Page 1

ISSUE ELEVEN : JULY 2014

SPECIAL INTERVIEW SUNAE ARTIST NAOSHI

ISSUE

11

NEUTER LOVER THE UNI_FORM DESIGN STUDIO suthipa kamyam ILLSTRETOR

LIMO X PIE : ANIMALISM PHOTO SET : Supphariksh Phattrasitthichoke article by Jackkrit Anantakul


THANK FOR YOUR SUPPORT

2


3


EDITOR’S TALK ยินดีทไี่ ด้มาพบเจอกันอีกครัง้ ครับ ช่วงนีผ้ มกำ�ลังบ้าแผ่นเสียง ...ใช่แล้ว เจ้าแผ่นเสียงที่กำ�ลังเป็นของเล่นในกระแสของคนรัก เสียงเพลงทั่วโลกในตอนนี้ นอกจากผมจะบ้าซื้อ บ้าหาแผ่น ตอนนีก้ �ำ ลังไต่เลเวลไปซือ้ อุปกรณ์ตา่ งๆ อย่างมืออาชีพ อย่าง น้�ำ ยาเช็ดหัวเข็ม เช็คราคาเครือ่ งเล่นแผ่นแนววินเทจ ศึกษาเรือ่ ง หลอดแอมป์อะไรไปเรื่อย หลังจากเสียเงินไปหลายรอบก็เริ่ม ได้สติกลับมาคิด (สติจะมาช่วงกระเป๋าฟีบแล้วเท่านั้น) ทำ�ไม แผ่นเสียงถึงกลับมาเป็นที่นิยมมากขนาดนี้ ในใจทุกคนคงจะมี คำ�ตอบอยู่แล้ว ว่าคนในยุคใหม่อย่างเราเริ่มกลับไปมองหาสิ่ง ทีล่ ะเมียดละไม จับต้องได้ ผิวสัมผัสทีม่ ากกว่าการกดและสไลด์ หน้าจอ ผมก็คิดเหมือนทุกคนนี้แหล่ะ ติดแค่ผมทำ�นิตยสาร ออนไลน์ แผ่นภาพดิจิตอลที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต ลูบไม่ได้ คลำ� ไม่โดน พื้นผิวแข็งโป๊กเย็นเฉียบคล้ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ (ก็มันคือหน้าจอนี่แหล่ะ) ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ผมจึงต้อง ทำ�นิตยสารออกมาในรูปแบบนี้ แต่ถึงยังไงผมก็ภูมิใจกับ PIE มากๆ และแอบคิดสิ่งที่จะมาชดเชยความรู้สึกตรงนี้แล้ว โดยคิดจะทำ�นิตยสารทำ�มือเล็กๆ มาหลอกขาย เอ๊ย มาแบ่ง ความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกท่าน ส่วนจะออกมาให้เห็นเมื่อไหร่นั้น ฟ้าดินเท่านัน้ ทีจ่ ะรูไ้ ด้ แต่หวังว่าจะเป็นเร็วๆ นี้ สุดท้ายนีข้ อบคุณ ทุกท่านที่เปิดเข้ามาอ่าน PIE และผมขอจบบทสนทนานี้ด้วย คำ�คมทีว่ า่ ...หน้าฝน มีฝน หลังฝน มีรงุ้ ...อัย๊ ยะ เข้าใจตรงกันนะ สุรเชษฐ์ ศิลปบรรเลง PIE MAKER

4


5


CONTENTS want or need by Jackkrit Anantakul

Falling in The Isolated Land with suthipa kamyam

“NO RAIN NO RAINBOW”

6

SHE IS Neuter Lover


ISSUE # I1

PIE ONLINE MAGAZINE The Uni_Form Design Studio

SPECIAL INTERVIEW NAOSHI SUNAE

PIE ONLINE MAGAZINE

PHOTO SET BY Supphariksh Phattrasitthichoke

100/99 Chaiyaruk Village’ soi 55 Sukapibal 5 road, O-ngoen, saimai, bangkok, thailand , 10220

7

ANIMALISM BY LIMO

tel : 08 0233 5492 E-MAIL : pieonlinemag@gmail.com www.pieeveryday.com www.facebook.com/piemagazine2013 IG : PIEONLINEMAGZINE


PIE UPDATES

Colour o’clock

Colour o’clock นาฬิกาติดผนัง สไตล์มินิมอล ถึงตัวเรือนสีขาวนวล แบบไร้ตัวเลขและเข็มบอกเวลาสีดำ�อาจ จะดูธรรมดาทั่วไป แต่เขาแอบเก๋ตรง ด้านล่างมีช่องกลมๆ เป็นสีสดใส ซึ่ง จะเปลี่ยนทุกชั่วโมงรวม 12 เฉดสีเลยนะ ต่อไปเราดูนาฬิกาก็ไม่ต้องมองตัวเลข กันแล้ว จำ�เป็นสีแทน นาฬิกาเรือนนี้ ออกแบบโดย Duncan Shotton design Studio โปรดักส์อื่นๆ ของเขา ก็น่ารักน่าสนใจไม่น้อยติดตามต่อได้ที่ www.dshott.co.uk

8


Time Paper Poster ON Time

ที่อยู่อาศัยเดี๋ยวนี้พื้นที่น้อยขนาดแมวดิ้นตายแต่ก็ยังแพงแสนแพง มาดูของแต่งบ้านที่ ประหยัดเนื้อที่กันดีกว่า กันนาฬิกากระดาษ Time Paper ดูเผินๆ อาจเหมือนโปสเตอร์ แปะผนังสวยเก๋ แต่มองไปสักพักมีเข็มเวลาขยับโชว์ซะงั้น Time Paper ออกแบบโดย D-Bros แบรนด์โปรดักส์จากญี่ปุ่น น้ำ�หนักเบาขนย้ายสะดวก (ก็แน่แหล่ะ แบนเป็น กระดาษซะขนาดนั้น) เก็บง่ายไม่เปลืองพื้นที่ เรียบเก๋ดูดีสุดๆ มีหลายลายให้เลือกสรร ติดตามได้ที่ www.d-bros.jp/brand/timepaper/

9


Fondue Slipper

กว่าจะหารองเท้าสักคู่ช่างยากเย็น เดินทั่วห้างจนขา ล้าก็ยังไม่ถูกใจหรือใส่ยังไงก็ไม่พอดีสักที เดี๋ยวคับไป เดี๋ยวหลวมไป ต้องนี่ Fondue Slipper รองเท้า ที่ใส่แล้วพอดี๊พอดีกับเท้าคุณ แถมยังทำ�เองได้อีก ด้วย ไอเดียเก๋เลิศแบบนี้ก็ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องเป็น ญี่ปุ่น (อีกแล้ว) ออกแบบโดย Satsuki Ohata โดยจะมีชุดอุปกรณ์ที่ทำ�ได้เองที่บ้าน วิธีการก็ไม่ยาก เตรียมอุปกณ์ที่มีอยู่ผสมรวมกัน ต่อจากนั้นก็เอา เท้าจุ่มลงไปเหมือนวิธีที่เรากินฟองดูเลยล่ะ (แต่คงจะ รู้สึกแปลกสักหน่อย ก็นี่มันเท้านี่นะ) รอให้แห้งแล้ว ลอกออก เรียกได้ว่าพอดีเป๊ะ! ไม่มีรองเท้าคู่ไหนพอดี เท่านี้แล้วล่ะ กันคนอื่นมาแอบใส่ได้ด้วย (เพราะมัน พอดีเป๊ะจริงๆ)

10


Desserts Legs

ลองจินตนาการดูว่าหากของหวานสุด โปรดของเรามีชีวิตขึ้นมาจะเป็นยังไงนะ งานจาก Camila Valdez ศิลปินสาว วัย 29 ปี ชาวอาเจนตินา เธอชื่นชอบ ขนมหวานเป็นอย่างมาก จึงสร้างงาน ศิลปะเป็นโดยทำ�ให้ขนมเหล่านี้ดูมีชีวิตขึ้น โดยการใส่ขาเข้าไปแต่งเติมเสริมด้วย ถุงเท้าและรองเท้าน่ารักๆ ในอิริยาบท ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคัพเค้ก โดนัท ไอศกรีม โดยเธอเลือกใช้วัสดุในการ ทำ�ที่หลากหลายทั้ง fiberglass, epoxy เรซิน ฯลฯ สาวๆ ผู้หลงใหล ขนมหวานเห็นแล้วต้องหลงรักแน่นอน

11


Coca-Cola Bio Cooler

การขาดแคลนต่อปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำ�ให้เกิด ไอเดียและส่ิงประดิษฐ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ แม้แต่ใน พื้นที่อากาศร้อน และไม่มีไฟฟ้าคุณก็สามารถ ดื่มโค้กได้อย่างเย็นฉ่ำ�เหมือนแช่อยู่ในตู้เย็นเลยล่ะ ก็โค้กเขาร่วมกับ Leo Burnett Colombia ผลิตตู้แช่เย็น Bio Cooler โดยไม่ต้องใช้ ไฟฟ้า โดยตัวเครื่องเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสสี่ขาและ ปลูกต้นไม้อยู่ด้านบน โดยใช้ทฤษฎีการให้ความ เย็นแบบโบราณ ระบบความเย็นนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ ต้นไม้ได้รับแสงอาทิตย์และน้ำ�ระเหยเป็นไอ ด้าน ในมีกระจกและแก๊สเหลว ที่จะทำ�ปฏิกิริยาให้เกิด ความเย็น อาจจะฟังดูยากไปหน่อย แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้เรามีตู้เย็นที่ไม่ต้องใช้ไฟใฟ้ให้สิ้นเปลือง พลังงานแล้วล่ะ น่าชื่นใจจริงๆ ขอไปดื่มโค้ก เย็นๆ สักกระป๋องก่อนนะ

Cheeseeeee

Chobi Cam Cheese กล้องชีสจิ๋ว น่ารักสุดๆ ไม่ ต้องบอกกก็รู้ว่าต้องสัญชาติญี่ปุ่น ความน่ารักอยู่ตรง รูปทรงและสีที่เหมือนก้อนเนยแข็งสามเหลี่ยมที่เล็กมากๆ เท่ากับชีสของจริงเลยก็ว่าได้ แต่ฟังก์ชั่นหลากหลายทั้ง ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ และยังอัดเสียงได้อีกด้วย จิ๋วแต่ แจ๋วจริงๆ นะเรา เอ้า “Cheeseeeee”

12


Stick it & Save all

มาดูโครงการดีๆ จากนักออกแบบบ้านเรากันบ้างกับ “Stick it & Save all“ โครงการงานออกแบบ เพื่อการกุศลที่เราได้เชิญชวนเพื่อนๆ นักออกแบบเรขศิลป์ ร่วม 30 คน มาสร้างสรรค์ภาพประกอบ งานสัญลักษณ์ งานตัวอักษรและกราฟฟิกดีไซน์ ในหัวข้อเกี่ยวกับการ อนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและการป้องกันภัยพิบัติ โดยเราจะนำ�ผลงานทั้งหมดมาผลิตในรูปแบบสติ๊กเกอร์ และวางจำ�หน่ายในโอกาสต่างๆ เพื่อนำ�รายได้ทั้งหมด หลังการหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับ ‘กองทุนบ้านพอดี พอดี’ ที่ทางกองทุนนี้เขาจะนำ�เงินไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย แผ่นดินไหวในภาคเหนือด้วย โครงการดีๆ แบบนี้ อย่าลืม สนับสนุนกันนะ ติดตามที่ www.facebook.com/TheUniFormDesignStudio www.facebook.com/PordeePordee

13


14


Happy Blue

งานนิทรรศการครั้งที่ 2 ของจักรกฤษณ์ อนันตกุล หลังจากเมื่อต้นปีได้จัดครั้งแรกมา ระยะเวลา 5 เดือน หลังจากผ่านนิทรรศการแรกมา เกิดช่วงเวลาต่างๆ ทั้งสับสน ร้าย และดี แบบไม่ทันตั้งตัว ‘Happy Blue’ จึงเหมือน Visual Diary ของจักรกฤษณ์ ที่ระบายออกมาเพื่อรักษาตัวเองให้ดีขึ้นจากช่วงเวลาที่ เดินทางผ่านมาเกือบครึ่งปีที่แสนจะเร็วและมากมายด้วย เรื่องราว นิทรรศการจะมีวนั ที่ 27 มิถนุ ายน (ปาร์ตเ้ี ปิดงาน 1 ทุม่ ) 27 มิถุนายน - 27 กรกฎาคม 2557 นี้ ที่ GOJA Gallery Cafe สุขุมวิท 71 ปรีดีพนมยงค์ ซอย 3 ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/gojaphrakanong

15


ห้องเรียนพอดี พอดีิ

ห้องเรียนพอดี พอดีิ ห้องเรียนจาก ความร่วมมือของ สถาปนิก วิศวกร ศิลปินหลากหลายสาขาอาชีพ และ หน่วยงาน องค์กรมากมาย ที่ช่วย กันผลักดันโครงการนี้ ให้น้องๆ นักเรียนที่โรงเรียนได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จังหวัด เชียงราย มีห้องเรียนที่ปลอดภัยใน ระยะเวลาเร่งด่วน ตามหลักแนวคิด ง่ายพอดี ราคาพอดี เบียดเบียนโลก แต่พอดี และอุ่นใจพอดี 01. โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำ�บลเมืองพาน ออกแบบโดย สถาปนิก คุณสุริยะ อัมพันศิริรัตน์ 02. โรงเรียนบ้านท่าฮ่อ ออกแบบโดย สถาปนิก คุณกรรณิการ์ รัตนปรีดากุล 03. โรงเรียนธารทองวิทยา (ป่ารวก) ออกแบบโดย สถาปนิก คุณฉัตรพงษ์ ชื่นฤดีมล 04. โรงเรียนบ้านหนองบัว ออกแบบโดย สถาปนิก คุณจูน เซคิโน 05. โรงเรียนบ้านทุ่งฟ้าผ่า (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหัวริน) ออกแบบโดย สถาปนิก คุณจีรเวช หงสกุล 06. โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ� ออกแบบโดย สถาปนิก คุณปิตุพงษ์ เชาวกุล 07. โรงเรียนโป่งแพร่วิทยา ออกแบบโดย สถาปนิก คุณทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ� 08. โรงเรียนบ้านดอยช้าง ออกแบบโดย สถาปนิก คุณชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ 09. โรงเรียนห้วยส้านยาว ออกแบบโดย สถาปนิก ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ

facebook.com/PordeePordeeNetwork

16


17


18


19


20


PIE THINK

Want or Need by Jackkrit Anantakul

ไม่รู้ผมโชคดีหรือโชคร้าย เพราะที่ผ่านมามักได้ทำ�งานแบบไม่ค่อยอึดอัดสักเท่าไหร่ สามารถ จบงานได้ไวและได้รับค่าจ้างแบบไม่โดนกดราคา โดยส่วนหนึ่งในงานที่ผมได้ทำ�มา จะมีคำ�อยู่ สองคำ�แอบอยู่ในนั้นเสมอคือคำ�ว่า “Need” และคำ�ว่า “Want” ซึ่งฟังดูเกือบจะเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสองคำ�นี้ถูกแยกกันอย่างชัดเจน อย่างแรกเลยลูกค้าที่ผ่านมาส่วนใหญ่ทำ�การบ้านมาระดับหนึ่งว่าเขา Want และ Need อะไร “Want” ผมต้องออกตัวก่อนว่าผมก็เป็นตัวเลือกตัวหนึ่งที่เขาต้องการงานที่มีลักษณะในแบบที่ เป็นผม เมื่อเขาทำ�การบ้านมาแล้วว่าบุคลิกผมนั้นตรงกับสิ่งที่เขาต้องการ เขาจึงเลือก (ขยาย ความง่ายๆ คือ ถ้าคุณอยากได้กระเป๋าลายโมโนแกรมของหลุยส์ วิตตอง คุณคงไม่เดินเข้า ชาเนลแล้วบอกว่าอยากได้กระเป๋าที่เหมือนของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ด้วยที่เขาจะ ทำ�ให้! แต่คุณอาจเกิดเปลี่ยนใจอยากได้กระเป๋าชาแนลนั่นเป็นอีกเรื่องนึง เพราะในตลาดมีตัว เลือก ชึ่งนี่อาจเป็นสิ่งที่ต้องแข่งขันกันในกลยุทธทางการตลาดของการเป็นตัวเลือก) ในขั้นตอนหลังจากนั้นคือจุดแรกที่ทั้งคู่ (ผมและลูกค้า) ก็ต้องทำ�การบ้านเช่นกัน พอถึงเวลาที่ ทั้งคู่ตกลงปรงใจกันว่าจะทำ�งานร่วมกัน ลูกค้าก็จะส่งข้อมูลที่เขา “Need” มาให้ ข้อมูลจะถูกส่งมาเพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารคืออะไร นักออกแบบก็จะนำ� ข้อมูลนั้นมาทำ�ความเข้าใจและแปลงออกมาเป็นภาษาภาพ แต่ในขั้นตอนนี้นักออกแบบควร เข้าใจและสามารถแนะนำ�ทางเลือกที่ดีขึ้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญ (บางครั้งเองลูกค้าก็ไม่รู้ว่าจริงๆ เขา Need อะไร เราควรวิเคราะห์อาการออกมาประหนึ่งตรวจคนไข้) และให้เกิดการ

21


แลกเปลี่ยนแชร์ซึ่งกันและกัน และเราต้องอย่าลืมว่าเราไม่ได้รู้ทุกเรื่องฉะนั้นเปิดใจ แต่ เห็นด้วยหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน นั้นอีกเรื่องหนึ่ง *จะเห็นได้ว่าจุดนี้เรื่องนี้มีความสำ�คัญในขั้นตอนทำ�งาน เมือ่ เราทำ�การบ้านเรือ่ ง data หรือข้อมูลทีล่ กู ค้าให้มาจบแล้ว ขัน้ ตอนต่อไปคือการลงมือ ทำ� และทางลูกค้าก็รอรับงานด้วยความตืน่ เต้น โดยทีข่ น้ั ตอนนี้ แน่นอนว่าลูกค้าอาจจะ คาดหวังทีจ่ ะได้งานทีด่ เู หมือนกับงานทีเ่ ราเคยทำ�กับลูกค้าคนก่อนๆ หรือตืน่ เต้นว่าเราจะ ทำ�อะไรออกมาให้เขา ขัน้ ตอนนีแ้ หละทีก่ ดดันนักออกแบบ เพราะเราเองอยากพัฒนางาน ให้ดขี น้ึ ไปอีกและมันไอ้การพัฒนาต้องนีแ้ หล่ะทีอ่ าจจะสร้างความเซอร์ไพรส์ให้แก่ตวั ลูกค้า ซึง่ บางครัง้ ถ้าเป็นความเซอร์ไพรส์ทด่ี กี ด็ แี บบสุดๆ แต่ถา้ เป็นความความเซอร์ไพรส์ทแ่ี ย่ ก็ อาจจะแย่เอามากๆ ในขัน้ ตอนนีบ้ างคนอาจเกิดอาการกล้าๆ เกร็งๆ ในการทำ�งานบ้าง แต่ในที่นี้เราก็จะถกกันอีกในเรื่องสิ่งที่เขา Need ว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไรกับงานนั้น ซึ่ง บางครั้งเราต้องฟังมุมมองของลูกค้าด้วย แต่ถ้าเราถกกันในสิ่งที่เขา Need แล้วกลับได้ ในสิ่งที่ลูกค้า Want มาด้วย ก็โอเค ไม่มีปัญหา แต่กรณีที่ยากที่สุดคือ ลูกค้าของเราก็ทำ�งานให้เพื่อลูกค้าของเขาอีกทีเช่นกันและนั้น ทำ�ให้เราเข้าไม่ถึงการคุยในจุดของ Need จริงๆได้ แม้เราเข้าใจว่าลูกค้าของลูกค้า Need อะไรจริงๆ แต่ลูกค้าเรา Want อีกอย่าง งานอาจจะจบยากเพราะลูกค้าเราเขา จะรู้ว่าเขา Want อะไร แต่สิ่งนั้นมันอาจจะไม่ตรงกับ Need ของลูกค้าของเขา กลับมาสู่ที่เกริ่นตอนต้นมาแต่แรกว่าไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย เพราะส่วนใหญ่ในบ้านเรา ยังเลือกใช้นักออกแบบที่คิดว่าทำ�อะไรก็ได้ที่ “ฉัน Want อยากให้คุณทำ�” และนัก ออกแบบอย่างเราก็จะเจอประโยคคุ้นเคยกันดีแบบ “ผมอยากได้สีนู่นสีนี้ อันนี้เล็กไป ขยายอันนี้หน่อย ผมอยากให้คุณทำ�แบบนู่น ทำ�แบบนี้” คุยกับลูกค้าครั้งต่อไป ลองสังเกตสิ่งที่ลูกค้าบอกคุณดีๆ นะครับว่าเขาแค่ Want มัน หรือเขา Need มันจริงๆ ลองไปคิดกันดูนะ

22


23


THANK FOR YOUR SUPPORT

24


25


PIE TALK

Falling in The Isolated Land with suthipa kamyam เพิ่งผ่านไปหมาดๆ กับงานนิทรรศการ The Isolated Land ของ เตย-สุทธิภา คำ�แย้ม ที่ จัดขึ้นที่ Potion Gallery สุขุมวิท 31 บอก ตรงๆ ไม่เคยรูจ้ กั น้องเขามาก่อน แต่พอเห็นงาน สวยกริ๊บละเอียดยิบ แถมได้อารมณ์แบบนี้ จึง อยากขอไปทำ�ความรู้จักสักหน่อย ลองมารู้จัก ศิลปินหน้าใหม่งานสวยรักธรรมชาติคนนีไ้ ปด้วย กันนะครับกับ เตย-สุทธิภา คำ�แย้ม 26


27


เตยเรียนจบอะไรมาครับ

เตยเรียนกราฟฟิกมาจบทัศนศิลป์ จุฬาฯ แล้ว มาทำ�งานที่บริษัท Default ตอนนั้นก็ทำ�แต่ กราฟฟิกอย่างเดียวเลย ทำ�อยู่ที่นั้นสองปี ก็ได้ ความรู้เยอะ เพราะตอนนั้นที่เตยไปทำ�ก็เป็น ลูกมือคนเดียวเลย คอยช่วยงานพี่ๆ เขา

ก่อนไปเรียนทำ�งาน Drawing แบบนี้บ้างไหม

แล้วทำ�ไมถึงไปเรียนต่อ

อยากไปอยู่ที่ใหม่ๆ ไปเจออะไรใหม่ๆ บ้าง เลยไปเรียนที่ โกเทนเบิร์ก สวีเดน เพราะที่นั่น ในเวลานั้นเขาเรียนฟรี เป็นโครงการของรัฐบาล แล้วที่นั่นก็ไกลดี (???) คือเราไม่รู้ว่าที่นั่นเป็น ยังไง บรรยากาศเป็นยังไง ผู้คนเป็นยังไง มัน น่าสนใจ

ไม่เลย เมือ่ ก่อนไม่เคย Drawing เลย ทำ�แต่งาน กราฟฟิก อาจจะเป็นเพราะที่โน่นเขาเรียนรวมกัน เป็นแบบสตูดิโอ เราก็จะเห็นคนอื่นๆ เขาทำ�งาน อันโน้นอันนี้ บางคนก็ทำ�ไม้ บางคนก็ปั้น บางคน ก็วาดรูป เราก็สนใจ เตยเคยลองทำ�งานปั้น ลองทำ�งานไม้ ลองมาหลายแบบแล้วเหมือนกัน การเรียนกับคนหลายแบบมันก็ได้มุมมองที่ต่าง ออกไปนะ บางคนก็จะมองงานเราด้วยความคิด ของคนทำ�เฟอร์นิเจอร์หรือสายที่เขาถนัด ซึ่งก็ได้ มุมมองใหม่ๆ เยอะ มันเป็นจุดประสงค์ของคอร์สนี้ อยูแ่ ล้ว ทีจ่ ะให้คนทีม่ าเรียนแลกเปลีย่ นมุมมองกัน สอนกันเองด้วยส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่อง Drawing ตอนแรกก็ให้เพื่อนสอน ลองแล้วก็ชอบ

ไปเรียนต่อสาขาอะไร

อารมณ์ของเมืองที่ไปอยู่เป็นไงบ้าง

เรียนที่ HDK-School of Design and Crafts วิชาทีเ่ ตยไปเรียนชือ่ Individual Specialization มันจะเป็นการเรียนแบบ Independent Study คือเป็นคอร์สทีเ่ ราจะทำ�อะไรก็ได้ ไม่มกี ารแล็กเชอร์ เราจะไปคุยกับอาจารย์คนไหนก็เข้าไปคุยได้ สนุกดีได้ทำ�อะไรหลายๆ อย่าง วิธีการสอนของ เขาก็ดี ที่โน่นการสอนเขาจะเปิดกว้างมากคือ ไม่มีอะไรที่ถูกหรือผิด อาจารย์เขาจะพยายามให้ เราพัฒนาในแบบของเรา

ที่เมืองโกเทนเบิร์ก ออกจากเมืองไปครึ่งชั่วโมง มันก็เจอป่าแล้ว ไปเดินป่าทุกอาทิตย์เลย ก็ชอบ บรรยากาศของเมืองแบบนั้นด้วย คนจะน้อยๆ ห้าโมงเย็นก็เงียบแล้ว เราก็ทำ�งานอยู่บ้านหรือไม่ก็ ไปบ้านเพื่อนนั่งคุยกัน เมืองจะเล็กๆ อยู่กันง่ายๆ บ้านเมืองเขาสนใจงาน art มากไหม

คิดว่ามากนะคะ คนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนทาง สายศิลปะ เขาก็ให้ความสนใจนะ ร้านขาย

28


29


ของดีไซน์ก็เยอะ ประเทศเขาดังในด้านนีอ้ ยูแ่ ล้ว แล้วคนในเมืองทีเ่ ตยไปอยู่ เขาชอบแต่งบ้าน แต่งบ้านกันแบบจริงจังเลย เขาให้เหตุผลว่า เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ที่บ้าน พวกงานเขียน รูปเขียน งานศิลปะเลยขายดีไปด้วย

เอางานเขามาคอลลาจบ้าง จริงๆ ก็เคยคิดจะไป ฝึกงานในสายกราฟฟิกเหมือนกัน แต่เราก็กลัวจะ เบื่อ อยากได้เห็นการทำ�งานมุมอื่นบ้าง

ได้ไปฝึกงานที่โน่นด้วย

ไม่เคยวาดคนเลย เตยชอบเดินป่านะ แต่ไม่ใช่ป่า โหดๆ นะ แบบสบายๆ แล้วชอบถ่ายรูปวิว ชอบ ธรรมชาติตั้งแต่เด็กๆ เลย งานบางชิ้นก็เป็นสัตว์ ป่าที่กำ�ลังสูญพันธ์ุ เป็นนกหายาก เราก็จะเห็นมา

ค่ะ เป็นสตูดิโอของ Cooper & Gorfer เขา เป็นช่างถาพ เตยก็ไปช่วยทุกอย่างนะ ตั้งแต่ ถือไฟ จนถึงวาดภาพประกอบกับงานภาพของเขา

งานเตยจะเน้นที่ธรรมชาติ ต้นไม้ สัตว์ ซะมาก วาด อย่างอื่นบ้างไหม วาดคนหรืออะไรแบบอื่น

30


วาดสมัยอยู่ที่โน่น เป็นรูปบ้านหลังเล็กๆ บ้านเป็นรูป สามเหลี่ยมเลย เป๊ะเลยนะและด้านหลังเป็นหน้าผา ซึ่งเหมือนในนิทานมาก ดูไม่จริงแต่มีบ้านหลังนั้นอยู่

จากที่เราไปเที่ยวซะส่วนใหญ่หรือจากในสารคดี งานของเตยมันจะไม่ได้เหมือนจริงซะทีเดียว ใน รายละเอียดจะผสมกับจินตนาการของเรา มันจะ อยู่ระหว่างกึ่งจริงกึ่งไม่จริง เหมือนงานจบที่สวีเดน เตยทำ�ภาพประกอบโดยไปคุยกับคนในเมือง บางคน เขาก็เล่าเรื่องชีวิตเขา บางคนก็เล่านิทานพื้นบ้าน ให้ฟัง เราก็เอามาเขียนซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าเรื่องที่ เขาเล่ามาจริงหรือเปล่า มันเหมือนทุกอย่างมันเป็น เรื่องเล่าและจะมีความไม่จริงซ่อนอยู่ในนั้น เตย ก็สนใจความคิดแบบนี้ด้วย มีอยู่งานหนึ่งที่เตย

ถามถึงงาน ที่เพิ่งจัดแสดงไปหน่อย

ชือ่ The Isolated Land หมายถึง เกาะทีแ่ ปลกแยก เกาะทีห่ า่ งไกลโดนทอดทิง้ คล้ายๆ เกาะแถวอินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่จะมีเกาะเล็กๆ ที่คนไม่รู้จักเยอะ แล้ว เกาะพวกนี้จะมีพืชหรือสัตว์แปลกๆ เยอะ แบบนกที่ เตยวาด ก็จะเป็นนกหายากใกล้สูญพันธ์ุ พวกดอกไม้

31


32


33


34


หรือใบไม้หน้าตาแปลกๆ งานนี้เตยเตรียม งานสามเดือน รีบมากตอนที่เตรียมงานก็ ทำ�งานอื่นๆ ไปด้วย เหนื่อยมาก แต่ก็มี คนมาดูเยอะกว่าที่คาดไว้

เยอะด้วย มันก็กนิ จิตมากกว่า (กินจิต?) งานอดิเรก

ชอบท่องเที่ยว ไปเที่ยวป่าแถวๆ ประเทศ เพื่อนบ้านเราก็ชอบ เตยเพิ่งไปอินเดียมา เตยทำ�งานกับลูกค้าต่างชาติด้วย ต่างจาก ด้วย สนุกดี เหมือนหลุดไปอีกดินแดนหนึ่ง เลย ประเทศเขามีเอกลักษณ์สูงมาก แล้วก็ ลูกค้าบ้านเราไหม ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เขาจะให้เกียรติใน อ่านหนังสือ ฟังเพลงบ้าง เรื่องอื่นๆ ไม่ การตัดสินใจของเรา ส่วนลูกค้าบ้านเรา ค่อยมีอะไร เรื่องแฟชั่น เรื่องเทรนด์นี่ ไม่ จะจุกจิก เปลี่ยนสี เปลี่ยนโน่นนี่ จะเยอะ ค่อยสนใจเลย เป็นคนไม่แต่งหน้าด้วย แต่ หน่อย อาจจะต้องคุยกับเขาดีๆ แนะนำ�ให้ ไปงานก็แต่งหน้านะ แมกกาซีนผู้หญิงก็ไม่ ความรู้เขา ถ้าบอกเขาดีๆ ค่อยๆ อธิบาย ค่อยได้อ่านเท่าไหร่ ลูกค้าก็จะเข้าใจ มีโปรเจ็กต์ต่อไปที่คิดๆ เอาไว้ไหม

ตอนนี้สนใจพวก “นก” อยู่ รู้สึกมันมีราย ละเอียดเยอะ ที่ปกติเราไม่ได้สังเกต และ ต่างนะ งานกราฟฟิกเหมือนทำ�แบบชิว รายละเอียดเล็กๆ ในตัวมันก็มีฟังชั่นการใช้ กว่า ก็ยากนะแต่ไม่คิดมากเท่างานศิลปะ งานด้วย ในส่วนของตัวงานก็อยากลองทำ� งานศิลปะมันใช้พลังมากกว่า ทำ�ลายจิตใจ ขนาดใหญ่มากๆ ดู ให้เหมือนเข้าไปในงาน มากกว่า (???) อย่างชิ้นใหญ่ ก็ประมาณ ได้เลย แล้วอยากออกมาทำ�สตูดโิ อของตัวเอง สองอาทิตย์ เวลาทำ�ก็จะคิดเยอะ ช่วงที่ เหมือนกัน ตอนนี้ทำ�งานอยู่ที่บ้าน ส่วน ทำ�งานชิ้นหนึ่ง กิน นอน ก็คิดถึงแต่งาน ของตัวงานอยากลองทำ�พวกลายผ้ามากขึ้น ชิ้นนั้นตลอด งานศิลปะมันเป็นเรื่องอารมณ์ อาจเป็นพวกของแต่งบ้านต่างๆ ทำ�งานศิลปะกับทำ�งานกราฟฟิก อารมณ์ต่างกันไหม

35


UnCENSORED

The Weather Diaries

Velour

36


Poetry of Ichthyology

งานที่ประทับใจ

The Weather Diaries / ภาพประกอบสำ�หรับ นิทรรศการ Nordic Fashion Biennale 2014 จัดแสดงที่ Frankfurt, Germany : ชอบเพราะ ผลที่ออกมาดีเกินที่คิดไว้ (เป็นความดีของคนเอา ไปใช้) คือเหมือนส่งเสริมให้ภาพมีพลัง และใช้ จนรู้สึก impact

Velour / ออกแบบแบบลายผ้าให้ Velour : ชอบเพราะเป็นงานแรกที่จับด้านนี้ ได้ทำ�งาน กับกลุ่มคนในสายอื่นๆ เช่น คนคุมแบรนด์ คน ออกแบบแฟชั่น ช่างภาพทำ�ให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และในสภาพสังคมที่ต่างออกไป เช่น วิธีคิด วิธี ทำ�งาน ข้อจำ�กัด เทคนิคต่างๆ

Poetry of Ichthyology / วาดภาพสัตว์ใต้ ทะเลให้รีสอร์ต Beach Club by Haad Tien, เกาะเต่า : ชอบเพราะเป็นอีกช่วงที่ทำ�งานหนัก แต่สนุก เริ่มจากได้ทำ�งานกับคนที่ชอบสัตว์ พูด คุยแลกเปลี่ยน ได้หาข้อมูล และพบเรื่องต่างๆที่ น่าสนใจและสุดท้ายได้สร้างสิ่งที่อยากเห็นร่วมกัน

Uncensored ออกแบบ Campaign ให้ UnCENSORED : ชอบเพราะ ตั้งแต่เริ่ม เป็น งานที่มีเนื้อหาเรื่องราวค่อนข้างเยอะ แต่ต้อง รวมออกมาเป็นสีแนวทางและรวมๆ ถือว่าเป็น งานกราฟฟิกที่สนุกและอิสระ

37


suthipakamyam.com

38


39


SHE

PIE TALK

IS Neuter Lover

40


Neuter แปลว่า ไม่มีเพศ, Lover แปลว่านักรัก รวมกันเป็นยังไงไปตีความกันดูเอาเอง แต่ที่แน่ๆ นี้คือ ชื่อในการสร้างสรรค์งานเพลงของ ตั๋ม-อภิชญา ไชยพยอม ศิลปินหญิงผู้รักและทุ่มเทให้กับงานเพลงที่ ตนเองชื่นชอบ ผมเห็นภาพพี่ตั๋มใน youtube ครับ สิ่งที่ผมเห็นและได้ยินคือผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่หมวกรูป สุนขั และตีขมิ อยูใ่ นบรรยากาศของเพลงบรรเลงทีม่ ดึ หม่น เหมือนผมเห็นเมโลดีง้ เพราะๆ ง่ายๆ แต่ลงตัว กำ�ลังเดินอยู่ท่ามกลางถนนที่เว้งว้าง วันนี้เรามีโอกาสมาเยี่ยนถึงบ้านของ พี่ตั๋ม เพื่อมาฟังเรื่องเล่่าถึง เส้นทางชีวิตที่มีซาวด์เป็นของตัวเอง ของ ตั๋ม-อภิชญา ไชยพยอม หรือ Neuter Lover

เริ่มเล่นดนตรีตอนไหนครับ

Neuter Lover : จริงก็เล่นตั้งแต่แปดขวบ คือ เล่นดนตรีไทย แต่ถ้าเริ่มเล่นแบบเป็นวงเลยก็ ตอนเรียนนิเทศศิลป์ ที่ศิลปกร ตอนนั้นเล่น กีตาร์ ตั้งวงกับเพื่อนเล่นกันเอง ช่วงนั้นเป็นยุค ‘90 ตอนแรกๆ ก็แจมกับวงของเพื่อนๆ ผู้ชาย ตอนนั้นอยากเล่นเพลง I Wil Survive เวอร์ชั่น ของวง Cake มาก แต่ผู้ชายไม่เล่น สุดท้ายก็ เป็นผู้หญิง 4 คน ก็เล่นเพลงของพี่อรอรีย์ พวก ​ Zombie ก็เล่น วง Garbage, The Stone Roses ก็ไม่ได้กำ�หนดว่าเราจะเล่นของวงนี้แนว นั้นแนวนี้ ฟังเพลงไหนแล้วอยากเล่นก็เล่น วง เราตอนนั้้น มีกีตาร์ 2 คน ร้อง 2 คน ผลัด กัันร้องกับปิ่น (ปารดา มหาเปารยะ) ที่ตอนนี้ อยู่วงจระเข้บัว ซึ่งถ้าเป็นเพลงผู้ชายเราจะเป็น คนร้องเพราะเสียงห้าว

41

พอเรียนจบล่ะครับ

Neuter Lover : ก็แยกย้ายกัน ไม่ได้ทะเลาะ กันหรืออะไรนะ เพราะเรากับเพื่อนก็จะแต่ง เพลงแล้วมาแชร์กันฟังตลอด พอมาฟังแล้ว มันเริ่มชัดว่าคนละแนวกัน อย่าง ยูน (พยูณ วรชนะนันท์) มือกลอง ก็ไปเป็นกราฟฟิก ดีไซเนอร์อยู่ที่ญี่ปุ่น โอ๋เขาก็ชอบซาวน์แบ บดิบๆ ก็ไปทำ�วง Styrene Jungle ก็เลย แยกกันไปโดยปริยายเพราะทุกคนเจอทางของ ตัวเอง อย่างของเราก็เริ่มรู้แนวทางของตัวเอง ช่วงปีสามขึ้นปีสี่ เราเรียกว่าเพลงผีบอกเลย นะ เพราะอยู่ดีๆ ก็ฝันว่าอยู่ในห้องซ้อมกับ เพื่อนแล้วก็เล่น เพลงนั้นคือเพลง End ตอน นั้นพี่ชอบดนตรีช่วงยุค ’90 ชอบ Bjork มาก ตัวเพลง เอ็มวี ทุกอย่างของเขามันเป็นอาร์ต หมด ในขณะเดียวกันก็ชอบ Britpop อย่าง


Radiohead ไปจนถึงพวกฮาร์ดคอร์ แต่ก็ยัง ไม่รู้ว่าแนวของตัวเองคืออะไร พอฝันถึงเพลงนี้ ก็หาเจอตัวเองเลย เริ่มแน่ใจ ก็อัดเสียงไปทีละ แทร็กแต่ยังไม่ได้คิดเนื้อร้อง เอาไปให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็งงว่าทำ�ได้ยังไง หลายคนที่ฟังเขาก็ชอบ

เพลงของในนิตยสาร DDT ขณะเดียวกันก็เป็น ช่วงที่ได้รู้จักกับพี่นอร์ (วีระยศ เตยะราชสกุล) ด้วย เขาก็เลยดึงเข้าไปค่าย Spicy Disc แต่ตอน นั้นปี 2004-2005 การเมืองยังไม่นิ่ง ของเราเขาก็ อยากทำ�นะ แต่อยากจะลองปรับเพลงของเราให้ มันดูใสขึ้นดีไหม แต่พอทำ�ออกมาแล้วมันไม่รอด ได้รางวัลของแฟตเรดิโอ แล้วเพลงก็ได้ลงในซีดี ซึ่งตอนนั้นเราก็ใหม่มากด้วย ก็เลยหยุดไว้ก่อน ก็ เลยเปลี่ยนไปทำ�เพลงกับวง Acid Lily เป็นโปร ของนิตยสาร DDT Neuter Lover : ชื่อเพลง ‘หา’ เป็นช่วงที่ออก เจกต์ที่ทำ�กับคนญี่ปุ่น เจอกันใน My space จากงานเพราะเป็นโรค Computer Syndrom และทำ�เพลงกันผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ช่วงนั้นป๋า เราเป็นคนแรกๆ ของประเทศเลยนะที่เป็นโรค เต็ดก็กำ�ลังจะออกจากแฟตฯ ช่องทางมันน้อยลง นี้ (ภูมิใจดีไหม) ตอนนั้นหมอก็ไม่รู้ว่ามันคือ เลยไม่ค่อยมีที่สำ�หรับเพลงของเรา แต่ก็ได้้รางวัล อะไร อยู่ดีๆ แล้วนิ้วล๊อกเพราะว่าเราใช้แขน จากแฟตฯ นะ ได้รางวัล Bedroom Artist แต่ ใช้คอมพิวเตอร์มากเกินไปแล้วเครียดด้วย หมอ ว่าตอนนั้นเราก็ออกผลงานกับค่ายเพลงแล้วแห ไม่รู้จะทำ�ยังไงเลยให้ไปทำ�กายภาพบำ�บัดก็ไม่ ล่ะ เป็นมืออาชีพแล้วแต่ก็ไม่มีใครค้าน เพราะ หาย สุดท้ายไปเจอหมอนวดคนหนึ่งเขานวดให้ ในช่วงรายการปกติมันเปิดไม่ได้ เขาก็เลยเอาไป คนที่เป็นอัมพาตหาย เลยไปรักษากับเขาก็กลับ เปิดในช่วงนั้นนั่นคือสิ่งที่เขาช่วยเรา ได้ไปเล่นที่ มาดีขึ้น งานแฟตฯ 10 ปี มันเป็นครั้งแรกที่ได้เล่นแบบนี้ จริงๆ ที่ใช้ชื่อ Neuter Lover เพราะว่า Acid ตอนนั้นมีปัญหาสุขภาพ Lily เคยเล่นครั้งหนึ่ง แต่ว่าทางญี่ปุ่นเขามาไม่ Neuter Lover : ใช่ ไม่ได้ทำ�งาน 3 ปี ช่วง ได้ ก็มีปัญหาเยอะจนเลิกทำ�วงนี้ไป แต่ว่ามันได้ นั้นคิดเลยว่าถ้าแขนหายเมื่อไหร่จะทำ�เพลงก่อน กลายเป็นสะพานให้เรา ที่ทำ�ให้ได้รู้จักกับทางวง ก็เลยเริ่มไปเรียนร้องเพลงที่ปราชญ์ มิวสิค แล้ว Death of a Salesman และหลายๆ คนใน ก็เริ่มทำ�เดโมส่งไปแฟตเรดิโอ ช่วง Bedroom วงการที่เราเคยชื่นชม Studio ตอนนั้นพี่โต้ สุหฤท เลือกเพลง ในเด โมนั้นไปเปิด ชื่อเพลง“หา” แล้วก็ได้ลงแผ่นรวม พอผ่านช่วนนั้นมาล่ะครับ 42


Neuter Lover : ช่วงนั้นปริญญ์กับกระชาย วง Death of a Selman (จตุรวิธ ฉัตตะละดา) เขากำ�ลังจะตั้งทีมเปิดสตูดิโอด้วยกัน โดย ใช้ชื่อ SERMATT Studio มาโปรโมท เราก็เอาเพลงให้พวกเขาฟัง เขาก็ อิน เขาเข้าใจเพลงของเรา ก็เลยทำ�ด้วยกันจนเสร็จ แต่กีต้าร์เราไม่ได้เล่น เองนะเพราะว่าเราไม่ใช่นักดนตรี เขาก็มาช่วยเล่น คือแต่ละคนไม่ใช่สาย Shoegaze แต่ก็ทำ�กันออกมาได้ มานั่งเลือกเสียงกันว่า เฮ้ย…เอาอย่าง นี้ดีไหม พอออกมามันก็ดีกว่าที่เราคิด แล้วงานเนี๊ยบมาก สุดท้ายเรื่อง มาสเตอร์ริ่งลองกันหลายคนแต่ไม่จบ ไปจบกับพี่วู้ดดี้ สราวุธ พรพิทักษ์ สุข เราเห็นในซีดีศิลปินหลายๆ คนมีชื่อเขา เลยเอางานไปให้ฟัง แอบ กลัวอยู่เหมือนกันเพราะว่าพี่เขารับแต่งานใหญ่ๆ พี่วู้ดดี้ฟังแล้วเขาก็บอก ว่า “เดี๋ยวพี่ไกล่เกลี่ยให้” (หัวเราะ) สรุปว่าแกก็รับทำ� นั่งคลีนทีละแทร็ก เลย แก้ปัญหาที่ต้นเหตุเลย อัดมาไม่ดีหรือว่าเล่นไม่ดีก็มานั่งแก้ 43


44


45


46


แล้วอีพี I am Neuter Lover นี้มีคอนเซปต์ วิธีคิดยังไงบ้าง

Neuter Lover : คือเป็นความผิดพลาดอย่าง แรงที่เอาตัวเองขึ้นปก (หัวเราะ) แต่ด้วยความ ที่อัลบั้มนี้มันเหมือนเป็นอัลบั้มของเดบิวท์ของ เรา ตอนนั้นก็คิดว่าเราคงจะไปทางสื่อมวลชนได้ มั้ง ที่ตัดสินใจเอาตัวเองขึ้นปกเพราะคิดว่าคนจะ ได้เข้าใจว่าเราเป็นศิลปินเดี่ยว แต่ก็ไม่อยากจะ ไปยืนสวยๆ ก็เลยปรับให้มันดูมึนๆ แล้วก็ตั้งชื่อ อัลบั้มว่า I am Neuter Lover ในความคิดเรา ถึงจะเป็น EP อัลบั้ม ทำ�ไปแล้วคือจบเลย จะ ไม่ทำ�ทีละเพลงแล้วเอามารวม เพราะถือว่า 5 เพลงนั้นมันคือประสบการณ์ของเราตั้งแต่ตอน เด็กจนถึงช่วงนั้น ข้างหน้าก็คือการค้นหาต่อไป จะไม่มีทางเอามารวมกัน วงที่เขาออกซิงเกิ้ลไป เรื่อยๆ แล้วออกมาเป็นอัลบั้มก็โอเค แต่ของเรา มันเป็นช่วงเวลาก้อนหนึ่งที่จะเอามารวมกันกับ อนาคตไม่ได้แล้ว แล้วเอา “ขิม” เข้ามาเล่นได้ยังไง

Neuter Lover : ช่วงนั้นเป็นช่วงที่โปรโมต Neuter Lover อยู่ แล้วพี่โคอิชิเขาจะจัดงานที่ Cosmic Cafe แล้วบอกว่าเอาอะไรไปเล่นด้วย ก็ได้นะ ใน SO:ON มือกีต้าร์เขาก็มีเยอะ เก่ง ด้วย เลยหาเครื่องดนตรีอื่น ที่บ้านมีขิมกับฉิ่ง… ก็เลยเอาเว้ย เล่นเป็นอยู่แล้วหรือเปล่า

47

Neuter Lover : ใช่ ที่บ้านจะเป็นสายดนตรีไทย เดิม นาฏศิลป์ แม่บังคับให้เล่นตั้งแต่ 8 ขวบ คุณตาเป็นคนสอนแต่เราก็เล่นไม่เก่งหรอก ก็ มีกลับมาเล่นบ้างถ้าอยากเล่น ไม่ได้เล่นตลอด ตอนนั้นรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่แนวที่เราชอบ พอเอาไปเล่นแล้วคนชอบ

Neuter Lover : ประมาณนั้น พี่โคอิชิเห็นก็ถาม ว่าอะไรน่ะ เราก็เล่นให้ดู เขาชอบเสียง เลยให้ไป เล่นเป็นวงสุดท้ายร่วมกับ SO:ON เขาเอาไมค์มา จ่อแล้วก็ไปบิดเสียงเป็นซาวด์ Ambien เพราะๆ เล่นโดยที่ไม่ได้เตรียมกันไว้ก่อนเลยเพราะว่าเป็น กฎของงาน มือกลองซึ่งที่ไม่มีใครรู้จักมาตีให้ ดันตีเป็นแนวโพสต์ร็อก แล้วมันเข้ากับเสียงขิม อย่างประหลาด ต่อมาเลยกลายเป็นเพลง Bangkok sky หลังจากนั้นก็เลยรู้ว่าขิมสามารถเล่นเป็นโพส ร็อก เป็น Ambien ได้ แล้วเพราะด้วย แต่ที่เริ่ม รู้สึกว่าต้องเล่นขิมให้ได้หลังจากนั้นเพราะเราได้ ไปดูงานคอนเสิร์ต Stone Free Music Festival ปีแรก แล้วก็คิดว่าถ้าเราเอาขิมมาเล่นที่นี่ได้มัน ต้องมหัศจรรย์มาก นั่งคิดๆ อยู่ พี่ป๊อก (Stylish Nonsense) ก็เดินมาบอกว่า “ตั๋ม ปีหน้าเล่น นะ” พอรู้จะไปเล่นที่งาน Ston Free ก็เลยเริ่ม แต่งเพลงที่ใช้ขิม ปีต่อไปก็เลยได้เอาขิมไปเล่น มี ความสุขมาก เสียงดีมาก หน้าผามันแยกเลเยอร์ เสียงให้เราเลย เพราะมาก แต่อะไรก็ดีไม่เท่ากับ การที่พี่โคอิชิเดินมาบอกว่า “ตั๋มเก่งว่ะ” คือจริงๆ แล้วเคยเอาเพลงไปเสนอที่ SO:ON ก่อนนะ แต่


ที่เล่นคนเดียวจะเปิดกี่แทร็ก หรือเล่นกับวงกี่ ชิ้น พอเล่นผ่านไปหลายๆ งานเริ่มคิดว่าถ้าคน เล่นเยอะก็ยิ่งยาก ตอนหลังเลยมีแค่ กีตาร์ เบส กลอง แล้วที่เหลือก็เป็นเสียงจากคอมพิวเตอร์ ต้องออกแบบเอาตามสถานการณ์ด้วย

ช่วงนั้นเขากำ�ลังจะออก Desktop Error ชุดที่ 2 และเขาต้องดูแลอะไรต่างๆ ในค่ายเยอะมาก เราก็เลยออกเอง เรื่องวิธีการทำ�งาน

Neuter Lover : เป็นคนที่ไม่มีทฤษฎีเลย ไม่ ได้เรียนดนตรี อ่านโน๊ตไม่เป็น จะใช้สัญชาติญาณและการจัดการ บางทีก็ได้มาจากกลอน เปล่า อย่างเพลง Cry ก็เป็นกลอนที่เขียนใน ไดอารี เพลง Fade away ก็เป็นกลอนที่เพื่อน ทางจดหมายเขียนมาให้ มันอยู่ที่ว่าเราจับอะไรได้ ก่อน ถ้าเมโลดี้กับจังหวะมาเมื่อไหร่มันก็เป็นเพลง แล้วล่ะ หรือบ้างที่เราได้ยินเสียงในหัวเรามาเป็น แทร็กครบ สมบูรณ์เลย เพลง Dream on นี่ใช้ เวลาไป 9 เดือน คือคิดออกหมดแล้ว มันอยู่ใน หัวเราแต่ต้องมานั่งอัดไลน์ขิม กีตาร์ กลอง ส่วน เนื้อร้องจะเอามาใส่ทีหลัง มาช้าตอนที่จะทำ�เดโม ตอนนี้วิธีการทำ�งานจะไม่มีสเต็ปตายตัว ขับรถอยู่ บางทีก็มีทำ�นองลอยมาหรือช่วงที่เรานอน

แล้วเรื่องอารมณ์ต่างๆ เวลาเล่นสด

Neuter Lover : อันนั้นต้องบอกจริงๆ ว่าองค์ ลงแล้วค่ะ (หัวเราะ) เราเป็นสายคลีนนะ ไม่สูบ บุหรี่ ไม่กินเหล้า ไม่ใช้ยา คือชีวิตมึoพออยู่แล้ว ไม่ต้องใช้ตัวช่วย (หัวเราะ) อยู่กับตัวเองเยอะ เลยเอาพลังที่มีมาเล่นดนตรี คนอื่นอาจจะสงสัย ว่าทำ�ไมเพลงมันดาร์คจัง แต่จริงๆ แล้วก็มีเพลง ให้กำ�ลังใจอยู่นะแต่เราไม่บอกตรงๆ แล้วมีการโปรโมทผลงานบ้างไหม

Neuter Lover : ช่วงชุดแรกเจอปัญหาที่ทำ�ให้ ปลงกับสื่อมวลชนไปเลย เราเคย Distubute ผ่านค่ายเพลง พอหมดสัญญา 1 ปีก็เก็บกลับ เพราะมันก็ไม่ได้เปรี้ยงปร่างเท่าไหร่ เลยรู้สึกเสีย เวลา พี่ป๊อก (Stylish Nonsense) ก็บอกว่าไม่ ต้องไปเสียเวลาให้สื่อมาก มันทำ�ให้เราไม่ได้เล่น ดนตรี มัวแต่ไปคิดเรื่องโปรโมทโดยที่ไม่ได้คิด งานสร้างสรรค์ แล้วเทศกาลดนตรีบางงานมันแย่ บางงานทำ�ลายธรรมชาติมาก ก็เลยไม่ค่อยเล่น งานใหญ่ๆ และไม่ค่อยเจอกับสื่อมวลชนเท่าไหร่ ซึ่งกลายเป็นว่าเพลงมันไปได้ไกลกว่าการโปรโมท อีก ที่รู้จักอาจจะไม่ใช่กลุ่มคนทั่วไป แต่จะไปรู้จัก กันในสายลึกๆ สายของคนฟังเพลงจริงๆ

เลือกที่จะเป็นศิลปินเดี่ยว คิดเรื่องการโชว์ บนเวทียังไง

Neuter Lover : คิดเยอะมาก แรกๆ เครียด จะตายพอทำ�เพลงเสร็จแล้วคิดว่า กูจะเล่นยังไง (หัวเราะ) ก็ไปปรึกษากับพวกเพื่อนๆ ที่มาอัด เพลงให้ตั้งแต่แรก จะให้มาช่วยเล่นแบ็คอัพให้ หน่อย แต่ถ้าจะปรับเสียงกีตาร์ให้ได้แบบที่อัดใน เพลงบนเวทีจริงนี่ทำ�ไม่ได้แน่ๆ สุดท้ายก็ต้องมี แบ๊คกิงแทร็กอยู่ดี ก็เตรียมไว้ทุกแบบเลย กรณี 48


49


50


เคยไปเล่นที่ต่างประเทศด้วย

Neuter Lover : เคยไปที่ฟิลิปปินส์ ดีมากเลย ที่โน่นเขาไม่มีมาแบ่งว่าฉันรุ่นใหญ่รุ่นเล็กนะ เขา ถามเราว่าไปคนเดียวเหรอ จะเอาแบ๊กอัพไหม เดี๋ยวคนจัดเขาจะไปหาเพื่อนมาช่วยเล่น เพื่อน เขาก็มาช่วยเล่นให้โดยที่เราก็ไม่ต้องจ่ายเงินให้เขา ด้วยนะ มารู้ทีหลังว่าคนที่มาเล่นด้วยเนี่ยเคยเป็น ศิลปินเมนสตรีมแบบวงใหญ่ๆ ของที่โน่นเลย ซึ่ง เขามาแบบไม่มีอีโก้เลย เขาถามว่ามีสกอร์เพลง ไหมแต่เราไม่มี เลยส่งเพลงไปให้เขาแกะเอง ซึ่ง เขาต้องแกะและจำ�ให้ได้เพื่อที่จะมาเล่นกับเรา แล้วได้ไปออกรายการวิทยุหลายครั้ง อยู่เมือง ไทยไม่เคยได้ออกเลย (หัวเราะ) ที่โน่นเขามีวิทยุ เฉพาะทาง มีใหญ่ที่สุดคล้ายๆ แฟตเรดิโออยู่ ที่หนึ่ง ออร์แกไนซ์เขาก็ดิวมาว่าจะไปสัมภาษณ์ รายการนี้ เล่นสดรายการนั้น คือที่โน่นมันเป็น ประเทศที่คนเล่นดนตรีอยู่แล้ว เสพศิลปะอยู่แล้ว สายอินดี้ก็กว้่างมาก เขาซัพพอร์ตและให้เกียรติ เรามาก แล้วรางวัล AVIMA Awards 2010

Neuter Lover : รางวัลนี้เขารวมกันหลายๆ ประเทศ จัดที่มาเลเซีย เป็นคนที่คร่ำ�หวอดใน วงการที่เบื่อการแจกรางวัลแบบเดิมๆ ก็เลยมา รวมตัวกันมาตั้งรางวัลของเอเชียแปซิฟิก ก็ใช้วิธี

51

ดูตาม My Space หรือ Facebook เขาก็มาเชิญ ให้ส่งเพลงเข้าไป จริงๆ เราไม่ชอบการประกวด แต่พอดีไปเห็นชื่อรางวัล Moody melancholic masterpiece มันตลกดี ทีมนี้ไม่ธรรมดา เลยส่ง ไปก็ได้ที่ 3 ศิลปินยุคใหม่ชอบวงอะไรบ้าง

Neuter Lover : aire, Kinetics รู้จักส่วนตัว ชอบแนวคิดอุดมการณ์หลายๆ อย่าง วง Monomania ก็ชอบ พอดูเขาเล่นแล้วนึกถึงวง Radiohead ยุคแรกๆ The papers ก็ชอบ วงญี่ปุ่น ก็ L’arc en ciel, X Japan แต่ถ้าเป็นสายอินดี้ นี่เยอะเลย บางวงอาจจะไม่รู้จักกัน วง Euphoria ที่เคยมาเล่นก็ชอบมาก มีคนต่างชาติชอบเพลงเรา แล้วบ้านเราล่ะทำ�ไมมัน ยังเข้าไม่ถึง

Neuter Lover : มีรายการทีวีหนึ่งรายการหนึ่งมา สัมภาษณ์เรา แล้วเขาเอาเพลงของเราไปให้คนฟัง โดยไปตามรถไฟฟ้า ให้เด็กมัธยมฯ เด็กมหา’ลัย ฟังแล้วทุกคนชอบหมดเลย เขาก็สัมภาษณ์ว่าฟัง แล้วรู้สึกยังไง ลองทายซิว่าเสียงในนี้คืออะไร พอ เฉลยว่าเป็นขิม ทุกคนตกใจและชื่นชมมาก คือดู แล้วเราอยากร้องไห้อ่ะ ไม่ได้อยู่ที่ว่าคนไม่มีรสนิยม แต่ว่าเขาไม่ได้เห็นไม่ได้รู้มากกว่า


ก็สื่ออีกนั่นแหละ

Neuter Lover : ก็ไม่ได้โทษใคร แต่สมัยนี้ มันไม่ได้โปรโมทกันที่ความดีหรือคุณภาพ ถ้า ยังใช้วิธียัดเงินมันก็ไม่ไปไหน ในต่างประเทศ อย่าง Bjork ถ้าไม่มีคนซัพพอร์ตเขาจะมาถึง ตรงนี้ได้ยังไง ดูอย่างญี่ปุ่นคนที่ทำ�เพลงยากๆ เขาก็ยังอยู่ค่ายใหญ่ๆ ได้ ไม่ต้องกระเสือก กระสนเหมือนบ้านเรา คือคุณก็ทำ�เพลงดีๆ ไปเลย แล้วค่ายก็โปรโมทดีๆ ศิลปินก็อยู่ได้ ในเมืองไทยถ้าคิดต่างเมื่อไหร่ คุณก็ไปลงทุน เอง มีหลายคนที่ทำ�เพลงเองแล้วไปขายให้ทาง ค่ายก็เยอะ สุดท้ายเลยคิดว่าไม่ต้องอยู่ค่าย ดีกว่า วงการดนตรีบ้านเราในยุคก่อนอย่างพี่ อ้อม สุนิสา, พี่เจ เจตริน เพลงเขาจะตั้งใจ แต่งจริงๆ นะ ตั้งแต่เนื้อเพลง เพลงป๊อบเขา ก็ตั้งใจให้มันง่าย คือคิดมาหมดแล้ว วางคอน

เซ็ปต์ต่างๆ เพลงมันก็เลยเป็นศิลปะ อยู่ได้ถึง ทุกวันนี้ ถึงจะมีการก็อปปี้มาบ้างก็เถอะ แต่ สมัยนี้ทุกคนจะตามเทรนด์ นักแต่งเพลงจะ แต่งตามเทรนด์ กลายเป็นว่าเพลงตอนนี้ไม่มี อะไรเลย พอหมดยุคสมัยเพลงพวกนี้ก็จะตาย เวลาที่ผ่านมากับการเล่นดนตรีรู้สึก อย่างไรบ้าง

Neuter Lover : ก็เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ เรามีจุดมุ่งหมายในการมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ใช่เรื่อง เงินนะ ความฝันอันสูงสุดก็คือการเล่นดนตรี แต่ตอนนี้มันยังไปไม่ถึงไหนเลย คือเรามีปัจจัย หลายอย่างทั้งเรื่องของสุขภาพด้วย ถึงจะคิด ได้เยอะแต่พอสามอาทิตย์ก็ต้องพัก พักนี่คือ ต้องพักเลยนะ ไม่คิดอะไรเลย ก็มีหลายอย่าง อุปสรรคเยอะ เราก็ไปเท่าที่จะไปไหว

www.facebook.com/neuterlover.s www.neuterlover.com

52


53


54


55


PIE TALK

The Uni_

Stud 56


_Form เราทุกคนสวมใส่ “ยูนฟิ อร์ม” แบบใดแบบหนึง่ หรืออาจจะหลายๆ แบบอยูเ่ สมอ เพียงแต่เราไม่ได้สนใจมันเท่านั้นเอง ทั้ง “ยูนิฟอร์ม” ของหน้าที่ทางสังคม หน้าที่ทางครอบครับ หน้าที่ทางอาชีพ มีชายสองคนที่รักงานศิลปะและการ ออกแบบ เข้าใจเรื่องนี้ดี The Uni_Form Design Studio สตูดิโอเล็กๆ ของ ซีท-วุฒิภัทร สมจิตต์ และ บิ๊ก ปริวัฒน์ อนันตชินะ ซึ่งทั้งคู่นอกจากจะ ใส่ยูนิฟอร์มของนักออกแบบ ทั้งสองยังมียูนิฟอร์มของการเป็นอาจารย์ การ เป็นศิลปิน แขวนไว้ในตูอ้ กี ด้วย วันนีเ้ รามาลองดูกนั ว่ายูนฟิ อร์มของเขาทัง้ สอง ใส่สบายพอดีตัวสมส่วนแค่ไหนกัน 57

Design

Studio


บิ๊ก ปริวัฒน์ อนันตชินะ

ซีท-วุฒิภัทร สมจิตต์

58


สองคนเจอกันยังไงครับ

บิ๊ก : เจอกันที่คณะครับ ผมเป็นรุ่นน้องพี่ซิท จริงๆ เราอายุเท่ากันครับแต่ผมซิ่วมา เรียนที่ สถา’ปัตอุตสาหกรรม ลาดกระบังมาก่อน แล้ว เราก็มาเจอกันที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ แต่ยังไม่ ได้สนิทกัน มาเจอกันอีกทีที่ Practical Design Studio ก็สนิทกันช่วงนั้น ซิท : หลังจากบิ๊กเข้ามาทำ�ที่ Practical สักพัก ทางพี่หมู นนทวัฒน์ เจริญชาศรี ก็ชวนผมมา ทำ�นิตยสาร wallpaper* ครับ ทำ�อยู่หลายปี เหมือนกัน แต่ก็มีพวกงานนอกที่ทำ�กับบิ๊กอยู่ เรื่อยๆ รู้สึกทำ�งานและเข้าขากัน ช่วงที่คุณซิททำ�นิตยสาร Wallpaper* คุณบิ๊กทำ�อะไรบ้าง

พี่ซิทนี่แหล่ะครับ จริงๆ ตอนนั้นเราสองคนก็มี กิจการของตัวเองด้วย พี่ซิทจะมีร้านขายเสื้อผ้า ส่วนผมมีร้านขายภาพ พวกงานอาร์ต งานโฟโต้ ซิท : หลังจากทำ�งาน freelance ด้วยกัน ก็มี อาจารย์ที่ ม.กรุงเทพ ชวนผมไปสอนเกี่ยวกับ Editorial design แล้วเขายังไม่มีคู่ (ที่ม.กรุงเทพ อาจารย์จะสอนเป็นคู่) ก็เลยชวนบิ๊กไปสอน คู่กัน สอนไปได้สักพักก็มีน้องนักศึกษาอยากมา ฝึกงานด้วย ตอนแรกเราก็ปฎิเสธไปเพราะไม่มี ออฟฟิศ บิ๊ก : แล้วเผอิญไปเจอลูกค้าคนหนึ่ง เขามีตึก อยู่ตึกหนึ่งมีห้องว่างอยู่ เราเลยรับเด็กฝึกงานเลย คือยังไม่ได้ทำ�ออฟฟิศ ตกแต่งอะไรเลยนะ ชื่อบริษัทยังไม่มีเลย รับเด็กฝึกงานก่อน (หัวเราะ) แล้วปรากฎว่าตึกนั้นไม่ได้ แล้วเซ็นรับเด็กฝึกงาน แล้วด้วย ก็เลยวิ่งหาออฟฟิศกัน ก็มาเจอ Coworking space ที่หนึ่ง เขาจะแบ่งเป็นห้อง เล็กๆ หลายห้องให้เช่าเป็นออฟฟิศ เลยตกลง มาทำ�ออฟฟิศ แล้วจดทะเบียนบริษัทไปเลย เริ่มจากน้องฝึกงานคนเดียว (หัวเราะ)

บิ๊ก : ผมทำ�ที่ Practical อยู่สองปี ก็ออกมา เป็น freelance ตั้งกลุ่มกับเพื่อนชื่อ Case Inc. รับงานออกแบบทั่วไป แต่ไม่ได้มีออฟฟิศ ครับและก็มีไปช่วยงานที่บ้านด้วย ที่บ้านผมอยู่ สระบุรี ขายเครื่องยนตร์เกี่ยวกับพวกการเกษตร ดูแลงานที่บ้านกลางวัน กลางคืนก็ทำ�งาน ออกแบบ ชื่อ The Uni_Form Design Studio the Uni_form : คิดกันมาหลายชื่อ อย่าง แล้วมารวมกันเป็น The Uni_Form Design บังกะโล ก็มี แบบสบายๆ ชิวๆ แบบอลังการ Studio ได้ยังไง ก็เคยคิดแบบ แปซิฟิกแอนด์แอตแลนติก ไปกัน บิ๊ก : หลังจากลองไปช่วยงานที่บ้านแล้วรู้สึกว่า ใหญ่ จนมาคิดดูเราอยากได้ชื่อที่ฟังแล้วไม่โอ้อวด ไม่ใช่ ผมก็กลับมาทำ�งานที่กรุงเทพฯ ก็รับงาน หรืออลังการณ์มากมาย เลยมาคิดถึงลักษณะงาน จากพี่ติ๊ก (สันติ ลอรัชวี) Practical ก็ทำ�กับ ที่เราทำ�บ่อยคืองาน CI (corporate identity)

59


ซึ่งมันเป็นการสร้างยูนิฟอร์มให้กับแบรนด์ของลูกค้า บวกกับเราสองคนเคยใส่ ยูนฟิ อร์มเดียวกันหลายครัง้ อย่างตอนเป็นนักศึกษา ตอนทีท่ �ำ งานที่ Practical หรือตอนที่สอนหนังสือด้วยกัน มันเลยกลายเป็นชื่อ the Uni_form บิ๊ก : เราเปรียบการทำ�งานของเราเหมือนกับการใส่เสื้อผ้าให้ลูกค้า ที่ยืดหยุ่น ใส่สบาย เราสามารถยอมรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า ยืดหยุ่นตามโจทย์ที่รับ อย่างโลโก้ของเราที่เป็นคำ�ว่า FORM ที่มองได้หลายมุมมอง ทั้งมองเป็นตัว อักษรที่ปรับเปลี่ยนมุมมองได้ เป็นรูปคน รูปนก ก็ได้ The Uni_Form Design Studio ทำ�อะไรบ้าง

the Uni_form : เราคุยกันว่าจะแบ่งงานในออฟฟิศเราเป็นสามส่วน คือหนึ่ง Design Sevice อย่างโลโก้ CI ต่างๆ ให้คำ�ปรึกษาเรื่องการออกแบบกับ ลูกค้า สองเป็นส่วนของงาน ART และอย่างที่สามคืองานเพื่อสังคม ซึ่งเราก็มี โอกาสร่วมงานกับทาง D4D ซึ่งเราคิดกันว่างานกราฟฟิกดีไซน์มันควรมีหลาย แขนง ไม่ใช่เพื่อการขายเพียงอย่างเดียวมันควรมีส่วนที่รับใช้สังคมด้วย ตอนนี้ เราก็มีโปรเจกต์ที่รวมเพื่อนๆ นักออกแบบมาทำ�สติ๊กเกอร์ ชื่อ “Stick it & Save all” เพื่อนำ�เงินไปสมทบทุนกับโคงการ “บ้าน พอดีๆ” ที่เขาจะไปช่วย สร้างโรงเรียนในภาคเหนือที่ประสบภัยแผ่นดินไหว แบ่งหน้าที่กันยังไง

the Uni_form : ช่วยๆ กันมากกว่าไม่ได้แบ่งชัดเจน ก่อนทำ�งานชิ้นหนึ่งเรา จะคุยกันอยู่แล้ว ว่าเราทั้งสองคนคิดยังไง อยากทำ�แบบไหนก็อาจจะแบ่งกัน ดีไซน์คนละแบบสองแบบเพื่อมาคุยกันอีกที ด้วยพื้นฐานความชอบที่ใกล้เคียง กัน ตัวงานมันก็จะไม่หลุดกันมาก

60


61


62


เปิดบริษัทเจอปัญหาอะไรกันบ้าง

the Uni_form : ยังไม่เคยเจอนะ เพราะเพิ่งเปิด ออฟฟิศกันมาประมาณปีเศษๆ สิ่งที่เป็นปัญหา ตอนนี้ก็เรื่องเอกสารมากกว่า ยังสับสน งงๆ อยู่ บ้าง เพื่อนๆ ดีไซเนอร์ก็สับสนเรื่องนี้กันเยอะ ทำ�ออฟฟิศกับ freelance ต่างกันไหม

the Uni_form : มันดีขึ้นนะครับ อาจเพราะเรา เจอกันบ่อยกว่าตอนทำ� freelance จูนกันง่าย กว่า นั่งข้างกันตลอดก็คุยกันง่ายขึ้น มองภาพ งานชัดขึ้น ซึ่งทำ�ให้งานเสร็จเร็วขึ้นด้วย เห็นงานที่ทำ� ซีดีให้ศิลปินญี่ปุ่นด้วย เล่าให้ฟัง หน่อยครับ

บิ๊ก : คือผมมีร้านขายภาพที่สวนจตุจักรแล้ว วาดะซัง (Hiroyuki Wada) เขามาที่ร้านผมและ ชอบรูปที่ผมถ่าย เขาเล่าว่าเขามีค่ายเพลงอยู่ที่ ญี่ปุ่นแล้วก็ให้ซีดีเพลงกับผมไว้ อีกหนึ่งปีให้หลัง เขาก็ติดต่อกลับมาให้ตั๋วเครื่องบินกับที่พักให้ผมไป หาเขาที่ญี่ปุ่น ซึ่งพอคุยกันแล้วมันไม่ยาก เพราะ เขาชอบภาพของเราอยู่แล้ว เป็นภาพตึกเก่าๆ ในบ้านเราเอามาคอลลาจ ซึ่งที่ผมทำ�มันจะเป็น ลักษณะการซ้ำ�คล้ายๆ ลักษณะลูปแบบเพลงของ เขา (เป็นเพลง House Music) พอเขาเห็นรูป เหมาะกับเพลงของเขา เขาก็ปล่อยเราทำ�งาน ไปเลย มีวิธีรับมือหรือแก้ปัญหากับลูกค้ายังไง

63

the Uni_form : พยายามทีจ่ ะปรับจูนให้เข้าใจ ใน กรณีที่ลูกค้าอยากได้แบบหนึ่ง เราอยากได้อีกแบบ หนึ่ง เราก็จะทำ�ทั้งสองแบบแหล่ะครับ แต่มันก็ต้อง มีแบบสุดท้ายที่มันเป็นตรงกลาง บางทีลูกค้าเขาก็ ต้องการเห็นภาพก่อน เราก็ทำ�ออกมาแล้วมาชี้ที่ละ จุด ค่อยๆ อธิบายไปว่ามันมีข้อดีข้อเสียยังไง ได้ดูงานตามเทรนด์หรืองานที่ฮิตในกระแส บ้างไหม

the Uni_form : เราไม่ปฎิเสธก็ดูหมด แต่ก็ต้อง มาเลือกว่ามันจะเหมาะกับลูกค้าแบบไหน เหมือน เรามีสินค้าในคลังมากก็มีทางเลือกให้ลูกค้ามาก เรา ก็ต้องอัพเดทตัวเองตลอด แต่ก็ไม่ถึงกับต้องทำ�ตาม ทั้งหมดนะครับ ดูเพื่อศึกษาด้วย เดี๋ยวนี้งาน ART และงานกราฟฟิก เริ่มรวมกันมาก ขึ้น ทาง the Uni_form มองว่ายังไง

the Uni_form : เราสนใจทางด้านนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่ แค่เรื่อง ART ยังรวมถึงเรื่ององค์ความรู้ต่างๆ ทั้ง สังคม ปรัญชา ภาษา เป็นสิ่งที่มันประยุกต์ใช้กับ งานกราฟฟิกได้หมด อย่างพวกเราถ้าว่างจากการ ทำ�งานคอมเมอร์เชียลก็จะชวนเพื่อนทำ�อะไรสนุกๆ กัน ก็จะทำ�งาน ART อยู่เรื่อยๆ มันก็ช่วยเพิ่ม ไอเดียด้วย และมันก็เหมือนเป็นงานอดิเรกด้วย ทั้งสองคนเป็นอาจารย์ด้วย เด็กสมัยนี้เป็นไงบ้าง

the Uni_form : ด้วยความที่สมัยนี้เทคโนโลยีมัน เร็ว เด็กก็ทำ�อะไรต่างๆ เร็วขึ้น ฉูดฉาดขึ้น แต่ ความพิถีพิถันน้อยลง บางทีเด็กก็ไปเน้นที่ความ


ฉูดฉาดตรงนั้นมากเกินไป บางทีเราก็พยายามดึง ให้เด็กกับมาใช้มือในการทำ�งานบ้าง เพื่อให้เขา เข้าใจในรายละเอียดของสิ่งที่เขาเรียนรู้ ให้เขารู้ ที่มาที่ไป อย่างเรื่องตัวอักษร ให้ลองมาฝึกดร๊าฟ ฝึกเขียนจะเข้าใจมากขึ้น และในเวลาสอนจะเจอ เด็กบางคนที่ตอนแรกงานยังไม่มีอะไรมาก ไม่เก่ง อะไรมากแต่พฒั นาขึน้ เรือ่ ยๆ จนเริม่ มีตวั เองขึน้ มา เราชอบเด็กแบบนี้ มากกว่าเด็กที่รสนิยมดีตั้งแต่ แรกและทำ�ต่อไปก็ เหมือนๆ เดิม เราดูที่การ พัฒนามากกว่า อีกเรื่องคือเรื่องทัศนคติ ผมจะ พูดกับเด็กเลยว่า อยากให้มีทัศนคติที่เป็นบวก อยากให้มีจริยธรรมในอาชีพของตัวเอง อย่าง ลูกค้าสองเจ้า จ้างเราห้าร้อย อีกคนจ้างเราห้าพัน เราก็ควรจะทำ�ให้เต็มที่ทั้งสองงาน

Graphic ให้ง่ายต่อความเข้าใจ อะไรแบบนี้ มัน ก็เป็นประโยชน์ของกราฟฟิกดีไซน์ เวลาไปคุยงานกับหน่วยงานข้าราชการนี่คุยยาก ไหม ที่ทำ�เรื่องเกี่ยวกับภัยพิบัติอะไรแบบนี้

the Uni_form : ไม่ยากครับ เขาจะเป็นคนช่วย เสริมช่วยแนะนำ�เรามากกว่า อย่างที่ไปคุยกับทาง D4D เราก็เสนอเรื่องของสัญลักษณ์เกี่ยวกับเรื่อง ภัยพิบัติอย่างสัญลักษณ์ของโคลนถล่ม เราก็นึกว่า ไม่เคยมีมาก่อน แต่เขาก็อธิบายว่ามันเคยมีแล้ว เอาตัวอย่างให้เราดู เราก็ได้ความรู้ใหม่ๆ ได้ ไอเดียจากคำ�แนะนำ�ของเขาด้วย คิดว่าคนไทยในภาพรวม เขาเข้าใจในเรื่องงาน กราฟฟิกดีไซน์รึยัง

the Uni_form : น่าจะรู้จักดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะ ครับ ตั้งแต่มี facebook มีการใช้อินเตอร์เน็ต เพิม่ ขึน้ มีการอัพรูปเลือกลายใส่ตวั อักษร มันก็ อยู่ในชีวิตประจำ�วันมากขึ้น แต่ถ้าลงในรายละเอียดของงานว่าทำ�อะไร ยังไง อาจจะยังไม่รู้ ขนาดนั้น เคยคิดเล่นๆ เหมือนกันว่า ถ้าเรามีชื่อ เรียกของอาชีพนีอ้ ย่างชัดเจน คนน่าจะเข้าใจมากขึน้ เราไม่มีชื่อเรียกแบบ หมอ พยาบาล ตำ�รวจ หรือสถาปนิก เราเรีบกตัวเองว่านักออกแบบซึ่ง มันก็กว้าง จะเรียกนักออกแบบกราฟฟิกว่า นัก ออกแบบเรขาศิลป์ ก็แปลกๆ อันนี้เราก็เคยคิด เล่นๆ

สำ�หรับ the Uni_form ประโยชน์ของงาน กราฟฟิกที่ไม่ใช่แค่ความเก๋ ความสวยงาม มัน คืออะไรครับ

the Uni_form : ประโยชน์จริงๆ ของงาน กราฟฟิกมันน่าจะเป็นการทำ�เรื่องข้อมูลที่ยืดยาว ให้กระชับ ให้เข้าใจ เป็นการจัดการข้อมูล อย่าง ใน D4D หรือ Design for Disasters เขาเป็น องค์กรที่เขาทำ�เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติ ที่เราเข้าไป มีส่วนในการทำ�สิ่งพิมพ์ ซึ่งทางโน่นเขามีข้อมูล มีเอกสารเป็นตั้งเลยและต้องไปนำ�เสนอกับทาง ผู้ใหญ่ เราต้องย่อมาให้เหลือแค่ A4 แผ่นเดียว ด้วยการจัดการข้อมูล การใช้ภาพ การใช้ Info 64


กราฟฟิกดีไซน์ในบ้านเรามีสไตล์ที่ชัดเจนหรือยัง

the Uni_form : ถ้าให้ตอบว่าชัดเจนหรือไม่ชัดเจน ก็ต้องบอก ว่าไม่ชัดเจน แต่ความไม่ชัดเจนนี่แหล่ะมันคือความชัดเจนของ บ้านเรา อย่างเดินเล่นในบ้านเราเดี๋ยวก็เจอตึกทรงโมเดิร์นถัดไป เป็นวัด แล้วไปเจอร้านหมูปิ้งหน้าห้างหรูๆ นี่แหล่ะที่มันเป็นเรา เราเองอาจจะดูไม่รู้เพราะชินแต่ชาวต่างชาติเขาดูรู้นะ เหมือน งานของบิ๊กที่เป็นงานคอลลาจตัดแปะจากที่ดูบ้านๆ ลูกทุ่งๆ หน่อย ชาวต่างชาติมาเจอเข้าชอบมากเลยนะ เขาเห็นแล้ว เข้าใจว่านี้คือสไตล์ของบ้านเรา 65


66


พอเราได้หยุดพักพลังงานก็กลับมาโดยที่เราไม่รู้ตัว พอมีแรงก็อยากกลับมาทำ�งาน

สมาคมออกแบบในบ้านเรามีส่วนช่วยนักออกแบบ อย่างไรบ้าง

the Uni_form : การมีสมาคมหรือองค์กรทาง ด้านการออกแบบก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ก็ยัง เป็นแค่จุดเริ่มต้นสำ�หรับบ้านเรา ส่วนตัวพวกผม เองอาจจะไม่ได้ไปมีส่วนตรงนั้นมากนัก ตอนนี้ที่ เห็นชัดเจนก็เป็นการจัดสัมมนาต่างๆ ที่เป็นการ ให้ความรู้ เชิญศิลปินต่างชาติมาบรรยาย หรือ อีเว้นท์ทางการออกแบบ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ต้องดู กันต่อไป ถึงมันจะเป็นจุดเริ่มต้นแต่มันก็ดีที่ได้ เริ่มต้นขึ้นมาแล้ว ในส่วนตัวเราตอนนี้ก็พยายาม ทำ�ด้วยตัวเองไปก่อนมากกว่าที่จะมัวไปพึ่งเขา

วิจารณ์นิสัยกันละกันหน่อย

บิ๊ก : ในออฟฟิศเนี่ย พี่ซีทจะเป็นขาวผมจะเป็น ดำ� เขาจะใจเย็นผมจะใจร้อน ผมจะเป็นเด็ก มากกว่า ผมจะเป็นตัวโกงนิดนึง พี่ซิทก็จะเป็น พระเอก ซีท : กับลูกค้าผมอาจจะยอมหรือตามน้ำ�ในเรื่อง งานบ้าง บางโปรเจ็กต์ทอ่ี ยากทำ�ก็จะคิดราคาไม่แพง บิ๊กก็จะเข้ามาแย้งบ้าง ว่ามันไม่ได้นะ อะไรแบบนี้ อนาคตของ The Uni_Form Design Studio

the Uni_form : อยากให้ออฟฟิศโตขึ้น แต่โตใน ซีท : ดูบอลครับเป็นเก้าสิบนาทีที่ลืมเรื่องเครียด ที่นี่ไม่ได้หมายถึงรับงานเยอะขึ้นหรือคนเยอะขึ้นนะ ครับ หมายถึงการรับงานที่ท้าทายขึ้นและคุณภาพ หมดเลย หรือดูหนังชอบดูหนังเหมือนกัน ผม คิดว่าในหนังมันมีเรื่องของการออกแบบอยู่ในนั้น สูงขึ้น และในสัดส่วนของงานทั้งสามส่วนที่เราบอก เยอะ ไปดูงานแกลเลอรี่บ้าง ไปคุยกับเพื่อนกับ ไว้ก็จะทำ�ให้มีชัดเจนยิ่งขึ้น อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะ อาจารย์ ชอบไปคุยกับคนโน้นคนนี้ แล้วมันจะได้ ทำ�คือหน้าร้านที่จะไว้ขายงานศิลปะ งานออกแบบ อะไรบางอย่างมาเพิ่มแรงกระตุ้นในตัวเราให้เรา และเป็นแกลเลอรี่ด้วย เราไม่ชอบความเป็นกระจุก ของนักออกแบบในบ้านเรา เราอยากจะสร้างพื้นที่ อยากทำ�งาน บิ๊ก : ผมชอบเดินทางครับ แต่มีครั้งหนึ่งเป็นช่วง ให้คนเก่งที่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักได้มาแสดงงานด้วย เพิ่งตกแต่งออฟฟิศนี้เสร็จ ไปเที่ยวปีนัง ในช่วง ก็อาจจะเเริ่มจากเพื่อนที่ทำ�โปรดักส์ทำ�ของอยู่บ้าน ก่อน เอามาขายมาโชว์กัน ที่เที่ยวอยู่ก็มีความรู้สึกว่า อยากกลับมาทำ�งาน เวลาว่างทำ�อะไรบ้างครับ

67


68


www.facebook.com/TheUniFormDesignStudio

69


70


PIE TALK

Naoshi SUNAE นี่เป็นครั้งแรกที่ PIE ได้สัมภาษณ์ศิลปินต่างประเทศ (เย้) เมื่อ เริม่ ไอเดียนี้ ผมก็พยายามคิดรายชือ่ ศิลปินต่างประเทศทีต่ วั เอง ชืน่ ชอบ และคำ�ตอบในใจก็คอื Naoshi ศิลปินชาวญีป่ นุ่ เธอเป็น นักวาดภาพประกอบด้วยทรายสี ทีเ่ รียกกันว่า “SUNAE” ผม เห็นงานของเธอมาหลายปี พร้อมกับได้ยินกิตติศัพท์ถึงความ น่ารักเฟรนด์ลี่จากหลายคนที่เคยไปพบเธอที่ญี่ปุ่น แถมโอกาส เหมาะเจาะที่ปีนี้เป็นปีที่ 10 พอดีสำ�หรับการทำ� “SUNAE” ของเธอและปัจจุบนั เธอได้ไปทำ�งานอยูท่ ลี่ อสแองเจลิส ประเทศ สหรัฐอเมริกา เราลองมาฟังความคิดมุมมองกันการสร้างงาน ของนักวาดภาพประกอบด้วยทรายสีทหี่ ลายคนหลงรักกันกับ Naoshi SUNAE กันเลย

71


เล่าถึงประวัติของคุณหน่อย

ฉันชื่อ นาโอชิ เกิดที่อิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่เด็กๆ แล้วที่ฉันชอบวาดรูป อ่านหนังสือ การ์ตูนและดูรายการตลก ฉันเริ่มทำ�งานศิลปะ จากทรายสีหรือ SUNAE ตั้งแต่ปี 2004 และ ประมาณปี 2007 ฉันก็เริ่มมีโอกาสทำ�โปรเจ็กต์ และโชว์งานในต่างประเทศ ทั้งในอเมริกา, อิตาลี, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, เกาหลี, ไต้หวัน และอีกมาก นอกจากการแสดงงาน ฉันก็จัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการทำ� SUNAE ด้วย และตอนนี้ฉันก็มาอยู่ที่ลอสแองเจลิส อะไรทำ�ให้คุณสนใจการทำ� SUNAE

คงจะสนุกขึ้น ถ้ามันเป็นแบบนี้” แล้วก็เริ่มวาด ออกมา อธิบายถึงตัวการ์ตูนของคุณหน่อย

อย่างที่บอก ฉันทำ� SUNAE จากเรื่องราวรอบๆ ตัว โดยเฉพาะตัวการ์ตูนของฉัน ฉันชอบตัว การ์ตูนที่คล้ายกับไอศครีม ตอนที่ฉันหกขวบ ฉัน วาดตัวการ์ตูนตัวหนึ่งมันเป็นไอศครีมเดินได้ และ พอฉันโตขึ้นมาทำ� SUNAE เจ้าตัวการ์ตูนตัวนั้นก็ เป็นตัวการ์ตูนที่ฉันชอบมากๆ แล้วสิ่งที่ตัวการ์ตูนเหล่านั้นทำ�ล่ะครับ มันออก จะประหลาดๆ

ใช่ ในทุกวันรอบตัวเราบางคนอาจจะเจอเรื่องที่ มันประหลาดมันเพี้ยนบ้าง แต่กับฉันมันไม่ค่อยมี อะไรแปลกหรือพิเศษอะไรนะ สิ่งที่ฉันสนใจจริงๆ คือเรือ่ งความรูส้ กึ และจินตนาการทีแ่ ตกต่างออกไป ฉันถึงชอบวาดรูปจากในจินตนาการ และนัง่ ดูวา่ แรงบันดาลใจในการทำ�งานของคุณมาจากไหน จากสิ่งรอบๆ ตัวในทุกๆ วันนี่แหละ เวลาที่เห็น ความคิดประหลาดๆ ของฉันจะเป็นยังไงต่อไป ท้องฟ้ากว้างๆ สวยๆ หรือเวลาฝนตก เวลาที่ เรื่องความรู้สึกที่ต่างออกไป ฉันคิดว่าเรื่องนี้มัน กินขนมที่ชอบ แม้กระทั่งเวลามองไข่ดาวในงาน สำ�คัญมากๆ สำ�หรับการเป็นศิลปินนะ ตัวการ์ตนู งานของฉันสะท้อนจากจินตนาการ ฉันจะเริ่มเก็บ ที่ฉันวาดมันก็แสดงถึงนิสัยและมุมมองส่วนตัวของ ไอเดียต่างๆ จากสิ่งที่ฉันประทับใจและสเก็ตช์ไว้ ฉันด้วย รวมถึงการใช้สี สีที่มืดหม่นฉันก็จะใช้ เวลาทำ�งานในหัวฉันก็จะคิดว่า “อืม..สิง่ เหล่านี้มัน ในตอนที่รู้สึกแย่ สีที่สดใสก็ใช้เมื่อฉันมีความสุข ฉันชอบเวลาที่โปรยทรายสี ที่ฉันเลือกลงบนงาน มันเป็นขั้นตอนที่สนุกและมีเสน่ห์ที่ได้เห็นทรายสี ต่างๆ โปรยปรายลงในบนพื้นสีขาว

72


73


หรือมีความรัก มันสนุกและท้าทายดี ที่ต้องคิด สิบปีแล้ว ฉันก็เลยคิดอยากทำ�อะไรที่ท้าทายมากขึ้นกับ ว่าเราจะสะท้อนความรู้สึกของเราตอนนี้เป็นสีสัน ชีวติ ที่ลอสแองเจลิสก็เป็นที่ที่ดีที่ฉันจะได้ทดสอบและ และตัวการ์ตูนแบบไหน ในเรื่องราวอะไร พัฒนาตัวเองทางด้านศิลปะ อะไรคือเหตุผลที่คุณย้ายไปที่ลอสแองเจลิส

ประมาณปี 2010 เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ เพื่อ แสดงงานและจัดเวิร์คช็อปในงาน The Sanrio Anniversary Exhibition คนที่นี่น่ารักมาก และ หลายคนที่มาดูงานก็ชื่นชอบงานของฉัน พอฉัน มาที่นี่ครั้งที่สอง ฉันก็เห็นกิจกรรมทางศิลปะและ งานศิลปะดีๆ มากมายที่นี่ ทำ�ให้ฉันยิ่งชอบที่นี่ เข้าไปอีก ด้วยความที่ปีนี้ฉันทำ�งาน SUNAE มา

การทำ�งานที่ญี่ปุ่นกับที่ลอสแองเจลิสแตกต่างกัน ไหมครับ

ในญี่ปุ่นเรื่องศิลปะถึงจะเป็นเรื่องที่โดดเด่นในกระแส แต่ก็ยังยากที่จะให้งานศิลปะไปถึงชีวิตประจำ�วันของ คนทัว่ ไปจริงๆ (PIE : นีข่ นาดยังไม่คอ่ ยถึงยังขนาดนี้ เลยนะครับ?!) ในลอสแองเจลิสมีความคึกคักมากกว่า ในการจัดกิจกรรมทางศิลปะและมีคนมากมายที่สนใจ จะเข้าไปชมในแกลเลอรี่ ข้อดีอีกอย่างในญี่ปุ่นงาน 74


75


76


77


78


นิทรรศการวันเปิด ประมาณสองทุ่มก็เลิกแล้ว จบงาน แยกย้ายกลับบ้าน แต่ที่นี่จะปาร์ตี้กัน ถึงเที่ยงคืน ซึ่งฉันก็จะมีเวลาได้พบเจอผู้คนหรือ ได้คุยกับคนที่สนใจมากขึ้น

อีกอย่างคือยังมีคนบางกลุ่มที่มีความเป็นอนุรักษ์ นิยมมาก ทำ�ให้เราไม่สามารถรู้ถึงข้อมูลบาง อย่างที่เราอยากรู้ได้ แต่ในต่างประเทศ ฉัน สามารถศึกษาหาข้อมูลเรื่องอะไรก็ได้

ในฐานะเป็นศิลปินญี่ปุ่น ถามหน่อยครับว่าทำ�ไม ศิลปินญี่ปุ่นถึงมีผลงานที่แตกต่างชัดเจนได้

คุณวางแผนการทำ�งานและชีวิตส่วนตัวอย่างไร

อาจเป็นเพราะในตัวของศิลปินญี่ปุ่นแต่ละคน มีความชัดเจนสูง มีความสร้างสรรค์ รู้จริงใน แนวทางของตัวเองมาก แต่ก็มีน้ำ�ใจโอบอ้อม อารีด้วย ฉันรู้สึกโชคดีมากๆ ที่เกิดและโตมาใน สภาพแวดล้อมของศิลปะญี่ปุ่น วงการศิลปะในญี่ปุ่นมีข้อดีข้อด้อยยังไงบ้าง สำ�หรับคุณ

ข้อดีก่อนแล้วกัน ข้อดีคือมีศิลปินที่มีความ สามารถและความเชี่ยวชาญสูง, ที่ญี่ปุ่นมี วัฒนธรรมที่น่าสนใจอย่าง อนิเมะ มังงะ และ คาวาอิสไตล์ ซึ่งแข็งแรงและเป็นที่รู้จักในระดับ โลก, อีกข้อน่าจะเป็นเรื่องวัตถุดิบที่หลากหลาย ที่มีคุณภาพ ส่วนข้อเสีย ฉันรู้สึกว่างานศิลปะ ขายยากในญี่ปุ่น และศิลปินที่มีความสามารถไม่ ได้รับการสนับสนุน ต้องสู้ด้วยตัวเองพอสมควร

79

ฉันก็พยายามที่จะแบ่งมันนะ คือเวลางาน ก็ ต้องทำ�งาน คือตั้งใจและเต็มที่กับมัน เวลาสนุก ก็ต้องสนุก ในการเริ่มคิดงานชิ้นใหม่สักชิ้น มันจำ�เป็นมาที่จะต้องมีสมาธิพอสมควร ก็จะ อยู่เงียบๆ แต่พอคิดออก เริ่มลงมือทำ�ฉันก็จะ เปิดเพลงไปด้วย เพลงจะช่วยให้ฉันผ่อนคลาย และเพิ่มสมาธิของฉันไปที่ตัวงานได้ สำ�หรับชีวิต ประจำ�วัน ฉันก็ชอบไปดูคอนเสิร์ต ทานข้าวกับ เพื่อน อ่านหนังสือการ์ตูนและกินขนมอร่อยๆ มันสำ�คัญมากที่จะรักษาความสมดุลตรงนี้ งานก็งาน สนุกก็ต้องสนุก คุณมีใครเป็นไอดอลในการทำ�งานไหม

ถ้าเป็นตัวบุคคลก็ Kin Shiotani เขาเป็นทัง้ ศิลปิน เป็นนักวาดภาพประกอบ นักแสดง นักเขียน และตอนนี้เขามีรายการทีวีด้วย เขาเป็นคนที่ทำ� อะไรได้หลากหลาย ฉันเจอเขาเมื่อสิบสองปีก่อน


และฉันก็ชอบงานของเขามาก สองปีต่อมาฉันก็ เริ่มทำ� SUNAE โดยมีเขาเป็นแรงบันดาลใจ

คุณมีวิธียังไง ที่ทำ�ให้งานและความคิดของ คุณดูใหม่และน่ารักได้ตลอด

ฉันชอบไปดูงานศิลปะที่แกลเลอรี ไปอาร์ต อะไรคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ ในการทำ�งาน มิวเซียมต่างๆ และร้านหนังสือ อ่านหนังสือ ของคุณ การ์ตูน ไปดูคอนเสิร์ต ฉันได้ไอเดียใหม่ๆ มีตอนที่ฉันเพิ่งเริ่มวาดรูปได้ไม่นาน ตอนนั้นฉัน จากการไปที่เหล่านี้ รวมถึงการพบเจอคน ได้รับโอกาสที่ดีให้แสดงงาน แต่ก็บังเอิญเกิดเรื่อง หน้าใหม่ๆ แต่งานของฉันหลักๆ เลยก็มา บางอย่างในชีวิตที่สร้างความกังวลให้กับฉันใน จากความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละ ช่วงนั้นพอดี ฉันก็เลยไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำ�งาน วันของฉัน ไม่ว่าจะสนุก ร่าเริง เศร้า วิตก เท่าไหร่ และมันส่งผลไปถึงตัวงาน ตั้งแต่นั้นฉัน กังวล ฉะนั้นการมีประสบการณ์ชีวิตมากๆ ก็ตัดสินใจว่าจะพยายามทำ�ทุกนิทรรศการ ทุก การพบเจอสิ่งใหม่บ่อยๆ จึงเป็นเรื่องสำ�คัญ การโชว์งานให้ดีที่สุด เหมือนกัน 80


81


82


83


84


แผนในอนาคตครับ

ตอนนี้ก็จะมีการแสดงงานที่ทำ�ร่วมกับศิลปิน ในงานต่างๆ ในลอสแองเจลิส, ซานฟรานซิสโก, เกาหลีและญี่ปุ่น นี่คือที่กำ�ลังทำ�อยู่ และฉันตื่นเต้นกับการแสดงงานพวกนี้มาก ห้าสิ่ง ที่คุณจะทำ�ก่อนตายครับ

- ทำ� SUNAE ต่อไป - เดินทางรอบโลกด้วยงานศิลปะ - กลับบ้านไปทำ�สตูดิโอ แกลเลอรี่และ เปิดเป็นร้านงานศิลปะไปด้วย (สำ�หรับลูกค้าทั่วโลกเลย) - ให้เวลากับครอบครัวและเพื่อนมากขึ้น - ตอบแทนคุณพ่อคุณแม่ :)

www.nao-shi.com www.etsy.com/shop/naoshi

85


86


87


PIE PHOTO

MORE INDEPENDENT MORE different by

Supphariksh Phattrasitthichoke

สำ � หรั บ การถ่ า ยภาพ ช่ า งภาพทั้ ง มื อ เก่ า มื อ ใหม่ ค งรู้ ดี ว่ า การถ่ า ยภาพ คนหรือภาพ Portrait ให้ดีนั้นถือว่า ยาก เพราะนอกจากเทคนิคอุปกรณ์และ ประสบการณ์แล้ว ยังมีเรื่องของความ รูส้ กึ เข้ามาเกีย่ วข้องเยอะทีเดียวสำ�หรับ ภาพถ่ายแนวนี้ ที่กล่าวมาแบบนี้ เพราะ วันนี้ผมมีช่างภาพมือดีมาแนะนำ� นั้น คือ แมค-ศุภฤกษ์ ภัทราสิทธิโชค ลอง มาชมงานถ่ายภาพ Portrait และบท สัมภาษณ์สั้นๆ ของเขา ว่าน่าสนใจแค่ ไหนครับ

88


89


90


ทำ�ไมถึงเลือกทำ�งานทางนี้

หลังจบจากมหาวิทยาลัยก็เริ่มรับถ่ายงานภาพมาเรื่อยๆ ทั้ง งานโรงแรม อาหาร งานแต่ง งานอีเว้นท์ ตอนนั้นยังไม่มี งานประจำ� ใครจ้างมาเราบอกว่าได้ไว้ก่อน คืออยากลองถ่าย หลายๆ อย่าง ทำ�อยู่ 2 ปี จนเพื่อนแนะนำ�ให้รู้จักเพื่อนอีก คนที่อยู่นิตยสาร Happening ก็เลยมีโอกาสเอา Portfolio เข้าไปให้ พี่วิภว์ บูรพาเดชะ (บรรณาธิการบริหาร) ดู พี่เขา ก็ให้โอกาสถ่ายสัมภาษณ์ในคอลัมน์ต่างๆ ก็เริ่มได้ถ่ายภาพ Portrait มากขึ้น ต่อมานิตยสาร Goplay เปิดรับช่างภาพ พอดี เลยเข้าไปสมัคร พี่โอ๊ต Bonus TMC (บรรณาธิการ) ให้ โอกาสได้เข้ามาทำ�งานประจำ�ที่ Goplay ตั้งแต่นั้นมาก็เลยได้ ถ่ายภาพ Portrait ของพี่ๆ ศิลปินหลายคน ก็เริ่มรู้ว่าตัวเอง ชอบถ่ายภาพแนวนี้ ได้เจอผูค้ นจากหลายสาขาอาชีพ พีแ่ ต่ละคน ก็จะมีประสบการณ์ชวี ติ ต่างกันออกไป ทำ�ให้เราได้เรียนรูม้ มุ มอง ต่างๆ ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ให้โอกาสผมครับ

91


มีเทคนิคในการถ่ายรูปคนยังไงบ้าง

ก่อนถ่ายภาพก็จะนั่งฟังสัมภาษณ์และคอยสังเกตว่าพี่เขาเป็นคนยังไง ดูว่าเราสามารถจะถ่ายคนๆ นั้นได้ในลิมิตแค่ไหน แล้วแต่สถานการณ์ในตอนนั้น อย่างพวกหนังและมิวสิควีดีโอก็มีส่วนช่วย จะ ดูพวกโทนสี การจัดองค์ประกอบ วิธีเล่าเรื่องต่างๆ ผมชอบหนัง Sci-Fi แบบเอเลี่ยนบุกโลก เดิน ทางข้ามเวลา ตอนที่ได้ถ่ายสัมภาษณ์พี่ๆ วง Moderndog และได้สถานที่เป็นห้องมีตู้เสื้อผ้าและ กระจกรอบห้อง เราก็ไปก่อนเวลาเลย เดินๆ ดูมุม เปิดตู้ลองเข้าไปนั่งอยู่คนเดียวก็เลยนึกว่าถ้าให้ พวกพี่เขาวาร์ปออกจากตู้มาเหมือน Timemachine ข้ามเวลาน่าจะแปลกดี เพราะวง Moderndog นั้นอยู่ในทุกยุคทุกสมัยเหมือนเดินทางจากอดีตมาปัจจุบัน 92


93


94


คนบุคลิกแบบไหนถ่ายรูปยากที่สุด

ทุกคนมีความยากง่ายต่างกันไปครับ แค่เรา กดชัตเตอร์ไปเราก็สามารถได้ภาพของเขามา แล้ว แต่อยู่ที่ว่าเราสามารถจะสื่อสารและดึง ความเป็นตัวเขาออกมาได้มากน้อยแค่ไหน

95


96


ปัญหาที่เจอในการทำ�งาน

ส่วนใหญ่ความคิดมันจะมาเพิ่มหลังจาก จบงานตอนนั่งดูรูป ว่าน่าจะเพิ่มตรงนั้น ตรงนี้ เลยแก้ไขโดยการจดข้อผิดพลาด เอาไว้เพื่อครั้งหน้าเราจะไม่พลาดอีกครับ มีช่างภาพที่ชื่นชอบบ้างไหม

Annie Leibovitz ครับ มีโอกาสได้ร่วม งานกับศิลปินดังๆ หลายท่าน ชอบผลงาน ปก Rolling Stone ที่ John Lennon กอดกับป้า Yoko ภาพนั้นเป็นหนึ่งใน ภาพประวัติศาสตร์เลยครับ 97


98


99


แผนในอนาคต หรือสิ่งที่อยากทำ�

อนาคตยังอยากถ่ายภาพ Portrait อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ ถ้ามีโอกาส อยากถ่ายภาพ Annie Leibovitz ครับ ถ้าได้ยืนถ่ายภาพช่างภาพที่เรา ชอบน่าจะเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

100


www.facebook.com/mc.phattrasitthichoke

101


PIE ART

ANIMALISM BY LIMO ARTIST : LIMO OCCUPATION : COLLUMNIST (GOPLAY MAGAZINE) & PAINTER NAME WORK : ‘ANIMALISM’

CONCEPT : คาแรคเตอร์สมมุติที่ถูกสร้าง ขึ้นจากรูปธรรมของสัตว์ เพื่อให้เกิดเป็น รูปธรรมแห่งจินตนาการ โดยบอกถึงสรีระ ของสัตว์ในแต่ละอิริยาบทในแต่ละชนิดผ่าน จินตนาการสร้างสรรค์ถึงการผสมผสาน ความเป็นไปไม่ได้บนความเป็นจริง แปร เปลี่ยนออกมาเป็นสัตว์สังเคราะห์ เพื่อ มุมมองใหม่ของรูปลักษณ์แห่งสัตว์

102


103


104


105


106


107


108


www.facebook.com/pratran.limo www.facebook.com/colour.linemove

109


PIE TEAM : 080 233 5492, 086 918 6216 www.pieeveryday.com facebook.com/piemagazine2013 pieonlinemag@gmail.com 100/99 chaiyapruk village soi 55 Sukapibal 5 O-ngoen Saimai Bangkok 10220

110


111


SEE YOU SOON 112

PIE online magzine 11  

PIE online magzine 11 creative working and living lifestyle www.pieeveryday.com www.facebook.com/piemagazine2013

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you