Page 1

คูมือ อาสาสมัครแรงงาน จังหวัดภูเก็ต ปี 2555


“คุ ณ ธรรมข้ อ หนึ่ ง ที่ ยั ง มี อ ย่ า งบริ บู ร ณ์ ใ นจิ ต ใจของคนไทย ก็คื อ การให้ การให้ นี้ไ ม่ ว่ า จะให้ ใ นสิ่ ง ใด แก่ ผู้ ใ ด โดยสถานใด ก็ต าม เป็น สิ่ง ที่พึ งประสงค์อ ย่า งยิ่ง เพราะเป็ นเครื่ องประสาน ไมตรี อ ย่ า งสํ า คั ญ ระหว่ า งบุ ค คลกั บ บุ ค คลและให้ สั ง คมมี ค วาม มั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยความสามัคคี” พระราชดํารัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม 2545


สารบัญ บทที่ 1 ความหมายของอาสาสมัครแรงงาน คุณสมบัติของอาสาสมัครแรงงาน บทบาทของอาสาสมัครแรงงาน สิทธิประโยชน์ของอาสาสมัครแรงงาน ระยะเวลาและการสิ้นสุดสภาพเป็นอาสาสมัครแรงงาน

1 1 2 3 4

บทที่ 2 บริการส่งเสริมการมีงานทํา บริการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน บริการส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน บริการด้านประกันสังคม งานบริหารจัดการด้านแรงงาน

5 7 9 14 21


บทที่ 1 อาสาสมั ค ร ความหมายของอาสาสมัครแรงงาน

มายถึ ง ผู้ ที่ ส มั ค รใจทํ า งานให้ กั บ กระทรวงแรงงาน เพื่อให้เกิดสันติสุขด้านแรงงานแก่ผู้ใช้แรงงาน นายจ้าง ลู ก จ้ า ง และประชาชนทั่ ว ไป รวมทั้ ง เป็ น ผู้ มี บ ทบาท สําคัญในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ใน สังกัดกระทรวงแรงงานทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ ในการให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ แก่ ป ระชาชน หรื อ ผู้ ใ ช้ แ รงงานที่ ป ระสบ ปัญหาความเดือดร้อนด้านแรงงานในพื้นที่

คุณสมบัติของอาสาสมัครแรงงาน อาสาสมัครแรงงานในประเทศ (อสร.ท) มีคุณสมบัติดังนี้ 1. มีสัญชาติไทย และอายุไม่ต่ํากว่า 20 ปี 2. มีความประพฤติเรียบร้อย ซื่อสัตย์สุจริตและมีมนุษย สัมพันธ์ดี 3. สมัครใจและเสียสละเวลาเพื่อช่วยเหลือการดําเนินงาน ของกระทรวงแรงงาน

1


บทบาทของอาสาสมัครแรงงาน 1. ประสานงานด้านแรงงานในพื้นที่ ระหว่างประชาชนใน หมู่บ้านและชุมชนกับกระทรวงแรงงานหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการขยายบริการด้านแรงงานไปสู่ประชาชนในหมู่บ้านและชุมชน อย่างทั่วถึง เช่น สอดส่อง ดูแล และเฝ้าระวังพฤติกรรมที่จะนําไปสู่ ปัญหาการหลอกลวงคนหางาน การใช้แรงงานทั่วไป โดยเฉพาะ แรงงานเด็กและแรงงานหญิงที่ไม่เป็นธรรม โดยแจ้งเบาะแสให้ กระทรวงแรงงาน หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัด ทราบอย่างรีบด่วน 2. เป็ น สื่ อ กลางในการประชาสั ม พั น ธ์ เ ผยแพร่ ค วามรู้ ให้ คําปรึกษา และแนะนํา ด้านแรงงานให้ แก่ประชาชนในหมู่ บ้านและ ชุ มชน เช่ น ด้ านการจั ดหางาน ให้ ข้ อมู ลตํ าแหน่ งงานว่ าง ข่ าวสาร ตลาดแรงงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการหลอกลวงคนหางาน ด้านสวัสดิการ และคุ้ ม ครองแรงงาน ให้ ข้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ ข่ า วสารการใช้ แ รงงาน โดยเฉพาะแรงงานเด็กและแรงงานหญิง สิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน เด็กและแรงงานหญิงที่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตลอดจน สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้แรงงานพึงได้รับจากกระทรวงแรงงาน 3. รวบรวมข้ อมู ลพื้ นฐานด้ านแรงงานในพื้ นที่ ซึ่ งกระทรวง แรงงานสามารถนํ า มาใช้ ว างแผนในการปฏิ บั ติ ง านได้ อ ย่ า งมี ประสิทธิภาพ โดยรวบรวมข้อมูลด้านแรงงานเบื้องต้นในพื้นที่ และ จัดทํารายงานตามแบบและระยะเวลาที่กําหนดแนบท้าย ส่งกระทรวง แรงงาน หรือหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดทราบ

2


4. ส่งเสริมประชาชนให้มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไข ปัญหาด้านแรงงานในหมู่บ้านและชุมชนของตนเอง 5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานที่ได้รับมอบหมาย

สิทธิประโยชน์ของอาสาสมัครแรงงาน ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยอาสาสมัครแรงงาน พ.ศ. 2548 กําหนดสิทธิประโยชน์ของอาสาสมัครแรงงานไว้ ดังนี้ 1. อาสาสมัครแรงงานอาจได้รับค่าใช้จ่ายที่จําเป็นในการ ปฏิบัติหน้าที่ และสิทธิประโยชน์อย่างอื่นตามหลักเกณฑ์ที่ ปลัดกระทรวงแรงงานกําหนด โดยความเห็นชอบของ กระทรวงการคลัง 2. อาสาสมัครแรงงานที่ปฏิบัติงานดีเด่นอย่างต่อเนื่อง สม่ําเสมอ ให้ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ หัวหน้าคณะผู้แทน คัดเลือกเพื่อเข้ารับโล่และเข็มประกาศเกียรติคุณ อาสาสมัคร

ระยะเวลาและการสิ้นสุดสภาพเป็นอาสาสมัครแรงงาน ตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยอาสาสมัครแรงงาน พ.ศ. 2548 กําหนด

3


ระยะเวลาการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ และการสิ้ น สุ ด สภาพการเป็ น อาสาสมัครแรงงาน ดังนี้ ระยะเวลา 1. อาสาสมัครแรงงานในประเทศ มีระยะเวลาการปฏิบัติ หน้าที่ คราวละ 3 ปี 2. อาสาสมัครแรงงานในต่างประเทศ มีระยะเวลาการปฏิบัติ หน้าที่ คราวละ 1 ปี อาสาสมัครแรงงานซึ่งพ้นจากหน้าที่อาจได้รับ แต่งตั้งใหม่ได้ การสิ้นสุดสภาพเป็นอาสาสมัครแรงงาน 1. ตาย 2. ลาออก 3. ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหัวหน้า คณะผู้แทนให้ออก เพราะขาดคุณสมบัติหรือกระทําการอาจเป็นผล เสียหายแก่ทางราชการ

4


บทที่ 2 บริการด้านแรงงาน บริการส่งเสริมการมีงานทํา โดย กรมการจัดหางาน

มี

หน่วยงานที่ให้บริการ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยใน ส่วนกลาง นอกจากมีบริการ ณ กรมการจัดหางาน ซึ่งตั้งอยู่ ภายในบริเวณกระทรวงแรงงานแล้ว ยังมีสํานักงานจัดหางาน พื้นที่ อีก 10 พื้นที่ ในเขตกรุงเทพมหานคร และในส่วน ภูมิภาค มีสํานัก งานจัดหางานจังหวัด ทั้ง 75 จังหวัด ทั่วประเทศ สาระสําคัญที่อาสาสมัครแรงงานควรรู้เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ของ กรมการจัดหางาน มีดังนี้ 1. ให้ บ ริ ก ารจั ด หางาน รั บ สมั ค รงาน หาตํ า แหน่ ง งานว่าง และบรรจุงาน 2. แนะแนวอาชีพและส่งเสริมการประกอบอาชีพ ให้แก่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ได้แก่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา คน พิการ ชาวเขา ผู้พ้นโทษ ผู้ผ่านการฟื้นฟูสมรรถภาพภายหลัง การบําบัดยาเสพติด ผู้ประสบสาธารณภัย ทหารกอง ประจําการที่ปลดเป็นกองหนุน เยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชน ผู้ถูก เลิกจ้าง เป็นต้น 3. บริการจัดหางานทางอินเตอร์เน็ต (Internet) โดย ผู้สมัครงานสามารถดูตําแหน่งงานของนายจ้างและสถานประกอบการ และสมั ค รงานผ่ า นระบบอิ น เตอร์ เ น็ ต ของกรมการจั ด หางานได้ ที่ Website http://www.doe.go.th 5


4. ควบคุมการทํางานของคนต่างด้าว พิจารณาออก ใบอนุญาต ทํางาน ต่ออายุใบอนุญาตทํางานเปลี่ยนแปลงรายการ ใบอนุญาตทํางาน ออกใบแทนใบอนุญาตทํางาน รับแจ้งการเข้า – ออกจากการทํางาน หลักฐานที่ใช้ในการสมัครงาน ได้แก่ แบบฟอร์มขึ้นทะเบียนหา งาน บัตรประจําตัวประชาชน สําเนาทะเบียนบ้าน สําเนาหลักฐาน การศึกษา หลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหาร รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จํานวน 2 รูป ติดต่อได้ที่ สํานักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต 38/27 ถ.รัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร. 0-7621-9660-1 โทรสาร 0-7621-9660 Email: pkt@doe.go.th

6


บริการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน โดย กรมพัฒนาฝีมือ แรงงาน

ห้ บ ริ ก ารฝึ ก อบรมฝี มื อ แรงงานให้ แ ก่ เ ยาวชนวั ย ทํ า งาน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้ถูกเลิกจ้างและว่างงาน เพื่อเป็นการ ปรับเปลี่ยน และสร้างโอกาสการประกอบอาชีพ หรือการมีงาน ทํ า โดยช่ ว ยยกระดั บ ฝี มื อ แรงงานให้ ดี ขึ้ น และมี ค วามรู้ ความสามารถ ทักษะและทัศนคติที่พร้อมจะเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ ดังนี้ 1. บริการการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อนําไปใช้เป็น แนวทางในการพัฒนาเพิ่มพูนทักษะของตนเองให้สูงขึ้นหรือคนหางาน ที่มีความประสงค์จะทํางานในประเทศหรือต่างประเทศเข้าทดสอบ เพื่อขอรับหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประกอบ เอกสารในการสมัครงาน หรือทดสอบตามความต้องการของสถาน ประกอบการ 2. บริการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้แก่ - การฝึกเตรียมเข้าทํางานให้แก่แรงงานใหม่ที่ประสงค์จะ เข้าสู่ตลาดแรงงาน - การฝึกยกระดับฝีมือให้แก่แรงงานที่มีงานทําอยู่แล้ว ผู้ถูก เลิกจ้าง หรือผู้ประสงค์จะเปลี่ยนงาน หลักสูตรที่เปิดบริการ • ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ได้แก่ ช่างซ่อม เครื่องยนต์เบนซิน ช่างไฟฟ้าในรถยนต์ ช่างสีรถยนต์ ช่างเคาะตัวถัง รถยนต์ 7


ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร พนักงานบริการ อาหารและเครื่องดื่ม พนักงานการใช้คอมพิวเตอร์ ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า สตรี ผู้ประกอบอาหารไทย เป็นต้น • ฝึ ก เตรี ย มเข้ า ทํ า งาน ได้ แ ก่ สาขาพนั ก งานเทคโนโลยี สารสนเทศ ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก ช่างไฟฟ้า ช่างซ่อม คอมพิวเตอร์ ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ช่างเคาะพ่นสีรถยนต์ ช่าง เย็บจักรอุตสาหกรรม ช่างบํารุงรักษาเครื่องยนต์เรือสปีดโบ๊ต ช่างสีไฟ เบอร์เรือ ช่างเครื่องทําความเย็นในเรือ ช่างไม้เฟอร์นิเจอร์ในเรือ เป็น ต้น • ฝึ ก ยกระดั บ ฝี มื อ ได้ แ ก่ ภาษาอั ง กฤษสํ า หรั บ พนั ก งาน ต้อนรับ ภาษาอังกฤษสําหรับพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม ภาษาอังกฤษสําหรับพนักงานขับรถ การนวดแผนไทย การนวดฝ่าเท้า เพื่อสุขภาพ การประกอบธุรกิจส่วนตัว พนักงานทําความสะอาด การ เย็บจักรอุตสาหกรรม การทําผ้าบาติก การทํากรอบรูปวิทยาศาสตร์ การทําซิลสกรีน การซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร เป็นต้น ติดต่อได้ที่ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดภูเก็ต 139 ม.4 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โทร. 0-7627-3470-4 โทรสาร: 0-7627-3473 Email: phuket@dsd.go.th การสมัคร ใช้ใบสมัครเข้ารับการอบรมฝีมือแรงงาน 8


บริการส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กํา

หนดมาตรฐานแรงงาน ด้านการคุ้มครองแรงงาน ด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการ ทํ า งาน ด้ า นการแรงงานสั ม พั น ธ์ ด้ า นการแรงงาน รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ด้านการสวัสดิการแรงงาน และ ด้านมาตรฐานแรงงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการค้า และ พัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี บริการรับร้องเรียนว่านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2, ที่ 3) พ.ศ.2551 และพระราชบัญญัติ แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ) ในกรณีที่พบเห็นว่านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทํางานใน วันหยุด ค่าชดเชย สวัสดิ การ วัน หยุด วัน ลา สามารถร้องเรียนต่ อ เจ้าหน้าที่ ด้วยวิธี 1. เขี ย นคํ า ร้ อ งเรี ย นตามแบบ คร.7 ในกรณี ที่ ม าพบ เจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง 2. ทางโทรศัพท์ โทรสาร จดหมาย

9


สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน  วันหยุด 1.วันหยุดประจําสัปดาห์ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างหยุด สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 วันโดยวันหยุดประจําสัปดาห์ต้องมี ระยะเวลาห่างกันไม่เกิน 6 วัน 2.วันหยุดตามประเพณีให้นายจ้างประกาศวันหยุดดังกล่าว ให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 13 วัน/ปี (รวมวัน แรงงานแห่งชาติ) โดยได้รับค่าจ้าง 3.วันหยุดพักผ่อนประจําปีให้ลูกจ้างซึ่งทํางานติดต่อกัน มาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจําปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทํางาน โดยได้รับค่าจ้าง  วันลา 1. ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลา ที่ลาแต่ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน 2. ลาเพื่อทําหมันได้ตามที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง กําหนด และออกใบรับรองโดยได้รับค่าจ้าง 3. ลากิจได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางาน 4. ลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อ ตรวจสอบฝึกวิชาทหาร หรือทดลองความพรั่งพร้อมตามกฎหมายว่า ด้วยการรับราชการทหาร โดยได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปี หนึ่งไม่เกิน 60 วัน 5. ลาฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อ ประโยชน์ต่อการแรงงานและสวัสดิการ และเพิ่มทักษะความชํานาญ เพื่อเพิ่ม 10


ประสิทธิภาพในการทํางานของลูกจ้างหรือการสอบวัดผลทางการ ศึกษาที่ราชการจัดหรืออนุญาตให้จัด 6. วันลาเพื่อคลอดบุตร ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน นับรวมวันหยุดโดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 45 วัน  เวลาพัก ไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง หลังจากทํางานมาแล้ว 5 ชั่ วโมง ติดต่อกัน ถ้ามีการทํางานล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงขึ้นไป นายจ้าง ต้องจัดเวลาพักให้ลูกจ้างก่อนทํางานล่วงเวลา ไม่น้อยกว่า 20 นาที  การใช้แรงงานหญิง ห้ามลูกจ้างหญิงทํางานในงานเหมืองแร่ งานก่อสร้างที่ต้องทํา ใต้ดิน ใต้น้ํา ในอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขาที่มีลักษณะเป็นอันตรายต่อ สุขภาพ หรือร่างกายของลูกจ้าง งานที่ต้องทําบนนั่งร้านที่สูงกว่า พื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้ นไปงานผลิตหรื อขนส่ง วั ตถุระเบิด หรือ วัตถุไ วไฟ หรืองานตามที่ กําหนด การคุ้ มครองหญิ งมี ครรภ์ ห้ ามนายจ้ างให้ ลู กจ้ างหญิ งมี ครรภ์ ทํางานระหว่าง 22.00 – 06.00 น. ทํางานล่วงเวลา ทํางานในวันหยุดหรือ ทํ างานเกี่ ยวกั บเครื่ องจั กรหรื อเครื่ องยนต์ ที่มี ความสั่ นสะเทื อน งาน ขับเคลื่อนหรือ ติด ไปกับ ยานพาหนะ งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนัก เกิน 15 กิโลกรัม งานที่ทําในเรือ และ ห้ามนายจ้างเลิกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ เว้นแต่ลูกจ้างทํางานใน ตําแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ งานธุรการ และ 11


 การใช้แรงงานเด็ก 1. ห้ามจ้างเด็กอายุต่ํากว่า 15 ปีเข้าทํางาน 2. การจ้างลูกจ้างเด็กอายุต่ํากว่า 18 ปี นายจ้างต้องปฏิบัติ คือ (1) แจ้งการจ้างเด็กต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วันนับ แต่วันที่เด็กเข้าทํางาน (2) ทําบันทึกสภาพการจ้างที่มีการ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยเก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการ หรือ สํานักงานของนายจ้างพร้อมให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้ในเวลาทํา การ (3) แจ้งการสิ้นสุดการจ้างเด็กต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เด็กออกจากงาน 3. เวลาพัก เมื่อเด็กทํางานมาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมง ต้องมีเวลาพัก ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง และใน 4 ชั่วโมงต้องจัดเวลาพักให้ตามที่ นายจ้างกําหนด 4. ห้ามให้เด็กอายุต่ํากว่า18 ปี ทํางานระหว่างเวลา 22.00 06.00 น .ทํางานล่วงเวลาทํางานในวันหยุด ในงานหลอม เป่า หล่อ รีดโลหะ งานปั้มโลหะ งานเกี่ยวกับความร้อน ความเย็น สั่นสะเทือน เสียงและแสงที่มีระดับแตกต่างจากปกติอันอาจเป็นอันตราย งาน เกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตราย งานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษซึ่งอาจเป็น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือเชื้ออื่น งานที่เกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุ ระเบิด หรือวัตถุไวไฟ (เว้นแต่งานในสถานีบริการน้ํามันเชื้อเพลิง) งาน ขับหรือบังคับรถยนต์หรือปั่นจั่น งานใช้เลื่อยเดินด้วยพลังไฟฟ้าหรือ เครื่องยนต์ งานที่ต้องทําใต้ดิน ใต้น้ํา ในถ้ําอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขา งานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี งานทําความสะอาด เครื่องจักรหรือ เครื่องยนต์ขณะที่เครื่องจักรหรือเครื่องยนต์กําลังทํางาน งานที่ต้องทํา บนนั่งร้านที่สูงกว่า 12


พื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป ทํางานในสถานที่โรงฆ่าสัตว์ สถานที่เล่น การพนัน สถานเต้นรํา รําวง หรือสถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ําชา หรือ เครื่องดื่มอย่างอื่นจําหน่ายและบริการโดยมีผู้บําเรอสําหรับ ปรนนิบัติ ลูกค้า หรือโดยมีที่สําหรับพักผ่อนหลับนอนหรือมีบริการนวดให้แก่ ลูกค้า  ค่าจ้าง 1. จ่ายเป็นเงินไทย ณ สถานที่ทํางานของลูกจ้างหรือตามที่ ตกลงกัน 2. งานที่มีลักษณะและคุณภาพอย่างเดียวกัน ปริมาณเท่ากัน ให้นายจ้าง กําหนดค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุดและ ค่า ล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างเท่าเทียมกันทั้งลูกจ้างชายหญิง  ค่าล่วงเวลาในวันทํางาน ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างปกติต่อชั่วโมงที่ทําเกิน  ค่าทํางานในวันหยุด 1. ลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดจ่ายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง 2. ลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด จ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของค่าจ้างปกติต่อชั่งโมงที่ทํา  ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ไม่น้อยกว่า 3 เท่าของค่าจ้างปกติต่อชั่วโมงที่ทําเกิน

13


ติดต่อได้ที่ สํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต 188 ถ.ศักดิเดช อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร. 0-7621-1995, 0-7622-0760 โทรสาร 0-7635-4414 Email: phuket@Labour.go.th

บริการด้านประกันสังคม โดยสํานักงานประกันสังคม ให้ ค วามคุ้ ม ครอง และหลั ก ประกั น แก่ ลู ก จ้ า งที่ ป ระสบ อันตรายเจ็บป่วย ทุพพลภาพหรือตาย อันมิใช่เนื่องจากการทํางาน รวมทั้งการ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพและว่างงาน ตาม พระราชบั ญ ญั ติ ป ระกั น สั ง คม พ.ศ.2533 และคุ้ ม ครองลู ก จ้ า งที่ ประสบอั น ตรายหรื อ เจ็ บ ป่ ว ยอั น เนื่ อ งมา จากการทํ า งานให้ แ ก่ นายจ้างตามพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ.2537 อันเป็นผลให้ ลูกจ้างต้องหยุดพักรักษาตัว สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือตาย

กองทุนประกันสังคม 1. นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ขึ้น ทะเบียน ต่อสํานักงานประกันสังคมจังหวัด ภายใน 30 วันนับตั้งแต่ วันที่มีการจ้าง

14


2. คุ้มครองลูกจ้างที่มีอายุระหว่าง 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปี บริบูรณ์และเป็นลูกจ้างของนายจ้างที่อยู่ในข่ายการคุ้มครองตา พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน 1. กรณีเจ็บป่วย • ต้องจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเจ็บป่วย • สิทธิเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ โดย ไม่ต้องเสียเงิน • ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้กรณีหยุดงานตามคําสั่งแพทย์และ ขาดรายได้ • มีสิทธิรับบริการทันตกรรมกรณีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ใส่ ฟันเทียมชนิดถอดได้ฐานอคริลิก • มีสิทธิเบิกค่าอวัยวะเทียม / อุปกรณ์ตามประเภทและอัตราใน ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคม 2. กรณีคลอดบุตร • ต้องจ่ายเงินสมทบครบ 7 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนคลอด • ผู้ประกันตนแต่ละคนมีสิทธิได้รับเงินกรณีคลอดบุตรไม่เกิน 2 ครั้ง • ค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายครั้งละ 13,000 บาท โดยไม่ต้องมี ใบเสร็จรับเงิน 15


• เฉพาะผู้ประกันตนหญิงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงาน เพื่อการคลอดบุตร ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน • ทั้งสามี–ภรรยาเป็นผู้ประกันตน ให้ใช้สิทธิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต่อ การคลอดบุตร 1 ครั้ง 3. กรณีทุพพลภาพ • ต้ อ งจ่ า ยเงิ น สมทบครบ 3 เดื อ น ภายใน 15 เดื อ นก่ อ น ทุพพลภาพ • มีสิทธิรับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต เป็นรายเดือน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง • ผู้ป่วยนอก มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงเดือนละ ไม่เกิน 2,000 บาท ผู้ป่วยใน เดือนละไม่เกิน 4,000 บาท • มีสิทธิเบิกค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ (ตามประเภทและอัตรา ในประกาศคณะกรมการแพทย์กําหนด) • หากผู้ทุพพลภาพตาย ก็จะได้รับค่าทําศพ เงินสงเคราะห์กรณี ตาย 4. กรณีตาย • ต้องจ่ายเงินสมทบครบ 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนตาย • ผู้จัดการศพได้รับค่าทําศพ 40,000 บาท • ทายาทมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตาย

16


5. กรณีสงเคราะห์บุตร • ต้องจ่ายเงินสมทบครบ 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนเดือน ที่มีสิทธิ • มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 350 บาทต่อบุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 2 คนที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ • ต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน ยกเว้นบุตร บุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น 6. กรณีชราภาพ • มีสิทธิได้รับเมื่อสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน • อายุ 55 ปีขึ้นไป • จ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพ จ่ายตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป ได้รับ บํ า นาญรายเดื อ นตลอดชี วิ ต จ่ า ยไม่ ถึ ง 180 เดื อ นได้ รั บ บําเหน็จจ่ายให้ครั้งเดียว 7. กรณีว่างงาน • จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ใน 15 เดือนก่อนว่างงาน และปฏิบัติตามที่กฎหมายกําหนด • มีสิทธิไ ด้รับเงินค่าทดแทนการขาดรายได้ เพราะถูกเลิกจ้าง หรือลาออกจากงาน

17


สิทธิประโยชน์ภายหลังการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง 1 .ผู้ประกันตนซึ่งได้ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขเวลาที่จะ ก่ อ ให้ เ กิ ด สิ ท ธิ ไ ด้ รั บ ประโยชน์ ท ดแทนกรณี ป ระสบอั น ตรายหรื อ เจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ และกรณีตายแล้ว และได้ สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ให้มีสิทธิไ ด้รับประโยชน์ทดแทนดังกล่า ว ต่ อ ไปอี ก 6 เดื อ น นั บ แต่ วั น ที่ ผู้ ป ระกั น ตนผู้ นั้ น สิ้ น สภาพการเป็ น ลูกจ้าง 2 .สมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 เมื่อส่ง เงิ น สมทบครบ 12 เดือ นและสมัค รภายใน 6 เดื อ นนั บ แต่วั น สิ้ น สภาพการเป็นลูกจ้าง โดยนําส่งเงินในอัตราเดือนละ 432 บาท เมื่อ ได้รับอนุมัติ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีเจ็บป่วยหรือประสบ อันตราย คลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย สงเคราะห์บุตรและ กรณีชราภาพ

กองทุนเงินทดแทน 1. นายจ้ า งที่ มี ลู ก จ้ า งตั้ ง แต่ 1 คนขึ้ น ไปมี ห น้ า ที่ ขึ้ น ทะเบี ย น กองทุนเงินทดแทนต่อสํานักงานประกันสังคมจังหวัด ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการจ้างลูกจ้าง 2. นายจ้างจ่ายเงินสมทบเป็นรายปี โดยในสี่ปีแรกคํานวณจาก ความเสี่ ย งภั ย ของกิ จ การนายจ้ า ง และส่ ง เงิ น สมทบภายในเดื อ น มกราคมของทุกปี นายจ้างรายใดที่มีการดูแลในเรื่องความปลอดภัย ในการทํ างานดี จนส่ งผลให้ ลู กจ้ างประสบอั นตรายหรื อเจ็ บป่ วยลดลง นายจ้างก็จะได้รับการพิจารณาให้ลดอัตราเงินสมทบ 18


สิทธิประโยชน์กองทุนเงินทดแทน 1. ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่เข้าทํางาน 2. มีสิทธิรับเงินทดแทนดังนี้ 1) ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจําเป็นไม่เกิน 45,000 บาท ต่อการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 1 ครั้ง หากประสบ อันตรายรุนแรงเข้าข่ายที่กําหนดในกฎกระทรวงจ่ายเพิ่มอีก 65,000 บาท หรือไม่เกิน 200,000 บาทต่อครั้ง ในกรณีไม่เพียงพอสามารถ เบิกได้ไม่เกิน 300,000 บาท โดยคณะกรรมการแพทย์พิจารณาและ คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเห็นชอบ 2) ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทํางานได้ติดต่อกันเกิน 3 วันขึ้นไป 3) ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกาย 4) ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ 5) ค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย 6) ค่าทําศพ 7) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทํางาน

19


การประกันตน ตามมาตรา 40 1. จ่าย 100 บาทต่อเดือน (สิทธิประโยชน์พื้นฐาน) ในระยะแรกรัฐบาลอุดหนุน 30 บาท ผู้ประกันตนจ่าย 70 บาท 2. จ่าย 150 บาทต่อเดือน (สิทธิประโยชน์พื้นฐาน + หลักประกันยามชราภาพ) ในระยะแรกรัฐบาลอุดหนุน 50 บาท ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท สิทธิประโยชน์พื้นฐาน - เงินทดแทนการขาดรายได้ เมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เมื่อนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป ได้รับเงินทดแทน การขาดรายได้ 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วันต่อปี แต่ต้องจ่ายเงิน สมทบแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายใน 4 เดือน - เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ รับเงิน 500 - 1,000 บาท ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 15 ปี โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาการส่ง เงินสมทบ ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป - เงินค่าทําศพ 20,000 บาท แต่ต้องจ่ายเงินสมทบแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 12 เดือน หลักประกันยามชรา - เงินบําเหน็จชราภาพ รับเงินก้อนเมื่ออายุ 60 ปีบริบูรณ์ และไม่ ประสงค์เป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ต่อไป ทั้ ง นี้ ผู้ ป ระกั น ตนที่ ป ระสงค์ รั บ เงิ น บํ า เหน็ จ ชราภาพเพิ่ ม ขึ้ น สามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท 20


ติดต่อได้ที่ สํานักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต 15/4 ถ.อําเภอ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร. 0-7622-2837, 0-7624-0418-9 โทรสาร 0-7622-2836 Email: phuket@sso.go.th

งานบริหารจัดการด้านแรงงาน จังหวัด

ดํา

โดย สํานักงานแรงงาน

เนินการช่วยอํานวยการ การบริหารการให้บริการ ด้านแรงงาน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา เครือข่ายด้านแรงงาน รวมทั้งจัดโครงการเพื่อ ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์งานของกระทรวงแรงงาน

21


ภารกิจของสํานักงานแรงงานจังหวัด 1. เสริมสร้างศักยภาพอาสาสมัครแรงงาน 2. ประสานงานกับส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. จัดประชุมคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้าง ขั้นต่ํา เพื่อพิจารณากําหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ํา 4. ติดตามและวิเคราะห์ ผลการดําเนินงานตามนโยบาย และข้อ สั่งการของกระทรวง รวมทั้งผลการดําเนินงานในระดับจังหวัด 5. ให้บริการข้อมูลสารสนเทศด้านแรงงาน 6. บริการขอรับเงินภาษีคืนจากการไปทํางานต่างประเทศ 7. ประสานการช่วยเหลือด้านแรงงานแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ติดต่อได้ที่ สํานักงานแรงงานจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 ถ.นริศร ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร. 0-7635-4035 โทรสาร 0-7635-4036 Email: phuket@mol.go.th เว็ปไซด์ http://phuket.mol.go.th

22


รายชื่อแกนนําอาสาสมัครแรงงานระดับตําบล ตามคําสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 2374/2554 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2554 ที่ ชื่อ-สกุล 1 นายภัทระ อาจอาบทอง 2 นางสาวแววตา ทองงาม 3 นางภัทรภร หะรารักษ์ 4 นางวิไลวรรณ มาลาเพชร 5 นายนิรัตน์ โชติเศรษฐพันธุ์ 6 นายทวีศักดิ์ รัฐกาย 7 นางสาวศิริมา ไข่มุกข์ 8 นางหนูชม ปลูกไม้ดี 9 นายวิโรจน์ พหนการ 10 นางสาวประทุมรัตน์ โตนด 11 นางสาวอารี ฮะยีมุด 12 นางลําใย สะยาคะ 13 นายโอภา พรหมชัย 14 นางศศิกาน ภูวรัตน์ 15 นายพงษ์ศักดิ์ โยธารักษ์ 16 นางนุชลี จิตต์สวาท 17 นางธดาภรณ์ อัดซิ้น

ตําบล

โทรศัพท์

รัษฏา ราไวย์ กะรน วิชิต ตลาดใหญ่ ตลาดเหนือ ฉลอง เกาะแก้ว ป่าตอง กะทู้ กมลา ป่าคลอก สาคู เชิงทะเล ไม้ขาว เทพกระษัตรี ศรีสุนทร

08-6595-9066 08-9593-9901 08-1831-9384 08-1300-3306 08-9908-2459 08-6476-3598 08-6593-1428 08-1894-0064 08-7266-5952 08-1396-3169 08-0519-7887 08-1272-7458 08-9473-2953 08-7266-1681 08-7891-0913 08-3719-5803 08-3635-9143


รายชื่อที่ปรึกษาอาสาสมัครแรงงานระดับตําบล ตามคําสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 2375/2554 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2554 ที่

ชื่อ-สกุล

ตําบล

โทรศัพท์

1 2 3 4 5

นายนพฤทธิ์ เอกธุรการ นางสุจิตรา อารีรอบ นางอมรรัตน์ วัฒนะ นางอารีย์ ตันนาภัย นางจินดาณี ดอกเทียน

รัษฏา ราไวย์ ตลาดใหญ่ ตลาดเหนือ เทพกระษัตรี

08-1893-4582 08-1608-5525 08-1085-4175 08-1606-0995 08-5788-4100

รายชื่อคณะทํางานพัฒนาอาสาสมัครแรงงาน ที่

ชื่อ-สกุล

1

นายพ่วง สองนาม

2

นางสาวมาลี สกุลทับ

3

นายปวีณ เกิดเส้ง

หน่วยงาน สนง.จัดหางาน จังหวัด สนง. ประกันสังคม ศูนย์พัฒนาฝีมือ แรงงานจังหวัด

4

นายธนพร เขตรัตนา

สนง.สวัสดิการและ คุ้มครองแรงงาน จังหวัด

5

นางสาวลาภพร ลิ่มดุลย์

สนง.แรงงาน จังหวัด

โทรศัพท์ 08-9870-0432 08-9291-0342 08-1538-7488 08-7279-0124 08-2062-6758


Volunteer Handbook  

Volunteer Handbook for phuket labour

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you