Issuu on Google+

September-November

2013

Biz on the Move : การสร้างภูมิคุ้มกันองค์กร ในสภาวะของการเปลี่ยนแปลง

Logistics Intelligence : ยูพีเอสกับแนวคิดด้านความยั่งยืน เพื่อโลกที่ดีขึ้น

HR Focus : ลายผิววิทยา เครื่องมือของ HR ยุคใหม่


ก้าวสู่ความเป็น “มืออาชีพ” ด้วยการเรียนรู้จาก “มืออาชีพตัวจริง” Create professionals by professionals

• เชิญสัมผัสประสบการณ์ห้องเรียน MBA

ในแบบ “Real World Practice – Oriented” โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

• มีทุนการศึกษาต่อปริญญาโทจำ�นวนมาก

สิทธิพิเศษสำ�หรับบุคลากรของพันธมิตรทางธุรกิจกับ ซีพี ออลล์

สอบถามรายละเอียด หรือสำ�รองที่นั่งของคุณได้ที่

โทร. 0 2832 0413, 0 2832 0416, 08 1481 7317 หรือ E-mail: mba@pim.ac.th ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง : www.pim.ac.th/mba www.facebook.com/panyapiwatmba

M.B.A. in Strategic

Human Resource and Organization Management

สู่เส้นชัยความสำ�เร็จ ด้วยกลยุทธ์การบริหารทีมงานและองค์กรอย่างมืออาชีพ

M.B.A. in Business

Administration Logistics Management

เกาะติดกระแสโลจิสติกส์ เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจอย่างทันท่วงที

M.B.A. in Business

Administration Retail Business Management รู้จริง ทำ�จริง จากมืออาชีพตัวจริง


หากจะว่าไปแล้ว ศาสตร์ทางด้านการตลาดเกิด ขึ้ น มายั ง ไม่ ถึ ง ร้ อ ยปี นั ก มี ก ารเรี ย นการสอน วิชาการตลาดเป็นครัง้ แรกในสหรัฐอเมริกา ในช่วง ต้นของศตวรรษที่ 20 นี้เอง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ วิวฒ ั นาการของศาสตร์แขนงนีท้ มี่ กี ารปรับเปลีย่ น เป็นพลวัตกับสิง่ แวดล้อมทางธุรกิจทีเ่ ปลีย่ นแปลง ไปอย่างรวดเร็ว ธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปของ การแข่งขัน และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ของลูกค้า

ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อาจารย์พรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล รศ.ดร.สมโรตม์ โกมลวนิช คุณสยาม โชคสว่างวงศ์ รศ.ดร.เรืองศักดิ์ แก้วธรรมชัย คุณปาริชาต บัวขาว

คอลัมนิสต์กิตติมศักดิ์

ดร.เลิศชัย สุธรรมานนท์ ดร.กิตติ เศรษฐวรพันธุ์ อาจารย์วิเชศ คำ�บุญรัตน์

บรรณาธิการ

ดร.ภญ.ธัญญา สุพรประดิษฐ์ชัย

หัวหน้ากองบรรณาธิการ ธมลวรรณ อัศเวศน์

กองบรรณาธิการ

ภัทรกมล ภู่เจริญ ฑิมภ์พร พรตรีสัตย์ เพชรไพลิน สายสุวรรณ วรานี จรูญลักษณ์คนา นฤมล ปันเป็ง อรุณรัตน์ มงคลพิทักษ์กุล

ศิลปกรรม

เอกภพ สุขทอง

แนวคิดทางการตลาดมีพัฒนาการแบ่งออกเป็น 3 ยุคที่ชัดเจน โดยยุค 1.0 เป็นยุคที่แนวคิดทางการ ตลาดมุ่งไปที่สินค้า (Product-centric Era) เน้น การลดต้นทุนด้านการผลิตให้ตำ�่ ทีส่ ดุ ด้วยการผลิต จ�ำนวนมากๆ (Mass Production) มี demand ความต้ อ งการสิ น ค้ า มากมายในตลาด Henry Ford ผู้ก่อตั้ง Ford Motor น่าจะเป็นตัวแทนของ ยุคนี้ได้ดี เขากล่าวไว้ว่า “Customers can have any color they want so long as it’s black” (ลู ก ค้ า สามารถเลื อ กสี ข องรถได้ ต ามที่ ต นเอง ต้องการ ตราบใดที่สีที่ต้องการนั้นเป็นสีด�ำ) กล่าว โดยสรุปคือเค้ามุ่งพัฒนาสินค้าด้านคุณภาพ และ การลดต้นทุนการผลิตมากกว่าที่จะมุ่งสร้างความ พึงพอใจให้กับลูกค้า ผลกระทบจากการมุง่ ผลิตสินค้าโดยไม่สนใจลูกค้า ท�ำให้มีสินค้าล้นเก็บอยู่ในคลัง แนวคิดทางการ ตลาดจึงต้องปรับเปลี่ยนกลายเป็นการตลาดยุค 2.0 ซึ่งเป็นยุคที่แนวคิดการตลาดมุ่งความส�ำคัญ ไปที่ลูกค้าเป็นหลัก (Customer-oriented Era) เน้นการตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ของลูกค้า ท�ำให้เกิดสินค้าหรือบริการให้เลือก มากมาย เกิด concept ทางการตลาด ตัวอย่าง เช่น Marketing Mix (4P’s) หรือส่วนประสม ทางการตลาดที่ ป ระกอบด้ ว ย Price, Place, Product และ Promotion ยุ ค นี้ ลู ก ค้ า เป็ น ศูนย์กลาง เปรียบได้ว่านักการตลาดเป็นเหมือน สุ นั ข ล่ า เนื้ อ ที่ ไ ล่ งั บ เนื้ อ จนเหนื่ อ ยหอบ เพราะ ลูกค้ามีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไม่มีที่สิ้นสุด สินค้าที่ได้รับความพึงพอใจในวันหนึ่ง อาจจะ ไม่ใช่อีกต่อไปในอีกช่วงเวลาหนึ่งข้างหน้า เพราะ ความต้องการของคนนั้น...ไร้ขีดจ�ำกัด มาถึงยุค 3.0 ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่การตลาดแบบ องค์รวมที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยการสร้างคุณค่า (Values-driven Marketing) ลูกค้าไม่ใช่เป้านิ่ง ที่รอรับการสื่อสารทางการตลาด แต่จะแสดงออก ถึงความคิดเห็นของตนเอง รวมทั้งมีส่วนร่วมใน การพัฒนาสินค้าหรือบริการให้ตอบสนองความ

ต้ อ งการของตนเอง การตลาดแบบองค์ ร วมนี้ มีการใช้ marketing tools มากขึ้น ทั้ง internal marketing, relationship marketing, integrated marketing และที่ ส� ำ คั ญ performance marketing การตลาดยุคใหม่นี้ เน้นที่การสร้างความเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้ความรับผิดชอบทั้งต่อผู้บริโภค สังคม และ สิ่งแวดล้อม ซึ่ง Phillip Kotler กูรูทางด้านการ ตลาดเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่น�ำพาองค์กรธุรกิจไป สู่ความส�ำเร็จได้อย่างยั่งยืนแท้จริง ในหลายปีทผี า่ นมา กระแสเรือ่ ง CSR (Corporate Social Responsibility) แพร่ ห ลายมากใน ประเทศไทย แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่า CSR นั้นเป็นเพียงแค่การสร้างภาพการประชาสัมพันธ์ ทางการตลาด เป็นเพียงแค่การบริจาคสิ่งของ หรือแม้กระทั่งเป็นเพียงแค่การสร้างภาพด้วยการ ให้เงินหรือบริจาคสิ่งของช่วยเหลือชุมชนและเด็ก แล้วท�ำประชาสัมพันธ์ผา่ นสือ่ สิง่ ต่างๆดังกล่าวมา นี้เป็นเพียงการท�ำกิจกรรมเพื่อสังคมที่ไม่ได้ก่อให้ เกิดความยั่งยืนหรือที่เรียกว่า CSR อย่างแท้จริง ด้วยเห็นถึงความส�ำคัญของการตลาดยุคใหม่ที่ มองถึงความเกื้อกูลกันและการตอบแทนสังคม อย่างแท้จริง นิตยสาร MBA Connected by PIM ฉบับนี้จึงได้น�ำตัวอย่างกรณีศึกษาจากบริษัทชั้น น�ำที่มีเจตนารมณ์ที่ดี ที่ส�ำคัญคือไม่ได้รอให้เกิด ปัญหาขึ้นก่อนแล้วค่อยมาแก้ไขทีหลังด้วยการท�ำ CSR แต่องค์กรเหล่านีห้ นั มาด�ำเนินธุรกิจทีม่ คี วาม รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และพร้อม เป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีความปรารถนาที่จะท�ำ สิ่งดีๆเพื่อตอบแทนสังคมที่ตนเองอยู่ ต้นไม้ใหญ่นั้น กว่าจะเติบโตงอกงามขึ้นมาได้ ใช้ ทรัพยากรโลกไปตั้งมาก แร่ธาตุทั้งที่ได้จากดิน น�้ำ และอากาศ อี ก ทั้ ง ยั ง ใช้ ดิ น นั่ น เองช่ ว ยในการ ทรงตัวท�ำให้ล�ำต้นตั้งตรงอยู่ได้อย่างมั่นคง แต่ หากต้นไม้นั้นไม่ให้สิ่งใดตอบแทนต่อโลกเลย ไม่ ให้ดอกผล ไม่ให้ร่มเงา ก็เท่ากับว่าไม่มีประโยชน์ อะไรต่อโลก ทัง้ ๆทีเ่ อาจากโลกไปตัง้ มากมาย หาก เปรียบองค์กรธุรกิจกับต้นไม้ กว่าที่องค์กรจะ เติบโตมั่นคงขึ้นมาได้ น่าจะใช้ทรัพยากรโลกไป มากกว่ า ต้ น ไม้ เ สี ย อี ก ได้ รั บ สิ่ ง ต่ า งๆจากทั้ ง พนักงาน ลูกค้า และผู้ถือหุ้น ได้รับทั้งโอกาสและ ความไว้วางใจ แต่หากไม่ได้ท�ำประโยชน์ใดๆกลับ คืนสู่สังคมบ้างเลยแม้แต่นิดเดียว ต้นไม้แค่ต้น เดียวน่าจะยังดีกว่า เพราะอย่างน้อยต้นไม้ก็เป็น ที่หลบแดดหลบฝนได้ ดร.ภญ.ธัญญา สุพลประดิษฐ์ชัย บรรณาธิการ

3


การประชุมวิชาการปัญญาภิวัฒน์ ครั้งที่ 3

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ร่วมกับ เครือข่ายวิจัยประชาชื่น จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ “การประชุมวิชาการปัญญาภิวัฒน์ ครั้งที่ 3” เมื่อวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2556 ณ หอประชุมปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งนอกจากจะรวบรวมผลงานวิจัยต่างๆ ที่น่าสนใจไว้แล้ว ยังมีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การปรับตัวของธุรกิจไทยเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศในโลกตะวันออก” ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.สารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และการเสวนาหัวข้อ “แนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนไทย ในครึ่งปีหลัง” โดย คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าแห่งประเทศไทย และ ดร.พิสิษฐ์ พัวพันธ์ ผู้อ�ำนวย การส่วนวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค ส�ำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการ���ลัง

งานเสวนาหรู

“เจาะลึกสถานการณ์ตลาดแบรนด์หรูในเอเชีย”

ศูนย์องค์ความรู้ด้านลักชัวรี่ (Luxellence Center) จัดงาน เสวนาเจาะลึ ก เกี่ ย วกั บ “ความหรู ” ชื่ อ ว่ า “เจาะลึ ก สถานการณ์ตลาดแบรนด์หรูในเอเชีย” หรือ “Inside Asia’s Love Affair with Luxury” เมื่ อ วั น พฤหั ส บดี ที่ 23 พฤษภาคม 2556 ณ Luxellence Center อาคารปัญจภูมิ ถนนสาทรใต้ โดยมี ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ ผู้อ�ำนวยการ Luxellence Center, คุณสุชาดา สุภาการ ผูอ้ ำ� นวยการฝ่าย วางแผนและพัฒนาธุรกิจ บริษัท มายด์แชร์ จ�ำกัด และ ดร.ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย ทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษทั ในกลุม่ เซ็นทรัลมาร์เก็ตติง้ กรุ๊ป มาพูดคุยในเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคแบรนด์หรู เพื่อการท�ำตลาดและการวางกลยุทธ์ และการบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับ การเติบโตของตลาดแบรนด์หรูในปัจจุบัน 4


บรรยายพิเศษ “Fun Company” จาก Frito Lay

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ร่วมกับ ส�ำนักบริหารเครือข่ายทางธุรกิจ บริษัท ซีพี ออลล์ จ�ำกัด (มหาชน) จัดงานบรรยายพิเศษ เรื่อง “FUN COMPANY” โดยได้รบั เกียรติจาก คุณมุกดา ไพรัชเวทย์ กรรมการผูจ้ ดั การ กลุม่ ธุรกิจอาหารและขนมขบเคีย้ ว บริษทั เป๊ปซี-่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จ�ำกัด มาเป็นวิทยากรให้ เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2556 ณ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยคุณมุกดา มาบอก เล่าถึงแนวทางการท�ำตลาดมันฝรั่งเลย์ รวมถึงที่มาของความส�ำเร็จของเป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) และการบริหารองค์กรภายใต้แนวคิด Fun Company ที่เน้นความเป็น teamwork

หลักสูตรสัมมนาเชิงปฏิบัติการ พัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์ สู่การแข่งขันยุคบูรพาภิวัฒน์ Transformative HR system : Integrating human value to maximize organizational capability How Great HR system can be with evidence-based sustainable advantage ด้วย 8 เรื่องสำ�คัญจากประสบการณ์ความสำ�เร็จ ประกอบด้วย 1.กลยุทธ์ HR เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันยุคบูรพาภิวัฒน์ 2.การวางแผนก�ำลังคนและกลยุทธ์การสรรหาที่เป็นเลิศ 3.พัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบเร่งรัดตรงเป้าหมาย 4.บริหารคนเก่ง สร้างผู้น�ำแห่งอนาคต 5.กลยุทธ์การสร้างความผูกพันและรักษาทรัพยากรมนุษย์ 6.การพัฒนาองค์กรและการเปลี่ยนแปลง 7.เตรียมระบบ HR รองรับธุรกิจนานาชาติ โดย คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้ าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ 8.ตรวจสอบระบบ HR วางแผนสู่การปฏิบัติ

โดย ร.ศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

รุ่นที่ 1 วันที่ 18 ตุลาคม – 6 ธันวาคม 2556 ระยะเวลารวม 8 วัน (ทุกวันศุกร์) เวลา 9.00 – 16.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2556 ศึกษาดูงานองค์กรภายในประเทศ รวม 1 วัน ณ โรงแรม สวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ถ.รัชดาภิเษก หรือเทียบเท่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุพัตรา คมพุดซา โทรศัพท์ 0 2832 0456 มือถือ 08 2588 6101 Email: hrcenter@pim.ac.th, supatrakho@pim.ac.th Facebook : www.facebook.com/HRExcellenceCenter

5


โครงการ Modern Executive Relationship Program และ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายพิเศษ “แนวทางการเพิ่มศักยภาพทางการค้า กับ 7-11 และทิศทางค้าปลีกปี 57” วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2556 เวลา 13.00-16.00 น. ณ Convention Hall 1-6 สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ถนนแจ้งวัฒนะ

วิทยากรโดย คุณปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์

วิทยากรโดย คุณยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล

รองกรรมการผู้จัดการ ส�ำนักบริหารการตลาด บมจ.ซีพี ออลล์

• 7-11 จะเป็นอย่างไร ในปี 57 • จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง กับ MAKRO • ทิศทางของตลาดค้าปลีกในปีหน้าจะเป็นอย่างไร หาคำ�ตอบได้ที่งานนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุพจี ข�ำโสภี โทรศัพท์ 0 2677 1020 ถึง 7 โทรสาร 0 2677 1095 Email: supajeecom@cpall.co.th

สัมมนา “กลยุทธ์การพัฒนาองค์กรและทรัพยากรมนุษย์ แบบ Corporate University ที่ทุกองค์กรร่วมทำ�ได้” วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2556 เวลา 13.00-16.30 น. ณ หอประชุมปัญญาภิวัฒน์ 5-6 สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ถนนแจ้งวัฒนะ

โดย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์

โดย ดร.เลิศชัย สุธรรมานนท์

เสนอบทสรุปจากงานวิจัยและกรณีศึกษา หัวข้อ “Corporate University: The HR&OD outside in Perspectives”

เสนอบทสรุปจากงานวิจัยและกรณีศึกษา หัวข้อ “การบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์การ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์”

อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

ผู้อ�ำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณเพชรไพลิน สายสุวรรณ โทรศัพท์ 0 2832 0416 โทรสาร 0 2832 0391 Email: petchpailinsai@pim.ac.th

6


วันที่ 30 เมษายน 2556

วันที่ 10 พฤษภาคม 2556

ทีมผู้บริหารจาก บริษัท เจียไต๋ จำ�กัด

ทีมผู้บริหาร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จาก บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำ�กัด

วันที่ 7 มิถุนายน 2556

วันที่ 19 มิถุนายน 2556

ทีมผู้บริหารจาก บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำ�กัด

วันที่ 2 กรกฎาคม 2556

ทีมผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ จาก บริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำ�กัด

ทีมผู้บริหารจาก บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำ�กัด

วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 ศาสตราจารย์ ดร.นพ.กระแส ชนะวงศ์ และ ทีมนักวิชาการ ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกัน ภัยพิบัติแห่งเอเชีย 7


 ู กับ ร ม า ว ค ง ั ล ค ง า  ร “ส

สงผลงานไดตั้งแตวันนี้ - 21 ตุลาคม 2556 ประกาศผล 15 พฤศจิกายน 2556

ครั้งที่ 3


คุณเนตรชนก วิภาตะศิลปิน รองผู้อ�ำนวยการ หัวหน้าสายงานทรูปลูกปัญญา มีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด (มหาชน)

ทุกองค์กรต่างต้องแข่งขันกันทุกด้านเพือ่ ครองความ เป็นหนึง่ ในใจผูบ้ ริโภค ไม่วา่ จะเป็นเรือ่ งของการพัฒนา สินค้าและบริการ ตลอดจนการพัฒนาแผนการขายและ การตลาด แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ ในระยะ 10 ปีมานี้ นักการ ตลาดต่ า งให้ ค วามสนใจกั น มากขึ้ น นั่ น คื อ การท�ำ กิ จ กรรมเพื่ อ สั ง คม หรื อ Corporate Social Responsibility (CSR) เพราะความคิดของผู้บริโภค เปลี่ยนไป ผู้บริโภคไม่ ได้ต้องการแค่สินค้าที่ดีหรือ บริการที่ยอดเยี่ยม แต่ผู้บริโภคมองหาองค์กรที่ท�ำ อะไรเพื่ อ ตอบแทนกลั บ ไปให้ สั ง คม เพราะเมื่ อ เขา อุดหนุนสินค้าหรือบริการเหล่านัน้ เขาจะรูส้ กึ เหมือนได้ ตอบแทนสังคมไปด้วย และหนึง่ ในกิจกรรมเพือ่ สังคม

ที่มั่นใจว่านาทีนี้ ไม่มี ใครไม่รู้จักนั่นคือโครงการทรู ปลูกปัญญา ซึง่ เป็นโครงการทีม่ จี ดุ เด่นชัดเจนในเรือ่ ง ของการพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด (มหาชน) และ Cover Story ฉบับนี้ เราได้รบั เกียรติจากคุณเนตรชนก วิภาตะศิลปิน รองผู้อ�ำนวยการ หัวหน้าสายงานทรูปลูกปัญญา มีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด (มหาชน) มาเล่า ให้ฟังถึงโครงการดังกล่าว

9


สร้างฝันให้เป็นจริง

แต่การท�ำจานแดงอย่างเดียวไม่เพียงพอ คุณศุภชัยเห็นว่าเราควรจะท�ำสือ่ ทีส่ ามารถ เข้าถึงคนได้มากขึ้น จึงได้สร้างเว็บไซต์ทรู ปลูกปัญญาดอทคอม (www.trueplookpanya.com) ขึ้น เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมองค์ ความรู้แบบมัลติมีเดียบนอินเทอร์เน็ต แต่ ความพิเศษของเว็บไซต์นี้ คือไม่ได้มีองค์ ความรูท้ เี่ ป็นบทความเพียงอย่างเดียว แต่มี การรวบรวมองค์ความรูท้ เี่ ป็นทัง้ คลิปวีดโี อ ไฟล์เสียง ไฟล์ภาพ โดยองค์ความรู้จะถูก แบ่งออกเป็น 8 หมวดหมู่ ส�ำหรับระดับ ปฐมวัย ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยม ศึกษา และระดับอุดมศึกษา อีกทัง้ ยังมีเมนู ที่เป็นประโยชน์อีกหลายอย่าง เช่น คลัง ความรู้ คลังข้อสอบ ซึ่งเป็ น การรวบรวม

โครงการทรูปลูกปัญญาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2552 จากด�ำริของคุณศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะ ผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด (มหาชน) ซึ่งท่านเล็งเห็นว่าสิ่งที่สังคมไทย ต้องการเติมเต็มมากทีส่ ดุ นัน้ มีอยูด่ ว้ ยกัน 2 เรือ่ งใหญ่ คือการศึกษาและคุณธรรม ดังนัน้ ท่านจึงได้เริม่ ท�ำโครงการทรูปลูกปัญญาขึน้ โดยมุ่งหวังให้เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมี โอกาสได้เข้าใกล้การศึกษา และท�ำให้เรื่อง ธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัวคนไทยทุกคน เริ่ม จากโครงการแรก ท่านได้มอบอุปกรณ์และ สื่อดิจิตอลเพื่อการเรียนรู้ รวมถึงทรูวิชั่นส์ ที่รวบรวมและคัดกรองเฉพาะช่องที่เป็น ประโยชน์และเหมาะสมกับเด็ก นักเรียน ข้ อ สอบในทุ ก ระดั บ ชั้ น ตั้ ง แต่ ป ระถม โดยได้น�ำไปติดตั้งในโรงเรียนที่ขาดแคลน ศึกษาจนถึงมัธยมปลาย ซึง่ คลังข้อสอบนีถ้ อื และอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เป็นเมนูที่คนเข้ามาใช้บริการมากที่สุด

จะแจ้ ง กลั บ ไปยั ง เจ้ า ของบทความว่ า บทความของท่านได้ถกู น�ำไปลงบทเว็บไซต์ แล้ว ซึ่งเว็บไซต์ทรูปลูกปัญญานี้ถือเป็นสื่อ ทีป่ ระสบความส�ำเร็จสูงมาก เพราะปัจจุบนั มีคนส่งบทความเข้ามาเพื่อแชร์องค์ความรู้ ทุกวันและทั้งวัน อีกทั้งยังมียอดผู้เข้าชม เว็บไซต์กว่า 13 ล้านเพจวิวต่อเดือน เป็น อันดับ 1 ของเว็บไซต์การศึกษาไทย

อี ก สื่ อ หนึ่ ง ที่ น ่ า สนใจก็ คื อ นิ ต ยสารปลู ก (Plook Magazine) ซึ่งถือเป็นนิตยสารส่ง เสริมความรู้คู่คุณธรรมฉบับแรกของประ เทศไทย โดยจะกระจายไปตามโรงเรียน วัด แหล่งการเรียนรู้ ตลอดจนสถานศึกษาต่างๆ ทัว่ ประเทศ โดยเนือ้ หาของนิตยสารปลูกไม่ ได้เน้นองค์ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่จะ นอกจากนีค้ ณ ุ ศุภชัยยังปรารถนาทีจ่ ะสร้าง เน้นเรื่องของแนวคิด ค�ำแนะน�ำด้วย ซึ่ง ผู้ให้ขึ้นในสังคม จึงได้เปิดโอกาสให้ทุกคน นิตยสารปลูกแต่ละเล่มก็จะถูกพัฒนาเป็น สามารถเปลีย่ นตัวเองจากการเป็นผูร้ บั มาสู่ E-Book บนเว็บไซต์เช่นกัน การเป็นผู้ให้ โดยการมีส่วนร่วมในการแชร์ นอกจากนีย้ งั มีชอ่ งทรูปลูกปัญญา โทรทัศน์ องค์ความรู้บนเว็บไซต์นี้ ซึ่งสื่อนี้ถือว่าเป็น ความรู ้ คู ่ คุ ณ ธรรม ออกอากาศทางช่อง สือ่ ทีม่ คี วามท้าทายสูงมาก เพราะเนือ่ งจาก ทรูวชิ นั่ ส์ 9 เป็นรายการทีเ่ น้นทัง้ สาระความ ทางเว็บไซต์เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถ รู้ สาระบันเทิง ตลอดจนเน้นเรื่องคุณธรรม ร่วมแชร์องค์ความรู้บนเว็บได้ เพียงแค่ลง จริยธรรม ส�ำหรับเรียลลิตที้ ไี่ ด้รบั ความนิยม ทะเบียนเข้ามา ดังนั้นจึงต้องมีทีมงานฝ่าย มากคือโครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม วิ ช าการที่ ค อยดู แ ลในเรื่ อ งเนื้ อ หาอย่ า ง ซึ่งท�ำมาเป็นซีซั่นส์ที่ 2 แล้ว เป็นการคัด เคร่ ง ครั ด เมื่ อ มี ค นลงทะเบี ย นและส่ ง เลือกเด็กอายุ 7-12 ปี 9 คน มาบรรพชาที่ เนื้อหาเข้ามา ทางทีมงานฝ่ายวิชาการจะ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ซึ่งผู้ชมทาง ต้องอ่านและพิจารณาบทความดังกล่าวว่า บ้ า นก็ จ ะสามารถติ ด ตามกิ จ กรรมต่ า งๆ เป็นบทความที่สะอาดและมีประโชน์ หรือ ของเณรทั้ง 9 รูปได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียก ที่ เรี ย กว่ า White Content จึ ง จะน� ำ ได้ ว ่ า เป็ น รายการเรี ย ลลิ ตี้ แบบใหม่ที่ยัง บทความนั้นลงบนเว็บไซต์ หลังจากนั้น ไม่เคยมีมาก่อน

10


เรามีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกคน ร่ ว มเป็ น ผู ้ ใ ห้ กั บ ทรู ป ลู ก ปั ญ ญา อาทิ โครงการประกวด “สร้างคลังความรู้กับทรู ปลูกปัญญาดอทคอม ครั้งที่ 3” ชิงถ้วย รางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอก จากนี้ ยังมีกิจกรรมนอกสถานที่ เราก็มีการจัดติว น้องๆ นักเรียนตลอดทั้งปี โดยจะดูตาราง เวลาของน้องๆ เป็นหลัก เพื่อพิจารณาว่า แต่ละครั้งควรจะจัดกิจกรรมเกี่ยวกับอะไร เช่น ถ้าเป็นช่วงใกล้สอบ GAT, PAT ก็จะจัด ขึ้นเพื่อน้องมัธยมศึกษาตอนปลายได้มา เรียน ซึ่งการจัดงานแต่ละครั้งก็จะเป็นงาน ที่ค่อนข้างใหญ่ มีน้องๆ มาเข้าร่วมอย่างต�่ำ ครั้งละ 500 คน แล้วเวลาไปจัดกิจกรรม นอกสถานที่ เราก็ตั้งใจท�ำกันอย่างเต็มที่ จริงๆ เอกสารประกอบการเรียนต่างๆ เรา ตั้งใจจะให้น้องๆ ดาวน์โหลดกันมาเอง แต่ พอเอาเข้าจริง น้องๆ หลายคนไม่มีคอมพิว เตอร์ ไม่สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ ทีมงานเราก็พมิ พ์เอกสารออกมาจัดเป็นชุด ให้ เพราะตั้งใจอยากให้น้องๆทุกคนได้รับ ประโยชน์สูงสุด

เช่นกัน สิ่งส�ำคัญที่สุดคือ “ใจ” เราต้องมีใจ รักในสิ่งที่ท�ำ คนท�ำ CSR ต้องมีใจที่อยาก ให้ แต่งานทุกอย่าง ไม่สามารถท�ำได้เพียง คนเดียว เราต้องการทีมงานทีด่ ี ทีจ่ ะช่วยกัน ท�ำงานให้ส�ำเร็จ คนเป็นนายต้องรู้จักสร้าง Successor คนที่เป็นลูกน้องก็ต้องท�ำงาน ของตัวเองให้ดที สี่ ดุ และพร้อมพัฒนาตัวเอง ตลอดเวลา อีกสิ่งหนึ่งที่ส�ำคัญคือต้องไม่ คิดถึงผลประโยชน์เป็นหลัก เชื่อเถอะว่า เวลาท�ำอะไรดีๆ ให้ใคร สุดท้ายเดีย๋ วเราต้อง ได้รับกลับมาแน่นอน ส�ำหรับที่ทรู เวลา เลือกพนักงาน ตัง้ แต่ตอนสัมภาษณ์เราก็จะ ดูว่าใจเขามาไหม เขาพร้อมที่จะให้ไหม ซึ่ง ส่วนหนึ่งเราเชื่อว่าก็ต้องเป็นธรรมะจัดสรร ด้วย สรุปก็คือใจกับคนส�ำคัญที่สุดไม่ว่าจะ เป็นในมุมของการท�ำโครงการ CSR ให้ ประสบความส�ำเร็จ หรือในการท�ำงานอะไร ก็ตาม

หัวใจของ CSR

The more you give, The more you get

ในการท� ำ งาน เราก็ ต ้ อ งเลื อ กท� ำ งานที่ สามารถตอบโจทย์ชีวิตของเราใน 3 ข้อได้ คือเรามีความรักในงานที่ท�ำหรือไม่ เราได้ อยู่ในองค์กรที่ท�ำให้เรามีความสุขหรือไม่ และข้อสุดท้ายเรามีเจ้านายและเพื่อนร่วม งานที่ดีหรือไม่ ซึ่งการท�ำโครงการ CSR ก็

CSR ในระดับมหภาคคือมีโอกาสได้ช่วย พัฒนาการศึกษาและสังคมไทย ได้ช่วยให้ เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสได้มีความรู้ เท่าเทียมกับเด็กๆ ในกรุงเทพฯ ได้ช่วยยก ระดับจิตใจของคนไทยให้สูงขึ้น ในมุมของธุรกิจ สิ่งที่ได้โดยตรงเลยคือเรา เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในวันนี้กล้าพูดเลยว่า แทบทุกคนรู้จักโครงการทรูปลูกปัญญา รู้จักกลุ่มทรู หรือ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นอกจากนี้ในส่วนของภาพลักษณ์ก็เช่นกัน การท�ำโครงการ CSR ท�ำให้คนมองว่าเรา เป็นคนนิสยั ดี น่าคบหา มันเหมือนกับคนที่ เป็นแฟนกัน แรกๆ อาจจะคบกันเพราะ หน้าตา แต่สดุ ท้ายสิง่ ทีท่ ำ� ให้เราอยูก่ นั ได้คอื นิสัยใจคอ ถ้าเปรียบบริษัทกับลูกค้า เป็น สามี-ภรรยา เราจะไม่มีทางหย่ากัน ส่วนใน เรื่องของยอดขายนั้น มันเป็นผลพลอยได้ มากกว่า คือถ้าผู้บริโภครู้จักเรา มองว่าเรา เป็ น คนดี สุ ด ท้ า ยเขาก็ จ ะเลื อ กเราแบบ มั่นคงและถาวร

การท�ำ CSR นัน้ ท�ำให้พนักงานมีความสุข นี่ คือความจริงของชีวิต เวลาที่เรารับ เราว่า เรามีความสุขแล้ว เวลาที่เราให้ เรามีความ สุขยิง่ กว่า แล้วเวลามีความสุข เราก็จะมีแรง ท�ำอะไรดีๆ อีกเยอะ ส�ำหรับผลจากการท�ำ

11


ส�ำหรับระบบงานและกระบวนงานขององค์กรนัน้ ถ้าจะเปรียบเทียบให้เกิดความเข้าใจถึงความ ส�ำคัญได้ง่ายๆ ก็คงต้องเปรียบเทียบกับการสร้างบ้านหรืออาคารส�ำนักงาน ระบบงานและ กระบวนงานก็เปรียบเสมือนฐานรากของโครงสร้างบ้านหรืออาคารส�ำนักงาน หากมีฐานรากที่ แข็งแรง การต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนก็สามารถจะด�ำเนินการได้อย่างราบรื่น และหากมีผล กระทบก็ไม่กระทบถึงฐานรากและโครงสร้างหลัก โครงสร้างองค์กรและความสามารถในการ แข่งขันขององค์กรก็เช่นเดียวกัน หากมีฐานรากของโครงสร้างที่แข็งแรง การปรับเปลี่ยนหรือ ต่อเติมก็สามารถกระท�ำได้โดยไม่มผี ลกระ���บหรือมีผลกระทบน้อย ดังนัน้ การพัฒนาระบบงาน และกระบวนงานจึงมีความส�ำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนขององค์กร และที่ส�ำคัญไม่ยิ่ง หย่อนกว่ากันก็คือระบบซอฟท์แวร์ที่น�ำมาใช้กับระบบงานและกระบวนงาน ที่ได้ถูกออกแบบ มาให้เชื่อมประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือกระบวนงานในองค์กรเมื่อปฏิบัติควบคู่ กับระบบซอฟท์แวร์แล้วไม่มีความซ�้ำซ้อนและยืดเยื้อ

การสร้างภูมิคุ้มกันองค์กรในสภาวะของการเปลี่ยนแปลง

องค์กรทีส่ ามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าได้อย่างยัง่ ยืนนัน้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถขององค์กร และบุคลากรที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เวลาได้ หากวิเคราะห์ลึกลงต่อไปอีกว่าองค์กรที่ประสบความส�ำเร็จเหล่านี้มีคุณลักษณะอะไรบ้างที่เป็น เสมือนภูมิคุ้มกัน ท�ำให้สามารถปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมและสภาวะทางธุรกิจที่ท้าทาย ก็จะพบว่า องค์กรที่ประสบความส�ำเร็จเหล่านี้ นอกจากมีผู้บริหารและพนักงานที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังได้มีการ ลงทุนพัฒนาระบบซอฟท์แวร์และระบบงาน ตลอดจนกระบวนงานต่างๆ ขององค์กรตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End Processes) โดยระบบซอฟท์แวร์และกระบวนงานเหล่านี้ มีการควบคุมภายในที่ดี มี ความยืดหยุ่นและพัฒนาการอย่างต่อเนื่องให้รองรับกับความต้องการของธุรกิจ

12


ในอดีต องค์กรทีม่ รี ะบบงานและกระบวนงานทีด่ นี นั้ มักจะเป็น องค์ ก รที่ มี ข นาดใหญ่ แ ละท� ำ ธุ ร กิ จ มาอย่ า งยาวนาน ทั้ ง นี้ เนื่องจากการพัฒนาระบบงานและกระบวนงานนั้น ต้องใช้ บุคลากรทีม่ คี วามเชีย่ วชาญ ช�ำนาญและทักษะเฉพาะ ซึง่ องค์กร ขนาดใหญ่เท่านัน้ ถึงจะสามารถจ้างบุคลากรเหล่านีไ้ ด้ หรือหาก ไม่สามารถจ้างบุคลากรเหล่านีไ้ ด้ องค์กรใหญ่กจ็ ะต้องจ้างบริษทั ทีป่ รึกษาเฉพาะด้านมาเป็นผูพ้ ฒ ั นาระบบงานและกระบวนงาน ให้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างนั้นค่อนข้างสูง และค่าใช้จ่ายดัง กล่าวก็จะสูงยิ่งขึ้น หากมีการน�ำระบบซอฟท์แวร์ที่รองรับการ ออกแบบให้เชือ่ มประสานกับระบบงานและกระบวนงานได้เป็น

ส� ำ หรั บ การพั ฒ นาบุ ค ลากรที่ มี ทั ก ษะในการ ออกแบบระบบงานและกระบวนงานนั้น หาก ต้องการพัฒนาภายในองค์กรเองเป็นเรือ่ งทีย่ าก มาก เพราะต้องมีหลักสูตรทีเ่ หมาะสมพร้อมทัง้ ผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพจริง ดังนั้น องค์กรทั่วไปจึงไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก โดย ทางเลือกทีอ่ งค์กรขนาดใหญ่นยิ มท�ำกันมากคือ จ้างบริษัทที่ปรึกษามาเป็นผู้ด�ำเนินการให้ หรือ พัฒนาบุคลากรเองโดยใช้ประสบการณ์ภายใน องค์กร และส�ำหรับองค์กรขนาดเล็กหรือขนาด กลางนั้น ก็อาจใช้วิธีส่งบุคลากรของตนเองไป เข้าร่วมหลักสูตรตามสถาบันการศึกษา เพือ่ กลับ มาพั ฒ นาองค์ ก รของตน ซึ่ ง จะเห็ น ได้ ว ่ า ใน ปัจจุบนั มีสถานบันการศึกษาหลายแห่งทีไ่ ด้เล็ง เห็นถึงปัญหาและความส�ำคัญดังกล่าว จึงได้ พัฒนาหลักสูตรระยะสัน้ ขึน้ มา ซึง่ ถือเป็นนิมติ ร หมายทีด่ ี ทีจ่ ะช่วยผลักดันให้องค์กรในทุกระดับ สามารถวางแผนและพัฒนาระบบงาน กระบวน งาน ตลอดจนระบบซอฟท์แวร์ต่างๆได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างดี ดังนัน้ องค์กรทีม่ ขี นาดเล็ก หรือองค์กร ที่ ยั ง ไม่ มี ค วามพร้ อ มที่ จ ะลงทุ น ก็ จ ะไม่ สามารถมีระบบงานและกระบวนงานที่ดีได้ อย่างไรก็ดี ถึงแม้องค์กรขนาดใหญ่ที่มีระบบ งานและกระบวนงานพร้อมทัง้ ระบบซอฟท์แวร์ ที่ดีนั้น ก็ใช่ว่าจะสามารถอยู่นิ่งเฉยได้ เนื่อง จากสภาพแวดล้อมการแข่งขันธุรกิจเกิดขึ้น ตลอดเวลา มีผลให้องค์กรเหล่านั้นต้องคอย ประเมินว่าระบบงานและกระบวนงาน รวม ตลอดถึงระบบซอฟท์แวร์นั้น ยังคงสามารถ รองรับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หากพบว่าผลของการเปลีย่ นแปลงของสภาพ แวดล้อมการแข่งขันธุรกิจกระทบต่อระบบ งานและกระบวนงาน เช่ น ระบบงานไม่ รองรับเงือ่ นไขการท�ำธุรกิจใหม่ หรือมีกรณีใด หรือเงื่อนไขใดที่ไม่อยู่ในกระบวนงานที่มีอยู่ ก็มีความจ�ำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขระบบงาน และกระบวนงานให้รองรับการปรับปรุงและ แก้ไขนี้ ในบางครั้งจ�ำเป็นต้องมีการปรับปรุง และแก้ไขระบบซอฟท์แวร์คู่ขนานกันไปด้วย ด้วยสาเหตุนี้ องค์กรในปัจจุบันจึงเล็งเห็น ความส�ำคัญทีต่ อ้ งพัฒนาบุคลากรภายในของ องค์กรเองที่มีทักษะในการออกแบบระบบ งานและกระบวนงาน หรือแม้กระทั่งระบบ ซอฟท์แวร์ด้วยเช่นกัน

13


Mr.Edmund Lo Managing Director UPS Parcel Delivery Service Ltd.

ยูพีเอสกับแนวคิดด้าน ความยั่งยืน เพื่อโลกที่ดีขึ้น ในภาวะตลาดปัจจุบนั การสร้างแผนธุรกิจเพือ่ ความยัง่ ยืน ซึง่ ส่ง ผลดีต่อธุรกิจในทุกด้านนับว่ามีความจ�ำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็น สิง่ ทีท่ งั้ ลูกค้า คูค่ า้ และพนักงานต่างต้องการบุคลากรซึง่ มีโอกาส ได้สร้างประโยชน์ให้กบั สังคมและสิง่ แวดล้อม ระหว่างการท�ำงาน มักมีความพึงพอใจกับงานในระดับที่สูงกว่าคนที่ไม่มีโอกาสดัง กล่าว ในสัดส่วนเกือบสองต่อหนึ่ง ที่ส�ำคัญที่สุดคือ ธุรกิจต่างๆ ล้วนเป็นหนีบ้ ญ ุ คุณโลกใบนี้ และควรสร้างกระบวนการเพือ่ ความ ยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งท้ายที่สุดจะมีส่วนช่วยลดต้นทุน ในการด�ำเนินธุรกิจ ยูพีเอสด�ำเนินธุรกิจส่งพัสดุกว่าปีละ 4 พันล้านชิ้น ใช้เส้นทางทั้ง บนถนน ในทะเล และในอากาศ เราริเริ่มใช้กลยุทธ์ที่เป็นมิตรต่อ สิง่ แวดล้อมมานาน และถือว่านีค่ อื หัวใจหลักของการด�ำเนินธุรกิจ

เรามาดู เ คล็ ด ลั บ 5 ข้ อ ของยู พี เ อสเพื่ อ ลดการปล่ อ ย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กันดีกว่า

14


ลดการใช้พลังงาน

ฮีตเตอร์ แสงสว่าง และเครื่องปรับอากาศ คือสิ่งที่สิ้นเปลืองพลังงานที่สุดในอาคาร ส�ำนักงาน ธุรกิจจ�ำเป็นต้องหาค�ำตอบว่าค่า ใช้จ่ายด้านพลังงานก้อนใหญ่สุดคืออะไร เพื่อหาทางประหยัด อีกทั้งควรริเริ่มโครง การให้ความรูแ้ ละรณรงค์เพือ่ ให้พนักงานมี ส่วนร่วม ดังนั้นผู้บริหารควรจัดช่วงเวลา พบปะเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการ บริโภคพลังงานของบริษัท เพื่อรณรงค์ให้ พนักงานมีสว่ นร่วมโดยการปิดไฟ ปิดเครือ่ ง ใช้ไฟฟ้า หรือถอดปลั๊กไฟทุกครั้ง เมื่อไม่ได้ ใช้งาน ส�ำหรับยูพเี อส แสงสว่างคือค่าใช้จา่ ย ด้านพลังงานที่สูงที่สุด เพราะศูนย์กระจาย สินค้าของเราเปิดท�ำการตลอดเวลาไม่มี หยุด เราได้ริเริ่มโครงการยกระดับระบบ แสงสว่างตัง้ แต่ปี 2551 ซึง่ ส่งผลให้ประหยัด พลังงานได้ถึง 34 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี

ลดปริมาณขยะ

องค์ ก รที่ มี ก ารใช้ ร ถยนต์ จ� ำ นวนถึ ง กว่ า 100,000 คัน อัตราการประหยัดจึงเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ที่ยูพีเอส ประเทศไทย เรา ริเริ่มใช้รถยนต์ซีเอ็นจีจ�ำนวน 20 คันใน การจัดส่งพัสดุ ตั้งแต่ปี 2554 การใช้ก๊าซ ซี เ อ็ น จี มี ค วามปลอดภั ย ต่ อ สิ่ ง แวดล้ อ ม มากกว่าใช้นำ�้ มันเบนซิน ดีเซล และโพรเพน จากข้อมูลของสมาคมก๊าซธรรมชาติแห่ง อเมริ ก า รถยนต์ ที่ ใช้ ซี เ อ็ น จี ป ล่ อ ยก๊ า ซ คาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้ น�ำ้ มันเบนซิน และดีเซลถึง 30% จึงช่วยลด ผล กระทบต่อคุณภาพอากาศ และปริมาณ ก๊าซเรือนกระจก

การลดปริมาณขยะใน องค์ ก รนอกจากจะ เป็นผลดีตอ่ สิง่ แวดล้อม แล้ ว ยั ง ช่ ว ยประหยั ด ค่ า ใช้จ่ายอีกด้วย การใช้นโยบายออฟฟิคไร้ กระดาษ หรือใช้กระดาษเท่าทีจ่ ำ� เป็น เลือก ใช้บริการต่างๆ จากผู้ให้บริการที่มีระบบ เรียกเก็บเงินโดยไม่ใช้กระดาษ ซื้ออุปกรณ์ เครื่องใช้ที่รีไซเคิลได้ ยืดอายุการใช้งาน เครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยการเปลี่ยนอะไหล่แทน การซื้อใหม่ น�ำกระดาษ หนังสือพิมพ์ ถ้วย น�ำ้ เครือ่ งใช้ไฟฟ้า และแบตเตอรีไ่ ปรีไซเคิล เลือกใช้บริการเช่าอุปกรณ์ส�ำนักงานบาง อย่ า งแทนการซื้ อ หรื อ แม้ แ ต่ ก ารจั ด กิจกรรมแลกเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องเขียน ระหว่างพนักงานภายในบริษัท ที่ยูพีเอส เราจั ด การขยะทุ ก ชนิ ด อย่ า งรอบคอบ ตั้ ง แต่ ข ยะอิ เ ล็ ค โทรนิ ค ส์ ไ ปจนถึ ง กล่ อ ง กระดาษ และพาเลทไม้ ในปี 2554 เรา ลดการใช้บรรจุภัณฑ์สิ้นเปลือง รีไซเคิลแบตเตอรี่เก่าถึง 40,000 ปอนด์ ในการส่งสินค้า ใช้น�้ำอย่างรู้ค่า ในภาพรวม มาตรการรีไซเคิลของเรา ท�ำให้ จากการศึกษาล่าสุด ผู้บริโภค 66% เริ่มหัน อาคารส�ำนักงานบางแห่งอาจใช้นำ�้ มากกว่า เราประหยัดค่าใช้จา่ ยในการจ�ำกัดขยะได้ถงึ มาเลื อ กซื้ อ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ และบริ ก ารจาก ผู ้ ป ระกอบการที่ มี ส� ำ นึ ก ต่ อ สั ง คม และ 1,200 แกลลอนต่ อ วั น แต่ น�้ ำ รั่ ว เพี ย ง กว่า 1.6 ล้านดอลล่าร์ต่อปี สิง่ แวดล้อม การใช้บรรจุภณ ั ฑ์ทเี่ ป็นมิตรต่อ จุดเดียวในห้องน�้ำสามารถเพิ่มความสิ้น สิง่ แวดล้อมเป็นการเน้นย�ำ้ ให้เห็นว่าองค์กร เปลืองได้อีกถึง 200 แกลลอน ซึ่งหากมีน�้ำ ของคุณมีความมุ่งมั่นต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง รั่วเกิดหลายจุด ความสิ้นเปลืองก็จะสูงขึ้น จริงจัง จุดเริ่มต้นคือการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มี และอาจท�ำให้มีการบริโภคน�้ำต่อวันสูงขึ้น ขนาดเหมาะสม และใช้เฉพาะเท่าที่จ�ำเป็น ได้อีกเท่าตัวโดยไม่เกิดประโยชน์ใดๆ จึงมี ลดการใช้น�้ำมัน ความจ�ำเป็นอย่างยิง่ ทีจ่ ะต้องมีขนั้ ตอนการ ไม่วา่ คุณจะใช้รถยนต์สว่ นตัว หรือรถบริษทั เลือกใช้กล่องใส่ของหรือซองจดหมายขนาด ตรวจสอบว่ามีจุดน�้ำรั่วในส�ำนักงานหรือไม่ คุ ณ ก็ ส ามารถประหยั ด เงิ น และลดการ เล็กทีส่ ดุ เท่าทีท่ ำ� ได้ รวมสิง่ ต่างๆ ทีจ่ ะส่งไป อย่างสม�่ำเสมอ และท�ำการซ่อมแซมทันที ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยการลด ที่ ห มายเดี ย วกั น เพื่ อ ส่ ง ไปพร้ อ มกั น น� ำ การรดน�้ำต้นไม้ควรท�ำในช่วงเช้าหรือเย็น การใช้รถยนต์โดยไม่จ�ำเป็น บ�ำรุงรักษา บรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ เลือกใช้บริการ เพราะอัตราการระเหยจะต�่ำกว่า และควร รถยนต์ตามระยะเวลา วางแผนการเดินทาง ขนส่งภาคพื้นดินเป็นหลัก และใช้บริการ ปรับอัตราการไหลของน�้ำในท่อน�้ำ และ ที่ดี ร่วมโดยสารไปกับคนอื่น หรือคาร์พูล ทางอากาศเฉพาะเมื่อจ�ำเป็น อุปกรณ์บางอย่างให้อยู่ระดับต�่ำ ยูพีเอส ถ้าเป็นไปได้ ตอนที่ยูพีเอสริเริ่มนโยบาย ในส่วนของยูพีเอส ก็ได้มีด�ำเนินโครงการ สามารถลดการใช้น�้ำในส�ำนักงานใหญ่ที่ “งดขับรถคนเดียวคันเดียว” เพือ่ ลดการใช้ บรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อม การบริหาร อเมริกาได้ปีละ 14 ล้านแกลลอน ตั้งแต่ปี น�ำ้ มัน และการปล่อยไอเสีย เราสามารถลด ซัพพลายเชนอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2547 ซึ่งเป็นผลจากการใช้นโยบายต่างๆ การใช้รถแบบคนเดียวคันเดียวได้ถึง 24 แม้วา่ จะเป็นขัน้ ตอนทีซ่ บั ซ้อน แต่เราเชือ่ ว่า ทั้งยกเลิกระบบรดน�้ำในสวน และการใช้ นาทีตอ่ คนต่อวัน ซึง่ ช่วยให้ผใู้ ช้รถประหยัด ทุกคนควรมีส่วนร่วมเพื่อสร้างอนาคตที่ ค่าน�ำ้ มันได้ถงึ 188 ดอลล่าร์ตอ่ คนต่อปี ใน ยั่งยืนส�ำหรับพวกเราทุกคน โถสุขภัณฑ์แบบไม่ใช้น�้ำ

15


คุณอมรรัตน์ ประทุมมา

ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์วิเคราะห์ศักยภาพปัญญธารา (P-PAC)

เบื้องหลังความสำ�เร็จที่ยั่งยืนของธุรกิจนั้นคงหนี ไม่พ้นการมีทีมงานที่มีคุณภาพ แต่ปัญหาหนึ่งที่พบกันในทุกองค์กรคือภาวะ การทำ�งานที่ ไม่มีความสุขของพนักงาน หรืออัตราการเปลี่ยนงานสูง ซึ่งหากเราวิเคราะห์ถึงสาเหตุนั้น เราจะพบว่าอาจเป็นเพราะคน เหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ทำ�งานที่ตนเองชอบ ถนัด ทำ�ให้ขาดแรงบันดาลใจในการทำ�งาน HR Focus ฉบับนี้จึงขอนำ�เสนอเครื่องมือใหม่ ที่กำ�ลังได้รับความนิยมอย่างสูงในแวดวง HR ในฐานะตัวช่วยในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำ�งานที่เรียกว่า “ลายผิววิทยา”

วิทยาศาสตร์ปะทะโหราศาสตร์

ค�ำว่า “ลายผิววิทยา” เปิดพจนานุกรมไทยกีเ่ ล่มก็หาไม่เจอ แต่พอ ค้นหาในพจนานุกรมภาษาอังกฤษค�ำว่า “Dermatoglyphics” จึง พบความหมาย ซึง่ แปลเป็นภาษาไทยว่า การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับลายนิ้วมือ ลายฝ่ามือ และลายฝ่าเท้า ตอนที่อ่าน ความหมายก็เริม่ ตะหงิดว่าน่าจะเป็นแขนงเดียวกับโหราศาสตร์หรือ เปล่า เมื่อท�ำการศึกษาอย่างลึกซึ้งถึงทราบว่าเป็นวิทยาศาสตร์เชิง สถิติที่มีการค้นคว้าวิจัยกันมากว่า 200 ปี ในหลากหลายด้านมาก ไม่ ว ่ า จะเป็ น ด้ า นพั น ธุ ศ าสตร์ ด้ า นจิ ต วิ ท ยา หรื อ แม้ แ ต่ ด ้ า น สรีรวิทยา โดยมีวตั ถุประสงค์ทหี่ ลากหลายมาก อันทีป่ ระทับใจมาก คืองานวิจยั ทีห่ น่วยงานเอฟบีไอของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ศกึ ษา แนวโน้มของฆาตกรต่อเนื่อง1 ซึ่งมีพฤติกรรมอยู่ในข่ายเดียวกัน แทบทั้งสิ้น รายงานผลการวิเคราะห์จากลายผิวยังบอกหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง กับการท�ำงานของสมอง โดยเมื่อย้อนกลับไปดูงานวิจัยที่มีความ เชื่อมโยงกับสมองโดยตรง คืองานวิจัยของเด็กที่มีความบกพร่อง ทางสมอง เช่น โรคดาวน์ซินโดรม2 ซึ่งมีงานวิจัยกว่า 20,000 งาน วิจยั ทีเ่ กีย่ วข้องกับลายผิวของเด็กมีความบกพร่องทางสมอง ในเชิง วิชาการแล้วอาจจะสรุปได้วา่ เด็กทีม่ คี วามบกพร่องทุกคนมีลายผิว พิเศษ แต่ทุกคนที่มีลายผิวพิเศษอาจไม่ใช่เด็กพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับเรื่องของการคาดการณ์โรคทาง พันธุกรรม3 อื่นๆ โดยใช้ศาสตร์ของลายผิววิทยาอีกด้วย มาถึงจุดนี้ สิ่งที่ดูเหมือนจะเห็นได้เด่นชัดคือลายผิววิทยาเป็น การศึกษาที่เป็นวิทยาศาสตร์ และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ พันธุกรรมที่เรามีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นหากลายผิวของเรา สามารถสะท้อนได้ถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราแล้ว มันคง เป็นสิง่ มหัศจรรย์ถา้ เราจะสามารถรูไ้ ด้ถงึ ศักยภาพ และบุคลิกภาพ ที่แท้จริงของเรา 16

ลายผิววิทยากับทฤษฎีภูเขาน�้ำแข็ง

ส�ำหรับทฤษฎีทดี่ เู หมือนจะอยูค่ กู่ บั แวดวง HR มาเกือบครึง่ ศตวรรษ คือทฤษฎีภูเขาน�้ำแข็งของ Mr. David McClelland ซึ่งกล่าวถึงสิ่ง ที่อยู่ลึกข้างในตัวของเราแต่ละคน และตรงกับค�ำโบราณที่เรามัก จะได้ยินเสมอ นั่นก็คือ “มนุษย์นั้นไซร้ ยากแท้หยั่งถึง” ส่วนที่ลึก ที่สุดของภูเขาน�้ำแข็งคือแรงผลักดันเบื้องลึก (Motives) หรือหาก จะคิดง่ายๆ ก็คอื ค�ำตอบของค�ำถามทีค่ นท�ำงานทุกคนควรจะหาให้ กับตัวเอง นั่นคือ “อะไรที่ท�ำให้คุณตื่นนอนมาตอนเช้าเพื่อที่จะมา ท�ำงานทุกวัน” หลายคนตอบทันทีว่าเงินเดือน แต่หากเราตัด ประเด็นเรื่องของเงินออกไป อะไรคือค�ำตอบของคุณ


ในความเป็นจริงค�ำตอบของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เนื่องมาจาก สิ่งที่เป็นตัวตนของคุณหรือแม้แต่สภาวะแวดล้อมที่อยู่รอบตัวคุณ ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารท่านหนึ่งซึ่งมีความมั่นคงในเรื่องของการเงิน ค่อนข้างมาก ถึงขั้นที่เขาสามารถที่จะเกษียณตั้งแต่อายุ 40 ปี แต่ เขายังตื่นนอนไปท�ำงานทุกเช้าอย่างกระฉับกระเฉง เพราะว่าสิ่งที่ แสวงหานั้นคือกา���ได้รับการยอมรับ ในขณะที่อีกท่านหนึ่งเป็น เพราะต้องการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรืออีกท่านอาจจะเป็นเพราะ ต้องการได้ชว่ ยเหลือผูอ้ นื่ เป็นต้น ในบางทฤษฎีอาจจะเรียกสิง่ นีว้ า่ เป็น ความเชื่อหลัก (Core Value)

ยิ่งกว่าประสิทธิภาพ คือ หัวใจ

ปัจจุบันสิ่งที่ HR ส่วนใหญ่มองหาคือเรื่องของประสิทธิภาพในการ ท�ำงาน เพราะดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ง่าย และมีตัวชี้ วัดที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามทฤษฎีของลายผิววิทยาได้เปิดโลกทัศน์ ใหม่ เพราะหาก HR สามารถเข้าถึงแรงผลักดันเบื้องลึกของ พนักงานแต่ละคน และใช้สงิ่ นัน้ ในการวางแผนพัฒนา และวางแผน อาชีพให้กบั พนักงานเป็นรายบุคคลได้อย่างเป็นรูปธรรม เราก็คงไม่ ต้องเสียเวลาหว่านล้อมหรือคิดโครงการพิเศษมากมาย เพือ่ กระตุน้ ให้พนักงานของเราท�ำงานด้วยใจ ลองคิดง่ายๆ ว่าถ้าเราสามารถรู้ว่าพนักงานท่านหนึ่งมีแรงผลักดัน คือ “การช่วยเหลือผู้อื่น” และสมมติว่าปัจจุบันพนักงานท่านนี้ ท�ำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ และมีโอกาสที่บริษัทสามารถที่จะ โอนย้ายให้ทา่ นมาท�ำงานในส่วนงาน Corporate Social Responsibility ได้ทา่ นคงยินดีทจี่ ะเดินทางไปต่างจังหวัดในวันเสาร์อาทิตย์เพือ่ ท�ำ กิจกรรมเพื่อสังคมด้วยความเต็มใจ และหากมองไปไกลกว่านั้น

แนวโน้มทีผ่ บู้ ริหารท่านนีจ้ ะอยูก่ บั องค์กรของเราไปจนเกษียณหรือ แม้แต่เป็นทีป่ รึกษาให้กบั องค์กรหลังจากทีเ่ กษียณไปแล้วก็ตาม น่า จะมีความเป็นไปได้สูงมาก ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ในระหว่างการท�ำงานบริษัทจะเชื่อได้ว่าเขาจะ ท�ำงานด้วยใจที่เกินร้อย โครงการพิเศษที่จะพัฒนาหน่วยงานหรือ เนื้องานที่เขารับผิดชอบคงเกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีตัวกระตุ้นหรือ ตัวชี้วัดใดๆ ทั้งสิ้น HR หลายท่านอาจจะเคยได้ยินสิ่งที่เรียกกันว่า Beyond Performance ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ที่จะน�ำกลับมาพูดคุยกันในครั้งหน้าว่าลายผิววิทยาจะช่วยให้ ประสิทธิภาพในการท�ำงานของพนักงานเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร

วางคนให้เหมาะสมกับงาน

ค�ำพูดนี้อาจจะกล่าวได้ว่าพูดกันมานานมากในแวดวง HR แต่การ ที่จะปฎิบัติได้จริงนั้นมันช่างยากแสนยาก เพราะบางครั้งคนที่เรา มีอาจจะไม่เหมาะกับงานก็ได้ แต่หากเราคิดให้ดีการที่องค์กรมี บุคลากรอยู่แล้วนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ดังนั้นในทางกลับกัน ท�ำไม เราไม่คดิ ว่าเราจะวางงานอะไรให้เหมาะสมกับคนทีเ่ รามีอยูบ่ า้ งล่ะ ด้วยผลการวิเคราะห์ของศาสตร์ลายผิว ทุกอย่างได้ถูกเปลี่ยนไป แล้ว เราสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนที่ลึก และเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เรา และพนักงานของเราท�ำในสิ่งที่เป็นเป้าหมายเดียวกัน โดยอาจจะ มีวิธีที่แตกต่างกันก็เป็นไปได้ ค�ำว่า Paradigm Shift เป็นสิ่งที่ ผู้บริหารยุคใหม่รวมถึงหน่วยงานที่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อองค์กร เช่น HR ควรจะต้องหันกลับมาพิจารณากันใหม่ โลกของเราได้ เปลีย่ นไปแล้วอย่างสิน้ เชิง ทุกอย่างจะไม่มวี นั เหมือนเดิม และหาก คุณยังยืนอยู่ที่เดิม คุณอาจเป็นคนสุดท้ายที่ยังหาค�ำถามไม่เจอ ขอขอบคุณบทความดีๆ จากศูนย์วิเคราะห์ศักยภาพปัญญธารา (P-PAC) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการวิเคราะห์ศักยภาพสำ�หรับบุคคลทั่วไป หรือองค์กร โทร. 0 2648 2999 หรือเยี่ยมชมเว็บไซด์ที่ หรือ www.facebook.com/P-PAC.CPALL ข้อมูลอ้างอิง 1 “Serial Murder” Multi-Disciplinary Perspectives for Investigators, Critical Incident Response Group, Federal Bureau of Investigation, Robert J. Morton, Editor 2 Using Dermatoglyphics from Down Syndrome and Class Populations to Study the Genetics of a Complex Trait, Thomas Fogle, Department of Biology, Saint Mary’s College, Notre Dame, Indiana 46556 3 Genetic Determinants of 22 Quantitative Dermatoglyphic Traits in the Chuvashian Population of Russia: Complex Segregation Analysis, B. Karmakar*,1, I. Malkin2 and E. Kobyliansky*,2

17


เชื่อหรือไม่

ขวดอีโค-ครัช (Eco-Crush) ของน�้ำดื่มตราน�้ำทิพย์ ถือว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ พีอีทีที่มีน�้ำหนักต่อขนาดเบาที่สุดในประเทศไทย ด้วยน�้ำหนักเพียง 10.7 กรัม ส�ำหรับขวดขนาด 550 มิลลิลิตร นอกจากนี้ยังใช้พลาสติก น้อยลงถึง 35% และส่วนประกอบ ทั้งหมด สามารถน�ำไปรีไซเคิล ได้ 100%

MARTINI

เชื่อหรือไม่

การใช้ไม้เทียมในการสร้างบ้านแทน ไม้จริงนั้น นอกจากจะเป็นการใช้วัสดุที่ราคา ต�่ำกว่าในระดับคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันแล้ว ยังถือเป็นการช่วยประหยัดการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติด้วยการใช้ไม้ลดลงอีกด้วย เนื่องจากไม้เทียมนั้นผลิตจาก PVC และ ผงไม้เนื้อแข็ง ซึ่งสามารถน�ำไป รีไซเคิลได้ 100%

แหลง ทมี่ า : www.greenoceans ociet y.co m

ธนาคารกสิกรไทยได้ลดการใช้ กระแสไฟฟ้าของเครื่องเอทีเอ็มบางส่วน จากทั้งหมดกว่า 7,500 เครื่อง ส่งผลให้ธนาคาร ประหยัดค่าไฟฟ้าของตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศลงได้ ประมาณ 45.14 ล้านบาทต่อปี และลดปริมาณการ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต ไฟฟ้าที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิด ก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง ww w.s 6,669 ตันต่อปี

เป็นไปได้ด้วยมือของเรา” เชื่อว่าทุกคนเคยฟังเพลงนี้

om .philips.c www

พวกเราต้องช่วยกัน รับรู้ด้วยกัน แล้วท�ำให้โลกนี้สดใส อยากให้โลกน่าอยู่กว่านี้ เป็นโลกที่เราฝันใฝ่ จะสวยอย่างไร

om kij.c tura iam

“ให้โลกเราสวย

เชื่อหรือไม่

และเกือบทุกคนคงร้องเพลงนี้ได้ แต่อาจจะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถ เปลี่ยนความรู้สึก “รักโลก” ให้เป็นการกระท�ำที่เรียกว่า “รักษ์โลก” ได้ หลายคนอาจจะคิดว่าเราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ แล้ว เราจะช่วยโลกได้อย่างไร แต่เราต้องไม่ลืมว่าสิ่งเล็กๆ เมื่อรวมตัวกันย่อม ยิ่งใหญ่อย่างเสมอ และการช่วยโลกอย่างยั่งยืนนั้น เป็นหน้าที่ของเรา ทุกคน ส�ำหรับคอลัมน์ Believe it or not ฉบับนี้ ผู้เขียนได้ รวบรวมเรื่องใกล้ตัวหลายๆ เรื่องที่ล้วนแล้วแต่คิดและ หลอดไฟแบบประหยัดพลังงานหรือ ท�ำขึ้นเพื่อโลกของเราทั้งนั้นมาดูกันดีกว่า ที่เรารู้จักกันในชื่อ LED ของ Philips นั้น รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจะมีระดับ ว่ามีอะไรกันบ้าง เมื่อเที่ยบการใช้งานกับหลอดไฟแบบดั้งเดิม การปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์น้อยกว่า สามารถช่วยประหยัดค่าไฟในบ้านได้ถึง 80% รถยนต์ที่ใช้น�้ำมันเบนซินหรือน�้ำมันดีเซล และสามารถลดการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถึง 80% โดยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นี้ ได้ถึง 36 ตัน และลดการใช้น�้ำมันถึง ถือเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดภาวะ 36 บาร์เรล เรียกว่าคุ้มเกินคุ้ม เรือนกระจกและยังเป็นอันตรายต่อ เพราะช่วยทั้งกระเป๋าเงิน ระบบทางเดินหายใจอีกด้วย ช่วยทั้งโลก

เชื่อหรือไม่

เชื่อหรือไม่

การลดขนาดสลิปใบเสร็จรับเงิน ที่ต้องออกให้ลูกค้าของร้านอิ่มสะดวก 7-eleven ทุกสาขา ให้มีความยาวลดลง 1 เซนติเมตร เป็นเวลา 1 ปี สามารถ ประหยัดกระดาษได้ ถึง 4,680 กิโลเมตร

เชื่อหรือไม่

เชื่อหรือไม่

กระดาษไอเดีย กรีน อีกหนึ่งนวัตกรรม จากเอสซีจี เปเปอร์ ถือเป็นกระดาษพรีเมี่ยม ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับกระดาษที่ผลิตจากเยื่อ กระดาษใหม่ 100% และช่วยลดการใช้ต้นไม้ได้ ถึง 30% อีกทั้งกระดาษ 1 รีมยังสามารถช่วย เก็บรักษาต้นไม้ไว้ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากชั้นบรรยากาศได้ถึง 2.75 กิโลกรัม


คุณประกาศเกียรติ (โค้ช) ยังคง บีไอเอส แอพพริเคชั่น ซัพพอร์ท (BIS Application Support) บริษัท เป็บซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จ�ำกัด MBA in Logistics Management

ผมรู้ สึ ก ประทั บ ใจตั้ ง แต่ วั น แรกที่ เ ข้ า มาร่วมงาน Open House แล้วครับ  ภายในสถาบันฯมีการจัดการที่ดี มีความ พร้อมทั้งทางด้านสถานที่  สื่อการเรียนการ สอน รวมถึ ง คณาจารย์ ที่ มี ค วามรู้ ค วาม สามารถ มีอุปกรณ์สนั���สนุนครบครัน รวม ถึงปัจจุบนั กำ�ลังก่อสร้างอาคารเรียนเพิม่ ซึง่ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพและความพร้อม ของสถาบันฯมากขึ้น ส่วนเพื่อนนักศึกษา ทีเ่ ข้ามาเรียนในหลักสูตรเดียวกัน ก็ตา่ งมาก ด้วยประสบการณ์การทำ�งาน มาจากหลาก หลายบริษทั หรือไม่กเ็ ป็นเจ้าของกิจการ ซึง่ ทำ�ให้ได้เครือข่ายทางธุรกิจเพิม่ มากขึน้ ครับ

20

คุณภาณพ (ตี๋) รุจาวงศ์

เอส เอ็ม พี สเปเชียลลิสต์ (SMP Specialist) บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จ�ำกัด MBA in Strategic Human Resource and Organization Management

วชิรพันธ์ (ชิ) อิทธิธีระกิจ สถาบั น เน้ น การเรี ย นรู้ ทั้ ง ผ่ า นทาง คุหัวณ หน้างานระบบจัดส่งต่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จ�ำกัด อาจารย์ ที่ มี ป ระสบการณ์ ใ นสายงาน MBA in Logistics Management ที่ทำ� และการเรียนรู้ผ่านวิทยากรซึ่ง เป็ น ผู้ บ ริ ห ารจากองค์ ก รชั้ น นำ � ของ ประเทศ ซึ่งทุกท่านล้วนแต่แบ่งปันความรู้ เลือกเรียนปริญญาโท ที่ PIM เพราะ และประสบการณ์จากการทำ�งานจริงโดย ว่ า ที่ นี่ มี ค วามเชี่ ย วชาญในเรื่ อ งของ ไม่ปิดบัง รวมทั้งมีทุนการศึกษาด้วย การ การประกอบธุรกิจค้าปลีกและการจัด ตัดสินใจเข้ามาเรียนเลยไม่ยากครับ ตอน การโลจิสติกส์ ที่เป็นความต้องการของ นี้เปิดเทอมมาได้ประมาณเกือบ  2  เดือน แต่เพื่อนในห้องกับอาจารย์ที่สอนคุยกัน เหมือนรู้จักกันมาเป็นปีๆ ครับ บรรยากาศ การเรียนในห้องเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง เจ้าหน้าที่ทุกคนเอาใจใส่และประสานงาน ช่วยเราเป็นอย่างดีครับ

โลกปัจจุบันซึ่งต้องบริหารจัดการต่างๆ ให้ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับธุรกิจที่มี การแข่งขันตลอดเวลา ประกอบกับ PIM ใช้ ทักษะและประสบการณ์จริงทีม่ มี าถ่ายทอด ให้ผู้เรียน ทำ�ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเป็น อย่างดีและสามารถนำ�วิชาความรู้ที่ได้ไป ดำ�เนินการต่อเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ได้ต่อไป


คุณธัญญ์ฐิตา (เจี๊ยบ) ธนโชคจรัสพงษ์ คุณชุติมันต์ (เสก) คุณศรีรักษ์สกุล

ผู้จัดการอาคาร ฝ่ายงานบริการบริหารอสังหาริมทรัพย์ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จ�ำกัด MBA in Retail Business Management

ผู้จัดการฝ่ายขายโมเดอร์นเทรด บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ จ�ำกัด MBA in Retail Business Management

เหตุ ผ ลที่ เ ลื อ กเรี ย นปริ ญ ญาโทที่ นี่ เพราะเชื่ อ มั่ น และมั่ น ใจว่ า พี่ จ ะได้ รั บ ความรูแ้ ละประสบการณ์ตา่ งๆ จาก PIM ตลอดระยะเวลา 2 ปีนี้อย่างคุ้มค่าและ คุณสุวิทย์ (วิทย์) ราชเดิม สิ่งแรกที่ทำ�ให้รู้สึกดีกับ PIM เลยก็ สมบูรณ์แบบมากที่สุด ด้วยความเป็นมือ ผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์ บริษัท เยเนอรัลแคนดี้ จ�ำกัด คือมีเจ้าหน้าที่  PIM  คอยดูแลอย่างดี ่ กี ารแชร์ประสบการณ์ MBA in Logistics Management ให้คำ�แนะนำ�ได้ทุกเรื่อง สำ�หรับอาจารย์ที่ อาชีพของสถาบันทีม

สอน เป็นอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถ และมากด้วยประสบการณ์ ส่วนเพื่อนๆ ผมมองว่ า การจั ด การเรี ย นการสอนของ ที่ PIM มาจากหลากหลายบริษัท สามารถ PIM มีทั้งจากภาคทฤษฎีและมีการเชิญ นำ�ความรูท้ มี่ มี าแลกเปลีย่ นเสริมกันในการ ผู้บริหารมืออาชีพในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เรียนอีกด้วย โดยตรงมาให้ความรูแ้ ละแชร์ประสบการณ์ ทำ�ให้ นั ก ศึ ก ษาได้ ม องเห็ น ภาพที่ เ กิ ด ขึ้ น จริง ทั้งปัญหาต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในภาค ธุรกิจและแนวทางแก้ไข รวมทั้งแนวทาง ที่จะนำ�ไปสู่ความสำ�เร็จ ผมก็เลยตัดสิน

ตรงจากผู้เชี่ยวชาญและคณาจารย์ต่างๆ การศึกษาดูงานทัง้ ในและต่างประเทศ และ ด้วยการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำ�ระดับ โลกอย่าง CP ALL ที่ได้เปิดโอกาสให้บุคคล ทั่วไปอย่างพี่ได้มีโอกาสเข้ามาสอบชิงทุน ทำ�ให้เกิดความเชื่อมั่นว่าไม่แพ้สถาบันการ ศึกษาชัน้ นำ�ใดๆในประเทศ สมกับสโลแกน ของสถาบันที่ว่า Create Professionals by professionals

ใจว่า PIM นี้แหละใช่ที่สุดสำ�หรับผม และสำ�หรับบุคคลที่สนใจที่จะเรียนต่อ ในระดับปริญญาโท ในส่วนของสถานที่

PIM มีบรรยากาศที่น่าอยู่น่าเรียน ทำ�ให้ ผมคิดว่าการเข้ามาเรียนในรั้ว PIM 2 ปีต่อ จากนี้ไป คงจะมีความสุข ความอบอุ่นและ ผมดีใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นนักศึกษาของ PIM

21


กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวสนุกๆ ที่แต่ละปีจะมีเพียงครั้ง เดียวเท่านั้น จะเป็นอะไรไปไม่ ได้นอกจากกิจกรรม “MBA First Meet” ส�ำหรับ Panyapiwat MBA รุ่น 7 ซึ่งจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2556 ที่โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ ภายใต้ธีมงาน “มนต์รัก เอ็มบีเอ” ว่า แล้วก็ ไปดูบรรยากาศในวันงานกันดีกว่าจะมันส์ ฮาและเกรียน กันขนาดไหน

ทั้งคณาจารย์จากหลักสูตรและรุ่นพี่ต่างผูกข้อมือรับขวัญลูกศิษย์ และน้องๆ ทุกคนให้เข้ามาเป็นครอบครัว Panyapiwat MBA ด้วย กันต่างหาก ทีมงานเชื่อมั่นว่าพรทุกประการที่คณาจารย์มีให้แก่ ลูกศิษย์ในวันนี้ จะท�ำให้ลูกศิษย์หน้าใหม่ทุกท่านประสบความ ส�ำเร็จในการศึกษาอย่างแน่นอน แหม่..ก็ถือเป็นการจบกิจกรรม ยามบ่ายกันไปแบบซึ้งๆ และสร้างความประทับใจอย่างยิ่งทีเดียว

อีกหนึ่งความอบอุ่นเล็กๆ ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง แต่งกันจัดเต็มมาก ใครเป็นใครดูกันเอาเองเลย

เมื่อนาฬิกาบอกเวลา 15.00 น.ตรง เหล่านักศึกษาทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง ต่างพร้อมใจกันตบเท้าเข้ามาในงาน แต่ละคนแต่งตัวจัดเต็มได้เข้า กับธีมงาน “มนต์รัก เอ็มบีเอ” มากๆ เรียกได้ว่าแทบไม่เหลือเค้า เดิมที่เคยเจอตอนวันปฐมนิเทศเลยก็ว่าได้ จากนั้นเราก็เริ่มงาน อย่างเป็นทางการ ซึง่ ในการนีไ้ ด้รบั เกียรติจาก รศ.ดร.สมภพ มานะ รังสรรค์ ท่านอธิการบดีมาให้โอวาทและแนะแนวทางการเรียนแก่ Panyapiwat MBA ทุกท่าน หลังจากนั้นก็เข้าสู่กิจกรรมละลาย พฤติกรรม ด้วยการเล่นเกมต่างๆ เพือ่ สร้างความสนิทสนมระหว่าง รุ่นพี่-รุ่นน้อง ซึ่งถ้าวัดจากเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มแล้ว กิจกรรม ละลายพฤติกรรมนี้ถือว่าประสบความส�ำเร็จมากทีเดียว และก่อน ที่จะเข้าสู่กิจกรรมในช่วงเย็น เราก็มี Surprise ในเกมสุดท้าย นั่น คือการให้รุ่นพี่ Panyapiwat MBA น�ำผ้ามาปิดตารุ่นน้องทุกคน ซึ่งแรกๆ Panyapiwat MBA รุ่นน้องก็อาจจะมีความกลัวว่าจะมี การรับน้องโหด หรือพาไปเดินตกน�ำ้ ตกท่าเหมือนทีเ่ คยเห็นตามสือ่ ต่างๆ หรือเปล่า แต่แท้ที่จริงแล้ว นี่คือกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ โดย

22

หลังจากนัน้ ก็เปิดโอกาสให้ทงั้ รุน่ พีร่ นุ่ น้องได้เปลีย่ นเครือ่ งแต่งกาย ใหม่ส�ำหรับกิจกรรมปาร์ตี้ยามเย็น ใครที่ว่ามาด้วย Concept ลูก ทุ่งเต็มๆ ในช่วงแรกแล้ว ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะล้น เอ้ย...เต็มได้อีก โดย ระหว่างรับประทานอาหารเย็น ทุกท่านก็ได้เพลิดเพลินไปกับการ แสดงต่างๆ ทัง้ จากทีมงาน รุน่ พี่ และรุน่ น้อง ซึง่ การแสดงแต่ละชุด นั้นเรียกได้ว่ากินกันไม่ลงจริงๆ ทุกคนจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้า ผม ลีลาการร้อง เล่น เต้น โชว์ งานนี้คณะกรรมการซึ่งก็คือ คณาจารย์ MBA ทุกท่านเลยไม่สามารถตัดสินได้ว่า การแสดงชุด ไหนเป็นชุดทีด่ ที สี่ ดุ จึงต้องมอบรางวัลให้กบั ทุกชุดการแสดง เพราะ นักแสดงทุกท่านนัน้ ล้วนแล้วแต่ทมุ่ ทุนสร้างจริงๆ รางวัลของเรายัง ไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เรายังมีอีก 3 รางวัลมอบให้กับผู้ที่แต่งกาย ได้ยอดเยี่ยม นั่นคือ รางวัลเทพบุตรบ้านนา ซึ่งตกเป็นของคุณ อัตถ์ชัย ภู่วนิช รางวัลเทพธิดาบ้านทุ่ง ตกเป็นของ คุณโกสินทร์ แจ้งสว่าง เรียกได้วา่ คว้ารางวัลไปครองแบบสาวๆ ทัง้ งานต้องยอม ยกให้สาวเทียมคนนีจ้ ริงๆ และรางวัลสุดท้าย รางวัลเกรียนทุง่ แตก ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลคือ คุณรัฐพล จวนรุ่ง


โฉมหน้าเทพบุตรบ้านนา เทพธิดาบ้านทุ่ง-เกรียนทุ่งแตก

นักแข่งเต้นโอลิมปิกยังต้องอาย

ปิดท้ายกิจกรรมกันด้วยมินคิ อนเสิรต์ จากวง PIM พิมพ์ใจ ทีเ่ ล่นกัน มาราธอนกว่า 2 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งไฮไลท์ไม่ใช่เพียงฝีมือดนตรี และ เสียงร้องที่ไม่แพ้มืออาชีพ แต่อยู่ที่สมาชิกในวงต่างหากที่ทั้งหล่อ เท่ห์ ซึ่งไม่ใช่คนอื่นคนไกล ก็ รศ.ดร.เรืองศักดิ์ แก้วธรรมชัย หรือ อาจารย์โต๋ ท่านคณบดี คณะบริหารธุรกิจของเรานัน่ เอง งานนีเ้ รียก เสียงกรี๊ดได้ตรึม เป็นอันจบกิจกรรม MBA First Meet ที่เรียกได้ ว่าครบรส ทั้งสนุก ตลก ซึ้งคละเคล้ากันไป และที่ส�ำคัญความ สัมพันธ์ระหว่างคณาจารย์ รุ่นพี่ และรุ่นน้องได้ “ผลิดอกบาน สะพรั่ง” จากงานในวันนี้ และเชื่อมั่นว่าจะ “ออกผล”ต่อไปในรั้ว PIM ของเราแน่นอน มาต่อกันด้วยกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่กันบ้าง เมื่อวันศุกร์ ที่ 9 สิงหาคม 2556 รุ่นพี่ Panyapiwat MBA รุ่น 6 มีโอกาสได้ไป เยีย่ มเยียนบริษทั ซีพแี รม จ�ำกัด ซึง่ เป็นโรงงานผลิตเบเกอรีใ่ นกลุม่ ซีพี ออลล์ โดยทางโรงงานได้เปิดโอกาสให้เข้าไปเยี่ยมชมกันถึงใน ไลน์ผลิต แถมยังได้ขนมหลากหลายชนิดติดไม้ตดิ มือกลับมาอีกด้วย เรียกได้ว่าอิ่มท้อง อิ่มความรู้ในคราวเดียวเลยก็ว่าได้ ยังไม่หมด เพียงเท่านี้ ในช่วงบ่ายยังได้ไปดูศูนย์กระจายสินค้า สุวรรณภูมิ (DC5) ซึ่งถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าหลักในพื้นที่ภาคตะวันออก ของกลุ่มซีพี ออลล์ ที่โดยปกติแล้วไม่เปิดให้ใครเยี่ยมชม ถือว่า exclusive for Panyapiwat MBA เท่านัน้ ส�ำหรับการศึกษาดูงาน คราวหน้านั้น แว่วว่าจะโกอินเตอร์เสียด้วย แต่จะที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เดี๋ยวติดตามกันได้ในฉบับต่อไป

รุ่น 6 นี่ขายดีซะจริงๆ

ขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าว เจ้าสาวป้ายแดงมา ณ ที่นี้

เรือ่ งน่ายินดียงั ไม่หมดเพียงเท่านี้ เรามาร่วมแสดงความยินดีกบั รุน่ พี่ Panyapiwat MBA รุ่น 6 กันบ้างดีกว่า ว่ากันว่าชีวิตคนเราวัน ที่ส�ำคัญที่สุดรองจากการส�ำเร็จการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยนั้น ก็คือวันแต่งงาน ส�ำหรับ Alumni’s Corner ฉบับนี้ เรามีโอกาสได้ แสดงความยินดีกับสมาชิก Panyapiwat MBA รุ่น 6 พร้อมกันถึง 2 คู่ในคราวเดียว เริ่มจากคู่แรกเลยเรียกได้ว่าเป็นรักระหว่างเรียน ขอแสดงความยินดีกับคุณภัทรกมล เด่นสันติ และคุณสิทธิวัฒน์ คีรีวัชรินทร์ ที่ได้จัดงานมงคลสมรสไปอย่างชื่นมื่น เมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2556 ที่สโมสรทหารบก ตามมาติดๆ กับอีกคู่ ขอ แสดงความยินดีกับคุณเรียว คุปติวิทยากุล และคุณคุณณิชาภา สกุลธนสมบัติ ทีม่ งี านมงคลสมรสขึน้ เมือ่ วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 ที่โรงแรมเกี่ยวอัน จังหวัดสระบุรี ซึ่งทางทีมงานก็ขออวยพรให้ทั้ง สองคู่อยู่ครองคู่กันจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร และ หวังว่าจะได้แสดงความยินดีอีกครั้งด้วยการรับขวัญหลานคนใหม่ ในไม่ช้า สุดท้ายและท้ายสุดส�ำหรับ Alumni’s Corner ฉบับนี้ ขอลาไป พร้อมกับกิจกรรมดีๆ Friend Get Friend ซึง่ เป็นกิจกรรมทีจ่ ดั ขึน้ ในปีการศึกษา 2556 เป็นปีแรก โดยมีกติกาง่ายๆ เพียงแค่ Panyapiwat MBA ท่านใดที่แนะน�ำเพื่อนมาสมัครเรียน MBA ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ก็จะได้รับของที่ระลึกสุดน่ารักจากทีมงาน โดย ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งแรกนี้มีด้วยกันทั้งสิ้น 3 ท่าน ได้แก่ คุณยศกร เซี่ยงฉิน, คุณวิลาสินี วังค�ำ และคุณสวนีย์ กาศเจริญ แล้วพบกับความสนุกได้ใหม่ในฉบับหน้าค่ะ

เรียนคนเดียวมันเหงา หาเพื่อนมาเรียนด้วยกันดีกว่า

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ณ ซีพีแรม

ติดตามความสนุกครั้งต่อไปได้ทาง ค้นหาค�ำว่า “Panyapiwat MBA”

23


“The ultimate of being successful is the luxury of giving yourself the time to do what you want to do.”

Photograph by SETTE Jewellery

พบกับหลักสูตรแรกและแหงเดียวในประเทศไทย

LUXURY BRAND MANAGEMENT

ของ International Fashion Academy (IFA) Paris

หลักสูตร 1 ป ใน 3 ประเทศที่มีความสำคัญกับอุตสาหกรรมลักชัวรี่ แบรนด เรียนรู 3 วัฒนธรรม ปารีส I ตนกำเนิดของลักชัวรี่ แบรนด ระดับโลก เซี่ยงไฮ I ตลาดสินคาลักชัวรี่ที่เติบโตเร็วที่สุด กรุงเทพฯ I สัมผัสประสบการณตรงจากเครือขายลักชัวรี่ แบรนด ในไทย

เปดรับสมัครแลววันนี้

LUXELLENCE CENTER อาคารธาราสาทร, ชั ้ น 19, 119 ซอย สาทร 5, ถนนสาทรใต , กรุ ง เทพฯ 10120 โทรศั พ ท : +66 (2) 648 2941 - 2 Email: admissions@luxellencecenter.com

|

www.luxellencecenter.com


08 MBA Connected