Page 1

การหนีภาษีและการเลี่ยงภาษีของธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์

โดย นางสาว พรรณนภา ตาลกุล

รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาบริหารธุรกิจบัณฑิต (การบัญชีบริหาร) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา พ.ศ. 2555


ชื่อ พรรณนภา E-mail

นามสกุล ตาลกุล

ivy.river@hotmail.com โทรศัพท์

ชื่อเล่น

นุ่น

087-0506902

. .

บริษัท วินออน ออดิท จากัด

.

ที่อยู่ 84/46 หมู่ 3 แสมดา บางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 เบอร์โทรศัพท์ 02-415-4428

.

ชื่อสถานที่ประกอบการ

พนักงานบัญชี และสอบบัญชี

ตาแหน่งงานที่ฝึกงาน

.

รายละเอียดงานที่ทา ลงบัญชีตามเอกสาร จัดทางบการเงิน จัดทาหมายเหตุประกอบงบ การเงิน ตรวจสอบงบการเงิน จัดทาเอกสาร ติดต่อลูกค้า . รูปที่มีนิสิตถ่ายภาพกับสานักงานหรือพี่ๆ พนักงาน

ข้อคิดหรือข้อแนะนาสาหรับน้องๆ การทางานที่จริงแล้วไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด การที่ได้ไปทางานที่นี่ ทาให้ได้รู้อะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ได้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ และตัวเองอยากจะเป็น . เหมาะสมให้น้องฝึกงานต่อ

เหมาะสมให้น้องฝึกงานต่อ

ไม่เหมาะสมให้น้องฝึกงานต่อ

 ไม่เหมาะสมให้น้องฝึกงานต่อ


วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 เรื่อง ขอส่งรายงานการฝึกงาน เรียน อาจารย์ที่ปรึกษา สาขาการบัญชีบริหาร อาจารย์พัชนิจ เนาวพันธ์ ตามที่ข้าพเจ้า นางสาวพรรณนภา ตาลกุล นิสิตสาขาการบัญชีบริหาร คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ได้เข้ารับการฝึกงาน ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม 2555 ถึง 31 พฤษภาคม 2555 ในตาแหน่ง พนักงานบัญชีและพนักงานสอบบัญชี ณ บริษัท วินออน ออดิท จากัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร และได้รับมอบหมายให้ศึกษาและทารายงานเรื่อง การหนีภาษีและการเลี่ยงภาษี ของธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์นั้น บัดนี้ การฝึกงานดังกล่าวได้สิ้นสุดลง ข้าพเจ้าขอส่งรายงานดังกล่าวมาพร้อมกันนี้ จานวน 1 เล่ม เพื่อขอรับคาปรึกษาต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ นางสาวพรรณนภา ตาลกุล


กิตติกรรมประกาศ

รายงานเล่มนี้ไ ด้ถูกจัดทาขึ้นภายใต้ก ารฝึกงานช่วงฤดูร้อนของนิสิตสาขาการบัญชีบริหาร คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ในส่วนเรื่องที่นิสิตสนใจ เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาที่นอกเหนือจากการเรียนแต่เพียงในสื่อการเรียนรู้ เพียงเท่านั้น และเพื่อให้ทราบถึงวิธี และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทางด้านภาษีให้มากขึ้น จากการศึกษาค้นคว้า ทั้งในตาราเรียน ประสบการณ์จริง และจากคาสอนคาบอกเล่าของผู้ที่มี คุณวุฒิมากกว่านั้น ทาให้ท ราบถึงวิธีการหลีกเลี่ยงภาษี และการหนีภาษีของธุรกิจที่ เกิดขึ้นจริง ที่เราไม่ สามารถหาได้จากตาราเรียนเล่มไหน สาหรับประโยชน์จากการทารายงานครั้งนี้ ก็เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ตนเอง และแก่ผู้อื่นต่อไป ภายในอนาคต และทาให้ได้ประสบการณ์ในอีกด้านหนึ่งและรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของธุรกิจในสมัยนี้มาก ยิ่งขึ้น รายงานเล่มนี้สาเร็จขึ้นได้เพราะได้รับการสนับสนุกจาก พ่อและแม่ ขอขอบคุณพวกท่านมา ณ. ที่นี้ด้วย ขอขอบพระคุณ อาจารย์สาขาการบัญชีบริการ ม.เกษตรศาสตร์ ที่ได้มอบความรู้ ประสิทธิประสาท วิชาการ และคุณธรรมจริยธรรมอันดีให้แก่นิสิต ขอขอบพระคุณ บริษัท วินออน ออดิท จากั ด สาหรับข้อมูล และการดูแลตลอดเวลาการฝึกงาน และสุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ คุณ บวรสิทธิ์ ศรศิลป สาหรับที่ปรึกษา ทางด้านภาษี ที่ปรึกษารายงานการฝึกงานเล่มนี้ จนกระทั่งรายงานเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์

นางสาวพรรณนภา ตาลกุล 27 กรกฎาคม 2555


คานา

รายงานเล่ ม นี้ ถู ก จั ด ท าขึ้ น เพื่ อ ส่ ง เสริ ม ความรู้ ระหว่ า งช่ ว งฝึ ก งานภาคฤดู ร้ อ นของนิ สิ ต สาขาวิช าการบั ญชีบ ริก าร มหาวิท ยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เพื่ อให้ผู้ที่สนใจทราบถึง ความหมายของการหนีภาษีและการเลี่ยงภาษี วิธีการกลยุทธ์ ตลอดจนถึงบทลงโทษทางกฎหมาย เพื่อที่ นิสิตนักศึกษา หรือผู้ที่สนใจจะได้นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน หรือการทางานของ ตนเองได้ ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ นิสิต นักศึกษา ผู้ที่ต้องการศึกษา หรื อ ผู้ ส นใจ เพื่ อ ที่ จ ะช่ ว ยเสริ ม สร้ า งความรู้ ความเข้ าใจให้ แ ก่ ก ลุ่ ม บุ ค คล หากรายงานเล่ ม นี้ เ กิ ด ข้อผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นจากการหาข้อมูล หรือจากการวิเคราะห์ของตัวผู้จัดทารายงานก็ตาม ข้าพเจ้าขอ อภัยมา ณ.ที่นี้ด้วย และยินดีรับฟัง และจะนาไปแก้ไขปรับปรุงข้อผิดพลาดนั้นในโอกาสต่อไป

ผู้จัดทา นางสาวพรรณนภา ตาลกุล 27 กรกฎาคม 2555


สารบัญ

หน้า กิตติกรรมประกาศ คานา บทที่ 1 บทนา ความสาคัญของการฝึกงาน วัตถุประสงค์หลักของการฝึกงาน ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับจาการฝึกงาน

1 1 2

บทที่ 2 การฝึกงาน ณ บริษัท วินออนออดิท จากัด สถานที่ตั้ง ประวัติ บริษัท วินออนออดิท จากัด ผังการจัดองค์การและการบริหารจัดการ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ กลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ งานที่ได้รบั มอบหมาย ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกงาน ข้อเสนอแนะ ประเด็นสาคัญจากการฝึกงานนาสู่รายงานการศึกษา

3 3 4 5 5 5 5 6 6

บทที่ 3 การหนีและการเลี่ยงภาษี วัตถุประสงค์ของการศึกษา การหนีภาษีและการเลี่ยงภาษี ความหมายและความแตกต่างของการหนีและการเลี่ยง ภาษี ประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษี ข้อค้นพบจากการปฏิบัติการงานจริงเกี่ยวกับ วิธีการหนีภาษีธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์ วิธีการเลี่ยงภาษีธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์ วิธีการปฏิบัติของผู้ทที่ าการตรวจสอบ ผลที่ได้รบั และบทลงโทษทางกฎหมาย ข้อวิเคราะห์เปรียบเทียบ สรุป ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม

7 7 9 10 11 25 26 29 29 29 30


1

บทที่ 1 บทนา

ความสาคัญของการฝึกงาน การฝึกงานคือ การให้นิสิต นักศึกษาได้พบเจอกับสิ่งที่เป็นจริง ซึ่งมากกว่าในตารา การฝึกงานนั้นมี ความสาคัญอย่างยิ่งที่จะทาให้นิสิต นักศึกษา ได้เพิ่มทักษะ และได้รับความรู้ที่นอกเหนือจากในตารา และใน ห้องเรียน วัตถุประสงค์หลักของการฝึกงาน วัตถุประสงค์หลักของการฝึ กงาน คือ เพื่อให้นิสิต นักศึกษาได้เรียนรู้ถึงวิธีการทางาน และการนา ความรู้ที่ไ ด้ศึ ก ษามาไปใช้ใ นการท างานในอนาคต อีก ทั้งยังเป็นการฝึก การทางานร่วมกั บผู้อื่น มีความ รับผิดชอบมากขึ้น การตรงต่อเวลาของนิสิต และยังถือเป็นการเตรียมพร้อมของนิสิตนักศึกษา ก่อนที่จะจบ การศึกษาและพบเจอกับการทางานในชีวิตจริง ในส่วนของวัตถุประสงค์รอง คือ การที่นิสิตได้รับความรู้ที่นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน การ ใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากในห้องเรียน และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของการทางานในสถาน ประกอบการที่ตนเองได้เลือกไปฝึกงาน


2

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการฝึกงาน ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับหลังจากสิ้นสุดการฝึกงานในครั้งนี้ 1. เพื่อจะได้นาความรู้ความสามารถที่ได้ศึกษามาในช่วงชั้นปีไปประยุกต์ใช้ในการทางาน 2. เพื่อเสริมสร้างทักษะในการทางานเกี่ยวกับบัญชี และอื่นๆที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น โดยได้เพิ่มพูน ความรู้ที่นอกเหนือจากตาราเรียน หรือในห้องเรียน 3. เพื่อเป็นโอกาสที่ได้ใช้ช่วงเวลาในการฝึกงานค้นหาสิ่งที่ชอบ หรืองานที่ตนเองถนัด เพื่อ เตรียมพร้อมตัวเองก่อนที่จะไปประกอบอาชีพหลังจากจบการศึกษา 4. เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา และการทางานร่วมกันของเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งการ วางตัวต่อผู้ที่มีตาแหน่งสูงกว่า หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่ในตาแหน่งเดียวกัน 5. เพื่อให้เกิดการวางแผนการทางาน มุมมอง และทัศนะคติของบุคคลที่มีประสบการณ์ในการ ทางาน


3

บทที่ 2 การฝึกงาน ณ บริษัท วินออนออดิท จากัด สถานที่ตั้ง ที่อยู่ : 84/46 หมู่ 3 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดา เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150 โทรศัพท์ : 02-415-4428 , 081-408-8518 แฟกซ์ : 02-415-4430 อีเมล์ : bs.accounting@hotmail.com ประวัติ บริษัท วินออนออดิท จากัด บริษัท วินออนออดิท จากัด เป็นบริษัทรับตรวจสอบบัญชี และบริการทาบัญชี ซึ่งแยกมาจาก บริษัท บวรสินการบัญชี จากัด มีวัตถุประสงค์เพื่อแยกการรับงานตรวจสอบบัญชีและงานจัดทาบัญชีออกจากกัน นายบวรสิทธิ์ ศรศิลป เจ้าของกิจการได้ทาธุรกิจในลักษณะทวนน้า คือเริ่มจากการรับงานตรวจสอบบัญชี รับจัดทาบัญชี และรับจดทะเบียนธุรกิจตามลาดับ โดยนายบวรสิทธิ์ ศรศิลป ได้แบ่งบริษัทออกเป็น 4 กลุ่ม คือ บริษัท บวรสินการบัญชี จากัด , บริษัท วินออนออดิท จากัด , บริษัท โคเชอร์ บิซซิเนส คอนซัลเตนท์ จากัด และบริษัท เฉพาะกิจ จากัด โดยแต่ละบริษัทจะมีลักษณะการทางานที่แตกต่างกันออกไป บริษัท บวรสินการบัญชี จากัด รับจัดทาบัญชี และจัดทางบการเงินประจาปี , บริษัท วินออนออดิท จากัด รับตรวจสอบบัญชี , บริษัท โคเชอร์ บิซซิเนส คอนซัลเตนท์ จากัดรับจดทะเบียนธุรกิจ บริษัท เฉพาะ กิจ จากัด รับงาน Project สาเหตุที่นายบวรสิทธิ์ ศรศิลปะจัดตั้งบริษัทเป็น 4 กลุ่ม คือ 1. รายได้จากการตรวจสอบบัญชีเมื่อนาไปรวมกับรายได้จากการทาบัญชีก็จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะทาให้เสียภาษีจานวนมากกว่าที่ควรเพราะในความเป็นจริงรายได้จากการตรวจสอบบัญชีนั้นได้รับการ ยกเว้นการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 2. ในอนาคตหากบริษัทมีทนายเพื่อใช้ในการว่าความ รายได้จากการว่าความไม่ต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม


4

ผังการจัดองค์การและการบริหารจัดการ

แผนผัง ที่ 1 ผังการจัดองค์การและการบริหารจัดการ บริษทั วินออน ออดิท จากัด


5

ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ บริษัท วินออน ออดิทจากัด รับตรววจสอบบัญชี รับเป็นที่ปรึกษาทางบัญชีและทางด้านภาษีอากร ให้กั บนิติบุ คคลทั่ วไป ทั้ ง นิติบุ ค คลในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการจัดทาบัญชีเพื่ อเสีย ภาษีอากร กลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ กลุ่มลูกค้าของบริษัท วินออนออดิท จากัด ประกอบไปด้วย บริษัทมหาชนจากัด บริษัทจากัด และ ห้างหุ้นส่วนจากัด งานที่ได้รับมอบหมาย 1. จัดทาแฟ้มเอกสารที่จะต้องลงบันทึกบัญชี 2. กระทบยอดบัญชี 3. บันทึกข้อมูลลงในสมุดรายวันจ่าย 4. บันทึกข้อมูลลงในสมุดรายวันซื้อเชื่อ 5. บันทึกข้อมูลลงในสมุดรายวันขายเชื่อ 6. บันทึกข้อมูลลงในสมุดรายวันเงินสดย่อย 7. จัดทางบการเงิน 8. จัดทาใบนาส่งเอกสาร 9. ตรวจสอบบัญชี (Audit) 10. จัดทาเล่มออดิท รวมถึงการแก้ไขงบการเงิน และหมายเหตุประกอบงบการเงิน ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกงาน 1. ได้รับความรู้นอกเหนือจากในตาราเรียนหรือห้องเรียน ซึ่งสามารถนาไปใช้ในการทางาน ในอนาคต 2. มีความรับผิดชอบมากขึ้น 3. มีความตรงต่อเวลา 4. สามารถปรับตัวเข้าหาผู้อื่นได้มากขึ้น 5. สามารถนาความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียน


6

ข้อเสนอแนะ การทางานในชีวิตจริงนั้นต่างกับการเรียนในห้องเรียน ภายในห้องเรียนนั้นจะมีโจทย์ อาจารย์และ เฉลย ซึ่งทาให้ปัญหาที่เจอนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องง่ายๆ ที่เราสามารถผ่านมันไปได้ แต่ในชีวิตการฝึกงานที่ได้ ผ่านมาเป็นเวลา 500 ชั่วโมงนั้น ทาให้เราได้พบกับสิ่งที่เรียกว่าชี วิตจริง โดยส่วนตัวแล้ว ครั้งแรกที่เข้าไป ทางาน มีความกลัวกับสิ่งที่จะต้องเจอกับมัน ในส่วนนี้เองที่อยากจะให้เพิ่มในส่วนที่เป็นการสอนให้รู้ถึง หลักการใช้ชีวิต และหลักการทางาน ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่จะ เผชิญหน้ากับความจริง กับสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ให้มีการจัดระเบียบความคิด จัดระเบียบความรับผิดชอบ การ ทางานที่ทาให้เราได้ค้นพบตัวเองมากขึ้น ได้เจอกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย ได้เรียนรู้ความแปลกใหม่ที่มากกว่า ตาราเรียน ประเด็นสาคัญจากการฝึกงานนาสู่รายงานการศึกษา สาหรับประเด็นที่นาไปสู่การทารายงานเรื่องการหนีภาษีและการเลี่ยงภาษีนั้น เกิดขึ้นจากการพูดคุย กับพี่ที่ทางานถึงการหนีภาษีหุ้นของอดีตนายกท่านหนึ่งที่ตกเป็นข่าวเมื่อ 3-4 ปีก่อน ประกอบกับกิจการที่ เพื่อนได้รับมอบหมาย มีใบกากับภาษีที่ผิดปกติ จึงเกิดความสงสัยว่าธุรกิจอื่นๆมีการหนีภาษีหรือไม่ และถ้า หากมีคนเหล่านั้นมีวิธีการทาอย่างไร และการเลี่ยงภาษี จริงๆแล้วมันเป็นเพียงแค่การวางแผนภาษีโดยหักค่า ลดหย่อนเพียงแค่นั้นหรือ และหัวหน้างานได้พูดเรื่องภาษีห้องเช่า จึงเห็นว่ามันเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ จึง นามาทาเป็นหัวข้อรายงานเล่มนี้


7

บทที่ 3 การหนีและการเลี่ยงภาษี

วัตถุประสงค์ของการศึกษา  เพื่อให้ทราบถึงความหมายของการหนีภาษี และการเลี่ยงภาษี รวมถึงการวางแผนภาษี  เพื่อให้ได้ทราบถึงวิธีการของนักบัญชีในการทาบัญชีเพื่อการยื่นภาษีที่ถูกต้องและครบถ้วน  เพื่อให้ได้ทราบว่าการหนีภาษีมีวิธีการทาอย่างไร รวมถึงบทลงโทษตามกฎหมายอาญาและ แพ่งที่พึงได้รับหากหนีภาษี  เพื่อทราบถึงวิธีการวางแผนภาษีในธุรกิจให้เช่ารวมอพาร์ตเมนต์ รวมไปถึงการวางแผนภาษี ของกลุ่มคนต่างฐานะ

การหนีภาษีและการเลี่ยงภาษี การหนีภาษี ( Tax Evasion) หมายถึง การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรโดยมีเจตนาจงใจที่จะ กระทาการนั้น ด้วยวิธีการทาการต่างๆ เพื่อเป็นการไม่ต้องเสียภาษี หรือการเสียภาษีที่น้อยลง อยู่ภายใน ขอบข่ายที่ละเมิดต่อกฎหมาย (The reduction of tax by illegal means) เช่น โดยความเท็จ ฉ้อโกง อุบาย หรื อ ขอบเขตที่พึงกระทา โดยตามประมวลกฎหมายรัษฎากรได้อ้างถึงการหนีภาษีไว้ว่า “จะต้องเป็นการจงใจ แจ้งความเท็จ หรือให้ถ้อยคาเท็จหรือตอบคาถามด้วยถ้อยคาอันเป็นเท็จ หรือนาพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่ อหลี กเลี่ยงการเสี ยภาษีอ ากร หรือ โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบ าย หรือโดยวิ ธีการอื่นใดทานอง เดียวกันหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร” ด้วยวิธีการอันเป็นการ ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่ง ผู้กระทาความผิดอาจต้องรับโทษทางอาญา


8

การเลี่ยงภาษี (Tax Avoidance) มีความหมายได้หลายความหมาย เช่นว่า การเลี่ยงภาษี การหลบ หลีกภาษี การหลบเลี่ยงภาษี หรือการหลีกเลี่ยงภาษี ให้ความหมายโดยรวม ไว้ว่าการเลี่ยงภาษีอากร คือ วิธีการใดๆ ตามกฎหมาย ที่มุ่งสร้างให้เกิดผลต่อภาระภาษีของผู้เสียภาษี เพื่อที่จะได้มีภาระภาษีที่จะต้องเสีย ต่ากว่าเดิมหรือไม่เสีย โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย (Loopholes) ภายใต้ความคลุมเครื อของบทบัญญัติที่ ปรากฏ (Ambiguities) ภายใต้ข้อผิดพลาดอื่นๆ (Other Deficiencies) อันเกิดมาจากกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง นั้นๆ เป็นสาคัญซึ่งหากรัฐบาลพบ ก็อาจพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่ออุดช่องว่างของกฎหมายได้ โดยนอกจากนี้ยังมีการกระทาอื่นๆที่ก่อให้เกิดการเสียภาษีในจานวนที่น้อย ลง หรือการที่ไม่เสีย ภาษีเลย โดยอาจจะเกิดจากการที่ผู้เสียภาษีอากรไม่มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงภาษีอากา อันเกิดจากการที่ผู้เสีย ภาษีอากรไม่มีความเข้าใจในกระบวนการ และบทบัญญัติของกฎหมายภาษีอากร เป็นตัน ซึ่งเหล่านี้เป็นการ ไม่เจตนาที่จะไม่เสียภาษี หรือเสียภาษีน้อยลง ถือเป็นอีกหนึ่งช่องโหว่ของการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร ความแตกต่างของการหนีภาษีและการเลี่ยงภาษี ส าหรั บ ความแตกต่ า งของการหนี ภ าษี แ ละการเลี่ ย งภาษี นั้ น โดยที่ เ ห็ น ได้ ชั ด คื อ การขั ด ต่ อ บทบัญญัติตามกฎหมาย หรือในอีกนัยนึงคือการขัดต่อความสงบของบ้านเมือง สาหรับการหนีภาษีนั้น ตาม ประมวลกฎหมายรัษฎากรนั้น ถือว่าเป็นการขัดต่อกฎหมาย และในส่วนของการเลี่ยงภาษีนั้น ในที่นี้เราจะรู้จักกับ “การวางแผนภาษี” ซึ่งการวางแผนภาษีนั้น โดยการใช้ช่องโหว่ของกฎหมายภาษีอากร ( Tax Loopholes) วางแผนการใช้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมี ประโยชน์สูงที่สุด โดยคานึงถึงกฎหมาย ข้อระเบียบบทบัญญัติประมวลกฎหมายรัษฎากร โดยที่ไม่ถือว่าเป็น ความผิด เพื่อให้ผู้เสียภาษีอากร เสียภาษีน้อยลงเท่าที่จะเป็นได้ หรือไม่มีการเสียภาษีอากรเลย โดยส่วนมาก จะเป็นการวางแผนตั้งแต่การเริ่มก่อตั้งบริษัท และดาเนินการต่อไปเรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จุดมุ่งหมายของการหนีภาษี และการเลี่ยงภาษีที่มีความเหมือนกันคือ การที่ทาให้ผู้ เสียภาษีอากรมีการเสียภาษีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทาได้ หรือการที่ไม่ต้องเสียภาษีเลย


9

ประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษี ในที่นี้ผู้รับผิดตามกฎหมายคือผู้ที่กระทาการหนีภาษีโดยเจตนา ผู้ที่มีเจตนาหนีภาษีโดยเจตนาตาม ประมวลกฎหมายรัษฎากร และตามประมวลกฎหมายอาญา ตามประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา 37 ผู้ใด “ (1) โดยรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคาเท็จ หรือ ตอบคาถามด้วยถ้อยคาอันเป็น เท็จ หรือนาพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรตามลักษณะนี้ หรือ (2) โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทานองเดียวกัน หลีกเลี่ยงหรือพยายาม หลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรตามลักษณะนี้ ต้องระวางโทษจาคุก ตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท ” ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป ) ตามประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา 37 ทวิ “ ผู้ใดเจตนาละเลย ไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่นตามลักษณะนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการ เสียภาษีอากร ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจา ” ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป ) โดยความผิดนี้อยู่ภายใต้ฐานความผิดด้านการหนีภาษีตามประมวลรัษฎากรเพียงอย่างเดียว ส่วน ทางด้านกฎหมายอาญาจะแยกไปอธิบายในเรื่องต่อไป


10

ข้อค้นพบจากการปฏิบัติการงานจริงเกี่ยวกับ วิธีการหนีภาษี สาหรับการหนีภาษีของธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์ นั้น จะเหมือนกับการหนีภาษีที่นิยมทากับธุรกิจ โดยทั่วไป โดยสามารถอธิบายได้อย่างสั้นๆดังนี้  การมีบัญชี 2 เล่ม คือ การที่ธุรกิจจัดทาบัญชีที่แสดงข้อความ และตัวเลขที่เป็นเท็จ โดยมีการ ตกแต่งข้อ ความหรือตัวเลขนั้นในส่วนที่เป็นสาระสาคัญ ที่ส่งผลกระทบต่องบการเงิน โดยที่ 1 เล่มจะเป็นการทาบัญชีตามสภาพของกิจการ และอีก 1 เล่มจะเป็นการทาตามประมวลกฎหมาย รัษฎากร เพื่อให้ตนเองนั้นเสียภาษีลดลงจากที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นการกระทาที่ ผิดกฎหมาย มี โทษทางอาญาและทางแพ่ง

 การไม่รับรู้รายได้ คือ สาหรับธุรกิจการให้เช่าอพาร์ตเมนต์นั้น อาจจะเลือกการไม่รับรู้รายได้ เช่นการที่มีเงินจอง หรือเงินมัดจา เจ้าของธุรกิจไม่ถือว่าเงินส่วนนี้เป็นรายได้ โดยจะถือว่าเงิน ส่วนนั้นเป็นเงินสดรับ และการที่ธุรกิจมีรายได้อื่นๆนอกเหนือจากรายได้จากการขาย และ รายได้จากการบริก าร และธุรกิจนั้นเลือกที่จะไม่รับรู้รายได้อื่นๆที่มีจานวนเงินมาก เพื่ อที่ รายได้ของตนเองจะได้ไม่มีจานวนเงินที่สูงเกินไป เพื่อเป็นการลดกาไรสุทธิก่อนค่าใช้จ่ายทาง ภาษี และเมื่อนามาคานวณภาษีแล้วนั้น ก็จะมีค่าใช้จ่ายทางภาษีที่น้อยลง

 การใช้ใบกากับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คือ

การออกใบกากับภาษีปลอม

มี

ความหมายทั้งในทางแพ่งและทางอาญา ใบกากับภาษีปลอมในทางแพ่ง หมายถึง ใบกากับภาษีที่ถูกผู้อื่นปลอมขึ้นและกฎหมายยังให้ ความหมายรวมถึงในกรณีใบกากับภาษีที่ผู้รับประโยชน์ไม่สามารถนาพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็น ผู้ออกใบกากับภาษี กฎหมายให้ถือว่าเป็นใบกากับภาษีปลอม


11

ใบกากับภาษีปลอมในทางอาญา หมายถึง ใบกากับภาษีที่ผู้อื่นทาปลอมขึ้น โดยการปลอมทั้ง ฉบับ หรือ แต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติม หรือ ตัดทอนข้อความ หรือแก้ไ ขด้วยประการใดๆใน ใบก ากั บภาษี ที่แท้จริง ประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในใบกากับภาษี การนา ใบกากับภาษีปลอมมาใช้ในธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์นั้ น จะเป็นการหนีภาษีตั้งแต่เริ่มแรกคือ การก่อสร้างอาคาร อาจจะมีการกระทาเกี่ยวกับใบกากับภาษีได้ในหลายกรณี โดยอาจจะทาการ ปลอมแปลงใบเสร็จ การจัดทาใบกากับภาษีขึ้นมา 2 ชุด การสับเปลี่ยนใบกากับภาษี การซื้อ ใบกากับภาษี การออกใบกากับภาษีโดยไม่ถูกกฎหมาย โดยที่นิยมจะเป็ นการขอซื้อใบกากับ ภาษี จะมีวิธีการคือ ขอเปิดใบกับภาษีที่ต่ากว่า 7% โดยส่วนต่างจะถือเป็นรายได้ของกิจการ

วิธีการเลี่ยงภาษี วิธีการเลี่ยงภาษีของธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์นั้น จะใช้การวางแผนภาษีเหมือนธุรกิจทั่วไป โดยจะมี การวางแผนตามกรณีศึกษาดังนี้ กรณีศึกษาการทาธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์ นาย ก. มีที่ดินแปลงหนึ่ง ปัจจุบันมีราคาประเมิน 10 ล้านบาท และมีเงิน 10 ล้านบาท นาย ก. ต้องการสร้าง อาคาร 1 หลัง มีห้อง 100 ห้อง มูลค่าการก่อสร้าง 15 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการอพาร์ตเมนต์ ให้เช่า คิดค่า เช่าห้อง เดือนละ 3,500 บาท ต่อห้อง และคิดค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ เดือนละ 1,500 บาท ต่อห้อง ข้อสมมติฐาน - กู้ยืมจากธนาคารเพื่อใช้ในกิจการ 5 ล้านบาท เสียดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อปี - มีผู้เช่าเต็มตลอด 5 ปี มีรายได้ค่าเช่าห้องปีละ 4.2 ล้านบาท ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ปีละ 1.8 ล้านบาท - มีค่าใช้จ่ายขายและบริหาร ปีละ 1.2 ล้านบาท - ซื้อรถยนต์เพื่อใช้ในกิจการคันละ 2.4 ล้านบาท - สามารถผ่อนคืนต้นเงินกู้ได้ปีละ 1 ล้านบาท และดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละปี


12

ในขั้นตอนแรกเจ้าของธุรกิจควรจะรู้ว่ามีเงินได้ ทรัพย์สิน หรือธุรกรรมอะไรบ้างที่ได้รับยกเว้นไม่ ต้องเสีย ภาษีการยกเว้นภาษี นั้นอาจเป็นการยกเว้นโดย พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงก็ได้ นอกจากนี้อาจเป็นการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี โดยพระราชบัญญัติ พระราช กฤษฎีกา หรือกฎกระทรวงก็ได้ ผู้วางแผนภาษีควรทราบถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ในที่นี้คือธุรกิจให้เช่าอพาร์ตเมนต์ โดยมีภาระภาษีที่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจคือ „ ภาษีเงินได้ „ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย „ อากรแสตมป์ „ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน „ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ( หากฐานภาษีไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีจะได้รับยกเว้น ) ในขั้นต่อมา ผู้วางแผนภาษี หรือจ้า ของกิจการควรคานึงถึงการเลือกรูปแบบของการทาธุรกิจ ว่าจะเป็น กิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลห้าง หุ้นส่วนจากัด บริษัทจากัด บริษัทมหาชนจากัด กิจการร่วมค้า ( Joint venture) และกลุ่มบริษัท(Consortium) ผู้วางแผนควรจะรู้ว่าองค์กรธุรกิจใดเสียภาษีมากน้อยแตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่จะช่วยให้ตัดสินใจเลือก องค์กรธุรกิจที่เหมาะสมแก่การประกอบการได้ถูกต้อง ตัวอย่างเช่นในกรณีศึกษาเราจะยกตัวอย่างขององค์กรธุรกิจ 2 ประเภทคือ 1. บุคคลธรรมดา โดยสามารถแบ่งการเสียภาษีได้เป็น 2 กรณีคือ 1.1 องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา ‟ โดยการหักรายจ่ายแบบเหมา 1.2 องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา ‟ โดยการหักรายจ่ายตามจริง โดยมีข้อพิจารณาเบื้องต้น „

เงินได้ค่าเช่าเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด

ตามกฎหมายสามารถหักค่าใช้จ่ายได้จานวนเท่าใด - อัตราเหมา / หักค่าใช้จ่ายตามจริง

ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสามารถนามาหักเป็นค่าลดหย่อนได้หรือไม่


13

เสียภาษีเงินได้จากอัตราก้าวหน้า แต่ได้รับยกเว้นเงินได้สุทธิส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาท

2. ธุรกิจบริษัท สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทองค์กรธุรกิจ 1.1 องค์กรธุรกิจบริษัท ‟ โดยให้บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน 1.2 องค์กรธุรกิจบริษัท ‟ โดยให้บริษัทเช่าที่ดิน

ข้อพิจารณาเบื้องต้น „ ควรให้บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือไม่ หรือควรให้นาย ก. ถือที่ดินแล้วให้ บริษัท เช่า „ ทุนจดทะเบียนของบริษัทควรมีจานวนเท่าใด (ปกติไม่ควรมีทุนจดทะเบียนสูง แต่ใช้ เงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นโดยจ่ายดอกเบี้ยตามราคาตลาด) „ เกณฑ์การคานวณรายได้รายจ่ายของบริษัท (เกณฑ์สิทธิ) „ ต้องมีการจัดทาบัญชี และมีหลักฐานประกอบการบันทึกรายจ่าย „ บริษัทควรเลือกซื้อรถยนต์ชนิดใดเพื่อใช้ในกิจการ (รถยนต์นั่ง 11 ที่นั่ง)


14

1. บุคคลธรรมดา 1.1 องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา – เลือกหักค่าใช้จ่ายอัตราเหมา „

เงินได้ค่าเช่าห้อง หักค่าใช้จ่ายอัตราเหมาได้ 30 %

เงินได้ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ หักค่าใช้จ่ายอัตราเหมาได้ 10 %

การเลือกหักค่าใช้จ่ายอัตราเหมา หากมีค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าจานวนรายจ่ายอัตรา เหมา จะไม่สามารถนาค่าใช้จ่ายส่วนเกินมาใช้ประโยชน์ในการคานวณภาษีได้

ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่สามารถนามาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตาม เงื่อนไขของกฎหมาย

ภาระภาษีเงินได้ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา – เลือกหักค่าใช้จ่ายอัตราเหมา รายการ เงินได้

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

หัก ค่าใช้จ่ายอัตราเหมา (1,440,000) (1,440,000) (1,440,000) (1,440,000) (1,440,000) หัก ค่าลดหย่อน

(30,000)

(30,000)

(30,000)

(30,000)

(30,000)

คงเหลือเงินได้สุทธิ

4,530,000

4,530,000

4,530,000

4,530,000

4,530,000

ภาษีเงินได้

1,231,100

1,231,100

1,231,100

1,231,100

1,231,100

(อัตราก้ าวหน้ ตาราง ที่ 1า)ตารางภาระภาษีเงินได้ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา – เลือกหักค่าใช้จ่ายอัตราเหมา


15

เงินคงเหลือ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา – เลือกหักค่าใช้จ่ายอัตราเหมา รายการ

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

เงินได้

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

หัก ภาษีเงินได้

(1,231,100)

(1,231,100)

(1,231,100)

(1,231,100)

(1,231,100)

ค่าอากรแสตมป์

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

ค่าภาษีโรงเรือนและ

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

ทีค่า่ดผ่ินอนรถยนต์

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

รายจ่ายขายและ

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

บริ หาร้ยจ่ายธนาคาร ดอกเบี

(500,000)

(400,000)

(300,000)

(200,000)

(100,000)

คืนต้นเงินกู้ยืมธนาคาร (1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

คงเหลือเงินสุทธิ

1,159,700

1,259,700

1,359,700

1,459,700

1,059,700

ตาราง ที่ 2 ตารางเงินคงเหลือ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา – เลือกหักค่าใช้จ่ายอัตราเหมา


16

1.2 องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา ‟ เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง „

การหักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่าย เช่น ใบเสร็จรับเงิน

รายจ่ายที่หักได้ต้องเกี่ยวข้องกับกิจการด้วย ในทางปฏิบัติจึงควรจัดทาบัญชีรายรับ - รายจ่าย

ค่าเสื่อมราคาอาคาร ค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีโรงเรือน ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร นามาหักเป็นค่าใช้จ่ายตามจริงได้

ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อใช้ในกิจการ หักเป็นค่าใช้จ่ายตามจริงได้

ภาระภาษีเงินได้ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา ‟ เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง รายการ

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

เงินได้

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

หัก ค่าเสื่อมราคาอาคาร

(750,000)

(750,000)

(750,000)

(750,000)

(750,000)

ค่าอากรแสตมป์

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร

(1,200,000) (1,200,000)

(1,200,000) (1,200,000) (1,200,000

ดอกเบี้ยจ่ายธนาคาร

(500,000)

(400,000)

(300,000)

(200,000)

)(100,000)

ค่าลดหย่อน

(30,000)

(30,000)

(30,000)

(30,000)

(30,000)

คงเหลือเงินได้สุทธิ

2,990,800

3,090,800

3,190,800

3,290,800

3,390,800

ภาษีเงินได้ (อัตราก้าวหน้า)

732,240

762,240

792,240

822,240

852,240

ตาราง ที่ 3 ตารางภาระภาษีเงินได้ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา – เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง


17

เงินคงเหลือ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา ‟ เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง รายการ

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

เงินได้

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

หัก ภาษีเงินได้

(732,240)

(762,240)

(792,240)

(822,240)

(852,240)

ค่าอากรแสตมป์

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

ค่าภาษีโรงเรือนและ

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

ทีค่า่ดผ่ินอนรถยนต์

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

ดอกเบี้ยจ่ายธนาคาร

(500,000)

(400,000)

(300,000)

(200,000)

(100,000)

คืนต้นเงินกู้ยืมธนาคาร

(1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

คงเหลือเงินสุทธิ

1,558,560

1,628,560

1,698,560

1,768,560

1,838,560

ตาราง ที่ 4 ตารางเงินคงเหลือ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา ‟ เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง


18

2. ธุรกิจบริษัท 2.1 องค์กรธุรกิจบริษัท – บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (กรณีบริษัทกู้ยืมเงินจากนาย ก.) „

ค่าอากรแสตมป์จากสัญญากู้ยืมเงิน (0.05% แต่ไม่เกิน 10,000 บาท)

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ของดอกเบี้ยที่จ่ายจริง

เงินได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สามารถเลือกเสียภาษีจากจานวนภาษี ที่ถูกหักไว้ได้ในอัตราร้อยละ 15

ข้อสมมติฐานรอง นาย ก.ซื้อที่ดินมาไม่เกิน 1 ปี และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้บริษัทโดยถือเป็นการชาระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สิน แทนการชาระด้วยเงิน (เท่ากับราคาประเมิน 10 ล้านบาท) โดยตกลงให้บริษัทออกค่าภาษีและค่าใช้จ่าย ทั้งหมดในการจดทะเบียนโอน นาย ก. ใช้เงิน 10 ล้านบาท เป็นทุนของบริษัท 1 ล้านบาท และให้กู้ยืม 9 ล้าน บาท ภาษีและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่บริษัท „

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ค่าธรรมเนียมโอน (2% ของราคาประเมิน)

ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินที่สูงกว่า)

อากรแสตมป์ (0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินที่สูงกว่า) แต่หากได้เสียภาษีธุรกิจ เฉพาะแล้วจะได้รับยกเว้นอากรแสตมป์


19

ภาระภาษี องค์กรธุรกิจบริษัท – โดยให้บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน รายการ

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

หัก ค่าเสื่อมราคาอาคาร

(750,000)

(750,000)

(750,000)

(750,000)

(750,000)

ค่าเสื่อมราคารถยนต์ 11 ที่

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

นัค่า่งอากรแสตมป์

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

ค่าภาษีโรงเรือน

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

ค่าใช้จ่ายขาย

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

ดอกเบี้ยจ่ายธนาคาร

(500,000)

(400,000)

(300,000)

(200,000)

(100,000)

ดอกเบี้ยค้างจ่าย

(900,000)

(900,000)

(900,000)

(900,000)

(900,000)

คงเหลือกาไรสุทธิ

1,640,800

1,740,800

1,840,800

1,940,800

2,040,800

ภาษีเงินได้ (30%)

492,240

522,240

552,240

582,240

612,240

ตาราง ที่ 5 ตารางภาระภาษี องค์กรธุรกิจบริษัท ‟ โดยให้บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน


20

เงินคงเหลือ องค์กรธุรกิจบริษัท – โดยให้บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน รายการ

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

เงินได้

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

หัก ค่าภาษีและ คชจ. โอน

(635,000)

-

-

-

-

ทีภาษี ่ดินเงินได้

(492,240)

(522,240)

(552,240)

(582,240)

(612,240)

ค่าอากรแสตมป์

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

ค่าภาษีโรงเรือน

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

ค่าผ่อนราคารถยนต์

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

ค่าใช้จ่ายขาย

(1,200,000) (1,200,000)

(1,200,000) (1,200,000)

(1,200,000)

ดอกเบี้ยจ่ายธนาคาร

(500,000)

(300,000)

(100,000)

คืนต้นเงินกู้ยืมธนาคาร

(1,000,000) (1,000,000)

(1,000,000) (1,000,000)

(1,000,000)

คงเหลือเงินสุทธิ

1,163,560

1,938,560

2,078,560

(400,000)

1,868,560

(200,000)

2,008,560

ตาราง ที่ 6 ตารางเงินคงเหลือ องค์กรธุรกิจบริษัท ‟ โดยให้บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน


21

2.2 องค์กรธุรกิจบริษัท – โดยให้บริษัทเช่าที่ดิน „ ค่าอากรแสตมป์จากการทาสัญญาเช่าที่ดินจากนาย ก. (0.1% ของค่าเช่า) „ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของค่าเช่าที่จ่ายจริง „ ค่าเช่าที่ดินต้องนามารวมคานวณเสียภาษีตามปกติ ข้อสมมติฐาน นาย ก. ให้เช่าที่ดินแก่บริษัท เดือนละ 50,000 บาท โดยทาสัญญาเช่าแบบรายปี ค่าเช่ารายปี ปีละ 600,000 บาท ค่าอากรแสตมป์ 600 บาท ภาระภาษีบริษัทองค์กรธุรกิจบริษัท – โดยให้บริษัทเช่าที่ดิน รายการ

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

หัก

(750,000)

(750,000)

(750,000)

(750,000)

(750,000)

ราคาอาคาร ค่าเสื่อมราคารถยนต์ 11 ที่

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

นัค่า่งอากรแสตมป์

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

ดอกเบี้ยจ่ายธนาคาร

(500,000)

(400,000)

(300,000)

(200,000)

(100,000)

ดอกเบี้ยค้างจ่ายนาย ก.

(900,000)

(900,000)

(900,000)

(900,000)

(900,000)

ค่าเช่าที่ดินค้างจ่ายนาย ก.

(600,000)

(600,000)

(600,000)

(600,000)

(600,000)

คงเหลือกาไรสุทธิ

1,040,800

1,140,800

1,240,800

1,340,800

1,440,800

ภาษีเงินได้ (30%)

312,240

342,240

372,240

402,240

432,240

ค่าเสื่อม

ตาราง ที่ 7 ตารางภาระภาษี องค์กรธุรกิจบริษัท ‟ โดยบริษัทเช่าที่ดิน


22

เงินคงเหลือ บริษัทองค์กรธุรกิจบริษัท – โดยให้บริษัทเช่าที่ดิน รายการ

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

เงินได้

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

6,000,000

หัก ภาษีเงินได้

(312,240)

(342,240)

(372,240)

(402,240)

(432,240)

ค่าอากรแสตมป์

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

(4,200)

ค่าภาษีโรงเรือน

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

(525,000)

ค่าผ่อนราคารถยนต์

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

(480,000)

ค่าใช้จ่ายขาย

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

(1,200,000)

ดอกเบี้ยจ่ายธนาคาร

(500,000)

(400,000)

(300,000)

(200,000)

(100,000)

คืนต้นเงินกู้ยืมธนาคาร

(1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

(1,000,000)

คงเหลือเงินสุทธิ

1,978,560

2,048,560

2,118,560

2,188,560

2,258,560

ตาราง ที่ 8 ตารางเงินคงเหลือ องค์กรธุรกิจบริษัท ‟ โดยบริษัทเช่าที่ดิน


23

เปรียบเทียบภาระภาษีเงินได้ของแต่ละองค์กรธุรกิจ รายการ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา: หักรายจ่ายแบบเหมา องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา: หักรายจ่ายตามจริง องค์กรธุรกิจบริษัท: ให้บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน องค์กรธุรกิจบริษัท: ให้บริษัทเช่าที่ดิน

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

1,231,100

1,231,100

1,231,100

1,231,100

1,231,100

732,240

762,240

792,240

822,240

852,240

492,240

522,240

552,240

582,240

612,240

312,240

342,240

372,240

402,240

432,240


24

เปรียบเทียบเงินคงเหลือของแต่ละองค์กรธุรกิจ รายการ องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา: หักรายจ่ายแบบเหมา องค์กรธุรกิจบุคคลธรรมดา: หักรายจ่ายตามจริง องค์กรธุรกิจบริษัท: ให้บริษัทถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน องค์กรธุรกิจบริษัท: ให้บริษัทเช่าที่ดิน

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

1,059,700

1,159,700

1,259,700

1,359,700

1,459,700

1,558,560

1,628,560

1,698,560

1,768,560

1,838,560

1,163,560

1,868,560

1,938,560

2,008,560

2,078,560

1,978,560

2,048,560

2,118,560

2,188,560

2,258,560


25

วิธีการปฏิบัติของผู้ที่ทาการตรวจสอบ วิธีการทาการตรวจสอบของผู้ตรวจสอบนั้น ในที่นี้เราจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ตรวจสอบโดย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร การตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต นั้น เราจะแบ่งเป็น 2 คุณสมบัติคือ 1.

ผู้ส อบบั ญชีรับ อนุญาต (CPA) ตามกฎหมายการสอบบัญชีนั้น CPA จะสามารถ ตรวจสอบบัญชี และรับรองบัญชี สาหรับ บริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

2.

ผู้ ส อบบั ญ ชี ภ าษี อ ากร (TA) เป็ น ผู้ ส อบบั ญ ชี ที่ ขึ้ น ทะเบี ย นและได้ รั บ อนุ ญ าตจาก กรมสรรพากร มีคุณสมบัติในการตรวจสอบ และรับรองบัญชีเฉพาะห้างหุ้นส่วนจด ทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่มีทุนจดทะเบียนชาระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท มี รายได้ในรอบปีไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีทรัพย์สินไม่เกิน 30 ล้านบาทในรอบปีบัญชี

โดยวิธีการตรวจนั้นจะตรวจเหมือนการตรวจสอบบัญชีทั่วไป คือการตรวจสอบบัญชีเปรียบเทียบ  ยอดขายรวมที่บันทึกไว้ในสมุดบัญชีของกิจการกับยอดขายรวมที่รายงานไว้ในการยื่น แบบแสดงภาษีขาย  จานวนเงินภาษีที่กิจการได้ชาระ กับยอดภีที่รายงานไว้ในแบบยื่นแสดงภาษีของกิจการ โดยทั่วไปผู้สอบบัญชีจะดูในส่วนของรายได้และค่าใช้จ่าย ว่ามีการบันทึกถูกต้องตามมาตรการบัญชีที่ได้รับ รองทั่วไปหรือไม่ เพราะทางกรมสรรพากรมีแนวคิดพื้นฐานว่า “หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด จัดทาบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีแล้ว ก็ชอบที่จะเสียภาษีอากรให้ถูกต้องเช่นเดียวกัน”


26

การตรวจสอบของกรมสรรพากร มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสรรพากร ยังมีหน้าที่มีหน้าที่ในการเรียก ตรวจสอบและประเมินภาษี โดยทางกรมสรรพากรจะส่งหมายเรียกตรวจสอบภาษีแก่กิจการ โดยจะระบุจะ ระบุประเภทของภาษีที่ขอตรวจสอบ วันที่เรียกสอบลงในหมายนั้น ซึ่งจะมีการขอสอบภาษีสองประเภทคือ 1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีนี้ กรมสรรพากรจะตรวจสอบว่ารายได้ทั้งหมดมีการออก ใบกากับภาษีถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ 2. ภาษี เงิ น ได้ นิติบุ ค คล กรมสรรพากรจะขอตรวจสอบว่ ากิ จ การมีก ารบั นทึ ก รายได้ ถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ และตรวจดูค่าใช้จ่ายของกิจการว่านามาหักถูกต้องตาม เงื่อนไขของกฎหมายหรือไม่ รวมถึงภาษีหัก ณ.ที่จ่ายด้วย ผลที่ได้รับ และบทลงโทษทางกฎหมาย เมื่อมีการกระทาอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลรัษฎากร บทลงโทษทางกฎหมายนั้น จะต้องรับผิดทั้ง ทางแพ่งและทางอาญา ทางแพ่งได้แก่การชาระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทางอาญาได้แก่โทษปรับและโทษจาคุก โดยปกติความผิดอาญาตามประมวลรัษฎากรจะมีอยู่ 2 กรณีคือ 1.

โทษที่สามารถระงับได้ด้วยการเปรียบเทียบโดยกาหนดค่าปรับตามมาตรา 3 ทวิ (1) แห่ง ประมวลรัษ ฎากร และโทษที่ ไ ม่ส ามารถทาการเปรีย บเทีย บโดยก าหนดค่าปรับได้ โทษที่ สามารถทาการเปรียบเทียบโดยกาหนดค่าปรับได้จะเป็นความผิดเพียงเล็กน้อยหรือความผิดลหุ โทษได้แก่โทษปรับเพียงสถานเดียว หรือโทษปรับหรือโทษจาคุกที่ไม่เกิน 6 เดือน

2.

โทษที่สามารถทาการเปรียบเทียบโดยกาหนดค่าปรับได้จะกาหนดว่าปรับหรือจาคุกหรือ ทั้งปรับทั้งจา ถ้าบทลงโทษกาหนดแต่เพียงระวางโทษปรับและจาคุก แม้ โทษจาคุกนั้นจะไม่ เกิน 6 เดือน ผู้ใช้อานาจตามมาตรา 3 ทวิ (1) จะไม่สามารถทาการเปรียบเทียบกาหนดค่าปรับได้ เนื่องจากต้องกาหนดโทษจาด้วยซึ่งกฎหมายไม่ได้ให้อานาจไว้ จึงต้องให้ศาลเป็นผู้สั่งกรณีโทษ ที่ไม่สามารถทาการเปรียบเทียบกาหนดค่าปรับได้ คือ โทษที่กาหนดให้จาคุก เกินกว่า 6 เดือน เช่น มาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร ระวางโทษจาคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท 7 ปี คือ อัตราโทษที่เกินกว่า 6 เดือน


27

ความผิดทางประมวลรัษฎากรสาหรับการหนีภาษีนั้น จะต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายรัษฎากร มาตราที่ 37 “ต้องระวางโทษจาคุก ตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท” (พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป) และตามมาตรราที่ 37 ทวิ “ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจา” (พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)

ในส่วนความรับผิดเกี่ยวกับใบกากับภาษี ทั้ง ผู้กระทาและผู้มีส่วนในการกระทาต้องรับผิดทั้งทาง แพ่งและทางอาญา

ความผิดทางอาญา ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 90/4(7) ประมวลรั ษ ฎากร มาตรา 90/4 บั ญ ญั ติ ว่ า “บุ ค คลดั ง ต่ อ ไปนี้ ฝ่ า ฝื น หรื อ ไม่ ป ฏิ บั ติ ต าม บทบัญญัติที่ระบุไว้ ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และ ปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสน บาท” ความผิดทางแพ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89(7) วรรคสอง “ หากใบก ากั บ ภาษี ที่ ผู้ไ ด้รับประโยชน์ไ ม่ส ามารถนามาพิ สูจน์ไ ด้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ออก ใบก ากั บภาษี ใ ห้ถือว่า เป็นใบก ากั บ ภาษีป ลอม แต่อาจไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร ตามประมวล กฎหมายอาญาเนื่องจากไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ในทางปฏิบัติ กรณีผู้ประกอบการที่ถูกตรวจพบยินยอม ชาระภาษีตามการประเมินเบี้ยปรับ ในทางแพ่งตามประมวลรัษฎากรมาตรา 89(7) โดยเหตุที่ในทางแพ่งจะ ไม่สามารถอ้างได้เลยว่ามิ ได้เจตนานาใบก ากับภาษีปลอมมาใช้ เนื่องจากในทางแพ่งไม่มีองค์ประกอบ ภายในเรื่องเจตนาเหมือนทางอาญา หากมีการนาใบกากับภาษีปลอมไปใช้ ก็เป็นอันว่าผู้ประกอบการนั้น ต้องถูกเรียกเก็บเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากรมาตรา 89 (7) ”


28

ความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 บัญญัติว่า “ผู้ใดทาเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือ ตัดทอนข้อความหรือ แก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอมเอกสาร โดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือ ประชาชน ถ้าได้ก ระทาเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็น เอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทาความผิดฐานปลอมเอกสารต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกิน หกพันบาทหรือทั้งจาทั้งปรับ” “ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใดแล้วแล้วมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดย ได้รับความยินยอมหรือฝ่าฝืนคาสั่งของผู้อื่น ถ้าได้กระทาเพื่อนาเอาเอกสารไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดความ เสียหายแต่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือ ประชาชนให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน”


29

ข้อวิเคราะห์เปรียบเทียบ การหนีภาษีเป็นการกระทาที่ขัดต่อกฎหมาย แต่เรายังสามารถเห็นพบได้ทั่วไปในทุกธุรกิจ เนื่องจาก การหนีภาษีเป็นทางที่ธุรกิจต่างๆจะเสียภาษีอากรที่ถูก หรือไม่ต้องเสียเลย โดยที่ไม่ต้องมีต้นทุนในการ วางแผนภาษี แต่มีความเสี่ยงที่จะถูกดาเนินคดี ส่วนการเลี่ยงภาษีเป็นทางเลื อกอีกหนึ่งทางที่จะทาให้กิจการ เสียภาษีได้ถูกลง และถูกต้องตามกฎหมาย การวางแผนภาษีอาจจะมีความยุ่งยาก และมีต้นทุน แต่ถือว่าเป็น วิธีการที่ดูและถูกต้องกว่าการหนีภาษี สรุป การหนี้ภาษีและการเลี่ยงภาษีต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการเสียภาษีที่น้อยลง แต่มีข้อแตกต่ างที่ สาคัญคือความถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าหากต้องการที่จะเสียภาษีให้น้อย ก็ต้องขึ้นอยู่ภายใต้ความถูกต้อง ด้วย ข้อเสนอแนะ เป็นเรื่องยากที่จะกาจัดการหนีภาษีให้หมดไปจากธุรกิจที่ดาเนินการในปัจจุบัน เพราะการหนีภาษี บางที่อาจจะมีการทาเป็นขบวนการตั้งแต่เริ่มจนจบ และภาครัฐไม่สามารถที่จะคุมวงจรของธุรกิจนับพันนับ หมื่นของวงจรเหล่านี้ได้ การดาเนินธุรกิจเหล่านี้โดยส่วนมากขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ส่วนบุคคลเกือบจะ ทั้งหมด ไม่มีเจ้าของธุรกิจไหนที่จะยอมเสียมากกว่าได้ เป็นธรรมชาติของการทาธุรกิจไม่ว่าจะที่ไหนในโลก เพราะเหตุนี้ ทางภาครัฐน่าจะทาการรณรงค์เกี่ยวกับการเสียภาษี หรือจัดอบรมเกี่ยวกับภาษี โดยเฉพาะการ วางแผนภาษีให้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะด้วยตัวของมันเองมันมีความเป็นกฎหมายอยู่ในตัวสูง ถ้าคนที่ไม่ได้ เรียนรู้มาโดยตรงอาจจะต้องใช้เวลาทาความเข้าใจกับการวางแผนภาษีมาก หรือาจจะไม่อยากทาความเข้าใจ และกลับไปใช้วิถีทางเดิมที่ใช้เพียงการต่อรอง หรือการแอบอ้าง ซึ่งสามารถทาได้ง่ายกว่า กรมสรรพากร อาจจะหาวิท ยากรมาอธิบ ายเกี่ ย วกั บ เรื่องนี้ ให้ความรู้ที่ชัดเจน และอีก ทางหนึ่งที่ควรจะทาคือการเพิ่ ง บทลงโทษผู้ที่หนีภาษีให้มากขึ้น เพราะเพียงแค่ค่าปรับที่มูลค่าน้อย เมื่อเทียบเท่ากับสิ่งที่ธุรกิจเหล่านั้นได้รับ จากการหนีภาษี นั้น ไม่ เ ที ย บกั นไม่ ไ ด้ จึง ควรเพิ่ ม บทลงโทษที่ม ากขึ้ น ทั้ งทางประมวลรัษ ฎากร และ ประมวลกฎหมายอาญา คือทั้งโทษปรับ และจาคุก เพื่อไม่ให้ธุรกิจอื่นที่กาลังจะเข้ามา หรือที่กาลังทาอยู่ได้ เกิดความเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง


30

บรรณานุกรม

นิพันธ์ เห็นโชคชัยชนะ,วาสนา ดวงดารา. การบัญชีภาษีอากร. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจากัด ทีพีเอ็น เพรส, 2554 กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์. กลยุทธ์การวางแผนภาษี. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : การเงินธนาคาร, 2538 กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์. บัญญัติ 10 ประการในการวางแผนภาษีอากร พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : การเงินธนาคาร, 2536. อมรศักดิ พงศ์พศุตม์. การบัญชีภาษีอากรชั้นสูง. กรุงเทพฯ : บริษัท ชวนพิมพ์ 50 จากัด, 2553. ธีระพล อรุณะกสิกร และคณะ. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. กรุงเทพมหานคร : บริษัท สานักพิมพ์วิญญูชน จากัด, 2549. ยุพดี ศิริวรรณ. การบัญชีภาษีอากร. กรุงเทพฯ: บริษัท ปิ่นเกล้าการพิมพ์ จากัด, 2544. กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์. เอกสารประกอบการสอนการกลยุทธ์การวางแผนภาษีอากร. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2552. กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์. เอกสารประกอบการสอนสัมมนาภาษีอากรหลักสูตรปริญญาตรี. กรุงเทพ: มหาวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์. เอกสารประกอบการสอนการให้คาปรึกษาและวางแผนภาษีอากร. กรุงเทพ: มหาวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. __________. “วิธีการตรวจสอบใบกากับภาษีปลอม” สรรพากรสาสน์. เล่มที่ 8 : 47; สิงหาคม 2555 กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์. การวางแผนภาษีอากร. [เสียงอัด]. ______________. การบรรยายพิเศษ


31

บรรณานุกรม (ต่อ)

_____________. บทลงโทษเกี่ยวกับใบกากับภาษี [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.nsbest.com/tax%20accounting%20penalty%20tax%20invoice.htm. (วันที่ค้นข้อมูล: 1 มิถุนายน 2555) _____________. 10 กลโกงภาษี [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=2a2be91c4bd40538&pli=1 (วันที่ค้นข้อมูล: 11 มิถุนายน 2555) _____________. บทกาหนดโทษ [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.rd.go.th/publish/2598.0.html (วันที่ค้นข้อมูล: 14 มิถุนายน 2555)


รายงานฝึกงาน  

Report Trainee

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you