ้ นอัตราดอกเบีย้ ตํา่ ในเมือ่ ธุรกิจเดินไม่ได้ต่อให้ไม่มีดอกเบี้ยก็ไม่รู้จะกู้เงินมา ทำ�ไม หรือการลดภาษีเงินได้ ในขณะที่ผลประกอบ การไม่มีกำ�ไร การลดภาษีก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน หรือการลดค่าธรรมเนียมโรงแรมทีล่ ดไปเพียงเดือน ละ 400-500 บาท ซึ่งแทบไม่เกิดประโยชน ์ใดๆ เลย “การที่รัฐออกนโยบายค่าแรงขั้นตํ่า 300 บาท ซึ่ ง ปั จ จุ บั น ได้ ส ร้ า งความเดื อ ดร้ อ น มี ผ ลก ระทบต่อผู้ประกอบการและเพิ่มปัญหาขึ้นเรื่อยๆ เรื่องที่ผู้ประกอบต้องการให้รัฐบาลมาช่วยเหลือก็ ไม่ช่วยอย่างจริงจัง ในขณะที่ประเทศกำ�ลังเดินเข้า สู่การเป็นประเทศอาเซียน ซึ่งมีการพูดถึงบ่อยมาก แต่ ยั ง ไม่ มี รู ป ธรรมเด่ น ชั ด ว่ า จะให้ ป ระชาชนทำ � อย่างไร และรัฐจะให้การช่วยเหลืออย่างไรจึงทำ�ให้ ประชาชนคนไทยเดินได้ในเวทีตลาดการค้าสากล โดยไม่ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านมากเกินไป” นาย จักรกฤษณ์ กล่าว

ผูบ้ ริโภคอีสานค้าน • ต่อจากหน้า 1

เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่โรงแรม แก่นอินน์ จ.ขอนแก่น เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ภาคอีสานจัดเวทีให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องขึ้นราคา LPG, NGV ความจริงเบือ้ งหลัง พลังงานไทยเพือ่ ใคร โดยมีคุณสมลักษณ์ หุตานุวัตร นักวิชาการอิสระที่ ติดตามเรือ่ งพลังงานมาให้ขอ้ มูลและแลกเปลีย่ นกับ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสาน ซึ่งมีผู้เข้าร่วม กว่า ๑๐๐ คนจาก จังหวัดต่างๆ ในภาคอีสานและ จากเครือข่ายต่างๆ โดยผู้เข้าร่วมทุกคนร่วมกันทำ� หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพือ่ ขอคัดค้านการปรับขึน้ ราคาก๊าซห���งต้ม LPG กับประชาชน และนำ�หนังสือ คัดค้านกลับไปรณรงค์กับประชาชนที่อยู่ในจังหวัด ของตนเอง ในหมู่บ้านทุกครัวเรือนเพราะทุกครัว เรือนใช้ก๊าซและจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ช่วงท้ายเวทีมีการออกแถลงการณ์คัดค้านการปรับ ขึน้ ราคาก๊าซแอลพีจกี บั ประชาชน โดยมีขอ้ เรียกร้อง ต่อรัฐบาล ดังนี้ 1.ให้รฐั บาลสัง่ เก็บเงินจากธุรกิจปิโตรเคมีใน อัตรา ๑๒.๕๕ บาทต่อกก.เท่าเทียมกับภาคอุตสาห กรรมอืน่ ๆ จะทำ�ให้กองทุนนํา้ มันฯ มีเงินเพิม่ ขึน้ ถึง ปีละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท (เทียบจากปริมาณการใช้ใน ปี ๒๕๕๕) และจะทำ�ให้หนีก้ องทุนนํา้ มันฯ หมดไป ทันทีภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี อีกทั้งสามารถยุติการ เก็บเงินเข้ากองทุนนํ้ามันฯ จากผู้ใช้นํ้ามัน 2.ให้รัฐบาลกำ�หนดหลักการจัดสรรปริมา ณก๊าซ LPG ที่ผลิตได้จากโรงแยกก๊าซให้ภาคครัว เรือนและยานยนต์เพือ่ ใช้ในการยังชีพเป็นลำ�ดับแรก เนื่องจากเป็นก๊าซที่มาจากทรัพยากรของประเทศ ซึ่ ง ประชาชนเป็ น เจ้ า ของ ส่ ว นปริ ม าณการผลิ ต ก๊าซ LPG ที่เหลือจากการจัดสรรข้างต้นจะถูกนำ� ไปจัดสรรให้กับภาคอุตสาหกรรมทุกชนิด (รวมถึง ปิโตรเคมี) เป็นลำ�ดับต่อไป ทั้งนี้ หากปริมาณการ ผลิตก๊าซ LPG จากการจัดสรรในลำ�ดับแรกไม่เพียง พอกับปริมาณความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรม ให้มีการนำ�เข้าก๊าซ LPG จากต่างประเทศมารอง รับในส่วนที่ขาด โดยให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้รับ ภาระเองโดยตรงหรือใช้เงินกองทุนนํ้ามันฯในส่วน

3.ให้รัฐบาลมีคำ�สั่งห้ามมิให้ปลัดกระทรว งพลังงานและข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพ ลังงาน ซึ่งมีหน้าที่กำ�กับดูแลกิจการพลังงาน เป็น กรรมการในธุรกิจพลังงานโดยเด็ดขาด เพื่อแก้ไข ปั ญ หาการมี ผ ลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ น (Conflict of Interest) ซึ่งขัดต่อหลักธรรมาภิบาลสากลอย่างร้าย แรง อันนำ�มาซึ่งปัญหามากมายในนโยบายพลังงาน ไทยในปัจจุบัน ทางด้ า น นางอาภรณ์ อะทาโส ผู้ จั ด การ สมาคมผู้ บ ริ โ ภคร้ อ ยเอ็ ด กล่ า วว่ า ทางออกการ แก้ไขปัญหาด้านพลังงานประเทศไทยต้องปฏิรูป โครงสร้างเรื่องพลังงานเพราะประชาชนไม่มีส่วน ในการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ ทั้งๆ ที่บ่อก๊าซก็ อยู่ในพื้นที่หมู่บ้านของตนเองแต่ไม่มีส่วนร่วมใดๆ ในมุมของผู้บริโภคขณะนี้องค์กรผู้บริโภคเรียกร้อง ให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการ คุ้มครองผู้บริโภคที่ค้างอยู่ที่สภาเพราะจะเป็นช่อง ทางหนึ่งในการที่คณะกรรมการองค์การอิสระนี้จะ ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วย งานรัฐในการตราและการบังคับใช้กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นในการกำ�หนดมาตรการต่างๆ เพื่อ คุ้มครองผู้บริโภค ล่ า สุ ด คณะกรรม​ก ารบริ ห ารน​โ ยบาย พลังงาน (กบง.) ​เห็นชอบขยายระยะ​เวลาตรึงราคา ก๊าซ LPG ภาคครัว​เรือนที่ 18.13 บาท/กก.​ไปอีก 1 ​ เดือน​ถงึ วันที่ 31 สิงหาคม 2556 ​ทงั้ นีเ​้ พือ่ เ​ตรียม​ความ พร้อมซักซ้อม​การดำ�​เนิน​การจริง ขณะ​เดียวกัน​เห็น ชอบ​แนวทาง​การปรับราคาขายปลีก LPG ภาคครัว​ เรือน ​โดยปรับขึ้น 50 สตางค์/กก. ​ซึ่งจะมีผล​ทำ�​ให้ ราคาก๊าซ LPG ภาคครัวเ​รือนสะท้อนต้นทุนโ​ รง​แยก ก๊าซที่ 24.82 บาท/กก. ​ใน​เดือนตุลาคม 2557 นอกจากนี้ ที่ประชุมกบง.วางหลัก​เกณฑ์​ใน​ การช่วย​เหลือผ​ ไ​ู้ ด้รบั ผลกระทบ ​โดยครัวเ​รือน​ผมู้ รี าย​ ได้น้อย จะ​ได้รับ​การช่วย​เหลือจาก​การ​ใช้จริงจำ�นวน​ ไม่​เกิน 6 กก./​เดือน ​หรือ​ไม่​เกิน 18 กก./3​ เดือน ส่วน ร้านค้า หาบ​เร่ ​แผงลอยอาหาร ​ได้รับ​การช่วย​เหลือ จาก​การ​ใช้จริงจำ�นวน​ไม่​เกิน 150 กก./​เดือน

เถ้าแก่โรงสี

• ต่อจากหน้า 1

นายไชยศิ ริ ลี ศิ ริ กุ ล กรรมการผู้ จั ด การ บริษัท เค.ซี. รุ่งเรืองการเกษตร จำ�กัด เปิดเผยถึง โครงการรับจำ�นำ�ข้าวของรัฐบาล ว่า ในจังหวัด ขอนแก่นมีโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการรวม 10 โรง โดยที่อำ�เภอเมืองขอนแก่นมีที่ บริษัท เค.ซี. รุ่งเรือง การเกษตร เพียงแห่งเดียว แต่ส่วนใหญ่จะรู้จักกัน ในนามของ โรงสีข้าว ชัยมงคล รุ่งเรืองการเกษตร ที่ อ.บ้านไผ่ 3 โรง อ.เมืองพล 2 โรง อ.ชุมแพ 3 โรง อ.นํ้าพอง 1 โรง รวมโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ 10 โรง เฉพาะที่ เค.ซี.ฯ มีเกษตรกรนำ�ข้าวมาจำ�นำ� เมื่อ เทียบกับฤดูกาลที่ผ่านมา ปี 2554/2555 ช่วงทำ� นาปี มีเกษตรกรบางรายยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเข้า ร่วมโครงการ จึงมียอดจำ�นำ�ไม่มากนัก แต่เมื่อถึง ช่วงการทำ�นาปรัง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการรับ จำ�นำ�ข้าวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และเมื่อข้าวนาปีใน ช่วงฤดูกาล ปี 2555/2556 เกษตรกรนำ�ข้าวมาจำ�นำ� เพิ่มขึ้นอีกกว่า 2 เท่า เพราะชาวนามีความตื่นตัวที่ รัฐบาลให้ความสำ�คัญในการจำ�นำ�ข้าวทุกเมล็ด จึง จำ�นำ�ข้าวกับโรงสีทเี่ ข้าร่วมโครงการโดยตรง เฉพาะ ที่ โรงสี เค.ซี. รุ่งเรืองการเกษตร มียอดจำ�นำ�ข้าว นาปีประมาณ 100,000 ตันข้าวเปลือก ส่วนนาปรัง ประมาณ 50,000 ตันข้าวเปลือก จากราคารับจำ�นำ� ข้าวหอมมะลิ 20,000 บาท ข้าวขาว 15,000 บาท และ ข้าวเหนียว 16,000 บาท “เมื่อรัฐบาลจัดให้มีโครงการรับจำ�นำ�ข้าว ซึ่งเป็นการฝืนธรรมชาติของการทำ�ธุรกิจค้าข้าว โดยเฉพาะธุรกิจซัพพรายเซน ซึ่งเป็นสายสัมพันธ์ ในการค้าข้าวต้องตกงาน เมื่อรัฐบาลรับจำ�นำ�ข้าว ทุกเมล็ดชาวนาจึงนำ�ข้าวส่งโรงสีขนาดใหญ่ที่เข้า โครงการทัง้ หมด ดังนัน้ โรงสีขนาดกลางและขนาด เล็กจึงไม่มขี า้ วจากซัพพรายเซนและข้าวจากชาวนา ป้อนเข้ามา จำ�เป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราวหรืออาจ ตลอดไป เมื่อกระบวนการค้าขายข้าวในปัจจุบันผิด รูปแบบไป การมีซัพพรายเซน ซึ่งเป็นคนกลาง โดย นำ�ข้าวเปลือกจากชาวนาส่งให้โรงสี และสามารถ เลือกโรงสีได้ทกุ ขนาด โรงสีขา้ วจะติดต่อผูป้ ระกอบ การค้าขายทีส่ ว่ นกลาง และผูป้ ระกอบการค้าขายจะ

เป็นผู้ติดต่อเพื่อส่งออกข้าว แต่ปัจจุบัน ชาวนาขาย ข้าวให้รฐั บาล รัฐบาลให้โรงสีแปรสภาพ ซึง่ เป็นการ ข้ามขั้นตอน ทั้งต้นทุนรับจำ�นำ�สูงเกินความเป็น จริง จึงทำ�ให้การแข่งขันข้าวในตลาดการค้าโลกไม่ ประสบผลสำ�เร็จ เมือ่ ปี 2554 ไทยส่งออกข้าวได้ 10.5 ล้านตัน ปี 2555 ไทยส่งออกข้าวได้เพียง 7 ล้านตัน เป็นผลกระทบที่เกิดจากโครงการรับจำ�นำ�ข้าวของ รัฐบาล ซึ่งนอกจากทำ�ให้ประชาชนที่เคยทำ�ธุรกิจ ค้าข้าวต้องตกงานแล้ว ยังทำ�ให้ประเทศไทยส่งออก ข้าวได้น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากราคาที่ สูงเกินไปอีกด้วย” นายไชยศิริ กล่าวและว่า ในขณะเดี ย วกั บ ที่ โ รงสี ข นาดกลางและ ขนาดเล็กปิดตัวลง โรงสีที่เข้าร่วมโครงการต้อง ทำ�งานหนักขึ้น มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ทั้งค่านํ้า ค่า ไฟ ค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นจากเดิม นอกจากต้นทุนที่ สูงขึ้นแล้ว โรงสียังต้องทำ�งานหนักขึ้นกว่าเท่าตัว เพราะไม่สามารถรับได้หากมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเท่าตัว แต่ยอดการจำ�หน่ายออกลดน้อยลงเพราะเท่ากับรอ วันเจ๊ง และอาจต้องปิดตัวเองลงไปในที่สุด ดังนั้น โรงสีขา้ ว ต้องวางแผนชดเชยโดยทำ�งานเพิม่ ขึน้ เพือ่ รักษายอดการส่งออกและยอดการจำ�หน่ายคงเดิม หากไม่มปี รับลดราคารับจำ�นำ�ข้าวลงเชือ่ ว่าความเสีย หายจะมีปริมาณมหาศาล ทั้งการทำ�งานของโรงสีก็ จะลำ�บากขึ้น โอกาสขาดทุนสูงมากที่สุด การที่รัฐบาลประกาศลดราคารับจำ�นำ�ข้าว ลง ซึ่งเกิดจากความไม่ชัดเจนของโครงการ ส่วน ผลกระทบที่เกิดกับโรงสีที่อยู่ในโครงการรับจำ�นำ� ���้าว โดยข้าวที่รบราคาก่อนหน้านี้ ยังค้างอยู่ในโรง สี ซึง่ ต้องจำ�หน่ายออกในราคาใหม่ทรี่ ฐั บาลประกาศ ลดลง โดยไม่มกี ารประกาศให้ชดั เจนถึงผลกระทบที่ เกิดกับโรงสีขา้ ว จำ�เป็นทีโ่ รงสีขา้ วต้องแบกรับภาระ ขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก เป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถหลีก เลี่ยงได้ของโรงสีข้าว การประกาศลดราคารับจำ�นำ� ข้าว ถึงแม้จะมีปัญหาในระยะแรก แต่ในระยะยาว จะเป็นผลดีต่อระบบของธุรกิจค้าข้าว นายไชยศิริ กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาให้ชาวนา ของรัฐบาลยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การรับ ซือ้ ข้าวเปลือกชาวนาในราคาสูง เป็นเพียงปลายเหตุ และไม่เป็นผลดีตอ่ ระบบธุรกิจค้าข้าวแต่อย่างใด ทัง้ สร้างความเสียหายส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนรวม ถึงผลกระทบต่อการส่งออกในระดับประเทศด้วย แต่หากรัฐบาลนำ�เงินบางส่วนเพื่อทำ�การวิจัยเมล็ด พันธุข์ า้ วเพือ่ เพิม่ ผลผลิตให้กบั ชาวนา ซึง่ การมีเมล็ด พันธุ์ข้าวดี ให้ปริมาณการปลูกเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ทั้งยังมีคุณภาพ เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวและส่งขาย คง ไม่จ�ำ เป็นต้องรับจำ�นำ�ข้าวในราคาสูง แต่คณ ุ ภาพจะ สร้างมาตรฐานของราคาและเป็นผลผลิตทีไ่ ด้รบั การ ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก ในเรือ่ งสารเคมีในข้าวนัน้ มีการใช้สารเพือ่ รมแมลง ในคลังเก็บข้าวจริง แต่เป็นสารทีใ่ ช้กนั เป็นปกติอย่าง กว้างขวางทุกประเทศทัว่ โลกคือ “เมทิลโบรไมด์และ ฟอสฟิน” เป็นสารรมมอดในข้าวของไทย สามารถ ทำ�ลายแมลงศัตรูข้าวได้ทุกชนิดและทุกระยะการ เจริญเติบโตโดยไม่มสี ารพิษใดๆ ตกค้าง ทุกประเทศ ทัว่ โลกก็ใช้สารทัง้ 2 ชนิดนี้ เป็นมาตรฐานและได้รบั การกำ�หนดให้ใช้ก�ำ จัดแมลงศัตรูขา้ วภายในโรงเก็บ จากคณะอนุกรรมการด้านสุขอนามัยขององค์การ การค้าโลก (WTO) เมื่อนำ�ข้าวออกจากคลังใน 1-2 วัน สารเหล่านี้ก็สลายไปโดยมีเหลือสารพิษใดๆ ตกค้าง จึงไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด “ในส่วนของ “ข้าวถุง” ซึ่งในแต่ละจังหวัด แต่ละภูมภิ าค จะมีผปู้ ระกอบการรายย่อยซือ้ ข้าวเพือ่ บรรจุถงุ ขายในลักษณะซือ้ มาขายไป จึงมีจ�ำ หน่ายใน ปริมาณไม่มากนักเพราะเป็นการซื้อขายในท้องถิ่น แต่ละจังหวัดเท่านัน้ ปัจจุบนั มีรปู แบบการจำ�หน่าย ข้าวถุงจากส่วนกลางกระจายวางจำ�หน่ายทัง้ ในห้าง สรรพสินค้าและร้านค้าทัว่ ประเทศ ทัง้ มีการแข่งขัน สูงมากโดยเฉพาะการเข้าวางจำ�หน่ายในห้างสรรพ สินค้า ต้องมีค่าใช้จ่ายตามที่ห้างกำ�หนด ทั้งมีการ จัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ทำ�ให้ผู้ประกอบ การท้องถิ่น ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าไม่สามารถแข่งขัน ได้ ซึ่งนับเป็นปัญหาสำ�หรับผู้ประกอบการรายย่อย และผูป้ ระกอบการในท้องถิน่ ซึง่ ไม่สามารถแข่งขัน กับผูป้ ระกอบการจากส่วนกลางได้เมือ่ ต้องรับภาระ ต้นทุนสูง กับปริมาณการจำ�หน่ายที่ลดลง และเชื่อ ว่า ในอนาคตผู้ประกอบการข้าวถุงในท้องถิ่นอาจ ต้องปิดตัวเองไปในที่สุด” นายไชยศิริ กล่าว

จำ�นำ�ข้าว

• ต่อจากหน้า 1

นายสุพจน์ แซ่ตั้ง ประธานชมรมโรงสี จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลลดราคา รับจำ�นำ�ข้าวจาก ตันละ 15,000 บาท มาเหลือราคา ตันละ 12,000 บาท ว่า ในฐานะของเจ้าของโรงสี ข้าว ที่อยู่ในโครงการรับจำ�นำ�ข้าว  ไม่น่าที่จะได้ รับผลกระทบเทือนอะไร เพราะทางโรงสีเป็นผู้รับ จำ�นำ�แทนรัฐบาล แต่เชื่อว่าผลกระทบกระเทือน น่าจะตกไปอยู่กับชาวนามากที่สุด อย่ า งไรก็ ต ามขณะนี้ โ รงสี เ องก็ กำ� ลั ง อยู่ ในความสับสนข้อมูล เกี่ยวกับโครงการจำ�นำ�ข้าว เพราะกระแสข่าวมีมาหลายสาย มีทงั้ ข่าวว่าจะหยุด การรับจำ�นำ�ข้าว แต่ยงั ไม่เห็นคำ�สัง่ ทีจ่ ากหน่วยงาน ทีเ่ กีย่ วข้อง แต่ขณะนีท้ างโรงสีกช็ ะลอการรับจำ�นำ� ข้าวเอาไว้บางส่วน ซึ่งขณะนี้ก็เป็นช่วงที่ชาวนา กำ�ลังลงนากันแล้ว จึงไม่คอ่ ยมีขา้ วมาจำ�นำ� ดังทีจ่ ะ เห็นตัวเลขทีช่ าวนาอุดรธานี นำ�ข้าวไปจำ�นำ�ตํา่ กว่า เป้าทีท่ างการตัง้ เอาไว้มาก เช่น เมือ่ ฤดูกาลทีผ่ า่ นมา ตั้งเป้าจำ�นำ� 1 แสนตันเศษ ปรากฏมีการจำ�นำ�เพียง 5 หมื่นตันเท่านั้น นายสุพจน์ฯ ยังกล่าวอีกว่า สำ�หรับชาวนา ภาคอีสานตอนบน มีวิถีชีวิตชาวนาที่แตกต่างจาก ชาวนาภาคอืน่ ๆ เพราะส่วนมากแล้ว ทำ�นาเพือ่ เก็บ เอาไว้กนิ ไม่ได้ปลูกข้าวเพือ่ เอาไว้ขายและเพือ่ ให้ลกู หลานทีเ่ ดินทางไปทำ�งานต่างจังหวัดนำ�กลับเอาไป กินเมือ่ กลับมาเยีย่ มบ้าน อีกประการหนึง่ ชาวนาใน ภาคอีสาน 70 % ปลูกข้าวเหนียว ส่วนอีก 30 % ก็ ปลูกเอาไว้กินเช่นกัน เพราะปัจจุบันคนภาคอีสาน หันมากินข้าวเจ้าเพิ่มขึ้น นายบุญศรี สุวาปี ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ไม่อยากให้รัฐบาลใช้วิธี ลดราคาจำ�นำ�ลง 12,000 บาท เพราะ ราคาที่ 15,000 บาทนั้น เกษตรกรและชาวนาก็พออยู่ได้เท่านั้น เนือ่ งจากว่าปัจจุบนั นีต้ น้ ทุนการผลิตข้าวมีราคาสูง ไร่ละ 8-9 พันบาท หากถ้ารัฐบาลหันมาเปลีย่ นราคา จำ�นำ�เหลือ 12,000 บาท จะทำ�ให้เกษตรกรชาวนา ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งและปัญหาดัง กล่าวจะส่งผลไปยังรัฐบาลด้วย ในขณะที่โครงการรับจำ�นำ�ข้าวของรัฐ จะ มีหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด การค้าภายในจังหวัด และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ดูแล ควบคุมอยูแ่ ล้วก็ตาม แต่เมือ่ ชาวนานำ�ข้าวไปจำ�นำ� กับโรงสี ก็ยงั เกิดปัญหาอยูต่ ลอด เช่นการถูกหักค่า ความชื้น ค่าปลอมปน ทำ�ให้เกษตรกรชาวนาไม่ได้ รับราคาจำ�นำ�ตามที่รัฐกำ�หนดไว้ 15,000 อยู่แล้ว อยากให้รัฐบาลกลับไปใช้วิธีอย่างอื่นแทน การลดราคาจำ�นำ� หรือหากจำ�เป็นต้องลดราคาเป็น 12,000 บาท ขอให้รัฐบาลหาวิธีชดเชย ส่วนที่ขาด ให้กับเกษตรกรชาวนา เพื่อให้ชาวนาจะไม่ต้องได้ รับความเดือดร้อน ทัง้ นีต้ นเชือ่ ว่าจากกรณีดงั กล่าว จะทำ�ให้ชาวนาขาดความเชือ่ ถือต่อรัฐบาลนี้ ชาวนา อาจจะใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งกดดันรัฐบาลได้ใน ภายหลัง พร้อมกันนี้ขอฝากสื่อส่งสัญญาณไปยัง รัฐบาลด้วย นายสุขชัย โพธิศ์ รีพรหม อายุ 60 ปี อยูบ่ า้ น เลขที่ 227 หมู่ 2 ต.บ้านนิคมหนองตาล ต.โพนงาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้ท�ำ การลงแขกดำ�นา กับ ญาติพี่น้อง ในเนื้อที่ปลูกข้าวจำ�นวน 12 ไร่ โดยปีนี้ หวังว่า จะไม่ประสบภัยแล้งเหมือนปีที่แล้ว ส่วน โครงการรับจำ�ข้าวของรัฐบาล จากตันละ15,000 บาท เหลือเพียง 12,000 บาท ทำ�ให้เกษตรกรอยู่ ไม่ได้ แค่ 15,000 บาท ก็พออยู่ได้เพราะเนื่องจาก ต้นทุนก็แพงไปหมด “เมื่อปีที่แล้วตนปลูกข้าวเหนียวจำ�นวน 10 ไร่ และข้าวเจ้า 2 ไร่ แต่ประสพภัยแล้ง ได้ข้าว เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ จึงได้เก็บไว้กินเอง ทำ�ให้ไม่มี ข้าวเข้าโครงการรับจำ�นำ�ข้าวของรัฐบาล ส่วนการ ที่จะลดราคาจำ�นำ�ลงเหลือ 12,000 บาท/ตันนั้น ชาวนาคงเดือดร้อนแน่ เพราะต้นทุนการผลิตทุก วันนีก้ ส็ งู ปัจจัยการปลูกข้าวก็เขยิบราคาสูงขึน้   ต่อ ไปชาวนาคงอยูไ่ ม่ได้ ขอฝากถึงรัฐให้ชว่ ยเรือ่ งราคา ปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์ พร้อมกับราคารับจำ�นำ�ข้าว ให้ ได้ราคาทีส่ ามารถอยูก่ บั ต้นทุนการผลิต ในปัจจุบนั ถ้ารัฐบาลทำ�การรับจำ�นำ�ข้าว ตันละ 12,000 บาท ตนเองก็คงจะเก็บข้าวไว้กินเองคงไม่เอาไปจำ�นำ� โครงการดังกล่าว”


หน้า 12

ปีที่ 11 ฉบับที่ 111 ประจำ�เดือนกรกฎาคม 2556

มอบของทีร่ ะลึก ; ดร.บรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที4่ จากขวา) คุ���อรุณี จิวาศักดิอ์ ภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาล เอกอุดร (คนที่ 3 จากขวา) อาจารย์แพทย์หญิงดารณี ขวัญแก้ว ผู้อำ�นวยการศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากขวา) และคณะ มอบของ เยี่ยมชมระบบ ; ท่านธนพงศ์ อุชชิน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหนองคาย (แถวนั่ง คนที่ 5 จากซ้าย) และคณะให้เกียรติร่วมถ่ายภาพกับคุณอรุณี ที่ระลึกให้คุณพนัส สุขเจริญ ผู้อำ�นวยการสินไหมอุบัติเหตุและสุขภาพบริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำ�กัด (มหาชน) และคณะ เนื่องใน จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดรและผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค 4 (แถวนั่งชุดชมพู) พร้อมด้วย คุณวิเชียร ชมดง โอกาสเข้าเยี่ยมชมระบบบริหารโรงพยาบาลเอกอุดรเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2556 ผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาลเอกอุดร (แถวนัง่ คนที่ 4 จากขวา) และคณะ เนือ่ งในโอกาสนำ�คณะผูพ้ พิ ากษาและเจ้าหน้าทีศ่ าลจังหวัดหนองคาย เข้าศึกษาดูงาน และเยี่ยมชมระบบบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2556

ต้อนรับคณะตรวจสถานประกอบกิจการดีเด่นฯ ; คุณวิเชียร ชมดง ผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาลเอกอุดร (ผูกเน็คไทร์) คุณอรุณี จิวาศักดิอ์ ภิมาศ กรรมการบริหาร เยี่ยมชมระบบ ; ดร.บรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 4 จากซ้าย) คุณอรุณี จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาล โรงพยาบาลเอกอุดร (ชุดสีชมพู) และคณะ มอบของที่ระลึกให้แด่ท่านเกษมสันต์ เครือเจริญ (คนที่ 5 จากขวา) และคณะ เนื่องในโอกาสเข้าตรวจสถาน เอกอุดร (คนที่ 3 จากซ้าย) คุณวิเชียร ชมดง ผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากซ้าย) และคณะ มอบของที่ระลึกให้ คุณพิพัฒน์ คณานุวัฒน์ ประกอบการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำ�ปี 2556 ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 4 โรงพยาบาลเอกอุดร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2556 Managing Director Inter SOS (คนที่ 5 จากขวา) และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมระบบบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2556

โครงการตรวจสุขภาพนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2556 ; คุณอรุณี จิวาศักดิอ์ ภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (แถวนัง่ คนที่ 4 จากขวา) พร้อมคณะ มอบแจกันดอกไม้ ; Mr.Philip Malone British Ambassador British EmbassyVientiane Laos และคณะรับมอบแจกันดอกไม้จาก คุณอรุณี อาจารย์แพทย์ พยาบาล ,ผูจ้ ดั การ, หัวหน้าแผนก และพนักงานโรงพยาบาลเอกอุดร ร่วมถ่ายภาพทีร่ ะลึก เมือ่ วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 เนือ่ งในโครงการตรวจ จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 3 จากซ้าย) อาจารย์แพทย์หญิงดารณี ขวัญแก้ว ผู้อำ�นวยการศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาล สุขภาพนักศึกษาใหม่ประจำ�ปีการศึกษา 2556 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ระหว่างวันที่ 27-30 พฤษภาคม 2556 ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เอกอุดร (ซ้ายสุด) คุณกาญจนา สุวรรณเกษม ผูช้ ว่ ยผูจ้ ดั การแผนกต่างประเทศ (คนที่ 2 จากซ้าย) เนือ่ งในโอกาสร่วมแสดงความยินดี ฉลองวันชาติองั กฤษ ณ สถานทูตอังกฤษ ประจำ�กรุงเวียงจันทน์ ส.ป.ป.ลาว เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2556

ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ โรงพยาบาลเอกอุดร ; ดร.บรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 4 จากขวา) คุณอรุณี จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 3 จากขวา) คุณวิเชียร ชมดง ผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากขวา) และคณะ ร่วมถ่ายภาพ กับ คุณพิพัฒน์ คณานุวัฒน์ Managing Director Inter SOS (คนที่ 3 จากซ้าย) และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมระบบบริหารโรงพยาบาลเอกอุดรและ ลานจอด เฮลิคอปเตอร์ ได้รับอนุญาตจากกรมการบินพลเรือน ณ ชั้น 13 โรงพยาบาลเอกอุดร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2556

คืนกำ�ไรสู่สังคม ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ร่วมกับ ปตท. ; คุณดำ�รงค์ นคร ผู้จัดการส่วนคลังนํํ้ามันอุดรธานี บริษัท ปตท.จำ�กัด (มหาชน) (แถวยืนคนที่ 6 จากขวา) และคณะ ร่วมถ่ายภาพกับ คุณธณัฒพร ชาสงวน ผู้จัดการพยาบาลโรงพยาบาลเอกอุดร (สวมหมวกพยาบาล) คุณธัญญศรฐ์ พิมพ์วาปี ผู้จัดการ การตลาดโรงพยาบาลเอกอุดร (สูทขาว) เนื่องในโอกาสจัดโครงการคืนกำ�ไรสู่สังคม ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ณ วัดอาจสุรวิหาญ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2556

ที่ ป รึ ก ษา พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร,ดร.สมเกียรติ แพทย์คุณ,รศ.ดร.ธีระ ฤทธิรอด,ดร.อาทิตย์ ฉัตรชัยพลรัตน์,วิวัฒน์ หมื่นกันยา,สิทธิโชค บุญโท,สุวรรณ ไตรมาลัย,พีระ วีระชัย ,ยงยุทธ ขาวโกมล เจ้าของ/บรรณาธิการบริหาร พ.ต.พิสษิ ฐ์ ชาญเจริญ บรรณาธิการ/ผูพ ้ มิ พ์และผูโ้ ฆษณา สุพตั รา ศุขโข กองบรรณาธิการ เพ็ญศิริ นาคทน,สิทธิชยั สีดาน้อย,มณฑล ศุขโข,รณชิต ชาญเจริญ,นาฏยาภรณ์ ชาญเจริญ,

ประคอง หนูราช,พันธ์ศักดิ์ วีระชัย,เสริมศักดิ์ ขาวโกมล สำ�นักงาน 76 ม.20 ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 โทรศัพท์ 08-9422-0228 โทรสาร 0-4324-4584 E-mail : Thaisaeree@gmail.com, Thaisaeree@yahoo.com ศูนย์อุดรธานี 152/3 ถ.อุดรดุษฏี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 08-6864-0678 โทรสาร 0-4224-7905 E-mail: ps_veerachai@hotmail.com ศูนย์หนองคาย 78 หมู่ 4 ถนนเฉลิมพระเกียรติ์ ต.เมือง อ.เมือง จ.หนองคาย 43000 ที่ปรึกษากฎหมาย สังคม พุทธา สำ�นักงานทนายความประสพสุขธุรกิจและกฎหมาย ออกแบบ/กราฟฟิค เอื้อดีไซน์ 08-3417-0363


หนังสือพิมพ์ไทยเสรี ฉบับที่ 111