Issuu on Google+

»˜¹ÊØ¢ ẋ§»˜¹ ÊÃäÊÌҧ à¾×èͪØÁª¹¹‹ÒÍÂÙ‹

ฉบับที่ 18 กันยายน 2556

»˜¹ÊØ¢


www.punsook.org

จัดท�ำโดย

»˜¹ÊØ¢ ẋ§»˜¹ ÊÃäÊÌҧ à¾×èͪØÁª¹¹‹ÒÍÂÙ‹

ส�ำนักสนับสนุนสุขภำวะชุมชน ส�ำนักงงำนกองทุนสนับสนุนกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ ปันสุข : เลขที่ 3 รำมค�ำแหง 44 ถนนรำมค�ำแหง แขวงหัวหมำก เขตบำงกะปิ 10240 Email : editor@punsook.org โทร : 08 1710 0456

»˜¹ÊØ¢

facebook > ค้นหา >


นหา > ปันสุข

สถานี 3

กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้น เรำอำจไม่ต้องมีอะไรเลย มีคนมำนั่งแล้วมำพูดบรรยำยให้จตำม จดบ้ำงไม่จดบ้ำง แล้วก็กลับไป เอำไปประยุกต์ใช้บ้ำง หรือไม่น�ำพำซึ่งผลลัพธ์ใดๆ เลย แต่ถ้ำ เป็นกำรสร้ำงกระบวนกำรเรียนรู้ร่วมกัน สิ่งแรกเลย คือเรำต้องเตรียมกำร รวมถึงบุคลำกรที่จะ มำสร้ำงแรงบันดำลใจให้กับคนที่มำเรียนรู้ร่วมกัน เริ่มต้นเลยคนที่มำนั้น จะต้องรู้ว่ำต�ำบลนั้นๆ เป็นอย่ำงไร ดังนั้นต�ำบลแม่ข่ำยจะต้องส่ง ข้อมูลไปให้แก่ผู้ที่จะมำร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก่อนมำ ซึ่งทำงต�ำบลแม่ข่ำยเองก็ต้องเตรียมกำร ให้พร้อมเพื่อต้อนรับผู้ที่เข้ำมำขอแลกเปลี่ยนควำมรู้ โดยต�ำบลแม่ข่ำยจะใช้พื้นที่จริงเป็นตัวกระตุ้นในกำรเรียนรู้ร่วมกัน เพรำะฉะนั้นสิ่งส�ำคัญคือ แม่ข่ำยจะต้องคุยกันให้ชัดเจนก่อนที่เพื่อนจะมำ ว่ำเรำมีหน้ำที่สร้ำงกำรเรียนรู้ร่วมกัน เรำไม่ได้ จัดกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้เฉยๆ เรียนรู้ร่วมกันหมำยควำมว่ำ เพื่อนเครือข่ำยก็ต้องมีกำรเตรียม กำร ชำวบ้ำนทุกคนคือฟันเฟืองที่ส�ำคัญต่อกระบวนกำร ซึ่งพึงอย่ำเพิกเฉยต่อพวกเขำ เพรำะกำร ลงนำม MOU มิใช่กำรกระท�ำที่ส่งผลต่อคนเพียงบำงกลุ่ม หำกแต่เป็นทุกคนที่อยู่ร่วมกันใน ชุมชน กำรได้เห็นกระบวนกำรสร้ำงกำรเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อร่วมสร้ำงแรงบันดำลใจให้กับผู้มำ เยือนคือสิ่งที่ชุมชนแม่ข่ำยควรตระหนักรู้ และเห็นเป็นควำมส�ำคัญต่อกระบวนกำรสร้ำงกำร เรียนรู้ร่วมกัน ค�ำถำมที่ต้องน�ำไปขบคิดคือ จะท�ำอย่ำงไรให้ผู้มำเยือนรู้สึกอบอุ่น หรือรู้สึกว่ำต�ำบลนี้น่ำอยู่ กว่ำ เมื่อเทียบกับต�ำบลที่ตนพักพิง ให้เขำตั้งค�ำถำมว่ำ ท�ำไมที่บ้ำนเรำไม่มี พรำะแรงบันดำลใจ คือสิ่งส�ำคัญ เป็นพลังผลักดันให้เกิดสิ่งดี โดยสิ่งที่แม่ข่ำยต้องยึดถือเป็นเป้ำหมำยอีกอย่ำงในกำรดึงชุมชนอื่นเข้ำมำเรียนรู้ร่วมกัน คือ กำรดึงสิ่งใหม่ๆ ออกมำจำกกระบวนกำร ซึ่งควำมคิดใหม่คือดอกผลที่กำรันตีกระบวนกำรที่ เรียกว่ำกำรเรียนรู้ นอกจำกนี้ แม่ข่ำยจะต้องรู้ถึงจ�ำนวนแกนน�ำ ตลอดจนทักษะศักยภำพที่มีอยู่ของพวกเขำ เพรำะเมื่อมีเพื่อนมำเรียนรู้แล้ว4-5 รุ่น ก็จ�ำเป็นต้องมำสรุปกันครั้งหนึ่ง ว่ำแกนน�ำคนนั้นๆ มี ควำมเข้ำใจเพิ่มขึ้นมำกน้อยเพียงใด ตลอดจนสังเกตกำรณ์ถึงแรงบันดำลใจในตัวพวกเขำ เพรำะถ้ำไม่ได้สิ่งเหล่ำนี้มำ นั่นบ่งบอกถึงกำรเป็นแม่ข่ำยที่ไม่มีประสิทธิภำพ ต้องกลับมำ ทบทวนตนเองใหม่ และพยำยำมผลักดันตัวเองขึ้นมำ ผ่ำนกำรเตีรยมตัวและกำรท�ำงำนที่หนัก ขึ้น เพรำะกำรท�ำหน้ำที่เป็นผู้สร้ำงกำรเรียนรู้ร่วมกันนั้นต้องมีควำมพร้อม เพื่อว่ำจะผลักดัน ชุมชนที่เป็นลูกข่ำยไปด้วยกัน ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อ�ำนวยกำรส�ำนักสนับสนุนสุขภำวะชุมชน (สน.3)


ÊÒúÑÞ

สื่อสารกันมากขึน้ เข้าใจกันมากขึน้ 6

กองทุนหมูบ่ า้ นแม่ปะ 8

ศูนย์สง่ เสริมเศรษฐกิจพืชไร้ดนิ เชิงพาณิชย์ 10 ต�าข้าวฝัดข้าวซ้อมมือ 12

หันสูอ่ ินทรีย์ คืนชีวิตให้ผนื ดิน 14

งอกงามอย่างมีคณ ุ ภาพ มีความสุข 16

เส้นสายลายจักสาน กับลานแก้มเปื้ อนยิ้ม 18

วิสาหกิจบ้านดิน อยูเ่ ย็น อยูด่ ี 20

อนุรกั ษ์ไก่เขียวพาลี ร�าลึกถึงพระยาพิชยั ฯ 22 โรงเรียนผูส้ งู อายุ 24


º·ºÃóҸԡÒà ใกล้เข้ำมำแล้วส�ำหรับค่ำยเยำวชนปีที่ 2 โดยค่ำยพลเมืองเยำวชน ร่วมสร้ำงวิถีควำมดี(ชื่ออย่ำงไม่เป็นทำงกำร)ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อเป็นช่อง ทำงให้เยำวชนได้ใช้พลังกำย ตลอดจนควำมคิดสร้ำงสรรค์ในกิจกรรม ต่ำงๆ ที่จัดขึ้น โดยมีวัตุประสงค์ให้พวกเขำได้เรียนรู้หลำยแง่มุมมิติของ ชี วิ ต ภำยใต้ น วั ต กรรมของพื้ น ที่ ต� ำ บลหั ว ง้ ม อ� ำ เภอพำน จั ง หวั ด เชียงรำย นวัตกรรมดังกล่ำวคือ ธนำคำรควำมดี ที่เป็นกำรตอบค�ำถำมที่ว่ำ ควำมดีคืออะไร ควำมดีมีจริงหรือไม่ ท�ำดีแล้วได้อะไร โดยภำยใต้ นวัตกรรมนี้ ได้แตกยอดแตกกอเป็นโครงกำรต่ำงๆ มำกมำย ที่ล้วน ประสบผลส�ำเร็จ และเด็กๆ จะได้เรียนรู้สิ่งเหล่ำนั้นจำกค่ำยครั้งนี้ ส�ำหรับวำรสำรปันสุขฉบับนี้ ยังอัดแน่นด้วยเรื่องรำวดีๆ จำกชุมชน ท้องถิ่นเช่นเคย และฉบับต่อไป จะเป็นฉบับเฉพำะกิจ รวบรวมเรื่องรำว จำกค่ ำ ยพลเมื อ งเยำวชนร่ ว มสร้ ำ งวิ ถี ค วำมดี ม ำฝำกผู ้ อ ่ ำ น โปรด ติดตำมรอ บรรณำธิกำร

»˜¹ÊØ¢


¡ÒúÃÔËÒèѴ¡Ò÷ŒÍ§¶Ôè¹áººÁÕʋǹËÇÁ

สื่อสารกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น

ค�ำโฆษณำของค่ำยโทรศัพท์มือถือหนึ่งที่กลำยมำเป็นหัวใจ ของกำรบริหำรจัดกำรของที่นี่ ผ่ำน “กำรสื่อสำรระบบไร้สำย” ที่ สำมำรถเป็นเครื่องมือส�ำคัญในกำรมีส่วนร่วมของชำวบ้ำน และ กำรท�ำงำนแบบโปร่งใสตรวจสอบได้ของ อบต.หนองไฮ ห้องจัดรำยกำรระบบเสียงไร้สำยในห้องเล็กๆ ภำยในที่ท�ำกำร อบต. ซึ่งส่งเสียงผ่ำนล�ำโพงตำมหมู่บ้ำนตั้งแต่เช้ำตรู่ โดยมี วรวีร์ สุปัตติ รองนำยกอบต.คนที่หนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลระบบกำร สื่อสำรของชุมชนทั้งหมด “ผมท�ำวิทยุกระแสหลักมำก่อน หลังจำกนั้นมำท�ำวิทยุชุมชน ก่ อ นมำช่ ว ยงำนท่ ำ นนำยกฯ” วรวี ร ์ เ ริ่ ม เล่ ำ ที่ ม ำที่ ไ ป จำก ประสบกำรณ์และควำมเชี่ยวชำญด้ำนงำนระบบสื่อและกำรจัด รำยกำรวิทยุท�ำให้วรวีร์ลงมำลุยงำนด้ำนสื่อสำรของหนองไฮ ทั้ง หนังสือพิมพ์ชุมชน วิทยุชุมชน และกำรสื่อสำรระบบไร้สำย อัน 

»˜¹ÊØ¢

เป็นเครื่องมือส�ำคัญที่สุด หลั ก กำรง่ ำ ยๆ คื อ ว่ ำ องค์ ก ำรบริ ห ำรส่ ว นต� ำ บลหนองไฮ ต้องกำรบริหำรจัดกำรแบบมีส่วนร่วม โดยให้ควำมส�ำคัญกับกำร รับรู้ข้อมูลข่ำวสำรที่ถูกต้อง ที่แสดงให้เห็นควำมโปร่งใสของกำร ท�ำงำน อยำกให้ชำวบ้ำนเข้ำใจนโยบำยแบบเดียวกันทั้งต�ำบล ไม่ ว่ำใคร ก็สำมำรถรับรู้ควำมเคลื่อนไหวและปฏิบัติกำรต่ำงๆภำย ในอบต. รับรู้ข่ำวสำรต่ำงๆ รวมทั้งรับทรำบกำรประชุมที่เกิดขึ้นใน ท้องถิ่นและในต�ำบล เช่น กำรประชุมสภำ อบต.หนองไฮ จึงเป็น ที่มำของกำรจัดตั้งศูนย์กระจำยข่ำวอบต.ด้วยระบบไร้สำย โดยให้ สถำนที่ออกอำกำศอยู่ที่อบต. แล้วจึงกระจำยกำรถ่ำยทอดเสียง ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 12 หมู่บ้ำน ไม่น่ำเชื่อว่ำห้องส่งสัญญำณเสียงไร้สำย มีแค่โต๊ะหนึ่งตัว เก้ำอี้นั่งจัดรำยกำรสองตัว ไมค์แบบตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์หนึ่ง


เครื่อง กับอุปกรณ์อีกเล็กน้อยเท่ำนั้น สัญญำณจำกที่นี่ จะส่งไป ยังกล่องรับสัญญำณ ซึ่งติดตั้งล�ำโพงไว้ตำมเสำไฟฟ้ำ มีครบทุก หมู่บ้ำน ได้ยินทุกครัวเรือน “ในคอมพิวเตอร์ มันมีช่องสัญญำณให้เลือกได้ ถ้ำสมมติ อยำกสื่อสำรกับหมู่2 ก็เลือกเฉพำะกล่องรับสัญญำณหมู่ 2 หมู่ อื่นจะได้ไม่หนวกหู ถ้ำมีงำนส�ำคัญ เช่นมีประชุม มีแขกมำดูงำน มีงำนวันเด็ก หรืองำนวัฒนธรรมอะไรก็ตำม เรำถ่ำยทอดให้ชำว บ้ำนฟังทั้งหมด โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง กำรถ่ำยทอดสดกำรประชุม สภำอบต.ให้ชำวบ้ำนทุกคนฟัง ใครจะอภิปรำยลงทะเลก็ต้อง ระวังหน่อย” วรวีร์เล่ำพลำงหัวเรำะอำรมณ์ดี กำรติดตั้งระบบเสียงไร้สำยครั้งแรก ใช้งบ���ระมำณค่อนข้ำง สูงทีเดียว แต่ส�ำหรับผลที่ได้รับ คือกำรสื่อสำรกำรบริหำรงำน อย่ำงโปร่งใส แม้กระทั่งกำรประชุมสภำต�ำบลก็ถ่ำยทอดให้ฟัง ถือ

เป็นควำมจริงใจของผู้บริหำรที่ไม่ต้องกำรปิดบังซ่อนเร้นอะไรทั้ง สิ้น ทั้งยังเป็นกำรเปิดโอกำสให้ชำวบ้ำนได้รู้ว่ำ ตัวแทนของเขำ ท�ำงำนอย่ำงไรด้วย ถือเป็นเรื่องคุ้มค่ำมำกส�ำหรับกำรลงทุน “ตอนประชุมนี่ กำรถ่ำยทอดใช้เวลำนำน ก็ลดเสียงลงมำ หน่อย ชำวบ้ำนจะได้ไม่ร�ำคำญ” วรวีร์ว่ำ อบต.หนองไฮ เริ่มติดตั้งระบบสื่อสำรชนิดนี้เมื่อปี 2549 หลัง จำกประเมินผลกำรปฏิบัติงำน หำข้อบกพร่องต่ำงๆ ได้แก้ไข ปรับปรุงอีกครั้ง ในปี 2551 อบต.หนองไฮ จึงขอควำมร่วมมือจำก สถำนีวิทยุกระจำยเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อ ขอรับสัญญำณในกำรออกอำกำศข่ำวแดนล�ำดวนในช่วงเช้ำของ ทุ กๆ วั นท�ำให้ ประชำชนในต� ำบลหนองไฮได้ รับรู้ข่ ำวสำรจำก สถำนีวิทยุกระจำยเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ เกี่ยว กับข่ำวประจ�ำวัน และข่ำวในจังหวัดศรีสะเกษ “บำงทีเรำก็ประกำศข่ำวด่วนเหตุร้ำย เช่น ควำยหำย รถหำย ก็ใช้ระบบเสียงไร้สำยประกำศแล้ววำงก�ำลังได้ทันที” วรวีร์เล่ำ สบำยๆ หรื อ บำงที ก็ ป ระชำสั ม พั น ธ์ กิ จ กรรมของชุ ม ชน กำร ประกอบอำชีพ หรือเผยแพร่จ�ำหน่ำยสินค้ำผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่ ส�ำคัญ นำยกอบต. จะมำพูดคุยกับชำวบ้ำนทุก 6 โมงเช้ำเป็น ปกติ เพื่อบอกว่ำวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้ำงในชุมชน

»˜¹ÊØ¢


การจัดการสวัสดิการสังคมโดยชุมชน

ปลอดหนี้สูญ ทีก่ องทุนหมู่บา้ นแม่ปะ ตัวบ้ำนอันร่มรื่น แวดล้อมด้วยต้นไม้และกำรจัดสวนเป็นบ้ำนของ แสงหล้ำ เจริญสุข ผู้เป็นประธำนกองทุนหมู่บ้ำน ต�ำบลแม่ปะ อ�ำเภอ แม่สอด จังหวัดตำก ผู้ที่บริหำรจัดกำรกองทุนแบบที่คนยืมไปแล้วไม่มี ใครเลยที่ไม่คืน



»˜¹ÊØ¢


อำจฟังดูแปลก เพรำะขึ้นว่ำกองทุนที่มีกำรให้กู้ยืมแล้ว อัตรำ กำรส่งคืนอย่ำงน้อยก็ต้องมีบ้ำงที่ขำดหำยตกหล่นไป เรื่องนี้จึง นับว่ำแปลก ส�ำหรับกำรให้กู้ยืม “เรำบอกคนกู้ว่ำต้องฝึกให้มีวินัยในกำรใช้เงิน ก่อนจะให้ใครกู้ ก็ต้องสืบประวัติก่อน เพรำะคนจะกู้ต้องกรอกแบบฟอร์มให้เรำ พิจำรณำ เรำพิจำรณำกันในรูปแบบคณะกรรมกำร ไม่ใช่พี่คน เดียว ทีนี้เรำก็ไปสืบเสำะ คนนี้เป็นอย่ำงไร ไปถำมเพื่อนบ้ำน นิสัยใจคอ ประวัติเรื่องเงินๆ ทองๆ ในอดีต เวลำพิจำรณำจะให้ ใครกู้ ตอนนั้นพี่ไม่มีญำติ พี่บอกทุกคนเลย แล้วใครสัญญำจะใช้ เงินเท่ำไหร่ถึงเวลำก็ต้องตำมนั้นเวลำนั้น ไม่มีบิดพลิ้ว คนเรำน่ะมี

เงินมำกก็ส�ำลักเงิน ยิ่งคนไม่เคยมียิ่งหนักใหญ่” แสงหล้ำเล่ำ ดอกเบี้ยช่วงเริ่มต้นของกองทุนหมู่บ้ำนแห่งนี้ อยู่ที่ร้อยละ 6 ต่อปี แต่ตั้งแต่ปี 2544 พอปี 2546 ขึ้นเป็นร้อยละ 12 ขณะที่ตอน นี้เหลือร้อยละ 10 โดยเงินในกองทุนมีประมำณ 1.8 ล้ำน คนกู้ทั้ง ต�ำบลรวมแล้วประมำณกว่ำ 600 คน ทั้งต�ำบลเรำมีอัตรำใช้เงิน คืนร้อยละร้อยเหมือนกัน แสงหล้ำ เล่ำเสริมว่ำ หลำยที่ๆ ท�ำไม่ได้แบบนี้ ปัญหำส่วน หนึ่งเกิดจำกตัวกรรมกำรเอง ที่เล่นพรรคเล่นพวก ไม่เสียสละ “คนเรำอยู่ในสังคมต้องเสียสละ ต้องรู้จักแบ่งปัน หำกเรำอยู่ดี สุขดี แล้วเพื่อนเรำไม่สุขมีแต่ทุกข์ เรำจะสุขได้หรือ ครอบครัวพี่ ต้องดีด้วย ไม่งั้นพี่จะท�ำงำนอย่ำงนี้ได้ไง” แสงหล้ำสรุป

»˜¹ÊØ¢


à¡ÉµÃ¡ÃÃÁÂÑè§Â×¹

ศูนย์สง่ เสริมเศรษฐกิจพืชไร้ดินเชิงพาณิ ชย์ ที่ศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจพืชไร้ดินเชิงพำณิชย์ ต�ำบลอุโมงค์ อ�ำเภอเมือง จังหวัดล�ำพูน ประกอบด้วยสมำชิก 10 ครัวเรือน แม้ จะเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นำนแต่มีทิศทำงอนำคตที่ดี กำรปลูกพืชแบบไร้ดินในเมืองไทยมีสำมแบบด้วยกัน แบบ แรกที่รู้จักเป็นส่วนใหญ่จนเข้ำใจผิดกันว่ำกำรปลูกแบบไร้ดินก็คือ กำรปลูกชนิดนี้ นั่นก็คือแบบที่เรียกว่ำ วิธีปลูกในสำรละลำยธำตุ อำหำร (Liquid Culture) เป็นกำรปลูกพืชไร้ดินแบบไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) ที่ได้รับควำมนิยมมำกกว่ำแบบอื่นๆ และใช้ได้ดี ในที่ ที่ มี แ ดดจั ด วิ ธี ก ำรหลั ก คื อ กำรน� ำ รำกพื ช จุ ่ ม ลงใน สำรละลำยโดยตรง รำกพื ช ไม่ มี ก ำรเกำะยึ ด กั บ วั ส ดุ ใ ดๆ ยั ง สำมำรถเคลื่อนไหวไปมำได้ ดังนั้นจึงมักใช้กำรยึดเหนี่ยวในส่วน ของล�ำต้นไว้แทน เป็นกำรรองรับรำกของต้นพืชเพื่อกำรทรงตัว

 »˜¹»˜Êع¢ÊØ¢

แบบที่สองคือกำรปลูกพืชในระบบแอโรโปนิกส์ (Aeroponics) คือกำรปลูกกลำงแจ้งที่มีแดด แปลงปลูกเป็นโครงเหล็กระบบ ส�ำเร็จรูป ป้องกันรังสียูวี สำมำรถถอดประกอบและเคลื่อนย้ำยได้ ง่ำย ต้นกล้ำน�ำมำจำกกำรเพำะเมล็ดพันธุ์ในฟองน�้ำ เมื่องอกแล้ว อนุบำลประมำณ 3-4 วัน จึงน�ำต้นกล้ำลงแผ่นปลูก มีระบบ ควบคุมน�้ำและสำรละลำยอำหำร แบบที่สำมคือกำรปลูกโดยใช้วัสดุปลูก เป็นวิธีกำรปลูกที่นิยม กันอย่ำงแพร่หลำยวิธีหนึ่ง วัสดุปลูกที่ใช้จะแตกต่ำงกันออกไป ได้แก่ Rock wool ดินเหนียวเผำ Perlite หินภูเขำไฟ ทรำยหยำบ แท่งฟองน�้ำ อินทรียวัตถุต่ำงๆ เช่น ขุย มะพร้ำว ขี้เถ้ำ แกลบ แกลบสด ฯลฯ เทคนิคในกำรปลูกพืชโดยปลูกในวัสดุปลูกส่วนใหญ่จะแตก


ต่ำงกันในแง่ของเทคนิคกำรให้น�้ำ และสำรละลำยธำตุอำหำร (ควำมถี่และปริมำณสำรละลำยที่ให้แต่ละครั้ง และ องค์ประกอบของสำรละลำย) ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของวัสดุปลูกที่ใช้ ซึ่งจะต้องมีกำรทดลองเพื่อหำวิธีกำรที่ เหมำะสม ที่อุโมงค์ใช้กำรปลูกแบบที่สำม โดยใช้ขุยมะพร้ำว วิทยำ โพธิ์ทำ ในฐำนะเกษตกรคนหนึ่งให้เหตุผลว่ำ จะ ควบคุมเรื่องน�้ำกับอำหำรของพืชได้ดีกว่ำ “เป็นทำงเลือกของเกษตรกรทำงหนึ่ง ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ควบคุมดูแลได้ง่ำยกว่ำ มีตำรำงกำรท�ำงำนชัด วันนี้ อย่ำงไรพรุ่งนี้อะไร ประมำณนี้ครับ ทุกวันนี้ที่ผ่ำนมำกว่ำปี ผลผลิตเรำไม่พอส่ง ส่วนใหญ่ปลูกเป็นแตงกวำญี่ปุ่น มะเขือเทศเชอรี่ เสียมำกกว่ำ เรำปลูกตำมควำมต้องกำรของตลำดครับ มีโรงแรม บริษัทมำรับซื้อถึงที่ แต่แรกๆ กว่ำจะมีได้อย่ำงทุกวันนี้ เหนื่อยครับ แมลงก็เยอะ เรื่องตลำดก็ต้องหำตลำดเอง ไปวำงขำยเอง ไม่เหมือนทุกวันนี้ ที่ตลำดง่ำยขึ้น โรคแมลงตำมฤดูกำล เช่น แมลงวันทอง ก็ควบคุมดูแลได้ ตอนนี้คนสนใจเยอะครับ อยำกเข้ำร่วม” วิทยำสรุป

»˜¹ÊØ¢




¡ÒôÙáÅÊØ¢ÀÒ¾ªØÁª¹

ต�ำข้ำวฝั ดข้ำวซ ้อมมือ เพือ่ สุขภำพ ห่ำงไกลโรค ใครที่แวะเวียนมำโรงพยำบำลศู นย์ต�ำบลไกรนอก อ� ำเภอ กงไกรลำศ จังหวัดสุโขทัย คงจะแปลกใจไม่น้อย ที่ได้ยินเสียงต�ำ ข้ำวและฝัดข้ำวดังเป็นระยะ แถมส่วนใหญ่ที่มำฝัดข้ำว ยังเป็น กลุ่มผู้สูงอำยุ ที่แต่ละคนล้วนมีลีลำกำรฝัดระดับมืออำชีพ ในอำคำรโปร่งโล่ง มีหลังคำคลุม มีอุปกรณ์สีข้ำว ต่ำงยุคสมัย ที่ยังท�ำงำนประสำนกันได้ดี ตั้งแต่ครกไม้ต�ำมือ เครื่องสีข้ำวแบบ โบรำณ โดยมีเครื่องสีข้ำวไฟฟ้ำตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ดูจำกท่ำทำง คล่องแคล่วและหน้ำตำแจ่มใสของ ศิริเพชร เพชรี่ ประธำนกลุ่ม ข้ำวซ้อมมือ หมู่ 5 คงกำรันตีถึงสุขภำพดีที่ได้จำกกำรกินข้ำวซ้อม มือที่ทำงกลุ่มผลิตเองไม่มำกก็น้อย “เครื่องสีแบบโบรำณนี้ต้องหมุนวนไปมำ ข้ำวที่ได้จะป่นหน่อย สีเครื่องนี้ช่วยเรียกเหงื่อได้ดี ท�ำแล้วหุ่นดี กล้ำมขึ้นแน่ๆ” ศิริเพชร อธิบำยกำรท�ำงำนของเครื่องสีข้ำวให้ฟัง  »˜¹»˜Êع¢ÊØ¢

เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ก่อนจะตั้งเป็นกลุ่มข้ำวซ้อมมือ ศิริเพชร���อก ว่ำ ชำวบ้ำนหมู่ 5 ก็เหมือนรวมตัวกันเป็นกลุ่มอยู่ก่อนแล้ว เธอ เล่ำติดตลกว่ำ อีกสำเหตุที่ตั้งกลุ่มขึ้นมำเพรำะตัวเองเป็นคนกลัว เข็ ม ฉี ด ยำมำก ไม่ ส บำยที ไ รไม่ อ ยำกไปหำหมอเลย จึ ง ต้ อ ง พยำยำมดูแลสุขภำพให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอกจำกหมั่นออกก�ำลัง กำย แล้วอำหำรกำรกินก็เป็นสิ่งที่ศิริเพชรหันมำให้ควำมส�ำคัญ “ทีแรกก็ซื้อข้ำวซ้อมมือกิน แต่อยู่ไปอยู่มำ เห็นครกเพื่อนบ้ำน คว�่ำไว้เฉยๆ ก็ขอยืมมำต�ำข้ำวกินเองดูบ้ำง เรำเกิดทันยุคที่เขำ ต้องหำบน�้ำกิน ต�ำข้ำวกิน ก็คิดว่ำเมื่อก่อนเรำยังท�ำได้ ท�ำไมตอน นี้เรำจะท�ำไม่ได้ล่ะ” ศิริเพชรเล่ำ เริ่ ม ต้ น อย่ ำ งค่ อ ยเป็ น ค่ อ ยไปด้ ว ยกำรต� ำ แล้ ว ผสมกั บ ข้ ำ ว ธรรมดำให้ ค นในบ้ ำ นลองชิ ม ก่ อ น พอได้ ใ จคนที่ บ ้ ำ นลู ก สำว ลูกชำยเธอบอกกินแล้วอร่อย หวำนหอมดี ศิริเพชรเลยต�ำมำเรื่อย


ประมำณ 2 ครั้งต่อเดือน เพรำะเก็บไว้นำนไม่ดี มดกับมอดจะ ชอบมำก ที่บ้ำนเธอเลยต�ำไว้ครั้งละครึ่งถัง ผู้สูงอำยุที่เคยต�ำข้ำวฝัดข้ำวมำก่อน พอเห็นว่ำมีคนท�ำ ก็ขอ เอำข้ำวเขำมำต�ำบ้ำง พอท�ำเข้ำ ก็เริ่มต�ำเก่ง ฝัดข้ำวก็เก่ง ก็เกิด เป็นกลุ่มย่อยๆ ต่ำงคนก็ต่ำงมำต�ำกันที่นี่ กลุ่มคนรักสุขภำพของศิริเพชรที่รวมตัวกันอย่ำงหลวมๆ คง กลำยมำเป็นกลุ่มข้ำวซ้อมมืออย่ำงวันนี้ไม่ได้แน่ หำกไม่ได้แรง ผลักดันจำกกิจกรรมและควำมเข้มแข็งของ อบต. ปำกพูน จังหวัด นครศรีธรรมรำช เรียกได้ว่ำ กำรลงไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ปำกพูน ครำวนั้นช่วยจุดประกำยให้ศิริเพชรไม่น้อย แม้สภำพแวดล้อมโดย รวมจะแตกต่ำง แต่เธอก็บอกว่ำได้แนวคิดกลับมำ เมื่อผสำนกับ สิ่งที่ชุมชนไกรนอกมี นั่นคือควำมร่วมมือของท้องถิ่นทุกภำคส่วน ไม่ว่ำจะเป็นโรงเรียน บ้ำน วัด

“มองไปทำงไหนก็มีแต่ไร่แต่นำ เพรำะหมู่บ้ำนเรำท�ำนำเลี้ยง ตัว ก็เลยเสนอว่ำมำท�ำเรื่องข้ำวกันดีไหม จนในที่สุดก็เป็นจุดเริ่ม ต้นให้หยิบเรื่องข้ำวขึ้นมำ” ศิริเพชรเล่ำ ด้วยทุนทำงสังคมของไกรนอกที่มีควำมแข็งแกร่งของนำข้ำว และชำวนำอยู่แล้ว ผนวกกับกำรเก็บข้อมูลจำกชำวบ้ำนแล้วสรุป เป็น FAP โมเดล พบปัญหำด้ำนสุขภำพร่ำงกำยของคนไกรนอก จะเจ็บป่วยกันเยอะด้วยอำกำรที่ไม่ใช่โรคติดต่อ อำทิ ควำมดัน เบำหวำน เหน็ บ ชำ ซึ่ ง แก้ ไ ด้ ด ้ ว ยอำหำรกำรกิ น ท� ำ ให้ ก ำร ประชำคมของหมู่ 5 ครั้งถัดมำ เลือกกำรแปรรูปข้ำวซ้อมมือเป็น หนึ่งในศูนย์เรียนรู้ของต�ำบล “ทุกคนต้องเกี่ยวข้องกับข้ำวอยู่แล้ว ปกติก็ 3 มื้อต่อวัน เรำก็ เลยตัดสินใจท�ำข้ำวซ้อมมือกัน เป็นกำรเพิ่มมูลค่ำให้ข้ำวแล้วเรำ ก็ได้ประโยชน์ด้วย แทนที่จะกินข้ำวขำวธรรมดำเหมือนแต่ก่อน พอมำท�ำตรงนี้ เรำเองก็ได้กินข้ำวซ้อมมือด้วย” ศิริเพชรว่ำทั้งรอย ยิ้ม นอกจำกนี้ แนวโน้มผู้สูงอำยุในต�ำบลน่ำจะเยอะขึ้น แต่ละคน ก็มีโรคประจ�ำตัวกันทั้งนั้น ทำงกลุ่มจึงคิดกันว่ำท�ำอย่ำงไรจะให้ คนสูงอำยุที่นี่กินอยู่อย่ำงมีคุณภำพ ก็มำลงตัวที่กำรกินเป็นหลัก เคล็ดลับกำรผลิตข้ำวซ้อมมือของไกรนอก ศิริเพชรแย้มให้ฟัง ว่ำ ถ้ำจะให้ดี ข้ำวที่จะเอำมำสีควรเป็นข้ำวหอมมะลิ เพรำะถ้ำเอำ ข้ำวธรรมดำมำท�ำจะออกมำแข็งมำก ของที่นี่เลือกใช้ข้ำวพันธุ์ ขำวดอกมะลิ 105 ปลอดสำรพิษ เกี่ยวใหม่ๆ จำกอ�ำเภอคีรีมำศ และปัจจุบันก็ได้ข้ำวเปลือกบำงส่วนจำกสมำชิกหมู่ 1 กลุ่มข้ำว ปลอดสำรพิษ และกลุ่มเกษตรอินทรีย์ หมู่ 8 “ข้ำวซ้อมมือเรำสำมำรถเข้ำไปนั่งในใจใครได้หลำยร้อยคน แล้ว ไม่ต้องไปวำงขำยที่ไหนเลย เรำก็ดีใจที่รณรงค์ขยำยผลไป แล้วคนชอบ ต�ำบลที่มำดูงำนก็ซื้อไป เขำยังสงสัยว่ำ ท�ำไมเรำ ท�ำได้ในรำคำถูกมำก คือเรำดูแล้วว่ำมันได้ก�ำไร และทำงกลุ่มก็ไม่ ได้มุ่งที่ผลก�ำไรเป็นหลัก อยำกให้คนในต�ำบลรวมทั้งคนที่ซื้อไปได้ สุขภำพมำกกว่ำ” ศิริเพชรสรุป ขณะนี้มีโครงกำรจะตั้งศูนย์เรียนรู้วิถีข้ำว แสดงวิถีชีวิตชำวนำ รวบรวมครกและเครื่องสีข้ำวโบรำณหลำยแบบไว้ให้เด็กๆ และ เก็บเป็นประวัติศำสตร์ของต�ำบลไกรนอก สืบสำนองค์ควำมรู้คู่วิถี ชีวิตต่อไป

»˜¹ÊØ¢




¨Ñ´¡Ò÷ÃѾÂҡøÃÃÁªÒµÔ ÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁ

หันสู่อินทรีย์ คืนชีวิตให้ผืนดิน

แหล่งพัฒนำควำมรู้ภูมิปัญญำชำวบ้ำนแห่งต�ำบลอุดมทรัพย์ ผ่ำนกำรปรุงดิน ปรำศจำกสำรเคมีผสม ด้วยแปลงทดลองและ กำรปรับสูตร จำกกำรเรียนรู้ดูงำนจำกหลำยแหล่ง น�ำมำพัฒนำ เป็นปุ๋ยสูตรเฉพำะคนอุดมทรัพย์ ที่ไม่เหมือนใคร แต่ให้ผลผลิต ได้อย่ำงน่ำภำคภูมิใจ แรกเริ่มท�ำแจกจ่ำย น�ำไปใช้ทดลองในแปลงดินของตนเอง ได้ เห็นถึงควำมเปลี่ยนแปลง จำกผลิตที่เพิ่มขึ้น กลำยเป็นเรื่องบอก ต่อ ไปจนถึง จ�ำนวนสั่งพิเศษจำกคนต�ำบลอื่น ช่วยสร้ำงรำยได้ เป็นตัวเงินได้อย่ำงงดงำม โรงผลิตปุ๋ยชีวภำพแห่งต�ำบลอุดมทรัพย์นี้ มี ดวง พุดฉิมพลี เป็นสมำชิก โดยดวงเล่ำให้ฟังว่ำ กลุ่มนี้มีจุดเริ่มต้นมำจำก จุล อ่อนพรมรำช ซึ่งมีอำชีพหลักเป็นเกษตรกร ได้ทรำบถึงควำม ต้องกำรในกลุ่มเกษตรกรที่ต้องกำรผลิตปุ๋ยชีวภำพเอำไว้ใช้เอง  »˜¹»˜¹ÊØÊØ¢ ¢

เพื่อแก้ปัญหำเรื่องดินเสียดินเสื่อม และต้องกำรผู้มีประสบกำรณ์ ที่มีบทบำทในกำรท�ำงำนชุมชน ใจซื่อมือสะอำด เพื่อจะได้รับมอบ บทบำทส�ำคัญที่จะด�ำเนินกิจกรรมของกลุ่มต่อไป จึงมำสรุปที่ ดวง พุดฉิมพลี ที่ได้รับกำรคัดเลือกเข้ำมำดูแลในเรื่องกำรผลิตปุ๋ย ชีวภำพ ดวงเล่ำให้ฟังว่ำ ก่อนจะมำดูแลที่นี่ เขำเป็นหมอดินมำก่อน ทุ ก ครั้ ง ที่ ต ้ อ งไปดู ง ำนในเรื่ อ งของกำรปรุ ง ดิ น ปรั บ สภำพดิ น เสื่อมโทรม ทำงเกษตรต�ำบลจะต้องส่งไปดูงำนเสมอ เพรำะว่ำ พื้นที่ในต�ำบลอุดมทรัพย์ มีดินหลำกหลำยประเภท บำงพื้นที่เป็น ดินเหนียว บำงพื้นที่เป็นดินลูกรัง หรือบำงพื้นที่เป็นดินทรำย ช่วงนั้นประกอบกับรำคำปุ๋ย ขึ้นรำคำสูงมำก จ�ำเป็นต้องหำวิธี ที่จะช่วยเหลือเกษตรของต�ำบลอุดมทรัพย์ ตอนแรกๆ ก็ต้องไปหำ ขี้วัว มำท�ำปุ๋ย แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ผลเท่ำไหร่ ทำงเกษตรอ�ำเภอจึงส่ง


ไปเรียนรู้เรื่องกำรท�ำน�้ำหมักชีวภำพ โดยบริเวณที่ดินที่ใช้เป็นโรงผลิตปุ๋ยชีวภำพนี้ เดิมเป็นป่ำช้ำ เก่ำ ไม่ได้มีใครเป็นเจ้ำของถือกรรมสิทธิครอบครอง กลุ่มเห็นว่ำ น่ำจะมำตั้งที่นี่ เพรำะห่ำงไกลบ้ำนผู้คน ด้วยกำรท�ำน�้ำหมักปุ๋ย ชีวภำพนี้ จะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เครื่ อ งไม้ เ ครื่ อ งมื อ ต่ ำ งๆ ที่ ใ ช้ ใ นกำรผลิ ต ปุ ๋ ย ได้ รั บ กำร สนับสนุนจำก กองทุนอยู่ดีมีสุข และ ทำง อบต.อุดมทรัพย์ ที่จัด งบประมำณมำช่ ว ยสนั บ สนุ น ในบำงส่ ว น นอกจำกนี้ ท ำง ส�ำนักงำนเกษตรอ�ำเภอวังน�้ำเขียวและส�ำนักงำนพัฒนำที่ดิน ก็ได้ มำให้ควำมรู้และเทคนิควิธีในกำรผลิตปุ๋ยอีกด้วย “ที่ดินของที่นี่มีประมำณยี่สิบกว่ำไร่ เรำก็สร้ำงเป็นโรงเรือน เป็ น ลำนตำกปุ ๋ ย โรงหมั ก และงบประมำณที่ ใ ช้ ด� ำ เนิ น กำร ประมำณ 7 – 8 แสนบำท และในอนำคต ด้วยควำมที่ดินมีเยอะ

เห็นว่ำจะมีโครงกำรท�ำลำนกีฬำชุมชน เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกำส มำใช้ประโยชน์ร่วมกัน” ดวงเล่ำ ปัจจุบันที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ พร้อมมีสถำนที่ปฏิบัติกำรได้จริง ท� ำ ให้ ผู ้ ที่ มี ค วำมสนใจ ที่ อ ยำกจะเข้ ำ มำเรี ย นรู ้ วิ ธี ก ำรท� ำ ปุ ๋ ย ชีวภำพ ได้เรียนรู้กับของจริง ได้เห็นสภำพดินจริงๆ ที่เสื่อมโทรม และหลั ง จำกที่ ท� ำ กำรใส่ ปุ ๋ ย ชี ว ภำพไปแล้ ว จำกสภำพดิ น เสื่อมโทรม ที่คิดว่ำ ใช้กำรไม่ได้แล้วนั้นเกิดกำรเปลี่ยนแปลง อย่ำงไร ถือว่ำเป็นบทเรียนที่ได้เรียนรู้จำกประสบกำรณ์จริง จำกที่ ตนเองประสบมำ รวมถึง กำรได้เรียนรู้เรื่องกำรปรับสูตรมำตรฐำน ที่มีมำ น�ำมำปรับใช้ประยุกต์ให้ได้เป็นสูตรปุ๋ยของตนเองเพื่อจะ ได้น�ำไปใช้ให้ตรงกับสภำพดินที่ตนเองประสบปัญหำอยู่ ตัวอย่ำง เช่น กำรน�ำแตงโมที่ไม่ได้คุณภำพถูกคัดทิ้งแล้ว น�ำมำเป็นส่วน ประกอบหลักมำกำรผลิตปุ๋ยชีวภำพแทนกำรใช้สัปปะรด ส่งผลท�ำให้เกิดกำรเรียนรู้และบอกต่อกันในชุมชน ซึ่งท�ำให้ ขยำยผลกำรท�ำปุ๋ยหมักชีวภำพเพิ่มขึ้น เป็นกำรลดรำยจ่ำยของ เกษตรกร ที่จะต้องไปซื้อปุ๋ย แต่ที่นี่สำมำรถผลิตปุ๋ยได้เอง ตรง ตำมควำมต้องกำรของตนเอง ท�ำให้ได้ผลผลิตดีขึ้น เกิดกำรร่วม กันคิดพัฒนำต่อยอด ปรับปรุงสูตรให้ได้มำตรฐำน รวมถึงเผย แพร่สูตรให้กับผู้ที่สนใจได้ต่อไป

»˜¹ÊØ¢




¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ¢Í§à´ç¡áÅÐàÂÒǪ¹

งอกงามอย่างมีคณ ุ ภาพ มีความสุข ต�ำบลบ้ำนต๋อม อ�ำเภอเมือง จังหวัดพะเยำ เป็นชุมชนกึ่งเมือง กึ่งชนบท ผู้ปกครองจ�ำนวนมำกมีศักยภำพทำงเศรษฐกิจ ส่งผล ให้ มี ท ำงเลื อ กด้ ำ นกำรศึ ก ษำส� ำ หรั บ บุ ต รหลำนที่ ห ลำกหลำย โรงเรียนในพื้นที่จึงถูกมองข้ำม ด้วยหลำยคนกังวลกับคุณภำพ กำรศึกษำ ที่ศูนย์เด็กเล็กบ้ำนร่องห้ำ ต�ำบลบ้ำนต๋อมนี้ มีเด็กนักเรียน อำยุ 2-4 ขวบอยู่ประมำณ 60 คน มีครูผู้ดูแลเด็ก 3 คน แต่มีพ่อ แม่ ปู ่ ย ำตำยำย ลุ ง ป้ ำ นำอำ พระ ในชุ ม ชนอี ก หลำยสิ บ คน หมุ น เวี ย นมำสอน ท� ำ กิ จ กรรมให้ ค วำมรู ้ น อกห้ อ งเรี ย นแก่ ลู ก หลำนของพวกเขำ เพรำะเชื่อว่ำ ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้เป็นของทุกคน และแม้จะส่งลูกถึงหน้ำห้องเรียน แต่หน้ำที่กำรดูแลอบรม ก็ใช่ ภำระที่ฝำกฝังใว้กับครูเพียงล�ำพัง กำรเรียนกำรสอนส�ำหรับเด็ก 2-5 ขวบที่นี่ เน้นกำรพัฒนำ ด้ำนร่ำงกำย อำรมณ์ สังคม จิตใจ โดยที่ผู้ปกครอง และชุมชนเข้ำ  »˜¹»˜Êع¢ÊØ¢

มำมีส่วนร่วม เกิดกำรปรับหน่วยกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรออกมำ ให้ เ ป็ น กิ จ กรรมกำรเรี ย นรู ้ อ ย่ ำ งเหมำะสม เพื่ อ ให้ เ ด็ ก ได้ มี ประสบกำรณ์ตรงมำกกว่ำกำรเรียนกำรสอนหน้ำห้องเท่ำนั้น “ที่โรงเรียนเรำจะมีศำลำนั่งเล่น เรำก็ท�ำเป็นศำลำภูมิปัญญำ ท้องถิ่น ปลูกผักสวนครัวด้วยกันก็เอำมำบูรณำกำรเรียนท�ำอำหำร ชำวบ้ำนร่องห้ำเลี้ยงปลำดุกในสระใหญ่ ที่นี่เรำก็ให้เด็กเลี้ยงปลำ ในท่อซีเมนต์ หน้ำโรงเรียนมีแปลงเล็กๆ ก็มีโครงกำรพี่สอนน้องให้ เด็กประถมกับน้องปลูกผักด้วยกัน เก็บผักบุ้งได้ เขำก็เอำมำแบ่ง น้อง อย่ำงวันนี้หน่วยกำรเรียนรู้เรื่องข้ำว ผู้ปกครองก็มำสอนท�ำ บัวลอย เด็กก็ได้ปั้นได้เล่น ได้ท�ำจริง ที่ผ่ำนมำมีงำนประเพณี ตำนก๋วยสลำก ก่อนวันจริงเรำก็ชวนเด็กๆมำเตรียมข้ำวของพำกัน ไปท�ำพิธีที่วัด ก่อนเช้ำอีกวันเขำจะได้ไปท�ำกับผู้ปกครองจริงๆ” ครูปุ้ย วรรณำ เพ็งศรี เล่ำถึงกิจกรรมในศูนย์ ส่วนที่ “โรงเรียนบ้ำนต๋อม” ซึ่งเป็นโรงเรียนขยำยโอกำสประจ�ำ


ต�ำบล ประกำศเจตนำรมณ์ชัดเจนว่ำ เป็น “โรงเรียนสร้ำงสุข” ท�ำกำรเรียนกำรสอนตำมหลักสูตรกระทรวงศึกษำธิกำร บูรณำ กำรกำรเรี ย นรู ้ ห ลั ก สู ต รท้ อ งถิ่ น เชื่ อ มโยงประวั ติ ศ ำสตร์ ภูมิปัญญำของชุมชน จัดท�ำห้องสมุดมีชีวิตเพื่อกำรเรียนรู้อย่ำง สนุกสนำน บรรยำกำศดี และมีเทคโนโลยีทันสมัย มีกิจกรรมคัด แยกขยะใส่ใจสิ่งแวดล้อม และปลูกฝังหัวใจอันดีงำมให้นักเรียน คิดกิจกรรมเพื่อสังคม จนเกิดเป็นกิจกรรมดูแลผู้สูงอำยุตำมบ้ำน ของ “ชมรมจิตอำสำน้อย” เป็นควำมจริงว่ำเด็กๆ ที่มำเรียนในโรงเรียนนี้ ส่วนใหญ่เป็น เด็กกลุ่มด้อยโอกำสที่บ้ำนยำกจน หลำยคนครอบครัวหย่ำร้ำง อำศัยอยู่กับญำติพี่น้อง และส่วนหนึ่งไม่สำมำรถสอบเข้ำโรงเรียน ในเมืองได้ แต่ขณะเดียวกัน ผลจำกกำรส่งเสริมกำรเรียนรู้ก็ช่วย ท� ำ ให้ เ ด็ ก นั ก เรี ย นมี สั ม ฤทธิ์ ผ ลทำงกำรศึ ก ษำอยู ่ ใ นระดั บ ที่ ดี นักเรียนหลำยคนสำมำรถสอบวัดผล Onet และ Anet ติดอันดับ

ต้นๆ ของจังหวัดได้ ในส่วนของชุมชนนั้นก็ได้ส่งเสริมกิจกรรมกำรเรียนรู้ของเด็ก และเยำวชนในแทบทุ ก ย่ อ มหญ้ ำ เริ่ ม ต้ น จำก “ศู น ย์ พั ฒ นำ ครอบครัวในชุมชนต�ำบลบ้ำนต๋อม” มีกิจกรรมส่งเสริมพัฒนำกำร และกำรดูแลเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ กระทั่งเติบโต อีกทั้งผู้ใหญ่ ใจดียังเปิดโอกำสให้มี “สภำเด็กและเยำวชนต�ำบลบ้ำนต๋อม” ให้ เด็กได้มีช่องทำงพัฒนำตนเอง แสดงบทบำท ศักยภำพ ผ่ำน กิจกรรมต่ำงๆที่คิดท�ำขึ้นมำโดยมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุน ในหมู่บ้ำนต่ำงๆ ก็เด็กๆก็ได้รับกำรถ่ำยทอดภูมิปัญญำ วิถี ชีวิต ศิลปวัฒนธรรม จำกพ่อครูแม่ครูภูมิปัญญำ เกิดเป็นกลุ่มเด็ก และเยำวชนซึ่งท�ำกิจกรรมสร้ำงสรรค์หลำยกลุ่ม ได้แก่ “ลำนผญ๋ำ สืบสำนศิลปวัฒนธรรมล้ำนนำต�ำบลบ้ำนต๋อม” ใช้ลำนวัดเรียน ศิลปะกำรต่อสู้กระบี่กระบอง และขยำยไปสู่มวยไชยำ “กลุ่ม สะล้อซอซึงบ้ำนแท่นดอกไม้” เด็กๆเรียนดนตรีล้ำนนำรวมวงกับ ผู้ใหญ่ “กลุ่มสืบสำนสำยใยรักในท้องถิ่นศิลปินรุ่นเยำว์” เจ้ำ อำวำสมีแนวคิดก่อตั้งวงปีพำทย์พื้นบ้ำนในชุมชน จนขยำยผลไป สอนเด็กๆ ในโรงเรียน “คือจบมำก็ท�ำงำนที่ศูนย์เด็กเล็กนี้เลย เรียกว่ำตั้งแต่เป็นสำว จนแต่งงำน จนมีลูกก็ยังให้ลูกเรียนที่นี่ และยังท�ำงำนที่นี่อยู่จน ทุกวันนี้ และก็เป็นคนบ้ำนนี้แต่เกิดด้วยนะ ท�ำมำจนรู้ตัวว่ำ ตัว เองรักในงำนที่ท�ำ มีควำมรู้สึกว่ำศูนย์เด็กเล็กนี้เป็นเหมือนบ้ำน อีกหลังหนึ่ง” ครูปุ้ยพูด ขณะที่ ครูปำนเลขำ สำรศรี โรงเรียนบ้ำนต๋อม บอกว่ำ ที่ โรงเรียนมีเด็กที่เรียนรู้ได้ไม่เท่ำกันอยู่ บำงคนอำจจะไม่เก่งเลข ไม่ เก่งอังกฤษ แต่ครูที่นี่เชื่อว่ำกำรให้เขำออกไปเรียนรู้ข้ำงนอก ได้ เรียนรู้ทักษะชีวิต ควำมแตกต่ำงของเด็กแต่ละคนก็จะถูกพัฒนำ ไปด้วยกันได้ ทุกอย่ำงคือกำรสอน เป็นประสบกำรณ์ให้เด็กรู้ว่ำ ตัวเองน่ำจะไปทำงไหนได้ อย่ำงน้อยให้เด็กค้นพบว่ำตนมีดีอะไร มีควำมสำมำรถอะไร จะได้มีแนวทำงในกำรด�ำเนินชีวิต ถ้ำเขำ เจอทำงของเขำแต่เด็ก ต่อไปเขำก็จะมีควำมสุข ด้ำน สุรชัย มูลเชื้อ ครูสอนกระบี่กระบองที่ลำนผญ๋ำ เล่ำว่ำ ชีวิตนั้นใกล้เวลำแล้ว ถ้ำเปรียบเทียบก็คงเหมือนไม้ขีดไฟก้ำน สุดท้ำยในกลัก จุดใช้ก้ำนอื่นมำหมดแล้ว เป็นมำแล้วหลำยอย่ำง เมื่อแก่ตัว ก็อยำกเอำวิชำควำมรู้ที่ตัวเองมีมำสอนลูกสอนหลำนที่ บ้ำนเกิด จุดไม้ขีดไฟก้ำนสุดท้ำยให้มีแสงสว่ำง “อีกไม่นำนลุงก็จะตำยแล้ว แต่ลูกหลำนยังอยู่ อะไรดีไม่ดีลุงก็ จะสอน อยำกให้เขำเป็นคนดี มีเส้นทำงที่ดี” สุรชัยว่ำ

»˜¹ÊØ¢




àÈÃÉ°¡Ô¨ªØÁª¹

เส้นสายลายจั กสาน กั บลานแก้มเปื้ อนยิ้ม บนพื้นปูนของอำคำรชั้นเดียว ตอกเส้นหลำกสีวำงเรียงรำยอยู่ ตรงมุมเสำหนึ่ง สูงไปกว่ำนั้นที่ระดับสำยตำ รูปส�ำเร็จของตอก หลำกสีเหล่ำนั้นไขว้ขัดพำดสำนเป็นพัดเคียงข้ำงโคมไฟ และ ภำชนะอีกหลำยรูปทรง ทั้งหมดวำงเรียงเป็นระเบียบบนชั้น “ท�ำกันทุกวันนะ ว่ำงๆ จำกงำน วันไหนออกนำทั้งวันก็มำนั่ง ท�ำตอนกลำงคืน ประมำณแค่งว่ งนอน 3 ทุม่ ก็เลิกแล้ว” ปลิว หลิมเทียนลี้ พูดถึงกิจกรรมของกลุ่มจักสำน ซึ่งชำวบ้ำนหมู่ที่ 7 บ้ำนไผ่ หลงรำษฎร์เจริญ ต�ำบลวังน�้ำคู้ อ�ำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ยึด เป็นอำชีพเสริมมำนำน “พวกเรำเวียนกันมำเรื่อยๆ ไม่มีงำนอะไรท�ำก็มำนั่งสำนกัน เป็นกลุ่มๆ ใครถนัดทำงหมวกก็มำทำงหมวก ใครถนัดทำงพัดก็มำ ทำงพัด ใครถนัดอีจู้ก็ท�ำอีจู้ พอฝนลงก็เบำหน่อย เรำก็เปลี่ยนมำ



»˜¹ÊØ¢

สำนพวกอีจู้” ค�ำอธิบำยถึงผลิตภัณฑ์ชิ้นสุดท้ำยของปลิวหมำยถึง อุปกรณ์จับปลำที่สำนขึ้นจำกไม้ไผ่ โดยสถำนที่ใช้งำนของเครื่อง ท�ำกินชิ้นนี้คือหนองน�้ำและนำข้ำว ซึ่งนับวันจะยิ่งเป็นสิ่งแปลกตำ ส�ำหรับคนเมือง ส�ำหรับเรื่องกำรซื้อขำยนั้น จะมีคนนอกหมู่บ้ำนมำรับ โดย สินค้ำของกลุ่มจะขำยดีตอนช่วงมีนำคม – เมษำยน ตลอดจนงำน ประเพณีตำมวำระโอกำส เช่น งำนบวช งำนแต่ง เมื่อสินค้ำงำน ฝีมือขำยดิบขำยดี ใครต่อใครก็ต้องกำร ที่กลุ่มจักสำนจึงต้องกำร แรงงำนมำเพิ่มเสริมก�ำลังกำรผลิตไม่ว่ำงเว้นแต่ละวัน “ดูสิขนำดสำนทุกวันยังผิด เห็นไหม” เสียงคุณป้ำผู้ก�ำลังสำน เชือกไว้ท�ำหมวกบ่นกับตัวเอง ทว่ำแววตำยังยิ้มเพรำะเพียงเส้น ตอกสำนไขว้ขัดผิดจังหวะ


ดูเหมือนพัดจะเป็นสัญลักษณ์ขึ้นชื่อของที่นี่ จ�ำนวนกำรผลิต ด้วยแรงงำนเพียงหนึ่งคน 30 เล่มต่อวัน นับว่ำไม่น้อย หำกคูณ ด้วยจ�ำนวนสมำชิกหลักๆ 7 คน ได้วันละถึง 210 เล่ม เมื่อทุกคน ลงมือสำนพร้อมกันทุกวัน เดำง่ำยๆ ถ้ำไม่ขำยดีจริง คงต้องได้ สร้ำงโกดังเก็บพัดแน่ๆ กลุ่มจักสำนแห่งนี้เริ่มขึ้นนำนแล้ว ตำมค�ำบอกเล่ำของปลิว ทุนตั้งต้นของกลุ่มจักสำนไม่ได้มำจำกกองเงินทองที่ไหน แต่มำ จำกกำรเรี่ยไรเงินกันเองของสมำชิก เพื่อซื้อวัตถุดิบทั้งตอก สีย้อม และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ส่วนเงินที่ได้มำก็ไม่ต่ำงจำกกิจกรรม อื่นๆ คือไม่ได้หล่นเข้ำกระเป๋ำใครคนใดคนหนึ่ง เงินจ�ำนวนนี้จะ ถูกแบ่งจ่ำยกันตำมผลงำนที่แต่ละคนผลิตได้ ใครท�ำมำกได้มำก มีเวลำหรือเรี่ยวแรงท�ำน้อย รำยรับก็ลดหลั่นลงตำมสัดส่วน

“บำงช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยดี สำนไปมันก็ขำยไม่ค่อยดี เมื่อ ก่อนเรำใช้แต่สีขำว พอเปลี่ยนมำเป็นย้อมสี เปลี่ยนลำยสำนเป็น ลำยดอกก็ขำยดีหน่อย” ปลิวเล่ำ ที่นี่จะท�ำกำรย้อมสีตอกกันเอง ขั้นตอนก่อนย้อมจะต้องน�ำ เส้นตอกไปต้มน�้ำก่อนประมำณ 10 นำที เพื่อไม่ให้เป็นเชื้อรำ ส่วนที่มำของตอก ปลิวบอกว่ำ ก่อนหน้ำนี้สมำชิกจะลงมือกรีด มีดจักตอกจำกล�ำไผ่กันเอง แต่เมื่อต้องใช้ครำวละมำกๆ เพื่อ เป็นกำรทุ่นแรงและเวลำ ทำงกลุ่มต้องลงทุนหำซื้อวัตถุดิบจำก แหล่งอื่นมำเสริมอีกทำง โดยตอก 1 กิโลกรัมจะสำมำรถน�ำมำ สำนเป็นพัดขนำดมำตรฐำนได้ 40 เล่ม แต่หำกเป็นพัดเล็กจะผลิต ได้เพิ่มขึ้นถึง 60 เล่ม กำรสำนคือกำรเล่นลวดลำยจำกกำรขัดทับของเส้นสีขนำด เล็ก กรณีของตอกเส้นบำงเฉียบ ในกำรสำนพัด พี่ปลิวต้องใช้ เทคนิคหมั่นพรมน�้ำบ่อยๆ ด้วยเหตุผลว่ำ ถ้ำแห้งเกินไป ตอกอำจ จะกรอบจนแตกหักได้ขณะดัดยกไปมำ กลุ่มจักสำนหมู่ 7 เริ่มต้นรวมตัวเป็นรูปเป็นร่ำงตั้งแต่ปี 2547 ปลิวบอกว่ำท�ำงำนสำนพัดมำตั้งแต่อำยุ 15-16 ปี เริ่มต้นสำนพัด คล้ำยกำรหัดเดิน ไม่มีใครท�ำเป็นมำตั้งแต่เกิด สมำชิกหลำยๆ คน มำฝึกปรือฝีมือกำรสำนที่นี่ โดยมีปลิวอำสำเป็นครูสอนตั้งแต่แรก ลงมือจนเป็นงำนเริ่มจำกลำยง่ำยๆ ไปจนถึงรูปแบบที่ประยุกต์ขึ้น มำเอง “เห็นเขำท�ำขำย เรำซื้อมำแกะ มำถอดลำยดู เออ…เรำก็ท�ำ เป็น” ปลิวพูดพลำงยิ้ม “ฉันขำยมำตั้งแต่ 3 เล่มบำท” นั่นคือ มูลค่ำจำกวันวำน ปัจจุบันรำคำขำยส่งพัดอันใหญ่อยู่ที่ 10 บำท โดยมีลูกค้ำส่วนหนึ่งก็คือสมำชิกในกลุ่มกันเองที่รับเอำผลิตภัณฑ์ พัดสำนกระจำยไปสู่พื้นที่นอกชุมชน หน้ำฝนเริ่มต้นพร้อมกับช่วงฤดูท�ำนำ กลำงเดือนพฤษภำคม เช่นวันนี้ สมำชิกอำจบำงตำในตอนกลำงวันเพรำะชำวบ้ำนส่วน หนึ่งต้องใช้เวลำช่วงนี้อยู่กับไร่นำสวน “บำงทีเด็กโรงเรียนปิดเขำก็มำหัดสำนกัน” ปลิวพูด “นี่ก็ตัว น้อย ผู้ชำย เข้ำมำขอหัดด้วยช่วงปิดเทอม เขำอยำกท�ำเป็น มี ประมำณ 3-4 คน แต่ตอนนี้เขำไปเรียนพิเศษกัน ใกล้เปิดเทอม แล้ว” สมำชิกกลุ่มจักสำนต่ำงก็เคยถูกเชิญไปให้ควำมรู้ สำธิตจับ มือเล็กๆ ของเด็กน้อยให้คอยหัดสำนถึงโรงเรียนอยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ ให้ภูมิปัญญำพื้นบ้ำนสูญหำยไปพร้อมกับคนรุ่นหนึ่ง บำงครั้งก็ เป็นผู้สูงอำยุที่อยำกท�ำ กลุ่มก็ไปสอน

»˜¹ÊØ¢

 


ÀÙÁÔ»˜ÞÞÒªÒǺŒÒ¹

วิสาหกิจบ้านดิน อยู่เย็น อยู่ดี บ้ำนของ ประกำศิต สุพรหมธีรกูร นำยกองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลหนองไฮ อ�ำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เป็นที่ตั้งกลุ่มวิสำหกิจบ้ำนดิน ซึ่งบ้ำนหลังนี้เป็นบ้ำนดิน ในฐำนะที่ริเริ่มเอง ก็สร้ำงให้ดู อยู่ให้เห็น กลุ่มวิสำหกิจบ้ำนดินเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2553 หลังจำกไปดูงำนจำกท้องถิ่นอื่นแล้ว ทำงอบต.อยำกให้ ประชำชนมีรำยได้เสริมอีกทำง จึงจัดตั้งกลุ่มวิสำหกิจบ้ำนดินขึ้น แรกเริ่มมีสมำชิกประมำณ 20 คน โดย กำรระดมหุ้นละ 100 บำท แต่ไม่เกิน 50 หุ้นต่อคน ต่อมำมีสมำชิกเพิ่มขึ้นเป็น 73 คน จ�ำนวน 4,000 หุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 400,000 บำท ทำงกลุ่มได้มีกำรพัฒนำศักยภำพโดยรับกำรอบรมเกี่ยวกับกำรผลิต กำรน�ำไปใช้ของอิฐประสำน และได้รับสนับสนุนเครื่องอัดอิฐบล็อกด้วยมือ และอุปกรณ์ในกำรผลิต จำก สถำบันวิจัยวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ทั้งนี้ส�ำนักงำนส่งเสริมสังคมแห่งกำรเรียนรู้

 »˜¹»˜Êع¢ÊØ¢


และคุณภำพเยำวชน ( สสค.) ยังได้ให้ควำมรู้ด้ำนกำรก่อสร้ำง บ้ำนด้วยอิฐดินประสำนด้วย พัชรำพร นำโนน สมำชิกกลุ่มวิสำหกิจบ้ำนดิน เล่ำให้ฟังว่ำ วั ต ถุ ดิ บ ที่ ใ ช้ ต ้ อ งเป็นดินที่ไม่มีก รวด ทำงกลุ่ม ใช้ ดินลู กรั ง จำก อ�ำเภอรัตนบุรี ด้วยเคยใช้ดินของหนองไฮเองผลิตแล้ว แต่ดิน หนองไฮได้สีขำว และมีควำมแข็งแรงทนทำนเท่ำกัน กรรมวิธีกำรผลิตเริ่มจำกน�ำดินลูกรังแห้ง มำเข้ำเครื่องบดร่อน ดินจะเปลี่ยนสภำพเป็นผงละเอียด จำกนั้นน�ำไปร่อนอีกครั้งเพื่อ ไม่ให้มีเศษไม้หลงเหลือ ร่อนด้วยเครื่องและบำงครั้งก็ร่อนด้วยมือ เพรำะได้ปริมำณมำกกว่ำ ส่วนทรำยที่น�ำมำใช้ก็ต้องร่อนเช่นกัน จำกนั้นเอำมำเข้ำเครื่องผสม ในอัตรำส่วน 6:1:1 คือดิน 6 ส่วน ปูน 1 ส่วน ทรำย 1 ส่วน หลังจำกผสมได้ที่แล้ว จึงใส่น�้ำอีก หนึ่งส่วน ผสมให้เข้ำกันดี จึงน�ำไปเข้ำเครื่องอัดไฮโดรลิก เพื่อขึ้น ดินเป็นก้อน เครื่องอัดที่ทำงกลุ่มใช้สำมำรถอัดได้ครั้งละสองก้อน สำมำรถอัดลำยได้โดยเปลี่ยนบล็อกด้ำนในเครื่อง ตอนนี้ทำงกลุ่ม

มีแค่สองลำย คือ ลำยช้ำง และลำยดอกไม้ อิฐที่ได้ มีขนำดยำว 25 ซม. กว้ำง 12.5 ซม. หนำ 10 ซม.เมื่อ อัดเสร็จแล้วจะรองด้วยแผ่นวัสดุแห้งที่เรียกว่ำ “พำเลต” ทุกก้อน เพื่อไม่ให้อิฐติดกัน แล้วน�ำไปผึ่งในที่มีลมผ่ำนหนึ่งคืน จึงขนย้ำย ไปบ่มตัวในที่แดดร�ำไรอีก 7-15 วัน ระหว่ำงที่บ่มอิฐต้องรดน�้ำวัน ละครั้ ง ทุ ก เช้ ำ เพื่ อ ให้ เ นื้ อ ดิ น แกร่ ง ครบก� ำ หนดก็ เ ตรี ย มออก จ�ำหน่ำย โดย ทำงกลุ่มตั้งรำคำขำยที่หน้ำโรงงำนก้อนละ 8 บำท “ลูกค้ำส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชน หรือต่ำงอ�ำเภอก็มี มันยัง เป็นเรื่องใหม่ส�ำหรับแถวนี้อยู่ คุณสมบัติที่ดีของอิฐประสำนคือ แข็งแรงและท�ำให้บ้ำนเย็น ลดค่ำก่อสร้ำงจำกปกติได้ถึง 20-30 เปอร์เซนต์” พัชรำพรบอก กลุ ่ ม วิ ส ำหกิ จ บ้ ำ นดิ น ค่ อ ยๆ เติ บ โตอย่ ำ งช้ ำ ๆ ไม่ เ ร่ ง รี บ สำมำรถตอบสนองจุดประสงค์เริ่มแรกของกลุ่มได้เป็นอย่ำงดีคือ ชำวบ้ำนและสมำชิกกลุ่มมีรำยได้เสริมเพิ่มขึ้น อีกทั้งได้พัฒนำ ทักษะควำมรู้ควำมสำมำรถ คุณภำพชีวิตก็ดีขึ้นตำมล�ำดับ

»˜¹ÊØ¢




ÇѲ¹¸ÃÃÁ

อนุรกั ษ์ไก่เขียวพาลี ร�าลึกถึงพระยาพิชยั ฯ ชำวบ้ำนต�ำบลคอรุม อ�ำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ นิยมเลี้ยง ไก่ พั น ธุ ์ เ ขี ย วพำลี เพรำะไก่ พั น ธุ ์ นี้ มี ค วำมสั ม พั น ธ์ ใ นทำง ประวัติศำสตร์ ในแง่ที่พระยำพิชัยดำบหักเคยเลี้ยงไก่พันธุ์นี้ จำก ควำมคิดที่ต้องกำรอนุรักษ์ควำมทรงจ�ำที่มีต่อท่ำนพ่อพระยำพิชัย ชมรมอนุรักษ์ไก่ชนจึงชักชวนชำวบ้ำนที่เลี้ยงไก่ชน มำเลี้ยงไก่ พันธุ์เขียวพำลีแทนกำรเลี้ยงสำยพันธุ์อื่น โดยตั้งคณะกรรมกำร ของกลุ่มขึ้นมำในกำรบริหำรจัดกำร และซื้อไก่แม่พันธุ์พ่อพันธุ์ เขียวพำลีมำเพำะให้สมำชิกเลี้ยง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่ำงในปี 2553 กลำยเป็นกลุ่มคนรักไก่ชนอย่ำงเหนียวแน่น ได้รับกำร สนั บ สนุ น จำก อบต. มี กิ จ กรรมส่ ง เสริ ม กำรเลี้ ย งไก่ อ ย่ ำ งถู ก สุขลักษณะ ทีบ่ ำ้ นของ สมชำย เกลือ่ นเมฆ แห่งกลุม่ อนุรกั ษ์ไก่ชนเขียวพำลี ของสมชำยอยู่ในเล้ำ ใต้ร่มเงำของบ้ำน เขียวพำลี หรือไก่เขียว



»˜¹ÊØ¢

หำงด�ำ เป็นไก่ที่มีรูปร่ำงงดงำม ทรงเพรียวระหง ขนพื้นตัว ขนหำง พัด หำงกระรอกสีด�ำสนิท ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลังเป็นสี เขียวอมด�ำ ปำกแข้งเล็บเดือยเป็นสีเขียวอมด�ำ ในประวัติศำสตร์ ไก่เขียวพำลีเป็นไก่ชนพื้นเมือง หรือไก่เขียว หำงด�ำ พัฒนำมำจำกไก่บ้ำนพันธุ์ ‘กะตังอู’ หรือไก่อู สืบค้นไปได้ ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เจ้ำเขียวหำงด�ำนี้เป็นไก่พันธุ์หนึ่งที่มีชั้นเชิงดี ล�ำหักล�ำโค่นดี ท่ำนพ่อพระยำพิชัยก็เลี้ยงไก่พันธุ์นี้ “ไก่ชนเป็นวิถีชีวิตของคนไทย พระยำพิชัยดำบหักเป็นชำว อุตรดิตถ์ ท่ำนชอบกีฬำชกมวย ฟันดำบ และชนไก่ มำตั้งแต่เด็ก พระยำพิชัยดำบหักท่ำนยกย่องว่ำ เขียวพำลีเป็นไก่เทวดำ ทำง กลุ่มของเรำต้องกำรอนุรักษ์ไก่ชนพันธุ์เขียวพำลีให้อยู่คู่กับชำวคอ รุมสืบไป” สมชำยเล่ำ


หำง - หำงพัด และหำงกระรวยสีด�ำสนิท หำงพัดเรียงกันเป็น แนวจำกล่ำงขึ้นบนตำมล�ำดับ หำงกระรวยดกยำวเป็นฟ่อนข้ำว ก้ำนหำงแข็งปลำยหำงชี้ตรง กระเบนหำงคอดรัดขั้วหำง ใหญ่ และชิด กระปุกน�้ำมันเดี่ยว ตำ - ขอบตำเป็นรูปวงรี คิ้วนูนเรียบตำมเบ้ำตำ ดวงตำสีเขียว อมด�ำ สีเส้นเลือดแดงในตำชัดเจน ลูกตำมีประกำยแจ่มใส แข้งขำ - ปั้นขำใหญ่ ล�่ำสัน แข้งเรียวแบบล�ำหวำย ข้อขำตรง หนังปั้นขำออกสีชมพู ขนปั้นขำสีด�ำ หงอน - หงอนเป็นหงอนหิน มีแฉกเล็กๆ สองข้ำง ผิวหงอน เรียบ หน้ำหงอนบำง กลำงหงอนสูง ท้ำยหงอนกดรัดกระหม่อม ไม่พับไม่ล้ม เกล็ด - เกล็ดแข้งเกล็ดนิ้วสีเขียวอมด�ำ รับกับสีปำก เกล็ด เรียบเป็นแถวเป็นแนว ยำวปัดตลอด มักมีเกล็ดพิฆำต เช่น กำกบำทนำครำช เสือซ่อนเล็บ เหน็บใน ผลำญศัตรู งูจงอำง อย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง หรือหลำยอย่ำง ตุ้มหู - ตุ้มหูรัดรึงไม่หย่อนยำน สีแดงเหมือนสีหงอน รูหูกลม ลักษณะเด่นประจ�ำพันธุ์เขียวพำลี คอ - คอใหญ่ปำนกลำงยำวระหง กระดูกปล้องคอชิดแน่น ล�ำ มีขนปิด หูสีเขียวอมด�ำเหมือนขนสร้อย นิ้ว - นิ้วเรียวยำว ปุ่มนิ้วหรือตัวปลิงแ น่น เกล็ดนิ้วมักแตก คอโค้งเป็นรูปเคียว ขนสร้อยคอขึ้นเรียบเป็นระเบียบ เป็นลักษณะต่ำงๆ เกล็ดเล็บเดือยมีสีเขียวอมด�ำ รับกับแข้งและ ใบหน้ำ - ใบหน้ำกลมยำว ผิวเรียบแบบหน้ำกำ หรือนกยูง ปีก – ปีกยำว สนับปีกใหญ่ ปีกเป็นลอนเดียวสีด�ำ สร้อยปีกสี ปำก เหนียง - เหนียงเล็ก รัดติดกับคำง สีแดงเหมือนสีหงอน เขียวอมด�ำ เดือย - เป็นเดือยแบบขนเม่น และงำช้ำง เดือยแหลมคม สี ปำก - ปำกใหญ่ ปลำยปำกงอเล็กน้อย มีร่องปำก หรือร่องน�้ำ ทั้ง 2 ข้ำง ปำกสีเขียวอมด�ำ สีรับกันกับสีแข้ง เล็บและเดือยปำก เดียวกับแข้ง หรือปำก กะโหลก - กะโหลกหัวยำว 2 ตอน ส่วนหน้ำยำวเล็กกว่ำส่วน บนใหญ่กว่ำปำกล่ำง หุบปิดสนิทไม่มีร่องโหว่ เง่ำปำกใหญ่ และ ท้ำย เห็นรอยไขหัวที่กะโหลกชัดเจน แข็งแรง ขน – ขนพื้นตัว หน้ำคอ หน้ำท้อง ใต้ท้อง ใต้ปีก สีด�ำตลอด ตะเกียบ - แข็งแรง ชิดและตรง ขนหำง พัดหำง กระรวย สีด�ำสนิท ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อย จมูก - รูจมูกกว้ำง ยำว เป็นแนวตำมปำก สันจมูกเรียบไม่ หลัง และระย้ำ สีเขียวอมด�ำแบบสีแมลงภู่ ก้ำนขนแข็งเหนียว ไม่ เผยอ สีเดียวกับปำก เปรำะหรือหักง่ำย

»˜¹ÊØ¢




áçºÑ¹´ÒÅã¨

โรงเรียนผูส้ งู อำยุ

สกูป๊ จำก : ครอบครัวข่ำว 3



»˜¹ÊØ¢


ที่จังหวัดเชียงรำยมีโรงเรียนผู้สูงอำยุ ซึ่งเป็นโครงกำร ส�ำหรับผู้เกษียณอำยุรำชกำร หรือ ผู้สูงอำยุ ได้ใช้ชีวิตช่วง บั้นปลำยชีวิตให้มีควำมสุข ซึ่งผู้เรียนบอกว่ำเรียนแล้วไม่ อยำกจบ ชีวิตในช่วงบั้นปลำยของผู้สูงอำยุหลำยคนมีทั้งทุกข์และ สุขแตกต่ำงกัน แต่ที่ต�ำบลหัวง้ม อ�ำเภอพำน จังหวัดเชียงรำย ที่นี่มีผู้สูงอำยุหลำยคนถูกลูกหลำนทิ้งให้อยู่ล�ำพังจนกลำย เป็นโรคซึมเศร้ำ และคิดจะฆ่ำตัวตำย ประกอบกับเป็นพื้นที่ที่ มีจ�ำนวนผู้สูงอำยุมำกกว่ำมำตรฐำน ส่งผลให้ทีมงำน อบต. หัวง้ม พระครูสุจิณกัลยำณธรรม รองเจ้ำคณะอ�ำเภอพำน และชำวบ้ำนในพื้นที่ต้องระดมสมองหำทำงแก้ไข ในที่สุดได้ ตั้งโรงเรียนผู้สูงอำยุขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหำคม 2553 โดยจะ สอนให้ผู้สูงอำยุมีควำมรู้ ควำมเข้ำใจในกำรด�ำเนินชีวิต และ เป็นผู้สูงอำยุที่มีคุณภำพ และก่อนเข้ำเรียน นักเรียนทุกคน ต้องเข้ำแถวเคำรพธงชำติ สวดมนต์ เหมือนกับโรงเรียนทั่วไป ระบบกำรเรียนแบ่งออกเป็น 3 ชั้นปี เรียนชั้นปีละ 24 สัปดำห์ ทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 8 โมงเช้ำ ถึง 4โมงเย็น ที่วัด ศรีเมืองมูล หมู่ 8 ต�ำบลหัวง้ม ซึ่งชำวบ้ำนต่ำงต�ำบลที่สนใจ สำมำรถมำสมัครเรียนได้ โดยหลักสูตรที่สอนมีควำมหลำก หลำยรอบด้ำน เน้นถอดบทเรียนชีวิตและกำรบริหำรจัดกำร ทั้งหมดนี้ เรียนแล้วต้องรู้จริง ปฏิบัติได้ และถ่ำยทอดเป็น ส�ำหรับครูผู้สอนนั้นไม่มีค่ำตอบแทน เพรำะถือเป็นครูอำสำ แต่สิ่งที่ได้รับนั่นคือควำมภำคภูมิใจของกำรเป็นผู้ให้ ทุกครั้งที่มีกำรเลื่อนชั้น ทุกคนจะต้องผ่ำนกำรสอบ หำก ไม่ผ่ำนก็ต้องสอบใหม่จนกว่ำจะผ่ำน เมื่อจบหลักสูตรชั้นปีที่ 3 แล้ว หลำยคนไม่อยำกเลิกเพรำะมีควำมสุขกับกำรเจอ เพื่อนๆ ดังนั้นเมื่อเสียงเรียกร้องมำกขึ้น ในที่สุดก็ต้องเปิด หลักสูตรชั้นปีที่ 4 หรือมหำวิทยำลัยผู้สูงอำยุ ซึ่งเป็นกำรเรียน ที่ไม่มีมีวันสิ้นสุด ยั ง ไม่ ส ำยที่ จ ะเรี ย นรู ้ หำกใครสนใจใช้ ชี วิ ต ในช่ ว ง บั้นปลำยให้สมกับค�ำว่ำ แก่อย่ำสง่ำ ชรำอย่ำงมีคุณภำพ ลองไปทดสอบได้ที่โรงเรียนผู้สูงอำยุ ต�ำบลหัวง้ม แห่งนี้

»˜¹ÊØ¢




ค่าย ระหว่างวันที่ 23 – 27 ตุลาคม 2556 ณ ต�ำบลหัวง้ม อ�ำเภอพาน จังหวัดเชียงราย


วารสารปันสุข ฉบับที่ 18